สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๓.๐๒ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ อาศัยข้อบังคับที่ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอนุญาตให้สมาชิก ปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ประธานสภากำหนด และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงาน ของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน วันนี้ก็มีผู้แสดงความจำนงขอปรึกษาทั้งหมด ๔๐ ท่าน ผมขอเริ่ม ๕ ท่านแรกของฝ่ายค้าน ๑. นายวิรัตน์ วรศสิริน ๒. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ๓. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๔. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๕. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ๕ ท่านแรกของฝ่ายรัฐบาล ๑. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๒. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๓. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ๔. นายวัชระ ยาวอหะซัน ๕. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ขอเชิญ ท่านแรก นายวิรัตน์ วรศสิริน เชิญครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยครับท่านประธาน เกี่ยวกับ เรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ขัดรัฐธรรมนูญผมได้นำเรียนหารือท่านประธานไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปแล้ว ๒ ครั้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้วว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญจริง ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ในมาตรา ๕ ว่าการกระทำใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนยังคงรับเงินเดือนไม่ได้ พี่น้องฝากเตือน รัฐมนตรีทุกท่านมานะครับ สำหรับเรื่องนี้ประชาชนแสดงความในใจกับการกระทำที่ละเมิด และไม่แสดงความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีกันมามาก เพราะกระทบกับความรู้สึก ในสิ่งที่รักและศรัทธามาตลอดชีวิต ดังนั้นในวันนี้พี่น้องจึงใคร่ฝากความในใจให้ผมมานำเรียน หารือท่านประธานอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยความเป็นห่วงนะครับ คุณเสรี ไม่ใช่ เสรีพิศุทธ์ นะครับ คุณเสรีฝากเรียนว่า ถ้าถวายสัตย์ปฏิญาณครบก็ได้ ไม่ครบก็ได้ ต่อไปมีคนยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีจะยืนก็ได้ ไม่ยืนก็ได้อย่างนั้นหรือครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกต้องระวังหน่อยครับ

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ก็เป็นความเป็นห่วงของพี่น้อง ที่ฝากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ห่วงถึงอนาคตของประเทศนะครับ คุณพยุงฝากถึง นายกรัฐมนตรีว่าคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ขาดหายไปดูเหมือนจะเหยียบย่ำหัวใจประชาชน รู้สึกว่าน่าจะเจตนาและจงใจแน่นอน คุณพยุงตั้งข้อสังเกตมาฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ

สุดท้ายคุณขนิษฐาฝากบอกท่านนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องใหม่ของประชาชนคนไทย ถ้าเราปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปคนรุ่นต่อไป ก็จะทำตาม ไม่อยากให้คำว่า จงรักภักดี กลายเป็นความว่างเปล่าของคนรุ่นต่อ ๆ ไปนะครับ คิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไทยได้ จึงอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการกระทำและไม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ถูกต้อง ขอให้ตัดสินใจด้วยความกล้าหาญ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณองอาจครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ เป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมาจากอดีต ส.ส. อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเขตปทุมวัน

เรื่องแรก เป็นเรื่องคลองเน่าเสีย มีเศษขยะจำนวนมาก ตื้นเขิน อย่างที่ ท่านทั้งหลายเห็นในภาพครับ อันนี้เรียกว่า คลองนางหงส์ อยู่ใกล้ ๆ กับโลตัสพระราม ๑ คลองจะมีสภาพเช่นนี้เกือบตลอดลำคลอง เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากให้เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องได้ไปดูแลหาทางทำให้คลองนี้มาเป็นคลองสวยน้ำใสเหมือนเดิม ซึ่งก็น่าจะทำได้ ไม่ยากครับตรงนี้ เพราะว่ามีประตูระบายน้ำ เพียงแต่ว่าหาทางระบายน้ำเข้ามาแล้วก็ไป ขุดลอกคูคลองให้คลองอยู่ในสภาพปกติ ผมเชื่อว่าก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ก็ฝากเรื่องนี้ไปยังผู้เกี่ยวข้องเป็นเรื่องแรกนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่มีการใช้ทางเดินเท้าหรือเรียกกันทั่วไปว่า ฟุตบาท (Footpath) เป็นที่วางสิ่งของเกือบจะเรียกว่าถาวรนะครับ จนพี่น้องประชาชนไม่สามารถ ที่จะใช้เป็นทางสัญจรไปมาได้เลยนะครับ บริเวณที่ได้รับการร้องเรียนจากท่านอดีต ส.ส. อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ที่เขตปทุมวันนี้ก็คือ ถ้าเรามาจากสนามศุภชลาศัย มาจาก มาบุญครอง ถนนเส้นนั้นก็จะไปถึงสะพานกษัตริย์ศึก สะพานนี้ก็จะมีทางเลี้ยวซ้ายก่อนจะถึง กลางสะพาน พอถึงทางเลี้ยวซ้ายตรงนี้จะเป็นทางวันเวย์ (One way) ปรากฏว่าซ้ายมือเป็น ฟุตบาท (Footpath) มีของวางเต็มไปหมดอย่างที่ท่านเห็นในภาพ ขนส่งสินค้ากันจนกระทั่ง ไม่มีทางเดิน ขวามือเป็นฟุตบาท (Footpath) จะเดินก็มีการขนสิ่งของมาวางอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนครับ มีเด็กนักเรียนจำนวนมากไปเรียนที่ โรงเรียนวัดสระบัวไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ประเด็นที่ผมจะหารือกับท่านประธานในวันนี้มีอยู่ประเด็นเดียวครับท่านประธาน ก็คือเป็นข้อห่วงกังวลของบัณฑิตอาสาในโครงการอาสาพัฒนามาตุภูมิ ซึ่งอยู่ในความดูแล รับผิดชอบของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องจากว่าโครงการ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกอบด้วยจังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มีการทำสัญญาจ้างบัณฑิต ลูกหลานพี่น้องในพื้นที่ ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเข้าโครงการบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ โดยทำสัญญาจ้าง คราวละ ๑ ปี ปัจจุบันนี้มีบัณฑิตอาสาอยู่ทุกหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ คน มีอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคนท่านประธานครับ ข้อห่วงกังวลก็คือว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาทาง ศอ.บต. ได้ทำสัญญาจ้าง กับบัณฑิตอาสาถึงเดือนสิงหาคม แล้วก็ทราบมาว่าล่าสุดได้มีการเรียกทำสัญญาจ้างเฉพาะ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ บัณฑิตอาสาเหล่านี้จึงเกิดข้อห่วงใยว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จะมีการทำสัญญาจ้างต่อหรือไม่ มิฉะนั้นแล้วจะก่อให้เกิดปัญหาการว่างงาน แล้วก็การทำงานอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในพื้นที่ ถือว่าบัณฑิตอาสาเหล่านี้ ได้เสียสละแม้ว่าได้รับค่าตอบแทนเพียง ๗,๕๐๐ บาท แต่ถือว่าเป็นโซ่ข้อกลางระหว่าง หน่วยงานรัฐกับภาคประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นผมจึงเรียนท่านประธานได้โปรดมีหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรีและ ศอ.บต. ช่วยให้ความสำคัญและจัดหางบประมาณในการทำสัญญาจ้างให้กับบัณฑิตอาสา ในโครงการ บัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิในปีถัดไป ขอขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ ดิฉันตั้งใจจะมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องในวันนี้นะคะ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของปัญหาภัยแล้งและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก หนอนกระทู้ลายจุดกัดกินข้าวโพด แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อติดตามปัญหาในเรื่องนี้ แล้วก็ได้สั่งให้ทางจังหวัดได้ประกาศภัยแล้งภายในสัปดาห์นี้ ทั้งยังสั่งให้หน่วยงานของสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดสระบุรีได้สำรวจ ๑ ชุมชน ๑ แหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำได้สำรวจบ่อบาดาลที่ได้ขุดเจาะไว้ว่า สามารถใช้การได้เป็นปกติหรือไม่ จะได้ดำเนินการแก้ไข แล้วก็เพื่อเป็นการหาน้ำสำรองในภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ดิฉันก็ขอขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีได้เห็นความทุกข์ของประชาชนจากผู้แทนราษฎรได้หารือ ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้ลงไปเยียวยาเกษตรกรนะคะ

ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในเฟซบุ๊กของดิฉันว่า มีปัญหาเรื่องถนนเส้นพระพุทธบาท-โคกตูม ปากทางเข้าตำบลธารเกษม ซอย ๓ ซอย ๒ ถนนเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่เลยนะคะ ท่านประธาน ดิฉันก็ได้โทรประสานงานกับหน่วยงานของแขวงการทางจังหวัดสระบุรีว่าเป็นเขต รับผิดชอบของใคร แต่ปรากฏว่าเช้าวันนี้เองเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ทางหน่วยงาน ของแขวงการทางจังหวัดลพบุรีได้ดำเนินการไปซ่อมแซมปรับปรุงให้จนเป็นที่เรียบร้อย ก็ต้องกราบพระคุณที่บูรณาการทั้ง ๒ จังหวัด คือแขวงการทางจังหวัดลพบุรีและแขวงการทาง จังหวัดสระบุรีได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ทั้ง ๒ เรื่อง ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย มีเรื่องขอหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ปัญหาสภาพการจราจรของพี่น้องบ้านโคกเลาะน้อยทั้ง ๓ หมู่บ้าน และตำบลขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร ที่ใช้คันคลองชลประทาน อาร์-๑๖ แอล (R-16L) กิโลเมตรที่ ๐-๔.๓๗ ซึ่งมีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อให้เกิดความลำบากเดือดร้อนให้แก่ พี่น้องประชาชน ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานได้โปรดดำเนินการแก้ไขให้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ปัญหาสภาพการจราจรบริเวณสี่แยกบ้านธาตุนาเวง หน้ามหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนคร ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒ และทางหลวง แผ่นดิน หมายเลข ๒๓๔๗ ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดสกลนคร เส้นทางจาก จังหวัดอุดรธานีที่มาถึงบริเวณจุดสี่แยกแห่งนี้ และเส้นทางที่เข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดสกลนคร การจราจรจะเป็น ๘ เลน แต่เส้นทางที่เมื่อผู้ใช้รถเลี้ยวขวาที่จะเดินทางไปสู่จังหวัดนครพนมจะลดลงเหลือเพียง ๓ เลน รวมกับเลนที่เลี้ยวซ้ายมาจากทางจังหวัดอุดรธานี ทำให้ปริมาณรถที่สัญจรไปมาวันหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า ๑๖,๐๐๐ คันต้องมาติดขัดในช่วงที่เลี้ยว เนื่องจากกรมทางหลวงออกแบบ วิศวกรรมการจราจรที่ไม่เหมาะสม มีการสร้างเส้นทางคู่ขนานให้รถวิ่งสวนทางกันมา ทำให้ช่องทางการจราจรเส้นหมายเลข ๒๒ ไปจังหวัดนครพนมไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ ที่จะทำให้การจราจรสามารถดำเนินการไปได้ ขอฝากท่านประธานให้ทางกรมทางหลวง ได้ศึกษาหาแนวทางในการทำโอเวอร์พาส (Overpass) สะพานลอยตรงจุดนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปครับ ท่านอนุรักษ์ จุรีมาศ ครับ

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้กระผมขอหารือท่านประธานมีอยู่เรื่องเดียวครับ นั่นก็คือปัญหาความแออัด ของโรงพยาบาลจังหวัดร้อยเอ็ด โรงพยาบาลจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นโรงพยาบาลศูนย์ครับ ประเภทเอ (A) ใหญ่ บี (B) จะขนาดเตียง ๘๒๐ เตียง แต่ปัจจุบันนี้มีการใช้เตียงถึง ๙๓๐ เตียง อัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นถึง ๑๑๓ เปอร์เซ็นต์ มีผู้ป่วยนอกแต่ละวันประมาณ ๓,๑๐๐ กว่าคน ในขณะเดียวกันก็จะมีข้าราชการทำงานอยู่ในโรงพยาบาลศูนย์ร้อยเอ็ด ประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าคน ซึ่งแยกเป็นข้าราชการประมาณ ๑,๐๐๐ คน ที่เหลือ ๑,๕๐๐ กว่าคน ก็จะเป็นพนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาล โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่จอดรถไม่เพียงพอครับ พื้นที่ของโรงพยาบาลมี ๔๕ ไร่ ๒ งาน ซึ่งตั้งแต่ ตั้งโรงพยาบาลมาก็มีอยู่แค่นี้ ที่จอดรถของโรงพยาบาลปัจจุบันนี้สามารถจอดได้แค่ ๗๘๐ คัน ซึ่งความต้องการแต่ละวันมีถึงพันกว่าคัน นี่ไม่นับรวมถึงความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการที่ต้อง ใช้มอเตอร์ไซค์ ที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ จักรยานยนต์ก็ไม่มี แนวทางการแก้ไขผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าทางทิศตะวันตกของโรงพยาบาลมีที่ราชพัสดุอยู่ประมาณ ๒๖ ไร่ ซึ่งส่วนมากเป็นส่วนราชการที่ใช้เป็นบ้านพักซึ่งชำรุดทรุดโทรม ถ้าให้ส่วนราชการตรงนี้ ย้ายไปหาที่แปลงใหม่ แล้วก็รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง แล้วก็ให้ โรงพยาบาลร้อยเอ็ดได้ใช้พื้นที่ดังกล่าว เพื่อทำสถานที่จอดรถยนต์แล้วก็สร้างอาคารสำหรับ ผู้สูงอายุครบวงจร ก็จะก่อประโยชน์ให้กับประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ตอบสนองนโยบาย ของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ครับ

นายประภูศักดิ์ จินตะเวช อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประภูศักดิ์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๙ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากการใช้ถนนทางหลวงแผ่นดิน ๓ เส้นทาง ดังนี้

เส้นทางที่ ๑ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๘๒ เดชอุดม-บุณฑริก จากบ้านโนนบาก ตำบลบัวงาม ถึงตัวอำเภอบุณฑริก ระยะทาง ๗ กิโลเมตร สภาพถนน ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาลำบาก

เส้นทางที่ ๒ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๔๘ บุณฑริก-นาจะหลวย และทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๓๙๖ ช่องเม็ก-หนองแสง ทางหลวง ๓ เส้นนี้เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ถนนแคบ ประชาชนสัญจรไปมาลำบาก ถนนบางช่วงชำรุด และเป็นหลุมเป็นบ่อ และบางช่วงไม่มีไฟส่องสว่าง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน เรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านอธิบดีกรมทางหลวง ได้โปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อบำรุงซ่อมแซม และขยายจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่ใช้รถ ใช้ถนนใน ๓ เส้นทางดังกล่าวนี้ครับ

เรื่องที่ ๒ ปัญหายาเสพติดที่ระบาดอย่างหนัก ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของทุกชุมชนและทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ของกระผมอำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย อำเภอสิรินธร ตำบลโนนก่อ ตำบลช่องเม็ก มีการระบาดอย่างหนัก จึงอยากจะฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้อง ขอฝากขอบพระคุณ ด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายวัชระ ยาวอหะซัน ครับ

นายวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วัชระ ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ ผมขอปรึกษาหารือ เรื่องสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสครับ ผมขออนุญาตขึ้นรูปภาพด้วยครับ ท่านประธานครับ สนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสได้งบประมาณก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ด้วยงบประมาณ ๒ ส่วน ของส่วนจังหวัดนราธิวาสเอง ๕๒ ล้านบาท อบจ. จังหวัดนราธิวาส อีก ๒๘,๙๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนของมติ ครม. เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นงบประมาณอีก ๓๘๑ ล้านบาท ในส่วนของจังหวัดนราธิวาสได้สร้างเสร็จเรียบร้อยตามรูปแบบและรายการ ในส่วนของ งบประมาณ ครม. อนุมัติมาปรากฏว่าสนามยังไม่เสร็จจนถึงทุกวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ก็ฝากเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องขอเสนอให้ กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการให้บุคคลที่มีความประสงค์ขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ ๒๕๐ ซีซีขึ้นไป หรือว่าบิ๊กไบก์ (Big bike) ต้องมีการสอบใบอนุญาตขับขี่สำหรับ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ (Big bike) โดยเฉพาะเพื่อลดอุบัติเหตุนะครับ เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ด้วยกระแสโลก ๕-๖ ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังเป็นที่หลงใหลและนิยมชมชอบ ของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่มีความชื่นชอบในการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ (Big bike) ประเทศไทย เราก็เป็นหนึ่งในนั้นนะครับ ด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ (Big bike) มีขนาดใหญ่ เบาะที่นั่งก็จะ สูงกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป รวมถึงน้ำหนักตัวรถก็จะมีมากกว่า และกำลังเครื่องยนต์ซีซีก็ยังสูง แน่นอนครับ การทรงตัว การควบคุมรถก็จะยากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นอย่างที่เราเห็นตามข่าว และตามสื่อค่อนข้างมากว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ (Big bike) แทบทุกวันนี้จะประสบ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง และล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วก็ต้องมีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่บริเวณ สะพานข้ามแยกคลองตันตามข่าวที่ผ่านมา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเองและ ส.ส. ทศพร ทองศิริ พวกเรามีความชื่นชอบในการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ (Big bike) มาตั้งแต่เยาว์วัย พอที่จะมีประสบการณ์บ้าง จึงพอที่จะทราบปัญหาของบุคคลที่ต้องการ ขับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบก์ (Big bike) ควรจะต้องมีการผ่านการฝึกซ้อม อบรมทั้งทฤษฎีและทางปฏิบัติให้มีความชำนาญเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง จึงขอเรียนท่านประธานฝากไปยังกรมการขนส่งเพื่อพิจารณาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ผมเรียน ๕ ท่านของพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ หลังจากนี้ก็เป็น นายคุณากร ปรีชาชนะชัย นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ นายเอกการ ซื่อทรงธรรม นายอนาวิล รัตนสถาพร ต่อไปก็เป็นท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ นะครับ แล้วหลังจากนั้นอีก ๕ ท่านก็คือ นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา นางสาวธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ขอเชิญคุณวัชรพลครับ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียวครับ เพราะเป็นปัญหา เร่งด่วนของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดนครราชสีมาที่ตำบลสุรนารี ในเขตอำเภอเมืองครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรี ตำบลสุรนารี และท่านกำนัน ตำบลสุรนารี ตลอดจนพี่น้องประชาชน ซึ่งเขาได้เข้าชื่อและทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ไปเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม สืบเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือในเรื่องของประปาในตำบลนั้น วันนี้ต้องอาศัยน้ำจากแหล่งน้ำก็คืออ่างห้วยยาง และอีกส่วนหนึ่งในหมู่บ้านก็คืออาศัยน้ำจาก ประปาบาดาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคงทราบว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งอยู่ในเขตตำบลนี้ด้วย ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ ๑๘,๐๐๐ คน แล้วก็มีข้าราชการ คณะครูอาจารย์รวมเบ็ดเสร็จประมาณ ๑๘,๐๐๐ กว่าคน ๑๙,๐๐๐ คน และในสิ้นปีนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีจะมีการเปิดอาคารโรงพยาบาลขนาด ๗๐๐ เตียง ซึ่งจะต้อง ใช้น้ำจำนวนมาก วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านหนองบง หมู่ที่ ๕ มีนักศึกษาซึ่งเป็นเขตติดต่อกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ นับหลายพันชีวิต ผู้ประกอบการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งประชาชนต้องไปซื้อน้ำ เพื่อที่จะมา ช่วยเหลือบรรเทาไปก่อน วันนี้ทราบข่าวว่าทางการประปาส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขต ๒ จังหวัดสระบุรี ได้มีการประสานงานไป แล้วก็ได้มีการตั้งแผนงบประมาณไว้ ในปี ๒๕๖๔ ผมอยากจะรบกวนท่านประธาน ได้กราบขอความกรุณาไปยัง กระทรวงมหาดไทย การประปาส่วนภูมิภาคเขต ๒ จังหวัดสระบุรี ได้กรุณาตั้งงบในปีนี้ ได้ไหมครับ เงินเพียง ๘๐ กว่าล้านบาท ระยะทางเพียง ๔-๕ กิโลเมตรเท่านั้นเอง เพื่อจะ แก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนหลายหมื่นคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายองค์การ ชัยบุตร ครับ

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ กรณีข้อพิพาทป่าคอนสารทับที่ทำกินราษฎร ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิครับท่านประธาน เนื่องจากกระผมได้รับทราบ ปัญหาของพี่น้องประชาชนถูกขับไล่ที่ออกจากพื้นที่ทำกิน ล่าสุดมีกรณีเร่งด่วน คือปัญหาชุมชนบ่อแก้ว ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีความจำเป็น ในการแถลงข่าวก่อนหน้านี้ เพราะเป็นกรณีเร่งด่วนกระทบการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน จากการถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ทำกิน และพวกกระผมได้ลงติดตามปัญหาในพื้นที่และรับฟัง ปัญหามาโดยตลอด หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงกรณีข้อพิพาทสวนป่าคอนสารครับท่านประธาน ชุมชนบ่อแก้ว เป็นเรื่องพิพาทกันมานานระยะเวลา ๔๑ ปีแล้วครับ กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง หลายครั้ง ผลปรากฏว่าชาวบ้านได้อาศัยทำกินมาก่อนที่รัฐได้ประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขต ป่าสงวนและก่อนที่ ออป. ได้เข้าทำการปลูกป่า จนเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาทและสู่หมาย บังคับคดี ซึ่งจะมีผลในวันที่ ๒๗ สิงหาคมนี้ครับท่านประธาน แม้ผลการพิสูจน์สิทธิแล้วก็ตาม กระผมเห็นว่าการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเดียวนะครับ โดยไม่ได้ใช้มาตรการ ทางนโยบายควบคู่กันจะทำให้เกิดปัญหาไม่สิ้นสุด และละเมิดสิทธิที่ทำกินของประชาชน เรื่อยไป จึงมีข้อเสนอดังนี้ครับท่านประธาน

รัฐไม่ควรใช้มาตรการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาเพียงอย่างเดียว ควรใช้ มาตรการทางนโยบายในการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเป็นหลัก ให้ผู้มีอำนาจสั่งการ เพื่อชะลอการบังคับคดีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ดังกล่าวออกไป โดยเร่งด่วน และให้ คณะรัฐมนตรีเร่งพิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน โดยชุมชนโดยเร่งด่วน

สุดท้ายผมจะมอบหนังสือของชาวบ้านพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ผ่านท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาต่อไป ขอบคุณ มากครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธาน ๔ เรื่อง ดังนี้

เรื่องที่ ๑ ขยายถนน ๔ เลน ถนนสาย สค. ๓๐๑๑ สายแยกทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๓๗๕ บ้านกระทุ่มแบน เริ่มจากสามแยกไฟแดงหลักสามผ่านสี่แยกไฟแดง สวนส้มไปเชื่อมอำเภอกระทุ่มแบน เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด

เรื่องที่ ๒ ยกระดับผิวจราจรและวางท่อระบายน้ำ ถนน สค. ๕๐๒๔ สายแยก ทางหลวงชนบท สค. ๓๐๐๒ บ้านบางยาง เกษตรพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐานทาง และคุณภาพชีวิตของประชาชน

เรื่องที่ ๓ การแก้ปัญหาน้ำท่วมชุมชนบางกระเจ้า โดยการสร้างเขื่อน ป้องกันน้ำท่วม เริ่มจากบริเวณคลองบางกระเจ้าเก่าถึงคลองบางกระเจ้าใหม่ ซึ่งในช่วง เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมของทุกปีจะมีปัญหาจากน้ำในคลองสุนัขหอนที่เชื่อมต่อกับ แม่น้ำท่าจีนจะเอ่อล้นท่วมชุมชนบางกระเจ้าหลายร้อยหลังคาเรือน ท่วมลานวัด และท่วม ไปถึงในโบสถ์ ระดับน้ำสูงถึง ๓๐ เซนติเมตร ทางชุมชนจึงมีความต้องการจะให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองช่วยพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ

เรื่องที่ ๔ ปัญหาเรื่องคลองตื้นเขินมีวัชพืช ผักตบชวา กีดขวางทางน้ำ ที่คลองท่าแร้ง หมู่ที่ ๖ ตำบลอำแพงเชื่อมหมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านเกาะ ซึ่งดิฉันได้รับเรื่อง ร้องทุกข์จากประชาชนผู้ที่ไม่ได้รับความสะดวกจากการใช้น้ำเพื่อการเกษตร เบื้องต้น ได้ประสานกับนายสมาน ชุ่มเพี้ยน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอำแพง ซึ่งแจ้งว่าได้ขอ ความอนุเคราะห์ไปยังฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๒ ตำบลบางยาง เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๐ แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กรมโยธาธิการและผังเมือง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๒ ตำบลบางยางว่า ทางหน่วยงาน มีแผนงานที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนหรือไม่อย่างไร ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องนำมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรกเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลระเวียง อำเภอโนนนารายณ์ ในเรื่องของประปาหมู่บ้าน ณ ปัจจุบันนี้ประปาหมู่บ้านของบ้านระเวียง หมู่ที่ ๒ บ้านระเวียง หมู่ที่ ๑๑ ชำรุดเสียหายเนื่องจากก่อสร้างมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตัวกรองน้ำไม่สามารถ กรองน้ำได้นะครับ น้ำขุ่นและมีกลิ่น จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดสรรหางบประมาณในการก่อสร้างประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดใหญ่ เพื่อสร้างให้ ครอบคลุมทั้งหมด ๔ หมู่บ้าน ไปถึงบ้านนกเค้าและบ้านโนนน้อย

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลบัวโคก อำเภอท่าตูม ตำบลนี้ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านแล้วก็เกิดภัยแล้งทุกปี ก็อยากจะให้แก้ไขปัญหาระยะยาว ในการขุดลอกหนองแต้ บ้านซองแมว และหนองโสมน บ้านโสมน เพื่อให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ ในการอุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตร โดยบ้านที่จะได้รับประโยชน์ด้วยก็คือบ้านซองแมว บ้านกะเตียว บ้านอาเยาะ และบ้านโสมนอีก ๒ หมู่บ้าน จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึง กรมชลประทานในการแก้ปัญหานี้ครับ

เรื่องสุดท้ายเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลหนองเทพ อำเภอโนนนารายณ์ เส้นทางจากบ้านหนองเทพไปบ้านนายม ระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ปัจจุบันนี้เป็นถนนดินเดิม ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนมาก ถนนเส้นนี้เป็นการเชื่อม ระหว่างตำบล จากตำบลหนองเทพ อำเภอโนนนารายณ์ ไปถึงตำบลแคน อำเภอสนม จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาถนนเส้นนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางพรรณศิริ กุลนาถสิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอเพื่อเร่งรัดโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำแก้มลิงบึงใหญ่ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เนื่องด้วยจังหวัดสุโขทัยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แล้วก็ภัยแล้งอย่างต่อเนื่องตลอดมา ผลกระทบต่อเกษตรกรรมและในเรื่องของการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ในการนี้ผู้นำ ท้องถิ่น ท้องที่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำมีความเห็นว่าจะได้ฟื้นฟูแหล่งน้ำแก้มลิง บึงใหญ่ที่มีอยู่แล้ว เพื่อการพัฒนาให้สามารถจุน้ำได้เพิ่มขึ้นในพื้นที่จำนวนเพิ่มเติมโดยรวม ๒,๕๐๐ ไร่ และพัฒนาพื้นที่โดยรอบ ๕๐๐ ไร่ ในการนี้สำนักทรัพยากรน้ำ ภาค ๙ จังหวัด พิษณุโลก ได้บรรจุโครงการนี้เข้าในแผนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยงบประมาณ ๓๗๙ ล้านบาท ทั้งนี้ถ้าดำเนินการแล้วเสร็จจะเก็บน้ำได้ถึง ๑๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่มีเพียง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ในการนี้จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนถึง ๖,๕๐๐ ครัวเรือน และครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรม จำนวน ๔๓,๐๐๐ ไร่ ในพื้นที่ ๒ อำเภอ นั่นก็คืออำเภอเมือง ในตำบลบ้านสวน แล้วก็ตำบลด่านเตี้ยในอำเภอกงไกรลาศ ที่ตำบลไกรใน และในส่วนของ ตำบลป่าแฝก อีกทั้งยังส่งผลถึงการท่องเที่ยวและเป็นพื้นที่สาธารณะอเนกประสงค์ ต่อประชาชนในจังหวัดสุโขทัยแล้วก็จังหวัดใกล้เคียง จึงขอนำเรียนท่านประธานเพื่อเร่งรัดไป ยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดำเนินการโดยเร็วค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ครับ

นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีเรื่องมาขอหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ เรื่องของถนนอยู่ ๒ สายทาง ดังนี้นะครับ

สายทางที่ ๑ ถนนสายบ้านคุ้มกลาง ตำบลหัวขวางไปยังบ้านโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอโกสุมพิสัย ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ถนนมีสภาพชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ สาเหตุเกิดจากถนนมีระดับที่ต่ำ น้ำสามารถท่วมถึง ในฤดูฝนที่มีน้ำหลาก น้ำจากแม่น้ำชีจะไหลเข้าท่วมเอ่อล้นไปยังอีกฟากหนึ่งของถนน ทำให้น้ำท่วมเรือกสวนไร่นา ของพี่น้องประชาชนชาวบ้านเป็นประจำทุกปี ดังนั้นถนนสายนี้จะอยู่ในความดูแลของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งผมเข้าใจว่างบประมาณอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงอยากจะขอ กราบเรียนฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยจัดสรร งบประมาณในการที่จะยกผิวจราจรให้สูงขึ้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะช่วงตอนของบ้านคุ้มกลางไปบ้านศรีสุข ซึ่งน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี

สายทางที่ ๒ เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน บ้านหัวหนองไปบ้านเหล่าตามา ไปบ้านศรีโพธิ์ทอง ตำบลโนนแดง อำเภอบรบือ ระยะทาง ๙ กิโลเมตร ถนนมีสภาพเป็น ลูกรัง ซึ่งพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาลำบากมาก อยู่ในความดูแลขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเช่นเดียวกัน จึงอยากจะของบประมาณจากทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้ช่วยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างถนนลาดยางเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ ประเด็นหารือในวันนี้เป็นกลุ่มชาวบ้านได้ถามถึงการเป็นตัวแทน ของประชาชนในสภาที่ปรึกษาการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มาจาก การเลือกกันเองของประชาชนตาม พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่รู้จักกันดีในนามของ พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ ซึ่งได้หยุดชะงักไปตั้งแต่ คสช. ยึดอำนาจ ในปี ๒๕๕๗ และต่อมาได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ ยุบเลิกสภาที่ปรึกษาการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น คณะกรรมการที่ปรึกษา เปลี่ยนชื่อไม่เป็นอะไรค่ะ แต่จากเดิมตามมาตรา ๑๙ ของ พ.ร.บ. ดังกล่าวได้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษา มีสมาชิกไม่เกิน ๔๙ คน ซึ่งมาจากการเลือกกันเอง ของประชาชนแต่ละกลุ่ม ๔๔ คน มีกลุ่มตัวแทนของสตรีด้วย และมีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกิน ๕ คน ก็เปลี่ยนเป็นจำนวนคณะกรรมการไม่เกิน ๖๐ คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งพิจารณาโดยคณะกรรมการจาก กอ.รมน. และ ศอ.บต. ไม่เกิน ๔๕ คน และจากผู้ว่าราชการจังหวัดเลือกแล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิด้วย ฉะนั้นอดีตสภาที่ปรึกษา ที่เคยเป็นที่รวบรวมความหลากหลายทางความคิด การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เลือก กันเองและยึดโยงกับพื้นที่ได้หายไปค่ะ ท่านประธานสภาที่เคารพคะ เพื่อที่ไม่ให้เกิด ความซ้ำซ้อนและขัดกันระหว่างตัวบทกฎหมายหลัก พ.ร.บ. ศอ.บต. ๒๕๕๓ จึงเห็นสมควร ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ๓ ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรายละเอียด คำสั่ง คสช. ต้องขออนุญาตนำเรียนเป็นเอกสารผ่านท่านประธานรัฐสภา เพื่อที่จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ครับ

นายเอกการ ซื่อทรงธรรม แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๒ ประเด็นครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประเด็นแรก ในพื้นที่ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ทางแขวงทางหลวง ชนบทแพร่ได้มีหนังสือถึงอุทยานแห่งชาติลุ่มน้ำยม เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๑ เพื่อขออนุญาต โครงการก่อสร้างสะพาน คสล. ข้ามแม่น้ำยม บริเวณหมู่ที่ ๙ บ้านดอนชัยสักทอง ตำบลสะเอียบ พื้นที่นี้เป็นจุดเชื่อมต่อของราษฎรบ้านแม่พร้าว หมู่ที่ ๙ และราษฎรหมู่ที่ ๑ ตำบลสะเอียบ ปัจจุบันเป็นสะพานเหล็ก ทางเดินเดียวชั่วคราว ราษฎรไม่สามารถสัญจรไปมาได้ในช่วงที่ น้ำขึ้น เกิดความเดือดร้อนและอันตรายอย่างมากครับ ทาง อบต. สะเอียบได้นำเสนอ โครงการนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ จึงขอการอนุมัติจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาจัดการแก้ไข และปัญหานี้ในหลายพื้นที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาแหล่งน้ำครับ ประชาชนในพื้นที่ขอให้เร่งดำเนินการ ก่อสร้างสถานที่กักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน เพื่อใช้ในการเกษตรในช่วงฤดูแล้งครับ เช่น โครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่คำมี ตำบลห้วยโรง อำเภอร้องกวาง อ่างเก็บน้ำห้วยเดื่อ ตำบลวังธง อ่างเก็บน้ำห้วยหิน ตำบลวังหลวง อ่างเก็บน้ำห้วยรากไม้ ตำบลวังหงส์ แหล่งกักเก็บน้ำ ตำบลทุ่งโฮ้ง ฝายนากุ่ง ตำบลสวนเขื่อน โครงการดังกล่าวทางชุมชนได้ทำหนังสือ ตามขั้นตอนแต่กระบวนการใช้เวลาพิจารณาประมาณ ๓-๔ ปี ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ให้ประชาชนได้ จึงขอฝากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดูแลแก้ไขให้ด้วยนะครับ คนจังหวัดแพร่เดือดร้อนครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ครับ

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตบางซื่อ ดุสิต แขวงถนนนครชัยศรี กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ในประเด็นความปลอดภัยของผู้หญิงนะคะ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน

ส่วนแรก ในส่วนของการป้องกันระบบสาธารณูปโภคเรื่องไฟฟ้าค่ะท่านประธาน กรุงเทพมหานครเมืองสว่าง แต่ไฟฟ้าของเขตดุสิตของดิฉันโดนฟ้องเข้ามาเยอะแยะมากมาย จากพี่น้องประชาชน ดิฉันขออนุญาตแสดงภาพเพื่อความชัดเจน ๑๐ จุด ได้แก่ ชุมชน วัดประชา ๑ ชุมชนแฟลตสิริสาสน์ ชุมชนศรีย่าน ซอย ๓ ซอยร่วมจิตต์ ๓ ชุมชนตรอกต้นโพธิ์ ชุมชนพิชัย และชุมชนสันติสุข จึงอยากจะฝากท่านประธานเร่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานแก้ไขให้เกิดความสว่าง ไม่มีปัญหาเรื่องที่มืดที่เปลี่ยว

ในส่วนที่ ๒ เรื่องการปราบปราม จากสถิติในเขตพื้นที่บางซื่อ เขตดุสิต ของดิฉัน คดีอาญาที่เกิดจากยาเสพติดมีมากถึง ๖๒ เปอร์เซ็นต์ คดียาเสพติดนับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๑ มีจำนวนทั้งสิ้น ๒,๖๔๑ คน ทำให้พี่น้องประชาชนในเขตมีความกังวลมาก เพราะมีจำนวนมากขึ้น พอไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ในกระบวนการการจับกุม มีปัญหาค่ะ จึงอยากจะเรียนแจ้งท่านประธาน โดยเรื่องที่ ๑ คือเรื่องของเครื่องมือการตรวจจับ ยาเคค่ะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าทาง ป.ป.ส. มีเครื่องมือตรวจจับยาเคไม่เพียงพอ

ในส่วนที่ ๓ คือเรื่องกฎหมายกำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญต้องยืนยันว่าคนนี้ ในขณะที่จับกุมมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายถึงจะดำเนินการได้ ปัญหาเกิดตรงที่ว่าศูนย์บริการ สาธารณสุขปิดช่วงเย็น แต่ว่าการจับกุมเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน จึงอยากฝากท่านประธาน แจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขออภัย อ่านนามสกุลผิดครับ ต่อไป นายอนาวิล รัตนสถาพร ผมเรียนล่วงหน้าไว้เลย หลังจาก ท่านอนาวิลแล้วพรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะมี นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นายประเสริฐ บุญเรือง ๕ ท่าน ขอเชิญเลยครับ

นายอนาวิล รัตนสถาพร ปทุมธานี

ขอโทษท่านประธานด้วยครับ พอดีผมไม่ได้ยินท่านประธานพูดเลยครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนาวิล รัตนสถาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง สั้น ๆ วันนี้เลยครับ

เรื่องที่ ๑ เป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำประปาเพื่ออุปโภค บริโภค เนื่องจาก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีผู้อาศัยและได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากกว่า ๙,๐๐๐ หลัง แล้วมีประชาชนประมาณหลายหมื่นคนที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากน้ำประปา ระบบสาธารณูปโภคนี้ไม่ไหลเลย ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง ไหลน้อย ประชาชนที่อยู่อาศัย ไม่สามารถที่จะอาบน้ำ ซักผ้าทำอะไรได้เลย ยิ่งเป็นวันหยุด วันเสาร์ วันอาทิตย์นี้น้ำไม่ไหล เลยครับ กระผมเองก็ได้ปรึกษาหารือกับท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิระศักดิ์ ฮาดดา ท่านก็บอกว่า ทาง อบต. เองมีงบประมาณที่จะแก้ไข แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะว่ารัฐไม่สามารถกระจายอำนาจให้ อบต. เป็นผู้แก้ไขได้ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่หน้าวัดเกิดการอุดม ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีเสาไฟฟ้าแต่ไม่มีไฟเลยครับ มืดมาก เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง อย่างไรฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ หลังจากนั้นตัวแทนของพรรคร่วมรัฐบาลจะมี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายจักรัตน์ พั้วช่วย นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี นายสฤษดิ์ บุตรเนียร นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ขอเชิญ นางสาววชิราภรณ์ ครับ

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากพนังกั้นน้ำในริมคลองตาลของทั้ง ๒ ฟาก ถนนเกิดการชำรุดเสียหายที่ตั้งอยู่ในหมู่ที่ ๒ ตำบลเวียงสระ แล้วก็ตั้งอยู่ในหมู่ที่ ๑๓ ตำบลบ้านส้อง พนังกั้นน้ำเกิดการทรุดตัว ถนนเกิดการแตกแยก การสัญจรไปมาเป็นไป ด้วยความยากลำบาก แล้วก็ที่สำคัญถนนเส้นนี้ใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงขนส่ง สินค้าพืชผลทางการเกษตร จึงขอความกรุณาท่านประธานช่วยฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้ามาช่วยเหลือ แล้วก็แก้ไขซ่อมแซม ถนนดังกล่าว

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับราคายางแล้วก็ราคาปาล์ม ชาวสวนยาง และชาวสวนปาล์มจังหวัดสุราษฎร์ธานีฝากมาบอกรัฐบาลว่า รู้สึกดีใจมากที่ท่าน รองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ได้เห็นข่าวแล้วก็ฝากมาบอกว่า ขอบคุณว่าท่านได้ทำนโยบายประกันรายได้ของปาล์มอยู่ที่กิโลกรัมละ ๔ บาท และยาง อยู่ที่กิโลกรัมละ ๖๐ บาท แล้วก็ยังมีการประกันรายได้ข้าวอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ก็อยากฝากว่าให้เร่งดำเนินการด้วย เพราะว่าราคาตกต่ำมาเป็นเวลานานแล้ว แล้วก็อยากให้รัฐบาลมีการแถลงข่าวมาเป็นระยะ ๆ เพื่อที่ว่าพี่น้องชาวสวนจะได้มีกำลังใจ แล้วก็สู้ชีวิตต่อไป กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ครับ

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเรียนปรึกษาหารือความเดือดร้อนของประชาชนเขต ๑ จังหวัดชัยภูมิ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ปัญหาน้ำสำหรับอุปโภคไม่มีคุณภาพ เนื่องจากขาดระบบประปา ปรับปรุงคุณภาพน้ำของประชาชน หมู่ที่ ๖ บ้านกุดเวียน ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ส่งผลให้ประชาชนหลายครอบครัวเจ็บป่วยด้วยโรคทางเดินอาหาร จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างระบบประปา ผิวดินขนาดกลาง และนอกจากนี้ยังขาดแคลนน้ำสำหรับการทำการเกษตร เนื่องจาก เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชำรุด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาสนับสนุน งบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านกุดเวียน หมู่ที่ ๖ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

เรื่องที่ ๒ ปัญหาเส้นทางสัญจรชำรุด เป็นหลุมเป็นแอ่งและยังไม่มีไฟฟ้า และน้ำประปาของประชาชนคุ้มโนนป่าช้า โนนหินแห่ หลังยุทธนาแมนชั่น บ้านห้วยชัน หมู่ที่ ๒ ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ส่งผลให้ประชาชนกว่า ๓๐ หลังคาเรือน ไม่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ รวมทั้งยังเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน และในยามค่ำคืน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับปรุงถนนลูกรังให้เป็นถนนลาดยาง หรือถนนคอนกรีต และติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ปัญหาขาดแคลนน้ำใช้อย่างรุนแรงของประชาชนตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากเกิดภัยแล้ง โดยเฉพาะบ้านท่าหินโงม บ้านแจ้งเจริญ บ้านวังน้ำเขียว บ้านใหม่บัวงาม ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงไม่มีน้ำใช้นะครับ ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมอบงบประมาณในการไปขุดลอกคลองโดน ซึ่งมีพื้นที่เกือบ ๑๐ ไร่ เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแห้งแล้ง ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในนามของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดสุรินทร์ ในนามพี่น้องประชาชนคนจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ฝากมากราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ท่านได้กรุณาให้ความสนใจไปดูแลแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่บรรดาพี่น้องทั้ง ๒ จังหวัด เนื่องจากประสบกับภาวะฝนแล้งและขาดแคลนน้ำ ก่อนหน้าที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะได้กรุณาไปตรวจราชการ ก็ได้รับความกรุณาจาก ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ได้ไปดูแลเป็นเบื้องต้น รวมไปถึง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี แล้วก็ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านก็ได้ให้ความสนใจไปดูแลแก้ไขบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องเป็นเบื้องต้น สิ่งหนึ่งที่เราหวังไว้ หลังจากวันที่ ๑๙ ท่านนายกรัฐมนตรีไป เมื่อวานวันที่ ๓๐ ขณะเดินทางมาประชุมเขาบอกว่า จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ฝนตกแล้ว ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่สิ่งที่ชาวบ้าน อยากฝากไว้คือการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ทำอย่างไรจะสามารถขยายการกักเก็บแหล่งน้ำ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เอาไว้ ก็ขออนุญาตฝากติดตามทวงถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลแก้ไข เพื่อให้การแก้ไข ปัญหาความแห้งแล้งการขาดแคลนน้ำได้เป็นไปอย่างถาวร ขอบพระคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนในชนบทมาหารือ ท่านประธานพร้อมทั้งส่งเอกสารยังหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องใหญ่ ๆ

เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับถนนในการสัญจรไปมา ถนน ๓ สาย เริ่มต้นจาก สายเชื่อมระหว่างถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๔ ไปยังบ้านดอนเขียว บ้านหนองยาว ไปสิ้นสุดที่ถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ๒๐๓๓ เป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ ได้รับความเดือดร้อนมากดังภาพที่ปรากฏนะครับ สายที่ ๒ เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนน ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๔ จุดเริ่มต้นที่บ้านสันติสุข ตำบลภูเงิน ผ่านไปยังบ้านตายู ไปสิ้นสุดที่บ้านกระหวัน ตำบลเสื่องข้าว มีระยะทาง ๘ กิโลเมตร สายที่ ๓ เป็นถนนที่เชื่อม ระหว่างถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๑ เริ่มต้นที่บ้านภูเงิน ตำบลภูเงิน ผ่านไปยัง บ้านบูรพา บ้านทางโค้ง ไปสิ้นสุดที่บ้านท่าพระ ระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสะพานข้ามห้วยชะลัง ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสะพานแห่งนี้ได้ร้องทุกข์ไปยังจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ นั้นได้ร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม จนกระทั่งปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๒ ยังไม่ได้รับการดูแล เพราะฉะนั้นก็ฝากกระทรวงมหาดไทย

เรื่องสุดท้าย คือเรื่องไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร ซึ่งขณะนี้พี่น้อง ในอำเภอพยุห์ ตำบลตำแย พี่น้องในเขตอำเภอไพรบึง พี่น้องในเขตอำเภอศรีรัตนะ ได้รับความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร จึงถือโอกาสนี้เรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย และผมจะนำส่งเอกสารให้กับท่านประธานเพื่อให้ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายจักรัตน์ พั้วช่วย ครับ

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขตอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า น้ำหนาว ส.ส. คนไทหล่มครับ วันนี้ขอหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ใบยาสูบอีกครั้งแต่ว่าคราวนี้เป็นใบยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์นะครับ ซึ่งปลูกมากที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดสุโขทัย ทุก ๆ ปี โรงงานยาสูบจะเป็นคนกำหนด โควตาให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ได้ปลูก และโรงงานยาสูบก็จะรับซื้อในราคาประกัน อย่างเช่นในปี ๒๕๖๐ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับโควตา ๕,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ซึ่งที่ผ่าน ๆ มา ทุก ๆ ปีโควตาก็จะใกล้เคียงกัน แต่เมื่อปีที่แล้วคือปี ๒๕๖๑ จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกลดโควตาลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ คือเหลือ ๒.๕ ล้านกิโลกรัม ซึ่งเกิดผลกระทบกับเกษตรกรเพราะว่ารายได้ ลดลงกว่าครึ่งนะครับ โดยที่โรงงานยาสูบให้เหตุผลว่าบุหรี่ไทยยอดขายตกมาก ถูกบุหรี่ต่างประเทศตีตลาด ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมสรรพสามิต แล้วก็โรงงานยาสูบว่า ท่านต้องกลับไปทบทวนอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ในปัจจุบัน และท่านควรหาตลาดต่างประเทศเพิ่ม แล้วก็ไม่ควรปัดภาระให้กับเกษตรกร เพราะว่าเกษตรกรไม่ได้มีความผิดอะไรนะครับ ส่วนข้อเรียกร้องในปีนี้ ปี ๒๕๖๒ ขอให้โรงงานยาสูบคืนโควตาให้เท่าเดิมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วก็จังหวัดสุโขทัยครับ ไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม

ส่วนอีกเรื่องท่านประธานครับ ผมเคยหารือถึงปัญหาภาษียาเส้นที่ขึ้น อย่างก้าวกระโดดจนเกิดผลกระทบ ผมทราบมาว่าในขณะนี้ทางกรมสรรพสามิตกำลัง ทบทวนลดอัตราภาษียาเส้นนี้อยู่นะครับ เกษตรกรกำลังรอฟังข่าวดีอยู่ เพราะว่าในเดือนหน้า ก็จะถึงฤดูกาลผลิตรอบใหม่แล้ว ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ครับ

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ขอปรึกษาหารือท่านประธานในต่อไปนี้

๒. ผมขอความร่วมมือผ่านทางท่านประธานไปยังบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ขยายถนน ถนนฉะเชิงเทรา-สุวินทวงศ์ ถนนหมายเลข ๓๐๔ ในปัจจุบันกำลังก่อสร้าง พ่อแม่ พี่น้องได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และยังเกิดปัญหารถติด ให้ทางบริษัทช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่พี่น้องมากขึ้นครับ

๓. เขื่อนกันตลิ่งพังริมแม่น้ำบางประกงในวัดไชยภูมิธารามหรือวัดท่าอิฐ ได้รับความเสียหายและยังไม่ได้รับการซ่อมแซม เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับพ่อแม่พี่น้อง เนื่องจากมีตลาดชุมชนนวัตวิถีตั้งอยู่บนเขื่อน ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขด้วยครับ

๔. ข้างตลาดสุวินทวงศ์มีถนนเชื่อมระหว่างตลาด ๒ ตลาด เชื่อมระหว่าง ๒ ตำบล ถนนตรงแยกสุวินทวงศ์ตรงตลาดสุวินทวงศ์ได้รับความเสียหาย หลายเดือนแล้ว หลายปีแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข ขอหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ครับ

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอยู่ ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ

เรื่องแรก กระผมได้รับการร้องเรียนจากนายพิพัฒน์ คุ้มสุวรรณ และนายโกมินทร์ โอมี ตัวแทนชาวบ้านกรูดทั้ง ๑๐ หมู่บ้าน ในอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๑๐ เส้นทางตั้งแต่ทางเข้า ถนนเซาท์เทิร์น (Southern) ไปจนถึงสามแยกตลาดบ้านกรูด รวมระยะทางกว่า ๗ กิโลเมตร ไม่มีไฟส่องทางครับท่านประธาน ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง และขอขยายถนนดังกล่าว เป็นถนน ๔ เลน เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาอย่างสะดวกและปลอดภัย จึงขอนำเรียนท่านประธานได้มีหนังสือไปยังแขวงทางหลวงเขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการ สร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างเทศบาลเมืองดอนสัก อบต. ดอนสัก อบต. ชลคราม และสร้าง สะพานข้ามคลองปากดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โครงการดังกล่าวได้ผ่าน ความเห็นชอบจากชาวบ้านในพื้นที่ เทศบาล อำเภอ และจังหวัด ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๔๘ และจังหวัดได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมทางหลวงชนบทเพื่อขอรับ งบประมาณแล้ว จากการที่กระผมได้ติดตามโครงการดังกล่าวและได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กรมทางหลวงชนบทและหัวหน้าสถานีป่าชายเลนที่ ๑๔ ทั้งนี้เพื่อศึกษาทบทวนโครงการ พบว่า หากมีการดำเนินโครงการดังกล่าวจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตำบลดอนสักที่อาศัยริมฝั่งคลองกว่า ๕๐๐ ครัวเรือน หรือเกือบประมาณ ๒๐๐๐ คน ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงที่ต้องสัญจรขนส่งโดยทางเรือเป็นหลัก เนื่องจากไม่มีถนน เชื่อมต่อบนพื้นฝั่ง ซึ่งตรงนี้จะสามารถสร้างความเจริญ สร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ของประชาชน จึงขอนำเรียนท่านประธานได้มีหนังสือไปยังอธิบดีกรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ครับ หมวด ๓ มาตรา ๒๗ บางส่วนของมาตรา ๒๗ นั้นคือการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ต่อบุคคล ด้วยความแตกต่าง หมายถึงเรื่องเพศจะกระทำมิได้ เพราะเด็กต้องการแสดงออก ในความเป็นตัวตน ไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่อาชญากรรม นั่นคือสิ่งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก และประชาชน จึงไม่น่าจะกำหนดกฎเกณฑ์ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อจำกัดสิทธิในส่วนนี้ เพราะจะยิ่ง ทำให้สังคมนั้นมองผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นคนที่แปลกแยก

ส่วนเรื่องที่ ๒ ท่านประธาน อยากจะหารือกับกระทรวงสาธารณสุขค่ะ จากกรณีผู้ป่วยซึ่งเป็นคนข้ามเพศนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต และถูกผู้รับจ้างเฝ้าไข้นั้นลวนลาม ทางโรงพยาบาลและคนไข้ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว และจากการที่ขอให้มีการแก้ไขรับรองสิทธิข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วยที่มีมานานตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ให้คำนึงถึงสิทธิและเพศสภาพของผู้ป่วยด้วย ขอบคุณค่ะท่านประธาน

ขอบคุณครับ ต่อไป นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของปัญหาแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อผลิตน้ำประปา ของโรงพยาบาลกบินทร์บุรี สืบเนื่องมาจากตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ โรงพยาบาลกบินทร์บุรีเป็น โรงพยาบาลขนาด ๖๐ เตียง แต่จากนั้นมาปี ๒๕๔๘ ก็เพิ่มเป็น ๑๘๐ เตียง ในปี ๒๕๖๐ เพิ่มเป็น ๒๕๐ เตียง เนื่องจากอำเภอกบินทร์บุรีเป็นอำเภอขนาดใหญ่มีอุตสาหกรรม ถึง ๓ แห่ง มีประชากร ๑๕๐,๐๐๐ คน มีผู้มาใช้บริการภายนอกถึงวันละ ๑,๒๐๐ คน คนไข้ แอดมิต (Admit) ประมาณโดยเฉลี่ยคนไข้ใหม่ ๖๐ คน มีอัตราการใช้บริการถึงเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ท่านนายแพทย์โชคชัย มานะดี ได้ปรึกษาหารือในเรื่องความเดือดร้อนของการขาดแคลนน้ำ ซึ่งต้องจ่าย ค่าน้ำประปาถึงเดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็มีบริษัทศุภผล กบินทร์บุรี ได้บริจาคที่ดิน บ่อลูกรังเก่าขนาด ๓๐ ไร่ที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล ซึ่งสามารถจุน้ำได้ถึง ๖๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ให้เป็นแหล่งผลิตน้ำดิบ ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายจากเดือนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เหลือเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ปัญหาต่อมาในปี ๒๕๕๕ น้ำที่ใช้อยู่ในแหล่งน้ำนั้นก็ขาดแคลนสามารถ ใช้ได้เพียง ๖ เดือน อีก ๖ เดือน คือเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคมนั้นน้ำก็ขาดแคลน ดังนั้นสิ่งที่ต้องการคือ ขอกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพได้โปรดอนุเคราะห์ ขอกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โปรดช่วยอย่างเร่งรัด เรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ได้ของบประมาณจัดสรรขุดลอก ขยายให้กว้าง ให้ลึก เพื่อให้กักเก็บน้ำในฤดูฝนไว้ใช้ได้ตลอดปี อีกทั้งได้โปรดขอโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบ น้ำประปาของโรงพยาบาลกบินทร์บุรี พร้อมระบบกระจายน้ำ ในเรื่องนี้กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับเรื่องไว้แล้วครับ ขอกราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายประเสริฐ บุญเรือง หลังจากนั้นผมเรียนทางพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก ๕ ท่าน นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายนิยม ช่างพินิจ นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ขอเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพครับท่านประธาน มีเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องราษฎร บ้านโนนสวรรค์ ชุมชนปากทางแยกบ้านหนองห้าง และชุมชนปากทางแยกบ้านดอนอุมรัว ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า เส้นทางจากอำเภอกุฉินารายณ์ ไปยังจังหวัดมุกดาหารตามหมายเลขที่ ๑๒ ช่วงที่เป็นคอขวดเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จากคำร้องเรียนที่พี่น้องได้แจ้งมาเกิดจากสาเหตุอันที่ ๑ จากเขตเทศบาลเข้ามาถึงชุมชน ของเขามันจะเป็นรูปลักษณะคอขวด

อันที่ ๒ ก็คือไฟฟ้าของกรมทางหลวงติด ๆ ดับ ๆ อยู่ครับ ช่วงเวลากลางคืน อันตรายมากท่านประธาน เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้วทำให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิต ช่วงในเดือนก่อน ๆ ก็ ๒-๓ ราย

อันที่ ๓ สิ่งที่เรียกร้องก็คือเรื่องป้ายจราจรขอให้ติดตั้งอย่างชัดเจน ขอแจ้ง ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงไปดำเนินการปฏิบัติอย่างเร่งด่วนนะครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ กลุ่มจังหวัด กลุ่มด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอห้วยผึ้ง อำเภอนาคู อำเภอเขาวง และอำเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งได้รับ การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งผลิตข้าวเหนียวอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งมีชื่อว่าเป็นข้าวเหนียวเขาวง ในพื้นที่ของอำเภอเขาวง ซึ่งเป็นแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่เรียกว่า จีไอ (GI) นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ประสบปัญหาอย่างรุนแรง เพราะว่า ณ ปัจจุบันนี้อ่างเก็บน้ำอะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณ ๓-๔ อำเภอนี้แห้งขอดไปเลยทุกอำเภอนะครับ ซึ่งปรากฏว่าตอนที่ผมมา ประชุมสภา ๒ วันนี้ ท่านนายอำเภอทั้ง ๒-๓ อำเภอได้แจ้งเข้ามาแล้วบอกว่า พื้นที่นา พอแก้ปัญหาไปได้ แต่ว่าพื้นที่ที่เป็นอ่างเก็บน้ำก็อยากให้เติมโดยการทำฝนเทียมครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ หลังจากนั้นก็จะเป็นนายวุฒิพงษ์ นามบุตร นายจีรเดช ศรีวิราช นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ นายอนุชา น้อยวงศ์ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ขอเชิญนางสาวไพลินครับ

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ ดิฉัน ไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ ในนามพรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันเองมีข้อหารือกับ ท่านประธานทั้งหมดด้วยกัน ๒ เรื่องนะคะ

เรื่องแรก ในเรื่องเกี่ยวกับถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๐๓ นะคะ บริเวณตั้งแต่สามแยกพระสมุทรเจดีย์ไปถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า ถนนเส้นนี้มีประชาชนที่ใช้ ถนนเป็นพื้นที่หลักเพราะมีหน่วยงานราชการอยู่ในพื้นที่นี้ก็คือ ที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์ มีกรมอู่ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า และก็มีโรงเรียน ๓ โรง มี อบต. ในเขตพื้นที่ทั้งหมด ๔ อบต. พื้นที่นี้เป็นพื้นที่หลักค่ะ แต่ถนนที่ใช้ ณ ปัจจุบันมีแค่จำนวน ๒ เลน แล้วก็เจอ ปัญหาในเรื่องของน้ำทะเลหนุนสูงนะคะ ดิฉันเองก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ ขอให้มีการขยายถนนเส้นนี้แล้วก็ปรับถนนให้สูงเพื่อรองรับ ความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอำเภอพระสมุทรเจดีย์นะคะ

เรื่องที่ ๒ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ในเขตพื้นที่ดิฉันและจังหวัดสมุทรปราการ ให้ความสนใจ เพื่อที่จะเป็นเมืองที่รองรับความเจริญในอนาคตนะคะ ในจังหวัดสมุทรปราการ ของเราเป็นพื้นที่ติดต่อทางด้านฝั่งตะวันตกเราติดต่อกับ กทม. ค่ะ ในเขตพื้นที่ราษฏร์บูรณะ ดังนั้นเรามีความปรารถนาเหลือเกินค่ะ ที่เราต้องการรถไฟฟ้านะคะ ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ ผ่านมาดาวคะนอง แล้วก็มาพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพื้นที่อำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์เป็นพื้นที่ที่จะเชื่อมโยงเมือง เพื่อที่จะรองรับการเจริญเติบโต แล้วก็ลดปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่ ดิฉันเองขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะคะ คือกระทรวงคมนาคมให้เร่งการต่อขยายรถไฟฟ้า เพื่อที่จะรองรับ การเจริญเติบโตในเขตพื้นที่ ซึ่งในเขตพื้นที่ของดิฉันเองจังหวัดสมุทรปราการใน ๒ อำเภอ มีประชากรทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นเราต้องการความเจริญ เพื่อที่จะพัฒนาจังหวัด ของเราค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒ เรื่อง ดังนี้นะครับ

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๑๘ ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดิน เส้นหลักที่ผ่านเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายไปยังจังหวัดพะเยา ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม ๕ เชียง เชียงใหม่ เชียงราย เชียงรุ้ง เชียงตุง เชียงของ รวมไปถึงเดินทางข้ามไปประเทศจีน ประเทศพม่า ถนน อาร์ ๓ เอ (R3A) อาร์ ๓ บี (R3B) ซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๐ ปัจจุบันเลยกำหนดเวลามาแล้ว ๒๓๗ วัน หรือ ๗.๗ เดือน ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน ที่กำหนดไว้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ สร้างปัญหาความเดือดร้อนมากมายทั้งทางสัญจร ทางเกษตร การท่องเที่ยว อุบัติมากมายรายวัน ท่านประธานครับ รถเครื่องยนต์หรือช่วงล่างยังซ่อมได้ครับ แต่ว่าปัญหาทางสุขภาพ อุบัติเหตุ การสัญจรชีวิตประจำวันของพ่อแม่พี่น้องผมประเมินค่ามิได้ จึงขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท ไฟฟ้า ป่าไม้หรือทุกหน่วยงานทั้งรัฐ และเอกชนช่วยเร่งเยียวยาปรับปรุงให้แล้วเสร็จก่อนที่จะถึงช่วงท่องเที่ยวปลายปีที่จะถึงนี้

