รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
รายนามคณะผู้จัดทํา
ท่านประธานครับ นายวรากิจ ศรีมณีชัย พร้อมผู้ร้องอีก ๕๐ ท่าน ขอเวที เต้นแอโรบิค (Aerobic) พร้อมครูฝ๊กและดนตรีในสวนสาธารณะเหมือนกับสวนอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานครที่สวนสาธารณะยอดแขม เขตหนองแขม
ท่านประธานเชื่อหรือไม่ว่าในกรุงเทพมหานครนั้นน้ําประปาไม่มีใช้อย่างทั่วถึง ชุมชนต่อไปนี้ต้องการน้ําประปา ๑. ชุมชนบ้านริมคลองบางจาก ๒. ซอยชายแดน แยกพุทธมณฑลสาย ๓ แขวงหนองค้างพลู ๓. ชุมชนชายแดนที่ซอยตาโป์ง ๔. ชุมชน คลองราชเจริญสุขซอยเพชรเกษม ๑๐๘ ๕. ชุมชนวัดโป์งราพาราม ๖. ชุมชนสามัคคี ๔-๖ ๗. ชุมชนหมู่ ๑ เขตหนองแขม ๘. ชุมชนหมู่ ๔ ซอยวัดศรีนวล ๙. ชุมชนหมู่ ๔ ซอยวัดสีนวลริมคลองสี่วา ๑๐. ชุมชนกํานันพงษ์แยกซอยวัดศรีนวล ๑๑. ซอยแยกสวัสดิการ ๑ แยก ๕/๒ ๑๒. ซอยวรรณสําเริง ๑๓. ซอยวงศ์สิริกิติ์ ถนนบางบอน ๔ และ ๑๔. ชุมชน ริมคลองตาปัืน โดยนางหนึ่ง เชื่อมสุข เปึนผู้ร้องเรียน ท่านประธานครับ และยังมีไฟดับ ที่หน้าบ้านเลข ๖๕ โดยนางประนอมศรี สายศิลปี ต้องการร้องเรียนให้การไฟฟัานครหลวง ได้ไปติดตั้งหลอดที่ในซอยศุภวรรณ ๒ เขตหนองแขม ขอขอบคุณ
เชิญท่านประสงค์ นุรักษ์ครับ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ กระผมได้เดินทางลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชน หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยโดยมากพร้อมกับท่าน ส.ว. สนธยา แสงเภา และคณะอนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่ผมเปึนอยู่นะครับ ได้เห็นด้วยตาตนเอง เพราะทั้งคําร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับปัญหาหนักของสังคมคือการละเมิดกฎหมาย ทั้งเปึน การละเมิดโดยประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐจนกลายเปึนวัฒนธรรมและประเพณี ของประเทศไทยเสียแล้วในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การละเมิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น ง่าย ๆ นะครับ การรักษาความสะอาด กฎหมายจราจร จนกระทั่งถึงเรื่องใหญ่ เช่น ปล่อยให้คนต่างด้าวเข้ามายึดครองพื้นที่ประเทศไทยในแถบด้านกัมพูชา เปึนต้น ท่านประธานครับ บ้านที่สร้างด้วยไม้ไผ่และไม่ปัองกันปลวก มอด ที่คอยกัดกร่อนทําลาย ถึงจะมุงด้วยกระเบื้องสังกะสีชั้นดี ถึงจะมุงด้วยกระเบื้องชั้นดีบ้านนั้นก็อยู่ไม่รอดครับ ท่านประธานครับ ขนาดทําด้วยอิฐ ปูน เหล็ก ก็ยังพังทลายมาได้หากไม่ทําให้ถูกต้อง ตามวิธีการดังเช่นที่มหาวิทยาลัยบูรพาเมื่อวานนี้ครับ ท่านประธานประเทศชาติมีเวร เรื่องการละเมิดกฎหมายแล้วยังไม่พอครับ ยังมีกรรมที่จะต้องเผชิญกับการใช้อภิสิทธิ์ การทุจริตคดโกงของผู้มีอํานาจรัฐอีกประการหนึ่ง การทําลายป์าต้นน้ํา การทําลายป์าชายเลน กําลังจะหมดประเทศไทยแล้วครับท่านประธานที่เคารพครับ สงสารประเทศไทยและคนไทย รุ่นหลังที่จะต้องทุกข์ยากลําบาก เพราะการละเมิดกฎหมาย การใช้อภิสิทธิ์และการทุจริต คดโกงในปัจจุบันนี้ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนิติรัฐ แต่ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจริงจัง ผมเองรู้สึกค่อนข้างจะผิดหวังกับการเปึนรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนแกนนํา ในขณะนี้ครับ แต่ท่านครับหวังว่าสักวันหนึ่งหากพรรคภูมิใจไทยของท่านได้มีโอกาส เปึนรัฐบาล การละเมิดกฎหมาย การใช้อภิสิทธิ์และการทุจริตคดโกงคงจะหมดสิ้นไป จากประเทศไทยใช่ไหมครับ หรือว่าจะหนักขึ้นครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจาก ราษฎรจํานวนมากขอให้นําความกราบเรียนท่านประธานขอรับการสนับสนุน ๑. เรื่องเด็กพิการ ท่านประธานครับ เด็กพิการเปึนโรงเรียนพิเศษที่ลํานารายณ์ ที่อําเภอชัยบาดาลนั้น มีเด็กพิการมากและมีอําเภอใกล้เคียงอีก ๖-๗ อําเภอ และอําเภอใกล้เคียงที่มาจาก จังหวัดอื่นอีกรวมแล้วก็ ๑๐ กว่าอําเภอ แต่ไม่มีศูนย์ขอฝากท่านประธานด้วยครับ เรื่องนี้นะครับ
ข้อที่ ๒ ก็เรื่องถนนจากบ้านทองอินทร์ไปบ้านหมี่-โคกสําโรง อันนี้ก็ยังสร้าง ไม่ตลอดและเชื่อมต่อกันเปึนทางบางแห่งก็ ๔ ช่องจราจร บางแห่งก็ ๒ ช่องจราจรนะครับ แล้วก็สายจากลํานารายณ์ เมืองเก่าศรีเทพ วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ หล่มเก่า หล่มสัก ด่านซ้าย จังหวัดเลย บ้านวังสะพุง
๓. ถนนจากแยกชุมทางลํานารายณ์ไปยังลําสนธิ ป์าหินงาม ทุ่งกระเจียวงาม แล้วก็นายางกลัก หนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น ถึงจังหวัดเลย ถึงสะพาน ข้ามแม่น้ําโขงที่กําลังจะมีการสร้างสะพาน แต่ทางยังเปึน ๒ ช่องจราจร และทางเปึนหลุม เปึนบ่อมาก ผมได้รับการร้องเรียนไปดูก็เปึนความจริง
๔. ถนนจังหวัดชัยภูมิไปจังหวัดหนองคาย ไปอําเภอบึงกาฬ ไปเชื่อมโยง ระหว่างถนนภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ ซึ่งจะต้องขนสินค้าต่าง ๆ ออกทางภาคนี้ เพราะไปลงเรือที่แม่น้ําโขงได้หลายตอน
๕. โรงเรียนเด็กพิการนี้ก็อยากจะขอตั้งศูนย์ที่ลํานารายณ์
หมดเวลาครับ
ขอส่งเปึนหนังสือ ด้วยนะครับ
ครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปนะครับ คุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อยู่ไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากผมได้รับหนังสือร้องทุกข์จากกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จํานวนทั้งสิ้น ๒๒ หมู่บ้าน ๔ ตําบล เกี่ยวกับเรื่องถนนหมายเลข อบจ. ๔๐๐๓ สายบ้านเขว้า-หนองบัวบาน ซึ่งมีระยะทาง ๑๓.๒๖๕ กิโลเมตร ซึ่งถนนเส้นนี้ได้รับ การถ่ายโอนมาจากกรมทางหลวงชนบท แต่เมื่อตั้งแต่ได้รับการถ่ายโอนมาปรากฏว่าได้ชํารุด เสียหายเปึนอย่างมาก ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ไม่มีงบในการมาซ่อมแซม ทําให้พี่น้องที่ใช้ถนนเส้นนี้ใน ๒๒ หมู่บ้าน ซึ่งประกอบด้วย บ้านโนนตาด บ้านโนนส้มมอ บ้านคลองไผ่งาม บ้านหนองโสมง บ้านหนองแขม บ้านโนนโก บ้านโนนโพธิ์ทอง บ้านน้อยพัฒนา จํานวน ๓ หมู่บ้าน ของตําบลลุ่มลําชี ตําบลตลาดแล้งจํานวนหมู่บ้านของตําบลบ้านเขว้า และบ้านโนนโพธิ์ ๔ หมู่บ้าน และหมู่บ้านจากตําบลหนองบัวบาน อําเภอจัตุรัส จํานวน ๙ หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น ๒๒ หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนเปึนอย่างมาก กระผมจึงใคร่กราบเรียน ผ่านทางประธานรัฐสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนประธานคณะกรรมการ การกระจายอํานาจว่า โปรดได้ช่วยหางบประมาณในการที่จะมาบูรณะซ่อมแซมเพื่อช่วยเหลือ เส้นทางสัญจรของพี่น้องทั้ง ๔ ตําบล ๒๒ หมู่บ้านดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเปึนอย่างมาก ขอกราบฝากท่านบอกท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดงบประมาณช่วยเหลือด้วย ขอขอบคุณ เปึนอย่างสูงครับ
ต่อไปท่านอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ ท่านอิทธิพล เชิญครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ผมขอปรึกษาหารือ กับท่านประธานรัฐสภา เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อําเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม สถานีตํารวจ อําเภอศรีสงคราม ตั้งอยู่ฝัืงตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลตําบลศรีสงคราม เมื่อประมาณ ป้ ๒๕๕๑ ที่จอดรถ คิวรถตลาดสด ส่วนหนึ่งมาใช้บริเวณหน้าสถานีตํารวจจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ตลาดสด คิวรถของเทศบาลรองรับก็มีอยู่ก่อนแล้ว จะด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบ แต่เมื่อทางสถานีตํารวจเขาได้รับงบประมาณจากหน่วยงานของรัฐให้ไปดําเนินการ ก่อสร้างสถานีตํารวจใหม่ ๓ ชั้น ใช้งบประมาณประมาณ ๑๘ ล้านบาท เมื่อเปึนเช่นนั้น ทางท่าน พันตํารวจเอก วีระพล เกตุมี ท่านผู้กํากับการตํารวจภูธรศรีสงคราม และทาง เทศบาลตําบลศรีสงคราม จึงแจ้งให้แม่ค้าในตลาดสดและผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างทั่วไป ให้รับทราบแต่เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคมมีกลุ่มการเมือง กลุ่มแม่ค้า หรือผู้ใช้บริเวณที่หน้าสถานีตํารวจภูธรได้รวมตัวกันขับไล่ท่าน พันตํารวจเอก วีระพล เกตุมี กําหนดภายใน ๗ วันให้ออกจากพื้นที่ นี่ละครับเรื่องนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ ที่มีความขัดแย้งกันเขาให้กําหนดภายใน ๗ วัน แล้ววันนี้วันที่ ๑๗ ก็ยังจะมีการชุมนุม ขับไล่ท่านผู้กํากับการท่านนี้อีก ฉะนั้นวันนี้ผมก็อยากจะให้ผู้มีหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ หรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เข้าไปดูแล และให้ความเปึนธรรมกับทั้ง ๒ ฝ์ายด้วยครับ
เชิญคุณชมภู จันทาทอง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ เรื่องนําความเดือดร้อนที่จะมา หารือนั้นก็เปึนหน้าที่โดยตรง วันนี้ดิฉันเองนําเรื่องที่จะมาหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยากได้ไฟแสงสว่าง ในถนนทางหลวงแผ่นดินนะคะ ซึ่งอยู่ใน กม. ที่ ๒๑๑ ช่วงทางเข้าโรงเรียนบ้านกองนาง ตําบลกองนาง อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายค่ะ เรื่องนี้ อบต. บ้านกองนางได้ทําเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นไปถึงกรมทางหลวงแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานคะ เหลือแต่ว่าทางกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคมนั้นจะแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรือเปล่า ดิฉันก็ขอร้องให้ช่วยดูแลเรื่องนี้เพราะว่า เกิดอุบัติเหตุบ่อยแล้วก็เกิดโจรกรรมด้วยค่ะ
เรื่องที่สอง ที่ดิฉันจะนํามานั้นก็คือเรื่องเกี่ยวกับช่วงเทศกาลบั้งไฟพญานาค ดิฉันจะนํามาพูดประจําเพราะว่าเปึนช่วงที่ขึ้นชื่อของจังหวัดหนองคายนะคะ ป้นี้วันเพ็ญ ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๑ ของป้นี้ก็ตรงกับวันที่ ๒๓ เปึนแปดสองหนก็วันที่ ๒๔ ด้วยของเดือนตุลาคม ก็จะเกิดการสัญจรไปมาแออัดเพราะว่าทั่วประเทศนั้นได้เดินทางหลั่งไหลเข้ามาที่ จังหวัดหนองคายเปึนอย่างมาก ช่วงถนนหมายเลข ๒๑๒ ค่ะท่านประธาน มีแผนตั้งนานแล้วค่ะ ดิฉันก็ได้นํามาหารือกับท่านประธานหลายครั้งแล้ว มีอยู่ ๓ ช่วงค่ะ ช่วงที่ ๑ กม. ที่ ๗๐+๓๐๐ ถึง ๗๑+๖๗๕ ช่วงที่ ๒ กม. ๔๘-๔๙ ช่วงที่ ๓ ก็ กม. ๑๐+๐๐๐-๑๔+๓๐๐ ก็จะเปึนช่วงที่ ยังไม่มี ๔ ช่องจราจร แผนอะไรต่าง ๆ ก็อยู่กรมทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็ช่วยให้ทางรัฐบาล ได้ดูแลตรงนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์พิเศษ ของผู้ที่จะเข้าดํารงตําแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ ๑ ตุลาคม ที่จะถึงนี้นะครับ เปึนบทสัมภาษณ์พิเศษที่ลงหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวานนี้เองคือ วันที่ ๑๖ สิงหาคม ในหน้า ๔ ข้อความที่ให้สัมภาษณ์หลัก ๆ หัวข้อใหญ่เขียนว่าเรามี เงินสํารองไม่มากอย่างที่เข้าใจ ตอนนี้มีโจทย์ใหม่เรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่ ผมห่วงใยก็คือว่าสํารองเงินตราต่างประเทศของประเทศไทย ถ้าเผื่อไปเป่ดข้อมูลจาก เวิร์ด แซค บุ๊ค รีพอร์ท จะเห็นว่าประเทศจีนมีอันดับ ๑ ประเทศไทยเราอยู่ที่ลําดับ ๑๓ สูงกว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หนี้สาธารณะซึ่งหลายคนเปึนห่วงแล้วก็ไปสับสนไปปนกับหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ อันดับ ๑ ในโลก ประเทศซิมบับเว ลําดับที่ ๒ ประเทศญี่ปุ์น ลําดับที่ ๕๕ ประเทศไทย ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของผู้ที่จะมาดํารงตําแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาตินะครับ ในประเด็น ที่ว่าถ้าเผื่อจะนําสํารองเงินตราต่างประเทศไปใช้แล้วไม่ระมัดระวัง เหมือนเป่ดประตูแล้ว ต่อไปมันจะมีคนเข้ามาอีก อันนี้เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะครับ
เห็นด้วยอีกอันหนึ่งก็คือ เช่นยกตัวอย่างดอกเตอร์ปิวย ซึ่งเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังสมัย จอมพล สฤษดิ์ธนะรัชต์ ท่านดอกเตอร์ปิวยท่านทําหน้าที่ของท่าน โดยไม่บกพร่อง เปึนคนมัธยัสถ์ ซื่อสัตย์ไม่โกง ถึงแม้จะมีโอกาสอันนี้สําคัญ อันนี้ไม่ได้อยู่ ในบทสัมภาษณ์ แต่ผมขออนุญาตเติมก็เห็นด้วยในประเด็นนี้ สิ่งที่ผมห่วงใยก็คือว่าบท สัมภาษณ์อันนี้ถ้าเผื่ออ่านไม่ละเอียด มันก็ไปกระทบเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประเทศไทย ผมชื่นชมผู้ว่าท่านปัจจุบัน ซึ่งท่านดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทให้มันมีเสถียรภาพ และแข็งขึ้น ตามเศรษฐกิจนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องสัมภาษณ์น้อยนะครับ แต่สัมภาษณ์แต่ละครั้ง จะไม่กระทบกระเทือนครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าช่วยกรุณาเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าเคลียร์ (Clear) เรื่องนี้เสีย ผู้ที่ดํารงตําแหน่งผู้ว่า แบงก์ชาติควรจะพูดให้น้อยที่สุด ขอบคุณครับ
ประธาน : ต่อไปคุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดนครพนม เรื่องที่ผมจะหารือต่อไปนี้เนื่องจาก พี่น้องราษฎรชาวอําเภอนาทม จังหวัดนครพนม ได้ร้องเรียนมาเปึนจํานวนมาก ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบของท่านนายกรัฐมนตรี
ด้วยโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านนาสามัคคี หมู่ ๑๒ ตําบลนาทม อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม ได้ดําเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน ในถิ่นทุรกันดารตามโครงการพระราชดําริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทั้งหมด ๘ โครงการ โดยได้ดําเนินโครงการการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันเปึนโครงการสําคัญ แต่เนื่องจากโรงอาหารของโรงเรียนในปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรมเปึนอย่างมากจะต้องมี การปรับปรุงโดยเร่งด่วน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้ก่อสร้างโรงอาหารของ โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนบ้านนาสามัคคี หมู่ ๑๒ ตําบลนาทม อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม
เรื่องต่อมาเปึนความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม พี่น้องบ้านนาสามัคคี หมู่ ๑๒ ตําบลนาทม อําเภอนาทม จังหวัดนครพนม ได้อาศัยเส้นทางบ้านนาสามัคคี ไปบ้านโพธิ์ศรี ระยะทาง ๔ กิโลเมตร ถนนเปึนหลุมเปึนบ่อเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้ กระทรวงคมนาคมได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ได้ทําถนนไร้ฝุ์นให้แก่ บ้านนาสามัคคีไปบ้านโพธิ์ศรี ระยะทาง ๔ กิโลเมตร
เรื่องต่อมาเปึนเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านพะทาย หมู่ ๖ และหมู่ ๙ ตําบลพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้ก่อสร้าง ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าเกิดปัญหาความเดือดร้อนมานาน และก็เปึนหมู่บ้านตําบลที่อยู่ห่างไกลขาดการพัฒนา ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผู้มีอํานาจสั่งการและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องของบประมาณ แผ่นดินก่อสร้างถนนสายต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายหนูแกม ชาวทองหลาง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาคํา ตําบลแพด อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร ของบประมาณก่อสร้าง ถนนสายนาคําถึงบ้านวังเวิน ตําบลแพด อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร ระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร ถนนช่วงตอนนี้เปึนลูกรัง เปึนหลุมเปึนบ่อมากไม่สามารถขนถ่ายสินค้า ทางการเกษตร ไม่สามารถสัญจรไปมาได้เหมือนอยู่นอกเขตปกครองของประเทศไทย
เรื่องที่ ๒ ได้รับการประสานงานจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายอวยชัย ศรีสวัสดิ์ เรื่องของถนนบ้านนาท่อน ท่างาม ตําบลแพด อําเภอคําตากล้า จังหวัดสกลนคร ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ลาดยางไปแล้ว ๔๕๐ เมตร ยังเหลืออีก ๔.๕๐ กิโลเมตร อยากได้ลาดยาง จนสุดถนน
เรื่องที่ ๓ ได้รับการประสานงานด้วยความบริสุทธิ์ใจจากนายก อบต. ตําบลแพด อําเภอคําตากล้า คือนายกไพฑูรย์ ศรีบัวลา อยากได้ถนนลาดยางแพด-ท่างาม ระยะทางแค่ ๓ กิโลเมตรเท่านั้นค่ะ
-๖/๑
เรื่องที่ ๔ ถนนสายสามแยกพัฒนาดงอีด่อย ท่านประธานที่เคารพคะ ดงอีด่อยอยู่ไกลมาก อยากใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินร่วมด้วยช่วยกันกับประเทศไทย ฝากความสุขของราษฎรในงบประมาณป้ ๒๕๕๔ เพื่อเพิ่มศักดิ์ศรีของรัฐบาล ขอบพระคุณค่ะ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ตรัง) ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรครับ ผมเรียกตั้งแต่คนแรกแล้ว ท่านไม่อยู่ ก็คนต่อไป เสียเวลาครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงนิดเดียวครับท่านประธาน
ต่อไปท่าน พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา เชิญครับ ไม่แล้วครับ ไม่ต้องชี้แจงอะไร ผมเข้าใจครับ นั่งลงครับ
ผมไม่ได้หารือครับ
ถ้าอย่างนั้นผมก็จะหยุดปรึกษาหารือ จะดําเนินการประชุมต่อไป เชิญนั่งลงครับ ไม่ต้องชี้แจงอะไรทั้งสิ้น
ผมขออนุญาตชี้แจง ขอหลังสุดครับ
ผมขอความกรุณานั่งลงคุณสมบูรณ์ ท่านผู้ใหญ่แล้ว แล้วท่านเปึนคนที่มีระเบียบวินัยดีที่สุดในสภานี้ ผมขอความกรุณาด้วยครับ ต่อไปท่าน พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา คนสุดท้าย เชิญครับ และจะเข้าสู่วาระการประชุม
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เปึนสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา องค์กรภาคเอกชน ท่านประธาน ผมขอกราบปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ กรณี
ในประการแรก สืบเนื่องจากกระผมยศก็แจ้งอยู่แล้วเปึนตํารวจ มีความกังวล และวิตกกังวลอย่างยิ่งที่โรงเรียนนายร้อยตํารวจอยู่ที่สามพรานซึ่งนักเรียนนายร้อย รุ่น ๖๓ จะเปึนว่าที่ร้อยตํารวจตรี และนโยบายสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะบรรจุแต่งตั้งที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้ง ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา กราบเรียนท่านประธาน ไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและประธาน ก.ตร. ท่านรองสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้โปรด พิจารณาด้วยครับ เนื่องจากว่านายตํารวจดังกล่าวเปึนนายตํารวจปัายแดงครับ ไม่มีประสบการณ์ เพราะทางใต้นี่จะต้องอาศัยชื่อชั้นมีความรู้ ความสามารถในการปัองกัน ในการหลบหลีก ในการสืบสวน ดังนั้นผมก็เห็นด้วยในหลักการ แต่ถ้าจะส่งไปจริง ขอให้เป่ดหลักสูตรพิเศษเพื่อทําการฝ๊กอบรมให้มีความเชี่ยวชาญเปึนกรณีเฉพาะ
ประการที่สอง ท่านประธาน กระผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการกิจการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณของวุฒิสภา ได้เดินทาง ไปรับทราบข้อมูล ไปตรวจเยี่ยมที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานครับ งบประมาณที่ทาง กสม. ได้ขอสนับสนุนไปนั้นประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่ได้พิจารณา มีการตัดลดแล้วโดยการแปรญัตติอะไรต่าง ๆ นี่เหลือประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท ก็ขอประทานกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ถ้าสมมุติว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ ไปแล้ว ขอความกรุณาสนับสนุนงบกลางด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
คือผมได้เลื่อนมา ๓๐ นาทีแล้ว ก็ถึงกําหนดที่จะต้องประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ท่าน ส.ว. สุมล มีอะไรหรือครับ ไม่มีอะไรนะครับ ผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระ จะปรึกษาหารือเราป่ดแล้วครับ
ดิฉันปรึกษาหารือ ป่ดแล้วก็โอเคค่ะ
ขอบพระคุณครับ อยู่ในวินัยดีมากครับ ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๖๔ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอดําเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม รับรองรายงานการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญทั่วไป) จํานวน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๒ วันศุกร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กับครั้งที่ ๓ วันอังคารที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรองครบตามกําหนด ๗ วันแล้ว นะครับ มีท่านผู้ใดจะแก้ไขรายงานการประชุมทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้รับรองนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือเงินกู้เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลกและธนาคาร พัฒนาเอเชีย ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ โดยเปึนการพิจารณาต่อจากการประชุม ครั้งที่แล้ว
สืบเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้วการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้พิจารณากรอบ การเจรจาเรื่องนี้ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้แถลงเหตุผล มีสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นจนได้เวลาพอสมควร เมื่อป่ด การอภิปรายแล้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้ตอบชี้แจง ผมในฐานะประธาน ของที่ประชุมได้สั่งให้เลื่อนการลงมติ ดังนั้น ในวันนี้ผมขอดําเนินการเพื่อลงมติ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อลงมตินะครับ
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียง กันนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการที่ตึก ๒ ก็ตามเข้าห้องประชุม เมื่อท่าน เข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุมด้วย เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ห้องกรรมาธิการ หรืออยู่ที่ตึก ๒ หรืออยู่ที่ไหนก็ตามในบริเวณรัฐสภานี้ เชิญเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันด้วย เชิญสมาชิกรัฐสภาที่อยู่นอกห้องประชุมครับ ช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนเพื่อจะลงมติ ร่างสัญญาทั้ง ๒ ฉบับที่ค้างการพิจารณาเมื่อวันอังคารที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ นะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ก็เห็นจะพร้อมเพรียงกันพอสมควรนะครับ ท่านโปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี มีอนุกรรมาธิการประชุมอยู่ห้อง ๒๑๗ ค่ะ
ไปตามหน่อยได้ไหม
ท่านรอเดี๋ยวนะคะ ให้เจ้าหน้าที่ตาม ดิฉันมองแล้วยังไม่มาค่ะ
นึกว่าจะไปตามเอง เพราะว่า ผมกดออดจะ ๑๕ นาทีได้แล้ว ผมก็พยายาม ก็ควรจะมาพร้อมเพรียงกันได้แล้วนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพทุกท่าน ทยอยมาเรื่อย ๆ ผมก็จะรอ เดี๋ยวจะหาว่าผมเผด็จการ ผมพยายามรอ มากที่สุดนะครับ ไม่เอาแล้วนะ ไม่มียกมือยกไม้ เดี๋ยวเสียบบัตรแสดงตนแล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็กราบขอบพระคุณ ที่เสียบบัตรแสดงตนทุกท่าน ถ้าใครไม่เสียบบัตรแสดงตนก็ถือว่าโกหกผมนะครับ เมื่อเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วท่านที่มาข้างหลังนั้นเร็วหน่อยครับ มัวแต่ไปเข้าห้องน้ํา หรืออะไรก็ไม่ทราบ เชิญเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ๒ ท่านที่มาทีหลังเมื่อเสียบบัตร แสดงตนแล้วผมขอให้เจ้าหน้าที่ส่งผลมาว่ามีผู้อยู่ในห้องประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่ เชิญ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๔๓ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว
กระผมขอดําเนินการนะครับ
เนื่องจากกรอบเจรจาเรื่องนี้มีเอกสารสําคัญจํานวน ๒ ฉบับคือ ๑. ร่างสัญญาเงินกู้จากธนาคารโลก ๒. ร่างสัญญาเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับร่างสัญญาเงินกู้จากธนาคารโลก และร่างสัญญาเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชียหรือไม่ โดยผมจะขอมติจากที่ประชุม เรียงตามลําดับทีละฉบับนะครับ
ผมขอความกรุณาลงมติฉบับแรกก่อน ขอลงมติว่าที่ประชุมจะให้ ความเห็นชอบกับร่างสัญญาเงินกู้ธนาคารโลกหรือไม่ ถ้าผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านผู้ใด ยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๓ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบกับร่างสัญญาเงินกู้จาก ธนาคารโลกนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับร่างสัญญาเงินกู้ จากธนาคารพัฒนาเอเชียหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่าน เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหม ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๑๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๓ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบร่างสัญญา เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย ก็จบการพิจารณานะครับ
ต่อไปก็เปึนระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เรื่อง กรอบการเจรจา สํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนว ในกรอบของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว กระผมขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรมี ๒ ท่านเท่านี้หรือครับ เชิญคุณประยุทธ์ มีอะไร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ท่านประธานกรุณาประชุมตามระเบียบวาระที่ ๓.๑ เปึนเรื่องรายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เรื่อง กรอบการเจรจาสํารวจ และจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา และจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชาตลอดแนวในกรอบของคณะกรรมาธิการ เขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราอ่านดู ตามเอกสารเหมือนมีการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ ๕ เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานเปึนการส่วนตัวว่าอาจจะเปึนข้อมูลส่วนตัว อาจจะเปึน ความคิดเห็นส่วนตัวของตัวกระผมในเกี่ยวกับเรื่องของรายงาน
เดี๋ยวได้ไหมครับ ไปตามระเบียบวาระก่อน ได้ไหมครับท่านประยุทธ์ เชิญคณะกรรมาธิการแถลงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เพื่อจะได้กราบเรียนว่า ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้มีการประชุมลับเรื่องพิจารณา กรอบการเจรจาสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก ไทย-กัมพูชาตลอดแนวในกรอบ ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้น สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งรายงานการประชุมดังกล่าว ให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการเพื่อตรวจรายงานการประชุม บัดนี้ คณะได้มีการตรวจรายงานการประชุมแล้ว และตามข้อบังคับ ข้อ ๓๐ ของข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้กําหนดว่าคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร จะต้องเสนอความเห็นให้สภาลงมติว่าจะมีการเป่ดเผยรายงานการประชุมหรือไม่ เพื่อให้เปึนไปตามข้อบังคับ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแล้ว เห็นว่ารายงานการประชุมดังกล่าวไม่ควรเป่ดเผยด้วยเหตุผล ๒ ประการ
ประการที่ ๑ อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจาก สาระสําคัญของการอภิปรายเปึนการอภิปรายที่พาดพิงถึงผู้นํากัมพูชา ราชอาณาจักร กัมพูชาในทางที่ไม่ดีงามบางส่วน ซึ่งหากรายงานฉบับนี้ได้ถูกเป่ดเผยอาจถูกหยิบยก เปึนประเด็นก่อให้เกิดความกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
ประการที่ ๒ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจาก รายละเอียดข้อมูลในการอภิปรายของท่านสมาชิกรัฐสภาและการชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารที่อาจถูกฝ์ายกัมพูชาได้แสวงหาประโยชน์ จากประเด็นอภิปรายดังกล่าว ซึ่งจะเปึนข้อโต้แย้งจะทําให้กระทบต่อความมั่นคง คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอรายงานความเห็นดังกล่าวต่อสภา เพื่อได้โปรดพิจารณา เห็นชอบต่อไปครับ
คือทางประธานคณะกรรมาธิการ ได้แถลงว่ารายงานนี้ไม่ควรเป่ดเผย เปึนการประชุมลับ กระผมก็จะต้องถามมติที่ประชุม ว่าจะเป่ดเผยหรือลับ เชิญครับ เชิญใครก่อน ๒-๓ คน คุณประยุทธ์ก่อน ผมได้ค้างเขาไว้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานว่าตามที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้รายงานให้รัฐสภาได้รับทราบแล้ว กระผมเข้าใจว่าก็คงจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ และมาตรา ๑๓๖ ที่เราจะต้องพิจารณา แต่สิ่งที่มันคาอยู่ในหัวใจของ ตัวกระผมในฐานะที่เปึนสมาชิกที่เข้ามาใหม่ กระผมก็ไม่เข้าใจว่าตามรายงานของ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในการประชุมวันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้น ท่านประชุมเรื่องอะไร เอกสารที่จะให้ ผมให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบมีหรือไม่ มันจะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการประชุมของท่าน วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประชุมเรื่องอะไร ว่าอะไร เรื่องที่ ประชุมนั้นยังเปึนโมฆียะอยู่หรือไม่ หรือท่านจะนําเสนอให้รัฐสภาให้สัตยาบันแล้วมีผล สมบูรณ์หรือไม่ มันเปึนผลทางกฎหมายที่จะต้องพิจารณากัน ท่านประธานครับ กระผม มีความเห็นใจอยู่เหมือนกันครับว่า ถ้ารายงานนั้นเป่ดเผยออกไปมันอาจจะกระทบต่อ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันอาจจะทําลายความมั่นคงของประเทศ มันจะเลยไปถึง ข้อตกลงในกรอบเจรจาในเรื่องอื่นหรือไม่ มันจะเลยไปถึงการที่จะพิจารณาเรื่องเอ็มโอยู (MOU) ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๕๑ หรือไม่ มันก็ไม่มีใครทราบได้ ท่านประธานคงจะ เห็นชัดเจนว่า ความขัดแย้งในบ้านเมืองเรื่องเขาพระวิหารนั้นมีมากมาย ผมจะไม่มีความเห็น ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งที่เขาแสวงหาความร่วมมือในการรักชาติ รักบ้าน รักเมือง รักแผ่นดิน กระผมเข้าใจว่าทุกคนมีอยู่ไม่ด้อยกว่ากัน แต่เมื่อเกิดการพิพาทและเกิด ความคิดที่แตกต่างกันไปแล้ว ท่านประธานเคยคิดบ้างไหมครับว่า ระเบียบวาระที่ ๓.๑ ท่านประธานจะเดินหน้าอย่างไร ๓.๓ จะเดินหน้าอย่างไร เมื่อมีการถกเถียงไม่ตกฟาก และเกิดความลามปามไปจนกระทั่งเรียกว่ากล่าวหากัน ฝ์ายหนึ่งก็เดินขบวนข้างถนน มีการรวมคนที่มีจุดยืนเดียวกัน ซึ่งกระผมก็ตําหนิท่านไม่ได้ ท่านก็เปึนคนรักชาติ รักบ้าน รักเมืองไม่ด้อยกว่าตัวกระผมเอง เขาก็มีความสงสัยว่าอย่างนี้ท่านประธานเคยคิดไหมว่า ๓.๑ กับ ๓.๓ นี่ไม่ว่าคณะกรรมาธิการก็ตามขอถอนออกไปจนกว่าจะได้ข้อยุติ แสวงหา ข้อยุติที่ดีงาม เพราะเราเปึนกลไกหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน มีความเห็นแตกแยก มีความเห็นที่จะต้องหาข้อเท็จจริงมาประกอบ ท่านประธานในฐานะ ประมุขตรงนี้เคยคิดบ้างไหมว่า ขอให้ทางคณะกรรมาธิการถอนเรื่องดังกล่าวนี้ออกไป จนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันกับฝ์ายบริหารคือ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วกับแสวงหา ข้อเท็จจริงเปึนองค์ประกอบซึ่งเปึนบุคคลภายนอก ซึ่งเขาแสดงออกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ก่อนที่จะนํารัฐสภาแห่งนี้เดินหน้าต่อไปครับท่านประธาน
ผมก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ เพราะที่ประชุมนี้ได้มีมติอนุมัติให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรไปศึกษา ในเรื่อง ๓.๑ ถึง ๓.๓ เปึนการเรียบร้อย คณะกรรมาธิการก็ส่งคืนมาที่สภาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบันท่านคิดดูระยะเวลาก็อย่างที่ท่านทั้งหลายทราบแล้ว กระผมก็ไม่รู้จะทํา อย่างไร ก็ประทานกราบเรียนให้ทราบว่า ผมยังไม่ได้รับเรื่องเพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่ได้บันทึก เรื่องมาให้ผมทราบว่า มีท่านวีระ สมความคิด กับคณะได้มีหนังสือกราบเรียนผมให้ยกเลิกมติ ของรัฐสภา ผมไม่สามารถที่จะทําได้ ผมก็ได้ทําหนังสือ เรื่องยังไม่ถึงผมเพียงแต่ว่า ทราบนะครับ ผมไม่สามารถปฏิบัติได้เพราะว่าจะต้องทําตามข้อบังคับและระเบียบ ของสภาครับ ก็แล้วแต่สภาจะวินิจฉัยเรื่องนี้ครับ แต่ก่อนอื่นก็เอาเรื่องนี้ก่อนครับ คือว่า เราจะใช้วิธีไม่เป่ดเผยโดยใช้วิธีลับต่อไปหรืออย่างไร แต่ผมว่าเอาตรงนี้ก่อน แล้วส่วนเรื่อง ที่จะถอน ไม่ถอน นั้นค่อยพิจารณากันอีกทีได้ไหมครับ ผมอยากจะขอความกรุณาอย่างนี้ เพื่อให้มันเร็วขึ้นครับ เพราะงานเราเยอะ เชิญคุณชลน่านสักนิดหน่อยครับ
