เทพไท ชื่นชมไทยพีบีเอสรายงานข่าววิกฤต-เสนอเสริมจุดเด่นดึงผู้ชม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒

เทพไท เสนพงศ์ หารือผลการดำเนินงานของไทยพีบีเอส โดยชื่นชมความก้าวหน้าในการรายงานข่าว ทั้งการถ่ายทอดเหตุการณ์ถ้ำหลวงและการรายงานข่าวภัยพิบัติจากศูนย์ข่าวภาคใต้ พร้อมเสนอแนะให้ปรับปรุงผังรายการเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเด็กและครอบครัว เสริมจุดเด่นของรายการ และรักษามาตรฐานการรายงานข่าว โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต รวมทั้งตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการเลือกผู้ร่วมเสวนากรณีป่าพรุควนเคร็ง ย้ำถึงสิทธิ์ในการแสดงความเห็นในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ และเรียกร้องให้ไทยพีบีเอสถือมั่นเจตนารมณ์ของสื่อสาธารณะต่อไป

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของไทยพีบีเอส ซึ่งผมได้อภิปรายเรื่องนี้ไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็มาวันนี้อีกครั้งหนึ่งก็เวลาห่างกันเป็นเวลา ๖-๗ ปี เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลา ๖-๗ ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามไทยพีบีเอส สักเท่าไร เพราะว่าในยุคที่สื่อเลือกข้างผมก็คนหนึ่งที่ติดตามทั้ง ๒ ข้าง จนถึงปัจจุบัน ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็จะดูในลักษณะสื่อเลือกข้างที่บางคนก็ไปดูในเนชั่นทีวีบ้าง บางคน ก็ไปดูวอยซ์ทีวีบ้าง บางคนไปดูบลูสกายทีวีบ้าง บางคนก็จะไปดูพีซทีวีบ้าง ซึ่งทีวี (TV) ทางดาวเทียมช่องมันติดกัน ซึ่งค่อนข้างจะง่ายมากสำหรับการสลับดูกัน ส่วนไทยพีบีเอส ผมก็ได้ติดตามในฐานะที่เป็นคนการเมืองคนหนึ่ง แล้วก็เห็นว่าความก้าวหน้าของไทยพีบีเอส จากรายงานฉบับนี้พูดถึงความสำเร็จในการบริการข่าวสารของไทยพีบีเอส ๓ ช่องทาง ก็คือทางสถานีโทรทัศน์ได้เพิ่มขึ้นถึง ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเพิ่มเยอะท่านประธาน ส่วนผู้ชมทางสื่อใหม่ทางสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชัน (Online Application) อันนี้เพิ่มขึ้นถึง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ก็นับว่าเป็นความสำเร็จของไทยพีบีเอสเลย ส่วนสถานีวิทยุออนไลน์ บนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน (Web site Application) อันนี้รายงานบอกว่าเพิ่มจำนวน ๓.๘๒ ล้านวิว หรือร้อยละ ๑๒.๖๖ แต่ในกราฟฟิก (Graphic) ค่อนข้างจะผิดเป็น ๓.๘๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ถูกต้องก็น่าจะ ๑๒.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าทั้ง ๓ ช่องทางนี้ก็ค่อนข้าง ที่จะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นขอชื่นชมกับการทำงานของช่องไทยพีบีเอส ถ้าดูในผัง รายการของไทยพีบีเอส ผมสนับสนุนเรื่องการเสนอข่าวสารของช่องทีวีมากที่สุดก็เพราะว่า ผมเป็นนักการเมือง เพราะฉะนั้นเวลาจะเปิดก็จะเปิดดูทีวี (TV) ที่เสนอข่าวสารมาก และยิ่งในทีวี (TV) ปัจจุบันก็จะเห็นได้ชัดว่าทุกช่องมีการแข่งขันกัน เปิดไปช่องไหน ก็ประกวดร้องเพลง ร้องเพลงชิงทุน ร้องเพลงเลี้ยงชีพทุกช่องเลย อันนี้ที่ดีใจหน่อยก็คือว่า ไทยพีบีเอสไม่ตามกระแสนั้น ยังยืนยันให้การบริการทางข่าวสารเหมือนเดิม ถ้าหากดูจาก รายงานก็คือ ๕๑.๒๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเกินครึ่ง แต่ข้อสังเกตของผมที่จะฝากไปยัง คณะกรรมการผ่านท่านประธานก็คือว่า ในเมื่อไทยพีบีเอสเราเป็นสถานีข่าวสาร คือผมก็อยากจะให้ไทยพีบีเอสมีจุดเด่นหรือจุดขาย หรือรายการข่าวสารของไทยพีบีเอส เป็นที่ติดตามของพี่น้องประชาชน คือในวันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าถ้าพูดถึงจุดขาย ของรายการข่าวของไทยพีบีเอส เราแทบจะไม่มีเลย เวลาจะนึกถึงข่าวช่องไหนก็น้อยคน ที่จะนึกถึงไทยพีบีเอส ผมก็เลยอยากจะเรียนว่าส่วนนี้จำนวนสัดส่วนถือว่าผมค่อนข้างพอใจ แต่ว่าก็อยากจะให้ปรับปรุงให้ข่าวที่น่าจะชวนติดตาม ที่ผมติดตามมากแล้วก็ได้ไปออกด้วย ก็คือตอบโจทย์ของไทยพีบีเอส ผมก็คิดว่าเป็นหนึ่งรายการที่ประชาชนสนใจแล้วก็เฝ้าติดตาม