เรื่องที่ ๒ ไม่กล่าวไม่ได้ เรื่องวิกฤตหมอกควันของภาคเหนือ ซึ่งถือเป็น วาระใหญ่แห่งชาติที่แก้ไม่ได้มา ๑๒ ปี หากทุกท่านจำได้ต้นปีที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก เป็นระยะเวลาเกือบ ๑ เดือน ยอดขายหน้ากาก ยอดเครื่องกรอง อากาศขึ้นอันดับสูงมาก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่ายินดีอย่างไร แต่กลับเป็นภัยอันตรายมาพร้อมกับ ปัญหาโรคกลุ่มหมอกควัน นำไปสู่ทางเดินหายใจ เศรษฐกิจท่องเที่ยวซบเซาเป็นหมื่นล้าน โรคผิวหนังอักเสบ จึงขอแสดงความกังวลและห่วงใย หากเราไม่วางแผนเยียวยาป้องปราม อย่างต่อเนื่อง ปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวกลับมาแน่ครับ เพราะฉะนั้นการรณรงค์ห้ามเผา การปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรรูปแบบเชิงเดี่ยว ความร่วมมือกันระหว่างประเทศ เพื่อนบ้าน การเข้าใจวิธีแนวปลูกใหม่ไม่ใช่เรื่องของการเผาล้างแค้น เผาไล่ที่ เผาเอางบ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ต้องแสดงความชัดเจนให้ความรู้กับประชาชน ท้ายนี้ผมขออาสาเข้าไป ทำงานกับทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทุกภาคี เพื่อผลักดันทำให้จังหวัดเชียงใหม่กลับมาเป็น แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง เป็นเมืองน่าอยู่อีกครั้ง ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาขอหารือท่านประธานเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องปัญหาหนี้สินของพี่น้องชาวเกษตรกรภาคอีสานและทั่วประเทศนะครับ เมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้ว ท่านประธานครับ ผู้แทนเกษตรกรภาคอีสานหลาย ๆ จังหวัด ได้ไปพบผม ไปเสนอแนะพูดคุยและแนะนำแนวทางที่จะช่วยเหลือหนี้สินเกษตรกร แล้วก็ได้เสนอเป็นรูปเล่ม เพื่อจะให้ผมนำเสนอต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตร และสหกรณ์ และผมได้นำเสนอท่านไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็ได้รับแจ้งข่าวดี แล้วก็ได้แจ้งให้กับพี่น้องผู้แทนเกษตรกรภาคอีสานว่า เรื่องที่เขายื่นคำร้องไปนั้น ทางรัฐมนตรีได้แจ้งกลับมาโดยผ่านท่านเลขานุการรัฐมนตรีว่า เรื่องที่เขาแจ้งมานั้น ได้ดำเนินการให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัด แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟู รวมถึง การเลื่อนชะลอบังคับคดีหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูซึ่งมีอยู่หลายแสนคน ทั่วประเทศนะครับ ตรงนี้เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวเกษตรกร เพียงแต่ว่าท่านประธานครับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีมติ ได้ตกลงกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ได้ตกลง กับกรมส่งเสริมสหกรณ์เรียบร้อยในเรื่องของการชะลอหนี้สิน ในเรื่องของการเลื่อน การชำระหนี้สิน และท้ายที่สุดยังมีหน่วยงานบางหน่วยงานอาจจะเป็นเพราะยังไม่ทราบ หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุผลกลใดผมไม่ทราบนะครับ ยังมีการดำเนินการบังคับฟ้องร้อง หนี้สินเกษตรกรอยู่ หลาย ๆ เรื่องนี่คือจำนวนเกษตรกรครับ เยอะมาก มีทั้งอยู่ในศาล มีทั้งบังคับคดี มีทั้งอยู่ในกระบวนการขายทอดตลาด เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ท่านประธาน นำเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สั่งผ่านสหกรณ์การเกษตร ในพื้นที่ได้ช่วยชะลอหนี้สินการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อครั้งได้มีการอภิปรายคำแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมได้พูดถึงการรังแกกันหรือบูลลีอิง (Bullying) ที่เกิดขึ้นในบริบทของสถานศึกษา ซึ่งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่าประเทศไทยเคยมีสถิติสูงเป็นอันดับ ๒ ของโลก อย่างไรก็ตามครับ การรังแกหรือการทำร้ายกันในสถานศึกษานั้นไม่ได้เกิดขึ้น เฉพาะระหว่างเด็กด้วยกัน มีทั้งกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างครูกับเด็กเมื่อเช้าก็เป็นข่าว มีกรณี ของบุคลากรกับเด็กในโรงเรียน มีกรณีของบุคคลภายนอกที่เข้าไปละเมิดหรือการทำร้าย เด็กในโรงเรียน ผมจึงอยากเรียกทั้งหมดว่า เป็นการทำร้ายหรือการรังแกกันในบริบท ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ท่านประธานครับ การทำร้ายหรือการรังแกกันไม่เกิดขึ้น เฉพาะทางร่างกายหรือทางเพศเท่านั้น หลายครั้งการปล่อยปละละเลยหรือไม่ดูแลเด็ก การประจานต่อเด็ก ก็ถือเป็นการทำร้ายในรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกัน ถ้าท่านประธานสังเกต เมื่อเช้าก็มีกรณีของนักเรียนที่มาร้องหน้าสภาแห่งนี้ว่า เขาได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม จากโรงเรียนที่เกิดขึ้นในสังกัดของกรุงเทพมหานครครับ เรื่องเหล่านี้ทั้งหมดถ้ามีการแก้ไขกัน ในสถานศึกษาได้ย่อมเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่หลายเรื่องปรากฏเป็นข่าว ก็แน่นอนเวลาที่ปรากฏ เป็นข่าวผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาวที่สุดก็คือต่อเด็กและครอบครัวของเด็กเหล่านั้นเอง เมื่อปี ๒๕๔๔ ที่ผ่านมาครับ กระทรวงศึกษาธิการได้มีการประกาศสายด่วนการศึกษา ๑๕๗๙ ถ้าท่านประธานเคยได้ยิน สายด่วนนี้รองรับสถานการณ์หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ โรงเรียนทั้งหมดครับ แต่ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ผมกลับได้รับเรื่องร้องเรียนผ่าน พรรคอนาคตใหม่เป็นจำนวนมากว่า สายด่วน ๑๕๗๙ ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนดังเดิมครับ ด้วยเหตุผลดังที่ผมนำเรียนทั้งหมดครับ ผมจึงขออนุญาตหารือท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ๒ ประเด็นด้วยกันครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือขอให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนและเพิ่มช่องทาง ในการประชาสัมพันธ์สายด่วน ๑๕๗๙ เพื่อให้เป็นช่องทางในการรับเรื่องราวร้องเรียนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นจริง

ประเด็นที่ ๒ ทบทวนการปฏิบัติงานของสายด่วนดังกล่าวให้เกิดความเป็นธรรม เหมาะสมเป็นมิตรกับทุก ๆ ฝ่ายครับ ฝากท่านประธาน ๒ ประเด็นดังกล่าวครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายจีรเดช ศรีวิราช

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านที่เคารพ ผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. บ้านนอกลูกชาวบ้านหลานชาวนา ไม่ถนัดเล่นเกมในสภา สนใจแต่ปัญหา ตามท้องไร่ท้องนา เพราะมันคือปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อเดือนที่ผ่านมานั้นผมได้หารือถึงปัญหาภัยแล้งของจังหวัดพะเยา ขณะนี้ภัยแล้งได้หมดไป ปัญหาใหม่ก็เข้ามาแทนที่ นั่นคือปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมครับท่านประธาน วันนี้ปัญหา แล้งซ้ำซาก ท่วมซ้ำซ้อน บั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรไทยมาทุกยุค ทุกสมัย สาเหตุใหญ่ก็คือการขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำที่เพียงพอ ผมได้ติดตามท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ เพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด ทำให้ ทราบว่าต่างก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดพะเยาของผมนั้น เป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำ มีแหล่งกักเก็บน้ำที่น้อยมาก ปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีมีมากมาย ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เรามีความต้องการใช้เพียงปีละ ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่อ่างเก็บน้ำในพื้นที่มีศักยภาพในการกักเก็บเพียงแค่ ๑๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เหลืออีก ๑,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ถูกปล่อยไปท่วมบ้านเรือน เสียหายในหลายจังหวัดก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลอย่างน่าเสียดายครับท่านประธาน จังหวัดพะเยามีสถานที่เหมาะสมในการสร้างอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง แต่มีปัญหาการขอใช้พื้นที่ ที่อยู่ในเขตป่าทำให้ล่าช้าในการขออนุญาตใช้พื้นที่ เช่น อ่างห้วยโทกผา ตำบลดงสุวรรณ อ่างห้วยผาลาด ตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้ อ่างแม่เมาะ อำเภอปง อ่างห้วยขาม อำเภอเชียงม่วน เป็นต้น ก็ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โปรด ลดขั้นตอนมอบอำนาจการตัดสินใจไปให้หน่วยงานในพื้นที่ เพื่อจะให้การแก้ปัญหาได้สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ประเทศไทยของเรานั้นประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรครับ หัวใจสำคัญของการเกษตรก็คือ ดินดี น้ำดี ผลผลิตดี มีที่ขาย และได้ราคา หากแก้ปัญหาได้ ประเทศไทยไปไกลแน่นอนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายนิยม ช่างพินิจ ครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผมจะขอหารือ มีอยู่ ๔ เรื่องด้วยกันครับ

เรื่องแรก คืออยากให้ขยายช่องจราจรนะครับ เมื่อปี ๒๕๔๘ ผมได้ผลักดัน โดยเฉพาะถนน หมายเลข ๑๐๖๕ แล้วตอนนี้ก็มาถึงอำเภอบางระกำจากอำเภอเมือง แต่สิ่งที่สำคัญจากอำเภอบางระกำที่จะไปอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ยังไม่แล้วเสร็จ ก็คงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ระยะทาง เหลืออีกประมาณ ๑๘ กิโลเมตรครับ

เรื่องที่ ๒ ถนนเช่นกันครับ เส้นนี้เป็นเส้นของอำเภอเมืองที่จะไปเชื่อมกับ อำเภอบางกระทุ่ม โดยเฉพาะถนนหมายเลข ๑๐๖๓ แล้วก็ถนนหมายเลข ๑๑๑๔ ถนนเส้นสายสันติบันเทิงนะครับ สิ่งที่สำคัญที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าพื้นที่อำเภอบางระกำ และอำเภอบางกระทุ่มเป็นพื้นที่ที่เป็นภาคเกษตร โดยเฉพาะรถอ้อยมีการขนส่ง อยากจะฝาก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๓ เส้นด้วยกัน เชื่อมโยงกับถนนเส้นของอำเภอบางกระทุ่ม สายสันติบันเทิง หมายเลข ๑๑๑๔ จะไปเชื่อมกับถนนหมายเลข ๑๑ ถนนเมน (Main) ก็คงฝากไว้

เรื่องที่ ๓ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ ขอภาพเมื่อสักครู่นี้ครับ นั่นคือตลิ่ง ของแม่น้ำน่าน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของอำเภอบางกระทุ่ม โดยเฉพาะตำบลโคกสลุด ตำบลบ้านไร่ มี ๗-๘ จุดที่พัง แล้วนี่คือถนนเส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แต่ก็ยัง ไม่เท่าไรครับ ปัญหาที่ยังมีอีกคือตอนนี้จะถึงบ้านของพี่น้องประชาชนและที่อยู่อาศัย ก็นอนแบบหวาดผวาครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไว้ แล้วยังมีในพื้นที่ของอำเภอเมือง ตำบลท่าโพธิ์ ประกอบด้วย หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ โดยเฉพาะ ๓ เรื่องด้วยกันที่ผมเสนอมา

เรื่องที่ ๔ เรื่องของบางระกำโมเดล (Model) สิ่งที่ยังไม่ครบและไม่สมบูรณ์ ก็คือการยกระดับถนนให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เขาได้เสียสละทำเป็นที่พักน้ำนะครับ โดยเฉพาะตำบลชุมแสงสงคราม และตำบลท่านางงาม ก็คงฝากไว้นะครับ ยกระดับให้ครบ ขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องมารบกวนท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลความทุกข์ยาก ของชาวบ้านที่อยู่ในลุ่มน้ำลำสนธิ ลุ่มน้ำป่าสัก มี ๒ ที่นะครับ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมา เกิดความแห้งแล้งขึ้นมา ลุ่มน้ำลำสนธิ ๒ ฝั่งที่มีชาวบ้านปลูกสร้างอยู่ใกล้ลุ่มน้ำลำสนธิ ตลิ่งเกิดพังขึ้นมารอบริมน้ำเป็นแถวยาวทั้งหมด บ้านบัวชุม บ้านหนองยายโต๊ะ ตกประมาณ ๖ จุด ซึ่งเป็นจุดใหญ่ ๆ ทำให้บ้านเรือนราษฎรเกิดความเสียหาย ตู้ยามตำรวจมีรอยแตกร้าว แล้วก็ทรุดตัวลงไป ห่างจากบ้านแค่ประมาณ ตอนนี้เหลืออยู่สักประมาณ ๒-๓ เมตร จากที่มีอยู่ ประมาณ ๕๐ เมตร ๖๐ เมตร อันนี้เป็นหลายจุดนะครับ ทั้งหมดมีอยู่ ๖ จุดด้วยกันที่ลุ่มน้ำ ลำสนธิ แล้วมีอีกจุดหนึ่งคือ แม่น้ำป่าสัก ตรงบ้านท่ามะนาว ตำบลท่ามะนาว ซึ่งมีกรมเจ้าท่า เคยไปทำโครงการไว้แล้ว แล้วก็ไปขุดลอกไว้ แล้วก็ทำเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง อันนี้ทำไปแล้ว ก็ยังไม่เรียบร้อย ผ่านมา ๒ ปีแล้ว และตอนนี้พังเพิ่มเติมขึ้นไปอีกนะครับ ก็ขอให้ทางกรมเจ้าท่า หรือกรมโยธาธิการช่วยดูแลด้านนี้ให้กับชาวบ้านตำบลท่ามะนาว และตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาลแห่งนี้ เพราะว่าเกิดการทรุดตัวทำให้ฟาร์มหมูหรือว่าสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่ชาวบ้านได้ปลูกสร้างไว้พังทลายลงไปกับแม่น้ำ แล้วมีพืชผลต่าง ๆ ที่อยู่ริมน้ำก็พังไปด้วย ขอให้กรมโยธาธิการช่วยสำรวจออกแบบเพื่อทำเขื่อนป้องกันตลิ่งอันนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ครับ

นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีประเด็นสำคัญที่จะปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องครับ จากการที่ผม ฟังเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ได้หยิบยก ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนเข้าสู่สภา และยังมีอีกหลายความเดือดร้อนที่รอ การแก้ไข กระผมเห็นว่ามีหลายประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความรู้ความสามารถ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการติดต่อประสานงานกับภาครัฐ และหน่วยงานอื่น ๆ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ลดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะ มาตรา ๑๘๕ หมวด ๙ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ วรรคหนึ่ง ใจความว่า ห้ามมิให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ใช้อำนาจหน้าที่ก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและของผู้อื่น กระผมยอมรับว่า ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของตนเองแล้วนั้น สมควรจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ในทางกลับกัน ถ้าเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่นซึ่งหมายถึงประชาชนนั้นเป็นสิ่งสมควรทำ อย่างยิ่ง แต่มิให้ใช้อำนาจหน้าที่บังคับข่มขู่เจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานนอกเหนือจากกฎหมาย กำหนด กระผมขอให้รัฐบาลและฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ความชัดเจนในรัฐธรรมนูญ มาตรานี้ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม และขอให้บังคับใช้ กฎหมายไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ นายอนุชา น้อยวงศ์ ครับ

นายอนุชา น้อยวงศ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขต ๓ จังหวัดพิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ ทุกข์ยากลำบากของ พี่น้องประชาชนในเขตอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก มีอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือที่ดินที่เป็นที่ทำกินของพี่น้องประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน กว่า ๙๖ เปอร์เซ็นต์ ของอำเภอเนินมะปรางไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ดินในอำเภอวังทอง ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน กราบขอความกรุณาจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพิจารณาในเรื่อง เอกสารสิทธิดังกล่าว โดยใช้มติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เป็นที่รองรับ โดยเฉพาะ เขตตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ทางราชการโดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ประกาศเขตที่ดินเพื่อสงวนเป็นป่าชุมชน เมื่อปี ๒๕๔๓ พี่น้องประชาชนในเขตนั้น ได้ร่วมกันคัดค้านประกาศดังกล่าว จนทางจังหวัดพิษณุโลกได้ร่วมกันพิสูจน์สิทธิแล้ว จึงทราบว่า ทางกรมพัฒนาที่ดินประกาศเขตป่าชุมชนทับที่ดินของประชาชน จึงมีมติไม่สงวน ที่ดินดังกล่าว แต่เหตุการณ์ผ่านมา ๑๙ ปีแล้ว กรมที่ดินยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ให้กับพี่น้อง ประชาชนเลย

ทางออกของเรื่องนี้คือต้องดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดิน แห่งชาติ (ฉบับที่ ๙) ให้คณะกรรมการชุดใหญ่ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาไม่สงวนให้เป็นที่ป่าและให้ออกเอกสารสิทธิ ในที่ดินของประชาชนต่อไป และเช่นกันในเขตหมู่ที่ ๑ บ้านเขาสมอแคลง หมู่ที่ ๔ บ้านเสือลากหาง ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ทางราชการได้ประกาศ เขตที่สาธารณประโยชน์ทับที่ดินของประชาชน แล้วไม่ยอมพิสูจน์สิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ยอมหาขอบเขตที่ชัดเจนของประกาศดังกล่าว จึงทำให้ข้อโต้แย้งไม่มีที่ยุติ จึงขอให้ กรมที่ดินได้พิจารณาเรื่องนี้โดยเร่งด่วน กระผมได้รวบรวมเอกสารด้วยเพื่อส่งไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โดยฝากท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ ดินแดง-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตที่จะได้หารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ

เรื่องที่ ๑ เรื่องความเดือดร้อนที่บริเวณตลาดสดห้วยขวาง ในพื้นที่สำนักงาน เขตดินแดง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการเคหะแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาระบบประปาภายในตลาด ซึ่งตลาด เปิดใช้มาเป็นเวลา ๒๐ กว่าปีแล้ว ปัญหาปัจจุบันคือท่อประปามีความชำรุดทรุดโทรม รั่วไหลเป็นจำนวนมาก อีกเรื่องหนึ่งเรื่องระบบไฟฟ้าภายในตลาดเช่นกัน ใน ๒๒ ปีที่เปิดการ ใช้งานมาในขณะนี้สายไฟเริ่มชำรุดทรุดโทรม มีกระแสไฟฟ้าเริ่มช็อต (Shock) ซึ่งอาจจะ นำมาซึ่งความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของคนที่ไปใช้ตลาดห้วยขวางก็เป็นไปได้ ก็อยากจะให้หน่วยงานได้เข้าไปดำเนินการรีบในการแก้ไข

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัย ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันพี่น้องเหล่านั้น ได้มีทะเบียนบ้านชั่วคราว แต่ไม่สามารถที่จะไปขอใช้น้ำ และขอใช้ไฟฟ้าเป็นของตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่องไฟจะต้องไปขอพ่วงจากคนที่มีการไฟฟ้ามาติดตั้งมิเตอร์ (Meter) ก็จะทำให้ เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร แล้วก็เกิดอัคคีภัยในชุมชนต่าง ๆ เหล่านั้นได้ โดยเฉพาะ ที่ชุมชนโรงปูนฝั่งเหนือ ชุมชนโรงปูนฝั่งใต้ และชุมชนเพชรพระราม ๓ ชุมชนนี้ก็ประมาณ ๗๐๐ หลังคาเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นของตัวเอง ก็อยากจะให้การรถไฟอนุญาตให้พี่น้อง ชาวบ้านเหล่านั้นสามารถที่จะขอไฟฟ้าเป็นของตัวเองได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศิวิไลย์ วันนี้มีประเด็น หารืออยู่ประมาณ ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องที่ ๑ คือตามเรื่องเดิม คือการจัดซื้อเครื่องบินการบินไทย ณ ปัจจุบัน เมื่อวานนี้ทราบว่า ครม. จะมีการเสนอวาระในการจัดซื้อเครื่องบิน ๑๕๖,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไป แต่ปรากฏว่าถอนเรื่องออกไปก่อน ก็เลยอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม และรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าไปตรวจสอบในรายละเอียดทุกเส้นทางการบินว่า มีเส้นทางไหนกำไรบ้าง เส้นทางไหนขาดทุนบ้าง แล้วแก้ไขไม่ได้ ถ้าแก้ไขไม่ได้ให้นำ เครื่องบินดังกล่าวไปบินทับเส้นทางที่กำลังจะปลดประจำการ เพื่อจะได้ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อ เครื่องบินถึง ๓๘ ลำ ปี ๒๕๖๑ ขาดทุนอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ขาดทุน ๖,๘๐๐ ล้านบาท ในช่วงปี ๒๕๕๒ ถึงปี ๒๕๕๓ ท่านปิยสวัสดิ์และท่านบรรยง พงษ์พานิช บริหารได้กำไรอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าอยากรู้ก็ให้ไปถามท่าน เพราะฉะนั้น ถ้าสมมุติในการจัดซื้อเครื่องบินครั้งนี้ถ้าจะซื้อจริง ๆ ก็อยากให้กระจายหุ้นและนำเครื่องบิน ใหม่มาค้ำประกัน และถ้า ครม. อยากจะซื้อจริง ๆ ขวางไม่ได้ก็อยากจะให้นำ ครม. และ ทรัพย์สินของ ครม. ช่วยไปค้ำประกันด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตเหมือนปี ๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๔๘

เรื่องที่ ๒ การทุจริต การสอบเข้าท้องถิ่น มีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน การทุจริต การสอบเข้าท้องถิ่น ณ ปัจจุบันมีผู้สมัครอยู่ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ราย มีผู้บรรจุประมาณ ๘,๕๐๐ ราย และ ณ ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนว่ามีการทุจริตคล้าย ๆ กับมหาสารคามโมเดล (Model) เมื่อปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๗ ซึ่งการทุจริตการสอบครั้งนี้เนียนกว่าครั้งที่แล้ว เนื่องจากว่ามีการปลอมแปลงหรือการลบกระดาษคำตอบ แล้วก็กากบาทในกระดาษ คำตอบใหม่ ซึ่งต้องใช้กล้องจุลทรรศน์หรือกล้องที่มีความละเอียดสูงในการตรวจสอบดังกล่าว เรื่องดังกล่าวคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท การทุจริตในการสอบ ครั้งนี้ขอให้กระทรวงมหาดไทยไปดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต้องขอบคุณโดยทั่วไปส่วนใหญ่ก็ตรงเวลา ขอบคุณนะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๑ คน

ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ทั้งหมด ๔๑๖ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิดประชุมนะครับ ระเบียบวาระ ต่อไปนี้ก็ขอไล่ไปตามลำดับนะครับ

(พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธาน ตรงนี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใครครับ

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธาน ต่อกรณีที่เกิดปัญหาของสมาชิกเรากับข้าราชการ ตำรวจที่ สภ. กะรน จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่ได้มาพูดในนามของข้าราชการตำรวจหรือว่า อะไรต่าง ๆ นะครับ จากข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ผมได้ลงไปสืบค้นได้ไปคุยกับข้าราชการตำรวจ และประชาชนที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ ประเด็นก็คือว่ามีคำถามนี้เกิดขึ้น

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเดี๋ยวครับ ท่านมีเรื่อง อะไรครับ

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องเกี่ยวกับจริยธรรม ของสมาชิกครับ จริยธรรมสมาชิกกรณีที่ไปต่อว่าต่อขานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรองผู้กำกับการ ที่ สภ. กะรน จังหวัดภูเก็ต ในการปฏิบัติหน้าที่ในการที่ไม่มาดูแลความปลอดภัยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตให้ท่านสัก ๒ นาที

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ครับท่านประธาน คือมันมีประเด็นที่จะเรียนหารือท่านประธานสั้น ๆ ก็คือว่า การลงพื้นที่ของสมาชิก ท่านดังกล่าวนี้สามารถทำได้หรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ แล้วก็ถูกต้องควรเป็นอย่างไรครับ เพราะว่าท่านสมาชิกท่านนี้นั้นเป็น ส.ส. หลักสี่ แต่ว่าไปทวงผืนป่าที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ แล้วทางพรรคเองก็ออกมาพูดในทำนองว่าพรรคไม่รู้ไม่เห็น ไม่รับผิดชอบ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการทำหน้าที่ตรงนี้ไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. จังหวัดภูเก็ตก็คือท่านรองประเทือง เกี่ยวข้องตรงไหนครับ เกี่ยวข้องก็คือว่าทางสมาชิก ท่านนี้ได้ไปใช้คำพูดในเชิงต่อว่าต่อขาน คือในโลกโซเชียล (Social) ใช้อำนาจ ใช้ความก้าวร้าว อะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าทางท่านสมาชิกส่วนใหญ่คงมีโอกาสได้ดูคลิปวิดีโอ (Clip Video) ตรงนี้ซึ่งว่อนอยู่ในโลกโซเชียล (Social) เรื่องนี้เป็นเรื่องทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ (Talk of the town) ของจังหวัดภูเก็ต อาจจะของในโลกโซเชียล (Social) ด้วย ปัญหาก็คือว่าพฤติกรรม เหล่านี้ซึ่งผมจะไม่ขออนุญาตเอามากล่าวในที่นี้ อาจจะเป็นการซ้ำเติมท่านสมาชิกผู้นี้ มากจนเกินไป พฤติกรรมเหล่านี้ถ้าพิจารณากันให้ดีให้รอบคอบอาจจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๘๕ หรือว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งกำหนดไว้โดยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็องค์กรอิสระ นอกจากนั้นอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๓๙ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องความเสียหายส่วนตัวหรือของพรรคที่ท่านนี้สังกัดเท่านั้นนะครับ แต่เป็นเรื่องความเสียหายของสภาแห่งนี้ด้วย ก็ขออนุญาตเรียกร้องให้ท่านประธานได้ ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วยครับ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติของสมาชิก ของเราต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมให้สิทธิคนที่ถูก พาดพิงนะครับ ขอเรียนว่าที่อนุญาตให้พูดเพราะถือว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเรานะครับ ส่วนหนึ่งก็คือเกี่ยวกับพวกเรา แต่ว่าถ้ามีการพูดกระทบไปถึงพรรคการเมืองอื่นหรือคนอื่น อีกฝ่ายหนึ่งก็มีสิทธิที่จะชี้แจง แต่ว่ามีความปรารถนาดีที่จะให้ภาพพจน์ของเราเป็นไป ในทางบวก ก็ต้องช่วยพูดกันในทางที่ทำความเข้าใจว่าอะไรที่เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ก็ส่วนบุคคลนะครับ ผมเคยเรียนท่านสมาชิกว่า เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ท่านวิจารณ์นักการเมืองอย่างรุนแรงนั้น ผมก็เคยเรียนท่านว่าทุกวงการมีคนที่บวกและลบ นี่ผมไม่ได้ว่ากรณีที่พูดถึงนี้นะครับ แต่ผมบอกนายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่าท่านอย่าเหมา ท่านก็บอก ผมไม่ได้เหมา ผมก็บอก แต่เวลาท่านพูดท่านไม่เคยยกเว้น สัปดาห์ต่อมา ท่านก็เลยออกโทรทัศน์ว่า นักการเมืองที่ดีก็มี ผมเรียนพวกเรานะครับว่าอันนี้เป็นหน้าที่ พวกเราทุกคน ผมไม่บังอาจที่จะไปซ้ำเติมเพื่อนที่รักในที่นี้ทุกคน เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิด แต่ว่าเมื่อหยิบยกขึ้นมาพูดโดยท่านสมาชิก ผมให้โอกาส ผู้ที่ถูกพาดพิงหรือพรรคที่ถูกพาดพิงได้มีโอกาสเช่นเดียวกันครับ ขอเชิญนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใด ที่ปรารถนาจะพูดเรื่องนี้ ผมขออนุญาตให้จบเท่านี้นะครับ ขออนุญาตไปต่อระเบียบวาระ กระทู้ถาม

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือครับ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ครับท่านประธาน มีเรื่องขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับในสภา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒ นาทีนะครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

หารือกับท่านประธานสภาในฐานะ ประธานรัฐสภา เนื่องจากที่ผ่านมามีการให้สมาชิกรัฐสภาสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มมิตรภาพ สมาชิกรัฐสภาไทยระหว่างประเทศ แต่เนื่องด้วยช่วงเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมามีการประชุม คัดเลือกกรรมการสมาชิกในกลุ่มมิตรภาพไปแล้วบางประเทศ ซึ่งตรงนี้ทราบมาว่ามีบางท่าน ได้รับแจ้งแล้วก็ไม่ได้รับแจ้ง ผมเองได้นำเรื่องเข้าไปหารือในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอพูด ในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งวันนี้ได้ทำหนังสือ ขอให้ท่านประธานได้ทบทวนในการได้มาของคณะกรรมการกลุ่มมิตรภาพ สมาชิกรัฐสภาไทย ระหว่างประเทศ มีข้อสังเกตอย่างนี้ท่านประธานครับ ข้อที่ ๑ ไม่มีการแจ้งให้สมาชิกทราบ อย่างทั่วถึง ในการที่จะไปประชุมในการคัดเลือกกรรมการกลุ่มสมาชิกรัฐสภาในแต่ละประเทศ สมาชิก ส.ว. ก็เป็นสมาชิกรัฐสภาเหมือนกัน แต่ ส.ว. มีทั้งโทรศัพท์ มีเอสเอ็มเอส (SMS) มีไลน์ มีจดหมาย แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีเอสเอ็มเอส (SMS) อย่างเดียวครับ แล้วบางท่านไม่ได้รับแม้กระทั่งเอสเอ็มเอส (SMS) เลยด้วยซ้ำนะครับ ได้มีการติดตาม ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ครับ เจ้าหน้าที่บอกว่าเรามีสมาชิกรัฐสภาถึง ๗๕๐ คน ฉะนั้นการดูแล จะทั่วถึงได้อย่างไร ตรงนี้เป็นความบกพร่องของระบบ เจ้าหน้าที่ชี้แจงอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ และผมก็ได้ถามเพื่อนสมาชิกหลายท่านครับ ขอยกตัวอย่าง ขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ อย่างเช่นท่าน ส.ส. อันวาร์ สาและ สมัครเป็นสมาชิกกลุ่มมิตรภาพ ประเทศมาเลเซียไม่เคยได้รับจดหมาย ไม่เคยได้รับเอสเอ็มเอส (SMS) ไม่เคยได้รับอะไรเลยครับ ทั้งไลน์ ทั้งการโทรศัพท์ ขออนุญาตเอ่ยนามอีก ๒ ท่านครับ ท่าน ส.ส. ชัยชนะ เดชเดโช สมัครกลุ่มประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ไม่เคยได้รับเลยครับ อันนี้เป็นเรื่อง สำคัญท่านประธานขออนุญาตเพิ่มเติมเวลาครับ

เรื่องที่ ๓ เพราะว่าเป็นภาพของสภาครับ เรื่องที่ ๓ ครับ สมาชิกรัฐสภา บางท่านได้ทราบข่าวครับว่ามีการเวียนแล้วก็ระดมคนไป ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อัครเดชครับ ก็อนุมัติให้ ๒ นาทีเฉพาะเรื่องนี้นะครับ เฉพาะเรื่องแรก อีกเรื่องหนึ่งเอาไว้ทีหลังได้ไหมครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ เรื่องเดียวกัน ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านนิดหนึ่งครับ เป็นเรื่องเดียวกันเลยครับ เพราะว่ามีสมาชิกมา

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องกลุ่มมิตรภาพ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

เรื่องกลุ่มมิตรภาพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โอเค (OK) ครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

มีสมาชิกรัฐสภาบอกว่ามีการเวียน แล้วก็ระดมสมาชิกไปสมัครเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการ เมื่อได้ประธานเสร็จแล้วก็ลาออก แล้วก็มาสมัครกลุ่มใหม่ แล้วก็มาเลือกกรรมการ อันนี้ถือว่าเป็นกระบวนการที่ไม่โปร่งใส แล้วก็ไม่เป็นธรรมขาดธรรมาภิบาลอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในรัฐสภาไทย เพราะทราบว่ามีการคัดเลือกประธานกลุ่มมิตรภาพรัฐสภามีบางพรรคการเมืองจะใช้เวทีนี้ ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ฉะนั้นจึงมีการระดมสมาชิกบางพรรคไปทำการโหวตเลือก ประธานและกรรมการ โดยที่สมาชิกบางพรรคไม่ทราบเรื่องเลยครับ ก็ขอให้ท่านประธาน ได้สืบสวน เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐสภาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย และยึดหลักธรรมาภิบาล ฉะนั้นกระบวนการในรัฐสภานั้นกลับไม่มีความโปร่งใส ขาดหลัก ธรรมาภิบาลเองเราจะตอบพี่น้องประชาชนอย่างไรครับ และนอกจากนี้สัปดาห์หน้า ท่านประธานก็ทราบครับ จะมีการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN) หรือที่เราเรียกว่า ไอปา (AIPA) จะมีประธานที่เราคัดเลือกไปแล้วในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนบวก ๖ (ASEAN+6) แต่กลับมีกระบวนการที่ขาดหลักธรรมาภิบาลและไม่โปร่งใส ได้ประธาน และกรรมการไปร่วมกิจกรรมในการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN) ซึ่งจะขาดความ สง่างามก็ขอให้ท่านประธานรัฐสภาได้รับไปดำเนินการสอบสวนเพื่อทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องด้วย เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอข้อมูลหลักฐานที่ว่า สมัครแล้วลาออกเปลี่ยนไปเลือกตัวแทนเสร็จแล้วก็ลาออก ขอข้อมูลนั้นด้วยเพื่อจะมอบให้ ท่านเลขาธิการช่วยสอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการปฏิบัติในระดับเจ้าหน้าที่จะให้เลขาธิการ สภาช่วยสอบให้ครับ ผมขออนุญาตไปกระทู้นะครับ กระทู้ถามสดวันนี้ก็มีตามที่ท่านสมาชิก ได้เสนอไปเมื่อตอนเช้า

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขออนุญาตครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รังสิมันต์นะครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่แบบบัญชีรายชื่อ พอดีเมื่อสักครู่ผมได้ยินเพื่อนสมาชิก ได้พูดถึงกรณีไปลงพื้นที่ แล้วผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกได้หารือในประเด็นที่ว่าเราจะต้อง ดำเนินการบางอย่าง โดยข้อบังคับ ข้อ ๘ ประธานสภามีอำนาจหน้าที่ ถ้าเราไปดูในส่วนของ (๕) แต่งตั้งกรรมการเพื่อดำเนินกิจการใด ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสภา ผมคิดว่า ท่านประธานมีอำนาจในการที่จะดำเนินการในการตั้งกรรมการขึ้นมา เพื่อทำให้ในอนาคต เราจะไม่เห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีพฤติกรรมข่มเหงผู้น้อยอีกต่อไป ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานเองก็เคยได้กล่าวเอาไว้ว่าเราอยากให้สภาแห่งนี้ ประชาชน เขากลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและผมอยากให้เรา ดำเนินการ เพื่อทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อประชาชน หรือต่อข้าราชการอีกต่อไปครับ ขอให้ท่านประธานตั้งกรรมการตาม ข้อ ๘ (๕) ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หวังว่าระเบียบข้อบังคับเรา จะได้ออกมาเร็วหน่อยนะครับ ถ้าข้อบังคับของเราออกมาเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง จะมีกรรมการอยู่ซึ่งก็เขาจะสอบ แต่สมาชิกอย่าลืมนะครับว่าถ้าอยู่ในสภานี้ประธาน มีอำนาจเต็มที่ นอกสภานี่เป็นเรื่องกฎหมายบ้านเมืองนะครับ อันนี้ต้องเข้าใจนะครับ ถ้าเป็น เหตุการณ์ในสภานี่จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีเรื่องร้องมา ผมเคยเป็นกรรมการ สอบอยู่เหมือนกัน เมื่อมีคนร้องเข้ามาเราก็จะมีคณะกรรมการซึ่งเกิดขึ้นจากระเบียบในเรื่องนี้ ตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นเวลานี้ก็มีเรื่องร้องเข้ามาครับ แต่เรื่องนั้นก็ติดอยู่เพราะยังสอบ ไม่ได้ เพราะเราไม่มีข้อบังคับเรื่องนี้ จึงหวังว่าข้อบังคับที่เราติดอยู่น่าจะจบได้ แล้วก็สามารถ ที่จะนำไปเป็นตัวหลักในการออกข้อบังคับต่อไป เกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของ นักการเมือง อันนี้ก็เรียนที่ประชุมรับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ขออนุญาตเชิญกระทู้สดกระทู้แรกนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถามสด ที่ ๐๐๗ ส. เรื่องการแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤต เศรษฐกิจ (นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

ซึ่งมีรัฐมนตรีมาเตรียมตอบ ขอเชิญเจ้าของกระทู้เชิญครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้กระผมจำเป็นต้องตั้งกระทู้สดด่วน เนื่องจากว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้เราต้องใช้เม็ดเงินตามที่โฆษณาชวนเชื่อครับ ๓๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมถือว่าเงินภาษีของประชาชนถ้าใช้ไม่ถูกต้องมันจะเสียโอกาส แต่ผมเสียดายมาก ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มานั่งฟังด้วยตัวเองในฐานะหัวหน้าเศรษฐกิจ ไม่เป็นไรครับ ท่านส่งใครมา ผมก็จะฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะผมถือว่าคนที่มาตอบกระทู้นั้นไม่ใช่หัวหน้า เศรษฐกิจ แต่ผมจะพูดกับหัวหน้าเศรษฐกิจครับ นโยบายกระตุ้น ๓๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมบอกว่ามันล้มเหลวแล้วมันเป็นการที่หลอกลวงตั้งแต่ตอนหาเสียง เวลาทำจริงก็ไม่ได้ทำ สิ่งที่พูดไว้กับประชาชน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศรัณย์วุฒิครับ เดี๋ยวนะครับ ผมสอบถามทางฝ่ายเจ้าหน้าที่อยู่ว่ารัฐมนตรียังเดินทางมาไม่ถึง

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

ก็พูดฟรีไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพูดใหม่ อีกรอบหนึ่งก็ได้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวขออนุญาตก่อนครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

รัฐมนตรีมาแล้วครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวนะครับ ผมขอ สอบถามรัฐมนตรีที่จะตอบกระทู้ท่านศรัณย์วุฒิเป็นท่านใดนะครับ ท่านรัฐมนตรีสุริยะ หรือให้ใครตอบครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้น ก็ท่านศรัณย์วุฒิถามกระทู้ได้ครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

ครับ ไม่ทราบตกลงเป็นท่านรัฐมนตรี ท่านไหนตอบครับ ขอทราบนามนิดหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือว่า รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการคลังครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลังนะครับ สั้น ๆ นิดเดียวครับเวลามีจำกัด ๕ ปีที่ผ่านมานะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศรัณย์วุฒิด้วยความรัก และนับถือ ถามกระทู้นะครับ มีเวลาจำกัดครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

ผมต่อเนื่องเลยนะครับ ๕ ปีที่ผ่านมา สั้น ๆ นิดเดียวครับไม่ยาวครับ ท่านผลาญงบไปมากมายใช้มาตรา ๔๔ แล้ววันนี้ท่านก็ยังใช้ ทีมเดิม วิธีเดิม ที่เขาเรียกว่าย้อนยุคตั้งแต่สมัยยุค จอมพล ถนอม คือระบบทริกเกิล ดาวน์ (Trickle down) ซึ่งวิธีเดิม ๆ ทำแล้วไม่ได้ผลนั้น ท่านไอน์สไตน์บอกว่าอย่างนี้นะครับ มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่จะทำสิ่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง อันนี้สื่อมวลชน ถ่ายไว้ด้วย อันนี้ผมเอามาให้ดูว่าวิธีที่ทำนี่ท่านไอน์สไตน์กล่าวไว้อย่างไรครับ สิ่งที่ผมอยากจะ ถามก็คือว่า วันนี้ท่านใช้งบประมาณ ๓๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบที่กระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าดูตัวเลขที่ไม่ใช่เงินกู้แล้วมันมีแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น จากการ ชำแหละแยกออกมาดู นั่นแปลว่าอะไรครับ ท่านดูนะครับว่าเงินที่จะไปลงกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เทียบกับ จีดีพี (GDP) ประเทศ ๑๕ ล้านล้านบาท เท่ากับ ๐.๖๗ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์เลย จะไปกระตุ้นอะไรได้ครับ อันนี้อย่าหลอกลวงประชาชนนะครับ ท่านพยายามจะทำดิ้นเพื่อการสืบทอดไม่เป็นไร แต่ผมบอกว่างบตัวนี้ไม่พอแน่นอนครับ และสิ่งที่ผมอยากจะกล่าวต่อไปก็คือว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นผมตั้งฉายาของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งนี้ว่าเป็นการใช้ยาหม่องตราลิงแก้แห ยี่ห้อยุทธ์คิดนะครับ ซึ่งมันจะต้องไม่สำเร็จแน่นอน แล้วสิ่งที่ท่านทำ ที่ผมกล่าวคือท่านใช้ระบบทริกเกิล ดาวน์ (Trickle down) มันเอื้อเจ้าสัว อยู่ดี มันใช้ อีวอลเล็ต (e-Wallet) นะครับ ซึ่งการจะรูดเอาเงินไปซื้อกบ ซื้อเขียดยังทำไม่ได้ ต้องผ่านระบบเครื่องที่สุดต้องไปซื้อของเจ้าสัวอีกเช่นเดิม คนไทยทั้งประเทศฟังนะครับ เอาเงินไปเอื้อเจ้าสัวมันจะไม่ถึงฐานราก

คำถามครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา วันนี้ความเหลื่อมล้ำ ท่านทำให้คนจนเพิ่มขึ้น ๑๐ ล้านคน ชาร์ต (Chart) จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านดู แล้วก็โครงสร้างความเหลื่อมล้ำยังเหมือนเดิมเลย ทุนใหญ่ผูกขาด เผด็จการหนุนหลัง แล้วก็พึ่งพิงต่างประเทศ ยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำที่ยากจน รวยยิ่งห่างไปมากที่สุดเลย อันนี้ต้องประจานให้ทราบว่าวิธีบริหารแบบนี้มันล้มเหลว เศรษฐกิจไทยตอนนี้ทรุดหนัก ซึ่งผมอยากจะบอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นไม่ง่าย คำถามก็จึงถามท่านว่า ท่านใช้ทีม เศรษฐกิจชุดเดิมที่ล้มเหลว แล้วการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ ผมอยากฟังว่าท่านจะทำอย่างไร แจงมาเป็นข้อ ๆ เดี๋ยวผมจะสอนมวยกลับไป เชิญครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีท่านตอบ ได้เลยครับ รัฐมนตรีมีเวลา ๑๐ นาทีนะครับ ตอบทั้ง ๒ ครั้ง มีเวลา ๑๐ นาที

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ นะครับ เป็นกระทู้สด ถามเรื่อง การแก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจและประเด็นผลกระทบทางเศรษฐกิจว่าจะแก้ไข อย่างไรของรัฐบาลนะครับ

ประเด็นชี้แจงกระทู้สด เศรษฐกิจของไทยก็ต้องยอมรับว่าขณะนี้เป็นช่วงที่ เศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นเศรษฐกิจโลกประสบกับการผันผวน แล้วก็มีปัญหาในเรื่องของสงครามทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจของโลก ซึ่งแน่นอน ที่สุดก็ต้องส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทยของเรา และโดยข้อเท็จจริงสงครามทางการค้า ก็เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งนะครับ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาชีพเป็นเกษตรกรผลิตพืชผล ทางการเกษตรและเป็นประเทศที่พัฒนาไปในทางอุตสาหกรรมนะครับ ดังนั้นเมื่อสังคมโลก เกิดปัญหาภาวะสงครามทางการค้า มันก็ทำให้ประเทศทุกประเทศระมัดระวังในการจับจ่าย ใช้สอย ก็ทำให้สินค้าที่ส่งออกของเราก็กระทบกระทั่งไปบ้างนะครับ โดยเฉพาะพืชผล ทางการเกษตรที่มีความระมัดระวังสูงนะครับ

ประเทศไทยรัฐบาลเองก็ได้เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดีขึ้นนะครับ โดยการผลักดันและมีงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา แต่รัฐบาลนี้ก็เพิ่งเข้ามา บริหารบ้านเมืองนี้เพียงเดือนเศษ ๆ ก็ได้ดำเนินการหาวิธีแก้ไขเพื่อสร้างงานในชนบท และกระตุ้นการบริโภคของพี่น้องประชาชนให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ ให้สามารถที่จะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริโภคต่าง ๆ ให้มีศักยภาพ เพิ่มขึ้น แล้วโดยข้อเท็จจริงนั้นขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะการขยายตัวที่ยังคงขยายตัวได้ร้อยละ ๒.๖ ในไตรมาสแรกของปีนี้ และคาดว่า ในไตรมาสสุดท้ายนั้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ยังจะเป็นร้อยละ ๓.๐ ต่อปี ซึ่งนั่นหมายความว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าจะมีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ดี รัฐบาลเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ก็คือเมื่อวานนี้ก็ได้มีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริโภค ในเรื่องของการดูแลคนยากคนจน ผู้มีรายได้น้อย ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งหลายให้สามารถที่จะดำรงชีพ แล้วก็มีเศรษฐกิจ ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ในช่วงที่มีภาวะเศรษฐกิจเรื่องสงครามการค้าต่าง ๆ นี้ มติ ครม. ก็ได้อนุมัติงบประมาณทั้งในภาคของธนาคาร ในภาคของเอกชน และในภาคของรัฐบาล ออกมาถึง ๓๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มั่นใจว่าในไตรมาสสุดท้ายนั้นก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ในระดับหนึ่ง อันนี้คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แล้วก็ในเดือนตุลาคมนี้ งบประมาณปี ๒๕๖๓ ก็จะเข้าสภา ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยที่จะผลักดันให้ งบประมาณออกมาใช้ในตลาดก็จะทำให้เศรษฐกิจกระจายไปสู่ภูมิภาค เม็ดเงินจะลงไปสู่ ภูมิภาค ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศนั้นสามารถคลายตัวได้

อีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือ ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งรัดโครงการต่าง ๆ ของทั้งรัฐวิสาหกิจ และของรัฐเองให้เร่งในการที่จะทำสัญญากระตุ้นการใช้จ่ายเงินทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนให้สามารถที่จะลงไปสร้างงานในชนบทและสร้างอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ ในเบื้องต้นก็ขอตอบแค่นี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนท่านรัฐมนตรี ด้วยว่ากระทู้ถามสดแต่ละกระทู้ให้ถามด้วยวาจาได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องถาม ให้เสร็จภายในเวลา ๒๐ นาที กระทู้สดนะครับ เพราะฉะนั้นแต่ละฝ่ายต้องบริหารเวลา ของท่านผู้ถาม ท่านศรัณย์วุฒิยังมีเวลาอยู่ ๖ นาที ๒๑ วินาที ของท่านรัฐมนตรีเหลือ ๔ นาที ๒๖ วินาที ท่านบริหารเวลาเองว่าควรจะตอบช่วงไหนสั้นยาวครับ เชิญท่านศรัณย์วุฒิครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพกระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ผมสงสารท่านรัฐมนตรีเหลือเกินตอบไม่ตรงคำถาม แล้วผมก็เป็นห่วง ตัวท่านนายกรัฐมนตรีผู้นำในฐานะหัวหน้าเศรษฐกิจไม่มาเอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ไม่มาส่งท่านมานี่ผมเห็นใจมากนะ ส่วนตัวก็รู้จักกัน ท่านพูดถึงการกระตุ้น เศรษฐกิจที่ใส่เงิน ๓๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะแฉให้ฟังว่ามันไม่ใช่เงินกระตุ้น เงินที่ท่าน ลด แลก แจก แถมมันแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกนั้นก็คือกู้ กู้ แล้วก็กู้ กู้เสร็จไปไหนท่านครับ กู้ไปตาย แล้วผมจะแฉให้ว่าตายอย่างไร ท่านฟังให้ชัด ๆ นะครับ แล้วทำไมไม่สามารถ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ตัวอีวอลเล็ต (e-Wallet) นี่นะครับ มันเป็นตัวแสบเลย มันทำให้นายทุน รวย ท่านฟังไว้นะครับ ทุกอย่างรูดผ่านนายทุน ให้ซื้อของนายทุน ซื้อของเจ้าสัว อย่างนี้ มันจะกระตุ้นได้อย่างไร ซื้อกบซื้อเขียดกินกับแม่ค้าข้างถนนก็ไม่ได้ ท่านฟังไว้เลยนะครับ อันนี้ผมบอกว่ามันไม่ใช่ ท่านดูตัวเลขนี้นะครับ จีดีพี (GDP) ๒.๓ เท่านั้นเอง ดูตัวเลขสิครับ ดูแท่งกราฟ (Graph) ว่ามันขึ้นมาอย่างไร เดี๋ยวขอส่งให้กระทรวงการคลังไปศึกษา นี่มาจาก สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติครับ ท่านดูต่อไป เวลามีน้อยมากนะครับ ประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออก ๗๒ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ส่งออกติดลบ ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่หรือเศรษฐกิจดี แล้วบอก จีดีพี (GDP) จะขึ้น คนไทย อย่าฝันหวาน จีดีพี (GDP) ของคนรวยทั้งนั้นเลย คนจนแทบไม่ได้อะไรเลย ล้วงกระเป๋าก็ไม่มี สตางค์เหลือนี่หรือ จีดีพี (GDP) ส่งทองคำเท่าไร ปิโตรเลียมเท่าไร อิเล็กทรอนิกส์เท่าไร คนจนได้รับไหม อย่าพูดนะครับ ขอฝากไปด้วย

สิ่งที่ผมอยากจะบอกต่อไปครับ วันนี้ จีดีพี (GDP) ประเทศไทยต่ำสุดในอาเซียน (ASEAN) เลย โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยอ่อนแอมาก ท่านกำลังจะปล่อยกู้เอสเอ็มอี (SMEs) ผมบอกว่าช้าไปต๋อย ไอ้ต๋อยเอ็งทำช้าไปแล้ว เอสเอ็มอี (SMEs) มันเจ๊งแล้ว วันนี้ เครื่องจักรมันว่างครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ใครจะลงทุนซื้อเครื่องจักรในสถิติบอกว่า ว่างแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่จริง ผมไปดูบางโรงงานเจ๊งเลย ผมเฉลี่ยว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พนันกับผม เท่าไรก็เอา นี่หรือครับจะเอาไปกู้ที่ไหน กู้บ้านหรือ ตอนนี้ตกงาน น้ำก็ท่วม หนี้ท่วม ถูกฟ้อง ทั้งยึดรถ ยึดทรัพย์ เป็น เอ็นพีแอล (NPL) ติดเครดิตบูโร (Credit Bureau) ใครจะซื้อบ้าน ใครจะกู้ได้ และใครจะให้กู้ ตอบผมมานะครับ และยังไม่พอนะครับ ตอบอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านกรุณาตอบให้ตรงคำถามด้วยนะครับ อย่างท่านบอกว่าให้เกษตรกรกู้เงิน วันนี้ผมบอก เลยว่า สงสารจังเลยกู้ไปตายที่สุดเขาก็ฆ่าตัวตาย เพราะมันไปไม่รอด เงินชดเชยที่ท่านต้อง ชดเชยเขาตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วก็ปีนี้ แล้วก็ของใหม่ที่จะปลูกทำให้ดีเถอะ รีบชดเชยมัวแต่ช้าอยู่นั่นละ ถ้าช้าเปลี่ยนกันสิผมไปทำเองจะเร็วกว่านั้นเยอะเลย ผมท้าเลยถ้าพรรคเพื่อไทยไปทำนะ เสร็จเร็วแน่นอน ท่านตอบผมนะครับ แล้วคนได้เที่ยว วันนี้คนจะเอาที่ไหนไปเที่ยวละครับ เป็นหนี้เป็นสินกันทั้งบ้านทั้งเมือง เงินเก็บมาได้ก็ตกใจกลัวจะอดตาย จะไปเที่ยว เที่ยวไป ก็เป็นอีวอลเล็ต (e-Wallet) มันก็ไปสู่นายทุน ไปเติมน้ำมัน ไปแวะปั๊มน้ำมันปัสสาวะแป๊บเดียว ก็ไปเข้าร้านติ๊งต่องสะดวกซื้อ อันนี้ก็รวยอีก คนจนจะถึงได้อย่างไรอีวอลเล็ต (e-Wallet) ท่านจำไว้นะครับ กู้บ้านก็เหมือนกันนะครับ วันนี้มันตกงานอย่างที่ผมบอกมันไม่มีทาง เป็นไปได้แล้ว ฉะนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะถาม ปัญหานะครับ ท่านปล่อยกู้ล้มเหลว เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ทรุด กู้บ้านก็ไปไม่ได้ การท่องเที่ยวก็ไม่มีสตางค์จะเที่ยว เพราะหนี้ครัวเรือน ๗๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารวมหนี้นอกระบบด้วยเท่ากับประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงการคลังผู้เกี่ยวข้องด้วย ธุรกิจปิดกิจการคนตกงานเป็นหนี้ ถูกฟ้อง ถูกยึด เครียด กลัวอด ใครจะกล้าเที่ยว คำถามคือ ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร นี่คือคำถามที่ ๒ เดี๋ยวจะมีชุดที่ ๓ ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีมีเวลา ๔ นาที ๒๖ วินาที เชิญครับ ท่านตอบคำถามนี้ ครั้งที่ ๒ แล้วกันไว้ ครั้งที่ ๓ ด้วยนะครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ตามที่ผู้ตั้งกระทู้ได้บอกว่า จีดีพี (GDP) ของไทยต่ำสุดในอาเซียน (ASEAN) ไม่เป็นความจริงนะครับ ก็ต้องเรียนว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศไทยขณะนี้ใน ไตรมาส ๒ ได้ปรับตัวสูงขึ้นนะครับ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง ๑.๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศ สิงคโปร์นั้นได้เพิ่มขึ้นแค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศเยอรมันติดลบ ๑ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากสงครามทางการค้าของโลกที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ ส่วนที่กล่าวหาว่า ไปกู้เงิน ในภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ตกต่ำถดถอยกำลังซื้อของโลกลดลงอย่างมากมาย มหาศาล แน่นอนที่สุดมันก็ต้องกระทบมาถึงประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเล็ก ๆ การส่งออก ในเมื่อทั่วโลกเราพึ่งพาการส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ท่านว่านั้น เมื่อโลกเศรษฐกิจ ถดถอย การส่งออกของเราก็มีผลกระทบบ้าง แต่รัฐบาลนี้และรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้ไป เจาะตลาดต่างประเทศ ไปส่งเสริมให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อให้ สามารถที่จะเจาะตลาดใหม่ ๆ เสริมในอุตสาหกรรมของประเทศไทย ก็ทำให้ขณะนี้จริง ๆ ในภาคการส่งออกของประเทศไทยก็ลดลงไม่มากอย่างที่ควรจะเป็นนะครับ ก็ต้องถือว่าขณะนี้ เราก็ได้แก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้ไปได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนที่บอกว่าขณะนี้เงินบาทแข็ง ผู้ประกอบการเกิดปัญหาในเรื่องของ การส่งออกก็ต้องขอเรียนว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งรัดให้เกิดการลงทุนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในการที่จะก่อสร้างหรือในการที่จะเปลี่ยนเครื่องมือที่เก่าไม่ทันสมัย ล้าสมัย เพื่อมีการจับจ่ายใช้เงินที่ทำให้เงินบาทแข็ง เพราะว่าการที่เงินบาทแข็งนั้น ก็เนื่องจากว่า เศรษฐกิจของไทยมีความเข้มแข็งจึงเกิดความเชื่อมั่น เนื่องจากว่ารัฐบาลใหม่นี้ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ได้รับความเชื่อถือ จากต่างประเทศซึ่งอั้นมานาน เมื่อได้รับความเชื่อถือต่างประเทศก็นำเงินเข้ามาเมืองไทย มาลงทุนในทุก ๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ก็ดี มาลงทุนในสิ่งใหม่ ๆ ก็ดี จะสังเกตเห็นว่าการลงทุนจาก บีโอไอ (BOI) ในภาคยานยนต์และในภาคอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น ถึง ๑๐๐.๙ เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้เงินต่างประเทศไหลเข้ามา ก็จะทำให้ เงินบาทแข็ง ในกรณีนี้ทางทีมเศรษฐกิจก็ได้แก้ไขโดยการกระตุ้นให้รัฐบาลลงทุน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีมีเวลาอีก ครึ่งนาทีนะครับ เพราะฉะนั้นเก็บไว้ตอบตอนคำถามที่ ๓ ด้วยครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ ท่านศรัณย์วุฒิครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

ที่จริงไม่อยากเสียเวลาตอบเลย แต่สงสารรัฐมนตรีเหลือเกิน ผมบอกว่า จีดีพี (GDP) นี้เฉลี่ยของอาเซียน (ASEAN) ท่านดูนะครับ เอาป้าย เดี๋ยวเอาไปที่กระทรวงการคลังจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถ้าเชื่อถือไม่ได้ก็ไม่รู้จะเชื่อใคร แล้วนี่นะครับ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) เฉลี่ยนี่คือ ต่ำสุดในอาเซียน (ASEAN) นะครับ ผมไม่ได้บอกว่าไปเทียบกับประเทศเยอรมัน ส่งคนมาตอบ อย่างไร เอาประเทศเยอรมันมาตอบ แล้วก็ในสิ่งที่บอกว่า ส่งออก เราติดลบ ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ เห็นหรือไม่ครับ เอากราฟ (Graph) ไปดูเลยจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ของท่านเองครับ เอาละ ผมจะไม่เสียเวลาพูด แล้วท่านบอก บีโอไอ (BOI) นี่ผมสอนมวยเลย ที่ไปลด แลก แจก แถมให้เขาได้ทุกอย่างเลย ทำลายเศรษฐกิจคนไทยด้วย แต่ว่าที่มาขอ ขอ ขอ ลงจริงเท่าไรไปดูให้ดี ถ้าดูไม่ดีอย่ามาตอบ ไปหลอกประชาชนที่อื่น ที่นี่เขารู้ทันท่าน หมดแล้วนะครับ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งต่อไป ผมจะใช้คำถามสุดท้ายเลยจะได้ไม่เสียเวลา วันนี้เครื่องยนต์ ๔ ตัวดับหมดเลย ส่งออกก็เจ๊ง บาทก็แข็ง ท่องเที่ยวเจ๊ง ลงทุนเจ๊ง เครื่องจักรว่าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ใครที่ไหนจะมาลงทุน โรงงานท่านเครื่องจักรยังมีเหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ว่าง ท่านจะซื้อเครื่องจักรใหม่หรือไม่ ซื้อมาก็เจ๊ง แล้วใครจะให้กู้ วันนี้ก็เป็น เอ็นพีเอล (NPL) กันหมดแล้ว เอาความจริงมาพูดกันดีกว่าอย่ามาหลอกประชาชน แล้วก็รัฐบาล คลังก็ถังแตกมีงบน้อยจะเอาที่ไหนมากระตุ้น ผมถึงบอกอย่างไรเอาไม้จิ้มฟันไปงัดไม้ซุงนี้ งบขนาดนั้น ๐.๖๗ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี (GDP) จะกระตุ้นได้อย่างไร อย่ามาหลอกกัน วันนี้เศรษฐกิจโลกทรุด ประเทศอเมริกา ประเทศจีน ก็มีปัญหาการค้า ประเทศฮ่องกง ก็ประท้วง อียู (EU) กับทางด้านประเทศอังกฤษก็มีปัญหา ประเทศญี่ปุ่นกับประเทศเกาหลีก็มี และประเทศอเมริกาทำท่าจะทำสงครามกับประเทศอิหร่าน เศรษฐกิจทรุดหมดเลย อย่ามาพูด ให้คนไทยเตรียมตัวเถอะครับ อย่าโกหก เขาจะได้ระวังตัว คำถาม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครึ่งนาทีครับ ท่านศรัณย์วุฒิ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

คำถามสั้น ๆ นิดเดียว ตัวเลขบอกชัด ขนาดนี้ ท่านจะเอาสีข้างถูไปได้อย่างไร สั้น ๆ นิดเดียว แล้วก็สุดท้ายนะครับ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเป็นพรรคเพื่อไทยทำ เรื่องแจกนี้เราจะเอาเงินสดลงให้ประชาชนเลย ไม่ต้องผ่านอีวอลเล็ต (e-Wallet) มันไปเอื้อเจ้าสัว แก้หนี้ก็ต้องแก้ทั้งระบบ ปรับโครงสร้างหนี้เลย เติมเงินเลย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านศรัณย์วุฒิครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

หยุดดอกเบี้ยได้หรือไม่ สุดท้ายแล้ว จบแล้วท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ หมดเวลาครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

นิดเดียว

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามได้ข้อเดียวครับ เชิญเลยครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

ถามคำเดียวผมจะถามคุณประยุทธ์ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านทำบ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว ท่านทำบาป มามากแล้ว คนจนตกงาน ฆ่าตัวตาย จนกันทั้งบ้านทั้งเมือง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อุตรดิตถ์

แต่พวกท่านกับนายทุนเสวยสุข ผมถามว่าท่านจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ท่านไม่ต้องมา ถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบท่านก็ไม่ผิด ท่านใหญ่มาจากไหน ตอบผมด้วยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ประเด็น เศรษฐกิจที่ท่านพูดถึงของประเทศไทยก็ไปผูกกับเศรษฐกิจของโลกอย่างที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้ว เศรษฐกิจโลกท่านเองก็พูดว่าประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรปและประเทศฮ่องกง ก็มีปัญหา แน่นอนที่สุดก็ต้องกระทบประเทศไทย ยามที่ประเทศไทยระบบเศรษฐกิจ ถูกสงครามการค้าโลกกระทบรุนแรงถึงขนาดนี้ ผมคงอยากจะขอวิงวอน ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านว่า เราต้องช่วยกันผนึกกำลังให้รัฐบาลมีความเข้มแข็งจะได้ไปต่อสู้เพื่อให้ เศรษฐกิจของบ้านเราเข้มแข็ง ให้มีเวลาในการที่จะสร้างเศรษฐกิจที่จะต่อสู้กับเศรษฐกิจโลก

