มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ หารือเรื่องความจำเป็นของการประชุมรัฐสภาและภาษาที่ใช้ในการประชุม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึน ความจําเปึนอย่างยิ่งของบ้านเมือง ของปวงชนชาวไทย ที่จะต้องช่วยกันคิด ช่วยกันดู ช่วยกันทํา โดยเฉพาะผู้ที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สถานที่ประชุมของ สมาชิกรัฐสภานั้นสําคัญนะครับ ทั้งอาคารสถานที่ ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งอุปกรณ์ ในการที่จะต้องมีการบันทึก ในการที่จะต้องทํารายงานการประชุม แล้วก็มีทั้งวีซีดี (VCD) ที่จะบันทึกไว้เพื่อเปึนหลักฐานในการที่จะถือปฏิบัติแล้วก็จําต้องปฏิบัติตรงกัน แล้วก็ จะต้องเปึนสิ่งที่ทุกคนสิ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกคนจําต้องปฏิบัติตาม ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมที่ได้มีไว้เก่านั้นบอกว่า ที่ประชุมรัฐสภา หมายถึง ที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา และให้หมายความรวมถึงที่ประชุมวุฒิสภาทําหน้าที่รัฐสภาในระหว่างที่อายุ ของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบด้วย ท่านประธานครับ รัฐสภา อันนี้ถ้าเราพูดถึงอาคารสถานที่มีแห่งเดียวในประเทศไทยไม่มีแห่งอื่นอีก ตัวหนังสือก็เขียนไว้ชัดข้างหน้าอาคารบอกรัฐสภา เพราะฉะนั้นตามข้อบังคับเดิมนั้นต้อง ประชุมที่นี่เท่านั้น จะไปประชุมที่อื่นไม่ได้ การประชุมที่อื่นจึงถือไม่ได้ว่าเปึนการประชุม รัฐสภา ทีนี้ท่านประธานผมต้องกราบเรียนว่าการบัญญัติกฎหมาย การเขียนกฎหมายนั้น ภาษาไทยที่ใช้เปึนหลักในการที่จะบัญญัติหรือตราหรือกําหนดลงไปเปึนข้อกําหนด หรือข้อบังคับในกฎหมายนั้น พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานบัญญัติบังคับไว้นะครับ ท่านประธานว่ารัฐสภาจะต้องใช้ภาษาไทยที่เปึนภาษาราชการ ที่ราชบัณฑิตยสถาน ได้กําหนดคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ไว้ในหนังสือตําราภาษาไทยแห่งชาติที่ชื่อว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเท่านั้น เพราะว่าภาษาไทยที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานนั้น ราชบัณฑิตซึ่งเปึนนักปราชญ์หลวงแล้วก็ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เปึนราชบัณฑิต การปฏิบัติหน้าที่ของราชบัณฑิตก็บัญญัติไปโดยอาศัยอํานาจ ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานที่เปึนกฎหมายที่ทุกคนจําต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น ถ้อยคําต่าง ๆ ที่ได้มีการตราไว้ แล้วก็ได้มีการอนุมัติกันในที่ประชุมรัฐสภานี้แล้วก็ต้อง ถือว่าเปึนไปตามนั้นแล้วต้องบังคับอย่างเคร่งครัด อํานาจท่านประธานครับ อํานาจนั้นก็ มิได้เกิดขึ้นในตัวเองของประธานรัฐสภา คําว่า