รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการร่างมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรี และเรียกร้องให้รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาเรื่องการซื้ออาหารสัตว์จากสาธารณรัฐเปรู และการขยายอาณาเขตทางทะเลของสาธารณรัฐเปรู และการประชุมว่าด้วยสาธารณรัฐเปรู

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ ในนามสมาชิกรัฐสภา ที่ลุกขึ้นมาขอท่านประธานอภิปรายนี้มิได้ เกี่ยวกับมีนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาดูชมการประชุมรัฐสภาแต่อย่างใด เดี๋ยวท่านจะเข้าใจว่าผมเปึนรุ่นพี่จะมาหาเสียงกับรุ่นน้องในนามคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมิได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเปึนคนว่านอนสอนง่าย มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ไม่เคยมีมาก่อน ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน จะด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่ ในนามของคณะรัฐประหารที่กระทําขึ้น เมื่อประกาศใช้เปึนกฎหมายแล้ว ผมเปึนคนหนึ่งที่เคยกราบเรียนท่านประธานสภา หลายครั้งว่า ผมไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้ทําหน้าที่เปึนเพียงพิธีการโดยไม่เอาเนื้อหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายในส่วนเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติเกี่ยวกับเรื่อง ระหว่างประเทศนั้น ท่านประธานจะดูนะครับ สภาโหรงเหรงหมดแล้วตอนนี้ นิสิตไม่รู้ก็ว่า เอ๊ะทําไมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาไม่ค่อยสนใจ จะเข้ามาอีกทีก็ตอนที่ท่านประธานสภา กดออดเรียกให้มาโหวตกัน นั่นเท่ากับว่าไม่มีการให้ความสนใจเกี่ยวกับการไต่ถาม ท่านรัฐมนตรี ก็จะเห็นได้ว่ามาตรา ๑๙๐ ที่คณะรัฐประหารกระทําการร่างขึ้นมานี้ เปึนเพียงจอมปลวกที่เอาไว้จุดธูปบูชาและขัดหาเลขเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงต้อง กราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่ได้ให้ความสนใจ ในการที่จะกล่าวท้วงติง สอบถามรายละเอียดต่อท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ ซึ่งผมได้ทราบว่า ท่านเปึนคนที่ขยันขันแข็งที่สุด ทํางานจนกระทั่งรู้สึกว่าจะเกินหน้ารัฐมนตรีว่าการ จนกระทั่งเกิดข้อพิพาทในกระทรวงพอสมควร ท่านประธานครับ คําถามที่ผมจะต้องถามท่าน ก็คือว่า เมื่อท่านนํากรอบการเจรจาเพื่อขอแก้กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าภายใต้พิธีสาร ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู ซึ่งอยู่ในวาระ ๕.๕ เลื่อนขึ้นมา แสดงว่า ต้องมีความสําคัญ ผมก็อยากจะเรียนถามถึงความสําคัญให้ชัดเจน ท่านรัฐมนตรี ต้องเข้าใจผมไม่ใช่ว่าพอรัฐมนตรีกล่าวรายงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดสักคนสองคน แล้วท่านประธานก็บอกพร้อมแล้วใช่ไหม ไม่มีอะไรมากนะ ผ่าน อย่างนี้เท่ากับเปึน จอมปลวกครับมาตรา ๑๙๐ ดังนั้นเมื่อท่านบอกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน เปึนปัญหา ผลประโยชน์ของประเทศ ผมจึงอยากจะขอถามคําถามท่านเปึนข้อ ๆ ดังนี้

๑. ถามตรง ๆ เถอะท่านไปตกลงอะไรกับการแก้ไขกับข้อบันทึกนี้กับ สาธารณรัฐเปรูมาก่อนแล้วใช่หรือไม่ เกรงว่าเดี๋ยวจะถูกถอดถอน เพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์คนอื่นเขาจะมาแทนรัฐมนตรีตําแหน่งท่านเสีย อย่างนั้นหรือเปล่า ถึงเร่งด่วน เพราะอะไรครับ เพราะกระผมเองเห็นว่ายังมองไม่เห็นผลประโยชน์อะไร มากมายนักที่ไทยจะได้จากสาธารณรัฐเปรู

ยกตัวอย่าง ซึ่งจะเปึนคําถามข้อที่ ๒ ท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าเปึนปัญหา เร่งด่วนเพราะเปึนผลประโยชน์ของประเทศชาติและท่านจะต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ ในข้อ ๔ กรอบการเจรจาต้องไม่ทําให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติไทย ลดลงไปกว่าที่เจรจาไว้เดิม แต่ผมถามหน่อยสิครับมันเร่งด่วนอย่างไร สินค้าหลัก ๆ ที่ท่านบอกว่าสาธารณรัฐเปรูส่งให้แก่ประเทศไทยเราซื้อเขามานั้น เช่น อาหารสัตว์ ท่านประธานครับ เรานี่เปึนผู้ผลิตอาหารสัตว์นะครับ ส่งมันสําปะหลังไปยังต่างประเทศ ทางอียู รวมตลอดทั้งมีโรงงานอาหารสัตว์อีกไม่รู้เท่าไร ถ้าจะต้องเร่งด่วนเพื่อจะเอาอาหารสัตว์ จากสาธารณรัฐเปรูเข้ามาประเทศไทย อย่างนี้จะเร่งด่วนหรือท่านประธาน มันสําปะหลัง ของที่บ้านท่านประธานที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเปึนฐานของการผลิตอาหารสัตว์จะไม่ถูก กระทบกระเทือนหรือ อาหารสัตว์ ไขมัน น้ํามันสัตว์ ผมจึงตั้งคําถามเปึนข้อที่ ๒ ว่าผลประโยชน์ที่ประเทศไทยเสียหายหรือต้องเร่งด่วนนั้นมันเปึนอะไรนะครับ

