วิลาสินี พิพิธกุล รายงานผลการดำเนินงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ประจำปี 2561 โดยเน้นบทบาทการผลิตสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพ คุณธรรม และประโยชน์ส่วนรวม พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จในการรายงานข่าวเหตุการณ์สำคัญอย่างปฏิบัติการถ้ำหลวงที่ได้รับการยอมรับกว้างขวาง รวมถึงการผลักดันประเด็นสังคมสำคัญ เช่น ภัยพิบัติ หนี้สินไม่เป็นธรรม และการศึกษา ผ่านการสื่อสารที่เปิดประเด็นและติดตามอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลเชิงนโยบาย นอกจากนี้ยังชี้แจงการใช้จ่ายงบประมาณ 2,000 ล้านบาท ที่กระจายสู่การผลิตเนื้อหา การพัฒนาช่องทางสื่อใหม่ การส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูล และการสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสื่อที่เป็นกลาง มีจรรยาบรรณ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างครอบคลุมและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. หรือไทยพีบีเอส ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๑ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยจะเป็น การรายงานผลตามวัตถุประสงค์มาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติ ซึ่งจะจัดกลุ่มกันนำเสนอเป็น ๓ ภารกิจหลักดังนี้
สำหรับภารกิจแรก คือการดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการผลิตเนื้อหา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพ คุณธรรม และยึดถือ ผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ ท่านประธานที่เคารพ ไทยพีบีเอส ตระหนักในหลักการนี้ อย่างยิ่งจึงวางกรอบการรายงานข่าวสารที่ยึดความเที่ยงตรง รอบด้าน สมดุล ซื่อตรงต่อ จรรยาบรรณและรายงานแบบร่วมค้นหาทางออกให้สังคม ในช่วงปีที่ผ่านมามีผลงานที่ โดดเด่นและสะท้อนหลักการของสื่อสาธารณะ คือปฏิบัติการถ้ำหลวงที่มีทั้งรายงานข่าว และสารคดีพิเศษ ๕ ตอนบันทึกประวัติศาสตร์ที่เล่าจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังภารกิจนี้เป็นจำนวนมาก การทำหน้าที่นี้ของไทยพีบีเอสได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวาง และได้รับการโหวตจาก เครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นสื่อที่รายงานปฏิบัติการถ้ำหลวงที่ดีที่สุด
นอกจากนี้มีตัวอย่างของงานสื่อสารที่ไทยพีบีเอสมีบทบาทร่วมขับเคลื่อน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับแนวคิดสังคมและเชิงโครงสร้าง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ ไทยพีบีเอสเป็นผู้เปิดประเด็นและติดตามอย่างต่อเนื่อง จะขอยกตัวอย่างบางตัวอย่างนะคะ เช่น ประเด็นการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่ไทยพีบีเอสได้ร่วมสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เอาไว้ที่เราพร้อมจะยกผังการออกอากาศทุกเมื่อ เพื่อเตือนภัยให้กับประชาชนเมื่อมีภัยพิบัติ เกิดขึ้น ประเด็นเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่เป็นธรรม ที่ไทยพีบีเอสติดตามจนนำไปสู่ ความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน จัดสัญจรให้คำปรึกษาแก้หนี้แก่ผู้ยากจนและนำไปสู่การ แก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน หรือประเด็นการยกเลิกสารเคมีทางการเกษตรบางชนิด