-๑๒/๑
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ในระเบียบวาระ ๓.๑ ระเบียบวาระ ๓.๒ หรือระเบียบวาระ ๓.๓ ที่ท่านประธานกรุณานําเข้ามาสู่การพิจารณาในเรื่องของ ระเบียบวาระที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ประเด็นอยู่ที่ระเบียบวาระ ๓.๑ กับระเบียบวาระ ๓.๓ ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานว่าคงไม่นิดหน่อยครับ เพื่อจะได้ นําเสนอมุมมองและประเด็นเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณา ผมเองกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าเหตุผลที่ท่านเอาเข้ามานี้ก็เปึนไปตามข้อบังคับ เพราะว่าการประชุมรัฐสภาในขณะนี้เราไม่มีข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาโดยตรง เราได้ใช้ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๕๑ เปึนข้อบังคับ โดยอนุโลมจากบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ มาตรา ๑๓๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อบังคับข้อ ๓๐ เขาเขียนไว้ว่า การเป่ดเผยรายงานการประชุมลับให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และเสนอความเห็นเพื่อให้สภามีมติว่าจะเป่ดเผยหรือไม่ ผมเข้าใจครับท่านประธานครับ ในการประชุม ๓ ครั้งที่ผ่านมาในระเบียบวาระ ๓.๑ เราประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ เปึนเรื่องการจัดทําเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา เปึนกรอบการเจรจาที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้เสนอเข้ามาจากข้อตกลงชั่วคราวที่มีการประชุมระหว่างไทย-กัมพูชา ๒-๓ ครั้ง ไม่ว่าจะประชุมที่ประเทศกัมพูชาเอง หรือประชุมที่ชะอํา ท่านประธานครับ ในการประชุมครั้งนั้นรัฐสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบไป แต่ว่าเปึนการเห็นชอบ ในการประชุมลับเช่นเดียวกับระเบียบวาระ ๓.๒ และระเบียบวาระ ๓.๓ แต่เมื่อมี การประชุมลับจะต้องมีมติว่าจะเป่ดเผยการประชุมลับนี้ได้หรือไม่ก็มีความจําเปึนที่จะส่งไป ตามข้อบังคับนี้ คณะกรรมาธิการก็ไปพิจารณา ท่านประธานครับ ในการพิจารณา คณะกรรมาธิการผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานว่า เอกสารที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาแล้วก็ส่งมาให้พวกเราในการพิจารณาจะให้ความเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมเห็นด้วยกับท่านประยุทธ์ ที่ท่านเสนอ จริงอยู่ครับว่ารายงานการประชุมเปึนการประชุมลับ มันมีการบันทึกเหตุการณ์ มีการจดจากฝ์ายเลขาธิการของรัฐสภา แต่เวลาท่านกรรมาธิการไปพิจารณาส่งรายงาน กลับมาไม่มีข้อมูลในรายละเอียดที่จะให้คณะกรรมาธิการ จากคณะกรรมาธิการมา สู่รัฐสภาทราบโดยนัย เพียงแต่เปึนความเห็นว่าจะเป่ดเผยหรือไม่เป่ดเผยเท่านั้นเอง ประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเองท่านประธานครับ การที่จะเป่ดเผยไม่เป่ดเผยเปึนมติที่ง่ายมากครับ ไม่ใช่เรื่องสลักสําคัญใด ๆ แต่ว่าวันนี้ มันกลับกลายเปึนเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะกรณีปัญหาการปักปันเขตแดนระหว่างไทย กับกัมพูชา โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกร้องของพี่น้องประชาชน เพราะ ๒ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงร่วม บันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เปึนผลสืบเนื่องมาจากเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ปฏิเสธไม่ได้ครับ อันนี้เปึนผลพวงจาก เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ และมีการดําเนินการมาของคณะกรรมการเขตแดนร่วมทั่วไป หรือคณะกรรมการปักปันเขตแดนที่เปึนคณะกรรมาธิการไปทํา ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้ รัฐสภาของเราได้ให้ความเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ นั่นหมายความว่าความเห็นชอบของรัฐสภาแห่งนี้สมบูรณ์ หน่วยปฏิบัติสามารถนําสู่ การปฏิบัติได้ทันที แต่ถ้าคณะกรรมาธิการที่เสนอรายงานนี้เข้ามา วันนี้รัฐสภาเรามี ข้อทักท้วงในมุมที่อาจจะยังไม่เป่ดเผยหรือมีข้อทักท้วงว่าให้เป่ดเผย หรือเปึนทักท้วงอย่างอื่น ผมคิดว่ามันจะเปึนช่วงเวลาที่รัฐสภาแห่งนี้จะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ บ้านเมืองที่มีข้อขัดแย้งกันอยู่ ท่านประธานครับ เรื่องนี้มีข้อขัดแย้งในมิติของสังคม ค่อนข้างสูงมาก เพราะเปึนเรื่องของอธิปไตย หลายฝ์ายที่มีความเห็นแตกต่างมีข้อขัดแย้งซึ่งกันและกัน แล้วเปึนความละเอียดอ่อนมากเพราะเปึนกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่รู้ว่าเรื่องจะเปึน อย่างไร แม้กระทั่งพวกเราเปึนสมาชิกรัฐสภาถามรายละเอียดเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงโดยแท้จริง เปึนอย่างไรก็ยากที่จะตอบได้ เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ดีไหมหรือมีข้อบกพร่องอย่างไร ก็ยากที่จะรู้ บางคนรู้ในมิติหนึ่ง บางคนรู้อีกมิติหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปึนไปได้เราใช้กระบวนการของรัฐสภา เราชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนก็สามารถกระทําได้ เพราะเปึนระเบียบวาระที่ท่านประธานนําเข้ามา รัฐสภามีความเห็นก็สามารถกระทําได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อบังคับของรัฐสภา ซึ่งวาระต่อไปที่เราจะรับรองเรื่องนี้ไม่ผ่านคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เรื่องนี้ข้อบังคับฉบับที่เราร่างไว้นี้ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ เปึนอํานาจของ ที่ประชุมรัฐสภา เราเขียนไว้อย่างนี้ท่านประธานครับ การเป่ดเผยรายงานการประชุมลับ ให้เปึนไปตามมติของที่ประชุมรัฐสภา ถ้าข้อบังคับนี้ได้มีโอกาสนํามาใช้ในสมัยนี้ ตรงนี้ มีผลทันที ๓.๔ รออยู่ครับที่จะนําเสนอให้สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาว่าจะรับข้อบังคับเราหรือไม่ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้ทําตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร นั่นเอง แต่บังเอิญว่าเราต้องใช้ข้อบังคับนั้นก็จําเปึนต้องนําเสนอ แต่เปึนสิ่งที่ดีครับ ท่านประธานครับ ที่ผมคิดว่าถ้าเรื่องนี้มันมีข้อสงสัยข้อกังขาอยู่ เพื่อลดข้อขัดแย้งในสังคม ส่งเสริมการปรองดองของฝ์ายบริหารของท่านนายกรัฐมนตรีที่พยายามนําเสนออย่างปลุกเร้า อย่างปรารถนาดีกับประเทศแห่งนี้ ผมคิดว่าก็อาจจะเปึนมิติหนึ่งที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการ ที่เปึนรูปธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนไปได้ไหมครับว่าสภาแห่งนี้จะใช้โอกาสนี้ ให้ทางคณะรัฐมนตรีผู้เสนอเรื่องนี้เข้ามา ผมเห็นใจครับ เรื่องแรกเสนอตั้งแต่ ๒๘ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ เรื่องที่ ๒ เสนอตั้งแต่วันที่ ๒๔ หรือ ๒๕ มีนาคม ป้ ๒๕๕๒ เรื่องที่ ๓ ๒๘ เมษายน ป้ ๒๕๕๒ ผมก็พยามยามดู พยายามไปค้นคว้าดูว่าเรื่องที่เปึนข้อตกลงชั่วคราวมันมี ผลกระทบอะไรไหม ก็เปึนการดําเนินการกิจกรรมต่อเนื่องของคณะกรรมการปักปัน เขตแดนร่วมที่เปึนกรรมาธิการที่เราเรียกว่า เจบีซี (JBC) เท่านั้นเอง ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษ ท่านประธานครับ ตัวย่อมันเปึนอย่างนั้น ถ้าเรามีโอกาสนะครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เราชะลอเรื่องนี้ไว้ก็เปึนมติของสภาได้ จะพิจารณารับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสนี้ ถ้าสมมุติเรารับถือว่ามติของสภาที่เห็นชอบตาม มาตรา ๑๙๐ ที่จะให้เจบีซี ไปดําเนินการต่อนี้ ก็สมบูรณ์ มันก็ไปแย้งกับความคิดของคนอีกหลายฝ์ายใช้ตัวนี้เลยครับว่าเราเองไม่รับ หรือมีข้อทักท้วงไปว่าให้ชะลอไว้ก่อนจนกว่าเรื่องนี้ทางคณะรัฐมนตรีจะชี้แจงแสดง ความเข้าใจข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้ประจักษ์เปึนที่ยอมรับของสังคมโดยรวม เราในฐานะ เปึนผู้แทนราษฎร เปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทย ทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะได้ทําหน้าที่ในการที่จะดูแลผืนแผ่นดินของประเทศไทยให้ถูกต้องเพื่อลูกเพื่อหลานเรา ต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า จะดีไหมครับที่รัฐสภาแห่งนี้ เราจะขอให้ถอนเรื่องนี้ออกไปก่อนหรือไม่พิจารณา เราเก็บไว้ ก่อนแล้วค่อยมาดูทีหลังได้ อยู่ในระเบียบวาระไม่ได้สายเกินไปครับ ถึงแม้เราให้ ความเห็นชอบขณะนี้ก็ไปทําอะไรไม่ได้ ไปเจรจาต่อก็ไม่ได้เรื่องมันก็คาราคาซัง สู้เราเก็บ ไว้ในสภาของเราน่าจะดีกว่าครับ ตรงนี้เปึนฐานอํานาจที่ใหญ่ที่สุดของอํานาจอธิปไตย ซึ่งเปึนอํานาจของพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณวิทยา แก้วภราดัย เชิญครับ
ผมเข้าใจว่า: ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะเกิดความสับสนนะครับ เราค่อยลําดับเรื่องราวที่เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม กันสักนิดหนึ่ง ตามที่ท่านประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่ามีประชาชนภายนอกได้ยื่นหนังสือ ต่อท่านให้ถอนเรื่องดังกล่าวออกไป ผมเข้าใจว่าเปึนเรื่องของความสับสนในระเบียบวาระ การประชุมครับ ซึ่งคนที่เข้าใจดีเรื่องระเบียบวาระนี้ผมเข้าใจว่าคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบนครับ ท่านไปศึกษาเรื่องทั้งหมดตามข้อบังคับการประชุมสภาครับ เรื่องมันเปึนมาอย่างนี้ครับ กรอบการเจรจาสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลอดแนวในกรอบ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และกลไกอื่น ๆ เปึนเรื่องที่สภาเราได้พิจารณาไป เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ และมีมติเห็นชอบในการไปดําเนินการ แต่การประชุมของเรา ในวันนั้นประชุมร่วมรัฐสภาครับ เปึนการประชุมที่สภาทั้งหมดมีมติว่าควรที่จะประชุมลับ เพราะการอภิปรายในสภาอาจจะกระทบกระเทือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราจึงมีมติว่าประชุมลับ พอประชุมลับเสร็จสภาแห่งนี้ก็มติเห็นชอบกับกรอบดังกล่าวครับ ให้รัฐบาลไปดําเนินการก็จบครับ กรอบนั้นเดินไปแล้วครับ รัฐบาลจะไปทําอะไรเรื่องของเขา สภาเราก็จบเพราะอนุมัติไปแล้ว ปัญหาก็คือคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ท่านเปึนกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร และข้อบังคับ ข้อ ๓๐ ของข้อบังคับการประชุมสภาเขียนครับว่า การประชุมลับทั้งหมดท่านต้องไปพิจารณาดูว่าเป่ดเผยได้ไหม หรือไม่ควรเป่ดเผย ท่านก็นําเรื่องนี้ไปพิจารณานะครับ ท่านพิจารณาเสร็จแล้วท่านก็มีความเห็นว่าไม่ควร จะเป่ดเผย พอไม่ควรจะเป่ดเผยถ้าสภาลงมติว่าไม่ควรจะเป่ดเผยรายงานประชุมดังกล่าว เรื่องดังกล่าวก็จะเปึนเรื่องลับต่อไป แต่ถ้ากรรมาธิการท่านมีมติว่าควรจะเป่ดเผยได้ เพราะการอภิปรายในสภาไม่ได้พาดพิงใครเสียหายไม่กระเทือนความสัมพันธ์ ท่านมีมติ อย่างนั้นและสภาเรามีมติตามท่านว่าเป่ดเผยเรื่องทั้งหมดมันก็จะถูกพิมพ์ครับ รายงาน การประชุมวันนั้นที่เราพูดกันในสภาทั้งหมดก็จะถูกพิมพ์เปึนระเบียบวาระและท่านประธาน ก็จะแจ้งให้เราทราบอีกครั้งหนึ่งว่ารายงานการประชุมวันที่ดังกล่าวพิมพ์เสร็จแล้ว ใครจะคัดค้านบ้าง อภิปรายจุดไหนบ้าง แค่นี้เองครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับเอ็มโอยู หรืออะไร ทั้งหมดที่พูดกันมาทั้งหมดเลยครับ เปึนเรื่องว่าเราจะมีมติว่าเป่ดเผยการประชุมหรือเปล่า กับยังไม่เป่ดเผย แต่ถ้าท่านจะถอนกลับมันก็โคจรอย่างนี้ครับ เรื่องนี้ก็จะเปึนความลับ เพราะเอามาพูดไม่ได้ เป่ดเผยไม่ได้ แค่นั้นเองครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าต้องทําความเข้าใจครับ ไม่อย่างนั้นคนดูแล้ววันนี้เราจะเริ่มเจรจากรอบกับเขมรอีกหรือเปล่า จบไปแล้วครับ กระบวนการนั้นรัฐสภาอนุมัติจบไปแล้วครับ วันนี้แค่ผมกับท่านกรรมาธิการว่า เห็นพ้องต้องกันหรือไม่ ถ้าเห็นพ้องกับท่านเราก็มีมติป่ดลับแบบท่านว่า แต่ถ้ากรรมาธิการสภา เห็นว่าวันนี้เรื่องที่ท่านป่ดลับ ไม่ต้องป่ดลับแล้วก็เป่ดฉากเลย ที่อภิปรายกันวันนั้น ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล วุฒิสภาด่าใครบ้างก็เป่ดออกไปเลย อย่างนี้เป่ดครับ แต่ผมคิดว่า เราก็เชื่อในวุฒิภาวะของกรรมาธิการ ซึ่งได้ไปดูรายละเอียดจริง ๆ ว่าควรจะเป่ดเผย หรือไม่เป่ดเผย ผมคิดว่าประเด็นนี้ท่านประธานทําความเข้าใจกับสภาแล้วจะไม่สับสนครับ แม้จะไปพาดพิงกับเรื่องเป่ดใหม่คนละเรื่องกันครับ ขอขอบพระคุณครับ
ผมว่าเราจะก้าวไกลไปตามกระแส ของข่าวมากไป เราเอาเรื่องของเราดีกว่าครับ คือตอนนี้เมื่อรัฐสภาได้มีมติมอบหมายให้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรไปตรวจดูว่าจะลับหรือเป่ดเผย ทางคณะกรรมาธิการ เขาก็บอกว่าต้องลับ ทีนี้ก็เอามาแจ้งกับสภา สภาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยลับ ก็โหวต เห็นด้วยลับ ถ้าไม่เห็นด้วยเป่ดเผยก็เป่ดเผย ก็มีแค่นี้เองครับ กระผมเพื่อไม่ให้ เสียเวลาครับ เพราะว่าเรื่องอื่นไม่เกี่ยวครับ เกี่ยวแต่เรื่องว่าจะลับหรือเป่ดเผยต่อไป เท่านั้นเองมีแค่นั้น ผมขอลงมติในวาระที่ ๓.๑ ว่าจะเป่ดเผยหรือลับนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อโหวตนะครับ ลงมตินะครับ เชิญครับท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติว่า จะลับหรือเป่ดเผยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ เข้าห้องประชุมครับเพื่อลงมติ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ ท่านสมาชิกครับมาพร้อมแล้วนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เพื่อนับองค์ประชุม ท่านสมาชิกโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านได้เสียบบัตรแสดงตน แล้วนะครับ โปรดส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๓๙ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าทุกท่านจะให้รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) ครั้งที่ ๕ ถ้าท่านเห็นว่า จะต้องลับก็เหมือนกรรมาธิการเสนอ ก็โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครเห็นว่าควรเป่ดเผย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใครงดออกเสียง ก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผล ผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๕ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าลับต่อไปนะครับ เหมือนคณะกรรมาธิการเสนอ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๓.๒ รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เรื่องกรอบการเจรจาสําหรับการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนไทย-ลาว ในคราวประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๒๔ และวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้ว เชิญท่านประธานแถลง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย รองประธาน คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร
อย่าเพิ่งไปไหนครับ จะโหวตแล้วนะครับ
กระผมขออนุญาตกราบเรียนรายงาน ต่อสภาตามที่มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๒๔ และวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ เรื่องกรอบการเจรจาสําหรับการสํารวจและจัดทํา หลักเขตแดนไทย-ลาว ที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเสนอความเห็นต่อสภาเพื่อมีความเห็นว่า จะเป่ดเผยรายงานการประชุมดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๓๐ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอความเห็นว่า เนื่องจากการประชุมดังกล่าวไม่ควรที่จะมีการเป่ดเผยรายงานการประชุมลับ ขอให้เปึน รายงานการประชุมลับด้วยเหตุผลว่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในกรณีที่มีสมาชิกรัฐสภาบางท่านได้อภิปรายพาดพิงถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวในทางที่ไม่เปึนไปในทางที่ดี
ข้อที่ ๒ อาจจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากการอภิปราย ได้ลงลึกในเชิงทางเทคนิค ลงถึงเอกสารทางพิกัดแผนที่เขตแดน อันเปึนข้อมูลในทางปฏิบัติ ซึ่งอาจจะมีผู้นําไปแล้วทําให้เกิดข้อเสียหายต่อเรื่องระหว่างประเทศ จึงขอกราบเรียน ต่อท่านประธานเพื่อให้สภาได้พิจารณาว่าเห็นประการใด สุดแท้แต่รัฐสภาจะพิจารณา ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก็เหมือนกับ ระเบียบวาระที่ ๓.๑ นะครับ เพื่อเราจะได้เดินหน้าเข้าไปเข้าสู่ระเบียบวาระในการพิจารณา เรื่องข้อบังคับการประชุมนะครับ กระผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งเพื่อจะลงมติ ว่าจะลับหรือเป่ดเผยนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมโปรดเข้าห้องประชุม เสียบบัตรแสดงตนนะครับ
ท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยหรือยังครับ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตร มีไหมครับ เห็นเดินท่อม ๆ จะเสียบบัตรแสดงตนไหมครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาช่วยกรุณา เสียบบัตรแสดงตนให้เรียบร้อยด้วยครับ เสียบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีถาวร ยังไม่เรียบร้อย รอให้นิดหน่อยเพราะอายุมากแล้วต้องค่อย ๆ ครับ เรียบร้อยแล้วส่งผลมานะครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่า ท่านผู้ใดเห็นควรรายงานการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๒๔ และวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ เปึนการลับก็ขอให้ท่านลง เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นควรเป่ดเผยก็ลงคะแนน ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ครับ โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านผู้ใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มี โปรดส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๘๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๒ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ ให้ลับต่อไปตามที่คณะกรรมาธิการเสนอนะครับ
ต่อไป ๓.๓ รายงานผลการพิจารณารายงานการประชุมลับ เรื่องร่างกรอบ การเจรจาในกลไกของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (กทช.) ไทย-กัมพูชา ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ เชิญท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย รองประธาน คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง
ในคราวที่มีการประชุมร่วมของรัฐสภาได้มีการประชุมลับพิจารณาเรื่อง กรอบเจรจาในกลไกของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันจันทร์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะต้องตรวจรายงานการประชุม และเสนอความเห็นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๓๐ ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้มีความเห็นเสนอต่อรัฐสภาว่า ไม่ควรเป่ดเผยรายงานการประชุมดังกล่าวให้เปึนการประชุมลับ ด้วยเหตุผลเกรงว่า จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงกราบเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกรัฐสภาเพื่อโปรดพิจารณาครับ
ผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ มีอะไร คุณประสิทธิ์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องมองมาทางนี้บ้าง
ผมดูครับ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เราพยายาม
ผมก็มีความเห็น ของผมที่ผมอยากนําเรียนต่อรัฐสภา จริง ๆ เรื่องกรอบเจรจาในความเห็นผมน่าจะเป่ดเผยได้ กรอบนะครับ แต่บางอย่างมันไม่ควรจะต้องเป่ดเผย แต่กรอบในการเจรจาน่าจะเป่ดเผย ให้ประชาชนได้รับทราบกรอบการเจรจา สิ่งที่สําคัญคือการเจรจา ประเทศทุกประเทศ ไม่มีประเทศไหนที่ไม่ขัดแย้งกันเรื่องชายแดน ทั่วโลกครับ ไม่ว่ารัสเซีย ไม่ว่าอเมริกา ไม่ว่าประเทศอังกฤษ ขนาดอังกฤษเปึนเกาะก็ยังต้องมีกรอบเจรจา แต่ถ้าเรามีกรอบเจรจา แล้วไม่แจ้งให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ อันไหนที่เจรจาได้ก็เจรจา ด้านการต่างประเทศ ท่านประธาน ผมอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องสมาร์ท (Smart) ถ้าท่านปล่อย ให้คนที่ไม่รู้พูดอะไรไปทะเลาะกับคนเพื่อนบ้านกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตอนนี้ก็เอาเปึน เรื่องหาเสียง ผมดูแล้วผมอเนจอนาถ หาเสียงทางการเมือง ลง ส.ก. ส.ข. ก็เอามาทําเปึน เรื่องการเมือง แบบนี้มันไม่ได้ครับ มันไม่ได้นะครับท่านประธาน ผมอยากฝากท่านประธาน เรื่องนี้สําคัญกรอบการเจรจาส่งคนดี ๆ ไปหน่อยไม่ต้องพูดมากครับการเจรจาต่างประเทศ
พอกระมังครับ
ก็ฝาก ท่านประธาน ผมเห็นควรว่าสมควรที่ต้องเป่ดเผย ขอบคุณครับ
คุณจะเป่ดเผยก็ค่อยลงคะแนน เป่ดเผยก็หมดเรื่องครับ มันไม่มีปัญหาอะไร ไม่นะครับพอแล้วครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวจะได้ เอาข้อบังคับมาดําเนินการ ท่านชลน่านผมขอเถอะเดี๋ยวจะได้จบเรื่องนี้จะได้เข้าข้อบังคับ เอาสักนิดหนึ่งครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประเด็น ที่ท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้ทักท้วง ท่านประธานครับ ผมเอง ค่อนข้างจะคล้อยตาม ผมกําลังคิดอยู่ว่าจะนําเสนอท่านประธานอย่างไร ผมเกรงว่ามติ ของสภาเราวันนี้จะไปขัดกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ โดยเฉพาะวรรคสาม วรรคสี่ ท่านประธานลองดูนะครับ วรรคสาม วรรคสี่ หนังสือสัญญาใด ๆ จะต้องนําเสนอให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบแสดงความคิดเห็น นี่คือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนะครับ ทีนี้เราลงไปนี่ผมก็เกรงว่ามันจะไปขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ มติของคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรจะไปแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะวรรคสาม วรรคสี่ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองอ่านครับวรรคสาม วรรคสี่
ผมอ่านแล้วครับ ไม่แย้ง
ผมก็เลยกราบเรียนหารือ ท่านประธานว่าข้อทักท้วงของท่านนายแพทย์ประสิทธิ์นี่จะมีผลต่อการลงมติของสภาเราไหม ผมอยากกราบเรียนท่านประธานในประเด็นนั้น เพราะว่าต้องไปรับฟังความคิดเห็นนะครับ ต้องไปดําเนินการตามวรรคสามและวรรคสี่ด้วย ก่อนจะมีผลผูกพัน ก่อนจะลงสัตยาบัน ก็ต้องไปเป่ดให้พี่น้องประชาชนได้แสดงความคิดเห็นตามวรรคสี่อีก อันนี้ถือเปึนหนังสือ สัญญาไหมล่ะครับ ก็ต้องถือเปึนหนังสือสัญญา แล้วก็จะมีการลงนามด้วย ฉะนั้น ฝากท่านประธานเปึนประเด็นที่ลองพิจารณาดูว่าเราจะทําอย่างไรถ้ามีเรื่องนี้ขึ้นมา กราบขอบคุณครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับว่า จะเป่ดเผยหรือว่าจะเปึนเรื่องลับต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรียังติดใจนะครับ เชิญครับตอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทําความเข้าใจนิดเดียวนะครับ เดี๋ยวจะเกิด ความสับสนว่ากรณีกรอบการเจรจาหรือหนังสือสัญญาที่ต้องไปรับฟังความคิดเห็น จะเปึนความลับนี่นะครับ ไม่มีนะครับ ในส่วนของรัฐบาลดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ทุกประการ แล้วก็สิ่งที่เราพิจารณาในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องความลับของกรอบนะครับ เปึนความลับของรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรครับ จะได้เข้าใจไม่สับสนครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ โปรดเสียบบัตร แสดงตนอีกครั้งหนึ่ง เสียบบัตรแสดงตนทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมด้วยครับ มีอะไรครับเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
ครับ ประเด็นต่อเนื่องกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย คือกรณีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มันเปึนเรื่องสิ่งที่ประชาชนควรรู้ตั้งแต่เริ่มต้น ฟังความคิดเห็นจนกระทั่งต้องไปเป่ดเผย ให้กับประชาชนได้รับทราบก่อนที่จะนํามาใช้ เวลานี้ต้องยอมรับความเปึนจริงนะครับว่า ประชาชนเขาเข้าใจผิด สิ่งที่นายกรัฐมนตรีไปออกโทรทัศน์กัน ๒ รอบก็สร้างความไม่สบายใจ ความเคลือบแคลงสงสัยของผู้คนเหมือนกันว่าเรื่องการปักปันเขตแดน เรื่อง เอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ นั้น ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร เวลานี้ที่หมอชลน่านได้ทักท้วงเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเปึนสิ่งที่รับฟัง เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เปึนความลับไม่ได้ถ้าเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๙๐ เพราะทั้งหัวทั้งท้ายนั้น เปึนเรื่องที่ประชาชนควรต้องรู้ ตั้งแต่รับฟังความคิดเห็นและต้องแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ ผมว่าควรที่จะรับฟังสิ่งที่คุณหมอชลน่านได้ทักท้วงเอาไว้
ที่ประชุมวินิจฉัยเองว่าจะลับ หรือเป่ดเผยครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดจะเห็นด้วยตามที่คณะกรรมาธิการ เสนอให้เปึนการประชุมลับ เปึนเรื่องของลับไม่ควรเป่ดเผยนะครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่า ควรลับโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นควรเป่ดเผยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด งดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๘ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่า ที่ประชุมนี้เห็นชอบตามคณะกรรมาธิการคือลับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๓.๔ มีอะไรละ ให้มันจบข้อบังคับก่อนแล้วค่อยยก ได้ไหม เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๓.๔ เรื่องร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภานะคะ ดิฉันขออนุญาตเสนอเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องที่เสนอใหม่ที่มีความจําเปึนจํานวน ๔ เรื่องขึ้นมาพิจารณาต่อจากร่างข้อบังคับ การประชุมสภาค่ะ ขออนุญาตเรียนเสนอนะคะ เลื่อนลําดับ ๔ เรื่อง
ลําดับที่ ๑ ๕.๑ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้าฉบับทบทวน ป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาใช้ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ
ลําดับที่ ๒ ๕.๕ กรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้า และอํานวยความสะดวกทางการค้า ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ
ลําดับที่ ๓ ๕.๖ พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าอาเซียน และสาธารณรัฐเกาหลี และ
ลําดับที่ ๔ ๕.๑๑ สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในเรื่องทางอาญาของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ให้เลื่อน ระเบียบวาระดังกล่าวนะครับ
ต่อไปก็เข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๓.๔ ร่างข้อบังคับ เชิญคุณนฤมล
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าวิธีการที่จะมีการขอเลื่อนนี่นะคะมันควรที่ต้องมีการพูดคุยกัน ระหว่างสภาล่างและสภาบนด้วยนะคะ อันนี้ดิฉันคิดว่าถ้าด้วยความรู้สึกของดิฉันยังไม่ได้มี การพูดคุยกันเลย มันไม่ควรที่จะปฏิบัติเอาโดยง่ายในลักษณะอย่างนี้นะคะ อย่างไร ก็ขอให้ช่วยกรุณาเคารพความเห็นที่เราเคยตกลงกันไว้ด้วยว่าควรจะมีการพูดคุยกันก่อน แล้วอย่างยิ่งในการพิจารณารับรายงานการประชุมต่าง ๆ ที่ผ่านมาการศึกษาก็ยังไม่จบ มันน่าจะให้จบเปึนขั้นเปึนตอนไปก่อนแล้วถึงจะเสนอเรื่อง ดิฉันขออนุญาตนะคะ ให้ความเห็นไว้ด้วยค่ะว่าควรที่จะทําให้เปึนขั้นตอนและเปึนไปตามที่เราได้เคยตกลงกันไว้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
คือท่านนฤมลไม่เห็นด้วยใช่ไหมครับ
ไม่ค่ะ ดิฉันไม่ขัดข้อง หรอกค่ะที่จะทํา แต่ว่ามันควรทําตามหลักการแล้วก็วิธีการที่ได้เคยพูดคุยกันเอาไว้ค่ะ ก็ขอเพียงเท่านั้นค่ะ
คุณผ่องศรีทีหลังอย่าทํา ช่วยไปเรียน คุณนฤมลด้วยนะครับ เพื่อความเรียบร้อยของการประชุมครับ
ต่อไประเบียบวาระที่ ๓.๔ ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ วรรคสี่ กําหนดให้การประชุมสมัยสามัญ นิติบัญญัติให้รัฐสภาดําเนินการประชุมได้เฉพาะกรณี ดังนั้นร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา พ.ศ. .... เปึนเรื่องที่ไม่สามารถพิจารณาในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัตินี้ได้ จึงต้องให้รัฐสภามีมติว่าจะให้พิจารณาเปึนเรื่องอื่นในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ หรือไม่ ซึ่งจะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของทั้ง ๒ สภา ผมขอความกรุณา ผมพลาดไปหน่อย ขอความกรุณาถามที่ประชุมก่อนนะครับ ถ้าที่ประชุมเห็นเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็จะได้พิจารณาต่อไป เชิญท่านสมาชิกเข้าประจําที่ เพื่อลงมตินะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ วรรคสี่ บัญญัติไว้นะครับ คือสมัยประชุมนี้ไม่สามารถที่จะหยิบยกได้ ต้องขอมติจาก ที่ประชุมรัฐสภาก่อนครับ ท่านสมาชิกครับ เข้าห้องประชุมเรียบร้อยแล้วนั่งประจําที่ โปรดเสียบบัตรแสดงตนก่อนนะครับ เพราะว่าผมจะต้องถามมติ ถ้าเกินกึ่งหนึ่งก็สามารถ ที่จะนําระเบียบวาระที่ ๓.๔ เข้าพิจารณาได้ เสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรเรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยหรือยังครับ ท่านวิป (Whip) ใหญ่กําลังวิ่งอยู่ เชิญครับ แสดงตนก่อนท่านวิปใหญ่ วุฒิสภา เสียบบัตรเรียบร้อย แสดงตนเรียบร้อยแล้วโปรดส่งผลครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๓๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบให้การพิจารณา ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติหรือไม่ครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบให้มีการประชุมในสมัยนี้ในวันนี้ก็โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้ลงมีไหมครับ ไม่มีนะครับ โปรดส่งผล มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๙๒ เห็นด้วย ๓๔๘ เกินกึ่งแล้วนะครับ ไม่เห็นด้วย ๖ งดออกเสียง ๑๘ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๐ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ในสมัยประชุม สามัญนิติบัญญัตินี้นะครับ
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
โปรดอย่าไปไกลนะครับ เดี๋ยวจะโหวต จะอะไรอีกครับ ช่วยกรุณาอยู่ใกล้ ๆ หน่อยครับ มีอะไรคุณชลน่านครับ คุณเปึนกรรมาธิการด้วย ไม่ใช่หรือครับ เชิญข้างบน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ช่วงที่รอกรรมาธิการขึ้นประจําที่ ผมขออนุญาตนําเรียนหารือท่านประธานนิดเดียวครับ ที่ท่านประธานขอมติไปเมื่อสักครู่ ว่าจะนําการตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเข้าสู่สมัยการประชุมแห่งนี้ได้หรือไม่ ซึ่งมติของสภาให้ความเห็นชอบกันอยู่แล้ว ประเด็นผมอยากจะให้ท่านประธานช่วยดู เพื่อเปึนข้อพิจารณาในคราวต่อไป ในครั้งนี้ก็จบไปไม่มีประเด็นใด ๆ เราใช้มาตรา ๑๓๖ ประกอบกับมาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๓๖ เมื่อสักครู่ท่านประธานใช้ใน (๕) เอาเรื่องอื่นขึ้นมา ถ้าท่านประธานเห็นว่าเปึนเรื่องอื่นนะครับ
ท่านพูดถูกแล้วครับ อาศัยมาตรา ๑๓๖ กับมาตรา ๑๒๗
แต่ว่าในมาตรา ๑๓๖ เขาเขียนไว้ชัดนะครับ สามารถนํามาประชุมได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านประธานเอง กรณีเราตราข้อบังคับมันก็เหมือนการตรากฎหมาย ซึ่งเราอนุโลมใช้วิธีการตรากฎหมาย มาใช้อยู่แล้ว ถ้าจะตีความว่าจําเปึนต้องขอมติตาม (๕) หรือไม่ ผมคิดว่าน่าจะเปึนการยุ่งยาก ฝากท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยในประเด็นนี้นะครับ ขอบคุณครับ
ก็ผ่านไปแล้ว ขอความกรุณาผ่านไป เชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ....
ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อพิจารณานั้น คณะกรรมาธิการ ได้มีการประชุมพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ทั้งหมดจํานวน ๘ ครั้ง
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และได้เสนอรายงาน การพิจารณาและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการมาเพื่อให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ
เชิญท่านเลขาธิการ
ร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา พ.ศ. .... ชื่อร่างข้อบังคับ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑ ข้อ ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓ มีการแก้ไข
เชิญครับคุณประยุทธ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ในข้อบังคับรัฐสภา ข้อ ๓ นั้น คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข โดยเพิ่มเติมถ้อยคําในคํานิยาม คําว่า สถานที่ประชุมของรัฐสภา ขึ้นมา ก่อนที่กระผม จะอภิปรายถึงปัญหา ถึงเหตุผลใด ๆ นั้น กระผมใคร่อยากจะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ด้วยความเคารพว่าได้มีการแก้ไขอยู่ ๓ จุด จุดที่ ๑ คือข้อ ๓ จุดที่ ๒ คือข้อ ๙ จุดที่ ๓ คือข้อ ๖๕ สําหรับปัญหาที่ท่านเพิ่มเติมในข้อ ๙ และข้อ ๖๕ นั้น เปึนความเพิ่มเติมให้เกิด ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น กระผมไม่ติดใจ แต่มันมีปัญหาที่ท่านแก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๓ เข้ามา แล้วข้อ ๑๒ ท่านไม่ได้ทําอะไรเลย มันเหมือนการเติมคิ้วข้างหนึ่ง คิ้วอีกข้างหนึ่งท่านยัง ไม่ได้เติมเข้ามา นั่นคือความบกพร่องของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมกราบเรียนขอประทานโทษ ท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการว่าน่าจะเปึนความบกพร่องที่จะนําไปสู่การแก้ไข เพื่อให้การใช้บังคับได้ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในการที่ท่านเพิ่มเติมถ้อยคําเข้ามานั้น ท่านมีเจตนาหรือไม่ กระผมไม่ทราบได้ ว่าการเขียนถ้อยคําอย่างนี้สภาพบังคับมันไม่เกิด ท่านเขียนอย่างนี้ภาษาทั่วไปในทางกฎหมายหรือทางข้อบังคับเขาไม่เขียนกัน เว้นแต่ ในกรณีจําเปึนที่เปึนเรื่องสุดวิสัยที่ไม่อาจประชุมในอาคารที่ทําการของรัฐสภาได้ ประธานรัฐสภาอาจกําหนดสถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ สถานที่อื่นเปึนการชั่วคราวก็ได้ ท่านประธานครับ เราอย่าเพิ่งไปดูอะไรมากมาย ท่านเขียนว่าเปึนเรื่องสุดวิสัย คําว่า เรื่อง กับ เหตุ นั้นมันแตกต่างกัน ในภาษากฎหมายทั่วไปเขาใช้คําว่า เหตุสุดวิสัย ผมจะ อธิบายให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ทราบ คําว่า เรื่อง กับ เหตุ นั้นมันแตกต่างกัน อย่างไร เรื่องนี่คือสิ่งที่รู้แล้ว เกิดขึ้นแล้ว มีการนัดหมายแล้วว่าท่านจะประชุมเรื่องอะไร นั่นคือเรื่อง แต่เหตุคือเรื่องที่ยังไม่เกิด มันอาจจะเกิดหรือมันเกิดขึ้นภายหลัง อย่างเช่น น้ําท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว การจลาจล การเดินขบวน อย่างนี้เปึนต้น การที่ ท่านคณะกรรมาธิการไปเขียนเติมคําว่า เว้นแต่ในกรณีที่เปึนเรื่องสุดวิสัยนั้น ผมคิดว่า ผิดแล้ว คําว่า เรื่องสุดวิสัยในที่นี้ถ้าความหมายของมันแท้ ๆ คือเรื่องที่จะต้องประชุม มีเรื่องอะไรสุดวิสัยละครับ แต่ผมเข้าใจเจตนาท่านว่าต้องการที่จะเขียนเพื่อแก้ไขปัญหา ที่มันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ท่านคํานึงถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ในขณะนั้นกระผมเปึนบุคคลภายนอก ซึ่งกระผมเฝัาดูอยู่ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นในรัฐสภา แห่งนี้ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แถลงไม่ได้ มีปัญหาต้องป้น ออกข้างหลังแม้แต่ท่านประธานเอง ผมก็เห็นภาพว่าป้นออกข้างหลัง ปัญหาก็เกิด ปัญหา เกิดครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ กระผมเองยังอยู่ข้างนอกอยู่แต่ผมเปึนคนติดตาม ผมสนใจข่าวบ้านการเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะแถลงนโยบายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ ไม่ได้ ท่านก็ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาก็เกิดปัญหาสิครับว่า ท่านจําเปึนต้องแถลงนโยบายตามมาตรา ๑๗๖ ถึงจะเข้าบริหารประเทศชาติได้ มันก็เกิดปัญหาว่าถ้าแถลงไม่ได้ปัญหาจะเปึนอย่างไร ดูเหมือนท่านกรรมาธิการทั้งหลาย นับตั้งแต่ท่านประธานและคณะกรรมาธิการก็แสวงหาแนวทางที่จะต้องแก้ไขเพื่อไม่ให้ เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตแม้ว่าจะมีสภาแห่งนี้ก็ตาม หรือท่านประธานเองจะไปสร้างสภา แห่งใหม่ก็ตาม ท่านก็เติมเข้ามา แต่สิ่งที่เติมเข้ามานั้นไม่ใช่ครับ ผมยืนยันว่าไม่ใช่ ท่านเขียนอย่างนี้ไม่ใช่ หัวเด็ดตีนขาด ผมก็จะยืนยันว่าน่าจะเขียนว่า เว้นแต่กรณีจําเปึน ที่มีเหตุสุดวิสัย อย่างนี้รับได้ เพียงแต่เปลี่ยนคําว่า เรื่องสุดวิสัย เปึน เหตุสุดวิสัย ผมรับได้ ในการเติม แต่ท่านประธานรู้ไหมครับในกระบวนการทั้งหลายทั้งปวงมันไม่สิ้นสุดแค่นี้ อํานาจของท่านประธานในการที่จะเรียกประชุมตามข้อบังคับ ซึ่งกระผมขออนุญาต ขอประธานโทษที่จําเปึนที่จะต้องพูดถึงข้อ ๑๒ ซึ่งไม่มีการแก้ไข แต่ถ้าหากผมไม่พูดถึง อํานาจหน้าที่ในการนัดการประชุมว่าไม่น้อยกว่า ๓ วัน ถ้าหากมีความจําเปึนไม่น้อยกว่า ๑ วัน จะต้องนัดเปึนหนังสือ จะต้องส่งเอกสารไปให้กับท่านสมาชิกรัฐสภา แต่ท่านก็ไม่ได้เขียนว่า ในกรณีที่มีเหตุจําเปึนละครับ ในการที่ท่านประธานจะนัดที่กระทรวงการต่างประเทศ กําหนดสถานที่ประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศนั้นจะใช้เวลาอย่างไร จะให้ทําอย่างไร ท่านไม่เขียนไว้ให้อํานาจท่าน ท่านประธานครับ จะต้องเข้าใจข้อบังคับ ข้อ ๑๒ ว่า การนัดการประชุมนั้นจะต้องนัดเปึนหนังสือ จะต้องกําหนดวัน เวลา สถานที่ประชุมว่า จะประชุมเรื่องอะไรบ้าง กําหนดระเบียบวาระส่งเอกสารให้สมาชิกรัฐสภาทราบ ตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง แต่ถ้าหากท่านประธานเปลี่ยนสถานที่เปึนการกําหนด ไม่ใช่นัดแล้วนะครับ เมื่อมีการนัดตามวรรคหนึ่ง และวรรคสองแล้ว เมื่อถึงวันที่จะประชุม มันมีเหตุจําเปึน มีคนเดินขบวนหรือมีไฟไหม้ฉุกเฉิน หรือมีแผ่นดินไหว น้ําท่วม หรือมี การจราจลอื่นใดนั้น ท่านประธานไม่สามารถที่จะนัดประชุมแล้วกําหนดสถานที่ประชุม ที่รัฐสภาได้ ท่านประธานก็ไปนัดกําหนดประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ แทนที่ท่าน จะเขียนให้มันครบถ้วนกระบวนความ ผมจะลองเสนอแนะอย่างนี้ครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการควรจะเติมในวรรคสาม ของข้อ ๑๒ เข้าไปว่า กรณีที่ประธานรัฐสภา กําหนดสถานที่ประชุมรัฐสภา ณ สถานที่อื่น กําหนดนะครับไม่ใช่นัดเปึนการชั่วคราว เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ประธานรัฐสภาจะนัดเร็วกว่าหนึ่งวันได้ แต่ต้องกําหนดให้สมาชิกทราบ ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง ผมทําไมพูดอย่างนั้น ผมทําไมคิดอย่างนั้น ท่านประธานต้องคิดสิครับว่าท่านประธานมีอํานาจตามข้อ ๑๒ ท่านประธานนัดเปึนหนังสือ ในวรรคหนึ่ง เอกสารส่งเรียบร้อย วรรคสอง บอกว่าไม่น้อยกว่าสามวัน แต่ถ้ามีเหตุจําเปึน ไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน แต่เขาไม่ได้ให้อํานาจท่านประธานว่าท่านกําหนดสถานที่เปึน การชั่วคราวน้อยกว่าหนึ่งวันในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยนี้อย่างไร ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าถ้า ๑. ถ้าเปลี่ยนคําว่า เรื่องสุดวิสัย เปึน เหตุสุดวิสัย กระผมไม่ติดใจเพราะว่าท่านเจตนาที่จะเยียวยาแก้ไขปัญหา ที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งเปึนอุปสรรค ประการที่ ๒ ผมแนะนําท่านว่าเมื่อท่านให้อํานาจ ท่านประธานรัฐสภาแล้วท่านต้องให้อํานาจในข้อ ๑๒ ด้วย ท่านต้องเติมเองไม่ใช่ผมเติม ดังที่กระผมลองยกตัวอย่างเท่านั้นครับท่านประธาน
เชิญคุณวรินทร์ เทียมจรัส
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในข้อ ๓ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ประชุม ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้นะครับว่า ข้อยกเว้น กําหนดเงื่อนไข ๒ ชั้น ชั้นที่ ๑. คือเรื่องต้องมีความจําเปึน และความจําเปึนนั้นต้องเปึน เรื่องเหตุสุดวิสัยด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วในการบัญญัติกฎหมายนี้ผมคิดว่าความจําเปึนก็เปึน เหตุหนึ่งที่จะเปลี่ยนสถานที่ประชุมได้ และขณะเดียวกันในกรณีที่เปึนเหตุสุดวิสัยนั้น ตามกฎหมายก็เปึนเรื่องที่สามารถจะทําการเปลี่ยนที่ประชุมได้อยู่แล้ว ฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าจะเขียนให้ครบถ้วนน่าจะใช้คําว่า กรณีจําเปึนหรือมีเหตุสุดวิสัย ตรงนี้น่าจะเปึนภาษา ที่ยอมรับกันได้ในทางกฎหมายครับ ขอบคุณครับ
เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดยโสธร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ข้อ ๓ ในบทนิยามของสถานที่ประชุม ของรัฐสภาที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมานะครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ผมไปดู ข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมีนิยามครับ แต่ไม่มีนิยามคําว่า สถานที่ประชุม มีแต่นิยามคําว่า บริเวณสภา ซึ่งหมายถึงอาณาบริเวณอันเปึนขอบเขตของสภาผู้แทนราษฎร และหมายความรวมถึงอาคารที่ทําการของสภาผู้แทนราษฎรด้วย ไม่มีนิยามคําว่า สถานที่ประชุม บัดนี้พอจะมีการประชุมรัฐสภาท่านเพิ่มเข้ามาอีกที่หนึ่งคือสถานที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งถ้าดูความหมายอย่างนี้อาจจะเปึนที่นี่หรือที่อื่นได้ แต่ของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีนะครับ มันกําลังจะเกิดความหมายขึ้นมาอยู่ ๒ ความหมายหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ ไปดู ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ไม่มีนิยาม สถานที่ประชุม ไม่มีครับ เมื่อไม่มีก็ต้องแปลว่าจะประชุมที่ไหน ก็คือประชุมในที่ทําการของรัฐสภานั่นเอง บัดนี้ คณะกรรมาธิการไปแก้ไขแล้วก็เพิ่มขึ้นมาถึงแม้จะมีสถานที่ประชุมของรัฐสภาขึ้นมา ก็หมายถึงสถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ ที่ทําการของรัฐสภา อันนี้พอเข้าใจได้ว่าหมายถึง ตรงนี้แหละ ท่านเพิ่มขึ้นไปบอกว่าถ้ามีความจําเปึนไปประชุมที่อื่นด้วยก็ได้ ท่านประธานครับ ผมพยายามไปดูข้อบังคับของสภาของหลาย ๆ ประเทศ ยังไม่พบที่ไหนที่เขากําหนดว่า สภาจะไปประชุมที่อื่น ไม่เจอครับ มีแต่บอกให้ประชุม ณ ที่ทําการของสภาทั้งนั้น และอาคารบริเวณนั้นมันมีความเปึนมา มันมีเอกสิทธิ์ มีความคุ้มกัน มีหลายสิ่งหลายอย่าง เกิดขึ้นอยู่ ฉะนั้นผมก็มาคิดว่ามันมีความจําเปึนอย่างไรที่จะต้องไปเขียนอย่างนี้ ท่านยกเอาเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อป้ที่แล้วเปึนกรณีขึ้นมา แล้วก็เลยเขียนขึ้นมาว่า ถ้ามีเรื่องสุดวิสัยถ้าประชุมที่นี่ไม่ได้ก็ให้ประธานรัฐสภากําหนดที่อื่นด้วยก็ได้ ก็ไม่แน่ใจอีกนะครับว่าเรื่องเหตุสุดวิสัยที่ว่านี้คืออะไร ถ้าเอาตามความหมายทั่ว ๆ ไป อย่างที่เราเข้าใจในเชิงกฎหมายก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่าหมายถึงกรณีที่ท่านไม่อาจประชุม ณ ที่นี่ได้จริง ๆ แล้วก็ให้ประธานสภาไปกําหนดที่เอาเอง แต่ผมคิดว่าในความเปึนมา ของการมีสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภาร่วมกัน สถานที่ประชุมครับ มันมี ความศักดิ์สิทธิ์ของมันเอง มันมีกฎหมายคุ้มครองของมันเอง ถ้าท่านไปดูข้อบังคับ การประชุมของสภาหลาย ๆ ประเทศเขาจะเขียนไว้ท่านประธานครับว่าสถานที่ประชุม คือที่ไหน เอาไว้ทําอะไร ใครมีหน้าที่อะไรบ้าง เขาไม่ได้เขียนไว้เลยว่าถ้ามันมีประชุม ให้ไปที่ไหน ก็แปลว่าอะไร ก็แปลว่าต้องประชุมที่นี้ ถ้ามันมีเหตุประชุมไม่ได้จริง ๆ ถ้าเกิดไฟไหม้สภาทั้งหมดค่อยว่ากันตรงนั้น แต่ว่าการเขียนไว้อย่างนี้ผมไม่แน่ใจ แต่ต่อไปมันอาจจะเป่ดช่องให้มีการย้ายที่ประชุมไปบ่อย ๆ ด้วยก็ได้ นี่เปึนข้อสังเกต ที่อยากตั้งไว้นะครับว่าในข้อบังคับการประชุมของ ๒ สภาที่ผ่านมาไม่ได้พูดถึง สถานที่ประชุม แต่พอมีการประชุมรัฐสภามันจะเพิ่มอีกที่หนึ่งก็คือสถานที่ประชุม ของรัฐสภา ฉะนั้นไม่แน่ใจว่าอย่างนั้นถ้าสภาผู้แทนราษฎรประชุมตรงนี้ไม่ได้ ไม่ได้เขียนไว้ ท่านประธานอาจจะนัดพวกผมไปประชุมที่อื่นด้วยก็ได้อย่างนั้นก็คงจะไม่ใช่ แต่ผมคิดว่า เปึนหน้าที่ของทุก ๆ ฝ์ายที่เกี่ยวข้องต้องทําให้สถานที่ตรงนี้มันประชุมให้ได้ ถ้ามาเขียน ช่องไว้อย่างนี้มันก็จะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตนะครับ
เรื่องต่อมาที่ผมคิดว่าพึงต้องระวังด้วยการเขียนอย่างนี้ เพราะเวลามีการประชุม เครื่องไม้เครื่องมือที่ท่านต้องเตรียมให้พร้อม หลายคนเล่าให้ผมฟังเมื่อครั้งที่มีการประชุม ที่กระทรวงการต่างประเทศไม่พร้อมหลายสิ่งหลายอย่าง จดชวเลขไม่ได้ ถ่ายทอดไม่แน่ใจ การลุกขึ้นพูดการอะไรมันมีปัญหาเยอะ เพราะฉะนั้นถ้าไปเขียนไว้อย่างนี้ถ้ามีเหตุสุดวิสัย ไปนะครับ ก็มีปัญหาตามมา ถ้ามีการอภิปรายกัน มีการถ่ายทอดเสียง สถานที่ที่จะคุ้มครอง คืออะไรมันตามมาครับ ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะมาเขียนเพิ่มเติมอย่างนี้ ไม่เคยมี ก็เลยเดาได้เพียงว่าท่านเอาเหตุครั้งที่แล้วเหตุเดียวเอาขึ้นมาแล้วกําหนดว่า ถ้ามีเหตุสุดวิสัย ก็ไปที่อื่นได้ แต่ปัญหามันจะตามมาเยอะครับท่านประธาน ผมถึงไม่เห็นด้วยไม่ควรจะเขียน เพิ่มเติมขึ้นมาตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เอาเปึนตามเดิมว่าก็ประชุมที่นี่ล่ะ แค่นี้พอแล้วครับ
เชิญ คุณสุวโรช พะลัง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงเช่นเดียวกันครับท่านประธานในข้อ ๓ ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้กรุณาเพิ่มเติมมาในส่วน ตรงนี้เกี่ยวกับสถานที่ประชุมของรัฐสภา ผมเข้าใจเหตุผลแล้วก็เห็นใจในเจตนาที่ดีของ คณะกรรมาธิการครับ แต่กรณีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเหล่านั้นครับ ผมเชื่อว่า อีกหลายสิบป้หรือใช้คําว่าอีกนานละครับ หรือแทบจะหาไม่ได้ที่เหตุการณ์เหล่านั้น จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องถามทางคณะกรรมาธิการก็คือว่าการที่ท่านมาบอกว่า ที่ประชุมของรัฐสภา ท่านมาเพิ่มกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตามที่ท่านเพิ่มขึ้นมานี่ครับ นั่นมันบอก ให้เห็นใช่ไหมครับว่าการแถลงนโยบายของรัฐสภาที่ผ่านมาไม่ชอบหรือ ผมกลับมีมุมมอง ที่ตรงกันข้ามครับ เหมือนเดิมครับ เพราะกรณีที่จะมีการนัดประชุม กรณีที่มีเหตุการณ์ เหมือนลักษณะที่เกิดขึ้นนั้น ผมเชื่อว่าเปึนอํานาจของท่านประธานรัฐสภา สามารถทําได้อยู่แล้ว และสิ่งที่ทํามาทั้งหมดในการแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศในครั้งนั้นก็มาจาก การชุมนุมทางการเมืองที่พวกเราซึ่งเปึนสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถเข้ามาในสภาได้ และท่านประธานรัฐสภาก็ได้กรุณาเห็นถึงเหตุการณ์ตรงนั้นเพื่อปัองปรามไม่ให้เกิด ภยันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และมีเหตุจําเปึนเร่งด่วนจริง ๆ ท่านก็เลยนัดประชุมกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งการแถลงนโยบายในวันนั้นก็บรรลุเปัาหมายได้ดัง เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมมองว่ายิ่งท่านเติมไปอย่างนี้ครับ มันยิ่งฟัองว่าที่แถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมามันไม่ชอบใช่ไหมถึงต้องมาเติม ให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผมมองว่าตามร่างเดิมถูกอยู่แล้ว ผมไม่เห็นด้วย โดยสิ้นเชิงที่จะให้มีการเพิ่มเติมในส่วนตรงนี้ลงไป และอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธาน ซึ่งเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติด้วยความเคารพครับว่า ที่ประชุมของ รัฐสภา สถานที่ประชุมของรัฐสภามันต้องที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามีเหตุจําเปึนจริง ๆ ไฟไหม้หรือมีอุบัติเหตุ เหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แล้วเหตุการณ์มันเกิดขึ้น จนไม่สามารถที่จะทําให้สมาชิกฝ์ายนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบภารกิจที่กฎหมาย รัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้ ตรงนี้ท่านประธานรัฐสภามีอํานาจที่จะดําเนินการได้อยู่แล้ว ไม่จําเปึนที่จะต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนสถานที่ประชุมของรัฐสภาตามที่ทางกรรมาธิการ วิสามัญได้ไปเพิ่มหรือไปเติมตรงนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมมีความข้องใจในเรื่องดังกล่าว เลยอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังทางคณะกรรมาธิการว่าถ้าให้คงตาม ร่างเดิมได้หรือไม่ เพราะมิเช่นนั้นครับมันอาจจะนําไปสู่การตีความหรือการยึดโยงไปจาก อดีตเหตุการณ์ที่ผ่านมา นั่นก็จะยุ่งเข้าไปใหญ่ ซึ่งผมมองว่าสิ่งที่รัฐบาลได้แถลงนโยบาย ไปตามเจตนารมณ์ที่ทางท่านประธานรัฐสภาได้กําหนดการประชุมนอกที่ประชุมรัฐสภา ที่ผ่านมานั้นผมถือเปึนประชุมที่ชอบอยู่แล้วไม่จําเปึนที่จะต้องมีการเพิ่มเติมในร่างฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการ ชี้แจงครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ โดยส่วนตัวนั้นผมพูดอยู่ในสภานี้ตลอดเวลาว่า การประชุม รัฐสภาหรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานั้นจะต้องประชุมที่สภานี้เท่านั้น เพราะผมถือว่าสภานั้นเปึนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เปึนศูนย์รวมอํานาจของประชาชน ถ้าเรา ไม่สามารถประชุมในที่นี้ได้อํานาจของประชาชนทั้งประเทศจะไปอยู่ตรงไหน เพราะเรา ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ถือว่าเปึนศูนย์รวมอํานาจของประชาชนอยู่ตรงนี้ เราต้องประชุมที่นี่เท่านั้น ผมยืนยันอย่างนี้มาตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้มีการเพิ่มเติม ตรงนี้นั้น ผมต้องเห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายหลายท่านว่าไม่จําเปึนจะต้องเพิ่มก็ได้ แต่ก็มี สมาชิกซึ่งเปึนกรรมาธิการหลายท่านให้ความเห็นว่าการประชุมคราวที่แล้วที่มีการแถลง นโยบายนั้นไปใช้ประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศก็ถือว่าเปึนอํานาจของประธานก็จริงนะครับ แล้วก็ชอบ แต่ที่เพิ่มเติมตรงนี้อยากจะให้บัญญัติไว้ตรงนั้นเปึนกรณีพิเศษว่า ถ้าหากเปึน เรื่องจําเปึนและสุดวิสัยจริง ๆ ที่เราไม่ใช้คําว่า เปึนเหตุ แล้วไม่เขียนแยกออกไปว่า จําเปึน หรือกรณีมีเหตุสุดวิสัย เพราะเราต้องการให้ถือว่าเปึนเรื่องที่จําเปึนจริง ๆ และสุดวิสัยจริง ๆ ในบางกรณีอย่างที่ท่านสุวโรชได้ชี้แจงไปว่า กรณีเกิดไฟไหม้หรือแผ่นดินไหว หรือเกิดอะไร ที่ไม่สามารถประชุมในที่นี้ได้จริง ๆ แต่ขณะเดียวกันนั้นถ้าสมมุติว่าสมาชิกส่วนใหญ่ เห็นว่าตรงนี้ไม่จําเปึน เพราะเปึนอํานาจของท่านประธานที่ประชุม ถ้ามีกรณีอย่างนั้น เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วไม่เขียน ทางกรรมาธิการก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ในกรณีนี้ก็อยากจะฟัง ความเห็นท่านสมาชิกอีก ๒-๓ ท่านว่าจําเปึนต้องเขียนหรือไม่ โดยส่วนตัวผมนั้นผมเองนี่ โดยส่วนตัวนะครับว่าไม่จําเปึนต้องเขียนก็ได้ แต่เมื่อกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ว่า ถ้าเขียนไว้มันก็จะชัดเจน ว่าถ้าเกิดมีเรื่องสุดวิสัย จําเปึนสุดวิสัยจริง ๆ แล้วเขียนไว้เสีย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้กรรมาธิการไม่ติดใจนะครับ ถ้าสมาชิก ส่วนใหญ่เห็นว่าไม่จําเปึนต้องเขียน ไม่จําเปึนต้องแก้ไขเพิ่มเติมเลยนะครับ ก็อยากจะฟัง ความเห็นท่านสมาชิกอีกสัก ๒-๓ ท่านอย่างน้อยในเรื่องดังกล่าวครับ
เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและฐานะ ที่เปึนกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างข้อบังคับฉบับนี้ด้วย ท่านประธานครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๓ เปึนเรื่องของคํานิยาม คํานิยามตรงนี้ที่เพิ่มเข้ามามาตั้งแต่ฉบับยกร่างนะครับ โดยการประมวลเอาร่างข้อบังคับที่ผ่านมาของการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ร่างข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภาเข้ามาประมวลรวมแล้วก็หาทางออกแล้วเขียน คํานิยามเอาไว้ เหตุที่เขียนคํานิยามสถานที่ประชุมรัฐสภา เผอิญมันมีบทบัญญัติที่เปึน ข้อบังคับรองรับไว้ในข้อหลัง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาระเบียบและความเรียบร้อย ของการประชุมในรัฐสภา เขียนสถานที่ประชุมไว้หลายมาตรา ก็เลยจําเปึนต้องนิยาม ท่านประธานครับ ผมเอง ๒ ส่วนครับ
ส่วนหนึ่งมีแนวคิดที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าการบัญญัติอย่างนี้ ถ้าไม่เติมของกรรมาธิการเสียงข้างมากลงไปนะครับ ท่านประธานครับ ข้อความจะเปึนอย่างนี้ ในร่างเดิมนะครับ สถานที่ประชุมของรัฐสภา หมายถึง สถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ อาคารที่ทําการของรัฐสภา จบแค่นี้นะครับไปไหนไม่ได้ นั่นคือร่างเดิม ถ้าเขียนอย่างนี้นะครับ นั่นหมายความว่า ถ้ามีเรื่องที่เปึนเหตุสุดวิสัยผมขออนุญาตสนับสนุนท่านประยุทธ์นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เพราะว่าภาษาไทยท่านเองเชี่ยวชาญและเปึนภาษาไทยทางเชิงกฎหมาย และข้อบังคับที่จะนําสู่การปฏิบัติ กรรมาธิการของเราเองเราใช้กรณีจําเปึนที่เปึนเรื่อง มันเปึนคําผนวกกันนะครับ เปึนเหตุสุดวิสัยจริง ๆ นะครับ ผมไม่เอากรณีชุมนุมทางการเมือง เพราะนั่นเปึนเหตุการณ์ตัวอย่างนั่นเอง เหตุสุดวิสัยประเทศไทยเจอวิบัติแผ่นดินถล่ม อาคารรัฐสภาพังทั้งหลัง แล้วบังเอิญพังในช่วงสมัยการประชุมของรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาด้วย สัปปายะสภาสถาน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละที่ตั้งริมแม่น้ําถล่ม ถ้าสมมุติ เราไม่มีทางออกตรงนี้เขียนรองรับไว้ นั่นหมายความว่าเราต้องป่ดสมัยประชุมไปก็ไม่ต้อง ทําหน้าที่กัน มีสมาชิกบางท่านบอกว่าเปึนอํานาจของท่านประธานที่จะกําหนดสถานที่ ประชุม กรรมาธิการเองก็ดูในเรื่องนี้โดยละเอียดพอสมควรนะครับ ไม่ว่าจะเปึนข้อบังคับ ที่เราเขียนร่างเอาไว้ในข้อ ๕ ที่เปึนอํานาจของท่านประธาน เปึนประธานในที่ประชุมของ รัฐสภา อันนี้อํานาจหน้าที่ของท่านประธานนะครับ กําหนดการประชุมรัฐสภา ถ้าจะแปล ความใน (๒) นี้ในข้อบังคับ ข้อที่ ๕ เปึนอํานาจประธานที่จะบอกว่า กําหนดการประชุม รัฐสภาและกําหนดสถานที่ได้ด้วย มันก็จะเปึนข้อถกเถียง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ คงไม่มีประธานรัฐสภาท่านไหนหรอกครับ ที่อยู่ดี ๆ นึกสนุกก็จะไป กําหนดไว้ตรงนั้นตรงนี้คงไม่มีหรอกครับ ถ้าทําก็ผิดแผกธรรมเนียมประเพณี แล้วท่านก็อยู่ ในตําแหน่งไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นการเขียนข้อ ๕ เปึนการกําหนดการประชุมในมติเรื่องของ วิธีการ กระบวนการการประชุม ซึ่งเขียนรองรับไว้ในวิธีการประชุม ต้องขออนุญาต ท่านประธานล่วงไปนิดเดียวครับ ในข้อ ๒๒ ประธานมีอํานาจปรึกษาที่ประชุมรัฐสภา ในปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับวิธีการประชุม สั่งพักการประชุมรัฐสภา เลื่อนการประชุมรัฐสภา หรือเลิกการประชุมรัฐสภาได้ตามที่เห็นควร อันนี้เขียนรองรับเอาไว้เรื่องวิธีการประชุม เพราะฉะนั้นประเด็นที่บอกว่าเปึนอํานาจของประธานรัฐสภาที่กําหนดสถานที่ประชุมนี้ ผมเองเชื่อว่าข้อบังคับนี้ไม่ได้ให้อํานาจเอาไว้ เมื่อไม่ให้อํานาจเอาไว้ ถ้าจําเปึนจะต้อง เขียนให้มันชัดเจนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ต้องบัญญัติไว้ในตัวบทหนึ่งว่าเปึนเหตุสุดวิสัย หรืออย่างที่เลวร้ายที่ผมยกไว้นะครับ ง่าย ๆ ประเทศไทยนี่ง่ายสุด ไฟไหม้ทั้งหลังครับ ก็เลย จําเปึนต้องเขียนไว้ ถามว่าเขียนแล้วไปมีผลต่อเรื่องการประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ หรือไม่ ไม่มีผลหรอกครับ ไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้น นี่เราเขียนไปข้างหน้า ไม่ว่าใครจะมาเปึน รัฐบาล ใครจะมาเปึนประธานรัฐสภา ถ้ามันมีเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ที่จะต้องทําหน้าที่ของ ตัวแทนพี่น้องประชาชน สถานที่ก็ต้องจําเปึนและสําคัญ และเอื้ออํานวยกับการทํางานของ ท่านประธานรัฐสภาด้วย ให้มีความสบายใจ ข้อบังคับให้อํานาจผม ผมก็สามารถกําหนดได้ เปึนเรื่องเหตุจําเปึนสุดวิสัย หรือจะตัดคําว่า จําเปึน ก็ได้ครับ เพราะว่าสมาชิกบางท่านได้ บอกไว้เปึน ๒ กรณี จะมองว่าจําเปึนก็ได้ และเหตุสุดวิสัยได้ด้วย ซึ่งอย่างนั้นก็แปลความ ไปในอีกมุมหนึ่ง ถ้าจะแปลความอย่างนั้นก็ตัด จําเปึน ออกเลยครับ ต้องเปึน เหตุสุดวิสัย อย่างเดียว เรื่องเดียวเท่านั้นที่จะไปที่อื่นได้นะครับ เปึนเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ที่ไม่สามารถจะใช้อาคารสถานที่ตรงนี้ที่เรียกว่า รัฐสภา ประชุมได้ก็ไปที่อื่นได้ ไปที่อื่น ในมิติที่มีความพร้อมที่จะเปึนรัฐสภาชั่วคราวนะครับ ในประเด็นนั้นผมต้องกราบเรียน ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นครับ ประเด็นที่เปึนอํานาจหน้าที่ของท่านประธานรัฐสภา ถ้าตัดออกแล้วยืนยันว่ามีอํานาจจริง ไม่ได้ขัดข้องเลยครับ ไม่ได้ขัดข้องว่าจะตัดออก แต่นิยามเดิมที่เราใช้ของผู้แทนราษฎร ไม่ได้เขียนไว้ เขียนบริเวณอาคารไว้เท่านั้นเองในเรื่องการรักษาความเรียบร้อย แต่ว่า บัญญัติที่ประชุมเอาไว้ ซึ่งจะใช้สถานที่ตรงไหนก็ได้คือถือเปึนที่ประชุม ที่ประชุมร่วมก็มี ๒ สภามาอยู่ด้วยกัน เพราะว่ารัฐสภามันมีคํานิยามตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่แล้วว่า รัฐสภาคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะเป่ดกว้างสักนิดหนึ่งนะครับ ถ้าจะตัดออก แล้วก็เปึนดุลยพินิจของท่านประธานถ้ากรณีมีอํานาจจริง มาตรา ๓ เอง ผมในฐานะที่เปึน กรรมาธิการก็อยากจะเสนอท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยดูด้วยว่าถ้าจะบัญญัติ สถานที่ประชุมรัฐสภาจะต้องตัดคําว่า ณ อาคารที่ทําการของรัฐสภา ออก ถ้าจะไม่เติม ถ้อยคําข้างล่างต้องเขียนเปึนว่าหมายถึงสถานที่ประชุมของรัฐสภา เหมือนที่เราเขียน ที่ประชุมรัฐสภาเปึนสถานที่ที่ใช้ในการประชุมของรัฐสภา เพราะเรามีคํานิยามคําว่า การประชุมรัฐสภา อยู่แล้ว ก็เขียนสอดรับกันเท่านั้นเอง สถานที่ประชุมของรัฐสภา หมายถึงสถานที่ที่ประชุมของรัฐสภา แค่นี้จบครับ ก็ไปดูนิยามคําว่าการประชุมรัฐสภา ซึ่งเขียนนิยามไว้ข้างบนอยู่แล้ว ดังนั้นเป่ดกว้างเลยครับ จะแปลความอย่างไรก็ได้ ประเด็นที่ผมกราบเรียนตรงนี้เราไม่แปลความว่าการประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือขัดข้อบังคับหรือไม่ ไม่มีใครร้องครับ ตอนแรกพวกผมก็คิด เหมือนกันครับแต่ไม่ร้อง เพราะว่าข้อบังคับมันเป่ด ข้อบังคับไม่ได้เขียนว่าต้องประชุม ที่บริเวณอาคารรัฐสภา ไม่มีนะครับ ถึงแม้จะเขียนคํานิยามว่าบริเวณรัฐสภาเอาไว้ แต่ว่า นั่นเขียนรองรับเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน ไม่ได้เขียนกําหนดไว้ ในข้อบังคับเลยว่าต้องประชุมที่บริเวณอาคารรัฐสภา ไม่มีครับ ไม่ว่าของวุฒิสภา หรือของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นประเด็นคํานิยามในมาตรา ๓ ถ้าจะมีการเปลี่ยน ไม่เติม ก็ตัดคําว่า ตั้งแต่ ณ อาคารที่ทําการของรัฐสภา ออกทั้งหมด ให้เหลือเฉพาะว่า หมายถึง สถานที่ประชุมของรัฐสภา เท่านั้นเอง การประชุมรัฐสภาอะไรคือไปดูนิยามของ การประชุมรัฐสภาไปก็แค่นั้น ถ้าจะไม่เติมนะครับ แต่ถ้าจะเน้นว่า ณ อาคารที่ทําการ ของรัฐสภาต้องมีข้างล่างเพื่อเป่ดเปึนรูจมูกให้หายใจบ้าง เขียนแก้ปัญหาข้างหน้าครับ เราอย่าไปนึกย้อนหลัง ถ้าเอาเรื่องหลัง ๆ ที่มันเลวร้ายมาเปึนประเด็นแล้วไปพัวพันกับมัน เหมือนออกกฎหมายรัฐธรรมนูญมันก็แย่ แต่ว่าตรงนี้เรามาพัวพันในแง่เปึนมิติของ การแก้ไข ทุกฝ์ายได้ประโยชน์ ไม่ได้เขียนแล้วทุกฝ์ายได้โทษ ไม่ใช่ครับ ถ้าทุกฝ์ายได้โทษ หรือฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งเปึนโทษขึ้นมาก็อย่าเพิ่งเขียน เหมือนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เราใช้ อยู่ ณ ขณะนี้ มีหลายมาตราที่ไปตรงไหนก็ไม่ได้ จะซ้ายก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ เช่น กฎหมาย สตง. ลงซ้ายก็ไม่ได้ ลงขวาก็ไม่ได้ ค้างเติ่ง กราบเรียนท่านวุฒิสมาชิกนะครับ ท่านอาจจะ ต้องกลับไปลงใหม่อีกครั้งให้สมบูรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับความเห็นผมเปึนอย่างนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานในฐานะที่เปึนสมาชิกด้วย เปึนกรรมาธิการด้วย ถ้าสภาแห่งนี้ จะพิจารณาตามที่ผมอภิปรายเรื่องความหมายคํานิยามตรงนี้ก็ไม่จําเปึนต้องถกเถียงกัน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึน ความจําเปึนอย่างยิ่งของบ้านเมือง ของปวงชนชาวไทย ที่จะต้องช่วยกันคิด ช่วยกันดู ช่วยกันทํา โดยเฉพาะผู้ที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สถานที่ประชุมของ สมาชิกรัฐสภานั้นสําคัญนะครับ ทั้งอาคารสถานที่ ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งอุปกรณ์ ในการที่จะต้องมีการบันทึก ในการที่จะต้องทํารายงานการประชุม แล้วก็มีทั้งวีซีดี (VCD) ที่จะบันทึกไว้เพื่อเปึนหลักฐานในการที่จะถือปฏิบัติแล้วก็จําต้องปฏิบัติตรงกัน แล้วก็ จะต้องเปึนสิ่งที่ทุกคนสิ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกคนจําต้องปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมที่ได้มีไว้เก่านั้นบอกว่า ที่ประชุมรัฐสภา หมายถึง ที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา และให้หมายความรวมถึงที่ประชุมวุฒิสภาทําหน้าที่รัฐสภาในระหว่างที่อายุ ของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบด้วย ท่านประธานครับ รัฐสภา อันนี้ถ้าเราพูดถึงอาคารสถานที่มีแห่งเดียวในประเทศไทยไม่มีแห่งอื่นอีก ตัวหนังสือก็เขียนไว้ชัดข้างหน้าอาคารบอกรัฐสภา เพราะฉะนั้นตามข้อบังคับเดิมนั้นต้อง ประชุมที่นี่เท่านั้น จะไปประชุมที่อื่นไม่ได้ การประชุมที่อื่นจึงถือไม่ได้ว่าเปึนการประชุม รัฐสภา ทีนี้ท่านประธานผมต้องกราบเรียนว่าการบัญญัติกฎหมาย การเขียนกฎหมายนั้น ภาษาไทยที่ใช้เปึนหลักในการที่จะบัญญัติหรือตราหรือกําหนดลงไปเปึนข้อกําหนด หรือข้อบังคับในกฎหมายนั้น พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานบัญญัติบังคับไว้นะครับ ท่านประธานว่ารัฐสภาจะต้องใช้ภาษาไทยที่เปึนภาษาราชการ ที่ราชบัณฑิตยสถาน ได้กําหนดคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ไว้ในหนังสือตําราภาษาไทยแห่งชาติที่ชื่อว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเท่านั้น เพราะว่าภาษาไทยที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานนั้น ราชบัณฑิตซึ่งเปึนนักปราชญ์หลวงแล้วก็ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เปึนราชบัณฑิต การปฏิบัติหน้าที่ของราชบัณฑิตก็บัญญัติไปโดยอาศัยอํานาจ ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานที่เปึนกฎหมายที่ทุกคนจําต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น ถ้อยคําต่าง ๆ ที่ได้มีการตราไว้ แล้วก็ได้มีการอนุมัติกันในที่ประชุมรัฐสภานี้แล้วก็ต้อง ถือว่าเปึนไปตามนั้นแล้วต้องบังคับอย่างเคร่งครัด อํานาจท่านประธานครับ อํานาจนั้นก็ มิได้เกิดขึ้นในตัวเองของประธานรัฐสภา คําว่า อํานาจนั้นเปึนอิทธิพลที่สามารถจะบังคับ บุคคลอื่นให้จําต้องปฏิบัติตามแม้จะไม่สมัครใจนั่นหมายความว่าจะต้องมาจากปวงชน ชาวไทยเขาอนุมัติ แล้วเขียนไว้หรือตราไว้หรือบันทึกไว้เปึนลายลักษณ์อักษรเท่านั้นจึงจะมี อํานาจ อํานาจมิได้เกิดขึ้นในตําแหน่งเอง อํานาจในการที่จะกําหนดให้ไปประชุมที่อื่นที่นั่น ที่นี่นั้น ในข้อบังคับ ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายฉบับใดไม่มีบัญญัติไว้ เพราะฉะนั้น ประธานรัฐสภาจึงไม่มีอํานาจที่จะกําหนดให้ไปประชุมในที่อื่น ซึ่งมิใช่อาคารสถานที่ที่ เขียนไว้ข้างหน้าว่ารัฐสภา นอกจากนั้นไม่เคยมี ท่านประธาน ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่ผม จําความได้ว่าได้มีการไปประชุมรัฐสภาที่อื่นผมไม่ยอมรับการไปประชุมที่อื่นเพราะปวงชน ชาวไทยไม่ได้เขียนเปึนหนังสือหรือตราไว้ว่าให้มีอํานาจไปทําที่อื่นได้ ทีนี้เห็นไหมครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเปึนเหตุให้มีการมาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ภาษาที่ใช้ ท่านประธานครับมันมีคําที่เพิ่มเข้ามาในร่างข้อบังคับการประชุมนี้นะครับ มันมีอยู่ ๒ คํา คือคําว่า จําเปึน และคําว่า สุดวิสัย เราอย่ากําหนดคํานิยามเอง อย่าเดาเอง อย่าคิดว่าเปึนอย่างนั้น อย่าคิดว่าเปึนอย่างนี้ เขามีหนังสือตํารา มีหนังสือที่ว่าด้วยคําศัพท์ และคํานิยามศัพท์ที่กําหนดไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานแล้ว ผมขออนุญาต ค้นคว้ามาแล้วได้อ่านให้ท่านประธานฟัง คําว่า จําเปึน หมายความว่า ต้องเปึนอย่างนั้น ต้องทํา ขาดไม่ได้ คําว่า สุดวิสัย แปลว่า พ้นกําลังความสามารถ พ้นความสามารถที่ใคร อาจจะปัองกันได้ เช่น ภัยธรรมชาติเปึนเหตุสุดวิสัย เห็นไหมครับ แค่นี้เหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ไม่ถึงขนาดที่ว่าไม่สามารถที่ใครอาจจะปัองกันได้ การมาชุมนุมประท้วงกันที่หน้าอาคาร รัฐสภาเมื่อครั้งนั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถจะปัองกันได้ เจ้าหน้าที่ตํารวจมี แล้วก็ ตํารวจก็มีอํานาจที่จะจับกุมที่จะดําเนินการจัดการกับผู้ที่มาขัดขวางไม่ให้มีการประชุม รัฐสภาได้ ไม่ใช่ไม่มี แล้วก็ยังไม่เคยมีการพิสูจน์กันว่าวันนั้นไม่สามารถเข้ามาประชุมร่วมกัน ในอาคารนี้ ซึ่งเปึนรัฐสภาได้ ที่มาเขียนไว้อย่างนี้นะครับ และคําสําคัญอีกคําหนึ่งครับ ท่านประธาน ประธานรัฐสภาอาจกําหนดสถานที่ประชุมรัฐสภา ณ สถานที่อื่นเปึนการชั่วคราว นี่ให้อํานาจที่สําคัญ งานสําคัญของประเทศของปวงชนชาวไทยแก่ประธานรัฐสภา คนเดียวว่าท่านไปกําหนดที่ไหนก็ได้ แล้วให้อํานาจในการที่จะวินิจฉัยชี้ขาดและตีความด้วยว่า อันนี้เปึนความจําเปึนหรือไม่ เปึนเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ให้ประธานรัฐสภาคนเดียวมีอํานาจ วินิจฉัย ท่านประธานว่ามันสมควรไหมครับ แล้วถ้ามีการโต้เถียงกันล่ะ บอกนี่ยังไม่จําเปึน นี่ยังไม่เปึนเหตุสุดวิสัย แล้วจะว่าอย่างไร ใครจะมาเปึนผู้วินิจฉัย แล้วผู้แทนราษฎร ทั้งสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีไว้ทําอะไร นอกจากนั้นยังไม่พอ ท่านประธานครับการกําหนดที่จะให้ไปประชุมที่นั่นที่นี่จะต้องใช้วิธีการอย่างไร มีระเบียบ วิธีการ ข้อบังคับอย่างไรที่จะให้ประธานรัฐสภากําหนด กําหนดไปที่ไหนต้องปรึกษา กับใครไหม ประธานคนเดียว รองประธานรัฐสภามีไว้ทําอะไรอีกมากมายหลายประการนะครับ ท่านประธาน เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอามาทํากันเล่น ๆ แล้วก็ไปผูกพันปวงชนชาวไทย เขาทั้งประเทศ มันอาจมีการสร้างเรื่องเงื่อนไขได้ และการไปประชุมที่อื่นวิธีการที่จะให้ สมาชิกมาประชุมครบองค์ประชุมใช้อะไรครับ ใช้วิธีการอะไร ใช้โทรศัพท์ตามรายตัว หรือจะต้องมีเอกสารราชการที่ได้มีการบันทึกรายงานการประชุมไว้ว่ามีเหตุจําเปึนอย่างนั้น มีเหตุสุดวิสัยอย่างนั้น ใครต่อใครได้ปรึกษากันแล้ว แล้วจึงมีหนังสือราชการถึงสมาชิก รัฐสภาทุกคน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ให้มีหลักฐานในการที่จะ ได้บันทึกไว้ว่าได้รับรู้ ได้รับทราบการเลื่อนกําหนดทั้งเวลา ทั้งสถานที่ในการประชุมแล้ว มีหลักฐานอะไรครับ แล้วเราจะไปพิสูจน์ให้ปวงชนชาวไทยที่เขาสงสัย อย่างเช่นวันนี้ ผมสงสัยว่าวันนั้นมีเอกสารราชการอะไร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภาทุกคนได้รับแจ้ง กําหนดสถานที่และเวลาในการที่จะประชุมรัฐสภาซึ่งเปึนการประชุมที่สําคัญของปวงชน ชาวไทยที่มอบให้อํานาจและกําหนดหน้าที่ให้พวกเรามาร่วมกันทํา มีหลักฐานใดบ้าง ไม่มีหรอกครับ ดังนั้นมันเปึนการไม่ชอบ เพราะฉะนั้นการที่จะมากําหนดอย่างนี้แค่นี้ ก็ไม่ไหวนะครับ ให้ประธานรัฐสภาคนเดียวเปึนผู้กําหนด วิธีการก็ไม่บอก ทําเปึนหนังสือไหม ผมไม่ทราบจะอภิปรายอย่างไร ก็ต้องฝากที่ประชุมเรานะครับ มันไม่ใช่เรื่องมาแก้ปัญหา เฉพาะหน้าชั่วเวลาชั่วครั้งชั่วคราว แต่ว่ากฎกติกา ข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ร่วมกัน กําหนดลงไปนั้นมันผูกพันปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ผมไม่เห็นด้วยเลยที่จะมากําหนด วิธีการอย่างนี้ไว้ ถ้าจะมีตรงนี้วิธีการต่อไปการกําหนดจะทําอย่างไรนี่เปึนการให้อํานาจ คนคนเดียวนะครับ ที่จะทําให้การประชุมในการตรากฎหมายซึ่งจะต้องบังคับต่อปวงชน ชาวไทยทั้งประเทศ แล้วเราจะทํากันอย่างนี้ได้อย่างไร และไม่มีอํานาจให้ไว้ก่อนและทํา กันไปมันชอบไหม แค่ไหน ซึ่งผมท้วงติงและคัดค้านมาตลอดว่ามันเปึนการกระทํามิชอบ ก็กราบเรียนท่านประธานและบรรดาเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันคิดนะครับ มันไม่ใช่เรื่องที่เรา จะมาทํากันเฉพาะเหตุการณ์นี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านจิตต์ครับ
