นริศ หารือบทบาทไทยพีบีเอสดันสื่อสาธารณะ-เปิดโปงงบฯโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒

นริศ ขำนุรักษ์ หารือถึงบทบาทและผลการดำเนินงานของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะที่ควรเป็นกลางและตอบสนองต่อประชาชน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการขยายการนำเสนอข่าวเพื่อครอบคลุมปัญหาประเทศทั้ง 6 ด้าน รวมถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ การทวงคืนพื้นที่ป่า และประสิทธิภาพของโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการป่ากลางเมือง พร้อมเรียกร้องให้สถานีทำหน้าที่เปิดเผยความจริงและเสนอข้อมูลอย่างมีจริยธรรมต่อสาธารณะ

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้สภาผู้แทนราษฎร วันนี้พวกเรา ซึ่งมาจากประชาชนจะได้รับทราบผลการปฏิบัติงานประจำปีขององค์การกระจายเสียงและ แพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไทยพีบีเอส ซึ่งถือว่าวันนี้เราจะได้ทำหน้าที่ อันสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าไทยพีบีเอสเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นจากกรณีที่สื่อมีปัญหา ในอดีต ไม่ว่าจะไม่เป็นกลาง ไม่ว่าจะถูกนำไปรับใช้ผู้มีอำนาจ ไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ ในอดีต และรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ก็พยายามที่จะสร้างสื่อขึ้นมา สักสื่อหนึ่งเพื่อเป็นกลางตอบสนองความต้องการของประชาชน จึงมีการพัฒนามาเป็น ไทยพีบีเอสในวันนี้ และไทยพีบีเอสก็ได้รักษาจุดยืนที่พวกเราวางเป้าหมายไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถือว่าวันนี้เราจะได้พิจารณาในเรื่องที่สำคัญ

๒. เราจะได้พิจารณาไทยพีบีเอสที่รับเงินรายได้จากรัฐบาลต่อปีร่วม ๒,๐๐๐ ล้านบาท มาบริหารกับไทยพีบีเอสบริหารทรัพย์สินของไทยพีบีเอสร่วม ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข ๒ ตัวนี้ ไทยพีบีเอสมีสถานะใหญ่กว่ากระทรวงหลายกระทรวงในประเทศเรา การตรวจสอบการทำงานของไทยพีบีเอสจึงต้องเข้มข้น เพราะว่ากระทรวงหลายกระทรวง งบประมาณแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเอง เราก็ตรวจสอบ มีกระทู้ มีญัตติที่สอบถามกันในสภา แต่ว่าไทยพีบีเอสใช้จ่ายงบประมาณ ๒ ก้อนนี้เยอะมาก บริหารงบประมาณค่อนข้างมากมาย ทีเดียว จึงต้องมีการตรวจสอบซักถามกัน ผมไม่สงสัยในความสำเร็จบางเรื่องของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะกรณีการรายงานข่าวเรื่องภัยพิบัติ ผมถือว่าสื่อช่องนี้มีผลงานในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับการรายงานข่าวเรื่องภัยพิบัติ ไม่ว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือในประเทศ เพื่อนบ้าน และที่ท่านรายงานกับสภาโดยเฉพาะเรื่องการรายงานการช่วยเหลือเด็ก ๑๓ คน ที่ติดถ้ำในจังหวัดเชียงราย ผมถือว่าเป็นแบบอย่างเป็นแบบฉบับของการรายงานจริง ๆ เพราะว่าท่านมีทั้งความรวดเร็ว รอบด้าน ให้ความรู้ผู้คน ผู้ชมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งด้าน วัฒนธรรม ความเชื่อ และการรายงานทุกตอนของท่านทำให้คนไทยมีความหวัง คนดูมี ความหวัง แล้วสำหรับการรายงานของท่านทางด้านสังคม ผมถือว่าไทยพีบีเอสก็ไม่รอง ใครเลยในเรื่องการรายงานข่าวสารในทางสังคมนะครับ แต่ผมกราบเรียนว่า ประเทศไทย หรือในโลกมันมีปัญหามากกว่าปัญหาในทางสังคมอยู่ ในโลกไม่ว่ามุมไหนของโลก ไม่ว่ามุมไหน ของประเทศไทยมันมีปัญหาอยู่ ๖ ด้านครับท่านประธาน มีปัญหาครอบครัว มีปัญหา การศึกษา มีปัญหาสาธารณสุขสิ่งแวดล้อม มีปัญหาทางด้านความเชื่อศาสนา มีปัญหา เศรษฐกิจ มีปัญหาทางด้านการเมืองการปกครองและความมั่นคง ผมเปรียบเทียบว่า ไทยพีบีเอสเป็นเครื่องดื่มสักชนิดหนึ่ง รสชาติไทยพีบีเอส ไม่กลมกล่อม ไทยพีบีเอสเน้นเฉพาะเรื่องทางด้านสังคมเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในโลกของความเป็นจริงมันมีอีก ๕ ด้าน ที่ไทยพีบีเอสต้องจัดให้กลมกล่อม จัดทุกปัญหาที่มีอยู่ในประเทศไทย เพราะสื่ออย่าง ไทยพีบีเอสต้องตอบโจทย์ทุกปัญหาที่มีอยู่ในประเทศไทย ความสำเร็จของไทยพีบีเอส ในปี ๒๕๖๑ มีหลายเรื่อง ผมได้อ่านในรายงานเสียดายไม่พบ ผมเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุงมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าไปจับดำเนินคดีผู้บุกรุกป่าเนื้อที่ ๙๐๐ ไร่ ของนายทุน ไทยพีบีเอสสอบถามผม ติดตามข่าว ติดตามสัมภาษณ์ผมอยู่ตลอดเวลา จนขณะนี้กรมที่ดินเพิกถอนที่ดินผืนนี้ไป ๙๐๐ ไร่ ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งในความสำเร็จของการ เพิกถอนที่ดินที่ถูกบุกรุกมีไทยพีบีเอสอยู่ข้างหลัง เพราะผมได้เห็นภาพการทำงานอยู่ ตลอดเวลาในปี ๒๕๖๑ ผมเชื่อว่าสื่อไทยพีบีเอสถ้าได้วางน้ำหนักลงในบางปัญหาก็จะเกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างมาก ผมจึงขออนุญาตฝาก ท่านก่อนที่จะมีคำถามสั้น ๆ สัก ๑-๒ ข้อเท่านั้นเอง อยากฝากท่านว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จังหวัดพัทลุงมีการขอสัมปทานระเบิดหินในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ในวันที่ทำประชามติมีกลุ่ม ผู้มีอิทธิพลจับสื่อไปขัง จับ เอ็นจีโอ (NGO) ไปขัง แล้วก็มีการมอบตัวแล้วบ้าง ผมอยากให้ ท่านไปติดตามเรื่องนี้ เพราะว่าสื่อก็เข้าไปช่วยเรื่องนี้อยู่แล้ว และผมคิดว่าให้ไทยพีบีเอส เป็นเจ้าภาพไปตีแผ่เรื่องนี้ออกมา แล้วก็ไปทำลายอิทธิเรื่องนี้เหมือนกับไทยพีบีเอส เคยจัดการในพื้นที่ ๙๐๐ ไร่ ที่จังหวัดพัทลุงที่เกาะนางคำสำเร็จมาแล้ว นอกจากนั้น อีกหลายเรื่องครับ เรื่องทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไทยพีบีเอส ควรจะช่วยเราได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประเทศไทยปลูกป่ามาร่วม ๑๐๐ ปี ถ้าปลูกครบถ้วนป่าของประเทศไทยที่ปลูกด้วยเงินมหาศาลมา ๑๐๐ ปี จะลามไปตอนเหนือ ของประเทศมาเลเซียได้ จะลามเข้าไปในตะวันออกของประเทศพม่า ตะวันตกของประเทศลาว และตะวันตกของประเทศกัมพูชาและตอนใต้ของประเทศลาวแล้วนะครับ แต่ว่าขณะนี้ ป่าที่ปลูกบวกกับป่าธรรมชาติมีแค่ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าไทยพีบีเอสช่วยหน่อย ไปค้นหาหน่อยว่าป่าปลูกมา ๑๐๐ ปีอยู่ตรงไหน ที่สมบูรณ์มีเท่าไร ผมว่าสื่อช่วยได้มากครับ แล้วดำริของท่านประธาน ชวน หลีกภัย ในวันที่เป็นนายกรัฐมนตรีให้ปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กล้า โดยภาคเอกชน ปตท. เจ้าใหญ่สุดไปปลูกให้เรา ในวันที่ ผมเป็นประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมไปตรวจป่าที่ จังหวัดเชียงราย ผมเศร้าใจมากครับ คนของ ปตท. ตามผมไปร้องไห้ครับ ปลูก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ไม่พบป่า บางที่ไม่พบแม้แต่ต้นเดียว และซ้ำร้ายบางที่สวนยางพาราอายุมากกว่าสวนป่า นั่นหมายถึงว่าไม่ปลูกเลยครับ ไปเบิกเงินบนสวนยางพารานะครับ นี่เป็นสิ่งที่เลวร้าย ผมอยากให้ไทยพีบีเอส ช่วยไปติดตาม