ในข้อที่ ๓ ท่านครับ ปัญหาการที่ท่านมาขอ มติของรัฐสภานี้ได้เขียนไว้ ชัดเจนว่าเปึนปัญหาใหญ่คือปัญหาเรื่องทางทะเลอาณาเขตของสาธารรัฐเปรู ตรงนี้ ท่านไม่ได้บอกเราแล้วก็ยังไม่มีใครถามท่าน นั่นก็คือว่าเดี๋ยวนี้ประเทศที่ติดชายทะเลที่ติดกับสาธารณรัฐเปรูนั้นเขามีปัญหาเรื่องอาณา เขตทางทะเลกันหรือไม่ เมื่อสาธารณรัฐเปรูขอแก้ไขในส่วนของอาณาเขต เราก็รับรอง มันจะไปกระทบกระเทือนกับประเทศเพื่อนบ้านเขาหรือไม่ กรณีนี้เปรียบเทียบได้ชัดเจน กับกรณีของกัมพูชากับไทย ท่านเห็นไหมครับ พูดแค่เขาพระวิหารทะเลาะกันแทบจะเกิด สงคราม รัฐบาลของท่านก็คือส่วนหนึ่งของการเกิดปัญหานี้ตั้งแต่ตอนเปึนฝ์ายค้าน พอกลุ่มพันธมิตรพูดเรื่องนี้บนถนน วันอังคาร วันพุธหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านคือ นายกรัฐมนตรีวันนี้คือ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็นําเรื่องเขาพระวิหารเข้ามาเขย่าในสภา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ก็คือคนที่ขึ้นเวทีด่าประเทศ เพื่อนบ้านเขา ท่านครับ ผมไม่ได้มารื้อฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่ผมกําลังจะบอกว่าข้อพิพาท ระหว่างประเทศที่มันมีอยู่แล้วต่อกันมันเปึนความละเอียดอ่อน จนถึงวันนี้ยังบอกกัน ไม่ได้เลยว่า เขตทะเลทับซ้อนระหว่างกัมพูชากับไทยนั้นท่านแก้ไปอย่างไร และถ้าเกิดมี ประเทศที่ ๓ แทรกมือเข้าไปอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นไปทําสนธิสัญญากับไทยหรือกับกัมพูชา มันจะไม่กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคู่กรณีของเขาหรือ ตรงนี้ท่าน ไม่ได้ชี้แจงว่าการขยายอาณาเขตทางทะเลของสาธารณรัฐเปรูนั้นมันมีผลกระทบกับ ประเทศเพื่อนบ้านที่มีข้อขัดแย้งกันเช่นเดียวกับไทยกับกัมพูชาที่ท่านมีส่วนสําคัญ ในการสร้างขึ้นทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเขาอยู่กันดี ๆ นั้น มีหรือไม่ อันนี้ท่านไม่ได้บอก ผมคิดว่า ผมจึงจําเปึนที่จะต้องนํารายละเอียดเรื่องนี้ขึ้นมาถามท่านเสียให้บันทึกไว้ในสภา เพราะ ถ้าเกิดมีเรื่องนี้แล้วท่านไม่บอก เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เราก็อาจจะกระทบกระเทือนกับ ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐเปรู จะไปทํามาค้าขายกับเขาอีกก็จะยาก

ข้อ ๔ ท่านครับ เราเปึนสมาชิกรัฐสภานั้น การประชุมครั้งหนึ่ง ๆ นั้นเวลา มีความสําคัญ เมื่อท่านเร่งด่วนต้องขอเลื่อนวาระของสาธารณรัฐเปรูใน ๕.๕ ขึ้นมาเช่นนี้ ผมว่าทั้งท่านรัฐมนตรีกับกระผมและท่านประธาน เรามีภาระอย่างหนึ่งคือจะต้องสื่อสาร สื่อความหมายกับประชาชนซึ่งขณะนี้ออกอากาศทั่วประเทศ บอกเขาสักนิดสิครับว่า ถ้าเร่งด่วนอย่างนี้แล้วประชาชนจะได้อะไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ไม่ว่าจะเปึนท่านหรือรัฐมนตรีว่าการครับ ชาวนากําลังเจ็บปวดที่สุดต่อราคาข้าว ในรัฐบาลของท่าน ผมมาจากนครสวรรค์จําเปึนจะต้องขอพูดเรื่องนี้สักนิดหนึ่งท่านประธานครับ เพื่อที่จะเชื่อมโยงให้เห็นว่า ท่านช่วยตอบหน่อยว่าถ้าทําสัญญากับสาธารณรัฐเปรู ขอมติ จากรัฐสภาแล้วราคาข้าวจะเพิ่มขึ้นเพราะจะส่งข้าวไปที่สาธารณรัฐเปรูหรืออะไร ในทํานองนั้นบ้างหรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจําได้เพราะท่านประธานกับ ผมเองก็รักใคร่ดั่งพี่น้องร่วมท้องเดียวกันมา วันที่ท่านเปึนประธานสภาผมก็หนุนท่าน ในพรรคผมก็ช่วยท่าน