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่ร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับและของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมในข้อ ๓ นะครับ ซึ่งเดิมสถานที่ประชุมรัฐสภา หมายถึง สถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ อาคารที่ทําการรัฐสภา ซึ่งอันเดิมนี้ผมเห็นว่ามันก็ เปึนเรื่องที่ประชุมก่อน ๆ มานะครับ ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่มีประชาชนมาชุมนุม ประท้วงป่ดบริเวณที่ทําการอาคารรัฐสภา อันของเก่านี้ผมเห็นว่ามันมีข้อบกพร่องอยู่ และผมเห็นด้วยกับข้อความในร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับที่เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งทันเหตุการณ์และเปึนสิ่งที่จะทําให้ การประชุมของรัฐสภาในโอกาสต่อไปมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ที่ผมพูดเช่นนี้ก็คือ หมายความว่า กฎหมายใดก็ตามหรือข้อบังคับใดก็ตามเกี่ยวกับการประชุมนี่นะครับ ถ้าหากว่ายังเขียนเหมือนเดิมก็จะมีการตีความกันเหมือนเดิม ถ้าเขียนเหมือนเดิม ก็หมายถึงว่า สถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ อาคารที่ทําการของรัฐสภา ก็หมายถึงว่าที่นี่ ที่เดียวเท่านั้น จะไปประชุมที่อื่นถือว่าไม่ชอบตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับกําหนดเพิ่มเติมขึ้นมาว่า สถานที่ประชุมของรัฐสภา หมายถึง สถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ อาคารที่ทําการของรัฐสภา เว้นแต่ในกรณีจําเปึน ที่เปึนเรื่องสุดวิสัยที่ไม่อาจประชุมในอาคารที่ทําการรัฐสภาได้ ประธานรัฐสภาอาจกําหนด สถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ สถานที่อื่นเปึนการชั่วคราวก็ได้ อันนี้ก็เห็นแล้วนะครับว่า วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมเองก็ได้เข้าร่วมประชุม ณ ที่สภาแห่งนี้ และในที่สุดหลังจาก เลิกประชุมก็ได้ป้นรั้วของอาคารรัฐสภาออกไปด้านหลัง ซึ่งมันเปึนเรื่องที่ไม่สมควรที่จะ เกิดขึ้นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเกิดขึ้นไปแล้วก็ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ของการประชุม รัฐสภาแห่งนี้ เพราะว่าทางรัฐบาลหรือผู้มีอํานาจก็ดีก็ไม่อยากจะใช้วิธีการรุนแรงกับพี่น้อง ประชาชน ซึ่งประชาชนเหล่านั้นเขามีความต้องการไม่ต้องการให้รัฐบาลชุดนั้นเข้ามาทํา หน้าที่แถลงนโยบายได้ อันนี้ก็เปึนเหตุหนึ่งที่ประชาชนเขาคิดขึ้นมานะครับ อันนี้ก็เปึน การปัองกัน แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมานี้ผมก็อยากจะ ขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อความเพื่อให้ความเหมาะสมเกิดขึ้นนะครับ ตามที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับได้เขียนข้อความหรือบัญญัติข้อความไว้ว่า เว้นแต่ในกรณี จําเปึนที่เปึนเรื่องเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจประชุมในอาคารที่ทําการรัฐสภาได้ ผมขอเสนอแนะ แก้ไขเพิ่มเติมข้อความดังนี้ซึ่งจะกระชับกว่าหรืออาจจะตีความได้ชัดเจนมากขึ้นก็คือ เว้นแต่ในกรณี ขออ่านข้อแรกเลยนะครับ สถานที่ประชุมของรัฐสภา หมายถึง สถานที่ ประชุมของรัฐสภา ณ อาคารที่ทําการของรัฐสภา เว้นแต่ในกรณีจําเปึนที่ อันนี้ผมขอ เพิ่มเติมนะครับ เว้นแต่ในกรณีจําเปึนที่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นใดซึ่งไม่อาจประชุม ในอาคารที่ทําการของรัฐสภาได้ ผมขอเพิ่มเติมอย่างนี้เพื่อความชัดเจน เหตุสุดวิสัย ก็อาจจะมีคนตีความได้ อาจจะเปึนฟัาผ่า หรืออาจจะเปึนไฟไหม้ หรืออาจจะมีระเบิด ซุกซ่อนไว้ในสภาไม่อาจที่จะประชุมได้ แต่ถ้าเหตุอื่นใดมันครอบคลุมได้ทั้งหมดนะครับ ตีความได้ทั้งหมดเลย ในกรณีที่ไม่สามารถจะประชุมร่วมกันในรัฐสภาได้ เหตุอื่น ๆ เหตุใดก็ตามที่ไม่อาจจะประชุมได้ อันนี้ก็ควรจะบัญญัติเพิ่มเข้าไปนะครับ ผมเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ แล้วเรื่องการประชุมรัฐสภานี้ ทางกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้กําหนดไว้ในส่วนที่ ๕ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธาน ตามมาตรา ๑๓๖ ในกรณีต่อไปนี้ให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน ซึ่งมี ๑๖ ข้อ ๑๖ ข้อเปึนส่วนที่สําคัญทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาทั้ง ๑๖ ข้อนี้ ข้อใดข้อหนึ่งไม่สามารถที่จะประชุมร่วมกันได้ประเทศชาติ เกิดความเสียหายนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ข้อ ๑ การให้ความเห็นชอบ ในการแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ข้อ ๒ การปฏิญาณตนของผู้สําเร็จราชการ แทนพระองค์ต่อรัฐสภา ข้อ ๓ การรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วย การสืบราชสันตติวงศ์ ข้อ ๔ การรับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ ข้อ ๕ การมีมติให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่นในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ข้อ ๖ การให้ ความเห็นชอบในการป่ดสมัยประชุม ข้อ ๗ การเป่ดประชุมรัฐสภา ข้อ ๘ การตรา ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๙ การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติ ข้อ ๑๐ การปรึกษาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติใหม่ ข้อ ๑๑ การให้ความเห็นชอบ ให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติต่อไป ข้อ ๑๒ การแถลงนโยบายของรัฐบาล ข้อ ๑๓ การเป่ด อภิปรายทั่วไป ข้อ ๑๔ การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม ข้อ ๑๕ การรับฟัง คําชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ และข้อสุดท้ายก็คือ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ๑๖ ข้อนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภาจะต้องร่วมกันประชุมรัฐสภา ก็คือจะต้องประชุม ณ ที่ประชุมแห่งนี้ แต่ในกรณีที่ การประชุมในกรณีใดกรณีหนึ่งทั้ง ๑๖ ข้อนี้ไม่สามารถที่จะประชุมได้ในที่ทําการรัฐสภานี้ ก็อาจที่จะกําหนดการประชุมที่อื่นได้ แต่ว่าเหตุจําเปึน ๒ เหตุอย่างที่ผมได้อธิบายเหตุผล ก็คือ เมื่อมีเหตุสุดวิสัยประการหนึ่ง แล้วก็เมื่อมีเหตุอื่นใดอีกประการหนึ่งนะครับ ผมคิดว่า ควรจะเพิ่มเติมในสิ่งที่ผมเสนอแนะ อันนี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับได้โปรดพิจารณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าแท้ที่จริงแล้วกระผมลุกขึ้นมา อภิปรายแล้วรอบหนึ่ง ก็ไม่อยากจะพูดยาว เพราะต้องการที่จะให้กรรมาธิการได้รู้ว่าอะไรคือจุดบกพร่องที่ควรจะ แก้ไข แต่ท่านประธานเองซึ่งในความเคารพส่วนตัวผมมี ความนับถือส่วนตัวผมมี ท่านไม่ได้ตอบ ตอบว่าสิ่งที่ผมบอกว่าแก้ไขเปึนเรื่องสุดวิสัยเปึนเหตุสุดวิสัยนี่ท่านมี ความคิดเห็นอย่างไร ท่านประธานครับ ในเรื่องที่จะเติมหรือไม่ มันไม่ได้เกิดปัญหา ข้อกฎหมาย มันเกิดปัญหาข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น ดังที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ได้อภิปราย จบลงแล้วว่ามาตรา ๑๓๖ นั้นมี ๑๖ วงเล็บ มีสาระสําคัญที่เราจะประชุมร่วมกัน เราไม่ได้ คิดถึงศักดิ์ศรีส่วนตัวและไม่ได้คิดถึงความรู้สึกส่วนตัวว่าจะเปึนอย่างไร แต่โดยภาพรวม ให้ความศักดิ์สิทธิ์ของการทํางาน กระผมเข้าใจครับ ปัญหาที่เปึนเหตุสุดวิสัยที่มีความจําเปึน นั้นมันอาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าเหตุนั้นผมคิดขึ้นมาได้หรือเหตุนั้นผมยังคิดไม่ถึง มันอาจจะ เกิดขึ้นได้ กระผมจะไม่เอาข้อเท็จจริงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ มาเปึนตัวตั้ง แต่สิ่งที่ผมเห็น บาดตาที่สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ป้นออกข้างหลัง มันไม่ใช่ความสง่างามเลยในระบอบ ประชาธิปไตยที่จะต้องทําอย่างนั้น มีคนมาป่ดหน้าแล้วอีกคนหนึ่งออกข้างหลังแล้วไม่ใช่ ความสง่างามของวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ไปแถลงการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเปึนข้อกังขาอยู่ระหว่างคนที่บอกว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมไม่อยากให้ประเด็นนั้นเปึน ประเด็นที่นํามาพูดให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง มันเปึนข้อยุติในระดับหนึ่งแล้ว ผู้บริหารประเทศชาติบ้านเมืองที่แถลงนโยบายในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก็ได้เข้าบริหาร ประเทศชาติบ้านเมืองไปแล้ว แล้วจะฟุ๋นฝอยหาตะเข็บนั้นมันก็ไม่ได้ แต่ท่านประธานครับ ทางคณะกรรมาธิการจะต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งผมต้องการพูดสั้นแล้ว ท่านตอบ สิครับว่าที่ท่านเขียนว่าเปึนเรื่องสุดวิสัย ท่านเขียนถูกต้อง ท่านไม่แก้ไข ท่านก็บอกมา หรือท่านเห็นด้วยกับผมว่ามันเปึนการพิมพ์ที่ผิดพลาด หรือเปึนความคิดที่ผิดพลาดว่า คําว่า เหตุสุดวิสัย กับ เรื่องสุดวิสัยไม่เหมือนกัน ท่านประธานเองก็เปึนนักกฎหมาย คําว่า เรื่อง นี่หมายความว่าสิ่งที่รู้กัน สิ่งที่จะต้องประชุม เรื่องที่จะต้องประชุมเปึนเรื่องที่จะต้องรู้ ก่อนล่วงหน้า เรื่องสุดวิสัยที่จะต้องประชุมกันมีไหมครับ ไม่มีหรอกครับสําหรับสภาแห่งนี้ หรือรัฐสภาก็ตาม ไม่มีเรื่องสุดวิสัยที่จะประชุมไม่ได้ แต่เหตุสุดวิสัยที่หมายความว่า เปึนเรื่องที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้นั่นคือเหตุสุดวิสัย ท่านตอบผม มาสิครับว่าเหตุสุดวิสัยกับเรื่องสุดวิสัยมีความแตกต่างกันอย่างไร ท่านประธานครับ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ถึงแม้ว่ากระผมจะมีความคิดเห็นตรงกันกับท่านสมาชิก ในพรรคเดียวกันหรือไม่ตรงกันก็ตาม ท่านครับในการที่จะเติมหรือไม่เติมไม่เอาความรู้สึก ส่วนตัวว่าควรเติมหรือไม่ควรเติม แต่สิ่งที่ผมจะทําต่อไปก็คือบ้านเมืองควรที่จะเติมหรือไม่ ปัญหาที่จะเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ มี ๑๖ วงเล็บ เราพูดกัน ถึง (๑๒) ในการแถลงนโยบายตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๗๖ เท่านั้น ผมสมมุติครับ ท่านประธานครับ ผมสมมุติว่า (๑๔) การประกาศสงคราม มีเหตุจําเปึนมันหนีไม่ได้ ประกาศก็ไม่ได้หรือไม่ประกาศก็ไม่ได้หรือท่านงุบงิบไปประกาศที่อื่น ใน (๑๔) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๙ ปัญหาจะเกิดขึ้นกับบ้านกับเมืองอย่างไร กระผมไม่อยากเห็นความวินาศ สันตะโรเกิดขึ้น ไม่อยากเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเติมแล้วตรงนี้มันต้องปฏิบัติได้ ผมจึง อยากกราบเรียนท่านว่าถ้าเติมตรงนี้แล้ว ผมอยากจะให้เติมวรรคสามของข้อ ๑๒ เข้าไปด้วย เพราะนอกจากผมยอมรับความคิดเห็นของท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือ คณะกรรมาธิการว่า มีความจําเปึนที่จะต้องแสวงหาทางออกที่มันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตที่ไม่มีใคร สามารถคาดเดาได้ เมื่อมีความเห็นตรงกันอย่างนี้ แสวงหาทางออกอย่างนี้ มันต้องกําหนด ที่วิธีการสิครับ ไม่ใช่ให้อํานาจตามคํานิยามแล้วถึงวิธีการว่าจะทําอย่างไร ท่านประธาน จะทําอย่างไร บอกไม่ได้ หรือการประกาศสงครามงุบงิบกันไปประชุมที่กระทรวงอื่น หรือที่จังหวัดอื่นอย่างนี้ได้หรือไม่ มันก็จะเกิดปัญหาในการตีความ ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานถามไปยังคณะกรรมาธิการว่า
ประการที่ ๑ ท่านเห็นด้วยกับกระผมหรือไม่ที่จะแก้ไขถ้อยคําบางประการ ที่ให้เกิดความสมบูรณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น ท่านจะแก้ไขเพียงแต่ คําว่า เปึนเรื่องสุดวิสัย กลายเปึนเหตุสุดวิสัย ซึ่งกระผมก็คิดว่ารับได้ระดับหนึ่ง ถ้าหากกระผมจะรับได้กันจริง ๆ ว่าท่านควรเติมว่า เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยไม่อาจประชุมในอาคารที่ทําการของรัฐสภาได้ อย่างนี้ก็เปึนที่ถูกใจของตัวกระผม แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่า ความถูกใจ ของกระผมเปึนความถูกต้องทั้งหมด หรือท่านจะคงความคิดของท่านไว้ว่า เว้นแต่กรณี จําเปึนที่มีเหตุสุดวิสัย ติ่งความจําเปึนไว้ก็ได้เพื่อจะขยายความว่ามันเหตุจําเปึนเหตุอื่น ที่มีความจําเปึน ผมถามท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านมีความคิดเห็น อย่างไรในกรณีที่กระผมขอแก้ไข นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เมื่อท่านแก้ไขแล้วใน ข้อ ๑๒ ท่านประธานครับ ช่วงท่านที่ยัง ไม่ขึ้นมา ข้อ ๑๒ บอกว่าการนัดประชุมต้องทําเปึนหนังสือในวรรคหนึ่ง ในวรรคสอง บอกว่าต้องไม่น้อยกว่าสามวัน ถ้าหากมีเหตุจําเปึนก็ไม่น้อยกว่าหนึ่งวันในวรรคสอง ติ่งไว้ แค่นี้แหละครับ กรณีที่มีเหตุจําเปึนละครับท่านไม่เขียนวิธีการตรงนั้นไว้จะทําอย่างไร เลขาธิการที่ทําหน้าที่ของท่านประธานจะทําอย่างไร เสนอท่านประธานจะทําอย่างไร ผมคิดว่าความสมบูรณ์นอกจากจะแก้ไขตรงนี้แล้วท่านต้องตอบคําถามว่าท่านจะต้อง แก้ไขตรงนั้น ขอบพระคุณครับ
เชิญกรรมาธิการตอบ ก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณหมอวรงค์นะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเห็นว่าข้อบังคับเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่านสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านที่จะต้องใช้บังคับ เพราะฉะนั้นถึงอยากฟังความเห็นผมไม่ขัดข้องครับที่ ท่านประยุทธ์ได้เสนอว่าเปึนเหตุ เหตุสุดวิสัยนั้นเราใช้ในประมวลกฎหมายแพ่ง คือเหตุ ที่เราเขียนว่าเปึนเรื่องนั้นเพราะว่า ๑. เปึนข้อบังคับ แต่เพื่อให้มันชัดเจนลงไปเปึนเหตุ ไม่ขัดข้องนะครับ ทีนี้ที่ใช้ว่าเราใช้เฉพาะเหตุสุดวิสัยคงจะเปึนที่ทราบกันว่าในกรณีที่เกิด ภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งเราไม่ทราบล่วงหน้านะครับว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด หรือว่าเกิดขึ้นที่ใด หรือจะเกิดขึ้นในที่ประชุมรัฐสภานะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ขัดข้อง แต่ในกรณีข้อบังคับ ข้อ ๑๒ นั้น ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าถ้ามันเกิดเหตุสุดวิสัยดังกล่าวเกิดขึ้นเราก็ สามารถที่จะใช้วิธีการที่เขียนไว้ในวรรคสองได้อยู่แล้ว ไม่จําเปึนต้องไปเขียนวรรคสามเพิ่ม ดังที่ท่านว่านะครับ เรามีเวลาที่จะทําการได้ แต่อย่างน้อยที่สุดก็เปึนไปตาม ข้อ ๑๒ วรรคสอง ซึ่งทางรัฐสภาหรือทางเลขาธิการรัฐสภาสามารถใช้กําหนดได้อยู่แล้วนะครับ แต่ที่เขียนไว้อย่างนี้นี่แล้วก็เราคงไม่ใช้ว่าเปึนเรื่องอื่น ๆ เพราะว่าเราคงต้องเอาเปึนเหตุ สุดวิสัยจริง ๆ เพราะไม่อยากให้มีการประชุมที่อื่นเลยเรียนตรง ๆ เพราะสถานที่ประชุม ของรัฐสภานั้นอย่างที่เรียนแต่ต้นเปึนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรจะประชุมแต่ที่นี่เท่านั้นครับ ไม่ควรที่อื่นเลย เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่มตรงนี้แล้วสมมุติว่า ถ้าเพิ่มเขียนแก้เปึนเหตุนี่แล้วยอมกันได้ ก็สามารถที่จะผ่านไปได้เลย ทางกรรมาธิการไม่ขัดข้องนะครับ
เชิญท่านวรงค์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ แล้วผมฟังคําชี้แจงของท่านประธานคณะกรรมาธิการผมเข้าใจนะครับ ด้วยตรรก ด้วยเหตุด้วยผลผมก็เชื่อว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงนั้นมีเหตุผลทั้งสิ้นครับ และผมเชื่อว่าสมาชิก ส่วนใหญ่ก็สนับสนุนความเห็นท่าน แต่สิ่งที่ผมจะต้องขึ้นมาพูดเพราะว่าฟังแล้วบางครั้ง เพื่อนสมาชิกบางคนพยายามจะโยงเปึนประเด็นทางการเมือง เมื่อโยงเปึนประเด็นทาง การเมืองฟังแล้วก็ไม่สบายใจ จําเปึนต้องช่วยท่านประธานครับในการอภิปรายเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกและท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่าทําไมคณะกรรมาธิการถึงต้องมี การแก้ไขเพิ่มเติม ผมเห็นด้วยว่าสถานที่ประชุมรัฐสภาเปึนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การประชุมสภา หรือว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภาทุกครั้งจําเปึนจะต้องประชุมในสถานที่ที่เรียกว่า รัฐสภา ดังนั้นในข้อบังคับที่เขียนว่า สถานที่ประชุมของรัฐสภา หมายถึง สถานที่ประชุม ของรัฐสภา ณ ที่ทําการของรัฐสภา อันนี้ถูกต้องครับ แต่เนื่องจากว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันมีความชัดเจนครับ ผมจําได้ว่าวันนั้นวันที่ ๑๖ เดือนธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ มีการประชุม เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และวันนั้นก็มีการป่ดล้อมที่ประชุมแห่งนี้เหมือนกัน วันนั้นผมก็ นั่งในรถคันหนึ่งซึ่งเปึนรถของเพื่อนครับ ขณะที่ออกไปรถที่เรานั่งโดนทุบครับท่านประธาน โดนทุบแล้วก็มีการเทน้ํามันรถโยนเข้ามาในรถของเราด้วยแต่โชคดีที่คนขับตัดสินใจขับรถ ออกไป ท่านประธานลองคิดดูนะครับว่าเหตุการณ์วันนั้นเกิดถ้ามีคนโยนก้นบุหรี่เข้าไป ในรถของพวกเราอาจจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเปึนการชดเชย การเสียชีวิตก็ได้ครับ ดังนั้นถ้าเกิดเปึนกรณีที่เหตุสุดวิสัยซึ่งขณะนี้กําลังมีการโต้แย้ง ระหว่างคําว่า เรื่องสุดวิสัย หรือ เหตุสุดวิสัยซึ่งตรงนี้ผมไม่ติดใจ แต่ผมค่อนข้างจะเห็นคล้อย กับท่านประยุทธ์นะครับว่า ถ้าใช้คําว่า เหตุสุดวิสัย ดูคํามันจะมีน้ําหนัก หนักแน่น มากกว่าคําว่า เรื่องสุดวิสัย ถ้ามีเหตุสุดวิสัยท่านประธานก็มีอํานาจในการที่จะกําหนด สถานที่ประชุมของรัฐสภาเปึนสถานที่อื่นเพื่อเปึนการชั่วคราว ซึ่งข้อบังคับก็ย้ําไว้อยู่แล้ว ว่าต้องเปึนเหตุสุดวิสัย และให้อํานาจท่านประธานชั่วคราวเท่านั้น ถ้าสถานการณ์กลับมา สู่ภาวะปกติท่านต้องกลับมาประชุมในที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งการเขียนไว้อย่างนี้ผมว่า มันเปึนประโยชน์ครับ ในการที่การบริหารราชการหรือกิจการบ้านเมืองที่สําคัญ ๆ ที่ใช้ ที่ประชุมของรัฐสภาสามารถดําเนินการต่อไปได้แล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าอนาคตไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง เราไม่ได้ครอบคลุมว่าจะมีการป่ดล้อมที่ประชุม รัฐสภา ใครจะไปทราบว่าวันดีคืนดีอาจจะมีไฟไหม้ อันนี้ผมพูดเปึนหลักการนะครับ อาจจะมีไฟไหม้ขึ้นมาทําให้ที่ประชุมไม่สามารถประชุมได้ จําเปึนต้องใช้ที่ประชุมที่อื่น วันดีคืนดีอาจจะมีแผ่นดินไหวแล้วก็มีการถล่มทลายของสถานที่สําคัญในกรุงเทพฯ หลายแห่งเราจําเปึนต้องใช้สถานที่ประชุมอื่นเพราะว่าเปึนเหตุสุดวิสัย ดังนั้นผมคิดว่า คําชี้แจงของท่านประธานคณะกรรมาธิการจึงมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง และอยากจะย้ําว่า การที่ออกข้อบังคับข้อนี้มาไม่ได้หมายความว่าในกรณีที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ เปึนประธานรัฐสภา อนาคตใครก็ได้ครับที่จะต้องเข้ามาทําหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา ท่านก็มีอํานาจในกรณีที่พวกเรามอบให้คือเหตุสุดวิสัย ท่านสามารถใช้อํานาจนี้ ในการกําหนดสถานที่อื่นมาเปึนที่ประชุมได้ผมจึงคิดว่าเปึนความชอบธรรมในการออก กฎข้อนี้ออกมาและอยากจะย้ํากับท่านประธานนะครับว่าในข้อความที่ขีดเส้นใต้ไว้ว่า เว้นแต่ในกรณีจําเปึนที่เปึนเรื่องสุดวิสัยที่ไม่อาจเรียกประชุมในอาคารที่ทําการของรัฐสภาได้ ประธานรัฐสภาอาจจะกําหนดสถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ สถานที่อื่นเปึนการชั่วคราวก็ได้ ผมสอดคล้องกับท่านประยุทธ์ครับท่านประธาน ท่านแก้นิดหนึ่งครับคําว่า เรื่อง เปึน เหตุ แล้วกันครับ ดูแล้วมันมีน้ําหนักที่น่าเชื่อถือมากกว่า ขอบคุณครับ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงผมต้องขอชื่นชม กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุ มรัฐสภาที่ไปปรับปรุงแก้ไข นิยามคําว่า สถานที่ประชุมของรัฐสภา ให้มีความกระชับ ชัดเจนแล้วก็สามารถปฏิบัติได้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต แล้วก็ต้องขอตําหนิตั้งแต่คณะกรรมาธิการยกร่างที่ไปให้ คํานิยาม ซึ่งทําให้เกิดปัญหาและไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้ว การประชุมรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสภาสองสภามาอยู่ด้วยกัน ตามมาตรา ๘๘ ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่ารัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่ใดก็ตามที่ไม่มีองค์ประกอบ ๒ ส่วนนี้มาอยู่ด้วยกันก็เปึนที่ประชุมรัฐสภาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ดูเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๘๘ แล้วเราก็จะเห็นชัดว่าที่ใดก็ตามที่มีสองสภาอยู่ร่วมกันและมี การจัดประชุมนั่นก็คือการประชุมรัฐสภา สถานที่เปึนเรื่องรองเท่านั้นเอง แต่วันนี้เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พยายามที่จะหยิบเอาสถานที่มาอยู่เหนือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งผม ไม่เห็นด้วยแล้วก็ผิดตามข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ การเอาสถานที่มาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ นั้นเราจะพบปัญหาในอนาคตตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กรุณาอภิปรายว่าถ้ามีเหตุ ที่เราไม่สามารถใช้สถานที่แห่งนี้ได้เราก็ประชุมรัฐสภาไม่ได้ ซึ่งไม่จริง ซึ่งไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญก็ระบุชัดว่ากรณีที่เราจะ ประชุมรัฐสภาเรามีเหตุอะไรบ้าง ก็มีอยู่ ๑๖ วงเล็บซึ่งเขียนไว้ชัดเจน ท่านประธานครับ อาคารรัฐสภานั้นเปึนเพียงสถานที่ทางธุรการเท่านั้น อาคารรัฐสภามีทั้งออฟฟ่ศ (Office) สถานที่ทํางาน มีห้องประชุมเล็ก ห้องประชุมใหญ่ สิ่งนั้นเขาเรียกว่าที่ทําการรัฐสภา แต่ความหมายตามรัฐธรรมนูญรัฐสภาต้องประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตรงนั้นเปึนหลักที่สําคัญ แล้วเมื่อมาดูในมาตรา ๑๓๖ ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีการแก้ไข นิยามในข้อบังคับเรื่องสถานที่ประชุมของรัฐสภาให้ชัดเจนแล้วจะเปึนปัญหา ในมาตรา ๑๓๖ ๑๖ วงเล็บที่ใช้เปึนที่ที่จะต้องเปึนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ท่านประธานลองดูนะครับ ในมาตรา ๑๓๖ (๗) การประชุมรัฐสภาตามมาตรา ๑๒๘ หมายความว่าอะไรครับ ท่านเป่ดกลับไปดูมาตรา ๑๒๘ พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเป่ด และทรงป่ดประชุม นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าถ้าเราไปกําหนด สถานที่ประชุมของรัฐสภาไว้เฉพาะที่ตรงนี้ นั่นแปลว่าในมาตรา ๑๒๘ จะเกิดขึ้นที่ พระที่นั่งอนันตสมาคมไม่ได้ ท่านประธานได้คิดถึงข้อนี้ไหมครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการ จะต้องหยิบยกประเด็นนี้มาอธิบายให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจด้วยเปึนไปได้อย่างไรครับ ที่จะใช้มาตรา ๑๒๘ และใช้สถานที่ที่ตรงนี้ หรือในวันข้างหน้าเรามีอาคารรัฐสภาแห่งใหม่แล้ว ไม่เหมาะสมที่จะใช้พิธีเป่ดป่ดตามมาตรา ๑๒๘ ก็อาจจะต้องกลับมาที่พระที่นั่ง อนันตสมาคม ถ้าเราไม่มีการเขียนข้อความต่อท้ายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างนี้ ไปต่อเติมไว้ก็จะเปึนปัญหาในอนาคต ก็อยากจะฝากกับท่านประธานไว้ให้ช่วยคิดนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชํานิครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญท่านพีรพันธุ์
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ให้ความเห็นไปแล้วครั้งหนึ่งว่าอันที่ ๑ ผมไม่เห็น นิยามนี้ในข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมของรัฐสภา ตามร่างข้อบังคับกําหนดนิยามเพิ่มขึ้น แต่เมื่อมาดูในข้อบังคับปรากฏคําว่าสถานที่ประชุม อยู่ใน ข้อ ๑๑๓ ผมไม่แน่ใจว่ามันมีที่อื่นด้วยหรือไม่ครับ ปกติการเขียนนิยามเราจะใช้ในกรณีที่มีการกล่าวคํานี้หลายครั้งหลายข้อแล้วก็ ไม่ต้องการอธิบายเพิ่ม จึงมีการเขียนคํานิยาม ผมเข้าใจดีว่าในข้อบังคับที่ผ่าน ๆ มา ทําไมจึงไม่เขียนนิยามคําว่าสถานที่ประชุม ก็เพราะมันมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ เช่น เรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันการถ่ายทอดเสียง เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน ก็จะทิ้งไว้ในฐานะที่เข้าใจกันได้ว่าหมายถึงอะไร ที่จริงถ้าคณะกรรมาธิการท่านคิด บังเอิญผมเข้าใจว่าท่านเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๗ ตุลาคม ป้ที่เกิดเรื่องนั้นมาเปึนเหตุ ที่จะเขียนนิยามเพิ่มเติมเพื่อให้ชัดเจนขึ้น แต่ว่าพอไปดูข้อ ๑๑๓ ทําไมท่านถึงไม่คิดจะแก้ด้วย ตรงข้อนั้นมันมีคําว่าสถานที่ประชุมของรัฐสภาย่อมเปึนที่เคารพและเขตหวงห้าม บุคคลซึ่งเข้าไปในห้องประชุมมีสถานที่ประชุมกับมีห้องประชุมอีก เลยไม่รู้จะเอาตรงไหน สิ่งนี้ถ้าไปดูข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ป้ ๒๕๔๔ มันก็มีเขียนอย่างนี้เหมือนกัน แต่เมื่อ ท่านคิดว่าจะแก้เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ผมยังคิดว่านิยามจะใช้ก็ต่อเมื่อ โดยหลัก ที่เราทํากันมาก็คือว่ามันใช้คํานี้กันอยู่บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ที่จริงเมื่อกําหนด เรื่องสถานที่ประชุมอยู่ในข้อ ๑๑๓ แต่ไม่ใช่นิยามท่านน่าจะมาแก้ตรงนี้มากกว่า ถ้ามันจําเปึน จริง ๆ จะเอาที่อื่นเปึนสถานที่ประชุม แทนที่จะเขียนไว้ในนิยาม อย่างนี้ผมคิดว่า มันน่าจะถูกที่ถูกทางมากกว่า ผมเลยคิดว่าเท่าที่ผมดู ๆ แล้วปกติในการประชุมที่ดู หลาย ๆ ประเทศเขาเขียนไว้ชัดเจนว่าที่ไหน ๆ ก็เพราะมันมีปัญหาหลายอย่างที่ตามมา โดยเฉพาะเรื่องความคุ้มกัน ความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่พูดนะครับ แต่ว่าเรื่องการดําเนินการ ประชุมรัฐสภามีหลายอย่างที่เปึนส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการกําหนดนิยามอย่างนี้ มันก็จะเอื้อที่ทําให้เกิดว่าต่อไปจะไปประชุมที่อื่นด้วยก็ได้ ถึงแม้จะเขียนเงื่อนไขไว้ ผมฟังสมาชิกบางท่านอาจจะพูดถึงรัฐธรรมนูญตอนที่มีพระราชพิธีในการเป่ดที่เราเคยใช้ พระที่นั่งอนันตสมาคมนั่นก็ไม่ได้เขียนไว้ แต่ว่ามันเปึนประเพณี ประเพณีอย่างนี้มันก็เปึน กฎหมายในตัวของมันเองอยู่เหมือนกัน ถ้าไปตีความอย่างนั้นว่าการไปทําพิธีเป่ด ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมก็เปึนเหตุสุดวิสัยซึ่งจะไปใช้อย่างนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่ ฉะนั้นผมจึงคิดว่า การที่เดิมเขาไม่เขียนไว้มันก็มีเหตุผลในตัวของมันอยู่แล้ว ผมถึงคิดว่าไม่จําเปึนที่จะต้อง มาเขียนเพิ่มเติม แต่ถ้าท่านคิดว่าจําเปึนจะเพิ่มก็น่าจะเพิ่มให้มันถูกที่ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านตวงครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงประเด็นแรกนี้ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านประยุทธ์ ที่ใช้คําว่าเรื่องเปึนเหตุ ผมคิดว่าน่าจะเข้าใจได้ง่ายมากกว่า แต่ผมมีประเด็นที่ผมคิดว่า มีความจําเปึนและมีความสําคัญที่กรรมาธิการจะต้องตอบต่อรัฐสภาดังต่อไปนี้
ประการแรก เขียนเอาไว้ว่าต้องมีเหตุจําเปึนแล้วก็เปึนเรื่องที่สุดวิสัย คําถามก็คือว่าที่ผ่านมานั้นสิ่งที่คาดว่าจะเปึนเหตุสุดวิสัยนั้นถือว่าเปึนเหตุจําเปึน แล้วก็ เปึนเรื่องที่สุดวิสัยหรือไม่ตามนิยามที่ท่านเขียนเอาไว้ ที่เราประชุมคราวที่แล้วมันเปึน สิ่งที่ท่านประธานคาดการณ์ว่าจะเปึนเหตุสุดวิสัยถึงได้ย้ายสถานที่ประชุม ความหมาย ที่ท่านเขียนเอาไว้ตรงนี้มันรวมไปถึงสิ่งที่คาดว่าจะเปึนเหตุสุดวิสัยหรือไม่ หรือมันเกิดขึ้น แล้วค่อยบอกว่าเปึนเหตุสุดวิสัยแล้วไม่สามารถดําเนินการได้
ประการที่สอง ก็คือว่าถ้ามันมีเพียงความจําเปึนอย่างที่ท่านสมาชิกรัฐสภา บางท่านที่ได้กรุณาให้คํานิยามไปแล้วนี้ แต่มันไม่ใช่เหตุสุดวิสัย มันเข้าคํานิยามที่ท่านได้เขียน เอาไว้ตรงนี้หรือไม่
