รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓

สุวโรช พะลัง ระบุความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาวิกฤติ โดยเสนอว่าควรใช้หลักการเดิมที่มีอยู่ แทนที่จะเพิ่มข้อกังวลต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ

นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญที่ได้กรุณายืนยันในหลักการว่าที่ประชุมรัฐสภาอันทรงเกียรติ และศักดิ์สิทธิ์นั้นเรามีอยู่แห่งเดียวเท่านั้น แต่ว่าในขณะเดียวกันในส่วนตัวผมที่ผมได้ อภิปรายไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมเห็นว่าในร่างเดิมที่ผ่านความเห็นในเบื้องต้นของทางรัฐสภา ไปแล้วผมว่าน่าที่จะเป่ดช่องในการที่จะให้แก้ปัญหาเมื่อเกิดวิกฤติ ซึ่งเราไม่ทราบว่า มันจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้บ้างหรือในอนาคตข้างหน้า ผมอภิปราย ไปครั้งแรกก็ลองไปเป่ดพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ในเรื่องของ เหตุสุดวิสัย ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากเราเติมข้อความเหมือนกับที่ทางกรรมาธิการได้เติมลงไปนี่ครับ ผมกลัวจะมีปัญหา เหมือนกับที่สมาชิกวุฒิสภาเมื่อสักครู่นี้ได้ให้ความเห็นไป ว่าข้อเท็จจริงกรณีลักษณะ ตรงนี้อย่างนี้มันเข้าข่ายในเรื่องของเหตุสุดวิสัยแล้วหรือไม่ แล้วใครจะเปึนคนตีความ และอํานาจตรงนั้นให้กับใคร เห็นไหมครับมันจะยาวออกไปจนกระทั่งหาที่จบไม่ได้ แล้วที่สุดปัญหาก็อาจจะวกกลับเข้ามาว่าการแถลงนโยบายตรงนั้นเปึนการแถลงนโยบาย ที่ชอบหรือไม่ เกิดปัญหาอีกครับ แต่ว่าในขณะเดียวกันในร่างเดิมที่มีอยู่เมื่อหลักการ บอกตรงนี้บอกว่าถูกแล้วที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันมีกรณีเหตุการณ์ที่มันจําเปึนจะต้อง ไปดําเนินการในส่วนตรงนั้นนะครับ ผมเข้าใจว่าเรื่องระเบียบที่ทางท่านประธานรัฐสภา สามารถจะดําเนินการในสิ่งเหล่านั้นเพื่อบําบัดปัองกันไม่ให้เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น เปึนปัญหาหรือเปึนอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภานี่ครับ ผมเข้าใจว่า ฝ์ายนิติบัญญัติโดยประธานรัฐสภาสามารถออกระเบียบในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ได้อยู่แล้ว นั่นก็เปึนช่องทางอีกอันหนึ่ง แต่ถ้าเราไปเติมตรงนี้ความวิตกกังวลกริ่งเกรง ของผม ข้อยกเว้นเดี๋ยวจะกลายเปึนหลักเสียนะครับ แล้วปัญหามันมันก็จะวุ่น ถ้าเหตุสุดวิสัย ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานเขาบอกไว้สั้น ๆ แต่เพียงว่า เหตุสุดวิสัย หมายความว่า ภาวะที่พ้นความสามารถที่ใครจะปัองกันได้ แค่นี้ครับ ก็ไม่อยากที่จะไปฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ ท่านประธานครับ อดีตที่ผ่านมากรณีที่เกิดขึ้น ในรัฐบาลไม่ใช่ชุดนี้ ก่อนหน้านั้น ไปดําเนินการจะแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา แล้วมีกรณีเลือดตกยางออกใช้ความรุนแรงเข้าไปจนกระทั่งมีการสูญเสียทั้งเลือดเนื้อ ทั้งชีวิต ขออภัยที่คิดว่าไม่อยากจะเอ่ย แต่ก็ขออนุญาตที่จะยกเปึนกรณีศึกษาเท่านั้นเอง ก็เถียงกันอีกละครับ แล้วที่สุดก็จะเปึนปัญหาอีก แต่ถ้ามันมีระเบียบที่ออกจาก ร่างข้อบังคับฉบับนี้ ซึ่งถ้าเปึนไปตามหลักการเดิมข้อยกเว้นต่าง ๆ เหล่านี้ท่านประธาน รัฐสภาสามารถที่จะไปบรรจุในระเบียบต่าง ๆ ได้อยู่แล้ว ดีหรือไม่ท่านประธานครับ ถ้าหากเราจะปล่อยให้เปึนไปตามร่างเดิมแล้วเอาความกังวลต่าง ๆ ในที่ประชุม อันทรงเกียรติแห่งนี้ได้แสดงความคิดเห็นไปพูดในเรื่องของระเบียบที่ให้อํานาจของ ท่านประธานรัฐสภา ส่วนจะทําอย่างไรก็ว่ากันไป ดีกว่าที่เรามาพูดแล้วมาบอกว่าเปึน เว้นแต่ตรงนี้ครับ ท่านประมุขของเราในวันนี้ผมเชื่อท่านประธานชัย ชิดชอบ ผมเชื่อ ในหลักการของท่าน ท่านมีอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องไปติดยึดผูกติดอยู่กับตัวคนอยู่ตลอดนี่ครับ แล้วถ้าเกิดได้คนดีมาเปึนก็ไม่มีปัญหา ถ้าวันไหนเจอคนที่มีปัญหาขึ้นมาแล้วมาเปึน ประมุขฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วท่านเกิดพูดกันง่าย ๆ มาตีความนี่คือเหตุสุดวิสัยขึ้นมา แล้วเอาข้อยกเว้นตรงนั้นมาเปึนหลักการขึ้นมาแล้วมันจะวุ่นวายมันจะยุ่งไหม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดผมคาดว่าไม่มีหรอกครับ แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานครับ ถ้ามันมีขึ้นมาแล้วจะทําอย่างไร แล้วที่มันมีขึ้นมาก็เพราะอะไร เพราะเราเขียนกฎหมาย เป่ดช่องไว้หรือเปล่า ฉะนั้นที่ผมกราบเรียนว่าถ้าเอาตามหลักการเดิมผมเข้าใจว่าน่าที่จะ ครอบคลุมในประเด็นของปัญหาต่าง ๆ แล้ว แล้วก็สามารถแก้ไขปัญหาในวิกฤติต่าง ๆ ที่อาจจะพึงมีซึ่งน้อยมาก ผมเข้าใจว่าวิกฤติที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ดี ในที่ประชุมอันทรงเกียรติแห่งนี้ก็ดี พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ดี ไม่อยากจะให้ เกิดขึ้นอีก นั่นคือความมุ่งมาดปรารถนาร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากที่จะให้เราวิตกเกินเหตุ แต่ว่าเราไม่ประมาทในการที่จะหยิบยกเรื่องดังกล่าว ขึ้นมาถกในที่ประชุมอันทรงเกียรติ ซึ่งตรงนี้มันก็สามารถที่แสดงเจตนารมณ์ของสถานที่ ประชุมของรัฐสภาได้อยู่แล้วว่าถ้าเปึนกรณีลักษณะอย่างนี้มันก็สามารถเป่ดช่องให้ ประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติไปออกระเบียบ ออกอะไรต่ออะไรที่จะแก้ปัญหาถ้าหากมัน พึงมีได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยืนตามหลักการเดิม ผมขออนุญาตต่อท่านประธานครับว่า ผมยังเห็นด้วยที่จะยึดหรือยืนตามหลักการเดิมก็คือไม่ให้มีการบัญญัติในข้อยกเว้น ตามที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เพิ่มเติม นี่คือความเห็นส่วนตัวผมครับกราบ ขอบพระคุณครับ