รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
ขณะนี้ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภาผู้แทนราษฎรเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม เรื่องหารือ เชิญท่านสัมพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับโทรศัพท์จากท่าน ส.ส. สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ เขตบางนานะครับ ด่วนว่าตอนนี้ได้มีท่อประปาขนาดใหญ่แตกที่หน้ากรมสรรพาวุธ เขตบางนานะครับ แต่ว่าการประปานครหลวงยังไม่ได้เข้าไปแก้ไข ก็ฝากต่อสภานะครับ ช่วยประสานงาน ให้ด่วนนะครับ
ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดสุโขทัย ได้รับการร้องเรียนมาว่าได้มีประปาที่มีอยู่แล้วในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๒ ตําบลหนองจิก อยู่ในเขตวัดมุจลินทาราม ตําบลหนองจิก อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ทรุดโทรม และแท็งก์ (Tank) ก็เอียงเหมือนจะโค่นนะครับ และประปาก็ไม่สามารถที่ใช้ได้ ก็อยากฝาก ถึงกรมทรัพยากรน้ําบาดาลให้ช่วยเข้าไปดูแลในการแก้ไขในเรื่องของประปาในบริเวณ วัดมุจลินทาราม ตําบลหนองจิก อําเภอคีรีมาศ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ชาวตําบลหนองจิกเกี่ยวกับเรื่องของกระแสไฟฟ้าตก ก็เนื่องมาจากว่าหม้อแปลงไฟฟ้า ที่มีวัตต์ (Watt) ต่ําและไม่ได้รับการแก้ไข หรือแม้กระทั่งเรื่องของไฟฟ้าที่เป็นแค่ ๒ เฟส (Phase) นะครับ ไม่ได้ขยายให้เป็น ๓ เฟส ก็ฝากต่อสภาไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ช่วยเข้าไปดูแลแล้วก็ของบประมาณในการที่ไปปรับปรุงเรื่องกระแสไฟฟ้าตกในการ ปรับปรุงเปลี่ยนหม้อแปลงและก็ขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องในตําบลหนองจิกทุกหมู่นะครับ ก็ฝากต่อท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์สุรสาลครับ อาจารย์เจริญท่านมีชื่ออยู่แล้วครับ แต่เป็นอันดับ ๑๐ ของซีกฝ่ายค้าน นะครับ เดี๋ยวผมจะเรียกตามนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธานไปสู่กระทรวงคมนาคมดังนี้ครับ
สืบเนื่องจากบริเวณแยกเข้าอําเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมักจะมี ประชาชนจากตําบลทองเอนและตําบลใกล้เคียงเสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ กระผมได้นําปัญหานี้หารือกับท่านประธาน ไปสู่กระทรวงคมนาคมแล้วหลายครั้งเพื่อหาทางแก้ไข โดยจะขอให้ก่อสร้างสะพานกลับรถ ในบริเวณดังกล่าว แต่ยังไม่มีการดําเนินการใด ๆ แต่ทั้งนี้การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ต่อมาในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ กรมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเร่งด่วนให้กับ อบต. ทองเอน เพื่อสร้างสะพานข้าม ถนนสายเอเชียในบริเวณดังกล่าว โดยการปรับปรุงสะพานลอยให้มีทางลาดขึ้นลง ให้รถจักรยานยนต์สามารถข้ามถนนสายเอเชียได้ พร้อมกันก็เป็นสะพานลอยคนเดินข้ามไปด้วย โดยใช้แบบของกรมทางหลวง ต่อมาเมื่องบประมาณได้จัดส่งลงไปแต่ปรากฏว่า อบต. ทองเอน กลับไม่สามารถก่อสร้างสะพานดังกล่าวได้ เนื่องจากวิศวกรของกรมทางหลวงไม่อนุมัติ แบบให้โดยให้เหตุผลว่าช่องทางแคบจะเป็นอันตรายต่อประชาชนที่ใช้สะพานแห่งนี้ ในการข้ามถนน ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหาดังกล่าวกระผมจึงขอหารือกับ ท่านประธานผ่านไปสู่กระทรวงคมนาคมว่าขอให้หาทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน ด้วยการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสะพานกลับรถหรือก่อสร้างเป็นสะพานข้ามถนน ที่เป็นทางลาดแบบเดียวกับสะพานบริเวณหน้าวัดอัมพวันก็จะเป็นคุณูปการที่พี่น้องประชาชน ชาวตําบลทองเอนและตําบลอินทร์บุรีเป็นอย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านโสภา นะครับเหลือมาจากอาทิตย์ที่แล้ว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านเรื่องราคายางพารา ปาล์มน้ํามันตกต่ํา เพราะพวกชาวบ้านรอรัฐบาลมา ๒ ปีกว่าแล้ว ก็ไม่มีราคาที่จะขึ้นมาให้พวกเขา พวกเขาจึง ต้องออกมาเรียกร้องราคาให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ คือแพงทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าไข่ ไม่ว่าปลากระป๋อง ไม่ว่านมลูก พวกเขาเลยต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะพวกที่มาประท้วงคือพวกที่ลําบากจริง ๆ รัฐบาลต้องเห็นใจพวกเขา ดิฉันเลยคิดว่า รัฐบาลปล่อยไว้แบบนี้จะลุกลามกันไปใหญ่ ขอให้รัฐบาลเข้าไปแก้ไขด่วนด้วย แต่เรื่องราคายางพารา ปาล์ม รัฐบาลทําไม่ได้ ราคาข้าวทําไมรัฐบาลถึงทําได้ หรือว่า พวกสวนยางไม่ใช่พวกของท่าน เพราะพวกท่านทําเรื่องข้าวทําได้ ดิฉันคิดว่ารัฐบาล คงจะทําได้ แต่รัฐบาลไม่ทํา หรือรัฐบาลเห็นว่าชาวสวนไม่ใช่พวกของท่าน ขอให้รัฐบาล ช่วยแก้ไขด่วน เพราะพวกชาวสวนยางพาราคือคนไทยทั้งประเทศ อย่ามาแยกว่า ชาวสวนไม่ใช่พวกของท่าน เพราะไม่อีกเท่าไรพวกเราก็จะเข้าไปสู่ประชาคมอาเซียน
เรื่องที่ ๒ ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนรถฉุกเฉินเพื่อการปฐมพยาบาล เบื้องต้นประจําทุกองค์การบริหารส่วนตําบลทั่วประเทศ เนื่องด้วยประชาชนในหมู่บ้าน ในตําบลต่าง ๆ ทั่วประเทศจะมีภูมิลําเนาห่างไกลความเจริญของเมือง ห่างไกลโรงพยาบาล เวลาเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเหตุร้ายฉุกเฉิน ส่วนใหญ่จะได้รับการบริการทางแพทย์ช้าไป ทําให้ เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ทําให้ครอบครัวมีปัญหา ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่เป็นครอบครัว ที่ลําบากอยู่แล้ว ซึ่งหากประชาชนเหล่านี้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างรวดเร็วถูกวิธี โดยมี อุปกรณ์การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาล เหตุการณ์ร้ายแรงจะสามารถป้องกันได้และบรรเทาได้เป็นอย่างดี ถ้ามีรถพยาบาลอยู่ ตามองค์การบริหารส่วนตําบลต่างๆ เราจะเรียกหาได้เลย แต่ขณะนี้ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เพราะไม่มีรถพยาบาล ต้องรอจนกว่ารถป่อเต็กตึ๊งหรือรถพยาบาลมาถึง บางครั้ง ก็เสียเลือดมากหรือกว่าจะถึงโรงพยาบาล ตายก็มี ฉะนั้นดิฉันคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี เห็นเรื่องของประชาชนเป็นสําคัญ ท่านคงจะสั่งการไปยังท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดําเนินการด่วน ขอบคุณค่ะ
ท่านวิวัฒน์ชัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนําเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าว ไปยังรัฐบาลได้โปรดสั่งการไปยังเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบให้แก้ไขโดยด่วน ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับถนนที่อยู่ในความดูแลของท้องถิ่นทั่วประเทศ ขณะนี้ท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หรือเทศบาลนั้นกําลังเดือดร้อน เนื่องจากว่าถนนได้ชํารุดทรุดโทรม เสียหาย ขาดงบประมาณในการบํารุงดูแล ผมจะขอยกตัวอย่างในเขตพื้นที่ของผมนั่นก็คือถนนบ้านตูม-ไร่เจริญ ระยะทาง ๒๖ กิโลเมตร ขณะนี้กําลังชํารุดเสียหายมาก ได้หารือในที่สภาแห่งนี้หลายครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนกระทั่ง ปัจจุบันนี้ ผลปรากฏว่าก็ได้รับคําตอบบอกว่าจะดูแลแล้วก็รองบประมาณ รอแล้วรอเล่า จนปี ๒๕๕๗ หลังสุดได้มีการตั้งกระทู้ถามทางกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อ คือนายประชา ประสพดี ได้มาตอบกระทู้ผม แล้วก็ บอกว่าจะแก้ไขปัญหาในปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ ผลปรากฏว่าในแผนงานนั้นไม่ปรากฏ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ํา ยกตัวอย่างว่าขณะนี้อ่างเก็บน้ํา ห้วยตามายในเขตพื้นที่ของผมนั้นได้ตื้นเขิน ขาดการบูรณะ จึงขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วน
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร ซึ่งขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่า อบต. กําลังมีปัญหา เนื่องจากว่าไม่สามารถ ที่จะจัดงบประมาณเพื่อดําเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องความเดือดร้อน ยกตัวอย่างในเขตพื้นที่ ของผมนั้นก็คือ ตําบลพรหมสวัสดิ์ ตําบลตําแย อําเภอพายุ ซึ่งรายละเอียดนั้น ผมจะได้มอบให้กับทางท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยด่วน ขอบคุณมากครับ
ท่านเรวัต ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมหารือกับท่านสัก ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกเรื่องพิพิธภัณฑ์รัฐสภา ผมเห็นตอนนี้ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ปรับปรุงหลายพื้นที่ ผมวิงวอนมายังท่านเลยนะครับว่าพิพิธภัณฑ์ของเรายังไม่ได้ปรับปรุงเลย ขออนุญาตฝากท่าน ประการที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านครับ เรื่องโรงพยาบาลถลาง บัดนี้โรงพยาบาลถลางครับ ขาดอาคารตึกผู้ป่วยในเป็นอย่างมาก อําเภอถลางมีประชากรอยู่ประมาณเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ที่นั่นเวลาเกิดอุบัติเหตุครับ ท่านไปดูได้เลยครับ มีอยู่ ๗ เตียงเท่านั้นเอง ผมเองขออนุญาตผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๘ ขอได้จัดงบประมาณไปสร้างอาคารผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลถลาง
ต่อมาครับที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลฉลองเช่นเดียวกันครับ เป็นพื้นที่ที่อยู่ทางทิศใต้ของเกาะภูเก็ต ทําไมผมต้องมาพูดถึงเรื่องของบประมาณ ไปสนับสนุนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลฉลอง ก็เพราะเหตุผลว่าเวลาเกิดอุบัติเหตุ ในพื้นที่ทางตอนทิศใต้ของเกาะภูเก็ตส่วนมากผู้ป่วยจะเสียชีวิตระหว่างทาง เพราะปัญหา จราจร รถติดเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเกิดอุบัติเหตุพื้นที่ตําบลกะรน พื้นที่ตําบลราไวย์ แม้กระทั่งพื้นที่ตําบลฉลองเอง เมื่อผู้ป่วยโดนอุบัติเหตุนํามาส่งโรงพยาบาลส่วนมาก จะเสียชีวิตระหว่างทางเพราะไปไม่ถึงโรงพยาบาลวชิระ ก็ให้ทางกระทรวงสาธารณสุข จัดงบประมาณไปทําอาคารผู้ป่วย ๑๐ เตียง หรือ ๒๐ เตียงที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบลฉลองครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างถนนภายในโรงเรียน โรงเรียนบ้านปลวกธาตุโสภา ตําบลคําสะอาด อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร สืบเนื่องจากคณะกรรมการ สถานศึกษามีมติต่อคณะครูอาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียน ถึงถนนภายในบริเวณโรงเรียน ว่าควรจะได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย เป็นการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการต่อนักเรียน ผู้ปกครองที่มารับส่งบุตรหลาน เป็นประจํา และนักเรียนในโรงเรียนบ้านปลวกธาตุโสภา ตําบลคําสะอาด อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ให้ได้รับสิ่งที่เรียกว่าความสะดวกสบายค่ะท่านประธานคะ ปลอดมลพิษจากฝุ่นละออง และเพื่อเป็นการสนับสนุนการเรียนการสอนอย่างสมบูรณ์ และโรงเรียนในอําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และทั้งจังหวัดสกลนครนั้น ลักษณะที่เป็นโรงเรียนมายาวนาน แต่ไม่มีการก่อสร้างถนนลาดยางหรือว่าคอนกรีต ภายในโรงเรียนเลยนั้น หลาย ๆ โรงเรียนด้วยกันเป็นที่น่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง ที่คณะกรรมการสถานศึกษาเขาของบประมาณมาแค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นค่ะท่าน ประธานคะ ๕๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยนิดมาก แล้วอย่างอื่นมันค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือว่าแท็บเล็ต (Tablet) ที่รัฐบาลส่งไปให้เป็นอุปกรณ์ ด้านการสื่อสาร แต่สิ่งที่ยังขาดและขาดมายาวนานก็คือถนนภายในบริเวณโรงเรียนนั้น ค่อนข้างที่จะขาดแคลนมาก ๆ ก็คือยังเป็นถนนดินแดงอยู่ และก็รอบบริเวณพื้นที่ จึงร้องขอผ่านท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีให้งบประมาณก่อสร้างถนนภายในบริเวณ โรงเรียนอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนพูดต่อสภาเพื่อให้ รัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผมอยากหารือครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ครั้งแรกได้หารือไปแล้วต่อกระทรวงคมนาคม ก็ไม่ได้รับการแก้ไขประมาณ ๗-๘ เดือนที่แล้ว วันนี้ผมขอหารือเรื่องเดิมแต่ผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อนําปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ผมกําลังจะพูดนี้ไปแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในกรณีที่ผมจะพูดถึงคือกรณี น้ํากัดเซาะตลิ่ง หมู่ ๖ บ้านบากง ตําบลรือเสาะ อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทางหลวง หมายเลข ๔๐๖๐ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน พอดีมีเพาเวอร์พอยท์ (Power Point) ให้ท่านดูครับ นี่คือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้านบากง น้ําเซาะตลิ่งซึ่งเกิดจากปัญหาที่โครงการของรัฐบาลได้ทําไว้คือโครงการขุดคลองแก้ปัญหา ตลิ่งพังบากง ซึ่งใช้ ๓๐ ล้านบาทก่อนหน้านั้น เดิมทีพื้นที่เหล่านี้ไม่ได้ถูกน้ําเซาะตลิ่ง แต่อย่างใด พอเอางบประมาณไปสร้าง ๓๐ ล้านบาท น้ําวนมาเซาะเอาบ้านชาวบ้านเกือบพัง ไปประมาณ ๑๐ กว่าหลังครับท่านประธาน พูดปัญหานี้ต่อสภาแห่งนี้หารือแล้ว ประมาณ ๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้ง ๓ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ถึงอยากจะฝากผ่านไปถึง นายกรัฐมนตรีโดยตรง ขอความกรุณาได้สั่งการไปยังหน่วยงานซึ่งมีความรับผิดชอบโดยตรง เข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ พื้นที่ตรงนี้มันห่างจากถนนใหญ่ประมาณ ๓ เมตรเองครับ ๓ เมตรแล้วจะถึงถนนใหญ่ เวลาเกิดปัญหาความเดือดร้อนจริง ๆ ท่านประธาน ผู้คนซึ่งมีความเดือดร้อนประมาณ ๑๐ หลังคาเรือนจะต้องอยู่บนถนนดําเลยครับ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ ฝากถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง สิ่งที่พวกผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรแต่ละครั้งในการหารือนั้นให้มันมีความจริง วันนี้เวลา ปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎรมีเพียงแต่หนังสือท่านประธานฝากไปถึงพวกผม แต่ในทาง ปฏิบัติมันไม่มีครับท่านประธาน ฟ้องท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ
ผมได้ลงพื้นที่ครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตําบลวังหลวง และตําบลหนองหลวงนะครับ เส้นทางระหว่างทางแยกบ้านกุดแคนไปยังบ้านหนองควาย ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร เสียหายมาก โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านหนองบัวเงินไปบ้านโพนทอง ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรนี้จะทําให้ผิวจราจรเป็นหลุมเป็นบ่อมาก แล้วก็ชุมชนข้างใน เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีคนสัญจรไปมามากทําให้เกิดความลําบาก ก็อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าทางหลวงชนบทหรือท้องถิ่นก็ตามให้ไปดูแลเส้นนี้ด้วยครับ
อีกเส้นทางหนึ่ง ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องบ้านท่าสําราญ ท่าหายโศก บอกว่าเส้นทางของบ้านหนองแวงคําภูไปถึงท่าสําราญ ท่าหายโศกถูกน้ํากัดเซาะถนนขาด ไม่สามารถจะสัญจรไปมาได้ครับ ก็ให้หน่วยงานท้องถิ่นไปดูแลด้วยครับ
อีกเส้นทางหนึ่งสร้างถนน ค.ส.ล. มาประมาณ ๖ กิโลเมตร ยังเหลือ อีกประมาณ ๑ กิโลเมตรกว่านะครับจะเสร็จ งบประมาณไม่พอในปีที่แล้ว ก็ขอให้ทางรัฐบาล ไปสร้างต่อให้เสร็จ เหลือประมาณไม่ถึง ๒ กิโลเมตรหรอกครับ
และสุดท้าย ก็ขอให้ทางท้องถิ่นได้ดูแลเส้นทางที่เข้าหมู่บ้านตาลชุม และ บ้านท่าม่วง เส้น ๒ ทางนี้ไปถึงลําแม่น้ําโขง บริเวณที่เกิดมหัศจรรย์บ้องไฟพญานาคนี้ครับ อยากให้หน่วยงานท้องถิ่นขยายเส้นทางให้กว้างหน่อย เส้นทางเข้าไปในบริเวณงานแค่ ๕ เมตรเท่านั้นนะครับ เส้นทางหนึ่งแค่ ๔ เมตร มันก็แคบเกินไป เวลาฝูงชนไปมาก ๆ ก็ทําให้จราจรติดขัดไม่สะดวก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลเส้นทางนี้ด้วย
แล้วสุดท้าย ขอขอบคุณกรมทางหลวงนะครับที่ได้ไปทําสะพานข้าม แม่น้ําห้วยหลวง ที่อําเภอโพนพิสัย เทศบาลโพนพิสัย แล้วก็ทําสะพานเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ปรับคอสะพานเรียบร้อย ทําให้การสัญจรไปมาสะดวก ขอขอบคุณมากครับ
ท่านนายแพทย์สุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องแรกผมจะ หารือเรื่องการชุมนุมของพี่น้องชาวสวนยางนะครับ ผมดูแล้วว่าเรื่องนี้รัฐบาลยังไม่มี ความจริงใจ ยังมีพฤติกรรมของการซื้อเวลา การส่งผู้ไปเจรจา ก็อย่างที่ผมได้หารือไปแล้วว่า ควรจะส่งผู้มีอํานาจในการตัดสินใจ ก็ยังไม่ทําอย่างนั้นครับ ยังส่งระดับรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีลงไป ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ยอมลงไปเจรจา ท่านรองนายกรัฐมนตรีนายกิตติรัตน์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้แกนนํา ๒๓ คน มาพบ ในกรุงเทพฯ ทําไมท่าน ๒ คนไม่ลงไปเองละครับ ทําเป็นเทวดาหรืออย่างไรถึงลงไป พบกับผู้ชุมนุมไม่ได้ ท่านจะเจรจากันอย่างไรผมก็ไม่ทราบหรอกครับ แต่ว่าอยากจะให้ รัฐบาลระลึกไว้อย่างหนึ่งว่าท่านเคยสัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ว่าจะทํายางพาราให้ได้ราคา ๑๒๐ บาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลอย่าตระบัดสัตย์นะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับที่จะหารือกับท่านประธาน เป็นเรื่องของถนน ขอเรียนหารือ ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยครับ ถนนสายข้างวิทยาลัย เกษตรกรรมตรัง หมู่ที่ ๗ ตําบลนาท่ามเหนือไปยังบ้านทุ่งกระดูกไก่ หมู่ ๑๐ ตําบลนาท่ามเหนือเช่นเดียวกัน ผิวทางยังเป็นลูกรังอยู่เป็นระยะทางก็ไม่ยาวมากครับ ท่านประธาน แค่ ๑,๑๐๐ เมตรเท่านั้นเอง เป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชนใช้ในการสัญจรไปมา มากครับ ตอนนี้ยังอยู่ในสภาพเป็นผิวลูกรังอย่างที่กราบเรียนแล้วนะครับ ลําบากลําบนมาก เพราะฉะนั้นอยากจะขอให้ทางกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ช่วยปรับให้เป็นถนนคอนกรีตมาตรฐานด้วยครับเพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน ในการสัญจรไปมา ขอบคุณครับ
ท่านพายัพครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั้น ๆ ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก เป็นคําร้องเรียนจากข้าราชการ นิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ร้องเรียนมาว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังมีแผนงาน ที่จะไปสร้างย้ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปตั้งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนักศึกษาอยู่ประมาณ ๖๗,๐๐๐ คน มีข้าราชการ ๑๑,๐๐๐ คน ต่างได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะว่าปัจจุบันนั้นมีทั้งกรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์ตั้งอยู่ที่นั่นแล้ว แล้วก็ใช้ถนนร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับโรงอาหารของนักศึกษา ถ้าเป็นไปได้จะขอความกรุณาท่านประธานช่วยแจ้งไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าขอความกรุณาว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลเรื่องการเกษตร ปากท้อง ของพี่น้องประชาชน ควรจะย้ายออกไปสร้างมหาวิทยาลัยด้านนอก ไปสร้างกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ด้านนอกมหาวิทยาลัย อย่าได้รบกวนพื้นที่ดังกล่าวเหล่านี้นะครับ นี่เป็นคําร้องเรียนมาทางกระผม ผ่านมาทางคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ผ่านมา ทางคุณเชน เทือกสุบรรณ ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะว่าประชุมกรรมาธิการวิสามัญด้วยกัน
ประการที่ ๒ ครับ ฝากร้องเรียนท่านประธานมาหลายครั้ง ใช้คําว่า ร้องเรียน นะครับ ไม่ใช่หารือแล้วครับ สันดอนกลางแม่น้ําเจ้าพระยาเหลือที่เดียวท่านประธาน ที่จังหวัดสิงห์บุรี พื้นที่ประมาณ ๓๘๐ ไร่ ปรากฏว่าเหลือที่ดอนอยู่ที่เดียว กรมเจ้าท่า ลอกทางเหนือ คือชายคลองล่องชัยนาท นครสวรรค์ไปหมดแล้ว ทางใต้จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอยุธยา ปลายปากแม่น้ําเรียบร้อยหมดแล้วเหลือสันดอนอยู่ที่เดียวครับ พื้นที่เกือบ ๔๐๐ ไร่ ๓๐๐ กว่าไร่ เกือบ ๔๐๐ ไร่ ไม่ได้ทําให้เวลาที่น่านน้ําซึ่งมาตอนนี้ น้ําไหลมาจาก แถว ๆ บ้านท่านประธานหรือเปล่าไม่ทราบทางเหนือนะครับ ปรากฏมันก็จะเอ่อล้นเข้ามา ริมตลิ่ง ชาวบ้านเดือดร้อนมาก แล้วก็กราบเรียนนะครับว่าราบลุ่มเจ้าพระยาไม่ใช่ที่รับน้ํา ทั้งปีทั้งชาติ ฝากท่านประธานด้วยว่าเรียนกรมเจ้าท่าด้วยครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ
ท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตําบลบ้านกล้วย ตําบลเมืองเก่า ในเขตอําเภอเมือง และพี่น้องชาวอําเภอบ้านด่านลานหอย ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ําประปา ปรากฏว่าประปาในช่วงที่ผ่านมานี้ไม่พอใช้ เนื่องจากว่าบริเวณตรงจากจังหวัดสุโขทัยไปยัง ตําบลเมืองเก่า ได้มีการขยายเส้นทางจาก ๔ ช่องจราจรไปเป็น ๘ ช่องจราจรนะครับ เนื่องจากว่าได้งบประมาณในส่วนของขยายผิวจราจรไปยังมรดกโลก ปัญหาการก่อสร้าง ส่งผลกระทบให้ท่อประปาแตกอยู่เป็นประจํา แล้วก็ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะ ที่ตําบลเมืองเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว มีรีสอร์ท (Resort) มีโรงแรมมากมาย ประสบปัญหาที่น้ําประปาไม่พอใช้ จึงฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก้ไขปรับปรุงให้ระบบน้ําประปาจ่ายน้ําให้ทั่วถึงและเพียงพอด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการแจ้งผลการดําเนินงาน ตามข้อหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้หารือต่อสภา ปรากฏว่าผมได้รับหนังสือผิด โดยจากกรมชลประทานได้แจ้ง โดยเอาข้อหารือจากท่านเกียรติ์อุดม จากจังหวัดอุดรธานี ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกองแผนงานที่แจ้งผลการหารือ ได้ตรวจสอบ และได้ตรวจทานก่อนที่จะส่งไปให้สมาชิกด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัย ในเขตลุ่มน้ํายมที่ตําบล สามเรือน ตําบลวัดเกาะ แล้วก็ตําบลวังทอง ตําบลทับผึ้ง ของอําเภอศรีสําโรง อําเภอเมือง ตําบลปากแคว ตําบลธานี และตําบลยางซ้าย ฝากท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมเจ้าท่า ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ได้ให้ช่างไปสํารวจในแผนงานที่จะแก้ไขปรับปรุงในส่วนของ การป้องกันตลิ่งพัง ขอกราบขอบพระคุณผ่านท่านประธานไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ นะครับท่านประธาน ขอหารือท่านประธานเรื่องน้ํานะครับ ปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยได้แจ้งไปบอกว่าจะเอาถังไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อกักเก็บน้ํา ขณะนี้ฝนตก ใกล้จะหมดหน้าฝนแล้วนะครับท่านประธาน ยังไม่มีถังเก็บน้ําสักถังเลยนะครับ ฝากท่านประธานไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้วยนะครับว่าพี่น้องอยากได้ ถังน้ําเพื่อจะมาเก็บน้ําไว้เพื่อใช้ในฤดูแล้ง แล้วก็กระทรวงมหาดไทยที่ไปบอกว่าจะเจาะบาดาล โอนเงินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปรากฏว่าไปสํารวจออกแบบแล้วที่อําเภอวังสามหมอ ตําบล ผาสุก ขณะนี้ยังไม่ไปดําเนินการเจาะน้ําบาดาลให้อีกนะครับ แจ้งไปบอกว่าได้ผู้รับจ้าง เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะไปเจาะให้ชาวบ้านนะครับ
ประเด็นต่อมานะครับ งบประมาณ คณะรัฐมนตรีไปประชุมสัญจรที่จังหวัด อุดรธานี ได้เขื่อนลําพันชาด อําเภอวังสามหมอ ซึ่งคณะรัฐมนตรีบอกว่าให้ส่งโครงการเข้ามา เพื่อแก้ไขปัญหาในฤดูแล้ง ซึ่งปีที่แล้วเขื่อนลําพันชาดนี้นะครับท่านประธาน ไม่เคยแห้งนะครับ แต่ว่าแห้ง ไม่มีน้ํา เพราะฉะนั้นได้ส่งโครงการไปยังคณะรัฐมนตรีแล้วนะครับ ต่อมา ยังไม่เห็นโครงการที่จะนําไปขุดลอกหรือว่าทําฝายกั้นน้ําให้กับเขื่อนลําพันชาดนะครับ
สุดท้ายนะครับ อาคารเรียนบ้านนาแก ตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีนักเรียนจํานวนมาก พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องอาคารเรียน ขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการช่วยจัดงบประมาณไปก่อสร้างอาคารเรียน ให้กับโรงเรียนบ้านนาแก ตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ ขึ้นกับสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา ๒ อุดรธานีนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสงกรานต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องขอหารือกับท่านประธานใน ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรกเป็นเรื่องของชาวบ้านที่หมู่ ๑๐ ตําบลหนองกรด อําเภอเมือง นครสวรรค์ ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณแยกหนองตาโกนะครับ ขณะนี้ทางกรมทางหลวงได้ไป ดําเนินการสร้างทางยกระดับ ปรากฏว่ามีประมาณ ๑๐ ครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่บริเวณแยกนี้ ไม่ได้ถูกเวนคืนนะครับ แต่เมื่อถ้าวงแหวนนี้สร้างเสร็จแล้ว กลุ่มบ้านนี้ทั้งกลุ่มจะอยู่ ในวงแหวนนะครับ ซึ่งทางชาวบ้านที่อาศัยอยู่บอกว่าเป็นกังวลมาก เพราะว่าถ้าเสร็จแล้ว จะเข้าจะออกก็จะมีรถวิ่งผ่านตลอด แล้วก็จะเข้าก็อันตราย กลัวรถจะชนท้ายนะครับ ขาออก จากบ้านก็ห่วงว่ารถที่วิ่งมาเร็วนั้นจะเบรก (Break) ไม่ทัน จึงกราบเรียนท่านประธานนะครับ ขอแจ้งไปยังกรมทางหลวงว่าอยากให้ท่านแก้ไขแบบให้พวกเขาสามารถเข้าออกได้ปลอดภัย มากกว่านี้ หรือถ้าแก้ไขแบบไม่ได้ ก็อยากให้ทางกรมทางหลวงจัดงบประมาณส่วนหนึ่ง ไปเวนคืนที่ที่เขาอาศัยอยู่นะครับ เพราะว่าเขาคิดว่ามันไม่เหมาะที่เขาจะอยู่แล้วนะครับ เพื่อเขาจะได้มีเงินก้อนหนึ่งไปหาที่สร้างบ้านอยู่ใหม่ที่ปลอดภัยมากกว่านี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของสะพานที่บริเวณหมู่บ้านฟิชชิ่งปาร์ค หมู่ ๑๓ ตําบล วัดไทร อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีสภาพที่แคบแล้วก็อันตรายเนื่องจากตอนน้ําท่วม ปี ๒๕๕๔ คอสะพานชํารุด คนที่อยู่ในหมู่บ้านเข้าออกก็ห่วงว่าอาจจะพังได้นะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปสํารวจนะครับ แล้วก็ ออกแบบทําสะพานให้มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยครับ เพื่อที่ในหน้าน้ําน้ําจะได้ไหลสะดวก แล้วก็ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ําท่วมต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุรศักดิ์ครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนที่ได้รับ การร้องเรียนมา มี ๒ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ หน่วยงานแรกคือคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติ หรือว่า กขช. เกี่ยวกับปัญหาของชาวนา ซึ่งจะใช้สิทธิในการร่วม โครงการรอบที่ ๒ ของปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ นะครับ แต่เก็บเกี่ยวไม่ทันวันที่ ๑๕ กันยายน นั้น จะไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากเป็นนโยบายที่กําหนดมา ก็เลยจะขออนุญาตให้ ทาง กขช. นั้นขยายเวลานะครับ เพราะมีปัญหาเรื่องน้ําและความไม่สมบูรณ์ของข้าว เลยเก็บเกี่ยวไม่ทัน
และกรณีที่ ๒ คือเกษตรกรผู้ใช้สิทธิรอบที่ ๒ ในโครงการรับจํานํา ปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ เช่นเดียวกัน แต่เริ่มการเพาะปลูกไม่ทันวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ร่นไปปลูกในช่วง เดือนมิถุนายน เนื่องจากขาดแหล่งน้ําเช่นเดียวกัน จึงทําให้ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ ในรอบที่ ๒ ก็อยากจะขอความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ในการพิจารณาในให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรกลุ่มนี้ อีกประเภทหนึ่งคือเกษตรกรชาวนา ซึ่งมีการเพราะปลูกที่จะใช้สิทธิ รอบที่ ๑ ของปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ แต่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นั้นจะไม่สามารถ เข้าร่วมโครงการได้ ระหว่างรอโครงการเริ่มต้นในวันที่ ๑ นั้นจะขอให้ กขช. นั้นเจรจา กับโรงสีเพื่อให้รับฝากข้าวไว้เพื่อให้รอถึงวันที่ ๑ ตุลาคม เพื่อให้ครบกําหนดครับ
และอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องในการปรึกษาวันนี้ก็คือกระทรวง คมนาคม เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะทางอําเภอวังน้อยครับ เกี่ยวกับไฟส่องสว่างในถนนหลวงหมายเลข ๓๕๒ ตอนคลองระพีพัฒน์บรรจบถนน ๓๐๙ โรจนะ ช่วงนั้นจะเป็นช่วงสะพานหลังวัดศิวารามนั้นจะมืดมากในยามกลางคืน เนื่องจาก ไฟส่องสว่างนั้นเสียหายมาเป็นเวลานานพอสมควร แต่ก็ไม่ได้รับงบประมาณไปจัดสรร ก็เลยขอความอนุเคราะห์จากทางกระทรวงช่วยเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อพี่น้องประชาชน จะได้สัญจรในตอนกลางคืนได้สะดวกครับ
อีกเส้นทางหนึ่ง คือทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ ช่วง กม. ที่ ๐ ถึง กม.ที่ ๑๑+๖๐๐ นะครับ ซึ่งโดยเฉพาะช่วงตําบลบ้านสร้าง อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั้น จะเป็นหลุมเป็นบ่ออย่างมาก ซึ่งเป็นถนนหนึ่งเป็นถนนหลักของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ในการขนถ่ายสินค้า รวมทั้งเป็นถนนหนึ่งที่พี่น้องประชาชนจากภาคเหนือจะเดินทางลงไปสู่ ทางถนนพหลโยธินนั้นก็ต้องใช้เส้นนั้นเป็นหลักนะครับ อย่างไรก็ขอทางกระทรวงช่วยจัดสรร งบประมาณ ขอบคุณครับที่ได้ขยายแล้วก็ปรับปรุงผิวจราจรในช่วง กม.ที่ ๑๑+๖๐๐ ไปจนถึงทางต่างระดับจังหวัดพระนครศรีอยุธยากําลังดําเนินการอยู่นะครับ ขยายช่องทาง พร้อมกับปรับปรุงผิวจราจรให้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ก็ขอขอบคุณทางกระทรวงคมนาคม ด้วยนะครับ ฝากท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณครับ
ท่านอาจารย์เจริญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องของกราบเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือเรื่องบัตรอีซีพาส (Easy Pass) ที่บนทางด่วน ซึ่งกําลังเป็นข่าว อยู่ในขณะนี้ ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าตัวผมนี้เมื่อวานนี้ตอนมาประชุมสภาจ่ายค่าบัตร ทางด่วนไว้ ๑,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าเขากดหักเงินของผมทั้ง ๒๓ ครั้ง ในเวลา ๘ นาฬิกา ๔๓ นาที ๓๙ วินาที เวลาเดียวกันนะครับ กด ๒๓ ครั้ง เงินหมดเลยครับ ใช้ต่ออีกไม่ได้ เสร็จแล้วผมก็ลงไปหาที่ด่าน ไปที่ด่านปรากฏว่าที่ด่านนั้นมีคนพบปัญหาเดียวกับผมกําลัง เถียงกับคนที่ด่านอยู่ แล้วคนที่ด่านก็บอกว่า เพราะคุณเป็นหนี้เก่า ซึ่งไม่ใช่นะครับ แล้วก็ ผมขอให้ปริ้นท์ (Print) ออกมาดูว่าปรากฏว่าในนาทีเดียวกันนะครับ ปริ้นท์ของคนอย่างนี้ ตลอดเวลา ตกลงผมจ่ายเงินเมื่อวานนี้ ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ใช้เวลา ๘ นาฬิกา ๔๓ นาที กับ ๓๙ วินาทีนี้เงินของผมหมดเลยครับ ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็เหตุการณ์เป็นอย่างนี้อยู่ ก็อยากจะเรียนว่าท่านประธานครับ เรื่องนี้แจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทราบด้วย ผมเชื่อว่าท่านเป็นคนดีคนเก่งนะครับ แต่ว่าผมอยากจะให้ท่านไปเสียสตางค์ ๑,๐๐๐ บาท ที่ด่านศรีนครินทร์ครับ แล้วไม่ต้องไปบอกให้ผู้ว่าการการทางพิเศษ แห่งประเทศไทยทราบนะครับ ว่าเหตุการณ์อย่างนี้ชาวบ้านที่ใช้ทางด่วนนั้นเดือดร้อน มากครับ เพราะว่าการวางแผนไม่ดี เพราะว่าการจะขึ้นค่าทางด่วนนี้ไม่ใช่เพิ่งขึ้น ที่จริง คิดมานานแล้ว แต่ว่าควรจะวางแผนจัดระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Program Computer) ให้ดีกว่านี้กว่านี้ครับ ขอเตือน เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของขโมยเข้าบ้านบ่อย แถวที่ซอยผาสุข ถนนประชาชื่น เขตจตุจักร เรื่องนี้ประชาชนเล่าให้ฟังว่าในซอยผาสุขนั้น ถนนประชาชื่น เขตจตุจักร มีผู้กํากับชื่อ พันตํารวจเอก ปราศรัย จิตตสนธิ เป็นผู้กํากับอยู่ แล้วก็ชาวบ้านนี้ก็ไปแจ้งความบ่อย แต่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็อยากจะเรียนให้ทราบว่า อยากจะให้ตํารวจนครบาลพยายามดูแลในเรื่องความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้อง โจรขโมยต่าง ๆ นี้ อยากจะให้วางแผนกับชาวบ้าน เพราะว่าเรื่องว่าจะตรวจรักษาอย่างไร วางแผนกับชาวบ้าน ชาวบ้านพร้อมที่จะหารือกับตํารวจ พยายามจะติดต่อกับตํารวจ แต่ติดต่อไม่ได้ครับ ผมก็ขอเรียนฝากให้ไปที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย ครับ ขอฝากไว้ด้วยครับ
ท่านธนิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ขอหารือท่านประธานจํานวน ๓ เรื่อง เกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากคณะกรรมการหมู่บ้านบูรณะ ตําบลโพนเพ็ก อําเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ว่าสภาพปัจจุบันแหล่งน้ําธรรมชาติ ห้วยคําปากดาวตื้นเขิน ฤดูฝนไม่สามารถเก็บกับน้ําได้ ฤดูแล้งน้ําไม่มีเพื่อที่จะใช้ ในการอุปโภคบริโภค จึงขอหารือท่านประธานเพื่อที่จะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมช่วยขุดลอกลําห้วยคําปากดาวเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายบุญเท หาญดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๐ บ้านหนองทุ่มและบ้านหนองชมภู เนื่องจากที่พระสงฆ์ซึ่งเป็นที่ ที่พี่น้องประชาชนได้ไปปฏิบัติธรรม ไม่มีน้ํา จึงขอความอนุเคราะห์เจาะน้ําบาดาลเพื่อใช้ ในการอุปโภคบริโภคจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่องที่ ๓ ผมรับการร้องเรียนจาก นายทวี ผิวขาว นายกเทศมนตรี ตําบลพระบุ อําเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับเรื่องของการระบายน้ําออกจาก หมู่บ้านพระบุ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒ บ้านพระบุและบ้านพะเนา ซึ่งมีน้ําท่วมขังในระหว่างที่ ฝนตกนั้นและมักจะมีน้ําท่วมขัง เพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชนในการระบายน้ํา ออกจากพื้นที่ดังกล่าว จึงขอหารือท่านประธานนะครับ เพื่อที่จะขอรับการสนับสนุน ทําท่อระบายน้ําคอนกรีตในการที่จะนําน้ําไปสู่แก่งกุดโดกจากเทศบาล โดยหารือไปยัง กระทรวงมหาดไทยเพื่อที่จะช่วยสนับสนุนงบประมาณในการทําท่อระบายน้ําคอนกรีตให้กับ พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และในขณะนี้ผมมีหนังสือ ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาจํานวน ๓ ฉบับ ขอส่งหนังสือนี้ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรกท่านประธานครับ มีจดหมายมาจากบ้านเลขที่ ๑๕๕ หมู่ ๖ ตําบลวังนกแอ่น อําเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ถึงกระผมและท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ กรณีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากราคาข้าวโพดตกต่ํา ซึ่งเกษตรกรขายข้าวโพดได้เพียง กิโลกรัมละ ๕ บาทเศษเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ต้นทุนมีกิโลกรัมละถึง ๔ บาท เกษตรกร ต้องรับภาระที่หนักมาก เป็นจดหมายจาก คุณราตรี พงษ์สุวรรณ และจาก คุณสุเทพ คุ้มภัย สมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลวังนกแอ่น อําเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เรื่องราคา ข้าวโพดตกต่ํา และขอให้รัฐบาลช่วยประกันราคาข้าวโพดให้ได้มีราคาที่ดีขึ้น เกษตรกร ถึงอยู่ได้