ที่ไทยพีบีเอสเริ่มรายงานตั้งแต่มีผลกระทบต่อสุขภาพไปจนถึงการสร้างความตระหนักในการ ลดการใช้และมีส่วนร่วมผลักดันเชิงนโยบายค่ะ นอกจากนั้นยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิด ผลความเปลี่ยนแปลง เช่น การจัดการขยะชุมชนและขยะอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบ ทุจริต เช่น ทุจริตอาหารกลางวันและทุจริตเงินคนพิการ การยกเลิกสอบแข่งขันเข้าชั้น ป. ๑ และการเชื่อมโยงระหว่างรายการวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กมาสู่นวัตกรรมการเรียนการสอน ในโรงเรียนและชุมชน
ในภาพรวมการเข้าถึงไทยพีบีเอสในช่องทางสื่อต่าง ๆ มีอัตราเพิ่มขึ้น จำนวน ผู้ชมเฉลี่ยทั้งปีของสถานีโทรทัศน์อยู่ที่ ๖๒,๐๐๐ คนต่อนาที หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๑ จากปีที่ ผ่านมา จำนวนผู้ติดตามผ่านช่องทางสื่อใหม่ทุกประเภทเฉลี่ย ๘๘๕ ล้านครั้งหรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔๗ และจำนวนผู้ฟังสะสมทางวิทยุออนไลน์ ๓๓.๙๔ ล้านครั้ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ แต่ในช่วงวิกฤตและเหตุการณ์สำคัญของประเทศ เช่น ปฏิบัติการถ้ำหลวงในเดือนกรกฎาคม มีจำนวนผู้ชมทีวี (TV) ขึ้นสูงสุดอยู่ที่ ๑.๗ ล้านคน และการจัดผังพิเศษถ่ายทอดสดวาระการ เลือกประธานสภาในปีนี้ก็มีจำนวนผู้ชมขึ้นสูงสุดอยู่ที่ ๙๙๘,๐๐๐ คน เป็นต้น แสดงให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยเรตติง (Ratting) ทีวี (TV) อย่างเดียวไม่อาจสะท้อนภารกิจของสื่อสาธารณะที่วาง จุดเน้นอยู่ที่การให้บริการเนื้อหาเพื่อสร้างการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ คนที่เปราะบางและขาดโอกาสในสังคม และการขยายบริการให้เข้าถึงประชาชนผ่านช่องทาง สื่อใหม่ ๆ ซึ่งเรามีผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกช่องทางนะคะ
ผลประเมินจากคณะผู้ประเมินภายนอกสรุปว่า ผู้ชมให้คุณค่าเรื่องความน่าเชื่อถือ ของไทยพีบีเอสสูงสุดในด้านการเป็นที่พึ่งและด้านการรักษาจรรยาบรรณสื่อ รองลงมาคือ คุณค่าเรื่องการรักษาพันธกิจสื่อสาธารณะ ในด้านการผลิตข่าวสารรายการที่มีคุณภาพได้ มาตรฐาน ถัดมาคือคุณค่าเรื่องความหลากหลายในด้านการนำเสนอที่เหมาะสมต่อผู้ชมใน แต่ละกลุ่มวัย และเสนอเนื้อหาสาระจากหลากหลายมุมมอง และคุณค่าด้านแนวคิด สร้างสรรค์
สำหรับภารกิจที่ ๒ คือการส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนและส่งเสริม เสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร เรียนท่านประธานที่เคารพ ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับเนื้อหา ซึ่งสื่อเชิงพาณิชย์ไม่พร้อมลงทุน เช่น รายการสำหรับเด็กและครอบครัว รายการคุ้มครอง ผู้บริโภค รายการของภาคพลเมือง รายการสารคดีที่ผลิตโดยฝีมือคนไทย ซึ่งสะท้อนคุณค่า วัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพความหลากหลาย รายการข่าวภาษาอังกฤษที่เชื่อม ระหว่างเรื่องของท้องถิ่นและบริบทของโลก ไปจนถึงรายการที่นำวาระปฏิรูปจากภาค นโยบายและภาคประชาชนมาผลักดันให้เกิดผลความเปลี่ยนแปลง เป็นต้น นอกจากนี้ไทยพีบีเอส มุ่งสร้างความเท่าเทียมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยให้บริการสัญญาณออกอากาศทีวี (TV) ดิจิทัลที่ครอบคลุม ร้อยละ ๙๖.