ณัฐวุฒิ ยันร่างกฎหมายคุ้มครองชาติพันธุ์สอดคล้องรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ยืนยันความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยชี้แจงว่าเป็นกฎหมายใหม่ที่สอดคล้องหลักสากลและไม่ก่อการเลือกปฏิบัติ พร้อมคัดค้านข้ออ้างที่ว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 27 และเรียกร้องให้พิจารณาอย่างรอบด้านด้วยการรับฟังทุกฝ่าย รวมถึงการปรับปรุงร่างที่เสนอให้ครอบคลุมหลักการสำคัญ โดยเฉพาะการประกาศพื้นที่และการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงาน เพื่อให้กฎหมายนี้กลายเป็นเครื่องมือคืนสิทธิและส่งเสริมความเสมอภาคอย่างแท้จริง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิทั้ง ๓ สิทธินะครับ สิทธิที่ ๑ ก็คือในฐานะกรรมาธิการ สิทธิที่ ๒ คือในฐานะสมาชิก และสิทธิที่ ๓ คือในฐานะ ตัวแทนผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เพื่อจะขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน ร่างหลักที่กรรมาธิการได้พิจารณามา และความไม่เห็นด้วยในกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่มีการสงวนไว้ ด้วยความเคารพพี่นิคม บุญวิเศษ ของผม ท่านประธานครับ อย่างแรกเลย ที่ผมอยากจะย้ำครับ ไม่มีคำว่า เกินหลักการ ครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เขียนในประโยคแรกชัดเจนว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มันไม่ใช่กฎหมายที่มีการแก้ไขกฎหมายเดิมที่มีอยู่ มันไม่ใช่ กฎหมายที่ไม่มีหลังพิงแล้วออกมา มันไม่ใช่กฎหมายที่ไม่มีหลักการระหว่างประเทศรองรับว่า ควรจะต้องทำ และมันไม่ใช่กฎหมายที่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิหรือให้เอกสิทธิ์ต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ฉะนั้นคำว่า เกินหลักการ ไม่ควรจะเป็นคำที่มาพูดกันในสภาแห่งนี้

ประการที่ ๒ มีการอ้างอิงกันเยอะว่ากฎหมายฉบับนี้กำลังจะขัดกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ หรือไม่ ท่านประธานครับ พวกเราทุกคน อ่านกฎหมายเป็นผมคงไม่ลงรายละเอียดครับว่าท่านอ่านครบทุกวรรคในมาตรา ๒๗ หรือไม่ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง บอกบุคคลย่อมเสมอกันในทางกฎหมาย ผมเข้าใจครับ ผมเอง อยู่จังหวัดอ่างทอง ท่านรองภราดร ถามว่าพี่ณัฐวุฒิ เอ๊ะเรามีพี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นชาติพันธุ์ จริง ๆ ที่ไม่ใช่ความหลากหลายที่มีอยู่ไหม ผมก็บอกว่าเราไม่ได้มี แต่ในขณะเดียวกัน ความเสมอภาคเท่าเทียมที่ท่านอ้างถึงในวรรคหนึ่งนั้น ท่านไม่เลยไปอ่านวรรคสามและ วรรคสี่ของมาตรา ๒๗ ละครับ ที่เขาบอกว่าการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าจะเป็นโดยถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา ที่เราละเมิดสิทธิเขามาแล้วอีกหลายร้อยปีที่ผ่านมานั้น จะกระทำไม่ได้ ในขณะเดียวกันในวรรคสี่ของมาตรา ๒๗ ระบุว่ามาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ หรือส่งเสริม กฎหมายฉบับนี้ก็มีคำว่า ส่งเสริม หรือส่งเสริม ให้บุคคลสามารถใช้สิทธิได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ผมเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าผมจะเชื่อว่าเขาตระหนัก ถึงความยุติธรรมหรือไม่ก็คงเห็นตรงกันว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีประเด็นที่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญอย่างไรครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือว่าสิ่งที่กรรมาธิการของเราเข้าไป พิจารณาทั้งหมดออกมาตรการหรือเขียนออกมาต่าง ๆ ล้วนเป็นไปตามคำแนะนำของเพื่อน สมาชิกครับ ท่านประธานครับ ผมประสบการณ์ไม่มากอยู่สภานี้มา ๖ ปี ไม่มีหรอกครับ คณะกรรมาธิการคณะใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ที่เชิญ พรรคการเมืองทุกพรรค ที่เชิญพรรคการเมืองแม้กระทั่งที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บอกออกมาช่วยกันให้ความเห็นหน่อยได้หรือไม่ มาบอกกรรมาธิการหน่อยได้หรือไม่ว่าท่าน ติดขัดแบบใด อย่างไร แต่เกิดขึ้นแล้วในกฎหมายฉบับนี้ และถ้าท่านอ่านรายละเอียดในใบแทรก ท่านอย่าเพิ่งย้อนกลับไปในใบแทรกฉบับแรก นี่เป็นใบแทรกฉบับใหม่ที่เขียนชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า เพราะเหตุใดการเขียนกฎหมายแบบนี้ถึงทำได้ เพื่อนสมาชิกของผม ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ก็ล้วนพูดกันมาว่าในรอบ ๙๐ ปีที่ผ่านมา สภาแห่งนี้ผ่านกฎหมายคล้าย ๆ กันแบบนี้เยอะแยะไปหมดครับ กฎหมายป่าชุมชน กฎหมาย EEC กฎหมายชารีอะห์ที่ให้การคุ้มครองเคารพสิทธิของพี่น้องผู้มีความหลากหลาย ในความเชื่อหรือศาสนาในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานเองก็ทราบดี ฉะนั้นอย่าให้ วันประวัติศาสตร์ที่เรากำลังบอกว่าเราตัดไฟประเทศที่ส่งไปในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะ เขากำลังละเมิดต่อสิทธิของพี่น้องประชาชนไทยกลายเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลให้กับ พี่น้องชาติพันธุ์ในวันเดียวกับวันที่ท่านอ้างว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ พวกผมรับไม่ได้พี่น้อง ชาติพันธุ์วันนี้ที่ท่านประธานอนุญาตให้เข้ามาในสภาแห่งนี้ก็รับไม่ได้เช่นเดียวกัน นั่นเป็น ประการที่ ๓ ครับ