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาราคายางพารา ปรากฏว่า รัฐบาลยังไม่ได้เร่งรีบในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ทั่วทั้งประเทศแต่ประการใด เกษตรกรได้รับความทุกข์ยากและลําบากเป็นอย่างยิ่ง ขอให้ รัฐบาลเร่งรีบในการแก้ไข และปัญหาชาวสวนปาล์มซึ่งขายได้เพียงกิโลกรัมละ ๔ บาทเท่านั้น
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของการทวงเอกสารจากเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านประธานสมศักดิ์บอกว่าจะให้ส่งในวันนี้ จนบัดนี้ เวลานี้ยังไม่ได้ และสุดท้ายท่านประธานครับ ผมขอยื่นหนังสือถึงท่านประธาน ขอให้สอบจริยธรรมประธาน รัฐสภาและตั้งกรรมการสอบวินัยตํารวจรัฐสภา สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ซึ่งผมได้ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กรณีชาวสวนยางพารา และทวงเอกสารจากเลขาธิการรัฐสภา เพียงขอเวลาแค่ครึ่งนาที แต่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาในขณะนั้นไม่เห็นชอบและได้ยืนขึ้นสั่งให้ ตํารวจสภาเข้ามานําตัวกระผมออกจากห้องประชุม ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดการชุลมุนและ เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐสภา ไมโครโฟนหักไป ๑ ตัว ซึ่งผมก็ได้ชําระเงินไป ๑,๐๐๐ บาท ทําให้ผมต้องเสียทรัพย์ และสมาชิกรัฐสภาบางคนได้รับบาดเจ็บ การกระทํา ดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทําที่ขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และไม่ชอบด้วยข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ และข้อบังคับการประชุม รัฐสภา การกระทําของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และตํารวจรัฐสภาที่เข้ามาในห้องประชุม รัฐสภาเมื่อวานนี้ถือว่าเป็นการกระทําที่เกินกว่าเหตุ ขอให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนการ กระทําความผิดทางวินัยและประมวลจริยธรรมของข้าราชการรัฐสภา คือเจ้าหน้าที่ตํารวจ รัฐสภาทั้งหมดที่ร่วมกันประพฤติไม่ให้เกียรติต่อสมาชิกรัฐสภา ทําให้เกิดการบาดเจ็บและ ทรัพย์สินเสียหายดังกล่าวข้างต้น ผมจึงขอยื่นจดหมายขอให้สอบประมวลจริยธรรมประธาน รัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ต่อท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในที่ประชุมแห่งนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาผู้ที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนําเรื่องปัญหาความเดือดร้อนมาปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น เป็นพื้นที่ทํานา การทํานานั้นจะมีน้ําขังอยู่ในนามาก เพราะฉะนั้นจึงเกิดปัญหาเรื่องยุง ท่านประธานครับ ในขณะนี้ในอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไซ มียุงจํานวนมาก ในเวลากลางค่ํากลางคืนเด็กจะอ่านหนังสือต้องเข้าไปอ่านในมุ้งหรืออ่านในห้อง เวลาชาวบ้านจะนั่งทํางานข้างนอกก็นั่งไม่ได้ จึงปรึกษาหารือมายังท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดําเนินการปราบยุงให้หมดไปจากจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องโรงงานปล่อยน้ําเสีย เนื่องจากในขณะนี้ ที่ตําบลหนองกระทุ่ม ตําบลหนองมะค่าโมง และตําบลด่านช้างได้รับความเดือดร้อนจากโรงงาน ปล่อยกลิ่นเหม็น ทราบว่าเป็นโรงงานมาจากโรงงานเอทานอล (Ethanol) จึงฝากท่าน ประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เร่งดําเนินการบําบัดและแก้ไขกลิ่นให้พ้นไปจาก พื้นที่ดังกล่าวด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เกิดในกรุงเทพมหานคร ผมผ่าน ทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นประจํา ท่านประธานครับ แถวบริเวณทางทิศตะวันออก ของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้นปรากฏว่ามีประชาชนจํานวนมากไม่ข้ามทางม้าลายเป็นประจํา รถจะเฉี่ยวชนเป็นประจํา และเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ไม่ให้ความสนใจ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตํารวจ ให้ช่วยกวดขันเรื่องการข้ามทางม้าลายด้วย ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คืออย่างนี้ครับ ซีกฝ่ายค้านยังเสนอชื่อขอหารือได้นะครับ เพราะรัฐบาลเหลืออีก ๔-๕ ท่าน ผมก็อยากให้บาลานซ์ (Balance) กันนะครับ ใครอยากหารือก็ส่งรายชื่อให้ผมได้ ผมอนุญาตครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิ์เศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ปัญหาของพี่น้องประชาชนในภาคใต้เวลานี้นอกเหนือจากปัญหา ราคายางพารา ราคาปาล์มน้ํามันตกต่ําจนต้องชุมนุมประท้วง แล้วก็ขาดการเหลียวแล จากรัฐบาลอยู่ขณะนี้แล้ว พี่น้องชาวประมงชายฝั่งซึ่งทํามาหากินหาเช้ากินค่ําอยู่ชายทะเล ริมปากอ่าวปากนครจํานวนมากหลายพันครอบครัวกําลังเดือดร้อนเนื่องจากว่า เจ้าหน้าที่ประมงและตํารวจน้ํากวดขันจับกุมการทํามาหากินของพี่น้องเหล่านั้น ทําให้ไม่สามารถออกทํามาหากินได้ เนื่องจากว่าใช้อุปกรณ์ประมงที่ไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งก็ขอความกรุณาจากท่านประธานหารือไปยังกรมประมงว่าขอความกรุณาช่วยผ่อนผัน ให้พี่น้องชาวประมงเหล่านั้นได้มีโอกาสทํามาหากินเถอะครับ เนื่องจากว่าคนเหล่านั้น เมื่อไม่มีอาชีพประมงแล้วเขาก็ไม่มีอาชีพอื่น และสําคัญที่สุดก็คือต้องอพยพมาขายแรงงาน ในตัวเมือง ซึ่งก็ไม่ได้มีหลักประกันว่าจะมีงานทํา ก็ก่อปัญหาสังคมสะสมไปเรื่อย ๆ นะครับ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ พี่น้องในเขตชุมชนของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ก็อยากจะพึ่งพารัฐบาลในการจัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝึกอบรมอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้าน ที่ว่างงานหรือว่าต้องการอาชีพเสริม เวลานี้รายได้ของพี่น้องเหล่านั้นนับวันจะลดน้อยลงแล้ว ขณะที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ ก็ขอหารือไปยังกรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือว่าสํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย หรือ กศน. ช่วยฝึกอบรมอาชีพให้กับพี่น้องในชุมชนเหล่านั้น เพื่อเขาจะได้ มีรายได้เพิ่มเติมมากขึ้นด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ คือถนนในความรับผิดชอบของ อบจ. จังหวัดสุรินทร์ หลายที่ ไม่เคยได้รับความดูแลเลย โดยเฉพาะถนนที่มันเป็นหลุมเป็นบ่อ ถึงจะไม่มีงบประมาณ ไปสร้างใหม่ ก็น่าจะมีงบประมาณจัดสรรไปปรับปรุง ไปซ่อมแซม แต่นี่กลับไม่มี กลับเอางบส่วนใหญ่ไปซื้อลูกเป็ดแจกเด็กนักเรียน ปรากฏว่าลูกเป็ดมันเพิ่งออกจาก โรงเพาะบ่มใหม่ ๆ มันกินเฉพาะหัวอาหาร พอแจกเด็กนักเรียน เด็กนักเรียนไม่มีเงิน ซื้อหัวอาหาร ก็เอาข้าวเปลือกยัดเข้าปาก มันก็ตายครับ ปรากฏว่าแบบนี้เงินงบประมาณ ไม่เกิดประโยชน์ กว่าจะเลี้ยงได้กินไข่ ก็โดนแมวกัดบ้าง หมากัดบ้าง ก็ตายไปก่อนนะครับ นี่เรื่องประเด็นตรงนี้
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากตํารวจรัฐสภา ผมเองเคยเป็นตํารวจ มาก่อน และตํารวจรัฐสภาก็น่ารักมากให้เกียรติ ส.ส. เวลาผมมาสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาสภา ตํารวจรัฐสภาเจอหน้าวันละ ๑๐ รอบ ก็สวัสดีทุก ๑๐ รอบ แต่เวลาตํารวจรัฐสภา มาทําหน้าที่ในสภาตามคําสั่งผู้บังคับบัญชา ปรากฏว่าถูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนใช้ ความรุนแรงต่อยตํารวจรัฐสภา อย่างนี้ไม่ให้เกียรติตํารวจรัฐสภาบ้างเลย ทั้งที่ตํารวจรัฐสภา ก็ให้เกียรติสมาชิกตลอดเวลา เจอ ๑๐ เที่ยวก็เคารพ ๑๐ เที่ยว บางทีคุณพ่อคุณแม่เขา เขาไม่เคยสวัสดีขนาดนี้เลย แต่เมื่อเขาทําตามหน้าที่กลับไปใช้บารมี ใช้อํานาจของตัวเอง ไปต่อยตํารวจรัฐสภา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ผมเป็นตํารวจคนว่าร้าย ฆ่าคน ยิงคนมาไม่รู้กี่คน เวลาผมจับโจรผู้ร้ายตัวจริงไม่เคยเห็นโจรเถียงตํารวจ หรือต่อยผมสักครั้งเลย แต่นี่ตํารวจรัฐสภา เป็นลูกน้องของท่านทํางานรับใช้ท่านทุกวัน เจอทีไรก็สวัสดี เจอทีไรก็สวัสดี เวลาท่านทําผิด ทําไมท่านไม่มีจิตสํานึก เขาก็ทําตามหน้าที่ เขามาเชิญไปดี ๆ ก็ไม่ไป ตะเกียกตะกายดื้อรั้น บางคนก็เข้ามาผลักมาต่อยครับ เห็นใจเขาด้วยครับ
ท่านวัชระจะใช้สิทธิพาดพิง ท่านไม่ได้ต่อยนะผมดูอยู่ ท่านไม่เสียหาย เขาไม่ได้ว่าท่านนะ เชิญ เอา ๆ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิพาดพิง กล่าวคือ สิ่งที่ท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ท่านได้หารือ ไปนั้น ล้วนแต่ได้กล่าวความเท็จต่อพี่น้องประชาชน เพราะว่าการที่เจ้าหน้าที่ตํารวจ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภา ต้องให้เกียรติต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่มาฉุดกระชาก ลากดึง และยังใช้เท้าซึ่งสวมคอมแบท (Combat) ซึ่งเปรียบเสมือนกับรองเท้าของทหาร มากระทืบที่บนเท้าผมด้วย เพื่อให้ผมเคลื่อนที่ไป ซึ่งเป็นการทําร้ายสมาชิกรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภาไม่มีผู้ใดได้ทําร้ายเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งมีภาพที่ปรากฏเห็นชัดเจนว่า ล้วนแต่ป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตํารวจมาทําร้ายสมาชิกรัฐสภา ผมขอยืนยัน กับท่านประธานว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภากระทําเมื่อวานนี้เป็นการกระทํา ที่เกินกว่าเหตุ และผมไม่มีความประสงค์ที่จะดําเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผมสามารถ ดําเนินคดีโดยไปแจ้งความที่ สน. ดุสิตได้ เหมือนกับที่ตํารวจรัฐสภาเคยไปแจ้งความ แต่ผมไม่มีความประสงค์ดําเนินการอย่างนั้น เพียงต้องการให้มีการสอบวินัยภายในหน่วยงาน ของเรา และไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดภาพอย่างนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ท่านใดท่านหนึ่งอีก และผมก็จะเป็นคนหนึ่งที่จะไม่ยินยอมให้ตํารวจรัฐสภามากระทําการ อย่างหนึ่งอย่างใดกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอย่างนี้อีกโดยเด็ดขาด ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ปกติ ท่านวัชระก็ไม่อยากให้สอบวินัยตํารวจอยู่แล้วนะครับ เอา ๆ เอาเสียหายตรงไหน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงให้ผมเสียหาย ว่าผมนําความเท็จมาพูดในสภา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีภาพถ่าย มีข้อเท็จจริง มีบันทึกประจําวันของตํารวจสภาไปแจ้งความ มีใบแพทย์ มีบาดแผล ประชาชนเห็นกันไปทั่ว แล้วก็มีผู้เสียหายเป็นตัวตน ตรงนี้ผมไม่ได้พูด ความเท็จครับ ผมมีพยานหลักฐานด้วย และบุคคลที่ได้รับความเสียหายก็ยังเป็นตํารวจสภา อยู่ที่นี่ แต่เขาให้เกียรติท่าน เขาไปลงบันทึกประจําวันไว้ที่โรงพักเรียบร้อยแล้วครับ มีหลักฐานเรียบร้อย เป็นเอกสารราชการด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือท่านต้องให้ เกียรติตํารวจ เขาเป็นลูกน้องท่าน เขาให้เกียรติท่านตลอดเวลา เขาสวัสดีท่านตลอดเวลา แต่เวลาเขาทําตามหน้าที่ ทําไมท่านต้องใช้ความรุนแรงกับเขา เรื่องมีแค่นี้เอง ผมบอกว่า โจรว่ามันเลวที่สุด ใจดําที่สุด บางทีไม่เท่าสมาชิกครับ
พอแล้วครับ เดี๋ยว ๆ ให้ท่านวัชระ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานผมเป็นฝ่ายเสียหายนะครับ ผมไม่ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจประการใด และไม่มีตํารวจสภาไปแจ้งความที่สถานี ตํารวจแต่ประการใด ใครพูดเท็จก็ขอให้ขี้กลากหรือชันนะตุขึ้นหัว ขอขอบคุณ
ท่านธานีครับ ไม่มีใครว่าท่านนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ จะเห็นในภาพคือผมเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก เป็นความสัตย์จริงครับ ท่านประธาน ไม่ว่าสมาชิกจะเป็นพรรคไหน ถ้าเป็นสมาชิกรัฐสภาและโดนทําอย่างนั้น ผมเป็นผู้ชาย ลูกผู้ชายครับท่านประธาน เพื่อนโดนลากไปอย่างนั้น ไม่ได้ ปกติตํารวจรัฐสภา ต้องมาเคารพเพื่อนสมาชิกแล้วก็โค้งเอาไป ไม่ใช่มาลากอย่างนั้นท่านประธาน ผมทนไม่ได้ครับ บังเอิญผมจะเข้าสภาพอดี เดินเข้ามาทางประตูนั้นมาเจอ ท่านประธาน เป็นใครก็ต้องช่วย ท่านประธานครับ แล้วโดยเฉพาะสมาชิกเป็นคนสุราษฎร์ธานีด้วย ส.ส. คนนี้ วัชระ แล้วผมกลับไปสุราษฎร์ธานีจะตอบพี่น้องประชาชนผมอย่างไร ว่าผมเป็นลูกผู้ชาย เพื่อนโดนรังแก คนตั้ง ๒๐-๓๐ คน ไปรังแกเขา จะให้ผมไม่ช่วยหรือ ผมไม่ใช่เหมือน จ่าประสิทธิ์นั่งดูเพื่อน
พอสมควร แล้วครับ ท่านธานีครับ ใจเย็น ๆ คืออย่างนี้ ฟังนะครับ คือมันอยู่ในวาระหารือ เอาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ยังมีอีกหลายท่าน ท่านธานีพอสมควรแล้วครับ ท่านไม่ได้ ทําร้ายใครหรอกครับ
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสาทิตย์ เอาเรื่องหารือนะครับ ท่านประสิทธิ์เห็นไหมครับ สมาชิกอีกหลายสิบคนที่หารือก็จะเสียหาย เพราะเราตอบโต้กันครับ เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดีกว่า เชิญท่านสาทิตย์ครับ เรื่องประเด็นนี้ไม่เอาแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจําเป็นต้องลุกขึ้น ใช้สิทธิพาดพิงจากการหารือนะครับ เนื่องจากผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์กรณีที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรัฐสภาเข้ามาด้วย แต่ผมคิดว่าดีแล้วครับที่ยกขึ้นมา แล้วผม ดีใจที่เป็นท่านประธาน เพราะผมคิดว่าท่านประธานเป็นที่พึ่งหวังของพวกเราที่เป็นสมาชิกได้ ประเด็นผมก็คือการใช้อํานาจตามข้อบังคับของประธานในการนําตัวสมาชิกออก นอกห้องประชุมตามข้อบังคับนี้ ผมติดใจมากว่าวิธีการนําตัวออกไปนี้ เราสามารถใช้วิธีการ อย่างเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้หรือเปล่า ในชีวิตผมเป็น ส.ส. มา ๑๘ ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ใช้ กําลังเจ้าหน้าที่ ๒๐-๓๐ คน มารุมกระชากลากถูคน ๆ เดียวอย่างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงของ รัฐสภานี้นะครับ ที่ผมเรียนท่านประธานเพราะว่าผมเกรงว่าวันหลังจะเกิดขึ้นอีก เหตุการณ์ เมื่อวานนี้เป็นเหตุการณ์ที่ทําให้ผมเกิดคําถามว่า
๑. ประธานมีอํานาจสั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กําลังบังคับขู่เข็ญ บุคคลอื่นซึ่งเป็นสมาชิก ด้วยการใช้กําลังลากออกนอกห้องประชุมได้หรือไม่
๒. ผมคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอง เขาก็มีปัญหา เพราะผม ถามเขาว่าคุณมีกฎหมายอะไรมารองรับการกระทําของคุณในการที่จับโดยการใช้กําลังบังคับ ขู่เข็ญเขาออกนอกห้องประชุม เขาก็บอกว่าใช่ เขาไม่มีอํานาจหรือกฎหมายใดมารองรับการกระทํา แต่ถ้าเขาไม่ทําเขาก็ถูก ประธานสภาตั้งกรรมการสอบวินัย ขณะนี้สอบไปแล้ว ๒๐ กว่าคน ผมเรียนท่านประธานครับว่า ตํารวจมีหมายจับไปจับโจรนี้ไป ๓๐ คน ไปถึงฉุดกระชากลากถูออกมาจากบ้านก็ทําไม่ได้ครับ นี่เป็นสภา สภาทั่วโลกเขาก็ไม่มีแบบนี้ การใช้กําลังไปข่มขืนใจไปบีบบังคับแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น นี่คือความรุนแรงนะครับ แต่ว่าที่สําคัญก็คือว่าวันนี้ผมต้องเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่าผมก็คงจะต้องดําเนินการทางกฎหมาย ผมได้รับบาดเจ็บครับ ที่คอยังไม่หายท่านประธานครับ คุณวัชระเมื่อวานนี้ที่น่าสลดใจก็คือล้มลงไปแล้วยังมีบางท่านพยายามจะลากออกไปอีก นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นครับ แล้ว ๒. ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องตรวจสอบจริยธรรม ของคนเป็นประธานว่าสามารถสั่งการในสิ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ทําไปโดยไม่มีอํานาจหรือกฎหมายใด มารองรับได้หรือไม่ วันนี้ผมคงจะตัดสินใจนะครับ ทั้งแจ้งความดําเนินคดี ทั้งต้องร้อง จริยธรรมสภา ร้องจริยธรรมผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเพื่อตรวจสอบให้เกิดกรณีนี้ แต่ที่หารือดี ๆ แล้วผมฝากท่านประธานครับว่าหารือกันนิดหนึ่งครับ ถ้าเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นอีกมันคือความอยุติธรรม คนเราถ้าถึงที่สุด ถูกกดหัวมากจะสู้นะครับ และผมบอกเลยครับ ถ้าสู้เหตุการณ์รุนแรงแน่นอนครับ และไม่ถอยด้วยครับ
เชิญท่านณรงค์ ดูดิง ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมใคร่จะหารือกับท่านประธาน ก่อนจะหารือขอตัดเวลานิดหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนะครับ ก็อยากจะฝากย้ํา กับท่านประธานกับหลาย ๆ ท่านว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ในลักษณะอย่างนั้น ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สังคมภายนอกบอกว่าสภาผู้แทนราษฎรของเรากําลังตกต่ําอย่างมาก นะครับ เหมือนกับตลาดนัดแล้วยังไม่พอแถมยังมีการกระทําที่ค่อนข้างจะรุนแรงในสถานที่ ประชุมแห่งนี้ด้วยครับ
ผมอยากจะเรียนท่านประธานในเรื่องหารือในเรื่องเกี่ยวกับราคายางพารา นะครับ ราคายางพาราตกต่ําผมอยากจะให้ท่านประธานทําความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีผู้ที่มีอํานาจด้วยว่า ยางพารานั้นเป็นเส้นใยของชีวิตที่หล่อเลี้ยงชาวเกษตรกร ชาวสวนยางพารานะครับ ผมเองเกิดในสวนยางเล็ก ๆ ผมก็ตัดยางนะครับ พ่อแม่ผมสอนมา เรื่องตัดยางนะครับ หลาย ๆ คนก็ตัดยาง นอกจากคนที่ไม่มีสวนยางเองก็ต้องตัดยาง เหมือนกัน เป็นลูกจ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับผมขอยืนยัน ณ ที่นี้ว่าราคายางนั้น มันเกี่ยวโยงกับหลายสิ่งหลายอย่างของชีวิตของเกษตรกร เริ่มตั้งแต่หารายได้มาเลี้ยงตัวเขา เอง เลี้ยงครอบครัว แล้วก็ใครจะซื้อรถ ซื้อลา ซื้อสินค้า ผ่อนสินค้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับราคา ยางทั้งหมดเลย แม้จะท่องเที่ยวจะอะไรก็ขึ้นอยู่กับราคายางพารา นั่นคือเส้นใยชีวิตของพี่ น้องชาวเกษตรกร โดยเฉพาะชาวภาคใต้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมอยากจะเรียนกับท่าน ประธานว่ากรุณาได้ให้ความสนใจกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกษตรกรที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในบ้านผม อําเภอเบตง จังหวัดยะลานั้นอยู่กับราคายางพาราเป็นส่วนใหญ่นะ ครับ มีสวนยางพาราทั้งนั้นเลย ไม่มีนาแม้แต่แปลงเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นชีวิตเขาถ้าหาก สวนยาง ราคายางไม่ดี หรือว่ามีราคายางตกต่ําเมื่อไรจะทําให้ลูกเขาเรียนหนังสือไม่ได้ เขาเองอาจจะอดตายได้นะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ กําลังเกิดอยู่ขณะนี้ โดยรีบแก้ไขเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ของพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้และ ทั้งประเทศด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านชมภูครับ เอาเรื่องเฉพาะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ หลายท่านฝนตก ถนนเสียหายนี่ขออยู่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันก็อยากจะประท้วงท่านเหมือนกัน ต้องเอาความเดือดร้อนของ ประชาชนค่ะ
ประเด็นแรกที่ดิฉันจะนําหารือนะคะ ซึ่งดิฉันได้ออกเยี่ยมเยียนพี่น้องในพื้นที่ เขาก็ฝากมา ข้อแรกนั้นพี่น้องชาวเกษตรกรสวนยางพาราในพื้นที่ดิฉัน อย่างเช่น อําเภอโพธิ์ตาก อําเภอสังคม เขาฝากกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลที่ได้ดูแลพี่น้องจะแก้ไขปัญหา สวนยางพาราในราคา ๘๐ บาท เขาพอใจค่ะท่านประธานคะ แล้วเขาก็ฝากขอบพระคุณทางรัฐบาล และเขายืนยันว่า จะไม่เดินขบวนแล้วก็มาปิดถนนเพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนเด็ดขาดนะคะ
ประเด็นที่ ๒ นั้นดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องแล้วก็ชาวต่างชาติค่ะ เขาอยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านชัชชาติที่ได้สนใจ ความเดือดร้อน แก้ไขปัญหา และท่านก็เป็นเก่งคนดีด้วยนะคะ เดี๋ยวนี้ท่านกําลังกวดขัน เรื่องเกี่ยวกับรถเมล์ค่ะ ทางพื้นที่ดิฉันนั้น อยากฝากทางท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรี ชัชชาติว่าให้ท่านกวดขันเพิ่มความเข้มงวดเรื่องความสะอาดของรถไฟค่ะท่านประธานคะ ชาวต่างชาตินั้นเขาบอกว่ายิ่งจังหวัดหนองคายนั้นเป็นจังหวัดประตูสู่อินโดจีน แล้วจะเข้าสู่ สมาพันธ์อาเซียนนะคะ ให้เข้มงวดเรื่องความสะอาดของห้องน้ําไม่ให้มีกลิ่นเหม็น แล้วก็ อ่างล้างหน้าก็ให้สะอาดสะอ้านด้วยนะคะ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๓ ที่ดิฉันจะนํามาหารือนะคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ชาวอําเภอศรีเชียงใหม่ และท่านนายกเทศมนตรีอําเภอศรีเชียงใหม่ ว่าพี่น้องประชาชน อยากได้ถนนสาย ๒๑๑ จากบ้านหัวทราย ตําบลพานพร้าว ยาวประมาณ ๓ กิโลเมตรค่ะ ท่านประธาน อยากได้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร เชื่อมไปถึงถนนของเทศบาลศรีเชียงใหม่ค่ะ ท่านประธานคะ เพราะว่าถนนตรงนี้เป็นถนนเข้าสู่อําเภอศรีเชียงใหม่ ทําให้เกิดอุบัติเหตุ และพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่สะดวก ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านชัชชาติ ได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านพิมพ์ภัทราครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันมีเรื่องนําเรียนท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรกเป็นเรื่องที่ท่านประธานสามารถวินิจฉัยได้โดยตรงนะคะ เพราะว่าหลังจาก เรามีการหารือก็จะมีเรื่องของกระทู้ถามสด กระทู้ถามทั่วไป แล้วก็ยังมีเรื่องของญัตติที่ ค้างอยู่ในสภาหลังจากอาทิตย์ที่แล้ว มีเพื่อนผู้เสนอญัตตินั่นก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหา ยางพาราตกต่ํา แต่หลังจากเสนอญัตติไปได้นะคะ สามารถอภิปรายไปได้แค่ ๒ คน ท่านประธานก็ปิด ไม่สามารถอภิปรายต่อได้ ทีนี้ดิฉันอยากฝากท่านประธานค่ะ วันนี้เรื่องของยางพาราเป็นปัญหามาก แม้ว่าทางรัฐบาลเองจะมีนโยบายและแนวทางที่แก้ไขชัดเจน แต่จะเห็นได้ว่ายังแก้ไขผิดที่ผิดทางและไม่ถูกจุด เราเองยังรอการประชุม กนย. บ่ายนี้นะคะ แต่แม้ว่าบ่ายนี้จะมีข้อสรุป ดิฉันก็ยังอยากให้ท่านประธานได้เปิดฟังความคิดเห็น ของเพื่อน ๆ ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่อยากให้ท่านได้ใช้เสียงข้างมาก ใช้การปิดปาก ตัวแทนประชาชน ไม่สามารถที่จะพูดเรื่องของประชาชนได้ในสภาแห่งนี้ ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ไม่ถูกต้อง
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ เรื่องของปัญหายางพารา ดิฉันเองเห็นการแก้ไข ของรัฐบาลแล้ว ดิฉันคิดว่าท่านตั้งโจทย์ผิดตั้งแต่แรก ทีนี้เมื่อตั้งโจทย์ผิด วิธีการแก้ไขก็ผิด เพราะฉะนั้นคําตอบจึงยังไม่ได้ค่ะ เพราะว่ารัฐบาลเองตั้งธงชัดเจนว่าจะให้เฉพาะเงินชดเชย ไม่ได้ช่วยเหลือในเรื่องของราคา แต่วันนี้พี่น้องเกษตรกรเขาเรียกร้องเรื่องของราคาค่ะ และเขาเรียกร้องมาวันนี้นะคะ ครบรอบ ๒ อาทิตย์แล้ว แต่ทิศทางการแก้ไขของทางรัฐบาล ก็ยังไม่ชัดเจน เวลาเจรจาท่านก็ส่งคนที่ไม่มีอํานาจลงไป เมื่อวานค่ะท่านอยากให้ตัวแทน ขึ้นมาเจรจา ตอนรับตัวแทนมาท่านใช้เครื่องบินไปรับเขา แต่เจรจาเสร็จ ท่านบอกว่าเจรจา ไม่มีข้อยุติ ท่านให้เขากลับโดยใช้รถตู้ไปส่งเขาค่ะ นี่ละค่ะเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้น วันนี้ดิฉันคิดว่าท่านประธานต้องไปคุยกันนะคะว่าห้ามปิดปาก ส.ส. เป็นตัวแทนประชาชน เด็ดขาดค่ะ
เชิญ ท่านละอองครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันอยากขอ หารือท่านประธานผ่านไปที่กระทรวงมหาดไทย คือเรื่องของถนน โดยเฉพาะพื้นที่ของ จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอําเภอแม่จัน อําเภอแม่ฟ้าหลวง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูง ถนนหนทางของพี่น้องในการใช้สัญจรจะลําบาก ซึ่งดิฉันได้เข้าพื้นที่ แล้วท่านจะเห็นนะคะว่า จากการฉายภาพตรงนี้ว่าลําบากจริง ๆ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้เป็นถนนของผาจีถึงตําบล บ้านจะตี ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ท่านประธานคะ ถนนสายนี้เป็นถนนที่ท่านรัฐมนตรี อนุดิษฐ์ก็เคยไป เวลาขึ้นได้นี่ แต่เวลาฝนตกท่านจะต้องค้างคืนที่หมู่บ้านนี้ ตอนนี้ทาง อบต. เทิดไทยได้ปรึกษาหารือกับทางกระทรวงคมนาคมโดยผ่านทางกรมหลวงชนบทนะคะ แต่ทางกรมหลวงชนบทบอกว่าไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ผันงบประมาณลงไปที่ท้องถิ่นของ ตําบลเทิดไทย โดยเฉพาะตอนนี้ถ้าผู้รับเหมานะคะท่านประธาน ดิฉันขอปรึกษาหารือ เขาก็จะไม่รับ เพราะว่าเป็นถนนที่ค่อนข้างที่จะสร้างลําบาก แต่ได้ปรึกษาหารือในระหว่าง ผู้นําและพี่น้องประชาชนในตําบลเทอดไทยนะคะ เขาบอกว่าเขาอยากได้งบประมาณในเรื่อง ของการซื้อวัสดุก่อสร้าง แต่แรงงานเขาจะใช้แรงงานของชาวบ้านเอง ซึ่งเขาก็จะจัดแรงงาน ทําถนนเป็นช่วง ๆ ของหมู่บ้าน ก็คือระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร และในส่วนของตําบล ป่าตึงก็เหมือนกันค่ะ ที่อําเภอแม่จัน ทางพื้นที่ราบสูงเหมือนกัน งบประมาณในท้องถิ่น น้อยมากในเรื่องของการทําถนนหลาย ๆ ตําบลนะคะ ดิฉันไม่ได้เจาะจงว่าทั้งตําบลเทอดไทย และตําบลป่าตึง แต่เป็นหลาย ๆ ตําบลในพื้นที่ในภาคเหนือ คือเราไม่สามารถที่จะมี งบประมาณท้องถิ่นลงไปในท้องถิ่นได้ ก็คือการทําถนนหนทางเพื่อความสะดวกสบายของ พี่น้องที่จะสัญจรไปมาและการทํามาค้าขายติดต่อกันค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ท่านธีรภัทรครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องชาวพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่องปัญหา ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นครับ ในช่วงเวลา ๒ ปีผ่านมาพ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร้องเรียนผ่านกระผมว่าขณะนี้สิ่งที่เขาประสบก็คือว่าราคาสินค้าที่แพงขึ้นทําให้เขามีต้นทุน ในการค้าขายสูงขึ้น และล่าสุดทางรัฐบาลเองก็ได้ประกาศขึ้นราคาในสินค้าอุปโภคบริโภค หลายอย่าง สิ่งเหล่านี้ก็คือต้นทุนของพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องนํามาใช้ แล้วก็เพิ่มในส่วนที่เขา มาให้บริการกับคนที่เข้ามาในตลาด แม่ค้าและพ่อค้าในตลาดนะครับ โดยความจําเป็นแล้ว เขาไม่มีสิ่งที่คิดว่าจะขายสิ่งแพงหรือมีกําไรมากกับพี่น้องชาวบ้าน แต่ด้วยเนื่องจาก ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ปัจจัยค่าครองชีพที่สูงขึ้นทําให้เขาต้องปรับราคาขึ้น เมื่อเขา ปรับราคาขึ้น กลายเป็นว่าสินค้าที่เขาเคยขายได้ภาวะปกติไม่สามารถขายได้ ในพื้นที่ของ บ้านผมครับจะมีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายในตลาดนัดในช่วงระยะเวลาในสัปดาห์ แต่ปัจจุบัน ไม่สามารถมีคนเข้ามาซื้อขายได้ตามปกติ เพราะว่าจํานวนลูกค้าที่หายไปครับ เหตุผลก็คือว่า สิ่งที่สําคัญก็คือกําลังซื้อครับ ท่านเองท่านก็มาจากต่างจังหวัด ท่านก็ทราบดีว่ากําลังซื้อของ คนที่จะมาซื้อขายของในตลาดนั้นก็คือมาจากเกษตรกรซึ่งทําอาชีพทางด้านเกษตร ทางด้าน ต่าง ๆ ในพื้นที่ของผมจะเป็นพื้นที่ที่มีพื้นที่เกี่ยวกับยางพาราและปาล์มน้ํามัน ซึ่งในเมื่อทั้ง ๒ อย่างนี้ราคาลดต่ําลงมามากในปัจจุบัน กําลังซื้อของเขาที่จะมาอุดหนุน หรือซื้อสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ลดลงไปด้วย กระผมจึงขอฝากท่านไปดูแลยังส่วน ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยกันหารือ อย่างน้อยที่สุดทําให้คน ในภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราและปาล์มน้ํามันสามารถขายได้ในราคาที่ดีขึ้น หลังจากนั้นมันก็จะหมุนเวียนเข้ามาในภาคเศรษฐกิจ พ่อค้าแม่ขายเองที่เขานําสินค้าเข้ามา ก็จะสามารถขายได้ตามปกติ ใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนอย่างที่ ๒ ปีที่เขาเป็นผ่านมา ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านวันเพ็ญครับ
(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวรชัยรอครับ ต้องเรียงตามรายชื่อครับ ไม่ได้
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากปีนี้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มว่ามันตกต่ํา ทีนี้จังหวัดเพชรบูรณ์ เกษตรกร ของเรา ประชากรส่วนใหญ่เราปลูกข้าวโพดมากที่สุดนะคะ ผลผลิตก็จะออกตั้งแต่ ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมค่ะ ทางจังหวัดร่วมกับ ส.ส. ในพื้นที่ ทั้งหมด ๕ ท่าน ท่านเอี่ยม ทองใจสด ท่านสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ท่านสุทัศน์ จันทร์แสงศรี และดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ก็ได้ร่วมกันปรึกษาหารือในส่วนของการที่จะขอคําแนะนําจากรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือ เข้าแทรกแซงราคาข้าวโพดนะคะ ก็ยื่นคําร้องไป พี่น้องประชาชนได้รับคําตอบ ๒ อาทิตย์ที่แล้วค่ะ ก็มารอฟังคําตอบอยู่ที่สี่แยกราหุลด้วยความสงบ ใน ครม. พิจารณาทุกวันอังคาร เมื่อวันอังคารที่แล้วและวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งวันอังคารที่ผ่านมานี้ก็ได้รับคําตอบ จากรัฐบาลนะคะว่าจะเข้าแทรกแซงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาลผลิตปีนี้ ข้าวโพดเปียก ความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในราคากิโลกรัมละ ๗ บาท ทราบว่าบางจังหวัดขอแค่ ๖ บาท แต่รัฐบาลให้ ๗ บาท ความชื้น ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ให้ ๙ บาท แล้วก็ครัวเรือนหนึ่งให้ ๒๕ ตัน เมื่อสักครู่มีสมาชิกได้มีจดหมายร้องมาทางเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจากอีกจังหวัดหนึ่ง ก็ขอประชาสัมพันธ์ผ่าน ณ ที่นี้ให้ทราบด้วยนะคะ ทีนี้ทราบว่ามติ ครม. ออกมา เมื่อวันอังคาร จังหวัดเพชรบูรณ์เราข้าวโพดเราออกเร็วกว่าที่อื่น เพราะฉะนั้น พอมติ ครม. ออกมาเมื่อวันพุธค่ะ เมื่อวานนี้ทางจังหวัดก็พิจารณาในการที่จะดําเนินการ วันนี้ดิฉันก็ขออนุญาตที่จะฝากประชาสัมพันธ์ผ่านให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดทั่วประเทศ ได้ทราบในนโยบายในตรงนี้ ที่รัฐบาลจะเข้าแทรกแซงในราคาความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๗ บาท แล้วก็ข้าวโพดแห้ง ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ๙ บาท ครัวเรือนละ ๒๕ ตัน นะคะ ก็ขอ ความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการที่จะเร่งรัด ดําเนินการ เพราะว่าจังหวัดเพชรบูรณ์ข้าวโพดออกมาร่วมเดือนแล้วค่ะ กําลังจะหลุดจากมือลูกบ้าน ไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เกษตรอําเภอ เกษตรตําบล และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับเกษตรกรได้ทราบความคืบหน้าในการจัดการของรัฐบาลเรื่องของ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาลผลิตในปีนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมมีปัญหาอยู่ ๓ เรื่องที่จะนํามาหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ๒ เรื่องแรกนั้นกระผมได้เคยนํามาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปแล้ว นะครับ แต่ว่าปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ําปัญหายังเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นอีกนะครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องน้ําเน่าเสียในคลองทุ่งรังสิต ณ ขณะนี้จะมีวัชพืช ผักตบชวา แล้วก็หญ้าปกคลุมในคลองทําให้เกิดน้ําเน่าเสียนะครับ น้ําไม่ไหลเวียนในคลอง ทุ่งรังสิตซึ่งเป็นคลองของกรมชลประทาน จึงขอฝากหารือมาถึงกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยแก้ปัญหาน้ําเน่าเสียในคลองทุ่งรังสิตเหล่านี้ให้ด่วนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของปัญหาการจราจรในอําเภอลําลูกกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในถนน ๓ สายที่มีปัญหาหนักมาก ปัญหาการจราจรในถนนเสมาฟ้าคราม ซึ่งเป็นถนน ที่อยู่ในชุมชนของเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลําสามแก้ว อีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นทาง ถนนคลองสี่-ลาดสวาย อยู่ในเทศบาลเมืองลาดสวาย และถนนเส้นเมนก็คือถนนลําลูกกา ถนน ๓ สาย ๓ เส้นทางนี้ปัญหาการจราจรจะคับคั่งแล้วก็ติดขัดเช้าเย็นนะครับ ตลอดทั้งวัน ด้วยนะครับ ปัญหาการจราจรจะคับคั่งมาก จึงขอหารือไปถึงกระทรวงคมนาคมได้ช่วย บรรเทาปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้มีการจัดสรร ขสมก. ขนส่งมวลชนขนาดใหญ่เข้าไป ในชุมชนขนาดใหญ่ตรงนี้ จะสามารถบรรเทาปัญหาการจราจรในถนน ๓ เส้นทางนี้ได้
เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนในเทศบาลเมืองลาดสวาย แล้วก็ผู้นํา ท้องถิ่นในเมืองลาดสวายเองได้ขับไล่นายกเทศมนตรีเมืองลาดสวายในกรณีทุจริตในการ ใช้เงินในเทศบาลเมืองลาดสวายนะครับ ข้อเท็จจริงประการใดนั้นขอให้กระทรวงมหาดไทย ได้ไปตรวจข้อเท็จจริงให้กับชาวบ้านซึ่งคลางแคลงใจว่าเมื่อมีการร้องเรียนโดยผู้นําท้องถิ่นเอง บางคนในคณะบริหารของเทศบาล ไปร้องเรียนว่ามีการทุจริตกันเกิดขึ้น เสร็จแล้วเรื่องก็ เงียบหายไป ประชาชนก็คลางแคลงใจ จึงขอฝากให้สอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวนี้ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสุนทรี ต่อไปท่านดอกเตอร์ประกอบนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องเกษตรกรที่เข้าไปใช้บริการในการประกันภัยพืชกับทางธนาคาร ธ.ก.ส. ปรากฏว่าตอนนี้มีการจ่ายเงินชดเชยความเสียหาย บางคนได้รับแล้ว แต่ว่าก็มีอีก หลายรายที่เมื่อไปติดต่อขอรับเงินปรากฏว่าไม่ได้รับเงิน เขาแจ้งมาว่าตอนประกันภัย ก็ไปประกันภัยตามปกตินะคะท่านประธาน แต่ว่าเมื่อเลยหน้าที่เกิดภัยแล้งไปแจ้งขอรับเงิน ปรากฏไม่ได้รับเงิน เนื่องจากเจ้าหน้าที่เขาแจ้งว่าพี่น้องบางรายนั้นบริษัทประกันไม่รับ ประกันภัย ทําให้พี่น้องเขาเกิดความเสียหาย เนื่องจากว่าเขาเข้าใจว่าได้รับการประกันภัย เอาไว้แล้ว อยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขเรื่อง เกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยจากการประกันภัยพืชให้กับพี่น้องด้วยค่ะ ยิ่งเมื่อวานนี้ดิฉันเอง ได้รับฟังจากทางวิทยุว่าทางรัฐมนตรีทนุศักดิ์ เล็กอุทัย จะมีการคุยกับบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับเรื่องการจัดระดับการประกันภัย โดยจ่ายเงินชดเชยเป็นระดับ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ ให้ช่วยจัดการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะหารือกับท่านประธาน ก็คือดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว เกี่ยวกับสถานีตํารวจที่ได้รับการสร้างใหม่ในงบประมาณไทยเข้มเข็ง ผ่านมาหลายปีแล้วค่ะ ที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันมีหลายสถานีนะคะท่านประธานที่ทําการรื้อถอนสถานีออกไปแล้ว ตอนนี้ต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ (Tent) บ้าง ในศาลาบ้าง เขาเดือดร้อนมากค่ะ ทุกวันนี้ดิฉันว่า ส.ส. ทุกคนต้องเจอว่าตํารวจมาขอให้ช่วยงาน ไม่ว่าจะงานบุญทําบุญต่าง ๆ งานมหรสพ งานชกมวย เพื่อจะหาเงินไปซ่อมหรือว่าไปสร้างอาคารชั่วคราวเพื่อให้ได้รับความสะดวก ในการติดต่อราชการกับทางตํารวจ อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้ช่วยเร่งรัดงานการสร้างอาคารของโรงพักในแต่ละจุดที่ยังไม่ได้ทําการก่อสร้าง แล้วเสร็จด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านดอกเตอร์ประกอบครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมในการนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานําเรียน ผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการแก้ไขต่อไป ท่านประธานครับ ในการ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น ผมได้รับ การสอบถามจากพี่น้องประชาชนจํานวนมากว่า ถึงแม้ประเทศไทยเราได้รับการยอมรับจาก นานาประเทศว่าเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่ทําไมกลับปรากฏว่าทุกวันนี้ ประเทศไทยเรามีจํานวนวัดร้างเพิ่มขึ้นทุกวัน กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีนิวัฒน์ธํารงที่กํากับดูแล สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าขอได้โปรดติดตามดูแลแก้ไขปัญหาวัดร้างที่มีจํานวน เพิ่มขึ้นและตลอดจนหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาสถานภาพของวัดร้างเพื่อฟื้นฟูกลับมาให้เป็นวัด ที่มีพระภิกษุจําพรรษาอยู่ต่อไป นอกจากนั้นครับท่านประธานในเรื่องของวัดร้างหรือวัดที่มี พระภิกษุประจําพรรษาอยู่ก็ตาม เราจะพบว่ามีปัญหาในเรื่องของเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดิน หลาย ๆ วัดที่ได้ไปสอบถามพบปะนั้นปรากฏว่าไม่มีเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้อง ซึ่งมีหลาย ๆ ปัญหาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการยกที่ดินถวายวัดตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายสืบทอดกันมา แต่ไม่มี การโอนกรรมสิทธิ์เป็นกิจลักษณะหรือไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง กระผมขอฝาก ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีนิวัฒน์ธํารง เพื่อกํากับ ดูแลสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้โปรดจัดทําทะเบียนที่ดินกรรมสิทธิ์ของวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดร้างหรือวัดที่มีพระภิกษุอยู่ก็ตาม ให้มีเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้อง ถ้าหากว่า เป็นกรณีที่มีปัญหาในเรื่องของค่าธรรมเนียมการโอนผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะสนับสนุนในการ โอนกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ เหล่านี้โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เข้ากระทู้ถามสดเลยนะครับ ที่เหลือไปอาทิตย์หน้า มันเลยครับไม่ได้ เพราะว่า ๑ ชั่วโมง ๓ กระทู้ถาม กระทู้ถามละ ๒๐ นาที เกินก็ไม่ได้ ผมขออภัยนะครับ ไม่ได้จริง ๆ ต้องเห็นใจ ผู้ยื่นกระทู้ถามนะครับ ต้องรักษากติกา ผมให้โอกาสเต็มที่ครับ อยากให้ทุกคนได้หารือครับ ขอความกรุณา
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๗ คน
ผมขอพิจารณาตามระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๑๘๕ ส. เรื่อง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาค่าครองชีพสูง (นายชนินทร์ รุ่งแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรี เชิญท่านชนินทร์ รุ่งแสง ถามกระทู้ถามที่ ๑ เชิญครับ ไม่ได้จริง ๆ ครับ ยื่นให้ผมได้ แต่ว่าผมไม่อนุญาตแล้ว ไม่ได้ครับเหลือหลายท่าน เชิญท่าน ชนินทร์ครับ เชิญท่านถามเลยครับท่านชนินทร์ครับ ท่านยื่นมาให้ผมได้ มา ๆ ครับ เชิญเลย ครับท่านชนินทร์ครับ ท่านรัฐมนตรีขึ้นประจําที่ด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผมถาม นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับ
เขามี หนังสือมอบหมายมาทั้ง ๒ ท่าน มาตอบแทนครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ท่านอย่าเพิ่ง นับเวลานะครับท่านประธาน ผม ชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ผม
ท่านถามได้ ๑๐ นาที ตอบ ๑๐ นาที เชิญ
ท่านประธานครับ ผมติดใจ นิดหนึ่ง ท่านประธานครับ คือคําถามผมเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบกับพี่น้องประชาชน จํานวนมาก เดือดร้อนกันทั้งประเทศครับ เรื่องเศรษฐกิจ ของแพง ผมถามนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยว่าการที่จะตอบได้ กระทรวงเดียว ท่านประธานครับ ทําไมนายกรัฐมนตรี คือจริง ๆ แล้วก็พูดกันทุกครั้งนะครับ นายกรัฐมนตรีไม่สนใจสภา แล้วก็บอกใช้วิธีสภาแก้ไขปัญหา วันนี้ปัญหาประชาชนเดือดร้อน ทั้งประเทศ หายไปไหนครับ อยู่ประเทศไหนครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า อย่างไรครับ วันนี้ถึงไม่มาสภาครับ
ท่านมอบ ให้คนมาตอบ ท่านว่าเถอะครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีกําลังเจรจาเรื่องยางพาราอยู่ครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องตอบ เพราะว่าผมยืนยันว่าคนอื่นตอบไม่ได้ ที่ผมจะถาม เพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้มีปัญหาจริง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ใช้ตําแหน่งหน้าที่ ของท่านใช้ทรัพยากรของประเทศเดินทางไปต่างประเทศ ตั้งแต่เข้ามา ๒ ปี ๕๒ ครั้ง
ท่านชนินทร์ครับ ต้องถามวาระกระทู้ถามครับ คือเข้าเวลาไป ๒ นาทีแล้วนะครับ รักษาเวลา ด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีติดเรื่องยางพาราครับ ท่านเอาเรื่องนี้ก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมเศร้าใจนะครับ เรามีนายกรัฐมนตรี แต่เวลามีปัญหาอะไรท่านนายกรัฐมนตรีไม่ปรึกษาคนในสภา ไม่ปรึกษา คนในประเทศ มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาคนแดนไกลอยู่ต่างประเทศ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ แล้วมีนายกรัฐมนตรีประเทศไทยทําไมครับ
ไม่ต้อง ประท้วงแล้วครับ เอาให้ต่อ ท่านชนินทร์ไปนอกเรื่องไม่ได้ครับ เชิญครับ เดี๋ยวกินเวลาท่านครับ
ท่านประธานครับ ท่านยืนยัน นะครับว่าตอบได้ คําถามผมนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ คําถามแรกก็อยากจะถามครับว่า ตกลงไปต่างประเทศมา ๒ อาทิตย์ครั้ง ๕๒ ครั้งใน ๒ ปีนี้ แล้วเศรษฐกิจมันตกอย่างนี้ นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบอย่างไร แต่นายกรัฐมนตรีไม่มา ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ แล้วก็ อยากจะถามเหมือนกันทําไมมีปัญหาอะไรถึงไปปรึกษาแต่คนที่อยู่ต่างประเทศ คนไทย ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย รู้ปัญหาดี ทําไมจะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชน ไม่มาฟัง ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่ต้องติง นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๒ ปีที่ผ่านมาปัญหามันถึงค้างคาอยู่อย่างนี้ ครับ ไม่ได้รับการแก้ไข ท่านประธานครับ ก็ดื้อด้าน ไม่เป็นไรครับ รัฐบาลชุดนี้อยู่ได้อยู่ไปนะ ครับ แต่วันหนึ่งประชาชนก็คงจะพิพากษา ท่านประธานครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ยื่นกระทู้ถาม เรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาค่าครองชีพ เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจชะลอตัว ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจึงต้องถาม รัฐบาล เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลมาสนใจเรื่องของปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน อย่างจริงจริง ท่านประธานครับ ขณะนี้เป็นที่ทราบดีนะครับ เราอยู่ในช่วงที่เรียกว่า เศรษฐกิจขาลง ค่าครองชีพขาขึ้น หนี้พุ่งของแพง แพงทั้งแผ่นดิน แต่ที่ถูกก็คือราคาพืชผล การเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่ารัฐบาลรู้ดี ก็คือเรื่องยางพารา รัฐบาลทราบดีนะครับ ยางพาราทั่วประเทศมาก ขายไม่ออก แต่รัฐบาลไม่มียางพาราครับ แก้ไขไม่ได้ก็ไม่รับผิดชอบ ท่านประธานครับ ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ํา ของแพง หนี้พุ่งในขณะนี้ ผมเรียนถามผู้ที่มาแทนนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ต้องตอบแทนนายกรัฐมนตรีนะครับว่าวันนี้ รัฐบาลทําอะไร มีนโยบายอะไรในการจัดการเรื่องนี้อยู่ครับ
คําถามที่ ๑ เชิญรัฐมนตรีตอบครับ ท่านมีเวลา ๓ คําตอบภายใน ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหา เศรษฐกิจที่มีข้อเท็จจริงว่ามีการขึ้นราคาสินค้าบางอย่างนะครับ แล้วก็ภาพทั่ว ๆ ไปท่านก็ บอกว่ามีหนี้พุ่งอะไรพวกนี้นะครับ ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ พยายามที่จะแก้ไขปัญหาทั้งที่เป็นปัญหาเศรษฐกิจภายในนะครับ ซึ่งขณะนี้ก็อย่างที่ท่าน ทราบดีว่าเศรษฐกิจของเราก็เกี่ยวโยงไปกับเศรษฐกิจของทั้งโลกนะครับ ซึ่งมีภาวะ คล้าย ๆ กันก็คือภาวะที่มันอาจจะถดถอยอยู่นิดหน่อยนะครับ แล้วก็ประเทศไทยก็เชื่อมโยง อยู่กับต่างประเทศนะครับ ในขณะเดียวกันเรื่องที่เราไปเกี่ยวข้องก็คือเรื่องส่งออกที่จะ หารายได้เข้าประเทศ ทุก ๆ ประเทศที่เป็นตลาดก็ประสบภาวะเศรษฐกิจเช่นเดียวกันนะครับ ก็คิดว่าขณะนี้สถานะดีขึ้น เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ เศรษฐกิจทั้งหมดนะครับ รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กระทรวง เศรษฐกิจทั้งหมดไปหารือกันแล้วก็เตรียมแผนที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี้ แล้วก็มอบหมาย ให้ทุก ๆ หน่วยที่เกี่ยวข้อง บางส่วนก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านไม่ได้ละเลยนะครับ ก็ได้ดําเนินการต่าง ๆ อย่างเต็มที่อยู่
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ที่ท่านได้มอบหมายเป็นพิเศษก็คือ ให้ดูแลภาวะค่าครองชีพของประชาชน ในส่วนนี้ก็คงจะทราบกันโดยทั่วไปขณะนี้นะครับ ในภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ก็คิดว่าทางนักวิชาการบางคนก็บอกว่าอยู่ในภาวะที่เงิน เริ่มจะฝืดแล้ว เพราะว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเดือนที่ผ่านมาเมื่อเดือนสิงหาคมนี้ก็ค่อนข้าง จะต่ํานะครับ ซึ่งก็สะท้อนกับรายได้ของประเทศ รายได้ของประชาชนเหมือนกันนะครับ ส่วนที่จะทําให้ไม่เป็นภาวะแรงกดดันมากก็คือว่าเมื่อเงินเฟ้อต่ํา ผู้ประกอบการก็ไม่กล้า ขึ้นราคาสินค้านะครับ ก็คิดว่าสินค้าอุปโภคบริโภคทั่ว ๆ ไปนี้ไม่ขึ้นนะครับ ยกเว้นสินค้า พิเศษ อย่างเช่นไข่ไก่ ที่มีผู้อภิปราย อาทิตย์ที่แล้วก็บอกว่าไข่ไก่ใบละ ๕.๕๐ บาท อะไรอย่างนี้นะครับ ขณะนี้ผมขอกราบเรียนว่าในส่วนที่เป็นวัตถุดิบอาหารทั้งไข่ไก่ ทั้งเนื้อหมู ขณะนี้อยู่ในภาวะที่ไม่ผิดปกติมากนะครับ ไข่ไก่เบอร์ ๓ อยู่ที่ ๓.๗๐ บาท ๓.๘๐ บาท นะครับ แล้วก็เนื้อหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ ๑๓๕ บาท ถึง ๑๔๐ บาท แต่ถ้าเป็นเนื้อหมู ที่ตัดแต่งก็อาจจะถึง ๑๔๐ บาท ๑๔๕ บาท อันนั้นก็เป็นกลไกปกติของตลาดนะครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งกําชับว่าให้ดูแลส่วนที่เป็นส่วนที่ประชาชน จะต้องพึ่งตลาดมาก ๆ อย่างเช่นอาหารสําเร็จรูป เป็นต้นนะครับ ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ดําเนินการเพื่อที่จะให้อาหารจานเดียวหรือว่าข้าวแกงสําเร็จรูปไม่ขึ้นราคา โดยทั่ว ๆ ไป ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้กําชับกับผู้ประกอบการทั้งหมดในทุกระดับ อย่างเช่น หมวดอาหารทั่วไป ร้านอาหารทั่วไปหรือตลาดสด ก็พยายามที่จะให้อยู่ในจานหรือชุดละ ๒๕-๓๐ บาท ส่วนที่ฟู้ดคอร์ท (Food Court) ในร้านค้าต่าง ๆ นี้ก็จะอยู่ที่ ๓๕-๔๕ บาท อย่างนี้เป็นต้น
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านใช้เวลาเกือบ ๕ นาทีแล้วนะครับ คําถามแรก ท่านต้องสรุปแล้ว
จริง ๆ คําถามที่ผมได้ตอบเรื่องเศรษฐกิจตกต่ํากับเรื่องสินค้าของแพงนี้นะครับ ส่วนเรื่องหนี้พุ่ง อันนี้ข้อเท็จจริงเรื่องหนี้พุ่งนะครับก็เป็นภาพรวมทั่วไป ในขณะนี้ถ้าดูอย่างภาคเกษตรกร นะครับ แม้ขณะนี้รายได้เขาอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายนักแต่ว่าจากการทําเซอร์เวย์ (Survey) ของธนาคารรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งธนาคาร ธ.ก.ส. นะครับก็พบว่าจริง ๆ ขณะนี้ ประชาชนมีเงินออมมากขึ้นนะครับ มีเงินเหลืออยู่ในบัญชีมากขึ้น ผมก็คิดว่าในส่วนที่จะเป็น ภาระหนี้สินของประชาชนต่อไป ทางรัฐบาลก็จะพยายามไปดูแลครับ
ท่านชนินทร์ครับ คําถามที่ ๒ เชิญครับ
ผมถามไปชัดเจนนะครับ เรื่องของเศรษฐกิจตก ก็คือรายได้ประชาชนลดลง หนี้สินแล้วก็ค่าครองชีพ ผมคิดว่า ประชาชนก็คงตัดสินใจได้ว่ารัฐบาลมีความสามารถมากน้อยขนาดไหน แล้วควรจะ บริหารงานต่อไปหรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมมีเสียงสะท้อนจากประชาชน สด ๆ ร้อน ๆ นะครับท่านประธาน กรุงเทพโพลล์ (Poll) ครับ สํารวจประชาชนกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ กังวลมากถึงมากที่สุดเรื่องราคาสินค้าจะสูงขึ้น เนื่องจากการประกาศขึ้นราคา ก๊าซหุงต้ม ค่าทางด่วน ค่าไฟฟ้า ๘๗ เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าข้าวของแพงส่งผลต่อความเป็นอยู่ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาของแพงได้ และ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเรียกร้องนะครับ ให้รัฐบาลลงมาแก้ไข แล้ววันนี้หัวหน้ารัฐบาลหายไปไหนอีก ท่านประธานครับ ประชาชนเขาสะท้อนความรู้สึกนะครับ วันนี้เศรษฐกิจตก เงิน ๑๐๐ บาท หายไป ๓๐ บาท เพราะว่ารายได้หมด เงิน ๑๐๐ บาทลบไปอีก ๔๐ บาทเป็นหนี้ เหลืออีก ๓๐ บาท อย่าว่าแต่ข้าวแกงในราคาปกติเลยครับ ร้านข้าวแกงในราคาที่กระทรวงพาณิชย์ ประกาศ เขายังกินไม่ได้ อันนี้เป็นความรู้สึกที่ประชาชนเขาสะท้อนมาเป็นความรู้สึกของจริง ไม่ใช่ข้อมูลของท่านที่อยู่บนหอคอยงาช้าง นั่งทํางานในห้องแอร์ (Air) แล้วก็ฟังตัวเลขที่ปั้น ขึ้นมา ผมจะชี้ให้เห็นว่าตัวเลขที่ท่านใช้กับสิ่งที่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นที่ผมมองมันมีอะไรบ้าง จริง ๆ แล้วประเด็นผมอยากจะพูดถึงเรื่องของปัญหาที่รัฐบาลสร้างไว้ แต่ท่านไม่ตอบ ไม่ได้ ตอบให้ชัดเจน เรื่องของหนี้ครับ ท่านประธานครับ หนี้สาธารณะตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ มาถึง ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเกือบล้านล้านบาท ไม่ต้องบอกนะครับหนี้สาธารณะตรงนี้ เกิดจากนโยบาย รัฐบาลล้วน ๆ ตรงนี้ วันนี้ปัจจุบันเป็นหนี้สาธารณะ ๕.๒๒๔ ล้านล้านบาท หนี้ยังไม่รวม หนี้ข้าวที่หมกเม็ดกันอยู่ ยังไม่รวมหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําลังจะกู้ และ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําลังจะกู้ ตรงนี้รัฐบาลจะจัดการอย่างไร ต่อไปหนี้ภาคครัวเรือนครับ เพิ่มจาก ๕.๗ เปอร์เซ็นต์ วันนี้อยู่ที่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ หนี้ภาคครัวเรือนกระทบกับประชาชนโดยตรง กระทบกับระบบเศรษฐกิจ กําลังการซื้อ ในประเทศชัดเจนครับ แน่นอนที่สุดว่าที่เป็นหนี้ กับนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ที่ไม่มีความรับผิดชอบ รถยนต์คันแรก ชัดเจนครับ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องค่าครองชีพ ท่านก็พูดง่าย ๆ ครับ เงินเฟ้อมันต่ํา วันนี้ ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ได้ ดูในรายละเอียด ท่านทํางานแบบสุกเอาเผากิน ไม่รู้สึกรู้สา ประชาชนก็เดือดร้อน ท่านลงมา ดูในรายละเอียดแต่ละรายการครับ เนื้อสัตว์ ผัก ไข่ ล้วนแต่เป็นสินค้าที่อยู่ในการดํารงชีวิต ต้องใช้ในชีวิตประจําวันของพี่น้องประชาชน และสําคัญที่สุดคือจะต้องเป็นส่วนประกอบของ อาหารปรุงสําเร็จ ท่านประธานครับ เนื้อสัตว์ พุ่งขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านรู้หรือเปล่าครับ ๙.๑๒ เปอร์เซ็นต์ ผัก ผลไม้ พุ่งขึ้น ๙.๔ เปอร์เซ็นต์ ไข่ พุ่งขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์กว่า ไฟฟ้า เชื้อเพลิง ประปา แสงสว่าง พลังงาน พุ่งขึ้น ๑๐.๓๔ เปอร์เซ็นต์ พรรค์อย่างนี้รู้สึกรู้สา บ้างไหมครับว่าคนเขาเดือดร้อน ไปดูแต่ภาพรวมอย่างเดียว เงินเฟ้อ ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ ดัชนีชี้วัดที่คนเขาเข้าใจง่ายรู้ง่าย ไข่ครับ เป็นอย่างไรครับ เลิกชั่งไข่ขาย วันนี้ครับ ปีที่แล้ว ๓.๐๙ บาท ปีนี้ ๓.๗๖ บาท เพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เลิกชั่งแล้วเป็นอย่างไรครับ ตรงนี้ที่มาคือกระทรวงพาณิชย์ แต่ของจริงผมคิดว่าคนไทย ทุกคนรู้ แม้แต่ ส.ส. ที่นั่งในสภาผมคิดว่าถ้าเผื่อลงพื้นที่จะรู้ว่าของจริงไข่ไม่ใช่ราคานี้ครับ ๕ บาท ทอดเป็นไข่โปะข้าวกระเพรา ๑๐ บาทครับ แต่นี่มานั่งทํางานในห้องแอร์ไม่เคย ลงพื้นที่ แล้วก็หลอกตัวเองว่าไม่เดือดร้อน ตรงนี้มันชี้ให้เห็นครับว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหา ล้มเหลว ผิดพลาด สร้างภาพอย่างเดียวครับท่านประธานครับ แล้วผมต้องถามคนที่จะต้อง รับผิดชอบ ท่านคงตอบไม่ได้ ท่านประธานครับ ขออนุญาตเปิดคลิป (Clip) ครับ ห้องโสตทัศนูปกรณ์เชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
เป็นอย่างไรครับ จริง ๆ คลิปนี้ ไม่ได้เปิดครั้งแรกนะครับ แต่มันจําเป็นต้องเปิด แล้วก็สงสารนะครับ ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย เปิดทีไรอ้าปากค้างทุกที
ท่านชนินทร์ครับ ท่านต้องถามครับมีเวลาให้ท่านอีกนาทีเศษ ๆ เอง เชิญครับ
ครับ ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับปากมันสะท้อนตรงนี้ครับ น้ํามันเบนซินวันที่สัญญา วันนี้ขึ้นไป ๘.๑๑ บาท แก๊สโซฮอล์ ๙๑ ขึ้นไป ๒ บาทกว่า ขึ้นทุกรายการ สรุปแล้วไม่ได้ทําตามที่พูด ไม่ได้ทําตามสัญญา ท่านประธานครับ คําถามนี้มันมาจากความเจ็บปวดของคนที่โดนหลอก ทั้งทุกสี เสื้อเหลือง เสื้อแดง คําถามนี้มันมาจากหัวใจของประชาชนทั้งประเทศครับว่า ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีพูดแล้วไม่ทําตามสัญญาครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ มีเวลาอยู่ ๔ นาทีนะครับ ท่านจะต้องตอบ ๒ คําถามนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ผม ยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบ โดยสรุปสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ เรื่องหนี้สาธารณะทางรัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการคลัง ก็พยายามที่จะรักษาวินัยทางการคลังอย่างเต็มที่ นะครับในขณะนี้ ก็ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่จะรู้สึกวิตกกังวลในส่วนที่เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจ ส่วนหนี้ ภาคครัวเรือนที่ท่านเจ้าของกระทู้ถามได้ถามเมื่อสักครู่นะครับ ขออย่างนี้นะครับ ค่าครองชีพ ของประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปที่กระผมกราบเรียนว่าภาวะเงินเฟ้อหรือซีพีไอ (CPI) ที่ขึ้นในแต่ละเดือน ขณะนี้อาจจะเรียกว่าเป็นทางลง ทางลบ เพราะฉะนั้นประเด็นจริง ๆ ก็คือรัฐบาล ก็อยากจะกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายตามปกติ เพราะว่าเศรษฐกิจจะได้เคลื่อนไหวไปทั้งภาค การผลิต ภาคการบริโภคต่าง ๆ ส่วนการดูแลค่าครองชีพประชาชน ทางรัฐบาลโดยเฉพาะ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ดูเป็นรายการนะครับ ก็คือเอาค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าและ บริการที่ประชาชนใช้จ่ายมาก ๆ อย่างเช่นค่าอาหาร ค่าพลังงาน ค่าอื่น ๆ เข้ามาดูแลทั้งหมด คือดูเป็นรายสินค้าไป ดูตามน้ําหนักของการใช้จ่ายที่ปรากฏอยู่ในดัชนีราคาผู้บริโภคทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ดูเฉพาะภาพรวมหรอกครับ ก็คือพยายามที่จะจัดการสินค้าตัวที่สําคัญ อย่างที่ท่านได้กรุณายกตัวอย่างทั้งไข่ไก่นะครับ ก็ขอย้อนความหลังหน่อยนะครับ ความจริง ไข่ไก่ชั่งกิโลเลิกชั่งตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วนะครับ ไม่ใช่เพิ่งเลิกในรัฐบาลนี้ ขอบคุณครับ
ท่านชนินทร์ มีเวลา ๑ นาที ท่านต้องถามเลยนะคับ
ท่านประธานครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตถอนหายใจแรง ๆ สักทีครับ ผมเศร้าใจ ท่านประธานครับ ไข่ชั่งกิโลมันไม่ได้เป็นนโยบายเพียงแค่คิดแล้วจะทํา ท่านก็ไป พูดถึงข้าง ๆ คู ๆ ว่าไข่ชั่งกิโลอะไรนั้นมันไม่เกี่ยวกันเลย แล้วสิ่งที่ท่านบอกว่าท่านดูรายตัว รายรายการแล้วมันขึ้น ท่านยอมรับ ตรงนี้เป็นข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ แล้วผมถามว่า วันนี้ท่านทําอะไร ไม่ได้ทําอะไร ผมไม่เห็นท่านตอบท่านทําอะไร มีมาตรการทําอะไร ก็ปล่อยให้มันขึ้นไป คนเดินดินกินข้าวแกงก็เดือดร้อนกันไป รัฐบาลก็ยังหลงใหลได้ปลื้มว่า เงินเฟ้อแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ หมดหวังจริง ๆ ท่านประธานครับ ในขณะที่ประชาชน หมดหวัง เดือดร้อนครับท่านประธาน รัฐบาลทําอะไรครับ ซ้ําเติมครับ ผมมีตัวอย่างครับ ท่านประธาน คนที่เขาดูแลประชาชน พรรคประชาธิปัตย์นี่นะครับเวลาคนเดือดร้อนเขาทํา อย่างไรครับ
ท่านชนินทร์ครับ ผมต่อเวลาท่าน ๑ นาทีครับ ท่านจะไปกินเวลาท่านอื่น
กทม. ครับ ผู้ว่าราชการสุขุมพันธุ์ ลดราคารถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) จากอ่อนนุชถึงแบริ่ง ๑๕ บาทเหลือ ๑๐ บาทครับ บีอาร์ที (BRT) ลดราคา ๑๐ บาท เหลือ ๕ บาท แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ครับท่านประธาน วันหวยออกโดนไป ๓ ดอก ๑ ๒ ๓ ๑. ค่าทางด่วน รถเล็ก รถใหญ่ โดนไปเฉลี่ย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๕ บาท ๕ บาท ๕ บาท ๒. กระชากค่าครองชีพ เมื่อสักครู่นายกรัฐมนตรีบอก อันนี้กระชากขึ้น สวนทางครับ ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นหน่วยละ ๗ สตางค์ คนใช้ ๗๐๐ หน่วย ก็โดนไปเดือนละ ๕๐ บาท คนยากคนจนก็รู้สึกนะครับ พวกท่านไม่รู้สึก ที่สําคัญครับ แก๊สแอลพีจี (LPG) กิโลกรัมละ ๕๐ สตางค์ทุกเดือน ถัง ๑๕ กิโลกรัม เป็นเงิน ๗.๕๐ บาท ต่อเดือน ครบปีตามสัญญาที่รัฐบาลตกลงแล้วแพงขึ้น ๙๐ บาทต่อถัง โดนเข้าไปทั่ว ไม่เป็นธรรมแต่ทั่วถึง คนใช้รถ ใช้ถนน คนยากคนจนโดน ท่านอย่าตอบนะครับว่าท่านเตรียม ดูแลคนยากคนจนไว้แล้ว คนมีรายได้น้อยไว้แล้ว ผมเช็ก (Check) ดูนะครับที่ท่านวางแผนไว้ สวยหรู ลงทะเบียนที่แสนยากเย็น ผมให้พวกผมเองหรือผมเองลองไปลงทะเบียน กดเอสเอ็ม เอส (SMS) อย่าว่าผมไม่รู้เรื่องหรือโง่นะครับ ผมคิดว่าคนคิดและให้คนอื่นเขาทํายาก ๆ ผมคิดว่าควรต้องพิจารณาตัวเอง ตอนนี้ตัวเลของคนลงทะเบียน
ท่านชนินทร์ครับ ด้วยความเคารพ ท่านต้องถามแล้วครับ เกินมา ๒ นาทีแล้วครับ
ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าตอนนี้ คนเดือดร้อนครับ เดือดร้อนแล้วรัฐบาลยังซ้ําเติมด้วยการขึ้นสิ่งที่จะทําให้กระทบ กับค่าครองชีพ ไม่ได้ขึ้นดอกเดียวครับ ขึ้น ๓ ดอกครับ ไม่มีใครเขาทํากันครับ วันที่ ๑ กันยายน วันแบดเดย์ (Bad Day) ไม่ใช่ดีเดย์ (D-Day) ครับ ถามว่าคนที่รับผิดชอบ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลโดนครอบงํา หรือเปล่านะครับ เพราะว่ามีม็อบ (Mob) เสื้อแดงไป ผมไม่เคยเห็นม็อบเสื้อแดงไปรณรงค์ เรียกร้องให้ ปตท. ขึ้นค่าก๊าซ จนเขาบอกว่าของแพงเพราะแดงหนุนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจในฐานะ รัฐมนตรีไม่เกี่ยวเลยครับ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หยุดซ้ําเติม พี่น้องประชาชน ชะลอหรือยกเลิกการขึ้นค่าราคาก๊าชแอลพีจีไปก่อนได้หรือไม่ครับ
ท่านใช้เวลาเกินไป ๓ นาที เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เรื่องแรกเรื่องค่าไฟฟ้าที่ขึ้นราคานะครับ ขึ้น ๗ สตางค์ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน รัฐบาลเองได้ดูเมื่อ ๖ เดือนที่แล้วนะครับ ค่าเงินบาทแข็งเราได้ลดเงินค่าไฟฟ้าลงไป ๖ สตางค์ ท่านต้องคํานวณด้วยว่าค่าไฟฟ้านั้นมันผันแปรไปต่อค่าพลังงานที่ใช้ ดังนั้นในช่วง ลดท่านต้องมาคิดด้วยครับ เพราะฉะนั้นเวลาช่วงขึ้นลดมันต้องมาบาลานซ์ ( Balance) กันนะครับ ในเดือนนี้เราขึ้น ๗ สตางค์ก็เท่ากับขึ้นมาสตางค์เศษ ๆ นะครับ สิ่งหนึ่งที่สําคัญ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องที่ท่านพูดเรื่องแก๊สแอลพีจีกับเรื่องราคาน้ํามันที่เคยหาเสียง จะลงราคา วิธีการก็คือจะต้องทําให้ราคาของพลังงานนั้นเป็นไปตามมาตรฐาน สิ่งสําคัญที่สุด เราเก็บเงินจากค่าน้ํามันมาใส่กองทุนน้ํามันนะครับ แล้วเงินกองทุนน้ํามันจึงมาอุดหนุน แอลพีจีทําให้กองทุนนั้นขาดทุน การขึ้นราคาแอลพีจีให้เป็นไปตามกลไกลตลาดแล้ว กองทุนน้ํามันก็จะลดลงมาตามที่รัฐบาลได้เคยหาเสียงไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเร่งทําเพื่อให้ ราคานั้นถูกต้องนะครับ ส่วนการจดทะเบียนยุ่งยากลําบากผมได้สอบถามไปยัง พลังงานจังหวัดหลายคนนะครับ ได้ประสานงานกับผู้มีรายได้น้อยให้เร่งการจดทะเบียน ผลปรากฏว่าผู้มีรายได้น้อยนั้นก็เห็นว่าเขาใช้แก๊สครัวเรือนหนึ่งนั้น ๑ ถังใช้ถึง ๓ เดือน เขาบอกขึ้นราคา ๗.๕๐ บาทเขาไม่สนใจที่จะจดทะเบียน อันนั้นเป็นคํายืนยันนะครับ กระทรวงพลังงานกําลังหามาตรการว่าจะให้เขาสามารถได้รับเงินชดเชยตรงนั้นอย่างไร ซึ่งต้องไปดู ต้องไปถามทางกฤษฎีกา ถามฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าเงินชดเชยที่ค้างไว้นั้น จะสามารถส่งคืนให้กับประชาชนได้หรือไม่ โดยวิธีการผันแปรอย่างอื่น แต่วิธีการ จดทะเบียนนี้ไม่ยุ่งยากหรอกครับ ก็เหมือนท่านซื้อโทรศัพท์แล้วเติมเงินในบัตรโทรศัพท์ คล้ายคลึงกันนะครับ เพียงแต่ว่าคนไม่คุ้นเคยช่วงแรกก็จะยุ่งยาก แต่เราก็มีผู้ช่วย โดยร้านค้า แก๊สจะเป็นผู้ช่วยกดแนะนําให้
เรื่องที่ ๓ ที่ท่านพูดถึงเรื่องม็อบที่ไปเชียร์เรื่องขึ้น ปตท. ยังไปกล่าวหาว่า ทางรัฐมนตรีจัดม็อบมา ซึ่งไม่จริงครับ ม็อบนี้แต่เดิมเขามาต่อต้านการขึ้นแอลพีจี ผมได้เชิญมานะครับ กลุ่มเสื้อแดงกลุ่มนี้ไปยุอยู่แถวลําลูกกา ซื่ออะไรไม่ทราบนะครับ ก็มีคนมาชี้แจง ชี้แจงเสร็จอธิบายความกันจนกระทั่งเข้าใจ ปรากฏว่าเขาโกรธคนที่ ปลุกม็อบ หาว่าไปหลอกลวงให้ข้อมูลผิดกับเขา ฉะนั้นเมื่อเขามาประท้วงเขาจึงมาสนับสนุน เขาก็แก้ตัวว่าเขาถูกต่อว่าต่อขานไปว่าการที่เขามาต่อต้านในครั้งแรกเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้ว เขามาต่อต้านที่กระทรวงพลังงาน หลังจากเจ้าหน้าที่ชี้แจงแล้ว เขามีความเข้าใจ เขาจึงกลับมาสนับสนุนนะครับ ซึ่งมีชื่ออยู่ ผมจําชื่อไม่ได้ว่าเป็นใครนะครับ ถ้าอยากทราบ เดี๋ยวจะส่งชื่อให้ภายหลังครับ ขอบคุณครับ
ท่านถามไม่ได้หรอกครับ มันถามไป ๓ คําถามแล้ว ท่านถามไม่ได้นะครับ เอาเฉพาะประเด็น อะไรที่ท่านเสียหาย พาดพิงต้องเสียหายนะครับ ไม่เสียหายผมไม่อนุญาต
ท่านประธาน ประเด็นแรก ที่พาดพิงแล้วเสียหาย ผม ชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
ประเด็นแรกผมเสียหายก็คือว่า ท่านรัฐมนตรีบอกว่าผมกล่าวหาว่าท่านจัดตั้ง ม็อบ ไม่ใช่นะครับ ไม่ทราบท่านเอาไปไหน ผมบอกว่าเสื้อแดงมีม็อบไปสนับสนุนให้ขึ้นค่า ก๊าซจนคนเขาบอกกันทั้งเมืองว่าแพงเพราะแดงสนับสนุน
ประเด็นที่ ๒ ท่านบอกว่า การลงทะเบียนมีการเตรียมพร้อม มีการรองรับ ผู้มีรายได้น้อยตรงนี้อยู่แล้ว การเตรียมการใช่ครับ แต่วิธีปฏิบัติตอนนี้ผมเห็นว่ามันยังไม่พร้อม คนยังเดือดร้อนอยู่ แน่นอนครับท่านก็ทราบนะครับลงทะเบียนไม่ถึงครึ่ง ทั้งผู้ใช้ ทั้งผู้ค้า ลงทะเบียนไม่ถึงครึ่งครับ ท่านไปดูตัวเลขครับ ผมคงไม่ต้องบอกตัวเลขอะไรมาก ผมเพียงแต่ อยากจะบอกว่ารัฐบาลนี้
ท่านชนินทร์ครับ การใช้สิทธิพาดพิงใช้เฉพาะเสียหายครับ คืออย่างนี้ จะจบแล้วนะครับ เชิญครับ
ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่า รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ สามารถเลือกทางเดินได้ครับ จะสร้างปัญหาหรือว่าจะเป็นตัวปัญหา เลือกได้ว่าจะขึ้นหรือลง เวลาไหน อย่างไร ให้เหมาะสมกับปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ให้ได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงนี้ให้รัฐบาล นายกรัฐมนตรีพิจารณาครับ ว่าควรจะดูแลแก้ไขปัญหา อย่าซ้ําเติมพี่น้องประชาชนครับ
ต่อไป กระทู้ถามที่ ๒ นะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๘๖ ส. เรื่อง การชุมนุมของเกษตรกรชาวสวน ยางพาราและปาล์มน้ํามัน (นายอภิชาต การิกาญจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี และนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ
คืออย่างนี้ครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีการถามครั้งหนึ่งนะครับ ขอความร่วมมือ ท่านด้วยนะครับ ท่านช่วยผมบริหารเวลานะครับ เชิญครับ ผู้ตอบกระทู้ถามเชิญขึ้นบัลลังก์ นะครับ ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถาม เชิญครับ คงอยู่ข้างหลัง ท่านดอกเตอร์อภิชาตท่านถาม ได้เลยครับ เดี๋ยวจะได้ยินไปด้วย เชิญท่านผู้ตอบกระทู้ถามขึ้นบัลลังก์ข้างหลังครับ เชิญครับ ท่านถามเถอะครับ คิดว่าคงได้ยินครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ อภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ จากกรณีการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราและสวนปาล์ม ที่อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตําบลควนหนองหงษ์ และตําบลบ้านตูล เป็นการชุมนุมมา ๓ รอบ นะครับ รอบแรก วันที่ ๒ วันที่ ๓ สิงหาคม รอบที่ ๒ วันที่ ๑๙ สิงหาคม รอบที่ ๓ วันที่ ๒๓ สิงหาคม แล้วต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้นะครับ หลายฝ่ายกล่าวว่าเป็นม็อบการเมือง มีนักการเมืองหนุนหลัง หรือมีพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่ จึงยืนมาได้เกือบ ๒๐ วัน ที่จริงเป็นม็อบ ของเกษตรกรที่เดือดร้อนจากราคายางพาราและราคาปาล์มตกต่ํามาเป็นระยะเวลายาวนาน ถึง ๒ ปี มีข้อมูลใหม่ จากการที่นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เดินทางลงไปรับฟังปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ จึงมีข้อสงสัยว่าสภาพการณ์ที่แท้จริงของการก่อม็อบนี้ ใครอยู่เบื้องหลัง ผมมีวิดีโอ (Video) ที่จะเสนอครับ ขอเชิญฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
พอครับ ม็อบนี้มิใช่ม็อบของ พรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นม็อบของพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่จริงไม่ใช่พรรคเพื่อไทยนะครับ แต่เนื่องจากไม่มีพรรคเพื่อไทยในภาคใต้ แต่เป็นม็อบที่เกิดจากพรรคร่วมรัฐบาล คําถามครับ ท่านรัฐมนตรีจะมีมาตรการเช่นไร หากพบว่าเป็นคนของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นผู้ก่อม็อบ โดยปลุกระดมให้คนมาประท้วงในเรื่องราคายางพารา ราคาปาล์ม ในวันที่ ๒ และ ๓ สิงหาคม และผลักคนลงไปบนท้องถนน เพื่อสกัดกั้นมิให้พี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ที่จะขึ้นมา ร่วมประท้วงกับกองทัพประชาชน ร่วมต้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ในระหว่างวันที่ ๕-๗ กันยายน ๒๕๕๖ และทําให้เกิดการประท้วงยืดเยื้อยาวนาน เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จริง ๆ มีคนบาดเจ็บ มีคนล้มตาย สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่าจริง แล้วเชื่อว่าคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบนี้คือคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เราทราบเพราะว่าตอนได้รับแต่งตั้ง เขาจะขึ้นประกาศแสดงความยินดีที่ได้เป็น ที่ปรึกษารัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรียุคล ลิ้มแหลมทอง จะทราบหรือไม่ทราบก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านพูดกัน สิ่งที่ปรากฏในคลิปเป็นตัวยืนยันว่าไม่ใช่กล่าวหาจากผม ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎร และผมไม่ได้มีแนวคิดเรื่องม็อบแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าผมไม่ทําต้องมีฝ่ายอื่นทํา แล้วเมื่อเกิดผลเสียหายต่อเนื่องยาวนานมีการบาดเจ็บล้มตาย ท่านจะดําเนินการอย่างไรกับกรณีนี้ครับ
คําถามที่ ๑ นะครับ ท่านใดจะตอบครับ ๑๐ นาทีนะครับ ๓ คําตอบ เชิญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีประชาครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีครับ คือผมเรียนตรง ๆ คําถามของท่านไม่ค่อยชัดเจนเลยไม่ทราบว่า ประเด็นอะไรกันแน่ที่ท่านถามมาครับ ขอความชัดเจนเรื่องประเด็นคําถามครับ
ท่านดอกเตอร์อภิชาตครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ ท่านถามได้อีกครั้งหนึ่ง
สําหรับคําถามแรกนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีชาวบ้านให้ปากคํากับดอกเตอร์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ลงไปในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลบอกว่าม็อบครั้งนี้มิใช่ม็อบ ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นม็อบของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเกิดจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่ตรงนี้เป็นผู้ก่อม็อบขึ้นมา ไม่ได้ก่อม็อบเพื่อการที่จะเสนอในเรื่องราคายางพารา และราคาปาล์มเท่านั้น แต่ราคายางพาราและราคาปาล์มตกต่ําเป็นข้ออ้างในการระดมคนมาม็อบ แล้วก็ผลักคนลงไปบนท้องถนนเพื่อให้ปิดกั้นไม่ให้คนเดินทางขึ้นมาประท้วงที่กรุงเทพฯ ในระหว่างวันที่ ๕ ถึง วันที่ ๗ กับกองทัพประชาชนแล้วก็กับการต้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม นั่นคือเริ่มแรกของการเกิดม็อบเมื่อวันที่ ๒ วันที่ ๓ ครับ
เชิญท่านประชา
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีนะครับ ก็ต้องขอบคุณครับท่านผู้ถามได้กรุณาพูดถึงในเรื่องของ การเกิดม็อบ แต่ถ้าจะย้อนกลับไปดูในอดีตนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อ สื่อโทรทัศน์ สื่อหนังสือพิมพ์ ที่ปรากฏอย่างชัดเจน ถ้าผมจําไม่ผิดผมก็เห็นว่ามีท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์บางท่าน ผมใช้คําว่า บางท่าน ขึ้นไปบนเวทีนะครับ แต่ในส่วนที่ดอกเตอร์นายแพทย์นิรันดร์ได้พูดถึง อันนี้ผมไม่ทราบ แล้วก็ไม่ได้ยิน เพราะฉะนั้นการที่จะกล่าวหาว่าทางพรรคเพื่อไทยสนับสนุนทําให้เกิดม็อบ ตรงนี้ผมคิดว่าผมปฏิเสธ ไม่ใช่แน่นอนครับ
คําถามที่ ๒ ครับ ท่านดอกเตอร์อภิชาตครับ เชิญครับ
คําถามที่ ๒ ครับ ในการสนองตอบที่ไม่ตรงกับความต้องการของพี่น้องเกษตรกรนี้ การชุมนุมต้องการ เรื่องราคายางพารา แต่ท่านจะให้การชดเชยเพื่อการจัดหาปัจจัยในการผลิต นั่นเป็นเรื่อง ระยะยาวไกลครับ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและขณะนี้การพูดคุย ระหว่างตัวแทนเกษตรกรที่มาชุมนุมที่เดินทางขึ้นมากรุงเทพมหานคร แม้จะมาปรึกษาหารือ พูดคุยกับท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง เสร็จแล้ว ยังไม่มีคําตอบจนถึงวันนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ท่านจะทําอย่างไรครับที่จะให้ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรได้ตรงกับสิ่งที่เขาร้องขอ ไม่ใช่ขออย่างหนึ่งแล้วก็ไปได้อย่างหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเป็นเช่นนี้ชาวบ้านรับไม่ได้ อย่างแน่นอน แล้วการยืดเยื้อยาวนานเป็นพิเศษเกือบ ๒๐ วันแล้วนะครับทั้ง ๓ รอบ มีการปิดเส้นทางรถไฟ แต่รัฐบาลเองก็ไม่ได้แสดงความเดือดเนื้อร้อนใจว่าเป็นปัญหา ที่สําคัญ ท่านรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้มีทัศนะในเรื่องนี้แต่อย่างใด ท่านมีวิธีการอย่างไรครับ ที่จะทําให้เรื่องเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรกับคําตอบที่รัฐจะจัดให้มันเป็นเรื่องที่สอดคล้อง ตรงกันเสียทีจะได้หยุดปัญหาเหล่านี้นะครับ
คําถาม ที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ในประเด็นที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งคําถามถามนะครับ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโดยวิธีคิด ที่เรากําลังทําอยู่ในเวลานี้นั้น สิ่งที่ทางพี่น้องเกษตรกรต้องการที่จะให้ตั้งราคานํา แล้วก็จะให้ ซื้อยางพาราเข้ามาเก็บในสต็อก (Stock) ไว้อย่างเดิม หรือจะตั้งราคานําแล้วจ่ายส่วนต่าง จากราคาตลาดโลกนั้น เราได้มีการวิเคราะห์กันแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการเข้าไปกระทบ ทําให้ผลกระทบกับกลไกตลาดของราคายางพารา ซึ่งไม่ได้เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน และที่ถาวร ราคายางพาราในขณะที่เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างนี้นั้นทิศทางในการกําหนด ราคายางพารา ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนกําหนดทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนผลิตยางพารามากที่สุดในโลก ก็เป็นปัญหากับเราค่อนข้างมากนะครับ แล้วก็เป็นปัญหาที่ตัวพี่น้องเกษตรกรเองจะต้อง เตรียมรับกับสถานการณ์ที่จะเปิดเออีซี (AEC) ภายในช่วง ๒ ปี แล้วก็จะมียางพาราที่ผลิต จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะนี้นั้นยางพาราในโลกทั้งหมด ๑๑.๖ ล้านตัน ใช้ประมาณ ๑๑.๑ ล้านตัน ยางพาราล้นตลาดโลกอยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เองเราพยายาม ที่จะทําอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะอยู่ได้ด้วยการลดต้นทุนการผลิตของพี่น้อง เกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนะครับ ทางรัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ มีกลุ่มผู้แทนพี่น้องเกษตรกรอยู่ร่วมเป็นกรรมการในที่ประชุมด้วย ได้นําเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะมีการประท้วง ก่อนที่จะมีการจัดม็อบนะครับ ตั้งแต่ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ว่าทิศทางในการแก้ไขปัญหานั้นก็คือการแก้ไขปัญหาโดยการลดต้นทุน การผลิตนะครับเป็นการจ่ายเงินลงไปเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของการจัดซื้อปัจจัยการผลิต ของพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ซึ่งได้มีการคํานวณทดตัวนี้มาว่าในช่วงที่มีการกรีด ยางของพี่น้องเกษตรกรนั้นถึงเดือนมีนาคม ๗ เดือนข้างหน้า เงิน ๑,๒๖๐ บาทที่ให้กับพี่น้อง เกษตรกรไปต่อไร่นะครับ ในกลุ่มของเกษตรกรที่มีพื้นที่ไม่เกิน ๑๐ ไร่ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย นะครับ แล้วในส่วนที่เกินกว่า ๑๐ ไร่ขึ้นไปก็จะได้ไม่เกิน ๑๐ ไร่นะครับ ตรงนี้เองนั้นจะ สามารถเพิ่มราคาทุก ๑ กิโลกรัม ยางพาราที่ขายออกมาได้ประมาณ ๖ บาท แล้วใน ขณะเดียวกันนั้นก็ได้มีการดําเนินการตามที่ทางพี่น้องเกษตรกรได้ขอก็คือเรื่องของการที่จะ ให้ลดการเก็บค่าเงินเซสส์(CESS) ให้เหลือประมาณ ๑๔๐ บาท ผมก็ได้ออกประกาศงดเก็บ ไม่ใช่ลด งดเก็บเลยนะครับ ยาวตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ๔ เดือนติดต่อกัน ซึ่งทําให้พี่น้องเกษตรกรที่ต้องถูกเก็บเงินค่าเซสส์ไป ๓ บาท ได้คืนอีก ๓ บาท อันนี้ก็คือสิ่งที่ เราได้ดําเนินการไป แล้วก็จุดอ่อนของเราอีกอันหนึ่งต้องยอมรับความจริงเถอะครับว่า การคุยกับพี่น้องเกษตรกรในการที่จะทําความเข้าใจว่าสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรนั้นได้เปลี่ยนจาก การตั้งราคายางพารามาเป็นรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น มันจะต้องมาทําความเข้าใจกันนิดหนึ่ง ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็พยายามที่จะให้ผู้แทนเกษตรกรเข้าไปทําความเข้าใจกับสมาชิก ของตัวเอง แล้วก็พยายามอย่างเต็มที่ แล้วก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ทางผู้แทนเกษตรกรทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นในวันนี้มติ คณะรัฐมนตรีได้ออกผ่านมาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาให้มีการดําเนินการในการให้ขึ้นทะเบียน พี่น้องเกษตรกรทั้งหมด แล้วก็จะจ่ายเป็นเงินสดผ่านไปทาง ธ.ก.ส. ตามบัญชีทะเบียนที่ได้ขึ้น ทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร อันนี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าต้องขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติช่วยกรุณา ช่วยนําเรียนพี่น้องเกษตรกรด้วยว่าสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรได้นั้นคือตัวเงินที่เขาได้รับไป ไม่ใช่ เอาปุ๋ยไปให้ แล้วก็การตั้งราคานํานั้นทางประธานสมาคมผู้ใช้ยางของสหภาพยุโรปมาพบ กับผมเมื่อวานซืนนี้ ก็ถามผมประโยคนี้ครับว่ารัฐบาลมีนโยบายในการที่จะดําเนินการ ในเรื่องของยางพาราอย่างไร ผมก็กราบเรียนไปว่าเราจะไม่ไปแทรกแซงหรือทําให้เกิดปัญหา กระทบกับกลไกตลาดนะครับ ซึ่งเขาก็ขอบคุณเราว่าขออย่าให้ทําอย่างนั้น นั่นคือสิ่งที่เราได้ พยายามดําเนินการแล้วก็อยู่ในขั้นตอนที่พยายามทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับดอกเตอร์
ผมเกรงว่าปัญหาเรื่องการ สนองตอบที่ไม่ตรงกันมันจะไม่สามารถจะยุติม็อบได้นะครับ ผมเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก นะครับ ผมถึงแม้จะไม่อยู่หลังม็อบ แต่ว่าการเป็นผู้แทน ในพื้นที่ผมจําเป็นจะต้องรับรู้ เราจะไม่ดูแลคนไม่ได้เลยนะครับ การไปปรากฏอยู่บนเวที การเมืองในม็อบไปในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งเราก็หนักใจนะครับ คนส่วนหนึ่งเมื่อเจอ ผู้แทนก็อยากจะให้ขึ้นเวที แต่คนที่คุมเวทีก็บอกว่าผู้แทนมาไม่ให้ขึ้น มันขัดแย้งกันอยู่เช่นนี้ ละครับ แต่ผมเรียนท่านตรง ๆ เลยนะครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ปรากฏการณ์สี่แยกควนหนองหงษ์มัน ๓ รอบนะครับใน ๑ เดือน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่อง ที่เป็นไปโดยปัจจัยเรื่องการเมืองหรือเรื่องอื่น แต่ผมเชื่อว่าเป็นความเดือดร้อน ไม่อย่างนั้น ยืนมาไม่ได้หรอกครับ ไม่มีแกนนํา ไม่มีคนนํา ใครปราศรัยได้ขึ้นเวที มีคนคอยรักษาพื้นที่ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปอีกกี่วันละครับ ปิดรถไฟมา ๑๐ กว่าวันแล้ว ยังไม่กระเทือน อย่างนี้มันเป็นเรื่องอันตรายกับความมั่นคงของชาติมากนะครับ
ข้อที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม เป็นการนัดรอบที่ ๓ นัดกันบ่ายสามโมงเย็น ประมาณเที่ยงคนเริ่มมาชุมนุม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้บังคับการ ได้นํากองกําลังมา ๗ กองร้อย ตีว่าประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าคนนะครับ มาเพื่อขอเปิดเส้นทางถนนที่คนยึดอยู่ แต่การเปิดเส้นทางที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่มีการเจรจาให้เข้าใจ และภายใต้ความเชื่อว่า ในช่วงเวลานั้นกําลังของฝ่ายปราบปรามน่าจะมีอัตราส่วนมากกว่าประชาชนที่เพิ่งเริ่มมา ประมาณ ๓ ต่อ ๑ จึงเกิดมีการใช้การโหมเพื่อที่จะจัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดก่อนจะถึง สามโมงเย็น ในที่สุดก็โดนตีโต้ โดนตีโต้จากกลุ่มเยาวชนรักษ์ถิ่นที่เรียกกันว่า ลูกขวานลอยลม นะครับ เยาวชนรักษ์ถิ่นประมาณ ๓๐๐ คน ขณะนี้ถูกกล่าวหาว่า เป็นเด็กเสเพล เป็นเด็กติดยา ซึ่งผมเจอเด็กกลุ่มนี้มาก่อนครับ ผมเจอเด็กกลุ่มนี้เมื่อวัน ไปงานที่มีการสถาปนาโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เด็กกลุ่มนี้มาพัฒนาสถานที่ มาปลูกต้นไม้ มาทําฝายทดน้ํา เด็กกลุ่มนี้ได้รับการอบรมดูแล สร้างความมีระเบียบความมีวินัย ในการทํางาน เด็กกลุ่มนี้รับผิดชอบในยามค่ําคืนขณะที่แกนนําที่ก่อม็อบพาคนของตัวเอง กลับโดยเกรงว่าจะถูกทําร้าย สิ่งที่เกิดขึ้นจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๒๓ ตอนบ่าย มีการบาดเจ็บแล้วก็มีการล้มตายจากการชุมนุมที่ต่อเนื่องมาหลายวัน รัฐบาลจะมีมาตรการ เยียวยาในเรื่องการบาดเจ็บ การเสียหาย การเสียชีวิต ๒ รายขณะนี้อย่างไร ทรัพย์สินที่โดนยึดไป เครื่องเสียง เงินบริจาคในกล่องที่หายไปจะดําเนินการเช่นไร
เชิญท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีครับ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านผู้อภิปรายว่าเหตุการณ์ในวันที่ ๒๓ สิงหาคมนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เราไม่ประสงค์เลยที่จะให้เกิดขึ้น เรารู้ว่าถ้าการเข้าไปใกล้กัน เข้าไปสลายม็อบนั้นอะไรที่จะเกิดตามมาทางเราก็ไม่อยากทํา ถ้าท่านดูในภาพจริง ๆ แล้ว ท่านจะเห็นได้ชัดเจนส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่ของผมนั้นถูกทั้งก้อนหิน ถูกทั้งไม้ ถูกทั้งมีด บาดเจ็บไปทั้งหมด ๕๐ คน ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ในขณะเดียวกันทางฝ่ายผู้ชุมนุม ก็บาดเจ็บประมาณ ๓ คน อันนี้ก็ยอมรับในความจริงในตรงนั้นนะครับ ต่างคนต่างก็เข้า รักษาพยาบาลนะครับ ก็เป็นเหตุการณ์ที่ทางจังหวัดเอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ก็ได้ใช้อํานาจของทางจังหวัดในกรณีที่ปิดเส้นทางการจราจร มันมีกฎหมายรองรับนะครับ มันกระทําไม่ได้ ป.วิ.อาญา มาตราถ้าผมจําไม่ผิด รู้สึกมาตรา ๒๒๙ หรือมาตราอะไรนี่ครับ เราจะปิดเส้นทางการจราจรโดยสิ้นเชิงมันเป็นการกระทําที่ไม่ถูก เป็นการกระทําผิดกฎหมาย เขาก็จําเป็นต้องเปิดเส้นการจราจร เพราะในขณะนั้นก็มีการยกเต็นท์ มีการกางเต็นท์ มีการเอายางบ้างเอาอะไรบ้างไปปิดเส้นจราจร เพราะฉะนั้นก็มีความจําเป็นที่ทางจังหวัด เขาจะต้องดําเนินการ ก็ต้องขอกราบเรียนให้ได้ทราบในข้อมูลประเด็นข้อเท็จจริงในตรงนี้
ส่วนในเรื่องของการเยียวยานั้น อันนี้ก็เรียนตรง ๆ นะครับ ถ้าจะมี การเยียวยาจริงสําหรับผู้เสียชีวิตที่ตามมา ซึ่งได้กระทําไปแล้ว ก็คงเยียวยาได้ โดยใช้มาตรการของการช่วยเหลือเหยื่อผู้ที่เป็นเหยื่อทางการกระทําผิดของพระราชบัญญัติ การกระทําผิดกฎหมายนะครับ ก็คือเป็นการชดเชยและเยียวยาโดยกระทรวงยุติธรรม คือกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าของเรื่องโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพก็ได้เยียวยาไปแล้ว นะครับ ผู้เสียชีวิต ๒ คน ซึ่งทะเลาะเบาะแว้งกันในที่ชุมนุมเอง ยิงกันเอง หมายจับก็ออก แล้ว ขณะนี้กําลังติดตามจับกุมตัวอยู่ ก็ได้มีการเยียวยาไปศพละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เราได้เยียวยาไปแล้ว ก็ต้องขอกราบเรียนให้ท่านได้ทราบ ส่วนในการที่จะเยียวยา ในประเด็นอื่น ๆ นั้นผมก็ขอรับไว้แล้วกันนะครับว่าจะนําไปพิจารณา ว่าเราจะมี การช่วยเหลือและเยียวยาได้อย่างไร เพราะเราเข้าใจอยู่ครับ ในกลุ่มทั้งผู้ชุมนุม และผู้ที่เข้าสลายการชุมนุมนั้นก็คนไทยด้วยกันนะครับ
สําหรับประเด็นที่ท่านกล่าวหาว่าทางเยาวชนของเราไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ลูกขวานลอยลมหรือกลุ่มอื่น ๆ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดหรือทางเจ้าหน้าที่รัฐ เราไม่เคย กล่าวหาเลยนะครับว่าเป็นบุคคลที่ไม่ดี เป็นบุคคลที่เสพยาอะไร เราไม่ได้เคยให้ข้อมูล ให้ข่าวตรงนี้ ต้องขอเรียนต่อท่านเพื่อเป็นการยืนยันนะครับ เราก็ยังถือว่าให้สิทธิ เป็นพี่น้องประชาชนคนไทยที่มีสิทธิในการที่จะเรียกร้องคนชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ากระทําเกินเลยไปถึงขั้นเป็นการกระทําผิดกฎหมายนั้น ก็เป็นความชอบธรรมที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เราจะต้องเข้าระงับยับยั้งตรงนั้นนะครับ ก็ต้องขอกราบเรียนเพื่อทําความเข้าใจตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ
จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓ นะครับ เดี๋ยวนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับ คณะผู้นําท้องถิ่นจากตําบลดงบังและตําบลดงกลาง อําเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ขณะนี้ มีการกระทู้ถามกันอยู่นะครับ
(นายเทพไท เสนพงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิพาดพิงจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในประเด็นนะครับ ท่านบอกว่าม็อบที่สี่แยกควนหนองหงษ์มีนักการเมืองเข้าไปอยู่ในม็อบ แล้วก็ไปขึ้นเวทีปราศรัยในม็อบ ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งนะครับที่ได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ในม็อบจริง แล้วก็ถูกแจ้งความจาก พันตํารวจตรี เสงี่ยม สําราญรัตน์ ในข้อหาก่อการร้าย เพราะฉะนั้นที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดพาดพิงทําให้ผมเสียหายผมต้องขอชี้แจงประเด็นนี้ ครับท่านประธาน
ท่านไม่ได้บอกว่าเป็นใครเลยนะครับ
ก็เป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ครับ ที่ไปอยู่ครับ
ขอสั้น ๆ ครับ นาทีเดียวนะครับ ผมให้นาทีเดียว
ต้องเรียนกับท่านประธานครับ พวกผม ส.ส. ไปทั้งหมด ๖ ท่าน แล้วก็ถูกแจ้งความดําเนินคดีจริง ผมต้องเรียนว่าที่พวกผม ไปเพราะชาวบ้านชุมนุมมาเป็นเวลาหลายวัน รัฐบาลไม่สนใจที่จะแก้ปัญหา พวกผมในฐานะ ที่เป็น ส.ส. ในพื้นที่จําเป็นต้องไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนและรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนและ ไม่ใช่ว่าไปครั้งนั้นครั้งเดียวนะครับ ซึ่งวันเสาร์ วันอาทิตย์นี้มีการชุมนุมที่สี่แยกหนองดี ของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งผม ผมก็จะไปอีกครับ ต้องเรียนว่าผมไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ม็อบนะครับ อยู่เคียงข้างม็อบนะครับ แล้วก็รับฟังความคิดเห็นให้กําลังใจม็อบ เพราะรัฐบาล ไม่สนใจแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน
พอแล้ว ครับ ท่านชี้แจงแล้วครับ
ต่อไปกระทู้ถามสดที่ ๓ นะครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๘๗ ส. เรื่อง ปัญหาราคายางตกต่ําและกลุ่ม ผู้ชุมนุมประท้วงชาวสวนยางภาคใต้ (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี
เชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ท่านขอภาพประกอบการซักถาม ทางท่านประธาน อนุญาตครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมขอตั้งกระทู้ถามสด ถามเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ําและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ชาวสวนยางทางภาคใต้ ผมขอลําดับเหตุการณ์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ํา ต้องเรียนท่านประธานครับ ผมเองก็ได้เป็นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องราคายางพาราในช่วง รัฐบาลนี้ในช่วงหนึ่ง แล้วก็มีบางช่วงบางเวลาที่เกี่ยวข้องกับกระผม แล้วก็เกี่ยวข้องกับเรื่อง ปัญหาราคายางพาราตกต่ําในขณะนี้ คือเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ท่านถาวร เสนเนียม ขออภัยที่เอ่ยนาม ส.ส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาพร้อมกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จํานวนหนึ่ง เพื่อมายื่นหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่ทําเนียบรัฐบาล โดยขอให้รับซื้อยางพาราแผ่นรมควันชั้น ๓ จากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท และต่อมาวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ นายถาวร เสนเนียม ส.ส. จังหวัดสงขลา และคณะ ก็ได้มาที่ทําเนียบรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งเพื่อทวงถามความคืบหน้า ซึ่งในขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการมีบัญชามายังกระผมในฐานะรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบว่าให้ดูในเรื่องของราคายางพารา แล้วก็ให้หาทางช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพารา ผมเองก็ได้มีการประชุมร่วมกับทางสมาคมยางพาราไทย องค์การสวนยาง แล้วก็มีแนวทางก็คือในเรื่องของการตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางผ่านตลาดซื้อขาย ล่วงหน้าหรือตลาดเอเฟท (AFET) โดยมีราคาเป้าหมายอยู่ที่ ๑๑๐ บาทต่อกิโลกรัม แล้วต่อมาผมเองก็ได้พ้นจากรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ ต่อมาผมเองก็ติดตาม เรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ํา ก็พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่มีการชุมนุมที่เกิดขึ้นอยู่ใน หลายจังหวัด ตัวอย่างเช่น จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๓ กันยายนที่ผ่านมา มีเกษตรกร ชาวสวนยางพาราจังหวัดระยองมาตั้งเต็นท์ปิดถนนบริเวณหน้าศูนย์ราชการ หรือหน้า ศาลากลางจังหวัดระยอง มีนายเศรษฐา ปิตุเตชะ อดีตประธานสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด และเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองเป็นแกนนํา ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีนายคํารณ เทือกสุบรรณ นายกสมาคมกํานันผู้ใหญ่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกมาประกาศสนับสนุนให้มีการชุมนุมของชาวสวนยางพารา ที่จังหวัดชุมพรมีนายชุมพล จุลใส ส.ส. จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม เพราะว่าเป็นข้อเท็จจริงได้ไป ชุมนุมอยู่บริเวณหน้าศาลกลางจังหวัดชุมพร นอกจากนี้ที่บริเวณถนนสายควนหนองหงส์ มีการปิดถนนและเส้นทางรถไฟที่ตําบลบ้านตูล อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวนี้ส่งผลให้พี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ได้รับความเดือดร้อนจาก ปัญหาการปิดถนน การจราจร และกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้ เป็นอย่างยิ่ง คําถามผมครับ ๑. ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ท่านเข้าไปแก้ปัญหาราคา ยางพาราตกต่ําอย่างไร และแก้ปัญหาม็อบที่ปิดถนนทางภาคใต้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยุคลครับ ประเด็นที่ ๑ ท่านถามว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งการ ให้ท่านไปแก้ไขปัญหาราคายางพาราอย่างไร ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องการปิดการจราจร อย่างไรครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กระผมขอกราบขอบคุณครับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามในส่วน นี้ ผมก็จะขอตอบในประเด็นทางการดูแลของผู้ชุมนุมแล้วกันนะครับ ส่วนในเรื่องของการ ช่วยเหลือในเรื่องของราคายางพารานั้นคงจะเป็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยุคล ลิ้มแหลม ทอง ก็ขอกราบเรียนว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กําชับเป็นนโยบายว่าในการดูแลผู้ชุมนุมนั้น เราต้องดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อนนะครับ ในเมื่อเขาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมที่สามารถทําได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตามการชุมนุม ในคนหมู่มากนั้นก็คงจะมีบ้างในเรื่องของกระทบกระทั่งกัน การทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็ได้กําชับให้ดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็กําชับไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ให้ใช้อาวุธ แล้วท่านก็ยัง บอกว่าถ้าเหตุการณ์มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ ก็ไม่จําเป็นที่จะต้องเข้าไปสลายการชุมนุม ขอให้ดูให้เกิดความเรียบร้อยให้มากที่สุด ท่านเป็นห่วงเป็นใยมากครับในเรื่องของการที่จะเข้าไป กระทบกระทั่งกัน ทําให้เกิดบาดเจ็บทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะมันเคยปรากฏเหตุการณ์นี้มาแล้วนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งกําชับตรงนี้ ฉะนั้นขอกราบเรียนท่านผู้ถามตรงนี้ด้วยความชัดเจนว่า รัฐบาลเราไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงนะครับ ไม่มีนโยบายที่จะใช้กําลังเข้าไปสลาย หรือว่าใช้อาวุธแต่อย่างใดครับ ขอบคุณมากครับ
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการ: คนที่หนึ่ง) ท่านรองนายกรัฐมนตรียุคลจะตอบไหมครับ เชิญครับ เรื่องราคาหรือยัง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ
ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ําที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ตั้งคําถามถามนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็ได้สั่งการมาว่าให้ดูแลการแก้ไขปัญหาเรื่องของราคายางพารานะครับ โดยที่เสนอ ให้เกิดความเสมอภาคกันทั้งหมดทุกภาคส่วน แล้วก็ขอให้แก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ แล้วก็ไม่ให้มีผลกระทบกับเรื่องของสภาวะตลาดต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองนั้น ท่านให้มองด้วยความรอบคอบในการที่จะแก้ไขปัญหายางพาราอย่างยั่งยืนครับ
เชิญคําถามที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย คําถามก็คือว่า จากการที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้มีความเป็นห่วงใยพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ก็ได้ให้ทางรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ รวมทั้งคณะกรรมการ นโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. ได้มีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทีนี้ผมก็อยากจะเรียนสอบถามนะครับ คือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมาก็หลายวันแล้ว อย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือดอกเตอร์อภิชาต ท่านก็บอกว่ามันเกิดขึ้นมา ๓ ครั้งแล้ว ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็เป็นเวลานานแล้ว ผมก็อยากจะเรียนสอบถามว่า แล้วทําไม ปัญหาถึงยังไม่ได้ข้อยุติ การเจรจากับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทําไมทางภาคเหนือ แล้วก็ทางภาคอีสานทางบ้านผม ตอนแรกก็เห็นว่ามีการนัดหมายว่าจะมาปิดถนน เมื่อวันที่ ๓ กันยายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าทางภาคเหนือกับทางภาคอีสานก็ไม่ได้มีปัญหา ในเรื่องของการปิดถนนนะครับ แล้วก็เห็นเกษตรกรยอมรับในเงื่อนไข แต่ปรากฏว่าทําไมปัญหาการปิดถนน แล้วก็ปิดเส้นทางรถไฟทางภาคใต้ถึงไม่จบนะครับ หรือมีนักการเมือง หรือมีใครอยู่เบื้องหลังไหม ท่านได้เจรจาไหม ท่านได้หาทางยุติปัญหานี้ ได้อย่างไร เพราะว่าปัญหานี้เกิดขึ้นนานยิ่งไม่เป็นผลดีสําหรับพี่น้องชาวใต้ แล้วก็ ไม่เป็นผลดีสําหรับประเทศชาติเลยนะครับ คําถามของผมนะครับ ก็คือจะเน้นว่า ทําไมภาคเหนือ ภาคอีสาน จบ แต่ทําไมภาคใต้ไม่จบ ปัญหาอยู่ที่ไหน อย่างไร ขอให้ท่าน ชี้แจงด้วยครับ
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรียุคลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ การแก้ไข ปัญหาเรื่องยางพารานี้ต้องกราบเรียนว่าผมมารับงานประมาณสัก ๒ เดือนเศษ ๆ ประมาณ ๒ เดือน วันแรกที่มารับงานก็ได้คุยกับทางผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วก็เอาเรื่องเดิมที่มีอยู่ ทั้งหมดมาวิเคราะห์ มาดูปัญหานะครับ เราประชุมกันในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องที่เป็น ผู้แทนเกษตรกรจากทุกภาคส่วนว่า วิธีการแก้ไขปัญหานั้นเราจะดําเนินการอย่างไร เพราะว่า ณ สถานการณ์ตอนนั้นเรามีประเด็นที่ค้างอยู่ก็คือว่า เราใช้เงินงบประมาณไป ๒๒,๐๐ล้านบาท เรามียางพาราค้างอยู่ในสต็อก (Stock) ๒๐๘,๐๐๐ ตัน ภาพที่เกิดขึ้นก็คือว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นทางเกษตรกรนะครับ แล้วก็ผู้ประกอบการธุรกิจ ส่วนใหญ่ทั้งหมดก็ให้ข้อมูลตรงกันกับเราว่าวันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกค่อนข้างที่จะหนัก มาก แล้วก็โอกาสที่จะเงยหน้าขึ้นมานั้นก็ยังไม่แน่ว่าจะเงยหน้าขึ้นมาได้มากขนาดไหน เพราะฉะนั้นกระบวนการหนึ่งที่เราดําเนินการอยู่ในขณะนั้นโดยการซื้อยางพาราเข้ามา แล้ว ก็ตั้งราคาซื้อยางพาราตรงนั้น ส่งผลกระทบกับเรื่องของภาวะเศรษฐกิจ โดยกําหนดราคา ยางพารา ราคายางพาราจะไม่มีโอกาสสูงขึ้นมาได้ถ้ายังมีกระบวนการในการดําเนินการตรง จุดนี้ ภาพการแก้ไขปัญหาจึงลงตัวตรงที่ว่าเราจะใช้วิธีการลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกร เมื่อ เราลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรเราก็จ่ายเงินเป็นปัจจัยการผลิตให้พี่น้องเกษตรกรไปใช้ใน การที่จะซื้อหาปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกร ตรงนั้นเองผู้แทน จากทุกภาคส่วนที่มาร่วมกับเรานะครับ ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรไปใช้ในการที่จะซื้อหา ปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกร ตรงนั้นเองผู้แทนจากทุกภาคส่วน ที่มาร่วมกับเรานะครับในส่วนของพี่น้องเกษตรกรเองก็เข้าใจแล้วก็รับทราบว่าปัญหา เกิดอะไรขึ้น เราพยายามทําความเข้าใจกับทุก ๆ ภาคส่วน แล้วก็ผลปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคมนั้น เมื่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติได้นําเสนอข้อมูลในการแก้ไขปัญหา ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง เรื่องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี เห็นชอบในแนวทางที่แก้ไขปัญหา ทั้งในระยะต้น ระยะกลาง และระยะปลายแล้วนะครับ ตรงนั้นเองเป็นการแก้ไขปัญหา เบ็ดเสร็จนะครับ ก็ได้เชิญผู้แทนทั้งหมดที่มาประชุมกันที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็ไปพบกันที่ ทําเนียบรัฐบาลที่ตึกเทานะครับ วันนั้นก็จะมีท่านสุภรณ์ ผม แล้วก็ผู้แทนเกษตรกร และ ผู้อํานวยการองค์การสวนยาง อธิบายให้ฟังว่าเรากําลังดําเนินการอะไรอยู่ แก้ไขปัญหาอะไร อยู่ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรทั้งหมดก็เข้าใจ ผู้แทนที่มานั่งประชุมกับเราก็เข้าใจ แล้วก็รับปากกัน ว่าจะพยายามไปทําความเข้าใจกับพี่น้องในพื้นที่ว่าวันที่ ๓ จะไม่เคลื่อนไหว แต่ในส่วนของ พื้นที่ภาคใต้เองนั้นก็ได้พยายามทําความเข้าใจกันอยู่ แต่ว่าโจทย์ที่ตั้งในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ กับในส่วนของทางที่เราคุยกับทางพี่น้องเกษตรกรทั้งหมดนั้นมีความแตกต่าง ทางภาคใต้ตั้ง โจทย์ไว้เป็นลักษณะที่ต้องการให้มีการนําราคาว่าจะต้องซื้อในราคาที่ ๑๒๐ บาท หรือว่า ลดลงมา ต่อรองกันลงมาในเรื่องของการนําราคา ซึ่งกระบวนการในการต่อรองราคา แล้วก็ ซื้อนําราคานั้นเราได้มีการวิเคราะห์กันแล้วว่าวิธีการนี้จะสร้างปัญหาต่อในอนาคตนะครับ เพราะฉะนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนแล้วก็พยายามที่จะทําความเข้าใจกับทางพี่น้องโดยผ่าน ทางตัวผู้นําเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ เรามีประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติมาช่วยใน คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ เรามีผู้แทนเกษตรกรเป็นกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ หลายคนที่มาคุยกัน ก็ขอร้องให้ทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร คืนวันที่ ๒๓ มีคน โทรศัพท์มาหาผมจากในกลุ่มนะครับ แล้วก็บอกว่าอยู่ในพื้นที่ตรงนี้อยากจะคุยกับผม ผมก็ ถามว่าชื่ออะไร แล้วก็คุยกันแล้วจะจบไหม ซึ่งเขาก็ไม่ตอบ เขาไม่ยอมว่าชื่ออะไรนะครับ ผม ก็เรียนว่าถ้าอย่างนี้มันก็คงไม่มีข้อยุติในการที่จะเจรจา ผมเดินทางไปภาคใต้ในวันรุ่งขึ้น วันที่ ๒๔ ผมอยู่ที่สุราษฎร์ธานี ผมก็คุยกับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นผู้แทนเกษตรกร ๑๔ จังหวัด ภาคใต้ที่ปลูกสวนยางพารา ก็ทําความเข้าใจกันนะครับ ผมอธิบายให้ฟังว่าเราคิดอย่างไร เราเตรียมการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ทุกคนก็เข้าใจนะครับ แล้วก็ขอความกรุณาว่าให้ช่วยคุยกับพื้นที่อีกด้วย ให้กับทางเกษตรกรในพื้นที่ด้วย ให้เขาเข้าใจว่า รัฐบาลกําลังคิดอะไรอยู่ แล้วกําลังดําเนินการอะไรอยู่ แล้วสิ่งที่ไปบอกกับพี่น้องเกษตรกรว่า ให้เป็นปุ๋ยนะครับ ผมก็ต้องกราบเรียนว่าเราคุยกันตั้งแต่ต้นว่าเราให้เป็นเงินสด เป็นค่าปัจจัย ในการผลิตให้พี่น้องเกษตรกรโดยผ่านทาง ธ.ก.ส. แล้วก็ให้ผ่านตรงไปที่ตัวเจ้าของสวน โดยตรงเลยนะครับ โดยถึงตัวเกษตรกรโดยตรง นั่นคือกระบวนการในการแก้ไขแนวทาง ในการจัดการตรงนี้ เพื่อที่จะไม่ต้องผ่านคนกลาง แล้วไม่ต้องผ่านกลุ่ม ต้องการให้เกษตรกร ได้รับเงินตรงนี้โดยตรงนะครับ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะอธิบายแล้วก็ทําความเข้าใจนะครับ วันที่ ๒๔ ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ได้ประสานผมมาว่าขอให้ส่งผู้แทน ลงไปได้ไหม ผมก็ส่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงไปพบกับพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่นะครับ ซึ่งท่านก็ยังรายงานให้ผมทราบว่าจะเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่มาคุยนะครับ แต่ว่าตัวผู้นําเกษตรกรที่จะคุยนั้นยังไม่มีตัวตนที่ชัดเจนนะครับ วันรุ่งขึ้นท่านรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ท่านสุภรณ์ก็ลงไปนะครับ ก็ลงไปคุยกับทางพี่น้องเกษตรกร แล้วก็รับเรื่องที่ทางพี่น้องเกษตรกรร้องเรียน แล้วก็นําเสนอเข้ามาคุยกันนะครับ แต่จนถึงวัน นั้นก็ยังไม่มีคนที่จะยืนยันว่าเป็นผู้แทนเกษตรกรที่ตัดสินใจได้ในการที่จะคุยกับเราในพื้นที่ ผู้แทนเกษตรกรที่มีการคัดเลือกผู้แทนจริง เพิ่งจะตั้งเมื่อสัก ๒ วันนี้เองครับ แล้วก็เมื่อวานนี้ ที่มาคุยกับเรานะครับ ซึ่งเราก็ขอร้องว่าขอให้มีการคัดเลือกผู้แทนที่ตัดสินใจได้แล้วมาคุยกับ เรานะครับ เมื่อวานนี้ก็มีผู้แทนจากทางจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมาคุยกับท่านรอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ แล้วก็ผมนะครับ ก็ได้มีการพูดคุยกันในส่วนของการเจรจาซึ่งก็ต้องกราบเรียนว่าเมื่อวานนั้นเราได้ความรู้ เราได้ข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ในเรื่องของการบริหารจัดการในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีความแตกต่าง จากพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน แล้วก็ภาคตะวันออก เขาก็เอาข้อมูลมาให้กับเรา แล้วก็บอก ให้เรารู้ว่าเงินที่เราส่งไปให้ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินสดส่งไปที่ตัวเกษตรกรเอง ไปให้กับตัว เจ้าของสวนเอง เจ้าของสวนได้ แต่ว่าพื้นที่ภาคใต้ ตัวคนรับจ้างกรีดยางที่ตกลงกับทางตัว เจ้าของสวนไว้ไม่ได้นะครับ เราก็ถามว่าถ้าอย่างนี้ตกลงกันได้ไหม ถ้าตกลงกันได้ก็น่าจะจบ เขาก็บอกว่าตกลงกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็กลับมาที่การตั้งราคา ซึ่งก็ตั้งราคาเหมือนเดิม แล้วก็ให้เราต่อรองว่า ๑๒๐ บาทไม่ได้ ๑๐๐ บาทได้ไหมนะครับ แล้วก็บอกว่าวันนี้ ท่านสุภรณ์ไปนั้นคุยกันที่ ๘๐ บาทอะไรต่าง ๆ เราก็กราบเรียนว่าเรื่องนี้เรามีมติ คณะรัฐมนตรีที่จะช่วยในเรื่องของปัจจัยการผลิตนะครับ แล้วก็เอาเข้าที่ประชุมจะเอาข้อมูล ของเขาเข้าที่ประชุม กนย. เช้าวันนี้ ซึ่งตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ กําลังประชุมกันอยู่นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนความก้าวหน้า ตรงจุดนี้นะครับ แล้วก็ต้องกราบเรียนว่าในวันนี้เองในที่ประชุม กนย. ก็มีผู้แทนจากภาค เกษตรกรทั้งหมด ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคอีสานเข้ามาอยู่ตรงนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ได้ใช้เอกสารประกอบคือ ท่านประธานครับ เรื่องปัญหา ราคายางพาราตกต่ํานี้มันไม่ใช่ไม่เคยมีนะครับ หรือไม่ใช่ไม่เกิดขึ้นนะครับ คือรัฐบาลนี้ ก็ได้มีการแทรกแซงตลาดยางพาราในช่วงที่ยางพาราตกต่ํามาทั้งหมดนี้ ๖ ระยะด้วยกัน นะครับ คือตั้งแต่ระยะที่ ๑ ก็ช่วงสมัยปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกนะครับ ตอนนั้นราคายางเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๗ บาท ต่อกิโลกรัม ก็ได้มีการซื้อนําราคาประมาณกิโลกรัมละ ๕๐ สตางค์ แล้วก็มาอีกหลายระยะ นะครับ แล้วก็ในช่วงรัฐบาลชวน ๒ นะครับ ผมพูดสั้น ๆ ก็คือช่วงปี ๒๕๔๑-๒๕๔๔ ราคายางพาราเฉลี่ยก็อยู่ประมาณ ๒๓.๖๓ บาทต่อกิโลกรัม ก็ได้มีการซื้อนําราคาประมาณกิโลกรัมละ ๓ บาท ทีนี้ปัญหาต่าง ๆ ก็แก้ปัญหาได้ แล้วรัฐบาล ก็ชดเชยกับเงินที่ขาดทุนในโครงการไป คําถามผมคําถามสุดท้ายก็คือบอกว่าเหตุใดรัฐบาลถึง ไม่เข้าไปแทรกแซงยางพาราเหมือนกับที่เคยทําผ่าน ๆ มา แล้วมาตรการอันใหม่ที่ท่าน มีทั้งระยะสั้น แล้วก็ระยะยาวที่จะให้เงินช่วยในเรื่องของปัจจัยการผลิตที่บอกว่าไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท เป็นค่าปุ๋ย ผมฟังแล้วก็งง ๆ ครับท่านประธานครับ ก็คือว่าบอกไปเลยได้ไหมว่า ตรงนี้ก็คือเงินที่ให้อีกกิโลกรัมหนึ่งเท่าไร พอไปบอกค่าปุ๋ยบางทีก็เหมือนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรบางท่าน ท่านก็บอกว่าเขามาขอราคายางกลับไปให้ปุ๋ย มันเหมือนว่ามันไม่ตรงใจ ชาวสวนยางพาราไหม แล้วก็บอกว่ามาตรการใหม่ของท่านมันดีกว่ามาตรการแทรกแซง แบบเดิม ๆ ที่ผ่านมานี้อย่างไรนะครับ
