นิยม เวชกามา หารือรายงานผลการปฏิบัติงานของไทยพีบีเอส ครบรอบ ๑๐ ปี และเรียกร้องให้สภาประเมินผลงานเพื่อพิจารณาการคงงบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่าไทยพีบีเอสทำข่าวภาครัฐไม่เข้มข้นเท่าในอดีต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานผมเป็นคนหนึ่งที่อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของไทยพีบีเอส พ.ศ. ๒๕๖๑ ความจริงรายงานฉบับนี้ไม่ใช่เป็นฉบับแรกของไทยพีบีเอส อ่านมาหลายรอบแล้วก็รายงาน หลายรอบตั้งแต่สมัย คสช. ยังไม่ยึดอำนาจ ไทยพีบีเอสก็เข้ามารายงานเป็นปกติ แต่ว่า หลังจากยึดอำนาจไปแล้วพวกผมมาสภาครั้งนี้ก็พึ่งได้อ่านฉบับแรก ถ้าถามว่ารายงานฉบับนี้ ดีไหม ผมว่าในการทำรายงานเป็นการทำรายงานที่ยอดเยี่ยม ดี ดีกว่าทุกองค์กรที่เข้ามา ในยุคที่ผมเข้ามาใหม่ เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรรอบหนึ่ง เพียงแต่ว่าท่านประธานผมต้อง กราบเรียนแบบนี้ว่าของไทยพีบีเอสไม่ใช่ทีวี (TV) หรือองค์กรธรรมดาทั่วไป ไทยพีบีเอส ได้รับเงินสนับสนุนเป็นเงินภาษีจากภาครัฐปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น จะเป็นเรื่องปกติไม่ได้ ผมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น เพียงแต่ฝากถึงคณะกรรมการชุดนี้ ถือว่าเป็นชุดใหม่ ชุดเก่าก็เจอกันหลายรอบ ตั้งแต่ท่านสุทธิชัย หยุ่น ท่านเทพชัย แต่ต้องกราบเรียนว่าของท่านเป็นทีวี (TV) สาธารณะที่ได้รับงบประมาณจากรัฐหรือที่เรียกว่า ภาษีบาป ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจะทำเหมือนทีวี (TV) ธรรมดาไม่ได้ เพราะทีวี (TV) ธรรมดาเขาต้องใช้เงินสปอนเซอร์ (Sponsor) จะทำข่าวเกรงใจสปอนเซอร์ (Sponsor) แต่อันนี้เป็นเงินของรัฐ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนว่าท่าน ผอ. ที่ได้บอกเบื้องต้นว่า ไม่สนใจเรตติง (Rating) ทำให้ดีที่สุดนั้น ใช่ไม่ได้นะครับ จะใช้คำนี้ไม่ได้ เพราะว่า เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นเงินภาษีเพราะฉะนั้นต้องให้ความสนใจเรตติง (Rating) ด้วย แล้วท่านไม่ต้องเกรงใจพวกไม่ใช่เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินจากสปอนเซอร์ (Sponsor) ผมจึงกราบเรียนว่าต้องมีส่วนว่าประชาชนเขาสนใจ และท่านต้องทำให้ประชาชน เพราะนี่คือเงินภาษี ผมดูในวันนี้ท่านแผ่วเวลาทำข่าวเกี่ยวกับภาครัฐ ผมเอง เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของ ไม่ใช่ไทยพีบีเอส ผมไอทีวีและมาทีเอสทีวี ผมดูติดตามมาตลอด เพราะวันนี้เป็นไทยพีบีเอสก็จริง แต่ว่าผมกำเนิดมาจากไอทีวี อยู่ไอทีวีจนมาเป็นไทยพีบีเอส ถึงมาเป็นผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่า วันนี้กฎหมายเขียนไว้ว่า เมื่อครบ ๑๐ ปี ท่านต้องทำรายงานพิเศษกว่านี้ ท่านจะทำแค่นี้ไม่ได้ อันนี้ทำเป็นปกติประจำปี กฎหมายเขียนว่า เมื่อครบกำหนด ๑๐ ปีสภานี้ต้องประเมินเลยว่าจะให้ ไม่ให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมอาจจะ ให้ท่านว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๒๐๐ ล้านบาทอะไรก็แล้วแต่ ในรายงานฉบับนี้ท่านต้อง เขียนมาเลยว่า