ประการที่สาม ท่านประธานครับ ใครเปึนคนวินิจฉัย ใครเปึนคนตัดสินใจ ว่า ท่านได้ตัดสินใจบอกว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีเหตุจําเปึน มีความจําเปึนและเปึนเหตุ สุดวิสัย เปึนอันยุติจะต้องไม่มีการตีความต่อไป ผมคิดว่าถ้ากรรมาธิการตอบได้ ๓ ประการนี้ สภาคงไม่ติดใจหรอกครับ เพียงแต่ว่าถ้ายังไม่ตอบแล้วก็ปล่อยให้มองคนละมุมอย่างนี้ต่อไปก็ไม่สามารถที่จะให้ ความมั่นใจได้ว่าพอออกข้อบังคับไปแล้วเราก็จะต้องมาถกเถียงกันอยู่เหมือนเดิมว่าแล้ว มันจําเปึนอย่างไร แล้วมันปึนเหตุสุดวิสัยอย่างไร แล้วเปึนข้อยุติอย่างไร จึงกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้ากรรมาธิการตอบ ๒-๓ ประเด็นนี้ผมคิดว่าสภาคงไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประเสริฐ ชิตพงศ์ อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่เชิญท่านสุวโรชนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญที่ได้กรุณายืนยันในหลักการว่าที่ประชุมรัฐสภาอันทรงเกียรติ และศักดิ์สิทธิ์นั้นเรามีอยู่แห่งเดียวเท่านั้น แต่ว่าในขณะเดียวกันในส่วนตัวผมที่ผมได้ อภิปรายไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมเห็นว่าในร่างเดิมที่ผ่านความเห็นในเบื้องต้นของทางรัฐสภา ไปแล้วผมว่าน่าที่จะเป่ดช่องในการที่จะให้แก้ปัญหาเมื่อเกิดวิกฤติ ซึ่งเราไม่ทราบว่า มันจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้บ้างหรือในอนาคตข้างหน้า ผมอภิปราย ไปครั้งแรกก็ลองไปเป่ดพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ในเรื่องของ เหตุสุดวิสัย ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากเราเติมข้อความเหมือนกับที่ทางกรรมาธิการได้เติมลงไปนี่ครับ ผมกลัวจะมีปัญหา เหมือนกับที่สมาชิกวุฒิสภาเมื่อสักครู่นี้ได้ให้ความเห็นไป ว่าข้อเท็จจริงกรณีลักษณะ ตรงนี้อย่างนี้มันเข้าข่ายในเรื่องของเหตุสุดวิสัยแล้วหรือไม่ แล้วใครจะเปึนคนตีความ และอํานาจตรงนั้นให้กับใคร เห็นไหมครับมันจะยาวออกไปจนกระทั่งหาที่จบไม่ได้ แล้วที่สุดปัญหาก็อาจจะวกกลับเข้ามาว่าการแถลงนโยบายตรงนั้นเปึนการแถลงนโยบาย ที่ชอบหรือไม่ เกิดปัญหาอีกครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันในร่างเดิมที่มีอยู่เมื่อหลักการ บอกตรงนี้บอกว่าถูกแล้วที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันมีกรณีเหตุการณ์ที่มันจําเปึนจะต้อง ไปดําเนินการในส่วนตรงนั้นนะครับ ผมเข้าใจว่าเรื่องระเบียบที่ทางท่านประธานรัฐสภา สามารถจะดําเนินการในสิ่งเหล่านั้นเพื่อบําบัดปัองกันไม่ให้เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น เปึนปัญหาหรือเปึนอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภานี่ครับ ผมเข้าใจว่า ฝ์ายนิติบัญญัติโดยประธานรัฐสภาสามารถออกระเบียบในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ได้อยู่แล้ว นั่นก็เปึนช่องทางอีกอันหนึ่ง แต่ถ้าเราไปเติมตรงนี้ความวิตกกังวลกริ่งเกรง ของผม ข้อยกเว้นเดี๋ยวจะกลายเปึนหลักเสียนะครับ แล้วปัญหามันมันก็จะวุ่น ถ้าเหตุสุดวิสัย ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานเขาบอกไว้สั้น ๆ แต่เพียงว่า เหตุสุดวิสัย หมายความว่า ภาวะที่พ้นความสามารถที่ใครจะปัองกันได้ แค่นี้ครับ ก็ไม่อยากที่จะไปฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ ท่านประธานครับ อดีตที่ผ่านมากรณีที่เกิดขึ้น ในรัฐบาลไม่ใช่ชุดนี้ ก่อนหน้านั้น ไปดําเนินการจะแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา แล้วมีกรณีเลือดตกยางออกใช้ความรุนแรงเข้าไปจนกระทั่งมีการสูญเสียทั้งเลือดเนื้อ ทั้งชีวิต ขออภัยที่คิดว่าไม่อยากจะเอ่ย แต่ก็ขออนุญาตที่จะยกเปึนกรณีศึกษาเท่านั้นเอง ก็เถียงกันอีกละครับ แล้วที่สุดก็จะเปึนปัญหาอีก แต่ถ้ามันมีระเบียบที่ออกจาก ร่างข้อบังคับฉบับนี้ ซึ่งถ้าเปึนไปตามหลักการเดิมข้อยกเว้นต่าง ๆ เหล่านี้ท่านประธาน รัฐสภาสามารถที่จะไปบรรจุในระเบียบต่าง ๆ ได้อยู่แล้ว ดีหรือไม่ท่านประธานครับ ถ้าหากเราจะปล่อยให้เปึนไปตามร่างเดิมแล้วเอาความกังวลต่าง ๆ ในที่ประชุม อันทรงเกียรติแห่งนี้ได้แสดงความคิดเห็นไปพูดในเรื่องของระเบียบที่ให้อํานาจของ ท่านประธานรัฐสภา ส่วนจะทําอย่างไรก็ว่ากันไป ดีกว่าที่เรามาพูดแล้วมาบอกว่าเปึน เว้นแต่ตรงนี้ครับ ท่านประมุขของเราในวันนี้ผมเชื่อท่านประธานชัย ชิดชอบ ผมเชื่อ ในหลักการของท่าน ท่านมีอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องไปติดยึดผูกติดอยู่กับตัวคนอยู่ตลอดนี่ครับ แล้วถ้าเกิดได้คนดีมาเปึนก็ไม่มีปัญหา ถ้าวันไหนเจอคนที่มีปัญหาขึ้นมาแล้วมาเปึน ประมุขฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วท่านเกิดพูดกันง่าย ๆ มาตีความนี่คือเหตุสุดวิสัยขึ้นมา แล้วเอาข้อยกเว้นตรงนั้นมาเปึนหลักการขึ้นมาแล้วมันจะวุ่นวายมันจะยุ่งไหม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดผมคาดว่าไม่มีหรอกครับ แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ ถ้ามันมีขึ้นมาแล้วจะทําอย่างไร แล้วที่มันมีขึ้นมาก็เพราะอะไร เพราะเราเขียนกฎหมาย เป่ดช่องไว้หรือเปล่า ฉะนั้นที่ผมกราบเรียนว่าถ้าเอาตามหลักการเดิมผมเข้าใจว่าน่าที่จะ ครอบคลุมในประเด็นของปัญหาต่าง ๆ แล้ว แล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาในวิกฤติต่าง ๆ ที่อาจจะพึงมีซึ่งน้อยมาก ผมเข้าใจว่าวิกฤติที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ดี ในที่ประชุมอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็ดี พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ดี ไม่อยากจะให้ เกิดขึ้นอีก นั่นคือความมุ่งมาดปรารถนาร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากที่จะให้เราวิตกเกินเหตุ แต่ว่าเราไม่ประมาทในการที่จะหยิบยกเรื่องดังกล่าว ขึ้นมาถกในที่ประชุมอันทรงเกียรติ ซึ่งตรงนี้มันก็สามารถที่แสดงเจตนารมณ์ของสถานที่ ประชุมของรัฐสภาได้อยู่แล้วว่าถ้าเปึนกรณีลักษณะอย่างนี้มันก็สามารถเป่ดช่องให้ ประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติไปออกระเบียบ ออกอะไรต่ออะไรที่จะแก้ปัญหาถ้าหากมัน พึงมีได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยืนตามหลักการเดิม ผมขออนุญาตต่อท่านประธานครับว่า ผมยังเห็นด้วยที่จะยึดหรือยืนตามหลักการเดิมก็คือไม่ให้มีการบัญญัติในข้อยกเว้น ตามที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มเติม นี่คือความเห็นส่วนตัวผมครับกราบ ขอบพระคุณครับ
ท่านประยุทธ์ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคามในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณา แก้ไขจากคําว่า เรื่องสุดวิสัย มาเปึน เหตุสุดวิสัย ก็เกิดคําถามตามมาถึงความเปึนห่วง ของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ต่างมุมมองกันว่าเมื่อเพิ่มเติมเข้าไปแล้ว คําว่า เหตุสุดวิสัย นั้นจะตีความยากหรือไม่ ผมคิดว่าท่านประธานครับ ในเมื่อเราเขียนชัดเจนไว้ในข้อบังคับ เมื่อมีเหตุสุดวิสัยนั้นจะไปตีความแค่ว่าเหตุนั้นคือเหตุสุดวิสัยหรือไม่ น้ําหนักมันยัง น้อยกว่าการที่จะไปตีความว่าการกระทําดังกล่าวในการที่จะให้ไปประชุมที่อื่น กําหนด สถานที่ประชุมที่อื่นนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผมคิดว่าคุ้มค่าแล้วครับที่ทาง คณะกรรมาธิการกรุณาได้คิดค้นคว้าแนวทางหาทางออกที่จะเปึนทางตัน แต่ทีนี้ข้อกังวล ที่จะเกิดขึ้นว่าแล้วใครใช้อํานาจ ใช้ดุลยพินิจอย่างไรที่จะใช้เปึนเหตุ เราก็เขียนชัดเจนไว้แล้วว่า เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจําเปึนสุดวิสัยไม่อาจประชุมในอาคารที่ทําการของรัฐสภาได้ ประธานรัฐสภาอาจกําหนดสถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ สถานที่อื่นเปึนการชั่วคราวก็ได้ ท่านประธานครับ ในกรณีคําว่า กําหนดสถานที่ประชุม กับ การบอกนัดการประชุม นั้นไม่เหมือนกัน การบอกนัดคือหมายความว่าจะต้องทําเปึนหนังสือหรือจะบอกนัด ในที่ประชุมในวรรคหนึ่งของข้อบังคับ ข้อ ๑๒ การบอกนัดก็มีเงื่อนไขว่าจะต้องทําเปึน หนังสือมีรายละเอียดระเบียบวาระ มีการกําหนดวัน เวลา สถานที่ นั่นเปึนการบอกนัด ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒ แล้วข้อ ๑๒ เองในวรรคสองก็บอกว่าบอกนัดไม่น้อยกว่าสามวัน แต่ในกรณีที่มีความจําเปึนก็ให้ไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน ท่านประธานผมเกิดข้อกังวล ซึ่งผมขอบคุณผ่านท่านประธานไปแล้วว่าทางคณะกรรมาธิการก็ได้เสาะแสวงหาทางออก ที่เหตุมันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ แต่ท่านอาจจะมีความเห็นกับผม ไม่ตรงกันอยู่นิดหนึ่งในข้อ ๑๒ ว่า ท่านบอกว่าข้อ ๑๒ นั้นสมบูรณ์แล้ว ผมจะอ่านข้อ ๑๒ ให้ท่านประธานและท่านกรรมาธิการฟัง ในวรรคหนึ่ง การนัดประชุมรัฐสภาต้องทําเปึนหนังสือ เว้นแต่เมื่อบอกนัดในที่ประชุมแล้ว เปึนที่เข้าใจ ในวรรคสอง พูดถึงการนัดอีกครับท่านประธาน การนัดประชุมให้นัดล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสามวันโดยไม่นับรวมวันส่งหนังสือและวันประชุม แต่ถ้าประธานรัฐสภา เห็นสมควรจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้ในกรณีเร่งด่วน แต่ทั้งนี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน ผมเข้าใจครับ ท่านประธาน ข้อบังคับ ข้อ ๑๒ มันให้อํานาจในการนัดประชุม นัดประชุมต้องส่งเปึน หนังสือ จะต้องกําหนดวัน เวลา สถานที่ แต่ที่กระผมมีความเห็นว่าตามที่ ท่านคณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องการนัด แต่เมื่อถึงวันนัดแล้วประชุม ไม่ได้เขาก็ให้อํานาจประธานกําหนดที่ประชุมเปึนที่แห่งใหม่ ในการกําหนดนั่นล่ะ ผมเปึนห่วงครับ เพราะว่าเรื่องใหญ่ ๆ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ มี ๑๖ วงเล็บ ดังที่กระผมได้ยกมากราบเรียนท่านประธานว่าเฉพาะ (๑๔) จะเปึนปัญหา ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๙ การประกาศสงคราม เปึนการประกาศสงครามโดยชอบหรือไม่มันจะมี การตีความ ผมจึงเปึนห่วงในวงเล็บอื่น ๆ เช่นกัน ผมว่าถ้าเติมในคํานิยามแล้วมาเติม ในข้อ ๑๒ เสียนั้นจะไม่ทําให้ถ้อยคําหรือไม่ทําให้ข้อบังคับเสียไป ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าก็สมควรที่จะพูดถึงเรื่องกําหนดที่ประชุม ไม่ใช่บอกนัด ไม่ใช่นัดหมาย ในการประชุม แต่เปึนการกําหนดที่ประชุมใหม่เสียให้สมบูรณ์ครับ
เชิญท่านเรวัตครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังท่านสมาชิกรัฐสภาอภิปรายในเรื่องนี้แล้วก็ชักสงสัยครับ ก็เลย อยากจะกราบเรียนถามด้วยความสงสัยจริง ๆ ครับท่านประธานว่าร่างข้อบังคับของเดิม เขาเขียนว่าสถานที่ประชุมของรัฐสภา หมายถึง สถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ อาคาร ที่ทําการของรัฐสภา ท่านประธานครับ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ถ้ารัฐสภาไปประชุมที่ไหน มันก็ถือว่าถูกต้อง ผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ ถ้าไม่ถูกต้องก็เลยสงสัยอยากจะถาม ท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการว่าที่มาแก้อย่างนี้ครั้งที่แล้ว ไม่ถูกต้องหรืออย่างไร ใช่ไหมครับ แล้วมาเติมเสียให้ถูกต้องหรืออย่างไร ก็มันถูกต้องแล้ว ถ้ามาแก้อย่างนี้ไม่ถูกต้องครั้งที่แล้วโมฆะนะครับ มันเปึนอย่างนี้ครับ ผมฟังท่านสุวโรชพูด มีเหตุผล ออกเปึนระเบียบข้อบังคับก็ได้มันก็แก้ไขได้ไปได้ครับ มันไปได้ครับ ทีนี้มาแก้ เปึนอย่างนี้ก็เลยเกิดความสงสัย ที่สงสัยก็คือว่าสงสัยเรื่องครั้งที่ผ่านมา ถ้าท่านแก้ก่อน ก็ไม่เปึนไรนี่ครับ นี่มันแก้ทีหลัง นี่มันผ่านมาแล้ว แล้วไปย้อนหลังทําให้เรื่องถูกต้อง ถือว่าถูกต้องมาแล้วมันไม่ถูกต้องอีก มันถูกแล้วท่านประธานครับ ผมก็สงสัยอย่างนี้ครับ ก็อยากจะให้ชี้แจงหน่อยว่าที่แก้ไขอย่างนี้เพื่อกันอย่างอื่นไม่ให้มีเกิดขึ้นในอนาคต อย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ ผมไม่เข้าใจนะครับ ท่านลองอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อย ถ้าไม่อย่างนั้นก็ทําให้เข้าใจไปว่าที่ผ่านมานั้นโมฆะ ท่านต้องรับผิดชอบนะท่านประธาน เพราะมันถูกมาแล้ว แล้วมันดีมาแล้ว มันเปึนอยู่แล้ว ถูกต้องแล้ว มันผ่านมาแล้ว แล้วมา เติมอีก เติมข้อสงสัย ผมฟังดูท่านพูดกันเยอะก็สงสัยเหมือนกันนะครับ แล้วแก้ไปอย่างนี้ ก็มีการสงสัยอีกครับว่าอนาคตมันเกิดอีกเยอะเลยแล้วมันจะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีก ว่าเหตุสงสัยมันเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผ่านมาแล้วมันถูกต้องแล้วทําให้มันถูกต้อง ขึ้นไปดีกว่า ดีกว่าจะที่จะมาแก้อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่าเราคงไม่พูดถึงเรื่องเก่า ที่เรามาแก้ตรงนี้ เพิ่มเติมเพราะเรามองในแง่ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมาในอนาคต ซึ่งเราไม่สามารถจะประชุม ในที่ประชุมของรัฐสภาได้เราจะทําอย่างไร จึงได้มีการกําหนดขึ้นมา เพราะเรื่องเก่าไม่ได้มี การพูดอะไรไว้เลยก็เปึนอํานาจของประธานที่จะกําหนด ทีนี้ตรงนี้ใครจะเปึนคนวินิจฉัย ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เราคงไม่ได้ทําพร่ําเพรื่อหรอกครับ เหตุสุดวิสัยตรงนี้คงจะเปึนที่รู้กันอยู่ และการที่จะวินิจฉัยอํานาจเปึนอํานาจของประธาน เพราะอํานาจประธานที่จะเรียก ประชุมอยู่แล้ว คนอื่นไม่มีอํานาจ แต่เหตุสุดวิสัยคงจะเปึนที่รู้กันว่าคงประชุมไม่ได้จริง ๆ ในที่ประชุมของรัฐสภา ไม่ใช่เฉพาะรู้กันคนสองคน คงจะรู้กันทั่วไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ มันมีคําตอบอยู่ในตัวเองว่าเหตุสุดวิสัยตรงนี้ อย่างในกรณีนี่คงจะไม่ใช่ทางภัยพิบัติ อย่างเดียว อาจจะมีเหตุอื่นที่ไม่สามารถประชุมได้ในรัฐสภาจริง ๆ นะครับ ถ้าเกิดว่า ประชุมแล้วสมาชิกจะต้องเกิดอันตรายขึ้นมาอย่างนี้ ซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะปัองกันได้ และไม่อยากให้เกิด ตรงนี้ล่ะครับเปึนเหตุที่เราจะต้องมาเขียนเพิ่มเติม ผมเองบอกแต่ต้น แล้วว่าไม่ติดใจอะไรเลยครับ เพราะว่าข้อบังคับนี้เปึนข้อบังคับที่พวกเราทุกคนที่เปึน สมาชิกรัฐสภาจะต้องใช้ร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมไม่ติดใจถ้าจะเพิ่มหรือไม่เพิ่ม แต่ว่าเหตุที่ เพิ่มตรงนี้เพราะว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้นมาในภายหน้าที่เราไม่สามารถจะมาประชุม ในที่ประชุมได้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้คงจะเปึนที่หายคลางแคลงสงสัยของ ท่านตวงนะครับว่า คนที่จะใช้อํานาจตรงนี้คือท่านประธานเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเปึนไปตามนั้นสมมุตินะครับว่าถ้าตรงนี้ยอมรับกันได้ในที่ประชุมแห่งนี้ผมก็พร้อมที่จะ แก้ไขจากเรื่องสุดวิสัยเปึนเหตุวิสัยตามที่ท่านประยุทธ์ได้ขอมาหรือได้ชี้แจงมา แล้วก็ ข้อ ๑๒ นั้นผมคิดว่าเมื่อสามารถที่จะกําหนดที่ประชุมใหม่ตามที่ประธานได้กําหนดไว้แล้ว การออกหนังสือเรียกประชุมก็คงเปึนไปตามข้อ ๑๒ ผมคิดว่ามันสมบูรณ์ในตัวเองแล้วที่ ไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรมากมายอีกแล้วนะครับ ถ้าท่านประยุทธ์ยอมเราก็คงจะผ่านไปได้เลย อันนี้ถ้าที่ประชุมเห็นด้วยที่จะยอมให้แก้เรื่องเปึนเหตุ คณะกรรมาธิการก็พร้อมที่จะแก้ไข ตามที่ได้ประชุม เชิญท่านกรรมาธิการนฤมลชี้แจงเพิ่มครับ
ท่านนิพนธ์ยอมนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเรียนว่า ในฐานะที่เปึนสมาชิกวุฒิสภาที่เข้าไปร่วมกันที่จะแก้ไขร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ยืนยันได้ค่ะว่าไม่ได้เปึนการแก้ไขเพื่อที่จะทําในสิ่งซึ่งไม่ปกติให้เปึนสิ่งที่ปกตินะคะ ดิฉันเรียนได้เลยค่ะว่าเหตุที่เราต้องการให้เกิดความชัดเจนก็เพราะมันมีความที่มันเปึน ปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องการให้มีการบิดพลิ้วไปที่อื่นเลยว่า การที่จะทําการในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนมาตรา ๑๗๖ หรือมาตรา ๑๓๖ หรือ มาตรา ๑๘๐ กว่าที่ว่านี่นะคะ ต้องเปึนการกระทํา ณ ที่ทําการรัฐสภาเท่านั้น ไม่อยากให้ เกิดความแคลงใจแล้วก็สงสัยนะคะ อันนี้เรียนตรง ๆ เลยค่ะในฐานะที่เปึนตัวแทนของ วุฒิสภานะคะ ทุกท่าน ท่านสุพจน์ ท่านกอบกุล ท่าน พลโท สุทธิพงษ์ ดิฉันเองไม่ได้มา เพื่อที่จะทําการให้กับใครทั้งสิ้น นอกจากทํากฎกติกาให้มันเปึนกฎกติกาที่เปึนสากล แล้วก็เปึนประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผ่านได้นะครับ ข้อ ๓ แก้ตามที่ท่านประยุทธ์เสนอนะครับ จากเรื่องเปึนเหตุนะครับ แล้วก็ แก้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ ผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
ข้อ ๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑ อํานาจและหน้าที่ของประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา และหน้าที่ของ เลขาธิการรัฐสภาและรองเลขาธิการรัฐสภา ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ ไม่มี การแก้ไข หมวด ๒ การประชุมรัฐสภา ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ วิธีการประชุม ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙ มีการแก้ไข
ข้อ ๙ ท่านมีข้อทักท้วง อะไรไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีผ่านนะครับ ข้อ ๙ เชิญครับ
ข้อ ๑๐ ถึงข้อ ๒๘ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๒ การเสนอญัตติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒๙ ถึงข้อ ๓๙ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๓ การอภิปราย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๔๐ ถึงข้อ ๕๑ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๔ การลงมติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๕๒ ถึงข้อ ๖๐ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ กรรมาธิการ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๒ ข้อ ๖๓ และข้อ ๖๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๖๕ มีการแก้ไข
ข้อ ๖๕ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ผ่านนะครับ เชิญครับ
ข้อ ๖๖ ถึง ๗๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๕ มีการแก้ไข ข้อ ๗๖ ถึงข้อ ๗๗ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การให้ ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๔๕ ของรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗๘ ถึงข้อ ๘๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ การให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญ ไม่มี การแก้ไข ข้อ ๘๓ และข้อ ๘๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๖ การรับฟังคําชี้แจงและการให้ ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๗ การเสนอและการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ไม่มี การแก้ไข ข้อ ๘๖ ข้อ ๘๗ และข้อ ๘๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๙ มีการแก้ไข
ข้อ ๘๙ มีการแก้ไข เล็กน้อยนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดติดใจผ่านนะครับ เชิญครับ
ข้อ ๙๐ ถึงข้อ ๑๐๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ การแถลงนโยบาย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๗ ถึงข้อ ๑๑๐ ไม่มี การแก้ไข หมวด ๙ การเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ไม่มี การแก้ไข ข้อ ๑๑๑ ข้อ ๑๑๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑๐ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๓ ถึงข้อ ๑๑๕ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑๑ หมวดสุดท้าย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๑๖ ถึงข้อ ๑๑๙ ไม่มีการแก้ไข
ก็เปึนการจบการพิจารณา เรียงลําดับข้อแล้วนะครับ ต่อไปจะเปึนการพิจารณาทั้งร่างเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ จะมีสมาชิกท่านใดขอแก้ไขถ้อยคําหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีก็เปึนการจบ การพิจารณาในวาระที่ ๒ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ ร่างข้อบังคับฉบับนี้ในวาระที่ ๓ หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วขอเชิญท่านโปรดเสียบบัตรแล้วกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนครบหมดทุกท่าน แล้วแจ้งผลมาได้มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติ ผู้ใดเห็นชอบกับนี้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์มไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านนฤมลเห็นด้วยบวกไปอีก ๑ คะแนน ป่ดการลงคะแนนแจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบด้วย
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับร่างข้อบังคับฉบับนี้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาจะต้องพิจารณาและลงมติว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยโดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยก็จะได้ใช้เปึนแนวทาง ในการปฏิบัติในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ และข้อ ๑๒๕ วรรคสอง
สําหรับรายละเอียดของข้อสังเกตได้ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกได้ศึกษา ล่วงหน้าแล้ว
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ คงไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์มงดออกเสียงเชิญลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนน มีไหมครับ ถ้าไม่มีก็ป่ดการลงคะแนนนะครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ ก็ขอบคุณ ท่านคณะกรรมาธิการครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่
๕.๑ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้าฉบับทบทวน ป้ ๒๕๕๒ (ค.ศ. ๒๕๐๙) มาใช้ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการพิจารณาการนํากฎ ว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้าฉบับทบทวน หรือรีไวส์ พีเอสอาร์ (Revised PSR) ป้ ๒๕๕๒ มาใช้ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตา (AFTA) แทนกฎเฉพาะรายการสินค้า ป้ ๒๕๕๑ โดยกฎดังกล่าวนี้แนบท้ายความตกลงการค้า สินค้าอาเซียน จึงเปึนส่วนหนึ่งของความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน หรืออาเซียน เทรด อิน กูดส์ อะกรีเมนท์ (ASEAN Trade in Goods Agreement) หรือเรียกว่าอาติกา (ATIGA) ดังนั้นเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มกฎดังกล่าวจึงต้องดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ สํานักงานเลขาธิการอาเซียนโดยความเห็นชอบของประเทศ สมาชิกอาเซียน ได้แจ้งให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบว่าความตกลงอาติกาที่ผม ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ให้ประเทศ สมาชิกอาเซียนดําเนินการตามกระบวนการภายในประเทศเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติ ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนจะให้สิทธิและประโยชน์ทางภาษีกับสินค้า นําเข้าจากประเทศสมาชิกอาเซียน จึงจะต้องออกประกาศกระทรวงการคลัง คําสั่ง และประกาศกรมศุลกากร เพื่อให้มีผลทางปฏิบัติ ในการนี้กระทรวงการคลังจึงใคร่ ขอเรียนชี้แจงรายละเอียดโดยสั้น ๆ นะครับ โดยสรุปของกฎเฉพาะรายการสินค้า ของความตกลงสินค้าอาเซียนดังนี้ครับ
ข้อแรก กฎเฉพาะรายการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียน ใช้เปึนหลักเกณฑ์อ้างอิงในถิ่นให้ได้ถิ่นกําเนิดสินค้าของอาเซียน เพื่อได้สิทธิ และประโยชน์ทางภาษีในการนําเข้าและส่งออกสินค้าภายใต้ความตกลงสินค้าอาเซียน
ข้อที่สอง การให้สิทธิและประโยชน์ทางภาษีกับสินค้านําเข้าหรือส่งออก จากประเทศสมาชิกอาเซียน จะต้องเปึนไปตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า หรือพีเอสอาร์ (PSR) ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนั้น เปึนส่วนหนึ่งของบัญชีรายการสินค้า ที่ได้กําหนดหลักเกณฑ์การได้ถิ่นกําเนิดสินค้าของแต่ละสินค้าในรายการไว้
ข้อที่สาม ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียนได้ผ่านความเห็นชอบของ รัฐสภาแล้ว เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ หลังจากนั้นกฎเฉพาะรายการสินค้าซึ่งเปึน เอกสารแนบท้ายความตกลง ได้มีการแก้ไขปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมของการค้าระหว่างประเทศครับ
ข้อที่สี่ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบัน คือวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เปึนเวลา ๓ เดือนแล้ว ประเทศไทยยังไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพัน ให้กับอาเซียนในการให้สิทธิและประโยชน์ทางภาษีกับสินค้านําเข้าจากประเทศของ อาเซียนเลย
ข้อที่ห้า สินค้านําเข้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง ๕๕ รายการ จะต้อง ชําระภาษีไปก่อนในอัตราปกติ ซึ่งไม่สามารถได้รับการยกเว้นภาษีของความตกลง การค้าสินค้าอาเซียนเนื่องจากไม่มีพีเอสอาร์ ๒๐๙ รองรับ ทั้งที่สินค้า ๕๕ รายการนี้ ก่อนวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ผู้นําเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนได้รับ การยกเว้นอากรแล้วนะครับ
ข้อที่หก เมื่อสินค้าต้องชําระภาษีนําเข้าประเทศผู้ส่งออกซึ่งเปึนสมาชิก อาเซียนของประเทศนั้น ๆ จึงร้องเรียนกับเลขาธิการอาเซียนในเวทีการประชุมระหว่าง ประเทศในหลายระดับครับ เช่น คณะกรรมการประสานงานการดําเนินการภายใต้ ความตกลงการค้าของอาเซียน และเจ้าหน้าที่อาวุโสทางด้านเศรษฐกิจของอาเซียนว่า ประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าของอาเซียน ซึ่งผมอยากจะเน้นว่าขณะนี้ ทุกประเทศได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว
ข้อที่เจ็ด หากประเทศไทยยังไม่รีบดําเนินการให้พีเอสอาร์ฉบับป้ ๒๕๕๒ นี้ มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติโดยเร็ว จะถูกประเทศสมาชิกร้องเรียนในเวทีการค้า ระหว่างประเทศในระดับสูงขึ้นไปจนถึงระดับคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน และอาจจะถูกประเทศสมาชิกใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า ซึ่งจะนําความสูญเสีย มาให้กับประเทศเราเปึนจํานวนมาก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเทศของเรา ได้ลงนามความตกลงทางการค้าของอาเซียนตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ และได้มีการค้าขายสินค้า ระหว่างกัน โดยมีสินค้าไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนได้รับประโยชน์กว่า ๕,๐๐๐ รายการ บัดนี้รายการสินค้าดังกล่าวได้มีการปรับปรุงรายละเอียด ๕๕ รายการ ซึ่งการปรับปรุงนั้นก็เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งอยู่ในสมาชิกนั้นได้รับประโยชน์เท่ากับอาเซียนที่ได้ตกลงกับประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ลงนามการใช้รายละเอียด ใหม่ดังกล่าวแล้วทุกประเทศ ยกเว้นประเทศไทยเท่านั้น กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนท่าน ประธานรัฐสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติขอได้โปรดให้ความเห็นชอบกับกฎว่าด้วยถิ่น กําเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้าฉบับทบทวน ป้ ๒๕๕๒ ตามนัยมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ เพื่อนํามาใช้ภายใต้ความตกลงของเขต การค้าเสรีอาเซียนด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเปึนผู้ที่จะอภิปรายนะครับ มีท่าน ส.ว. สุรเดช จิรัฐิติเจริญ ได้ยื่นเรื่องมา เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ วุฒิสมาชิกจากจังหวัด ปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามที่ทางคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจง ถึงเรื่องที่เสนอใหม่เรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้าฉบับทบทวน ป้ ๒๕๕๒ มาใช้ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๙๐ เราก็ทราบดีแล้วว่าเรื่องทุกอย่างต้องผ่านรัฐสภา ทั้งกรอบความตกลงและความเห็นชอบเรื่องต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ในวาระเรามีถึง ๑๒ กรอบนะครับ แต่ว่าเราพิจารณาแค่เพียง ๔ กรอบเท่านั้น ซึ่งในการค้าเสรีอาเซียนต่อไปนะครับ ประเทศ เราเปึนส่วนหนึ่งของสมาชิกอาเซียน ๑ ใน ๑๐ ประเทศ ในอาเซียนก็ดี ในอาเซียน +3 ก็ดี +6 ก็ดี หรือ +8 ก็ดี ในอนาคต เราจะมีความตกลงเปึนอันมาก ผมเองก่อนที่จะอภิปราย ก็มีข้อสังเกตนะครับว่าถ้าเรื่องทุกอย่างเข้าสภาผมว่าจะเปึนการล่าช้า เราเองเคยเปึนผู้นํา ของอาเซียน แต่เราเองกลับเปึนประเทศล้าหลังนะครับ ซึ่งต้องขออนุมัติช้ากว่าเขาเปึน ประเทศสุดท้าย ช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน แม้กระทั่งประเทศซีแอลเอ็มวีให้ได้ อินโดจีนเรากลับอนุมัติเรื่องความตกลงช้าก็น่าเห็นใจนะครับประเทศเราเปึนอะไรอยู่ครับ ก่อนที่จะอภิปรายผมขอตั้งสังเกตนะครับว่าทางรัฐบาลเองจะมีระเบียบ หรือข้อกฎหมาย หรือกฎหมายลูก ที่จะประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ที่บางเรื่องสามารถ พิจารณาเองนะครับ ผมว่าตอนนี้สังคมไทยอยู่ในสังคมแห่งการตีความ ดังนั้นการที่จะทํา อะไรสักอย่างหนึ่งก็ไม่กล้าที่จะดําเนินการได้เองก็รอเข้าสภา รัฐสภาเราเองก็ทราบดี อยู่แล้วว่าต้องเข้าสภาร่วม ซึ่งสมาชิกรัฐสภาเองภารกิจก็มากมาย ดังนั้นวาระที่จะเข้า ประชุมจึงไม่มี เรื่องที่รอค้างประชุมก็มีมากมาย ดังนั้นก็ขอตั้งข้อสังเกตก่อนนะครับว่า ควรจะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพื่อให้ข้าราชการหรือฝ์ายบริหาร ทํางานได้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นในการที่เจรจาต่อรอง เพราะบางเรื่องการเจรจา ต่อรองในเวทีการค้านั้นต้องมีความคล่องตัว ดังนั้นถ้าเราเอาเรื่องทุกเรื่องผ่านสภาเอง ผมว่าเราไม่ทันหรอกครับ เราจะตกเวทีกว่าเขานะครับ แล้วเขาเองเขาจะไม่มีความเชื่อมั่น ในการคบค้ากับเรานะครับ ขอฝากเรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๘๐ หรือออกกฎระเบียบในการทํางานของฝ์ายบริหารต่อไป
ผมขอพูดในเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะสินค้าภายใต้อาเซียน เราบอกว่าอาเซียนจะเปึน ๑ ตลาดเดียวกัน ๑ ตลาด ๑ ฐานการผลิตในป้ ๒๕๕๘ หรือ ค.ศ. ๒๕๑๕ ดังนั้นเองเราคงใช้ฐานการผลิตเพราะเจตนารมณ์ในการตั้งมาเพื่อว่า เอาทรัพยากรหรือเอาศักยภาพของแต่ละประเทศที่มีอยู่ในสมาชิกอาเซียนมาใช้ร่วมกันนะครับ ดังนั้นเองการที่จะมาใช้ร่วมกันนั้นก็มีถิ่นกําเนิดว่ามาจากถิ่นกําเนิดของอาเซียน จริงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเอาจากสินค้านอกถิ่นกําเนิด จากนอกกลุ่มมา เพราะว่าความตกลงต่าง ๆ ต้องมีความได้และเสีย ดังนั้นความตกลงนั้นเราให้สิทธิประโยชน์กับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วประเทศเพื่อนบ้านต้องให้สิทธิประโยชน์กับเราด้วยนะครับ อย่างเช่นถิ่นกําเนิดสินค้า อย่างกรณีที่ว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาวก็ดี ประเทศกัมพูชาก็ดี เขาอาจจะมี ทรัพยากรเรื่องสินแร่ก็ดี หรือสินค้าเกษตรเราอาจจะเอาถิ่นกําเนิดจากนั้นมาผลิต ในเมืองไทย หรือเราจะตั้งโรงงานที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ได้ ดังนั้นเองถิ่นกําเนิดเปึนสิ่งที่ จําเปึนนะครับ ผมเห็นด้วยในหลักการอย่างยิ่งอยู่แล้วนะครับ แต่ขอฝากนะครับว่าการที่ เราจะปรับปรุงรายละเอียดที่ทางฝ์ายบริหารให้มาเปึนปู๊ง ๆ เลยผมอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ เอกสารก็มากมายรายละเอียดอยู่ในนี้มากมาย อยากจะให้ทางคณะรัฐมนตรีช่วยชี้แจง กับรัฐสภาแห่งนี้ ลองเปรียบเทียบสิว่าเดิมทีเรามีฉบับที่ ๑ ตอนนี้เราจะขอแก้ไขฉบับที่ ๒ ผมว่าเพื่อนสมาชิกภารกิจท่านมากอาจจะไม่มีเวลา ถ้าท่านสามารถเปรียบเทียบได้ไหม ว่าฉบับที่ ๑ กับฉบับที่ ๒ แตกต่างกันอย่างไร แล้วเราได้ประโยชน์อะไรมากขึ้นอย่างไร พอเห็นอย่างนี้ปุ็บผมก็อ่านไม่ทันนะครับ ยิ่งพอ ๓ วาระแล้วยิ่งงงเลย ดังนั้นก็ฝาก ข้อสังเกตนะครับว่าถ้าท่านประดิษฐ์มีโอกาสได้ชี้แจงลองเปรียบเทียบให้กับเพื่อนสมาชิก กราบว่าการที่เราขอแก้ไขฉบับทบทวนเปึนฉบับที่ ๒ ผมว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนต้องมี คําถามว่าแล้วฉบับที่ ๑ มันเปึนอย่างไรทําไมต้องทบทวน มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรนะครับ อยากให้ทางท่านประดิษฐ์ได้ชี้แจงให้กับสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้รับทราบเพื่อดําเนินการ ลงมติให้สบายใจต่อไปนะครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องถิ่นกําเนิด ผมมองในวาระที่ ๕.๑๒ เรื่องถิ่นกําเนิด ของที่ว่าสินค้าภายใต้กรอบความตกลงระหว่างอาเซียนกับจีนก็เช่นเดียวกันเนื้อหาคล้าย ๆ กัน ในวาระที่ ๕.๑๒ เรื่องฟอร์มซี (Form C) เรื่องถิ่นกําเนิดสินค้าเหมือนกัน ดังนั้นเองจึงหารือว่า ทําไมไม่เข้าวาระพร้อม ๆ กันนะครับ อย่างเช่นข้อที่ ๕.๑๒ ก็ขอตั้งข้อสังเกตว่าบางเรื่อง อาจจะสามารถอภิปรายรวมกันได้เพื่อให้ความต่อเนื่อง เพราะว่าทั้ง ๑๒ กรอบนั้น มีหลายเรื่องเปึนเรื่องที่คล้าย ๆ กันเปึนเรื่องเดียวกันก็ว่าได้นะครับ ว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า เพราะอันนี้ข้อ ๕.๑ ว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าของอาเซียน แต่ข้อ ๕.๑๒ ว่าด้วยถิ่นกําเนิด สินค้าอาเซียนกับจีน และข้อสังเกตก็มีเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณสุนัย
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประทานโทษที่ต้องขออนุญาตท่านประธาน ขึ้นกล่าว และเปึนการกล่าวครั้งแรกในการเป่ดประชุมสภาสมัยนี้ ตามข้อถ้อยแถลง ของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เมื่อสักครู่ ก่อนที่ผมจะได้ร่วมกับท่านสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญนั้น ขออนุญาตท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงข้อขัดข้องหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่อง ความตกลงการค้ากับอาเซียนที่จะมาดําเนินการขอนี้ ผมเองอยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ประดิษฐ์ได้ให้รายละเอียดต่อที่ประชุมรัฐสภาสักนิดหนึ่งว่า แม้ว่าเราได้เห็นชอบตามที่ ท่านเสนอมานี้แล้วยังจะเกิดความราบรื่นในทางการค้าระหว่างอาเซียนหรือไม่ เพราะได้มีปรากฏการณ์หลายเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อบาดหมางในอาเซียนโดยเฉพาะ ในรัฐบาลนี้ ปรากฏการณ์แรกที่เห็นชัดเจนที่สุดครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่เริ่มต้นเปึนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นก็เปึนประธานอาเซียน ซึ่งโดยประเพณีนั้นท่านจะต้องเดินทางไปอีก ๙ ประเทศ ซึ่งเปึนประเพณีของอาเซียน มานานแล้ว ปรากฏว่าวันที่ท่านเปึนประธานอาเซียนนั้นไปประเทศเมียนมาร์ไม่ได้ จนถึงวันนี้ ประธานอาเซียนได้ไปสู่วาระของประเทศเวียดนามแล้ว ท่านอภิสิทธิ์ก็ยังไปประเทศเมียนมาร์ ไม่ได้อีก ครั้งล่าสุดมีการแถลงว่าจะดําเนินการไปที่ประเทศเมียนมาร์ แต่สุดท้ายก็อ้อม ๆ แอ้ม ๆ บอกว่ารู้สึกยังไม่พร้อม ภาวการณ์เช่นนี้มันจึงสะท้อนบางเรื่องเกี่ยวกับข้อขัดแย้ง นับตั้งแต่ท่านอภิสิทธิ์ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีและยังมีข้อขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา ซึ่งว่ากันจริง ๆ แล้วคนที่ก่อเรื่องและจุดไฟคือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นเอง จนกระทั่งถึง การถอนทูตกลับมาเกิดข้อพิพาทยาวนานมาหลายเดือน แต่ถ้านับตั้งแต่ท่านจุดประเด็น เริ่มตั้งแต่ท่านเปึนฝ์ายค้านนั้นเกือบ ๒ ป้แล้วครับ ท่านประธานครับกรณีทั้ง ๒ กรณีนี้ ยังถูกย้ําเตือนด้วยอีกครั้งหนึ่งในการประชุมอาเซียนซัมมิท (ASEAN Summit) เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ป้ที่แล้ว โดยประเพณีของการประชุมอาเซียนนั้นจะต้องมีการเป่ดประชุม ท่านประธานคงจําได้ว่าการประชุมอาเซียนนั้นมีพิธีการสําคัญที่สุดคือการเป่ดประชุม เพื่อแสดงภาพลักษณ์ของการเปึนเอกภาพ ผมยังจําได้ว่าเมื่อครั้งอยู่ร่วมเปึนรัฐบาลนั้น การประชุมอาเซียนจะต้องมีพิธีการ ถ้าเราจะต้องไปประชุมที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ทางประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็จะต้องขอวัดขนาดตัวของนายกรัฐมนตรีประเทศไทยเพื่อจะไป ตัดเสื้อเปึนไหมตากาล็อก เพื่อจะจัดภาพการประชุมอาเซียนให้เห็นเปึนเอกภาพ มาประชุมประเทศไทยเราเราก็ต้องขอวัดตัวท่านประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย แล้วก็มาตัดเสื้อเปึนผ้าไหมไทย เช่นเดียวกันเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ที่ผ่านมาก็เปึน เช่นเดียวกันครับ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถจะจัดประชุม เป่ดประชุม ในภาพของการจับมือ อย่างนี้ท่านคงจําได้นะครับท่านประธานจับมือไขว้กันอย่างนี้ ปรากฏว่ามี ๕ ประเทศ ไม่มาร่วมในการเป่ดประชุม ด้วยตรงนี้ล่ะครับที่ผมเองเปึนห่วงว่า ด้วยเพราะนโยบายของรัฐบาลนี้ที่มีลักษณะ ไม่เอื้ออาทร ไม่เปึนมิตรต่อประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยนโยบายสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัย ท่านเลขาธิการอาเซียน คือท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้เสนอเรื่องความสัมพันธ์ อย่างยืดหยุ่นหรือเฟล็กซิเบิล เอนเกจเม้นท์ (Flexible engagement) ซึ่งเป่ดช่องทางให้มี การวิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่อาเซียนได้ในทางการเมือง ซึ่งรูปธรรมก็ชัดเจนว่าวันที่ ท่านอภิสิทธิ์ขึ้นเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นมีการประชุมกันที่ประเทศเวียดนาม ก็มีรัฐมนตรีกษิต นี่ละครับวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพม่าเขาจนกระทั่งเกิดการตอบโต้กันทางข่าวสารขึ้นมา และหลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์การป่ดท่อแก๊สจากประเทศพม่าที่ส่งเข้าจังหวัดราชบุรี ๒ วันตรงนี้เองจึงเปึนรูปปรากฏการณ์ชัดเจนว่าเหตุการณ์ป่ดท่อแก๊ส ๒ วันนั้นจนทําให้ เขื่อนศรีนครินทร์ต้องเป่ดน้ํามากขึ้นเพื่อจะชดเชยไฟฟัาที่ขาดไปในช่วงนั้น แต่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นหลักฐานต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านมาเปึนรูปธรรมนี้ ก็ถือว่ามากแล้ว ดังนั้นถ้าท่านพูดถึงข้อขัดข้องต่าง ๆ ว่าถ้าไม่ได้มาดําเนินการขอรัฐสภา ในเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้าฉบับทบทวนที่ว่านี้ และจะเสียหาย ด้วยเหตุเรื่องนั้นล่าช้า เรื่องนี้ขัดข้อง ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ได้บอกกับประชาชนชัด ๆ สักทีหนึ่งว่าความสัมพันธ์ในอาเซียนนั้นนับตั้งแต่มีรัฐบาล ของท่านขึ้นมาได้บาดหมางกันถึงขั้นไหนแล้ว และท่านจะขอมตินี้เราก็ยินดีจะให้ มันจะช่วยสิ่งเหล่านั้นได้หรือไม่ท่านประธานครับ ขอรบกวนเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านวิทยา อินาลา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึน สมาชิกรัฐสภา วันนี้ก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ที่รัฐมนตรีจะขอความเห็น จากรัฐสภาในการทําสัญญากับประเทศอื่น ๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิด สินค้าเฉพาะรายการ ฉบับทบทวน พ.ศ. ๒๕๕๒ ผมบอกว่าอันนี้เปึนสิ่งที่ดีผมก็สนับสนุน เพราะว่าจากเหตุการณ์เศรษฐกิจของโลกที่เราบอกว่าอเมริกัน ไครซิส (American crisis) ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ เศรษฐกิจประเทศไทยได้รับผลกระทบกระเทือน เศรษฐกิจตกต่ํา สาเหตุเพราะอะไรครับ เพราะว่าประเทศไทยเรานี่ การค้าการขายเรานี่ เราขึ้นกับเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะเราส่งออกประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่การส่งออก แล้วก็ตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเราก็คือตลาด ของอเมริกา แล้วในป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ อเมริกันเกิดปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ตกต่ํา ประเทศไทยเราก็ได้รับผลกระทบตรงนั้นด้วย ประเทศไหนที่ทําธุรกิจกับอเมริกัน ก็จะได้รับผลกระทบเช่น อียู (EU) สหภาพยุโรป ประเทศญี่ปุ์น แล้วรวมทั้งประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ละเปึนสิ่งที่เราจะต้องพึงสังวรไว้ว่าถ้าเรายังคบค้ากับประเทศใด ประเทศหนึ่งเปึนหลักใหญ่ ๆ แล้ว ถ้าประเทศนั้นเกิดปัญหาขึ้นมามันก็จะทําให้ประเทศเรานั้น เกิดปัญหาตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจของประเทศไทยเปึนเศรษฐกิจที่พึ่งพา กับประเทศอเมริกันเสียเปึนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นในข้อตกลงเรื่องของตัวถิ่นกําเนิดสินค้า เฉพาะรายการฉบับทบทวนผมถือว่าเปึนการมองถึงอนาคตว่าเราจะกระจายความเสี่ยง ในเรื่องของการค้าการขายของประเทศไทยเรานี้อย่างไรบ้าง ไม่ใช่ว่าพึ่งพาเฉพาะประเทศอเมริกันอย่างเดียว แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดในป้ ๒๕๕๘ ประเทศไทย แล้วอาเซียนจะเปึนสหภาพประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอันเดียวกัน แล้วประชากร ในอาเซียน ๑๐ ประเทศมีถึง ๕๗๐ กว่าล้านคน ซึ่งผมมองว่าเปึนเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ ถ้ารัฐบาลยังมองไม่เห็นความสําคัญตรงนี้ผมว่าเราจะพลาดโอกาสกับเพื่อนอาเซียน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย เพราะฉะนั้นตรงนี้จากรัฐบาล ที่ให้ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องของซีอีพีที (CEPT) หรือว่าเปึนประเทศที่เขาเรียกว่า เปึนอัตราภาษีศุลกากรพิเศษที่เท่ากัน คือการประชุมอาเซียนเมื่อป้ ๒๕๓๖ อีก ๑๕ ป้ ข้างหน้า คือป้ ๒๕๕๑ ภาษีของอาเซียนที่ค้าขายกันจะลดให้เหลือ ๐-๕ เปอร์เซ็นต์ อันนั้น คือตัวของซีอีพีที กําหนดเฉพาะตัวเรื่องของอัตราภาษีศุลกากรแค่นั้น คือเน้นเรื่องของภาษี แต่ถ้าเรายังทําตรงนี้ต่อไปมันก็จะเกิดการค้าการขายไม่สะดวก เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการ เปลี่ยนใหม่ใช่ไหมครับ เปลี่ยนใหม่ก็คือตัวของอาติกา อาติกาก็คือว่านอกจากภาษี แล้วก็จะมีข้อกําหนดอื่น ๆ ก็คือทําให้มันง่ายขึ้น เมื่อมันง่ายขึ้น การค้าการขาย ของอาเซียนก็จะสะดวกสบาย การค้าการขายอย่างเช่นว่าเราจะเหมือนกับอียู ๒๗ ประเทศ ต่อไปนี้ประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศก็จะเหมือนลักษณะคล้าย ๆ กับอียู ก็คือว่าแทนที่จะพูดถึงเรื่องของถิ่นกําเนิดสินค้า เรื่องของซีอีพีทีก็คือว่า คันทรี ออฟ ออริจิน (Country of origin) หรือเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รูลส์ ออฟ ออริจิน (Rules of origin) หรือในภาษานั้นก็คือว่า อาร์โอโอ (ROO) ก็คือว่ามีวัตถุดิบภายในประเทศ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้วัตถุดิบภายในประเทศตรงนั้น อีก ๖๐ เปอร์เซ็นต์คุณจะเอาประเทศในอาเซียน ๖๐ เปอร์เซ็นต์มาผลิตประกอบเปึนสินค้าในประเทศไทย เวลาคุณส่งออกไปในอาเซียน อีก ๙ ประเทศ คุณก็จะได้ภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์ อยู่ในช่วง ๐-๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนใหญ่เปึน ๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเรียกว่าฟอร์มดี แต่ถ้าเปึนอาติกา นอกจากฟอร์มดีแล้ว ก็ยังมีตัวอื่น ๆ ด้วย ผมคิดว่าตรงนี้เปึนการลดข้อกฎระเบียบอื่น ๆ เพื่อที่จะให้ประเทศไทย แล้วก็กลุ่มอาเซียนอีก ๙ ประเทศให้ทําการค้าขายสะดวกสบายง่ายยิ่งขึ้น เมื่อตรงนี้แล้ว เราผ่อนกฎระเบียบตรงนี้แล้วก็จะทําให้ปริมาณการค้าการขายของประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศไทยเรา เรามีโอกาสในการที่จะค้าขายแข่งกับอีก ๙ ประเทศ ผมถือว่า เราได้เปรียบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอสนับสนุน แต่ก็อยากจะฝากให้กับท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ว่าให้ท่านช่วยพึงสังวรไว้ว่าการจะทําอะไรก็แล้วแต่ให้นึกถึงประโยชน์ ของประเทศชาติเปึนหลัก โดยยึดประโยชน์ของคนไทย ๖๗ ล้านคนเปึนหลัก แล้วก็ ยึดประโยชน์ของอาเซียนเปึนสําคัญด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกไม่อภิปรายแล้ว กระผม ขอป่ดอภิปรายนะครับ ต่อไปผมก็จะขอมติที่ประชุมนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบไหม ไม่ต้องตอบกระมังคงเข้าใจ เพราะว่าคุณวิทยากับท่านประดิษฐ์เข้าใจกันดี คงไม่ตอบ ก็ขอมติที่ประชุมว่าจะรับหรือไม่รับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม โดยพร้อมเพรียงกัน ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ คุณสุนัยยังติดใจอยู่หรือครับ ผมนึกว่า ไม่ติดใจแล้ว
ท่านประธาน ที่เคารพครับ การติดใจของกระผมนั้นไม่ใช่เกิดจากความสนิทสนมกับท่านประดิษฐ์ แต่อย่างใด ในฐานะคนจังหวัดติดกัน แต่ว่าเปึนความติดใจในฐานะที่ความสําคัญแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศและในกลุ่มอาเซียนนี้ เปึนเรื่องใหญ่มาก ดังนั้นผมคิดว่าถ้าท่านประธานจะได้ให้เกียรติแก่สภา รัฐสภาแห่งนี้ โดยให้ท่านประสิทธิ์นี้ได้ชี้แจงในสิ่งที่ผมพูด ในสิ่งที่ผมถามและเปึนสิ่งที่ผมเปึน ผู้แทนราษฎรผู้ห่วงใยและในสิ่งที่ท่านทางวุฒิสมาชิกที่เขาถาม ก็จะเปึนการให้เกียรติ แก่รัฐสภาเพื่อให้ระบบรัฐสภาจะลงต่อไปท่านประธานครับ
คือท่านประดิษฐ์จะให้เกียรติแก่ท่านสุนัย ถ้าจะตอบครับ เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมคงจะใช้เวลาสั้น ๆ ไหน ๆ จะตอบท่านเพื่อนสมาชิก ส.ส. สุนัย แล้วก็ขอเริ่มจากท่าน ส.ว. สุรเดช คือ ส.ว. จังหวัดปราจีนบุรี คือที่ท่านมีความเปึนห่วงว่าฉบับแรกกับฉบับที่ ๒ นั้นจะมีความแตกต่าง อย่างไรนั้น คือไม่มีอะไรแตกต่างกันครับ แต่เปึนการปรับปรุงความสําคัญที่จะทําให้ การค้าการขายในระหว่างอาเซียนนั้นมีการค้าการขายที่ดียิ่งขึ้น มีความสะดวกยิ่งขึ้น อย่างที่ท่าน ส.ว. วิทยา ได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ ให้มันมีการเพิ่มปริมาณการค้าขาย กับอาเซียนได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้นเองนะครับ
สําหรับท่าน ส.ว. วิทยา อินาลา ซึ่งได้พูดถึงว่าท่านเห็นด้วยกับข้อตกลง หรือการแก้ไขที่ผมได้เสนอรัฐสภานั้น ผมอยากเรียนชี้แจงท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกสั้น ๆ ครับ ถึงความสําคัญของการค้าอาเซียน เขตการค้าเสรีและข้อตกลง และการค้าขายระหว่างอาเซียนในวันนี้นะครับ ถ้าจะพูดแล้วหลายคนหรือท่านสมาชิก คงจะเข้าใจว่า การค้าอาเซียนในระหว่างอาเซียนนั้นประเทศไทยมีการค้าที่ดีและอยู่ ในระดับต้น ๆ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เลย วันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกให้ได้เข้าใจตัวเลขที่ผมจะนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า การค้าของอาเซียนถ้าพูดถึงการส่งออกทั้งหมดทุกประเทศ ประเทศอันดับ ๑ ซึ่งมาเปึน อันดับ ๑ ในขณะนี้ในอาเซียนคือประเทศมาเลเซียค้าขายระหว่างอาเซียนนี่มีปริมาณ การส่งออกระหว่างอาเซียนถึง ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซียนะครับ อันดับ ๒ คือประเทศสิงคโปร์ครับ มีการค้าระหว่างอาเซียนถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ นี่อันดับ ๒ นะครับ อันดับ ๓ คือประเทศไทย มีการค้าล้าหลังจากประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ เราค้าขายเพียงแค่ ๑๔.๖ เปอร์เซ็นต์ และอันดับ ๔ ซึ่งมาแรงมากคือประเทศอินโดนีเซีย ครับท่านประธาน มีการค้าส่งออกระหว่างประเทศอาเซียน ๑๔.๔ เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่า ประเทศไทยเพียงแค่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเปึนที่แน่นอนแล้วครับว่าการส่งออกระหว่าง ประเทศอาเซียนนั้นไม่นานนี้ประเทศไทยจะตกลงมาอยู่ในอันดับ ๔ เราจะเปึนอยู่ ในอันดับ ๔ คือจากประเทศมาเลเซียอันดับ ๑ ประเทศสิงคโปร์อันดับ ๒ ประเทศ อินโดนีเซียจะแซงหน้าเราแน่นอนและเราจะอยู่อันดับ ๔ คือ ๑๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ซึ่งมัน ใกล้เคียงกันมาก ผมถึงต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ว. วิทยาว่าเราต้อง ให้ความสําคัญการค้าของอาเซียน ซึ่งจะเริ่มเป่ดเสรีอย่างทุกอย่างภายใน ๕ ป้ คือป้ ๒๕๕๘ ทุกอย่างจะฟรีหมดครับ การเดินทางจะเดินทางกันอย่างฟรี วีซ่าไม่ต้องขอ ใครจะไป ทํางาน คนไทยจะไปทํางานที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็ได้ คนไทยจะไปทํางานที่ประเทศมาเลเซีย ก็ได้ คนประเทศมาเลเซียจะมาทํางานที่เมืองไทยก็ได้ มันจะเป่ดฟรีมากขึ้น ฉะนั้นผมถึง อยากเรียนว่าขอความสนับสนุนจากท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าหากมีการดําเนินการ หรือขอแก้ไขกฎหมายในระหว่างอาเซียนนั้น เราต้องเร่งรัดครับ ไม่อย่างนั้นเราจะช้าแล้ว จะแพ้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน
ส่วนคําถามสุดท้ายที่ท่านเพื่อนสมาชิก ท่านประธานครับ คือท่าน ส.ส. สุนัยซึ่งก็สนิทกับผม แล้วก็ถามคําถามที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมนัก แต่ว่าก็จะตอบว่า การค้ากับการเมืองนั้น ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกอาเซียนนั้นเขาแยกแยะกันครับ ในส่วนเรื่อง ของการเมือง ปัญหาการเมืองก็ต้องมี แต่ก็จะตอบนะครับว่า การค้ากับการเมืองนั้นผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกอาเซียนนั้น เขาแยกแยะกันครับ ในส่วนเรื่องของการเมือง ปัญหาการเมืองก็ต้องมีการพูดคุยกัน ในระดับหนึ่ง ส่วนข้อตกลงทางการค้าระหว่างเพื่อนสมาชิกอาเซียนนั้นเขาไม่ได้คุยปัญหา การเมืองในข้อตกลงการค้า เพราะประโยชน์ทางการค้าที่เกิดขึ้นนั้นมันมีกับทุกประเทศ ในเพื่อนสมาชิก หากเรามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านในทางการเมืองก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่ ทําให้ปัญหาการค้าในระหว่างเพื่อนสมาชิกอาเซียนนั้นหยุดลงไป ฉะนั้นก็อยากจะเรียน ท่านประธานและฝากไปยังท่าน ส.ส. สุนัย ซึ่งเปึนเพื่อนสมาชิกและสนิทสนมกันนะครับว่า ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังกําลังดําเนินการทาง การค้ากับอาเซียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางการค้า ซึ่งเราไม่ได้นําการเมืองมาพูดคุยกัน ในระหว่างเวทีการค้าครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านเชาวรินธร์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ความจริงก็ไม่คิดที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็นอะไร ทั้งสิ้นครับ แต่เมื่อฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงเมื่อสักครู่ว่า ในอนาคตการค้า การติดต่อแรงงานอะไรต่ออะไรต่าง ๆ จะทรานสเฟอร์ (Transfer) หรือจะเข้ามาในบ้านเราอย่างเสรี รวมทั้งของเราจะไปบ้านอื่นอย่างเสรีก็เกิดความวิตกกังวล ขึ้นมาทันที เวลานี้ท่านประธานก็คงเห็นแล้วนะครับ เอาแค่จังหวัดสมุทรสาครใกล้ ๆ บ้านผมที่จังหวัดราชบุรี เวลานี้ชนเผ่าพม่าถึงขนาดจัดงานเอานักร้อง นักดนตรีพม่า มาแสดงกันเต็มสนามกีฬาเลย แม้แต่ธนาคารก็ยังติดภาษาพม่า แล้วถ้าคิดหนักเข้าไป ถึงตอนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ความจริงผมเกิดไม่ทันแต่ผู้หลักผู้ใหญ่เขาเล่าให้ฟัง บอกว่า ทหารญี่ปุ์นมันเข้ามาล่วงหน้า บ้างก็มาเปึนช่างตัดเสื้อผ้า บ้างก็มาเป่ดร้านอะไรต่ออะไร ต่าง ๆ แต่พอทหารญี่ปุ์นยึดประเทศไทยโดยเข้ามาทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนบ้าน ที่มันเปึนร้านตัดเสื้อผ้ามันมีเครื่องแบบทหารแต่งด้วย ท่านประธานครับ ขณะนี้เวลานี้ พม่าเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วกังวลหนักกว่านั้นก็คือคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจาก จังหวัดนครสวรรค์บอกว่า ประเทศเพื่อนบ้านของเราเวลานี้เรามีปัญหากับเขาเสียหมด ข้างบ้านทางด้านซ้ายก็คือ เขมร ลาว ข้างขวาก็คือ พม่า จนบัดนี้ผมเพิ่งทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ไปหรือครับพม่า ยังไม่ได้ไปเยือนเพื่อนสมาชิกในอาเซียนได้ครบหรือครับ ต้องรีบ ดําเนินการแล้วท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศพม่านี่น่าเปึนห่วงเหลือเกิน ท่านประธานคงจําได้ป้ ๒๕๔๕ วันดีคืนดีคนสัญชาติพม่ามันบุกมายึดโรงพยาบาลราชบุรี ของผม ท่านประธานจําได้ไหม ก็อด อาร์มี (God army) แล้ว ผบ.ทบ.สมัยนั้นก็ไปเสร็จแล้ว ก็ยิงทิ้งหมด ๘ ศพ ลูกน้องผมเปึนคนไปเก็บศพหมดเลย เปึนคดีอยู่หลายป้นะครับ ตรงนี้ รัฐบาลมีมาตรการหรือวางแผนในการปกปัองบ้านเมืองของเราอย่างไร ถ้าเกิดในอนาคต ข้างหน้ามีอะไรขึ้นมา พวกพม่าที่มันอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ อย่างจังหวัดภูเก็ตนี่ท่านประธานครับ ผมเดินทางไปบ่อย
ตอนนี้เอาถิ่นกําเนิดสินค้าก่อนครับ
มันก็โยงถึงกันล่ะ ข้อกังวลของผมมันเกิดขึ้นมาจากที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลัง ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ว่า แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านก็จะเข้ามา มันเข้ามาแล้ว เต็มบ้านเต็มเมือง ภูเก็ตนี่ท่านประธานไปเดินดูสิครับ บ้านไหนที่ไม่มีพม่าดูมันจะเปึนเรื่อง ผิดปกติ แสดงว่าบ้านนั้นจนไม่มีเงินจ้างคนใช้ แล้วก็ข้อเท็จจริงนี่คนใช้ทุกบ้านเลยเวลานี้ เปึนคนพม่าหมด ในกรุงเทพฯ ก็เหมือนกันล่ะครับ ทีนี้รัฐบาลจะวางแผนปัองกัน จะดูแล เรื่องราวเหล่านี้อย่างไร อยากจะให้รัฐบาลได้กรุณาตอบอีกสักนิดหนึ่งเพื่อให้สมาชิกได้เบาใจ ผมมีเพื่อนสมาชิกจังหวัดสมุทรสาครนะครับ ท่าน ส.ส. มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ เล่าให้ฟัง บอกว่า ทุกหัวระแหงพม่าหมดเลยครับ ถึงขนาดที่มันจัดงานได้นะครับ เอานักร้องจาก พม่ามาร้องเพลง จัดคอนเสิร์ต (Concert) ขายบัตรเต็มสนามกีฬา เราจะทํากันอย่างไร และวัน ๆ อย่างราชบุรีของผมที่บ้านถ้ําหิน ท่านประธานครับไม่ได้ทําอะไร ข้าหลวงใหญ่ สหประชาชาติเขาเอาข้าว เอาน้ําไปส่ง เอากับข้าวไปส่งแล้วมันก็ทําลูกกันยั้วเยี้ยไปหมด อายุ ๑๓ คลอดลูกเสร็จท้องอีกคนหนึ่ง อุ้มอยู่ในมือคนหนึ่ง ท้องอีกคน ท่านประธาน พอมีเวลา จัดเวลาแล้วผมจะพาท่านไปดูที่บ้านเขาครับ
เขาผลิตสินค้าครับ
นี่ท่านประธานหมายความว่าท่านไม่กลัวเลยใช่ไหม ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ความวิตกกังวลในฐานะที่เปึนตัวแทนของประชาชนนี่สารพัดอย่างที่มันจะสร้างปัญหา ให้แก่บ้านเมืองของเรานะครับ สารพัดอย่างที่มันจะสร้างปัญหาให้แก่บ้านเมืองของเรา โรคเท้าช้างจังหวัดราชบุรีหายไป นานแล้วนะครับ เวลานี้มันก็กลับมาใหม่ ก็มากับพวกผู้อพยพแรงงานต่างชาตินี่ล่ะ ก็อยากจะให้ท่านประธานลองเป่ดโอกาสให้รัฐบาลชี้แจงเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งว่า จะวางแผน
ยังเหลืออีกหลายฉบับ ค่อยเอาฉบับ หลัง ๆ ได้ไหมครับ
บังเอิญท่านรัฐมนตรีพูดถึงพอดี
เอาฉบับนี้ให้มันผ่านไปก่อน
เอาครับ ลองเป่ดโอกาสให้รัฐบาลชี้แจงสักนิดเถอะท่านประธานครับ
ก็จะยาวอีกนะ เดี๋ยวไม่ได้เรื่อง
ไม่ครับท่านประธาน ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่รัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ รัฐบาลก็กําลังดําเนินการหรือดําเนินการไปแล้วบางส่วน กําหนดกฎเกณฑ์สําหรับผู้ที่ จะเข้าประเทศ แรงงานภายในประเทศ ท่านรัฐมนตรีก็ได้พิจารณาแล้วก็พูดคุยกัน พอสมควร ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีมีความเปึนห่วงเรื่องประเด็นนี้ครับ ฉะนั้นผมจะรับไปและไปดูให้ความสําคัญประเด็นที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ซักถามนะครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ รับไปแล้วครับ ก็ถือว่า จบการอภิปรายครับ ต่อไปผมจะขอมติครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาเข้าห้องประชุม ผมว่าทีหลังเอากาวมาติดไว้ถ้าจะดีครับ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพเข้าห้องประชุม ท่านโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยก่อนที่จะลงมติครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรด เสียบบัตรแสดงตนครับ ขณะนี้ท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนครับ เรามีหลายฉบับครับ ก็อยากจะขอความกรุณาให้ มันจบ ๆ เสียทีเพราะพรุ่งนี้เปึนวันสําคัญเราจะได้มีเวลาพักผ่อน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้ว ส่งผลครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๒๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมนะครับว่าท่านผู้ใดเห็นชอบการพิจารณาการนํา กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้าตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยก็กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านผู้ใด งดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียงครับ โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันทุกท่านแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านสุนทร ซ้ายขวัญ เชิญครับ ใช้สิทธิ เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๐ ท่าน งดออกเสียง ๔๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๐ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า เฉพาะราย สินค้าฉบับทบทวน ตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนนะครับ
ต่อไปวาระที่ ๕.๕ กรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้า และอํานวยความสะดวกทางการค้า ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อขอความเห็นชอบ กรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า ป้ พุทธศักราช ๒๕๔๘ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ มีสาระสําคัญสรุปได้ดังนี้
ประเทศไทยและสาธารณรัฐเปรูได้ลงนามในพิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ต่อมาได้ลงนามพิธีสารเพิ่มเติมเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิด เฉพาะรายสินค้า เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ และล่าสุดได้ลงนามพิธีสารเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ เรื่องการปรับรายการสินค้าและกฎว่าด้วยถิ่นกําเนินเฉพาะรายสินค้าจากระบบ ฮาร์โมไนซ์ (Harmonize) ป้ ค.ศ. ๒๐๐๒ เปึนระบบฮาร์โมไนซ์ ป้ ๒๐๐๗ และหนังสือแลกเปลี่ยน ความเข้าใจเรื่องสินค้าสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งทั้ง ๒ ฝ์ายมีเปัาหมายที่จะดําเนินการให้พิธีสารทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวนั้นให้มีผลบังคับใช้ได้ ในไตรมาสแรกของป้ ๒๕๕๓ อย่างไรก็ดีเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ สถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐเปรูประจําประเทศไทยได้มีหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ขอแก้ไขถ้อยคํา ในข้อเอฟ (F) และข้อจี (G) บทบัญญัติข้อ ๓ ภาคผนวก ๒ เรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิด สินค้าในพิธีสารที่ได้มีการลงนามเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าข้อความ ดังกล่าวขัดกับกฎหมายภายในสาธารณรัฐเปรู ทําให้สาธารณรัฐเปรูมีปัญหาในการ กําหนดถิ่นกําเนิดสินค้าที่มีการผลิตหรือได้มาในประเทศทั้งหมด ในส่วนของสัตว์น้ํา พืช น้ํา แร่ธาตุ และทรัพยากรทางทะเล ดังนั้นเพื่อเร่งรัดการบังคับใช้ความตกลงเพื่อเร่ง เป่ดเสรีการค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทย-สาธารณรัฐเปรูที่ได้ มีการลงนามไปแล้ว จึงจําเปึนต้องเจรจากับสาธารณรัฐเปรูเพื่อแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าว โดยกรอบการเจรจานั้นประกอบไปด้วย ๑. เพื่อแก้ไขข้อเอฟ และข้อ จี ที่ระบุไว้บทบัญญัติ ข้อ ๓ ภาคผนวก ๒ หรือข้อบทที่เกี่ยวข้องเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสาร ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้าและ อํานวยความสะดวกทางการค้าป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ ทั้งนี้การเจรจาดังกล่าวต้องไม่ทําให้ ผลประโยชน์ของประเทศไทยลดลงไปกว่าที่เจรจาไว้เดิม และ ๒. ให้ใช้กฎเกณฑ์ ที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศของคู่ภาคีและหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทํากรอบการเจรจาข้างต้น รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้หารือ กับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและขอความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มีการหารือกับสมาคมธุรกิจเอกชน ผู้ประกอบการ นักวิชาการ รวมทั้งได้นําไปชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการในรัฐสภาที่เกี่ยวข้องและจัดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อปรับปรุงกรอบเจรจาให้มีความสมบูรณ์ ดังนั้นเพื่อให้เปึนไปตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กระผมจึงขอเสนอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาเพื่อแก้ไข กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘
ท่านสมาชิก เชิญ ๒ คน ใครก่อน ใครหลัง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้ พิธีสารระหว่างไทยและสาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้านั้น กระผมมีข้อสงสัยครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าข้อความเดิมที่ได้มีการแก้ไขใหม่นั้นตามนัยในถ้อยคํา ในข้อเอฟและข้อจี ของบทบัญญัติ ข้อ ๓ ภาคผนวก ๒ นั้น จริง ๆ แล้วเพราะเหตุไร และสาระสําคัญของข้อเอฟและข้อจีนั้นเปึนอย่างไร ทางสาธารณรัฐเปรูนั้นได้ให้เหตุผลว่า อยู่ในระหว่างการเตรียมเรื่องเพื่อเสนอรัฐสภาของประเทศของเขาในป้ ๒๕๔๘ แล้วก็ยังอ้างอีกว่าพิธีสารดังกล่าวนั้นแตกต่างจากกฎหมายของสาธารณรัฐเปรู ซึ่งสาธารณรัฐเปรูนั้นไม่ได้เปึนสมาชิกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทาง ทะเล ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเหตุผลความจําเปึนของประเทศไทย ประเทศไทย บอกว่าเพื่อเร่งรัดให้กรอบการเจรจานี้มีผลบังคับใช้ ผมถามว่านอกจากกรอบการเจรจา ที่ไทยจะได้ประโยชน์อะไรกับเรื่องพวกนี้ที่เขามีการเปลี่ยนแปลงในข้อเอฟและข้อจีและ สาระสําคัญของข้อเอฟและข้อจีนั้นเปึนอย่างไร ให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาได้ชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณประสิทธิ์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมฟังรัฐมนตรี หลายท่านที่ได้นําเสนอกรอบการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ท่านได้มาชี้แจง ผมอยากเรียนว่าผมเห็นดูแล้วอ่านตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้วนี่ ผมอยากจะถามว่ามันมีผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจตรงไหน ทําไม จะต้องเอาเข้าสภา ผมเคยอภิปรายครับตอนนั้นข้อตกลงแลกเปลี่ยนแพทย์ท่านก็เอาเข้าสภา วันนี้ผมดูนะครับ ดูรายละเอียดนี่ผมยังไม่เข้าใจครับมันจะไปกระทบต่อเรื่องเศรษฐกิจ หรือมันอาจกระทบต่อเศรษฐกิจทําให้ประเทศไทยเสียหายอย่างรุนแรง ขนาดไหน ผมอ่านดูแล้วมันฉบับที่แล้วผมว่ามันไม่น่าจะต้องเอาเข้ามาในสภา ผมไม่เข้าใจครับ เพราะเรื่องงบประมาณที่กู้นี่มันก็เลยปนกันไปหมด เรื่องที่สําคัญจริง ๆ ในรัฐสภาเรา ไม่ได้พิจารณาปุ็บ ๆ ผ่านเลย แต่เรื่องแบบนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจว่ารัฐบาล กลัวอะไร ทําไมจะต้องเอาเข้าสภาการค้าเสรีแบบนี้มันกระทบอย่างไร ผมอยากจะถาม มันกระทบถึงเรื่องเศรษฐกิจร้ายแรงจนกระทั่งประเทศไทยจะเสียหายย่อยยับ หรือว่ามันอาจจะเสียหายตรงไหน ท่านรัฐมนตรีท่านไม่บอกครับ ท่านบอกว่าถ้าผ่านนี้ แล้วจะดี ความจริงท่านมาเสนอท่านต้องบอกว่าถ้าไม่เสนอผ่านสภาแล้วนี่มันจะเสียหาย อย่างไรนะครับ ต้องเอาให้สภารีบรับรอง นี่ปรากฏว่ามาถึงบอกว่าถ้าอันนี้ทําแล้วก็จะดี ประเทศไทยก็จะค้าขายได้คล่อง ผมก็เลยยิ่งไม่เข้าใจใหญ่ มาตรา ๑๙๐ ผมฝาก ท่านประธาน ผมว่ารัฐบาลนี่บางครั้งก็กลัวจนหรือว่าเพราะศาลรัฐธรรมนูญเขาวินิจฉัยว่า อาจเสียดินแดน ตอนนี้ก็อาจจะทําให้เสีย อาจโน่น อาจนี่ ผมว่าเปึนบรรทัดฐาน ที่ต่อไปนี่แย่ครับ ใครเปึนรัฐบาลลําบากครับ อาจโน่น อาจนี่ นี่อาจจะทําให้เศรษฐกิจประเทศไทยเสียหาย ย่อยยับ ผมว่ามันไม่ใช่แล้ว อยากฝากท่านประธานครับว่ารัฐบาลในความเห็นผมนะครับ เรื่องแบบนี้ดูแล้วมันเปึนสิ่งที่ดีท่านทําไปเลยครับ ไม่มีใครไปทักท่านครับ แต่เรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่กู้เงินอย่างนั้นต้องเอาเข้ามากู้ทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างนั้นเอามาให้ดู ทําอย่างไร ให้เศรษฐกิจมันดีขึ้น ผมอยากฝากท่านประธาน กระผมอ่านดูอยากถามรัฐมนตรี ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ มันไม่ได้ผ่านสภาใช่ไหม แล้วข้อ ๔ ผ่านสภาไหม ผมจําไม่ได้ เพราะเข้ามา จนบางทีเราก็งงเข้ามาที ๒๐-๓๐ เรื่อง พูดกันไปแล้วก็ผ่านไป แบบนี้รัฐสภาเปึนตรายาง เลยนะครับ เรื่องที่สําคัญอย่างนี้วิธีหมกเม็ดได้ เอาเรื่องเยอะแยะเรื่องอะไรก็ไม่รู้แต่เรื่อง ข้างในสอดไส้ครับ มันจะเกิดปัญหากับรัฐสภาในอนาคต ท่านประธานเอามา ๒๐ เรื่อง แต่สอดไส้ สอดไส้เรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งมันก็เผอเรอกันได้ครับท่านประธาน อยากถาม รัฐมนตรี ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ที่ท่านพูดมามันผ่านสภาไหม แล้วงวดนี้มาผ่านสภา เพราะอะไรถึงต้องมาผ่านสภา ขอบคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านประธานรัฐสภา ต่อประเด็นข้อซักถามของท่านสมาชิก ต้องขอขอบคุณ ที่ถือว่าได้ให้ความสําคัญต่อการทําความตกลงในเรื่องของการค้าและความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรู ซึ่งเปึนประเทศแรก ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ที่เราได้มีการทําเอฟทีเอ (FTA) มีการดําเนินการในการลงนามพิธีสาร มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แต่การลงนามดังกล่าวนั้นยังมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน มีการปรับปรุง มีการแก้ไขจนกระทั่งท้ายที่สุดเมื่อป้ที่แล้วคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอร่างพิธีสารแล้วก็ บทแก้ไขเพื่อที่จะให้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา พร้อมกันนั้นก็ได้มอบอํานาจให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบอํานาจ เต็มในการไปลงนาม ซึ่งกระผมได้เปึนตัวแทนของประเทศไทยในการลงนามในระหว่าง การประชุมเอเปค (APEC) ที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปลายป้ที่แล้ว โดยมีสักขีพยานก็คือ ผู้นําของทั้ง ๒ ประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเราได้ตั้งความหวังว่าในไตรมาสแรกของป้นี้ การเริ่มต้นเขตการค้าเสรีพร้อมกับความผูกพันในเรื่องการอํานวยความสะดวกทางการค้า ระหว่างกันนั้นจะเริ่มมีผลบังคับใช้เพื่อขยายการค้า การลงทุนตลอดจนในเรื่องของการ เปึนประตูของกันและกัน โดยหวังว่าสาธารณรัฐเปรูนั้นจะเปึนประตูของเราในทวีปอเมริกาใต้ และไปสู่ประเทศคู่ภาคีเอฟทีเอของสาธารณรัฐเปรูที่มีอยู่จํานวนมากขณะเดียวกัน เราก็หวังว่าจะเปึนประตูการค้าของสาธารณรัฐเปรูในภูมิภาคนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่า ทางสาธารณรัฐเปรูเองได้มีข้อขัดข้องบางประการซึ่งเปึนข้อขัดข้องภายในอันเนื่องจากว่า ภายใต้กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดในข้อเอฟและข้อจีนั้น สาธารณัฐเปรูไม่ได้เปึนอนุสัญญา สหประชาชาติที่ว่าด้วยถิ่นกําเนิดเกี่ยวข้องกับกฎหมายทางทะเล โดยเฉพาะในเรื่องของ ทะเลอาณาเขตแล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไหล่ทวีป จึงมีปัญหาในด้านของกฎหมายของ สาธารณรัฐเปรูเองจึงได้ส่งความเห็นขอแก้ไขดังกล่าวมายังรัฐบาลไทยซึ่งอย่างที่ผมได้ กราบเรียนว่าก็ได้ให้มีการเป่ดรับฟังความคิดเห็นในภาคประชาชนก็ดี ในภาควิชาการ ในภาคธุรกิจตลอดจนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก็เห็นว่าไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ ในลักษณะที่จะทําให้ประโยชน์ของเรานั้นลดน้อยลงไปจากความตกลงเดิมที่มีอยู่ ดังนั้น การแก้ไขดังกล่าวจะเปึนประโยชน์ในการที่จะทําให้การเริ่มต้นเขตการค้าเสรี ไทย-สาธารณรัฐเปรูสามารถเริ่มต้นได้ และการค้าการขายระหว่างเราของผู้ประกอบการ เรานั้นก็จะได้รับความคุ้มครองจึงได้ดําเนินการเสนอ