อํานาจนั้นเปึนอิทธิพลที่สามารถจะบังคับ บุคคลอื่นให้จําต้องปฏิบัติตามแม้จะไม่สมัครใจนั่นหมายความว่าจะต้องมาจากปวงชน ชาวไทยเขาอนุมัติ แล้วเขียนไว้หรือตราไว้หรือบันทึกไว้เปึนลายลักษณ์อักษรเท่านั้นจึงจะมี อํานาจ อํานาจมิได้เกิดขึ้นในตําแหน่งเอง อํานาจในการที่จะกําหนดให้ไปประชุมที่อื่นที่นั่น ที่นี่นั้น ในข้อบังคับ ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายฉบับใดไม่มีบัญญัติไว้ เพราะฉะนั้น ประธานรัฐสภาจึงไม่มีอํานาจที่จะกําหนดให้ไปประชุมในที่อื่น ซึ่งมิใช่อาคารสถานที่ที่ เขียนไว้ข้างหน้าว่ารัฐสภา นอกจากนั้นไม่เคยมี ท่านประธาน ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่ผม จําความได้ว่าได้มีการไปประชุมรัฐสภาที่อื่นผมไม่ยอมรับการไปประชุมที่อื่นเพราะปวงชน ชาวไทยไม่ได้เขียนเปึนหนังสือหรือตราไว้ว่าให้มีอํานาจไปทําที่อื่นได้ ทีนี้เห็นไหมครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเปึนเหตุให้มีการมาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ภาษาที่ใช้ ท่านประธานครับมันมีคําที่เพิ่มเข้ามาในร่างข้อบังคับการประชุมนี้นะครับ มันมีอยู่ ๒ คํา คือคําว่า จําเปึน และคําว่า สุดวิสัย เราอย่ากําหนดคํานิยามเอง อย่าเดาเอง อย่าคิดว่าเปึนอย่างนั้น อย่าคิดว่าเปึนอย่างนี้ เขามีหนังสือตํารา มีหนังสือที่ว่าด้วยคําศัพท์ และคํานิยามศัพท์ที่กําหนดไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานแล้ว ผมขออนุญาต ค้นคว้ามาแล้วได้อ่านให้ท่านประธานฟัง คําว่า จําเปึน หมายความว่า ต้องเปึนอย่างนั้น ต้องทํา ขาดไม่ได้ คําว่า สุดวิสัย แปลว่า พ้นกําลังความสามารถ พ้นความสามารถที่ใคร อาจจะปัองกันได้ เช่น ภัยธรรมชาติเปึนเหตุสุดวิสัย เห็นไหมครับ แค่นี้เหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ไม่ถึงขนาดที่ว่าไม่สามารถที่ใครอาจจะปัองกันได้ การมาชุมนุมประท้วงกันที่หน้าอาคาร รัฐสภาเมื่อครั้งนั้น ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถจะปัองกันได้ เจ้าหน้าที่ตํารวจมี แล้วก็ ตํารวจก็มีอํานาจที่จะจับกุมที่จะดําเนินการจัดการกับผู้ที่มาขัดขวางไม่ให้มีการประชุม รัฐสภาได้ ไม่ใช่ไม่มี แล้วก็ยังไม่เคยมีการพิสูจน์กันว่าวันนั้นไม่สามารถเข้ามาประชุมร่วมกัน ในอาคารนี้ ซึ่งเปึนรัฐสภาได้ ที่มาเขียนไว้อย่างนี้นะครับ และคําสําคัญอีกคําหนึ่งครับ ท่านประธาน ประธานรัฐสภาอาจกําหนดสถานที่ประชุมรัฐสภา ณ สถานที่อื่นเปึนการชั่วคราว นี่ให้อํานาจที่สําคัญ งานสําคัญของประเทศของปวงชนชาวไทยแก่ประธานรัฐสภา คนเดียวว่าท่านไปกําหนดที่ไหนก็ได้ แล้วให้อํานาจในการที่จะวินิจฉัยชี้ขาดและตีความด้วยว่า อันนี้เปึนความจําเปึนหรือไม่ เปึนเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ให้ประธานรัฐสภาคนเดียวมีอํานาจ วินิจฉัย