โดยท่านก็บอกแล้วว่าการประเมินท่านจ้างองค์กรอื่นอยู่ ไม่ใช่ไม่จ้าง แต่เวลา ทำรายงานท่านจะทำรายงานปกติไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนรู้เห็น รับรู้ เอาเงินไปให้ท่าน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เถียงกันจะเป็นจะตายเอาเงินนี้มาให้ ไม่ให้เฉย ๆ ตาดำตาแดงจะบอกให้เอาเงินมาให้ท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้คือท่านมารายงานครบ ๑๐ ปี รายงานของท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้ ท่านต้องหาคนประเมินว่า ๑๐ ปีที่ท่านทำมา มันขาดตกบกพร่องอย่างไร พวกผมพอที่จะให้เงินท่านอีกไหม ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือเอาละไม่ให้ ให้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาทว่าไป เพราะฉะนั้นผมอ่านดูในรายงานของท่าน เป็นแค่รายงานปกติประจำปี เป็นปี ๆ ไป ซึ่งก็เหมือนท่านเทพไท ท่านทำมาหลาย ๆ คน ถ้าแบบนี้ แต่ถามว่าสำหรับหนังสือวันนี้สุดยอดครับ การรายงานทำดีที่สุด ทำแผนงานอะไรเรียบร้อย ผมว่าคนที่ทำไม่ธรรมดา แต่นั่นมันไม่ใช่ประเด็น ผมถึงบอกว่า ๑๐ ปีจากปี ๒๕๕๑ มาปี ๒๕๖๑ ถึงวาระที่ท่านต้องพิจารณาว่าท่านยังต้องเอาเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทไหม หรือหมดเวลาแล้ว ท่านต้องทำให้สภาได้เห็นว่าพวกผมต้องให้เงินท่าน ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือเปล่า หรือว่าให้ ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทอะไรก็ว่าไป แต่ท่านทำมาแค่นี้ผมจะคิดว่า สภาคิดอะไร ยังจะให้ไหมต้องทบทวนบทบาทเรื่องนี้ ท่านต้องเข้าใจอยู่แล้ว ทีวี (TV) สาธารณะต้องหลากหลายกว่าธรรมดา ผมบอกท่านเลยว่าไทยพีบีเอสวันนี้แผ่วกว่าไอทีวี ไปดูยอดคนดูเลย สมัยผมอยู่ไอทีวีเข้มข้นครับ ถึงลูกถึงคนกว่านี้ อันนั้นไม่ได้เงินนะ สปอนเซอร์ (Sponsor) ล้วน ๆ มันถึงเจ๊งอย่างไรท่าน ไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นถึงบอกเลยว่า วันนี้ ๑๐ ปี ผมย้ำนะว่า ๑๐ ปีท่านประเมินมาเลย ไม่ใช่ว่าทำมาธรรมดา ไม่ได้ครับ ประเมิน ให้พวกผมว่าผมจะให้ท่าน ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า เพราะให้พิจารณาในครบรอบ ๑๐ ปี ท่านประธานผมมีเวลาน้อย ๆ แต่ว่าครั้งแรก ผมยังไม่พูด ผมนั่งฟังอยู่ผมไม่ได้ไปไหนนะ ผมนั่งฟังตลอด เพียงแต่ว่าผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมมุ่งเป้าให้เห็นว่า ๑๐ ปี ต้องประเมินผลงานว่าไทยพีบีเอสควรจะรับเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อไปหรือไม่ หรือว่าควรยุติบทบาทนี้ แล้วผมฝากด้วยว่าเวลาทำข่าว ภาคราชการเข้มข้นกว่านี้ครับ รักษาสิทธิของประชาชนหน่อย พอท่านไปทำ ผมอ่าน ผมดูแล้วติดตามตลอด แผ่ว ผมยังคิดเลยว่าธรรมดา กลัวคำสั่ง มาตรา ๔๔ ตัดเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นใจท่านนะครับ แต่วันนี้ท่านต้องประเมินให้ผม ต้องฝากด้วย ๒,๐๐๐ ล้านบาทว่าควรจะเอาไปอีกหรือไม่ ไม่ใช่ทำมาแค่นี้ เพราะผมอ่านในนี้ดูว่า ท่านได้จ้างองค์กรอื่นมาประเมินของท่านดูว่าสุดยอด การประเมินมานี่ ขอบคุณมาก เมื่อสักครู่เห็นได้เวลา ผมรักษาเวลาอยู่ครับ ขอบคุณมาก