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ไม่ใช่ว่า เอาเรื่องบางเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก็เอามาทำให้รัฐบาลวุ่นวาย แล้วในขณะนี้รัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามา บริหารประเทศเพียงเดือนเศษ ๆ เท่านั้น ก็ได้หางบประมาณ หาเงินถึง ๓๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ หมดเวลาครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ถามเกินไป ๔๑ วินาที ท่านผู้ตอบเกินไป ๕๐ วินาที ก็อนุโลม เล็กน้อยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องของ ข้อบังคับกำหนดเอาไว้ไม่มีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่น ขออนุญาตกระทู้ถามสด ต่อไปครับ

๑.๑.๒ กระทู้ถามสด ที่ ๐๐๘ ส. การกำจัดขยะทะเลและขยะพลาสติก ในทะเลต่อกรณีการเสียชีวิตของพะยูนมาเรียม (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ขอเชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อวิกฤตขยะทะเล เพราะเมื่อจัดอันดับกันแล้วประเทศไทยมีขยะทะเลมากที่สุดในโลก อยู่ลำดับที่ ๖ แล้ว ประเทศต่าง ๆ เหล่านี้อยู่รอบบ้านเราเอง อันดับ ๑ ประเทศจีน อันดับ ๒ ประเทศ อินโดนีเซีย อันดับ ๓ ประเทศฟิลิปปินส์ อันดับ ๔ ประเทศเวียดนาม อันดับ ๕ ประเทศ ศรีลังกา ดังนั้นขยะเหล่านี้ถามว่า ขยะทะเลมาจากไหน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากขยะบนบก เพราะเรามีจังหวัด ๒๓ จังหวัดที่อยู่ชายทะเล มี ๙๐๐ เกาะ ใน ๑๙ จังหวัด สถานที่ผลิต ขยะก็คือแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหรือเกาะต่าง ๆ เหล่านั้นด้วย การกำจัดขยะขณะนี้ หลุดรอดไปสู่ทะเลร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ ๑๕ หรือประมาณ ๓๐,๐๐๐ ตัน ถึง ๕๐,๐๐๐ ตัน ลงสู่ทะเล ผมจึงขออนุญาตเรียนถามท่านประธานว่า ในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เริ่มมาปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงนี้มีแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาที่จะทำให้อันดับการเป็นประเทศที่มีขยะทางทะเลมากที่สุดลดลง ได้อย่างไร ไปอยู่ลำดับที่เลข ๒ ตัว หรือลำดับท้าย ๆ ได้อย่างไร ในขณะเดียวกันทราบว่ามีโครงการที่ท่านว่าที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านจตุพร บุรุษพัฒน์ พูดถึงนายโบยัน สลาท เป็นวิศวกรชาวเนเธอร์แลนด์ เขาทำบูม (BOOM) ดักขยะ ถามว่าขณะนี้โครงการดังกล่าวกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งได้ดำเนินการโครงการนี้ไปที่ปากแม่น้ำไหนบ้าง ที่เคยกล่าวไว้ที่เคยพูดถึงแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง ที่จังหวัดระยอง จังหวัดระนอง จังหวัดกระบี่ เหล่านี้ ได้ดำเนินการไปแล้วมากน้อยแค่ไหนครับ เป็นคำถามแรกครับ ขอบพระคุณท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรณีเรื่องของขยะที่อยู่บนบกและท้ายที่สุดจบอยู่ที่ทะเล ปัจจุบันนั้น ขยะทะเลมีแหล่งกำเนิดมาจากบนบกถึงร้อยละ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แหล่งที่มาก็มีทั้งจาก บ้านเรือน ชุมชนที่อยู่อาศัย แหล่งที่ทิ้งขยะบนชายฝั่งบริเวณท่าเรือ และอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวเมื่อสักครู่บริเวณท่องเที่ยวชายหาด ส่วนใหญ่ขยะนั้นพวกเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นขยะพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก หลอดเครื่องดื่ม ฝาเครื่องดื่ม ภาชนะบรรจุอาหาร ทั้งหลายนะครับ ในประเด็นที่ท่าน ส.ส. ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องบูม (BOOM) ดักขยะนั้น โบยัน สลาท นั้นได้คิดค้นแนวคิดการเก็บขยะในรูปแบบของเรือเป็นบูม (BOOM) ไปเก็บกลางทะเล ซึ่งในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้นเราได้ติดตั้ง ปัจจุบันในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เราได้ติดตั้งทุ่นดักขยะบริเวณปากแม่น้ำและลำคลองที่มีแนวเชื่อมต่อกับทะเลนั้น ติดไปแล้ว ๒๔ จุด เพื่อกักขยะที่ลอยน้ำจำพวกพลาสติกที่ลอยอยู่บนผิวน้ำไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ใน ๔ เดือนที่ผ่านมาเราสามารถรวบรวมขยะได้ถึง ๑๖ ตัน ซึ่งเศษขยะลำดับต้น ๆ ก็จะเป็น พวกขวดพลาสติก กล่องโฟม และถุงพลาสติก เป็นต้น ทั้งนี้การใช้บูม (BOOM) ดักขยะนั้น ก็จะเหมาะกับการใช้กับแม่น้ำขนาดเล็กที่มีความกว้างระหว่าง ๑๐๐-๕,๐๐๐ เมตร ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนถึง ๑๔๙ สาย เราติดไปแล้วอยู่ ๒๔ จุดนะครับ ยังเหลืออีก ๑๒๕ จุด ส่วนปัจจุบันยังมีการร่วมมือกับบริษัทภาคเอกชน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท เอสซีจี ในการพัฒนากับดักขยะทะเล หรือ เดอะ ซี แทรป (The sea trap) ที่เหมาะกับการดักขยะ ในลำคลองขนาดเล็กที่มีขนาดลำคลองน้อยกว่า ๑๐๐ เมตร ปัจจุบันนั้นผลิตไปได้เพียงแค่ ๒๐ อัน แต่ว่าก็จะส่งมอบให้กับท้องถิ่นเพื่อดำเนินการและจะมีการผลิตเพิ่มเติม ตามคำขอของท้องถิ่นต่าง ๆ การทิ้งขยะนั้นต้องเรียนท่านสมาชิกไม่ใช่เฉพาะแต่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒินะครับ แต่เพื่อน ๆ สมาชิกทุก ๆ ท่านว่า แนวคิดในการที่จะกำจัดขยะนั้น จะมีนโยบายที่ดีแค่ไหน จะใช้งบประมาณแค่ไหน แต่นโยบายทางรัฐนั้นเปรียบเสมือน การตบมือข้างเดียว หัวใจสำคัญก็คือการได้รับความร่วมมือจากประชาชนอีก ๗๐ ล้านคน ทั่วประเทศ เพื่อที่จะได้บอกว่า ๑ คนเก็บ ๑๐๐ คนทิ้งนั้นจะได้ไม่มีอีกต่อไปนะครับ ดังนั้น ในเบื้องต้นขออนุญาตตอบคำถามท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ในเรื่องของบูม (BOOM) ดักขยะ และแนวทางที่จะกำจัดขยะเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านณัฐวุฒิถาม ครั้งที่ ๒ ครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ สืบเนื่องจากคำถามข้อแรกครับ ขยะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ลงสู่ทะเล แล้วท่านรัฐมนตรีได้ตอบ เมื่อสักครู่ครับว่าลำดับต้น ๆ ก็คือพลาสติก ถุงพลาสติก หลอดพลาสติก รวมทั้งจุกพลาสติก เหล่านี้มันย่อยสลายยาก เมื่อลงทะเลแล้วมันละลาย เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ขนาด ๕ มิลลิเมตรก็มี ขนาดที่มองด้วยสายตาไม่เห็นก็มีครับ ที่เขาเรียกว่า ๑ นาโนเมตร (Nanometre) นี่นะครับ แล้วสิ่งเหล่านี้มันไปอยู่ในแพลงก์ตอน ปลากินแพลงก์ตอน คนกินปลา ในท้ายที่สุดห่วงโซ่ คนที่เป็นโรคก็คือมนุษย์นี่ละครับ ท่านประธานที่เคารพ พะยูน ชื่อ มาเรียม เราเลี้ยงเขาอยู่ ๑๑๑ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายนถึงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ นี่นะครับ แล้วก็เป็นพะยูน ตัวแรกที่สามารถป้อนนมตามสภาวะธรรมชาติได้ เป็นสัตว์หายาก พะยูนน่าจะเป็นสัญลักษณ์ ของจังหวัดท่านประธานด้วยนะครับ พะยูนก็รับกรรมในเรื่องของขยะทะเล โดยเฉพาะ พลาสติก แล้วมันไปสู่ไมโครพลาสติก (Microplastics) แล้วมันกำจัดยากมากท่านประธาน

วันนี้ผมขออนุญาตยกคำพูดหรือดำรัสที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพระอุปถัมภ์น้องมาเรียม และน้องยามีลตรัสว่า การจากไปของน้องมาเรียมเป็นกรณีศึกษาและถอดบทเรียนในการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ท่านกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า เวลาทิ้งขยะหรือใช้พลาสติกขอให้คิดถึงมาเรียมไว้รวมทั้งสัตว์อื่นด้วย เช่น เต่า ปลาวาฬ ปลาโลมา ซึ่งตายเพราะฝีมือมนุษย์มาแล้ว ต้องรณรงค์กันอย่างจริงจัง ทิ้งขยะให้เป็นที่ ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก กระแสมาเรียมอย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง เมื่อวานผมประชุมพรรค ท่านหัวหน้ากัญจนา ศิลปอาชา บอกว่า พลาสติกที่คลุมจานอาหารให้ยกเลิกตั้งแต่เมื่อวาน แล้วกำชับไปยัง ส.ส. และสมาชิกของพรรคว่า เราต้องเป็นผู้ปฏิบัตินำเป็นตัวอย่างในเรื่อง ดังกล่าวนะครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเองก็ทำเป็นแบบอย่าง ไม่ว่าจะการไปเดิน เก็บขยะตามชายฝั่ง ชายหาด หรือแม้แต่ยังไม่ได้รับการปฏิบัติหน้าที่ก็ไปเยี่ยมมาเรียม เป็นภารกิจแรกของท่านรัฐมนตรี วันก่อนให้สัมภาษณ์ผมติดตามนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านให้สัมภาษณ์ที่จังหวัดสุพรรณบุรีว่า ในการวิ่งสานฝันปันรักเพื่อเด็กพิการท่านบอกว่า อยากเห็นนักวิ่งทุกคนนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งสูญเสียพะยูนมาเรียมไป สาเหตุจากขยะพลาสติก อยากขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะลงถัง ทิ้งทั้งในงานและทุกวันนับจากนี้ไป ท่านศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดอกเตอร์นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการวิจัยโลกสัตว์น้ำ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหลือเวลาอีก ๓ นาทีนะครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ครับผม โพสต์ (Post) ข้อความว่า เศร้ามากค่ะ ที่พบว่าเธอเสียชีวิตโดยมีสาเหตุจากการช็อก เบื้องต้นมีเศษพลาสติกเล็ก ๆ หลายชิ้นขวางลำไส้จนมีอาการอุดตัดบางส่วนและอักเสบ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กล่าวว่า หากอยากให้การจากไปของมาเรียมไม่สูญเปล่าเราต้องไปให้ไกลกว่า คำว่า ตระหนัก ท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาตเรียนถามว่าโรดแมป (Roadmap) แบน (Ban) พลาสติกที่มีเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จในปี ๒๕๖๕ นั้นทำให้เร็วขึ้นกว่า ปี ๒๕๖๕ ได้ไหมครับ ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของประเทศสหรัฐอเมริกา ลงนามห้ามใช้ ไมโครบีดส์ (Microbeads) หรือเมล็ดพลาสติก เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการมี ไมโครพลาสติก (Microplastics) อยู่ตามแหล่งน้ำรวมทั้งทะเลด้วยเราจะยกเลิกได้ไหมครับ ท่านประธานครับ และเรามีพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบทางทะเลถึง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีเรือกำจัดขยะอยู่เพียง ๒ ลำเท่านั้น แล้วมันจะไปกำจัด ขยะได้อย่างไรครับกำจัดขยะทางทะเล ผมจึงขออนุญาตเรียนถามว่าสิ่งเหล่านี้ท่านรัฐมนตรี มีแนวทางแก้ไขรวมทั้งไมโครพลาสติก (Microplastics) ในทะเลอย่างไรบ้างครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ คำว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทย คงได้ตระหนักถึงแล้วว่า ทิ้งขยะพลาสติกเพียงแค่ชิ้นเดียวตื่นเช้ามาวันรุ่งขึ้นทำให้คนไทย เกือบทั้งประเทศและเด็ก ๆ อีกนับล้านชีวิตต้องโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของ น้องมาเรียม การทิ้งพลาสติก การทิ้งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ลงไปโดยที่ไม่ยั้งคิดผลที่กระทบ ตามกลับมานั้นมันมากมายมากกว่าที่พวกเราจะตระหนักได้มากมายนัก

ประเด็นเรื่องไมโครพลาสติก (Microplastics) ที่ท่านสมาชิกได้กล่าว เมื่อสักครู่ก็คือชิ้นส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า ๕ มิลลิเมตร ก็จะมีแหล่งที่มาอยู่ ๒ แห่ง เป็นไพรมารี ไมโครพลาสติก (Primary Microplastics) ที่ผลิตจากพลาสติกขนาดเล็ก เช่น เม็ดบีดส์ (Beads) ในโฟมล้างหน้า เป็นต้น แล้วก็เซคคอนดารี ไมโครพลาสติก (Secondary Microplastics) ก็จะเป็นพลาสติกที่แตกตัวจากพวกขวดน้ำ จากพวกแคปซีล (Cap Seal) ทั้งหลาย จนกลายเป็นพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ลงมา จนที่เขาเรียกว่า ไมโครพลาสติก (Microplastics) ซึ่งปัจจุบันนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่จะสามารถกำจัดไมโครพลาสติก (Microplastics) ลงได้ การแก้ไขปัญหาจากแหล่งที่มาไพรมารี ซอร์ส (Primary source) หรือพวกไมโครบีดส์ (Microbeads) นั้น ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายในการยกเลิกใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไมโครบีดส์ (Microbeads) ภายในปี ๒๕๖๒ และในส่วนของที่มา จากเซคคอนดารี ซอร์ส (Secondary source) นั้น จะต้องมีการลดขยะพลาสติกจาก แหล่งกำเนิดเพื่อไม่ให้ปนเปื้อนในธรรมชาติ ในการลดจากแหล่งกำเนิดนั้นก็ขออนุญาต เรียนว่าตามโรดแมป (Roadmap) ที่ประเทศไทยมีว่า ภายในปี ๒๕๖๕ จำนวนพลาสติก ๔ ชนิด ได้แก่ พลาสติกถุงหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า ๓๖ ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร และแก้วน้ำพลาสติกแบบบางรวมถึงหลอดพลาสติกนั้นที่ทาง ครม. ได้มีมติเห็นชอบให้เลิกใช้ ภายในปี ๒๕๖๕ นั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราจะพยายามผลักดัน ให้เกิดการปฏิบัติให้เร็วขึ้น อาจจะเป็นปี ๒๕๖๔ ส่วนการเลิกใช้พลาสติก ๓ ชนิด ได้แก่ พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่มหรือแคปซีล (Cap Seal) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสาร ประเภทอ็อกโซ่ (OXO) และไมโครบีดส์ (Microbeads) จากพลาสติกนั้น เราจะเลิกใช้ภายใน ปี ๒๕๖๒ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ต้องฝากเรียนท่านสมาชิกด้วยว่า การที่จะยกเลิก ใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งนั้นเรียกว่าเป็นวิสัยของคนไทยก็ว่าได้ เป็นสิ่งที่ยากไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยกตัวอย่างเช่นตอนเช้า ๆ เวลาเราไปใส่บาตรกัน การใส่บาตรถึงแม้แต่พวกเราทำบุญ แต่ถ้าหากพวกเราสังเกตวัสดุอุปกรณ์ที่เราใช้ในการใส่บรรจุหีบห่อเป็นพลาสติกทั้งนั้น เวลาผมเดินตามใส่บาตรท่านเจ้าคุณที่วัดบวรนิเวศ สิ่งที่ได้ตามกลับมานอกจากอาหารเวลา ท่านไปบิณฑบาต ขอประทานโทษครับ เวลาชาวบ้านใส่บาตรมาต่างจากเมื่อก่อน เมื่อก่อน จะมีปิ่นโต เมื่อก่อนจะใช้ใบตอง ปัจจุบันหนังสติ๊ก ถุงพลาสติก ถุงก๊อบแก๊บ เอาถุงก๊อบแก๊บ ไปใส่ถุงพลาสติก ไปใส่ถุงหูหิ้ว บางเจ้าต้องซ้อนถุงกันเพราะกลัวว่าพระจะหนักเกินไป ดังนั้น การที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แต่ถึงกระนั้นเราก็จะต้อง เริ่มในการที่จะพยายามลดแล้วก็เลิกในการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง

ประเด็นต่อมานะครับ ประเด็นเรื่องเรือกำจัดขยะ อย่างที่ท่านสมาชิก ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ นั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับงบประมาณในการจัดหาเรือเก็บขยะจำนวนเพียงแค่ ๒ ลำเท่านั้น ซึ่งจะจัดส่งภายใน เดือนกันยายน ๒๕๖๒ นี้ เรือที่เก็บขยะนั้นจะสามารถใช้เก็บขยะในบริเวณพื้นที่ปากแม่น้ำ ที่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ ที่มีปากแม่น้ำประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร หรือแม่น้ำขนาดกลางที่มีขนาด ๕๐๐-๑,๐๐๐ เมตร ปัจจุบันเรือทั้ง ๒ ลำนั้น ได้กำหนดให้ประจำการที่จังหวัดสมุทรสาคร ลำหนึ่ง สำหรับดำเนินการเก็บขยะบริเวณปากแม่น้ำในบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน แล้วก็ลำที่ ๒ ประจำการอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการเก็บขยะบริเวณปากแม่น้ำ ในบริเวณจังหวัดภูเก็ตแล้วก็อ่าวพังงา ซึ่งในปีต่อ ๆ ไป ทางกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งนั้นจะจัดหาเรือเพิ่มอีก ๗ ลำ เพื่อประจำการ ๗ จังหวัด มีจังหวัดระยอง เป็นอันดับแรกเพื่อดำเนินการจัดเก็บขยะในบริเวณพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดตราด ต่อมาลำที่ ๒ เราจะดำเนินการเอาไว้ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินการเก็บขยะบริเวณแม่น้ำ ที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาจะมีที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อดูแล พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี ลำที่ ๕ จังหวัดชุมพรเพื่อดำเนินการกำจัด ขยะบริเวณพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี และลำที่ ๖ จังหวัดสงขลา จะดำเนินการจัดเก็บขยะบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัด ปัตตานี และลำสุดท้ายจังหวัดระนอง เพื่อดำเนินการจัดเก็บขยะในพื้นที่ของจังหวัดระนอง และจังหวัดพังงา ๗ ลำนี้เราจะดำเนินการของบประมาณไป ก็ต้องขออนุญาตฝาก ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงบประมาณนะครับว่า อย่าตัดงบของเราเยอะ เราจะได้ไปซื้อ เรือกำจัดขยะเยอะ ๆ เพื่อกำจัดขยะได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานที่เคารพครับ กำจัดขยะอย่างที่ผมได้กล่าวไป เมื่อตอนต้น จะกำจัดอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าหากคนทิ้งยังเอาแต่ทิ้งกันอยู่ จะมีนโยบาย ที่ดีอย่างไร จะมีอุปกรณ์ที่ดีอย่างไร จะมีนโยบายหรือแนวทางมาตรการที่ดีอย่างไร ถ้าคนไทยยังไม่หยุดที่จะทิ้ง ปรากฏการณ์ของมาเรียมก็จะเกิดขึ้นต่อไปอีก ดังนั้นวันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราจะริเริ่ม โครงการมาเรียมโปรเจกต์ (Project) หรือมาเรียม อินิชิเอทีฟ (Initiative) ขึ้นมาในการที่จะเป็นการสร้างจิตสำนึก และกระตุ้นให้คนนั้นมีความตระหนักมากขึ้น แล้วก็สร้างจิตสำนึกในการไม่ทิ้งขยะ การปลูกฝังความรู้ให้กับเด็กเล็กผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการให้มีความสะอาด ให้มีวินัย ในการทิ้งขยะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้องมาเรียมเกิดขึ้นอีก ในอนาคต เพราะการเด็ดดอกไม้ การสะเทือนถึงดวงดาวนั้น ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้ เกิดขึ้น ดังนั้นวันนี้ต้องขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังเพื่อน ๆ สมาชิกทุก ๆ คนว่า ออกจากสภาในวันนี้ถ้าท่านเจอขยะช่วยกันเก็บขยะ เราก็ได้ขยะ ๕๐๐ ชิ้นแล้วครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐวุฒิมีเวลาอยู่ ๑ นาที ๑๓ วินาที

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ท้ายที่สุดนี้วันนี้ผมตั้งใจแต่งชุดดำมาไว้ทุกข์ให้มาเรียม ไว้อาลัย แล้วแต่งกลอนบทหนึ่ง ท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านครับ อักษรามาลัยมอบให้ มาเรียม คือพะยูนกำพร้าน่าสงสาร คือตำนานมาเรียมมาลาลับ คือบทเรียนมนุษย์ร่วมปกปัก ช่วยอนุรักษ์พิทักษ์ทะเลไทย ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีไม่ต้อง ตอบเป็นกลอนนะครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กลอนไม่แข็งแรงครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ต้องเรียนว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเองจะทำทุกวิถีทาง ในการรักษาผืนป่าและรักษาท้องทะเลไทยให้มีความสะอาด งดงาม ไม่ใช่เพื่อพวกเราทุกคน แต่เพื่ออนาคต เพื่อลูกหลานของพวกเราทุกคน คุณพ่อของผม คุณพ่อบรรหารนั้น ท่านเก็บขยะ ที่จังหวัดสุพรรณบุรีมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ จนวันนี้ท่านจากพวกเราไปแล้ว ๓ ปีกว่าขยะก็ยัง ไม่หมด ฉะนั้นวันนี้ศิลปอาชา รุ่น ๒ รวมทั้งเพื่อน ๆ สมาชิกที่อยู่ที่นี่เราจะมาช่วยกัน เก็บขยะ เราจะมาช่วยกันทำให้ประเทศไทยปลอดขยะขึ้นภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ รักษาเวลาไว้ กระทู้ด่วนที่ ๓ นะครับ

๑.๑.๓ กระทู้ถามสด ที่ ๐๐๙ ส. มาตรการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชนในตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร จากการทำเหมืองแร่หรือระเบิดหินของ บริษัทเอกชน (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม

เชิญคุณหมอเลยครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผมขอตั้งกระทู้ถามสด ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ในเรื่องของประชาชนที่อยู่ที่ตำบลคำป่าหลาย จังหวัดมุกดาหาร มีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ในเรื่องของการที่จะอนุญาตให้เอกชนทำเหมืองหิน เพื่อระเบิดหิน ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านคำป่าหลายสมชื่อเป็นบ้านที่อุดมสมบูรณ์ ทางอีสานคำว่า คำ นี่คือสมบูรณ์แล้วทองคำ ป่าหลาย มีป่าแน่นหนา มีประชาชนอยู่เดิมที ๓ หมู่บ้านเท่านั้นเอง ๑ หมู่บ้านแล้วเป็น ๓ หมู่บ้าน เดี๋ยวนี้มีทั้งหมด ๑๗ หมู่บ้าน มีประชากรทั้งหมดประมาณ ๑๒,๖๗๕ หลังคาเรือน หมื่นกว่าคนครับ ประชาชนอยู่ อย่างมีความสุข แต่วันดีคืนดีก็มีบริษัทหนึ่งมาขออนุญาตในการที่จะทำเหมืองแร่ บริษัทนี้คือ บริษัท ที บราเดอร์ เทรดดิ้ง จำกัด ได้ยื่นคำขอประทานบัตรเหมืองแร่อุตสาหกรรมชนิด หินทรายเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างที่บ้านคำน้อย หมู่ที่ ๖ ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ในเนื้อที่คำขอ ๒๑๕ ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงหมูด้วย แปลงที่ ๒ ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นคำขอประทานบัตร และขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมู การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ขั้นตอนและหลักเกณฑ์ วิธีการยื่นคำขอประทานบัตรไม่ถูกต้อง โดยบริษัทดังกล่าวได้ทำ ไม่ว่าประชาพิจารณ์ หรือให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจทุกอย่างก็ไม่ตรงกับ ที่กฎหมายบัญญัติไว้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนท่านทราบว่า ถ้าทำเหมืองแร่ ที่นี่เกิดขึ้นบ่อน้ำซับซึ่งเกิดที่หมู่บ้านนี้จะหายไปหมด ท่านประธานที่เคารพ หมู่บ้านนี้ อยู่ในบริเวณที่เป็นเนินเขานะครับ น้ำซับนี้คืออะไร ธรรมดาหมู่บ้านนี่เขาจะอยู่ริมคลอง ริมแม่น้ำ หรือริมสระ แต่หมู่บ้านนี้ ตำบลนี้อยู่ในที่ธรรมดามีภูเขาและเป็นที่ราบ ท่านประธานครับ ภูเขานี่ก็จะมีน้ำไหลลงมาน้ำจะซึมไปในภูเขา แล้วก็ซึมไปใต้ดิน แล้วจะมา โผล่ที่พื้นที่ดินครับ จะซึมซาบ เรียกว่า น้ำซับครับ น้ำซับนี่ชาวบ้านก็รู้จักมาทำเป็น บ่อรองน้ำซับ น้ำซับก็จะไหลรวมกันมาทั้งหมด ๓ บ่อ เพราะมี ๓ แห่งครับ แล้วก็ไหลลงไป ที่หมู่บ้าน หมู่บ้านนี่ได้ใช้น้ำซับตลอดมา ก็ได้ขยายมากมายไม่ว่าตำบลใกล้เคียง อำเภอดงหลวง อำเภอมุกดาหาร ซึ่งมีทั้ง ๑๙ หมู่บ้านก็ใช้น้ำซับนี้ ถ้าน้ำซับนี้เสียหาย ไปจากการระเบิดหินเขาจะลำบากมากทีเดียวนะครับ เดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ชาวบ้านขอร้องมา ทำหนังสือมาถึงพรรคของผม พรรคเสรีรวมไทย ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ได้ไปสำรวจดูได้พบพี่น้อง ประชาชนเขาลำบากจริง ๆ จึงเป็นกระทู้ถามท่านประธาน โดยถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการตรวจสอบ สั่งการ เพื่อพิจารณาทบทวน การยื่นขอประทานบัตรของบริษัท ที บราเดอร์ เทรดดิ้ง จำกัด หรือไม่อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และปรากฏว่าในเขตที่ขอประทานบัตรเป็นพื้นที่ ต้นน้ำหรือป่าน้ำซับตามมาตรา ๑๗ วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. เหมืองแร่ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งนี้ประชาชนได้ร้องเรียนว่า มีการจัดทำหลักฐานประชาพิจารณ์ที่เป็นเท็จ ท่านได้มีการ ตรวจสอบอย่างไรหรือไม่ คำถามแรก ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรี เชิญนะครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอตอบกระทู้ของคุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย เรื่องการอนุญาตสัมปทานบัตร ตอนนี้อยู่ในขั้นตอน คำขอ กระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่ได้อนุญาตที่จะให้ทำเหมืองเหล่านี้ แล้วผมขอยืนยันว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของผลกระทบต่อชาวบ้านนั้น ผมให้ความสำคัญที่สุด แต่ในขณะนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า แต่เดิมนั้นการขออนุญาตสัมปทานบัตรทางเหมืองจะต้องมาที่ตัว รัฐมนตรีเป็นคนอนุญาต แต่ในขณะนี้การอนุญาตนั้น พ.ร.บ. แร่ฉบับใหม่จะไปอยู่ที่ทาง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีและกรมเหมืองแร่ แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ผมได้กำชับอธิบดีผ่านท่านปลัดว่า เรื่องที่จะอนุญาตเรื่องของการ ระเบิดหินต่าง ๆ จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง ถ้าชาวบ้านร้องเรียนขึ้นมา แล้วก็ถ้าไป ตรวจสอบว่าทางตัวเจ้าหน้าที่เองไม่รอบคอบ ผมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบครับ ขอตอบ คำถามแรกครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีเกิดมาในยุคของประชาธิปไตย ในเรื่องเดิม ที่กระผมไปตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่นั่นนะครับ เขาน่าสงสารจริง ๆ ปรากฏว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นเรื่องผลประโยชน์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งการทำประชาพิจารณ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็เซ็นเท็จ ไปหมด ปลอมลายเซ็น บางครั้งก็มีบุคคลซึ่งแต่งตัวคล้ายทหารเข้าไปข่มขู่ชาวบ้านเขา บางครั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไปบอกว่าได้แจ้งยึดพื้นที่ไว้แล้ว ๒,๒๐๐ ไร่ ต้องยึดเพราะเป็นการ ทวงคืนผืนป่า พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า ทวงคืนผืนป่าอย่างไรทำไมไม่ไปบอกนายทุน ทางบริษัทนี่เป็นนายทุนนะ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า พวกท่านเป็นนายทุน ท่านมีรถ ท่านมี จักรยาน ท่านมีเล้าหมู ท่านเป็นนายทุน ราษฎรท่านนั้นก็ตอบว่า ผมไม่ได้เป็นนายทุน ผมนั้น ได้บัตรสงเคราะห์จากรัฐบาลด้วยยังเป็นคนจนอยู่ เขาก็บอกท่านเป็นนายทุนฉันต้องยึด เพราะฉะนั้นจึงมีการสั่งโค่นต้นยางที่เขาทำ มีการทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อการประชาพิจารณ์ ให้ถูกต้องที่สุด เรื่องนี้ผมจึงเรียนท่านรัฐมนตรีในยุคประชาธิปไตยนี้ ครั้งก่อนนั้นการทวงคืน ผืนป่าใช้ มาตรา ๔๔ ซึ่งขณะนี้ มาตรา ๔๔ ก็หมดไปแล้ว ผมจึงกราบเรียนท่านรัฐมนตรี อีกครั้งว่า ก็ขอฝากด้วยนะครับ ถ้าในเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลก็ขอท่านได้ยับยั้งเรื่องนี้ด้วยนะครับ

กระผมมีคำถามข้อที่ ๒ ว่า ท่านจะชี้แจงนโยบายและมาตรการป้องกันไม่ให้ เกิดปัญหาอย่างนี้ซ้ำซากในหลายจังหวัดของประเทศไทยอย่างไร อันนี้ก็กราบเรียนอีกครั้งครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรี เชิญนะครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ผมจะมี การตรวจสอบและกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไข ถ้ามีการอนุญาต ให้เคร่งครัดตั้งแต่เรื่องของการป้องกันผลกระทบ ถ้าสมมุติการอนุญาตใช้ระเบิด ระบบ ป้องกันฝุ่นจากการประกอบการและการขนส่งจะมีการฉีดพรมน้ำ การปิดคลุมรถบรรทุก ควบคุมความเร็วของรถบรรทุกเป็นต้น และที่สำคัญเราคิดว่าชาวบ้านถ้าได้รับผลกระทบ เรามีการจัดตั้งกองทุนอยู่ ๓ กองทุน ได้แก่ หลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ที่ผ่าน การทำเหมือง และการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ๒. จะมีกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่ เหมืองแร่เพื่อประโยชน์ของชุมชน ๓. จะมีกองทุนดูแลสุขภาพของประชาชนรอบพื้นที่ เหมืองแร่ กรณีแหล่งน้ำตามธรรมชาติได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่จะมีการ ตรวจสอบและสั่งการให้หยุดการทำเหมืองทันที และจะหาแนวทางการแก้ไขเพื่อฟื้นฟู แหล่งน้ำตามธรรมชาติได้ดังเดิม นี่หมายถึงกรณีที่มีการอนุญาตนะครับ แต่เรื่องของการที่ว่า จะมีตอนที่ไปทำประชาพิจารณ์ ไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้ โครงการอื่น ๆ ก็จะมีข้อกล่าวหา เรื่องของการที่ว่า การทำประชาพิจารณ์นี่ไม่ได้ไปทำให้ถูกต้องตามวิธี ซึ่งเรื่องนี้เองสำหรับ กรณีนี้ผมจะขอตรวจสอบอีกครั้งนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เป็นคำถามที่ ๓ คำถาม สุดท้ายนะครับ กระผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่เข้าใจในการปกครอง แบบระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนนั้นต้องมีอำนาจ ต้องคิดถึงเขา ต้องนึกถึงเขา ต้องมองผลประโยชน์ของเขา คณะรัฐบาลได้ประกาศและจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่สิ่งที่กระผมเป็นห่วงและที่ผ่านมานั้นก็คือ การรับเงินทอนหรือการคอร์รัปชันของ เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ผมเชื่อมือครับ ในระดับรัฐบาลนั้นคงไม่มีเพราะอยู่สูงแล้ว แต่ระดับตั้งแต่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด มีตลอดครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนเหล่านั้นที่อยู่ใน หมู่บ้านต้องมีความเห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชน แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นมันไม่เว้นอะไร เพราะฉะนั้นการที่เป็นข้อมูลเท็จทั้งหลายที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเกิดจากผลประโยชน์ หรือการ คอร์รัปชันซึ่งเป็นปัญหายิ่งใหญ่ของประเทศของเรานะครับ แล้วก็เป็นหลักสำคัญของ พรรคเสรีรวมไทยครับ เรื่องนี้หยุดคอร์รัปชัน กระผมขอฝากท่านรัฐมนตรี เชื่อมือครับ แต่พวกกระผมจะตามต่อติดไม่ยั้งครับ สำหรับผู้ที่หาเงินทอนเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ของตัวเอง แต่มาตกกับพี่น้องประชาชน ผมจึงฝากครั้งสุดท้ายว่า ถ้าเรื่องนี้ถ้ามีเหตุผลในการ ที่จะหยุดยั้งไม่ให้เกิดการทำเหมืองแร่ที่บ้านคำป่าหลาย จะเป็นผลประโยชน์อย่างสูงสุด กระผมจะกราบขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามสดนะครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ท่านประธาน ผมยังไม่ได้ตอบเลยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะตอบหรือครับ เชิญครับ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ขอโทษครับ ผมคิดว่าเรื่องนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ถือเรื่องนี้จะว่าแล้วก็เป็นวาระแห่งชาติเลยนะครับ ที่จะต้องป้องกัน และผมคิดว่าในที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีเกียรติในที่ประชุมแห่งนี้ทุกคนก็เห็น เรื่องปัญหาคอร์รัปชัน

สำหรับเรื่องที่ท่านบอกว่าท่านได้ข้อมูลว่าระดับจังหวัด ระดับตำบลอะไร ต่าง ๆ มีเรื่องของถ้าเกี่ยวกับโครงการการอนุมัตินี้ถ้ามีเรื่องทุจริตเกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น ๆ ผมก็จะติดตามให้ แต่ส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้นก็จะมีเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม จังหวัด ทางอุตสาหกรรมจังหวัดถ้าท่านมีข้อมูลเรื่องของการไม่ตรงไปตรงมา แล้วก็มี หลักฐานท่านส่งมานะครับ ผมจะรีบดำเนินการจัดการให้เลยครับ ขอบคุณมากครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ กระทู้ถามทั่วไป มี ๓ กระทู้ ผมเรียนท่านสมาชิกว่าเมื่อจบกระทู้ถามทั่วไปแล้ววันนี้เราจะได้ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ไม่มีระเบียบวาระอยู่ในเอกสารนะครับ เพราะว่าพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ได้มา วันนี้ครับ ขอเรียนไว้ล่วงหน้า

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๒ เรื่อง ประชาชนถูกฟ้องขับไล่พื้นที่ทำกิน บ้านคลองชัน (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ขอเชิญท่านผู้ถาม กระทู้ครับ

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน พรรคอนาคตใหม่ เขต ๒ จังหวัดจันทบุรี กรณีของผมมันมีข้อพิพาทกัน ระหว่างทหารเรือกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี หมู่บ้านคลองชัน ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สืบเนื่องมาจากว่า เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ ทหารเรือก็ไปขอใช้พื้นที่ ซึ่งเป็นที่ของกรมป่าไม้และของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื้อที่ประมาณ ๑๓,๖๕๐ ไร่ ใน ๑๓,๖๕๐ ไร่นี้มีพี่น้องประชาชนทำมาหากินอยู่ ๑๘๑ ครอบครัว ทางทหารเรือก็จัดให้มีที่ทำกินของพี่น้องประชาชน ๑๘๑ ครอบครัวนี้ คือให้ที่ดินทำกินครอบครัวทั้งหมดคนละ ๑๕ ไร่ ก็จบไปครับท่านประธาน แต่ที่ดิน ข้อพิพาทนี้มีอีกประมาณ ๓๐ ครอบครัว ในเมื่อรู้ว่าทหารเรือให้ขึ้นทะเบียน ๑๘๑ ครอบครัว ใน ๓๐ ครอบครัวนี้ก็จะไปขอขึ้นทะเบียนด้วยครับ แต่ทหารเรือบอกว่าไม่ต้องขึ้นทะเบียน เพราะว่าที่ดินของท่านนี้อยู่นอกเขตที่ทหารขอใช้ ทหารขอใช้ทำอะไรครับท่านประธาน ทำเป็นที่ฝึกครับท่านประธาน

ปัญหามันก็มีอยู่ว่าพอทหารใช้พื้นที่จำนวนนี้ อยู่มาทหารจะขอใช้ที่ดินเพิ่ม ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นก็ต้องขยายจาก ๑๓,๐๐๐ กว่าไร่ เป็น ๑๗,๐๐๐ ไร่ ทีนี้ใน ๑๗,๐๐๐ ไร่ ตามชาร์ต (Chart) ที่เอาให้ดูครับท่าน ส.ส. เส้นสีดำนี่คือ ๑๓,๐๐๐ กว่าไร่ เส้นสีแดงนี่คือ ๑๗,๐๐๐ ไร่ ที่ทหารอยากจะใช้ มันมีคนหมู่บ้านคลองชันประมาณ ๓๐ ครัวเรือน อยู่บริเวณนี้ซึ่งทหารจะขอใช้อยู่พอดี ทหารทำอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ทหารก็ไปรับมอบอำนาจจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อฟ้องขับไล่พี่น้อง ประชาชนกลุ่มนี้ครับ เมื่อฟ้องประชาชน ประชาชนได้รับหมายก็ไปพบพนักงานสอบสวน ประชาชนเป็นคนยากไร้ เป็นคนไม่มีการศึกษาซึ่งอยู่ในป่าเขา ก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มีเจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่ได้ว่าใครนะครับ เจ้าหน้าที่รัฐบอกว่า ท่านรับไปเถอะแล้วท่านก็จะได้เสียค่าปรับ แล้วก็จะได้เข้าไปทำกินในที่ผืนนี้อีกต่อไป ปรากฏว่า รับสารภาพขึ้นศาล พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ก็แพ้คดีเพราะรับสารภาพ พอแพ้คดี ทหารก็พยายามผลักดัน ผลักดันพี่น้องประชาชน ก็ไม่ยอมออก เพราะว่าไม่รู้จะไปทำมาหากินที่ไหน ก็โดนทหารกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา

ท่านประธานครับ ประชาชนกลุ่มนี้ก็ไปร้องทางผู้ว่าราชการจังหวัด ไปร้องจาก จังหวัดจันทบุรี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ให้ไปร้องกับศูนย์ดำรงธรรม เรื่องก็เงียบไป พอมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกตั้งขึ้นมาเสร็จก็มาร้องที่สำนักงานผมว่า เดือดร้อนอย่างนี้ ๆ ผมก็เข้าไปดูข้อเท็จจริงนะครับ ทหารทำอย่างไรรู้หรือไม่ ท่านประธานครับ ขุดคูครับ ขุดคูไม่ให้ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้เข้าไปในพื้นที่แห่งนี้ ผมก็ไปถามว่านี่มันเรือกสวนไร่นาของพี่น้อง ประชาชนนี้ทำมาหากินกันมาหลายสิบปี เราดูจากสวนผลไม้อายุเยอะมาก ทำไมถึงทำแบบนี้ ทหารบอกว่า ขุดคูกั้นช้าง ท่านประธานครับ การขุดคูกั้นช้างต้องขุดติดเขา แล้วให้สวนของ พี่น้องประชาชนนี้อยู่ด้านนอก ทหารขุดอย่างไรรู้หรือไม่ท่านประธานครับ ขุดด้านนอก สวนพี่น้องประชาชนอยู่ด้านใน แล้วช้างจะไปกันอย่างไร โอเค (OK) เราก็ไม่ว่า แล้วทหาร ก็เชิญผมไปที่กองกำลังรักษาชายฝั่งจันทบุรี-ตราด ก็ไปคุยกันว่าที่ดินแปลงนี้เป็นอย่างนี้ แพ้คดีมาอย่างนี้ ๆ ท่าน ส.ส. รู้หรือเปล่า ผมบอก ผมทราบแล้ว เพราะฉะนั้นที่ดินแปลงนี้ ประชาชนทำมาหากินอยู่นาน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะให้เขาออก ถ้าทหารเรือต้องใช้จริง ๆ ควรจะหาที่ทำกินให้พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ก่อน ไม่ใช่คุณไปผลักดันเขาอย่างนี้ ทำกับเขาต่าง ๆ นานา ผมบอกขอเวลาผมสักครู่หนึ่งนะครับ ผมจะไปคุยในสภา ให้ผู้รับผิดชอบคือรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ คุณขุดแล้วไม่เป็นไร คุณเปิดทางให้พี่น้องประชาชนเข้าออก นิดหนึ่งครับ ทหารครับ เพราะว่าขณะนั้นเวลานั้นซึ่งเป็นหน้าเก็บเกี่ยวผลไม้ก็ให้เว้นทาง ไว้หน่อย เข้าสภาแล้วผมจะได้ไปหารือกับรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรี ว่าจะแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้อย่างไรนะครับ ทหารเรือทำอย่างไรรู้หรือไม่ครับ ท่านประธาน ไม่ยอมครับ อยู่มาวันดีคืนดีตัดหมดเลยไม่ให้พี่น้องประชาชนเข้าออกเลย แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อผลผลิตทางเกษตรกรรมจะเป็นเงาะก็ตาม ลองกองก็ตาม จะเอาเข้า ออกมาขายกันอย่างไร ก็เข้าออกไม่ได้ คนป่วยก็มีอยู่ด้านใน ผู้สูงอายุเดินไม่ได้ก็มี อะไรก็มี ประชาชนเข้าออกไม่ได้จะทำอย่างไร ประชาชนก็ใช้สะพาน ทำสะพานข้ามคู ทหารเผาเลยครับ ท่านประธานครับ อันนี้เรื่องจริงครับผมมีพยาน ผมก็เห็นใจพี่น้องประชาชน ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็บอกเอาอย่างนี้ก็แล้วกันพี่น้องประชาชนครับ คุณไถไปเลย คุณกลบไปเลยแล้วคุณเข้าออก ตามสบายเลย ถ้าเขามาจับอีกผมจะประกันตัวเอง ผมให้เจ้าหน้าที่สภาทำใบประกันตัว สำหรับชาวบ้านถ้าโดนจับ หลังจากวันนั้นมาทหารก็ยังไม่ดำเนินการใด ๆ ผมก็ได้พาพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ไปร้องถึงนายกรัฐมนตรี ไปร้องถึงหัวหน้า คสช. เพราะอะไร ต้องไปร้องหัวหน้า คสช. ครับ เพราะว่ามีคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ ออกคำสั่งมาว่า ประชาชนที่ทำกินอยู่ในผืนดินของป่าสงวนก็ตาม อุทยานแห่งชาติก็ตาม ทำมาช้านานให้ทำกิน ต่อไป แต่ถ้าผู้บุกรุกใหม่ให้ดำเนินคดีเด็ดขาดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไปร้องถึง คสช. แล้วก็ไปร้องถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ให้เจ้าหน้าที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาต้อนรับคณะของผม แล้วก็แจ้งให้คณะ ของผมทราบว่า กรณีที่ดินทำกินถ้าทำกินมาก่อนมติ ครม. ปี ๒๕๔๑ นะครับท่านประธาน จะได้ทำกินต่อไป เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพูดกับผมว่า เราปฏิบัติอย่างนี้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ทำมาหากินมาก่อนปี ๒๕๔๑ มากมาย โดนทหารขับไล่ เพราะทหารอยากจะได้ที่ดินแปลงนี้ ผมเรียนให้ท่านประธานทราบ แล้วผมถามเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมว่า แล้วจะทำอย่างไรจะรู้ได้อย่างไรทำกินมาก่อนปี ๒๕๔๑ หรือหลังปี ๒๕๔๑ เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่า ใช้ภาพถ่ายทางอากาศ ผมก็ไปหาภาพถ่ายทางอากาศมา เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกผมว่าถ้ามันเป็นขาว ๆ แบบนี้แสดงว่าที่ดินพี่น้องประชาชนทำกินมาช้านาน มันเป็น ที่โล่ง ที่สวน ที่อะไร มันไม่ใช่ป่าเขาถ้าป่าเขามันจะทึบ ๆ แบบนี้ ท่านประธานครับ นี่ผมเอามา ให้ท่านประธานดูว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนี้ครับ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้บ้านผมก็มี หลายที่ที่ไม่มีที่ดินทำกินโดยที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นกระดุมเม็ดที่ ๑ ของพรรคอนาคตใหม่ เราจะได้ดำเนินการหาหนทางแก้ไขในสิทธิที่ดินทำกินต่อไป แต่พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจารึกถามได้ครับ

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

ผมขออนุญาตเรียนถามรวมกันไปเลยก็ได้ เพราะว่ามันจะเกี่ยวเนื่องกันว่า รัฐมนตรีมีแนวทางที่จะทำอย่างไรเกี่ยวกับพี่น้องประชาชน กลุ่มนี้ จะให้เขาไปอยู่ที่ไหนอย่างไร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าของที่ดินโดยแท้จริง เพราะว่าไม่ใช่ที่ดินทหาร ทหารไม่มีที่ดิน ผมถามในที่ประชุม แล้วว่าคุณเป็นเจ้าของที่ดินคุณไปฟ้องประชาชน เขาบอกว่า ไม่ใช่ รับมอบอำนาจ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยังเป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ดินนี้ เพราะฉะนั้นให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่า มีแนวทางที่จะทำกับพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้อย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานครับ คืออันนี้ท่านสมาชิกถามทีเดียว ๒ คำถามเลย ถูกต้องหรือไม่ครับ

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

ถูกต้องครับ ท่านรัฐมนตรีครับ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 🔗

อย่างนั้นขออนุญาตท่านประธานตอบทีเดียวเลยแล้วกัน ท่านสมาชิกครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกจารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ต่อคำถามเรื่องประเด็นที่บ้านคลองชัน หมู่ที่ ๗ ตำบลจันทเขลม อำเภอคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีนั้น ก็ขออนุญาตเรียนตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า เมื่อตอนปี ๒๕๒๗ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นก็ได้อนุญาตให้ทาง กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ มีป่าจันตาเป๊ะ และเขาวังแจง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณอย่างที่ท่านสมาชิก ได้บอกคือ ๑๓,๖๕๐ ไร่ ทีนี้พอเวลาผ่านไปได้มีการมาสำรวจกันปรากฏว่า ข้อมูลที่ได้มานั้นกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ที่อนุมัติไปกับข้อมูลที่กองทัพเรือได้ใช้ไม่ตรงกัน กองทัพเรือจริง ๆ ใช้พื้นที่อยู่ ๑๗,๗๒๕ ไร่ แต่ว่าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พูดคุยกันมีความคลาดเคลื่อนกันอยู่ จำนวน ๔,๖๗๒ ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าวนั้น มีการจัดสรรที่ดินให้ราษฎรทำกินไปแล้วทั้งหมด ๑๘๑ แปลง แปลงละ ๑๕ ไร่ ก็รวมกันเป็น ๒,๗๑๕ ไร่ แล้วต่อมาตามข้อมูลที่ได้รับมาก็คือว่า เมื่อปี ๒๕๕๒ กองทัพเรือได้พบว่ามีการบุกรุกในพื้นที่ที่ขอใช้ประโยชน์ในทางราชการ จึงได้มี การดำเนินการทางกฎหมาย ในส่วนที่ได้มีการดำเนินการทางกฎหมายแล้วต้องขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า จะขอไม่พูดถึงการตัดสินของศาล ไม่ขออนุญาต ก้าวล่วงเข้าไป แต่ว่าในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวก็พบว่า จาก ๔๑ คดีที่ได้มีการดำเนินคดีไปนั้น อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จำนวน ๒๙ คดี แล้วก็อีก ๑๒ คดีนั้นอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว

การที่ทางทหารได้ขุดคู เมื่อสักครู่ผมเองก็เข้าใจได้ในมุมมองของทหารและ มุมมองของพี่น้องเกษตรกรว่า ทางทหารนั้นก็มีความเป็นห่วงเป็นใยว่า ถ้าชาวบ้านอยู่ในเขต พื้นที่ที่ได้ขอใช้ไปอาจจะเกิดอันตรายได้ บวกกับการที่มีช้างป่าเข้ามา จึงได้ขุดคูเพื่อล้อมรอบ บริเวณที่ขอใช้ประโยชน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินเพื่อป้องกัน ช้างป่าเข้ามาในบริเวณสนามฝึกของทางการทหาร แล้วก็ขอบเขตของพื้นที่สนามฝึกเป็นการ แสดงขอบเขต แล้วก็ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ใหม่ ดังนั้นผมเชื่อว่าทางทหารคงไม่ได้มีเจตนา ที่อยากจะขับไล่ประชาชน เพราะว่าเป็นการใช้การเท่านั้น ดังนั้นมาตรการที่จะช่วยเหลือ ประชาชนนั้น เนื่องจากว่าในปัจจุบันตามคำตัดสินของศาลที่ศาลจังหวัดจันทบุรีได้พิพากษา ลงโทษจำคุกจำเลย แล้วก็ปรับและลงอาญาไว้คนละ ๒ ปีนั้น จากการพิพากษาดังกล่าวทำให้ ไม่เข้าเกณฑ์ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ในข้อ ๕ ที่กำหนดไว้ว่า พื้นที่ที่อยู่ระหว่าง การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งนำมาดำเนินการ สำรวจการครอบครองที่ดินได้ ทีนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านสมาชิกว่า เป้าหมายของรัฐบาลนี้คือต้องการให้ประชาชนทุกคนมีที่ทำกิน ข้อมูลที่ได้รับขึ้นมาบางครั้ง อาจจะมีการคลาดเคลื่อน ที่รายงานมาถึงผมบ้าง บางครั้งที่ท่าน ส.ส. ได้รับมาอาจจะ ไม่ตรงกัน ก็จะขออนุญาตท่านประธานว่าจะให้ท่าน ส.ส. นั้นนำข้อมูลที่ท่าน ส.ส. มีอย่างครบถ้วน ถึงแม้ว่าศาลจะตัดสินไปแล้ว แต่ถ้าหากมีหลักฐานอะไรใหม่ขึ้นมา เราก็ยินดี ที่จะพิจารณา เพราะว่าเป้าหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เราไม่อยากจะไปไล่คนออกจากป่า เราไม่อยากให้ป่าไปรุกคนนะครับ คนและป่าจะต้อง สามารถอยู่ด้วยกันได้ ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะขออนุญาต ประสานงานโดยใช้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกับทหารเรือและทาง จังหวัดจะมาขอหารือกันเพื่อหาที่ทำกินให้กับประชาชน ขอยืนยันว่าอย่างไรเสียประชาชน จะต้องมีที่ทำกินนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากผ่านไปยังท่านจารึกนะครับ ก็ขอขอบคุณที่ท่านได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา เพราะผมเชื่อว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของบ้านคลองชัน ที่ตำบลจันทเขลมนั้น ก็คงจะเดือดร้อนกันมาพอสมควร มิฉะนั้นคงจะไม่ร้องไปถึงท่าน ส.ส. จารึก ก็ขอบคุณที่ท่านได้ตั้งกระทู้มา และในนามของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งต้องขอความกรุณา ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าถ้ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเรามานั่งหารือกัน ปัญหา ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ เรานำข้อมูลมากางกันอยู่บนโต๊ะ ตรงไหนที่ทับซ้อนกัน ตรงไหน ถ้าหากอยู่ไม่ได้จริง ๆ จะใช้พื้นที่ใดในการที่จะมาเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ของหมู่ ๗ บ้านคลองชัน ตำบลจันทเขลม อำเภอคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตฝากผ่านไปยังท่านสมาชิกครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกจารึกถามได้ อีกครั้งหนึ่งครับ

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

ผมหมดคำถามครับ ผมเองขออนุญาต กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีแทนพี่น้องประชาชนครับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวมา ผมจะได้ไปนำเรียนให้พี่น้องประชาชนของผมจังหวัดจันทบุรีได้ทราบครับ กราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๗ เรื่อง การสำรวจเพิ่มเติมเพื่อมอบบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม)

เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ความทุกข์ของประชาชนคือความทุกข์ของพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน และโดยเฉพาะความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ เป็นความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ วันนี้ผมได้รับความเมตตาจากท่านประธาน ได้บรรจุกระทู้ เรื่อง การสำรวจเพิ่มเติมเพื่อมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บังเอิญโปรโมชัน (Promotion) เรื่องนี้มาพอดีครับ เมื่อวานรัฐบาลอนุมัติพอดี แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ก็ยังต้อง สอบถามกันเพราะเรื่องนี้นั้นดูเสมือนว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของแผ่นดิน ก็เนื่องจากว่า ผมติดตามมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐบาลครั้งที่แล้วได้ตั้งชื่อบัตรนี้ว่า บัตรประชารัฐ บางคนก็เรียกว่าบัตรคนจน บางคนก็เรียกว่า บัตรลุงตู่ หลายชื่อเลยครับ แล้วก็มีพี่น้อง ประชาชนคนไทยที่ขึ้นทะเบียน ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน ไม่ได้น้อยนะครับ แล้วช่วงก่อน การเลือกตั้งก็มีเงินเติมพิเศษ เงินเติมเพิ่มพูนเข้าไปอีกคนละ ๕๐๐ บาท ผมเชื่อว่า ท่านประธานก็คงจะทราบเหมือนกับผม เพราะท่านประธานนั้นเป็นไอดอล (Idol) ของผม เพราะมาจากการเลือกตั้ง แล้ววันนี้ก็ลดลงไปเรื่อยมาเหลือ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท แล้วก็มา บอกว่าเงินพวกนี้เขาเรียกว่าเศรษฐกิจฐานรากมันแข็งแรง ผมไม่ค่อยเชื่อหรอกครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าที่ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาทนี่ก็คือการเติมเงินเหมือนกับเติม บัตรโทรศัพท์ เติมไว้เป็นรายเดือนเพื่อจะให้เขาลืมคำว่า ประชารัฐ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วย การที่จะเอาเงินไปให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในสภา ทั้งหมดนี้ครับ ยิ่งให้มากเท่าไรมันก็ยิ่งดีเท่านั้นละครับ พี่น้องก็จะได้จับจ่ายใช้สอย แต่นี่มัน ไม่เป็นเช่นนั้นครับ ในเบื้องต้นจริง ๆ ท่านประธานครับก็เติมเงินผ่านเข้าไป แล้วก็ทำบัตรให้ ชาวบ้านก็ไปรูด รูดปื๊ด นี่สมมุติว่าบัตรนะครับ รูดปื๊ด เงินกลับมายังทุนสามานย์ เงินกลับมา กรุงเทพฯ ชาวบ้านได้ของไป ของบางครั้งเอาโดยที่ไม่ถูกใจชาวบ้านแต่ต้องเอา เพราะว่า มันจะสิ้นเดือนแล้ว เขาโอนไปให้ ๓๐๐ บาทอยากได้มาม่าไม่มีมาม่า มีไวตามิลค์ก็ต้องเอานะครับ

ประการที่ ๑ ผมอยากฝากไปว่าวันนี้ถ้าท่านยังแจกก็ประกาศออกมาแจกแล้ว เมื่อวานมติ อย่าบอกว่าช่วยนะครับ แจก พูดกันอย่างชัด ๆ นี่ละครับ ก็ขอให้เงินสด เขาไป ถามว่าทำไมที่ผมเสนอแนะเช่นนี้ เพราะวันนี้ร้านโชห่วย ร้านขายของชำในหมู่บ้าน มันก็จะตายกันหมด เพราะว่าบัตรรูดนี่ละครับ แทนที่จะให้เงินสดเขาไปถึงไม่มากก็ไม่เป็นไร หรอกครับ ถ้ามากกว่านี้ยิ่งดี เขาต้องการอะไร เขาจะได้ไปซื้อตามความจำเป็นที่เขาอยากได้ หรือลูกหลานเขาจะไปโรงเรียนเขาก็จะได้ให้เงินลูกหลานเขาไป เอาละ ผมก็ได้ฟังข่าวบางที ก็ไปคิดเป็นห่วงเป็นใยแทนเขาบอกว่ากลัวเขาจะซื้อเหล้า กลัวเขาจะซื้อหวย อย่าไปคิดแทน เขามากครับ คนที่ซื้อเหล้า คนที่ซื้อหวยเขาก็ซื้อนะครับ ถึงไม่มีบัตรตรงนี้เขาก็ซื้อ คนไม่กิน เขาก็ไม่กิน แต่สร้างความแข็งแกร่งในชุมชน ในชนบทไปพร้อมกัน นั่นก็คือการให้เงินสด นี่ผมอยากฝาก ปีใหม่นี้ถ้าเป็นไปได้ก็ให้คนละ ๑,๐๐๐ บาทไป ตรุษจีนก็คนละ ๑,๐๐๐ บาทไป ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ แล้วท่านจะปฏิเสธว่าบัตรนี้ไม่ใช่บัตรหาเสียง เพราะในคราว หาเสียงผมเห็นหลายคนขึ้นไปบนเวทีบัตรนี้บัตรอะไร ใครทำ อยากได้ต่อไหมก็ต้องเลือกคนนี้

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครูมานิตย์ถามได้เลยครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

เดี๋ยวครับท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริง กระทู้นี่เขาไม่ให้อภิปราย

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

อ๋อหรือครับ ขออภัยท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้เหตุผลแล้วก็ยุติ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ก็จะถามว่าวันนี้บัตรนี้

ข้อที่ ๑ คนที่จนจริง ๆ ท่านประธาน เขากลับไม่ได้ เยอะแยะมากมายครับ แต่คนไม่รวยจริงก็ยังได้ด้วยเหตุผลว่าการสำรวจ สำรวจเอาลวก ๆ ครับ ก่อนปีใหม่ ก็เลยอยากถามว่ากระทรวงการคลังวันนี้คิดจะไปสำรวจใหม่หรือไม่ และจะสำรวจกัน อย่างจริงจังหรือไม่ ว่าขอให้คนจนจริง ๆ นั้นเขาได้ หรือคนที่ได้อยู่แล้วก็ได้ไป สำรวจใหม่ เพิ่มเติมที่เขาเข้าเกณฑ์แล้วจนจริง ๆ เพราะวันก่อนเขาไม่สามารถเข้าสู่ข้อมูลได้

ข้อที่ ๒ ให้เป็นเงินสดได้ไหมครับ รูดปื๊ดเงินสดออกมา แล้วเขาซื้อของเขาเอง ๒ ข้อเป็นเบื้องต้นก่อนท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบกระทู้ถามของครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ถึงกรณีคำถามว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะยังมีการสำรวจเพิ่มเติมสำหรับ ผู้มีรายได้น้อย แล้วก็ผู้ยากจนที่ยังตกหล่นอยู่อีกหรือไม่นะครับ ก็ขอตอบว่า จะยังมี การสำรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ยังตกหล่นอยู่ ในโครงการลงทะเบียน เพื่อมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการ ๒ ครั้ง

ครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีการเปิดรับลงทะเบียนเมื่อวันที่ ๓ เมษายนถึง วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ มีผู้มาลงทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น ๑๔,๑๗๐,๐๐๐ คน โดยได้ผ่าน เกณฑ์ที่ได้รับสิทธิจำนวน ๑๑,๔๖๐,๐๐๐ คน

ครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นการลงทะเบียนเพิ่มเติมผู้ที่ตกหล่น มีการเปิดรับลงทะเบียนเมื่อวันที่ ๑-๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ และมีผู้มาลงทะเบียน จำนวนทั้งสิ้น ๔,๕๙๐,๐๐๐ คน โดยได้ผ่านเกณฑ์ที่ได้รับสิทธิจำนวนอีก ๓,๑๓๐,๐๐๐ คน โดยผ่านกระทรวงมหาดไทย โครงการไทยยั่งยืน โดยในรอบนี้ได้มีบุคคลที่สำรวจเพิ่มเติม ๓,๑๓๐,๐๐๐ คนนั้น ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ ๘.๑ แสนคน และผู้พิการ ๒.๖ แสนคน และผู้ที่พิการด้วยแล้วก็สูงอายุด้วยอีก ๑.๔ แสนคน รวมทั้งสิ้น ๑,๐๗๐,๐๐๐ คน ส่วนอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กับ ๖๐,๐๐๐ คนนั้น เป็นผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิ รวมทั้งสิ้น เป็นจำนวน ๑๔,๕๙๐,๐๐๐ คนที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่า การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และได้รับความร่วมมือจาก กระทรวงมหาดไทยภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยมีหน่วยงานเคลื่อนที่ออกไป ลงทะเบียนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและในพื้นที่ที่มีผู้พิการ ผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถที่จะมาลงทะเบียนได้ ก็ได้มีการออกสำรวจแบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ๓ กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ ๑ ผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ภายใต้ โครงการไทยนิยมยั่งยืนนั้น ยังมีผู้ที่มีข้อมูลไม่สมบูรณ์และผู้ที่ตกหล่นอีกประมาณ ๖,๒๐๐ ราย

กลุ่มที่ ๒ ผู้พิการและผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ได้รับความช่วยเหลือจาก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม. แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนในปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ อีกจำนวนหนึ่ง

กลุ่มที่ ๓ ผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ห่างไกล ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ยังจะสำรวจต่อไป สรุปว่าขณะนี้มีผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้วจำนวน ๑๔,๕๖๐,๐๐๐ คน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านตอบก็ขอบคุณครับ เพราะว่าท่านอ่านไป แต่ว่าบังเอิญสิ่งที่ผมถามท่านลืมประเด็นไป ผมถามว่าจะแจกต่อไปอีก กี่ปีครับ ท่านก็ยังไม่ตอบ และอีกข้อหนึ่งที่จะแถมไปก็คือว่า จะจ่ายเป็นเงินสดหรือไม่ เพราะว่าร้านโชห่วย ร้านขายของชำร้านอื่นเขาจะได้ด้วย อีก ๒ ข้อครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำของผู้ที่มีรายได้น้อยกับผู้ที่มีรายได้มาก ดังนั้นโครงการนี้ยังจะลงไปดูแล ให้สิทธิสำหรับผู้มีรายได้น้อยอีกต่อไป ตามภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมือง ถ้าหากว่าเศรษฐกิจ ของบ้านเมืองดี แล้วก็พี่น้องประชาชนมีรายได้สูงขึ้นจนพ้นเกณฑ์ และถ้าหากว่ามีผู้ที่ พ้นเกณฑ์แล้วกลับมาอยู่ในเกณฑ์ใหม่ก็จะได้สิทธิตามระเบียบของโครงการบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐเรื่อยไปจนกว่าผู้มีรายได้น้อยจะหมดไปจากเกณฑ์ครับ

ส่วนคำถามที่ว่าสามารถที่จะนำบัตรนี้ไปเบิกเงินสดได้หรือไม่ ต้องตอบว่า ไปเบิกเงินสดได้ที่ตู้เอทีเอ็ม (ATM) ของธนาคาร และที่สำคัญกว่านั้นสามารถที่จะไปรูด ซื้อของได้ เดี๋ยวนี้สะดวกมากที่แอปพลิเคชัน (Application) ถุงเงินประชารัฐที่จะปรากฏ อยู่ตามร้านเล็กร้านน้อยในชุมชนของเรานั่นเอง ขอบคุณครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ยังไม่เคลียร์ (Clear) ครับ คำว่า เบิกเงินสดได้ คือหมายถึงว่าเบิกได้ทั้งหมด หรือว่าเบิกได้ ๕๐ บาท หรือว่าเอาบัตรไปขายเอา ๕๐ บาท แล้วก็ได้มาส่วนที่เหลือ ก็อยากจะเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า เบิกได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหมครับ ชาวบ้านเขาจะได้รู้ ต่อไปนี้ ร้านโชห่วยเขาก็จะได้ดีใจครับท่านรัฐมนตรี

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตให้ถามครับ เชิญครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณครับ ผู้ที่ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ละท่านจะได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยปกติแล้วผู้ที่ผ่านเกณฑ์มีสิทธิจะมี ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท สำหรับผู้มีรายได้น้อย ตามเกณฑ์ สำหรับผู้สูงอายุนอกเหนือจากได้รับ ๒๐๐ บาท และ ๓๐๐ บาทนี้แล้ว จะได้รับ ในฐานะที่เป็นผู้สูงอายุอีก ๕๐๐ บาท เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ สิงหาคม ที่ผ่านมา ครม. ได้อนุมัติ วงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี้เพิ่มเติมให้อีก คือผู้มีรายได้น้อยจะได้เพิ่มอีก ๕๐๐ บาท รวมเป็น ๗๐๐ บาท หรือ ๘๐๐ บาท ตามเกณฑ์ ส่วนผู้สูงอายุจะได้เพิ่มอีก ๕๐๐ บาท สรุปแล้วผู้สูงอายุจะได้เงินตามเกณฑ์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น ๑,๖๐๐ บาท หรือ ๑,๗๐๐ บาท ซึ่งเงินส่วนนี้สามารถที่จะไปเบิกถอนได้จากตู้เอทีเอ็ม (ATM) ทั้งจำนวน ในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนนี้สำหรับเงินที่เพิ่งผ่าน ครม. ไปเมื่อวันอังคารที่แล้วนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจท่านประธาน ท่านประธานไม่ให้ผมอภิปรายผมก็ไม่อภิปราย ผมยังไม่เคลียร์ (Clear) ครับ หมายความว่า ต่อไปนี้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่จำเป็นต้องไปเอาสิ่งของจากร้านธงฟ้าประชารัฐ สามารถเบิก เป็นเงินสดได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะซื้อของที่ร้านธงฟ้าประชารัฐหรือเอาไปซื้อที่ร้านไหนก็ได้ ใช่ไหมครับ นี่คำถามตรง ๆ เลยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นประเด็นต่อเนื่องกัน เชิญเลยครับ อนุญาตครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ด้วยความ เปิดกว้างนะครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีถ้าไม่แน่ใจ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เขาจะเข้าใจนะครับ เข้าใจเรื่องนี้ครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

จะได้เงิน เบิกเป็นเงินสดได้ ๑,๐๐๐ บาทนะครับ ส่วน ๒๐๐ บาท หรือ ๓๐๐ บาทนั้น ก็จะให้ไป ซื้อของที่ร้านธงฟ้านะครับ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเบิกเงินสดได้ ส่วน ๒๐๐ บาทและ ๓๐๐ บาท ตามเกณฑ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ก็สามารถที่จะไปซื้อของตามร้านธงฟ้าที่มีอยู่ ทั่วประเทศได้ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครูมานิตย์ครับ ต้องเห็นใจ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมจะจบแล้วท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผมเป็นห่วงเศรษฐกิจของประเทศมากเลยครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครูมานิตย์ พอแล้วครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ตกลงถอนเป็นเงินสดได้เต็มร้อยนะครับ ผมจะได้ยืนยันให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ยินครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือต้องเรียนว่า ผมเข้าใจว่า รัฐมนตรีเองก็ไม่แน่ใจนะครับ เพราะมันเป็นรายละเอียด ซึ่งเห็นใจนะครับ เผื่อครูมานิตย์ มาเป็นรัฐมนตรีแล้วเขาถามปัญหาที่ไม่ได้เตรียมมา บางทีก็อาจจะมีปัญหา ผมว่า เพื่อความแน่ใจรัฐมนตรีครับ ผมขอความกรุณาประเด็นที่ท่านครูมานิตย์ถามนี่ท่านไปดู รายละเอียด แล้วตอบเป็นส่วนตัวได้ครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เลยเวลาแล้วครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอนิดเดียวครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธาน ขอประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความกระจ่างก็จะขอตอบครูมานิตย์ว่า เงินส่วนเพิ่มไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ของผู้สูงอายุนั้น เบิกเป็นเงินสดได้ครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ และท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ ที่อวยพรให้ผมเป็นรัฐมนตรี ท่านประธาน รับผิดชอบคำพูดนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เผื่อเจออย่างนี้จะได้เห็นใจ เขาครับ

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๐ เรื่อง กฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. ๒๕๖๐ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

เชิญเลยครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ครับ ไมโครโฟนนี่ก็ช่างเตี้ยเหลือเกินนะครับ วันนี้ผมจะมาขอพูด เรื่องกฎกระทรวงเกี่ยวกับใบอนุญาตผลิตสุรา ซึ่งก่อนอื่นเลยผมบอกว่าครั้งนี้ผมไม่ได้ มาจะส่งเสริมให้ใครดื่มสุรานะครับ แต่ผมจะพูดถึงปัญหาก็คือความฝันของคนไทย หลาย ๆ คนที่มีความฝันเล็ก ๆ อยากเป็นผู้ผลิตสุรา แต่ทำไม่ได้โดนโครงสร้างรัฐกดทับ ด้วยใบอนุญาต จนต้องหนีไปทำที่ต่างประเทศ ตั้งโรงเบียร์ที่ประเทศเขมรบ้าง หรือไปทำที่ ประเทศออสเตรเลียบ้างนะครับ ใบอนุญาตสุราเป็นหนึ่งในใบอนุญาต ๘,๐๐๐ ใบในประเทศไทย ใบอนุญาตเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นรายใหม่ในการเข้าสู่ธุรกิจ ใบอนุญาตเหล่านี้ เป็นช่องทางให้ข้าราชการคอร์รัปชัน แต่คำถามวันนี้ที่ผมอยากถามมากที่สุดว่า ใบอนุญาต ผลิตสุรานี้มีไว้เพื่อเอื้อนายทุนหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ ตลาดเบียร์ในประเทศไทย มีมูลค่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเข้าร้านสะดวกซื้อท่านก็จะทราบว่ามีไม่กี่ยี่ห้อ มีไม่กี่แบรนด์ (Brand) แบ่งกันอยู่แค่นี้ครับ ถ้าผมยกตัวอย่างอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ ๔๐ ปีก่อน เขาก็เป็นแบบเราครับ มีโรงเบียร์อยู่ประมาณ ๔๐ โรง เจ้าของเป็นไม่กี่ตระกูล แต่วันนี้มี โรงเบียร์จะถึง ๗,๐๐๐ โรงแล้ว ซึ่งโรงเบียร์รายย่อย ๆ ที่กระจัดกระจายตามท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มีกำลังการผลิตไม่เยอะครับ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มูลค่ามีมากถึง ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ของตลาด แต่ที่สำคัญที่สุด จ้างงานมากถึง ๕๖ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานทั้งหมด ในอุตสาหกรรมเบียร์ จะเห็นได้ว่ามีผลประโยชน์ มีสิ่งที่ดีมากกว่าถ้าอนุญาต ตัดภาพมาที่ เมืองไทยครับ ท่านประธานครับผมจะชวนท่านประธานและทุกท่านมาทำโรงเบียร์ ตามใบอนุญาตนี้ ใบอนุญาตผลิตเบียร์ที่กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงมามี ๒ ประเภทครับ

ประเภทแรก เรียกว่า บูลล์ ผับ (Bull Pub) คือโรงอุตสาหกรรมผลิตเบียร์ ที่ผลิตเบียร์แล้วขายได้เฉพาะที่โรงงาน อย่างเช่น โรงเบียร์ใหญ่ ๆ ต่าง ๆ นานา ที่ท่านเห็นในเมือง ไม่สามารถบรรจุขวดขายได้ ซึ่งตามกฎหมายต้องผลิตขั้นต่ำถึง ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ท่านประธานลองนึกภาพขายอย่างไร ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อปี ๓๐๐ ลิตรต่อวัน ต้องมีพื้นที่ ใหญ่กว่าสภานี้ ลูกค้าต้องเยอะตลอดทุกวันถึงจะอยู่ได้ โอเค (OK) พูดแล้วขนลุก

ประเภทที่ ๒ ใบอนุญาตที่เรียกว่า บูลลี่ (Bully) คือผลิตแล้วสามารถใส่ขวด ขายได้ อันนี้ละครับที่ผมมองว่าตัวเลขมันไม่สอดคล้องจริง ๆ เพราะว่าขั้นต่ำที่จะขอ ใบอนุญาตในการผลิตได้ก็คือ ๑๐ ล้านลิตรต่อปี คำนวณแล้วตกวันละประมาณ ๓๐,๐๐๐ ลิตร ผมเคยโดนจับนะครับ แล้วมีคนเคยมาติดต่อผมว่า น้องมาทำเบียร์ด้วยกัน ผมก็สารตะดีดนิ้ว คิดเลขคิดคำนวณเงินทุนทุกอย่าง ๑,๐๐๐ ล้านบาทพี่มีหรือไม่จะมาลงทุนกับผม ถามหน่อย ท่านประธานครับ ประเทศนี้เด็กจบ ป.ตรี มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ต้องทำงานกี่ชาติ ถึงจะได้เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท จะมาตั้งโรงเบียร์ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังว่า เหตุใดจึงตั้งขั้นต่ำของการผลิตเบียร์ประเภท บูลล์ ผับ (Bull Pub) คือ ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อปี และเหตุใดต้องตั้งใบอนุญาตในการผลิตเบียร์ แบบบรรจุขวดแล้วขายที่อื่นได้เป็นจำนวน ๑๐ ล้านลิตรต่อปีครับ ประเทศนี้กฎหมาย คนสงสัยว่าเอื้อประชาชนหรือเอื้อนายทุนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกถามแล้ว ใช่หรือไม่ครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ถามแล้วครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอตอบกระทู้ถามของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ครับ จากคำถามที่ว่า เหตุใดกระทรวงการคลัง จึงมีข้อกำหนดในเรื่องปริมาณและทุนจดทะเบียนขั้นต่ำในการผลิตสุราแต่ละประเภท ต้องเรียนว่าสุราประเภทที่เรียกว่า เบียร์ หลัก ๆ ในข้อกำหนดก็จะมีอยู่ ๒ ประเภท

ประเภทที่หนึ่ง ก็คือการผลิตโดยการบ่ม กระบวนการผลิตอยู่ที่โรงจำหน่าย ที่พวกเราเรียกกันว่า โรงเบียร์ ซึ่งผลิตและจำหน่ายในที่ตั้งโดยไม่สามารถที่จะบรรจุขวด ขายได้ เบียร์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเบียร์สด ก็ต้องขอเรียนว่า สินค้าบริโภคในเรื่อง เครื่องดื่มนั้นก็ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย ทางกระทรวงการคลังจึงได้มีข้อกำหนดนี้ว่า อย่างต่ำในหนึ่งปีจะต้องผลิตได้ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อปี ซึ่งเฉลี่ยแล้วเดือนหนึ่งอย่างที่ ผู้ตั้งกระทู้ได้บอกว่า เดือนหนึ่งประมาณ ๘,๓๐๐ ลิตร หรือวันหนึ่งประมาณ ๓๐๐ ลิตร ต้องเรียนว่า ในด้านของปริมาณขั้นต่ำและทุนจดทะเบียนที่บอกว่ามีถึง ๑๐ ล้านบาท แล้วรายย่อยไม่สามารถที่จะเข้าแข่งขันหรือสร้างโรงเบียร์อย่างที่ว่านั้นได้ ในเรื่องของปริมาณ และเงินทุนจดทะเบียน ได้ทราบจากทางกรมสรรพสามิตว่ากำลังศึกษาในเรื่องทุน จดทะเบียนอยู่ว่าความเหมาะสมควรจะอยู่ตรงไหน เนื่องจากว่ามาตรการนี้ก็ออกมา ระยะหนึ่งแล้วนะครับ แต่ถึงอย่างไรจากคำถามที่บอกว่า ได้ตั้งกฎเกณฑ์นี้สำหรับผู้ผลิต รายใหญ่ ก็ต้องขอบอกว่าอันนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากว่าการผลิตเครื่องดื่มก็จะต้องมี มาตรฐานปกป้องผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเบียร์นั้น มีความสำคัญ ถ้าหากว่าไม่มีความปลอดภัย ไม่ได้มาตรฐานก็จะเกิดปัญหาได้ในคุณภาพชีวิต ก็คงต้องเรียนอย่างนั้นนะครับ

ส่วนเรื่องของโรงเบียร์ขนาดใหญ่ที่มีผลิตอยู่ในประเทศ ๓-๔ รายนั้นก็ต้อง บอกว่าทุนจดทะเบียนก็ ๑๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน แต่ว่าขั้นต่ำนั้นก็ ๑๐ ล้านลิตรขึ้นไป อันนี้เป็นมาตรฐานที่ยังต่ำอยู่ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการกีดกันนะครับ โดยเฉพาะการผลิตเบียร์นั้น ไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องที่จะผลิต ก็ต้องบอกว่าเสรี แต่ผู้จะผลิตได้นั้นก็จะต้องมีใบอนุญาต เสียก่อน เพื่อป้องกันมาตรฐานของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เหล่านี้ ขอบคุณครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ผม เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นเลยขอบคุณที่ตอบคำถามนะครับ ก็ตรงคำถามบ้าง ไม่ตรงบ้างนะครับ แต่ผมมองว่าผลิตเยอะก็ไม่ได้แปลว่าคุณภาพ มันจะดีนะครับ ผลิตน้อยอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ คือเรื่องของคุณภาพผมมองว่า การผ่อนปรน ใบอนุญาตมันจะช่วยในการทำให้คุณภาพเบียร์มันดีขึ้นด้วยซ้ำ เพราะว่ากรมสรรพสามิตเอง ก็มีแล็บ (LAB) ที่ดีที่สุดในเอเชียแล้วในลิสต์ (List) ของกรมสรรสามิตก็มีห้องแล็บ (LAB) ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยที่สามารถส่งตรวจแล้วไปยืนยันได้ ผมเลยคิดว่าข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ทำการบ้านใหม่นะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมจะมาพูดเรื่องสุราพื้นบ้าน สุราชุมชนครับ เรื่องนี้ละครับ เป็นข้อที่ค่อนข้างตรงกันข้ามกับที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาในอันแรก เพราะว่าสุราชุมชนนี้ มีกฎห้ามเกิน ๕ แรงม้าใช่ไหมครับ ๕ แรงม้านี้จริง ๆ แล้วเตาแก๊ส ๒ อัน หลอดไฟอีกหลอดหนึ่ง ก็เกินแล้วครับท่าน แล้วห้ามคนเกิน ๗ คนอีก มันทำให้สุราที่เขาผลิตมามันไม่มีคุณภาพ ถ้าคุณบอกว่าต้องรักษาคุณภาพเป็นห่วงประชาชนคุณก็ต้องเพิ่มแรงม้าให้เขานะครับ สุราไทย สุราพื้นบ้านผมถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามที่ไม่ได้เอามาส่องแสงของระบบเศรษฐกิจไทย ท่านประธานเคยไปเที่ยวที่ประเทศจีนก็จะเห็นเหล้าเหมาไถไหละเป็นแสน ไปที่ประเทศญี่ปุ่น ก็จะเจอสาเกขวดเป็นหมื่น

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเท่าพิภพต้องถามนะครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

นิดหนึ่งครับ พูดนิดหนึ่งครับ จะบอกว่า ทุกอย่างที่ทำก็ทำมาจากข้าวทั้งหมด และประเทศไทยก็มีข้าวที่ดีที่สุด เหล้าไทย แต่ละพื้นที่ ที่จังหวัดแพร่เอย ที่จังหวัดเลยเอย หรือว่าที่จังหวัดพัทลุง ข้าวสังข์หยด ก็สามารถเอามาทำเหล้าได้ สามารถขอ จีไอ (GI) เป็นคล้าย ๆ แชมเปญ (Champagne) ที่มีแต่ของไทย แล้วร้านอาหารไทยก็มีกันทั่วโลกนะครับ เราสามารถไปร้านอาหารไทย ทั่วโลก กินอาหารไทยไม่พอได้ลิ้มรสสุราไทยอีก ผมว่าตรงนี้ส่งเสริมได้ ปัญหาปัจจุบันไม่มี แค่เหล้าชุมชนครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามเลยครับท่าน กระทู้ครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ครับ เรื่องสุรากลั่นก็มีปัญหา เช่นกันครับท่านประธาน ผมจะขอเอ่ยนิดหนึ่งนะครับ ให้รู้ไว้ว่าสุรากลั่นพิเศษพวก วิสกี้ (Whisky) รัม (Rum) หรือว่ายิน (Gin) ต้องทำ ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน สุราขาวถ้าไม่อยาก ทำแบบชุมชนจะเลื่อนลงมาทำใหญ่ขึ้นหน่อย ไม่ใหญ่หน่อยครับ ต้องทำ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตั้งคำถามเลยครับ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ผมจึงอยากถามท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังครับว่า ออกกฎมาอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลง ปลดล็อกค้าเบียร์และปลดล็อกสุราไทยไหมครับ ให้ตรงตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่ท่านได้ตั้งไว้ รวมถึงให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ เกี่ยวกับการที่รัฐพึงจะให้ กฎหมายมีแต่พอควรและไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำมาหากินของประชาชนครับ อย่างไรฝากท่านตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญรัฐมนตรีครับ

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ครับ สำหรับคำถามข้อที่ ๒ นะครับ สุรากลั่นชนิดเอทานอลตามที่ได้ถามไว้ว่ามีกำหนดขนาดแรง ๕ แรงม้าและใช้แรงงานน้อยกว่า ๗ คนนั้น ต้องเรียนว่าการผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอลนั้น ไม่ได้กำหนดจำนวนแรงม้าไว้ แล้วก็ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องใช้แรงงานน้อยกว่า ๗ คน เพราะเนื่องจากว่าสุรากลั่นชนิดเอทานอลนั้น เป็นสุรากลั่นที่มีดีกรี (Degree) ถึง ๙๙.๕ ดีกรีเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นสุรากลั่นที่ไม่ได้มีกำหนดเรื่องแรงม้า แล้วก็เรื่องจำนวนคนไว้นะครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็จบวาระกระทู้นะครับ ขอบพระคุณครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามา เพราะว่าในเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมต่อไปนี้ ก็จะมีเรื่องที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่อยู่ในระเบียบวาระ แต่ผมขออนุญาตนำมาแจ้งที่ประชุมเพื่อรับทราบ เชิญเลขาธิการดำเนินการ ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ รอนิดเดียวครับ

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก เข้าห้องประชุม)

โดยที่วาระที่อยู่ใน ระเบียบวาระนะครับ วาระที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมต่อไปนั้นจะเป็นเรื่องรับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ขององค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) แต่ว่าก่อนที่จะเข้าวาระนั้น ผมขออนุญาตนำเรื่องสำคัญ ก็คือเรื่องที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งได้มีพิธี เมื่อตอน ๑๑.๐๐ นาฬิกาวันนี้ไปแล้วนะครับ เพื่อเราทั้งหลายจะได้ร่วมรับทราบครับ ท่านเลขาธิการเตรียมการนะครับ ผมขอเชิญท่านสมาชิกได้เตรียมตัวนะครับ แล้วก็ยืนขึ้น เพื่อรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านต่อไปครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“ประกาศ

แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

_____________ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า

ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เข้าบริหารประเทศและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๕-๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยมี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งครับ ขอแสดง ความยินดีกับท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ด้วยครับ

ขอเรียนเพื่อทราบอีกเรื่อง เนื่องจากว่าปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุมรัฐสภาอาเซียน ๑๐ ปี ๑ ครั้ง ซึ่งเราเข้ามาในช่วงที่ฉุกละหุกพอสมควร เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ก็ยุ่งกับเรื่องนี้มาก แต่ว่าสัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๓๐ สิงหาคม จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องใช้เวลาทั้งหมดนั้น ในการประชุม มีสมาชิกในสภานี้ประมาณ ๓๓ ท่าน ต้องไปมีส่วนร่วม มีวุฒิสมาชิกประมาณ ๒๐ กว่าท่าน เพราะฉะนั้นพวกเราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย แล้วก็อีก ๑๐ ปีข้างหน้าถึงจะมีอีกครั้งหนึ่ง ผมเลยถือโอกาสนี้เรียนว่า ขออนุญาตงดประชุมในสัปดาห์หน้าทั้งวันพุธ วันพฤหัสบดี งดประชุมแล้วเราประชุมต่อไป หลังจากนั้น อันนี้ก็ขออนุญาตเรียน ผมเรียนท่านผู้นำฝ่ายค้านให้ทราบไปแล้ว แล้วก็เรียน พวกเราหลายคนแล้ว ได้ปรึกษากันแล้วก็คิดว่าท่านรองประธานทั้งหมด ท่านประธาน วุฒิสภา ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านรองประธานวุฒิสภาทุกคนรับหน้าที่ กันไป เพราะว่ามีภาระต้องรับแขก มีผู้นำรัฐสภาของต่างประเทศมาประมาณ ๙ ประเทศ อันนี้ก็เรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ขออนุญาตที่ประชุมครับ เนื่องจากว่า จริง ๆ แล้วในวาระเพื่อทราบนั้นอาจจะมีผู้อภิปราย เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตว่า ก่อนจะเข้าระเบียบวาระ มีเรื่องที่กรรมาธิการขอมา แล้วถ้าช้าไปกว่าวันนี้ก็อาจจะทำให้ การทำงานมีปัญหานะครับ

๗.๑ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ตกต่ำ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (ท่านวราวงษ์ พันธุ์ศิลา)

เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยได้ลาออก เพราะฉะนั้นทางกรรมาธิการก็เลยแจ้งมา เพื่อขอให้เสนอชื่อตั้งใหม่ ผมเลยขออนุญาตที่ประชุมว่า ขอเอาระเบียบวาระนี้ขึ้นมา ให้สมาชิกได้เสนอตัวแทนของท่านเข้าไปใหม่ เพื่อจะได้ทำงานในช่วงเวลาต่อไปครับ เดี๋ยวเสนอชื่อเลยนะครับ

๗.๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ตกต่ำ ขอขยายเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๒

ทั้ง ๒ เรื่องนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการที่กรรมาธิการชุดนั้นจะได้ทำงาน วาระที่ ๗.๑ ขอเชิญผู้แทนของพรรคการเมือง เชิญเลยครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย แทนท่านวราวงษ์ พันธุ์ศิลา คือ ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ขอผู้รับรองครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ที่ประชุมไม่มีปัญหา รับทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไป ๗.๒ ขออนุญาต ขยายเวลาของคณะกรรมาธิการในการศึกษาออกไป ๖๐ วัน สมาชิกจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ท่านประธานกรรมาธิการอยู่หรือไม่ครับ

นายวีระกร คำประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาศึกษาไว้ ๖๐ วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นั้น เนื่องจากยังมีข้อมูล ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่คณะกรรมาธิการจะต้องทำการพิจารณา ศึกษาอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งต้องเดินทางไปรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงและปัญหาที่เกิดขึ้นใน พื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานให้สภาได้ ทราบ เพื่อให้การพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการเป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิด ประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ คณะกรรมาธิการจึงได้มีมติเห็นสมควรให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วันตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๙๘ จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป

ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมเพื่ออธิบายสักเล็กน้อยครับ เนื่องจากว่า มีการศึกษาพืชผลการเกษตรที่ราคาตกต่ำ ทั้งหมดเราแยกเป็นถึง ๖ กลุ่มด้วยกันครับ คือทั้งข้าว อ้อย มัน ข้าวโพด ปาล์ม และยางนะครับ และล่าสุดก็ยังมีมาฝากอีกครับ คือเรื่อง ของยาสูบ ซึ่งก็จะพยายามไม่เพิ่มมากกว่านี้อีกแล้วครับ แต่ว่าทั้ง ๖ อนุกรรมาธิการได้ทำงาน กันอย่างเต็มที่แล้วครับ และได้มีการออกไปพบพี่น้องประชาชนเกษตรกรในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดปัญหาทั้งหลาย แล้วก็ปรากฏว่าคณะอนุกรรมาธิการยังไม่สามารถที่จะ สรุปได้ ขอเวลาต่ออีกสัก ๖๐ วัน เพื่อให้เกิดความรอบคอบครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหม อันนี้ต้องขออนุมัตินะครับเรื่องขยายเวลา

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีความเห็นเป็น อย่างอื่นถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้ขยายเวลาให้กรรมาธิการไปอีก ๖๐ วันนะครับ

ผมขออนุญาตเข้า ระเบียบวาระที่ ๒ ครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

เรื่อง รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)

เนื่องจากวาระเพื่อทราบนี้มีผู้แสดงความจำนงอภิปราย ๑๕ ท่านนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่ประชุมว่า ขออนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้ได้เข้ามาในที่ประชุม เพื่อคอยตอบคำถามของท่านสมาชิกครับ ท่านที่ ๑ รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคำดี ประธานกรรมการนโยบาย ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ท่านที่ ๓ นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองผู้อำนวยการ ท่านที่ ๔ นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ ท่านที่ ๕ นายเจษฎา อนุจารี กรรมการบริหาร ขอเชิญทั้ง ๕ ท่านเข้ามาครับ

(คณะผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)
รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล คณะกรรมการองค์การกระจายเสียงและ แพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. หรือไทยพีบีเอส ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๑ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยจะเป็น การรายงานผลตามวัตถุประสงค์มาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติ ซึ่งจะจัดกลุ่มกันนำเสนอเป็น ๓ ภารกิจหลักดังนี้

สำหรับภารกิจแรก คือการดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการผลิตเนื้อหา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพ คุณธรรม และยึดถือ ผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ท่านประธานที่เคารพ ไทยพีบีเอส ตระหนักในหลักการนี้ อย่างยิ่งจึงวางกรอบการรายงานข่าวสารที่ยึดความเที่ยงตรง รอบด้าน สมดุล ซื่อตรงต่อ จรรยาบรรณและรายงานแบบร่วมค้นหาทางออกให้สังคม ในช่วงปีที่ผ่านมามีผลงานที่ โดดเด่นและสะท้อนหลักการของสื่อสาธารณะ คือปฏิบัติการถ้ำหลวงที่มีทั้งรายงานข่าว และสารคดีพิเศษ ๕ ตอนบันทึกประวัติศาสตร์ที่เล่าจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังภารกิจนี้เป็นจำนวนมาก การทำหน้าที่นี้ของไทยพีบีเอสได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวาง และได้รับการโหวตจาก เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นสื่อที่รายงานปฏิบัติการถ้ำหลวงที่ดีที่สุด

นอกจากนี้มีตัวอย่างของงานสื่อสารที่ไทยพีบีเอสมีบทบาทร่วมขับเคลื่อน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับแนวคิดสังคมและเชิงโครงสร้าง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ ไทยพีบีเอสเป็นผู้เปิดประเด็นและติดตามอย่างต่อเนื่อง จะขอยกตัวอย่างบางตัวอย่างนะคะ เช่น ประเด็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่ไทยพีบีเอสได้ร่วมสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เอาไว้ที่เราพร้อมจะยกผังการออกอากาศทุกเมื่อ เพื่อเตือนภัยให้กับประชาชนเมื่อมีภัยพิบัติ เกิดขึ้น ประเด็นเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่เป็นธรรม ที่ไทยพีบีเอสติดตามจนนำไปสู่ ความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน จัดสัญจรให้คำปรึกษาแก้หนี้แก่ผู้ยากจนและนำไปสู่การ แก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน หรือประเด็นการยกเลิกสารเคมีทางการเกษตรบางชนิด ที่ไทยพีบีเอสเริ่มรายงานตั้งแต่มีผลกระทบต่อสุขภาพไปจนถึงการสร้างความตระหนักในการ ลดการใช้และมีส่วนร่วมผลักดันเชิงนโยบายค่ะ นอกจากนั้นยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิด ผลความเปลี่ยนแปลง เช่น การจัดการขยะชุมชนและขยะอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบ ทุจริต เช่น ทุจริตอาหารกลางวันและทุจริตเงินคนพิการ การยกเลิกสอบแข่งขันเข้าชั้น ป. ๑ และการเชื่อมโยงระหว่างรายการวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กมาสู่นวัตกรรมการเรียนการสอน ในโรงเรียนและชุมชน

ในภาพรวมการเข้าถึงไทยพีบีเอสในช่องทางสื่อต่าง ๆ มีอัตราเพิ่มขึ้น จำนวน ผู้ชมเฉลี่ยทั้งปีของสถานีโทรทัศน์อยู่ที่ ๖๒,๐๐๐ คนต่อนาที หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๑ จากปีที่ ผ่านมา จำนวนผู้ติดตามผ่านช่องทางสื่อใหม่ทุกประเภทเฉลี่ย ๘๘๕ ล้านครั้งหรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔๗ และจำนวนผู้ฟังสะสมทางวิทยุออนไลน์ ๓๓.๙๔ ล้านครั้ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ แต่ในช่วงวิกฤตและเหตุการณ์สำคัญของประเทศ เช่น ปฏิบัติการถ้ำหลวงในเดือนกรกฎาคม มีจำนวนผู้ชมทีวี (TV) ขึ้นสูงสุดอยู่ที่ ๑.๗ ล้านคน และการจัดผังพิเศษถ่ายทอดสดวาระการ เลือกประธานสภาในปีนี้ก็มีจำนวนผู้ชมขึ้นสูงสุดอยู่ที่ ๙๙๘,๐๐๐ คน เป็นต้น แสดงให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยเรตติง (Ratting) ทีวี (TV) อย่างเดียวไม่อาจสะท้อนภารกิจของสื่อสาธารณะที่วาง จุดเน้นอยู่ที่การให้บริการเนื้อหาเพื่อสร้างการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ คนที่เปราะบางและขาดโอกาสในสังคม และการขยายบริการให้เข้าถึงประชาชนผ่านช่องทาง สื่อใหม่ ๆ ซึ่งเรามีผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกช่องทางนะคะ

ผลประเมินจากคณะผู้ประเมินภายนอกสรุปว่า ผู้ชมให้คุณค่าเรื่องความน่าเชื่อถือ ของไทยพีบีเอสสูงสุดในด้านการเป็นที่พึ่งและด้านการรักษาจรรยาบรรณสื่อ รองลงมาคือ คุณค่าเรื่องการรักษาพันธกิจสื่อสาธารณะ ในด้านการผลิตข่าวสารรายการที่มีคุณภาพได้ มาตรฐาน ถัดมาคือคุณค่าเรื่องความหลากหลายในด้านการนำเสนอที่เหมาะสมต่อผู้ชมใน แต่ละกลุ่มวัย และเสนอเนื้อหาสาระจากหลากหลายมุมมอง และคุณค่าด้านแนวคิด สร้างสรรค์

สำหรับภารกิจที่ ๒ คือการส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนและส่งเสริม เสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร เรียนท่านประธานที่เคารพ ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับเนื้อหา ซึ่งสื่อเชิงพาณิชย์ไม่พร้อมลงทุน เช่น รายการสำหรับเด็กและครอบครัว รายการคุ้มครอง ผู้บริโภค รายการของภาคพลเมือง รายการสารคดีที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย ซึ่งสะท้อนคุณค่า วัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพความหลากหลาย รายการข่าวภาษาอังกฤษที่เชื่อม ระหว่างเรื่องของท้องถิ่นและบริบทของโลก ไปจนถึงรายการที่นำวาระปฏิรูปจากภาค นโยบายและภาคประชาชนมาผลักดันให้เกิดผลความเปลี่ยนแปลง เป็นต้น นอกจากนี้ไทยพีบีเอส มุ่งสร้างความเท่าเทียมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยให้บริการสัญญาณออกอากาศทีวี (TV) ดิจิทัลที่ครอบคลุม ร้อยละ ๙๖.๗๓ ของครัวเรือน และได้นำร่องพัฒนาบริการเพื่อคนพิการทางการได้ยินและการมองเห็น ด้วยการมีบริการ ล่ามภาษามือ คำบรรยายแทนเสียง และเสียงบรรยายภาพ เฉลี่ยวันละ ๓ ชั่วโมง ๔๒ นาที ของผังรายการ ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนดไว้ถึง ๓ เท่า รวมถึงการขยายช่องทาง สื่อใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงพลเมืองดิจิทัลมากขึ้น เช่น เฟซบุ๊กไทยพีบีเอส ที่มีจำนวนผู้ติดตาม ๔.๖ ล้านคน และมีการใช้ แอปพลิเคชัน (Application) ชื่อว่า ซีไซต์ (C-Site) ที่เป็นพื้นที่ สื่อสารระดมปัญญาของภาคพลเมืองในการร่วมเปลี่ยนแปลงชุมชนเกือบ ๓,๐๐๐ ประเด็น จากนักสื่อสารพลเมืองกว่า ๒,๐๐๐ คน ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาฝุ่นคุมเมือง การระดมปัญญา ของพลเมืองในการร่วมรักษาพื้นที่ชายหาดสมิหลาที่จังหวัดสงขลา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงบทบาทของศูนย์ภูมิภาคไทยพีบีเอส ในการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วม หาทางออกผ่านรายการฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้าน ผลประเมินชี้ว่า ร้อยละ ๗๕ ของผู้ชมได้รับความรู้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในระดับมากถึงมากที่สุด และเห็นว่าเนื้อหาที่โดดเด่น ได้แก่ เนื้อหาที่สร้างความปรองดอง เนื้อหาที่สร้างสังคม ประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษา การกระจายอำนาจและการ พัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงประเมินว่าไทยพีบีเอสโดดเด่นเรื่องความกล้าหาญในการรายงานข่าว และเน้นเนื้อหาที่ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม อันเป็นการยืนยันในหลักการ ของความเป็นอิสระและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในวิชาชีพสื่อสาธารณะ

สำหรับภารกิจที่ ๓ คือสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนด ทิศทางของสื่อสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจุดที่แตกต่างจากสื่ออื่น เพราะไทยพีบีเอสได้มีกลไก รับฟังและชี้แนะเชิงนโยบายจากสภาผู้ชม ผู้ฟัง ที่เป็นตัวแทนจากภูมิภาคและกลุ่มประเด็น ต่าง ๆ ทางสังคม จำนวน ๕๐ คน และได้สร้างพื้นที่กลางเชื่อมรัฐกับประชาชนในการแก้ไข ปัญหาความทุกข์ร้อน โดยร้อยละ ๘๕ ของเรื่องร้องทุกข์ได้รับการแก้ไขจบสิ้น และมีการ ติดตามคนที่สูญหายคืนกลับสู่อ้อมอกของครอบครัว คิดเป็น ร้อยละ ๔๒ จากจำนวนการแจ้ง ๓๑๘ คนในปีที่ผ่านมา ซึ่งกรณีของศูนย์คนหายได้มีการประเมินเอาไว้ว่า ความคุ้มค่าทาง เศรษฐศาสตร์นั้นเทียบเท่ากับการที่ไทยพีบีเอสลงทุนในมูลค่า ๑ บาท แต่ก่อให้เกิดประโยชน์ ๑๑.๒๓ บาทค่ะ

ผลการประเมิน ประชาชนมีความพึ่งพอใจที่ไทยพีบีเอสเปิดช่องทางให้เข้าถึง ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ของภาคพลเมืองที่เชื่อมต่อกับกระบวนการนโยบาย สาธารณะได้อย่างสร้างสรรค์ ท่านประธานที่เคารพค่ะ ด้วยภารกิจของสื่อสาธารณะที่เป็น มากกว่าการผลิตสื่อทีวี (TV) ไทยพีบีเอสจึงมีความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรวิชาชีพสื่อ สถาบันวิชาการและเครือข่ายสื่อสาธารณะของสากลจำนวนมาก พัฒนาความรู้ ทักษะ และจริยธรรมสื่อ เช่น การประกาศปฏิญญาร่วมกับ ๘ องค์กรวิชาชีพ ลดปัญหาข่าวลวงหรือ เฟกนิวส์ (Fake News) โดยเพิ่มเครื่องมือตรวจสอบที่เข้มข้นในกองบรรณาธิการและ จัดกิจกรรมรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชน เป็นต้น

สิ่งสะท้อนการยอมรับอีกประการหนึ่ง คือรางวัลที่ได้รับตลอดทั้งปี ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๕๓ รางวัล เช่น รายการข่าวดีเด่น ข่าวสืบสวน สอบสวนยอดเยี่ยม ข่าวออนไลน์เชิง สืบสวนยอมเยี่ยม สารคดีข่าวยอดเยี่ยม รายการส่งเสริมเยาวชนดีเด่น สถานีส่งเสริมความรู้ และศิลปวัฒนธรรมดีเด่น สถานีส่งเสริมรายการเด็ก เยาวชนและครอบครัวดีเด่น หน่วยงาน ที่ไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น

สำหรับงบประมาณอุดหนุน จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ได้ใช้ดำเนินการ ผลิตเนื้อหา ๗๕๙ ล้านบาท หรือร้อยละ ๓๗ ส่งเสริมการเข้าถึงของประชาชนในทุกช่องทาง และทุกรูปแบบ ๒๕๕ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๒ และด้านบุคลากร ๖๖๕ ล้านบาท หรือร้อยละ ๓๒ ในงบผลิตเนื้อหานั้นจำแนกเป็นรายข่าว ร้อยละ ๑๕ รายการตอบสนอง วาระปฏิรูป ร้อยละ ๒๑ รายการตอบสนองการพัฒนาความรู้เด็ก เยาวชน และครอบครัว พัฒนาคุณภาพชีวิต ร้อยละ ๓๔ พัฒนาชุมชน ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ร้อยละ ๒๔ รายการของนักข่าวพลเมือง ร้อยละ ๓ และรายการบริการสังคมอีกร้อยละ ๓

การตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับรองงบการเงิน ปี ๒๕๖๑ ว่าถูกต้องในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงาน ท่านประธานที่เคารพคะ ครึ่งปีแรก ของปีนี้ไทยพีบีเอสได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำวาระเลือกตั้งให้แตกต่างไปจากสื่ออื่น โดยการจับมือกับ ๘ องค์กรทำวาระให้เสียงประชาชนไปไกลกว่าการเลือกตั้ง เปิดพื้นที่ ให้เสียงประชาชนจากเวทีรับฟังต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้รวบรวมเป็นข้อเสนอนโยบาย ต่อพรรคการเมือง นอกจากนี้เราได้เพิ่มสัดส่วนรายการเด็กเป็น ๑๓ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อทดแทนทีวี (TV) ช่องเด็กที่กำลังจะยุติลง และได้จัดตั้งศูนย์สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และครอบครัว ผลิตเนื้อหาที่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก เผยแพร่แบบมัลติ แพลตฟอร์ม (Multi-Platform) และจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะของครูและชุมชนไปพร้อมกัน รวมทั้ง การสร้างรูปแบบการสื่อสารเพื่อทำให้ประชาชนมีทักษะความปลอดภัยของศูนย์สื่อสาร ภัยพิบัติ เป็นต้น และได้วางทิศทางสำหรับปี ๒๕๖๓ เอาไว้ว่า เราจะมุ่งเน้นการเตรียมทักษะ แห่งอนาคตให้คนไทยเพื่อปรับตัวให้ก้าวผ่านยุคดิสรัปทีฟ (Disruptive) ไปพร้อมกันให้ได้ รวมถึงการวางบทบาทร่วมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม อันเป็นวาระที่ไทยพีบีเอสทำมาอย่าง ต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกทุกท่านว่า ไทยพีบีเอสจะทำภารกิจตามหลักการสื่อสาธารณะต่อไป คงไว้ซึ่งมิติความทั่วถึง และเป็นธรรม มิติความหลากหลาย และมิติความน่าเชื่อถือซึ่งเป็น ๓ คุณค่าที่โดดเด่นที่สุด จากผลการประเมิน และจะรักษาคุณค่าของความเป็นอิสระเอาไว้ โดยรายงานข่าว ที่ปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเราจะทำหน้าที่ตรวจสอบ และรายงานอย่างเป็นกลางแล้วก็สมดุล และอยู่บนฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อ สนองตอบผลประโยชน์สาธารณะอย่างเต็มที่ บนฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมี ธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้คือรายงานการดำเนินงานปี ๒๕๖๑ ของไทยพีบีเอส ขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดำเนินมาถึงขณะนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกเราแจ้งความจำนงที่จะร่วมอภิปรายอยู่ทั้งหมด ๑๐ ท่าน ณ ขณะนี้ กระผมขอแจ้งให้ท่านได้ทราบเพื่อเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้านะครับ ท่านที่ ๑ คือ นางอนุรักษ์ บุญศล นายนริศ ขำนุรักษ์ นางสาวพรรณิการ์ วานิช รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นะครับ เชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เขต ๔ องค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. ไทยพีบีเอส เมื่อสักครู่นี้ดิฉันนั่งฟังโดยตลอด นั่นคือความดีงามของไทยพีบีเอสนะคะ แต่ว่าเรื่องหนึ่งที่ดิฉันจับประเด็นได้เร็ว ๆ ก็คือเรื่อง ของเสียงพลเมืองที่ทำเรื่องของขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้น ฝากท่านด้วยค่ะ ทำอีกเรื่องหนึ่งก็คือไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ทั้งประเทศนี้เดือดร้อนมากเลยทีเดียว ไปให้ พลเมืองที่ท่านเจาะลึกได้ดีนั้นได้ทำด้วย เพราะว่าในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เรื่องที่หมักหมม ปัญหาที่หมักหมมมา ๕ ปีนั้นไม่สามารถที่จะกระจายเรื่องนี้ให้ผู้มีอำนาจสั่งการ สั่งการอย่าง เร่งด่วนได้ จึงร้องขอไปที่สื่อสาธารณะที่ใช้เงินบาปของแผ่นดินปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เมื่อไทยพีบีเอส ใช้เงินบาปจากรัฐบาล ราษฎรได้อะไรบ้าง ที่ดิฉันถามเพื่ออยากให้พลเมืองไทย ทั้งประเทศได้ทราบ ทราบลึกลงไปกว่านั้นว่า ที่ท่าน ผอ. ได้เรียนให้ที่ประชุม ณ ที่นี้ได้ทราบ ถึงความดีงามนั้น ดิฉันก็ได้ทราบมาเหมือนกัน แล้วก็อยากให้พลเมืองทั้งประเทศที่เป็น ประชากรไทยที่เป็นสื่อของสาธารณะได้ทราบเช่นเดียวกันว่า วัฒนธรรมองค์กรของท่าน ทราบว่าบุคลากรส่วนหนึ่งขององค์กรซึ่งยังยึดติดในระบบอำนาจนิยม คิดถึงประโยชน์ ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ตรงนั้นไทยพีบีเอสมีการปรับเปลี่ยนและหล่อหลอม วัฒนธรรมองค์กรให้มีแนวคิดจิตสาธารณะได้สักเท่าไรแล้ว นี่คือสิ่งที่ดิฉันเป็นตัวแทนของ ปวงชนชาวไทย พลเมืองสอบถามมาค่ะ เพราะว่าไทยพีบีเอสนั้นต้องมีส่วนร่วมของพลเมือง ทั้งเนื้อหารายการ สัดส่วนรายการ ไม่ใช่ว่าตกอยู่ในอำนาจรัฐใด และนักวิชาชีพหรือบรรษัท ใหญ่ ๆ คืบมือที่มองไม่เห็นค่ะ ท่านประธานคะ บางครั้งเขาจะคืบมือที่มองไม่เห็น บางครั้ง จะคืบมือที่มองเห็นเข้าไปครอบครองควบคุมไทยพีบีเอส เพราะว่าเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้น คือเงินบาป และดิฉันถามว่า ไทยพีบีเอสนั้น ดิฉันไม่ได้ถามค่ะ ไทยพีบีเอสนั้นเหมือนลูกไก่ อยู่ในกำมือไหม จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอดจากที่เป็นผู้ปกครอง แล้วก็ผู้มีอำนาจสั่งจ่าย หรือไม่ เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน ต้องกล่าวแบบนี้ค่ะ เพราะว่าบุคลากรที่ยึดติด ในระบบอำนาจนิยมยังตามมา แล้วอุดมการณ์ของสถานีโทรทัศน์หรืออุดมคติ ไม่ทราบว่า ผู้ปฏิบัตินั้นยังคงอยู่หรือว่าลับเลือนหายไปกับผู้มีอำนาจสั่งการเสียแล้ว

ตามทฤษฎีสื่อสาธารณะต้องไม่มองประชาชนเป็นเพียงผู้รับสาร เป็นเพียง ผู้บริโภคหรือเพียงผู้ชมสมองกลวงและเป็นผู้ไร้สิทธิไร้เสียง จะบรรจุหรือยัดทะนานอะไรลงไป ให้ประชาชนได้รับทราบก็ได้ ดิฉันเรียกร้องแทนพลเมือง การเป็นสื่อสาธารณะเพื่อพลเมือง ต้องเคารพสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นของพลเมืองทุกท่านที่อยู่ในไทยพีบีเอส ใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี จะต้องแบ่งพื้นที่สำหรับการนำเสนอเนื้อหาจากภาคประชาชน พลเมือง โดยยึดหลัก ๓ ประการ ดังนี้ค่ะ ท่านประธานคะ

๑. เนื้อหาของสื่อต้องมีมุมมองจากประชาชนค่ะ

๒. ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตเนื้อหาของสื่ออย่าง

ครอบคลุม รอบด้าน

๓. ประชาชนย่อมมีสิทธิเข้าถึงสื่อได้ โดยการจัดตั้งสื่อภาคประชาชนร่วมด้วย

ดิฉันกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า หากรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องมากเท่าใด พลเมืองจะถูกกีดกันออกไปไกลมากขึ้นเท่านั้น แล้วหากองค์กรเป็นเยี่ยงนี้แล้ว ถือว่าเป็นการ ต้านผลผลิตของประชาชน อันนี้ประชาชนทราบค่ะ ผู้บริหารและทุกคนในสื่อสาธารณะแห่งนี้ รับทราบเป็นอย่างดี เมื่อรัฐบาลมีอำนาจในการควบคุมสื่อ ย่อมมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาล จะใช้สื่อเพื่อประโยชน์ในการเมืองของตนเองและลดบทบาทของฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งเป็นการ ดำเนินงานที่ส่งผลกระทบในทางลบ ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ท่านประธานคะ เงินที่สนับสนุนองค์กรที่มีมาจากแหล่งใด แหล่งที่มานั้น มีอิทธิพลเหนือองค์กรที่ขับเคลื่อนหรือไม่ หรือดิฉันถามว่า องค์กรที่ขับเคลื่อนนั้นมีอิทธิพล เหนือเงินบาปหรือไม่ มีความเป็นกลางไหม อย่างไร ดิฉันมีความหวังกับสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอสที่สุดในขณะนี้ ในขณะที่ทุกสื่อต่างเลือกข้าง ไทยพีบีเอสบอกว่า เป็นกลาง ดิฉันมี ความหวังมากเลยทีเดียวว่าจะมีผู้ผลิตรายการอิสระมากกว่าที่เป็นอยู่ อันส่งผลต่อการเข้าถึง และความรู้สึกร่วมของพลเมืองที่มีต่อสาธารณะ และไม่เป็นเครื่องมือของใคร ไม่อยู่ใต้อาณัติ สัญญาณของใครเพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง ดิฉันร้องขอแทนพี่น้องประชาชน ไทยพีบีเอส ขอให้ตอบสนองต่อผู้ชม ผู้ฟังทุกภาคส่วนของสังคม ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่อยาก ให้เหมือนนิทานอีสปเรื่องหนึ่งก็คือ กาได้เนื้อช้าง เมื่อกาได้เนื้อช้างแล้ว ได้เนื้อช้างแล้ว นั่งหลงในดงเนื้อ กาไม่เบื่อแล้วหลงใหลไถลลื่น กระทั่งถึงคลื่นโถมถาธาราอื่น พอรู้ตื่นพัดหลงทาง เนื้อช้างเน่าแล้ว ไทยพีบีเอสขอให้ตอบสนองผู้ชมผู้ ฟังทุกภาคส่วนของสังคม มีอุดมการณ์ เพื่อราษฎร มีความองอาจเพื่อพลเมือง ไม่กลัวขวางเขื่องจากรัฐ ขอให้จัดเป็นสื่อกลาง สร้างบ้านแปงเมืองร่วมกับพลเมืองต่อไป สื่อนี้ก็จะเป็นที่น่านับถือทั้งไทยและโลก ขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้สภาผู้แทนราษฎร วันนี้พวกเรา ซึ่งมาจากประชาชนจะได้รับทราบผลการปฏิบัติงานประจำปีขององค์การกระจายเสียงและ แพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไทยพีบีเอส ซึ่งถือว่าวันนี้เราจะได้ทำหน้าที่ อันสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าไทยพีบีเอสเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นจากกรณีที่สื่อมีปัญหา ในอดีต ไม่ว่าจะไม่เป็นกลาง ไม่ว่าจะถูกนำไปรับใช้ผู้มีอำนาจ ไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ ในอดีต และรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ก็พยายามที่จะสร้างสื่อขึ้นมา สักสื่อหนึ่งเพื่อเป็นกลางตอบสนองความต้องการของประชาชน จึงมีการพัฒนามาเป็น ไทยพีบีเอสในวันนี้ และไทยพีบีเอสก็ได้รักษาจุดยืนที่พวกเราวางเป้าหมายไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถือว่าวันนี้เราจะได้พิจารณาในเรื่องที่สำคัญ

๒. เราจะได้พิจารณาไทยพีบีเอสที่รับเงินรายได้จากรัฐบาลต่อปีร่วม ๒,๐๐๐ ล้านบาท มาบริหารกับไทยพีบีเอสบริหารทรัพย์สินของไทยพีบีเอสร่วม ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข ๒ ตัวนี้ ไทยพีบีเอสมีสถานะใหญ่กว่ากระทรวงหลายกระทรวงในประเทศเรา การตรวจสอบการทำงานของไทยพีบีเอสจึงต้องเข้มข้น เพราะว่ากระทรวงหลายกระทรวง งบประมาณแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเอง เราก็ตรวจสอบ มีกระทู้ มีญัตติที่สอบถามกันในสภา แต่ว่าไทยพีบีเอสใช้จ่ายงบประมาณ ๒ ก้อนนี้เยอะมาก บริหารงบประมาณค่อนข้างมากมาย ทีเดียว จึงต้องมีการตรวจสอบซักถามกัน ผมไม่สงสัยในความสำเร็จบางเรื่องของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะกรณีการรายงานข่าวเรื่องภัยพิบัติ ผมถือว่าสื่อช่องนี้มีผลงานในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับการรายงานข่าวเรื่องภัยพิบัติ ไม่ว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือในประเทศ เพื่อนบ้าน และที่ท่านรายงานกับสภาโดยเฉพาะเรื่องการรายงานการช่วยเหลือเด็ก ๑๓ คน ที่ติดถ้ำในจังหวัดเชียงราย ผมถือว่าเป็นแบบอย่างเป็นแบบฉบับของการรายงานจริง ๆ เพราะว่าท่านมีทั้งความรวดเร็ว รอบด้าน ให้ความรู้ผู้คน ผู้ชมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งด้าน วัฒนธรรม ความเชื่อ และการรายงานทุกตอนของท่านทำให้คนไทยมีความหวัง คนดูมี ความหวัง แล้วสำหรับการรายงานของท่านทางด้านสังคม ผมถือว่าไทยพีบีเอสก็ไม่รอง ใครเลยในเรื่องการรายงานข่าวสารในทางสังคมนะครับ แต่ผมกราบเรียนว่า ประเทศไทย หรือในโลกมันมีปัญหามากกว่าปัญหาในทางสังคมอยู่ ในโลกไม่ว่ามุมไหนของโลก ไม่ว่ามุมไหน ของประเทศไทยมันมีปัญหาอยู่ ๖ ด้านครับท่านประธาน มีปัญหาครอบครัว มีปัญหา การศึกษา มีปัญหาสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม มีปัญหาทางด้านความเชื่อศาสนา มีปัญหา เศรษฐกิจ มีปัญหาทางด้านการเมืองการปกครองและความมั่นคง ผมเปรียบเทียบว่า ไทยพีบีเอสเป็นเครื่องดื่มสักชนิดหนึ่ง รสชาติไทยพีบีเอส ไม่กลมกล่อม ไทยพีบีเอสเน้นเฉพาะเรื่องทางด้านสังคมเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในโลกของความเป็นจริงมันมีอีก ๕ ด้าน ที่ไทยพีบีเอสต้องจัดให้กลมกล่อม จัดทุกปัญหาที่มีอยู่ในประเทศไทย เพราะสื่ออย่าง ไทยพีบีเอสต้องตอบโจทย์ทุกปัญหาที่มีอยู่ในประเทศไทย ความสำเร็จของไทยพีบีเอส ในปี ๒๕๖๑ มีหลายเรื่อง ผมได้อ่านในรายงานเสียดายไม่พบ ผมเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุงมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าไปจับดำเนินคดีผู้บุกรุกป่าเนื้อที่ ๙๐๐ ไร่ ของนายทุน ไทยพีบีเอสสอบถามผม ติดตามข่าว ติดตามสัมภาษณ์ผมอยู่ตลอดเวลา จนขณะนี้กรมที่ดินเพิกถอนที่ดินผืนนี้ไป ๙๐๐ ไร่ ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งในความสำเร็จของการ เพิกถอนที่ดินที่ถูกบุกรุกมีไทยพีบีเอสอยู่ข้างหลัง เพราะผมได้เห็นภาพการทำงานอยู่ ตลอดเวลาในปี ๒๕๖๑ ผมเชื่อว่าสื่อไทยพีบีเอสถ้าได้วางน้ำหนักลงในบางปัญหาก็จะเกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก ผมจึงขออนุญาตฝาก ท่านก่อนที่จะมีคำถามสั้น ๆ สัก ๑-๒ ข้อเท่านั้นเอง อยากฝากท่านว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงมีการขอสัมปทานระเบิดหินในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ในวันที่ทำประชามติมีกลุ่ม ผู้มีอิทธิพลจับสื่อไปขัง จับ เอ็นจีโอ (NGO) ไปขัง แล้วก็มีการมอบตัวแล้วบ้าง ผมอยากให้ ท่านไปติดตามเรื่องนี้ เพราะว่าสื่อก็เข้าไปช่วยเรื่องนี้อยู่แล้ว และผมคิดว่าให้ไทยพีบีเอส เป็นเจ้าภาพไปตีแผ่เรื่องนี้ออกมา แล้วก็ไปทำลายอิทธิเรื่องนี้เหมือนกับไทยพีบีเอส เคยจัดการในพื้นที่ ๙๐๐ ไร่ ที่จังหวัดพัทลุงที่เกาะนางคำสำเร็จมาแล้ว นอกจากนั้น อีกหลายเรื่องครับ เรื่องทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไทยพีบีเอส ควรจะช่วยเราได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประเทศไทยปลูกป่ามาร่วม ๑๐๐ ปี ถ้าปลูกครบถ้วนป่าของประเทศไทยที่ปลูกด้วยเงินมหาศาลมา ๑๐๐ ปี จะลามไปตอนเหนือ ของประเทศมาเลเซียได้ จะลามเข้าไปในตะวันออกของประเทศพม่า ตะวันตกของประเทศลาว และตะวันตกของประเทศกัมพูชาและตอนใต้ของประเทศลาวแล้วนะครับ แต่ว่าขณะนี้ ป่าที่ปลูกบวกกับป่าธรรมชาติมีแค่ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าไทยพีบีเอสช่วยหน่อย ไปค้นหาหน่อยว่าป่าปลูกมา ๑๐๐ ปีอยู่ตรงไหน ที่สมบูรณ์มีเท่าไร ผมว่าสื่อช่วยได้มากครับ แล้วดำริของท่านประธาน ชวน หลีกภัย ในวันที่เป็นนายกรัฐมนตรีให้ปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กล้า โดยภาคเอกชน ปตท. เจ้าใหญ่สุดไปปลูกให้เรา ในวันที่ ผมเป็นประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมไปตรวจป่าที่ จังหวัดเชียงราย ผมเศร้าใจมากครับ คนของ ปตท. ตามผมไปร้องไห้ครับ ปลูก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ไม่พบป่า บางที่ไม่พบแม้แต่ต้นเดียว และซ้ำร้ายบางที่สวนยางพาราอายุมากกว่าสวนป่า นั่นหมายถึงว่าไม่ปลูกเลยครับ ไปเบิกเงินบนสวนยางพารานะครับ นี่เป็นสิ่งที่เลวร้าย ผมอยากให้ไทยพีบีเอส ช่วยไปติดตาม

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องทวงคืนผืนป่า เขาบอกว่าทวงคืนผืนป่าได้มา ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ช่วยตามผมหน่อยครับว่าทวงแล้วได้กลับมาจริง ๆ หรือเปล่า เพราะบางที่ก็ยังเป็นรีสอร์ต (Resort) ให้พวกเราเข้าไปพักกันอยู่ นั่นก็บอกว่าทวงคืนผืนป่าสำเร็จแล้ว ลองไปช่วยตาม