ท่านประธานว่ามันสมควรไหมครับ แล้วถ้ามีการโต้เถียงกันล่ะ บอกนี่ยังไม่จําเปึน นี่ยังไม่เปึนเหตุสุดวิสัย แล้วจะว่าอย่างไร ใครจะมาเปึนผู้วินิจฉัย แล้วผู้แทนราษฎร ทั้งสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีไว้ทําอะไร นอกจากนั้นยังไม่พอ ท่านประธานครับการกําหนดที่จะให้ไปประชุมที่นั่นที่นี่จะต้องใช้วิธีการอย่างไร มีระเบียบ วิธีการ ข้อบังคับอย่างไรที่จะให้ประธานรัฐสภากําหนด กําหนดไปที่ไหนต้องปรึกษา กับใครไหม ประธานคนเดียว รองประธานรัฐสภามีไว้ทําอะไรอีกมากมายหลายประการนะครับ ท่านประธาน เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอามาทํากันเล่น ๆ แล้วก็ไปผูกพันปวงชนชาวไทย เขาทั้งประเทศ มันอาจมีการสร้างเรื่องเงื่อนไขได้ และการไปประชุมที่อื่นวิธีการที่จะให้ สมาชิกมาประชุมครบองค์ประชุมใช้อะไรครับ ใช้วิธีการอะไร ใช้โทรศัพท์ตามรายตัว หรือจะต้องมีเอกสารราชการที่ได้มีการบันทึกรายงานการประชุมไว้ว่ามีเหตุจําเปึนอย่างนั้น มีเหตุสุดวิสัยอย่างนั้น ใครต่อใครได้ปรึกษากันแล้ว แล้วจึงมีหนังสือราชการถึงสมาชิก รัฐสภาทุกคน หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ให้มีหลักฐานในการที่จะ ได้บันทึกไว้ว่าได้รับรู้ ได้รับทราบการเลื่อนกําหนดทั้งเวลา ทั้งสถานที่ในการประชุมแล้ว มีหลักฐานอะไรครับ แล้วเราจะไปพิสูจน์ให้ปวงชนชาวไทยที่เขาสงสัย อย่างเช่นวันนี้ ผมสงสัยว่าวันนั้นมีเอกสารราชการอะไร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภาทุกคนได้รับแจ้ง กําหนดสถานที่และเวลาในการที่จะประชุมรัฐสภาซึ่งเปึนการประชุมที่สําคัญของปวงชน ชาวไทยที่มอบให้อํานาจและกําหนดหน้าที่ให้พวกเรามาร่วมกันทํา มีหลักฐานใดบ้าง ไม่มีหรอกครับ ดังนั้นมันเปึนการไม่ชอบ เพราะฉะนั้นการที่จะมากําหนดอย่างนี้แค่นี้ ก็ไม่ไหวนะครับ ให้ประธานรัฐสภาคนเดียวเปึนผู้กําหนด วิธีการก็ไม่บอก ทําเปึนหนังสือไหม ผมไม่ทราบจะอภิปรายอย่างไร ก็ต้องฝากที่ประชุมเรานะครับ มันไม่ใช่เรื่องมาแก้ปัญหา เฉพาะหน้าชั่วเวลาชั่วครั้งชั่วคราว แต่ว่ากฎกติกา ข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ร่วมกัน กําหนดลงไปนั้นมันผูกพันปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ผมไม่เห็นด้วยเลยที่จะมากําหนด วิธีการอย่างนี้ไว้ ถ้าจะมีตรงนี้วิธีการต่อไปการกําหนดจะทําอย่างไรนี่เปึนการให้อํานาจ คนคนเดียวนะครับ ที่จะทําให้การประชุมในการตรากฎหมายซึ่งจะต้องบังคับต่อปวงชน ชาวไทยทั้งประเทศ แล้วเราจะทํากันอย่างนี้ได้อย่างไร และไม่มีอํานาจให้ไว้ก่อนและทํา กันไปมันชอบไหม แค่ไหน ซึ่งผมท้วงติงและคัดค้านมาตลอดว่ามันเปึนการกระทํามิชอบ ก็กราบเรียนท่านประธานและบรรดาเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันคิดนะครับ มันไม่ใช่เรื่องที่เรา จะมาทํากันเฉพาะเหตุการณ์นี้ ขอบคุณครับ