ศุภชัย โพธิ์สุ ชื่นชมบทบาทของไทยพีบีเอสรวมถึงการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาและการผลักดันกฎหมายเพื่อเด็กปฐมวัย พร้อมเสนอให้พัฒนาไทยพีบีเอสรูปแบบรายการให้เป็นเวทีทาวน์ฮอลล์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวางและเชิงรุกมากขึ้น ทั้งยังเน้นย้ำความจำเป็นในการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล โดยเสนอให้ใช้เรตติงเป็นแรงผลักดันในการสร้างสื่อคุณภาพ และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลผู้ผลิตรายการจากภายนอกอย่างโปร่งใส เพื่อลดความกังวลเรื่องการผูกขาด
ขอบคุณครับ อยากจะฝากท่านสมาชิกผู้อภิปรายทุกท่าน อยากจะขอให้ช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ เพราะแต่ละท่านเลยเวลาไป ๑ นาที ๒ นาทีอยู่เรื่อย ผมก็เกรงใจพวกท่านนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้เกียรติท่านสมาชิก ถ้าเราช่วยกันรักษาเวลาก็จะทำให้งานสภาของเราเดิน ไปด้วยดี ต่อไปเชิญท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร เชิญครับ ไทยพีบีเอสได้รับรางวัลมากมายในรอบปีที่ผ่านมา ๕๓ รางวัลนะครับ ที่ท่านผู้อำนวยการได้ กล่าวไปเมื่อตอนต้น ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมาย ผมคงไม่ต้องลงรายละเอียดแล้วนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายกันไปพอสมควร ผมอยากจะเน้นที่เรื่องเป้าประสงค์ ในรอบปี ๒๕๖๑ ที่ทางสถานีได้ตั้งเป้าเอาไว้ ท่านใช้คำว่า เป้าประสงค์ นะครับ ถ้าเราพูด ก็คือเป้าหมายนั่นละ เป้าประสงค์ของไทยพีบีเอสในรอบปีที่ผ่านมา ก็คือขับเคลื่อน การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าสำคัญมาก แล้วผมอยากจะพูดประเด็นนี้ ละเอียดสักนิดหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าท่านผู้อำนวยการได้ยกตัวอย่างหลายเรื่องที่เป็นผลงาน หรือเป็นความสำเร็จในการขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง ผมเองเมื่อตอนที่ได้รับ เล่มรายงานฉบับนี้ของทางไทยพีบีเอสก็ยังกังวลอยู่เล็กน้อย เพราะว่าตอนที่เปิดไปดูที่ หน้า ๑๐๐ นะครับ หน้า ๑๐๐ จะพูดถึงผลสำเร็จที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี่แค่ประโยคสั้น ๆ แต่ว่ากินใจผม ในขณะเดียวกันเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ถูกใส่ไว้ในผลงานเด่นทั้ง ๙ เรื่อง แต่ก็ดีใจที่ วันนี้เมื่อเปิดประชุมขึ้นมาท่านผู้อำนวยการได้พูดถึงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ก็แสดงว่าจริง ๆ แล้ว ท่านให้ความสำคัญ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญก็คือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา ในรอบปี ที่ผ่านมาผมคิดว่าไทยพีบีเอสแทบจะเป็นสถานีโทรทัศน์ช่องเดียวที่มีรายการหลากหลาย รูปแบบที่ต่อเนื่องตลอดรอบปีที่สะท้อนมุมมองต่าง ๆ ของการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเป็นรอบปีที่เรามีคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษา ไทยพีบีเอสแทบจะ เป็นสถานีเดียวที่มีรายการที่แตะเรื่องการศึกษาและเชิญผู้รู้ต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนความคิด ท่านผู้อำนวยการพูดถึงเรื่องของการตั้งประเด็นที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา ของประเทศไทยที่สำคัญเรื่องหนึ่ง แต่ผมคิดว่าคงไม่ถึงขนาดที่ท่านผู้อำนวยการพูดถึงเรื่อง การยกเลิกการสอบเข้า ป. ๑ แต่จริง ๆ สิ่งที่ไทยพีบีเอสทำก็คือเป็นเวทีสื่อสาธารณะ ที่มีส่วนร่วมอย่างสำคัญให้เกิดพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเพิ่งตราไป เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง แต่รอบปีที่ผ่านมานี้ไทยพีบีเอสเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ ผู้ปกครอง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้มาใช้เป็นเวทีสื่อสารสาธารณะออกไป และในที่สุดแล้วในพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เป็นพระราชบัญญัติฉบับแรกที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ต่อไปนี้การจัดการศึกษา หรือการพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องไม่เน้นวิชาการอีกต่อไป และต้องไม่เน้นการสอบแข่งขันกันอีกต่อไป แต่ว่าต้องเน้นพัฒนาการที่สมดุลกันระหว่างร่างกาย และจิตใจ และอารมณ์ของเด็ก ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังพูดถึงเรื่องของการสร้างสังคม แห่งการเรียนรู้ ซึ่งผมก็ดีใจที่นอกเหนือจากปี ๒๕๖๑ ที่ผมคิดว่าไทยพีบีเอสเป็นสื่อ ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดพระราชบัญญัติฉบับนี้ในทางการขับเคลื่อนทางสังคม ในปี ๒๕๖๒ ที่ผมดูในช่วงท้ายของเล่มรายงานฉบับนี้ ก็ยังมีระบุชัดเจนว่าทางสถานีจะมีการผลิตรายการ ที่เน้นย้ำเรื่องความสำคัญของเด็กปฐมวัย มีละเอียดถึงขนาดที่ว่าในหน้า ๑๔๓ นะครับ ท่านแยกเด็กปฐมวัยออกเป็นช่วงปีอีกต่างหากนะครับ ท่านบอกว่าเด็กปฐมวัย (๓-๖ ปี) เนื้อหารายการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางร่างกาย กล้ามเนื้อ อารมณ์ ความสัมพันธ์ และการเตรียมความพร้อมเมื่อถึงวัยเรียน นี่แสดงว่าสถานีเตรียมที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย ปี ๒๕๖๒ ซึ่งอันนี้ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีและผมคิดว่า กลุ่มต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะเป็นอีกเวทีหนึ่งที่สำคัญที่จะมี ช่องทางในการสื่อประเด็นของตัวเองไปยังสาธารณะให้รับทราบ แล้วก็ช่วยกันผลักดัน ประเด็นอื่น ๆ ที่จะเกี่ยวข้องต่อไป
เรื่องของการปฏิรูปอาชีวศึกษา ไทยพีบีเอสก็เป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ อาชีวศึกษาของไทยได้มีส่วนนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีออกไปสู่สังคมนะครับ ผมจำได้ว่ามี รายการที่เกี่ยวข้องกับอาชีวศึกษาทวิภาคี การเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ภาพลักษณ์ของ เด็กอาชีวศึกษาที่ไม่ใช่การทะเลาะวิวาท แต่เป็นภาพลักษณ์ของเด็กที่เอาดีมุ่งสู่ความตั้งใจ ในการเรียนหนังสือและการทำงานไปพร้อม ๆ กัน สิ่งเหล่านี้ทางสถานีก็ทำหน้าที่เป็น สื่อกลางที่สำคัญให้กับสังคมของเรา ซึ่งอันนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษ เพราะว่าอย่างที่ ผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าแทบจะไม่มีสื่อไหนที่จับต้องเรื่องพวกนี้เลย นอกจากนี้เมื่อสักครู่ก็มี ท่านสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องของการที่ทางสถานีมีบทบาทในการสร้างการมีส่วนร่วมของ พลเมือง ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับ รายการที่ท่านมีแน่นอนว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ แล้วก็นำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ผมอยากจะนำเสนออย่างนี้ว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเราสามารถที่จะพัฒนารูปแบบของรายการไปเป็นการประชุมเมือง ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ทาวน์ ฮอลล์ มีตติ้ง (Town hall Meeting) คือเป็นการประชุม เมืองเล็ก ๆ มีผู้บริหารท้องถิ่นเล็ก ๆ มีตัวแทนประชาชน ตัวแทนของภาคการเมือง ฝ่ายประชาชน ตัวแทนพรรคการเมืองต่าง ๆ ภาคประชาชนต่าง ๆ ที่เป็นภาคประชาสังคม หารือประชุมกัน โดยสถานีซึ่งมีประสบการณ์ทางด้านนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่ต้องไปให้ ความสำคัญเป็นพิเศษกับเฉพาะเรื่องการร้องเรียนหรือร้องทุกข์ แต่พยายามเปิดมิติให้กว้าง ออกไปเป็นการพัฒนาเมืองร่วมกันเหมือนกับที่หลาย ๆ เมืองในโลกนี้ เดี๋ยวนี้ก็จะมีการตั้ง งบประมาณจากภาคประชาชนผ่านกิจกรรมแบบนี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นการทำให้ความเป็น พลเมืองมีความเป็นเชิงรุกมากขึ้นกว่าที่จะมีแต่เรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ก็ฝากทางสถานีว่า ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตควรจะพัฒนารายการพวกนี้ที่ดีอยู่แล้วให้มีความหลากหลายแล้วก็มี พลังมากขึ้น
อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมเองก็มีข้อกังวลหรือข้อที่จะสอบถาม หรืออาจจะเสนอแนะบ้าง ๒-๓ ประการ ท่านสมาชิกหลายท่านก็พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ว่า จริง ๆ แล้วเราไม่ได้เน้นสำหรับไทยพีบีเอส เราไม่ได้เน้นเรื่องของเรตติง (Rating) ผมเอง ก็เห็นด้วย แล้วผมก็เปิดดูในรายงานเล่มนี้ก่อนที่จะมาฟังท่านผู้อำนวยการแถลงเมื่อสักครู่ ก็มีอยู่หน้าหนึ่งเป็นหน้า ๖๕ ในรายงานเล่มนี้ ก็จะเป็นการยกคำพูดของวิทยากรที่ทางสถานี เป็นคนจัด เป็นคอนเฟอเรนซ์ (Conference) ที่จัดเป็นนานาชาติ เป็นรายการสัมมนา นานาชาติ และผมคิดว่าท่านคงตั้งใจที่จะนำภาพแล้วก็โค้ด (Code) นี้มาใส่ไว้ตรงนี้ คือบอกว่าไม่ต้องสนใจเรตติง (Rating) มาก เพราะหน้าที่ของสื่อสาธารณะคือทำรายการให้ดี ทำงานกับคนในพื้นที่ให้มากใกล้ชิดกับสังคม และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และพอมา ได้ยินท่านผู้อำนวยการพูดด้วยตัวเองเมื่อตอนต้นก็ตอกย้ำอีกว่าเราไม่สนใจเรตติง (Rating) แต่ผมคิดว่าเราอย่าเอาเรื่องของเรตติง (Rating) มาเป็นกรอบหรืออุปสรรคในการที่จะทำงาน ผมคิดว่าควรจะมองเป็นความท้าทายมากกว่า เหมือนกับที่ท่านสมาชิก ๒-๓ ท่านเมื่อสักครู่ ได้พูดไปว่าทำอย่างไรเราทำรายการมีคุณภาพด้วย และมีเรตติง (Rating) ที่ดีได้ด้วย ผมอยากจะให้มองเป็นความท้าทายมากกว่าจะเป็นอุปสรรคหรือเป็นกรอบที่ตีความคิดเอาไว้ เหมือนกับสื่อสาธารณะ หรือทีวี (TV) สาธารณะต่างประเทศหลาย ๆ ที่ที่มีความเป็น สาธารณะด้วย แล้วก็มีผู้ชมมากมายผ่านช่องทางต่าง ๆ อันนี้ก็ฝากท่านผู้บริหาร ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านมีศักยภาพที่ทำได้
ประเด็นสุดท้าย มีบางท่านได้พูดแตะไปบ้าง ผมก็อยากจะสรุปสุดท้ายก็คือว่า เรื่องของการทำรายการ เปิดให้ยื่นข้อเสนอในการทำรายการของไทยพีบีเอส ซึ่งเราก็ทราบ กันอยู่ว่าเป็นสถานีช่องเดียวที่เปิดให้เอกชนหรือผู้จัดรายการต่าง ๆ สามารถนำเสนอ ข้อเสนอในการจัดทำรายการของตัวเองเพื่อนำไปจัดรายการตามผังรายการของ ไทยพีบีเอส ผมคิดว่าอันนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญ ถ้าเป็นไปได้ต่อไปผมคิดว่าใส่ไว้ในเล่มรายงาน เป็นสถิติให้เห็นว่าในแต่ละปีสถานีมีเอกชนหรือภาคส่วนอื่น ๆ ที่มารับจัดทำรายการ ให้ไทยพีบีเอสมากน้อยขนาดไหน เป็นสถิติเปรียบเทียบและสาระสำคัญหรือสาระที่เขาทำ ในรายการต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร มีหัวข้ออะไรบ้าง มีเรื่องอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไป และแน่นอนมีเจ้าไหนบ้าง หรือบริษัทไหนบ้าง ก็จะเป็นข้อมูลที่ดีที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะว่าเราก็คงหลีกเลี่ยง ไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งที่ไทยพีบีเอสอาจจะมีข้อที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างก็จะมีเรื่องนี้อยู่ ในนั้นด้วย ก็คือเรื่องของการที่มีผู้จัดทำรายการที่อาจจะเป็นเจ้าเดิม ๆ หรือว่ามีความคุ้นเคย กับทางสถานีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็คิดว่าไม่ได้เป็นข้อผิดอะไร แต่ถ้าหากว่าเรามีข้อมูลเหล่านี้ เปิดเผยและอธิบายได้ ท่านผู้อำนวยการหรือท่านผู้บริหารสามารถที่จะชี้แจงเพิ่มเติม ในที่ประชุมแห่งนี้ได้ก็จะเป็นการดี เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ท่านประธานครับ ผมคงมีประเด็นที่จะอภิปรายเพียงเท่านี้นะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เชิญครับ