พชร คำชำนาญ อภิปรายตอบข้อซักถาม โดยสนับสนุนการยกเว้นข้อกำหนดบางประการในกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ใช่การให้อภิสิทธิ์พิเศษ แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมและความเท่าเทียมสำหรับคนทุกกลุ่มในชาติ โดยเฉพาะปัญหาการสูญเสียที่ดินทำกินและวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายป่าไม้และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่ เคารพแล้วก็พี่ ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ผม พชร คำชำนาญ กรรมาธิการ วิสามัญ สัดส่วนภาคประชาชนผู้ริเริ่มเข้าชื่อเสนอกฎหมาย จะขออภิปรายตอบคำถามของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางประเด็นนะครับ แล้วก็สนับสนุนให้มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ บางประการของกฎหมายที่สร้างผลกระทบต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์รวมถึงยืนยันว่าพี่น้องชาติ พันธุ์ไม่ใช่กลุ่มผู้มีอภิสิทธิ์ชนนะครับ ขอสไลด์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับที่ดินและฐานทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ป่าหรือแม้กระทั่งชายทะเล ฉะนั้นถ้ากฎหมายปกติคุ้มครองให้พวกเขา ยังสามารถสร้างความผูกพันแล้วก็ใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ได้ เราคงไม่จำเป็นที่จะต้องนำเรื่องพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กลับเข้ามาเขียนอยู่ใน กฎหมายใหม่ซึ่งก็คือกฎหมายที่เรากำลังผลักดันที่ชื่อว่ากฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ในขณะนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือพวกเขาไม่สามารถเข้าสู่สิทธิในที่ดิน เหล่านั้นได้ ยกตัวอย่างให้พี่ ๆ เห็นง่าย ๆ ว่าชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์แม้จะอยู่อาศัยในที่ดินทำกิน เหล่านั้นมาก่อนแต่ว่าพวกเขาต้องอยู่อย่างถูกกดทับด้วยกฎหมายหลายฉบับ อาทิเช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ ๒๔๘๔ ถูกประกาศซ้ำด้วย พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๐๗ ถูกประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นี่คือชะตากรรมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่กำลังเผชิญกันอยู่ ซึ่งผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ สถานที่แห่งนี้ไม่มีใครเคยประสบหรือว่าเผชิญชะตากรรมแบบนี้ ความไร้สิทธิในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ การที่ทำให้พื้นที่บ้านและที่ทำกินของเขาเป็นสิ่งที่ ผิดกฎหมายตั้งแต่เกิดครับ หากเรามองว่าที่อยู่อาศัยคือหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิต ของมนุษย์ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ที่ผมจะสะท้อนภาพให้เห็น เราสามารถเรียกสิ่งเหล่านี้ ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนได้อย่างไร นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อปีที่แล้ว ครับพี่น้องชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ชุมชนบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาถูกอุทยานแห่งชาติผาแดงประกาศทับลงไปในพื้นที่ บ้านและที่ทำกิน ถูกตรวจยึดพื้นที่ทำกินมากกว่า ๑๐๐ แปลง และซ้ำร้ายพี่น้องชาติพันธุ์ ที่นี่ถูกเจ้าหน้าที่กระทำการอันอุกอาจเข้าไปตัดฟันพืชผลอาสินที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวของ พี่น้อง นี่คือชะตากรรมที่พี่น้องพบเจอจากการไร้สิทธิในที่ดิน เราสามารถเรียกคนกลุ่มนี้ว่า อภิสิทธิ์ชนได้หรือไม่ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอที่บ้านห้วยหินลาดใน จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลในการจัดการป่ามากมายเป็นพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมแห่งแรกของประเทศไทย ตามมติ ครม. เมื่อปีที่ ๒๕๕๓ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาติพันธุ์ที่นี่เมื่อปีที่แล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ทำกินของชาวบ้านแล้วทำลายข้าวของในพื้นที่ ไร่หมุนเวียนซึ่งเป็นพื้นที่สร้างความมั่นคงอาหารของชาวบ้านรวมถึงทำลายพื้นที่การทำ พิธีกรรมและถังสำรองน้ำของชาวบ้านโดยปราศจากการตรวจสอบว่าชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ หรือไม่ จนถึงตอนนี้พี่น้องยังไม่ได้รับการเยียวยาอะไร เราเรียกพี่น้องชาติพันธุ์ที่หินลาดในว่า เป็นกลุ่มผู้มีอภิสิทธิ์ชนได้หรือไม่ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวเลอูรักลาโว้ย ที่หมู่เกาะหลีเป๊ะ เป็นผู้ชี้เขตแดนครับว่าพื้นดินแห่งนี้เป็นพื้นดินของสยามไม่ใช่ของมาเลเซีย นั่นทำให้หมู่เกาะ หลีเป๊ะจนถึงปัจจุบันนี้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย แต่ว่าพี่น้องที่นี่ถูกประกาศ ทับด้วยอุทยานแห่งชาติตะรุเตา มีพี่น้องถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานและขณะนี้ พี่น้องไม่สามารถทำกินในพื้นที่ชายทะเล ไม่สามารถหาปลาได้อย่างปกติเพราะติดขัดเงื่อนไข ตามกฎหมายอุทยานปี ๒๕๖๒ และถูกขู่ว่าจะจับกุมดำเนินคดีหากใช้วิถีดั้งเดิม และกรณี สุดท้ายนะครับซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งพวกเรา อยากจะชำระล้าง พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่บ้านบางกลอยที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถูกเผาบ้าน ไล่รื้อแล้วก็ถูกอพยพลงมาจากพื้นที่ทำกินดั้งเดิมพร้อมกับถูกดำเนินคดี ๒๘ คนเป็นคดีอาญา แผ่นดินในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในขณะที่แกนนำคนสำคัญของพวกเราถูกอุ้มหาย อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับ อภิสิทธิ์ชนหรือไม่ แบบนี้ใช่ไหมครับที่ท่านยืนยันว่าคนเท่ากันและศักดิ์ศรีของคนเท่ากัน เพราะเท่าที่พี่น้องชาติพันธุ์เผชิญในตอนนี้ห่างไกลจากคำว่า คนเท่ากัน ไปมากครับท่านประธาน สุดท้ายครับ ผมจึงขอยืนยันว่านี่คือชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งก็คือคนไทย เหมือนกับพวกเราทุกคนครับ แต่ต่างกันแค่พวกเขาไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินเท่าเทียมกับพี่น้องที่อยู่ในเมืองหรือพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นี่ กฎหมายป่าไม้ไม่ว่าจะออกมากี่ฉบับ กฎหมายที่ดินไม่ว่าจะออกมา กี่ฉบับไม่เคยมีส่วนร่วมจากกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ป่า ฉะนั้นหากเรายืนยัน ร่วมกันว่าพี่น้องชาติพันธุ์คือคนไทย พี่น้องชาติพันธุ์ก็คือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาให้แนวนโยบายไว้เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ ว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์คือ กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่จำเป็นจะต้องได้รับการคุ้มครองผ่านการแถลงนโยบายของรัฐสภาและ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมจึงคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ควรจะเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยผู้คนที่จะช่วยกันโอบรับและปลอบประโลมประวัติศาสตร์ บาดแผลและซับน้ำตาให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยการคืนสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่เคยเป็นอภิสิทธิ์ชน แต่เป็นพลเมืองชั้น ๒ ชั้น ๓ คืนพื้นที่คุ้มครอง วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ให้พี่น้อง และเรายืนยันว่าพวกเราพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่มาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐทุกประเภท ขอบคุณครับ