จารึก ศรีอ่อน หารือปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างทหารเรือกับประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ที่มีการขอใช้พื้นที่กว่า 13,000 ไร่ สำหรับการฝึก ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน 30 ครอบครัวที่อยู่นอกเขตแต่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน รวมถึงกรณีการขุดคูขวางพื้นที่ทำกินโดยอ้างเหตุผลการกันช้าง แต่จัดวางผิดหลัก ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรและประกอบอาชีพ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ แก้ไขปัญหา และคุ้มครองสิทธิ์ประชาชนตามมติ คสช. และนโยบายรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน พรรคอนาคตใหม่ เขต ๒ จังหวัดจันทบุรี กรณีของผมมันมีข้อพิพาทกัน ระหว่างทหารเรือกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี หมู่บ้านคลองชัน ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี สืบเนื่องมาจากว่า เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ ทหารเรือก็ไปขอใช้พื้นที่ ซึ่งเป็นที่ของกรมป่าไม้และของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื้อที่ประมาณ ๑๓,๖๕๐ ไร่ ใน ๑๓,๖๕๐ ไร่นี้มีพี่น้องประชาชนทำมาหากินอยู่ ๑๘๑ ครอบครัว ทางทหารเรือก็จัดให้มีที่ทำกินของพี่น้องประชาชน ๑๘๑ ครอบครัวนี้ คือให้ที่ดินทำกินครอบครัวทั้งหมดคนละ ๑๕ ไร่ ก็จบไปครับท่านประธาน แต่ที่ดิน ข้อพิพาทนี้มีอีกประมาณ ๓๐ ครอบครัว ในเมื่อรู้ว่าทหารเรือให้ขึ้นทะเบียน ๑๘๑ ครอบครัว ใน ๓๐ ครอบครัวนี้ก็จะไปขอขึ้นทะเบียนด้วยครับ แต่ทหารเรือบอกว่าไม่ต้องขึ้นทะเบียน เพราะว่าที่ดินของท่านนี้อยู่นอกเขตที่ทหารขอใช้ ทหารขอใช้ทำอะไรครับท่านประธาน ทำเป็นที่ฝึกครับท่านประธาน
ปัญหามันก็มีอยู่ว่าพอทหารใช้พื้นที่จำนวนนี้ อยู่มาทหารจะขอใช้ที่ดินเพิ่ม ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นก็ต้องขยายจาก ๑๓,๐๐๐ กว่าไร่ เป็น ๑๗,๐๐๐ ไร่ ทีนี้ใน ๑๗,๐๐๐ ไร่ ตามชาร์ต (Chart) ที่เอาให้ดูครับท่าน ส.ส. เส้นสีดำนี่คือ ๑๓,๐๐๐ กว่าไร่ เส้นสีแดงนี่คือ ๑๗,๐๐๐ ไร่ ที่ทหารอยากจะใช้ มันมีคนหมู่บ้านคลองชันประมาณ ๓๐ ครัวเรือน อยู่บริเวณนี้ซึ่งทหารจะขอใช้อยู่พอดี ทหารทำอย่างไรรู้ไหมครับท่านประธาน ทหารก็ไปรับมอบอำนาจจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อฟ้องขับไล่พี่น้อง ประชาชนกลุ่มนี้ครับ เมื่อฟ้องประชาชน ประชาชนได้รับหมายก็ไปพบพนักงานสอบสวน ประชาชนเป็นคนยากไร้ เป็นคนไม่มีการศึกษาซึ่งอยู่ในป่าเขา ก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มีเจ้าหน้าที่รัฐ ผมไม่ได้ว่าใครนะครับ เจ้าหน้าที่รัฐบอกว่า ท่านรับไปเถอะแล้วท่านก็จะได้เสียค่าปรับ แล้วก็จะได้เข้าไปทำกินในที่ผืนนี้อีกต่อไป ปรากฏว่า รับสารภาพขึ้นศาล พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ก็แพ้คดีเพราะรับสารภาพ พอแพ้คดี ทหารก็พยายามผลักดัน ผลักดันพี่น้องประชาชน ก็ไม่ยอมออก เพราะว่าไม่รู้จะไปทำมาหากินที่ไหน ก็โดนทหารกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา
ท่านประธานครับ ประชาชนกลุ่มนี้ก็ไปร้องทางผู้ว่าราชการจังหวัด ไปร้องจาก จังหวัดจันทบุรี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ให้ไปร้องกับศูนย์ดำรงธรรม เรื่องก็เงียบไป พอมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกตั้งขึ้นมาเสร็จก็มาร้องที่สำนักงานผมว่า เดือดร้อนอย่างนี้ ๆ ผมก็เข้าไปดูข้อเท็จจริงนะครับ ทหารทำอย่างไรรู้หรือไม่ ท่านประธานครับ ขุดคูครับ ขุดคูไม่ให้ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้เข้าไปในพื้นที่แห่งนี้ ผมก็ไปถามว่านี่มันเรือกสวนไร่นาของพี่น้อง ประชาชนนี้ทำมาหากินกันมาหลายสิบปี เราดูจากสวนผลไม้อายุเยอะมาก ทำไมถึงทำแบบนี้ ทหารบอกว่า ขุดคูกั้นช้าง ท่านประธานครับ การขุดคูกั้นช้างต้องขุดติดเขา แล้วให้สวนของ พี่น้องประชาชนนี้อยู่ด้านนอก ทหารขุดอย่างไรรู้หรือไม่ท่านประธานครับ ขุดด้านนอก สวนพี่น้องประชาชนอยู่ด้านใน แล้วช้างจะไปกันอย่างไร โอเค (OK) เราก็ไม่ว่า แล้วทหาร ก็เชิญผมไปที่กองกำลังรักษาชายฝั่งจันทบุรี-ตราด ก็ไปคุยกันว่าที่ดินแปลงนี้เป็นอย่างนี้ แพ้คดีมาอย่างนี้ ๆ ท่าน ส.ส. รู้หรือเปล่า ผมบอก ผมทราบแล้ว เพราะฉะนั้นที่ดินแปลงนี้ ประชาชนทำมาหากินอยู่นาน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะให้เขาออก ถ้าทหารเรือต้องใช้จริง ๆ ควรจะหาที่ทำกินให้พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ก่อน ไม่ใช่คุณไปผลักดันเขาอย่างนี้ ทำกับเขาต่าง ๆ นานา ผมบอกขอเวลาผมสักครู่หนึ่งนะครับ ผมจะไปคุยในสภา ให้ผู้รับผิดชอบคือรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ คุณขุดแล้วไม่เป็นไร คุณเปิดทางให้พี่น้องประชาชนเข้าออก นิดหนึ่งครับ ทหารครับ เพราะว่าขณะนั้นเวลานั้นซึ่งเป็นหน้าเก็บเกี่ยวผลไม้ก็ให้เว้นทาง ไว้หน่อย เข้าสภาแล้วผมจะได้ไปหารือกับรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรี ว่าจะแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้อย่างไรนะครับ ทหารเรือทำอย่างไรรู้หรือไม่ครับ ท่านประธาน ไม่ยอมครับ อยู่มาวันดีคืนดีตัดหมดเลยไม่ให้พี่น้องประชาชนเข้าออกเลย แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อผลผลิตทางเกษตรกรรมจะเป็นเงาะก็ตาม ลองกองก็ตาม จะเอาเข้า ออกมาขายกันอย่างไร ก็เข้าออกไม่ได้ คนป่วยก็มีอยู่ด้านใน ผู้สูงอายุเดินไม่ได้ก็มี อะไรก็มี ประชาชนเข้าออกไม่ได้จะทำอย่างไร ประชาชนก็ใช้สะพาน ทำสะพานข้ามคู ทหารเผาเลยครับ ท่านประธานครับ อันนี้เรื่องจริงครับผมมีพยาน ผมก็เห็นใจพี่น้องประชาชน ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็บอกเอาอย่างนี้ก็แล้วกันพี่น้องประชาชนครับ คุณไถไปเลย คุณกลบไปเลยแล้วคุณเข้าออก ตามสบายเลย ถ้าเขามาจับอีกผมจะประกันตัวเอง ผมให้เจ้าหน้าที่สภาทำใบประกันตัว สำหรับชาวบ้านถ้าโดนจับ หลังจากวันนั้นมาทหารก็ยังไม่ดำเนินการใด ๆ ผมก็ได้พาพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ไปร้องถึงนายกรัฐมนตรี ไปร้องถึงหัวหน้า คสช. เพราะอะไร ต้องไปร้องหัวหน้า คสช. ครับ เพราะว่ามีคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ ออกคำสั่งมาว่า ประชาชนที่ทำกินอยู่ในผืนดินของป่าสงวนก็ตาม อุทยานแห่งชาติก็ตาม ทำมาช้านานให้ทำกิน ต่อไป แต่ถ้าผู้บุกรุกใหม่ให้ดำเนินคดีเด็ดขาดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไปร้องถึง คสช. แล้วก็ไปร้องถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ให้เจ้าหน้าที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาต้อนรับคณะของผม แล้วก็แจ้งให้คณะ ของผมทราบว่า กรณีที่ดินทำกินถ้าทำกินมาก่อนมติ ครม. ปี ๒๕๔๑ นะครับท่านประธาน จะได้ทำกินต่อไป เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพูดกับผมว่า เราปฏิบัติอย่างนี้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้ ทำมาหากินมาก่อนปี ๒๕๔๑ มากมาย โดนทหารขับไล่ เพราะทหารอยากจะได้ที่ดินแปลงนี้ ผมเรียนให้ท่านประธานทราบ แล้วผมถามเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมว่า แล้วจะทำอย่างไรจะรู้ได้อย่างไรทำกินมาก่อนปี ๒๕๔๑ หรือหลังปี ๒๕๔๑ เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่า ใช้ภาพถ่ายทางอากาศ ผมก็ไปหาภาพถ่ายทางอากาศมา เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกผมว่าถ้ามันเป็นขาว ๆ แบบนี้แสดงว่าที่ดินพี่น้องประชาชนทำกินมาช้านาน มันเป็น ที่โล่ง ที่สวน ที่อะไร มันไม่ใช่ป่าเขาถ้าป่าเขามันจะทึบ ๆ แบบนี้ ท่านประธานครับ นี่ผมเอามา ให้ท่านประธานดูว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนี้ครับ พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้บ้านผมก็มี หลายที่ที่ไม่มีที่ดินทำกินโดยที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นกระดุมเม็ดที่ ๑ ของพรรคอนาคตใหม่ เราจะได้ดำเนินการหาหนทางแก้ไขในสิทธิที่ดินทำกินต่อไป แต่พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้