๗๓ ของครัวเรือน และได้นำร่องพัฒนาบริการเพื่อคนพิการทางการได้ยินและการมองเห็น ด้วยการมีบริการ ล่ามภาษามือ คำบรรยายแทนเสียง และเสียงบรรยายภาพ เฉลี่ยวันละ ๓ ชั่วโมง ๔๒ นาที ของผังรายการ ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนดไว้ถึง ๓ เท่า รวมถึงการขยายช่องทาง สื่อใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงพลเมืองดิจิทัลมากขึ้น เช่น เฟซบุ๊กไทยพีบีเอส ที่มีจำนวนผู้ติดตาม ๔.๖ ล้านคน และมีการใช้ แอปพลิเคชัน (Application) ชื่อว่า ซีไซต์ (C-Site) ที่เป็นพื้นที่ สื่อสารระดมปัญญาของภาคพลเมืองในการร่วมเปลี่ยนแปลงชุมชนเกือบ ๓,๐๐๐ ประเด็น จากนักสื่อสารพลเมืองกว่า ๒,๐๐๐ คน ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาฝุ่นคุมเมือง การระดมปัญญา ของพลเมืองในการร่วมรักษาพื้นที่ชายหาดสมิหลาที่จังหวัดสงขลา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงบทบาทของศูนย์ภูมิภาคไทยพีบีเอส ในการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วม หาทางออกผ่านรายการฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้าน ผลประเมินชี้ว่า ร้อยละ ๗๕ ของผู้ชมได้รับความรู้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในระดับมากถึงมากที่สุด และเห็นว่าเนื้อหาที่โดดเด่น ได้แก่ เนื้อหาที่สร้างความปรองดอง เนื้อหาที่สร้างสังคม ประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการศึกษา การกระจายอำนาจและการ พัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงประเมินว่าไทยพีบีเอสโดดเด่นเรื่องความกล้าหาญในการรายงานข่าว และเน้นเนื้อหาที่ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม อันเป็นการยืนยันในหลักการ ของความเป็นอิสระและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในวิชาชีพสื่อสาธารณะ
สำหรับภารกิจที่ ๓ คือสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนด ทิศทางของสื่อสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจุดที่แตกต่างจากสื่ออื่น เพราะไทยพีบีเอสได้มีกลไก รับฟังและชี้แนะเชิงนโยบายจากสภาผู้ชม ผู้ฟัง ที่เป็นตัวแทนจากภูมิภาคและกลุ่มประเด็น ต่าง ๆ ทางสังคม จำนวน ๕๐ คน และได้สร้างพื้นที่กลางเชื่อมรัฐกับประชาชนในการแก้ไข ปัญหาความทุกข์ร้อน โดยร้อยละ ๘๕ ของเรื่องร้องทุกข์ได้รับการแก้ไขจบสิ้น และมีการ ติดตามคนที่สูญหายคืนกลับสู่อ้อมอกของครอบครัว คิดเป็น ร้อยละ ๔๒ จากจำนวนการแจ้ง ๓๑๘ คนในปีที่ผ่านมา ซึ่งกรณีของศูนย์คนหายได้มีการประเมินเอาไว้ว่า ความคุ้มค่าทาง เศรษฐศาสตร์นั้นเทียบเท่ากับการที่ไทยพีบีเอสลงทุนในมูลค่า ๑ บาท แต่ก่อให้เกิดประโยชน์ ๑๑.๒๓ บาทค่ะ
ผลการประเมิน ประชาชนมีความพึ่งพอใจที่ไทยพีบีเอสเปิดช่องทางให้เข้าถึง ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ของภาคพลเมืองที่เชื่อมต่อกับกระบวนการนโยบาย สาธารณะได้อย่างสร้างสรรค์ ท่านประธานที่เคารพค่ะ ด้วยภารกิจของสื่อสาธารณะที่เป็น มากกว่าการผลิตสื่อทีวี (TV) ไทยพีบีเอสจึงมีความร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรวิชาชีพสื่อ สถาบันวิชาการและเครือข่ายสื่อสาธารณะของสากลจำนวนมาก พัฒนาความรู้ ทักษะ และจริยธรรมสื่อ เช่น การประกาศปฏิญญาร่วมกับ ๘ องค์กรวิชาชีพ ลดปัญหาข่าวลวงหรือ เฟกนิวส์ (Fake News) โดยเพิ่มเครื่องมือตรวจสอบที่เข้มข้นในกองบรรณาธิการและ จัดกิจกรรมรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชน เป็นต้น