แล้วอีกคําถามหนึ่งก็บอกว่า โครงการถนนยางพาราที่จังหวัดกระบี่เพื่อเป็น การเพิ่มการใช้ยางพาราภายในประเทศ ที่ทางหลวงหมายเลข ๔๔ สายเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) สายกระบี่-ขนอม ช่วงอ่าวลึกไปถึงบางสะพานที่ประชาชนชาว กระบี่เขาขึ้นป้ายไว้เต็มแล้วตั้งแต่สมัยผมเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบอยู่ ถามว่าตรงนี้ โครงการนี้ มันไปถึงไหนอย่างไรแล้วครับ เพราะว่าผมเองในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ได้ริเริ่มไว้ แล้วก็ตรงนี้มันจะเป็นการเพิ่มการใช้ยางพาราภายในประเทศ แล้วก็จะทําให้ ยางพาราของเรามีเสถียรภาพ ราคาสูงขึ้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ
ผมอนุญาตครับ เชิญครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านผู้ทรงเกียรติครับว่า ถามว่าทําไมไม่แทรกแซงราคา ต้องกราบเรียนว่าที่ไม่แทรกแซงราคานั้นอย่างที่ผม กราบเรียนไปแล้วว่า ได้มีการพูดคุยกันทุกภาคส่วนแล้วว่ากระบวนการใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ไป ดําเนินการในเรื่องของการแทรกแซงราคายางพารามีผลกระทบกับราคายางพาราของตลาดโลก และทําให้ราคายางพาราไม่เพิ่มขึ้น วันที่ ๑ สิงหาคม ที่ผ่านมาราคายางอยู่ที่ ๖๘.๖๘ บาท ราคายางพาราแผ่นรมควัน วันนี้อยู่ที่ ๗๘.๕๘ บาท กระบวนการหลังจากที่เราเริ่มที่จะ ไม่เข้าไปแทรกแซงราคา อันนี้ก็ทําให้เห็นกลไกการตลาดเดินในสภาพปกติ วันนี้ราคายางพารา เริ่มขึ้นมา ยางดิบของพี่น้องเกษตรกรขึ้นมาวันละบาทติดต่อกันมา ๓-๔ วันแล้วนะครับ วันนี้ยางดิบของพี่น้องประชาชนอยู่ที่ประมาณ ๗๓ บาท ๗๔ บาท นั่นคือภาพที่ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการที่เรากําลังดําเนินการอยู่นั้น จะไม่ไปแทรกแซงทําให้เกิดผลกระทบกับเรื่องของ ราคาตลาด เพราะว่าในส่วนของยางพาราที่กราบเรียนตลอดเวลาว่า ๓,๖๐๐,๐๐๐ ตัน เราส่งออกถึง ๓,๒๐๐,๐๐๐ ตัน นั่นคือภาพที่เรากําลังดําเนินการอยู่นะครับ ในส่วนของ ถนนลาดยางที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาตั้งโครงการเอาไว้นั้น ต้องกราบเรียนว่า เรื่องของถนนลาดยางนั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาสั่งการให้กระทรวงคมนาคมลงไปดู ในพื้นที่ว่าจะมีการใช้ยางได้อย่างไร ซึ่งตรงนี้เองนั้นก็จะดูในภาพรวมของการใช้ยางพารา ทั้งหมด เป็นภาพรวมของการใช้ยางในโครงการของกระทรวงคมนาคม ทั้งในเรื่องของ การซ่อมแซม และในเรื่องของการที่จะทําหน้ายางนะครับ ในส่วนของถนนสายกระบี่-นาบอน ขออนุญาตทบทวนครับ แล้วก็จะขออนุญาตนําเรียนความก้าวหน้าอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไปเรื่องที่ ๑ นะครับ เอาทีละท่านก่อน ท่านสาธิตบอกประเด็นก่อน ผมจะ ได้วินิจฉัย เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ขอใช้สิทธิพาดพิง ที่ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ได้อภิปรายว่าแกนนําการชุมนุมสวนยางพารา ชื่อนายเศรษฐา ปิตุเตชะ ไปปิดถนนแล้วทําให้เสียหายครับ
คืออย่างนี้ ลําดับเรื่องว่านายที่ท่านพูดนี้เป็นแกนนํา ไม่บอกว่าปิดถนนแล้วเสียหาย
ปิดถนนเสียหาย ผมได้ยินอยู่ ท่านประธาน เปิดเทปได้ ชัดเจนครับ ผมใช้เวลาไม่นานครับ
แล้วท่าน ไปเกี่ยวอย่างไร ผมยังไม่ทราบ ท่านเสียหายอย่างไร
ท่านได้ยินนามสกุลท่านก็ทราบครับ มันเกี่ยวอย่างไรละครับ
ไม่ใช่ ท่านชื่อสาธิตแล้วไปเกี่ยวอะไรกับนายเศรษฐา
ผมกําลังจะอธิบายอยู่นี่อย่างไรครับ ผมกําลังจะอธิบายให้ท่านประธานทราบ แล้วให้เพื่อนสมาชิกทราบด้วยครับ
คือประเด็น มันไม่ได้เกี่ยวกับท่าน ถ้าผมให้ท่านเดี๋ยวเขาก็ประท้วงผม
ไม่เกี่ยวได้อย่างไร นามสกุลนี้ครับ นามสกุล ปิตุเตชะ ไม่เกี่ยวได้อย่างไร
มันไม่ใช่ นะครับ
ท่านประธานต้องฟังข้อมูลจากผมก่อนสิครับ แล้วท่านประธานจะทราบ แต่ที่เขาพูดมันเสียหายไปแล้ว
แต่เขา บอกว่าไม่ได้ปิดถนนนะครับ เขาบอกว่าเป็นแกนนํา มีคนนี้ ๆ เป็นแกนนํา
ปิดถนนชัดเจนครับท่านประธาน ท่านประธานฟังผมนิดเดียวครับ
ผมจะอนุญาตสักครึ่งนาทีนะครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ครึ่งนาทีไม่ได้ สัก ๒ นาทีครับท่านประธาน
คือหลายท่าน รอกระทู้
ผมจะอธิบายให้ท่านประธานฟัง ถ้าท่านประธาน ฟังผมจบไปแล้วครับ
ผมให้ท่าน ๑ นาทีนะครับ เชิญครับ อธิบายสั้น ๆ
ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่อย่างนี้ว่าถ้าท่านติดตามข้อมูลผู้ที่ไปชุมนุม เรื่องยางพาราของจังหวัดระยองเป็นพี่น้องเกษตรที่เขาได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง แกนนํามีหลายท่าน มีสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประมาณ ๕-๖ ท่าน หนึ่งในนั้นมีชื่อ เศรษฐา ปิตุเตชะ ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของผม ผมเรียนท่านประธานว่ามันไม่เกี่ยวกันครับ ท่านประธานวินิจฉัยถูกแล้ว ส.จ. ที่ชื่อเศรษฐาเขาเป็นเอ็นจีโอ (NGO) แล้วเขาก็ประท้วง ต่อต้านหลายเรื่อง บางเรื่องก็ไม่ตรงกับผม เพราะฉะนั้นชัดเจนว่าเขาเป็นตัวแทนพี่น้อง เกษตรกรสวนยางพารา และเป็นตัวแทนในการมาเรียกร้องจากรัฐบาลชุดนี้ ผมเรียน กับท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าถ้าเจตนาการแก้ไขปัญหามองม็อบที่มีความ เดือดร้อนของประชาชนนี้เป็นม็อบทางการเมืองไม่มีวันที่จะแก้ไขปัญหาได้ ผมเรียน ท่านประธานเลยครับ ท่านประธานทราบดีครับ โดยประสบการณ์ท่านประธาน การชุมนุม ทุกการชุมนุมมีหลายส่วน ปะปนกัน ท่านประธานก็ทราบนะครับ ผมเรียนเลยว่าถ้าท่าน ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรี หรือท่านรัฐมนตรีไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ อํานาจมาโดยเดิน ๓ ขา และขาหนึ่งนั้นมีการชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองด้วยนี่
พอแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้ว พอแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ผมให้ท่านชี้แจงพอสมควรแล้ว คือมันก็ไม่ได้ เพราะว่ามันไม่ได้เสียหายอย่างที่ท่านพูด เดี๋ยวเขาจะตําหนิประธานได้นะครับ เชิญนั่งลง เดี๋ยวให้ท่านถาวรต่อ เชิญท่านถาวรครับ ขอท่านถาวรก่อน ไม่อนุญาตแล้วครับเพราะ เดี๋ยวไปพาดพิง เดี๋ยวฝั่งโน้นก็ขึ้นมา เชิญท่านถาวรท่านจะใช้สิทธิอะไร ท่านชี้แจงพอสมควร คือการชุมนุม การประท้วง การเรียกร้องนี่ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ก็เป็นสิทธิและความชอบธรรมของผู้ประท้วงเพื่อที่จะ ตอบสนองความต้องการนะครับ ส่วนบรรยากาศเหตุการณ์ก็เป็นเรื่องของการควบคุมเอา ก็แล้วกัน เชิญครับ
คือผมจะพยายามบอกท่านประธานว่า คือการแก้ไขปัญหาม็อบก็ต้องจําเป็น ต้องไปพูดคุย ต้องทําความเข้าใจ แล้วต้องแก้ไขปัญหา ที่ต้นเหตุ ไปแก้ไขปัญหาราคายางพารา เหมือนกันครับ ท่านรัฐมนตรีชี้แจงทั้งหมด พูดทั้งหมดมานี้ ถ้าท่านไม่ไปรับจํานําข้าวไม่มีใครว่าอะไรเลยครับ จะมีเหตุผลอย่างไร ว่าอะไรไป แต่บังเอิญท่านไปรับจํานําข้าวซื้อเกินราคาตลาด
เอาละครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วงอีก ขอความกรุณาเถอะครับจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ พอแล้วท่านสาธิต พอแล้วครับ ท่านถาวรเชิญ เอาเฉพาะประเด็น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณี ที่ถูกพาดพิง ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประชา พรหมนอก ได้พูดพาดพิงถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแถบภาคใต้ที่ลงไปเยี่ยมม็อบ แล้วบางคนขึ้นไปบนเวที ของม็อบก็อาจจะทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดได้ นั่นคือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ กรณีที่คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ได้พาดพิงว่าผมไปยื่นหนังสือ เพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพาราและปาล์ม ผมจะลงรายละเอียดสักหน่อย ไม่มากนักครับ
คืออย่างนี้ท่านครับ ทั้ง ๒ ประเด็นนี้ไม่ได้เสียหายเลย แล้วก็การที่ท่านไปปฏิบัติหน้าที่ การไปยื่นหนังสือไปอะไร สาธารณชนก็ทราบมันก็เป็นข่าว ท่านไม่ได้เสียหาย ท่านเพียงแต่ ลําดับเรื่องเพื่อจะถามทางรัฐบาล ในประเด็นแรกที่ท่านบอก ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าคนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนเดือดร้อน มีหน้าที่อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะอนุญาตให้ท่านสั้น ๆ สัก ๑ นาที ๒ ประเด็นนี้ขมวดด้วยกันแล้วกัน นะครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ประเด็นแรกพี่น้องประชาชนเดือนร้อนจากราคายางพาราและราคาปาล์มตกต่ํามาเป็นระยะเวลา ๒ ปีเศษ พี่น้องไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เมื่อไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลนี้เขาจึง รวมตัวกันเพื่อกดดันรัฐบาลหรือเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นอกเห็นใจ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลกลับ ไม่ใส่ใจ และที่สําคัญที่สุด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกลับไม่เข้าใจ บอกว่าราคายางพารานั้น เหตุที่มันตกต่ําก็เพราะเราผลิตได้น้อย ส่งออกน้อย แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปบอกกับพี่น้องเกษตรกรว่าเมื่อให้ส่วนราชการ ศึกษาต้นทุนที่ถูกต้องแท้จริงแล้ว บวกให้อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนราชการที่ไปศึกษาต้นทุน มามีทั้งหมด ๓ ส่วนราชการ นั่นคือกรมวิชาการเกษตรบอกว่าต้นทุนอยู่ที่ ๘๐ กว่าบาท แล้วก็สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรบอกว่าต้นทุนอยู่ที่ ๖๔.๑๙ บาท ศูนย์วิจัยการยาง บอกว่าต้นทุนอยู่ที่ ๗๐ กว่าบาทเมื่อบวกด้วย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็อยู่ที่ประมาณร้อยนิด ๆ ๙๐ กว่าบาท และอยู่ประมาณนั้น เมื่อรัฐบาลไม่ใส่ใจ ไม่แก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนก็ออก อาการ ดําเนินการกดดันเรียกร้องมาโดยตลอด เมื่อเขาไปปิดถนน ผมก็ไปรับฟังปัญหามา เมื่อรับฟังปัญหาข้อเสนอมาทั้งหมด ๕-๖ ข้อ ผมก็เอานําเสนอรัฐบาล ถ้าคนที่เป็น ผู้แทนราษฎรหรือเป็นนักการเมือง หรือเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นรองนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชนแล้วไม่ใส่ใจ ไม่ไปรับฟังปัญหา ไม่แก้ไข ปัญหา ไม่ใช่นักการเมืองที่รับใช้พี่น้องประชาชนแน่ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับ ผมจึง จําเป็นต้องไป
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่ผมไปยื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพารา และปาล์มอย่างที่บอกแล้วครับ มีอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องท่านหนึ่งได้บอกกับพี่น้องประชาชนว่า จะทําให้ราคายางพาราอยู่ที่ประมาณ ๑๒๐ บาท นั่นเป็นคํามั่นสัญญา เป็นพันธะสัญญา เมื่อพูดแล้วคําพูดต้องเป็นนายของคนที่เป็นนักการเมือง เมื่อพูดแล้วปรากฏว่าราคา ยางพารายิ่งค่อยตก ๆ อยู่ที่ ๖๐-๗๐ กว่าบาท พวกผมเป็นนักการเมือง บางคนประกอบ อาชีพทําสวนยางพารา ผมไม่แน่ใจว่า ฯพณฯ ประธานที่นั่งอยู่ที่นี่น่าจะมีอาชีพทําสวน ยางพารา
ผมทําอ้อยครับ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานปล่อยให้คนอื่นมา อภิปรายแล้วก็พาดพิงบุคคลอื่น และชี้แจงเกินเวลาที่ท่านประธานได้กําหนด ข้อเท็จจริง เขาไม่ได้เสียหายอะไรเลยนะครับ ตามที่ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว แต่พอถึงเวลา ที่ท่านประธานกําหนดแล้วท่านประธานไม่ควบคุมอย่างนี้ แล้วไปพาดพิงถึงกลุ่มบุคคลอื่น อย่างนี้มันเสียหายครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านถาวรเอาสั้น ๆ นะครับ เอาที่ข้อเท็จจริงท่านไปยื่นพอแล้ว เจตนารมณ์ของท่านไปยื่น เพราะอะไรเท่านั้นเองก็พอแล้ว
หลังจากผมยื่นแล้วนะครับ ผมได้พบ ท่านประธาน ท่านประธานก็เข้าใจบอกว่าจะพยายามพูดคุยกับรัฐบาลให้ในฐานะที่ท่านใส่ใจ ต่อเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน นี่ต้องขอขอบคุณออกอากาศกันเลย ท่านประธานครับ หลังจากยื่นแล้วคนที่มารับหนังสือคือ ท่านสุภรณ์ อัตถาวงศ์ วันนั้นท่านอดีตรัฐมนตรี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ติดประชุมอยู่ ท่านก็แจ้งมาท่านยังไม่รับทราบว่าผมจะไป เวลาเท่าไร อย่างไร เมื่อสุภรณ์ลงมาก็ไม่เป็นไรเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี เพราะเป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากการที่มารับหนังสือเสร็จแล้ว จากวันนั้นถึงวันนี้ตอบมา อย่างเดียวครับว่าไม่สามารถดําเนินการให้ได้ การกดดันของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ประกอบอาชีพทําสวนยางพาราก็ดี สวนปาล์มก็ดีทําให้พวกผมต้องลุกขึ้นมา
ครับ เอาละครับ
เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้พวกพี่น้องประชาชน ที่ประกอบอาชีพ ดังนั้นก็ขอฝากไปยัง ฯพณฯ ทั้ง ๒ ท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ โปรดเข้าใจว่าเมื่อแก้ไข ปัญหาราคาข้าวได้ต้องแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ด้วยครับ
โอเคครับ ท่านชุมพลถ้าท่านไม่ไปม็อบ เขาจะสงสัยท่าน เพราะท่านไปม็อบเขาจึงไม่สงสัย เพราะ ส.ส. ไม่ไปม็อบนี่คนสงสัยนะครับ ท่านไปนั่นถูกต้องแล้ว ท่านไม่ได้เสียหาย ผมฟังดูแล้ว เอานิดเดียวนะครับ
นิดเดียวครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดชุมพร ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ
คืออย่าพาดพิงเลย เพราะว่าผมฟัง ท่านไม่เสียหาย ท่านเอาสั้น ๆ
ไม่ครับ ที่เขาฟังบางคนที่จังหวัดอื่นเสียหายครับ เพราะว่าลักษณะว่าผมเองนั้นเป็นแกนนําในการชุมนุมประท้วงที่หน้าศาลากลาง จังหวัดชุมพร ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ที่ท่านประธานพูดนั่นถูกต้องแล้วครับ การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ถ้าเราเป็นตัวแทนแล้วไม่ไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน มันผิดครับ
เรื่องที่ ๒ อีกนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ ผมเห็นท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ ตรงนี้ครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า การที่พี่น้อง ออกมาชุมนุมนั้น เป็นความเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ท่านอย่าให้เจ้าหน้าที่หรือโฆษกสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติออกมาขู่แต่ละวันเลยครับว่าจะดําเนินคดีอย่างโน้นจะดําเนินคดีอย่างนี้ ท่านต้องดําเนินคดีครับ ถ้าเห็นว่าเขาผิด เห็นบอกว่าถ้าปิดศาลากลางก็จะดําเนินคดี ปิดสถานที่ราชการก็จะดําเนินคดี ผมพร้อมแล้วก็ยินดีที่จะดําเนินคดี แล้วก็พี่น้องชาวจังหวัด ชุมพรบอกว่าก็เตรียมห้องขังไว้ครับ สัก ๕,๐๐๐ คนครับ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ
ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไป เรื่องที่ ๑ นะครับ ไม่มีแล้วครับ ของท่านไม่ได้มีนะครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวหลาย ๆ ท่าน พอแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๙๘ เรื่อง การเตรียมความพร้อมของรัฐบาล ในการวางระบบคมนาคมเพื่อรับรองการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทย (นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านเชนมีอะไรครับ
ท่านประธาน ผมพยายามคิดอย่าง ท่านประธานว่า ผมจะเสียหายหรือไม่นะครับ แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยข้อเท็จจริงว่า ถ้าผมนั่งพิจารณาตามที่อดีตรัฐมนตรีได้ถามกระทู้นี้นะครับ แล้วโดยไม่มีความจําเป็น ใด ๆ เลยที่ต้องไปเอาคนอื่นเขามา ถ้าเขาต้องให้ท่านประธานทําหนังสือชี้แจงกลับไปว่า เขามีความเสียหาย เขาไม่มีโอกาสตอบโต้ ถ้าท่านประธานให้ผมได้ช่วยชี้แจงก็อาจจะจบไป เพียงแค่นี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย เพราะว่าท่านบอกเพื่อเปรียบเทียบว่ามีบุคคล ที่มีนามสกุลเดียวกัน แล้วก็มีบุคคลบางบุคคล แล้วทําให้เกิดการดูเหมือนว่าเป็นการเมือง เข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วไปเปรียบเทียบทางภาคอีสานด้วยว่าไม่มีคนไป ที่จริงแล้วคุณคํารณ เทือกสุบรรณ เขาเป็นนายกสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นมติของ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เห็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน เขาก็ประสงค์ที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือในกรณีชาวบ้านเขา เดือดร้อน อ้ายนี่เป็นเรื่องธรรมดาเลยนะครับ แล้วก็ไม่ควรที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เพียงเพื่อให้คนอื่นเสียหาย ท่านประธานควรจะบอกว่าส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องนี้ก็ไม่เห็น จําเป็นต้องถาม ถ้าท่านประธานเตือนก่อน ผมก็จะไม่ลุกขึ้นมาพูดนะครับ ท่านประธานครับ แต่ในกรณีอย่างนี้มันเป็นเจตนาที่ส่อให้เกิดคนสังคมภายนอกเห็นว่าอ้ายนี่เป็นเรื่อง ที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือนข้อเท็จจริงของประชาชนที่เขาได้รับความเดือดร้อนครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้โปรดทราบว่าพฤติการณ์เช่นนี้ไม่ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คือบางอย่างก็เป็นเรื่องของหน้าที่นะครับ ผมดูแล้วมันไม่ได้เสียหาย เชิญท่าน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ในเขตอําเภอบ้านโป่งนะคะ กระทู้ของดิฉันวันนี้อาจจะเป็นภาพกว้างที่มีความจําเป็นที่อาจจะต้องรบกวนท่านรัฐมนตรีช่วย ให้ข้อเท็จจริงความรู้ต่าง ๆ กับพี่น้องประชาชนคนไทยค่ะ เป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมของ รัฐบาลในการวางระบบคมนาคมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของประเทศไทยค่ะ ในเรื่องของประชาคมอาเซียนก็คงได้ยินมาสักระยะหนึ่งแล้ว นั่นก็หมายถึงสิ่งที่ประเทศไทย จะต้องเตรียมตัวนะคะ และนอกจากนี้ความรู้สึกตรงนี้ในฐานะของพี่น้องประชาชนก็อาจจะมี ความรู้สึกว่าเป็นเรื่องค่อนข้างจะไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วต้องหันมามองว่าเป็นเรื่องไม่ห่างจาก ตัวเท่าไร แต่ในขณะที่ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของดิฉันเองที่อาจจะต้องใกล้ชิด กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่และก็อาจจะมีทั้งหลายอาชีพสาขาตั้งแต่เกษตรกรรม อุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่าง ความสนอกสนใจตรงนี้บางครั้งอาจจะห่างไกลไปบ้าง ในขณะที่ วันนี้ก็ขอถือโอกาสใช้เวทีรัฐสภาถ่ายทอดความรู้ตรงนี้ไปสู่ต้องพูดว่าท้องไร่ท้องนาก็แล้วกัน นะคะ ฉะนั้นเป็นที่รู้ว่ากระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายก็เตรียมตัวที่จะต้องวางโครงการต่าง ๆ แต่วันนี้ขอเริ่มต้นที่กระทรวงคมนาคม เพราะว่าเส้นทางคมนาคมที่จะเดินทางไปสู่บ้านช่อง ของพี่น้องประชาชนคนไทยนั้น หมายถึงสายโลหิตที่ความคาดหวังว่าถ้าเมื่อไรมีเส้นทาง ที่เรียกว่าเข้าถึงบ้านช่อง เข้าถึงไร่นา นั่นก็หมายความว่าความเจริญเริ่มต้นเข้ามาสู่ท้องไร่ ท้องนาแล้ว และในขณะที่การวางแผนทางด้านคมนาคมเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนมากมาย แต่ดิฉันเข้าใจได้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการที่มีเส้นทางคมนาคมอย่างน้อยสัก ๑ เส้น เป็นเรื่องที่มหาศาล เพราะว่าพี่น้องประชาชนในละแวกนั้นถ้ามีเส้นทางคมนาคมก็คงจะได้ใช้ เส้นทางที่จะใช้สัญจรไปมา รวมถึงการค้าขายแล้วก็การลงทุน ก่อนที่จะมาถึงกระทู้วันนี้ ในฐานะที่วันนี้กระทู้ถึงกระทรวงคมนาคม ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้มาให้โอกาสตอบกระทู้ดิฉันวันนี้ ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ดิฉันเองก็ได้เรียกว่าเดินทางเข้ากระทรวงคมนาคมไป เรียกว่ามองการทํางานของท่านอยู่ หลายครั้งแล้วก็ได้สอบถามกับคนใกล้เคียงนะคะ ก่อนที่จะขึ้นมาตอบกระทู้วันนี้ ดิฉันทราบ มาว่าท่านเองก็ได้มีการทํางานในเวลาเช้า ยังไม่ทัน ๗ โมงเช้าก็มาแล้ว และก็มีการวางระบบ ชีวิตในการกินข้าวแกงหน้ากระทรวง แล้วก็ยังทราบมาอีกด้วยว่าท่านเองมักจะลงพื้นที่ เป็นระยะ ๆ ในขณะที่การวางเครือข่ายคมนาคมนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มหาศาล เพราะฉะนั้น ทั้งทางบก ทางน้ํา ทางอากาศ ก็ทราบมาว่าได้ลงพื้นที่ที่จะตรวจสอบเส้นทางนี้ได้ด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ได้เปิดตัวว่าเป็นรัฐมนตรี อันนี้ดีใจแทนพี่น้องประชาชนนะคะ พอถึงตรงนี้ ก็บอกว่าเป็นที่ทราบกัน ถ้าพูดง่าย ๆ ประเทศไทยของเราก็คงจะเป็นประเทศที่มี ความอุดมสมบูรณ์ด้านเกษตรนั้นเป็นหลัก ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมในภาคต่าง ๆ ที่จะดึงเอาการลงทุนมาและไปถึงทางด้านสินค้าส่งออกทางด้านการเกษตรมีหลายอย่าง มากมาย แล้วก็ยังมีถึงเรื่องของการท่องเที่ยวที่จะตามมาหลาย ๆ อย่าง ตรงนี้พึ่งพา เส้นทางคมนาคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองเรียกว่าตั้งแต่เล็ก จนกระทั่งโตพี่น้องประชาชนคนไทยพร้อมตัวเองนั้นต้องเผชิญกับการจราจรที่เรียกว่าเล็ก ๆ ก็พูดว่าเผชิญกับเรื่องของรถติด เพราะฉะนั้นการวางโครงข่ายตรงนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่รัฐบาล มีความคิดหลายอย่างที่จะต้องเรียกว่าบรรเทาตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป พอเริ่มเติบโต อีกสักหน่อยยานพาหนะก็อาจจะเยอะขึ้นต่อไปอีก เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาก็เป็นไปตาม วันเวลา และในขณะที่เป็นโลกของโลกาภิวัตน์ก็เป็นเรื่องราวที่จะต้องวางระบบตรงนี้ อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ในขณะที่เราเหลือเวลาอีกประมาณ ๒ ปีเศษ ๆ ที่ประเทศไทย จะต้องก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนก็ยังเป็นความห่วงใยกับพี่น้องประชาชน คนไทยว่าความรู้ทั้งหลายจะรู้เท่าทันหรือไม่ และการเตรียมพร้อมตรงนี้จะมีมากน้อยแค่ไหน ที่จะเตรียมตัวรับกับสิ่งที่จะต้องเจอกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนจากต่างชาติ ต่างแผ่นดิน ประเทศใกล้เคียง ภาษา การศึกษา สาธารณสุข แรงงาน และอะไร ๆ อีกมากมายนะคะ วันนี้การวางระบบโครงข่ายคมนาคมซึ่งวันนี้ต้องบอกว่าเป็นทั้งทางน้ํา ทางอากาศ ทางบก หลาย ๆ อย่าง มีความจําเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์อันไม่ได้คาดหมาย อันเป็นอุปสรรคที่ชะลอการลงทุนมาหลายครั้งหลายหนจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ก็เห็นใจ รัฐบาลที่จะต้องพยายามแก้ไขให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน วันนี้ก็ขอเดินมาถึงเรื่องของคมนาคม เป็นคําถามคําถามแรกนะคะที่จะถามว่ารัฐบาลเองได้มีการวางแผนงานและโครงข่ายเส้นทาง คมนาคม การขนส่งทั้งทางบก ทางน้ํา ทางอากาศที่ให้มีความเป็นระบบและรูปธรรมอย่างจริงจัง อย่างไร ก็ขอทราบรายละเอียดในคําถามแรกค่ะ
ทางท่านรัฐมนตรีได้ขออนุญาตใช้ภาพ ๒๖ ภาพนะครับ ประธานอนุญาตนะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถาม ขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยท์ครับ เนื่องจากว่า เป็นโครงข่าย ต้องมีรูปแสดงให้เห็นครับ ต้องกราบเรียนครับว่าเออีซีเป็นเรื่องสําคัญนะครับ ปี ๒๐๑๕ กลุ่มประเทศเออีซีของเราก็คือ กลุ่มประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ ประชากร ๖๐๐ ล้านคน แล้วก็ถ้าพูดถึงไปบวกจีนด้วยก็จะประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านคน ๒,๐๐๐ ล้านคน ก็ ๑ ใน ๓ ของประชากรโลก เพราะฉะนั้นเรื่องการเชื่อมโยงเครือข่ายเป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็ คิดว่า เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ครับ ของเรามีอยู่ประมาณ ๖๐๐ ล้านคน แล้วก็ไทยเราก็ดีนะครับ เราเรียกว่าเราอยู่เป็นอาเซียน เราอยู่ตรงกลางเชื่อมโยงมีพรมแดนมากที่สุด แต่ทีนี้ถามว่า ส่วนมากเราจะพูดอาเซียน เราพูดอาเซียน เราพูดแต่ในแง่ดีนะครับ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็น ทั้งโอกาสแล้วก็เป็นทั้งภัยคุกคาม แต่ว่าถามว่าอนาคตถ้าเปิดเออีซีปุ๊บ เรามีการเคลื่อนไหว อิสระของสินค้า บริการ เงินทุน เงินลงทุน แรงงานมีฝีมือปุ๊บ มันก็จะไหลไปที่ที่ดีกว่า ถ้าเพื่อน บ้านเราเขาพร้อมกว่า โรงงานไปตั้งในเพื่อนบ้านเรา แล้วส่งสินค้าเข้ามาในเรา เข้าไปขายประเทศ เพื่อนบ้านเราก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นเราก็เตรียมตัวให้พร้อม ผมคิดว่าปัญหาหลักของเราคือ โครงสร้างพื้นฐาน ถ้าเราดูแรงค์กิ้ง (Ranking) หรือว่าดูอันดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ของเราอยู่ที่อันดับ ๔๙ ของโลก เพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์อันดับ ๒ มาเลเซียอันดับ ๒๙ ของเราเองถ้าเราไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตอันใกล้นี้ ผมว่าเรามีปัญหา ในการเชื่อมโยงและในการใช้โอกาสของเออีซีเป็นอย่างมาก แท้ที่จริงในการพัฒนา ความเชื่อมโยงถ้าเราดูให้ดี เราอย่านึกว่ามีแค่ถนน แต่จริง ๆ แล้วมี ๓ ส่วน ก็คือโครงข่าย ในประเทศ ถนนต่าง ๆ ที่วิ่งไปสู่ชายแดน ตัวกลางคือตัวด่านหรือท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ ก็คือเรียกเป็นตัวกลางที่เชื่อม แล้วอีกฝั่งหนึ่งคือถนนที่อยู่นอกประเทศ ถนนในเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้ง ๓ อย่างต้องพร้อมมันถึงจะไปด้วยกันได้ ถนนในประเทศต้องพร้อม ด่าน ท่าเรือ ท่าอากาศยานต้องพร้อม ถนนนอกประเทศเราเองก็อาจจะต้องใช้ในบางเส้นทางเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแผนของรัฐบาลก็มีทั้ง ๓ องค์ประกอบนี้นะครับ แล้วก็ที่เราเสนอต่อสภาซึ่งจะ เข้าอาทิตย์หน้าหรืออาทิตย์ถัดไปก็คือตัว พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ พ.ร.บ. งบประมาณปกติ ก็จะเป็นการสร้างแผนโครงข่ายที่สมบูรณ์นะครับ หลักก็จะ มี พ.ร.บ. หลัก ๆ หรือว่าแนวหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เส้น ผมขออนุญาตพูดถึงถนนก่อนนะครับ ถนน เส้นหลักเส้นแรกก็คือถนนไม่ว่าเป็นแนวเหนือ-ใต้ ที่เชื่อมกับกรุงเทพมหานคร ขึ้นไปทาง สปป. ลาว ขึ้นไปทางคุนหมิง อันนี้ระยะทาง ๑,๘๐๐ กิโลเมตร ถนนส่วนใหญ่เราใช้ถนนหลัก คือถนนพหลโยธินซึ่งสภาพเสื่อมโทรมมาก ใน พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานก็จะปรับถนน พหลโยธินทั้งเส้นให้อยู่ในสภาพดี มีการทําถนน ๔ เลนเข้าสู่โครงข่าย ก็คือบริเวณสะพาน เชียงของ สะพานเชียงของอยู่ที่จังหวัดเชียงราย จะเป็นตัวที่ข้ามไปที่ห้วยทราย ทะลุไปถึง เชียงรุ้งแล้วขึ้นไปถึงที่คุนหมิง สะพานเชียงของก็จะเปิดปลายปีนี้ ที่เชียงของเองจะมีการ สร้างศูนย์กระจายสินค้า สร้างถนน ๔ เลนเครือข่าย มีการสร้าง ๔ เลนเชื่อมจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็มีอีกทางหนึ่งคือไปทางแม่สาย ไปทางท่าขี้เหล็ก ก็จะเป็นเส้นที่ว่าเป็น นอร์ท-เซาท์ (North-South) หรือว่าเส้นคอร์ริดอร์ (Corridor) เหนือ-ใต้ ก็ทั้งเส้นนะครับจะ บูรณะให้อยู่ในสภาพดีทั้งหมด คิดว่าภายในระยะเวลา ๓ ปีก็จะทําให้ดีทั้งหมดตามตัว พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานครับ เส้นต่อมาเป็นเส้นทางใต้ก็คือนอร์ท-เซาท์ หรือว่าเหนือ-ใต้ ต่อลงมา ด้านใต้ ก็คงไปที่ด่านสะเดา ที่ภาคใต้นะครับ ก็จะมีปรับถนนเพชรเกษมทั้งหมด สาย ๔ สาย ๔๑ ปัจจุบันสภาพเสื่อมโทรมมากแล้วก็ตัว พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานก็จะทําการปรับถนน ทั้งหมด มีการปรับด่านที่สะเดา ทําถนน ๔ เลน เชื่อมเข้าที่ด่านที่สะเดา ก็อยู่ในตัว พ.ร.บ. แล้วก็จะมีการทําถนน ๔ เลน เชื่อมจังหวัดสําคัญตามแนวของเส้นทางสาย ๔ สาย ๔๑
ต่อมาก็จะเป็นเส้นสําคัญอีกเส้นหนึ่งก็คือ อีสท์-เวสท์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) หรือแนวตะวันออก ตะวันตก อันนี้ก็จะเชื่อมมาจากทางจังหวัดตากครับ ทางแม่สอด จังหวัดตาก ข้ามมาจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็ข้ามมาถึง จังหวัดมุกดาหาร เข้าไปสะหวันนะเขต ลาวบาว แดนสวรรค์ ไปถึงท่าเรือดานัง อันนี้ถนนบางส่วนยังเป็นถนน ๒ เลนอยู่ จากจังหวัดตากไปถึงแม่สอดก็เป็นถนน ๒ เลน มีหลายช่วง จังหวัดเพชรบูรณ์เป็น ๒ เลน มาถึงแถวเลยมาทางจังหวัดมหาสารคาม ก็เป็น ๒ เลนบางส่วน เราปรับให้เป็น ๔ เลนทั้งหมด มีการปรับเครือข่ายไปถึง จังหวัดนครพนมด้วย เพราะนครพนมมีเส้นทางไปถึงวินห์ ไปถึงมณฑลกวางสี ไปถึง เมืองหนานหนิงของจีนนะครับ อันนี้ก็เป็นเส้นทางที่เราจะปรับ มีการปรับด่านพรมแดน ในโครงการ พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานที่ไปปรับด่านพรมแดน ๔๑ แห่งเพื่อให้ไม่เป็นคอขวด เวลาผ่านพรมแดน อีกเส้นหนึ่งคือเส้นกลางที่เชื่อมไปทางหนองคาย อันนี้ก็จะปรับถนนเป็น ๔ เลนให้หมด ถนนมิตรภาพที่สภาพเสื่อมโทรมก็จะปรับคุณภาพให้ดีตลอดเส้น มีการทํา มอเตอร์เวย์ (Motorway) กรุงเทพฯ-โคราช เพื่อเชื่อมแนวกรุงเทพมหานครไปถึง จังหวัดหนองคาย แล้วก็มีเส้น ๔ เลนที่จากจังหวัดหนองคายไปถึงจังหวัดบึงกาฬ วางแผน ทําสะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งที่ ๕ ที่บึงกาฬ อันนี้จะเป็นตัวแนวอีสท์-เวสท์ (East-West) แล้วก็แนวกลางที่เชื่อมไปทางจังหวัดหนองคาย ต่อครับ