ส่วนความสำเร็จ อีกเรื่องหนึ่งที่ไทยพีบีเอส ที่ท่าน ผอ. ได้รายงาน เรื่องผลงานเด่นในปี ๒๕๖๑ อันนี้ก็ต้องยอมรับจริง ๆ เรื่องถ้ำหลวง หมูป่านี่นะครับ มีการถ่ายทอดสด แล้วผมก็คนหนึ่งที่ติดตามไทยพีบีเอสช่องเดียว แล้วก็พูดกับทุกคนว่า เป็นโอกาสดีของไทยพีบีเอสที่ทำให้คนรู้จักช่องนี้ แล้วก็ทำให้คนติดตาม และผมก็คาดหวังว่า หลังจากติดตามเรื่องนี้แล้วก็คงจะติดตามไทยพีบีเอสต่อ แต่ว่าจนถึงบัดนี้ผมก็ไม่แน่ใจ ตัวเลขว่ามีพี่น้องติดตามเพิ่มขึ้นสักเท่าไรนะครับ แต่เชื่อว่านี่คือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของไทยพีบีเอสจริง ๆ ก็อยากจะให้ไทยพีบีเอสรักษามาตรฐานอันนี้ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลามีภัยพิบัติหรือว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติอย่างนี้ ก็อยากจะให้ไทยพีบีเอสได้ทุ่มเท และจับสถานการณ์ด้วยความฉับไว เพราะจะได้เป็นการชิงพื้นที่การตลาดของสื่อของข่าว จากท่านผู้ชมนะครับ

ส่วนในเรื่องของผังรายการ จากการรายงานของท่าน ผอ. ผมคิดว่า ผังรายการในปี ๒๕๖๒ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับในปี ๒๕๖๒ สถานการณ์ทางด้านการสื่อค่อนข้าง จะเปลี่ยนไป หลังจากสื่อดิจิทัลต้องปิดตัวเองไปประมาณ ๖-๗ ช่อง ส่วนที่ปิดไปส่วนใหญ่ ก็เป็นสื่อที่เกี่ยวกับรายการเด็ก รายการครอบครัวซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการแย่งตลาด ผู้ชม เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าตลาดตรงนี้ช่องอื่นดิจิทัลช่องอื่นก็คงจะไม่มีใครอยากจะได้ ไม่มีใครอยากจะทำ เพราะเขาอยากจะเสนอในส่วนที่เนื้อหาที่เขาทำอยู่ ผมจะฝากไว้ ไทยพีบีเอสก็คือว่าน่าที่จะปรับปรุงเพื่อจะรองรับตลาดส่วนนี้ คนจะดูไม่ดูก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าไทยพีบีเอสเรามีทุนจากรัฐบาล เราไม่ได้ทำการค้า เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าก็ควรที่จะ ช่วงชิงการทำเสียก่อน ถ้าดูผังรายการจากที่รายงานมาจำนวนชั่วโมงก็สัก ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง ผมก็คิดว่าก็ยังไม่เพียงพอสำหรับที่เราจะไปสนองตอบต่อตลาดของกลุ่มเด็ก แล้วก็ครอบครัวนะครับ