สิ่งสะท้อนการยอมรับอีกประการหนึ่ง คือรางวัลที่ได้รับตลอดทั้งปี ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๕๓ รางวัล เช่น รายการข่าวดีเด่น ข่าวสืบสวน สอบสวนยอดเยี่ยม ข่าวออนไลน์เชิง สืบสวนยอมเยี่ยม สารคดีข่าวยอดเยี่ยม รายการส่งเสริมเยาวชนดีเด่น สถานีส่งเสริมความรู้ และศิลปวัฒนธรรมดีเด่น สถานีส่งเสริมรายการเด็ก เยาวชนและครอบครัวดีเด่น หน่วยงาน ที่ไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรงในครอบครัว เป็นต้น
สำหรับงบประมาณอุดหนุน จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ได้ใช้ดำเนินการ ผลิตเนื้อหา ๗๕๙ ล้านบาท หรือร้อยละ ๓๗ ส่งเสริมการเข้าถึงของประชาชนในทุกช่องทาง และทุกรูปแบบ ๒๕๕ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๒ และด้านบุคลากร ๖๖๕ ล้านบาท หรือร้อยละ ๓๒ ในงบผลิตเนื้อหานั้นจำแนกเป็นรายข่าว ร้อยละ ๑๕ รายการตอบสนอง วาระปฏิรูป ร้อยละ ๒๑ รายการตอบสนองการพัฒนาความรู้เด็ก เยาวชน และครอบครัว พัฒนาคุณภาพชีวิต ร้อยละ ๓๔ พัฒนาชุมชน ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ร้อยละ ๒๔ รายการของนักข่าวพลเมือง ร้อยละ ๓ และรายการบริการสังคมอีกร้อยละ ๓
การตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับรองงบการเงิน ปี ๒๕๖๑ ว่าถูกต้องในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงาน ท่านประธานที่เคารพคะ ครึ่งปีแรก ของปีนี้ไทยพีบีเอสได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการทำวาระเลือกตั้งให้แตกต่างไปจากสื่ออื่น โดยการจับมือกับ ๘ องค์กรทำวาระให้เสียงประชาชนไปไกลกว่าการเลือกตั้ง เปิดพื้นที่ ให้เสียงประชาชนจากเวทีรับฟังต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้รวบรวมเป็นข้อเสนอนโยบาย ต่อพรรคการเมือง นอกจากนี้เราได้เพิ่มสัดส่วนรายการเด็กเป็น ๑๓ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อทดแทนทีวี (TV) ช่องเด็กที่กำลังจะยุติลง และได้จัดตั้งศูนย์สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็ก และครอบครัว ผลิตเนื้อหาที่เหมาะสมต่อพัฒนาการของเด็ก เผยแพร่แบบมัลติ แพลตฟอร์ม (Multi-Platform) และจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะของครูและชุมชนไปพร้อมกัน รวมทั้ง การสร้างรูปแบบการสื่อสารเพื่อทำให้ประชาชนมีทักษะความปลอดภัยของศูนย์สื่อสาร ภัยพิบัติ เป็นต้น และได้วางทิศทางสำหรับปี ๒๕๖๓ เอาไว้ว่า เราจะมุ่งเน้นการเตรียมทักษะ แห่งอนาคตให้คนไทยเพื่อปรับตัวให้ก้าวผ่านยุคดิสรัปทีฟ (Disruptive) ไปพร้อมกันให้ได้ รวมถึงการวางบทบาทร่วมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม อันเป็นวาระที่ไทยพีบีเอสทำมาอย่าง ต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกทุกท่านว่า ไทยพีบีเอสจะทำภารกิจตามหลักการสื่อสาธารณะต่อไป คงไว้ซึ่งมิติความทั่วถึง และเป็นธรรม มิติความหลากหลาย และมิติความน่าเชื่อถือซึ่งเป็น ๓ คุณค่าที่โดดเด่นที่สุด จากผลการประเมิน และจะรักษาคุณค่าของความเป็นอิสระเอาไว้ โดยรายงานข่าว ที่ปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเราจะทำหน้าที่ตรวจสอบ และรายงานอย่างเป็นกลางแล้วก็สมดุล และอยู่บนฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อ สนองตอบผลประโยชน์สาธารณะอย่างเต็มที่ บนฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมี ธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้คือรายงานการดำเนินงานปี ๒๕๖๑ ของไทยพีบีเอส ขอบพระคุณค่ะ