สําหรับในส่วนที่ท่านได้ตั้งประเด็นว่าทําไมจะต้องเข้าสู่สภา อันนี้คงไม่ใช่ อํานาจหน้าที่ที่ผมจะสามารถตอบได้ชี้ขาดในเรื่องนี้ แต่ว่าพิธีสารที่ได้นําสู่รัฐสภา เมื่อป้ที่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนทุกข้อนะครับ ยกเว้นที่มาขอปรับปรุงแก้ไขและเปึนกรอบเจรจา เพื่อขออนุมัตินั้นก็ได้นําเสนอในคราวนี้นะครับ แล้วผมเองก็ได้เตรียมการในการที่จะ เดินทางเยือนลาตินอเมริกาในต้นเดือนหน้านะครับ ซึ่งถือว่าเปึนตลาดสําคัญแล้วก็เปึน ตลาดที่กําลังเติบโตภายหลังยุคที่เรียกว่าแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger crisis) ครับ
เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวาระ ๕.๕ ที่ทางคณะรัฐมนตรี ได้เสนอท่านประธานให้รัฐสภาได้พิจารณากรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิด สินค้าภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้าที่ได้ทําพิธีสารไปตั้งแต่ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อคําถามที่จะฝากไปถามท่านรัฐมนตรี ให้ท่านได้ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้เพื่อที่พวกเราจะได้ให้ความเห็นชอบตามอํานาจหน้าที่ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ ผมได้ดูเอกสารเพิ่มเติม ที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอมาได้อ้างรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา คือมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม แล้วก็วรรคสอง ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๕ ที่เปึนบทเฉพาะกาลนะครับ บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๕ ที่เขียนไว้ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ กําหนดว่าการจัดทําหนังสือ การจัดทําหรือดําเนินการตามหนังสือสัญญาที่ได้ดําเนินการ ไปแล้วก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เช่น พิธีสารที่ลงนามกับประเทศสาธารณรัฐเปรู เมื่อป้ ๒๕๔๘ให้สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องนําบทบัญญัติ มาตรา ๑๙๐ มาบังคับใช้ แต่ให้ นําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ มาบังคับใช้กับการดําเนินการที่ยังคงค้างอยู่และต้อง ดําเนินการต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอมา เนื่องจากว่าพิธีสารที่ลงนามไปเมื่อป้ ๒๕๔๘ เกี่ยวกับเรื่องการดําเนินการการค้า เรื่องการค้าเสรีกับสาธารณรัฐเปรูนั้น เมื่อเจรจาไปแล้วลงนามไปแล้วนําสู่กระบวนการ การจัดทํากฎหมายภายในสาธารณรัฐเปรูเองมีข้อจํากัดว่ากฎหมายภายในของเขา ไม่สามารถรองรับในพิธีสารที่ลงนามไปในหมวดที่เขาเขียนว่าเปึนหมวดเอฟกับหมวดจี ว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าเฉพาะรายทางทะเล เมื่อไม่สามารถปฏิบัติได้ เขาก็เลยขออนุญาต แก้ไขกับเรา ก็เปึนเหตุให้ทางคณะรัฐมนตรีต้องนําเรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ จะแปลความว่าเปึนตามบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๕ หรือไม่ผมไม่แน่ใจเพราะท่านอ้าง กฎหมายมา ๒ ฉบับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ทําไปแล้ว มีการแก้ไขปรับปรุงใหม่นะครับ ก็เลยเอา ส่วนที่ต้องทําต่อมานําเสนอความหมายอาจจะเปึนอย่างนั้น แต่ความหมายที่ทาง คณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ ใช้คําว่า กรอบการเจรจานะครับ นั่นหมายความว่า สิ่งที่รัฐบาล สิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้เปึนกรอบเจรจาเกี่ยวเนื่องกับ หนังสือสัญญาที่จะต้องทําต่อท่านประธานครับ โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้ว กรอบเจรจาก็ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบกรอบที่จะไปเจรจา ผมเองได้ดู ในส่วนที่เปึนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกรอบนะครับ สาระสําคัญของกรอบเจรจา ที่ประเทศสาธารณรัฐเปรูขอแก้ไขมานะครับแก้ไขข้อเอฟและข้อจีที่ระบุในบทบัญญัติ ข้อ ๓ ภาคผนวก ๒ หรือบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสาร ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้า สินค้า และอํานวยความสะดวกการค้าป้ ๒๕๔๘ ทั้งนี้ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงชัดเจนว่า การเจรจาดังกล่าวต้องไม่ทําให้ผลประโยชน์ของประเทศไทยตกลง ไปกว่าที่เจรจาไว้เดิม นั่นก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเรา กระผมมีคําถามในถ้อยคําตรงนี้ว่า ท่านมีหลักประกันอะไรที่จะรักษาผลประโยชน์ของไทยไม่ให้น้อยลงไปกว่าเดิม เพราะว่าสาธารณรัฐเปรูเขาขอแก้ไขในเรื่องที่เขาจะไม่ผูกพันกับอนุสัญญาของ สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลที่เขาใช้ตัวย่อว่าเปึนยูเอ็นซีแอลโอเอส (UNCLOS) ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เขาจะกําหนดเขตพื้นที่ของทะเลจากชายฝัืงแล้วก็ไหล่ทวีป เอาไว้ สาธารณรัฐเปรูอ้างสิทธิว่าไม่ได้เปึนสมาชิกของอนุสัญญานี้ก็ไม่จําเปึนต้องรองรับ ตามที่กฎหมายของสหประชาชาติที่ว่าด้วยทางทะเลกําหนดไว้ ความหมายคืออะไร ท่านประธานครับ เขามีสิทธิเลือกใช้กฎหมายภายในการกําหนดแหล่งสินค้าที่เปึน แหล่งสินค้าเฉพาะรายเกี่ยวกับสินค้าสัตว์น้ํา พืช น้ํา แร่ธาตุ ทรัพยากรที่ได้จากทะเล ความหมายก็คือว่า ๑๒ ไมล์ทะเลจากชายฝัืงเขาไม่เอาไหล่ทวีป ๒๐๐ ไมล์ทะเล เขาไม่ยึดถือ ความหมายตรงนี้ถ้าเปึนเฉพาะลงไปเขาอาจจะมีพื้นที่จะขยายอาณาเขต ที่จะสามารถหาแหล่งกําเนิด ถิ่นกําเนิดสินค้าเกี่ยวกับทางทะเลของเขาได้กว้างขวาง มากกว่าที่อนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายกําหนดเอาไว้ ถ้ากําหนดไว้ก็มี เขตจํากัดแค่ ๑๒ ไมล์ทะเลจากชายฝัืง แล้วก็ ๒๐๐ ไมล์ทะเลแนวไหล่ทวีปท่านประธานครับ ผมเองก็เกรงว่าการที่เราเป่ดโอกาสให้สาธารณรัฐเปรูเองสามารถหาแหล่งกําเนิดสินค้า ได้อย่างเสรี ตามกฎหมายภายในประเทศเขามันจะมีผลต่อผลผลิตสินค้าที่มาจากทะเล ของเขาหรือไม่ ปรากฏมีปัญหาไหม สินค้าทะเลที่ส่งมาเมืองไทยมีปัญหาไหมผมไม่คิดถึง สินค้าทะเลที่เปึนเรื่องสินค้าทะเลอาหารสดหรอกนะครับ ปลาป์น แร่ธาตุอะไรต่าง ๆ ทองแดงที่เขาจะต้องส่งมาบ้านเรา ถ้าปริมาณที่เขาขยายขอบเขตในการกําหนดแหล่งสินค้า ถิ่นกําเนิดสินค้าได้อย่างมากมายจะมีผลกระทบหรือไม่ ถึงแม้ท่านบอกว่าการเจรจา ต้องไม่ทําให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์น้อยไปกว่าเดิม ท่านประธานที่เคารพครับผมเอง ถ้าท่านเสนอกรอบผมไม่ห่วงหรอกครับ ถ้าท่านเสนอกรอบต่อรัฐสภาแห่งนี้ ผมไม่ห่วงแล้ว เปึนแค่กรอบที่เราอนุมัติให้ท่านเอากรอบไปเจรจา อย่างไรก็แล้วแต่ท่านเองต้องกลับมาตาม มาตรา ๑๙๐ วรรคสองอีกที่จะต้องมาเอาหนังสือสัญญานั้นมาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่จะมีการลงนามในข้อตกลง หลังจากที่ไปเจรจาแล้ว ซึ่งตรงนั้นเอง มันก็จะมีรายละเอียดมาให้เราดู นั่นคือข้อห่วงใยผมก็น้อยลงไป เพราะว่ารัฐธรรมนูญ เขียนล็อกไว้อย่างนี้ แต่กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากรอบที่ให้ไป ขณะนี้กับผลต่อเนื่องจากป้ ๒๕๔๘ นี่ ท่านเองหลังจากที่ไปเจรจาแล้วนี่เพื่อสงวนสิทธิ ของผลประโยชน์ของประเทศไทยไม่ให้น้อยลงกว่าเดิมนี่ทางรัฐสภามีโอกาสเห็น อีกครั้งหนึ่งในหนังสือที่เปึนหนังสือสัญญาก่อนที่จะลงนามตามวรรคสองใช่หรือไม่ ถ้าเปึนอย่างนั้นผมไม่ติดใจครับ ในการที่จะให้ความเห็นชอบกับกรอบเจรจานี้ เพราะว่า ก็น่าจะเปึนประโยชน์กับประเทศไทย เพราะว่าเราทํามาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ เรายังไม่สามารถ เป่ดเสรีทางการค้ากับสาธารณรัฐเปรูได้ เนื่องจากว่าติดปัญหาอยู่ตรงนี้ ยินดีสนับสนุน ถ้าจะทําให้เกิดประโยชน์ขึ้น แต่ท่านต้องตอบนะครับว่า ความมั่นใจในการที่จะปกปัอง สินค้าหรือการค้าเสรีของระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเปรูโดยที่ไม่ทําให้ประเทศไทย เสียเปรียบนี่ ท่านจะมีข้อตกลงหรือเอาหนังสือสัญญานั้นมาให้รัฐสภาได้รับรู้รับทราบ อีกครั้งหนึ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นในเรื่องของกรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้ พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู ประเด็นของผมก็คือ ในเบื้องต้นนี่ก็มีความไม่มั่นใจเท่าไรนะครับว่าในเรื่องของกรอบการเจรจาที่ทางรัฐบาล ได้นํามาให้รัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบจะมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน เพราะว่า ๒ ประเด็นที่อยากจะตั้งข้อสังเกตนะครับ
ในเรื่องแรก ก็คือเรื่องของเอกสารที่นําเสนอให้รัฐสภาเราพิจารณานั้น ปรากฏว่าเอามาเพียงส่วนเดียว เอาเฉพาะในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงมาให้สมาชิก พวกเราได้ดูกัน ที่จริงแล้วควรจะได้มีการเอามาให้ดูทั้งฉบับเพื่อจะได้เห็นว่าในส่วนที่มี การเปลี่ยนแปลงนั้นจะกระทบหรือไม่กระทบต่อสัญญาทั้งฉบับอย่างไร อันนี้คือ ประเด็นที่๑ ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเอกสาร เพราะว่าดูทั้ง ๒ ส่วน ทั้งส่วนที่มี หนังสือนําจากท่านนายกรัฐมนตรีและส่วนที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทํา ทั้ง ๒ ส่วนปรากฏว่าไม่มีเอกสารทั้งฉบับเลยนะครับ อันนั้นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเอาเฉพาะข้อความที่จะขอเปลี่ยนแปลงใหม่มาให้กับ รัฐสภาดูโดยที่ไม่มีข้อความเดิมว่าข้อความเดิมได้เขียนไว้อย่างไร ฉะนั้นในส่วนนี้ก็คือว่าเราก็ ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าระหว่างของเก่ากับของใหม่ สุดท้ายมันจะเปึนประโยชน์กับ ประเทศไทยหรือไม่อย่างไร แล้วก็เปึนการขอแก้ฝ์ายเดียวคือฝ์ายทางสาธารณรัฐเปรู เปึนฝ์ายขอแก้ไข ฉะนั้นก็ขออนุญาตผ่านท่านประธานไปยังฝ์ายบริหารคือรัฐบาลขอให้นํา เอกสารทั้ง ๒ ส่วนทั้งฉบับแล้วก็ในส่วนที่แก้ไขของเดิมและของที่จะแก้ไข เพื่อที่จะได้ให้ สภาได้เปรียบเทียบได้ นอกจากนี้แล้วอยากจะขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ข้ออ้างที่รัฐบาล สาธารณรัฐเปรูอ้างว่าสาธารณรัฐเปรูไม่ได้เปึนสมาชิกของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ หรือว่า อันคลอส ที่จริงแล้วประเทศไทยเองก็ไม่ได้เปึน ฉะนั้นความต่างผมไม่แน่ใจว่าที่ยกประเด็นขึ้นมาว่าการที่ไม่ได้เปึนภาคีอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลแล้วจะมาขอแก้ข้อความที่ได้มีการตกลงกันไว้ เพราะทั้ง ๒ ประเทศทั้งไทยและสาธารณรัฐเปรูนี่ก็ไม่ได้เปึนภาคีทั้งคู่ ฉะนั้นไม่น่าจะมีผล ในเรื่องของการอ้างว่าสาธารณรัฐเปรูไม่ได้เปึนภาคีแล้วก็จะต้องมาแก้ไขกรอบการเจรจา ในครั้งนี้
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง ที่อยากจะเรียนก็คือว่าถ้าอ่านดูตามข้อทั้งข้อเอฟ และข้อจีจะเห็นว่ามีการใช้ศัพท์ซึ่งต่างออกไปจากศัพท์ที่ใช้อยู่ในกรณีของอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลฉบับนี้ ในข้อเอฟซึ่งเขียนไว้ในส่วนหลังนะครับ แมริไทม์ โซน ออฟ อะ ปาร์ตี้ ซีวอร์ด ออฟ เดอะ เทริโทเรียล ซี (maritime zone of a Party seaward of the territorial sea) จริง ๆ แล้วคํานี้ในอนุสัญญากฎหมายสหประชาชาติน่าจะใช้ ความหมายคําว่า เขตเศรษฐกิจจําเพาะ คือเอ็กซ์คลูซีฟ อีโคโนมิก โซน (Exclusive economic zone) แต่ปรากฏว่าไปเขียนขยายบอกว่าเปึนเขตทะเลซึ่งยื่นต่อออกไปจาก ทะเลอาณาเขต มันก็เลยทําให้เกิดความงงมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีในส่วนของข้อจีที่ได้ พูดถึงซับซอย (Subsoil) แล้วก็คอนทิเนนแทล เช็ลฟี (continental shelf) ซึ่งผมว่า ในส่วนนี้ทั้ง ๒ ประเทศเปึนภาคีอนุสัญญา ๑๙๕๘ อยู่ ซึ่งมีอยู่ ๔ ฉบับได้กําหนด ในเรื่องของคอนทิเนนแทล เช็ลฟ ไว้ ซึ่งมันก็มีการรับรองในส่วนของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเลอยู่ด้วย ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าตรงนี้ตกลงว่ามันเปลี่ยนแปลงอย่างไร แล้วจะเกิดผลอย่างไร
มีอีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีหรือทางฝ์ายบริหารก็คือว่า ในเรื่องของสินค้าอาหารทะเลนั้นถ้าเราจะเจรจา กับประเทศต่าง ๆ นี่ ผมไม่แน่ใจว่าฝ์ายบริหารได้เข้าใจไหมว่าแหล่งที่มาของอาหารทะเลของเรามันมี ความต่างจากประเทศอื่น แล้วก็จะเชื่อมโยงถึงการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วย เพราะว่า ในน่านน้ําของเรานั้นที่จับโดยเรือประมงไทยก็จะมี ๓ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ คือน่านน้ํา เขตน่านน้ําไทยของเราเอง ตั้งแต่ทะเลภายใน ทะเลอาณาเขตและเขตเศรษฐกิจจําเพาะ อันนี้คือเขตน่านน้ําไทยที่เรามีอยู่ แล้วก็สามารถใช้กําหนดเปึนแหล่งกําเนิดสินค้า ได้ทั้งหมด แต่มันมีส่วนที่ ๒ ที่มันก็จะเปึนปัญหาว่าทางรัฐบาลจะใช้เงื่อนไขอะไรในการ เจรจา ก็คือว่าที่เปึนเขตเศรษฐกิจจําเพาะของประเทศอื่น เพราะว่าประเทศไทยไปทํา สัญญาทําการประมงกับประเทศเหล่านั้นไว้ เมื่อจับสัตว์น้ําแล้วก็เอาปลา เอาสัตว์น้ํา กลับมาสู่ประเทศไทยมาแปรรูปแล้วก็ส่งไปขาย ประเด็นนี้เราจะสามารถที่จะอ้างอิง แหล่งกําเนิดสินค้าในกรณีอย่างนี้ได้หรือไม่อย่างไร แล้วส่วนที่ ๓ ก็คือเขตของทะเลหลวง ก็เปึนอีกเขตหนึ่งที่ไม่มีเจ้าของ และประเทศไทยเองก็มีสิทธิที่เข้าไปใช้ แต่ผมไม่เห็นว่า ในข้อความที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือว่าข้อความทั้งหมดจะมีการรวมถึงหรือไม่ว่าสัตว์น้ํา ที่จับได้จากทะเลหลวง ในกรณีนี้ในข้อเอฟ มีเขียนไว้เหมือนกัน ใช้คําว่า ไฮ ซี อันเดอร์ เดอะ ปาร์ตี้ แอพพลิเคเบิล ลอว์ส (High sea under the Party’s applicable laws) กระผมคิดว่าตรงนี้ก็ยังคลุมเครือไม่ชัดเจนว่าตกลงมันจะครอบคลุมถึงไหม แต่ผมเชื่อว่า แน่นอนอย่างหนึ่งที่ไม่ได้ครอบคลุมถึงเลย ถ้าจะขอแก้น่าจะได้ขอแก้ในส่วนของเราเพิ่ม เข้าไปก็คือว่า ในกรณีที่เปึนสัตว์น้ําที่จับได้ในแหล่งประมงภายใต้สัญญาของประเทศไทย กับประเทศอื่น อยู่ในน่านน้ําของประเทศนั้นน่าจะได้ครอบคลุมถึงด้วย นอกจากนี้ยังมี อีกประเด็นหนึ่งซึ่งน่าจะเปึนประเด็นสําคัญในเรื่องแหล่งกําเนิดสินค้าของอาหารทะเล ก็คือว่าสินค้าสัตว์น้ําที่ประเทศไทยซื้อเข้ามาแล้วมาทําการแปรรูปในประเทศไทย สินค้าเหล่านี้ เราจะดูแลในเรื่องของกรอบการเจรจาเรื่องของถิ่นกําเนิดสินค้าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าประเภทปลาทูน่าซึ่งเราเปึนผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก แล้วสินค้าสัตว์น้ําปลาทูน่านี้ ประเทศไทยไม่ได้เปึนผู้จับเอง เปึนผู้ที่แปรรูป ผมไม่แน่ใจว่าในการเจรจากับสาธารณรัฐเปรู หรือประเทศอื่น ๆ ก็ตามจะได้ครอบคลุมถึงการที่จะคุ้มครองสินค้าสัตว์น้ําที่เกิดจาก การจับโดยเรือประมงต่างชาติ ในน่านน้ําต่างชาติแต่มาแปรรูปในประเทศไทย แล้วซึ่งมี ปริมาณมูลค่าป้นี้เข้าใจว่าน่าจะถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนปริมาณมหาศาล ก็เลยขออนุญาตฝากประเด็นทั้งหมดผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล น่าจะกรุณาได้ชี้แจง รวมทั้งขอให้จัดเอกสารเพื่อจะได้ดูถึงความสอดคล้องหรือว่าเปรียบเทียบระหว่างกรอบเดิม กับกรอบใหม่ รวมทั้งถ้าเปึนไปได้อยากจะให้คณะผู้เจรจาของฝ์ายไทยได้คํานึงถึง สินค้าประมงอย่างที่ได้กราบเรียนเบื้องต้นนะครับว่าเรานั้นได้มีการจับอยู่นอกประเทศ ทําอย่างไรจะได้รับการคุ้มครองภายใต้ถิ่นกําเนิดสินค้าที่จะมีการรับรองต่อไปภายใต้ กรอบเจรจานี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
รัฐสภายินดีต้อนรับนิสิต นักศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปเชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ ในนามสมาชิกรัฐสภา ที่ลุกขึ้นมาขอท่านประธานอภิปรายนี้มิได้ เกี่ยวกับมีนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาดูชมการประชุมรัฐสภาแต่อย่างใด เดี๋ยวท่านจะเข้าใจว่าผมเปึนรุ่นพี่จะมาหาเสียงกับรุ่นน้องในนามคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมิได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเปึนคนว่านอนสอนง่าย มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ไม่เคยมีมาก่อน ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน จะด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่ ในนามของคณะรัฐประหารที่กระทําขึ้น เมื่อประกาศใช้เปึนกฎหมายแล้ว ผมเปึนคนหนึ่งที่เคยกราบเรียนท่านประธานสภา หลายครั้งว่า ผมไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้ทําหน้าที่เปึนเพียงพิธีการโดยไม่เอาเนื้อหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายในส่วนเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติเกี่ยวกับเรื่อง ระหว่างประเทศนั้น ท่านประธานจะดูนะครับ สภาโหรงเหรงหมดแล้วตอนนี้ นิสิตไม่รู้ก็ว่า เอ๊ะทําไมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาไม่ค่อยสนใจ จะเข้ามาอีกทีก็ตอนที่ท่านประธานสภา กดออดเรียกให้มาโหวตกัน นั่นเท่ากับว่าไม่มีการให้ความสนใจเกี่ยวกับการไต่ถาม ท่านรัฐมนตรี ก็จะเห็นได้ว่ามาตรา ๑๙๐ ที่คณะรัฐประหารกระทําการร่างขึ้นมานี้ เปึนเพียงจอมปลวกที่เอาไว้จุดธูปบูชาและขัดหาเลขเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงต้อง กราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่ได้ให้ความสนใจ ในการที่จะกล่าวท้วงติง สอบถามรายละเอียดต่อท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ ซึ่งผมได้ทราบว่า ท่านเปึนคนที่ขยันขันแข็งที่สุด ทํางานจนกระทั่งรู้สึกว่าจะเกินหน้ารัฐมนตรีว่าการ จนกระทั่งเกิดข้อพิพาทในกระทรวงพอสมควร ท่านประธานครับ คําถามที่ผมจะต้องถามท่าน ก็คือว่า เมื่อท่านนํากรอบการเจรจาเพื่อขอแก้กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสาร ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู ซึ่งอยู่ในวาระ ๕.๕ เลื่อนขึ้นมา แสดงว่า ต้องมีความสําคัญ ผมก็อยากจะเรียนถามถึงความสําคัญให้ชัดเจน ท่านรัฐมนตรี ต้องเข้าใจผมไม่ใช่ว่าพอรัฐมนตรีกล่าวรายงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดสักคนสองคน แล้วท่านประธานก็บอกพร้อมแล้วใช่ไหม ไม่มีอะไรมากนะ ผ่าน อย่างนี้เท่ากับเปึน จอมปลวกครับมาตรา ๑๙๐ ดังนั้นเมื่อท่านบอกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน เปึนปัญหา ผลประโยชน์ของประเทศ ผมจึงอยากจะขอถามคําถามท่านเปึนข้อ ๆ ดังนี้
๑. ถามตรง ๆ เถอะท่านไปตกลงอะไรกับการแก้ไขกับข้อบันทึกนี้กับ สาธารณรัฐเปรูมาก่อนแล้วใช่หรือไม่ เกรงว่าเดี๋ยวจะถูกถอดถอน เพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์คนอื่นเขาจะมาแทนรัฐมนตรีตําแหน่งท่านเสีย อย่างนั้นหรือเปล่า ถึงเร่งด่วน เพราะอะไรครับ เพราะกระผมเองเห็นว่ายังมองไม่เห็นผลประโยชน์อะไร มากมายนักที่ไทยจะได้จากสาธารณรัฐเปรู
ยกตัวอย่าง ซึ่งจะเปึนคําถามข้อที่ ๒ ท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าเปึนปัญหา เร่งด่วนเพราะเปึนผลประโยชน์ของประเทศชาติและท่านจะต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ ในข้อ ๔ กรอบการเจรจาต้องไม่ทําให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติไทย ลดลงไปกว่าที่เจรจาไว้เดิม แต่ผมถามหน่อยสิครับมันเร่งด่วนอย่างไร สินค้าหลัก ๆ ที่ท่านบอกว่าสาธารณรัฐเปรูส่งให้แก่ประเทศไทยเราซื้อเขามานั้น เช่น อาหารสัตว์ ท่านประธานครับ เรานี่เปึนผู้ผลิตอาหารสัตว์นะครับ ส่งมันสําปะหลังไปยังต่างประเทศ ทางอียู รวมตลอดทั้งมีโรงงานอาหารสัตว์อีกไม่รู้เท่าไร ถ้าจะต้องเร่งด่วนเพื่อจะเอาอาหารสัตว์ จากสาธารณรัฐเปรูเข้ามาประเทศไทย อย่างนี้จะเร่งด่วนหรือท่านประธาน มันสําปะหลัง ของที่บ้านท่านประธานที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเปึนฐานของการผลิตอาหารสัตว์จะไม่ถูก กระทบกระเทือนหรือ อาหารสัตว์ ไขมัน น้ํามันสัตว์ ผมจึงตั้งคําถามเปึนข้อที่ ๒ ว่าผลประโยชน์ที่ประเทศไทยเสียหายหรือต้องเร่งด่วนนั้นมันเปึนอะไรนะครับ
ในข้อที่ ๓ ท่านครับ ปัญหาการที่ท่านมาขอ มติของรัฐสภานี้ได้เขียนไว้ ชัดเจนว่าเปึนปัญหาใหญ่คือปัญหาเรื่องทางทะเลอาณาเขตของสาธารรัฐเปรู ตรงนี้ ท่านไม่ได้บอกเราแล้วก็ยังไม่มีใครถามท่าน นั่นก็คือว่าเดี๋ยวนี้ประเทศที่ติดชายทะเลที่ติดกับสาธารณรัฐเปรูนั้นเขามีปัญหาเรื่องอาณา เขตทางทะเลกันหรือไม่ เมื่อสาธารณรัฐเปรูขอแก้ไขในส่วนของอาณาเขต เราก็รับรอง มันจะไปกระทบกระเทือนกับประเทศเพื่อนบ้านเขาหรือไม่ กรณีนี้เปรียบเทียบได้ชัดเจน กับกรณีของกัมพูชากับไทย ท่านเห็นไหมครับ พูดแค่เขาพระวิหารทะเลาะกันแทบจะเกิด สงคราม รัฐบาลของท่านก็คือส่วนหนึ่งของการเกิดปัญหานี้ตั้งแต่ตอนเปึนฝ์ายค้าน พอกลุ่มพันธมิตรพูดเรื่องนี้บนถนน วันอังคาร วันพุธหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านคือ นายกรัฐมนตรีวันนี้คือ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็นําเรื่องเขาพระวิหารเข้ามาเขย่าในสภา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ก็คือคนที่ขึ้นเวทีด่าประเทศ เพื่อนบ้านเขา ท่านครับ ผมไม่ได้มารื้อฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่ผมกําลังจะบอกว่าข้อพิพาท ระหว่างประเทศที่มันมีอยู่แล้วต่อกันมันเปึนความละเอียดอ่อน จนถึงวันนี้ยังบอกกัน ไม่ได้เลยว่า เขตทะเลทับซ้อนระหว่างกัมพูชากับไทยนั้นท่านแก้ไปอย่างไร และถ้าเกิดมี ประเทศที่ ๓ แทรกมือเข้าไปอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นไปทําสนธิสัญญากับไทยหรือกับกัมพูชา มันจะไม่กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคู่กรณีของเขาหรือ ตรงนี้ท่าน ไม่ได้ชี้แจงว่าการขยายอาณาเขตทางทะเลของสาธารณรัฐเปรูนั้นมันมีผลกระทบกับ ประเทศเพื่อนบ้านที่มีข้อขัดแย้งกันเช่นเดียวกับไทยกับกัมพูชาที่ท่านมีส่วนสําคัญ ในการสร้างขึ้นทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาอยู่กันดี ๆ นั้น มีหรือไม่ อันนี้ท่านไม่ได้บอก ผมคิดว่า ผมจึงจําเปึนที่จะต้องนํารายละเอียดเรื่องนี้ขึ้นมาถามท่านเสียให้บันทึกไว้ในสภา เพราะ ถ้าเกิดมีเรื่องนี้แล้วท่านไม่บอก เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เราก็อาจจะกระทบกระเทือนกับ ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐเปรู จะไปทํามาค้าขายกับเขาอีกก็จะยาก
ข้อ ๔ ท่านครับ เราเปึนสมาชิกรัฐสภานั้น การประชุมครั้งหนึ่ง ๆ นั้นเวลา มีความสําคัญ เมื่อท่านเร่งด่วนต้องขอเลื่อนวาระของสาธารณรัฐเปรูใน ๕.๕ ขึ้นมาเช่นนี้ ผมว่าทั้งท่านรัฐมนตรีกับกระผมและท่านประธาน เรามีภาระอย่างหนึ่งคือจะต้องสื่อสาร สื่อความหมายกับประชาชนซึ่งขณะนี้ออกอากาศทั่วประเทศ บอกเขาสักนิดสิครับว่า ถ้าเร่งด่วนอย่างนี้แล้วประชาชนจะได้อะไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ไม่ว่าจะเปึนท่านหรือรัฐมนตรีว่าการครับ ชาวนากําลังเจ็บปวดที่สุดต่อราคาข้าว ในรัฐบาลของท่าน ผมมาจากนครสวรรค์จําเปึนจะต้องขอพูดเรื่องนี้สักนิดหนึ่งท่านประธานครับ เพื่อที่จะเชื่อมโยงให้เห็นว่า ท่านช่วยตอบหน่อยว่าถ้าทําสัญญากับสาธารณรัฐเปรู ขอมติ จากรัฐสภาแล้วราคาข้าวจะเพิ่มขึ้นเพราะจะส่งข้าวไปที่สาธารณรัฐเปรูหรืออะไร ในทํานองนั้นบ้างหรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจําได้เพราะท่านประธานกับ ผมเองก็รักใคร่ดั่งพี่น้องร่วมท้องเดียวกันมา วันที่ท่านเปึนประธานสภาผมก็หนุนท่าน ในพรรคผมก็ช่วยท่าน
เอาสาธารณรัฐเปรู ๆ
ดังนั้น ในเรื่องสาธารณรัฐเปรูนี้ผมจึงจําเปึนต้องก้าวล่วงกล่าวถึงท่านว่า ทั้งท่านและผมนั้น ยึดโยงอยู่กับประชาชน มันสําปะหลังมีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนโหวตเตอร์ (Voter) ของท่านประธานฉันใด ชาวนาบ้านผมก็มีความสําคัญต่อโหวตเตอร์ของผมเช่นนั้น เหมือนกัน เพราะเปึนพื้นที่ราบลุ่มใหญ่ของแม่น้ําเจ้าพระยาในการปลูกข้าว ในวันที่ ท่านเปึนรัฐบาลร่วมกันกับผม คุณทักษิณเปึนนายกรัฐมนตรี คุณสมัครเปึนนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ ๒ คนที่ผมเอ่ยชื่อนี้ พรรครัฐบาลวันนี้ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไรก็ไม่เปึนไรครับ แต่วันนั้นชาวนาเขามีความสุขเพราะข้าวราคาเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นครับ แต่วันที่คุณอภิสิทธิ์มาเปึนนายกรัฐมนตรี วันนี้เขาเจ็บปวดที่สุดตั้งแต่คุณอภิสิทธิ์เปึน นายกรัฐมนตรี ข้าวราคาตกครับ วันนี้เหลือ ๖,๐๐๐ กว่าบาท แล้วก็บอกว่ามีการประกัน ช่วยเหลือ แต่ช่วยเหลือตามราคาที่ท่านบอกไว้ว่าราคาตลาดเท่าไร ราคาประกันเท่าไร แต่ที่มันตกกว่าราคาประกันละครับทําอย่างไรท่านประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ราคาตลาด ท่านกําหนดไว้ ๘,๐๐๐ บาท แต่มันเหลือ ๖,๐๐๐ บาท หายไปอีก ๒,๐๐๐ บาท ว่าอย่างไรครับ แล้ววันนี้ราคาข้าวจริง ๆ ๖,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ เหลือแค่ ๓,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นครับ ท่านประธาน เพราะอะไร เพราะว่าที่คุณทักษิณเปึนนายกรัฐมนตรี คุณสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ข้าวราคา ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ทองคําราคาบาทละ ๘,๐๐๐ บาทเท่านั้น ขายข้าว ๑ เกวียน ซื้อทองคําได้ ๖ สลึง แต่วันนี้ขายข้าว ๓ เกวียนยังซื้อไม่ได้ ๑ บาทเลยครับท่านประธาน ชาวนาเขาจึงอยู่ไม่ได้ สินค้าของขึ้นราคาหมด เพราะราคาตกต่ําลง เพราะค่าเงินตกต่ําลง และนี่ก็ทุ่มเงินออกมาอีก เพิ่มเงินเดือนให้ราชการเพื่อจะหาเสียงเข้าไปอีก ชาวนาก็ยิ่งเจ็บปวด เพราะค่าเงินก็จะเฟุ๋อมากขึ้น ราคาข้าวก็ไม่ฟุ๋นขึ้น กรณีอย่างนี้ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรี จะกรุณาบอกสักนิดสิครับว่าเร่งทําอย่างนี้แล้วชาวนาจะได้ข้าวราคาขึ้นไหม ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมไม่ได้ออกนอกเรื่อง แต่กําลังทําหน้าที่ให้สภานี้ยึดโยงกับผลประโยชน์ของ ประชาชนในเรื่องของข้อบังคับ ในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญที่เชื่อมโยง ข้อตกลงกับสาธารณรัฐเปรูที่ท่านมาขอนี้ และแน่นอนครับ บอกไว้เลยครับ ตอนอภิปราย งบประมาณขอท่านประธานบอกด้วยนะครับ ผมจะซักเรื่องข้าวอย่างหนักที่สุดและจะต้อง ตัดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์
เอาไว้พรุ่งนี้ อันนี้ให้จบก่อน
ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ แต่กราบเรียนท่านไว้ก่อนว่าพอยกมือเยอะ ๆ แล้วท่านจะมองไม่เห็น กระผมครับท่านครับ
ไม่ต้องห่วงหรอกแปลกกว่าคนอื่น
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ดังนั้นในเรื่องนี้ผมจึงถามไว้เปึน ๔ ข้อ
จบได้แล้ว
เปึน ๔ ข้อ ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการตอบ แต่ถ้าท่านจะให้เกียรติแก่ท่านรัฐมนตรีว่าการเพื่อไม่ให้ ล้ําหน้าท่านรัฐมนตรีว่าการแล้วเกิดข้อพิพาทในกระทรวงอย่างที่ผมได้รับทราบข่าวมาโดยตลอด ก็ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการมาตอบสักหน่อยก็จะได้ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านเชาวรินธร์ครับ ผมว่าสรุป ๆ หน่อย เย็นแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธาน ดูระเบียบวาระ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่และมีการเปลี่ยนระเบียบวาระ ๕.๕ เอาขึ้นมาพิจารณาก่อน ท่านประธานจะกรุณาเป่ดไปดูหน้าหลังสิครับ ๕.๑๒ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยการขออนุญาตอ่านระเบียบวาระ ๕.๑๒ พิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลง ว่าด้วยการค้าสินค้าภายในกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง ประชาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒ กับระเบียบวาระที่ ๕ ที่บอกว่า กรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้า และอํานวยความสะดวกทางการค้า ป้พุทธศักราช ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่นําเสนอ ระหว่างจีนกับสาธารณรัฐเปรู อะไรสําคัญกว่ากัน ทําไมจะเปลี่ยนระเบียบวาระทั้งทีไม่เอาวาระที่ ๕.๑๒ ขึ้นมาพิจารณา ตลาดไทยกับจีนไม่ว่าเราจะส่งไปหรือเขาจะส่งเข้ามาเทียบปริมาณความเติบโตหรือ ความใหญ่โตของปริมาณการค้าระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเปรูและไทยกับจีน ผมอยากจะได้ คําตอบสักนิดหนึ่งว่าทําไมไปให้ความสําคัญกับสาธารณรัฐเปรู สมมุติว่าเราจะ ส่งสินค้าออกไปสาธารณรัฐเปรูค่าขนส่งเท่าไร จากประเทศไทยไปสาธารณรัฐเปรู สมมุติว่าไปทางเรือใช้เวลากี่วันกว่าจะถึงสาธารณรัฐเปรู แต่ถ้าส่งสินค้าจากประเทศไทย ไปประเทศจีน แล้วตลาดจีนมันใหญ่โตกว่าสาธารณรัฐเปรูกี่เท่า เพื่อนบ้านใกล้ ๆ แค่นี้ กลับไม่คบ กลับไม่ให้ความสําคัญ กลับไปให้ความสําคัญกับเพื่อนบ้านโน่น ละตินอเมริกา ผมอยากจะรู้เหมือนเพื่อนสมาชิกอีกหลาย ๆ คนอยากรู้ว่าไทยเราค้าขายกับสาธารณรัฐเปรู มากมายอะไรนักหนาถึงขนาดต้องเปลี่ยนระเบียบวาระเอาขึ้นมาพิจารณาก่อนนี่เปึนข้อที่ ๑ อาจจะซ้ํากับของสมาชิกที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ว่า ใจความสําคัญของสาธารณรัฐเปรูมันมีมากมายนักหนาถึงขนาดต้องเปลี่ยนระเบียบวาระ แล้วจะเปลี่ยนทั้งทีทําไมไม่เปลี่ยนเอาประเทศจีนขึ้นมาก่อน รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ขึ้นมา บริหารบ้านเมืองทําความเสียหายเกิดขึ้นให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมองข้าม ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกรณีประเทศจีนต้องพูดตรงนี้ให้มันปรากฏและบันทึกไว้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลย เมื่อคราวที่ประชุมอาเซียนล่มที่พัทยา ผู้นําประเทศต่าง ๆ จัดเฮลิคอปเตอร์ให้เขาหลบออกไปสู่ที่ปลอดภัย แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป์า เอาลงเรือไป โอ้โฮหูร้อนเลยครับท่านประธาน ควันออกหู แต่เขาไม่พูด เขารักษามารยาท เราไม่ได้ให้เกียรติเขา และท่านนายกรัฐมนตรีก็เหมือนกันพอเปึนนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ โดยมารยาทก็น่าจะให้ความสําคัญกับประเทศจีนสักนิดหนึ่ง โน่นไปเยือนประเทศอังกฤษก่อน ทางประเทศจีนเขาวิพากษ์วิจารณ์บอกว่าต้องเห็นใจว่านายกรัฐมนตรีจบมัธยมจากอีตัน จบมหาวิทยาลัยจากออกซ์ฟอร์ด ไม่เปึนอะไรหรอกการที่จะไปประเทศซึ่งเคยเรียนหนังสือ อย่าไปว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เขา ผู้ใหญ่ทางประเทศจีนเขาบอกผมมา แต่ที่ ๒ ตอนไป ฮ่องกงครั้งที่ ๒