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องทวงคืนผืนป่า เขาบอกว่าทวงคืนผืนป่าได้มา ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ช่วยตามผมหน่อยครับว่าทวงแล้วได้กลับมาจริง ๆ หรือเปล่า เพราะบางที่ก็ยังเป็นรีสอร์ต (Resort) ให้พวกเราเข้าไปพักกันอยู่ นั่นก็บอกว่าทวงคืนผืนป่าสำเร็จแล้ว ลองไปช่วยตาม

สุดท้ายอยากให้ไปตามเรื่องโครงการป่ากลางเมือง ๕๐-๖๐ ที่ ว่าจะทำให้ป่า เพิ่มขึ้นในเมือง เพราะว่าเท่าที่ทราบข้อเท็จจริงก็คือ ๑. ไม่อยู่ในเมือง ๒. ไม่ได้ปลูกขึ้นมาใหม่ ไปเปิดเอาหน่วยงานเก่าขึ้นมา บางที่เขาเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการมาแล้ว ๗๐ ปี แล้วมาบอกว่า เป็นโครงการป่ากลางเมืองใหม่ บางที่ดำเนินการมาแล้ว ๔๐ ปี แต่บอกว่าปลูกป่าใหม่ขึ้นมา เป็นโครงการป่ากลางเมือง ผมอยากฝากไทยพีบีเอสช่วยเป็นเจ้าภาพ ไปตรวจสอบเรื่องนี้ ผมเชื่อมือว่าท่านทำได้ สุดท้ายผมขออนุญาตได้สอบถามว่า ท่านจะเพิ่มผู้ชมของท่าน มากกว่าปี ๒๕๖๑ ได้ด้วยวิธีไหน เพิ่มขึ้นเท่าไร ๒. ถามว่ายังมีช่องทางไหนอีกหรือไม่ครับ ที่ท่านจะทำเพื่อเพิ่มผู้ชม เพราะเราคิดว่าจำนวนผู้ชมเป็นตัวชี้วัดได้ดีตัวหนึ่ง และ ๓ ถามว่า ท่านได้ใช้จ่ายเงินปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