ประการที่ ๔ ที่อยากให้พิจารณาเนื้อหาและไม่อาจรับเนื้อหาของท่านนิคม เพราะท่านนิคมนั้นมีการสงวนไว้ ๒ มาตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๒๘ ที่จะตามมา ถ้าท่านรับร่างท่านนิคมขณะนี้ไม่มีระบบที่เรียกว่า Overrule หรือยกเว้นหลักเกณฑ์ใด ๆ ต่าง ๆ มาตรา ๒๘ ท่านนิคมก็จะเสนอบอกว่า การดำเนินการพื้นที่ทั้งหมดต้องไม่ขัดหรือแย้ง ต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมใช้เวลาไม่เยอะหรอกครับท่านประธาน ไม่จำเป็นต้องเป็น ๑๕ นาทีเหมือนท่านสมาชิกบางท่าน แต่อธิบายให้ท่านเห็นว่าเราปล่อยผ่านแบบนี้ไม่ได้ เพราะถ้าเราปล่อยผ่านไปบอกว่าต้องเอากฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้ การประกาศพื้นที่ ก็จะไม่เกิดขึ้น การใช้มติ ครม. ปี ๒๕๕๓ สิ่งที่เรากำลังทำนั้นแย่กว่า การใช้มติ ครม. ปี ๒๕๕๗ ที่ผมไปดูของพี่น้องชาติพันธุ์ ปกาเกอะญอ ในตำบลไล่โว่ ตะเพินคี่ หินลาดใน องบะ ภูผาเหม็น ต่าง ๆ จะแย่กว่าแล้วท่านจะปล่อยให้สภาแห่งนี้ให้การผ่าน กฎหมายแบบนี้ได้อย่างไร

ประการที่ ๕ ผมอยากจะเรียนพี่น้องที่เคารพว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความเห็นใจ ผมอยากให้ท่านเคารพความเป็นคนครับ ท่านสมาชิก ผม ท่านมานพ คีรีภูวดล ใส่ชุด กะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ท่านก็รู้ว่าปกาเกอะญอแปลว่า คน การออกกฎหมายของสภา ไม่ควรเกิดขึ้นบนกฎหมายที่บอกว่าเราเห็นใจพี่น้องนะ พี่น้องถูกละเมิดสิทธิมานาน พี่น้อง ได้รับผลกระทบต่าง ๆ แต่นี่ต่างหากคือการคืนสิทธิที่ควรมีให้กับพี่น้องประชาชน แล้วท่านลองดู กระบวนการการประกาศพื้นที่ กรรมาธิการพูดไปตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่าไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะมันต้องเกิดขึ้นจากการทำความตกลงที่ทุกหน่วยงานต้องเห็นชอบ มันก็เกิดขึ้น จากการทำแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บท แผนที่ต่าง ๆ ประเด็นที่ท่านพูดถึงว่าออกมาได้ อย่างไรเป็นธรรมนูญ แล้วใครละครับที่ผ่านมาตรา ๑ ไปแล้วที่เขียนว่าธรรมนูญในกฎหมายฉบับนี้ สภาแห่งนี้ไม่ใช่หรือ ท่านแปลธรรมนูญ ท่านอย่าคิดถึงแค่รัฐธรรมนูญครับ ธรรมะ ตะอนันโญ แปลว่าข้อตกลงสามัญที่ควรจะเป็น ธรรมะ+อนันโญ คือธรรมนูญหรือข้อตกลงสามัญ ที่ควรจะเป็น อย่าไปคิดไกลแบบธรรมนูญการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นั่นเป็นประเด็นที่ ๖ ที่ผมอยากจะนำเรียนครับ

ประเด็นที่ ๗ ก็คือว่าสิ่งที่กรรมาธิการเพิ่มเข้าไปในตอนท้ายของมาตรา ๒๗ เพิ่มเข้าไปว่า กรณีการดำเนินการนี้ไม่มีผลเป็นการเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแนวเขตพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายใด เพราะเราตระหนักดีที่ท่านศักดิ์ดาสะท้อนครับว่าท่านห่วงกังวล เรื่องการบุกรุกป่า เพราะเราตระหนักดีที่หลายท่านสะท้อนความห่วงใยว่า จะนำไปสู่การบุกรุก มากขึ้นหรือไม่ ผมถึงย้ำว่านี่คือการใช้พื้นที่ไม่ใช่การใช้กรรมสิทธิ์ และผมขออนุญาตประเด็น สุดท้ายจริง ๆ ครับว่ากรณีการลงมติในวันนี้ โดยเฉพาะมาตรานี้จึงสำคัญยิ่ง ผมไม่อยากพูดว่า นี่คือเรื่องทางการเมืองและไม่ควรจะมีใครพูดครับ ถ้าท่านบอกนี่คือเรื่องการเมืองผมเอา กฎหมายเข้าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วครับ แล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่น้องที่ลงคะแนน ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจะเลือกพรรคใด ฉะนั้นอย่ามาอ้างประเด็นทางการเมือง