สุดท้ายอยากให้ไปตามเรื่องโครงการป่ากลางเมือง ๕๐-๖๐ ที่ ว่าจะทำให้ป่า เพิ่มขึ้นในเมือง เพราะว่าเท่าที่ทราบข้อเท็จจริงก็คือ ๑. ไม่อยู่ในเมือง ๒. ไม่ได้ปลูกขึ้นมาใหม่ ไปเปิดเอาหน่วยงานเก่าขึ้นมา บางที่เขาเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการมาแล้ว ๗๐ ปี แล้วมาบอกว่า เป็นโครงการป่ากลางเมืองใหม่ บางที่ดำเนินการมาแล้ว ๔๐ ปี แต่บอกว่าปลูกป่าใหม่ขึ้นมา เป็นโครงการป่ากลางเมือง ผมอยากฝากไทยพีบีเอสช่วยเป็นเจ้าภาพ ไปตรวจสอบเรื่องนี้ ผมเชื่อมือว่าท่านทำได้ สุดท้ายผมขออนุญาตได้สอบถามว่า ท่านจะเพิ่มผู้ชมของท่าน มากกว่าปี ๒๕๖๑ ได้ด้วยวิธีไหน เพิ่มขึ้นเท่าไร ๒. ถามว่ายังมีช่องทางไหนอีกหรือไม่ครับ ที่ท่านจะทำเพื่อเพิ่มผู้ชม เพราะเราคิดว่าจำนวนผู้ชมเป็นตัวชี้วัดได้ดีตัวหนึ่ง และ ๓ ถามว่า ท่านได้ใช้จ่ายเงินปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก่อนที่คุณพรรณิการ์จะขึ้นอภิปราย ผมขออนุญาตหารือที่ประชุมนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่า มีท่านสมาชิกเราสนใจจะร่วมอภิปราย ๑๐ ท่าน โดยทางวิป (Whip) ไม่ได้กำหนดเวลามาให้ ถ้าหากว่าเราพูดไปเรื่อย ๆ ที่จริงก็เป็นเรื่องดีนะครับ แต่ว่ามีระเบียบวาระที่มีความสำคัญยิ่ง ที่พวกเราจะต้องเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จ นั่นก็คือเรื่องกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วก็คือ เรื่องข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งพวกเรากำลังรออยู่ ฉะนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมว่า ขอกำหนดเวลาให้กับท่านสมาชิกที่จะลุกขึ้นอภิปรายประมาณ ๗ นาที เพราะถ้าหากคนละ ๑๐ นาที หรือ ๑๕ นาที ปาเข้าไป ๒ ชั่วโมงเศษ วันนี้ก็คงไม่ต้อง ๗ นาทีก็ถือว่ามาก พอสมควรแล้วนะครับ เชิญครับ คุณพรรณิการ์ครับ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ใช่ค่ะ ขออนุญาตปรึกษา หารือค่ะท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อ๋อ ไม่ใช่ เชิญครับ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ค่ะ อยากให้ท่านประธาน ทำแบบนี้นะคะว่า ลองกำหนดเวลาทั้งหมดว่าจะให้อภิปรายเท่าไร แล้วลองหารเฉลี่ยดูว่าจะเป็น โควตาสำหรับพูดคนละกี่นาที แทนที่จะบอกว่าคนละ ๗ นาที เพราะว่าทางพรรคอนาคตใหม่เอง ได้ยื่นเวลาที่จะอภิปรายไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีการเตรียมบทที่จะต้องอภิปรายไว้เรียบร้อยแล้ว อยากให้ท่านประธานทบทวนค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้ดูเวลา แล้วครับ มีเฉพาะของพรรคอนาคตใหม่ที่เสนอเวลามา ๑๕ นาที แต่ถ้าสมมุติว่าให้ท่านสมาชิก บางท่านอภิปราย ๑๕ นาที ท่านอื่นก็ต้อง ๑๕ นาทีด้วยกัน ก็คงจะบวกเวลาแล้ว ๑๐ คน ก็ประมาณ ๑๕๐ นาที ฉะนั้นการพิจารณาข้อบังคับของพวกเราที่รออยู่ก็คงจะไม่ได้รับ การพิจารณา ฉะนั้นผมขอหารือครับว่าจะใช้เวลาประมาณคนละกี่นาทีจะเหมาะสม เพื่อเป็นแนวปฏิบัตินะครับ หรือถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะให้ทางวิป (Whip) ได้หารือกัน เชิญท่านสาทิตย์ครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมฟังข้อหารือท่านประธานแล้ว กับฟังข้อหารือจากเพื่อนสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ ผมว่ามีเหตุผลนะครับ ความหมาย ของผมก็คือหมายความว่า จริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกเขาเตรียมเนื้อหา แล้วก็เตรียมเวลา ที่จะอภิปรายมาแล้วนะครับ ทีนี้ผมคิดว่าอย่างนี้ก็แล้วกัน ใช้หลักว่าที่กำหนดไปแล้ว ที่จะอภิปรายก็อภิปรายต่อไป แต่คนที่เหลือในแต่ละพรรคก็อาจจะต้องคุยกัน คือบางท่าน อาจจะสั้นได้ แต่บางท่านอาจจะต้องใช้เวลาเยอะหน่อย เราก็ยืดหยุ่นนะครับ เราอย่าลืมเรื่องนี้ แต่ละปีใช้เงินภาษีไปปีหนึ่ง ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปราย ท่านจะต้องใช้ เวลาหน่อย และมีสาระที่เป็นประโยชน์กับเม็ดเงินภาษีที่ทางไทยพีบีเอสใช้ไปผมคิดว่าคุ้มค่า

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตหารือท่านประธาน อย่างนี้ว่า จริง ๆ แล้วเรื่องของไทยพีบีเอสเป็นเรื่องต้นแบบของสังคม เพราะสื่อมวลชนเป็น ต้นแบบของสังคม ถ้าสื่อมวลชนไปในทิศทางไหนเขาบอกว่าสังคมจะไปในทิศทางนั้น แล้วที่สำคัญใช้เงินภาษีพี่น้องประชาชนมาแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตขอเวลาท่านประธาน ๖๗ นาทีในการอภิปราย แล้วก็เป็นเนื้อหา ถ้าเกิดผมพูด ไม่มีสาระก็ให้ฝ่ายรัฐบาลประท้วงได้แล้วผมก็จะนั่งลง แต่ถ้าพูดมีสาระท่านประธานคิดว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อสังคม ก็ต้องให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย เรียนท่านประธาน อย่าไปกำหนดเลย ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ จะใช้เวลากี่นาที ท่านเปิดไมโครโฟนหน่อย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ผมจะใช้เวลาประมาณ ๖๐ นาที แต่ถ้าเกิดผมหมดประเด็นผมจบภายใน ๑๕ นาที ๒๐ นาทีได้ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ จะใช้คนเดียว ๖๐ นาที

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ใช่ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ข้อบังคับเรา คงไม่ได้พิจารณาแล้ววันนี้ ก็ขออนุญาตอย่างนี้แล้วกันครับ ผมว่าตามที่ทางคุณพรรณิการ์ ได้ขอมา ๑๕ นาที ผมขออนุญาตสูงสุด ๑๕ นาที ถ้าใครใช้เวลาไม่ถึงก็ใช้เวลาไม่ถึง ถ้าจะไปใช้คนเดียว ๖๐ นาที เดี๋ยวอีกฝ่ายหนึ่งก็ขอ ๖๐ นาที ๖๐ นาที มันก็คงจะไม่มี เวลาพอ ฉะนั้นผมขออนุญาตสูงสุด ๑๕ นาทีนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ คือผมเป็นอดีตสื่อมวลชนแล้วก็ทำงานอยู่ที่นี่มาก่อน แล้วก็ผมพอจะรู้ว่า วิธีแก้ไขปัญหาของไทยพีบีเอสเป็นอย่างไร คือถ้าผมพูดเรื่อยเปื่อยท่านประธานให้ผมนั่งลง ได้เลย เพราะฉะนั้นผมต่อรองท่านประธานขอ ๓๐ นาทีครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ ผมเสนออย่างนี้แล้วกันนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ช่วงระหว่างเถียงกันหมดไป ๗ นาทีแล้วครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจ ท่านจิรายุเป็นสื่อมาก่อน แล้วก็ได้เข้าใจในบทบาทของสื่อ แต่ว่าสมาชิกเรา ๕๐๐ คน ไม่ใช่มี ท่านคนเดียว มีสมาชิกอีกมากมายที่แสดงความคิดเห็นที่อยากจะอภิปราย ฉะนั้นผมขอ ยาวสุดคนละ ๑๕ นาที แล้วใครใช้เวลาไม่หมดก็ไม่เป็นไรช่วยกันประหยัดเวลา เพื่อที่เรา จะได้พิจารณาเรื่องอื่นต่อไป ขอการวินิจฉัยของผมเป็นอันที่สิ้นสุด เชิญคุณพรรณิการ์ครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานนิดเดียวครับ ขออนุญาตครึ่งนาที คืออย่างนี้ผมขออนุญาตรับปากท่านประธานด้วยความเคารพ ๑๕ นาที แต่ถ้าเกิดท่านประธานฟังไปแล้วสักนาทีที่ ๑๕ ท่านประธานบอกเพลิน ท่านประธาน ขอต่อเวลาให้ผมได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยินดีครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

เผื่อท่านประธานบอกชอบจิรายุ พูดดีให้พูดต่ออีก ๑๕ นาที อย่างนี้ได้หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมชอบ ท่านจิรายุมานานแล้วครับ เชิญคุณพรรณิการ์ครับ

นางสาวพรรณิการ์ วานิช บัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน ดิฉัน พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตสื่อมวลชน ขอบพระคุณท่านที่ยังคงให้เวลาดิฉัน ๑๕ นาที เพราะว่าจริง ๆ แล้วภายใน ๑๕ นาทีนี้ถือว่า ยังน้อยเกินไปสำหรับการพูดถึงองค์กรที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชน แล้วก็ใช้เงินภาษีจาก ประชาชนปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไทยพีบีเอสปฏิบัติภารกิจเป็นเวลา ๑๑ ปี เข้าปีที่ ๑๒ ตลอด ๑๑ ปีนี้มีคำถามมากมาย หนึ่งในคำถามที่ท่านโดนมากที่สุดก็คือ ตกลงภาษี ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของประชาชนคุ้มค่าหรือไม่ ดิฉันในฐานะอยู่ในวงการสื่อมาหลายปี อย่างน้อยหลายปีกว่าในวงการการเมืองแน่นอน ขอการันตีว่าท่านทำงานอย่างคุ้มค่ากับภาษี ของประชาชน แต่ในวันนี้มีข้อแนะนำอีกบางข้อที่ดิฉันจะเสนอแนะต่อท่านว่าทำอย่างไร ให้ภาษี ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่ประชาชนหามาอย่างเหนื่อยยากท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ ฝืดเคืองคุ้มค่ายิ่งขึ้นไปกว่านี้

สิ่งแรกที่ดิฉันขอชื่นชมทางไทยพีบีเอส แล้วก็รองศาสตราจารย์วิลาสินีผู้ที่มา อธิบายให้เราฟังเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ก็คือไทยพีบีเอสประสบความสำเร็จ มากในการปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป อย่างที่เรียกว่า ดิสรัปทีฟ (Disruptive) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในวงการสื่อในช่วง ๕-๑๐ ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ๒ อย่าง ในประเทศไทยเองเราเจอวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ดิจิทัลของทีวี (TV) หลายช่อง ที่ขาดทุนไปเป็นจำนวนมาก แย่งชิงคนดู แย่งชิงโฆษณากัน ไทยพีบีเอสสามารถที่จะปรับตัว อยู่รอดมาได้ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเงินสนับสนุนจากรัฐ อีกส่วนหนึ่งท่านสร้างเนื้อหาที่แตกต่าง และบุคลิกที่แตกต่างได้จริง ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างที่ ๒ ก็คือการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น ทั่วโลกคือ พฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งหันไปเสพสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น ทำอย่างไรให้สื่อ กระแสหลักอยู่ได้ในยุคที่ใคร ๆ ก็เป็นสื่อ ในยุคที่ทุกคนสามารถรายงานสดออกอากาศ ให้คนดูทั่วโลกดูได้ผ่านเฟซบุ๊ก ไลฟ์ (Facebook live) รายงานสดให้คนทั่วโลกได้อ่านข่าวสั้น ของตัวเองได้ผ่านทวิตเตอร์ (Twitter) ไทยพีบีเอสสามารถทำได้ดีในการที่ทำให้ผู้ชม ของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามรายงานของท่านที่ดิฉันได้อ่าน ผู้ชมทางทีวี (TV) ซึ่งตอนนี้คนดูทีวี (TV) น้อยลงเรื่อย ๆ ผู้ชมทางทีวี (TV) ของท่านยังคงเพิ่มมากขึ้นถึง ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ผู้ชมออนไลน์เติบโตสูงที่สุดถึง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ก็น่าชื่นชม แม้แต่วิทยุออนไลน์ ซึ่งในประเทศไทยอาจจะยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก ท่านก็สามารถ ทำให้มีผู้ชมวิทยุออนไลน์ของไทยพีบีเอสเพิ่มขึ้นมาได้ถึง ๓.๘๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม น่าชื่นชมข้อที่ ๒ ก็คือความน่าชื่นชมในการที่ท่านปรับตัวให้เข้ากับ ยุคดิจิทัลได้จริง ๆ ในการใช้งบประมาณจำนวนมาก สัดส่วนที่ค่อนข้างเหมาะสม ในการพัฒนาเนื้อหาออนไลน์มากขึ้น ๓ ใน ๔ หรือว่า ๖๕๐ ล้านบาทของการใช้งบประมาณ ไปกับเนื้อหาของท่าน เป็นการผลิตคอนเทนต์ (Content) หรือว่าเนื้อหาที่ออกอากาศ ทั้งออนไลน์และออนแอร์ ก็คือออกทั้งทางทีวี (TV) และช่องทางโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ แล้วก็มีอีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ หรือว่า ๑๙๘ ล้านบาทเลยทีเดียวที่ให้ไปกับการทำคอนเทนต์ (Content) ออนไลน์ หรือว่าแอปพลิเคชัน เฟิร์ส (Application first) ก็คือคอนเทนต์ (Content) ที่ออกอากาศ โดยออนไลน์เป็นหลักเท่านั้น แต่ว่าในการชื่นชม ที่ดิฉันชื่นชมท่านทั้ง ๒ ข้อมานี้ มีสิ่งที่ดิฉัน ยังเห็นว่าสามารถปรับปรุงเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมได้อีกก็คืองบประมาณที่ท่านใช้ไปกับ คอนเทนต์ (Content) นั้น ยังคงมีสัดส่วนที่น้อยเกินไป งบประมาณของปี ๒๕๖๑ ท่านบอกไว้เมื่อสักครู่นี้ รองศาสตราจารย์วิลาสินีบอกเราไปว่าใช้ไป ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณทั้งหมด ในปี ๒๕๖๒ ถ้าท่านสมาชิกมีรายงานอยู่เปิดตามไปได้ในหน้า ๑๕๑ ท่านบอกว่า ในปี ๒๕๖๒ ท่านจะใช้งบประมาณ ๘๖๘ ล้านบาท จาก ๒,๖๕๕ ล้านบาท ไปกับการผลิตคอนเทนต์ (Content) หรือว่าเนื้อหารายการ ซึ่งคิดเป็นไม่ถึง ๑ ใน ๓ ของงบทั้งหมดนะคะ น้อยกว่า ๓๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไร ทำไมถึงมีการลดงบประมาณที่ใช้กับคอนเทนต์ (Content) ใช้กับเนื้อหาในยุคที่สื่อระดับโลกทุกสื่อใช้เนื้อหา ใช้หลักการที่ว่า คอนเทนต์ อีส คิง (Content is king) ก็คือเนื้อหานั้นคือหัวใจของสื่อ จะเป็นตัวแยกว่าสื่อกระแสหลัก สื่อมืออาชีพ แตกต่างจากเพจ (Page) ข่าวในโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือนักข่าวที่เป็นนักข่าว อาสาสมัครอย่างไร นั่นก็คือต้องทำเนื้อหาให้รอบด้าน ทำเนื้อหาให้ลึกซึ้ง ทำเนื้อหาให้ เฉียบคม แล้วก็มีความลุ่มลึกในฐานะที่สื่อมืออาชีพเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ จึงเป็นคำถาม ของดิฉันอยากจะให้ท่าน ถ้าเป็นไปได้ชี้แจงและนำไปปรับปรุงว่า การใช้งบประมาณไปกับ คอนเทนต์ (Content) ของท่านเหตุใดจึงลดลง และเป็นสัดส่วนเพียง ๑ ใน ๓ ไม่ถึง ๑ ใน ๓ ของงบประมาณทั้งหมด จะบอกว่าน้อยลงหรือมากไป มากไปหรือน้อยไป ก็ต้องมีหลักเกณฑ์ มาเป็นตัวเทียบ ดิฉันก็ไม่รู้จะไปเทียบกับสื่อสาธารณะในประเทศไทยที่ไหน เนื่องจาก มีไทยพีบีเอสอยู่เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น ก็เลยขอไปเทียบกับบีบีซี ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะ ของสหราชอาณาจักร ประเทศอังกฤษ และดิฉันก็เข้าใจว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบของการทำ ทีวี (TV) สาธารณะในประเทศไทยด้วย

ในปี ๒๕๖๐ บีบีซีตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อสภาผู้แทนราษฎร ประเทศอังกฤษทำอย่างที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ ก็คืออภิปรายรายงานผลประกอบการของ บีบีซี คำอภิปรายของ ส.ส. อังกฤษมีอยู่ว่า ทำไมบีบีซีถึงใช้งบประมาณต่อปีไปกับการผลิต เนื้อหารายการน้อยเหลือเกิน น้อยเหลือเกินของเขาคือเท่าไรทราบไหมคะ บีบีซีใช้ งบประมาณทั้งสิ้น ๕,๑๔๐ ล้านปอนด์ต่อปี หรือว่า ๑๙๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปกับการผลิต คอนเทนต์ (Content) เนื้อหารายงานการ ๒,๗๑๐ ล้านปอนด์ หรือ ๑๐๑,๒๔๖ ล้านบาท ส.ส. อังกฤษบอกว่า บีบีซีต้องตอบให้ได้ว่าทำไมใช้งบประมาณไปกับการผลิตเนื้อหารายการ เพียงแค่ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ กลับไปที่ไทยพีบีเอส ท่านใช้เพียงแค่ ๑ ใน ๓ ของงบประมาณ ของท่าน ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองในการผลิตเนื้อหา ถามว่าทำไมเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ บีบีซีอาจจะแตกต่างจากไทยพีบีเอสเล็กน้อย ก็คือเงินของบีบีซี งบประมาณของบีบีซีส่วนใหญ่แล้วมาจากไลเซนซิง (Licensing) หรือว่าออเดียนซ์ (Audience) ผู้ชมเป็นผู้ที่จ่ายค่าสมาชิกให้กับบีบีซี แล้วก็อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนที่น้อยกว่า เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐ บีบีซี ได้เงินจากผู้ชมปีละ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้เงินจากรัฐเพียงแค่ ๔๙,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ส.ส. อังกฤษซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนจึงถามว่า ทำไมบีบีซี ถึงใช้เงินจากประชาชนไปกับการผลิต หรือว่าการทำในสิ่งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยตรง ในสถานีทีวี (TV) หรือว่าสื่อ ๑ ช่องหลัก ๆ สิ่งที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จริง ๆ ก็คือเนื้อหารายการที่พวกเขาได้ชมได้ดูถูกไหมคะ ไม่ใช่เงินค่าจัดทำบัญชี ค่าทนายความ ค่าตกแต่งอาคารสถานที่ มันคือเนื้อหาสาระจากรายการที่ประชาชนได้รับประโยชน์ จึงเป็นคำถามตอนนั้นที่ถามไปยังบีบีซีว่า ใช้เงินตั้งครึ่งหนึ่งไปกับสิ่งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ กับประชาชนได้อย่างไร กลับมาที่ไทยพีบีเอสมีความแตกต่างกันก็คือเราคนไทยไม่ได้เสียเงิน โดยตรงให้กับไทยพีบีเอส อย่างไรก็ตามเราเสียโดยอ้อม นั่นก็คือภาษีของเราปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาทให้กับไทยพีบีเอส จึงอยากจะขอร้องให้ท่านผู้บริหารลองไปพิจารณาดูว่า ทำอย่างไรให้งบประมาณสำหรับจัดทำเนื้อหารายการจัดทำคอนเทนต์ (Content) ของท่านเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ไม่ต้องไปเทียบเท่ากับบีบีซีก็ได้ค่ะ ขอให้เกินครึ่งจากประมาณ ๑ ใน ๓ ที่ท่านใช้ไปขอให้เพิ่มเป็นเกินครึ่ง เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์จะได้หรือไม่ ทำองค์กร ของท่านให้อุ้ยอ้ายน้อยลง ให้ลีน (Lean) ขึ้น ให้มีประสิทธิภาพในการบริหารงานมากขึ้น ใช้เงินกับสิ่งที่เป็นองค์ประกอบขององค์กรของท่านให้น้อยลง และใช้กับสิ่งที่เป็นหัวใจก็คือ การสื่อสารไปยังประชาชนให้มากขึ้น นี่ก็คือประเด็นแรกที่ดิฉันอยากจะฝากไปยังทาง ไทยพีบีเอสนะคะ

ในประเด็นที่ ๒ ดิฉันมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับเนื้อหา การนำเสนอของไทยพีบีเอสเหมือนกัน ท่านสมาชิกสามารถเปิดไปที่หน้า ๑๔๐ ได้ ของรายงานผลการดำเนินงานของไทยพีบีเอส เป็นการพูดถึงยุทธศาสตร์ในการนำเสนอ เนื้อหาของไทยพีบีเอส ยุทธ์ศาสตร์เนื้อหาของช่องนี้คืออะไร ดิฉันขออนุญาตอ่าน ในรายละเอียด เพราะว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

๑. ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเป็นกลางผ่านรายการหลัก เช่น ที่นี่ไทยพีบีเอส ดิฉันเป็นแฟนคลับอยู่นะคะ บ่ายโมงตรงประเด็น นี่ก็เป็นรายการที่มีสาระมากแล้วก็พูด เรื่องของ อีอีซี (EEC) เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนได้อย่างดีมาก

๒. คือสร้างผลงานคุณภาพสูงโดดเด่นและแตกต่างผ่านสารคดีจากผู้ผลิต คนไทย เช่น พื้นที่ชีวิต นี่ดิฉันก็ชอบดูเหมือนกัน สามัญชนคนไทย

๓. สะท้อนคุณค่าวัฒนธรรมไทยออกสู่นานาชาติ ผ่านละครแล้วก็ข่าว ศิลปวัฒนธรรมบันเทิง ซึ่งไทยพีบีเอสก็ได้รับการชื่นชมมากว่าทำข่าวบันเทิงได้อย่างแตกต่าง แล้วก็มีประเด็น

๔. ให้ความสำคัญต่อภาคีหุ้นส่วนและท้องถิ่นผ่านรายการสื่อภาคพลเมือง เช่น ทั่วถิ่นแดนไทย หรือแบ็กแพ็ก เจอร์นัลลิสต์ (Backpack journalist) ๒ รายการนี้ ดิฉันก็ติดตามเหมือนกัน แบ็กแพ็ก เจอร์นัลลิสต์ (Backpack journalist) ที่เคยไปถ่ายตอนที่ พรรคอนาคตใหม่ไปยุโรปด้วยนะคะ ทำงานตั้งใจมาก

๕. สนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านกลุ่มรายการสำหรับเด็ก และครอบครัว และ

๖. เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ในภาวะวิกฤต ที่รองศาสตราจารย์วิลาสินี เคยยกมา เรื่องของกรณีถ้ำหลวง นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมนะคะ รายงานได้อย่างถูกต้อง เที่ยงตรง

๖ ยุทธศาสตร์เนื้อหานี้ถูกต้องและดีงามทั้งหมด แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป และเป็นสิ่งที่สื่อทั่วโลกกำลังถือว่าเป็นภารกิจสำคัญ นั่นก็คือการสร้างการส่งเสริมการรู้ เท่าทันข่าวสารข้อมูลหรือว่ามิเดีย แอนด์ อินฟอร์เมชัน เทคโนโลยี (Media and Information Technology) เมื่อสักครู่ดิฉันฟังรองศาสตราจารย์วิลาสินีพูด ท่านก็ได้พูดถึง ประเด็นนี้ตอนที่ท่านได้รายงานให้พวกเราฟัง แต่ดิฉันไปดูในคอร์ แวลู (Core Value) หรือว่าคุณค่าพื้นฐานขององค์กรของท่าน ดูในภารกิจหลักของท่าน ดูในผังรายการของท่าน ดิฉันกลับพบว่าภารกิจในด้านการส่งเสริมการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารยังไม่มีความชัดเจน ในคู่มือของยูเนสโก (UNESCO) ล่าสุดระบุไว้ชัดว่า การต่อต้านข่าวปลอมเป็นหน้าที่สำคัญ ที่มี ๓ เสาหลักต้องทำร่วมกัน

๑. ก็คือสื่อที่เป็นสื่อมืออาชีพและได้รับความน่าเชื่อถือ

๒. ก็คือนักการศึกษาระบบการศึกษา

๓. ก็คือบริษัทโซเชียลมีเดีย (Social media)

บริษัทโซเซียลมีเดีย (Social media) นั้น ดิฉันเข้าใจเฟซบุ๊กให้ความสำคัญ ต่อการต่อต้านเฟกนิวส์ (Fake News) ในประเทศไทยมากอยู่แล้ว ระบบการศึกษา ดิฉันพูดตรง ๆ นะคะว่า การศึกษามีส่วนสำคัญที่สุดจริง ๆ ในการส่งเสริมการรู้เท่าทัน ข้อมูลข่าวสารและต่อต้านเฟกนิวส์ (Fake News) ถ้าไปดูมีเดีย ลิเทอเรซี อินเด็กซ์ (Media Literacy Index) ของปีล่าสุด ปี ๒๐๑๘ ประเทศที่มีมีเดีย ลิเทอเรซี อินเด็กซ์ (Media Literacy Index) สูงที่สุดอันดับหนึ่งคือประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศ ที่ได้รับการยอมรับว่า ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก แต่ก็พูดตามตรงอีกเช่นกัน ดิฉันคิดว่า การศึกษาประเทศไทยมีภาระมากเพียงพอ แล้วมีปัญหามากมายเพียงพอแล้ว จะให้ไปฝาก ความหวังว่าให้การศึกษาจัดการเรื่องการรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชนด้วย ดิฉันคิดว่า ให้เขาจัดการเรื่องอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ ไม่ให้เด็กกินพะโล้บูดก่อนน่าจะเป็นสิ่งที่เขา ต้องให้ความสำคัญมากกว่า เพราะฉะนั้นเหลือเสาหลักเสาสุดท้ายที่จะทำเรื่องของการรู้เท่าทันสื่อ และข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชนคนไทย นั่นก็คือสื่อมืออาชีพ

ในสภาวะการเมืองที่มีแต่ความขัดแย้งแตกแยกมาตลอด ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา หนึ่งในสื่อที่ได้รับความเชื่อถือว่ามีความเที่ยงตรงและเป็นกลางมากที่สุดก็คือสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอสนั่นเอง เพราะฉะนั้นดิฉันถือว่าท่านมีทั้งหน้าที่โดยตรงและมีทั้งความชอบธรรม ในการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ การต่อต้านข่าวปลอมในประเทศไทย ดิฉันไปดูในผังรายการ ของท่าน ไม่ค่อยมีรายการไหนที่พูดถึงการรู้เท่าทันสื่อ และการต่อต้าน เฟกนิวส์ (Fake News) อย่างเป็นรูปธรรม รายการที่ดิฉันเช็คดูและเห็นว่ามีเรื่องนี้ประจำก็คือรายการเปิดบ้าน ไทยพีบีเอส ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์ในช่วงเวลาประมาณ ๑๓.๔๕ นาฬิกา ถึง ๑๔.๐๐ นาฬิกา เพียง ๑๕ นาทีต่อสัปดาห์เท่านั้นนะคะท่าน และในวงการสื่อทราบดี ช่วงเวลาบ่ายวันเสาร์ เป็นช่วงเวลาที่ซุปเปอร์ (Super) ไม่ไพร์มไทม์ (Prime time) ไม่มีใครดูทีวี (TV) ในบ่าย วันเสาร์ ทุกคนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านกันหมด แต่ท่านให้เวลากับรายการนี้ ๑๕ นาที ในบ่ายวันเสาร์ที่ไม่มีใครดูโทรทัศน์และรายการ ๑๕ นาทีนี้ ดิฉันลองไปดูมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การรู้เท่าทันสื่อ ๔ นาที จาก ๑๕ นาที ดิฉันยังดีใจที่อย่างน้อยมีพื้นที่ให้กับเรื่องของการรู้ เท่าทันสื่อ การต่อต้านข่าวปลอม แต่มันยังไม่มากพอค่ะ ดิฉันตามไปดูเปิดบ้านไทยพีบีเอส ตอนที่ว่าด้วยเรื่อง เฟกนิวส์ (Fake News) ที่อยู่ในยูทูบ (YouTube) ลงไว้ตั้งแต่ ๙ กันยายน ๒๕๖๐ หน้าเศร้านะคะมีคนดูเพียงแค่ ๗๒๓ คน ดิฉันเห็นว่ามีความพยายามจากไทยพีบีเอส แล้วในการนำเสนอเนื้อหาตรงนี้ แต่น่าเสียดายที่ความพยายามนั้นอาจจะยังไม่มากพอ และยังไม่สามารถทำเนื้อหาที่ดึงดูดประชาชน สร้างความสนใจ ความตระหนักในเรื่องนี้ ให้กับประชาชนได้อย่างมากพอ การรับมือ เฟกนิวส์ (Fake News) การรู้เท่าทันข้อมูล ข่าวสารเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตอยู่ในโลกยุคดิจิทัลที่ข่าวสารข้อมูลมัน ไหลบ่าท่วมตัวเรารวดเร็วตลอดเวลาผ่านโซเชียลมีเดีย (Social media) ดิฉันยืนยันว่า ดิฉันยึดตามหลักของยูเนสโก (UNESCO) ว่า รัฐบาลไม่ควรมีหน้าที่ในการจัดการข่าวปลอม เพราะว่าจะกลายเป็นผู้ผูกขาดสถาปนาความจริง ใช้อำนาจเกินขอบเขต ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของสื่อมวลชนและประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เสี่ยงต่อการเป็น มินิสทรี ออฟ ทรูท (Ministry of truth) หรือว่ากระทรวงสัจจะ ไปเอา ตัวเองตัดสินว่าข่าวใดจริง ข่าวใดปลอม เราขอฝากความหวังไว้ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่จะใช้สื่อในมือของท่านจากภาษีของประชาชนในการทำเรื่องนี้ ในการต่อต้านข้อมูล ข่าวปลอมทั้งหลาย

ดิฉันขอสรุปสุดท้ายนะคะ ฝากท่านไว้ว่าระหว่างสื่อมวลชนกับผู้แทนราษฎร ในชื่ออาชีพของพวกเรามีคำว่า ประชาชน อยู่ ทั้ง ๒ อาชีพ สื่อมีคำว่า สื่อมวลชน ผู้แทนราษฎร ก็คือผู้แทนของประชาชน เราร่วมมือกัน เราต่างทำงานเพื่อประโยชน์ของ ประชาชน เราต่างใช้เงินภาษีของประชาชน กินใช้อยู่ทุกวันนี้ก็จากภาษีของประชาชนทั้งนั้น ร่วมมือกันสร้างสังคมที่เท่าเทียมเป็นประชาธิปไตยและมีสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารอย่างเป็นธรรม ขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญรองศาสตราจารย์รงค์ เชิญครับท่าน

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสได้แสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ขององค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือง่าย ๆ ไทยพีบีเอส ผมชื่นชมนะครับ จากการที่ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของ หน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องมีพันธะมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เห็นสิ่งหนึ่งเลยว่ารายงาน ของไทยพีบีเอสเป็นรูปเล่มสวยอีกเล่มหนึ่ง มีเนื้อหาครอบคลุมสมบูรณ์ เอาตัวรายงานก่อนนะครับ เนื้อหาครอบคลุมสมบูรณ์ศึกษาจากรายงาน ๒ คืนที่ผ่านมาจนมาถึงวันนี้พบเห็นชัดเจนว่า ในตัวรายงานมีสาระสำคัญที่เห็นภารกิจ เห็นสาระสำคัญว่ามีกลยุทธ์ มีแผนงาน มีการปฏิบัติงานอย่างไรในปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา มีแผนการเงินบ่งชี้หรือว่าสามารถที่จะสืบค้น ให้พวกเราเข้าใจได้ว่างบประมาณที่มีประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ใช้ไปอย่างไรนะครับ เห็นถึงผลงานเด่น ๆ เห็นถึงกิจกรรมเด่น ๆ ของ ไทยพีบีเอสว่าช่วยอะไรสังคมไทย สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นความชื่นชม อย่างไรก็แล้วแต่จากการดูรายงานของไทยพีบีเอสพอสรุปได้ว่า ตัวไทยพีบีเอส เชนจ์ (Change) ตัวเอง เปลี่ยนแปลงองค์กรของตัวเองให้อยู่ได้ในโลกดิจิทัล โลกของสังคมยุคใหม่ เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าองค์กรสาธารณะ องค์กรของรัฐแบบนี้ มีการเชนจ์ (Change) ตัวเอง อะแดปต์ (Adapt) ตัวเองพร้อมที่จะทำให้องค์กรของตัวเอง เป็นองค์กรที่ยืนอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมขออนุญาตเรียนว่า การเชนจ์ (Change) ตัวเอง เชนจ์ (Change) องค์กร นี่ตั้งข้อสังเกตนะครับ ไทยพีบีเอสได้เชนจ์ (Change) สังคมขนาดไหน เป้าหมายของไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะ เป้าหมายของ ไทยพีบีเอสเป็นสื่ออิสระ อันนี้ไม่มีปัญหา ผมคิดว่าจากฟังการอภิปราย หรือจากที่เราติดตาม ที่ผ่านมาก็เชื่อมั่นได้ว่าไทยพีบีเอสมีความเป็นอิสระ มีความเป็นกลางในสถานการณ์ของบ้านเมือง ในหลายที่ และพร้อมที่จะไปบุกเบิกเข้าไปทำข่าว เข้าไปนำเอาประเด็นต่าง ๆ ของสังคมเป็น สังคมชายขอบ หรือสังคมที่ไม่ชายขอบมานำเสนอให้ผู้คนได้ชมได้อย่างเต็มที่ อันนี้ไม่มีปัญหา แต่ข้อสังเกตก็คือการเชนจ์ (Change) ตัวเองตรงที่ว่านี่ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาจนถึงปัจจุบันนี้ เป้าหมายของไทยพีบีเอสก็คือจะต้องเชนจ์ (Change) สังคมที่มีคุณภาพ อันนี้ผมอยากเห็นครับ สภาแห่งนี้อยากเห็นว่า ปีหนึ่งประมาณตัวเลขกลม ๆ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ได้เชนจ์ (Change) ตัวเอง อย่างเรียบร้อย ก้าวหน้า ไม่ตาย เป็นองค์กรที่สามารถอยู่ได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง แต่สังคม มันเชนจ์ (Change) ไปเยอะ ตรงนี้ไทยพีบีเอสได้เข้ามามีอิทธิพล ได้มีตัวบ่งชี้ ได้มีอะไรที่จะมา อธิบายให้กับสภาแห่งนี้ได้ทราบ หรือสาธารณชนได้ทราบ คำว่า สังคมที่มีคุณภาพบนคุณธรรม พื้นฐานของไทย อันนี้เป็นเป้าหมายสูงสุด เป็นอัลทิเมต โกล (Ultimate goal) ของไทยพีบีเอส อะไรละครับ ท่านพร้อมที่จะเป็นพื้นที่อิสระในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ภาคพลเมือง ให้ใครต่อใครมาใช้สื่ออันนี้ไม่มีปัญหา แต่ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ไทยพีบีเอสจะเป็น กรอบเป็นตัวแบบที่จะไปให้การเรียนรู้หรือเชป (Shape) สังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ ภายใต้อุดมการณ์ของรัฐไทย ก็คือประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ขอตรงนี้ด้วย ตรงนี้ขออนุญาตเรียนว่ายังอ่อนไป อ่อนไปท่ามกลางคณะกรรมการนโยบาย ๙ คนนะครับ ๓ คนนี่เป็นกรรมการที่มาจากสายประชาธิปไตยใช่ไหมครับ คณะกรรมการ นโยบาย ๙ คน ๓ คนคัดเลือกมาจากเกณฑ์ของคนที่มาจากประชาธิปไตย คำว่า ประชาธิปไตย ของไทยพีบีเอส กับความหมาย หรือความรับรู้ หรือความเข้าใจ หรือความคาดหวังของผม เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน ไทยพีบีเอสทำอย่างไรครับ ประชาธิปไตยแม้นว่าจะเป็นวาไรตี้ คอนเซปต์ (Variety Concept) หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามไทยพีบีเอสต้องไม่หลากหลาย เพราะเป็นกลไกสื่ออิสระของรัฐ ก็คือประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไทยพีบีเอสฝากนะครับว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชป (Shape) คุณลักษณะของพลเมืองไทย ให้มีคุณลักษณะที่เป็นไปตามอุดมการณ์ของรัฐไทย ก็คือระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พลเมืองจะต้องเดินไปสู่ตรงนี้ แล้วจะนำไปสู่สังคมที่จะ ยั่งยืนบนพื้นฐานของความหลากหลายนะครับ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่าสิ่งตรงนี้ ก็อยากจะฝากไทยพีบีเอส ท่านประธานที่เคารพครับ พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนะครับ ขอฝากไทยพีบีเอสในฐานะที่เป็นทีวี (TV) พูดง่าย ๆ อิสระ หรือเสรี หรือสาธารณะที่มีตัวอย่าง ที่มีผลงาน ที่มีการยอมรับได้รับรางวัลโน้น ได้รับรางวัลนี้ พลเมืองที่สำคัญก็คือพลเมืองที่ไทยพีบีเอสจะต้องช่วยสร้างสังคมไทยให้เป็น พลเมืองที่พร้อมที่จะเป็นคนที่สามารถสร้างสรรค์พอ ๆ กับพลเมืองที่เป็นคนวิพากษ์ วันนี้สังคมไทยพลเมืองแบ่งเป็น ๒ ซีกที่เราคิดว่าควรจะต้องเดินให้ได้ก็คือ ฝ่ายครีเอทีฟ (Creative) คือสร้างสรรค์สังคม กับฝ่ายคริทิไซซ์ (Criticize) หรือฝ่ายที่วิพากษ์สังคม อย่าให้ ไทยพีบีเอสไปเป็นคนที่มีตัวแบบหรือเป็นช่องทางให้พลเมืองฝ่ายคริทิไซซ์ (Criticize) หรือวิจารณ์สังคมมาใช้พื้นที่สาธารณะ แล้วทำให้พลเมืองที่เป็นพวกครีเอทีฟ (Creative) ต้องลดบทบาทไป นั่นฝากเป็นประการแรก

ประการที่ ๒ เป็นประการสุดท้าย อยากจะฝากไทยพีบีเอสในฐานะที่จะต้อง เชนจ์ (Change) สังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพแล้วก็มีคุณธรรมพื้นฐานของสังคมไทย วันนี้ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ประเทศไทยเรากำลังเผชิญอยู่กับปัญหาเรื่องการพัฒนา ของรัฐ มีโครงการของรัฐจำนวนเยอะ มีแผนงานหรือนโยบายของรัฐจำนวนเยอะที่ออกมา ในรูปของโครงการต่าง ๆ เราพบว่าเวลามีการพัฒนาผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นนโยบาย สาธารณะก็คือตัวโครงการจะมีคนเห็นด้วยกับจะมีคนไม่เห็นด้วย คนไม่เห็นด้วยได้ใช้ช่องทาง ไทยพีบีเอสเยอะครับ ผมก็ติดตามข้อมูลข่าวสาร น้อง ๆ ผู้สื่อข่าว น้อง ๆ สื่อสารมวลชนที่อยู่ ในการทำงานของไทยพีบีเอสก็ทำเรื่องนี้กันอย่างขยันขันแข็ง แต่จะต้องบาลานซ์ (Balance) ข้อมูลไปยังพลเมืองอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นด้วยกับการพัฒนา อย่าไปเทกไซด์ (Take side) กับฝ่ายไม่พัฒนาหรือฝ่ายแอนตี ดีเวลลอปเมนต์ (Anti-development) หรือว่าต่อต้าน การพัฒนามากกว่าพลเมืองที่สนใจเรื่องการพัฒนาที่จะเชนจ์ (Change) บ้านเมืองไปสู่ คุณภาพด้วย เพราะฉะนั้นการให้เวลา ๒ ส่วนนี้จะต้องให้ดุลยภาพเพื่อจะให้สังคมไทย เปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่สังคมที่มีคุณภาพ

สุดท้ายครับท่านประธานครับ ฝากไปยังไทยพีบีเอสนะครับ ชื่นชมครับ สื่อของท่านเป็นสื่อที่มีอิทธิพล ๑๐ กว่าปีแล้วช่วยเติมบทบาทเนื้อหาสัก ๑ พาร์ต (Part) ที่ชี้ให้เห็นว่า การสร้างสังคมที่มีคุณภาพมันมีโพรดักต์ (Product) อะไรบ้าง แน่นอนครับ อิทธิพลของสื่อ สื่อโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง เป็นเหมือนกับตัวแบบของการเปลี่ยนแปลงผู้คน ต้องบอกหน่อยครับ อย่าไปบอกเพียงอย่างเดียวว่า ในปี ๒๕๖๑ เราทำอะไร มีเรตติง (Rating) เท่าไร ผู้คนเพิ่มขึ้นเท่าไร อันนั้นถือว่าเป็นการเชนจ์ (Change) องค์กรตัวเองให้อยู่ได้ ให้มีความชอบธรรมกับการมาของบประมาณจากรัฐ แต่ต้องเชนจ์ (Change) คุณภาพสังคม ตัวนี้ผมขอฝากท่านประธานไปยังไทยพีบีเอสเพื่อที่จะมาเติมเนื้อหา แม้ว่ามันจะเป็นรายงาน ประจำปีของปีแต่ละปีก็ตาม แต่ถ้ารายงานแต่ละปี ๆ ไม่ได้มาซัมพ์ (Sump) ไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๑ จนมาถึงปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ เราไม่เห็นภาพรวมของการที่เปลี่ยนแปลงสังคม สู่คุณภาพ ตรงนี้ก็ถือว่าน่าเสียดายที่เราขาดโอกาสไปนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ท่านประธานที่เคารพครับ ฟังมา ๔-๕ ท่าน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการชื่นชม ผมอยากจะ อภิปรายให้ท่านคณะกรรมการซึ่งหลายท่านผมก็รู้จักตามหน้าสื่อ ไม่ได้เคยทำงานสื่อกับท่าน ถ้าท่านคิดว่าดีท่านก็จดจำไว้แล้วก็แก้ไขปัญหาภายในนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนรอยกันสักนิดหนึ่งก่อนทีวี (TV) ไทยพีบีเอสมาจากไหน เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ก็คือเขาประมูลทำทีวี (TV) ไอทีวีกัน เป็นทีวี (TV) อิสระ มี ๑๐ บริษัท หลังจากนั้นก็มีการปฏิวัติปี ๒๕๔๙ ในยุคของ คมช. จากนั้นก็มีกระบวนการแปรสภาพจาก ไอทีวีเป็นทีไอทีวี อยู่กรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็เปลี่ยนจากทีไอทีวี มาเป็นไทยพีบีเอส ในช่วงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๑ เมื่อสักครู่นี้ผมฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายบอกว่า ในยุคท่าน ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามเพราะท่านพูดถึงนะครับ ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกได้ช่วยแก้ไขปัญหาทำแล้วดีอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าทำจริงนี่ผิดกฎหมายนะครับ แทรกแซงสื่อนะ ถ้าท่านพูดไปแล้วผิดท่านถอนได้นะครับ เพราะว่าปี ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่มีการเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเข้ามา จากนั้นก็เปลี่ยนผ่านเข้ามาสู่เดือนมกราคม ไทยพีบีเอสก็เกิดขึ้นยึดเอาของไอทีวีเขาหมดละ ท่านประธานครับ ไปตั้งสถานีอยู่แถววิภาวดี-รังสิตจากนั้นก็บริหารเรื่อยมา ผมเรียกว่า บริหารองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐเพราะใช้เงินภาษีของรัฐ ปี ๒๕๕๑ จนถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ๑๑ ปีเต็ม ดีดเครื่องคิดเลขครับ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้มาทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้คณะกรรมการที่นั่งอยู่บนนี้ ต้องตระหนักเยอะว่า บ้านของท่าน ๑๐ ปีมานี้คณะกรรมการชุดใหม่มานี้อาจจะบอกว่า ผมเพิ่งมา ท่านต้องกรุณากวาดบ้านของท่านให้สะอาดก่อน ก่อนที่จะมานำเสนอเรื่องราว ต่อสาธารณะจนท่านได้ชื่อว่าทีวีสาธารณะ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้านับดูตัวเลข ถ้าเราแจกทุนการศึกษาให้เด็กหรือว่าเยาวชนในประเทศไทยคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะมีโอกาสได้เรียนทั้งปี ๑ ปีใช้งบประมาณเดียวกันจะได้คนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน ๑๑ ปี เราจะช่วยการศึกษากับเด็กได้ทั้งหมด ๒,๒๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศไทยครับ บ้านท่านประธานจะได้มีการศึกษาเพิ่มมากขึ้นจากเงินงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้ครับ มีคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์แล้วถ้าท่านเข้าไปดูในโลกโซเชียล (Social) เขาดูยูทูบ (YouTube) เดี๋ยวนี้จำไม่ได้นะครับ สมัยก่อนเราทำรายการโทรทัศน์ เราก็รอดูใช่หรือไม่ครับ เดี๋ยวมีรายการดัง ๆ ๔ ทุ่มมาแล้ว รายการนั้นเรารอ เดี๋ยวนี้จำไม่ได้หรอกท่านประธานครับ ว่ามันมากี่โมง เพราะไทยพีบีเอส ปี ๒๕๕๑ ท่านโชคดีครับ ท่านมี ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ แล้วก็ไทยพีบีเอส มีทีวี (TV) ๖ ช่อง มีโฆษณาได้ ๔ ช่อง ที่เหลือ ๒ ช่องโฆษณาไม่ได้คือช่อง ๑๑ กับของท่าน แต่ช่อง ๑๑ นี่รับเงินงบประมาณน้อยกว่าของเขานะครับ ช่อง ๑๑ ได้ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท แต่เจ้านี้ได้ ๑,๘๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท ใครก็แล้วแต่สมาชิกที่นั่งอยู่ที่นี่ถ้าท่านใดสูบบุหรี่ ท่านใดดื่มสุรา ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้าง ท่านโดนภาษีมาให้คณะนี้เขาทำงานนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องบอกว่า ท่านประธานผมขออภิปรายเยอะหน่อยเพื่อจะได้นำไป แก้ไขปัญหา

ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ พอเข้าไปดูในระบบต่าง ๆ ของเล่มที่ท่านทำ มาสวยงามครับผมไม่ว่ากัน แต่สาระสำคัญก็คือว่า วันนี้ท่านปรับตัวไปแล้วหรืออย่างไร ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มีคำถามว่า เรามีสื่อแบบไทยพีบีเอส ไว้ทำไม เราคาดหวังอะไรจากสื่อสาธารณะแบบนี้ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ พอมีเรื่องนี้ เข้าในที่ประชุมสภา มีคนส่งมาให้ผมเล่มหนึ่งครับ หนาตึ๊บอย่างนี้ท่านประธาน เรื่องร้องเรียน ไทยพีบีเอสทั้งนั้น ผมก็อ่านให้ฟังท่านประธานที่เคารพครับ

๑. อนุมัติจ่ายเงินค่าเสื่อมสภาพรถยนต์ให้กับคณะกรรมการนโยบายไม่ใช่ ชุดท่านนะครับ ไม่ต้องตกใจ

๒. การจ่ายเงินตามข้อ ๑ น่าจะไม่ถูกต้อง เป็นการออกระเบียบก็ว่ากันไป เดี๋ยวผมส่งให้ท่านประธานครับ

๓. เอกสารแก้ไขคุณสมบัติอะไรเยอะแยะมากมาย ท่านประธานครับ เล่มหนาตึ๊บ ของเขาส่งมาเล่มแค่นี้ แต่เล่มที่คนข้างในส่งมาเล่มหนาอย่างนี้

ผมถึงบอกอย่างไรว่า ทำไมผมจึงต้องขอเวลาท่านประธานเยอะหน่อย เงินภาษี ผมไม่ทราบว่าท่านประธานอาจจะเป็นคนไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ แต่ท่านประธาน คนรอบตัวเราบางทีมันอดไม่ได้ เวลาสูบบุหรี่ที ดื่มสุราที ก็ต้องปันไปให้คณะนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท

ท่านประธานดูต่อมานะครับ แล้วเราคาดหวังอะไรกับไทยพีบีเอสบ้าง ในรอบ ๑๑ ปีที่ผ่านมา เอาละ ไม่ต้องถอยหลังไป เพราะหลังจากนั้นมันมีทีวีดิจิทัล (TV Digital) มันเริ่มมา ๓๐ กว่าช่อง ท่านประธานครับ แต่ก่อนเขาเรตติง (Rating) อันดับ ๔ ทีวี (TV) มี ๖ ช่อง เรตติง (Rating) อันดับ ๔ ก็เพราะว่าช่อง ๑๑ โฆษณาไม่ได้ เขาเลยอยู่ อันดับ ๔ พอเป็นทีวีดิจิทัล (TV Digital) ท่านประธานที่เคารพครับ มีช่องวัน มีเวิร์คพอยท์ มีวอยซ์ทีวี มีไทยรัฐ มีเนชั่น สารพัดสื่อ นี่อยู่อันดับ ๑๖ อันดับ ๑๗ อยู่อย่างนี้ ทำแบบ เขาเรียกอนุรักษ์นิยม ไม่ต้องคิดเรื่องเรตติง (Rating) ไม่ผิดครับท่านพูด ท่านบอกเราไปทำ ไม่มีเรตติง (Rating) เรตติง (Rating) คือการวัดแล้วหารค่าจากสิ่งที่ท่านลงทุน ท่านลงทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอก ไม่ดูเรตติง (Rating) ก็เลิกสิครับ เพราะท่านรับเงินจากรัฐเข้ามา ท่านต้องทำให้มันดีทั้งมีเรตติง (Rating) ด้วย รายการดีด้วย แต่ท่านประธานที่เคารพ มืออาชีพนี่นะครับ ทำงานเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะไม่ขึ้นตรงต่ออำนาจรัฐและอำนาจทุน ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมานี้ ในโลกโซเชียล (Social) มากมายครับ แม้กระทั่งเพื่อนผมที่เป็นนักข่าวอยู่ในไทยพีบีเอส เยอะเลยครับ ถามผมมาบอก คุณจิรายุอภิปรายเรื่องนี้ให้หน่อย กรรมการนโยบายจะได้รู้ว่า พวกเราทำอะไรกัน ท่านประธานครับ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจประเทศนี้ คำถามก็คือไทยพีบีเอส ท่านช่วยพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง อันนี้คือ คำถาม ท่านประธานที่เคารพครับ การรายงานความจริงชุดที่แตกต่างจากความจริงของรัฐ ที่ยัดใส่เข้าไปที่เราเรียกกันว่า อาเจนดา เซ็ตติง พร็อบโพรกานดา (Agenda setting propaganda) ภาษาฝรั่งอะไรกันนี่นะครับ มันทำให้ประชาชนเห็นคล้อยบอกเดี๋ยวถ้าเกิด ไม่ปฏิวัติมันจะทะเลาะเบาะแว้งกัน ท่านได้หาข้อมูลย้อนแย้งให้กับสังคมไทยในการต่อสู้ กับระบอบเผด็จการหรือไม่ นี่คือความจริงที่มันหายไปนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

คำถามต่อมาก็คือว่า สังคมได้ยินอะไรจากไทยพีบีเอส ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้หลังจาก คสช. หมดอำนาจ เราได้ยินอะไรบ้างครับ เดี๋ยวท่าน ช่วยตอบหน่อยนะครับ ท่านต่อสู้กับระบอบเผด็จการ ท่านตรวจสอบรัฐบาลที่มาจากระบอบ เผด็จการมากน้อยขนาดไหน ท่านขุดคุ้ยรัฐมนตรีที่ทำงานในรัฐบาลชุดที่แล้วอะไรบ้าง เหมือนกับที่ไอทีวีเขาทำเมื่อสมัย ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ส่วยทางด่วน ส่วยตำรวจ เปิดเผย เรื่องราวต่าง ๆ ของสังคมจนเป็นที่ยอมรับ ท่านประธานครับ เราได้อะไรนอกจากรายการเด็ก ถ้าอย่างนั้นท่านทำรายการเด็กเลยดีกว่า ไม่ต้องไปทำครับรายการแบบนี้ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ

ประเด็นต่อมาก็คือ ถ้าสังคมถามหาไทยพีบีเอสแล้วเขาบอกว่ามันเงียบจริง คำตอบก็คือว่า แล้วจะมีไว้ทำไม ถ้าสังคมมันเงียบ ทั้ง ๆ ที่มีทั้งผู้ผลิตภายในและภายนอก คือเขาออกอากาศไม่ครบ ๒๔ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ๒๐ ชั่วโมง ผมจำไม่ได้ตัวเลข ประมาณนี้ เพราะเขาไม่ได้ออก ๒๔ ชั่วโมง เกินครึ่งหนึ่งท่านผลิต ที่เหลือท่านจ้าง ข้างนอก ผมไม่ว่ากันในยุคหนึ่งก็เห็นอยู่ว่าใครเข้าไปบริหาร วันนี้ผมยังชื่นชมนะครับ เห็นอาจารย์สุทธิชัย หยุ่น ไปนั่งจัดรายการ ผมบอกนี่ละถูกต้อง นี่คือต้นแบบ แต่ท่าน ทำรายการท่านทำไป แต่กระบวนการก็คือสังคมถามครับว่า ตกลงแล้วไทยพีบีเอส เป็นพลังของสื่อสาธารณะของพี่น้องประชาชนท่านอยู่ตรงไหน เมื่อสักครู่ท่านอธิบาย ตั้งแต่ต้น เพื่อนสมาชิกอภิปรายกันอวยกันจนแบบท่านดูแต่เอาต์พุต (Output) ท่านไม่ได้ ไปดูหลังบ้านเขา ท่านไม่ได้ไปดูกระบวนการในการผลิตของเขาว่า เขาผลิตออกมาแล้ว เราได้ประโยชน์อะไรใช่ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานบอกว่า ทำสภานี้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานบอกไม่ได้ประโยชน์ เอาไปช่วยเด็กดีกว่า เอาไปเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ที่ประชุมดีกว่า อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพครับ

ประเด็นต่อมาก็คือ แล้วไทยพีบีเอสทำอะไรกันอยู่ ผมไม่ได้ตำหนิ คณะกรรมการชุดนี้นะครับ แต่ถ้าท่านฟังผมแล้วท่านดำเนินการต่อไป อย่าไปตำหนิพนักงาน บอกใคร เอาข้อมูลข้างในไปให้เขา นี่คือเงินของพวกผม เงินของพี่น้องประชาชน เขาต้องมีสิทธิที่จะบอก ถ้าเขาบอกคณะกรรมการไม่ได้เขาก็ต้องบอกผู้แทนราษฎร อย่างพวกผมท่านประธานที่เคารพครับ

ประเด็นต่อมาก็คือว่า เวลาเราบอกว่า แต้มต่อหรือแฮนดิแคป (Handicap) ของไทยพีบีเอสกับทีวี (TV) ดิจิทัล ท่านประธานรู้ไหมครับ อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เขาจะมี เปิดท้ายขายของของสื่อมวลชนนะครับ มาบุญครองนี่กรุณามากนะครับท่านประธาน ให้ลงชื่อ เอานักข่าวที่ตกงานจาก ๗ ทีวี (TV) ดิจิทัล ที่จะปิดไม่กี่วันข้างหน้านี้ไปเปิดท้ายขายของ ซึ่งมันเป็นภาพจำตอนผมเป็นนักข่าวเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว สมัยต้มยำกุ้งดีซีส (Desis) ความหมาย คืออะไรท่านมีแต้มต่อ เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่า เรตติง (Rating) เราไม่สน ไม่ได้ ท่านต้องไปดูต่อครับว่า ถ้าไม่มีคนดูท่านอย่าไปโทษว่าประชาชนเขาไม่ดู เพราะว่ารายการ มันมีสาระ บางคนชอบละคร ชอบตบจูบ ตบจูบ ชอบละครผัว ๒๐๑๙ เมีย ๒๐๑๘ ไม่ได้ ท่านประธาน เพราะอะไรครับ เมื่อไม่มีคนดูท่านต้องหันหน้าชี้นิ้ว แล้วเอา ๔ นิ้วเข้าตัวเอง ทันทีครับว่า เป็นเพราะว่าท่านยังทำไม่ดีหรือเปล่า หรือท่านทำเก่งไม่พอหรือเปล่า ไม่มีสิทธิ ที่จะไปชี้หน้าบอกว่า ฉันทำดีแล้ว ดูจากรีพอร์ต (Report) เล่มนี้หนาตึบดูสิ คนดูโซเชียล (Social) เยอะเท่านั้น คนดูวิทยุฉันเท่านี้ ให้ผมนะท่านประธานครับ ผมเอาแค่ ๑,๒๐๐ พอ อีก ๘๐๐ คืนให้โรงเรียนของหนู เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาใหญ่ ของไทยพีบีเอสก็คือว่า เมื่อท่านได้เงินมาประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในรอบ ๑๑ ปี ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีครับ นับจากวันนี้จนถึงปีหน้า ผมจะฟังรายงานจากท่านอีกถ้าสภานี้ไม่ยุบ แล้วผมจะฟังว่า ท่านได้ติดตามตรวจสอบ ในฐานะสื่อของประชาชน ติดตามตรวจสอบซีกท่านประธานนี่ละ ซีกรัฐบาลอย่างไร ท่านบอกรายการเด็กดี คนชอบดู ถูกสิครับ เด็กมันชอบการ์ตูน เด็กมันชอบกิจกรรม ผมก็เคยเข้าไปสถานีนี้บ่อย แต่ประเด็นสาระก็คือ ท่านประธานครับในบ้านของท่านท่านต้องจัดการให้เรียบร้อย ท่านประธานรู้ไหมครับ สถานีไทยพีบีเอสเขาได้ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธาน ใช้เงินอาจจะใช้ประมาณ ๑,๖๐๐-๑,๘๐๐ ล้านบาท ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท เขาเอาไปทำอะไร ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ เขาเคยเอาไปซื้อหุ้น เขาเอาไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ผมถามว่า เอาเรื่องแบบนี้ไปทำได้อย่างไร สังคมรู้หรือไม่ ไม่รู้ พอเป็นข่าวหน่อยก็อธิบายบอกว่า เงินฝากธนาคารไว้ดอกเบี้ยต่ำไปซื้อหุ้นดีกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วคำถามก็คือ เมื่อท่านไปซื้อหุ้นกับบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดอะไรขึ้นละครับ ท่านจะกล้าไปทำข่าวพวกนั้นหรือ มันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏว่าก็ถอนการซื้อหุ้นออกไป ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน พอคนทัก ท่านถอนก็ยังดี ที่ผมจะอภิปรายให้ท่านประธานฟังนี่นะครับ ปี ๒๕๖๐ มีคนไปสอบถามเยอะว่า ไทยพีบีเอสเงินเหลือเยอะ ได้ไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไม่หมด ฝากแบงก์ (Bank) ไว้ ๐.๗๕ บ้าง ๑ เปอร์เซ็นต์บ้าง มันน้อย ซื้อหุ้น ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ กำไรขึ้นลงตัวแดง ตัวเขียวว่ากันไป มีคนรู้หรือไม่ครับ ที่ประชุมแห่งนี้มีใครรู้บ้าง ไม่มี เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงนี้ ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะบอก ท่านประธานอีกอย่างหนึ่งนะครับว่า กระบวนการภายในของเขา เขาจะมาหาพวกเรา ปีละครั้ง เอาละ ท่านบอกว่ามีคนตรวจสอบท่านก็ว่ากันไปครับ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับว่า คณะกรรมการที่นั่งอยู่นี้ทำงานซับซ้อนกันอย่างไร ถ้าท่านประธานเป็นประธานบริษัท เป็นประธานไทยพีบีเอสมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง แล้วก็มีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง นี่มีรุ่นพี่ผมอยู่คนหนึ่งมาจากเดอะเนชั่น ทำงานกับไอทีวีมาด้วยกัน คุณก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าว เก่งมากครับ แล้วก็เป็นคนที่ทำงานมาตลอด นี่ผมชมนะครับ อยู่เดอะเนชั่นมาผมก็ชม ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการนโยบายท่าน ท่านลอง เปิดดู คณะกรรมการนโยบายมี ๙ ท่าน ท่านประธานครับ เพิ่มเติมมาแก้ไขว่าไป เปิดมาอีกที คณะกรรมการบริหารมี ๑๐ ท่านครับ ต่อมาเป็นอะไรครับ คณะผู้บริหารอีก หัวหน้า รองหัวหน้า แล้วก็คณะทำงาน ๓ ส่วน ท่านประธานครับ ท่านประธานลองดูหน้า ๑๕๘-๑๕๙ เหตุผลที่ผมบอกท่านประธานว่า เวลา ๑๕ นาทีนี้ถ้าเกิดน้อยมันก็น้อย ถ้ามากมันก็มาก แต่สาระสำคัญก็คือว่า มันคือเงินภาษีของสภาและสภานี้ ขอโทษนะครับ ท่านคณะกรรมการ ท่านโชคดี ปีนี้เป็นปีแรกที่ท่านอาจจะคันหูหน่อย เพราะที่ผ่านมาท่านรายงานกับ สนช. อย่างไร ผ่านมาเรื่อย ๆ ท่านก็สบาย เบาหู ดี รายการเด็กเยี่ยม ท่านประธานเคยเข้าไปไทยพีบีเอส หรือไม่ครับ สมัยผมอยู่ไอทีวีครับท่านประธาน เช่าอาคารจอดรถเขาทำ เดี๋ยวนี้เข้าไปโอ่โถง มีสวนนั่งเล่น เข้าไปต้องแลกบัตร ท่านบอกมีเด็กเข้าไป ผมเห็นครับ ทำเถอะครับ อะไรทำดีทำ แต่ผมบอกสิ่งที่ท่านทำไม่ดีในช่วงที่ผ่านมา อาจจะใช่กรรมการในชุดนี้หรือไม่ใช่ไม่เป็นไร จริง ๆ มีเยอะท่านประธานครับ แต่ผมขี้เกียจไปสาวไส้ ถือว่าผ่านมาแล้ว แต่ผมนับตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ปีนี้เป็นต้นไป เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไปครับ ผมฝากไปยังคณะกรรมการครับ ผมอยากรู้จริง ๆ เลย ๕-๖ ปีนี้ ท่านได้ทำอะไรเพื่อสังคมบ้างในการติดตามตรวจสอบ คณะรัฐประหาร แบะ แบะ แอะ ไม่มีเลยท่านประธานครับ ท่านได้ไปตรวจสอบบ้างอะไรบ้าง วงการทุจริตเกิดขึ้นมีอะไรบ้างที่ท่านทำ ท่านต้องชี้แจงให้สังคมได้ทราบว่า เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปทำอะไร แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามีโอกาสผมจะเสนอแก้ญัตติ ขอโทษ แก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับว่า ให้เขาหาเงินได้ด้วยตัวเองได้แล้ว ท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ หรือไม่ครับ คนไม่ดูทีวี (TV) เพราะอะไร ท่านประธานทราบหรือไม่ เพราะอะไรครับ ๑. รายการไม่น่าสนใจ ๒. ไม่มีเวลาดูครับ รถติด ๓. ดูยูทูบ (YouTube) ง่ายกว่า ๔. มีแอปพลิเคชัน (Application) เยอะแยะมากมาย จะเข้าไปดูตอนไหนก็ได้ เดี๋ยวนี้ส่งคลิป (Clip) กันสั้น ๆ เพราะฉะนั้นผมบอกเลยท่านประธานครับ