ส่วนในส่วนของภูมิภาค ศูนย์ข่าวภูมิภาคก็ต้องยอมรับว่าไทยพีบีเอสทำ ศูนย์ข่าวภูมิภาคเฉพาะภาคใต้ค่อนข้างที่จะดี มีการรายงานทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ไม่ว่าไฟป่าพรุควนเคร็งหรืออะไรก็ตาม ค่อนข้างที่จะฉับไว แล้วเรา ก็จะเห็นว่าบทบาทของผู้สื่อข่าวของไทยพีบีเอส ก็เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน แล้วก็ ติดชื่อ ติดหู ติดตา เหมือนกับ ๓ มิติเรามีแยม ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ศูนย์ข่าวไทยพีบีเอสภาคใต้ มีคุณติชิลา พุทธสาระพันธ์ อันนี้ติดตาเลย หรือติดหูคนเลยว่านี่คือ โลโก้ (Logo) ของศูนย์ข่าว ของช่องนี้นะครับ

ส่วนยุทธศาสตร์ของไทยพีบีเอสที่พูดถึงเรื่องความเป็นกลาง การให้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องเที่ยงตรงและความเป็นกลาง อันนี้ผมก็สนับสนุน แต่ว่าในความเป็นกลางนั้น ผมอยากจะให้พิจารณาถึงความรอบคอบหรือว่าความทั่วถึงด้วย สิ่งที่ผมอยากจะยกเป็น ตัวอย่างก็คือว่าในกรณีที่ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง และไทยพีบีเอสได้จัดเสวนาชุมชนเปลวไฟ ในเปลวเพลิงพรุควนเคร็ง เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ ที่ผ่านมาครับ คือที่ผมแปลกใจว่าวิทยากรที่ไป เสวนาส่วนใหญ่ก็เป็นคนในหมู่บ้าน เป็นคนชุมชน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ และตัวแทนจาก ไทยพีบีเอส ที่ผมสงสัยเพราะว่าผมเป็นผู้แทนตรงนี้ เป็นผู้แทนเขตนี้ และเป็นผู้แทนที่เสนอ แนวความคิดในการแก้ปัญหาป่าพรุควรเคร็งอย่างเป็นระบบมาเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ซึ่งก็ปรากฏในสื่อ แต่ว่าที่แปลกใจก็คือว่า เขาไม่ได้เชิญผมไปหรือว่าให้ผมไปร่วม ให้ไป แสดงความเห็นเพื่อที่จะให้สังคมหรือว่าวงเสวนาได้พิจารณา ตรงนี้ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ แต่ว่าผมก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะยุทธศาสตร์ของช่องที่ต้องการความเป็นกลาง ซึ่งอาจจะ มองเห็นว่าผมเป็นนักการเมือง ถ้าหากเอาผมไปให้ความเห็นอาจจะไม่เป็นกลาง ผมเข้าใจ อย่างนั้นนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเจ้าของพื้นที่ก็น่าจะ มีสิทธิ์ในการที่จะนำเสนอในสื่อของไทยพีบีเอสด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้กำลังใจกับ ไทยพีบีเอส แล้วหวังว่าไทยพีบีเอสก็คงจะยึดแนวทางที่เป็นสื่อกลางให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยพีบีเอสก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน