จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานของไทยพีบีเอสที่ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนจำนวนมากโดยขาดความโปร่งใสและประสิทธิภาพ พร้อมตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ การใช้จ่ายงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท การลงทุนในหุ้น ค่าเสื่อมรถยนต์ และการแต่งตั้งคณะกรรมการ รวมถึงความเงียบในบทบาทการตรวจสอบรัฐบาลของสื่อสาธารณะในยุคดิจิทัล เรียกร้องให้มีการทบทวนโครงสร้างองค์กร เพิ่มความโปร่งใส และลดการพึ่งพางบประมาณรัฐ เพื่อให้ไทยพีบีเอสทำหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะที่ตอบสนองประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา ท่านประธานที่เคารพครับ ฟังมา ๔-๕ ท่าน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการชื่นชม ผมอยากจะ อภิปรายให้ท่านคณะกรรมการซึ่งหลายท่านผมก็รู้จักตามหน้าสื่อ ไม่ได้เคยทำงานสื่อกับท่าน ถ้าท่านคิดว่าดีท่านก็จดจำไว้แล้วก็แก้ไขปัญหาภายในนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนรอยกันสักนิดหนึ่งก่อนทีวี (TV) ไทยพีบีเอสมาจากไหน เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ก็คือเขาประมูลทำทีวี (TV) ไอทีวีกัน เป็นทีวี (TV) อิสระ มี ๑๐ บริษัท หลังจากนั้นก็มีการปฏิวัติปี ๒๕๔๙ ในยุคของ คมช. จากนั้นก็มีกระบวนการแปรสภาพจาก ไอทีวีเป็นทีไอทีวี อยู่กรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็เปลี่ยนจากทีไอทีวี มาเป็นไทยพีบีเอส ในช่วงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๑ เมื่อสักครู่นี้ผมฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายบอกว่า ในยุคท่าน ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามเพราะท่านพูดถึงนะครับ ก็คืออดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกได้ช่วยแก้ไขปัญหาทำแล้วดีอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าทำจริงนี่ผิดกฎหมายนะครับ แทรกแซงสื่อนะ ถ้าท่านพูดไปแล้วผิดท่านถอนได้นะครับ เพราะว่าปี ๒๕๕๑ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่มีการเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเข้ามา จากนั้นก็เปลี่ยนผ่านเข้ามาสู่เดือนมกราคม ไทยพีบีเอสก็เกิดขึ้นยึดเอาของไอทีวีเขาหมดละ ท่านประธานครับ ไปตั้งสถานีอยู่แถววิภาวดี-รังสิตจากนั้นก็บริหารเรื่อยมา ผมเรียกว่า บริหารองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐเพราะใช้เงินภาษีของรัฐ ปี ๒๕๕๑ จนถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ๑๑ ปีเต็ม ดีดเครื่องคิดเลขครับ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้มาทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้คณะกรรมการที่นั่งอยู่บนนี้ ต้องตระหนักเยอะว่า บ้านของท่าน ๑๐ ปีมานี้คณะกรรมการชุดใหม่มานี้อาจจะบอกว่า ผมเพิ่งมา ท่านต้องกรุณากวาดบ้านของท่านให้สะอาดก่อน ก่อนที่จะมานำเสนอเรื่องราว ต่อสาธารณะจนท่านได้ชื่อว่าทีวีสาธารณะ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้านับดูตัวเลข ถ้าเราแจกทุนการศึกษาให้เด็กหรือว่าเยาวชนในประเทศไทยคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะมีโอกาสได้เรียนทั้งปี ๑ ปีใช้งบประมาณเดียวกันจะได้คนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน ๑๑ ปี เราจะช่วยการศึกษากับเด็กได้ทั้งหมด ๒,๒๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศไทยครับ บ้านท่านประธานจะได้มีการศึกษาเพิ่มมากขึ้นจากเงินงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้ครับ มีคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์แล้วถ้าท่านเข้าไปดูในโลกโซเชียล (Social) เขาดูยูทูบ (YouTube) เดี๋ยวนี้จำไม่ได้นะครับ สมัยก่อนเราทำรายการโทรทัศน์ เราก็รอดูใช่หรือไม่ครับ เดี๋ยวมีรายการดัง ๆ ๔ ทุ่มมาแล้ว รายการนั้นเรารอ เดี๋ยวนี้จำไม่ได้หรอกท่านประธานครับ ว่ามันมากี่โมง เพราะไทยพีบีเอส ปี ๒๕๕๑ ท่านโชคดีครับ ท่านมี ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ แล้วก็ไทยพีบีเอส มีทีวี (TV) ๖ ช่อง มีโฆษณาได้ ๔ ช่อง ที่เหลือ ๒ ช่องโฆษณาไม่ได้คือช่อง ๑๑ กับของท่าน แต่ช่อง ๑๑ นี่รับเงินงบประมาณน้อยกว่าของเขานะครับ ช่อง ๑๑ ได้ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท แต่เจ้านี้ได้ ๑,๘๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท ใครก็แล้วแต่สมาชิกที่นั่งอยู่ที่นี่ถ้าท่านใดสูบบุหรี่ ท่านใดดื่มสุรา ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้าง ท่านโดนภาษีมาให้คณะนี้เขาทำงานนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องบอกว่า ท่านประธานผมขออภิปรายเยอะหน่อยเพื่อจะได้นำไป แก้ไขปัญหา
ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ พอเข้าไปดูในระบบต่าง ๆ ของเล่มที่ท่านทำ มาสวยงามครับผมไม่ว่ากัน แต่สาระสำคัญก็คือว่า วันนี้ท่านปรับตัวไปแล้วหรืออย่างไร ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ มีคำถามว่า เรามีสื่อแบบไทยพีบีเอส ไว้ทำไม เราคาดหวังอะไรจากสื่อสาธารณะแบบนี้ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ พอมีเรื่องนี้ เข้าในที่ประชุมสภา มีคนส่งมาให้ผมเล่มหนึ่งครับ หนาตึ๊บอย่างนี้ท่านประธาน เรื่องร้องเรียน ไทยพีบีเอสทั้งนั้น ผมก็อ่านให้ฟังท่านประธานที่เคารพครับ
๑. อนุมัติจ่ายเงินค่าเสื่อมสภาพรถยนต์ให้กับคณะกรรมการนโยบายไม่ใช่ ชุดท่านนะครับ ไม่ต้องตกใจ
๒. การจ่ายเงินตามข้อ ๑ น่าจะไม่ถูกต้อง เป็นการออกระเบียบก็ว่ากันไป เดี๋ยวผมส่งให้ท่านประธานครับ
๓. เอกสารแก้ไขคุณสมบัติอะไรเยอะแยะมากมาย ท่านประธานครับ เล่มหนาตึ๊บ ของเขาส่งมาเล่มแค่นี้ แต่เล่มที่คนข้างในส่งมาเล่มหนาอย่างนี้
ผมถึงบอกอย่างไรว่า ทำไมผมจึงต้องขอเวลาท่านประธานเยอะหน่อย เงินภาษี ผมไม่ทราบว่าท่านประธานอาจจะเป็นคนไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ แต่ท่านประธาน คนรอบตัวเราบางทีมันอดไม่ได้ เวลาสูบบุหรี่ที ดื่มสุราที ก็ต้องปันไปให้คณะนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานดูต่อมานะครับ แล้วเราคาดหวังอะไรกับไทยพีบีเอสบ้าง ในรอบ ๑๑ ปีที่ผ่านมา เอาละ ไม่ต้องถอยหลังไป เพราะหลังจากนั้นมันมีทีวีดิจิทัล (TV Digital) มันเริ่มมา ๓๐ กว่าช่อง ท่านประธานครับ แต่ก่อนเขาเรตติง (Rating) อันดับ ๔ ทีวี (TV) มี ๖ ช่อง เรตติง (Rating) อันดับ ๔ ก็เพราะว่าช่อง ๑๑ โฆษณาไม่ได้ เขาเลยอยู่ อันดับ ๔ พอเป็นทีวีดิจิทัล (TV Digital) ท่านประธานที่เคารพครับ มีช่องวัน มีเวิร์คพอยท์ มีวอยซ์ทีวี มีไทยรัฐ มีเนชั่น สารพัดสื่อ นี่อยู่อันดับ ๑๖ อันดับ ๑๗ อยู่อย่างนี้ ทำแบบ เขาเรียกอนุรักษ์นิยม ไม่ต้องคิดเรื่องเรตติง (Rating) ไม่ผิดครับท่านพูด ท่านบอกเราไปทำ ไม่มีเรตติง (Rating) เรตติง (Rating) คือการวัดแล้วหารค่าจากสิ่งที่ท่านลงทุน ท่านลงทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอก ไม่ดูเรตติง (Rating) ก็เลิกสิครับ เพราะท่านรับเงินจากรัฐเข้ามา ท่านต้องทำให้มันดีทั้งมีเรตติง (Rating) ด้วย รายการดีด้วย แต่ท่านประธานที่เคารพ มืออาชีพนี่นะครับ ทำงานเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะไม่ขึ้นตรงต่ออำนาจรัฐและอำนาจทุน ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมานี้ ในโลกโซเชียล (Social) มากมายครับ แม้กระทั่งเพื่อนผมที่เป็นนักข่าวอยู่ในไทยพีบีเอส เยอะเลยครับ ถามผมมาบอก คุณจิรายุอภิปรายเรื่องนี้ให้หน่อย กรรมการนโยบายจะได้รู้ว่า พวกเราทำอะไรกัน ท่านประธานครับ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจประเทศนี้ คำถามก็คือไทยพีบีเอส ท่านช่วยพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง อันนี้คือ คำถาม ท่านประธานที่เคารพครับ การรายงานความจริงชุดที่แตกต่างจากความจริงของรัฐ ที่ยัดใส่เข้าไปที่เราเรียกกันว่า อาเจนดา เซ็ตติง พร็อบโพรกานดา (Agenda setting propaganda) ภาษาฝรั่งอะไรกันนี่นะครับ มันทำให้ประชาชนเห็นคล้อยบอกเดี๋ยวถ้าเกิด ไม่ปฏิวัติมันจะทะเลาะเบาะแว้งกัน ท่านได้หาข้อมูลย้อนแย้งให้กับสังคมไทยในการต่อสู้ กับระบอบเผด็จการหรือไม่ นี่คือความจริงที่มันหายไปนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
คำถามต่อมาก็คือว่า สังคมได้ยินอะไรจากไทยพีบีเอส ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้หลังจาก คสช. หมดอำนาจ เราได้ยินอะไรบ้างครับ เดี๋ยวท่าน ช่วยตอบหน่อยนะครับ ท่านต่อสู้กับระบอบเผด็จการ ท่านตรวจสอบรัฐบาลที่มาจากระบอบ เผด็จการมากน้อยขนาดไหน ท่านขุดคุ้ยรัฐมนตรีที่ทำงานในรัฐบาลชุดที่แล้วอะไรบ้าง เหมือนกับที่ไอทีวีเขาทำเมื่อสมัย ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ส่วยทางด่วน ส่วยตำรวจ เปิดเผย เรื่องราวต่าง ๆ ของสังคมจนเป็นที่ยอมรับ ท่านประธานครับ เราได้อะไรนอกจากรายการเด็ก ถ้าอย่างนั้นท่านทำรายการเด็กเลยดีกว่า ไม่ต้องไปทำครับรายการแบบนี้ ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ
ประเด็นต่อมาก็คือ ถ้าสังคมถามหาไทยพีบีเอสแล้วเขาบอกว่ามันเงียบจริง คำตอบก็คือว่า แล้วจะมีไว้ทำไม ถ้าสังคมมันเงียบ ทั้ง ๆ ที่มีทั้งผู้ผลิตภายในและภายนอก คือเขาออกอากาศไม่ครบ ๒๔ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ๒๐ ชั่วโมง ผมจำไม่ได้ตัวเลข ประมาณนี้ เพราะเขาไม่ได้ออก ๒๔ ชั่วโมง เกินครึ่งหนึ่งท่านผลิต ที่เหลือท่านจ้าง ข้างนอก ผมไม่ว่ากันในยุคหนึ่งก็เห็นอยู่ว่าใครเข้าไปบริหาร วันนี้ผมยังชื่นชมนะครับ เห็นอาจารย์สุทธิชัย หยุ่น ไปนั่งจัดรายการ ผมบอกนี่ละถูกต้อง นี่คือต้นแบบ แต่ท่าน ทำรายการท่านทำไป แต่กระบวนการก็คือสังคมถามครับว่า ตกลงแล้วไทยพีบีเอส เป็นพลังของสื่อสาธารณะของพี่น้องประชาชนท่านอยู่ตรงไหน เมื่อสักครู่ท่านอธิบาย ตั้งแต่ต้น เพื่อนสมาชิกอภิปรายกันอวยกันจนแบบท่านดูแต่เอาต์พุต (Output) ท่านไม่ได้ ไปดูหลังบ้านเขา ท่านไม่ได้ไปดูกระบวนการในการผลิตของเขาว่า เขาผลิตออกมาแล้ว เราได้ประโยชน์อะไรใช่ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานบอกว่า ทำสภานี้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานบอกไม่ได้ประโยชน์ เอาไปช่วยเด็กดีกว่า เอาไปเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ที่ประชุมดีกว่า อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพครับ
ประเด็นต่อมาก็คือ แล้วไทยพีบีเอสทำอะไรกันอยู่ ผมไม่ได้ตำหนิ คณะกรรมการชุดนี้นะครับ แต่ถ้าท่านฟังผมแล้วท่านดำเนินการต่อไป อย่าไปตำหนิพนักงาน บอกใคร เอาข้อมูลข้างในไปให้เขา นี่คือเงินของพวกผม เงินของพี่น้องประชาชน เขาต้องมีสิทธิที่จะบอก ถ้าเขาบอกคณะกรรมการไม่ได้เขาก็ต้องบอกผู้แทนราษฎร อย่างพวกผมท่านประธานที่เคารพครับ
ประเด็นต่อมาก็คือว่า เวลาเราบอกว่า แต้มต่อหรือแฮนดิแคป (Handicap) ของไทยพีบีเอสกับทีวี (TV) ดิจิทัล ท่านประธานรู้ไหมครับ อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้เขาจะมี เปิดท้ายขายของของสื่อมวลชนนะครับ มาบุญครองนี่กรุณามากนะครับท่านประธาน ให้ลงชื่อ เอานักข่าวที่ตกงานจาก ๗ ทีวี (TV) ดิจิทัล ที่จะปิดไม่กี่วันข้างหน้านี้ไปเปิดท้ายขายของ ซึ่งมันเป็นภาพจำตอนผมเป็นนักข่าวเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว สมัยต้มยำกุ้งดีซีส (Desis) ความหมาย คืออะไรท่านมีแต้มต่อ เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่า เรตติง (Rating) เราไม่สน ไม่ได้ ท่านต้องไปดูต่อครับว่า ถ้าไม่มีคนดูท่านอย่าไปโทษว่าประชาชนเขาไม่ดู เพราะว่ารายการ มันมีสาระ บางคนชอบละคร ชอบตบจูบ ตบจูบ ชอบละครผัว ๒๐๑๙ เมีย ๒๐๑๘ ไม่ได้ ท่านประธาน เพราะอะไรครับ เมื่อไม่มีคนดูท่านต้องหันหน้าชี้นิ้ว แล้วเอา ๔ นิ้วเข้าตัวเอง ทันทีครับว่า เป็นเพราะว่าท่านยังทำไม่ดีหรือเปล่า หรือท่านทำเก่งไม่พอหรือเปล่า ไม่มีสิทธิ ที่จะไปชี้หน้าบอกว่า ฉันทำดีแล้ว ดูจากรีพอร์ต (Report) เล่มนี้หนาตึบดูสิ คนดูโซเชียล (Social) เยอะเท่านั้น คนดูวิทยุฉันเท่านี้ ให้ผมนะท่านประธานครับ ผมเอาแค่ ๑,๒๐๐ พอ อีก ๘๐๐ คืนให้โรงเรียนของหนู เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาใหญ่ ของไทยพีบีเอสก็คือว่า เมื่อท่านได้เงินมาประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในรอบ ๑๑ ปี ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีครับ นับจากวันนี้จนถึงปีหน้า ผมจะฟังรายงานจากท่านอีกถ้าสภานี้ไม่ยุบ แล้วผมจะฟังว่า ท่านได้ติดตามตรวจสอบ ในฐานะสื่อของประชาชน ติดตามตรวจสอบซีกท่านประธานนี่ละ ซีกรัฐบาลอย่างไร ท่านบอกรายการเด็กดี คนชอบดู ถูกสิครับ เด็กมันชอบการ์ตูน เด็กมันชอบกิจกรรม ผมก็เคยเข้าไปสถานีนี้บ่อย แต่ประเด็นสาระก็คือ ท่านประธานครับในบ้านของท่านท่านต้องจัดการให้เรียบร้อย ท่านประธานรู้ไหมครับ สถานีไทยพีบีเอสเขาได้ปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธาน ใช้เงินอาจจะใช้ประมาณ ๑,๖๐๐-๑,๘๐๐ ล้านบาท ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท เขาเอาไปทำอะไร ท่านประธานรู้หรือไม่ครับ เขาเคยเอาไปซื้อหุ้น เขาเอาไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ผมถามว่า เอาเรื่องแบบนี้ไปทำได้อย่างไร สังคมรู้หรือไม่ ไม่รู้ พอเป็นข่าวหน่อยก็อธิบายบอกว่า เงินฝากธนาคารไว้ดอกเบี้ยต่ำไปซื้อหุ้นดีกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วคำถามก็คือ เมื่อท่านไปซื้อหุ้นกับบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดอะไรขึ้นละครับ ท่านจะกล้าไปทำข่าวพวกนั้นหรือ มันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏว่าก็ถอนการซื้อหุ้นออกไป ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน พอคนทัก ท่านถอนก็ยังดี ที่ผมจะอภิปรายให้ท่านประธานฟังนี่นะครับ ปี ๒๕๖๐ มีคนไปสอบถามเยอะว่า ไทยพีบีเอสเงินเหลือเยอะ ได้ไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไม่หมด ฝากแบงก์ (Bank) ไว้ ๐.๗๕ บ้าง ๑ เปอร์เซ็นต์บ้าง มันน้อย ซื้อหุ้น ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ กำไรขึ้นลงตัวแดง ตัวเขียวว่ากันไป มีคนรู้หรือไม่ครับ ที่ประชุมแห่งนี้มีใครรู้บ้าง ไม่มี เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงนี้ ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะบอก ท่านประธานอีกอย่างหนึ่งนะครับว่า กระบวนการภายในของเขา เขาจะมาหาพวกเรา ปีละครั้ง เอาละ ท่านบอกว่ามีคนตรวจสอบท่านก็ว่ากันไปครับ ท่านประธานรู้หรือไม่ครับว่า คณะกรรมการที่นั่งอยู่นี้ทำงานซับซ้อนกันอย่างไร ถ้าท่านประธานเป็นประธานบริษัท เป็นประธานไทยพีบีเอสมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง แล้วก็มีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง นี่มีรุ่นพี่ผมอยู่คนหนึ่งมาจากเดอะเนชั่น ทำงานกับไอทีวีมาด้วยกัน คุณก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าว เก่งมากครับ แล้วก็เป็นคนที่ทำงานมาตลอด นี่ผมชมนะครับ อยู่เดอะเนชั่นมาผมก็ชม ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการนโยบายท่าน ท่านลอง เปิดดู คณะกรรมการนโยบายมี ๙ ท่าน ท่านประธานครับ เพิ่มเติมมาแก้ไขว่าไป เปิดมาอีกที คณะกรรมการบริหารมี ๑๐ ท่านครับ ต่อมาเป็นอะไรครับ คณะผู้บริหารอีก หัวหน้า รองหัวหน้า แล้วก็คณะทำงาน ๓ ส่วน ท่านประธานครับ ท่านประธานลองดูหน้า ๑๕๘-๑๕๙ เหตุผลที่ผมบอกท่านประธานว่า เวลา ๑๕ นาทีนี้ถ้าเกิดน้อยมันก็น้อย ถ้ามากมันก็มาก แต่สาระสำคัญก็คือว่า มันคือเงินภาษีของสภาและสภานี้ ขอโทษนะครับ ท่านคณะกรรมการ ท่านโชคดี ปีนี้เป็นปีแรกที่ท่านอาจจะคันหูหน่อย เพราะที่ผ่านมาท่านรายงานกับ สนช. อย่างไร ผ่านมาเรื่อย ๆ ท่านก็สบาย เบาหู ดี รายการเด็กเยี่ยม ท่านประธานเคยเข้าไปไทยพีบีเอส หรือไม่ครับ สมัยผมอยู่ไอทีวีครับท่านประธาน เช่าอาคารจอดรถเขาทำ เดี๋ยวนี้เข้าไปโอ่โถง มีสวนนั่งเล่น เข้าไปต้องแลกบัตร ท่านบอกมีเด็กเข้าไป ผมเห็นครับ ทำเถอะครับ อะไรทำดีทำ แต่ผมบอกสิ่งที่ท่านทำไม่ดีในช่วงที่ผ่านมา อาจจะใช่กรรมการในชุดนี้หรือไม่ใช่ไม่เป็นไร จริง ๆ มีเยอะท่านประธานครับ แต่ผมขี้เกียจไปสาวไส้ ถือว่าผ่านมาแล้ว แต่ผมนับตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ปีนี้เป็นต้นไป เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไปครับ ผมฝากไปยังคณะกรรมการครับ ผมอยากรู้จริง ๆ เลย ๕-๖ ปีนี้ ท่านได้ทำอะไรเพื่อสังคมบ้างในการติดตามตรวจสอบ คณะรัฐประหาร แบะ แบะ แอะ ไม่มีเลยท่านประธานครับ ท่านได้ไปตรวจสอบบ้างอะไรบ้าง วงการทุจริตเกิดขึ้นมีอะไรบ้างที่ท่านทำ ท่านต้องชี้แจงให้สังคมได้ทราบว่า เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปทำอะไร แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามีโอกาสผมจะเสนอแก้ญัตติ ขอโทษ แก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับว่า ให้เขาหาเงินได้ด้วยตัวเองได้แล้ว ท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ หรือไม่ครับ คนไม่ดูทีวี (TV) เพราะอะไร ท่านประธานทราบหรือไม่ เพราะอะไรครับ ๑. รายการไม่น่าสนใจ ๒. ไม่มีเวลาดูครับ รถติด ๓. ดูยูทูบ (YouTube) ง่ายกว่า ๔. มีแอปพลิเคชัน (Application) เยอะแยะมากมาย จะเข้าไปดูตอนไหนก็ได้ เดี๋ยวนี้ส่งคลิป (Clip) กันสั้น ๆ เพราะฉะนั้นผมบอกเลยท่านประธานครับ
สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเรื่องงบประมาณรายได้และรายจ่าย รายได้นี่ผมติดใจ ถ้าท่านประธานไปดูที่หน้า ๑๑๐ ท่านคณะกรรมการดูแล้วเดี๋ยวท่าน ตอบผมด้วยครับ ท่านดูครับ ปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๐ รายได้อื่น ๆ ท่านหาได้ ๑๘ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ท่านทำธุรกิจดีนะครับ หาเงินมาได้ ๗๖ ล้านบาท รวมแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ปี ๒๕๖๐ มีรายได้ทั้งหมด ทั้งที่ได้เงินจากภาษีบาปด้วย ๒,๓๖๙ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ท่านหาเงินได้เพิ่ม ๒,๗๑๓ ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากอะไรครับ ดอกเบี้ย รายได้ จากเงินสนับสนุน รายได้จากการให้บริการทรัพย์สินทางปัญญา พูดง่าย ๆ ก็คือทำแล้วก็ขาย คำถามผมก็คือท่านประธานครับ การที่เป็นองค์กรสาธารณะที่ใช้เงินภาษีของประชาชนนี้
๑. ท่านต้องไปแก้ไขกระบวนการทางความคิดการบริหารจัดการภายใน ท่านจะลดต้นทุนได้ แล้วท่านก็ไม่จำเป็นต้องขอเต็ม ๒,๐๐๐ ล้านบาท
๒. ท่านประธานครับ ท่านมองสังคมให้ถ่องแท้ว่าวันนี้สังคมบ้านเราวิปริต วิปลาสกันอย่างไรบ้าง ใครทำดีท่านเชียร์ท่านชมไป แต่ถ้าอะไรไม่ถูกต้องที่ผ่านมาท่านต้อง หาญกล้า เต็มที่ท่านก็โดนยุบแบบผมนี่ละครับ แต่มันคือประวัติศาสตร์ของท่านในการ บริหารจัดการ
๓. ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมการ ถ้าเกิดท่านยังทำงานกันลักษณะนี้ผมให้เวลาท่านอีก ๑ ปี ๑ ปีข้างหน้าท่านกลับมา และท่าน ไม่เคยเดินเข้ามาบอกและอธิบายว่าเราได้ติดตามตรวจสอบให้กับสังคมแล้ว เราจับทุจริต เรื่องนั้นเรื่องนี้ในรัฐบาลชุดนั้นชุดนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมได้ นอกจากรายการเด็กที่ท่าน บอกว่าดี ดีครับ ผมกับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านจะเข้าชื่อขอแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยยกเลิก และให้พวกท่านไปหาเงินกัน และทำสู้กับทีวี (TV) ดิจิทัลทั่วไป ฝากเรียนท่าน คณะกรรมการด้วยครับ ท่านอย่าโกรธ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่บางคนบอกคนพูดจะตาย