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเรื่องงบประมาณรายได้และรายจ่าย รายได้นี่ผมติดใจ ถ้าท่านประธานไปดูที่หน้า ๑๑๐ ท่านคณะกรรมการดูแล้วเดี๋ยวท่าน ตอบผมด้วยครับ ท่านดูครับ ปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๐ รายได้อื่น ๆ ท่านหาได้ ๑๘ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ท่านทำธุรกิจดีนะครับ หาเงินมาได้ ๗๖ ล้านบาท รวมแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ปี ๒๕๖๐ มีรายได้ทั้งหมด ทั้งที่ได้เงินจากภาษีบาปด้วย ๒,๓๖๙ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ท่านหาเงินได้เพิ่ม ๒,๗๑๓ ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากอะไรครับ ดอกเบี้ย รายได้ จากเงินสนับสนุน รายได้จากการให้บริการทรัพย์สินทางปัญญา พูดง่าย ๆ ก็คือทำแล้วก็ขาย คำถามผมก็คือท่านประธานครับ การที่เป็นองค์กรสาธารณะที่ใช้เงินภาษีของประชาชนนี้

๑. ท่านต้องไปแก้ไขกระบวนการทางความคิดการบริหารจัดการภายใน ท่านจะลดต้นทุนได้ แล้วท่านก็ไม่จำเป็นต้องขอเต็ม ๒,๐๐๐ ล้านบาท

๒. ท่านประธานครับ ท่านมองสังคมให้ถ่องแท้ว่าวันนี้สังคมบ้านเราวิปริต วิปลาสกันอย่างไรบ้าง ใครทำดีท่านเชียร์ท่านชมไป แต่ถ้าอะไรไม่ถูกต้องที่ผ่านมาท่านต้อง หาญกล้า เต็มที่ท่านก็โดนยุบแบบผมนี่ละครับ แต่มันคือประวัติศาสตร์ของท่านในการ บริหารจัดการ

๓. ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมการ ถ้าเกิดท่านยังทำงานกันลักษณะนี้ผมให้เวลาท่านอีก ๑ ปี ๑ ปีข้างหน้าท่านกลับมา และท่าน ไม่เคยเดินเข้ามาบอกและอธิบายว่าเราได้ติดตามตรวจสอบให้กับสังคมแล้ว เราจับทุจริต เรื่องนั้นเรื่องนี้ในรัฐบาลชุดนั้นชุดนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมได้ นอกจากรายการเด็กที่ท่าน บอกว่าดี ดีครับ ผมกับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านจะเข้าชื่อขอแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยยกเลิก และให้พวกท่านไปหาเงินกัน และทำสู้กับทีวี (TV) ดิจิทัลทั่วไป ฝากเรียนท่าน คณะกรรมการด้วยครับ ท่านอย่าโกรธ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่บางคนบอกคนพูดจะตาย

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุ สรุปได้แล้ว เพราะว่าให้เวลาเกินไป ๒ นาทีแล้วครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกว่าเรื่องนี้เรื่องสำคัญมาก ตราบใดก็แล้วแต่ถ้าเรามีสื่อมวลชนอย่างท่าน เป็นที่พึ่งได้ วันนี้เรตติง (Rating) ท่านอยู่อันดับ ๑๗ มันควรหรือไม่ที่จะไปอยู่อันดับ ๑๐ ท่านอยู่มา ๕-๖ ปี อันดับ ๑๖ อันดับ ๑๗ ทีวี (TV) ที่มีแต่หนังอย่างเดียวไปอยู่อันดับ ๓ อันดับ ๔ แล้วเขาหาเงินเองด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ฝากไปยังคณะกรรมการ และเพื่อนพนักงานไทยพีบีเอสและสื่อมวลชนทุกท่าน วันนี้ขอให้ท่านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสังคมขอให้ท่านดำเนินการอย่างยิ่งยวด ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง 🔗

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่จริงผมก็ประกาศล่วงหน้าแล้ว เชิญครับ ผมอ่านดูทั้งหมดนะครับ รายงานประจำปีนี้มีอยู่ ๔ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ และส่วนที่ ๔ ส่วนที่ ๑ พูดถึงความแตกต่างบนความยั่งยืน ส่วนที่ ๒ พูดถึงผลงานเด่น ปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ คือปีที่รายงานฉบับนี้นำมารายงานเรา ส่วนที่ ๓ พูดถึงรายงานผล การดำเนินงานของสื่อสาธารณะ และส่วนที่ ๔ ก็เป็นภาคผนวก พูดถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปนะครับ มีเรื่องของการใช้จ่ายเงินทองอะไรต่าง ๆ เมื่อเราดูทั้งหมดแล้ว เราอยากจะให้สื่อสาธารณะ ไปทางไหนอย่างไร อยากจะใช้เงินให้คุ้มค่าหรือไม่อย่างไร เราคงต้องมาดูกันนะครับ ไม่ใช่ เฉพาะสื่อสาธารณะหรอก ไม่ว่าจะเป็นสื่อประเภทไหนก็ตาม สื่อหลักทั้งหลายถ้าเราดู พูดเฉพาะโทรทัศน์ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้แทบจะเห็นได้ชัดเจนว่าโทรทัศน์แต่ละช่องก็จะเน้น การนำเสนอไปในแทบจะเรียกว่า เจาะไปในแต่ละเรื่อง โทรทัศน์หลายช่องเน้นเรื่อง ความบันเทิง เรื่องของละคร เรื่องของความบันเทิง โทรทัศน์บางช่องขณะนี้โดยเฉพาะ ทีวี (TV) ดิจิทัล ซึ่งมีอยู่มากมายหลายช่อง บางช่องเน้นเฉพาะเรื่องของข่าวสาร บางช่องเน้น เฉพาะเรื่องของสารคดี บางช่องฉายหนังอย่างเดียวทั้งช่อง บางช่องเน้นเฉพาะเรื่องไป ซึ่งผม เชื่อว่าท่านประธานและพวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงเห็นได้ชัดเจน อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมีสื่อสาธารณะขึ้นมาอีกช่องหนึ่งจะใช้เงินคุ้มค่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่นั้นผมคิดว่าก็ต้องมาดูว่าสื่อสาธารณะคือไทยพีบีเอส กำหนดตัวเองว่าเราจะเน้น เรื่องอะไรก็คงไม่สามารถมีอะไรที่จะเห็นชัดเจนได้เท่ากับสัดส่วนของรายการ ที่ทำให้ผม มองว่าไทยพีบีเอสคงเน้นในเรื่องของข่าวสารเป็นด้านหลัก เพราะสัดส่วนรายการของ ไทยพีบีเอสนั้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของข่าวสาร เป็นเรื่องของข่าว รองลงมาเป็นเรื่อง ของสารคดี ๙.๕ เปอร์เซ็นต์ รองลงมาเป็นเรื่องของรายการเกี่ยวกับเด็ก เรื่องของครอบครัว ประมาณ ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ และเป็นเรื่องอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป ๓๒.๒ เปอร์เซ็นต์ ผมก็เลยอนุมาน เอาว่าไทยพีบีเอสน่าจะเน้นตัวเองให้เป็นผู้นำในเรื่องของข่าว เพราะฉะนั้นเมื่อมาดู การปฏิบัติงานของปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเสนอผ่านช่องทาง ที่เรียกว่า โทรทัศน์ ซึ่งผมจะไม่นับว่าขณะนี้ไทยพีบีเอสก็พยายามเพิ่มช่องทาง เพิ่มแพลตฟอร์ม (Platform) อื่น ๆ ขึ้นอีกจำนวนมาก แล้วเดี๋ยวผมจะค่อยพูดถึงในตอนนั้นว่า ความพยายามนั้นสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ ก้าวหน้าหรือไม่ แค่ไหนเพียงใด กล่าวถึงเฉพาะ ของโทรทัศน์ซึ่งไทยพีบีเอสได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ผ่านรายการอย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า สัดส่วนข่าวน่าจะมากที่สุด เมื่อเราดูเราก็จะเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า ไทยพีบีเอสพยายามที่จะ ทำข่าวแตกต่างนอกเหนือจากช่องที่เน้นข่าวในช่องอื่น ๆ เราดูข่าวที่ไปปรากฏในแต่ละช่องนั้น ผมคิดว่าความแตกต่างกันจะมีค่อนข้างน้อยมาก ข่าวที่เกิดขึ้นแต่ละวันในบ้านเมืองของเรา ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง ข่าวสังคม ข่าวอาชญากรรม ข่าวเศรษฐกิจ การนำเสนอในทาง โทรทัศน์ซึ่งมีเวลาจำกัดนั้น ข่าวจะมีไม่ค่อยแตกต่างกัน แต่ต้องยอมรับว่าไทยพีบีเอสนั้น เสนอข่าวที่หลายข่าวหลายประเด็น แน่นอนที่สุดแตกต่างจากการนำเสนอของช่องอื่น ๆ แต่แน่นอนที่สุดก็คงไม่สามารถทิ้งข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจ ก็ต้องนำเสนอด้วย แต่ไทยพีบีเอสพยายามที่จะเจาะลึกลงไปให้มากกว่านั้น พยายามจะเจาะลึกลงไปโดย การตั้งคำถามว่า ทำไมจึงเกิดข่าวอย่างนี้ขึ้นมา ไม่เพียงแต่รายงานข่าวว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหน อย่างไร โดยใคร เหมือนอย่างที่นักสื่อสารมวลชนโดยทั่วไปที่ศึกษาทางด้านนี้ก็จะต้องเรียนรู้ เป็นพื้นฐาน ผมคิดว่าไทยพีบีเอสพยายามทำตรงนี้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ถูกต้อง อยู่แล้ว และผมคิดว่าถ้าไทยพีบีเอสเน้นในแง่ข่าวซึ่งผมอนุมานเอาเองนะครับ ไม่รู้ว่า ใช่หรือไม่ เพราะดูจากสัดส่วนในรายการของไทยพีบีเอส ถ้าไม่ใช่ก็อยากให้คณะผู้มาชี้แจงได้เล่า ให้พวกเราฟังว่าไทยพีบีเอสตั้งใจเน้นการนำเสนอผ่านช่องทางทางโทรทัศน์เน้นอะไร อย่างไร นอกเหนือจากเรื่องของข่าวผมคิดว่าเรื่องของสารคดีถ้าเปรียบเทียบกับโทรทัศน์โดยทั่วไป สื่อกระแสหลักโดยทั่วไปของโทรทัศน์อาจจะกล่าวได้ว่ามีน้อยช่องมากที่นำเสนอรายการ สารคดี โดยเฉพาะสิ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือว่ารายการสารคดีที่ผลิตโดยคนไทย หลายช่อง ซื้อสารคดีมาจากต่างประเทศ ผมเคยไปที่เมืองคานส์ ทุก ๆ ปีเขามีการมานำเสนอเรื่องราว ในแวดวงของสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นเอาหนังเอาอะไรต่าง ๆ สารคดีทางโทรทัศน์ การสื่อสาร ทั้งหลายที่เกี่ยวกับการสื่อสารผ่านโทรทัศน์ ทีวี (TV) อะไรต่าง ๆ มาซื้อมาขายอะไรกันที่นั่น หนังสารคดีมีขายมากมาย เลือกเอาได้สารพัดเรื่อง ทุกชนิด ทุกประเภท หนังอาชญากรรม หนังอะไรมีหมดที่นั่น เพราะฉะนั้นปรากฏว่าช่องอื่น ๆ ส่วนมากก็จะไปซื้อสารคดีในลักษณะนั้น แต่ไทยพีบีเอสนั้นผมคิดว่าพยายามสนับสนุนผู้ผลิตคนไทย ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่ ควรจะให้การสนับสนุนต่อไป ถ้าเราไม่สนับสนุนผู้ผลิตไทยเราขึ้นมา แล้วก็เอาแต่เพียงว่า ซื้อสารคดีจากต่างประเทศ ซึ่งง่ายกว่าการผลิตเอง ง่ายกว่าที่จะต้องมาสร้างสรรค์รายการ ขึ้นมาเอง ผมคิดว่าเราก็จะมีรายการแบบสารคดีต่างประเทศเป็นหลัก มากกว่ารายการ สารคดีที่จะเน้นเรื่องราวอาจจะเกี่ยวข้องกับไทยบ้าง หรือเป็นเรื่องราวที่อาจจะเน้น ในลักษณะสากลที่ผลิตโดยคนไทยก็ได้ นอกเหนือจาก ๒ ส่วนนี้ที่ไทยพีบีเอสเน้นแล้ว ผมคิดว่าช่วงเวลาที่มีช่วงสำคัญ ๆ ในบ้านเมือง ที่ผ่านมาผมคิดว่าเราเห็นกันชัดเจน หลายท่านได้พูดไปแล้ว คณะผู้บริหารที่มาชี้แจงก็พูดกรณีเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง อันนี้ผมคิดว่าหลายฝ่ายก็ยอมรับว่าถ้าเทียบกับทีวี (TV) ดิจิทัลหลายช่องที่พยายามนำเสนอ เรื่องเหล่านี้ ไทยพีบีเอสก็พยายามฉีกตัวเองออกมาให้มีการนำเสนอที่อาจจะมีความรู้สึกว่า มีความรอบด้าน มีความเป็นมืออาชีพมากกว่าในหลาย ๆ ช่อง ขณะที่บางช่องเน้นเรื่องของ ความเร็ว บางช่องเน้นเรื่องของอีโมชันนัล (Emotional) หรือเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ของเหตุการณ์ของคนดูอะไรต่าง ๆ อันนั้นก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่แต่ละช่องจะดำเนินการ แต่ผมคิดว่าเฉพาะประเด็นนี้ในส่วนของไทยพีบีเอสก็สามารถทำได้ครบถ้วนรอบด้าน และที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือไทยพีบีเอสก็ได้ทำผลต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวง มาเป็นสารคดีอีกหลายตอนที่ทำให้เราสามารถติดตาม แล้วก็รู้เบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องลึก รู้รายละเอียดต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่ดี นอกเหนือจากนั้นผมคิดว่า รายการที่ทีวี (TV) ช่องอื่นมีน้อยก็คือรายการที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองเกี่ยวข้องกับประชาชน ไทยพีบีเอสมีรายการที่ชื่อว่า สถานีประชาชน ร้องทุกข์ลงป้ายนี้ ผมคิดว่าทีวี (TV) มีไม่กี่ช่อง ที่ทำในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นไทยพีบีเอสก็พยายามทำสิ่งเหล่านี้ และเรื่องที่น่าสนใจ ในรายงานชิ้นนี้ก็คือว่า ไทยพีบีเอสนำเสนอว่า สถานีประชาชนร้องทุกข์ลงป้ายนี้ มีเรื่องราว ที่เขานำเสนอทั้งหมด ๕๖๑ เรื่อง สูงที่สุดในจำนวนเรื่องต่าง ๆ คือเรื่องการแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำในสังคม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ ๖๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า บังเอิญผมเป็นคนที่สนใจเรื่องนี้ก็เลยเห็นว่าความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งไทยพีบีเอส นำเสนอถึง ๖๘ เปอร์เซ็นต์ ในรายการ ๒ รายการที่ผมพูดถึงนี่ ผมคิดว่าเป็นการนำเสนอ ที่เกิดประโยชน์ นอกเหนือจากนั้นรายการต่าง ๆ ที่นำเสนอในไทยพีบีเอส ผมไม่เห็นว่าทีวี (TV) ดิจิทัลช่องอื่น ๆ จะเปิดโอกาสให้ประชาชนร้องเรียนเข้าไปว่ารายการ ต่าง ๆ ที่นำเสนอในไทยพีบีเอสทำถูก ทำไม่ถูกอย่างไร ตามจรรยาบรรณวิชาชีพหรือตามสิ่งที่ มันควรจะเป็น หรือทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ร้องเรียนไปแล้วก็มีการตรวจสอบ และในรายงานฉบับนี้ก็มีการตรวจสอบหลายเรื่อง แล้วก็นำเสนอให้พวกเราได้รับทราบ ผมคิดว่าตรงนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญ เพราะเราได้ยินในห้องนี้พูดกันหลายคน หลายครั้งว่า ไทยพีบีเอสอยู่ได้ด้วยเงินของประชาชน อาจจะเป็นเงินทางอ้อมก็ตาม ประชาชนไม่ได้จ่าย โดยตรงเหมือนบีบีซีก็ตาม ตรงนี้ผมคิดว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร้องเรียนเข้าไป เมื่อเขาเห็นความไม่ถูกต้องในสิ่งที่ไทยพีบีเอสทำ แม้แต่เรื่องการโฆษณาแฝง อย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี และไทยพีบีเอสก็ควรจะแอคชัน (Action) หรือว่าทำให้สังคมเห็น ชัดเจนว่าไทยพีบีเอสเอาจริงกับเรื่องเหล่านี้ ถ้าอะไรที่มันไปนอกเหนือจรรยาบรรณวิชาชีพ อะไรที่ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ในเรื่องราวต่าง ๆ ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นจุดที่ น่าสนใจของไทยพีบีเอส แต่แน่นอนที่สุดอย่างที่คณะผู้บริหารมาชี้แจง สังคมเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนไป การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การรับชมทีวี (TV) โทรทัศน์ก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน พวกเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ขณะนี้ช่องทางที่จะเสพสื่อต่าง ๆ มีมากมายหลายช่องทาง มีแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ มากมาย หลายแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เกิดขึ้นในสังคม การเกิดขึ้นมากมายของช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าไทยพีบีเอสก็คงคิดอยู่แล้วเหมือน ทีวี (TV) ดิจิทัล หลาย ๆ ช่องก็คิดที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้ และผมเชื่อว่า การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้ยังไม่สายเกินไป แต่ผมมีความรู้สึกว่าไทยพีบีเอส อาจจะต้องปรับมากขึ้น ปรับอะไรครับ ปรับให้คนมีความรู้สึกว่าควรจะเข้ามาสนใจเรื่องราว ของไทยพีบีเอสที่นำเสนอดี ๆ หลายเรื่องอย่างที่ผมได้บอกไปแล้ว ให้มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่า การใช้เทคนิคกลยุทธ์การตลาด ทำอย่างไรให้เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วมีเรื่องเด่น ๆ ของไทยพีบีเอสเด้งขึ้นมาบนโทรศัพท์เขา เหมือนที่หลายครั้งพวกเราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จะมีเรื่องเด่น ๆ หลายเรื่องที่บางทีเราไม่ได้สนใจ แต่เขาสามารถทำให้เกิดความน่าสนใจได้ โผล่ขึ้นมาบนโทรศัพท์ของเรา และเขาสามารถที่จะลิงก์ (Link) เข้าไปดูรายการต่าง ๆ ของไทยพีบีเอสผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ผมได้บอกไปแล้วที่ไทยพีบีเอสควรจะต้องปรับปรุง ในเวลาอันจำกัดนี้นะครับ ผมคิดว่าไทยพีบีเอสก็คงมีเรื่องที่จะต้องทำ จะต้องปรับปรุง มากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำรายการให้สอดคล้องกับเยาวชนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งผมได้บอกไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ และการใช้กลยุทธ์การตลาดในการกระตุ้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงท้ายนี้ผมอยากจะเรียนกับคณะผู้บริหาร ไทยพีบีเอสว่า ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาไทยพีบีเอสก็คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับที่หลาย ๆ คน รู้สึกว่า หลายครั้งผู้มีอำนาจไม่ว่าจะยุคไหนก็ตามก็จะมองไทยพีบีเอสว่าเป็นสื่อที่ไม่ได้ ตอบสนองผู้มีอำนาจ ผมคิดว่าไทยพีบีเอสจะต้องพยายามยึดวิสัยทัศน์เป้าหมายของท่านไว้ ให้มั่น ไม่คำนึงว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจในยุคใดสมัยใด และแน่นอนที่สุดผมคิดว่าเรื่องของ เรตติง (Rating) อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าเรตติง (Rating) สำคัญที่สุดแล้ว ผมเชื่อว่าโทรทัศน์ที่นำเสนอละครคงได้เรตติง (Rating) สูงอยู่แล้วละครับ เพราะสอดคล้อง กับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากที่สนใจดูเรื่องความบันเทิง แต่ผมคิดว่า ไทยพีบีเอสคงจะต้องคำนึงถึงวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ที่ท่านระบุไว้ในนี้ การก่อกำเนิด ของท่าน ในสังคมประชาธิปไตยที่มีความหลากหลาย สื่อสาธารณะจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อทำหน้าที่อย่างมีอิสระ ทำหน้าที่โดยปราศจากอิทธิพลและอคติทางการเมือง และผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ผมหวังว่าการนำเสนอรายงานในปีหน้าเราจะเห็น ไทยพีบีเอสมีความชัดเจนในเป้าหมายอย่างที่ผมบอกนี้เพิ่มมากขึ้น ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

ขอบคุณครับ ขออนุญาตแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอภิปรายนะครับ ต่อไปก็จะเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายจักรพันธ์ พรนิมิตร นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายเรวัต วิศรุตเวช และศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญนางสาวศิริกัญญาครับ เชิญครับ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะวันนี้ระเบียบวาระของเราก็คือการที่สภาเราจะรับทราบ รายงานผลการปฏิบัติการประจำปีขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย หรือดิฉันจะขอเรียกเป็นชื่อสั้น ๆ ว่า ไทยพีบีเอสนะคะ ซึ่งมีฐานะเป็น องค์กรของรัฐ และที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือว่ารัฐวิสาหกิจ ดังนั้นไทยพีบีเอสจะต้อง เป็นสื่อที่เป็นสื่อเพื่อสังคมส่วนรวม เน้นประโยชน์เพื่อสาธารณะ โดยมีประชาชนเป็นเจ้าของ จึงเป็นที่มาของวันนี้ว่า สภาแห่งนี้จะต้องมีหน้าที่ในการรับรู้รับทราบ แล้วก็อภิปราย ในเรื่องของผลการดำเนินงานของไทยพีบีเอส เพื่อให้เกิดความยึดโยงระหว่างองค์กรที่เป็น องค์กรของรัฐที่ใช้เงินภาษีประชาชนกับประชาชนเองผ่านสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพูดถึง การเป็นสื่อสาธารณะหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วนะคะ เราคาดหวังอะไรจากไทยพีบีเอส เราคาดหวังว่าสื่อสาธารณะที่ใช้เงินภาษีจากประชาชนจะต้องทำสื่อที่มีคุณภาพ เป็นมืออาชีพ นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากอิทธิพลจากภาครัฐแล้วก็กลุ่มทุน หมายความว่า อย่างไร หมายความว่าจะต้องให้พื้นที่กับประเด็นที่ผู้ที่ไร้อำนาจในการต่อรองกับรัฐ จะสามารถมีที่อยู่ที่ยืนได้มีโอกาสที่จะเปล่งเสียงให้ผู้อื่นได้ยินนะคะ ในขณะเดียวกันก็ต้องมี พื้นที่ให้กับประเด็นที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่ไม่ได้มีมูลค่าทางการตลาด นั่นก็คือ ขายไม่ได้นั่นเองนะคะ จะต้องมีพื้นที่ให้กับสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่เราน่าจะเข้าใจตรงกันว่า การเป็นสื่อสาธารณะเองนั้นเราคงไม่ได้หวังที่จะได้เรตติง (Rating) เป็นอันดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการันตีว่าจะต้องมีการเข้าถึงผู้ชมอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่ จะเป็นไปได้ เพื่อการันตีความคุ้มค่าของงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ในช่วงวิกฤตการเมืองที่ผ่านมาช่วงตลอด ๕ ปีสื่อสาธารณะก็ยิ่ง มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งในฐานะผู้ที่จะนำเสนอความจริงในหลาย ๆ ชุด ในหลาย ๆ ด้าน แล้วได้นำมานำเสนอให้กับประชาชนได้รับรู้รับทราบ ได้มีการตีแผ่ ได้มีการขุดคุ้ยความจริง ทั้งหลาย และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของความจริงในแต่ละชุด ต้องกล้าพูด กล้าชน กล้าพูดในเรื่องที่ผู้มีอำนาจไม่อยากจะฟัง และกล้าชนเมื่อที่จะต้องสู้กับทางฝั่งรัฐบาลเอง ในการทำงานในช่วงวิกฤตทางการเมืองดิฉันก็ขอชื่นชมไทยพีบีเอสนะคะ เพราะว่าเป็นสื่อ ที่ยืนหยัด เป็นสื่อสุดท้ายในวันที่เกิดรัฐประหารในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ดิฉันจำได้ว่า ช่องไทยพีบีเอสยังคงออกอากาศไปเป็นชั่วโมงต่อจากการที่มีการรัฐประหารแล้วนะคะ จนกระทั่งมีทหารเข้าไปในห้องส่ง ถึงได้มีการหยุดการแพร่ภาพดิฉันก็ต้องขอชื่นชม กลับมาที่ ตัวรายงานในปี ๒๕๖๑ นะคะ ดิฉันก็ต้องขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นรายงานผล การดำเนินงานที่มีมาตรฐานสูงมาก ดิฉันขอใช้คำว่าเป็น โกลด์ แสตนดาร์ด (Gold standard) สำหรับการทำรายงานผลการดำเนินงานขององค์กรที่เป็นภาครัฐนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีการประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก และมีการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลตัวเลขที่สามารถวัดได้ ผสมกับข้อมูลเชิงคุณภาพต่าง ๆ อย่างไรก็ดี เมื่อเราดูในตัวของ พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ตาม พ.ร.บ. แล้วมาตรา ๕๒ วรรคหนึ่ง ได้มีการพูดไว้ว่าการรายงานผลการดำเนินงาน จะต้องมีการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ในปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเราดูเป้าหมายใน ปี ๒๕๖๑ ที่ได้เขียนไว้ในรายงานในหน้า ๒๐ เราจะพบว่าหลายเป้าหมายอาจจะไม่สามารถ วัดได้ชัดเจนนะคะ แล้วทำให้เราไม่สามารถที่จะประเมินได้จริง ๆ ว่าผลการดำเนินงานนั้น เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ด้านแบรนดิง (Branding) นะคะ เป้าหมายข้อที่ ๑ ไทยพีบีเอสได้รับการ ยอมรับว่าเป็นสถาบันสื่อสาธารณะแห่งการเรียนรู้ของประชาชนทุกภาคส่วน อันนี้พอลอง อ่านไปจนจบแล้วเราก็ยังไม่เห็นว่าจะต้องใช้ข้อมูลชุดไหนเพื่อที่จะมาประกอบว่าเป้าหมาย ข้อ ๑ มันบรรลุเป้าหมายหรือเปล่า อันนี้ก็จะเป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากจะเน้นว่า การทำงานที่มีการเซต (Set) เป้าหมายอย่างชัดเจน เป็นตัวเป้าหมายที่อาจจะเป็นเป้าหมาย ที่วัดได้เป็นตัวเลข หรือมีลักษณะที่เป็นหลักหมุดให้สามารถที่จะประเมินผลได้ว่าสรุปแล้ว เป้าหมายที่ผ่านมาตั้งไว้นี่สามารถที่จะทำได้อย่างประสบความสำเร็จหรือไม่ ประเด็นที่ดิฉัน ชื่นชมก็คือการประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก เท่าที่ดิฉันเข้าไปสืบค้นในรายงานประจำปี ในปีที่ผ่าน ๆ มาก็พบว่านี่เป็นปีแรกที่มีการพูดถึงคณะกรรมการประเมินผล โดยเป็นการ จัดจ้างสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นคณะกรรมการ ประเมินผล ซึ่งในปีที่ผ่านมาก็อาจจะมีคณะกรรมการประเมินผลก็ได้ หรือไม่มี หรือมี หน่วยงานประเมินผลจากภายนอกหรือไม่อย่างไรก็ดี แต่ใน พ.ร.บ. เองตามมาตรา ๕๐ ได้มี การพูดถึงไว้ ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ออกมา ๑๑ ปีแล้วนะคะ ก็เลยไม่มั่นใจว่าในปีที่ผ่านมาได้มี การประเมินจากหน่วยงานภายนอกหรือไม่ แต่ในปีนี้มีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมนะคะ ในรายงานการประเมินผลการดำเนินงานที่จัดทำโดยคณะกรรมการประเมินผล มีส่วนหนึ่งที่ น่าสนใจมากค่ะ ก็คือมีการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ดูโดยรวมแล้วก็อยู่ในเกณฑ์ดี มีการวัดผลด้วยสเกล (Scale) ๕ คะแนน แล้วผลที่ออกมาก็จะอยู่ประมาณ ๓ กว่า ๆ ถ้าอยู่ในเกณฑ์ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีในบางด้าน บางมิติที่อาจจะมีคะแนนที่ค่อนข้าง ที่จะน้อยกว่าด้านอื่น ๆ เช่น ด้านความเป็นอิสระในวิชาชีพ มีความเป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้ อันนี้ได้เพียงแค่ ๓.๕๘ คะแนน จาก ๕ คะแนน ในส่วนของด้านความเป็นอิสระ จากอำนาจธุรกิจและการเมือง ได้ ๓.๔๗ คะแนน จาก ๕ คะแนน ในหัวข้อส่งเสริมเสรีภาพ ในการรับรู้ข่าวสารเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตย ด้านการมีส่วนสำคัญในการส่งเสริม ประชาธิปไตย ได้ ๓.๗๓ คะแนน สิ่งเหล่านี้เราจะบอกได้ไหมว่าเป็นความสำเร็จ หรือความล้มเหลว จริง ๆ แล้วก็บอกไม่ได้ เพราะการดูแค่คะแนนอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอ เราอาจจะต้องดูที่เป้าหมายว่าคณะผู้บริหารได้มีการตั้งเป้าหมายในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ เหล่านี้ไว้ที่คะแนนที่เท่าไร และในขณะเดียวกันก็อาจจะดูว่าในปีที่ผ่าน ๆ มานั้นคะแนน ความพึงพอใจเหล่านี้เป็นเท่าไร ซึ่งเมื่อดิฉันได้ย้อนกลับไปดูคะแนนในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ ก็จะพบว่า ในปี ๒๕๖๐ คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าในปี ๒๕๖๑ โดยที่คะแนนเฉลี่ย จะอยู่ที่ประมาณ ๔ คะแนนขึ้นไปในเกือบทุกด้าน ยกเว้นบางด้าน ดังนั้นก็จะขอเน้นย้ำ อีกครั้งหนึ่งว่า การตั้งเป้าหมายจะมีความสำคัญทำให้เรารู้ว่า สรุปแล้วเมื่อวัดว่าไทยพีบีเอส สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ผ่านตัวชี้วัดต่าง ๆ นี่เราจะได้ทราบว่าไทยพีบีเอส ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานหรือไม่

เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะชื่นชมก็คือ ไทยพีบีเอสนั้นเป็นสื่อที่ให้ความสำคัญ กับความแตกต่างหลากหลายและการเข้าถึงสำหรับทุกคนเป็นอย่างมาก หนึ่งในกลยุทธ์ของ องค์กรเองก็พูดอยู่ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ชื่อว่า แตกต่างบนความยั่งยืน รายการได้ให้พื้นที่ให้กับ กลุ่มคนต่าง ๆ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว เป็นกลุ่มคนที่ไร้อำนาจต่อรองกับรัฐ จนทำให้รัฐ ไม่ใส่ใจให้พื้นที่กับคนที่อาจจะไม่ได้มีมูลค่าตลาดแต่คุณค่าสำหรับสังคม สิ่งที่ดิฉันประทับใจ มากก็คือการที่ไทยพีบีเอสผลิตสื่อที่มีความเป็นยูนิเวอร์ซัล ดีไซน์ (Universal Design) ก็คือเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ได้มีการผลิตคำบรรยายแทนเสียงคำบรรยายภาพและล่ามภาษามือ เฉลี่ยวันละ ๓ ชั่วโมง ๔๒ นาที ซึ่งถ้าใช้เกณฑ์มาตรฐานของ กสทช. ก็พบว่าเกินมาตรฐาน แต่เมื่อดูเปรียบเทียบกับในปี ๒๕๖๐ ก็จะพบว่าสัดส่วนของจำนวนชั่วโมงที่มีการทำ คำบรรยายใต้ภาพและล่ามภาษามือนั้นลดลง

เรื่องที่ ๓ อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันจะขอชื่นชมก็คือว่า ในโลกที่มีการดิสรัปชัน (Disruption) ในเรื่องของยุคดิจิทัล ไทยพีบีเอสนั้นสามารถที่จะปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ ๆ และแพลตฟอร์ม (Platform) ใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี มีการเปิดแพลตฟอร์ม (Platform) ใหม่ ๆ ในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ (Twitter) อินสตราแกรม (Instagram) ไลน์และยูทูบ (YouTube) ซึ่งเมื่อดูอัตราการเจริญเติบโตก็จะพบว่า เจริญเติบโตในระดับที่ เป็นระดับก้าวกระโดดอย่างที่ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์วิลาสินีได้กล่าวไว้ บัญชีทวิตเตอร์ (Twitter) ของไทยพีบีเอสนั้น ตามที่รายงานในรายงานนี้บอกว่า ขึ้นเป็นอันดับ ๒ ที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุด แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะว่าในปี ๒๐๑๗ หรือว่าปี ๒๕๖๐ นั้น บัญชีทวิตเตอร์ (Twitter) ของไทยพีบีเอสเคยเป็นบัญชีสื่อที่มีผู้ติดตามเป็นอันดับ ๑ แล้วก็โดนโค่นแชมป์ (Champ) ไปด้วยไทยรัฐนิวส์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดการวิจารณ์ อย่างสร้างสรรค์นะคะ ดิฉันขอมีข้อเสนอแนะบางประการนะคะ

เรื่องแรกก็คือ เรื่องของคุณภาพรายการ ซึ่งดิฉันไม่เคยมีข้อสงสัยใด ๆ ในเรื่องของคุณภาพของรายการของไทยพีบีเอส แต่รายการที่ดีมีคุณภาพจะไม่มีความหมาย ถ้าไม่มีคนดู หลาย ๆ ท่านอภิปรายในเรื่องของเรตติง (Rating) ไปแล้วนะคะ ไทยพีบีเอสนั้น เคยมีเรตติง (Rating) สูงถึง ๐.๑๑ ในปี ๒๕๕๘ แล้วก็ลดลงเรื่อย ๆ จนมาอยู่ที่ประมาณ ๐.๐๘ ในปี ๒๕๖๑ โดยจริง ๆ แล้วในปี ๒๕๖๑ นั้น มีการเพิ่มขึ้นของเรตติง (Rating) เล็กน้อยจาก ๐.๐๗ กว่า ๆ เป็น ๐.๐๘ แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพราะมีเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน อย่างเช่นเหตุการณ์ถ้ำหลวงที่มี ๑๓ ชีวิตติดถ้ำ ที่เป็นรายการที่มีคนดูมากที่สุดรายการหนึ่ง ของไทยพีบีเอส ทำให้ยอดเรตติง (Rating) โดยรวมในปี ๒๕๖๑ นั้นเพิ่มขึ้น แต่โดยเฉลี่ยแล้ว หลังจากที่มีทีวีดิจิทัล (TV Digital) เกิดขึ้น เรตติง (Rating) ของไทยพีบีเอสที่จะอยู่ประมาณ ๐.๐๗ เท่านั้นเอง และต้นปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมาก็อยู่ที่ประมาณ ๐.๐๗ เช่นเดียวกัน อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว เรตติง (Rating) อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดที่เราควรจะนำมา เป็นเป้าหมายในการดำเนินงาน แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะเน้นย้ำก็คือว่า อย่างน้อย ๆ เราต้องมี การกำหนดเป้าหมายจำนวนผู้ชมหรือว่าเรตติง (Rating) ขั้นต่ำหรือไม่ เพื่อการันตีว่า รายการที่ดีมีคุณภาพจะสามารถเข้าถึงผู้ชมคนดูได้อย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยที่ยังไม่มีการประนีประนอมในเรื่องของเนื้อหา โดยที่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาไปเพื่อเอื้อกับ การตลาดมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้คุณภาพของรายการนั้นยังดีอยู่ ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ ต้องการชมของผู้ชมไปด้วย ดิฉันคิดว่าในฐานะที่ไทยพีบีเอสเองก็มีสถาบันวิชาการชื่อว่า สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะอยู่แล้ว ก็ควรทำหน้าที่ที่จะคิดค้นหรือว่าดูแลจัดการให้เกิด ระบบเรตติง (Rating) สำหรับสื่อสาธารณะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเราเข้าสู่ยุคของสื่อดิจิทัล สื่อออนไลน์แล้ว เรายิ่งต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องวัดใหม่ ๆ เพื่อที่จะสามารถประเมินผล แล้วก็วัดถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของรายการต่าง ๆ ได้ นอกจากเรตติง (Rating) ขั้นต่ำ จะช่วยในการประเมินผลแล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือว่าจะช่วยในเรื่องของการตอบกับสังคมได้ว่า ท่านเลือกซื้อรายการใดหรือว่าไม่เลือกซื้อรายการใด การการันตีผู้ชมขั้นต่ำอาจจะเป็น เรื่องหนึ่ง และรายการแต่ละรายการนั้นก็มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ดังนั้นก็ควรจะต้องมี ตัวชี้วัดหลาย ๆ ด้าน คำนวณออกมาเป็นคะแนนเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบว่า รายการ แต่ละรายการนั้นทำไปเพื่อตอบโจทย์อะไรเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น บีบีซีเองก็จะต้องมีหน้าที่ ที่จะต้องทำตามที่ระบุไว้ตามกฎหมายของประเทศสหราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน ในแต่ละ รายการของบีบีซีจะต้องมีการแจกแจงว่าเป็นไปตามหน้าที่ที่ระบุไว้ตามกฎหมายทั้ง ๖ ด้าน อย่างไรบ้างนะคะ และใช้ตัวนี้ในการประเมินผลแต่ละรายการว่าจะมีการดำเนินการต่อ หรือไม่ นอกจากนี้แล้วดิฉันก็จะขอเน้นย้ำในเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะต้องทำ หน้าที่ในการกำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็ให้คำแนะนำของไทยพีบีเอส ซึ่งที่ผ่านมา ก็พบว่าไทยพีบีเอสสามารถทำได้เป็นอย่างดี โดยมีการจัดตั้งสภาผู้ชม ผู้ฟังรายการ มีการรับรู้ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ ผ่านคณะอนุกรรมการ ดิฉันขอเสนอแนะในบางข้อ ซึ่งเป็นเพียงแค่ การเผยแพร่ข้อมูลให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น อาทิเช่น ควรจะมีการเปิดเผยรายงาน การประชุมของคณะกรรมการนโยบายที่ละเอียดกว่าการสรุปการประชุมที่เผยแพร่ทาง เว็บไซต์ (Web site) ในปัจจุบัน ควรจะมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างรายการต่าง ๆ ว่า มีการพิจารณาอย่างไร ควรจะมีการเปิดเผยนโยบายสำคัญต่าง ๆ ของไทยพีบีเอสที่เป็น ปัจจุบันที่อัปเดต (Update) มากกว่านี้นะคะ งานวิจัยต่าง ๆ ที่ผลิตโดยสถาบันวิชาการ สื่อสาธารณะก็ควรจะต้องมีการเปิดเผยด้วยเช่นเดียวกัน และที่สำคัญรายงานการประเมินผล การดำเนินงานที่จัดทำโดยคณะกรรมการประเมินผลภายนอกตาม มาตรา ๕๐ ก็ควรจะต้อง มีการเปิดเผยรายละเอียดในฉบับเต็ม ฉบับสมบูรณ์ เนื่องจากเงินที่ใช้ในการว่าจ้าง คณะกรรมการประเมินผลจากภายนอกนั้นก็เป็นเงินภาษีของประชาชนเช่นเดียวกัน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดเวลา แล้วนะครับ ช่วยกันรักษาเวลาด้วยครับ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉันขอสรุปไม่เกิน ๓๐ วินาทีค่ะ ดิฉันก็ขอให้กำลังใจไทยพีบีเอสในการทำงานต่าง ๆ ที่ผ่านมา แล้วก็ขอให้ มีพลังในการที่จะขับเคลื่อนไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะ โดยที่ดิฉันเองอยู่ทางฝั่งที่เป็น สภาผู้แทนราษฎรก็จะขอทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานและนำเสนอข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ให้กับพวกท่านต่อไป ขอบพระคุณมากค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง 🔗

ขอบคุณครับ อยากจะฝากท่านสมาชิกผู้อภิปรายทุกท่าน อยากจะขอให้ช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ เพราะแต่ละท่านเลยเวลาไป ๑ นาที ๒ นาทีอยู่เรื่อย ผมก็เกรงใจพวกท่านนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้เกียรติท่านสมาชิก ถ้าเราช่วยกันรักษาเวลาก็จะทำให้งานสภาของเราเดิน ไปด้วยดี ต่อไปเชิญท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร เชิญครับ ไทยพีบีเอสได้รับรางวัลมากมายในรอบปีที่ผ่านมา ๕๓ รางวัลนะครับ ที่ท่านผู้อำนวยการได้ กล่าวไปเมื่อตอนต้น ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมาย ผมคงไม่ต้องลงรายละเอียดแล้วนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายกันไปพอสมควร ผมอยากจะเน้นที่เรื่องเป้าประสงค์ ในรอบปี ๒๕๖๑ ที่ทางสถานีได้ตั้งเป้าเอาไว้ ท่านใช้คำว่า เป้าประสงค์ นะครับ ถ้าเราพูด ก็คือเป้าหมายนั่นละ เป้าประสงค์ของไทยพีบีเอสในรอบปีที่ผ่านมา ก็คือขับเคลื่อน การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าสำคัญมาก แล้วผมอยากจะพูดประเด็นนี้ ละเอียดสักนิดหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าท่านผู้อำนวยการได้ยกตัวอย่างหลายเรื่องที่เป็นผลงาน หรือเป็นความสำเร็จในการขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ผมเองเมื่อตอนที่ได้รับ เล่มรายงานฉบับนี้ของทางไทยพีบีเอสก็ยังกังวลอยู่เล็กน้อย เพราะว่าตอนที่เปิดไปดูที่ หน้า ๑๐๐ นะครับ หน้า ๑๐๐ จะพูดถึงผลสำเร็จที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี่แค่ประโยคสั้น ๆ แต่ว่ากินใจผม ในขณะเดียวกันเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ถูกใส่ไว้ในผลงานเด่นทั้ง ๙ เรื่อง แต่ก็ดีใจที่ วันนี้เมื่อเปิดประชุมขึ้นมาท่านผู้อำนวยการได้พูดถึงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ก็แสดงว่าจริง ๆ แล้ว ท่านให้ความสำคัญ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญก็คือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ในรอบปี ที่ผ่านมาผมคิดว่าไทยพีบีเอสแทบจะเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องเดียวที่มีรายการหลากหลาย รูปแบบที่ต่อเนื่องตลอดรอบปีที่สะท้อนมุมมองต่าง ๆ ของการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเป็นรอบปีที่เรามีคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษา ไทยพีบีเอสแทบจะ เป็นสถานีเดียวที่มีรายการที่แตะเรื่องการศึกษาและเชิญผู้รู้ต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนความคิด ท่านผู้อำนวยการพูดถึงเรื่องของการตั้งประเด็นที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา ของประเทศไทยที่สำคัญเรื่องหนึ่ง แต่ผมคิดว่าคงไม่ถึงขนาดที่ท่านผู้อำนวยการพูดถึงเรื่อง การยกเลิกการสอบเข้า ป. ๑ แต่จริง ๆ สิ่งที่ไทยพีบีเอสทำก็คือเป็นเวทีสื่อสาธารณะ ที่มีส่วนร่วมอย่างสำคัญให้เกิดพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเพิ่งตราไป เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง แต่รอบปีที่ผ่านมานี้ไทยพีบีเอสเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ ผู้ปกครอง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้มาใช้เป็นเวทีสื่อสารสาธารณะออกไป และในที่สุดแล้วในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เป็นพระราชบัญญัติฉบับแรกที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ต่อไปนี้การจัดการศึกษา หรือการพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องไม่เน้นวิชาการอีกต่อไป และต้องไม่เน้นการสอบแข่งขันกันอีกต่อไป แต่ว่าต้องเน้นพัฒนาการที่สมดุลกันระหว่างร่างกาย และจิตใจ และอารมณ์ของเด็ก ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังพูดถึงเรื่องของการสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ ซึ่งผมก็ดีใจที่นอกเหนือจากปี ๒๕๖๑ ที่ผมคิดว่าไทยพีบีเอสเป็นสื่อ ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้ในทางการขับเคลื่อนทางสังคม ในปี ๒๕๖๒ ที่ผมดูในช่วงท้ายของเล่มรายงานฉบับนี้ ก็ยังมีระบุชัดเจนว่าทางสถานีจะมีการผลิตรายการ ที่เน้นย้ำเรื่องความสำคัญของเด็กปฐมวัย มีละเอียดถึงขนาดที่ว่าในหน้า ๑๔๓ นะครับ ท่านแยกเด็กปฐมวัยออกเป็นช่วงปีอีกต่างหากนะครับ ท่านบอกว่าเด็กปฐมวัย (๓-๖ ปี) เนื้อหารายการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางร่างกาย กล้ามเนื้อ อารมณ์ ความสัมพันธ์ และการเตรียมความพร้อมเมื่อถึงวัยเรียน นี่แสดงว่าสถานีเตรียมที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ปี ๒๕๖๒ ซึ่งอันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีและผมคิดว่า กลุ่มต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะเป็นอีกเวทีหนึ่งที่สำคัญที่จะมี ช่องทางในการสื่อประเด็นของตัวเองไปยังสาธารณะให้รับทราบ แล้วก็ช่วยกันผลักดัน ประเด็นอื่น ๆ ที่จะเกี่ยวข้องต่อไป

เรื่องของการปฏิรูปอาชีวศึกษา ไทยพีบีเอสก็เป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ อาชีวศึกษาของไทยได้มีส่วนนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีออกไปสู่สังคมนะครับ ผมจำได้ว่ามี รายการที่เกี่ยวข้องกับอาชีวศึกษาทวิภาคี การเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ภาพลักษณ์ของ เด็กอาชีวศึกษาที่ไม่ใช่การทะเลาะวิวาท แต่เป็นภาพลักษณ์ของเด็กที่เอาดีมุ่งสู่ความตั้งใจ ในการเรียนหนังสือและการทำงานไปพร้อม ๆ กัน สิ่งเหล่านี้ทางสถานีก็ทำหน้าที่เป็น สื่อกลางที่สำคัญให้กับสังคมของเรา ซึ่งอันนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษ เพราะว่าอย่างที่ ผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าแทบจะไม่มีสื่อไหนที่จับต้องเรื่องพวกนี้เลย นอกจากนี้เมื่อสักครู่ก็มี ท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องของการที่ทางสถานีมีบทบาทในการสร้างการมีส่วนร่วมของ พลเมือง ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับ รายการที่ท่านมีแน่นอนว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ แล้วก็นำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมอยากจะนำเสนออย่างนี้ว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเราสามารถที่จะพัฒนารูปแบบของรายการไปเป็นการประชุมเมือง ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ทาวน์ ฮอลล์ มีตติ้ง (Town hall Meeting) คือเป็นการประชุม เมืองเล็ก ๆ มีผู้บริหารท้องถิ่นเล็ก ๆ มีตัวแทนประชาชน ตัวแทนของภาคการเมือง ฝ่ายประชาชน ตัวแทนพรรคการเมืองต่าง ๆ ภาคประชาชนต่าง ๆ ที่เป็นภาคประชาสังคม หารือประชุมกัน โดยสถานีซึ่งมีประสบการณ์ทางด้านนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่ต้องไปให้ ความสำคัญเป็นพิเศษกับเฉพาะเรื่องการร้องเรียนหรือร้องทุกข์ แต่พยายามเปิดมิติให้กว้าง ออกไปเป็นการพัฒนาเมืองร่วมกันเหมือนกับที่หลาย ๆ เมืองในโลกนี้ เดี๋ยวนี้ก็จะมีการตั้ง งบประมาณจากภาคประชาชนผ่านกิจกรรมแบบนี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นการทำให้ความเป็น พลเมืองมีความเป็นเชิงรุกมากขึ้นกว่าที่จะมีแต่เรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ก็ฝากทางสถานีว่า ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตควรจะพัฒนารายการพวกนี้ที่ดีอยู่แล้วให้มีความหลากหลายแล้วก็มี พลังมากขึ้น

อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมเองก็มีข้อกังวลหรือข้อที่จะสอบถาม หรืออาจจะเสนอแนะบ้าง ๒-๓ ประการ ท่านสมาชิกหลายท่านก็พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ว่า จริง ๆ แล้วเราไม่ได้เน้นสำหรับไทยพีบีเอส เราไม่ได้เน้นเรื่องของเรตติง (Rating) ผมเอง ก็เห็นด้วย แล้วผมก็เปิดดูในรายงานเล่มนี้ก่อนที่จะมาฟังท่านผู้อำนวยการแถลงเมื่อสักครู่ ก็มีอยู่หน้าหนึ่งเป็นหน้า ๖๕ ในรายงานเล่มนี้ ก็จะเป็นการยกคำพูดของวิทยากรที่ทางสถานี เป็นคนจัด เป็นคอนเฟอเรนซ์ (Conference) ที่จัดเป็นนานาชาติ เป็นรายการสัมมนา นานาชาติ และผมคิดว่าท่านคงตั้งใจที่จะนำภาพแล้วก็โค้ด (Code) นี้มาใส่ไว้ตรงนี้ คือบอกว่าไม่ต้องสนใจเรตติง (Rating) มาก เพราะหน้าที่ของสื่อสาธารณะคือทำรายการให้ดี ทำงานกับคนในพื้นที่ให้มากใกล้ชิดกับสังคม และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และพอมา ได้ยินท่านผู้อำนวยการพูดด้วยตัวเองเมื่อตอนต้นก็ตอกย้ำอีกว่าเราไม่สนใจเรตติง (Rating) แต่ผมคิดว่าเราอย่าเอาเรื่องของเรตติง (Rating) มาเป็นกรอบหรืออุปสรรคในการที่จะทำงาน ผมคิดว่าควรจะมองเป็นความท้าทายมากกว่า เหมือนกับที่ท่านสมาชิก ๒-๓ ท่านเมื่อสักครู่ ได้พูดไปว่าทำอย่างไรเราทำรายการมีคุณภาพด้วย และมีเรตติง (Rating) ที่ดีได้ด้วย ผมอยากจะให้มองเป็นความท้าทายมากกว่าจะเป็นอุปสรรคหรือเป็นกรอบที่ตีความคิดเอาไว้ เหมือนกับสื่อสาธารณะ หรือทีวี (TV) สาธารณะต่างประเทศหลาย ๆ ที่ที่มีความเป็น สาธารณะด้วย แล้วก็มีผู้ชมมากมายผ่านช่องทางต่าง ๆ อันนี้ก็ฝากท่านผู้บริหาร ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านมีศักยภาพที่ทำได้

ประเด็นสุดท้าย มีบางท่านได้พูดแตะไปบ้าง ผมก็อยากจะสรุปสุดท้ายก็คือว่า เรื่องของการทำรายการ เปิดให้ยื่นข้อเสนอในการทำรายการของไทยพีบีเอส ซึ่งเราก็ทราบ กันอยู่ว่าเป็นสถานีช่องเดียวที่เปิดให้เอกชนหรือผู้จัดรายการต่าง ๆ สามารถนำเสนอ ข้อเสนอในการจัดทำรายการของตัวเองเพื่อนำไปจัดรายการตามผังรายการของ ไทยพีบีเอส ผมคิดว่าอันนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญ ถ้าเป็นไปได้ต่อไปผมคิดว่าใส่ไว้ในเล่มรายงาน เป็นสถิติให้เห็นว่าในแต่ละปีสถานีมีเอกชนหรือภาคส่วนอื่น ๆ ที่มารับจัดทำรายการ ให้ไทยพีบีเอสมากน้อยขนาดไหน เป็นสถิติเปรียบเทียบและสาระสำคัญหรือสาระที่เขาทำ ในรายการต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร มีหัวข้ออะไรบ้าง มีเรื่องอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไป และแน่นอนมีเจ้าไหนบ้าง หรือบริษัทไหนบ้าง ก็จะเป็นข้อมูลที่ดีที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะว่าเราก็คงหลีกเลี่ยง ไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งที่ไทยพีบีเอสอาจจะมีข้อที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างก็จะมีเรื่องนี้อยู่ ในนั้นด้วย ก็คือเรื่องของการที่มีผู้จัดทำรายการที่อาจจะเป็นเจ้าเดิม ๆ หรือว่ามีความคุ้นเคย กับทางสถานีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็คิดว่าไม่ได้เป็นข้อผิดอะไร แต่ถ้าหากว่าเรามีข้อมูลเหล่านี้ เปิดเผยและอธิบายได้ ท่านผู้อำนวยการหรือท่านผู้บริหารสามารถที่จะชี้แจงเพิ่มเติม ในที่ประชุมแห่งนี้ได้ก็จะเป็นการดี เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ท่านประธานครับ ผมคงมีประเด็นที่จะอภิปรายเพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เชิญครับ

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดิฉันมีอาชีพเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละคร ผู้กำกับซีรีส์ (Series) แล้วก็ได้เคยร่วมงานกับทางช่องไทยพีบีเอสบ้างในโครงการทำหนังสั้นต่าง ๆ อบรมหนังสั้นบ้างอะไรบ้างนะคะ ซึ่งดิฉันก็มีความชื่นชมที่ช่องก็พยายามจะนำเสนอเนื้อหา ที่แตกต่างจากช่องหลักอื่น ๆ ดิฉันจะรีบพูดให้เร็วที่สุด ลืมไปว่าจริง ๆ แล้วจิตใจของดิฉัน จดจ่ออยู่ที่งานต่อไปมากกว่า คือการโหวต ก็คือการโหวตคณะกรรมาธิการผู้มี ความหลากหลายทางเพศและสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ เพราะฉะนั้นจะรีบพูดให้เร็วที่สุด เลยค่ะ ก็คือว่าจากเป้าประสงค์ยุทธศาสตร์นโยบายของช่องไทยพีบีเอส ดิฉันก็เห็นชัดเจนว่า อยากจะเป็นสื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง และเป็นพื้นที่การเรียนรู้สำหรับ ทุกคน แต่ดิฉันอ่านรายงานทั้งเล่มแล้ว คำว่า ทุกคนไม่มีคำว่า ความหลากหลายทางเพศ หรือไม่ได้มีพื้นที่ที่จะทำให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย เกิดขึ้นผ่านสื่อช่องทีวี (TV) และดิฉันผลิตสื่อ ดิฉันเป็นผู้กำกับดิฉันรู้ว่าการที่เราจะทำข่าวเองก็ดี ซีรีส์ (Series) ละครต่าง ๆ เองก็ดี รายการก็ดี คือการสร้างความเชื่อ การสร้างความเชื่อ ให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันยังไม่เห็นว่าทางช่องไทยพีบีเอสได้มีความพยายามที่จะทำ ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ จริง ๆ แล้วผู้มีความหลากหลายทางเพศก็เสียภาษี เช่นเดียวกัน และภาษีที่นำมาใช้ในช่องก็น่าจะมีเงินของดิฉันด้วย เพราะภาษีเหล้า เบียร์ ดิฉันก็บริโภคอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากที่จะเห็นว่าช่องนี้มีความพยายามที่จะสร้าง ความเข้าใจเรื่องนี้ เพราะดิฉันได้อภิปรายแปรญัตติเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการไปแล้วว่า แน่นอนผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นถูกกดทับในสังคมในรูปแบบต่าง ๆ แต่ดิฉัน ก็ได้มีโอกาสได้ไปออกรายการ เพื่อจะพูดถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศ ในช่องไทยพีบีเอสบ้าง ซึ่งดิฉันว่ามันยังมีน้อยเกินไป ดิฉันอยากจะให้มีเพิ่มขึ้น ดิฉันคาดหวังว่า ในปีต่อไป ในปีหน้า ซึ่งดิฉันเห็นเป้าประสงค์ในปีหน้าของทางช่องไทยพีบีเอสแล้วว่า อยากจะเห็นมี คำว่าความแตกต่างแล้วก็มีความเท่าเทียม เพราะดิฉันก็อยากมีความเท่าเทียม กับทุกคนในสังคมไทยเช่นเดียวกัน แล้วก็อยากให้มี คำว่า ความแตกต่างหลากหลาย ของความหลากหลายทางเพศ อยากให้ช่องเห็นความสำคัญด้วย ดิฉันอยากให้เพิ่มรายการ เพิ่มซีรีส์ (Series) เพิ่มสารคดีเพื่อสร้างความเข้าใจ เพราะดิฉันก็คาดหวังค่ะ บอกตรงนี้สั้น ๆ เลยว่า มันถึงเวลาแล้วทั้งรัฐสภาเองที่วันนี้จะมีการโหวต ดิฉันหวังจะสร้างประวัติศาสตร์ ให้มีคณะกรรมาธิการความหลากหลายทางเพศเกิดขึ้น และหวังกับช่องไทยพีบีเอสด้วยว่า จะเป็นช่องแห่งความรู้ที่หลากหลาย และเป็นโรงเรียนที่สร้างความรู้ความเข้าใจ ในความเท่าเทียมกันของมนุษย์ที่มีความหลากหลายทางเพศเช่นเดียวกัน ขอบคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ลำดับต่อไป เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วาระสภารับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทยฉบับนี้ ความจริงถ้าย้อนหลังไปในหลายฉบับก่อน ผมกับเพื่อน ๆ สมาชิก หลายคนเราเคยร่วมกันพิจารณารายงานนี้มาแล้ว และอาจจะเว้นไปในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการของทางไทยพีบีเอสที่มาชี้แจงวันนี้หลายท่านก็รู้จักกัน เคยร่วมงานกันมา ในหลายเรื่อง แต่ว่าที่จะอภิปรายต่อไปนี้เราฟังเพื่อนสมาชิกชงหวานมาหลายแก้วแล้วครับ ต่อไปนี้จะขอชงขมบ้าง เป็นข้อเสนอในมุมมองเชิงนโยบายแล้วก็มองในเชิงความเปลี่ยนแปลง ของวงการสื่อในบ้านเรา คือผมมองอย่างนี้ครับว่า องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทยที่เรียกสั้น ๆ ว่าไทยพีบีเอสนั้น หลัก ๆ คือเป็นสถานีโทรทัศน์ เราก่อตั้งมาโดยกฎหมายฉบับหนึ่งก็คือ พระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๕๑ นับมาถึงวันนี้คือครบ ๑๐ ปีแล้ว แล้วก็ขึ้นต้น ปีที่ ๑๑ เราได้ใช้เงินที่มาจากภาษีสุราและยาสูบ ซึ่งกำหนดไว้ที่ปีละไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เข้าใจว่าทุกปีก็ครบถ้วน ซึ่งในการใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีนั้น หลักการทั่วไปก็คือ มีการใช้จ่ายในส่วนของสถานีทุก ๆ ปี ตีเป็นเงินที่ทางไทยพีบีเอสได้มาตลอด ถ้านับ ๑๑ ปี ก็คือ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามองในเชิงของนโยบายในภาพรวมของ ทั่วทั้งประเทศนั้น วันนี้จะมีคำถามเหมือนกันครับ ซึ่งคำถามนี้อาจจะฝากถึงเพื่อนสมาชิก ทุกคนในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนที่อยู่ในสภานี้ว่า เงินภาษี ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราให้กับไทยพีบีเอสนั้น มาถึงวันนี้เราคิดว่ามันคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่มาจากภาษีประชาชน แล้วหรือยัง ผมตั้งประเด็นนี้เป็นคำถามที่อาจจะดูขมนิดหนึ่ง แต่ว่าต้องตั้งก็เพราะว่า สื่อสาธารณะในประเทศไทยมันเป็นความคาดหวังของเหตุการณ์เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วนะครับ ๑๑ ปีมาแล้ว วันนี้ครบ ๑๐ ปี ขึ้นปีที่ ๑๑ แล้ว ความหวังที่สังคมตั้งความคาดหวังในเวลานั้น ให้มีสื่อสาธารณะ มาถึงวันนี้ ๑๑ ปี เราเดินไปถึงจุดหมายนั้นหรือยัง อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะในองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยในกฎหมาย เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้มีสังกัด คือเป็นตัวของตัวเอง จะมีรายงานเฉพาะถึง ครม. ถึงสภา มันไม่มีคนที่จะมาให้ความเห็นว่าควรจะปรับปรุงอะไร อย่างไร บังเอิญมันมีกฎหมายที่ก่อตั้ง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ในมาตรา ๕๑ เขียนว่าอย่างน้อย ทุก ๆ ๑๐ ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทยเสนอให้มีการทบทวนที่มาของรายได้ และสัดส่วนของเงินบำรุง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ให้มีความเหมาะสม กับความจำเป็นในการดำเนินภารกิจขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย ทบทวนถึงความเหมาะสมในการให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทยนำส่งเงินสะสมส่วนที่เกินจากความจำเป็นกลับคืนเพื่อเป็นรายได้ แผ่นดิน หรือจัดสรรคืนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม และทบทวนการสร้างและส่งเสริม การสื่อสาธารณะของประชาชนผ่านการดำเนินภารกิจขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย รวมทั้งเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ผมย้อนกลับไปดูรายงานของไทยพีบีเอสเมื่อปี ๒๕๖๐ คือของปีที่แล้ว ผมอ่านทั้งหมด ผมไม่เจอในส่วนนี้ ในรายงานฉบับนี้เองซึ่งเป็นรายงานปี ๒๕๖๑ ครบรอบ ๑๐ ปี ไม่มีการเขียนถึงเรื่องของการทบทวนกฎหมาย ทบทวนภารกิจ ทบทวนเรื่องรายได้ นี่คือประเด็นที่ผมถามขึ้นมาดัง ๆ ให้ท่านสมาชิกได้ช่วยกันพิจารณา ซึ่งอาจจะต้องฟัง ความเห็นจากคนที่ทำงานด้านนี้ด้วยว่าท่านคิดอย่างไร คือเหตุผลที่ผมถามมันมี ๒ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ ก็คือว่า ไทยพีบีเอสซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ ในเวลานั้นมันมี สถานีโทรทัศน์เพียงแค่ ๕-๖ ช่องเท่านั้น แล้วก็เป็นอนาล็อก (Analog) เพราะฉะนั้น กฎหมายปี ๒๕๕๑ มันเป็นกฎหมายตั้งสถานีโทรทัศน์ที่เป็นอนาล็อก (Analog) แต่ไม่กี่ปี ที่ผ่านมานี้เรามีสถานโทรทัศน์ที่เป็นดิจิทัล ไทยพีบีเอสได้ตั๋วเหมือนกับจะเป็นตั๋วฟรีที่ได้คลื่น ที่เป็นความถี่ดิจิทัลมาเลยโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพราะเป็นของรัฐ ถ้าเทียบในของรัฐ ด้วยกันเอง อสมท. หรือช่อง ๙ รัฐไม่ต้องอุดหนุน นั่นเป็นบริษัทมหาชน จำกัด ช่อง ๑๑ ได้เงินงบประมาณปีหนึ่งไม่เท่าไร ผมเข้าใจว่าไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำ แล้วก็มีไทยพีบีเอส ซึ่งได้ภาษีมา ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าถ้าประเมินในโทรทัศน์ดิจิทัลด้วยกัน มีสถานีโทรทัศน์ บางช่องซึ่งแข่งกับสถานีอื่น ๆ ทางด้านข่าวสารเช่นเดียวกัน เขาใช้ต้นทุนในการบริหาร ประมาณเดือนละ ๔๐ กว่าล้านบาท ปีหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท สถานีโทรทัศน์ ช่องนั้นถ้านับเรตติง (Rating) ของคนดูต่อนาทีกับไทยพีบีเอสมีความต่างกัน ไทยพีบีเอส ใช้เงินภาษีไปปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่สถานีโทรทัศน์ซึ่งแข่งข่าวสารนั้นใช้ประมาณปีละ ๕๐๐ ล้านบาท มันเป็นความต่างกันประมาณเกือบ ๓-๔ เท่า นี่นับเฉพาะตัวของ สถานีโทรทัศน์เท่านั้น แต่ท่านอาจจะบอกว่า ต่างกันเพราะไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะ เราคาดหวังว่าสื่อสาธารณะมีภารกิจที่มากกว่านั้น จะสร้างสังคมอุดมปัญญาอะไรก็แล้วแต่

แต่คำถามที่ต้องทบทวนในประการถัดมาก็คือว่า เมื่อกฎหมายตั้งองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๕๑ ผ่านรูปแบบในเวลานั้น ซึ่งเป็นอนาล็อก (Analog) มันเปลี่ยนมาเป็นความเป็นดิจิทัล ต้องยอมรับว่า คนดูทีวี (TV) ก็น้อยลงนะครับท่านประธาน มันไปเรื่องออนไลน์ มันไปเรื่องอื่น ๆ เยอะ มันมีทีวี (TV) ที่ผ่านยูทูบ (YouTube) บ้าง อะไรบ้าง เยอะแยะไปหมด ซึ่งเป็นคู่แข่งขันแล้วก็กระจายคนดู ไปดูผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ คำถามของวันนี้ก็คือว่า เรายังจะคงให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท กับไทยพีบีเอสทำสถานีโทรทัศน์ต่อไป หรือเราจะเปิดช่องทาง ด้วยการแก้กฎหมายให้กับทางไทยพีบีเอส ปรับลดวงเงินที่ได้ลง แล้วไทยพีบีเอส อาจจะมีช่องทางในการหารายได้อื่น อันนี้ผมไม่ทราบ และเงินที่ได้นั้นอาจจะไปส่วนอื่นครับ เพราะมันมีอีกตัวหนึ่งก็คือ ในยุคสมัยที่พวกผมเป็นรัฐบาล เราออกกฎหมายที่เรียกว่า พระราชบัญญัติกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตั้งใจเอาเงินก้อนหนึ่งไปให้กับผู้ผลิต สผ บางทีเราอาจจะมีเงินบางส่วน หรือมีแนวคิดดี ๆ ที่จะทำให้สื่อบ้านเราที่เป็นสื่อสร้างสรรค์ มากกว่าไทยพีบีเอสที่พยายามทำได้ค่อนข้างดีอยู่แล้วในขณะนี้

ในส่วนที่ ๒ ครับ ถ้าหากว่าสามารถที่จะปรับตัวกฎหมายเหล่านี้ได้ผมคิดว่า มันเป็นประโยชน์ แต่ว่ามีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามันสำคัญกับตัวรายงานนะครับ มันคือเรื่องธรรมาภิบาล อันนี้เป็นประเด็นคำถามเท่านั้นนะครับ คือในมาตรา ๕๒ ของพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ทางไทยพีบีเอสจะต้องเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อ ครม. กับต่อสภาแล้วก็วุฒิสภา ในรายงานต้องมีการเขียน เขาก็ว่าไปนะครับ ตามกฎหมายมี ๘ เรื่องด้วยกัน บังเอิญในเรื่องที่ ๖ ครับ เขาบอกว่า ในรายงานก็คือฉบับที่เสนอสภา จะต้องมีใน (๖) ระบุว่า รายการที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ให้การสนับสนุนการผลิตแก่ผู้ผลิตรายการอิสระ วิธีการว่าจ้างการผลิตรายการ พร้อมชื่อ ของผู้ผลิตรายการเหล่านั้น และรายละเอียดในการเผยแพร่รายการที่สนับสนุน ในรายงาน ท่านมีรายชื่อของผู้ผลิตอิสระ แต่สิ่งที่ขาดไปก็คือวิธีว่าจ้างการผลิตครับ ผมย้อนกลับไปดู รายงานฉบับเก่ายุคที่ประมาณปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ มีเขียนไว้ แต่เป็นหลักการคร่าว ๆ ผมพูดถึงประเด็นนี้ท่านครับ ไม่ได้มีเจตนาคิดร้ายอะไร แต่มันมีคำถามจากหลายฝ่ายว่า ไทยพีบีเอสวิธีการที่จะทำรายการนั้นจะเน้นไปที่หลักของการซื้อรายการ พูดง่าย ๆ จากผู้ผลิตรายการอิสระ ซึ่งจะต่างกับบีบีซี เพราะบีบีซีนั้นจะเน้นการผลิตรายการเอง สตางค์เขาเยอะอยู่แล้ว แต่ไทยพีบีเอสจะเน้นซื้อจากผู้ผลิตรายการ บังเอิญมันก็มี ข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า การไปซื้อรายการที่ผลิตมาวงเงินมันค่อนข้างสูง ที่สำคัญอาจจะมี คนตั้งคำถามมากกว่านั้น ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่เราต้องเคลียร์กับสังคมเหมือนกันว่า คนที่ผลิตรายการมันซ้ำไหม มันมีความเกี่ยวโยงกับใครบางคนในองค์กรหรือไม่ ถ้าไม่มีถือว่า เรื่องนี้ดี เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้ามีมันก็เป็นเรื่องที่คนภายในองค์กรเองก็จะต้อง อธิบายครับ

ถัดมาประเด็นธรรมาภิบาล ซึ่งดูเหมือนจบไปแล้ว แต่มันก็มีคำถามอยู่ เหมือนกันว่า กรณีที่มีเรื่องของการเอาเงินของไทยพีบีเอสส่วนหนึ่งไปซื้อหุ้นของบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์ มันมีข่าวนะครับ ไม่แปลกอะไร เราพูดถึงบริษัทซีพีเอฟ พอเรื่องนี้ ดังขึ้นมีคนที่เกี่ยวข้องลาออกไป แต่ก็มีข่าวเหมือนกับท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ก็คือนายกรัฐมนตรีขณะนี้ พลเอก ประยุทธ์ สั่งให้มีการสอบเรื่องนี้ ซึ่งผมไม่ทราบว่า จบเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นคำถามใหญ่ของสังคมที่ผมคิดว่า หลายคนอาจจะคิด เหมือนผมว่า ไทยพีบีเอสควรทำอย่างนั้นหรือ เพราะบริษัทที่ว่านั้นก็มีข้อครหาอีกหลายเรื่อง มันจะกระทบต่อความเป็นกลางของสื่อสาธารณะไหม แล้วก็ควรทำไหมในเวลาที่เราใช้เงิน ภาษีไปถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วก็นำไปดำเนินการอย่างที่ว่า นอกจากมองมิติเรื่องของ การเพิ่มรายได้ให้กับตัวองค์กรเพียงอย่างเดียว

ประเด็นสุดท้ายเป็นคำถามซึ่งสังคมเขาก็มีการพูดจากัน นั่นก็คือคนที่มา ทำงานในองค์กรอย่างไทยพีบีเอส ก็จะมีหลายคนซึ่งผลัดกันเดินเข้าเดินออกประมาณอย่างนี้ กับองค์กรอีกองค์กรหนึ่งซึ่งก็มีคนทำงานในลักษณะเดียวกันด้วย คำถามคือมันมีการถ่ายคน จากคนใหม่ ๆ ไหม อย่างในสภาผู้ชมเองผมไปลองค้นดูในบางรายชื่อก็จะเป็นรายชื่อของคน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนในเรื่องคล้าย ๆ กันกับคนซึ่งทำงานอยู่ในองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ความหมายของผมในแง่นี้คือการเปิดกว้าง ให้กับคนทั่วไปมากน้อยเพียงใดในการเข้ามาทำงาน ก็เป็นประเด็นใหญ่ ๆ ที่ผมทดลองเสนอ ความคิดนี้ไปเพื่อให้ทางไทยพีบีเอสตอบด้วยแล้วก็เสนอให้กับทางท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกได้คิดในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญ ท่านเรวัต วิศรุตเวช ครับ

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ผมขออนุญาตเรียนถามผ่าน ท่านประธานไปยังไทยพีบีเอส และขอความกรุณาให้ท่านผู้บริหารได้จดคำถามด้วยนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านจะต้องตอบสภาแห่งนี้ เพราะว่าสภาแห่งนี้มีหน้าที่ในการตรวจสอบ แอนนวล รีพอร์ต (Annual report) ของท่านนะครับ ขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูไป พร้อม ๆ กันเลยนะครับ ในหน้าที่ ๑๒๖ ข้อ ๒๐ ที่เขียนไว้ว่า รายได้อื่น รายได้อื่นส่วนใหญ่ เป็นเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไปผ่านดาวเทียม ตามประกาศของ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการ ทั่วไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๗๖/๒๕๕๙ ระหว่าง เดือนมกราคม ๒๕๖๑ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ จำนวนเงินประมาณ ๓๖ ล้านบาท และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙/๒๕๖๑ ข้อ ๘ ระหว่าง เดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ จำนวนเงินประมาณ ๓๗ ล้านบาท คำถามครับ รายได้เหล่านี้เกิดจากคำสั่งของ คสช. ได้อย่างไรครับ

ต่อไปครับ หน้า ๑๓๐ ข้อ ๒๘ ในรายงานเขียนว่า เหตุการณ์ภายหลังรอบ ระยะเวลารายงาน เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๖๒ เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคม โดยในส่วนผลกระทบกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการ โทรทัศน์ระบบดิจิทัลอาจได้รับผลกระทบจากผู้ใช้บริการโครงข่ายที่ขอคืนใบอนุญาตกับทาง กสทช. ตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้รายได้ในการให้บริการโครงข่ายในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ลดลง คำถามครับ ทำไมคาดว่ารายได้จะลดลง ลดลงด้วยเหตุใด และไปเกี่ยวข้องกับ คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๖๒ ได้อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ต่อไปครับ ท่านโกวิทย์ พวงงาม ครับ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย กระผมขออภิปรายเพื่อให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ของไทยพีบีเอสดังต่อไปนี้

ผมเข้าใจว่าไทยพีบีเอสเป็นพื้นที่สื่อที่ต้องขอชมว่าได้วางเป้าประสงค์ไว้อย่าง ชัดเจน เช่น เป็นพื้นที่เรียนรู้ของทุกคน เป็นสื่อสาธารณะแห่งการเรียนรู้ของประชาชน ทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตามในแนวทางการดำเนินงานนั้น ผมคิดว่าก็มีความชัดเจน เช่นเดียวกัน เป็นต้นว่า ได้ดำเนินการผ่านเวทีสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ นอกจากนั้นก็เป็น การสร้างพลังพลเมือง แล้วก็สร้างกระบวนการให้ภาคีภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้าง เนื้อหาของรายการ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็ขอชมเชยว่าได้วางเป้าประสงค์และแนวทาง ดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน แต่ว่าในรายงานส่วนหนึ่งก็เป็นการรายงานที่บอกถึงเนื้อหาดี ๆ ที่หลากหลาย บอกถึงความเชื่อมโยง เนื้อหาความรู้กับรายการต่าง ๆ ที่ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่ในชุมชนแล้วก็ท้องถิ่น เป็นต้น ถือว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ทีนี้ผมมาดูรายงาน ผมคิดว่า จะต้องสร้างความชัดเจนบ้าง เป็นต้นว่า การเปิดพื้นที่เรียนรู้หรือเป็นสื่อสาธารณะแห่ง การเรียนรู้กับประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วว่า ในรายงานควรจะ บอกเป้าหมาย บอกกระบวนการ บอกผลผลิตที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเป้าประสงค์ให้ชัดเจน เพื่อจะทำให้ง่ายต่อการดู แล้วก็ดูแนวรายงานผลการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามผมจะขอลง รายละเอียดในบางเรื่องซึ่งอยากจะบอกว่า

ประการที่ ๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้รับชมรายการ ซึ่งก็ระบุไว้ในหน้า ๑๕ ในรายงาน แล้วก็พูดถึงการเพิ่มขึ้นต่อนาทีของผู้เข้าชม ๖๐,๐๐๐ ต่อนาที เป็นต้น แต่ในรายงานรายละเอียดในเนื้อใน ผมอยากให้ผู้จัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นประโยชน์ จะได้ชี้แจง แจกแจงผู้ชมลงไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชม ซึ่งจุดนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะได้ รับรู้ว่า กลุ่มต่าง ๆ ที่เข้าชมรายการของไทยพีบีเอสนั้นมีกลุ่มไหนบ้าง ถ้าจะกรุณาได้ชี้แจง กลุ่มต่าง ๆ ที่รับชม เพราะเราจะได้รู้ว่าจุดอ่อนหรือผู้เข้าชมกลุ่มไหนมากกว่ากัน นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ในคราวต่อไปอยากให้เพิ่มตรงนี้ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราที่จะได้ รับรู้แล้วก็จะได้เสนอแนะได้อย่างตรงไปตรงมาได้ถูกต้อง

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมว่ามีความสำคัญแล้วก็เชื่อมโยงกับการ ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนที่เขียนไว้ว่า ภาคีความร่วมมือมีส่วนและประชาชน ให้ประชาชนเป็นผู้ผลิตเนื้อหา ผมเข้าใจว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ในรายงานผมคิดว่า เรายังไม่เห็น คือจริง ๆ ผมสนใจมากว่า การทำรายการเพื่อให้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน กลุ่มต่าง ๆ แน่นอนครับ ประชาชนที่มีส่วนส่งเสริมหรือได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เนื้อหานั้นสำคัญที่สุด แต่น่าเสียดายในรายงานอยากให้แจกแจงว่า ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ นั้น ได้นำเสนอเนื้อหารายการอย่างไรบ้าง ซึ่งจะไปตอบเป้าประสงค์ที่ท่านพูดถึงสื่อแห่ง การเรียนรู้ของประชาชนทุกภาคส่วน เป็นต้น นี่คือส่วนที่จะนำเสนอไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ทำรายงานได้กระทำให้กระจ่างมากขึ้น ในส่วนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก็เช่นเดียวกัน ที่ได้เขียนไว้ในรายงาน ผมเห็นว่ายังไม่มีในรายการนี้เพื่อจะบอกให้ชัดเจนว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนนั้น มีกิจกรรมหรือโครงการใดบ้างที่จะเป็นประโยชน์

ในส่วนต่อมา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการประเมินผลเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องขอชมว่าได้แจกแจงไว้ในหน้า ๑๐๒ หน้า ๑๐๓ ไว้อย่างชัดเจน แล้วก็แยกแยะ ในการดำเนินกิจการหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพ และคุณธรรมบนฐานของความเป็นไทย เป็นต้น หรือเกี่ยวข้องกับการผลิตรายการ ด้านข่าวสาร สารประโยชน์ทางการศึกษา สาระบันเทิง เป็นต้น หรือส่งเสริมความรู้ แก่ประชาชน ซึ่งก็มีผลประเมินปรากฏให้ทราบในหน้านี้แล้ว หรือรายการส่งเสริมเสรีภาพ ในการรับรู้ข่าวสารเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยของประชาชน ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก และเขียนว่า ให้ได้รับข่าวสารอย่างเท่าเทียมกัน หรือในส่วนของสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม สนับสนุนกิจการสาธารณะประโยชน์อื่น ซึ่งในรายการ ประมาณ ๖ รายการนี้ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไว้ว่าคะแนนที่ออกมาเนื่องจากว่า เป็นการประเมินความพึงพอใจของผู้ชม แต่ผมอยากจะเสนอว่าอาจจะต้องพูดให้ชัดว่า ในรายงานนั้นผู้ชมเป็นใคร แล้วก็มีจำนวนเท่าไร คือผู้ตอบที่ให้คะแนนซึ่งถือว่าเป็นคะแนน ที่สูงคือ ๓ กว่าถึง ๔ บางประเด็น บางข้อได้ถึง ๔ กว่า แต่ในรายการตามประเด็นแต่ละ ประเด็นนั้น ผมคิดว่ามองแล้วมันดี แต่สิ่งที่ควรทำก็คือ ในประเด็นใหญ่ ๆ ทั้ง ๖ ประเด็น เราตอบไม่ได้ว่า ที่ผมเอ่ยมาทั้ง ๖ ประเด็นนั้น ประเด็นใดที่ผู้ชมได้ให้คุณค่าหรือได้ให้ค่า ที่เป็นประเด็นที่ถือว่ามากที่สุดคืออะไร เพราะว่าในการนำเสนอดูแล้วมันจะเป็นการประเมิน ที่ประชาชนผู้ชมนั้นมีความพึงพอใจ แต่คำถามก็คือว่า ในประเด็นต่าง ๆ ที่ผมเอ่ยนั้น ประเด็นใดเป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะจะทำให้เรารู้ว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการกำหนดทิศทางการให้บริการขององค์กรเพื่อประโยชน์ สาธารณะนั้นจะมีคะแนนมากกว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร อย่างเท่าเทียม อันไหนมากกว่ากัน ผมคิดว่าการสรุปรายงานให้มันชัดว่าในการประเมินนั้น ผู้ชมได้ให้คุณค่าเรื่องอะไรมากที่สุดนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะฝากเรื่องของการใช้จ่ายที่ปรากฏอยู่ในรายงาน หน้า ๑๒๘ หน้า ๑๒๙ ซึ่งสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว ในหน้านี้มีความสำคัญมากครับ ถ้าเราดูค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในปี ๒๕๖๑ ประมาณ ๓๗๔ ล้านบาท แต่ว่าในส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรก็สูงมากถึง ๖๖๕ ล้านบาท สัดส่วนนี้ก็ไม่ค่อยสัมพันธ์กัน เท่าไร ผมอยากจะให้ดูลึกไปถึง ท่านประธานครับ ลองดูค่าใช้จ่าย ถ้าดูแล้วยอดการใช้จ่าย ในปี ๒๕๖๐ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๑ นั้น ปี ๒๕๖๑ ผลรวมรายจ่ายทั้งปีจะสูงกว่า ปี ๒๕๖๐ เกือบทุกรายการ แต่รายการที่อยากจะถามและเป็นข้อสงสัย ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ รายจ่ายบริหารอื่น ๆ ผมคิดว่าเมื่อเขียนค่าใช้จ่ายบริหารอื่น ๆ จะเป็นข้อสงสัย ทั้งนี้เพราะผมเห็นว่ารายจ่ายในปี ๒๕๖๐ ในการใช้จ่ายบริหารงานอื่น ๆ นั้น มีแค่ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปี ๒๕๖๑ สูงถึง ๑๖ ล้านบาท มากกว่าถึง ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท คำถามก็คือว่าท่านช่วยแจกแจงลงรายละเอียดให้ทราบว่ารายจ่ายบริหารงานอื่น ๆ นั้นคืออะไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนในประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมา เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการทำรายงานผล การปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ของไทยพีบีเอสได้แจกแจง แล้วก็ปรับปรุงให้สมบูรณ์มากขึ้น

สุดท้ายผมยังย้ำว่าการวางเป้าหมาย ซึ่งผมขอชมว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ดี แต่ใน กระบวนการและการคลี่เป้าประสงค์มาสู่การวางกระบวนการและเป้าหมายนั้นยังไม่ชัดเจน ในรายงาน จริง ๆ ผมเองสนใจการสร้างพลังพลเมืองที่ไปสู่คนกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งไทยพีบีเอส ทำได้อย่างดีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามน่าเสียดายว่าในรายงานไม่ได้แจกแจงรายการ สร้างพลังพลเมืองให้ชัดเจน แล้วไปสู่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดแล้วว่า กลุ่มเป้าหมายในสังคมของเรามีหลากหลาย ถ้าได้แจกแจงการสร้างพลเมืองให้มีความเข้มแข็ง นั่นคือสิ่งที่ไทยพีบีเอสต้องทำให้ชัดเจนมากขึ้น แล้วก็มีรายละเอียดให้ปรากฏอยู่ในรายงาน ให้ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนไว้เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องเชิงนโยบายได้ทำในสิ่งที่ทำดีอยู่แล้วนั้นทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ก็ขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะเรียนปรึกษาท่านประธานว่าที่ผมนั่งฟังมาตั้งแต่ช่วงกลางวันมานี้ ประเด็นเริ่มซ้ำ แล้วก็วนไปเวียนมา ผมคิดว่าประเด็นที่เราได้ฟังกันนี้ ผมคิดว่ามากพอสมควรแล้ว ผมอยากจะให้ท่านประธานว่า ถ้าเหลืออีก ๘ ท่านนะครับ ถ้าเกิด ๑๕ นาทีเหมือนเดิม แล้วก็ซ้ำ ๆ อยู่ จะทำให้เราเสียเวลาที่จะเข้าสู่ข้อบังคับ ข้อ ๙๐ อยากจะให้ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยว่าจะเหลือสัก ๗ นาทีได้หรือไม่ จะให้พูดกันทุกคน เพราะว่าประเด็นเริ่มซ้ำนะครับ ซ้ำมากแล้ว ท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ขอบคุณครับ ก็เป็นที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้นะครับ ขอความกรุณาท่านผู้อภิปรายก็แล้วกันว่า ประเด็นที่มีผู้อภิปรายพูดไปแล้ว อภิปรายไปก่อนแล้ว ก็พยายามอย่าไปซ้ำประเด็น แล้วขอให้กระชับเนื้อหามากขึ้น เท่าที่ผมฟังก็ยังไม่ซ้ำนะครับ แต่ไม่ทราบว่าประธานคนก่อน อาจจะมีหลายประเด็นซ้ำ ท่านผู้อภิปรายก็ช่วยพิจารณาเองหน่อยนะครับ ก็ขอท่านนิยม ใช่หรือไม่ครับที่ท่านประธานได้บอกรายนามชื่อไว้แล้ว เอาสั้น ๆ หน่อยนะครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานผมเป็นคนหนึ่งที่อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของไทยพีบีเอส พ.ศ. ๒๕๖๑ ความจริงรายงานฉบับนี้ไม่ใช่เป็นฉบับแรกของไทยพีบีเอส อ่านมาหลายรอบแล้วก็รายงาน หลายรอบตั้งแต่สมัย คสช. ยังไม่ยึดอำนาจ ไทยพีบีเอสก็เข้ามารายงานเป็นปกติ แต่ว่า หลังจากยึดอำนาจไปแล้วพวกผมมาสภาครั้งนี้ก็พึ่งได้อ่านฉบับแรก ถ้าถามว่ารายงานฉบับนี้ ดีไหม ผมว่าในการทำรายงานเป็นการทำรายงานที่ยอดเยี่ยม ดี ดีกว่าทุกองค์กรที่เข้ามา ในยุคที่ผมเข้ามาใหม่ เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรรอบหนึ่ง เพียงแต่ว่าท่านประธานผมต้อง กราบเรียนแบบนี้ว่าของไทยพีบีเอสไม่ใช่ทีวี (TV) หรือองค์กรธรรมดาทั่วไป ไทยพีบีเอส ได้รับเงินสนับสนุนเป็นเงินภาษีจากภาครัฐปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น จะเป็นเรื่องปกติไม่ได้ ผมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น เพียงแต่ฝากถึงคณะกรรมการชุดนี้ ถือว่าเป็นชุดใหม่ ชุดเก่าก็เจอกันหลายรอบ ตั้งแต่ท่านสุทธิชัย หยุ่น ท่านเทพชัย แต่ต้องกราบเรียนว่าของท่านเป็นทีวี (TV) สาธารณะที่ได้รับงบประมาณจากรัฐหรือที่เรียกว่า ภาษีบาป ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะทำเหมือนทีวี (TV) ธรรมดาไม่ได้ เพราะทีวี (TV) ธรรมดาเขาต้องใช้เงินสปอนเซอร์ (Sponsor) จะทำข่าวเกรงใจสปอนเซอร์ (Sponsor) แต่อันนี้เป็นเงินของรัฐ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนว่าท่าน ผอ. ที่ได้บอกเบื้องต้นว่า ไม่สนใจเรตติง (Rating) ทำให้ดีที่สุดนั้น ใช่ไม่ได้นะครับ จะใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะว่า เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นเงินภาษีเพราะฉะนั้นต้องให้ความสนใจเรตติง (Rating) ด้วย แล้วท่านไม่ต้องเกรงใจพวกไม่ใช่เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินจากสปอนเซอร์ (Sponsor) ผมจึงกราบเรียนว่าต้องมีส่วนว่าประชาชนเขาสนใจ และท่านต้องทำให้ประชาชน เพราะนี่คือเงินภาษี ผมดูในวันนี้ท่านแผ่วเวลาทำข่าวเกี่ยวกับภาครัฐ ผมเอง เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของ ไม่ใช่ไทยพีบีเอส ผมไอทีวีและมาทีเอสทีวี ผมดูติดตามมาตลอด เพราะวันนี้เป็นไทยพีบีเอสก็จริง แต่ว่าผมกำเนิดมาจากไอทีวี อยู่ไอทีวีจนมาเป็นไทยพีบีเอส ถึงมาเป็นผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่า วันนี้กฎหมายเขียนไว้ว่า เมื่อครบ ๑๐ ปี ท่านต้องทำรายงานพิเศษกว่านี้ ท่านจะทำแค่นี้ไม่ได้ อันนี้ทำเป็นปกติประจำปี กฎหมายเขียนว่า เมื่อครบกำหนด ๑๐ ปีสภานี้ต้องประเมินเลยว่าจะให้ ไม่ให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมอาจจะ ให้ท่านว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๒๐๐ ล้านบาทอะไรก็แล้วแต่ ในรายงานฉบับนี้ท่านต้อง เขียนมาเลยว่า โดยท่านก็บอกแล้วว่าการประเมินท่านจ้างองค์กรอื่นอยู่ ไม่ใช่ไม่จ้าง แต่เวลา ทำรายงานท่านจะทำรายงานปกติไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนรู้เห็น รับรู้ เอาเงินไปให้ท่าน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เถียงกันจะเป็นจะตายเอาเงินนี้มาให้ ไม่ให้เฉย ๆ ตาดำตาแดงจะบอกให้เอาเงินมาให้ท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้คือท่านมารายงานครบ ๑๐ ปี รายงานของท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้ ท่านต้องหาคนประเมินว่า ๑๐ ปีที่ท่านทำมา มันขาดตกบกพร่องอย่างไร พวกผมพอที่จะให้เงินท่านอีกไหม ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือเอาละไม่ให้ ให้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาทว่าไป เพราะฉะนั้นผมอ่านดูในรายงานของท่าน เป็นแค่รายงานปกติประจำปี เป็นปี ๆ ไป ซึ่งก็เหมือนท่านเทพไท ท่านทำมาหลาย ๆ คน ถ้าแบบนี้ แต่ถามว่าสำหรับหนังสือวันนี้สุดยอดครับ การรายงานทำดีที่สุด ทำแผนงานอะไรเรียบร้อย ผมว่าคนที่ทำไม่ธรรมดา แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น ผมถึงบอกว่า ๑๐ ปีจากปี ๒๕๕๑ มาปี ๒๕๖๑ ถึงวาระที่ท่านต้องพิจารณาว่าท่านยังต้องเอาเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทไหม หรือหมดเวลาแล้ว ท่านต้องทำให้สภาได้เห็นว่าพวกผมต้องให้เงินท่าน ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือเปล่า หรือว่าให้ ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทอะไรก็ว่าไป แต่ท่านทำมาแค่นี้ผมจะคิดว่า สภาคิดอะไร ยังจะให้ไหมต้องทบทวนบทบาทเรื่องนี้ ท่านต้องเข้าใจอยู่แล้ว ทีวี (TV) สาธารณะต้องหลากหลายกว่าธรรมดา ผมบอกท่านเลยว่าไทยพีบีเอสวันนี้แผ่วกว่าไอทีวี ไปดูยอดคนดูเลย สมัยผมอยู่ไอทีวีเข้มข้นครับ ถึงลูกถึงคนกว่านี้ อันนั้นไม่ได้เงินนะ สปอนเซอร์ (Sponsor) ล้วน ๆ มันถึงเจ๊งอย่างไรท่าน ไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นถึงบอกเลยว่า วันนี้ ๑๐ ปี ผมย้ำนะว่า ๑๐ ปีท่านประเมินมาเลย ไม่ใช่ว่าทำมาธรรมดา ไม่ได้ครับ ประเมิน ให้พวกผมว่าผมจะให้ท่าน ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า เพราะให้พิจารณาในครบรอบ ๑๐ ปี ท่านประธานผมมีเวลาน้อย ๆ แต่ว่าครั้งแรก ผมยังไม่พูด ผมนั่งฟังอยู่ผมไม่ได้ไปไหนนะ ผมนั่งฟังตลอด เพียงแต่ว่าผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมมุ่งเป้าให้เห็นว่า ๑๐ ปี ต้องประเมินผลงานว่าไทยพีบีเอสควรจะรับเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อไปหรือไม่ หรือว่าควรยุติบทบาทนี้ แล้วผมฝากด้วยว่าเวลาทำข่าว ภาคราชการเข้มข้นกว่านี้ครับ รักษาสิทธิของประชาชนหน่อย พอท่านไปทำ ผมอ่าน ผมดูแล้วติดตามตลอด แผ่ว ผมยังคิดเลยว่าธรรมดา กลัวคำสั่ง มาตรา ๔๔ ตัดเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นใจท่านนะครับ แต่วันนี้ท่านต้องประเมินให้ผม ต้องฝากด้วย ๒,๐๐๐ ล้านบาทว่าควรจะเอาไปอีกหรือไม่ ไม่ใช่ทำมาแค่นี้ เพราะผมอ่านในนี้ดูว่า ท่านได้จ้างองค์กรอื่นมาประเมินของท่านดูว่าสุดยอด การประเมินมานี่ ขอบคุณมาก เมื่อสักครู่เห็นได้เวลา ผมรักษาเวลาอยู่ครับ ขอบคุณมาก

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสิริพงศ์ พรรคภูมิใจไทย เชิญครับ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายการรายงานผลการปฏิบัติ ประจำปี ๒๕๖๑ ของไทยพีบีเอส ในฐานะของผู้ที่เป็นผู้ชมและผู้ที่เฝ้าติดตาม การเปลี่ยนแปลงของโทรทัศน์ในช่วงดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) ซึ่งมันก็เป็น ข้อกังวลของผู้คนในแวดวงโทรทัศน์และเป็นที่กังวลของผู้ติดตามข่าวเช่นเดียวกัน แต่จากที่ได้เห็นรายงานของท่านก็ต้องขอแสดงความชื่นชมที่ท่านเป็นองค์กรที่มีการปรับตัว ได้อย่างดี เห็นได้จากตัวเลขผู้ติดตามในสื่อดิจิทัลของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยูทูบ (YouTube) ที่เมื่อปีที่แล้วมาปีนี้เติบโตขึ้น ๑๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของสื่อต่าง ๆ ก็ลดหลั่นกันลงมา อินสตาแกรม (Instagram) เติบโตขึ้น ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ไลน์ เฟซบุ๊ก เติบโตขึ้น ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็น่าชื่นชม มีอย่างหนึ่งที่ผมกังวลครับ คือผมได้มีโอกาสลองเข้าไป โหลด (Load) แอปพลิเคชัน (Application) ของท่าน ก็คือ ซีไซต์ (C-Site) ที่ท่านได้เขียน ในรายงานนี้ ซึ่งก็เรียนตามตรงว่า ซีไซต์ (C-Site) ไม่เคยได้เห็น ไม่เคยได้ยิน นี่หมายถึง การประชาสัมพันธ์ของท่านน้อยไปหรือไม่ และพอโหลด (Load) เข้าไป ผมเข้าไปชม ผมก็เห็นว่าคอนเทนต์ (Content) ท่านมีเยอะ แต่จำนวนผู้ชมน้อยมากครับ บางคอนเทนต์ (Content) มีผู้ชมหลักสิบไม่เท่าไร บางคอนเทนต์ (Content) มีผู้ชม ๑ คน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าท่านต้องเอาไปทบทวนและปรับปรุง คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับที่ท่านมี แต่ในแผนปฏิบัติงานในปีต่อไปของท่าน ท่านจะต้องให้ความสำคัญกับสื่อดิจิทัลเหล่านี้ด้วย ถ้าพูดถึงรูปแบบของการทำรายการของท่าน ก็ต้องกราบเรียนว่า ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้น ไทยพีบีเอสมีการทำงานเชิงรุกที่ผมมาจากส่วนภูมิภาคสัมผัสได้ครับว่าสื่อของท่านนั้นทำงาน เชิงรุกจริง ๆ เมื่อสักครู่คุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา ท่าน ส.ส. จากพรรคภูมิใจไทย ท่านก็ได้กรุณาฝากความชื่นชมมาว่า ไทยพีบีเอสแทบจะเป็นสื่อเดียวเลยที่นำเสนอแง่มุมของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมุมที่เป็นประโยชน์กับผู้คนมากกว่าจะแจ้งข่าวร้ายให้กับ ประชาชนได้รับทราบ มีหลายรายการที่ผมได้เห็นท่านลงไปในพื้นที่ต่างจังหวัด แล้วให้ประชาชนเขามีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการกีฬาต่าง ๆ ที่ท่านเปลี่ยนจาก สนามแข่งขันจากในกรุงเทพมหานคร ไปแข่งในต่างจังหวัดให้เด็กต่างจังหวัดเขามีโอกาส ได้เข้ามาร่วมแข่งขันกับทีมชั้นนำของประเทศไทย และเป็นการขยายกลุ่มผู้ชมในต่างจังหวัด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีครับ รายการบางรายการก็ต้องชื่นชมครับ อย่างเช่น รายการ ทักออฟวอร์ (Tug of War) ที่เอากีฬาไปต่างจังหวัด พอไปแข่งกีฬาเสร็จเขาก็จะ ประชาสัมพันธ์ว่าจังหวัดนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไร มีของดีอะไรให้คนทั่วไปเขาได้ติดตาม และเข้ามาเที่ยว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จากส่วนภูมิภาคต้องถือได้ว่าขาดโอกาสครับ ส่วนภูมิภาคขาดโอกาสมานาน เรามีกิจกรรมดี ๆ เรามีคอนเทนต์ (Content) ดี ๆ เราอยากจะให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศเขาได้เห็นกิจกรรมของเรา แต่ในอดีตที่ผ่านมา ถ้าเราอยากจะเผยแพร่กิจกรรมเหล่านี้นั้นมันมีอยู่อย่างเดียวคือเราต้องไปเสียเงินให้กับ ช่องโทรทัศน์มาถ่ายทอด แต่กิจกรรมเหล่านี้ของไทยพีบีเอสถือว่าทำได้ดี รายการนำเสนอ สื่อทางออก ซึ่งต้องเรียนว่ามันหาดูได้น้อยมากในปัจจุบันนี้ รายการสื่อต่าง ๆ ในปัจจุบัน มันต้องยอมรับว่าเลือกข้างไปแล้ว ใครเป็นแฟนฝั่งไหนก็จะผูกติดกับฝั่งนั้น และหลายรายการ ที่มีการนำเสนอในลักษณะของการเล่า มีการนำเสนอในลักษณะของการชักนำสังคม ให้ไปในทิศทางที่สำนักข่าวนั้น ๆ อยากจะให้เห็น อยากจะให้ได้ยิน แต่รายการของไทยพีบีเอส หลายรายการที่นำเสนอในมุมที่จะเป็นทางออกมากกว่าในเชิงตำหนิสังคม ผมยังชื่นชม ที่ท่านยังคงรักษาความเป็นกลาง ความเป็นกลางนั้นผมไม่ได้หวังจะเห็นเฉพาะทางการเมืองนะครับ ผมหวังจะเห็นท่านรักษาความเป็นกลางในทุก ๆ สื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม เรื่องต่าง ๆ เรื่องเศรษฐกิจเหล่านี้ อยากจะให้ท่านคงความเป็นกลางเอาไว้ สิ่งที่ผมอยากจะขอเพิ่มเติม ผมค่อนข้างสนใจ ในคอนเทนต์ (Content) ของเยาวชน ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาไทยพีบีเอสทำได้ดีในระดับหนึ่ง ผมเฝ้าพยายามติดตามและผมพยายามพูดมานานแต่ไม่ได้มาพูดในเวทีสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมพยายามพูดว่าประเทศที่เขาพัฒนาแล้วในบางประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ่น เขาใช้การ์ตูน ในการสร้างเยาวชนของเขา เขาใช้การ์ตูนในการสร้างชาติของเขา วันที่ประเทศบราซิลส่งต่อ เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกให้กับประเทศญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แต่งตัวเป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คือตัวมาริโอ ไปรับคบเพลิงจากประเทศบราซิล แล้วเขาใช้ตัวการ์ตูนในการสื่อสาร กับคนทั่วโลก แต่พอย้อนมาดูประเทศไทย ประเทศไทย ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เด็ก ๆ เปิดทีวี (TV) ผู้ปกครองก็มักจะมีคำพูดที่บอกว่าจะดูทำไมการ์ตูน ไร้สาระ จะดูทำไมการ์ตูนมันเสียเวลา แล้วผู้ปกครองพาเด็กดูอะไรครับ ละครหลังข่าว เราก็จะเห็นว่าเด็ก ๆ เขาบอกว่าอายุไม่เกิน ๑๓ ปี ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ผู้ปกครองก็พาเด็กดู แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างสรรค์วินัย ไม่ได้สร้างสรรค์แรงบันดาลใจอะไรให้กับเด็ก ๆ เลย แต่พอมาพูดถึงการ์ตูนในประเทศไทย การ์ตูนกลายเป็นของอีกเกรดหนึ่ง รายการสำหรับเด็ก เป็นเกมโชว์เสียมาก แล้วเราเคยถามเด็กไหมครับว่าจริง ๆ เด็กอยากดูเกมโชว์หรือเด็กเขา อยากจะดูอะไรที่มันเข้าถึงได้มากกว่า ดังนั้นคงไม่มีช่องโทรทัศน์ใดหรอกครับที่เขาจะ เปิดโอกาสให้กับคนไทยได้มีโอกาสพัฒนาตนเองในเรื่องของการ์ตูนนอกจากไทยพีบีเอส ดังนั้นผมจึงขอฝากครับ ขอฝากว่าในการดำเนินการต่อ ๆ ไป อยากจะขอให้ท่านมีช่องให้กับ เยาวชนคนไทย หรือประชาชนเขาได้มีโอกาสพัฒนาสื่อการ์ตูน ซึ่งเป็นสื่อที่เด็กเข้าถึง ง่ายที่สุดและผมยังเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถสร้างวินัยให้เด็กได้ จะสามารถ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ ได้ ผมคงรบกวนเวลาของสภาเพียงเท่านี้ ท้ายที่สุด ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทีมงานไทยพีบีเอสทุกท่านและหวังว่าในปีต่อไปรายงานของท่าน ผมจะได้ชื่นชมในเรื่องสื่อของเด็กและเยาวชนมากขึ้นนะครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเรียนเชิญท่านกนกครับ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายให้ข้อสังเกตในรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๑ ไทยพีบีเอส ๔ ประเด็นดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ การเปลี่ยนแปลงในบริบทของการสื่อสาร วันที่เกิดไทยพีบีเอส กับวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง พูดให้ชัดเจนก็คือเราเปลี่ยนแปลงจากยุคอนาล็อก (Analog) มาสู่ยุคดิจิทัล เพราะฉะนั้นย่อมจะต้องมีผลกระทบต่อทุก ๆ มิติของไทยพีบีเอส คำถามก็คือว่า ไทยพีบีเอสจะรักษาหลักการของสื่อสาธารณะ ซึ่งเป็นหลักการที่ดี ในการก่อตั้งไว้ได้อย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของบริบทเหล่านั้น ในรายงานของไทย พีบีเอสประจำปีนี้ ได้อ้างประโยคของอัลส์รูดี้นักวิทยุโทรทัศน์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีชื่อเสียง ได้เขียนบอกว่าหน้าที่ของสื่อสาธารณะคือการทำรายการให้ดี ทำงานกับคนในพื้นที่ ให้มาก ใกล้ชิดกับสังคมและเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ผมคิดว่านี่คือจิตวิญญาณ ของสื่อสาธารณะที่สำคัญแล้วก็เป็นเรื่องที่ผมอยากเห็นไทยพีบีเอสรักษาไว้ ถึงแม้ว่าบริบท ทางเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเห็นวันนี้ก็คือว่าการเปลี่ยนแปลง ของสื่อนั้นทำให้เกิดบริบทที่เราเรียกว่าโซเชียลมีเดีย (Social media) เกิดขึ้นในสังคม ของเราอย่างมาก และโซเชียลมีเดีย (Social media) นี้ก็มีความเข้มแข็ง มีลักษณะที่ดี มากมาย และที่สำคัญก็คือเกิดการเข้าถึงกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่างกว้างขวาง แต่ในเวลาเดียวกันโซเชียลมีเดีย (Social media) ก็มีข้อจำกัด ในเรื่องของการให้ข้อมูล ข่าวสารที่ครบถ้วนที่เป็นธรรมแล้วก็ที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดการรับรู้ข่าวสาร ในสังคมที่ไม่สมดุล เพราะฉะนั้นคำถามตรงนี้จึงทำให้เกิดต่อไทยพีบีเอสในฐานะ ที่เป็นสื่อสาธารณะว่าในยุคดิจิทัลนี้ ไทยพีบีเอสจะช่วยสร้างความสมดุลต่อการรับข้อมูล ข่าวสารของประชาชนได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โซเชียลมีเดีย (Social media) มีบทบาทเป็นอย่างมาก นั่นคือประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตเข้าไปในรายละเอียดของเนื้องาน ในปี ๒๕๖๑ นั้น ไทยพีบีเอสได้ทำโครงการดี ๆ ไว้เยอะมาก ผมขออนุญาตหยิบขึ้นมาเพียงบางประเด็น และชี้ให้เห็นว่าผมอยากเห็นการเพิ่มเติมในอย่างไร ตัวอย่างเช่น ท่านมีโครงการเรื่องโรงเรียน ของสังคม คนไทยเรียนรู้ตลอดชีวิต อันนี้เป็นโครงการที่ดีและตัวอย่างในเรื่องของ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับครู โดยมีรายการวาไรตี้ (Variety) ชุดฉันจะเป็นครู ผมคิดว่าเป็นรายการที่ดีน่าจะต้องมีรายการ ลักษณะนี้ให้มากขึ้น แต่ถ้าเข้าไปดูในรายละเอียดจะพบว่าในระบบการศึกษาของ ประเทศไทยนั้นมันมีอยู่ ๒ ระบบใหญ่ ๆ ระบบแรกก็คือระบบที่เป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนของรัฐบาล และก็โรงเรียนของเอกชน อันนี้เป็นระบบโรงเรียนที่เป็นทางการ แล้วก็เรามีระบบโรงเรียนตามอัธยาศัยอีกหลายรูปแบบมาก ผมอยากเห็นไทยพีบีเอสได้สร้าง ความเข้าใจ สร้างการยอมรับ แล้วก็สนับสนุนโรงเรียนในรูปแบบทั้ง ๒ ระบบนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เข้าใจชีวิตของครูที่ทำหน้าที่ในโรงเรียนทั้ง ๒ ระบบนี้ ซึ่งในความเป็นจริง เรารู้ว่าครูในโรงเรียนตามอัธยาศัยนั้นมีชีวิตที่แตกต่างจากการเป็นชีวิตครูในโรงเรียนของ สพฐ. หรือโรงเรียนเอกชนอย่างมาก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะทำให้เราเข้าใจแล้วก็พร้อม ที่จะให้การสนับสนุนกับทางการเลือกทางการศึกษามากขึ้น สังคมไทยของเรายังขาดแคลน ครูที่ดีอีกมาก เรายังขาดครูที่มีใจอยากสอนหนังสืออีกมาก ผมมีคำถามกับไทยพีบีเอสว่า รายการของท่านนอกจากการเสนอข่าวแล้ว ไทยพีบีเอสจะช่วยสร้างครูที่ดีให้กับสังคมไทย ให้มากขึ้นได้อย่างไร นี่คือตัวอย่าง ความจริงมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น เรื่องของเด็ก นักเรียนที่มีความเครียดนะครับ เมื่อไม่กี่วันนี้ก็มีเด็กนักเรียนที่จังหวัดชลบุรีคิดเลขช้า ก็โดนลงโทษ อย่างนี้เป็นต้น ลักษณะของปัญหาของนักเรียนที่ละเอียดอ่อนผมคิดว่าไทยพีบีเอส มีหน้าที่จะต้องนำมาสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ไม่ใช่แค่เพียงว่าครูทำหน้าที่แล้วก็จบกัน นักเรียนเป็นผู้ถูกกระทำแล้วก็จบกัน แล้วก็ถูกลงโทษมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น เพราะว่า ความเป็นจริงความเครียดของนักเรียนมันมีเบื้องหลังอีกเยอะมาก และความจริง ที่ครูไม่สามารถจัดการกับนักเรียนที่มีปัญหาเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องก็มีเบื้องหลังอีกเยอะมาก สิ่งเหล่านี้เป็นชีวิตครูจริงที่ไทยพีบีเอสควรจะต้องนำมาเสนอเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตเรียนว่าในเนื้อหาสาระไทยพีบีเอสทำได้ดี แต่สิ่งที่ทำ ได้ดีนั้นผมคิดว่ายังต้องทำให้ดีมากกว่านี้ เพราะสังคมของเราเปลี่ยนแปลงเร็วเหลือเกิน และไทยพีบีเอสก็มีภาระที่จะต้องทำในเรื่องนี้

เมื่อถึงตรงนี้ผมก็กลับไปถึงประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธานครับ ผมเข้าไป ตั้งคำถามนี้กับงบการเงินของไทยพีบีเอส งบการเงินนี้นะครับ ผมไม่ต้องพูดเงินอุดหนุน ๒,๐๕๘ ล้านบาท แล้วก็รายได้ของท่านมี ๒,๗๑๓ ล้านบาท นั่นหมายความว่าท่านมีกำไร ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมตั้งคำถามว่า ไทยพีบีเอสจำเป็นต้องมีกำไรหรือไม่ ในลักษณะของ สื่อสาธารณะ ถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วที่เราสนับสนุนให้มีไทยพีบีเอส และพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคหนึ่งที่สนับสนุนเรื่องนี้ เราอยากเห็นการบริการ ที่มีคุณภาพมากกว่านี้ เราไม่ได้อยากเห็นกำไรของไทยพีบีเอส และผมจำได้ด้วยซ้ำไปตอนนั้น เราพูดเลยว่าเราไม่ต้องการไทยพีบีเอสมีกำไร เราต้องการให้ไทยพีบีเอสใช้งบประมาณทั้งหมด ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะอย่างแท้จริง แต่วันนี้ไทยพีบีเอสมีกำไร ๓๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าท่านน่าจะต้องตอบอันนี้กับสภาแห่งนี้ เมื่อผมลงไปดูในรายละเอียดเพิ่มเติมครับ กระแสเงินสดของท่าน กระแสเงินสดในกิจกรรมการลงทุนนั้นท่านซื้อลิขสิทธิ์รายการ และต้นทุนการผลิตรายการ ๒๙๔ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้มีผู้อภิปรายไปแล้วผมไม่ต้องพูดถึงนะครับ เราอยากเห็นการนำเงินส่วนนี้มาช่วยสร้างผู้ผลิตคนไทยใหม่ ๆ ให้มากขึ้น ถ้าท่านเอากำไร ๓๐๐ ล้านบาทตรงนั้นมาใช้ต่อปี เพื่อสร้างผู้ผลิตรายการที่มีคุณภาพที่เป็นคนไทย เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยท่านปรับเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ดีขึ้น ผมว่าตรงนั้นน่าจะเป็นกิจกรรม ที่ควรจะส่งเสริมใช่หรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ๔๔ ล้านบาท ถ้าพูดจริง ๆ ตัวเลขตัวนี้ดูเหมือนจะมาก แต่ในธุรกิจของท่านภารกิจหลักของท่าน ผมคิดว่า ท่านซื้อน้อยเกินไป เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเทคโนโลยีตรงนี้สำหรับการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างยิ่ง ไทยพีบีเอสที่เราอยากเห็นก็คือเป็นผู้บุกเบิกทางด้านเทคโนโลยี ทางด้านสื่อสาธารณะ ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะเทคโนโลยีเป็นหัวใจของไทยพีบีเอส และที่สำคัญท่านประธานครับ ผมมีคำถามและขอคำตอบนะครับ ผมพบว่ามีเงินฝากประจำระยะยาว ๑๗-๒๔ เดือนของไทยพีบีเอสสูงถึง ๑,๓๖๐ ล้านบาท และที่น่าสนใจก็คือว่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้วท่านมีสูงขึ้น ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็คงจะเป็น เงินกำไรที่ท่านคาดการณ์ล่วงหน้าอยู่แล้ว นั่นก็หมายความว่าไทยพีบีเอสมีเงินเหลือนะครับ ปีหน้าไม่ให้ต้องงบประมาณเลยก็ได้ท่านก็ยังอยู่ได้นะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องกลับ ไปถามคำถามต่อคณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการบริหารไทยบีเอสว่า ท่านคิด อย่างไร ผมเข้าใจในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารที่จะต้องรักษาความต่อเนื่องและความมั่นคง ให้กับองค์กร แต่ตรงนั้นเท่ากับว่าท่านกำลังสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับองค์กรโดย ไม่เชื่อมั่นใน พ.ร.บ. ของไทยบีเอส ตรงนี้ผมว่าท่านจะต้องคิดให้หนักนะครับ และเมื่อผมลง ไปดูในงบการเงินรายละเอียดเพิ่มเติมพบว่า ท่านอบรมบุคลากรมี ๖ ล้านบาทนะครับ ผมคิด ว่าบริษัทเล็ก ๆ ยังใช้เงินมากกว่าไทยพีบีเอสในการอบรมพนักงานด้วยซ้ำไป และเราก็รู้อยู่ว่า คนของไทยพีบีเอสเป็นคนที่มีคุณภาพนะครับ ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อคนเหล่านั้น ทำไมเราไม่สร้าง คนใหม่ ๆ ยกระดับเขาให้มากขึ้น แล้วก็คนเหล่านั้นต่อไปเขาอาจจะไม่อยู่ไทยพีบีเอสก็ได้ จะไปอยู่ช่องอื่นก็ได้ แต่อันนี้เป็นการสร้างคนให้กับวงการสื่อสารของประเทศไทย ตรงนี้ ผมว่าเป็นภารกิจอีกด้านหนึ่งของไทยพีบีเอสที่แฝงอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นท่านน่าจะต้อง ลงทุนกับคนให้มากกว่านี้นะครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมอยากขอให้ท่านไปทบทวน นโยบายการเงินและนโยบายการให้บริการสื่อสาธารณะที่มีความสมดุล และสอดคล้องกับ บริบทของการเปลี่ยนแปลงให้มากขึ้น หัวใจของความสำเร็จของไทยพีบีเอสไม่ใช่กำไร จากการดำเนินการ ไม่ใช่จากการมีเงินทุนสะสมสูงนะครับ แต่เป็นเพราะว่าสังคมของเรา ได้ความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาคุณภาพของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่เสียเปรียบ ที่จะได้รับการพัฒนาในสังคมของเรา อันนั้นต่างหากที่จะเป็นความสำเร็จของไทยพีบีเอส ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผมไปดูแผนงานในปี ๒๕๖๒ ของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะ ในส่วนที่เป็นวาระหลักเพื่อขับเคลื่อนสังคม ไทยพีบีเอส คอร์ อเจนดาร์ (Core agenda) ท่านพูดถึงหลัก ๓ หลัก คือหลักของความเท่าเทียมทางสังคม โซเชียล อิควอลิตี (Social equality) หลักของวัฒนธรรมคัลเจอร์ (Culture) แล้วก็หลักของการศึกษาคือ เอ็ดดูเคชัน (Education) ใน ๓ ตัวนี้ท่านได้เขียนประเด็นว่าท่านจะสนใจในเรื่องอะไรบ้าง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ประเด็นของท่านตรงนั้นถูกส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่แหลมคมเพียงพอ ยังไม่มีเป้าหมายที่จะหวังผลของการเปลี่ยนแปลงเพียงพอ ผมขออนุญาตเสนอเป็นรูปธรรมเลยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นไทยพีบีเอส ในปี ๒๕๖๒ เราต้องการสร้างครูใหม่เข้าสู่ระบบการศึกษา ไทยพีบีเอสจะต้องไปคิดเรื่องนี้ และทำโครงการเรื่องนี้

ประการที่ ๒ เราจะยกระดับครูประจำการที่สอนอยู่ในโรงเรียนของเรา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐ โรงเรียนของเอกชนหรือโรงเรียนตามอัธยาศัย เราจะยกระดับ ของครูเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นภาระของไทยพีบีเอสที่จะสร้างสำนึกให้กับสังคม ได้เข้าใจในเรื่องของความจำเป็นที่จะต้องมีครูที่ดีในระบบการศึกษาของเรา ในส่วนของ การเมืองท่านพูดถึงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมอยากจะตั้งประเด็นกับท่านให้ ชัดเจนลงไปมากกว่านี้ก็คือว่า การเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ยกตัวอย่างเช่น ตำรวจ เรามีสำนวนของตำรวจที่ส่งฟ้อง เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วไทยพีบีเอส เอาสำนวนเหล่านั้นมาเปิดเผยกับประชาชนได้หรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่าสำนวน ของตำรวจที่ทำแบบนี้ทำให้ผู้ต้องหาหลุดคดี หรือผู้ต้องหาได้รับการลงโทษจากศาล เป็นต้น

ในเรื่องของวัฒนธรรม ไทยพีบีเอสทำโครงการที่จะทำให้เกิดการยอมรับ การเข้าใจและโดยเฉพาะการมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่ไปทำเวิร์กชอป (Workshop) เสวนาสร้างสรรค์เฉย ๆ แต่การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ต่างศาสนาแอลจีบีที (LGBT) หรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้เป็นรูปธรรมแล้วเกิดการยอมรับ ร่วมกันจริง ๆ ได้หรือไม่

ในส่วนของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ท่านอยากจะทำ ประเด็นชัดเจนวันนี้ พวกเราเป็น ส.ส. เรามีประชาชนที่ยากจนทั้งประเทศ ไทยพีบีเอสทำรายการที่จะให้ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีออกไปแก้ไขปัญหาความยากจนของพี่น้องประชาชนโดยตรง ได้หรือไม่ และรัฐบาลได้ตระหนักว่าจะต้องมีการลงทุนในเรื่องนี้ได้แล้ว มหาวิทยาลัยจะต้อง เปลี่ยนบทบาทไม่ใช่สอนอย่างเดียวแล้วต้องรับผิดชอบต่อความยากจนของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ล้อมรอบมหาวิทยาลัยเหล่านั้นด้วยได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ไทยพีบีเอสควรจะทำ ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้เป็นแผนงานซึ่งผมอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

ผมขออนุญาตใช้เวลาที่เหลือสรุปให้ไทยพีบีเอสได้เห็นว่า ประเด็นทั้งหมด ที่ผมกล่าวมานี้ ๑๐ ปีไทยพีบีเอสประเด็นที่ท้าทายท่าน

ประการที่ ๑ การเปลี่ยนแปลจากอนาล็อก (Analog) สู่ดิจิทัล เทคโนโลยี อันนี้เป็นประเด็นที่ท้าทาย

ประการที่ ๒ เงินอุดหนุน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของภาษีบาปประมาณปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะมีต่อไปหรือไม่

ประการที่ ๓ การปรับองคาพยพทั้งหมดของไทยพีบีเอสเนื่องจากบริบทที่ เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างองค์กร บุคลากร เทคโนโลยี จนกระทั่งถึงผลผลิตหรือ โพรดักต์ (Product) ของไทยพีบีเอสจะทำอย่างไร นั่นคือประเด็นที่ท้าทาย ๓ ประการ ที่ผมอยากจะขออนุญาตฝากกับไทยพีบีเอส

และประเด็นที่ผมขออนุญาตย้ำก็คือว่า ทั้งหมดที่ผมกล่าวนี้เป็นการ เปลี่ยนแปลงตามบริบท แต่ผมขอให้ไทยพีบีเอสรักษาจิตวิญญาณของสื่อสาธารณะไว้ เหมือนเดิม เพราะว่าตรงนั้นคือหลักประกันของการรับรู้ของสังคมในด้านข้อมูลข่าวสาร ที่เราจะเชื่อมั่นได้ว่า สังคมของเราจะเป็นสังคมที่ได้รับความเป็นธรรม สังคมที่มีความเข้าใจ อย่างถูกต้องและไม่ได้ถูกบิดเบือนโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในสังคมของเรา เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น แล้วก็ขออนุญาตย้ำอีก ครั้งหนึ่งครับท่านประธานด้วยความเคารพ จิตวิญญาณของสื่อสาธารณะท่านต้องรักษาไว้ ขอขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือ ๓ ท่าน สุดท้ายนะครับ คือท่านไวพจน์ ท่านเทพไท ท่านวทันยา ขอท่านละสัก ๑๐ นาทีนะครับ เชิญท่านไวพจน์เลยครับ

พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ กำแพงเพชร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดกำแพงเพชร วันนี้มีโอกาสดีที่ได้มาพูดในเรื่องของไทยพีบีเอส ไทยพีบีเอสนี้เป็นสถานีโทรทัศน์ซึ่งตั้งขึ้น ตาม พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ วัตถุประสงค์มีด้วยกันหลายประการ เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ที่สนับสนุน สังคมที่มีคุณภาพคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทย โดยผ่านทางบริการข่าวสาร ที่เที่ยงตรงรอบด้าน สมดุล ซื่อตรง ต่อจรรยาบรรณ ผลิตข่าวสาร บันเทิงการศึกษา หลากหลายมิติ โดยปราศจากอคติทางการเมืองหรือผลประโยชน์ทางพาณิชย์

ข้อที่ ๓ ส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนให้ก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงกับการ เปลี่ยนแปลงของโลกทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น

ข้อที่ ๔ ส่งเสริมเสรีภาพให้การรับรู้เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตย

ข้อที่ ๕ สนับสนุนให้การมีส่วนร่วมของประชาชน

ข้อที่ ๖ สนับสนุนกิจการสาธารณะประโยชน์อื่น ๆ เพราะฉะนั้นนี่คือ วัตถุประสงค์ของการตั้งไทยพีบีเอส ผมอยากนำเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ มีหลายเรื่องที่ทางไทยพีบีเอสยังไม่ค่อยดำเนินการ ไปสนับสนุนในเรื่องต่างชาติเยอะเกินไป พูดง่าย ๆ ผมเป็น ส.ส. ตลาดล่างนะครับ ผมอยากเห็นไทยพีบีเอสเสนอเรื่องการเที่ยว เมืองไทยครับ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ ไม่ใช่ออกข่าวแต่ต่างประเทศ ไปเที่ยวต่างประเทศ เอาเงินเราไปเสียต่างประเทศโดยเปล่าประโยชน์นะครับ เมืองไทยมีที่เที่ยวเยอะแยะไปหมด ไหว้พระ ๙ วัด ไปสิครับได้บุญด้วย เที่ยวเมืองไทยด้วย เงินไม่ออกต่างประเทศหรอกครับ โอทอป (OTOP) เมืองไทยมีเยอะแยะไปหมด ออกเยอะ ๆ สิครับ มีเงินเข้าสู่ประเทศไทยด้วย มีงานแห่เทียนที่จังหวัดอุบลราชธานี มีกระทงสายที่จังหวัดสุโขทัยที่จังหวัดตาก ออกสิครับ ออกข่าวเยอะ ๆ ให้สังคมได้รับรู้ ได้เห็น ได้ไปเที่ยว ไม่เสียเงินออกต่างประเทศ ออกข่าว แต่ต่างประเทศ อันโน่นก็ดี อันนี่ก็ดี เมืองไทยไม่สนับสนุน วันนี้ต้องช่วยสังคมครับ ท่านบอกแล้ว ท่านจะช่วยคนไทยในประเทศ ช่วยประเทศ ท่านต้องทำสิครับ

แล้วผมถามเรื่องหนึ่ง ท่านเอาเงินไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านช่วยสังคมไทย อะไรบ้าง วันนี้ประเทศไทยเกิดภัยแล้ง ถามว่าสถานีของท่านช่วยประเทศไทยอะไรบ้าง ช่วยได้ไหมครับ ช่วยเสนอในสิ่งที่สร้างสรรค์ว่าเราจะทำอย่างไร เป็นตัวชี้นำรัฐบาลหรือสังคม ว่าวันนี้ภัยแล้งเกิดขึ้นกับประเทศไทย ไม่ใช่ท่านไปถ่ายรูปแต่ว่าภัยแล้ง ภัยแล้ง ภัยแล้ง แต่ไม่คิดที่จะช่วยกันแก้ปัญหาของประเทศ นำเสนอต่อสังคมว่าเอาน้ำมาจากแม่น้ำสาละวิน ได้ไหม ที่เขาทำวิจัยไว้แล้วว่าจะเอาน้ำจากเขื่อนมา จากขุนยวมเอาเข้ามาเขื่อนภูมิพล เอามาที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเข้ามาสู่เขื่อนภูมิพลมาช่วยมันก็ไม่มีภัยแล้งเกิดขึ้น หรือเอาน้ำจากแม่น้ำโขง ท่านไปดูได้ไหมครับ ท่านออกข่าวอย่างนี้ได้ไหมครับ ขอโทษนะ ผมก็ไม่ได้ตำหนิเอาแต่ดารามา เอาอะไรมา ความบันเทิงมันก็ได้ส่วนหนึ่งครับ แต่ว่าความอยู่รอด ของสังคมมันต้องมีบ้าง ผมอยากเห็นอย่างนี้ครับว่าท่านไปเลย วันนี้ไวพจน์พูดว่าเขาจะเอา น้ำจากแม่น้ำสาละวิน หรือแม่น้ำเมยสาขา เอาเข้ามาเขื่อนภูมิพลปีละหลายหมื่นล้าน ลูกบาศก์เมตร จะแก้ปัญหาภัยแล้ง จะทำระบบน้ำท่อมาจากเขื่อนภูมิพลมาสู่ภาคกลาง อย่างนี้ทำได้ไหม นำเสนอหน่อยสิครับ ไปถามกรมชลประทานว่าไหนที่คุณทำวิจัยไป เยอะแยะหมด คุณทำถึงไหนแล้ว ช่วยกันกระตุ้นอย่างนี้ครับ ผมว่าเกิดประโยชน์ครับ แต่ถ้าท่านไปถ่ายรูปทุ่งนาแห้งแล้งก็พูดแค่นั้น แล้วมันไม่คิดสร้างสรรค์ บางทีติแล้วมันต้องก่อ หาทางออกให้เขาด้วย ท่านต้องช่วยกันครับ ถ้าหากท่านไม่ช่วยอะไรเลย ท่านก็ทำไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นเลย ผมอยากจะนำเรียนอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้ธนาคารน้ำใต้ดิน ท่านไปออกข่าวให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ไปตามหน่อยได้ไหม หลวงพ่อสมานทำธนาคารน้ำใต้ดิน แก้ภัยแล้งครับ เขาทำกันทั่ว พระสงฆ์องค์เจ้าเดือดร้อนเข้ามาช่วยแล้ว แต่ไทยพีบีเอส เอาสตางค์ภาษีประชาชนไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่ช่วยกันเลยครับ ช่วยกันหน่อยได้ไหมครับ หลวงพ่อสมานเข้ามาช่วยแล้วนะครับ ธนาคารน้ำใต้ดิน หรือโคกหนองนาท่านไปช่วยหน่อย เดี๋ยวชาวบ้านก็จะช่วยกันทำพอช่วยกันทำมันก็จะเป็นคลังน้ำใต้ดินมหาศาล น้ำก็ไม่ท่วม น้ำก็ไม่แล้ง ท่านต้องช่วยกันครับ ช่วยกระตุ้นสังคม ท่านบอกแล้วท่านจะช่วยสังคม ช่วยเหลือประเทศชาติ แต่สิ่งดี ๆ อย่างนี้ท่านดูเหมือนเชยหรืออย่างไรครับ แต่ผมว่าเกิด ประโยชน์นะครับ วันนี้เริ่มทำกันทั่วประเทศไทยแล้วครับ ขอบคุณอาจารย์จากมหาวิทยาลัย หลาย ๆ ท่านที่ตำหนิติติงเรื่องธนาคารน้ำว่าไม่ควรจะเอายางรถยนต์ ไม่ควรที่จะเอาขวดใส่ ลงไปใต้ดิน อันนี้ท่านต้องบอกครับ ผมก็คิดเหมือนกัน ต้องเอาหินครับ ถ้าเราช่วยกันพูด มาก ๆ ช่วยกันตีกลอง ช่วยกันร้องป่าว รัฐบาลก็ต้องเข้ามาดำเนินการเอางบประมาณ สนับสนุน จังหวัดกำแพงเพชรผม ตำบลวังหามแหตอนนี้น้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง เอาน้ำลงรูครับ ทำธนาคารน้ำ ทำโคกหนองนา ไม่มีน้ำแล้งครับ จังหวัดอุบลราชธานีเหมือนกันครับ ก็อย่างนี้ ท่านต้องช่วยกัน ท่านเอาเงินไป ผมเห็นแล้วที่รายงานมา มีการแข่งขันควาย แข่งขันรถอีแต๋น สิ่งนี้ผมชอบครับ วิถีชีวิตชาวบ้านครับ หลังจากทำไร่ทำนาแล้ว หรือจะเริ่มฤดูกาล มีบั้งไฟเรียบร้อยก็มาแข่ง อีต๊อกอีแต๋นกัน แข่งวิ่งควาย อันนี้เกิดประโยชน์ครับ เกิดความรักความสามัคคี พ่อแม่ลูก มาอยู่ด้วยกัน ไม่มีอะไรจะมีความสุขเท่ากับชีวิตชนบทครับ ท่านมีสตางค์ร้อยล้าน พันล้าน แต่ท่านนอนบนเตียงไม่เกิดประโยชน์ แต่อันนี้มาสนุกสนานกันพ่อ แม่ ลูกมาดูกัน พอทำเสร็จ แข่งขันกันเรียบร้อยก็หว่านข้าว หว่านกล้า นั่นคือวิถีชุมชนของชาวบ้าน ประโยชน์ได้หรือไม่ มหาศาล ความรักความสามัคคี สร้างรายได้ สร้างการท่องเที่ยว ฝรั่งมาเต็มหมดครับ ฝรั่งงงครับ ฝรั่งไม่เคยเห็น แข่งอะไรกัน แข่งรถอีแต๋น ที่บ้านผมครับ ที่โกสัมพี วิ่งควายที่จังหวัดชลบุรี ดูกันเต็มหมดครับ ท่านจะไปเอารถสูตร ๑ สูตร ๒ เมืองนอก อย่าเอามาลงครับ มันสูงเกินครับ เราไม่มีเงินไปดูหรอก เมื่อสักครู่น้อง ๆ ส.ส. ทางจังหวัดศรีสะเกษก็บอกว่าแข่งขันฟุตบอล ช่วยกันหน่อยนะครับ วันนี้ใครเป็นนักฟุตบอลค่าตัวหลายสิบล้านนะครับ ไปดูสิเด็กบ้านนอก ที่เก่ง ๆ เข้าไปเลย เก่งด้านกีฬาเอามา

เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเรียนอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องสุดท้าย ท่านครับ ความสงบสุขของชาติบ้านเมืองนี้สำคัญที่สุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมดีใจมากครับ ผมเห็นทางสว่าง ปลายอุโมงค์ แต่ผมไม่เห็นไทยพีบีเอสได้เสนอข่าวเรื่องนี้เลย ท่านต้องช่วยจุดประเด็นหน่อยครับ เหตุที่ผมบอกเห็นทางสว่างปลายอุโมงค์เรื่องอะไรรู้หรือไม่ครับ ศาลตัดสินคดี นปช. เรื่องก่อการร้าย ศาลยกฟ้องครับ สัญญาณออกมาดีอย่างนี้แล้ว ไม่ว่าเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อเขียว หรือรัฐบาลเองออกมานี้ชาวบ้านดีใจนะครับ ดีใจมากที่ เอาละ สัญญาณ การปรองดองของประเทศไทยเกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องการให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้งขึ้น ถามว่าผัวกับเมียทะเลาะกัน แล้วเมียก็บอกว่ากูชนะ ผัวก็บอกว่ากูชนะ แต่ลูกติดม้า ลูกไม่เรียนหนังสือ ชนะแล้วได้อะไรขึ้นมา เช่นเดียวกันครับ วันนี้เราไม่โทษเหลือง เราไม่โทษแดง เราไม่โทษเขียว เราไม่โทษใครเลย เรายกมือไหว้ทุกคน ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า ประชาชนต้องอยู่ดีกินดี ท่านต้องนำเสนอเรื่องนี้ว่าประเทศไทยกำลังเดินสู่ความปรองดอง ประเทศเราจะพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดีเราไม่มีความขัดแย้งแล้ว พอส่งสัญญาณไปเรื่อย ๆ ลุงตู่ผมครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ท่านออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเลย เสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อเขียว ไม่ต้องแล้ว ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า เลิกทะเลาะกัน ใครได้รับความเดือดร้อน หรือมีผลกระทบก็เยียวยาไป เอาประเทศเป็นหลักครับ อย่างนี้ฝากท่านไปช่วยหน่อยได้หรือไม่ ผมเชื่อมั่นว่าท่านเป็นนักสื่อสารมวลชน ท่านเป็นนักวิชาการ ท่านสามารถเอาคำพูด แบบบ้านนอก ๆ อย่างผมนี้ไปประยุกต์และใช้ จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับชาติบ้านเมืองต่อไป ผมพร้อมที่จะสนับสนุนไทยพีบีเอสที่จะดำเนินการต่อไป ขอให้ท่านได้ใช้เงิน อย่างมีประสิทธิภาพและคิดถึงชาติบ้านเมืองและประชาชนเป็นหลัก ขอกราบขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของไทยพีบีเอส ซึ่งผมได้อภิปรายเรื่องนี้ไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็มาวันนี้อีกครั้งหนึ่งก็เวลาห่างกันเป็นเวลา ๖-๗ ปี เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลา ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามไทยพีบีเอส สักเท่าไร เพราะว่าในยุคที่สื่อเลือกข้างผมก็คนหนึ่งที่ติดตามทั้ง ๒ ข้าง จนถึงปัจจุบัน ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็จะดูในลักษณะสื่อเลือกข้างที่บางคนก็ไปดูในเนชั่นทีวีบ้าง บางคน ก็ไปดูวอยซ์ทีวีบ้าง บางคนไปดูบลูสกายทีวีบ้าง บางคนก็จะไปดูพีซทีวีบ้าง ซึ่งทีวี (TV) ทางดาวเทียมช่องมันติดกัน ซึ่งค่อนข้างจะง่ายมากสำหรับการสลับดูกัน ส่วนไทยพีบีเอส ผมก็ได้ติดตามในฐานะที่เป็นคนการเมืองคนหนึ่ง แล้วก็เห็นว่าความก้าวหน้าของไทยพีบีเอส จากรายงานฉบับนี้พูดถึงความสำเร็จในการบริการข่าวสารของไทยพีบีเอส ๓ ช่องทาง ก็คือทางสถานีโทรทัศน์ได้เพิ่มขึ้นถึง ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเพิ่มเยอะท่านประธาน ส่วนผู้ชมทางสื่อใหม่ทางสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชัน (Online Application) อันนี้เพิ่มขึ้นถึง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเป็นความสำเร็จของไทยพีบีเอสเลย ส่วนสถานีวิทยุออนไลน์ บนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน (Web site Application) อันนี้รายงานบอกว่าเพิ่มจำนวน ๓.๘๒ ล้านวิว หรือร้อยละ ๑๒.๖๖ แต่ในกราฟฟิก (Graphic) ค่อนข้างจะผิดเป็น ๓.๘๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ถูกต้องก็น่าจะ ๑๒.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าทั้ง ๓ ช่องทางนี้ก็ค่อนข้าง ที่จะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นขอชื่นชมกับการทำงานของช่องไทยพีบีเอส ถ้าดูในผัง รายการของไทยพีบีเอส ผมสนับสนุนเรื่องการเสนอข่าวสารของช่องทีวีมากที่สุดก็เพราะว่า ผมเป็นนักการเมือง เพราะฉะนั้นเวลาจะเปิดก็จะเปิดดูทีวี (TV) ที่เสนอข่าวสารมาก และยิ่งในทีวี (TV) ปัจจุบันก็จะเห็นได้ชัดว่าทุกช่องมีการแข่งขันกัน เปิดไปช่องไหน ก็ประกวดร้องเพลง ร้องเพลงชิงทุน ร้องเพลงเลี้ยงชีพทุกช่องเลย อันนี้ที่ดีใจหน่อยก็คือว่า ไทยพีบีเอสไม่ตามกระแสนั้น ยังยืนยันให้การบริการทางข่าวสารเหมือนเดิม ถ้าหากดูจาก รายงานก็คือ ๕๑.๒๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเกินครึ่ง แต่ข้อสังเกตของผมที่จะฝากไปยัง คณะกรรมการผ่านท่านประธานก็คือว่า ในเมื่อไทยพีบีเอสเราเป็นสถานีข่าวสาร คือผมก็อยากจะให้ไทยพีบีเอสมีจุดเด่นหรือจุดขาย หรือรายการข่าวสารของไทยพีบีเอส เป็นที่ติดตามของพี่น้องประชาชน คือในวันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าพูดถึงจุดขาย ของรายการข่าวของไทยพีบีเอส เราแทบจะไม่มีเลย เวลาจะนึกถึงข่าวช่องไหนก็น้อยคน ที่จะนึกถึงไทยพีบีเอส ผมก็เลยอยากจะเรียนว่าส่วนนี้จำนวนสัดส่วนถือว่าผมค่อนข้างพอใจ แต่ว่าก็อยากจะให้ปรับปรุงให้ข่าวที่น่าจะชวนติดตาม ที่ผมติดตามมากแล้วก็ได้ไปออกด้วย ก็คือตอบโจทย์ของไทยพีบีเอส ผมก็คิดว่าเป็นหนึ่งรายการที่ประชาชนสนใจแล้วก็เฝ้าติดตาม

ส่วนความสำเร็จ อีกเรื่องหนึ่งที่ไทยพีบีเอส ที่ท่าน ผอ. ได้รายงาน เรื่องผลงานเด่นในปี ๒๕๖๑ อันนี้ก็ต้องยอมรับจริง ๆ เรื่องถ้ำหลวง หมูป่านี่นะครับ มีการถ่ายทอดสด แล้วผมก็คนหนึ่งที่ติดตามไทยพีบีเอสช่องเดียว แล้วก็พูดกับทุกคนว่า เป็นโอกาสดีของไทยพีบีเอสที่ทำให้คนรู้จักช่องนี้ แล้วก็ทำให้คนติดตาม และผมก็คาดหวังว่า หลังจากติดตามเรื่องนี้แล้วก็คงจะติดตามไทยพีบีเอสต่อ แต่ว่าจนถึงบัดนี้ผมก็ไม่แน่ใจ ตัวเลขว่ามีพี่น้องติดตามเพิ่มขึ้นสักเท่าไรนะครับ แต่เชื่อว่านี่คือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของไทยพีบีเอสจริง ๆ ก็อยากจะให้ไทยพีบีเอสรักษามาตรฐานอันนี้ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลามีภัยพิบัติหรือว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติอย่างนี้ ก็อยากจะให้ไทยพีบีเอสได้ทุ่มเท และจับสถานการณ์ด้วยความฉับไว เพราะจะได้เป็นการชิงพื้นที่การตลาดของสื่อของข่าว จากท่านผู้ชมนะครับ

ส่วนในเรื่องของผังรายการ จากการรายงานของท่าน ผอ. ผมคิดว่า ผังรายการในปี ๒๕๖๒ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับในปี ๒๕๖๒ สถานการณ์ทางด้านการสื่อค่อนข้าง จะเปลี่ยนไป หลังจากสื่อดิจิทัลต้องปิดตัวเองไปประมาณ ๖-๗ ช่อง ส่วนที่ปิดไปส่วนใหญ่ ก็เป็นสื่อที่เกี่ยวกับรายการเด็ก รายการครอบครัวซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการแย่งตลาด ผู้ชม เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าตลาดตรงนี้ช่องอื่นดิจิทัลช่องอื่นก็คงจะไม่มีใครอยากจะได้ ไม่มีใครอยากจะทำ เพราะเขาอยากจะเสนอในส่วนที่เนื้อหาที่เขาทำอยู่ ผมจะฝากไว้ ไทยพีบีเอสก็คือว่าน่าที่จะปรับปรุงเพื่อจะรองรับตลาดส่วนนี้ คนจะดูไม่ดูก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าไทยพีบีเอสเรามีทุนจากรัฐบาล เราไม่ได้ทำการค้า เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าก็ควรที่จะ ช่วงชิงการทำเสียก่อน ถ้าดูผังรายการจากที่รายงานมาจำนวนชั่วโมงก็สัก ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ผมก็คิดว่าก็ยังไม่เพียงพอสำหรับที่เราจะไปสนองตอบต่อตลาดของกลุ่มเด็ก แล้วก็ครอบครัวนะครับ

ส่วนในส่วนของภูมิภาค ศูนย์ข่าวภูมิภาคก็ต้องยอมรับว่าไทยพีบีเอสทำ ศูนย์ข่าวภูมิภาคเฉพาะภาคใต้ค่อนข้างที่จะดี มีการรายงานทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ไม่ว่าไฟป่าพรุควนเคร็งหรืออะไรก็ตาม ค่อนข้างที่จะฉับไว แล้วเรา ก็จะเห็นว่าบทบาทของผู้สื่อข่าวของไทยพีบีเอส ก็เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน แล้วก็ ติดชื่อ ติดหู ติดตา เหมือนกับ ๓ มิติเรามีแยม ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ศูนย์ข่าวไทยพีบีเอสภาคใต้ มีคุณติชิลา พุทธสาระพันธ์ อันนี้ติดตาเลย หรือติดหูคนเลยว่านี่คือ โลโก้ (Logo) ของศูนย์ข่าว ของช่องนี้นะครับ

ส่วนยุทธศาสตร์ของไทยพีบีเอสที่พูดถึงเรื่องความเป็นกลาง การให้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องเที่ยงตรงและความเป็นกลาง อันนี้ผมก็สนับสนุน แต่ว่าในความเป็นกลางนั้น ผมอยากจะให้พิจารณาถึงความรอบคอบหรือว่าความทั่วถึงด้วย สิ่งที่ผมอยากจะยกเป็น ตัวอย่างก็คือว่าในกรณีที่ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง และไทยพีบีเอสได้จัดเสวนาชุมชนเปลวไฟ ในเปลวเพลิงพรุควนเคร็ง เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ ที่ผ่านมาครับ คือที่ผมแปลกใจว่าวิทยากรที่ไป เสวนาส่วนใหญ่ก็เป็นคนในหมู่บ้าน เป็นคนชุมชน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ และตัวแทนจาก ไทยพีบีเอส ที่ผมสงสัยเพราะว่าผมเป็นผู้แทนตรงนี้ เป็นผู้แทนเขตนี้ และเป็นผู้แทนที่เสนอ แนวความคิดในการแก้ปัญหาป่าพรุควรเคร็งอย่างเป็นระบบมาเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ซึ่งก็ปรากฏในสื่อ แต่ว่าที่แปลกใจก็คือว่า เขาไม่ได้เชิญผมไปหรือว่าให้ผมไปร่วม ให้ไป แสดงความเห็นเพื่อที่จะให้สังคมหรือว่าวงเสวนาได้พิจารณา ตรงนี้ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ แต่ว่าผมก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะยุทธศาสตร์ของช่องที่ต้องการความเป็นกลาง ซึ่งอาจจะ มองเห็นว่าผมเป็นนักการเมือง ถ้าหากเอาผมไปให้ความเห็นอาจจะไม่เป็นกลาง ผมเข้าใจ อย่างนั้นนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเจ้าของพื้นที่ก็น่าจะ มีสิทธิ์ในการที่จะนำเสนอในสื่อของไทยพีบีเอสด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้กำลังใจกับ ไทยพีบีเอส แล้วหวังว่าไทยพีบีเอสก็คงจะยึดแนวทางที่เป็นสื่อกลางให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยพีบีเอสก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านเทพไทนะครับ ลำดับต่อไปเป็นคุณวทันยา วงษ์โอภาสี เป็นสมาชิกท่านสุดท้ายที่จะ อภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ เชิญครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ เชิญครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคพลังประชารัฐ อันดับแรกก็อยากจะขอชื่นชมสนับสนุนทางสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอสในส่วนของคุณภาพ ในการนำเสนอข่าวในการยืนหยัดในการทำข่าว ในการเป็น สื่อสารมวลชนเพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็จะเห็นได้จาก ไม่ว่าจะเป็นบนหน้าจอหรือว่า ได้มีโอกาสรู้จักพนักงานบางท่านในไทยพีบีเอส ก็เห็นได้ว่าในไทยพีบีเอสเองก็มีบุคลากร ที่ล้วนเป็นบุคลากรที่มีความสามารถ แล้วก็จากในรายงานในเอกสารที่ทางไทยพีบีเอส ได้สรุปผลมาก็จะเห็นได้ถึงความตื่นตัวแล้วก็ความพยายามของทางคณะผู้บริหารที่ได้พยายาม ที่จะปรับตัวองค์กรของไทยพีบีเอสเองให้ปรับเปลี่ยนตามภูมิทัศน์ของสื่อที่วันนี้อุตสาหกรรม ของสื่อเองได้มีการปรับเปลี่ยนไป ก้าวเข้าสู่ในส่วนของยุคที่เป็นสื่อดิจิทัล ทีนี้ถ้าไล่เลียง กลับมาค่ะว่า ในเอกสารที่รายงานผลการปฏิบัติการประจำปีของไทยพีบีเอสในปี ๒๕๖๑ ที่ได้ส่งมา ดิฉันก็ได้มีโอกาสศึกษาข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คืองบการเงินที่ได้รายงานไว้ใน เอกสารฉบับดังกล่าว แต่ว่าก็ทำให้มีคำถามถึงความคุ้มค่าในการใช้เม็ดเงิน ซึ่งถือได้ว่าเป็น เม็ดเงินที่มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งภาษีนี้เราได้ถูกใช้ด้วยเจตนารมณ์เพื่อที่อยากจะ สนับสนุนให้เกิดสื่อเพื่อสังคม แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกวันนี้เองสื่อได้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสื่อส่วนใหญ่วันนี้ก็ต้องยอมรับบทบาทของสื่อโซเชียล (Social) หรือว่าสื่อในแพลตฟอร์ม (Platform) ดิจิทัลเอง ก็ทำให้เกิดคำถามว่าในส่วนของงบประมาณของไทยพีบีเอส ที่มีงบประมาณกว่าปีละ ๒,๔๐๐ ล้านบาทเองนี้ เป็นการใช้ภาษีเพื่อผลักดันเจตนารมณ์ อย่างที่ว่านี้คุ้มค่าจริง ๆ แล้วหรือไม่

เมื่อกลับมาดูในสัดส่วนรายการ ในผังรายการของไทยพีบีเอสตามที่ได้ชี้แจงไว้ ในเอกสารก็จะเห็นได้ว่า รายการของไทยพีบีเอสส่วนใหญ่จะเป็นรายการกลุ่มข่าว อยู่ที่๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถัดรองลงมาก็คือเป็นกลุ่มสารประโยชน์ที่ได้ชี้แจงไว้ในอกสารก็คือ อยู่ที่ ๔๕.๔๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าดูตามประเภทรายการแล้วเปรียบเทียบกับกลุ่มรายการ ตามที่ กสทช. ได้มีการแบ่งหมวดหมู่ของตัวทีวีดิจิทัล (TV Digital) ก็น่าจะจัดได้ว่า ไทยพีบีเอสเองก็อยู่ในกลุ่มที่เป็นหมวดหมู่ข่าวสารและสาระ เพราะว่า กสทช. ได้บังคับ เอาไว้ว่ากลุ่มที่เป็นหมวดหมู่ข่าวสารและสาระจะต้องนำเสนอรายการที่เป็นกลุ่มประเภทข่าว หรือสาระไม่น้อยกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของผังรายการทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มที่เป็น หมวดหมู่ก็คือกลุ่มประเภทรายการวาไรตี้ ซึ่งเราก็มีทั้งกลุ่มที่ ไม่ว่าจะเป็น ไฮ-เดฟฟินิชัน (High-Definition) หรือว่ากลุ่มที่เป็นแสตนดาร์ด เดฟฟินิชัน (Standard Definition) เอง ก็จะถูกกำหนดอัตราสัดส่วนของกลุ่มผังรายการว่าจะต้องมีกลุ่มที่เป็นข่าวและสาระไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากผังรายการทั้งหมด ทีนี้ถ้าพอมาดูจากผังรายการ ดิฉันก็เลยอยากจะขอยกตัวอย่างงบการเงินของบริษัท ที่ประกอบธุรกิจทีวีดิจิทัล (TV Digital) เช่นเดียวกัน แล้วก็รีเซต (Reset) อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ก็สามารถที่จะไปค้นในส่วนของงบการเงินมาได้ อยากจะขอยกตัวอย่างก็คือว่าถ้าดูงบการเงิน ของไทยพีบีเอสเอง โดยที่ตัดค่าเสื่อมดีพรีซิเอชัน (Depreciation) ออกไป งบประมาณ ของไทยพีบีเอสเองมีค่าใช้จ่ายในการที่เป็นการดำเนินงานที่เป็นโอเพอเรชัน คอสต์ (Operation Cost) จริง ๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มีคนดูเฉลี่ยทั้งวัน เรตติง (Rating) เฉลี่ยอยู่ที่ ๕๘,๐๐๐ คนต่อนาที ในช่วงเวลาที่เป็นไพร์มไทม์ (Primetime) ก็คือช่วงเวลา ๖ โมง ถึง ๒ทุ่ม ก็จะอยู่ที่ประมาณ ๘๕,๐๐๐ คนต่อนาที หรือถ้านำ งบประมาณทั้งหมดมาคิดย้อนหาต้นทุนเฉลี่ยในการดำเนินงานทั้งหมดของไทยพีบีเอส เป็นชั่วโมงก็คือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ บาทต่อชั่วโมง ทีนี้ดิฉันอยากจะขออนุญาต เอ่ยนามถึงบริษัทที่ประกอบธุรกิจทีวีดิจิทัล (TV Digital) เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท อัมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งประกอบตัวธุรกิจทีวีดิจิทัล (TV Digital) ช่องอัมรินทร์ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เป็นในส่วนของโทรทัศน์อยู่ที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มีค่าเฉลี่ยคนดูทั้งวันอยู่ที่ ๒๖๘,๐๐๐ คนต่อนาที ในช่วงไพร์มไทม์ (Primetime) เช่นเดียวกัน มีค่าเฉลี่ยคนดูอยู่ที่ ๕๖๐,๐๐๐ คนต่อนาที แต่ถ้าเรานำงบการเงิน ค่าดำเนินงานของทางสถานีโทรทัศน์อัมรินทร์มาหารเป็นค่าเฉลี่ยต้นทุนในการดำเนินงานต่อ ชั่วโมงก็จะอยู่ที่ต้นทุนก็คือ ๑๕๓,๐๐๐ บาทต่อชั่วโมง ยกตัวอย่างอีกหนึ่งสถานีโทรทัศน์ ก็ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานีโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล (TV Digital) เพราะว่าสามารถที่จะผลักดันให้มีงบการเงินเป็นกำไรสุทธิได้ ก็คือช่องเวิร์ค พอยท์ ช่องเวิร์คพอยท์เองถ้าไปศึกษาในรายละเอียดดูต้นทุนในการดำเนินงานในส่วนที่เป็น การดำเนินงานที่เป็นสถานีโทรทัศน์ แล้วก็ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วก็เช่นเดียวกัน ก็คือไม่นับ พวกต้นทุนที่เป็นค่าเสื่อมต่าง ๆ ก็จะพบว่า บริษัท เวิร์คพอยท์ เองก็มีต้นทุนค่าดำเนินงาน อยู่ที่ประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาทต่อปี ในช่วงอัตราเรตติง (Rating) หรือว่าค่าเฉลี่ยของคนดู ทั้งวันก็คือเฉลี่ยอยู่ที่ ๕๓๐,๐๐๐ คนต่อนาที ในช่วงไพร์มไทม์ (Primetime) ของ บริษัท เวิร์คพอยท์ มีค่าเฉลี่ยคนดูอยู่ที่ ๙๖๒,๐๐๐ คนต่อนาที ถ้าหารกลับมา เป็นต้นทุนค่าเฉลี่ยในการทำรายการโทรทัศน์ต่อชั่วโมงก็จะพบว่า บริษัท เวิร์คพอยท์เอง มีต้นทุนในการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ ๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อชั่วโมง ทีนี้ถ้ากลับมาดู ที่ในผังรายการของไทยพีบีเอสเองก็จะเห็นได้ว่ารายการส่วนใหญ่ของไทยพีบีเอสเอง ที่ดิฉันลองนับดูแล้วมีจำนวนประมาณอยู่ที่ ๑๒ ชั่วโมงต่อวัน ส่วนใหญ่จะเป็นรายการ ประเภทข่าวซึ่งมีรูปแบบในการผลิตรายการเป็นรูปแบบรายการที่ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือว่า ผลิตจากสตูดิโอเป็นรูปแบบรายการทอล์ก (Talk) ก็อาจจะมีในส่วนของต้นทุน ในการที่อาจจะต้องทำสกู๊ป (Scoop) หรือเนื้อหาเพิ่มเติมแล้วก็จะมีต้นทุนของทีมงาน ที่จะต้องออกไปทำรายการนอกสถานที่ แต่ว่าจากรูปแบบรายการดังกล่าวก็จะเห็นได้ว่า ต้นทุนส่วนของไทยพีบีเอสเองในการดำเนินงานก็จะเป็นต้นทุนที่เป็นฟิกซ์คอสต์ (Fix cost) สกู๊ป (Scoop) หรือว่ารายการที่เป็นการออกไปทำนอกสถานที่ก็จะเป็นต้นทุน ก็จะมีส่วนเพิ่มเติมของค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง แล้วก็อาจจะเป็นค่าใช้จ่ายเอ็กซ์ตรา (Extra) เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นไปนะคะ แต่ว่าเมื่อนำรูปแบบรายการและต้นทุน ค่าเฉลี่ย เมื่อเทียบกับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยกตัวอย่างก็คือรายการวาไรตี้ (Variety) แบบเวิร์คพอยท์เอง ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่ารูปแบบรายการมีรูปแบบรายการที่จะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ต้นทุนในเรื่องของศิลปินในการดำเนินงาน ต้นทุนเรื่องของฉาก หรือว่าต้นทุนที่ในภาษาทีวี (TV) เราเรียกว่าเอ็กซ์ตร้า (Extra) ก็คือผู้ชมที่เข้ามาอยู่ในห้องส่ง แล้วก็เป็นกองเชียร์ในรายการประเภทวาไรตี้ (Variety) เอง เราก็จะทราบดีว่าต้นทุน ในการที่จะทำรายการประเภทวาไรตี้ (Variety) เหล่านี้มันจะมีค่าดำเนินงานที่ค่อนข้างจะสูง มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับต้นทุนรายการประเภทข่าว ทีนี้แน่นอนค่ะว่า การที่จะเป็นสื่อเพื่อคุณภาพ

นายศุภชัย โพธิ์ศุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก สรุปเลยนะครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ค่ะ แน่นอนค่ะว่า ในการที่จะเป็นสื่อคุณภาพเพื่อสังคมก็ไม่สามารถที่จะวัดได้จากแค่เรื่องของเรตติง (Rating) หรือว่าจำนวนของยอดผู้ชม แต่ว่าการที่เราจะมองข้ามในส่วนของยอดผู้ชมเองเลยก็อาจจะ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะว่าอัตราเรตติง (Rating) หรือว่ายอดผู้ชมเอง ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกหรือว่าสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของรายการนั้น ๆ นะคะ ในสมัยที่ดิฉัน ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารในธุรกิจทีวีดิจิทัล (TV Digital) เองก็มักจะได้มีโอกาสพูดคุย กับบุคคลภายนอกหลากหลาย แล้วจะมีบุคคลมักจะเสนอความเห็นมาอยู่เสมอว่าอยากจะให้ ทำรายการคอนเทนต์ (Content) ต่าง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นเพื่อประโยชน์ต่อเยาวชนก็ดี บางคน ก็อยากจะให้ทำรายการเพื่อสุขภาพ เพื่อผู้สูงอายุก็ดี แต่ทั้งหมดนี้ในการที่จะทำคอนเทนต์ (Content) สิ่งที่ดิฉันมักจะย้ำเน้นอยู่เสมอก็คือว่า การที่อยากจะมีคอนเทนต์ (Content) รูปแบบรายการดี ๆ เหล่านี้ โจทย์ของมันไม่ได้อยู่แค่การที่จะทำอย่างไรให้มีคอนเทนต์ (Content) เหล่านี้เกิดขึ้น แต่โจทย์ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือว่าจะทำคอนเทนต์ (Content) อย่างไรให้มีความน่าสนใจ และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าจะต้องนำคอนเทนต์ (Content) เหล่านั้น ไปอยู่ในบริบท หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือแพลตฟอร์ม (Platform) หรือว่าอาจจะเป็น ช่องสถานีโทรทัศน์ที่มียอดจำนวนผู้ชม หรือถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือว่ามียอดทราฟฟิค (Traffic) มีอายบอล (Eyeball) อยู่แล้ว ถ้าให้ดิฉันเปรียบก็คือเปรียบเสมือนว่าถ้าเราไปสร้างห้าง แล้วนำห้างไปตั้งไว้อยู่บนกลางทุ่งนาโดยที่ไม่มีถนนที่ตัดผ่าน ไม่มีถนนที่จะสามารถนำ ผู้บริโภคหรือว่าผู้ชมเข้าไปสู่ห้างนั้นได้ การที่มีคอนเทนต์ (Content) ดี ๆ แล้วนี่จะมี ประโยชน์อย่างไรถ้าเกิดว่าไม่มีผู้รับชมนะคะ ซึ่งวันนี้เองดิฉันก็คิดว่าด้วยบริบทของสื่อ ที่เปลี่ยนไปอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า วันนี้เองกลุ่มผู้ชมเองก็ได้ปรับตัวออกจากฐาน ที่เป็นโทรทัศน์ไปสู่แพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นดิจิทัลหรือว่าโซเชียล ออนไลน์ (Social Online) อื่น ๆ มากมาย ก็อยากจะให้ทางไทยพีบีเอสเอง หรือว่าผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มีการทบทวนถึงงบประมาณความคุ้มค่าในการที่จะนำงบประมาณไปใช้เพียงแค่บนสถานี ที่มุ่งเน้นโดยหลักก็คือการทำคอนเทนต์ (Content) บนสถานีโทรทัศน์นะคะ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าวันนี้เองดิฉันก็เชื่อ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เลยเวลามาพอสมควรแล้วนะครับ ขอบคุณนะครับ หมดเวลาแล้ว

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวขอสั้น ๆ ค่ะ แล้วเดี๋ยวจะรีบสรุปนะคะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังไม่สรุปอีก

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

อีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาครึ่งนาที แล้วกันนะครับ สรุปเลยครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉันก็คิดว่าผู้บริหาร หลาย ๆ สถานีเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่ากลุ่มประเภทรายการที่ต้องการจะเข้าถึงกลุ่ม วัยรุ่นหรือเยาวชนเองบางครั้งต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้แล้วก็ความเชี่ยวชาญ ในการที่จะทำคอนเทนต์ (Content) เพื่อให้ตรงใจแล้วก็โดนใจกลุ่มที่เราต้องการจะสื่อสาร เพราะฉะนั้นคือวันนี้ดิฉันก็เห็นว่าผู้ประกอบการทีวี (TV) หรือว่าคอนเทนต์ (Content) หลาย ๆ คนต้องติดอยู่ในกับดักของเรตติง (Rating) หรือว่าในกับดักที่เป็นในเรื่องของทุนนิยม ก็อยากจะฝากถึงทางผู้บริหารหลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารไทยพีบีเอสหรือว่าผู้บริหาร ของประเทศเองว่าจะพิจารณาอย่างไรที่จะนำเม็ดเงินเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างกว้างขวางจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การสนับสนุนผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนะครับ เพราะว่าหมดเวลาแล้วเดี๋ยวประธานก็จะโดนประท้วงอีกครับ เชิญครับ

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ค่ะ ทั้งหมดนี้ก็อยากจะ ขอเรียกร้องให้มีการทบทวนแล้วก็อยากจะขอ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธาน

นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี แบบบัญชีรายชื่อ

สนับสนุนให้ทางไทยพีบีเอส ก็ยังคงยืนหยัดในคุณค่าในการเป็นสื่อมวลชนค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมก็เตือน ท่านผู้อภิปรายอยู่นะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

เอาให้น้องเขาพูดให้จบ ท่านประธาน ให้ผู้อภิปรายพูดให้จบ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบแล้วครับ เชิญท่านผู้ชี้แจง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ วันนี้ฟังท่านมาตั้งแต่เช้า จนถึงกลางวัน จนถึงเย็น ตกลงว่าท่านทั้ง ๓ ท่าน ทั้งประธาน รองประธานทั้ง ๒ ท่าน มีเจตนาอะไร มีเจตนาอะไร ที่ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรหลายอาทิตย์แล้ว ท่านปล่อยให้มีการอภิปรายหลายสิ่ง หลายอย่าง ผมสังเกตมาหลายอาทิตย์แล้ว ตกลงท่านจะให้จบหรือไม่ พรุ่งนี้ท่านจะให้ข้อบังคับ ของสภาผู้แทนราษฎรจบหรือไม่ เพราะว่าอาทิตย์หน้าท่านก็หยุด แล้วกว่าจะมีกรรมาธิการ กว่าจะตกลงกันได้ทุกคณะ ส.ส. จะมีโอกาสได้ทำงานเพื่อประชาชนหรือไม่ ท่านมีเจตนาอะไร พรุ่งนี้จะเสร็จหรือไม่ตอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ ตอบได้ไหม

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดุจังเลย ท่านพิเชษฐ์ ท่านอย่าข่มขู่ประธานนะครับ ท่านพิเชษฐ์ขออนุญาตวินิจฉัยครับ ผมไม่ได้มีเจตนา อะไรเลยทั้งท่านประธาน รองประธานทั้ง ๒ ท่าน ข้อบังคับจะเสร็จหรือไม่พรุ่งนี้ ผมตอบไม่ได้ครับ ต้องถามที่ประชุมครับ เพราะประธานคอยกำกับการอภิปรายหรือการประชุมให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อยนะครับ ฉะนั้นเมื่อสักครู่นี้ที่ผมยอมให้ท่านสมาชิกคุณวทันยาเลยเวลา ประมาณ ๓ นาทีเศษ เพราะตั้งแต่ผมนั่งเป็นประธานอยู่ตรงนี้ ผมยังไม่เคยเห็นท่านวทันยา ขึ้นอภิปราย ผมก็เลยให้โอกาสท่านในการที่จะนำเสนอเท่านั้นเองนะครับ คืออย่างนี้ครับ เรื่องข้อบังคับทางประธานอยากให้จบไว ๆ ครับ ก็ขึ้นอยู่กับทางท่านสมาชิกเราจะอภิปราย กันยาวขนาดไหน ฉะนั้นไม่ต้องถามท่านประธานหรอกครับ ท่านประธานอยากให้จบไว ๆ อยู่แล้วนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ผมไม่ได้โทษผู้อภิปรายว่าอภิปรายเกินเวลา ไม่เกี่ยวครับ มันเกี่ยวกับ ท่านประธานนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับผู้อภิปรายนะครับ ท่านประธานเข้าใจใหม่นะครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจ ท่านพิเชษฐ์ แต่ท่านฟังผมชี้แจง ฟังประธานชี้แจงนิดหนึ่ง เรื่องที่จะชี้ให้ท่านสมาชิกอภิปราย ผมเชิญสมาชิกได้อภิปรายตามโพยที่มี ตามที่ทางวิป (Whip) ส่งขึ้นมา ตามที่ท่านสมาชิกแจ้ง ความจำนงที่จะอภิปราย ประธานไม่ได้ไปขอให้ท่านสมาชิกอภิปราย โดยความตั้งใจของ ประธานเองนะครับ แต่เมื่อท่านสมาชิกแจ้งความจำนงมาประธานก็ไม่อาจที่จะห้ามได้ ก็ต้องให้ท่านสมาชิกอภิปราย ฉะนั้นไม่ได้มีเจตนาอะไรเป็นอื่นนะครับ ขอให้พวกเราทำงาน ด้วยความเข้าใจต่อกัน ผมว่าทางวิป (Whip) ไม่ต้องชี้แจงแล้วครับ เชิญท่านผู้ชี้แจง ได้รีบชี้แจงเลยครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้ชี้แจง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะคะ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ เพราะว่าดิฉัน ในนามของไทยพีบีเอส ถือว่าเวลา ๓ ชั่วโมงกว่าที่ได้รับความเห็นและข้อเสนอแนะจาก สมาชิกสภาทั้ง ๑๘ ท่านนั้นเป็นประโยชน์ต่อเราอย่างยิ่งค่ะ เพราะฉะนั้นก็ยังคงต้องยืนยันใน หลักการของสื่อสาธารณะนะคะว่า จิตวิญญาณของสื่อสาธารณะในการรับฟังเรื่องของการ ถูกตรวจสอบนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งนะคะ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าข้อแนะนำวันนี้เป็น ประโยชน์กับเรามาก ๆ นะคะ ดิฉันคงจะขอเลือกตอบเพียงบางประเด็นเท่านั้นนะคะ

ก่อนอื่นขออนุญาตท่านประธานที่จะขอชี้แจงในที่ประชุมสภานี้ เพื่อไม่ให้เกิด ความผิดพลาดต่อไปว่า ดิฉันไม่เคยพูดว่าเรตติง (Rating) ไม่สำคัญหรือไม่สนใจนะคะ เพียงแต่เปรียบเทียบให้เห็นว่า ถ้าเราดูเรตติง (Rating) ในบางช่วงของไทยพีบีเอสนั้นก็สูง เป็นหลักล้านเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญของประเทศอันเป็นการสะท้อน ให้เห็นว่า เมื่อทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญคนจะหันกลับมาพึ่งสื่อที่เขาเชื่อถือได้มากที่สุด อันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นจุดแข็งของไทยพีบีเอสนะคะ แล้วเราก็ใช้เรตติง (Rating) เป็นเครื่องมือ ในการสะท้อนแล้วก็เปรียบเทียบการทำงานของเราอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งที่มีสมาชิกบางท่าน แนะนำเรื่องของเครื่องมือการประเมินนั้น ต้องเรียนว่าเราให้สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ ผลิตเครื่องมือในการวัดเรตติง (Rating) เชิงคุณภาพร่วมกับนักวิชาการหลายสถาบัน ซึ่งเสร็จแล้ว แล้วก็กำลังจะเริ่มใช้ในปีนี้เช่นกันนะคะ ต้องขอบพระคุณที่ท่านให้คำแนะนำ ดิฉันขออนุญาตพูดถึงประเด็นที่มีหลายท่านตั้งคำถามว่าเราจะเพิ่มผู้ชมได้อย่างไรนะคะ ก็ต้องเรียนว่า เราตระหนักดีว่าจุดแข็งของไทยพีบีเอสนั้นอยู่ที่เรื่องของข่าวที่เที่ยงตรง เป็นกลางและเชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นจุดแข็งของเราในการที่จะทำงานขยาย ส่วนนี้ให้มากขึ้นเพื่อที่จะเพิ่มผู้ชมนะคะ ต้องเรียนว่าต้นทุนในการทำรายการของไทยพีบีเอส ถ้าประเมินทั้งหมด ดิฉันต้องขอโทษที่ไม่มีข้อมูลภาพรวม แต่ว่าถ้าข้อมูลเฉลี่ยต่อนาที ของเรานั้น จากผลการประเมินล่าสุดอยู่ที่ ๓.๗๐ บาทต่อหนึ่งนาที ซึ่งข้อมูลตรงนี้จริง ๆ แล้ว ถ้าเทียบกับสิ่งที่ไทยพีบีเอสทำมากกว่าการรายงานข่าวหรือการทำรายการบนทีวี (TV) แต่ทำบนช่องทางแพลตฟอร์ม (Platform) ทุกช่องทางที่ดิฉันได้เสนอไปแล้วเมื่อช่วงต้นว่า มีผู้ที่เข้าถึงแบบเรียกว่า ก้าวกระโดด จากที่เราทำมาเมื่อปีที่แล้ว ดิฉันต้องถือว่าอันนี้ ก็เป็นการขยายส่วนของการทำงานรวมทั้งมิติในการสร้างการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ซึ่งจะขอ ไม่พูดถึงนะคะ แต่อยากเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่า ในการประเมินความคุ้มค่านั้นก็คงต้องดู ภารกิจของสื่อสาธารณะที่มากไปกว่าการผลิตรายการทีวี (TV) ด้วยนะคะ แต่ว่าข้อแนะนำ ของทุกท่านและความกังวลของทุกท่านเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรับไปปรับปรุงค่ะ ดิฉัน ขอเรียนว่าในส่วนของทีวี (TV) นั้นเรามีผลการประเมินและวิเคราะห์ตัวเองในเชิงการตลาด ชัดเจนว่า กลุ่มเป้าหมายของเราก็คือผู้สูงอายุ ๔๐ ปีอัป (Up) แล้วก็กลุ่มเด็กซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูก ละทิ้งจากทีวี (TV) ช่องพาณิชย์ เพราะฉะนั้นเราถือว่านี่คือเป้าหมายสำคัญที่เราจะต้องไปถึง แต่ส่วนของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจข่าวสารนั้น เราจะใช้ช่องทางสื่อใหม่ในการบุกกลุ่มนี้ มากขึ้น แล้วเราก็มีแผนชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช่องทางออนไลน์หรือว่า โอทีที (OTT) ที่กำลังจะขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และช่องทางทั้งที่เป็นเว็บไซต์ (Web site) ของไทยพีบีเอสเอง แล้วก็ช่องสื่อสังคมออนไลน์ที่คงจะต้องพัฒนาให้มากขึ้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเพิ่มผู้ชม ให้มากขึ้นก็คือ การวางยุทธศาสตร์แบบใหม่ที่ท่านจะได้เห็นการปรับตัวของเราในเร็ว ๆ นี้ ก็คือการคิดยุทธศาสตร์แบบที่เรียกว่าทรานส์มีเดีย (Transmedia) ก็คือไม่ได้คิดว่าทำทีวี (TV) หรือทำออนไลน์ แต่ทำทุกอย่างไปพร้อมกันนะคะ เพราะฉะนั้นอันนี้คือจุดที่เรากำลังจะไป และเราตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี ๒๕๖๔ เราจะเป็นโมบายเฟิร์ส (Mobile first) เพราะเราคิดทุกอย่าง อยู่บนฐานของโมบาย (Mobile) ด้วยนะคะ และจุดแข็งอีกอันหนึ่งที่เราจะพัฒนา ให้มากขึ้นหลังจากที่เราทำมาในช่วงปีนี้เป็นต้นไป ก็คือเรื่องของดาตา เจอร์นาลิซึม (Data Journalism) ซึ่งเราจะลงทุนศูนย์ข้อมูลหรือบิ๊ก ดาตา (Big Data) ตรงนี้เพื่อให้การรายงาน ข่าวและการทำรายการของไทยพีบีเอสอยู่บนฐานข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ และรอบด้าน และดิฉันคิดว่าศูนย์ดาต้า เจอร์นาลิซึม (Data Journalism) นี้ เราจะทำ เรื่องของการฝึกอบรมศักยภาพให้สื่อมวลชนในประเทศนี้ โดยเฉพาะสื่อท้องถิ่นด้วย เพราะว่าเราไม่ได้คิดถึงแค่คนไทยพีบีเอสเท่านั้น อันนี้คือภาพรวม ๆ ที่ดิฉันกล้ายืนยันว่า เราจะพยายามสร้างความต่างแล้วก็เพิ่มฐานผู้ชมให้มากขึ้นนะคะ ที่สำคัญมีบางท่านพูดถึงว่า เราแจกแจงกลุ่มผู้ชมหรือเปล่า จริง ๆ ต้องเรียนว่าเราได้ทำเรื่องนี้ทุกปี มีงานวิจัยที่ชัดเจนนะคะ อันนี้คือเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถวางแผนยุทธศาสตร์ได้นะคะ

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านพรรณิการ์ วานิช ได้ตั้งคำถามเรื่อง การเพิ่มงบคอนเทนต์ (Content) ดิฉันของเรียนว่าในปี ๒๕๖๒ นี้เราได้ตั้งงบของคอนเทนต์ (Content) เอาไว้คือ ถ้าหากงบประมาณส่วนที่เป็นค่าบริการโครงข่ายทีวี ดิจิทัล (TV Digital) ออกไปแล้ว จริง ๆ งบประมาณในการทำคอนเทนต์ (Content) ของเราอยู่ที่ ๔๖ เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วเราสามารถปรับให้เพิ่มขึ้นกว่านี้ได้ค่ะ รวมทั้งเรามีความตั้งใจที่จะลดงบประมาณ ในส่วนของงบดำเนินการประจำซึ่งมีอยู่ในแผนแล้วเราก็มีเป้าชัดเจน ต้องขอบพระคุณ หลาย ๆ ท่านที่ให้คำแนะนำนะคะ

ประเด็นที่ ๓ ที่จะขอตอบเร็ว ๆ ก็คือการส่งเสริมเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ อย่างที่เรียนไปแล้วว่าเราประกาศหลักการเราชัดเจนว่าเราจะต่อต้านและตรวจสอบข่าวลวง หรือเฟกนิวส์ (Fake News) แล้วเราไม่ได้ทำเฉพาะไทยพีบีเอส แต่จะจับมือกับเพื่อนสื่อ ทั้งหลายด้วย แล้วก็เรื่องของกิจกรรมขับเคลื่อนการรู้เท่าทันสื่อซึ่งจะต้องทำให้มากขึ้น

ประเด็นเรื่องของที่หลาย ๆ ท่านเสนอให้เราติดตาม เราจะรับไว้ทั้งหมด แต่ว่าอยากจะขอตอบเล็กน้อยเรื่องของภัยแล้งนะคะ เพราะว่าจริง ๆ ขณะที่เรากำลังประชุม กันอยู่ในที่นี้ที่ศูนย์อีสานของไทยพีบีเอสก็จัดเวทีเสวนาเรื่องของภัยแล้งและแม่น้ำโขงเช่นกัน รวมทั้งเราเปิดประเด็นเรื่องของภัยแล้งอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ต้นปีนี้นะคะ ซึ่งถ้าจะนับจำนวน ชิ้นข่าวเกี่ยวกับภัยแล้งตั้งแต่เดือนมกราคมเราได้เสนอไปแล้ว ๖๒ ชิ้นด้วยกัน หรือถ้านับ ของปีที่แล้วทั้งปีไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ชิ้นที่ได้รายงาน นี่เฉพาะชิ้นข่าวเราไม่ได้นับสกู๊ป (Scoop) หรือสารคดีต่าง ๆ รวมทั้งปีที่แล้วเรามีสารคดีที่เราภูมิใจก็คือสารคดีเดินทวนน้ำ ที่นำเอาแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มานำเสนอในเรื่องของการแก้ปัญหาน้ำ ในทุกรูปแบบ

อีกประเด็นหนึ่งที่หลาย ๆ ท่านเสนอ ดิฉันขอข้ามไปหลายเรื่องนะคะ เรื่องของความหลากหลายทางเพศอันนี้เป็นเป้าหมายของเราค่ะ ประเด็นที่ดิฉันไม่ได้พูดถึง ในแถลงการณ์นี้ก็คือว่า ต้นปีนี้เราได้ผลักดันเรื่องของความหลากหลายทางเพศให้เป็น หลักสูตรในชั้นประถมศึกษาผ่านรายการนโยบาย บาย (By) ประชาชน แล้วก็สามารถทำได้ สำเร็จ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาที่ท่านได้ย้ำประเด็นความสำคัญเรื่องนี้นะคะ เรื่องของ การเปิดให้ผู้ผลิตอิสระได้ร่วมงานแล้วก็การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตอิสระ ต้องเรียนว่า ในปีที่แล้วเราได้ใช้ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในการทำงานเรื่องผู้ผลิตอิสระ เพราะฉะนั้นเราอยู่ในกรอบนี้ แล้วเราก็นำข้อมูลทั้งหมดขึ้นรายงานตามพระราชบัญญัติ จัดซื้อจัดจ้างนะคะ แล้วก็ในการทำงานกับผู้ผลิตอิสระปีที่แล้วซึ่งมี ๕๔ รายนั้น เป็นการกำหนดกรอบรายการและวางแนวคิดที่มีการคัดสรร ส่วนที่ท่านแนะนำเราจะรับไป พิจารณาในการเพิ่มเติมในรายงานนะคะ

อีกประเด็นหนึ่งเรื่องที่ท่านจิรายุตอกย้ำให้ความสำคัญกับเรื่องของ การทำข่าวตรวจสอบภาครัฐ ขอเรียนว่าเมื่อปีที่แล้วทั้งปีและต้นปีนี้เรามีการทำสกู๊ป (Scoop) เรื่องของการทุจริตภาครัฐในยุค คสช. ซึ่งท่านสามารถไปดูย้อนหลังได้ เราทำต่อเนื่องตลอด แล้วก็โครงการที่เราตรวจสอบเกี่ยวกับงานทุจริต หรือว่าที่กำลัง ตรวจสอบอยู่ของภาครัฐนั้นมีมากทีเดียว อย่างที่ดิฉันได้เรียนไปแล้วว่ารางวัลข่าวสืบสวน สอบสวนยอดเยี่ยมต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นหลักประกันได้ แต่ดิฉันเห็นด้วยกับท่านว่ามันไม่มากพอ เรารับปากว่าจะทำให้มากขึ้นนะคะ จริง ๆ โครงการที่เรากำลังติดตามอยู่มีมากมาย และไม่ละทิ้งแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ อีอีซี (EEC) และโครงการทุจริตเงินคนยากไร้ และอื่น ๆ เราจะขอนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการตรวจสอบการทุจริตต่าง ๆ เหล่านี้ ขึ้นบนเว็บไซต์ (Web site) ของไทยพีบีเอสย้อนหลังให้ท่านเห็นว่า ๕ ปี ในยุค คสช. เราได้ทำเรื่องนี้มาอย่างไรบ้างนะคะ

อีก ๒-๓ ประเด็นที่จะขออนุญาตตอบสั้น ๆ ก็จะมีประเด็นเรื่องการทบทวน พ.ร.บ. ๑๐ ปี ที่ท่านสาทิตย์และหลายท่านได้ตั้งคำถาม ปีที่แล้วทั้งปีเราทำเวทีทบทวน พ.ร.บ. ๑๐ ปีค่ะ เราได้เชิญสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) หรือผู้ที่มีส่วนได้เสียกับ ไทยพีบีเอสจำนวนมากมาทำเวที ถ้าดิฉันจำไม่ผิดก็ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ครั้งด้วยกัน เรารวบรวม ข้อเสนอทั้งหมดแล้วก็จัดทำออกมาเป็นรายงาน แล้วทุกอย่างก็ตอบครบตาม มาตรา ๕๑ ที่ท่านได้ถามไว้นะคะ เรื่องนี้ดิฉันจะขอเอากลับไปหารือในที่ประชุมของกรรมการนโยบายว่า ข้อมูลที่เราทำรวบรวมไว้ทั้งหมดนี้เราจะนำเข้าสู่กระบวนการแล้วส่งต่ออย่างไร ก็จะขอรับไว้ ในเรื่องที่ท่านแนะนำนะคะ

อีก ๒ ประเด็นสุดท้ายที่มีท่านถามเรื่องประเด็นรายได้ตามคำสั่ง คสช. คืออะไร แล้วเงินเหลือจ่ายเราจัดการอย่างไร ดิฉันจะขออนุญาตให้คุณอนุพงษ์ รอง ผอ. สสท. ได้ตอบเรื่องประเด็นรายได้ตามคำสั่ง คสช. และให้คุณสุวรรณา รอง ผอ.อีกท่านหนึ่งตอบเรื่องของเงินเหลือจ่ายค่ะ เรียนขออนุญาตท่านประธานนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ ผู้ชี้แจง

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผมขออนุญาตชี้แจงเรื่องคำถามของท่านสมาชิกนายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช จากพรรคเสรีรวมไทยที่ตั้งคำถามเรื่องรายได้อื่น ๆ ที่เป็นเงินสนับสนุนตามคำสั่ง ของหัวหน้า คสช. ซึ่งอันนี้มี ๒ ส่วน คือ ฉบับแรกเป็นฉบับที่ ๗๖/๒๕๕๙ อันนี้เป็นเรื่องของ คำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ให้เงินสนับสนุนผ่านไปทาง กสทช. เพื่อให้เงินสนับสนุนนั้น กับผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะไทยพีบีเอสนะครับ อันนี้เป็นการเพื่อทำให้ทางสถานีโทรทัศน์นั้นได้ให้บริการผ่านระบบดาวเทียมหรือไดเรก ทู โฮม (Direct to home) คือเป็นการอุดหนุนเพื่อให้ไปเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมหรือว่า เกณฑ์ที่เรียกว่า มัสต์แคร์รี่ (Must Carry) อันนั้นเป็นอันที่หนึ่ง ส่วนคำสั่งที่ ๒ นะครับ เป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๙/๒๕๖๑ ซึ่งเป็นเรื่องของเงินอุดหนุนที่ให้กับผู้ให้บริการ โครงข่ายนะครับ ซึ่งไทยพีบีเอสเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงข่าย ๔ รายของประเทศ ซึ่งมีกรมประชาสัมพันธ์ อสมท. แล้วก็ ททบ. ๕ อันนี้เกิดขึ้นเพราะว่าทางผู้ประกอบการ ทีวีดิจิทัล (TV Digital) นั้น ก็ประสบปัญหามากมายที่ท่านทราบทางธุรกิจ ก็เป็นการให้เงิน อุดหนุนครึ่งหนึ่งสำหรับการชดเชยเงินค่าเช่าโครงข่าย คือไปจ่ายให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งในที่นี้ ก็คือสถานีโทรทัศน์ที่เป็นผู้ใช้บริการของโครงข่ายทีวีดิจิทัล (TV Digital) ของไทยพีบีเอส คืออาร์เอส แล้วก็บีอีซี ส่วนอีกอันหนึ่งก็เป็นเรื่องของบันทึกในรายงานผลการปฏิบัติงาน ในหน้า ๑๓๐ ในข้อ ๒๘ ที่ได้พูดถึงเรื่องของการคาดการณ์รายได้ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งบอกว่า ไทยพีบีเอสนั้นอาจจะได้รับผลกระทบจากผู้ใช้บริการโครงข่ายที่ขอคืนใบอนุญาต จากทาง กสทช. ซึ่งอันนี้ก็อย่างที่ท่านทราบ ตอนนี้ก็มีผู้ขอคืนใบอนุญาตทั้งหมด ๗ ราย ซึ่งใน ๗ รายนั้นก็มีช่องที่เป็นผู้ใช้บริการของไทยพีบีเอสนั้นอยู่ ๒ ช่อง คือ ช่อง ๓ เอสดี (3SD) แล้วก็ช่อง ๓ แฟมิลี (3 Family) เพราะฉะนั้นเป็นหมายเหตุที่ทางผู้สอบบัญชี คือทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงแนวโน้มรายได้ของไทยพีบีเอส ในปี ๒๕๖๒ ครับ ก็ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข ขอรายงานท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อสังเกตทางรายงานการเงินดังนี้ค่ะ ไทยพีบีเอสมีเงินสด เงินลงทุนชั่วคราว และเงินลงทุนระยะยาว รวม ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในจำนวนนี้มีภาระผูกพันที่ต้องจ่าย รอจ่าย และเป็นแผนงานในอนาคตดังนี้นะคะ จำนวนเงิน ๖๖๐ ล้านบาท เป็นเงินที่มีภาระผูกพันจากงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ผูกพันข้ามปี ไปยังปี ๒๕๖๒ จำนวน ๖๖ ล้านบาท เป็นเงินลงทุนที่วางแผนไว้ในการขยายโครงข่าย ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ในปี ๒๕๖๒ เงินจำนวน ๓๕๗ ล้านบาท เป็นภาระผูกพัน สิทธิประโยชน์พนักงานที่คำนวณโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย เงินจำนวน ๒๘๘ ล้านบาท เป็นหนี้สินที่ต้องจ่าย เป็นค่าจ่ายค้างจ่าย เงินจำนวน ๕๐๖ ล้านบาท เป็นเงินลงทุน ตามแผนพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือแผนไอซีที (ICT) ที่ไทยพีบีเอสได้วางไว้ ในระยะเวลา ๓ ปี เงินจำนวน ๕๐๐ ล้านบาท เป็นแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคต ด้านโอทีที (OTT) หรือ โอเวอร์ เดอะ ทอป (Over the top) ที่จะทำให้ไทยพีบีเอสก้าวเข้าสู่ ทรานส์มีเดีย (Trans media) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เงินจำนวนอีก ๑๕๐ ล้านบาท เป็นเงินสำรอง ด้านค่าใช้จ่ายในคดีระหว่างไอทีวีกับสำนักปลัด ที่จะต้องกันไว้ตามมาตรา ๕๗ เงินอีกจำนวน ๕๐๐ ล้านบาท เป็นเงินกันสำรองตามมติคณะกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส รวมเป็นเงิน ที่มีภาระผูกพันในอนาคตและเป็นเงินที่เตรียมไว้ลงทุนในอนาคตจำนวน ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท คงเหลือเงินหมุนเวียนอีกเพียงประมาณ ๘๐๐ ล้านบาทเท่านั้นค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ การประชุมเพื่อรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๑ ขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ก็น่าจะจบลงไปเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ผมต้อง ขอขอบคุณผู้แทนองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยทั้ง ๕ ท่าน ที่กรุณาให้เกียรติทางสภาของพวกเรา ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันมาพอสมควรแล้ว พรุ่งนี้เราประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา วันนี้ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๑๖ นาฬิกา