เอาเรื่องสาธารณรัฐเปรู
มันก็เชื่อมโยงกันให้เห็นความสําคัญ ให้เห็นว่ารัฐบาลตัดสินใจอะไรที่ผิดพลาด ไปหลาย ๆ เรื่อง
คือเชื่อมมากไปแล้ว เอาสาธารณรัฐเปรูครับ
ไปฮ่องกง ประเทศจีนก็บอกว่าไม่เปึนอะไรเพราะฮ่องกงเปึนส่วนหนึ่งของประเทศจีน หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีก็ไปประเทศญี่ปุ์นแล้วก็ไปประเทศเกาหลี เขาก็งอนสิครับ เห็นไหมว่าประเทศจีนไม่ให้ความสําคัญกับประเทศไทย แล้วยิ่งภาวะอย่างนี้เราจําเปึนต้องมี มิตรประเทศที่มีอิทธิพลในเวทีโลกที่จะยืนเคียงข้างหรือให้กําลังใจเราบ้าง เวลานี้จะหันหน้า ไปพึ่งใครล่ะครับท่านประธาน ยิ่งมีปัญหากระทบกระทั่งปัญหาชายแดนกับประเทศกัมพูชา อย่างนี้จะไปหวังใครช่วยเราได้บ้าง ท่านประธานก็คงจะรู้ว่าประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ประเทศลาว เขาผูกติดกันมาตั้งแต่เปึนอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส แล้วเขามีสนธิสัญญา ฉบับหนึ่ง ท่านประธานคงจะรู้เหมือนที่ผมรู้ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เขามีสนธิสัญญาฉบับหนึ่งว่าถ้าประเทศ ๓ ประเทศนี้ ประเทศหนึ่งประเทศใดถูกรุกราน หรือมีศึกสงครามกับประเทศอื่นให้ถือว่าเกิดสงครามกับภาคีทั้ง ๓ ประเทศ กล่าวโดยสรุป ถ้าเรามีปัญหากับประเทศกัมพูชา ไปรบกับประเทศกัมพูชา
ท่านครับ
ขอโทษ ทั้งประเทศลาว ประเทศเวียดนาม รุมเราได้ครับ
ท่านเชาวรินธร์ครับ ชักไปไกลแล้ว เอาถิ่นกําเนิดใกล้กับสาธารณรัฐเปรู
ผมพยายามจะเอาใกล้ ๆ ถึงได้ยกประเทศเพื่อนบ้านท่านประธาน
ใกล้เอาไว้ทีหลังครับ เพราะเดี๋ยวถึง ประเทศเกาหลีก็ใกล้แล้วครับ
คือท่านประธานก็ต้องชี้ให้รัฐบาลเห็นว่าการตัดสินใจทําอะไรต่ออะไรที่มันผิดพลาด แล้วก่อให้เกิดผลเสียหายต่อบ้านเมืองเปึนสิ่งที่รัฐบาลควรจะสําเหนียกไว้แล้วระมัดระวัง ใช้ความรอบคอบอย่างยิ่ง อย่างเวลานี้ปัญหาเรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ (Logistics) เหมือนกัน ประเทศจีนเขาพยายามเข้ามาลงทุนเชื่อมทางรถไฟกับประเทศไทย แต่เราก็ไปกั๊ก ไปขยายเส้นทางขนาด ๑ เมตร แทนที่รางจะเปึน ๑.๔๐ เมตร เหมือนกับมาตรฐานสากล เขา ประเทศจีนเขาอยากจะเชื่อมมาตั้งแต่ทางคุนหมิงลงมาทางใต้ออกทางประเทศสิงคโปร์ ทางตะวันตกก็จะเชื่อมไปถึงประเทศพม่า ประเทศอินเดีย
เอาไว้ถึงตรงนั้นก่อนครับ อันนี้เรา เอาเรื่อง ๕.๕ นี้ก่อนครับ อันนั้นปล่อยไปก่อนครับ
๕.๕ มันก็ต้องอภิปรายให้เห็นกรอบนะครับ
เอาพอสมควรแล้วกระมังครับ
พอสมควร ท่านประธานบอกว่าพอสมควรผมก็เห็นด้วยเพราะท่านบอกว่าเย็นแล้ว หมายความว่าท่านจะป่ดเร็วใช่ไหมครับ
คืออยากให้จบทั้ง ๔ เรื่อง แล้วพรุ่งนี้ เราก็จบแล้วก็จะป่ดแล้วครับ
ถ้าอย่างนั้นผมถามท่านประธานว่าอยากจะจบ ๔ เรื่องในระเบียบวาระที่ ๕ มีเรื่องอะไร ต่อไปครับ
มี ๕.๖ ครับ
แล้วอะไรอีกครับ
แล้วก็ ๕.๑๑ ครับ
๓ เรื่องแล้ว
ก็แค่นั้นล่ะครับ
เมื่อสักครู่ท่านประธานบอก ๔ เรื่อง
ขอให้จบแค่นั้นล่ะครับ
เอาจบแค่ ๕.๑๑
แค่นั้น ท่านสรุปจบได้ครับ แล้วก็ให้ ท่านรัฐมนตรีตอบ
ถ้าอย่างนั้นผมสนับสนุนความคิดของท่านประธาน เอาจบภายในวันนี้แค่ ๓ เรื่อง อย่างนั้น ผมก็จบตรงนี้ล่ะ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญรัฐมนตรีตอบสั้น ๆ ครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีครับ ขอให้ทาง ส.ว. ประเสริฐ จากสาธารณรัฐเปรู ท่านจะได้ชี้แจงครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ฟังท่านเชาวรินธร์ ผมเองในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกไทย-สาธารณรัฐเปรู ก็ขออนุญาตเรียน ให้ทราบนิดหนึ่งครับว่าจริง ๆ อเมริกาใต้เปึนทวีปหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ ทรัพยากรของทางประเทศในกลุ่มนั้นซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๑๕ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ อย่างเช่น ประเทศบราซิล สาธารณรัฐเปรู ประเทศชิลี แล้วก็ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเรียนนิดหนึ่งว่าเขาอยู่ทางใต้เส้นศูนย์สูตร สินค้าที่เข้ามาจากทางสาธารณรัฐเปรูมาทาง ประเทศไทย เราก็มีความอ่อนไหวทางข้าว ทางปลา ทางปลาป์นนะครับ แล้วก็ทางป์าไม้ สินค้าของเขาที่มาเปึนสินค้าซึ่งยังไม่ใช่สินค้าทางแอดเดด แวลู (Added value) เราต้อง มาแปรสภาพซึ่งไทยเราก็จะได้เปรียบ จึงต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าเราก็ไม่ควร จะมองข้ามประเทศใดประเทศหนึ่งว่าเราควรจะคบประเทศนั้นหรือประเทศนี้นะครับ จริง ๆ ทางอเมริกาใต้มีหลาย ๆ อย่างที่เราควรจะบุกตลาดไปก่อนตอนนี้ประเทศจีน ถ้านับว่าในสาธารณรัฐเปรู เราชนชาติจีนไปอยู่ที่โน่นมากที่สุด ตามมาก็คือประเทศญี่ปุ์น ถ้านับเอเชียประเทศญี่ปุ์น อันดับ ๒ อีกประเทศหนึ่งก็คือประเทศเกาหลีอันดับ ๓ ประเทศ อินเดียอันดับ ๔ แต่ถ้านับทั่วโลกประเทศจีนอันดับ ๑ อันดับ ๒ ประเทศญี่ปุ์น อันดับ ๓ ประเทศบราซิล ดังนั้นประเทศไทยไปก่อนก็จะได้ทรัพยากรของเขามาก่อนนะครับ สาธารณรัฐเปรูจึงมีทั้งเหมืองแร่ มีทั้งป์าไม้ ซึ่งป์าไม้นี่นะครับ เรียนท่านประธานนิดหนึ่ง คนไทยเราไปทําเฟอร์นิเจอร์ที่นั่นก็ยังได้เลย แต่แปลกอย่างเดียวคือป์าไม้ไม่สามารถที่จะ เคลื่อนย้ายเพราะคมนาคมของเขาไม่สะดวก เขามีป์าไม้เยอะแต่การขนย้ายของเขา ลําบากนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งที่เราควรจะต้องคิดก็คือว่าสาธารณรัฐเปรูนี่นะครับ การที่สนธิสัญญาของเรา เอฟทีเอ ของเรายังติดขัดอยู่นิดเดียวแค่นั้นเองนะครับ แค่นิดเดียวนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าผ่านได้ทุกอย่างเราจะอาศัยสาธารณรัฐเปรูเปึนแหล่ง กระจายสินค้านะครับ กระจายสินค้าไปทางแอฟริกาใต้ทั้งหมด ๑๕ ประเทศ แล้วยังไป คาริเบียนได้อีก ไปทางอเมริกาเหนือได้อีก อันนี้จึงต้องเรียนนิดหนึ่งว่าทุกประเทศทั่วโลก เราก็ควรจะคบหมดนะครับ แล้วไปก่อนก็ได้เปรียบก่อน ไปก่อนก็กําไรก่อน ถ้าเราตามหลังเขา เราก็จะเสียโอกาสนะครับ มวยไทยที่สาธารณรัฐเปรู กระผมเพิ่งเดินทางกลับจาก สาธารณรัฐเปรูเมื่อเดือนมิถุนายนป้ที่แล้ว ท่านทูตยังบอกอยู่เลยนะครับว่ามวยไทย ทางสาธารณรัฐเปรูเขาสนใจมาก ดังนั้นศิลปะมวยไทยของทางประเทศไทยที่ไปแสดง ที่สาธารณรัฐเปรูจึงเปึนกีฬาที่ทางเขาสนใจนะครับ เมืองไทยเราเอกซ์ปอร์ต (Export) ทางด้านรถกระบะนะครับ เอกซ์สปอร์ตทางด้านทีวี เพราะวัฒนธรรมของคนสาธารณรัฐเปรู เขาชอบชอปปุ่ง (Shopping) เรียนท่านประธานครับ เขาชอบชอปปุ่งนะครับ เขาชอบซื้อของ ทางด้านเครื่องไฟฟัา ดังนั้นถ้าเราสามารถเอกซ์สปอร์ตสินค้าของไทยเราไปให้ทาง สาธารณรัฐเปรู หรือทางอเมริกาใต้ผ่านสาธารณรัฐเปรูจะกระจายสินค้าได้เยอะ ดังนั้น การผ่านสนธิสัญญาทางด้านเอฟทีเอจะช่วยประเทศไทยเราในด้าน ๆ หนึ่งที่จะไป แล้วกระจายไปยังทั่วอเมริกาใต้ได้ทั้งหมด สาธารณรัฐเปรูนี่นะครับเรียนนิดหนึ่งว่า เปึนประเทศหนึ่งที่จับปลาได้มากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง เหตุผลเพราะว่ามีกระแสน้ําเย็น มาทางทิศตะวันตกของประเทศทางทวีปอเมริกาใต้ ดังนั้นเรือประมงที่ไปทําธุรกิจแบบ ครบวงจรในเรือก็อาจจะบรรจุปลา ทําเปึนปลาบรรจุกระปิองนะครับ หรือถ้ามีเครื่องบรรจุ กระปิองเองในนั้นยิ่งง่ายยิ่งดี ดังนั้นผมเองมองว่าความที่ประเทศไทยเราสามารถที่จะมี เอฟทีเอกับทางสาธารณรัฐเปรูได้เร็วที่สุด เมื่อไรผลประโยชน์จะตกกับพี่น้องประชาชนแล้วเราสามารถที่จะกระจายสินค้าได้มาก ที่สุดด้วย ซึ่งก็ทราบว่าท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์จะเดินทางไปคงไม่นานนี้นะครับว่าจะ เดินทางไปสาธารณรัฐเปรูและไปอเมริกาใต้ในเร็ว ๆ นี้ กระผมเองตอนเที่ยงวันนี้ที่ กระทรวงพาณิชย์ก็มีจัดเกี่ยวกับโอกาสเขาเรียกว่าขุมทรัพย์ที่ห่างไกลหรือใกล้แค่เอื้อม จัดที่โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส กระผมเพิ่งเดินทางกลับมาสักครู่นี้ไปเปึนวิทยากรในการบรรยาย ให้กับนักลงทุนและนักธุรกิจที่สนใจที่ไปฟังที่โรงแรมปทุมวัน ปริ้นเซส ก็ได้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เล่าให้พี่น้องแล้วก็แขกนักลงทุนที่สนใจไปที่นั่น ก็กราบเรียนท่านประธานว่าน่าสนับสนุน แล้วมองว่าสาธารณรัฐเปรูอย่างไรก็ยังเปึนประเทศที่คนไทยน่าจะไปลงทุน ไปก่อนได้ก่อน ตอนนี้เกาหลีไปแล้วนะครับ ไต้หวันก็เยอะนะครับแต่ไทยเราไม่ควรจะข้าม กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนครับ
มีอะไรไหม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาซึ่งอภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ท่านเริ่มอารัมภบทก็ได้มีการเอ่ยชื่อผม ท่านประธานคงได้ยินแล้วก็ตามด้วยคําว่าเราไม่ควรมองข้าม
ไม่เสียหายอะไรครับ
เราไม่ควรมองข้าม ท่านได้กรุณาอารัมภบทอย่างนี้ก็เท่ากับว่ากล่าวว่าผมไปมองข้าม สาธารณรัฐเปรู ท่านประธานครับ ผมเปึนลูกเสือ กฎลูกเสือ ข้อ ๔ ลูกเสือเปึนมิตรกับคน ทุกคนและเปึนพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก ถ้าประเทศไทยจะเปึนมิตรกับทุกประเทศทั่วโลก นี่เปึนสิ่งที่ดี ผมไม่ได้เคยไปมองข้าม ที่ผมอภิปรายถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีช่วยฯ ว่าทําไมระหว่าง ข้อ ๕.๑๒ คือ จีน กับ ๕.๕ สาธารณรัฐเปรู ทําไม ไม่เอาจีนขึ้นมาก่อน เอาสาธารณรัฐเปรูขึ้นมาก่อน ผมถามแค่นี้ ผมไม่ได้ว่าไปมองข้าม สาธารณรัฐเปรู
ก็ไม่มีอะไรแล้ว
แล้วก็อยากจะพูดให้ท่านประธานฝากไปยังท่านสมาชิกวุฒิสภา
ก็เข้าใจทุกฝ์าย
นิดเดียวครับท่านประธานครับ แล้วสมาชิกทั้งสภาเลยล่ะ เวลาเอ่ยถึงสมาชิกวุฒิสภา อย่าไปเรียก วุฒิสมาชิก เพราะมันไม่มีคํานี้ในรัฐธรรมนูญเรียกตําแหน่งท่านให้ถูกต้อง สมาชิกวุฒิสภา ผมขออนุญาตฝากกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกวุฒิสภา นิดหนึ่งว่า
เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับ
สาธารณรัฐเปรู ผมไปมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕
ขอบคุณครับ
กรุณาบันทึกไว้นะครับว่าผมไม่ได้มองว่าไม่ได้ให้ความสําคัญ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ขอบคุณครับ
เข้าใจครับ ขอบคุณ ท่าน ส.ว. ประเสริฐ ท่านก็ไม่มีเจตนาเปึนอย่างอื่น ท่านก็รักคุณเชาวรินธร์ เหมือนคุณเชาวรินธร์รักคุณประเสริฐ เหมือนกัน เชิญครับท่านประเสริฐ ไม่เปึนไรนะครับท่าน ส.ว. ประเสริฐ
สั้น ๆ ครับท่าน
พี่น้องกันไม่มีอะไร ดูเหมือนจะ แซ่เดียวกันด้วยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดขอนแก่น ก็ขออนุญาตที่พาดพิงท่านเชาวรินธร์นะครับ จริง ๆ ผมกับท่านก็พูดภาษาจีนด้วยกัน เจอท่านหลายครั้งที่ฮ่องกง เจอท่านหลายครั้งในที่ต่าง ๆ ก็เปึนพี่น้องที่รักใคร่กันดี ไม่ได้ตั้งใจพาดพิงนะครับ ขออนุญาตเรียนท่านนิดหนึ่ง ผมเพิ่งกลับมาสักครู่นี้ครับ วิ่งเข้ามาก็เห็นพูดถึงสาธารณรัฐเปรู ผมว่าเดี๋ยวไม่พูดก็คงกระไรอยู่อาจจะฟังอะไรที่นั่น นิดหนึ่งก็ได้อารัมภบทไปส่วนหนึ่งนะครับ ก็กราบเรียนนิดหนึ่งว่าโดยความที่เปึนจังหวะ ผมเองก็มองว่าทางสาธารณรัฐเปรูเปึนประเทศที่น่าลงทุน ทางประเทศจีน
เข้าใจแล้วครับ
ทางอะไร ต่าง ๆ ก็เปึนประเทศที่เราไม่ควรข้ามไป ดังนั้นก็ขออนุญาตทางท่าน ส.ส. เชาวรินธร์ด้วย ขอบพระคุณครับ
กากีนั้ง ไม่เปึนไรหรอกเปึนญาติกัน ผมรู้ ๒ คนตระกูลเดียวกัน เชิญครับท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระทรวงพาณิชย์ต้องขอขอบคุณที่ ท่านสมาชิกได้ให้ความสนใจและให้ข้อแนะนําตลอดจนข้อสังเกตโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการทํางานกระทรวงพาณิชย์นั้น ระหว่างนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลก็ห่วงใยในปัญหาชาวนานะครับ ขณะเดียวกันผมในฐานะกํากับดูแลกรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศ จึงได้ทําหน้าที่ในการนําเสนอ โดยส่วนใหญ่ในเรื่องความตกลง ที่เกี่ยวข้องกับการค้าพาณิชย์ของประเทศ สําหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องว่าทําไมจึงเลือก ในการนําเรื่อง ๕.๕ ขึ้นมาก่อน เพราะเหตุว่าความตกลงในเรื่องของการค้าระหว่างไทย- สาธารณรัฐเปรู พูดง่าย ๆ ก็คือในเรื่องของการดําเนินเขตการค้าเสรีตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้ว ปรากฏว่าล่วงเลยมาเปึนเวลานาน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราสามารถที่จะดําเนินการ ได้เสร็จสิ้นภายใต้ฉันทานุมัติของรัฐสภา ในกรอบการเจรจานะครับ แล้วหลักประกัน ที่ดีที่สุดก็คือว่าเมื่อได้กรอบดังกล่าวนี้แล้วก็จะไปเจรจา ซึ่งผมก็จะเดินทางไปเยือน ละตินอเมริกานะครับ คือ สาธารณรัฐเปรู ประเทศชิลี ประเทศอาร์เจนติน่า ประเทศบราซิล ในสัปดาห์ที่ ๑ และ ๒ ของเดือนหน้านะครับ พร้อมกันนั้นในประเด็นสาระของถ้อยคําที่เปึน ศัพท์ ๒ คําดังกล่าวนั้นเปึนศัพท์ที่กฎหมายภายในของสาธารณรัฐเปรูไม่ได้ให้การรับรอง เพราะว่าสาธารณรัฐเปรูเองก็ไม่ได้เปึนสมาชิกนะครับ ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย ในเรื่องของความตกลงทางด้านกฎหมายทะเล เพราะฉะนั้นจึงได้ขอมาแก้ไข แล้วเรา ก็เห็นว่าศัพท์ ๒ ข้อนั้นซึ่งจะมีผลเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายภายใน ก็ไม่ได้ทําให้ประโยชน์ ของประเทศไทยลดลง และอีกประการก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดติดกัน ดังนั้นข้อห่วงใยไม่ว่าในเรื่อง ของทะเลอาณาเขตก็ดี หรือว่าในเรื่องของไหล่ทวีปก็จะไม่มีผลกระทบใด ๆ ในส่วนนี้ก็เปึน การนําประเด็นสาระของการขอแก้ไขดังกล่าว แล้วก็เหตุผลว่าทําไมต้องมีการนําเสนอ เรื่องนี้ก่อน
ส่วนในเรื่องของความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงกว้าง เชิงลึกระหว่างไทย-จีน หรือว่า อีดีบีอีทีซี (EDBETC) นั้น เราดําเนินการมานานพอสมควรแล้ว การที่มีการแก้ไขในวาระที่จะนําเสนอก็เปึนเรื่องเพิ่มเติมบางประการ เช่น ในเรื่องของ เติร์ธ ปาร์ตี้ อินวอยซิ่ง (Third party invoicing ) คือการสั่งซื้อ ออกใบสั่งซื้อจากประเทศที่ ๓ เปึนการค้าไขว้ ๓ ประเทศ ๓ ภาคี ๓ บริษัทนะครับ แต่ว่าข้อตกลง ความตกลงส่วนใหญ่ รวมทั้งในกรอบอาเซียนจีนนั้นก็ได้ดําเนินการ ซึ่งทําให้ผลการขยายตัวของการค้าในระหว่าง ประเทศไทยกับจีนนั้นก็ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผมเรียนท่านสมาชิกนะครับว่าก็เดินทาง ไปจีนกว่า ๑๒ ครั้งครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งไปที่ฉงชิ่ง คุนหมิง แล้วก็หนานหมิง ได้พบกับ ผู้นําทั้งกวางตุ้ง ไหหนํา และกวางสี ก็ดําเนินนโยบายอย่างเต็มที่ในการกระชับและขยาย ความสัมพันธ์ทางการค้า ทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุนระหว่างไทยกับจีน เพราะถือว่าจีนนั้นเปึนผู้ค้าในการส่งออกนําเข้า อันดับ ๑ และ ๒ ในรายประเทศของ ประเทศไทยและตั้งเปัาว่าเราจะขยายการค้าให้ได้ ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้ ความตกลงว่าด้วยเชิงลึก เชิงกว้างของความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน ที่เรียกว่า อีดีบีอีทีซี ครับ ขณะเดียวกันก็พยายามพัฒนาโลจิสติกส์การค้าที่ท่านได้ให้ ความสัมพันธ์นะครับ จนสามารถเป่ดเที่ยวบินตรงระหว่างหนานหมิง-กรุงเทพฯ เปึนครั้งแรก แล้วที่ผมเดินทางไปก็มีความตกลงในเรื่องของการเป่ดสายการเดินเรือที่เข้าจีนใกล้ที่สุด ก็คือเข้าไปที่ท่าเรือที่เรียกว่า ฝางเฉิงกั่ง ซึ่งเปึนท่าเรือของกวางสีแล้วก็ซินโจว แล้วก็เปิยไห่ ตรงนี้ก็เปึนท่าเรือซึ่งเราบริหารโลจิสติกส์การค้า ให้สามารถลดต้นทุนสินค้าไทย ไม่ว่า จะเปึนข้าว ผลไม้ สินค้ายาง มันสําปะหลัง ตลอดจนสินค้าอื่น ๆ เพื่อเข้าสู่ตอนใต้ เข้าสู่ ยูนาน แล้วเข้าสู่เสฉวน เฉินตู กุ้ยโจว ฉงชิ่ง ชิงไห่ แล้วก็ไปซินเจียง ไปธิเบต นั่นคือ แนวทางการเจาะในการดําเนินการ เพราะฉะนั้นในช่วงป้เศษต้องยืนยันว่าได้ให้ความสําคัญ กับประเทศจีนในฐานะคู่ค้าจนทําให้มูลค่าการค้าก้าวขึ้นมาสู่เปึนผู้ที่ส่งออกนําเข้าอันดับ ๑ และ ๒ ของเรานะครับ ก็เรียนว่าเปึนไปอย่างที่ท่านมีวิสัยทัศน์ตรงกันครับ
สําหรับสาธารณรัฐเปรูนั้นต้องเรียนว่าเปึนประเทศแรกเลยครับ ที่เราได้ทํา เอฟทีเอ เพราะฉะนั้นจึงได้ให้ความสําคัญในการที่จะรีบเร่งดําเนินการ ในการทําพิธีสาร ซึ่งก็ได้กราบเรียนแล้วว่าในการประชุมเอเปค ระหว่างนั้นในเดือนพฤศจิกายนที่สิงคโปร์ หลังจากได้รับฉันทานุมัติจากรัฐสภานี้นะครับ ก็ได้ลงนาม ผมก็เปึนผู้ลงนาม ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วผู้นําของสาธารณรัฐเปรูก็เปึนสักขีพยาน ปรากฏว่ามันมีข้อขัดข้องบางประการในส่วนของสาธารณรัฐเปรูเพียงแค่ศัพท์ ๒ คํา และศัพท์ ๒ คําที่มาขอกรอบวันนี้ก็จะได้ให้กรมศุลกากรไปดําเนินการเจรจาต่อ ในการเปลี่ยนแปลงถ้อยคํา ซึ่งในกรอบสาระที่ขออนุมัติในข้อที่ ๒ ตรงนั้นก็เปึนหลักของ กรอบของเราก็คือว่าให้ใช้กฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในประเทศของคู่ภาคี และหรือกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นอกจากการที่เปึนประเทศแรกในภูมิภาค อเมริกาใต้แล้วสาธารณรัฐเปรูยังถือเปึนประเทศที่มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ ๖–๗ เปอร์เซ็นต์ อย่างต่อเนื่องสูงที่สุดในภูมิภาคแถบนั้นครับ และ ๓ ก็คือมีสัดส่วนการนําเข้าจาก ต่างประเทศสูงมาก มีอัตราเติบโตการนําเข้าซึ่งถือได้ว่าเปึนโอกาสของเรา และที่สําคัญ ก็คือว่าต่างฝ์ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าต่างจะเปึนประตูหรือเกตเวย์ (Gateway) ทางการค้า ของเราก็จะเปึนในส่วนอาเซียน ของเขาก็จะเปึนในส่วนของกลุ่มประเทศ นอกจากนั้น สาธารณรัฐเปรูยังมีข้อที่จะเปึนโอกาสของเราในด้านของเศรษฐกิจการค้าก็คือว่า เขาเปึน สมาชิกกลุ่มแอนเดียน คอมมิวนิตี้ (ANDEAN COMMUNITY) แล้วเปึนสมาชิกสมทบของ กลุ่มเมอร์โคซูร์ (MURCOSUR) ซึ่งถือว่าเปึนกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ซึ่งประกอบไปด้วย อาร์เจนตินา บราซิล อุรุกวัย ปารากวัย และเวเนซุเอลา เขาเปึนสมาชิก สมทบ กลุ่มนั้นถือได้ว่าเปึนกลุ่มที่จะเปึนดาวรุ่งทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากเอเชียที่ถือว่า เปึนดาวรุ่งภายหลังยุคแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส รวมไปถึงการที่เขามีเอฟทีเอกับหลายประเทศ ทั้งในยุโรป อเมริกา แคนาดา แล้วก็รวมถึงในหลายประเทศในเอเชีย และ ๒ ประเทศ เปึนอย่างน้อย และกําลังเป่ดเจรจาเอฟทีเอกับเกาหลีและอื่น ๆ ดังนั้นเราก็ต้องฉวยโอกาส ในการที่จะส่งเสริม นอกจากการค้าแล้วก็คือการส่งเสริมผู้ประกอบการ นักธุรกิจเรา ไปลงทุนในวัตถุดิบที่เขามีอย่างมหาศาล และเปึนวัตถุดิบที่ชดเชยซึ่งกันและกันครับ สินค้าที่เราส่งออกไปกับเขาส่วนใหญ่เปึนสินค้าอุตสาหกรรม กึ่งอุตสาหกรรมและรวมถึง สิ่งที่เราต้องการจากเขาก็คือวัตถุดิบ ทั้งในเรื่องของประมงก็ดี ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับสินแร่ก็ดี ซึ่งมีอยู่อย่างมหาศาล มันเปึนการชดเชยกันและกันครับ ตรงนี้เองที่เห็นว่า รัฐบาลในอดีตก็ได้ดําเนินการมาอย่างถูกทิศถูกทาง อะไรที่เปึนเรื่องดีเราก็สานต่อ และสานต่อให้เร็วขึ้น นั่นก็คือการดําเนินการนโยบายการเกษตรเชิงรุกครับ ส่วนในเรื่องของ ประเด็นว่าถ้อยคําดังกล่าวนี่ เรื่องความตกลงเปึนเรื่องของ ๒ ประเทศครับ ในลักษณะของทวิภาคี เพราะฉะนั้นก็ต้องทําให้ ๒ ฝ์ายปฏิบัติได้ ถ้ามันไม่ใช่เปึนเรื่องของ พหุภาคี ดังนั้นเมื่อเปึนทวิภาคีเราก็พยายามที่จะทําให้ปฏิบัติได้ แต่เนื่องจากว่า ผมได้เรียนว่ามันเปึนข้อที่เขาปฏิบัติไม่ได้ แล้วเราก็เห็นว่าข้อปฏิบัติไม่ได้ ถ้าหากว่าปรับปรุง ถ้อยคําศัพท์ดังกล่าวแล้วก็จะสามารถปฏิบัติได้ โดยเราไม่เสียประโยชน์จากที่ได้ตกลงไว้แล้ว ในพิธีสาร ๑ ๒ ๓ และพิธีสารแก้ไขล่าสุดป้ ๒๕๕๒ นี่ครับ ดังนั้นจึงได้มาขอกรอบ อันนี้ เปึนเพียงกรอบการเจรจาครับ หลังจากนั้นเมื่อเจรจาแล้วตกลงอย่างใดก็ต้องมาขอฉันทานุมัติ จากรัฐสภา นั่นคือหลักประกันที่ดีที่สุดที่ตัวแทนปวงชนชาวไทยจะได้ตรวจสอบว่าผลประโยชน์ จะเกิดขึ้นต่อชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรของเรา ต่อผู้ใช้แรงงาน ต่อนักธุรกิจ ต่อประเทศไทย สูงสุดอย่างไร ในส่วนนั้นก็ต้องมานําเสนอต่อรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งจึงกราบเรียนท่านประธาน เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในประเด็นที่ได้นําเสนอ
ขอบคุณครับ พอแล้วกระมังครับ เดี๋ยวนี้สมาชิกจะไม่ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ มีอะไรติดอีกหรือครับ
กดออดเชิญสมาชิก และระหว่างที่รอนี่ผมขอนิดเดียวฝากท่านรัฐมนตรี เมื่อสักครู่นี้ ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนี่ต้องตอบ ก็ต้องบอกว่าพอใจในระดับหนึ่ง และตลอดเวลาที่ท่าน ทํางานมานี่ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วยว่าในบรรดารัฐมนตรี ทั้งคณะดูเหมือนท่านอลงกรณ์คนนี้ทํางานเข้าตาประชาชนมากพอสมควร ทีนี้ท่านบอกว่า ท่านไปจีนถึง ๑๒ ครั้ง แล้วกําลังจะเดินทางไปละตินอเมริกาในต้นเดือนหน้าถึงต้องมา แก้ไขกรอบการเจรจาก่อนเดินทาง อันนี้ผมยินดีสนับสนุนครับ แต่ท่านหาโอกาสไปจีน อีกครั้งหนึ่ง แล้วไปเจรจาเขาเวลาคนที่จะมาเมืองไทย ขณะนี้คนจีนมาเมืองไทยไปซื้อประกัน นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวเมืองไทยไปซื้อประกัน บริษัทประกันบอกว่า ถ้าไปเมืองไทยไม่ขาย ไปสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว เขมรเขาขายประกันให้ ท่านประธานเข้าใจไหมครับ เวลาเราจะเดินทางไปต่างประเทศ
เข้าใจ
บริษัทประกันภัยไม่ขายกรณีที่เดินทางมาประเทศไทย ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร ต้องรีบหาโอกาสไปประเทศจีนเจรจาให้ยกเลิกตรงนี้เสีย ให้บริษัทประกันภัยขายกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่คนจีนที่จะมาเที่ยวเมืองไทย ผมมีญาติอยู่ เยี่ยวเพ้ง เต็งไฮ่ โปวเล้ง เต้เอี๊ย เก๊กเอี๊ย แล้วมีญาติอยู่ที่หนานจิง บอกเวลาเขาจะมาเที่ยว เมืองไทยไปซื้อประกันภัย ประกันแบบอุบัติเหตุหรืออะไรต่ออะไรต่าง ๆ พอบอกมาเมืองไทย บริษัทประกันไม่ขาย นักท่องเที่ยวก็หายสิครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเปึนการบ้าน ข้อใหญ่ที่ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์จะต้องรีบไปดําเนินการเพื่อให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของเรา กระเตื้องขึ้นมานํารายได้เข้าประเทศ ผมฝากแค่นี้ล่ะครับท่านประธานครับ บังเอิญผมต้อง ไปเปึนประธานจุดศพแม่ของเพื่อนซึ่งตายครั้งเดียว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านบวก ๑ คะแนน ว่า ผมสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ
ท่าน ส.ว. วิชาญเชิญครับ สั้น ๆ นะครับ เพราะว่า ส.ว. ท่านกลับมากแล้วครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ก็มีอยู่ ๒ ส่วนที่ขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นไปยังทางรัฐบาล ส่วนที่ ๑ ก็คือว่าผมได้ขอเอกสารไว้ ๒ ฉบับใน ๒ ประเด็น แต่รัฐบาลไม่ใส่ใจเลย ไม่เอามาให้ดูว่าเอกสารทั้งฉบับในกรอบการเจรจาเดิมมีว่าอย่างไรบ้าง แล้วในส่วนที่ ๒ ในข้อความเดิมคืออะไรครับ เราจะได้เปรียบเทียบว่ากรอบการเจรจา ครั้งใหม่มันจะเปึนประโยชน์กับไทยหรือไม่เปึนประโยชน์กับไทย อย่างไรอันนี้ก็ขออนุญาต ท้วงติงในการทํางานของรัฐบาลที่ไม่ใส่ใจในสิ่งซึ่งสมาชิกได้ขอ แล้วส่วนที่ ๒ ถ้าสิ่งนี้คือ กรอบเจรจา ผมขออนุญาตขอเพิ่มได้ไหมครับ เพื่อให้เปึนประโยชน์กับประเทศไทยมากขึ้น ขออนุญาตเพิ่มข้อความในกรอบเจรจาข้อเอฟ (F) โดยขอเพิ่มคําว่า ออร์ อาเธอร์ ซีส์ (Or other seas) ต่อท้ายคําว่า ไฮ ซีส์ (High seas) ถ้าอ่านก็คือว่า ฟ่ช, เชลฟ่ช, แพลนท์ แอนด์ อาเธอร์ มารีน ไลฟี เทคเคน วิทอิน เดอะ เทอร์ริทอเรียล ซี ออร์ อาเธอร์ เรลีแวนท์ มารีไทม์ ไทม์ โซน ออฟ อะ พาร์ตี้ ซีเวิร์ด ออฟ เดอะ เทอร์ริทอเรียล ซี ออร์ ไฮ ซีส์ (Fish, shellfish, plant and other marine life taken within the territorial sea or other relevant maritime zone of a Party seaward of the territorial sea or high seas แล้วก็ เพิ่มคําว่า ออร์ อาเธอร์ ซีส์ อันเดอร์ เดอะ พาร์ตี้ส์ แอพพลิเคเบิล ลอว์ส (Or other seas under the Party’s applicable laws) เพิ่มเข้าไปตรงนี้ สาเหตุที่เพิ่มเข้าไปตรงนี้นะครับ เพื่อจะให้ครอบคลุมถึงสินค้าประมงของไทยที่จับได้ภายใต้ความร่วมมือทางการประมง กับประเทศอื่นที่ประเทศไทยเข้าไปทําการประมง เมื่อเอากลับมาในประเทศไทย เมื่อแปรรูป แล้วก็จะสามารถได้รับรองสิทธิถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้กรอบการเจรจานี้ด้วย ถ้าไม่ขยาย อย่างนี้คือไปเพียงตอบสนองความต้องการของสาธารณรัฐเปรูอย่างเดียว ถามว่าเปึน การรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยหรือเปล่า ในประเด็นนี้ผมขออนุญาตขอทาง รัฐบาลขยายกรอบการเจรจาได้ไหมครับเพิ่มคําว่า ออร์ อาเธอร์ ซีส์ เข้าไปอีก ๑ คําในกรอบ ที่ได้ขอข้อเอฟไว้ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมก็จะขอสนับสนุนที่จะให้ท่านรัฐมนตรีไปลงนามหรือไป เจรจาเพื่อจะให้เกิดการลงนามต่อไปครับ
ท่านรัฐมนตรีรับไปครับ เชิญคุณสุนัย สั้น ๆ ครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ จะขอถามท่านรัฐมนตรีอีกนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าเมื่อกี้ผมตั้งคําถามไว้ ๔ ข้อ แล้วท่านก็ตอบไม่ชัดเจน โดยเฉพาะข้อที่ ๑ ที่ผมถามบอกว่าท่านไปตกลงกับทางสาธารณรัฐเปรู ในเงื่อนไขนี้แล้วใช่หรือไม่ แล้วจึงมาขอ ต้องขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ส.ว. วิชาญ ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านพูดในสิ่งที่ผมกําลังจะถามว่า ถ้าท่านไปตกลงแล้วการเสนอ ขอแก้ไขต่อเติมเข้าไปยังจะเปึนอุปสรรคหรือไม่ เพราะถ้าตกลงไปแล้วนี่อีกเรื่องหนึ่งครับท่าน ซึ่งตรงนี้ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ไม่ได้พูดชัดเจนประการที่ ๑ นะครับ
อีกประการหนึ่งท่านครับ ในเรื่องของราคาข้าวแม้ท่านจะตอบไปแล้ว แต่ผมกราบเรียนว่าไม่เปึนไรครับเรื่องนี้ผมเองจะต้องพูดอีก แต่สิ่งที่จะต้องขอกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าผมเองเปึนคนหนึ่งที่อยากจะช่วยเหลือท่านประธานมาโดยตลอด ท่านประธานบอกว่าท่านเชาวรินธร์กับคุณประสงค์นั้นนามสกุลเดียวกัน แซ่เดียวกันนั้น ไม่จริงครับ เมื่อกี้ท่านเชาวรินธร์บอกผมนะครับ แต่ที่ผมกราบเรียนตรงนี้คืออะไร ผมเปึน คนหนึ่งที่ไม่ได้คัดค้านเรื่องการทําเอฟทีเอ กับสาธารณรัฐเปรู และเห็นด้วยในโลกาภิวัตน์ที่จะต้องดําเนินการเช่นนี้ ดังนั้นสิ่งที่ท่านได้กล่าวมานั้นผมเอง ก็ขอขอบพระคุณ แต่บังเอิญท่านไม่ได้พาดพิงไปที่ผมว่าผมเองก็เห็นด้วยกับท่านในเรื่อง ของความสัมพันธ์ เพราะว่านามสกุลของท่านนั้น ไม่ใช่นามสกุลสาธารณรัฐเปรูอย่างที่ ท่านประธานว่า แต่ว่านามสกุลนั้นก็คุ้น ๆ กับผมอยู่นะครับ ท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ท่านประธาน ผมอยากจะขอให้ท่านประธานได้แสดงบทบาทเปึนประธานของสภาเรา อย่างมีคุณูปการที่สุด นั่นคือว่าเพราะพรุ่งนี้เราจะอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ ในเวที ที่คุณอลงกรณ์อยู่ในกระทรวง โอเค ครับท่านเปึนผู้บริหาร แต่เมื่อท่านมาอยู่ในสภาท่าน เท่ากัน ดังนั้นการกล่าวถึงจีนของท่าน ส.ส. เชาวรินธร์นั้น ท่านประธานก็ได้ให้ความกรุณา ว่าไกลไปแล้ว ไกลไปแล้ว แต่พอท่านอลงกรณ์กล่าวหาเสียงบ้างไกลไปเยอะท่านก็ไม่ได้ว่ากระไร แต่อันนี้ไม่ได้ตําหนิท่านนะครับ แต่กําลังจะเสริมบารมีท่านว่าขอให้ท่านสร้างบารมีสูงส่ง ขึ้นไปอีก เพราะว่า ณ วันนี้ตั้งแต่รถเอ็นจีวี (NGV) ยังไม่เข้า ครม. แน่นอนนี่นะครับ ท่านกําลังเปึนบุคลากรที่พรรคประชาธิปัตย์เกรงใจที่สุด ดังนั้นท่านน่าจะได้ใช้เหตุการณ์เช่นนี้ เสริมบารมีท่าน
ผมขอว่าท่านจะไปไกลแล้วครับ
เสริมบารมี ท่านว่าในการอภิปรายที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ขอให้รัฐมนตรีกับ ส.ส. มีฐานะเท่า ๆ กันในความรู้สึก ของท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
เท่ากันครับ ตอบไหม ไม่ตอบก็ได้กระมัง หรือตอบ เชิญครับ
ขออนุญาต เรียนยืนยัน คือยังไม่ได้มีความตกลงใด ๆ นะครับ เพราะว่าตรงนี้เปึนการมาขอกรอบเจรจา หลังจากนั้นไปเจรจาภายใต้กรอบที่รัฐสภาอนุมัติ หลังจากนั้นตกลงอย่างไรก็ต้องมา ขออนุมัติอีกครั้งหนึ่งครับ
ก็แค่นี้ครับ ก็จบการอภิปรายนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อโหวตนะครับ ท่านสุนัย พูดเสร็จแล้วต้องโหวตด้วยนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด้วย เพื่อจะโหวตในกรอบการเจรจาแก้ไขกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสารระหว่าง สาธารณรัฐเปรูกับไทย เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้าห้องประชุม โดยพร้อมเพรียงกัน เร็วหน่อยนะครับ ผมก็เห็นใจเพื่อนสมาชิกเพราะว่าตรากตรํากัน เมื่อวานก็วุฒิสมาชิก วันนี้ก็ ส.ส. กับวุฒิสมาชิก พรุ่งนี้ก็ ส.ส. ต้องตรากตรําไปอีกหลายวันครับ ก็เห็นใจครับ เชิญครับท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ เชิญครับเข้าห้องประชุม
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านนั่งแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับเพื่อจะสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนแล้ว ใช่ไหมครับ
กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ขอความกรุณาท่านประธานรอสักครู่นะคะ พอดี มีสมาชิกไปประชุม
ผมกดออด กดแล้วกดอีก
พอดีมีประชุม ไอปา (AIPA) ด้วยนะคะ ขอความกรุณารอสักครู่ค่ะ
แต่คนที่กลับแล้วคุณไปเชิญกลับ ไม่ได้หรอกครับ เขาขึ้นรถไปไกลแล้วครับ มีอะไรครับท่านบุญยอดครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผู้ประสานงานจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่ามีสมาชิกของ พรรคการเมืองของเรานี่นะครับ เขาประชุมนอกรอบกันเรื่องของการประชุมงบประมาณ ในวันพรุ่งนี้ครับ อยู่อีกห้องหนึ่งครับ ท่านประธานกรุณารอสักครู่ครับ
นี่ผมกําลังรออยู่ครับ
ขอบพระคุณท่านครับ
ผมกําลังรออยู่ก็เห็นทยอยมาเรื่อย ๆ ก็ขอบพระคุณครับ เพราะว่าต่างท่านก็มีภารกิจแต่ละท่านนะครับ ถ้าทุกฝ์ายพร้อมเพรียงกัน ก็ครบครับ ผมนับดูแล้วครับที่จริงต้องรออีกสักนิด เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไร เห็นยกมือครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ระหว่างรอนี่ผมอยากกราบเรียนนิดเดียวว่าเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้วผมได้มี โอกาสไปเยือนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศสหรัฐอเมริกา เขาบอกว่าที่นั่น พอประธานเรียกว่าให้ลงมตินี่เขาใช้เวลา ๑๕ นาทีครับ เพื่อรอให้ ส.ส. ทั้งหมดครบ ๑๕ นาทีแล้วเขาถึงจะลงมติ ผมกราบเรียนให้ท่านทราบแค่นั้นเองครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ผมจะรอสัก ๓๐ นาทีได้ไหมครับ ประท้วงอะไรท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานเองก็บอกว่าคุณสุนัยอย่าเดินออกนะ ผมก็นั่งอยู่นี่ผมไม่ได้ไปไหน
ดีมาก ๆ
แล้วสิ่งที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวนั้นก็เปึนการกล่าวเตะถ่วง ซึ่งผมเสียดายที่สุดครับ ข้อบังคับรัฐสภานี้น่าจะกําหนดไปเลยว่าให้โอกาสให้อํานาจประธานสภากดออดได้ ๑ ชั่วโมง
ดีครับ
เนื่องจาก รัฐบาลมีเสียงน้อยมากโดยปกติแล้วกําลังขัดแย้งกันในรัฐบาล เราน่าจะเขียนในข้อบังคับเลย ดีไหมท่านประธานครับ
พอแล้วครับ โปรดกรุณาเสียบบัตร แสดงตนเรียบร้อยแล้ว ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าฝ์ายซีกทางนี้คงจะเสียบบัตรกันทุกคน ถ้าใครไม่เสียบก็โกหกผม ส่งผลครับ ครบองค์ประชุมครับ ๓๒๒ ท่านครับ
ต่อไปผมจะถามมติครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับกรอบการเจรจาเพื่อแก้ไขกฎ ว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งเป่ดเสรีการค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๘ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดงดออกเสียง ก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านใช้สิทธิแล้ว ส่งผลมา มีผู้เข้าประชุม ๔๐๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๗๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน
ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ กระผมกราบขอบพระคุณทุกท่าน ขอป่ดประชุมครับ