จิตติพจน์ ค้านร่างกฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์ ชี้กระทบกฎหมายที่ดิน-สิ่งแวดล้อม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ วิพากษ์ร่างกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขยายอำนาจเกินขอบเขต ครอบคลุมการครอบครองที่ดินและขัดหลักนิติธรรม โดยเฉพาะการตั้งพื้นที่ควบคุมที่ใช้ธรรมนูญเหนือกว่ากฎหมายรัฐ ซึ่งอาจทำให้เกิดพื้นที่นอกกฎหมายและนำไปสู่ความไม่แน่นอนในการบริหารจัดการและข้อตกลงกับหน่วยงานรัฐ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ผมยินดีที่จะเห็นกลุ่มชาติพันธุ์ได้ดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอยู่โดยที่มีพื้นที่ทำกินอันเหมาะสม ผมสนับสนุนอยากเห็นสิ่งที่เป็นเช่นนั้น แต่ด้วยความเคารพต่อคณะกรรมาธิการซึ่งผมทราบว่าท่านทำงานกันหนัก แต่วิธีการร่าง กฎหมายของท่านนั้นด้วยความเคารพ ผมคิดว่ายังมีปัญหาซึ่งเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่นะครับ ผมก็กราบขออนุญาตท่านประธานนะครับอาจจะเกินไปสัก ๓ นาที โดยภาพรวมการร่าง กฎหมายฉบับนี้ผมอยากจะกล่าวว่ายังไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย เหตุผลที่ผมพูดเช่นนั้นก็เนื่องจากถ้าหากว่าท่านประธาน ดูภาพรวมของกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้โดยหลักการแล้วเป็นการประสงค์ที่จะทำ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๐ ที่ประสงค์จะคุ้มครองวัฒนธรรมและวิถีชีวิต แต่ว่าในการที่ท่าน ตรากฎหมายออกมานี้ครอบคลุมไปจนถึงการครอบครองที่ดินซึ่งมันไปกระทบกระเทือนถึง กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็กฎหมายที่ดินด้วย ซึ่งตามหลักการแล้ว ในเมื่อกฎหมายท่านเป็นกฎหมายที่ประสงค์เพื่อจะรักษาวิถีชีวิตก็ไม่ควรที่จะไปครอบคลุม ถึงการครอบครองที่ดิน ซึ่งควรที่จะตราหรือบัญญัติอยู่ในเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่ดินและ กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมอำนาจเกินเลย ไปกว่าหลักการที่พวกเรารับในวาระแรกครับท่านประธาน แล้วโครงสร้างของกฎหมายที่ร่างมา ก็มีลักษณะพิเศษ ผมขออนุญาตพูดแค่บางประเด็นก็แล้วกันเพราะถ้าพูดยาวมันคงจะยาวมาก มีการกำหนดพื้นที่ขึ้นมาพื้นที่หนึ่งเรียกว่า พื้นที่ควบคุมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และในพื้นที่นี้ มีลักษณะพิเศษครับว่าจะดำเนินการบริหารโดยธรรมนูญ โดยยกเว้นข้อกฎหมายถึงแม้ ท่านจะบอกว่าในมาตรา ๒๘ นี้ได้มีการพูดว่าถ้าไม่ทำตามธรรมนูญและไม่ทำตามกฎหมาย และนะครับ ไม่ทำตามธรรมนูญและไม่ทำตามกฎหมายก็ให้เอากฎหมายไปบังคับใช้ การที่ท่านเขียนว่า และ นี่ก็หมายความว่าขอเพียงทำตามธรรมนูญ ท่านทำตามธรรมนูญนะครับ จะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้นในการตรากฎหมายนี้เมื่อท่านเขียนมาเช่นนี้ หมายถึงว่าพื้นที่พิเศษที่ท่านตั้งขึ้นมานี้กฎหมายไทยจะบังคับใช้ไม่ได้ แล้วพื้นที่นี้จะปกครอง โดยระบบธรรมนูญซึ่งตราขึ้นโดยคณะกรรมการบริหารพื้นที่ แล้วถามว่าคณะกรรมการ บริหารพื้นที่มีองค์ประกอบอย่างไร ก็มีตัวแทนชุมชน ๒ ใน ๓ และมีตัวแทนของหน่วยงาน ของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ แล้วกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่เรียกว่าคณะกรรมการบริหารพื้นที่ ซึ่งก็จะแตกย่อย ไปตามแต่ละพื้นที่ มีอำนาจกำหนดธรรมนูญครับ และธรรมนูญนี้มีศักดิ์และฐานะ สูงกว่าพระราชบัญญัติ ที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เพราะถ้าหากว่าทำตามธรรมนูญแล้วถึงแม้ ทำผิดกฎหมายก็ยังบังคับใช้ได้ ดังนั้นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่คุ้มครองที่มีการตราขึ้นมานะครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการคงไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่ว่าผลของการตราของท่านทำให้พื้นที่ ควบคุมเป็นพื้นที่เสมือนหนึ่งนอกกฎหมายประเทศไทย เพราะว่าสามารถที่จะ Override Overrule กฎหมายต่าง ๆ ของประเทศไทยโดยอาศัยธรรมนูญได้ และธรรมนูญนี้ โดยหลักการแล้วก็เป็นคำพูดที่ไม่ควรใช้ครับ เนื่องจากคำว่า ธรรมนูญ นั้น หมายถึงกฎหมาย ในการจัดองค์กร กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ใช่องค์กรพิเศษ กลุ่มชาติพันธุ์เป็นคนไทยซึ่งมีศักดิ์ศรี ฐานะ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทุกคน มิได้มีสิทธิเสรีภาพหรือ มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าประชาชนคนไทยที่อยู่อาศัยในพื้นที่อื่น ๆ แต่อย่างใด ตัวผมก็ถือว่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ก็คือ Ethnic Group ก็เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ คือคุณปู่ มาจากประเทศจีนตั้งแต่เมื่อประมาณเกือบร้อยปีที่แล้วก็ถือว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง ถ้าหากว่า เราปล่อยให้มีการตรากฎหมายในลักษณะที่มีพื้นที่ควบคุมพิเศษเป็นหย่อม ๆ ไปทั่วประเทศ ผมคิดว่ามันก็คงจะเกิดความปั่นป่วนมากมายมหาศาลในประเทศไทย นอกจากนี้กฎหมายนี้ ยังมีประเด็นที่เป็นประเด็นที่มีปัญหา อย่างเช่นในวรรคสองท่านบอกว่าก่อนการประกาศ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้ชุมชนทำความตกลงกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ดังกล่าว การเขียนกฎหมายเช่นนี้มันเกิดความไม่แน่นอนครับ คำว่า ตกลงกับ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืออะไรครับ ปกติประเทศไทย ปกครองมีกี่กระทรวงครับ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมันก็คงครอบคลุมไปทุกกระทรวง และในแต่ละกระทรวงก็มีกรมด้วย แล้วยังมี อบจ. อบต. ท่านจะตกลงกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ผมก็อยากจะถามท่านว่า ท่านจะตกลงกับทุกกระทรวง ทุกกรม หรืออย่างไร หรือถ้าหากว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอยู่ ๒๐ หน่วย ท่านต้องตกลงให้ครบ ๒๐ หน่วยหรือไม่ หรือว่าจะเลือกแค่ตกลงกับเพียง อบต. ที่อยู่ในพื้นที่ หลังจากนั้นก็ดำเนินการต่อไป อันนี้เป็นปัญหาหนึ่งที่เป็นปัญหาสำคัญ จริง ๆ ยังมีปัญหาเรื่องอื่นอีกมากมายแต่เนื่องจากเวลาอันจำกัดผมก็ขออนุญาตอภิปราย เพียงเท่านี้แล้วก็จะขออนุญาตแสดงความไม่เห็นด้วยที่มีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ ลักษณะแบบนี้ครับ ขอบพระคุณครับ