สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อภิปรายว่ากฎหมายที่ตรากฎหมายเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรมและกฎหมาย

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานนะครับก็คือผมไม่ได้ขัดข้องที่กลุ่มชาติพันธุ์จะได้รับความคุ้มครองให้ดำเนิน วิถีชีวิตตามวัฒนธรรมอันควรจะเป็น ผมไม่ได้ขัดข้องครับ แล้วที่ท่านอภิปรายมาในหลายครั้ง ก็เป็นเจตนาดีครับว่าอยากจะช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ แต่วิธีการตรากฎหมายที่ตราออกมานี่ มันไม่ได้ตีความดังที่ท่านได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็ยังทำให้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน เข้าใจผิดครับว่าไม่ได้มีการยกเว้นกฎหมายนะครับ มีหลายท่านอภิปรายว่ากฎหมายที่เขียนไว้ ไม่ได้มีการยกเว้น แต่สุดท้ายนะครับท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งก็ได้ยอมรับต่อสภาแห่งนี้ บอกว่ามีการยกเว้นกฎหมายจริง แต่เป็นการยกเว้น Override หรือ Overrule โดยกฎหมาย ที่มีศักดิ์เท่าเทียมกัน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านฟังนะครับ ในมาตรา ๒๘ วรรคสองเขียนไว้ชัดเจนครับว่า ถ้าฝ่าฝืน ข้อกำหนดในธรรมนูญและฝ่าฝืนกฎหมาย จึงจะนำกฎหมายไปบังคับใช้ นั่นก็หมายความว่า ถ้าหากยังทำตามข้อกำหนดของธรรมนูญ กฎหมายไม่ต้องดูเลย ท่านดำเนินการตามธรรมนูญ ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเห็นได้ชัดว่าการกระทำครั้งนี้เป็นการใช้ธรรมนูญมา Override หรือ Overrule กฎหมายที่ตราเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งโดยศักดิ์ของกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้ พอตราออกมาก็เลยเกิดปัญหากันมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากท่านประธานได้ดู ในร่างฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนครับว่า คณะกรรมการที่มีหน้าที่ในการตราธรรมนูญซึ่งเป็น กฎหมายปกครองตนเองนี่ คือมีประกอบด้วยชุมชน ๒ ใน ๓ ผู้แทนชุมชน ๒ ใน ๓ ผู้แทนของรัฐ คือ ๑ ใน ๓ เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร อาจจะเป็น ศอ.บต. ๔-๕ คนก็ได้ สุดท้ายก็จะ เป็นธรรมนูญแล้วมา Override Overrule กฎหมายที่ตราโดยพระราชบัญญัติ แล้วยังมี การติ่งไว้นะครับว่ากฎหมายนี่ให้สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้อนุมัติ ก็เลยเกิดคำถามครับว่าผู้ตรามีอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่ แล้วผู้อนุมัติ มีอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่ แล้วกฎหมายที่ตรามานี่ท่านจะมาบังคับใช้กับพื้นที่ที่อยู่ใน ประเทศไทยมันเป็นสิ่งที่สมควร มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ กฎหมายต่าง ๆ ถ้าท่านจะบอกว่า ประเด็นนั้นเป็นอย่างนี้ ประเด็นนี้เป็นอย่างนั้น ก็ต้องมีกฎหมายที่ตราโดยสภาแห่งนี้ ไปบังคับใช้ การยกเว้นกฎหมายต่าง ๆ แล้วบอกว่าให้กลุ่มคนซึ่งไม่มีอำนาจที่จะตรากฎหมาย ไปออกกฎหมายมาบังคับใช้กับพื้นที่มันก็จะทำให้เกิดสิ่งที่หลายคนกังวลกัน ถึงแม้ ท่านอาจจะไม่มีเจตนาอย่างนั้น แต่ผลของการร่างกฎหมายของท่านมันทำให้เกิดพื้นที่พิเศษ เป็นรัฐซ้อนรัฐเกิดอภิสิทธิ์ชนมีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายแล้วก็เป็นอภิชุมชนที่ไม่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมาย การตรากฎหมายโดยสภาแห่งนี้จะตราในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้นะครับ นั่นจึงเป็น สาเหตุที่ผมพยายามจะอธิบายต่อเพื่อนสมาชิกนะครับว่าเจตนาท่านดี แต่การตรากฎหมาย ของท่านต้องตราให้ถูกหลักนิติธรรม ให้ถูกรัฐธรรมนูญ แล้วก็ให้ถูกหลักกฎหมาย กฎหมาย ในเรื่องของความเท่าเทียมกัน นั่นหมายความว่าถ้ามีบุคคลใดเป็นผู้ด้อยโอกาสท่านทำให้เขา มีโอกาสเท่ากัน ไม่ใช่ว่าให้กลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าบุคคลอื่น ถ้าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิเท่ากันผมก็อยากจะบอกว่าถ้าสิทธิเท่ากับเพื่อน เมื่อสักครู่ มีเพื่อนสมาชิก สส. จากสระแก้วท่านหนึ่งมากล่าวกับผมบอกว่าใช้สิทธิเท่าเขาก็ได้ ถ้าเกิด เขาเป็น สส. สระแก้วไปใช้สิทธิในที่ของชุมชนตอนนี้ก็โดนจับเพราะว่าไม่มีสิทธิพิเศษอะไร แต่ตอนนี้นี่กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับเงื่อนไขที่สามารถให้อยู่ได้ แต่ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าจะต้องมีการทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายแต่กฎหมายไม่ใช่แก้ไข ในกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นกฎหมายในเรื่องของ วัฒนธรรม ท่านประธานดูนะครับผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้คือใครครับ ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แต่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจะไปใช้อำนาจ ไปเพิกถอนอำนาจตามกฎหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายของสัตว์ป่าสงวน กฎหมายของ กรมป่าไม้ กฎหมายของป่าสงวน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติมันจะไปกันใหญ่ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าผมอยากจะช่วยกลุ่มชาติพันธุ์แต่วิธีการ ตรากฎหมายของท่านไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายไม่สามารถยอมรับได้ ขอบพระคุณครับ