ณ ถนนสําคัญอีกแนวหนึ่งคือแนวเซาท์เทิร์น คอร์ริดอร์ (Southern Corridor) หรือแนวใต้ ก็จะไปเชื่อมกรุงเทพฯ ไปถึงพนมเปญ โฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City) แล้วก็ท่าเรือวังเต่า อันนี้เป็นถนนหลักเลยครับ เพราะเชื่อม ๓ เมืองหลักของอาเซียน นะครับ อันนี้ก็มีแนวทําถนน ๔ เลนทั้งเส้น แล้วก็มีทําถนนเชื่อมลงมาด้านภาคตะวันออก ด้วย มีถนน ๔ เลน เส้น ๓๐๔ ลงมาที่จังหวัดจันทบุรีก็ทําให้เครือข่ายจากอีสานสามารถลง มาทางภาคตะวันออกได้สะดวกขึ้น มีการทํามอเตอร์เวย์จังหวัดชลบุรี-มาบตาพุด-พัทยา เพื่อ เร่งรัดการจราจรในบริเวณนี้ ต่อไปในอนาคตก็จะเชื่อมกรุงเทพมหานครไปถึงทวาย ทําให้เรา เชื่อมทะเลอันดามันมาถึงทะเลจีนใต้ได้ด้วยเซาท์เทิร์น คอร์ริดอร์ หรือว่าแนวเศรษฐกิจ ภาคใต้ ต่อครับ อันนี้คือถนนครับ ที่ผมเรียนแล้วว่าถนนไม่ใช่ว่าเราทําแต่ในประเทศ เรายังมี โครงการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศด้วยเพราะว่าโครงข่ายจะไม่สมบูรณ์ครับถ้าเราไป หยุดแค่ด่าน แล้วพอออกจากเพื่อนบ้านไปไม่มีถนน นี่เป็นตัวอย่างที่เราทําที่บริเวณเมียนมาร์ (Myanmar) คือจากเมียวดีไปเทือกเขาตะนาวศรี กอกะเร็ก อันนี้รัฐบาลไทยลงทุนให้หมด ก็เป็นการเสริมต่อแนวตะวันออกแนวตะวันตก ออกจากแม่สอดไปมีถนนเข้าไปถึงกอกะเร็ก อนาคตต่อไปถึงท่าตอนเข้าไปถึงย่างกุ้งได้ นั่นก็เป็นเครือข่ายที่ไม่จํากัดเฉพาะในประเทศจะ ออกไปถึงต่างประเทศด้วย ก็มีหลายโครงการครับ ในกัมพูชา ใน สปป. ลาว โครงการกับ มาเลเซียมีอีกประมาณ๒๐ กว่าโครงการที่เราเชื่อมออกไปนอกประเทศด้วย ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็เป็นสถานีขนส่งสินค้า ๑๕ แห่ง ก็อยู่ใน พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐาน เพราะว่าถ้าเรามี เฉพาะถนน แต่ไม่มีศูนย์กระจายสินค้าการรวบรวมกระจายสินค้าทําได้ยาก ตัวเมืองหลัก ๑๕ แห่งทั่วประเทศก็มีทําศูนย์กระจายสินค้าด้วย ภาพต่อไปครับ เส้นทางหลักอีกอันหนึ่งที่เรา อาจจะนึกไม่ถึงคือท่าเรือ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าส่งออกของเราไปทางท่าเรือ ท่าเรือหัวใจ ของเราก็คือแหลมฉบัง เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีโครงการพัฒนาแหลมฉบังหลายโครงการครับ ขั้นแรกก็มีแหลมฉบังระยะที่ ๓ ครับ เพิ่มตู้คอนเทนเนอร์ (Container) อีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตู้ต่อปี ปัจจุบันได้ประมาณ ๑๐ ล้านตู้ ก็ต้องเพิ่มให้เป็น ๑๘ ล้านตู้ต่อปีของแหลมฉบัง ก็เริ่มศึกษา แล้วก็เตรียมทําอีไอเอ (EIA) ครับ ต่อครับ มีการพัฒนาระบบเครน (Crane) ขนส่ง ปัจจุบัน มีรถไฟไปถึง แต่การนําสินค้าลงที่แหลมฉบังทําลําบาก ก็มีการลงทุนทําเรียกว่าเป็น เอสอาร์ทีโอ (SRTO) หรือระบบขนของลงจากรถไฟให้สะดวก อันนี้ก็อยู่ในกระบวนการ ขออนุมัติจาก ครม. อยู่นะครับ คงประมาณ ๒ ปีเสร็จ ต่อครับ มีการพัฒนาโครงข่ายถนน รอบท่าเรือแหลมฉบังเลยครับ เพราะว่าสินค้าจํานวนมากใช้ท่าเรือแหลมฉบังออกสู่อาเซียน และออกสู่โลก มีการปรับปรุงถนนมอเตอร์เวย์ สาย ๗ เป็น ๖ เลน ๑๔ เลน มีการปรับถนน ๓๓๑ เครือข่ายทั้งหมดปรับปรุงให้ดีขึ้นก็อยู่ใน พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานนี้ด้วย ต่อครับ มีการปรับปรุงถนนในแหลมฉบังให้เป็น ๖ เลน ปรับปรุงด่าน เพิ่มด่าน แล้วก็เพิ่มสะพาน ทางลอดเพื่อไม่ให้เกิดคอขวดในท่าเรือแหลมฉบัง ต่อครับ และตอนนี้ก็มีการทําท่าเรือเพิ่มอีก ๔ แห่ง ท่าเรือที่แม่น้ําป่าสัก แล้วก็มีท่าเรือที่จังหวัดชุมพร จังหวัดสงขลา ๒ ท่าเรือปากบารา ปัจจุบันสินค้าโดยเฉพาะยางพารานี้ครับเราขนออกผ่านด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา ๑ ปี ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปเพื่อไปขึ้นท่าเรือที่ปีนัง เพราะฉะนั้นการพัฒนาท่าเรือปากบาราเป็นทางเลือกให้เรามีท่าเรือของเราเองที่จะใช้ ในการขนส่งสินค้าออกไปบริเวณนี้หรือออกไปที่สิงคโปร์ได้ ก็อยู่ในตัว พ.ร.บ. โครงสร้าง พื้นฐานด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเราดูครบทุกมิติของเรือด้วยครับ นี่คือท่าเรือปากบารา ซึ่งอยู่ในกระบวนการทําอีไอเอ (EIA) อยู่นะครับ รถไฟครับ รถไฟก็เป็นตัวสําคัญ เพราะว่า ปัจจุบันเราเชื่อมโยงรถไฟกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่ลาว บ้านท่านาแล้ง หนองคาย แล้วก็ ที่ปาดังเบซาร์ ต่อไปจะเพิ่มที่อรัญประเทศ ที่คลองลึก ก็จะเชื่อมเข้าสู่กัมพูชา มีโครงการทํา สะพานรถไฟที่อรัญประเทศซึ่งอยู่ในโครงการ มีงบประมาณแล้ว พัฒนาทางรถไฟจากแก่งคอย ไปถึงอรัญประเทศ แล้วก็มีพัฒนาเชื่อมที่ด่านเจดีย์สามองค์ของเมียนม่าร์ แล้วก็โครงข่าย รถไฟทั้งประเทศก็ปรับปรุงใหม่หมดนะครับ มีรถไฟทางคู่อีกประมาณ ๒,๘๐๐ กิโลเมตร มีรถไฟสายใหม่ ๓ เส้น ก็คือเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ จากบ้านไผ่ไปจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดจังหวัดนครพนม แล้วก็มีจากบ้านภาชีมาถึง แม่น้ําป่าสักก็เป็นรถไฟสายใหม่อีกประมาณ ๖๘๘ กิโลเมตร อันนี้อยู่ใน พ.ร.บ. โครงสร้าง พื้นฐานทั้งหมด เพราะฉะนั้นพอตรงนี้เสร็จทางรถไฟก็จะเป็นรางคู่ทั้งประเทศอีกประมาณ ๒,๙๐๐ กิโลเมตร ทางรถไฟใหม่ที่จะกระจายไปทั่วประเทศเชื่อมโยงสอดคล้องกับแนว เศรษฐกิจเหนือ ใต้ แนวเศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก แล้วก็มีเรื่องท่าอากาศยานนะครับ ประเทศไทยตําแหน่งเราเป็นฮับ (Hub) เพราะฉะนั้นเราจะรับเครื่องบินทางไกลจากยุโรป จากที่อื่นมาลง แล้วอาศัยกรุงเทพมหานครนี้เป็นฮับเพื่อกระจายคนผ่านโลว์ คอสต์ แอร์ไลน์ (Low Cost Airline) สู่ภูมิภาคอาเซียน เรามีโครงการหลัก ๆ อยู่ ๓ โครงการของท่าอากาศ ยานครับ อันแรกคือขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันรับได้ ๔๕ ล้านคนต่อปี เราเพิ่ม ให้เป็น ๖๐ ล้านคนต่อปี กําลังดําเนินการอยู่แล้วนะครับ เรามีเพื่อนบ้านเราจากอาเซียน เข้ามาประเทศไทยปีละ ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ผ่าน ทางท่าอากาศยานนะครับ เรามีการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้รับได้ ๖๐ ล้านคนต่อปี เริ่มดําเนินการแล้วครับ อีกประมาณ ๕ ปีน่าจะเสร็จ มีการขยายท่าอากาศยานดอนเมือง ใช้เทอร์มินอล ๒ (Terminal 2) ปรับให้รับได้ประมาณ ๒๒ ล้านคนต่อปี มีการขยาย ท่าอากาศยานภูเก็ตที่ปัจจุบันเป็นคอขวดมาก ปัจจุบันรับได้อยู่ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อปี จะเพิ่มเป็น ๑๒.๕ ล้านคนต่อปี ก็ดําเนินการก่อสร้างแล้วอีก ๒ ปีเสร็จ แล้วก็จะมีการสร้าง อาคารชั่วคราวที่ภูเก็ตเพื่อรองรับผู้โดยสารที่แน่นมากตอนนี้ก่อนนะครับ อันนี้ก็ดําเนินการ อยู่ทางด้านท่าอากาศยาน ทั้งหมดทั้งปวงจะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสําคัญเรื่องการเชื่อมโยง เครือข่ายครับ ทุกมิติครับ ไม่ใช่เฉพาะถนน ถนน ท่าเรือ รถไฟ ท่าอากาศยาน แล้วก็จะ สอดคล้องกับการพัฒนาของเออีซีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อําเภอบ้านโป่ง กราบขอบพระคุณนะคะ ในเวลาอันน้อยนิดที่เรียกว่าสรุปรวมโครงสร้างทั้งประเทศอันเป็น เวลาที่พี่น้องประชาชนในไร่ในนาจะได้ฟังและพอเข้าใจได้บ้างนะคะ สําหรับตรงนี้ ดิฉันเอง ต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ในฐานะที่รอบที่แล้วสมัยที่แล้วดิฉัน ได้ตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเกี่ยวกับการขอขยายสะพานไผ่สามเกาะ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบแทน สมัยประชุมที่แล้วถึงสมัยประชุมนี้การสร้าง ขยายสะพานจาก ๒ เลน ไผ่สามเกาะซึ่งมีอุบัติเหตุเยอะมากมายเหลือเกิน ได้ลุล่วงไปแล้ว กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่มีส่วนร่วม ซึ่งเซฟ (Save) ชีวิตพี่น้องประชาชนคนไผ่สามเกาะบ้านดิฉันในตําบลเขาขลุง อําเภอบ้านโป่ง ไว้อีกครั้งหนึ่ง วันนี้ดิฉันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรีคงจะมุ่งไปที่โครงข่ายในภาค ตะวันตก ซึ่งอาจจะประกอบกันด้วย ถ้าเดินทางตั้งแต่กรุงเทพมหานครมาถึงจังหวัดนครปฐม มาถึงจังหวัดราชบุรี แล้วก็ไปจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในอนาคตถ้าเป็นเรื่องเออีซีก็จะต้องคุยกัน เรื่องพม่า ทวาย อะไรแถวนั้น แต่ว่าทราบมาว่าโครงข่ายภาคตะวันตกก็อาจจะมีโครงการ ของมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-บ้านโป่ง แล้วก็ไปถึงจังหวัดกาญจนบุรีไว้ในขอบเขตตรงนี้ แต่ว่า ถ้าโครงการนี้ยังไม่ลุล่วง วันนี้ขอใช้เวลาสภาผู้แทนราษฎรที่จะส่งโครงการตรงนี้ต่อถึงท่าน รัฐมนตรีโดยผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าเส้นทางเรียกว่าที่อยู่ในเส้นทาง ทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๑ ได้รับการขยายประมาณ ๒ กิโลเมตร จากถนน ๒ เลน เป็นถนน ๔ เลน ซึ่ง ๒ กิโลเมตรเท่านั้น แล้วไปเชื่อมต่อกับสะพานไผ่สามเกาะ ซึ่งรัฐบาลได้ให้โอกาสขยาย เมื่อสักครู่นี้ได้กล่าวไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับทางหลวง หมายเลข ๓๒๙๑ ซึ่งไปถึงเขางู แยกเขาคันหอกต่อกับจังหวัดกาญจนบุรีอีกเส้นหนึ่ง ก็ขอฝากไว้ถ้าท่าน สามารถที่จะเมตตาว่าต่อเนื่องไปได้ยาวสุดสายก็จะเป็นความกรุณากับพี่น้องประชาชน แล้ว ก็ในฐานะมอเตอร์เวย์ในโครงข่ายของท่านอาจจะยังไม่ได้เกิดขึ้น เพราะว่าต้องผ่าน พ.ร.บ. ให้เรียบร้อยก่อน เส้นทางจากกรุงเทพมหานครไปถึงจังหวัดกาญจนบุรีนั้นต้องยอมรับว่าต้อง มีเส้นทางที่ผ่านเขตอําเภอบ้านโป่ง ซึ่งมักจะใช้ทางหลวง หมายเลข ๓๒๓ และทางหลวง ตรงนี้ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า ในเขต ๓๒๓ ตรงนี้ในตําบลหนองอ้อ อาจจะกิโลเมตรที่ ๔ ถึงกิโลเมตรที่ ๖ ใกล้กับสามแยกกระจับตรงนั้น เป็นเส้นทางที่ผ่าน น้ําท่วมตลอด ไม่สามารถหาทางระบายน้ําต่อเนื่องออกไปได้อย่างลุล่วง ก็ฝากไว้ และ ๓๒๓ อีก เส้นหนึ่งซึ่งเป็นเส้นยาวเดียวกันเป็นช่วง ๆ ว่าเข้าถึงเขตอําเภอบ้านโป่งแล้ว เป็นเส้นทาง ที่รถบรรทุกสัญจรไปมาและรถเก๋ง รถบรรทุกก็ยังต้องใช้เส้นทางนี้เขตปลักแรด โพธิ์คู่ เส้นทางนั้นเรียกว่าเสียหาย เพราะว่ารถบรรทุกขนดินขนอะไรกันเยอะแยะและเป็นเรื่องราว ของอุตสาหกรรมการขนส่งทั่วไปที่จะต้องฝากไว้ ตรงนี้ ๓๒๓ อีกครั้งหนึ่งในเขตเทศบาล ตําบลท่าผา ได้รับการประสานงบประมาณวางท่อระบายน้ําซึ่งเป็นเรื่องของน้ําท่วม แต่ว่าขอ ความกรุณาเพิ่มเติมให้มีการวางให้เป็นระบบ เพราะเส้นทางนี้คือโครงข่ายของภาคตะวันตก ซึ่งมอเตอร์เวย์ บางใหญ่ – บ้านโป่ง ยังมาไม่ถึง ก็คงขอฝากให้ปรับปรุง ๓๒๓ ตรงนี้ และ ในขณะที่โครงข่ายของเรื่องรถไฟความเร็วสูงที่อาจจะมีไปถึงกรุงเทพมหานคร ดิฉันได้ยินว่า ไปถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่อาจจะต้องเฉี่ยว ๆ หรือผ่าน ๆ เขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม บ้านโป่ง ซึ่งอาจจะมีการเวนคืนใกล้ ๆ ถ้าสามารถที่จะก่อเป็นสเตชั่น (Station) ที่รถจะหยุด แวะรับพี่น้องประชาชน ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ถ้าเป็นสเตชั่นที่ถาวร ขอความกรุณา เพราะบ้านโป่งเป็นเมืองเศรษฐกิจที่เสียภาษีเป็นลําดับต้น ๆ ของประเทศ เช่นเดียวกัน
คําถามสุดท้ายนะคะ ทราบมาว่ารัฐบาลมีการวางแผนงานแล้วก็โครงข่าย ในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว และการประชาสัมพันธ์ที่จะมีให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน ก่อนจะมาถึงกระทู้ถามวันนี้ ดิฉันทราบว่าท่านรัฐมนตรีได้ทํางานหนักซึ่งจะไป ประชาสัมพันธ์ในหลายพื้นที่ ก็คงจะต้องขอฝากการทํางานตรงนี้ให้หนักยิ่งขึ้นเพราะว่า การประชาสัมพันธ์ในเรื่องโครงข่ายนี้ทั้งประเทศจําเป็นต้องทําแล้วทําอีก ทําแล้วทําเล่า ทําเยอะ ๆ พี่น้องประชาชนในไร่ในนาของเขตพื้นที่ทั่วประเทศจะได้รับประโยชน์สูงสุด และถ้าอาศัยว่าในสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประมาณ ๕๐๐ คน ก็สามารถใช้พวกเราที่เป็น ส.ส. ในการช่วยประชาสัมพันธ์งานของการคมนาคมที่จะไปถึง ในไร่ในนาได้อีกครั้งหนึ่ง และเรื่องราวต่าง ๆ ตรงนี้เป็นอย่างไร ก็ขอทราบความละเอียด ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ ก็ต้องกราบเรียนว่าเรื่องประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องสําคัญครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญมากครับ จริง ๆ แล้วเราแบ่งเป็น ๓ กลุ่มครับในการ ประชาสัมพันธ์ก็คือว่า ประชาสัมพันธ์ในประเทศให้พี่น้องประชาชนเราเข้าใจว่าโครงข่าย ที่จะทําไปที่ไหน เมืองจะเจริญอย่างไร จะเตรียมตัวเพื่อรองรับความเจริญอย่างไร อันนี้เรา ดําเนินการอยู่ครับ มีการออกไปสัมมนา ของผมไปประมาณ ๕๒ ครั้งแล้วครับทั่วประเทศ ไปสัมมนาไปพูดทุกแห่ง แล้วในอนาคตใน ๓ เดือนนี้ก็จะจัดอีกเป็น ๑๐ แห่งครับ พยายาม กระจาย พยายามคุยกับท่าน ส.ส. เพราะว่าท่านเป็นตัวแทนของประชาชนครับ อันนี้ก็คือว่า ประชาชนต้องรู้ว่าไปที่ไหน แล้วก็พยายามสื่อสารอยู่ตลอดนะครับอันแรก อันที่ ๒ เพื่อนบ้านเราต้องรู้ กลุ่มประเทศอาเซียนต้องรู้ว่าเราจะทําอะไร เพราะเขาจะได้มาเชื่อมโยง ถูกต้อง ที่เราใช้ก็คือเราใช้เวทีของรัฐมนตรีคมนาคมกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก ใช้กลุ่มจีเอ็มเอส (GMS) กลุ่มรัฐมนตรีคมนาคมที่ทุกคนรู้แผนเราหมดว่าเราจะทําอะไร จะเชื่อมที่ไหน รัฐมนตรี สปป. ลาวกับผมคุยกันตลอดว่าเราจะเชื่อมโยงที่ไหน อันที่ ๓ อันนี้สําคัญที่สุดครับ ก็คือว่านักลงทุนผู้ลงทุนทั่วโลกต้องรู้ว่าไทยจะพลิกโฉม จะมีการวางโครงสร้างพื้นฐาน ครั้งใหญ่เพื่อเขาจะได้สนใจแล้วก็มาลงทุน อันนี้ก็เป็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางแล้ว ท่านก็เอาเรื่องนี้ไปพูดทุกหนทุกเวทีที่ท่านไปด้วย ผมเองมีโอกาสตามท่าน ๑๓ ครั้ง ที่ไปพูด ต่างประเทศเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทุกคนสนใจและบอกว่าเป็นตัวสําคัญที่จะดึง นักลงทุนต่างชาติมาเพราะเขาเห็นว่าเราพร้อม เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีอยู่ในตําแหน่งที่ดี สุดท้ายก็คือเรื่องความร่วมมือจากต่างประเทศ พอเรามีแผนที่ชัดเจน ประชาสัมพันธ์ปุ๊บต่างชาติอยากมาร่วมกับเราครับ เรามีการเซ็น ความตกลงร่วมมือกับ ๕ ประเทศแล้วครับ เพื่อพัฒนารถไฟความเร็วสูง เพราะฉะนั้นแค่เรา ประชาสัมพันธ์ให้ดี เรามีแผนที่ชัดเจนหลาย ๆ ประเทศอยากมาร่วมอยากมาให้ข้อมูลให้ ความรู้กับเรา ก็เป็นแนวทางครับ แล้วก็คิดว่าต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจหลักการ ความจําเป็นของโครงการพัฒนานี้นะครับ เราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ครับ ทุกประเทศ ประเทศอื่น เขาพัฒนาหมด ถ้าเราอยู่เฉย ๆ คือเหมือนกับเราถอยหลังนะครับ ก็เป็นโอกาสสําคัญแล้วก็ ต้องพยายามสื่อสารให้มากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป เป็นกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๐๐ เรื่อง การก่อสร้างฝายกั้นน้ําแบบปิด-เปิดได้ (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามครับ
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ต้องบอกว่ารอคอยมายาวนานเลยทีเดียวกว่าจะได้ถามกระทู้ถาม แล้วก็เรื่องนี้นั้น เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวลําน้ํายาม อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร นั้นจะมีลําน้ํา ๒ ลําน้ําด้วยกัน ก็คือลําน้ําแม่น้ําสงครามจะอยู่ทางทิศตะวันตกของอําเภอ แต่ลําน้ํายามนั้นจะอยู่ทางทิศตะวันออกของอําเภอ แล้วทีนี้ลําน้ํายามนั้นเป็นที่ต้องการของ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ภาพนี้ค่ะท่านประธานคะ ภาพนี้แต่ก่อนนั้น เคยมีฝายกั้นน้ําที่เคยทํายาวนานจนชํารุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาค่ะ ไม่สามารถที่จะกั้นน้ํา หน้าแล้งไว้ได้เพราะว่ามันชํารุดหมดแล้ว เวลาที่หน้าน้ําหลากอย่างเดือนนี้ค่ะ นี่ค่ะ น้ําจะท่วมเป็นบริเวณกว้างเลยทีเดียว แล้วทีนี้ถ้าน้ําแล้ง ขอภาพกลับมา ฝายกั้นน้ําที่ชํารุดนี้ ค่ะ ถ้าหน้าแล้ง ถ้ามีฝายพอกั้นน้ําไว้ได้พี่น้องประชาชนก็ได้ปลูกพริกขาย ปลูกมะเขือขาย ปลูกผักขาย แม้กระทั่งมะเขือพวง ถั่วฝักยาว อย่างนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยทีเดียว บริเวณใกล้ลําน้ํายามนี้นะคะ แต่ว่าเวลาน้ําหลากนั้นก็จะท่วมเป็นบริเวณกว้างอย่างนี้ ฉะนั้น เวลาน้ําหลาก บริเวณพื้นที่ใกล้ ๆ นั้นก็จะท่วมไปทั้งหมดทั้งบริเวณ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด เลย ปีไหนน้ําน้อยค่ะท่านประธานคะ มันจะเป็นโชควาสนาของประชาชนชาวลุ่มน้ํายาม หรือไม่ ปีไหนที่น้ําน้อย น้ําแล้ง ปีนั้นจะได้เกี่ยวข้าว ปีไหนที่น้ําหลากเหมือนปีนี้นั้นโอกาส ที่จะเกี่ยวข้าวนาปีไม่มีเลย หรือว่าจะซ้ําเติมกันอย่างนี้ตลอดไป ดิฉันถามท่านประธานผ่านไป ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คําถามแรกเลยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายที่จะก่อสร้างฝายกั้นน้ําแบบปิดเปิดได้ ให้กับประชาชนชาวบ้านโนนสร้างไพร หมู่ที่ ๓ ตําบลธาตุทอง อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หรือไม่ อย่างไร หรือจะปล่อยให้พี่น้องประชาชนคนบ้านดิฉันนั้น ได้รับผลกระทบซ้ําเติม ซ้ําแล้วซ้ําอีกหรืออย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม วิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ขอตอบกระทู้ถามของท่านอนุรักษ์ บุญศล จากจังหวัดสกลนคร อยากจะเรียน อย่างนี้ครับว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมทรัพยากรน้ําได้ร่วมกับ กํานันตําบลธาตุทองและคณะกรรมการหมู่บ้านโนนสร้างไพรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัญหาฝายน้ําล้นห้วยน้ํายามเบื้องต้นแล้วนะครับ ผมได้รับรายงานเรื่องฝายน้ําล้นบริเวณ บ้านโนนสร้างไพร หมู่ที่ ๓ ตําบลธาตุทอง อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็กที่ชาวบ้านร่วมกันก่อสร้างขวางลําน้ํา ยามตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ อย่างที่ท่านสมาชิกว่าได้เสียหายนะครับ มีขนาดกว้าง ๑๘ เมตร ลึก ๒.๕ เมตร มีความจุน้ําประมาณ ๓๖,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ลุ่มน้ําสาขาห้วยน้ํายาม มีปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยต่อปีอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเปรียบเทียบกับลุ่มน้ําสาขาอื่นในบริเวณ เดียวกัน พื้นที่โดยรอบเป็นนาข้าวและพื้นที่การเกษตร หน้าฝนมีปริมาณน้ํามากสามารถทํา นาทั้งนาปีและนาปรังได้ หน้าแล้งปริมาณน้ําน้อย สามารถเดินข้ามลําน้ําได้ อย่างที่ท่าน สมาชิกได้กราบเรียนสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ ลําน้ํายามไหลผ่านบริเวณดินร่วน ปนทราย ทางน้ําไหลคดเคี้ยวมาก เกิดการกัดเซาะหน้าดินและตลิ่งสูง ทําให้ตะกอนทรายลง มาทับถมบริเวณหน้าฝายแห่งนี้จํานวนมาก ทําให้ตื้นเขินกักเก็บน้ําไว้ใช้ในยามหน้าแล้งได้ น้อย การระบายน้ําท้ายฝายติดขัดทําให้น้ําแห้งขอดในหน้าแล้งและน้ําล้นตลิ่งเข้าท่วมที่ทํา กินของประชาชนในหน้าน้ํา ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งตัวฝายมีอายุการใช้งาน เกือบ ๓๐ ปีแล้วนะครับ อยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ นะครับ
อยากจะเรียนที่ถามมาว่าจะก่อสร้างฝายกั้นน้ําแบบเปิดปิดได้หรือไม่นะครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะสามารถดําเนินการประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างฝายกั้นน้ําแบบปิดเปิดให้กับประชาชนได้ ทั้งนี้ผมได้สั่งการให้ กรมทรัพยากรน้ําส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจประเมินความชํารุดเสียหายอีกครั้งหนึ่งเพื่อ พิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับสภาพความเสียหายจริง และคุ้มค่า หรือไม่ในการลงทุนฝายกั้นน้ําแบบปิดเปิดในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนนะครับ หากพบว่าการก่อสร้างฝายใหม่แบบปิดเปิดนั้นเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดก็จะสั่งการให้มี การกําหนดแผนในการดําเนินงานครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ ถามเสร็จแล้วเชิญท่านรัฐมนตรีลงไปดูพื้นที่ด้วยจะได้เร็วขึ้น
ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ได้ยินเสียง ท่านรัฐมนตรีตอบว่าได้ แล้วก็ได้ประสานงาน
ไม่ใช่ ท่านบอกว่าไปตรวจสอบเพื่อจัดทําแผนนะครับ
คือจะทําฝายกั้นน้ําแบบปิดเปิดได้ให้ได้ โดยที่ให้กรมทรัพยากรน้ําลงไปดูแลให้แล้วนะคะ ซึ่งดิฉันก็ได้รับการประสานงานจาก ทั้งกํานันและจากท่านนายก อบต. ว่าท่านได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสํารวจก่อนที่จะถามกระทู้ ตั้งแต่กระทู้เข้าแรก ๆ เป็นความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับ การดูแลจากภาครัฐ นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจาก เสนาบดีท่านนี้ ก็เลยภาคภูมิใจไว้ก่อนล่วงหน้า ดิฉันต้องการที่จะให้ท่านทําตรงนี้เพราะว่า นอกจากที่จะกั้นน้ําไว้ ถ้ากั้นน้ําไว้ได้แล้ว ตรงนี้ยังหาปูหาปลาเป็นอาหารของชาวบ้านได้ แล้วก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรบริเวณตําบลธาตุทองนั้นมีปลาไว้เป็นอาหารด้วย ซึ่งไม่ได้ซื้อ ไม่ได้จับจ่าย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและทําให้เกษตรกรนั้นสามารถที่จะพึ่งพิงตนเองได้ อย่างยั่งยืน แต่สิ่งสําคัญที่สุดยังยึดกับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า น้ําคือชีวิต ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพค่ะ ดิฉันต้องการที่จะมี ฝายกั้นน้ําแบบปิดเปิดได้ตรงนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรตําบลธาตุทอง แทบจะเรียกว่าทั้งตําบล เลยทีเดียวที่จะได้ใช้ประโยชน์ และต้องเรียนถามว่าท่านสามารถที่จะสร้างให้ได้เมื่อไร อย่างไร แล้วท่านจะลงไปพื้นที่ด้วยตนเองนั้น ดิฉันและพี่น้องประชาชนยินดีที่จะต้อนรับ เสนาบดีท่านนี้ เรียนถามเป็นคําถามสุดท้ายว่าท่านจะก่อสร้างให้เมื่อไร อย่างไร และ เวลาไหน ขอทราบรายละเอียด ขอบพระคุณค่ะ
เชิญครับท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยากจะเรียนท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับว่าในเบื้องต้นอย่างที่ได้กราบเรียน เราได้ลงไปสํารวจแล้ว แล้วคําถามที่ ท่านถามว่าสร้างได้ไหม สร้างได้นะครับ หลังจากนี้เราก็จะไปพิจารณาเรื่องความคุ้มค่า ในการลงทุนว่าเราจะสร้างฝายกั้นน้ําแบบเปิดปิดได้หรือไม่ แต่เรียนอย่างนี้ว่าในช่วงนี้ หลังจากนี้ไปก็คือฝายนี้ได้ถูกใช้มายาวนานเกือบ ๓๐ ปี แล้วก็เสียหายเป็นจํานวนมาก อย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนกับที่สภาแห่งนี้นะครับ เบื้องต้นนี้หลังจากที่น้ําไม่หลากแล้วเราจะ ไปบูรณะซ่อมแซมฝายก่อนนะครับ ให้มีประสิทธิภาพใช้ในการกักเก็บน้ําแล้วก็ในยามที่แล้ง หรือใช้ในการระบายน้ําให้ดีขึ้นนะครับ หลังจากนั้นถ้าเราพิจารณาแล้วมีความคุ้มค่า ก็จะเข้าแผนในการดําเนินการต่อไปนะครับ ต้องขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอนุรักษ์ก็ต้องเชิญท่านรัฐมนตรีไปดูนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๓
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๔๙๙ เรื่อง การปรับปรุงการคมนาคมภายใน จังหวัดภูเก็ต (นายเรวัต อารีรอบ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
เชิญท่านเรวัตนะครับ ท่านประธานอนุญาตให้ใช้ภาพประกอบการถามได้ นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับวันนี้ไม่ทราบท่านใดที่มาตอบกระทู้ถามผมครับ
ท่านมาแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านดูแลกรมทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงชนบทครับ ตามที่ท่านต้องประสงค์อยู่ครับ
คือเมื่อเช้านี้ผมเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมมาด้วยครับ แต่ไม่เป็นไรครับท่านครับ ผมรับได้ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ว่าวันนี้ผมเองได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไป เพื่อจะมาถามปัญหาจราจรในจังหวัดภูเก็ต ผมไม่ต้อง เกริ่นไปมากกว่านี้ว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดสร้างรายได้ให้กับประเทศเท่าไร แต่ท่านไปดู งบประมาณปี ๒๕๕๗ สิครับ งบประมาณที่กระทรวงคมนาคมมาขอต่อสภาเรา ๙๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมกล้าพูดได้เลยว่า ๙๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นรายได้ของเกาะภูเก็ตที่สร้างรายได้ให้กับประเทศปีหนึ่งเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดดูว่าใช้จ่ายในกระทรวงคมนาคมได้ทั้งกระทรวงเลย ท่านประธานคงจะแปลกใจ บางครั้ง ผมลุกขึ้นหารือในสภาบ้าง บางครั้งทําจดหมายไปถึงกระทรวงคมนาคมบ้าง แต่วันนี้ทําไม ต้องมาตั้งกระทู้ถามอีกครั้ง เหตุผลประการเดียวครับ ต้องการคํายืนยันจากรัฐบาล จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่า การจัดระบบขนส่งการทําเส้นทางต่าง ๆ ปัญหาจราจรในจังหวัดภูเก็ต รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง หรือ กรมทางหลวงชนบทจะดูแลอย่างไร ผมเองได้เห็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมบางครั้งนั่งรถเมล์ บางครั้งไปรถไฟ ผมไม่เคยคิดว่ารัฐมนตรีท่านนี้ สร้างภาพ แต่ผมคิดว่าดีแล้วครับ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีโอกาสไป จังหวัดภูเก็ต ไปจังหวัดพังงาบ่อยครั้ง แต่ผมไม่ทราบ คราวหน้าผมเชิญทั้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไปจังหวัดภูเก็ตสักครั้ง ครั้งที่จะไปผมขอร้องอย่างเดียวว่าไม่ต้องบอกว่าใครมาต้อนรับ แล้วไม่ต้องบอกหน่วยงาน ไหนให้มา ผมเองจะเป็นคนขับรถพาทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนั่งไปกับผม ขอให้ไปเวลาวันศุกร์หรือวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ หรือวันจันทร์ ทําไมผมรวบเลือกช่วงห้วงเวลา เดี๋ยวท่านหาว่าวันอาทิตย์คนพักผ่อนเดี๋ยวได้ดู แล้วว่ามีปัญหาการจราจรน้อยมาก ไปดูทั้งวันธรรมดาและวันหยุดราชการ จะได้ดูเห็น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สิ่งประการสําคัญครับท่านครับ รัฐบาลชุดที่แล้ว โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สร้างมาพอสมควร มาวันนี้ผมยังยืนยันคําเดิมว่าอยากจะถามท่านว่าจะทําอะไร ต่อไปบ้างในจังหวัดภูเก็ต ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานไปยังเจ้าหน้าที่ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ เปิดภาพดูบรรยากาศสด ๆ เมื่อเช้า ผมเองให้เจ้าหน้าที่ของผม ไปถ่ายภาพมา บรรยากาศเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ในเวลาห้วงเวลาประมาณไม่เกินแปดโมงเช้า บรรยากาศอยู่ที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีภูเก็ตนะครับ แล้วก็บริเวณถนนนี้ถนนแม่หลวน ถนนทางด้านขวาดูแล้วจะมีรถปริมาณมากกว่าถนนด้านซ้าย ก็เพราะว่าถนนเส้นนี้มาจาก ทุกสารทิศที่จะมาโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โรงเรียนสตรีภูเก็ต ถนนเส้นนี้ครับ เพราะด้านซ้ายมือ เป็นถนนเส้นขาออก จะเห็นว่าในห้วงเวลาที่นักเรียนมาเรียนหนังสือจะมีรถบรรยากาศ อย่างนี้ครับ ภาพนี้ก็เป็นภาพบรรยากาศในเมืองที่ถ่ายมาเมื่อเช้านะครับ นี่ก็เป็นบรรยากาศ ในเมืองทั้งนั้นครับท่านครับ เพราะครั้งที่แล้วผมเองได้บรรยายถึงภาพของในเส้นทางหลัก แต่วันนี้ผมเอาภาพมา นี่โรงเรียนบริเวณสี่แยกดาวรุ่งเมื่อสักครู่นี้ก็รถติดเหมือนกัน เพราะว่า เป็นถนนจากพี่น้องประชาชนที่มาจากด้านใต้ของเกาะภูเก็ตมาเข้าในเมือง นี่ก็เป็นภาพ บรรยากาศในเมือง เจ้าหน้าที่พอแล้วนะครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการคงได้เห็นภาพ อะไรอีกมากมายในจังหวัดภูเก็ตนะครับ ผมเองไม่ใช่นักวิศวกรรม วิศวกรในการออกแบบ หรือเป็นนักวิศวกรรม นักวิศวกรในการคิดโครงสร้างของถนน แต่ว่าผมคิดว่าการแก้ปัญหา จราจรในจังหวัดภูเก็ตควรทําอยู่ ๓ ระยะ
ระยะแรก รัฐไม่ต้องลงทุนครับ ให้แขวงการทาง ท้องถิ่น จังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตํารวจบริหารเรื่องไฟสัญญาณจราจรการเปิดปิด ที่ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ ก็เพราะว่าแขวงการทางก็เปิดไปอีกหน่วยงานหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตํารวจก็เปิดไปอีก หน่วยงานหนึ่ง ทางจังหวัดก็เปิดไปอีกหน่วยงานหนึ่ง คือไม่ได้มาบูรณาการอย่างแท้จริง ควรจะมีเจ้าภาพสักเจ้าภาพหนึ่ง ผมฟังดูแล้วผมไม่สบายใจครับ เพราะว่ามีผู้บริหารระดับสูง ในจังหวัดภูเก็ตเป็นข้าราชการ ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ เขาบอกรถติดเป็นธรรมชาติ ผมไม่เชื่อครับ ถ้าธรรมชาติในเรื่องของรถติด ผมว่าเป็นการที่จัดการได้ ขาดการจัดการ
ประการต่อมา เรื่องของเกาะกลางถนน ท่านครับ บางเกาะกลางบางถนน ในจังหวัดภูเก็ตผมยอมรับว่าเกาะกลางค่อนข้างจะมีขนาดพอสมควร ท่านต้องทําให้เล็กลง นิดหนึ่ง และตามมาด้วยจุดยูเทิร์น (U-Turn) บางจุดไกลเกิน นี่ระยะแรก ระยะที่ ๒ ท่านจะ แก้อย่างไร วันนี้ผมจะมาถามกระทู้ท่านเพิ่มถนนสายสํารอง เพิ่มถนนสายเส้นเลือดฝอยให้ ต่อไปจากถนนสายสํารองหรือถนนสายหลักจะช่วยได้มาก ระยะที่ ๓ เดี๋ยวผมจะบอกท่านต่อ ว่าจะทําอย่างไรต่อในระยะที่ ๓
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมขออนุญาตถามกระทู้ในคําถามแรกนะครับ ๑. กระทรวงคมนาคมมีนโยบายที่จะสร้างถนนคู่ขนานหรือถนนโครงข่ายเชื่อมกับถนน เทพกษัตรีเป็นถนนสายหลัก เริ่มต้นจากบริเวณเกาะภูเก็ตมุ่งสู่ทิศเหนือของจังหวัดภูเก็ต หรือไม่ เป็นอย่างไร ขออนุญาตถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากคําถามกระทู้ ผมขอเรียนตอบกระทู้ ข้อแรกดังต่อไปนี้ครับ กระทรวงคมนาคมได้ตระหนักถึงปัญหารถติด การจราจรติดขัดของตัว จังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างดีนะครับ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๕๕ ทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงนั้นก็ได้ดําเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อที่จะทําแผนแม่บทในการ แก้ปัญหาและการพัฒนาเฉพาะทางหลวงภายในตัวจังหวัดภูเก็ตทั้งจังหวัดนะครับ ซึ่งได้เริ่ม ดําเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาในรายละเอียดทั้งหมด
สําหรับในตัวแผนแม่บทนี้ก็จะมีแนวถนนสายใหม่ตามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ถามว่ามีถนนสายใหม่หรือไม่นั้น ทางบริษัทที่ปรึกษานั้นได้เสนอแนวถนน สายใหม่ให้กรมทางหลวงได้ตัดสินใจเลือกทั้ง ๕ สายทางด้วยกัน และได้ตกลงใจสายทางหนึ่ง น่าจะเป็นสายทางที่ดีที่สุด โดยจะเป็นเส้นทางคู่ขนานและเชื่อมกับถนนสายหลักเดิม คือถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๒ หรือถนนเทพกษัตรี เริ่มตั้งแต่สนามบินภูเก็ตไปจนจดตัวอําเภอเมืองตามแนวบ้านสาคูถึงบ้านเกาะแก้ว เป็นระยะทางทั้งสิ้น ๒๑.๗ กิโลเมตรโดยประมาณ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา ความเหมาะสมและจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาแนวนี้ไปผ่านอีไอเอ เมื่อผ่านแล้วคิดว่า น่าที่จะเริ่มดําเนินการก่อสร้างถนนสายใหม่นี้ได้โดยตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๐ ผมขออนุญาตเรียนในเบื้องต้นเท่านี้ สําหรับข้อแนะนําที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณา แนะนําเรื่องเกาะกลางถนนกับทางยูเทิร์นนั้นผมจะได้นําไปหารือกับทางกรมทางหลวงอีกครั้ง หนึ่ง ขอบคุณครับ
เชิญคําถามสุดท้ายครับ
ท่านครับ ผมยังเหลืออีก ๒ คําถาม ไม่ยาวนัก ผมถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่าท่านตั้งงบปี ๒๕๖๐ มันจะไม่นานเกินไปหรือครับ ไม่เป็นไรครับ ท่านไม่ต้องตอบผม แต่ว่าผมขอให้ท่านร่น ระยะเวลาจากปี ๒๕๖๐ มาเป็นปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ได้ไหม
เป็นคําถามที่ ๒ ต่อครับ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายที่จะปรับปรุงและ การออกแบบถนนสี่แยกดาราสมุทรที่เรียกว่าสี่แยกไทนานสู่ถนนเจ้าฟ้าตะวันตกถึงถนนวิเศษ หรือไม่ อย่างไร เพื่อจะให้เกิดความสะดวกต่อการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน อยากจะ ทราบคําถามที่ ๒ ครับ
ถามคําถาม สุดท้ายพร้อมกันทีเดียวเลยไหมครับ ๓ คําถามของท่าน เอาข้อ ๓ พร้อมกันเลยท่านจะได้ ตอบทีเดียว
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเรวัต อารีรอบ ขออนุญาตถามคําถามที่ ๓ ไปด้วยครับ กระทรวง คมนาคมมีนโยบายที่จะจัดระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ภายในจังหวัดภูเก็ต เช่น รถไฟฟ้ารางเบา รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนหรือรัฐบาลลงทุนหรือไม่ คําถามที่ ๓ ผมเรียนท่านครับ ผมบอกท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่า มันมีบริษัทต่างประเทศหลายบริษัทที่อยากจะมาลงทุน ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดภูเก็ต ทั่วประเทศไทย แล้วก็จะช่วยรัฐบาลโดยทางอ้อมด้วย เช่นบางบริษัทที่ผมเคยได้ติดต่อเขา บอกว่าเขาสร้างให้เสร็จเขาใช้ระบบเทิร์นคีย์ (Turnkey) รัฐบาลไม่ต้องลงทุนก่อน จะมาแลก กับยางพาราก็ได้ที่เรามีปัญหาอยู่ขณะนี้ หรือข้าวก็ได้ เขายินดีเลยครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้โดย กระทรวงคมนาคมมีความจริงใจ มีความตั้งใจที่อยากจะช่วยเหลือเกษตรกร บริษัทต่างชาติ ที่จะมาลงทุนที่ระบบเทิร์นคีย์เขายินดีครับว่าเขาจะสร้างให้ก่อนแล้วรัฐบาลจ่ายเงินทีหลัง การจ่ายเงินนี้ไม่ต้องเอาเป็นเงินก็ได้ เอาเป็นข้าวก็ได้ เอาเป็นยางพาราก็ได้ ผมเลยอยากจะ ถามท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายอย่างไรบ้าง ตามข้อ ๒ และข้อ ๓ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเรียนตอบท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในเรื่องงบประมาณปี ๒๕๖๐ ที่ผมเรียนเอาไว้ในเบื้องต้น คือเนื่องจากเป็น การประมาณการว่ากระบวนการของการจัดสร้างถนน ๒๑.๗ กิโลเมตรต้องผ่านอีไอเอ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งคงจะใช้เวลา ผมคิดว่าเราตั้งไว้ประมาณปี ๒๕๖๐ ถ้าสามารถที่จะผ่าน และทําเสร็จก่อนเราจะเร่งรีบดําเนินการทันทีเลยครับ
สําหรับคําถามในข้อ ๒ ที่สอบถามในเรื่องการปรับปรุงและการออกแบบ ถนนที่แยกดาราสมุทรหรือแยกไทนานไปยังถนนเจ้าฟ้าตะวันตกนั้นได้ตรวจสอบแล้วเป็น แนวความคิดการสร้างแนวถนนสายใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและ ผังเมืองของกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ดีผมก็ฝากเรื่องนี้ไว้กับทางแขวงของจังหวัดภูเก็ต เพื่อที่จะให้ดูรายละเอียดไว้ด้วย เพราะคิดว่าเพื่อแก้ปัญหาการจราจรนั้นเป็นเรื่องส่วนรวม ที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน
สําหรับคําถามสุดท้ายนั้นกระทรวงคมนาคมทราบดีว่าจังหวัดภูเก็ตนั้น เป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีรายได้ ทํารายได้เข้าประเทศเป็นจํานวนมาก ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาในตัวจังหวัดภูเก็ตมากกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นเพื่อรองรับการเติบโตในธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนี้ทางกระทรวง คมนาคมได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบในรายละเอียดของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน จากสนามบินภูเก็ตไปยังห้าแยกฉลอง ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๔๐ กิโลเมตรด้วยกัน สําหรับการดําเนินการออกแบบนี้เพื่อให้รวดเร็วเราก็ได้ดําเนินการออกแบบร่วมไปกับการ ทําโครงการทางรถไฟเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ก็คือจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาจังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต ร่วมไปด้วย เพราะว่าเสร็จแล้วจากจังหวัดพังงาก็จะต่อเข้า จังหวัดภูเก็ตว่าจะใช้ดําเนินการอย่างไรดีนะครับ โดยการดําเนินการการศึกษาออกแบบนี้ เผอิญว่างบประมาณได้ในปีนี้ คิดว่าก่อนสิ้นเดือนนี้เราจะเริ่มทําสัญญาเพื่อที่จะศึกษา ออกแบบกันทันทีนะครับ ส่วนการศึกษานั้นก็จะใช้เวลาประมาณ ๑๔ เดือน เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ก็คงจะนํามาพิจารณาว่าจะเป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแบบใด แบบรางเบาหรือแบบ ระบบรางมาตรฐานนะครับ ก็คิดว่าคงจะสามารถที่จะดําเนินการได้อย่างรวดเร็วตอบสนอกับ การแก้ปัญหาการจราจรในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ
ต่อไป เป็นกระทู้ถามที่ ๔ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากท่านประธาน ผ่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ที่สามแยกบางพลูนี้ผมเสียใจมากเลย ในปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาไม่ได้จัดสรร งบประมาณ ได้ข่าวว่าจะจัดปี ๒๕๕๘ ผมขอท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมอย่างนี้ได้ไหมครับ ที่จังหวัดนครสวรรค์มีลอดทางอุโมงค์อยู่ตัวหนึ่งครับ ราคางบประมาณเท่า ๆ กับสามแยกบางพลูครับ ที่จังหวัดนครสวรรค์ตอนนี้เขามีปัญหา กับประชาชน โยกงบจากจังหวัดนครสวรรค์มาทําที่สามแยกบางพลูก่อนได้ไหมครับ แล้วปี ๒๕๕๘ จากจังหวัดภูเก็ตท่านโยกกลับไปให้จังหวัดนครสวรรค์ครับ ช่วยตอบผม นิดเดียว ท่านประธาน นิดเดียวท่านครับ
เชิญครับท่าน
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เดี๋ยวอันนี้ผมจะขออนุญาตไปหารือ ถึงการโอนงบประมาณเพื่อให้ถูกต้องนะครับ ก็ทราบในรายละเอียดที่จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ว่ามีปัญหากับพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมครับ ขอบคุณครับ
ท่านต้องปรึกษา ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ก่อนนะครับ เรื่องที่ ๔ เป็นกระทู้ถาม
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๕๒๔ เรื่อง ความไม่เท่าเทียมกันในการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม
ประธานอนุญาตให้ใช้ภาพเคลื่อนไหวที่ท่านขออนุญาตประกอบการซักถาม ได้นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ที่นั่นเป็นกรุงเทพมหานครนะครับ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมถามกระทู้ถามวันนี้ เนื่องจากหารือมาแล้ว ๗-๘ ครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นพิธีกรรม รอองค์ประชุมครบมากกว่าที่จะเป็นการหารือครับท่านประธาน เพราะว่าไม่ค่อยได้ความอะไร วันนี้ผมเห็นท่านรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ท่านมาแล้ว แล้วก็ไปแล้ว ชื่นชมท่านที่ท่านไปนั่ง รถเมล์ แต่อย่าไปแถวบ้านผมรามอินทรานะครับ เข้าไปข้างหลังนี้มีแต่ควายครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนชาวเขตคลองสามวาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนครับที่ไม่มีรถเมล์ แต่การถามวันนี้ ผมท่านเห็นท่าน พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถแม้จะเป็นนายทหาร แต่ว่าดูจากการบริหารราชการ แผ่นดินตลอดที่ผ่านมาคิดไวทําไวแล้วเร่งตัดสินใจเลย วันนี้ผมขออนุญาตถามรูปแบบใหม่ ท่านประธานครับ ถามเป็นคลิปวิดีโอ (Clip Video) ถ้าพร้อมแล้วเปิดเลยครับ เป็นเรื่องของ รถเมล์ในพื้นที่บ้านผมครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ทําการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ เป็นคําถาม ที่ ๑ ครับ ประชาชนถามแทนครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าช่วยการกระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ สําหรับคําถามที่ได้เรียนถามถึงปัญหา ของรถ ขสมก. ในเขตคลองสามวา ก็ขอเรียนยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมนั้นมีนโยบาย ในการกระจายการบริการขนส่งสาธารณะให้ทั่วถึงเสมอเท่าเทียมกันทุกเขต ทุกภูมิภาค รวมทั้งในเขตกรุงเทพมหานครด้วยนะครับ สําหรับพื้นที่คลองสามวาจากข้อมูลที่ตัวผมเองนั้น ได้ไปตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่ ขสมก. เองนะครับว่า ในปัจจุบันนี้ในพื้นที่คลองสามวานั้น มีรถโดยสารประจําทางที่เดินอยู่ในพื้นที่คลองสามวาอยู่ ๘ เส้นทางด้วยกัน เป็นรถโดยสาร ปรับอากาศในส่วนของเอกชนและมีรถของ ขสมก. เองนะครับ รวมทั้งสิ้น ๖๑ คัน นอกจากนั้นอีก ๗ สายทาง ก็จะเป็นรถเขาเรียกว่ารถหมวด ๔ ก็คือรถที่พี่น้องประชาชน ใช้อยู่ประจําคือรถสองแถวจํานวนทั้งสิ้น ๒๔๐ คัน อย่างไรก็ดีในการดําเนินการของ ขสมก. นั้น ก็จะได้ดําเนินการปรับปรุงเส้นทางเดินวิ่งของรถ ขสมก. ซึ่งเป็นรถเมล์รถหมวด ๑ ที่ พี่น้องประชาชนต้องการนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง พัฒนาอย่างรวดเร็วนะครับ อย่างต่อเนื่องให้ได้ต่อไปตามความต้องการนะครับ ก็คิดว่า คงจะน่าที่จะพอบรรเทาและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวคลองสามวาได้เป็นอย่างดีนะครับ เนื่องจากสาเหตุที่เรื่องมาติดขัดอยู่ที่คณะกรรมการขนส่งกลางนั้น ก็เนื่องจากว่ารถหมวด ๑ หรือรถเมล์ที่พี่น้องประชาชนต้องการที่จะใช้เผอิญมันเป็นรถที่ไปวิ่งทับกับเส้นทาง ๒๔๐ คัน ที่ผมเรียนในขั้นต้น กับ ๖๑ คันที่วิ่งอยู่เดิมก็จะเกิดการขัดแย้งกันของผู้สูญเสียโอกาส อย่างไรก็ดีผมได้เชิญเจ้าหน้าที่ ขสมก. เองมาทําความตกลงและให้เร่งรีบเจรจากับ ผู้ที่ดําเนินการอยู่เดิมเพื่อที่จะแก้ปัญหาและก็พร้อมที่จะบริการให้กับพี่น้องประชาชนที่มีอยู่ กว่า ๒๐๐,๐๐๐ คนให้พอเพียงให้ได้โดยเร็วที่สุดนะครับ ก็ขอยืนยันไว้ในโอกาสนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านจิรายุคําถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานครับ เกิดที่นั่น โตที่นั่นมา ๔๐ กว่าปียืนยันนะครับว่าไม่มี อย่างไรฝากท่านรัฐมนตรีดูด้วยนะครับ และที่ท่าน พูดนี่คงจะเป็นพวกสองแถวบอกว่าเป็น ขสมก. บางทีสองแถวเขาก็มีเลขข้างรถเป็น ขสมก. รถร่วมบริการ ยืนยันไม่มีรถเมล์นะครับ ฝากท่านช่วยพิจารณาด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าหลายท่านเดินทางไปแถวแฟชั่นไอส์แลนด์ นะครับ และเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนจตุโชติวิ่งรามอินทรา-อาจณรงค์ท่านไปแถวนั้นท่านจะ ตกใจครับว่าที่นี่กรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน มีคนตาย คนเจ็บปีหนึ่งท่านประธานครับ กว่า ๑๐ ศพ เจ็บ ๕๐-๖๐ คนครับ ถนนมีความกว้างแค่ ๖ เมตร รถเก๋งธรรมดาเฉี่ยวกันนี่ เสียวแล้ว เดี๋ยวดูคําถามจากประชาชนในรูปแบบคลิปวิดีโอครับ เชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ อาจจะดู เหมือนรายการหน่อยนะครับ แต่ว่าหลัง ๆ ๒ มาปีนี้ผมไม่เคยหารือเลย เพราะหารือไปแล้ว มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ ผู้แทนราษฎรหลายคนก็พูดเหมือนผมครับว่าหารือไปก็เหมือนเป็น พิธีกรรมสภา เพื่อจะรอองค์ประชุมครบค่อยเริ่ม ต่อไปนี้ผมก็จะไม่หารืออีกท่านประธาน ครับ แต่จะใช้วิธีการอย่างนี้ ถ้าพูดในสภาไม่ได้ก็จะให้สื่อมวลชนไปทําข่าวกันบ้าง กราบเรียน ถามท่านรัฐมนตรีครับว่าถ้าเกิดท่านอยากจะเสียว ๆ หน่อยต้องไปถนนเส้นนี้ครับ ถ้าท่านมี รถนําเป็นรถมอเตอร์ไซค์ แล้วท่านมีรถใหญ่ รถตู้ หูช้างแทบจะเฉี่ยวไปอย่างนี้เลยท่าน ประธานครับ ถามท่านครับว่าตกลงแล้วท่านจะรอให้คนตายคนเจ็บอีกมากน้อยขนาดไหน เป็นคําถามที่ ๒ ครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ว่าอันดับแรกผมขออนุญาตทําความเข้าใจเกี่ยวกับทางกายภาพของถนนสายที่นํามาฉาย ให้ท่านผู้ทรงเกียรติได้เห็นนะครับ นั่นก็คือถนนหมายเลข ๓๙๐๑ กับ ๓๙๐๒ ทั้ง ๒ เส้นมีความยาวประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นถนนสายทางบริการหลังจากที่ทํามอเตอร์เวย์หรือสายกาญจนาภิเษกแล้วเราจะมีถนน เลียบทั้ง ๒ ฝั่ง ฝั่งหนึ่งก็คือ ๓๙๐๑ อีกฝั่งหนึ่งก็คือ ๓๙๐๒ ความยาว ๔ กิโลเมตร เดิมเป็น ถนนที่ใช้เป็นทางวันเวย์ (One way) เมื่อใช้เป็นทางวันเวย์นั้นความกว้างก็พอ เรียกว่า สามารถที่จะใช้ได้อย่างสะดวกสบาย แต่เมื่อระยะเวลายาวนานขึ้น มีหมู่บ้านเกิดขึ้นมาก ราษฎรอยู่กันหนาแน่นมากขึ้นก็มีการฝ่าฝืนกฎจราจร จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็หารือแล้วก็ต้องผ่อนคลายโดยให้เป็นทางทูเวย์ (Two way) ธรรมดา ในขณะเดียวกันนั้น งบประมาณหรือการอนุญาตนั้นไม่สัมพันธ์กันก็ทําให้ถนนคับแคบเมื่อเป็นถนนทูเวย์ อย่างไรก็ดีถนนหมายเลข ๓๙๐๑ นั้นก็ได้รับงบประมาณที่จะขยายทางดังที่ปรากฏว่า มีบางช่วงที่มีความกว้างเพิ่มมากขึ้นนะครับ เราได้รับงบประมาณที่จะก่อสร้างเพียง ๑ กิโลเมตรเท่านั้นถนนหมายเลข ๓๙๐๑ คงเหลืออีก ๓ กิโลเมตร สําหรับถนนหมายเลข ๓๙๐๒ นั้น มีความยาว ๔ กิโลเมตร ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ นี้เราจะได้รับงบประมาณ ประมาณ ๓๒ ล้านบาท สามารถที่จะขยายถนนได้ประมาณ ๓ กิโลเมตร คงเหลืออีก ๑ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ฝั่งรวม ๔ กิโลเมตร ได้กําชับไปที่ทางกรมหลวงแล้วก็แขวง คู้บอนที่จะดําเนินการที่จะรับผิดชอบนะครับว่าจะเพิ่มความกว้างของไหล่ทางขึ้นโดยใช้งบ ของทางพิเศษมาดําเนินการ คิดว่าผมจะกวดขันเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าเป็น ความเดือดร้อนและเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ราชการ เจ้าหน้าที่ตํารวจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านถาม ได้แค่ ๒ คําถามนะครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่อาจถาม ครับ แต่ว่าผมว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศนี้ ฝากสั้น ๆ ให้กับท่านรัฐมนตรีนะครับ คือถ้าเกิดท่านออกแบบว่าเป็นทางวันเวย์แล้ว คําว่าวันเวย์มันก็คือวันเวย์ แล้ววันเวย์ ประเทศไทยก็แปลกนะครับ ไม่มีไหล่ทาง คือวันเวย์มันควรจะมีไหล่ทาง เพราะฉะนั้นควรจะ เป็นบรรทัดฐาน ท่านควรจะไปสํารวจทั่วประเทศ ส.ส. ภาคใต้เขามีแบบนี้ไหม ภาคอีสาน มีไหม ภาคเหนือมีไหม ไม่ใช่พอวันดีคืนดีเป็นวันเวย์ ไทยแลนด์โอนลี่ (Thailand Only) อยากจะปรับเปลี่ยนเป็นทูเวย์ก็ปล่อยให้สวนกันแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ อย่างนี้ผมว่า มันก็แปลก ๆ นะครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยไปตรวจสอบและดําเนินการแก้ไขให้กับพี่น้อง ประชาชน ขอบพระคุณท่านประธานครับ
กระทู้ถามเรื่องต่อไปนะครับ
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๕๒๙ เรื่อง การปรับปรุงแก้ไขปัญหาแหล่งกักเก็บน้ํา (นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะคะที่งวดนี้ดิฉันถามกระทู้ โดยที่ไม่ต้องรอเลื่อนไป ๓-๔ อาทิตย์ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดชัยภูมิว่าปัจจุบันนี้แหล่งกักเก็บน้ําตามธรรมชาติซึ่งต้องถือว่าเป็นสิ่งที่จําเป็นแล้วก็ สําคัญในการดําเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนนะคะ เกิดปัญหาขึ้นค่ะ เนื่องจากว่าจําเป็น จะต้องใช้น้ําในการอุปโภคบริโภค แล้วก็ทําการประกอบอาชีพทางการเกษตร ต้องยอมรับค่ะ ท่านประธานว่าประเทศไทยของเรานี้ เราได้ยินมาเยอะเลยค่ะท่านประธานว่าปัญหาภัยแล้ง น้ําท่วม มีทุกปีค่ะ โดยเฉพาะที่บ้านของดิฉันที่จังหวัดชัยภูมิค่ะ แม้กระทั่งปีนี้เองภัยแล้ง อาจจะเป็นข่าวโด่งดังมาก แต่น้ําท่วมเราก็ไม่พลาดค่ะ แล้วก็มีภัยน้ําท่วมเกิดขึ้นอีกเช่นกัน นะคะในปีนี้ ก็แน่นอนค่ะว่าเมื่อเกิดภัยแล้งขึ้นมาก็จะส่งผลทําให้พี่น้องประชาชนเกิด การขาดแคลนน้ํา ไม่ว่าจะเป็นน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภคหรือว่าทําการเกษตร น่าแปลกใจไหมคะ ท่านประธานที่บ้านดิฉันจังหวัดชัยภูมิมีน้ําไหลผ่านตอนหน้าฝน ๒,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ว่าไม่สามารถกักเก็บน้ําเอาไว้ใช้ได้ในยามหน้าแล้ง และที่สําคัญน้ําที่ไหลเยอะขนาดนี้ ก็ส่งผลทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมตามมา เนื่องจากอะไรคะ ก็เนื่องจากการที่ว่าไม่มีแหล่งกักเก็บน้ํา ซึ่งแน่นอนว่าเรายังไม่ได้ใช้แหล่งกักเก็บน้ําตามธรรมชาติที่มีอยู่อยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ อย่างสูงสุด ดิฉันไม่โทษหรอกค่ะเนื่องจากว่าแน่นอนชัยภูมิเรายังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ํา ขนาดใหญ่ ๆ ตามที่ทางกรมชลประทานได้มีการสํารวจว่าควรจะมี แต่ว่าอยากจะให้มีการพัฒนาปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ําตามธรรมชาติที่มีอยู่แล้วให้มี การพัฒนาที่ดีขึ้น เพื่อว่าตอนนี้ไปดูตามแหล่งน้ําธรรมชาติจะพบว่าเกิดสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถจะกักเก็บน้ําเอาไว้ค่อนข้างเยอะเกือบจะทั้งจังหวัดเลย และที่สําคัญปัญหาที่เกิด การสะสมก็เกิดจากการที่เมื่อน้ําฝนตกลงมาเกิดการพลัดดินของริมตลิ่งหรือว่าของภูเขา ลงมากับทางน้ําไหลหรือทางฝนตกลงมารวมในแม่น้ําก็เกิดการตื้นเขิน ภาพที่ ๑ เดี๋ยวดิฉัน จะบอกแล้วค่อยเปิด แล้วก็ที่สําคัญดินลงมาทําให้เกิดตะกอนเศษ ซากไม้ของต้นไม้ที่ตายไปก็ ลงมาทําให้เกิดความตื้นเขินนะคะ หรือไม่บางครั้งก็เกิดจากการที่สภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากก็ทําให้เกิดปัญหาตามมา แล้วก็ทําให้ ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ําเอาไว้ใช้ได้ค่ะ รวมถึงอันแรกค่ะท่านประธานก็คือบึงหนองบัวใหญ่ ตั้งอยู่ ที่ตําบลหนองบัวใหญ่ อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งน้ําที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ ในพื้นที่ของหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ แล้วก็หมู่ที่ ๑๐ ของตําบลหนองบัวใหญ่ ต้องบอกว่ามี พื้นที่ถึงประมาณ ๖๐๙ ไร่ แต่ว่าแหล่งน้ําแหล่งนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะแค่ตําบลหนองบัวใหญ่ อําเภอจัตุรัส แต่ยังรวมใช้ถึงพี่น้องอีกหลายตําบลค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตําบลบ้านกอก ตําบล หนองบัวบาน ตําบลส้มป่อย ตําบลละหาร พูดง่าย ๆ ค่ะ เกินครึ่งของอําเภอจัตุรัสต้องอาศัย น้ําจากแหล่งน้ํานี้นอกจากบึงละหาร ปัจจุบันพี่น้องประชาชนเขามาร้องเรียนกับดิฉันแล้วก็ บอกกับดิฉันว่าตอนนี้เกิดมีความตื้นเขินมีเศษวัชพืชปกคลุมเต็มพื้นที่ของบึงเลยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ขอภาพที่ ๑ ด้วยค่ะ ท่านประธานคะมองจากภาพจะเห็นว่าตอนนี้อีกด้านมุมหนึ่งมองไม่เห็นเลยค่ะว่ามีน้ํา อยู่ตรงไหนในบึงหนองบัวใหญ่ ภาพที่ ๒ ด้วยค่ะ นี่จะเป็นอีกฝั่งหนึ่งจะเห็นว่าเมื่อหน้าแล้ง ซึ่งดิฉันเองเพิ่งถ่ายภาพนี้ไม่เกิน ๒ อาทิตย์ จะพบว่าเราจะมีน้ําอยู่ตรงช่วงกลาง ซึ่งพี่น้อง ประชาชนก็ไม่สามารถที่จะลงไปใช้ได้ เนื่องจากบริเวณข้าง ๆ มีเศษสวะขึ้นมาเต็ม แล้วตอนนี้มีปัญหาที่ตามมาก็คือมีสัตว์มีพิษเข้าไปอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย ทําให้ พี่น้องเกิดปัญหามากเนื่องจากว่าเมื่อจะเข้าไปใช้ก็มีสัตว์มีพิษมารบกวนก่อให้เกิดได้รับ อันตรายนะคะ แล้วก็การที่พี่น้องประกอบอาชีพทําการเกษตรและทําการประมงโดยการเลี้ยง ปลา เพาะพันธุ์ปลาขาย ก็ทําให้เกิดภาวะปัญหาที่ตามมาคือเมื่อเกิดความตื้นเขินก็ไม่สามารถ ที่จะทําการเลี้ยงปลาได้ และที่สําคัญนะคะการที่มีวัชพืชเยอะค่ะท่านประธาน ทําให้น้ําเกิด เน่าเสียด้วยค่ะ ก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้ อันนี้จะเป็นอีกแหล่งน้ําหนึ่ง แล้วที่สําคัญค่ะ เมื่อไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ําไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ค่ะท่านประธาน เมื่อมีฝนตกน้ําไหลมาก็จะ เอ่อเข้าท่วมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากว่ามีความตื้นเขินมาก ต้องยอมรับว่าบริเวณนี้เกิดน้ํา ท่วมเป็นเรื่องที่ชาวบ้าน บอกปีไหนไม่น้ําท่วมมันเกิดอะไรขึ้น เกิดน้ําท่วมขึ้นทุกปีและ ที่สําคัญนะคะท่านประธาน ต้องบอกว่าตรงบริเวณนี้ภัยแล้ง เมื่อเกิดแล้งเขาไม่สามารถทํา การเพาะปลูกได้ ไม่สามารถเลี้ยงปลาได้เนื่องจากไม่มีน้ํา ในหน้าฝนทําการเพาะปลูกได้ เลี้ยงปลา เพาะพันธุ์ปลาขายได้ แต่ไม่สามารถนําไปขายได้ เนื่องจากว่าเกิดความเสียหายจากการ ที่เกิดน้ําท่วม ก็ต้องเรียนถามท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วต้องบอกเลยค่ะท่านประธานว่าที่บึง หนองบัวใหญ่นี้พื้นที่ ๖๐๙ ไร่ เคยได้รับงบประมาณในการขุดลอกอยู่บ้าง ฟังแล้วอาจจะ น้อยนิดนะคะท่านประธาน ได้เพียง ๑๕ ไร่ จาก ๖๐๙ ไร่ ส่วนที่เหลืออีกเกือบ ๆ ๖๐๐ ไร่ ยังไม่เคยได้รับงบประมาณในการขุดลอกเลย ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่ามีรัฐมนตรีหลายท่านมีการลงไปดูพื้นที่ แล้วก็ให้คําหวานค่ะ ต้องบอกว่าเป็นคําหวานนะคะ กับพี่น้องประชาชนในตําบลหนองบัวใหญ่ว่าเดี๋ยวได้รับงบขุดลอกแน่นอน เดี๋ยวจะมี การปรับปรุงตรงบึงหนองบัวใหญ่ให้เป็นแก้มลิง ผ่านมาหลายรัฐมนตรีแล้วยังไม่เห็นรูปธรรมที่ เกิดขึ้นกับบึงหนองบัวใหญ่เลยค่ะ ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของคําถามค่ะ ก็อยากจะเรียนถามในข้อแรกว่ารัฐบาลนี้จะมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ํา ตามธรรมชาติให้สามารถกักเก็บน้ําในฤดูฝนได้อย่างเต็มที่เพื่อรองรับการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร
แล้วก็ต่อด้วยข้อ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็ด้วยภาพที่เมื่อครู่ท่านประธานเห็น นะคะว่าด้วยพื้นที่ของบึงหนองบัวใหญ่ที่ดิฉันเรียนแล้วว่ามีถึง ๖๐๙ ไร่ สามารถที่จะพัฒนา เป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ําได้ ก็เลยอยากจะเรียนถามว่ารัฐบาลจะมีแผนงานในการขุดลอก ปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ําหรือไม่ อย่างไร และที่สําคัญจะทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ หรือไม่ อย่างไร เนื่องจากต้องยอมรับค่ะรัฐมนตรีคนสุดท้ายที่ไปดูที่บึงหนองบัวใหญ่ไปรับปากพี่น้อง ประชาชนไว้ค่ะว่าจะได้งบประมาณในการขุดลอก ๒๕ ล้านบาท ดิฉันดูในเล่มงบประมาณ ของปี ๒๕๕๗ ยังไม่ปรากฏนะคะ ก็ขอเรียนถาม ๒ ข้อค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่าน รัฐมนตรีศิริวัฒน์ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสตร์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาเป็นผู้ชี้แจงตอบคําถามของท่านสมาชิกที่สอบถามในเรื่องของการปรับปรุงแก้ไขปัญหา แหล่งกักเก็บน้ําครับ เรียนท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า รัฐบาลนั้นให้ความสําคัญในเรื่องของ การพัฒนาแหล่งน้ําโดยที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานนั้นมีภารกิจหลัก แล้วก็มีหน้าที่ในการที่จะพัฒนาแหล่งน้ําต่าง ๆ ให้เกิดศักยภาพมากขึ้น ซึ่งในการพัฒนา แหล่งน้ําต่าง ๆ นั้นเราก็ให้ความสําคัญในเรื่องของความสมดุลเพื่อรองรับทั้งการเกษตร การอุปโภคบริโภค รวมถึงการป้องกันและบรรเทาภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากน้ํา ซึ่งกรมชลประทาน นั้นมีแนวทางในการที่จะพัฒนาแหล่งน้ําต่าง ๆ โดยที่จําแนกประเภทได้ ๕ ประเภทดังนี้ นะครับ ขออนุญาตที่จะเรียนคร่าว ๆ นะครับ
๑. คือการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําในทุกขนาด ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ําต้นทุน ในช่วงที่มีฝนหรือว่าในฤดูฝนให้สามารถกักเก็บเอาไว้ใช้ได้ในฤดูแล้ง
๒. ก็คือการก่อสร้างฝายลําน้ํา ทั้งเป็นฝายคอนกรีต แล้วก็เป็นฝายยาง เพื่อที่จะยกระดับของลําน้ําให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
๓. ก็คือการก่อสร้างประตูระบายน้ําเพื่อที่จะควบคุมน้ําทางด้านเหนือที่จะให้ สูงพอที่จะไหลลงมาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้
๔. ก็คือการพัฒนาแก้มลิง ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ในลุ่มน้ําที่อยู่ใกล้ ทางน้ํา หรือว่าอยู่ในแนวน้ําหลาก ในการดําเนินการนั้นก็จะมีการก่อสร้างอาคารควบคุม การไหลของน้ําหรือว่าระดับน้ําเพื่อที่จะหน่วงการไหลของน้ําให้ช้าลง หรือว่าการตัดยอด น้ําหลาก ทําให้สามารถกักเก็บน้ําเอาไว้ใช้ได้
ในส่วนประเภทสุดท้ายก็คือประเภทที่ ๕ การก่อสร้างคันกั้นน้ํา คลองระบายน้ํา ก็เพื่อป้องกันไม่ให้น้ําที่จะเกิดอุทกภัย หรือว่าน้ําท่วมในพื้นที่ป้องกัน หรือว่าจะสามารถเพิ่ม ศักยภาพของน้ําได้นะครับ จากที่ท่านสมาชิกท่านได้เรียนถามไปเมื่อสักครู่นี้ในส่วนของหนอง บัวใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งน้ําของตําบลหนองบัวใหญ่ อําเภอจัตุรัส มีพื้นที่ประมาณ ๖๐๐ กว่าไร่ที่ท่านสมาชิกท่านได้เรียนไปแล้ว ซึ่งแหล่งน้ํานั้นถือว่าเป็นแหล่งน้ําที่มี ความสําคัญในเรื่องของการอุปโภคบริโภคแล้วก็การเกษตร มีความตื้นเขิน ซึ่งจากภาพที่ท่าน สมาชิกท่านได้เปิดให้ดูนั้นก็สามารถที่จะเห็นได้ว่าวัชพืชที่ปกคลุมหรือว่าในส่วนของ การตื้นเขินนั้นก็จะทําให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นประสบปัญหานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการกักเก็บน้ําหรือว่าในเรื่องของในฤดูฝนที่อาจจะทําให้เกิดอุทกภัยหรือว่า น้ําท่วมได้ กรมชลประทานนั้นได้มีการพิจารณาในเบื้องต้น ในส่วนของการแก้ไขปัญหานั้น ก็เห็นควรที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรโดยการที่จะพัฒนาแหล่งน้ําตรงนั้นให้ เป็นในลักษณะของแก้มลิง ซึ่งการพัฒนาตรงนั้นก็จะใช้ชื่อโครงการแก้มลิงหนองบัว แล้วก็จะมีอาคารประกอบพื้นที่ประมาณ ๑๕๗ ไร่ ความลึกโดยเฉลี่ย ๓ เมตร ปริมาณดินขุด ๘๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่ในขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของ การเตรียมความพร้อม ในการจัดเตรียมเรื่องของการสํารวจออกแบบหรือว่าการใช้ที่ดิน ซึ่งก็เรียนท่านสมาชิกว่า ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นก็ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ เพราะว่า เราก็ทราบดีว่าแหล่งน้ํานี้เป็นแหล่งน้ําที่มีความสําคัญเป็นอย่างมาก แล้วก็จะมีประชาชนนั้น ได้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงนี้อีกหลาย ๆ ตําบลนะครับ ในหลาย ๆ พื้นที่ที่สามารถที่จะ ดําเนินการได้ ในขณะนี้เรารอในเรื่องของความพร้อมเรื่องของการสํารวจออกแบบนะครับ ก็เรียนท่านสมาชิกเพื่อความสบายใจนะครับว่าเรานั้นก็พยายามที่จะเข้าไปประสานงาน ในพื้นที่ แล้วก็ไปทําความเข้าใจโดยประสานงานกับทางท่านผู้นําหรือว่าตัวแทนของ พี่น้องประชาชน อย่างท่านสมาชิกที่ได้เห็นถึงความเดือดร้อนตรงนี้นะครับ ก็จะพยายาม ดําเนินการตรงนี้ให้เร็วที่สุดครับ ก็เรียนให้ทราบเบื้องต้นครับ
คําถาม สุดท้าย ท่านสุนทรี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานคะ เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีตอบดิฉันในเรื่องของบึงหนองบัวใหญ่ ก็ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนในตําบลหนองบัวใหญ่ รวมถึงผู้นํา ไม่ว่าจะเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศบาลหนองบัวใหญ่นี้นะคะมาร้องเรียน กับดิฉันแล้วก็มาติดตามทวงถามว่าให้ดิฉันซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนช่วยมา สอบถามให้ด้วยว่าเมื่อไร ให้รออีกนานแค่ไหน ๖๐๙ ไร่ เพิ่งได้ ๑๕ ไร่ ๑๕ ไร่นี้ก็ผ่านมาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี อย่าให้ต้องรออีกนานเลยค่ะ เดี๋ยวบึง มันจะกลายเป็นบ้านพื้นที่ราบเสียก่อนนะคะ
คําถามข้อต่อไปนะคะท่านประธาน ดิฉันถามถึงเรื่องเกี่ยวกับห้วยหนองไม้ตาย ก็ต้องเรียนประธานค่ะว่าห้วยหนองไม้ตายตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านโนนนาพวง ตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ก็เป็นห้วยแล้วก็แหล่งน้ําที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอีกเช่นกัน ห้วยแห่งนี้เกิดจากลําห้วย ๒ ลําห้วยมารวมตัวกันที่นี่ค่ะ ก็คือเกิดจากลําห้วยซับปลากั้ง แล้วก็ลําห้วยหินลาด ไหลมารวมกันมีพื้นที่โดยรวมประมาณ ๘๐ ไร่ ขอภาพที่ ๓ นะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นี่คือภาพโดยรวมนะคะท่านประธาน ของห้วยหนองไม้ตาย ซึ่งตอนนี้ ๘๐ ไร่ เพิ่งไปถ่ายมาได้ ดิฉันว่าประมาณไม่เกิน ๑ เดือนค่ะ เพราะว่าวันนั้นดิฉันออกไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนแล้วก็เลยถ่ายรูปเก็บเอาไว้มาให้ดูนะคะ ซึ่งตรงนี้ค่ะท่านประธาน ภาพต่อไปเลยนะคะ คือภาพที่ ๔ ท่านประธานจะเห็น ภาพต่อไป เลยค่ะ ภาพที่ ๕ เลยก็ได้ค่ะ ภาพที่ ๔ อาจจะเห็นไม่ชัด เห็นตรงนี้ค่ะท่านประธาน ห้วยหนองไม้ตายนี้ค่ะ จะมีก้อนหินขนาดใหญ่นะคะ ซึ่งท่านจะเห็นตรงที่มีรูปของคนยืนอยู่ ตรงบริเวณนี้ค่ะ ก็จะเป็นหินที่มีขนาดใหญ่แล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งปิดกั้น ไม่ให้น้ําในลําห้วยไหลออกไปหมด แต่ปัจจุบันนี้มันเกิดปัญหาขึ้นค่ะท่านประธานเนื่องจากว่า หินตัวนี้ผ่านการใช้งานมานานค่ะ มันก็มีการทรุดตัว มีการยุบตัวลงไป ทําให้ไม่สามารถที่จะ กักเก็บน้ําเอาไว้ใช้ได้ ต้องเรียนเลยค่ะท่านประธานว่าลําห้วยแห่งนี้พี่น้องทั้งตําบลชีบนเลย ค่ะต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค ในการทําการเกษตร ต้องเรียนว่าที่ตรงนี้ค่ะท่านประธานเมื่อ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา ตอนที่ยังมีน้ําอยู่ เมื่อหินตัวนี้เกิดการทรุดตัว พี่น้องประชาชนก็ได้ มีการรวมตัวกันไปซื้อกระสอบมาใส่ดินใส่ทรายเพื่อเอาไปปิดกั้นทางระบายน้ํา แต่ว่า ต้องเรียนว่าผ่านมาก็ไม่สามารถที่จะกับเก็บน้ําเอาไว้ได้นะคะ จากภาพที่เมื่อกี้ท่านประธานเห็น คงจะพบแล้วว่ามันเกิดความตื้นเขินแล้วก็น้ําไม่มีแล้ว ก็เหลือน้อยมากเต็มที่ ก็ต้องเรียนว่าเมื่อไม่มี น้ําแล้วก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขเป็นการเฉพาะหน้าได้จากถุงใส่ทรายใส่หินที่นําไปกั้นนะคะ ก็ทําให้ตอนนี้พี่น้องประชาชนประสบปัญหาการขาดแคลนน้ํา เมื่อไม่เกิน ๒ เดือนที่ผ่านมา เดือดร้อนถึงขนาดที่ไม่มีน้ําใช้ ดิฉันเองหารือในสภาแห่งนี้อีกเช่นกันค่ะท่านประธาน ว่าพี่น้อง ขาดแคลนน้ํา ทาง อบต. ทางชาวบ้าน ต้องซื้อน้ําจากรถขนน้ํา รถละประมาณเกือบ ๆ ๗๐๐ บาท เพื่อเอาไปกรอกใส่ตุ่ม ใส่ไหที่อยู่ในบริเวณบ้านตัวเอง เอาไว้ใช้ ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไรค่ะ แต่ดีว่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาฝนตกหนักที่บริเวณ ดังกล่าวก็ทําให้ตอนนี้มีน้ําขึ้นมาพอที่จะใช้ได้โดยที่ไม่ต้องไปเดือดร้อนในการที่ไปซื้อน้ํามาใช้ นะคะ ซึ่งตรงนี้ทําให้เกิดปัญหาค่อนข้างเยอะกับพี่น้องประชาชน จึงทําให้ดิฉันต้องมาถาม กระทู้ท่านประธานถึงการจัดการในการที่จะก่อสร้างเป็นฝายหรือว่าเป็นประตูระบายน้ํา ในการปิดเปิดของห้วยหนองไม้ตายแห่งนี้ จากที่ดิฉันได้พูดมาทั้งหมดค่ะท่านประธานจึงเป็น ที่มาของคําถามว่าทางหน่วยงานจะมีแผนงานในการก่อสร้างฝายชะลอน้ําให้สามารถกักเก็บน้ําหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ที่สําคัญค่ะ เรียนถามเลยว่าจะทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ หรือไม่ ดิฉันขอทราบ รายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีศิริวัฒน์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ จากที่ท่านสมาชิกท่านได้เรียนสอบถามในเรื่อง ของห้วยหนองไม้ตายซึ่งเป็นห้วยที่มีความสําคัญ ซึ่งในขณะนี้ขอเรียนสรุปคร่าว ๆ นะครับ ทางกรมชลประทานนั้นก็ได้มีการเข้าไปดู แล้วก็ได้เห็นควรในการที่จะช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ตรงนั้น โดยที่การพัฒนาแหล่งน้ําดังกล่าวจะเป็นในลักษณะของฝายทดน้ํา ซึ่งจะใช้ชื่อว่าโครงการฝายหนองอ้ออยู่ที่ตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้า ซึ่งท่านสมาชิกท่านได้ เรียนสอบถามไปนะครับว่าในขณะนี้นั้นมีนโยบายในเรื่องของการดําเนินการอย่างไรนะครับ ก็ขอเรียนว่าทางกรมชลประทานนั้นก็ได้พิจารณาแล้วก็ได้จัดเตรียมความพร้อม ด้านการศึกษาออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ขณะนี้นั้นก็ได้จัดทําเข้าแผนแล้ว ก็รอเพียงแต่ การจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสมเพื่อจะเป็นการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ต่อไปครับ ก็ขอเรียนท่านสมาชิกว่าเราให้ความสําคัญในเรื่องของจังหวัดชัยภูมิซึ่งถือว่า เป็นจังหวัดที่มีความสําคัญในการที่จะพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อที่จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้น สามารถที่จะใช้อุปโภคบริโภคหรือเพื่อทําการเกษตรได้นะครับ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่มี ความสําคัญในการดําเนินการเพื่อที่จะให้จังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ทางด้านล่างอีกหลาย ๆ จังหวัด ก็จะได้รับประโยชน์ด้วยนะครับ ก็เรียนท่านสมาชิกเพื่อความสบายใจครับ
หมดคําถามนะครับ ถามไป ๒ คําถาม
ท่านประธานคะ ขออนุญาตฝาก เป็นประเด็นกับทางท่านรัฐมนตรีสักนิดหนึ่งค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัด ชัยภูมิค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะที่ให้โอกาสในการฝากท่านรัฐมนตรี ดิฉันเองต้องบอกเลย ค่ะว่าได้ยินท่านรัฐมนตรีมาตอบว่าทั้ง ๒ โครงการที่ดิฉันพูดถึงนี้ได้มีการเข้าแผนแล้วก็ ทําการศึกษาแล้ว แต่ประเด็นที่อยากฝาก ดิฉันเองนะคะได้ยินคําว่าเข้าแผนมาค่อนข้าง บ่อยค่ะ แต่ว่าเข้าแผนแล้วบางทีอีก ๑๐ ปีผ่านไปก็ยังไม่เห็นการก่อสร้างเลยค่ะ ก็อยากฝาก ท่านรัฐมนตรีนะคะให้ช่วยให้ความสําคัญ ถ้าหากเป็นไปได้ค่ะ ปี ๒๕๕๗ งบประมาณ ผ่านแล้วไม่เป็นไรค่ะ เนื่องจากดิฉันทราบว่า ๒ โครงการนี้คงต้องใช้เงินที่ไม่น้อยเหมือนกัน ก็อยากฝากท่านค่ะ งบประมาณปี ๒๕๕๗ หากมีเงินเหลือจ่ายก็ขอให้ท่านช่วยจัดสรร งบประมาณสําหรับโครงการทั้ง ๒ โครงการด้วย หรือหากไม่ทันจริง ๆ ท่านประธานคะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีค่ะว่าปี ๒๕๕๘ ขอให้มันปรากฏอยู่ในเล่มงบประมาณ ได้ไหมคะ ดิฉันเองอายมากค่ะ ถามหารือทุกวันค่ะ แต่ยังไม่เคยได้รับการแก้ไขจากหน่วยงาน เลยค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
นี้มีผู้มาลงชื่อ ๔๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ แล้วก็จบระเบียบวาระกระทู้ถามแล้ว นะครับ ขอดําเนินการต่อเลยนะครับ
ต่อไปเป็นพิจารณาญัตติเรื่องเกี่ยวกับยางพารา เชิญท่านสาทิตย์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนเข้าสู่ระเบียบ วาระเรื่องญัตติเกี่ยวกับราคาสินค้าราคาแพงและราคาสินค้าเกษตรตกต่ํานะครับ ผมจะขอ อนุญาตได้เรียนถามท่านประธาน ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้เรียนเสนอ ในที่ประชุมต่อหน้าท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทําหน้าที่เป็นประธานรัฐสภาขณะนั้น ว่าวันนี้จะมีญัตติที่สําคัญก็คือญัตติเรื่องของสินค้าราคาแพงและสินค้าเกษตรตกต่ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคายางพารา ซึ่งเป็นปัญหาที่มีการชุมนุมกันทั่วประเทศ ในขณะนี้ โดยท่านผู้นําฝ่ายค้านได้เสนอท่านประธานสภาในขณะนั้นว่าอยากให้ท่านประธาน ได้เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีมาฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในการนําเสนอปัญหา เรื่องสินค้าแพงกับสินค้าเกษตรตกต่ํานี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งท่านประธานสภาก็ได้รับปากว่า จะประสาน แล้วก็บอกว่าจะมีการทําหนังสือส่งไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะ เรียนถามท่านประธานใน ๒ ประการว่า ประการที่ ๑ ได้มีการทําหนังสือจากสภาโดย ท่านประธานส่งไปยังนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แล้วประการที่ ๒ อยากจะถามว่าทางท่าน นายกรัฐมนตรีจะเข้ามารับฟังญัตติในเรื่องนี้ด้วยตัวท่านเองจนตลอดการประชุมเพื่อให้ สมาชิกได้อภิปรายตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่ามีอะไร ก็ให้ไปพูดกันในสภาหรือไม่ ขอให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาได้ตอบเรื่องนี้ก่อนที่จะมี การอภิปรายในญัตตินี้ด้วยครับ
เรื่อง หนังสือนี้เมื่อเช้าผมมีโอกาสได้เห็นนะครับ แต่ว่าเรื่องนายกรัฐมนตรีต้องถามท่านวราเทพ ที่อยู่ทําเนียบรัฐบาลเพิ่งมา เชิญได้ชี้แจงด้วยว่านายกรัฐมนตรีจะมาได้ไหม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผมไม่เห็นหนังสือจากสภาไปเหมือนกันนะครับ แต่ว่าอย่างไร ก็ตามถ้าหากมีหนังสือไปแล้ว โดยปกติก็จะมีการสั่งการว่าหนังสือที่สภาไปนี้ท่านจะตอบว่า อย่างไร เดี๋ยวจะติดตามให้ แล้วก็จะลองสอบถามว่าภารกิจของนายกรัฐมนตรีขณะนี้ เป็นอย่างไรบ้างนะครับ แล้วก็จะรับไปประสานให้ แต่ว่าผลจะเป็นประการใดเดี๋ยวเราจะแจ้ง เป็นระยะ เพราะผมเชื่อมั่นว่าการอภิปรายก็คงยังใช้เวลาพอสมควร ภารกิจท่านนายกรัฐมนตรี ก็มีอยู่บ้าง แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าเมื่อเช้านี้ ถ้าท่านติดตามข่าวจากสื่อมวลชนก็คงจะ เห็นว่าได้มีการประชุมในเรื่องของการแก้ไขปัญหายางพาราอยู่ใน ๒ เวทีนะครับ เวทีแรก ก็คือการประชุมของคณะกรรมการ กนย. แล้วก็อีกเวทีหนึ่งหรือว่าอีกคณะกรรมการ หรือการประชุมอีกวงหนึ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรีได้นั่งประชุมเองนะครับ เดี๋ยวผลประการใด ระหว่างการอภิปรายญัตติก็จะมีรัฐมนตรีมาชี้แจงในรายละเอียดนะครับ ส่วนจะสอบถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาหรือไม่ก็เดี๋ยวจะรอให้มีการประสานกลับไปยังผู้ที่รับหนังสือก่อน นะครับ ว่าท่านตอบประการใดครับ
เชิญท่าน สาทิตย์ครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สภาได้เรียกร้องกันมา ตลอดเวลา ผมดีใจนะครับที่ท่านประธานบอกว่าเห็นหนังสือเมื่อเช้า เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าจะให้ดีแล้วควรจะนําสําเนาหนังสือฉบับดังกล่าวของสภานี้ได้แจกจ่ายให้กับบรรดา เพื่อนสมาชิกได้เห็น อย่างน้อยที่สุดเป็นการยืนยันว่าสภาของเราได้ทําหน้าที่เป็นตัวแทน ประชาชนและได้มีหนังสือเป็นกรณีพิเศษไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้มารับฟังเรื่องปัญหา ของประชาชน แต่ผมกล่าวสําหรับที่ท่านรัฐมนตรีตอบเมื่อสักครู่ว่า ญัตตินี้นั้นเป็นญัตติ ที่สําคัญมากนะครับ ความจริงแล้วต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ก็ทราบว่ามีเวทีแก้ไขปัญหา เรื่องของยางพารา แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมาที่นี่ อย่างน้อยที่สุดนะครับ ถ้าไม่ติดเวทีนั้นอยู่ ถ้าท่านมาก็เป็นการมาชี้แจงว่าแนวทางที่รัฐบาลจะดําเนินการต่อนั้นเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็น เรื่องสําคัญนะครับ แล้วการเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีมาไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นมา ตลอดเวลา แล้วเมื่อมาแล้วก็ควรที่จะอยู่ในเวลาที่พอสมควร เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอ ความคิด ความเห็น แล้วมีการแรกเปลี่ยนแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมเห็นเฉพาะท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มานั่งอยู่ แต่ความจริงแล้วประเด็นของญัตตินี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรงแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับทั้งรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เกี่ยวข้องกับ กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราอย่าทําให้ญัตติแบบนี้มันเป็นเรื่องที่พูดกันไป แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ นี่คือปัญหาความ เดือดร้อน วันนี้มีคนเจ็บ มีคนตาย มีคนออกมาบอกว่ามีเศรษฐกิจเสียหายเท่านั้นเท่านี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจนเขามีความรู้สึกว่าเขายังเป็นคนไทยอยู่ในประเทศนี้หรือเปล่า รัฐบาลดูแลเขาในฐานะเป็นคนไทยเหมือนกันหรือไม่ เราเรียกร้องไปแล้ว ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยพูดต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีด้วย บอกให้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องลงมา แก้ปัญหาด้วยตัวท่านเอง ก็ไม่มีเสียงตอบรับที่ชัดเจน เพียงแต่บอกว่ารับเรื่องไป เราพูดกับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่สภาวันนั้น ผมพูดตรงนี้กับท่าน ท่านก็บอกจะรับเรื่องไป มันถึงเวลาแล้ว นะครับที่ต้องมาพูดมาจากัน เป็นไปได้ไหมครับ ท่านถามไปอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เชิญรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องที่ครบถ้วนอย่างที่ผมพูดไปแล้วมาอยู่ตรงนี้ อันนี้เป็นเรื่องของสภานะครับ เป็นเรื่องตัวแทนประชาชน แล้วช่วยตอบเราด้วยว่านายกรัฐมนตรีจะมากี่โมง แล้วจะอยู่ จนครบถ้วนตามเวลาที่เรามีการอภิปรายกันหรือไม่ ผมขอความกรุณาท่านประธานนะครับ ท่านเป็นคนเดียวที่ผมมีความรู้สึกว่าสภาเราพอพึ่งหวังได้ครับ ท่านต้องช่วยให้สมาชิกได้ทํา หน้าที่เต็มที่ แล้วอย่างไรก็ติดตามท่านนายกรัฐมนตรีให้มาฟังญัตติของเราในเรื่องนี้ด้วยครับ
