ธิษะณา ชี้ร่างกฎหมายคุ้มครองชนเผ่าพื้นเมือง หวังแก้ข้อพิพาทที่ดิน-วัฒนธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ธิษะณา ชุณหะวัณ หารือประเด็นสิทธิมนุษยชนของชนเผ่าพื้นเมือง โดยเรียกร้องให้มีการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิผ่านกฎหมายและกลไกที่เหมาะสม ทั้งในด้านที่ดินทำกิน วัฒนธรรม และการดำรงวิถีชีวิตตามประเพณีดั้งเดิม พร้อมเสนอร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ หลังพบปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การจับกุมโดยไม่เป็นธรรม และการขับไล่ชาวบ้าน รวมถึงเน้นย้ำให้กฎหมายมีบทบาทป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างสันติในอนาคต

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทรและราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ จากที่ดิฉันได้เคยอภิปรายผลักดัน กฎหมายและกลไกให้มีการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง แต่ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังมีประเด็นที่เราต้องถกเถียงกันเพิ่มเติม ยังมีปัญหาต่าง ๆ ที่ยังส่งผลกระทบ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชนเผ่าพื้นเมืองค่ะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขอสไลด์ที่ ๓ เลยได้ไหมคะ หากเราดูแนวทางและหลักการในร่างของพรรคประชาชนก็จะได้เห็นว่ามีการจี้ไปตรงจุดสำคัญ ที่จะช่วยส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ค่ะ เช่น ตามรัฐธรรมนูญ ตามพันธกรณี ระหว่างประเทศ เพราะแต่เดิมตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง UNDRIP ที่เป็นเอกสารต้นฉบับของการปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ประเทศไทยก็ได้ลงสัตยาบัน ไปแล้วและรับรองฉันทามติไปเมื่อปี ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๒๗ ในร่างที่จะต้องแก้ไขวันนี้ ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ระบุว่าให้อนุกรรมการ เฉพาะเรื่องตามมาตรา ๒๖ มีอำนาจและหน้าที่ในการคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมืองในสถานะบุคคล การจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและ ภาษาหรือการศึกษาหรือเรื่องอันตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรค่ะ หากเราอ้างอิงตามมติ คณะรัฐมนตรีในวันที่ ๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ มีการเสนอแนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตพี่น้อง ชาวกะเหรี่ยง แถมก่อนหน้านี้ก็มีมติ ครม. วันที่ ๒ มิถุนายนในปีเดียวกันที่จะฟื้นฟูวิถีชีวิต ชาวเลหรือชาวมอแกน แล้วก็มอแกลน เป็นต้น ด้วยจริงอยู่ที่มติดังกล่าวนี้ได้เปิดประตูสู่ ความเป็นพหุวัฒนธรรมมากขึ้น แต่ดิฉันคิดว่าเรายังต้องให้การคุ้มครองและส่งเสริมชนเผ่า พื้นเมืองอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านในมิติทางการเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิต พื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน ภาษา และอื่น ๆ เป็นต้น ในส่วนของกฎหมายป่าไม้ค่ะท่านประธาน เมื่อเราพูดถึงกรณีสิทธิการใช้ผืนป่าและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อชนเผ่าพื้นเมือง ในปี ๒๕๕๙ มีคดีพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดของหน่วยงานปกครองหรือเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจาก การใช้อำนาจในคดีดำ ส. ๕๘/๒๕๕๕ มาเป็นคดีแดง ส. ๖๖๐/๒๕๕๙ โดยมีผู้ฟ้อง ๖ คน ต่อ ๒ คนผู้ถูกฟ้อง ซึ่งรายละเอียดคร่าว ๆ คือมีผู้ฟ้องทั้งหมดเป็นชาวพื้นเมืองพี่น้องปกาเกอะญอ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคนประกอบวิถีชีวิตทำไร่หมุนเวียน เกษตรกรเชิงอนุรักษ์ ที่ช่วยรักษาสมดุลตามธรรมชาติ โดยอ้างอิงพยานหลักฐานเป็นการตั้งรกรากและให้การว่า ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทาง เชื้อชาติในทุกรูปแบบค่ะท่านประธาน รวมไปถึงตามมติ ครม. ในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ด้วยค่ะ แต่คล้ายกับกรณีของคุณบิลลี่ ผู้ถูกฟ้องทั้ง ๖ คนโดนเจ้าหน้าที่ขับไล่ออกจากพื้นที่ เผาทำลายทรัพย์สิน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพทั้ง ๆ ที่ผู้ฟ้อง ยังไม่ทราบถึงการกระจายข้อมูลเหล่านี้ค่ะท่านประธาน และได้ให้การว่าไม่ได้มีเจตนาการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งในกรณีเหล่านี้คือคนอยู่ก่อนหน้า มี พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติเหล่านี้เสียอีกนะคะ จากข้อพิพาทลักษณะนี้นับตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ดิฉันมีความกังวลว่าเจตจำนงของร่างกฎหมายนี้จะสามารถคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับ ผลกระทบในเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวหรือไม่ หรือเราจะออกกฎหมายภายในเพื่ออนุวัติ ให้เป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศได้หรือไม่ในอนาคต เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ โดยการรับรองหลักการพื้นฐานในการรักษาในเรื่องความเป็นพลเมือง สิทธิที่เท่าเทียมกัน และไม่ให้เกิดข้อพิพาทจนทำให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อีกค่ะท่านประธาน

