พีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา โดยเฉพาะการกำหนดสถานที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และขอให้ลดการย้ายที่ประชุมไปบ่อย ๆ เพื่อความมั่นคงในการประชุม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดยโสธร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ข้อ ๓ ในบทนิยามของสถานที่ประชุม ของรัฐสภาที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมานะครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ผมไปดู ข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมีนิยามครับ แต่ไม่มีนิยามคําว่า สถานที่ประชุม มีแต่นิยามคําว่า บริเวณสภา ซึ่งหมายถึงอาณาบริเวณอันเปึนขอบเขตของสภาผู้แทนราษฎร และหมายความรวมถึงอาคารที่ทําการของสภาผู้แทนราษฎรด้วย ไม่มีนิยามคําว่า สถานที่ประชุม บัดนี้พอจะมีการประชุมรัฐสภาท่านเพิ่มเข้ามาอีกที่หนึ่งคือสถานที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งถ้าดูความหมายอย่างนี้อาจจะเปึนที่นี่หรือที่อื่นได้ แต่ของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีนะครับ มันกําลังจะเกิดความหมายขึ้นมาอยู่ ๒ ความหมายหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ ไปดู ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ไม่มีนิยาม สถานที่ประชุม ไม่มีครับ เมื่อไม่มีก็ต้องแปลว่าจะประชุมที่ไหน ก็คือประชุมในที่ทําการของรัฐสภานั่นเอง บัดนี้ คณะกรรมาธิการไปแก้ไขแล้วก็เพิ่มขึ้นมาถึงแม้จะมีสถานที่ประชุมของรัฐสภาขึ้นมา ก็หมายถึงสถานที่ประชุมของรัฐสภา ณ ที่ทําการของรัฐสภา อันนี้พอเข้าใจได้ว่าหมายถึง ตรงนี้แหละ ท่านเพิ่มขึ้นไปบอกว่าถ้ามีความจําเปึนไปประชุมที่อื่นด้วยก็ได้ ท่านประธานครับ ผมพยายามไปดูข้อบังคับของสภาของหลาย ๆ ประเทศ ยังไม่พบที่ไหนที่เขากําหนดว่า สภาจะไปประชุมที่อื่น ไม่เจอครับ มีแต่บอกให้ประชุม ณ ที่ทําการของสภาทั้งนั้น และอาคารบริเวณนั้นมันมีความเปึนมา มันมีเอกสิทธิ์ มีความคุ้มกัน มีหลายสิ่งหลายอย่าง เกิดขึ้นอยู่ ฉะนั้นผมก็มาคิดว่ามันมีความจําเปึนอย่างไรที่จะต้องไปเขียนอย่างนี้ ท่านยกเอาเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อป้ที่แล้วเปึนกรณีขึ้นมา แล้วก็เลยเขียนขึ้นมาว่า ถ้ามีเรื่องสุดวิสัยถ้าประชุมที่นี่ไม่ได้ก็ให้ประธานรัฐสภากําหนดที่อื่นด้วยก็ได้ ก็ไม่แน่ใจอีกนะครับว่าเรื่องเหตุสุดวิสัยที่ว่านี้คืออะไร ถ้าเอาตามความหมายทั่ว ๆ ไป อย่างที่เราเข้าใจในเชิงกฎหมายก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่าหมายถึงกรณีที่ท่านไม่อาจประชุม ณ ที่นี่ได้จริง ๆ แล้วก็ให้ประธานสภาไปกําหนดที่เอาเอง แต่ผมคิดว่าในความเปึนมา ของการมีสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภาร่วมกัน สถานที่ประชุมครับ มันมี ความศักดิ์สิทธิ์ของมันเอง มันมีกฎหมายคุ้มครองของมันเอง ถ้าท่านไปดูข้อบังคับ การประชุมของสภาหลาย ๆ ประเทศเขาจะเขียนไว้ท่านประธานครับว่าสถานที่ประชุม คือที่ไหน เอาไว้ทําอะไร ใครมีหน้าที่อะไรบ้าง เขาไม่ได้เขียนไว้เลยว่าถ้ามันมีประชุม ให้ไปที่ไหน ก็แปลว่าอะไร ก็แปลว่าต้องประชุมที่นี้ ถ้ามันมีเหตุประชุมไม่ได้จริง ๆ ถ้าเกิดไฟไหม้สภาทั้งหมดค่อยว่ากันตรงนั้น แต่ว่าการเขียนไว้อย่างนี้ผมไม่แน่ใจ แต่ต่อไปมันอาจจะเป่ดช่องให้มีการย้ายที่ประชุมไปบ่อย ๆ ด้วยก็ได้ นี่เปึนข้อสังเกต ที่อยากตั้งไว้นะครับว่าในข้อบังคับการประชุมของ ๒ สภาที่ผ่านมาไม่ได้พูดถึง สถานที่ประชุม แต่พอมีการประชุมรัฐสภามันจะเพิ่มอีกที่หนึ่งก็คือสถานที่ประชุม ของรัฐสภา ฉะนั้นไม่แน่ใจว่าอย่างนั้นถ้าสภาผู้แทนราษฎรประชุมตรงนี้ไม่ได้ ไม่ได้เขียนไว้ ท่านประธานอาจจะนัดพวกผมไปประชุมที่อื่นด้วยก็ได้อย่างนั้นก็คงจะไม่ใช่ แต่ผมคิดว่า เปึนหน้าที่ของทุก ๆ ฝ์ายที่เกี่ยวข้องต้องทําให้สถานที่ตรงนี้มันประชุมให้ได้ ถ้ามาเขียน ช่องไว้อย่างนี้มันก็จะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตนะครับ
เรื่องต่อมาที่ผมคิดว่าพึงต้องระวังด้วยการเขียนอย่างนี้ เพราะเวลามีการประชุม เครื่องไม้เครื่องมือที่ท่านต้องเตรียมให้พร้อม หลายคนเล่าให้ผมฟังเมื่อครั้งที่มีการประชุม ที่กระทรวงการต่างประเทศไม่พร้อมหลายสิ่งหลายอย่าง จดชวเลขไม่ได้ ถ่ายทอดไม่แน่ใจ การลุกขึ้นพูดการอะไรมันมีปัญหาเยอะ เพราะฉะนั้นถ้าไปเขียนไว้อย่างนี้ถ้ามีเหตุสุดวิสัย ไปนะครับ ก็มีปัญหาตามมา ถ้ามีการอภิปรายกัน มีการถ่ายทอดเสียง สถานที่ที่จะคุ้มครอง คืออะไรมันตามมาครับ ฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะมาเขียนเพิ่มเติมอย่างนี้ ไม่เคยมี ก็เลยเดาได้เพียงว่าท่านเอาเหตุครั้งที่แล้วเหตุเดียวเอาขึ้นมาแล้วกําหนดว่า ถ้ามีเหตุสุดวิสัย ก็ไปที่อื่นได้ แต่ปัญหามันจะตามมาเยอะครับท่านประธาน ผมถึงไม่เห็นด้วยไม่ควรจะเขียน เพิ่มเติมขึ้นมาตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เอาเปึนตามเดิมว่าก็ประชุมที่นี่ล่ะ แค่นี้พอแล้วครับ