สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล พูดถึงการยกเว้นกฎหมายบางข้อที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ และอธิบายว่าการยกเว้นนี้อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญและนำไปสู่ความแตกแยกในประเทศ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ โดยหลักการ เราเห็นด้วยที่มีการดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ ไม่มีขัดอะไรเลย แต่ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าการร่างกฎหมายเราไม่สามารถที่จะร่างกฎหมายยกเว้นข้อใด ข้อหนึ่ง ในมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เขียนเอาไว้เลยครับบอกว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย วันนี้เรากำลังจะจงใจกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็คือว่ายกร่าง กฎหมายเพื่อให้สิทธิแก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ผมว่ามันจะเกิดความแตกแยกขึ้นมาใน ประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดเช่นนั้น ผมอยากเรียนท่านประธานครับ การยกเว้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ ผมยกตัวอย่างเช่นกฎหมายที่ท่านพยายามพูดถึง กฎหมายเรื่องการคุ้มครองและสงวนสัตว์ป่า กฎหมายเรื่องป่าไม้ กฎหมายเรื่องอุทยานแห่งชาติ กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคน มีหน้าที่ที่จะต้องรักษาและหวงแหนไว้ ท่านประธานคงเห็นในช่วงที่ผ่านมานั้นเราประสบ ปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรง ก็เกิดจากการที่เราใช้พื้นที่ป่าอย่างผิดวิธี เรามีการเข้าไปบุกรุก การตัดไม้ทำลายป่า เรามีการบุกรุกเข้าไปใช้พื้นที่ป่า เรามีคนไปแอบเผาป่า PM2.5 วันนี้ เป็นสิ่งที่รุนแรงจนแทบจะเรียกว่าเป็นวาระแห่งชาติ สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ถ้าหากว่า เรายกเว้นไม่บังคับ เอากฎหมายต่าง ๆ มาบังคับใช้ ผมเกรงว่าจะเป็นเหตุที่ต่อไปเราจะ ไม่สามารถที่จะคุ้มครองป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ ผมอยากเรียนทาง คณะกรรมาธิการ ผมพอรับได้ในส่วนที่ของท่านนิคมเขียนมา ก็คือเอาว่าขอให้ตัดถ้อยคำ ที่เกี่ยวกับการยกเว้นกฎหมายต่าง ๆ ออกไป คือขอให้เอากลับมาเถอะครับ อย่าไปให้มี กฎหมายซ้อนกฎหมาย แล้วเวลาเราเขียนกฎหมายนี้ ถ้าไปใช้คำว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันนี้ไม่ชัดเจน แล้วก็เช่นกันครับเมื่อสักครู่ท่านจิตติพจน์พูด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่านเขียนไว้ ท่านไปเขียนบอกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานไหนละ มีกรมอุทยานแห่งชาติไหมครับ มีกรมป่าไม้ไหมครับ มีเรื่องสิ่งแวดล้อมไหมครับ มีเรื่องท้องถิ่นไหมครับ มันกว้างเกินไป ในกฎหมายฉบับนี้เท่าที่ดูแทบจะไม่มีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นเลยที่จะรักษา เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ เพราะฉะนั้นก็คงต้องเรียนว่าพอรับได้ในเรื่องของ ตัวร่างของท่านนิคม แต่ขอให้เอาเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ เอากลับมาให้หมด แล้วก็ในส่วนที่ ไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืออะไรขอให้เติมกลับมาด้วยครับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น หมายถึงอะไร จะอยู่ในภาคผนวกหรือจะอยู่อะไรก็ได้ครับ แต่ว่าจะต้องเขียนให้ชัดเจนไว้ ผมอยากเรียนท่านประธานขออนุญาตข้ามไปแตะที่มาตรา ๒๘ นิดหนึ่งเพราะเกี่ยวข้องกัน ในมาตรา ๒๘ ท่านประธานครับ มีการไปตัดในการประกาศพื้นที่คุ้มครองตามมาตรา ๒๗ มีการไปตัดเอาเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกไป แล้วก็นอกจากนั้นครับ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิ หรือใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญ พื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นธรรมนูญนะครับ และ ไปใช้คำว่า และ ครับ ก็คือว่า และเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวตามมาตรา ๒๗ ให้นำ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นมาบังคับใช้และดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้นั้นต่อไป อันนี้ เขียนหลอกครับ คือถ้าผิดต้องผิด ๒ อย่างเลยคือผิดทั้งธรรมนูญด้วย และผิดทั้งกฎหมายด้วย เพราะใช้คำว่า และ แต่ถ้าผิดตัวเดียวคือผิดกฎหมายแต่ไม่ผิดรัฐธรรมนูญก็เอากฎหมาย กลับมาบังคับใช้ไม่ได้ เห็นวิธีการเขียนกฎหมายไหม การเขียนกฎหมายแบบนี้กระทำไม่ได้ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ขอความกรุณาครับเขียนกฎหมายเท่าที่ไม่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญเพราะเวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราทราบอยู่แล้วครับว่ากฎหมายนี้อาจจะขัด ต่อรัฐธรรมนูญชัด ๆ ซึ่งผมคิดว่าเดี๋ยวคงจะมีอีกหลายท่านขึ้นมาพูดว่ามันขัดรัฐธรรมนูญ อย่างไร แล้วเรายังจะจงใจกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้นะครับ มีใครร้องเรียนขึ้นมา ผู้แทนราษฎรเดือดร้อนครับ เราอาจจะถูกฟ้องศาลได้ ถูกดำเนินคดีได้ เพราะฉะนั้นขอเอา เท่าที่เป็นไปได้ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ พอรับได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