ขอสไลด์สุดท้ายค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันยังคงยืนยันตามหลักการในเรื่อง สิทธิชุมชนที่ต้องคำนึงถึงความเป็นมนุษย์และวิถีชีวิตดั้งเดิมชนเผ่าพื้นเมืองที่ปัจจุบัน มีมติคณะรัฐมนตรีในปี ๒๕๕๓ ให้ยุติการจับกุมและให้คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ปัจจุบันยังมี พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกจับกุมและละเมิดสิทธิอยู่ ในกรณีเหล่านี้คือคนอยู่ก่อนมี พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติเหล่านี้เสียอีก จากข้อพิพาทลักษณะนี้นับตั้งแต่อดีตไปจนถึงปัจจุบันดิฉัน มีความกังวลว่าเจตจำนงของร่างกฎหมายนี้จะสามารถคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ ในเหตุการณ์ลักษณะนี้ถ้าเราไม่สามารถยืนยันหลักการในการคุ้มครองให้เขามีชีวิต อย่างปลอดภัยได้จะประกาศคุ้มครองชนพื้นเมืองก็ไร้ประโยชน์ค่ะท่านประธาน

สุดท้ายดิฉันทราบว่าคำว่า ชาติพันธุ์ ได้ผ่านมติแล้ว แล้วก็ตีตกคำว่า ชนเผ่า พื้นเมือง ไป แต่คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ทำให้พวกท่านรู้สึกว่ามีงานให้ทำมากขึ้นหรือเปล่า จึงต้องตีตกคำนี้ไป เราเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศรวมถึงพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองด้วย ที่พี่น้องให้ความไว้วางใจที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของพวกเขาในกรณีของคุณบิลลี่ พอละจี และกรณีของปู่คออี้และปกาเกอะญอทั้ง ๖ คนที่มีคู่กรณีเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พวกเขาโดนเจ้าหน้าที่ขับไล่ออกจากพื้นที่ ทำลายทรัพย์สิน ละเมิดศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ผู้ฟ้องคงไม่ทราบถึงการกระจายข้อมูลเหล่านี้ และ สะท้อนให้เห็นว่าชนเผ่าพื้นเมืองยังไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควรและการคุ้มครองก็ควร ได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม จุดยืนของดิฉันไม่ได้อยู่ที่ปลายเท้า แต่จุดยืนของดิฉันอยู่ที่หลักการ ความถูกต้อง มีมนุษยธรรม และตามอุดมการณ์ของชนพื้นเมือง พวกเขามีปัญหาเหล่านี้ แต่คนเมืองมองข้ามปัญหาที่พวกเขาเรียกร้องและเอารัดเอาเปรียบพวกเขาเสมอมาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