หนังสือนี่ ผมมีในมือผมนะครับ แต่ว่าเรื่องท่านนายกรัฐมนตรีจะมานี่เดี๋ยวให้ท่านวราเทพซึ่งกําลัง ประสานไปได้คําตอบแล้วจะให้ชี้แจงท่านสาทิตย์อีกครั้งหนึ่งครับ ตอนนี้ผมว่าท่านอภิปราย ได้เลยครับท่านสาทิตย์ หนังสือมี แต่ท่านวราเทพกําลังประสาน เดี๋ยวได้คําตอบอย่างไร จะให้ชี้แจงกับท่านสาทิตย์ เชิญท่านอภิปรายได้เลยครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็คิดว่า ผมจะอภิปรายและหลังจากในช่วงที่ผมอภิปรายช่วงนี้อยากให้สภาติดต่อไปอีกครั้งหนึ่ง กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นแล้วผมคิดว่าเราก็ต้อง ทวงกันอยู่อย่างนี้ตลอด และผมก็ไม่อยากเห็นภาพของสภาเราพูดจากันเองครับ และไม่มีคน มีอํานาจเต็มในการแก้ไข ผมคิดว่าที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ครับ ต้องพูดตรง ๆ ว่าไม่ได้มีอํานาจเต็ม ในการแก้ไขอะไรเลย แล้วผลก็คือพูดไปก็เท่านั้น แล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่า มันไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ไม่ควรที่จะเป็นเช่นนั้นครับ ผมเรียนท่านประธานว่าญัตติที่ พวกเราจะอภิปรายกันในวันนี้จะครอบคลุมในประเด็นหลัก ๆ ๒ เรื่อง ก็คือประเด็น ในเรื่องของสินค้าราคาแพง และประเด็นในเรื่องของสินค้าเกษตรตกต่ําครับ แต่สําหรับผม ที่ลุกขึ้นอภิปรายก่อนที่ต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ผมจะพูดเฉพาะประเด็นเรื่องของ การเรียกร้องเรื่องปัญหาราคายางพารา ที่ผมต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดก็เพราะว่า ประเด็นเรื่องของราคายางพารานั้นบัดนี้ได้บานปลาย จากความนิ่งเฉย เพิกเฉย ไม่สนใจ แล้วยังไปใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม ตลอดจนกระทั่งรัฐบาลเองมีท่าทีที่แข็งกร้าวกับกลุ่มผู้ชุมนุม สวนยางพารา และยังใช้วิธีการในการแบ่งแยกประชาชนในประเทศออกเป็นภาค ๆ ภาคไหน ที่ไม่มีตัวแทน ส.ส. ของรัฐบาลก็จะมีท่าทีที่แข็งกร้าวกับพวกเขาเหล่านั้น จนกระทั่ง บานปลายกลายเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง มีการทั้งปิดถนน ปิดทางรถไฟ มีแนวโน้มที่จะไป ชุมนุมในหลากหลายพื้นที่เพิ่มเติมมากขึ้น ท่ามกลางการแข็งกร้าวของรัฐบาลเหล่านี้ได้สร้าง ความรู้สึกกับพี่น้องประชาชนถึงขั้นบอกว่าพวกเขายังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า ผมจึงหยิบ เรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่ารัฐบาลมีท่าทีที่เพิกเฉยตลอดมา แม้แต่กระทั่งผู้ชุมนุมเองเรียกร้อง ให้มีการลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ รัฐบาลก็ส่งคนซึ่งไม่มีอํานาจเต็มลงไป เสมือนกับเป็นการ สร้างเงื่อนไขเบื้องต้นไม่ให้มีการเจรจาสําเร็จ แล้วยกระดับขึ้นกลายเป็นปัญหาที่มีการใช้ วิธีการทางกฎหมายพยายามจะเข้าไปจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม เรื่องของยางพาราวันนี้ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้นั้นเพิกเฉยไม่สนใจ ไม่ใส่ใจต่อการแก้ไขปัญหา จนกระทั่งบานปลายจริง ๆ ๒ ปีที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ราคายางพาราที่ตกต่ําต่อเนื่อง มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ ภายหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้าบริหารประเทศ เป็นปัจจัย ขับเคลื่อนให้พวกเขาซึ่งเป็นชาวสวนยางพาราต้องออกมาเคลื่อนไหวครั้งแล้วครั้งเล่า รัฐบาลเองเคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วประกาศว่าจะทํายางพาราให้ถึง ๑๒๐ บาท เป็นความคาดหมายของเกษตรกรชาวสวนยางพารา การชุมนุมหลายครั้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสงขลา จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือจังหวัดนครศรีธรรมราช เขาชุมนุม ด้วยความตั้งใจจะเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปดูแล แต่มาตรการของรัฐบาลที่ออกมาก่อนหน้านี้มันจิ๊บจ๊อยเหลือเกิน แล้วยังส่งผลให้มี การทุจริตคอร์รัปชั่นจนกลายเป็นประเด็นที่มีการติดตามต่อเนื่องกันมา แล้วไปถึงองค์กร ที่มีการตรวจสอบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่ราคาไม่กระเตื้องเลยครับ นอกจากราคา ไม่กระเตื้องแล้วท่าทีคําพูดของคนในรัฐบาลที่ไปถึงเกษตรกรชาวสวนยางพารานั้น เต็มไปด้วยถ้อยคําที่ไปดูหมิ่นเขา ไม่ว่าจะเป็นคําพูดที่บอกว่าถ้าไม่เล่นการพนัน ถ้าไม่ฟุ่มเฟือย ราคายางพาราขณะนี้ก็อยู่ได้ เหล่านี้เป็นต้น มันเสมือนกับเป็นการเติมฟืน เข้าไปในท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนเป็นไฟของชาวบ้านซึ่งมีความเดือดร้อนจากสถานการณ์ ที่ข้าวของแพงอย่างมากอยู่ในขณะนี้ ความจริงแล้วการชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ได้เพิ่งเคยเกิดขึ้นในครั้งนี้เท่านั้น เคยมีการชุมนุมกัน มาแล้วก่อนหน้านั้น ๒ ครั้ง แต่ตัวแทนของรัฐบาลไม่เคยใส่ใจลงไป จนกระทั่งทําให้ ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าเสียงของชาวบ้านที่มาจากพื้นที่สวนยางพาราซึ่งไม่ใช่เป็นพื้นที่ที่มี ส.ส. รัฐบาลอยู่นั้นรัฐบาลไม่ได้ยิน แกล้งทําเป็นเพิกเฉย การชุมนุมครั้งหลังเขาจึงมีจํานวนคน มากขึ้น ความจริงแล้วการถามกระทู้เมื่อเช้าจาก ส.ส. เจ้าของพื้นที่ ขอประทานโทษเอ่ยนาม คุณอภิชาต การิกาญจน์ มีคลิปเสียงที่พูดชัดจากชาวบ้านว่าความจริงกลุ่มชุมนุมที่นั่นมาจาก พรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่เอ่ยชื่อกันไปแล้วในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ตั้งใจจะชุมนุมกล่อม ชาวบ้านให้ยอมรับราคาสินค้าเกษตรและให้ยอมรับในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ด้วย ความที่คนเดือดร้อนจริง ๆ พอชุมนุมเข้าจริงคนเดือดร้อน เขามีความรู้สึกว่าราคายางพารา ขณะนี้เขาอยู่ไม่ได้ การชุมนุมก็เลยลุกลามบานปลายต่อเนื่อง แต่ท่าทีของรัฐบาลต่อกลุ่ม ผู้ชุมนุมชาวสวนยางพาราที่อําเภอชะอวดคืออะไรครับ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กําลังเข้า ไปปราบปราม เป็นการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐต่อกลุ่มเกษตรกรกลุ่มแรกในประเทศนี้ เดิมทีตั้งใจจะดันออกจากถนน แต่พอดันได้แล้วเพราะชาวบ้านมีกําลังอยู่น้อย ลามเข้าไปจะ ไล่รื้อเต็นท์เขาจนกลายเป็นการปะทะกันเจ็บไปทั้งสองข้าง ไม่มีคําสั่ง ไม่มีคําสั่ง ไม่มีไฟเขียว จากนโยบายเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วแทนที่จะยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้กําลัง ใช้ความรุนแรง มีแต่ถ้อยคําเยาะเย้ยถากถางจากคนในซีกรัฐบาลต่อคนที่มาชุมนุม เพราะความเดือดร้อนในขณะนั้น ถ้อยคําที่ร้ายแรงที่สุด ท่านประธานครับ คือการไปนิยามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเป็นม็อบการเมือง คําพูดนี้คือคําพูดของการสร้างความแตกแยกและแบ่งแยก ประชาชนในประเทศนี้ คําพูดว่า ม็อบการเมือง แปลว่าอะไรครับ นี่ไม่ใช่พวก นี่ไม่ใช่ พรรครัฐบาล ส่งผลว่าพอหัวส่ายหางก็กระดิกตลอด ไม่ว่าตํารวจก็ดี ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายใด ก็ดี รวมกระทั่งการเมืองด้วยก็มีท่าทีที่แข็งกร้าวกับชาวบ้านซึ่งออกมาชุมนุมเพราะท้องเขาหิว เขาเดือดร้อน และเจอกับภาวะข้าวของแพง ราคายางพาราตกต่ํามาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว
การนิยามว่าเป็นม็อบการเมือง ท่านประธานครับ เป็นคํานิยามที่ผมต้องถือว่า ใจดําอํามหิตอย่างยิ่ง ผมเรียนท่านประธานที่เริ่มต้นอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นความอึดอัดคับใจ ของคนในพื้นที่ทั้งหมด วันนี้เขาถึงรู้สึกว่าคนภาคใต้ คนภาคตะวันออก เกษตรกรสวนยางพารา ยางพาราส่งออกมีราคามูลค่าส่งออกสูงกว่าข้าวเสียอีก ทําไมถึงถูกเพิกเฉยจากรัฐบาล ในขณะที่รัฐบาลนี้ดูแลเรื่องชาวนาราคาข้าวซึ่งต้องทํานะครับ ผมไม่ได้คัดค้าน แต่เป็นการดูแล ที่แตกต่างราวฟ้ากับดิน ประเด็นแรกที่ผมหยิบยกขึ้นมาพูดก็คือว่ามาตรการในการแก้ไข ปัญหายางพาราของรัฐบาลนั้นมีลักษณะ ๒ มาตรฐานอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ผมรู้สึกครับ ไม่ใช่แค่ชาวสวนยางพาราเขารู้สึกครับ ไปดูการสํารวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งมีการสํารวจกันครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ประมาณสัก ๑ สัปดาห์ที่แล้ว เขาสํารวจการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลกับการชุมนุมของชาวสวนยางพาราและสวนปาล์ม สํารวจวันที่ ๒๗ สิงหาคม กับวันที่ ๒๘ สิงหาคม ซึ่งเป็นการสํารวจในช่วงที่สถานการณ์ ชุมนุมสวนยางพารากับปาล์มกําลังสุกงอมเต็มที่ ต่อคําถามที่ถามว่ารัฐบาลควรอุดหนุนสินค้า เกษตรอื่น ๆ เช่นเดียวกับการรับจํานําข้าว โดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดโลกหรือไม่ ๘๓.๔๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย รัฐบาลควรสนับสนุนสินค้าเกษตรทุกชนิดให้เท่าเทียมกันและ มากขึ้น และราคาสินค้าเกษตรเกือบทุกชนิดราคาหน้าสวนต่ํามาก ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น มีคนไม่เห็นด้วยเพียง ๑๓.๑๗ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะเรียกร้องบอกต้องจ่าย แม้ว่า ราคาจะสูงกว่าตลาดโลกก็ตาม คนเขาก็เข้าใจ เพราะเวลาถามว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง ที่ทําให้รัฐบาลแสดงท่าทีไม่ทําตามคําเรียกร้องของผู้ชุมนุมชาวสวนยางพารา สวนปาล์ม ๓๔ เปอร์เซ็นต์บอกว่าราคาเรียกร้องสูงกว่าราคาตลาดโลก เขารู้ครับ แต่เขาก็เห็นว่าควรจะจ่าย เพราะรัฐบาลปฏิบัติต่อเกษตรกรกลุ่มอื่นคือเรื่องข้าว แม้ว่าราคาสูงกว่าตลาดโลกก็ยังจ่าย ทําไมชาวสวนยางพาราจึงไม่ให้ แต่ ๒ นี่สิครับ ๓๐.๕๗ ตอบชัดเลยครับ เพราะผู้ชุมนุมอยู่ ภาคใต้ ไม่ใช่ฐานเสียงหลักของพรรครัฐบาล คําตอบนี้แปลว่าประชาชนที่ตอบคําถาม ตอบ โพลล์นี้ก็รู้ครับว่ารัฐบาลนั้นจงใจเลือกปฏิบัติต่อเกษตรกรสวนยางพาราด้วยการเพิกเฉย และยืนแข็งกร้าวไม่ยอมเจรจา ไม่ยอมมีมาตรการตรงตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร สวนยางพาราครับ มี ๒๓ เปอร์เซ็นต์ครับที่ตอบว่ารัฐบาลอาจจะมีงบประมาณไม่เพียงพอ หรือไม่มีงบอุดหนุนในภาคเกษตรแล้ว คําถามสุดท้ายที่ ๓ เขาถามว่าที่คนชุมนุม สวนยางพารา สวนปาล์มในภาคใต้ขณะนี้มารวมตัวกันด้วยเหตุผลใด ๕๑ เปอร์เซ็นต์ครับ เดือดร้อนจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ํา และ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ตอบว่ารัฐบาล เคยรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาให้ แต่ไม่ทําตามคําสัญญา ๒ ข้อนี้ ๗๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธาน มันแปลว่าอะไรครับ แปลว่านิด้าโพลล์ (NIDA Poll) สะท้อนเลยว่ารัฐบาลนี้ เลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน ไม่ให้เขาเพียงเพราะว่าเขาเป็นพี่น้องสวนยางพาราซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ฐานเสียงของรัฐบาล นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมต้องหยิบยกขึ้นมา เพราะผมเห็นว่า ท่าทีต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อเรื่องเกษตรกรสวนยางพารานั้นเป็น ๒ มาตรฐาน อย่างชัดเจนและใช้วิธีแบ่งแยกประชาชนแล้วแก้ไขปัญหา ซึ่งแก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ ปัญหา จะบานปลายมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น จะสะสมจากความคับข้องใจจะกลายเป็นความคับแค้น ไม่แปลกเลยครับที่เราได้ยินแกนนําผู้ชุมนุมคนหนึ่งสะท้อนความรู้สึกจากใจเขานะครับ บอกว่าถ้ากดขี่กันมากเขาก็พร้อมจับอาวุธขึ้นต่อสู้ นี่คือเงื่อนไขแบ่งแยกดินแดนครับ ๓ จังหวัดถึงเกิดปัญหาสภาพนี้ จากอดีตของรัฐบาลซึ่งก็เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดนี้ ทําไมละครับ ทําไมต้องทําอย่างนี้กับคนไทยร่วมชาติด้วย เขาจ่ายภาษีสูงนะครับ มูลค่าส่งออกยางพาราปีหนึ่งเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทําไมต้องปฏิบัติกับเขา ๒ มาตรฐาน ผมทราบมาว่าแนวคิดของรัฐบาลในขณะนี้มีแนวคิดเหมือนกับว่ามีการสั่งการ มาจากคนอยู่เบื้องหลังบางคน บอกถ้าเป็นม็อบยางพารา ม็อบปาล์มที่มาจากภาคใต้ และภาคตะวันออกเป็นส่วนใหญ่อย่าให้ จริงหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น นี่คือเงื่อนไข เติมฟืนเข้าในไฟ เขาก็เป็นคนครับ มีครอบครัว มีลูก มีเมีย เดือดร้อน มีเจ้าหนี้มายืนรอ ทวงเงินทุกวัน ลูกไปโรงเรียน ผมดูการสัมภาษณ์สดคนจากภาคใต้ ทุกคนที่มา ท่านประธานครับ คือความเดือดร้อนทั้งสิ้น แม่บ้านคนหนึ่งบอกว่าลูกไปโรงเรียนวันละ ๑๐๐ บาททุกวัน วันละ ๑๐๐ บาท ทุกวัน ๆ แต่เขาต้องขายขี้ยางพารา ๔ กิโลกรัม ถึงได้ ๑๐๐ บาท ทั้งที่มันเคยกิโลกรัมหนึ่ง ๖๐-๗๐ บาทครับ นี่คือความเดือดร้อนของเขา แต่รัฐบาลเลือกกระทําเป็น ๒ มาตรฐานเมื่อเทียบกับการช่วยเหลือเรื่องข้าว และอย่าพูดเลย ครับว่าที่ช่วยไม่ได้เพราะเก็บสต็อกยางพาราเอาไว้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน อย่างที่ตอบกระทู้ รัฐบาลนี้ซื้อข้าวเก็บไว้ในโกดัง ๑๘ ล้านตันเก็บได้ เก็บยางพารา ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ทําไมจัดการ สต็อกไม่ได้ แล้วมาช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของชาวสวนยางก่อน เว้นแต่คุณมีความ รู้สึกว่าคุณไม่อยากทําให้เขา ถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐบาลนี้นอกจากเลือกปฏิบัติแล้ว อันนี้เป็น การกระทําที่ผมคิดว่าขัดกับทั้งรัฐธรรมนูญและขัดทั้งกฎหมาย ใจดําอํามหิตครับ ๒ มาตรฐานถึงขนาดว่ามีการชุมนุมปิดถนน ก่อนหน้านี้ครับในยุครัฐบาลนี้ไม่ใช่ไม่เคยมีม็อบ เกษตรกรปิดถนนมาก่อน มีครับ กลับไปย้อนความดูได้เลยครับ เยอะแยะไปหมดครับ ครม. ไปประชุมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ม็อบชาวนาปิดถนน มีการสลายการชุมนุมไหมครับ ไม่มีครับ ไปอํานวยความสะดวก ไปดูแล มีการเจรจา ม็อบข้าวโพด ในมือผมนี่ม็อบชาวนาจังหวัด พิจิตรปิดถนน เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ม็อบข้าวโพด จังหวัดเพชรบูรณ์เกิดขึ้นมาแล้ว ม็อบมัน สําปะหลังปิดถนนโชคชัย-เดชอุดม ที่จังหวัดนครราชสีมาทํามาแล้ว ที่จังหวัดศรีสะเกษ ทํามาแล้ว ที่อีสานในหลายที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยปิดมาแล้ว อีกเยอะครับ นี่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ทุกที่ไม่มีการเข้าไปสลายการชุมนุมครับ ไม่มีการใช้กําลังครับ ทําไมจึง เจาะจงใช้กับพี่น้องเกษตรกรที่ปิดถนนเช่นเดียวกับม็อบเกษตรกรอื่นในภาคอื่นซึ่งเป็นพื้นที่ รัฐบาล ทําไมครับ รู้ทั้งรู้ว่าตํารวจที่ถูกคําสั่งให้ไปสลายการชุมนุม ทั้งตัวเอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ก็มีสวนยางด้วยกันทั้งสิ้น หรือพอใจที่เห็นคนภาคใต้ต้องตีกันเอง แล้วก็นั่งหัวเราะกันอยู่ที่กรุงเทพฯ หัวใจมันทํากับอะไรครับ นี่คือปะทุความรู้สึกของคน ในวันที่มีการเจรจา ท่าทีของรัฐบาลนี้ส่ง ใครไปเจรจาครับ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็รู้อยู่ว่าอดีตคือแกนนําเสื้อแดง และมี ทัศนคติที่เลวร้ายต่อพี่น้องทางแถบนั้นอยู่แล้ว จงใจครับ นี่คือ ๒ มาตรฐานในวิธีปฏิบัติทั้งต่อ ม็อบเกษตรกรในภาคอื่น ๆ กับต่อม็อบเกษตรกรที่มาจากภาคตะวันออกและจากภาคใต้ ท่านแบ่งแยกถึงขนาดจะพยายามจะล็อบบี้ (Lobby) แกนนําเกษตรกรภาคเหนือกับ ภาคอีสาน นี่ผมดูตามข่าวนะครับ มีตอบแทนกันด้วยตําแหน่ง แต่พื้นที่ปลูกยางเกือบ ๆ จะ ๒๐ ล้านไร่ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์มาอยู่ในภาคใต้กับภาคตะวันออกครับ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่อื่น ท่านหยิบตรงนั้นมาพูดว่าเกษตรกรส่วนนั้นไม่มีปัญหา เหมือนกับว่าตรงนั้นก็เป็นส่วนใหญ่ด้วย ซึ่งไม่ใช่ พื้นที่เปิดกรีดมันน้อยกว่ากันเยอะ และผมเรียนท่านประธานเลยนะครับ นี่เหลือรัฐมนตรี นั่งฟังอยู่ ๒ คน นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีวี่แววจะมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มี รองนายกรัฐมนตรีไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ไม่อยู่ ทั้งที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็รับผิดชอบเยอะ ที่สําคัญคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ไม่อยู่ ครับ ถนนนี่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง รถไฟที่บ้านตูลอยู่ในการดูแลของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ปิดกันมา ๑๐ กว่าวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปสร้างภาพ นั่งรถเมล์ ไปตรวจเรือคลองแสนแสบ ทําไมไม่จัดการไปพูดจาเจรจาเปิดทางรถไฟให้ชาวบ้าน ได้ใช้ละครับ แต่ปล่อยให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปถกเถียงกันเอง นี่หรือครับวิธีแก้ปัญหาของ รัฐบาลนี้ นี่คือความรู้สึก นี่คือข้อเท็จจริง ที่ผมบอกว่าท่านปฏิบัติเป็น ๒ มาตรฐาน และมี วิธีการจัดการกับเกษตรกรที่มาชุมนุมที่แตกต่างกัน ผมเรียนท่านประธานต่อเลยครับ แนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนี้ต่อเรื่องยางจะมีคนพูดกันอีกเยอะว่ามาตรการ ที่ออกมา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่แบ่งออกมาเป็นให้สถาบันเกษตรกรเอาไปแปรรูปยางพาราที่มี อยู่แล้วเพื่อเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ๕,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ให้กับผู้ประกอบการ ไปเปลี่ยนเครื่องจักรก็ดี หรือล่าสุดเมื่อกี้ที่ขยายให้ปุ๋ยเขาจากคนละ ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท เป็น ๒๕ ไร่ เกษตรกรเขียนป้ายเลยครับ ขอหมูได้หมาครับ เขาขอราคาให้ปุ๋ย แล้วถ้าใครดูการสัมภาษณ์ พี่น้องเกษตรกรที่ชุมนุมจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีนี่ชัดนะครับที่โค-ออป (CO-OP) เขาบอกว่า ให้ปุ๋ยนี่เจ้าของสวนยางพาราได้ แต่คนกรีดยางพาราลูกจ้างกรีดยางไม่ได้ วันนี้คนทั่วประเทศ ก็ไม่เข้าใจหลายที่ว่าระบบกรีดยางพารามันอยู่กันอย่างไร ระบบกรีดยางพาราระหว่าง เจ้าของสวนกับลูกจ้างเป็นระบบแบ่งปันและต่างอาศัยซึ่งกันและกัน มันเป็นความสัมพันธ์ ในระบบอุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน กรีดยางพาราขายได้ ๑ กิโลกรัม เจ้าของเอาไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ ลูกจ้างเอาไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หลายคนเข้าใจว่าลูกจ้างกรีดยางพาราได้มากกว่า ค่าแรงงานขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ซึ่งไม่ใช่ครับ ราคายางพาราดีแฮปปี้ (Happy) ทั้งคู่ แต่ราคายาง ตกก็คอตกทั้งคู่ครับ แต่มีคนเติมฟืนเข้าไปในไฟอีกบอกว่าถ้ารู้ว่าราคายางพาราไม่ดี ทําไม เจ้าของสวนยางพาราจึงไม่กรีดเองทั้งหมดและไปจ้างลูกจ้างทําไม คนพูดเป็นคนปักษ์ใต้ด้วย นะครับ ไอ้นี่เสียชาติเกิด ไม่รู้หรือครับบางสวนนี่กรีดกันเป็น ๑๐ เบอร์นะครับ ลูกจ้างก็แบ่ง จากเจ้าของสวน ให้ปุ๋ยนี่ลูกจ้างไม่ได้สักบาทครับ ลูกจ้างก็มีครอบครัว มีลูกเมีย มีท้องที่หิว มีเจ้าหนี้ที่คอยดูแลเหมือนกัน มาตรการที่เข้าไม่ถึงเหล่านี้ครับที่สะท้อนท่าทีของรัฐบาลว่า ท่านไม่จริงใจ ท่านไม่ตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา ตั้งใจให้มันเป็นประเด็นการเมือง แต่ที่เลวร้าย ที่สุดที่ผมจะพูดก็คือการไปนิยามม็อบว่าเป็นม็อบการเมือง อันนี้ร้ายแรงครับ วิธีการพูด แบบนี้คือการส่งสัญญาณว่าเกษตรกรเหล่านี้เป็นคนละพวกกับรัฐบาล หนักเข้าถึงขั้นมองว่า เป็นศัตรู ไปดูคําพูดของตํารวจในพื้นที่ที่เป็นระดับผู้บัญชาการ คําพูดที่บอกว่าปิดถนนให้ตาย ราคายางพาราก็ไม่ขึ้น นี่ตํารวจในพื้นที่พูดนะครับ คําพูดรองนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าข้าวกินได้ ยางพารากินไม่ได้ ก็สะท้อนทัศนะวิธีคิดของรัฐบาลอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ผมถามท่านประธาน ครับว่า ถ้าท่านประธานเป็นเกษตรกรสวนยางไม่ว่าภาคตะวันออกหรือภาคใต้เจอคําพูดแบบนี้ จะให้คิดอย่างไรครับ พูดดีก็แล้ว ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ผมเรียนท่านประธานเลย ท่านประธาน อยู่กับเราตลอด ฝ่ายค้านสู้เรื่องยางพารามาตั้งแต่ยื่นกระทู้ ยื่นญัตติ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส. กระบี่ประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน นําคณะ ส.ส. จังหวัดที่มียางพาราเอาหนังสือไปยื่นที่ทําเนียบ รัฐบาล ตึกไทยคู่ฟ้า ปิดประตูใส่หน้าครับ ไม่ให้พบนายกรัฐมนตรีทั้งที่นายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ข้างบน วันสลายการชุมนุมสภาพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านวิทยา ประทานโทษเอ่ยนาม ส.ส. นครศรีธรรมราชลุกขึ้นหารือแล้วขอพบนายกรัฐมนตรี ไม่ให้พบครับ แล้วรู้ว่านายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ข้างหลังตรงนี้ ห่างไป ๒๐-๓๐ เมตร ผู้แทนราษฎรบอกจะไปพบ นายกรัฐมนตรีขึ้นรถออก จากสภาผู้แทนราษฎรไป อะไรครับ เพิ่งมาเจอกัน วันหลังผมก็ยอมรับ แต่คําตอบท่านวันนั้น ก็ไม่ตอบอะไรครับ เพียงแต่บอกรับเรื่องไปมีกระบวนการดูแล แล้วอย่างไรครับ วันนี้ทําไม ยังปล่อยให้เกษตรกรจะต้องเรียกร้องต่อสู้ด้วยตัวเขาเอง ผมเรียนท่านประธานว่าคําพูดที่ไป นิยามม็อบว่าเป็นการเมืองมันเป็นการแบ่งแยกประชาชนอย่างชัดเจน พูดครบกันมาตั้งแต่ ในพรรคเพื่อไทย แกนนําเสื้อแดงไปจนกระทั่งถึงตัวนายกรัฐมนตรีเอง รัฐมนตรี และ ข้าราชการของรัฐบาลนี้ ในมือผมเป็นรวบรวมคําพูดทั้งหมดที่ไปนิยามม็อบว่าเป็นม็อบ การเมืองมาตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม หลังการสลายการชุมนุมพี่น้องที่ชะอวดจนมีคนเจ็บ เจ้าหน้าที่เจ็บ เพียง ๑ วันเท่านั้น โฆษกพรรคนี้ครับ คนนี้หนักถึงขนาดโยนใส่ว่ามีคนชื่อย่อ อักษร ส เป็นคนจ่ายเงิน แกนนําเสื้อแดงคนหนึ่งถึงขนาดระบุว่ามี ส ที่เป็นเจ้าพ่อดาวเทียม ก็จ่ายเงินด้วย ซึ่งเขาฟ้องได้นะครับ เพราะถ้าคุณแน่จริงคุณต้องระบุชื่อนามสกุลเขาไปเลย แต่ว่าถ้าพูดชื่อย่อไม่จริงครับ เพราะถ้าแน่จริงระบุชื่อเขา เขาได้ฟ้องครับ แล้วก็ไปพิสูจน์คดีกันในศาล คําพูดที่บอกว่า มีความพยายามแปลงจากปัญหาประชาชนไปเป็นการชุมนุมเพื่อหวังผลทางการเมือง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงม็อบชาวสวนยางพาราในขณะนี้ว่า เป็นม็อบการเมือง นี่รองนายกรัฐมนตรีประชาพูดนะครับ มีการพูดโดยพรรคเพื่อไทย รองโฆษกบอกว่ามีฝ่ายการเมืองฉวยโอกาสเข้าไปผสมโรงปลุกระดม รองโฆษกพรรค พูดเรื่องคนที่ถูกลากมาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง นายกรัฐมนตรีพูดบอกว่าเราไม่อยากเห็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเข้าไปเกี่ยวกับ เรื่องการเมือง ฟังดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไรครับ แต่เป็นการพูดรับลูกกับคนในพรรคแกนนํา เสื้อแดงและข้าราชการระดับสูงที่ออกมาพูดกันก่อนหน้านี้ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็พูดชัดว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์มาอํานวยความสะดวก คือนิยามว่าเป็นม็อบการเมือง เรื่อง ส.ส. ที่ไปดูแลชาวบ้านในม็อบนี้พูดกันมาเยอะนะครับ แต่ผมจะบอกท่านประธาน ท่านประธานเป็น ส.ส. พื้นที่เหมือนพวกเรา ลองไม่ไปสิครับ ก็จะมีคนพูดอีกว่าชาวบ้าน เดือดร้อนเกือบตาย ส.ส. พื้นที่มันไปไหน พอไปก็ถูกกล่าวหาอย่างนี้ครับ แต่เราต้องชัด เพราะนี่คือความเดือดร้อนชาวบ้าน เป็นหน้าที่พวกเราที่ต้องไปดูแล วันนี้ถึงต้องลุกขึ้น ออกมาสู้ทุกวัน จะถูกออกหมายจับ ไม่ถูกออกหมายจับอยู่ทุกวันนี้ครับ บางคนโดนช่อง ๑๑ โจมตีตลอดเวลา เมื่อคืนผมดูข่าวกลางดึก ส.ส. จังหวัดชุมพรคนหนึ่งถูกหยิบยกเอาภาพ มาฉายซ้ําแล้วซ้ําอีก แล้วก็บอกว่านี่หรือคือหน้าที่ จนเขาต้องลุกขึ้นมาชี้แจงในสภา นี่คือ ความพยายามทําม็อบนี้ให้กลายเป็นม็อบการเมืองของตัวรัฐบาลเอง ทําเพื่ออะไร เพื่อบอกว่า นี่ไม่ใช่พวก นี่ไม่ใช่พรรครัฐบาล ส่งสัญญาณว่าไม่ต้องแก้หรือเปล่า ผู้บัญชาการตํารวจภูธร จังหวัดนครศรีธรรมราช อันนี้หนักสุดครับ ให้สัมภาษณ์ว่าการชุมนุมของม็อบชาวสวน ยางพารามีการเมืองบงการอยู่เบื้องหลัง นี่ชัดมาก ตนกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรู้ถึง ความพยายามของฝ่ายการเมืองมาหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาทําไม่สําเร็จ อันนี้คือกล่าวหาเลยนะครับ ยศพลตํารวจตรีครับ เลยเปลี่ยนแผน อันนี้ใส่ร้ายนะครับ ระดมชายฉกรรจ์ที่ติดยาเสพติด เข้าร่วมกับชาวสวนยางพารา โดยพยายามสร้างความวุ่นวาย พอเห็นเจ้าหน้าที่ไม่ตอบโต้ เลยขว้างก้อนหินใส่ตํารวจจนทําให้เหตุการณ์บานปลาย ผมเห็นสัมภาษณ์นี้ใจหายเลย นะครับ คําพูดที่อ้างว่าชาวบ้านที่ออกมาเป็นชายฉกรรจ์ติดยาเสพติด เคยถูกรัฐบาล ยุคพรรคไทยรักไทยกล่าวหาที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าล้วนแล้วแต่เป็นวัยรุ่นติดยาเสพติดทั้งสิ้น แล้วบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ไม่จบ เป็นเงื่อนไขแบ่งแยกดินแดนจนถึงปัจจุบันครับ ทั้งหมดนี้ชาวบ้านพูดสักคําไหมครับ ไม่เลยครับ เขาบอกทุกครั้งเลยว่าเขามาเรียกร้องเพราะ ความเดือดร้อน เขาอยากเจรจากับรัฐบาล เขาอยากเห็นมาตรการแก้ปัญหา เขาอยากได้ ราคาแค่นั้น ทําไมไปอํามหิตกับเขาอย่างนี้ละครับ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ลงไป ก็ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ บอกว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ชุมนุมไม่ใช่เกษตรกร ขณะที่มีการโพกผ้าสีเหลือง เป็นการจัดตั้งมา จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนักการเมืองหรือ ส.ส. พรรคหนึ่งอยู่เบื้องหลังกลุ่ม ดังกล่าวหรือไม่ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ลูกหลานเกษตรกรชาวสวนยางไม่ว่าเกิดที่ไหน ในประเทศเติบโตมามีนมกิน มีข้าวกิน ได้เรียนหนังสือ มันคุณค่าน้ํายางพาราทั้งนั้น มันหยาดเหงื่อแรงงานพ่อแม่ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนยางพาราทั้งนั้น ไม่มีใครลืมกําพืดตัวเอง หรือทรยศต่อคุณค่าที่ยางพาราให้กับเขาหรอกครับ แต่วันนี้ถูกฝ่ายการเมืองหยิบยกขึ้นมาแล้ว ไปนิยามเขาบอกว่าเป็นม็อบการเมือง แล้วใช้ความรุนแรงไปจัดการกับเขา ใช้ความแข็งกร้าว วันนี้ถึงชัดครับ เรียกร้องไปเท่าไรก็ยืนไม่ให้ ราคาไม่ให้ เสมือนกับคิดว่าถ้าเดือดร้อน พวกคุณเดือดร้อนกันเอง จัดการกันเอง รัฐบาลจะอยู่อย่างนี้ จะเอากันอย่างนี้หรือครับ ประเทศไทย นี่เป็นคําถามใหญ่ที่เกิดขึ้น หนักที่สุดในปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ ตํารวจครับ ล่าสุดออกมาขู่ว่าถ้าไปปิดสนามบินตรงนั้นตรงนี้โทษถึงขั้นประหารชีวิต นี่เป็นครั้งแรกครับ ที่รัฐบาลนี้แสดงเจตนาชัดเจนต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ชุมนุม ไม่ว่าภาคตะวันออก หรือภาคใต้ว่าท่านจงใจที่จะใช้มาตรการแข็งกร้าว และใจร้ายมากนะครับ เมื่อวานไปเอา พี่น้องชะอวดที่เป็นแกนนํามาเจรจา ๑๕ คน แล้วมาเพราะเกรงใจ เพราะมีการใช้เครือข่าย ความรู้จักส่วนตัวของบางคนไปขอร้องให้เขาขึ้นมาเพื่อปะทะปะทังว่ารัฐบาลเจรจาแล้ว เอาเขาขึ้นเครื่องบิน ขากลับไปนั่งรถตู้นะครับ อันนี้โหดมาก ชาวบ้านพูดตัดไมโครโพน แล้วก็มาบอกกับใคร ๆ ว่าเจรจาแล้วชาวบ้านไม่ยอมรับเอง นี่คือโหดร้ายใจดําอํามหิตที่สุด วันนี้ผมยังมองไม่เห็นทางออกเลยนะครับ พี่น้องที่มาชุมนุมบางส่วนความรู้สึกสะสมรุนแรง มากขึ้นทุกวัน ท่านรอเวลาจะปราบปรามเขาหรือครับ กะจะกดขี่ จะกดหัวเขาหรือครับ หรือจะต้องให้เป็นเหมือนรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่บอกว่าวันนี้ไม่มีอารมณ์จะให้ ไว้เขา เห็นความดีของเราเมื่อไร ความหมายคือเลือกพรรคเขาเมื่อไรแล้วค่อยให้ อย่างนั้นหรือครับ ผมพูดญัตติเรื่องนี้ยอมรับว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วมีอารมณ์ความรู้สึกเจือปนอยู่ด้วย เพราะผม ทนไม่ได้ครับที่เห็นความอยุติธรรมของรัฐบาลนี้ที่กระทํากับคนไทยในประเทศนี้ซึ่งเป็นคน ในประเทศเดียวกัน รัฐบาลอื่นในโลกไม่เคยทํานะครับ ที่ทําคือรัฐบาลเผด็จการครับ รัฐบาล ประเทศไทยที่ผ่านมาหลายยุคไม่เคยมีการเลือกปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ จนกระทั่งรัฐบาล ชุดหนึ่งของพรรคไทยรักไทยที่บอกว่าจะพัฒนาให้เฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน อย่างนั้นใช่ไหมครับ ผมพูดมาจนกระทั่งถึงเวลานี้ไม่มีวี่แววนะครับที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะมารับฟังอะไร แล้วพูดทําไมละครับว่ามีอะไรไปพูดกันในสภา มาพูดในสภา ต่อสู้ก็เอา ตํารวจลากเขาออกไป มาพูดก็ไม่มีคนมาฟัง เอากันอย่างนั้นหรือครับ จะจุดไฟกันใช่ไหมครับ จะเติมฟืนกันใช่ไหมครับ อยากเห็นการต่อสู้หรือครับ ผมถามเท่านี้ครับ แล้วอยากฟังคําตอบ ด้วยนะครับ
ประท้วง เรื่องอะไรครับท่านสัมภาษณ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมต้องขออภัยครับที่ผมไม่อยากจะไปขวางเวลาท่าน ที่กําลังอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ผมขอประท้วงท่านในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านกล่าวพาดพิง เสียดสีทําให้บุคคลอื่นเสียหาย กรณีท่านบอกว่าทางรัฐบาลให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพารา และท่านกล่าวว่ารองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงและทัศนคติที่เลวร้ายต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งคําพูดนั้นคือผมตีความว่า เป็นกรณีของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่ไปเจรจา แล้วผลการเจรจาท่านก็บอกว่า ขอหมูได้หมา ตรงนี้ละครับที่ผมขอประท้วงผู้อภิปราย เพราะอะไรครับ เพราะผมจะบอกว่านายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ไม่ได้มีทัศนคติที่เลวร้ายต่อพี่น้องประชาชน เพราะนายสุภรณ์นั้นไปเรียนจบจาก โรงเรียนสุราษฎร์ธานี เพื่อนร่วมรุ่นกับนายวัชระ เพชรทอง นั่นคือกรณีหนึ่ง และผมเองก็มี ญาติพี่น้องที่ปลูกยางอยู่ในภาคใต้ และแม้กระทั่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในจังหวัด นครราชสีมา ผู้สนับสนุนผมให้มาเป็นผู้แทนวันนี้ก็เป็นผู้ประกอบอาชีพที่ปลูกยางพารา เช่นกัน ฉะนั้นแล้วพวกกระผมไม่มีทัศนคติที่เลวร้ายต่อพี่น้องที่มีอาชีพปลูกยางพารา และโดยเฉพาะท่านบอกว่ารัฐบาลนั้นไปเจรจาแล้วขอหมูได้หมา ผมบอกว่าไม่ใช่ครับ ที่ขอแล้วได้หมาคือกรณีของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
ถอนเสียดี ๆ
ขอไม่กล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ ขอกล่าวถึงรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมากรณีของม็อบมันสําปะหลัง
คืออย่างนี้ ท่านสัมภาษณ์ ท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงได้เฉพาะประเด็นที่เสียหาย ท่านใช้สิทธิอภิปราย ไม่ได้ ถ้าไปพูดถึงเรื่องเก่าเดี๋ยวก็จะมีเรื่อง เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรอยากให้แก้ปัญหา เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบ ตอนนี้ท่านวราเทพก็ขอกลับไปประชุมเรื่องยางพารา เราต้องแก้ไข ด้วยกัน ไม่เอาเรื่องเก่า ผมไม่อนุญาตครับ เพราะฉะนั้นพอแล้วครับ นั่งลง ผมไม่อนุญาต ท่านแล้ว ไม่ได้ครับ ท่านสาทิตย์เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ นะครับ ผมคงต้องชี้แจงนะครับ ความจริงแล้วก็ไม่อยากประท้วงก่อนว่าผู้ที่เสียหายควรจะต้องเป็น บุคคลนั้นนะครับ เพราะถ้าเป็นบุคคลภายนอกท่านไปชี้แจงแทนเขาไม่ได้ แต่ก็เข้าใจบังเอิญว่า อาจจะเป็นพี่น้องกัน ผมเรียนว่าผมพูดตามข้อเท็จจริง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ลงไป เจรจากันมีลักษณะของการที่ไปเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก อันนี้ข่าวเสนอและพี่น้อง ประชาชนเป็นคนออกมาพูดเอง มีการจัดมวลชนจัดตั้งไปพูดคุยกันแล้วเสี้ยมให้ชาวบ้าน เกิดความแตกแยกกัน อย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นทัศนคติที่เป็นลบแล้วจะเรียกว่าอย่างไร นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือว่าคําพูดที่รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีท่านนี้พูด ที่ผมยกขึ้นมานั้นเป็นคําพูดที่แสดงทัศนคติต่อผู้ชุมนุมซึ่งมาเพราะความเดือดร้อนในลักษณะ ของการใส่ร้าย คนมีทัศนคติที่ไม่ดีไม่ทําอย่างนี้หรอกครับ แล้วที่บอกว่าจะเรียนจบจากที่ไหน อย่าว่าแต่ไปเรียนจบเลยครับ คนเกิดทางใต้บางคนก็ยังทรยศลืมกําพืด
พอแล้วครับ พูดอย่างนั้นไม่ได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี สําหรับประเทศไทยเรานั้นก็คือเป็นประเทศ เกษตรกรรม คนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถือว่าเป็นการเกษตร อาชีพส่วนใหญ่ที่เราถกเถียงกันอยู่ทุกวันนี้ การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ํานั้นมันไม่ได้ แก้ที่ต้นเหตุ มันแก้ที่ปลายเหตุ ถ้าจะให้ดีนั้นก็อยากจะฝากประเด็นในแนวการแก้ไขในเรื่องของ สินค้าราคาตกต่ําโดยเฉพาะด้านการเกษตร คือปัญหาจริง ๆ นั้นคือประเทศไทยเราแปลก ครับท่าน ไม่มีข้อมูลด้านการเกษตรที่ชัดเจน แม้ขนาดจังหวัดเดียวกันกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กับกระทรวงมหาดไทยราคาสินค้ายังไม่เหมือนกันเลย พื้นที่ทํานาทําไร่ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นวิธีแก้ต้องรู้ขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวนี้เรามี สภาเกษตรกรระดับตําบล หมู่บ้าน และระดับจังหวัด และระดับประเทศ ก็ใช้สภาเกษตรกร ตําบลนี้หาข้อมูลด้านการเกษตรแต่ละหมู่บ้าน ว่าแต่ละหมู่บ้านนั้นมีประชากรทําการเกษตร กี่ราย ทํานาเท่าไร ปลูกพืชเท่าไร เลี้ยงสัตว์เท่าไร เหลือไว้กินเท่าไร เหลือไว้ขายเท่าไร ใช้บุคลากรที่เราเลือกตั้งมาจากสภาเกษตรกรระดับหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์ นั่นละครับคือจะ ได้ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลสํามะโนเกษตรกรที่ชัดเจน อันนี้คือสิ่งที่เราจะรู้ เมื่อเรารู้ข้อมูลที่ ชัดเจนระดับหมู่บ้านทุกหมู่บ้านในประเทศไทยนี้แล้วเราก็มาประชุมในระดับสภาเกษตร ประจําตําบล ตําบลเขาจะรู้ว่าปัญหาประชาชนคืออะไร สินค้าเกษตรที่ไหนเขาผลิตได้มาก คือสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวเลขในเรื่องของระดับจังหวัดและระดับประเทศ เมื่อมีข้อมูล ระดับประเทศแล้วว่าในประเทศไทยเรานั้นผลิตอะไรได้บ้าง อะไรเหลือไว้กินเท่าไร เหลือไว้ ขายเท่าไร ตรงนี้ละครับเราสามารถที่จะทําการเกษตรล่วงหน้าได้ การผลิตการเกษตรนั้น ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราผลิตนําการตลาด ตามปกติแล้วถ้าหากจะแก้จริง ๆ การตลาดต้อง นําการผลิต เมื่อเรารู้ข้อมูลแล้วว่าประเทศไทยผลิตอะไรได้เท่าไร กระทรวงที่เกี่ยวข้องนั้น ควรจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ ท่านอยู่ต่างประเทศนั้นท่านต้องไปหาข้อมูลว่าแต่ละ ประเทศที่ท่านอยู่เขาขาดอะไรในสินค้าเกษตรนะครับ แล้วก็มาทําการประชุมกันในระดับ รัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลแล้วว่าประเทศแต่ละประเทศนั้นขาดอะไรบ้าง ต้องการ อะไรบ้าง เราก็เอาข้อมูลนั้นละครับมาวางกัน มาทํายุทธศาสตร์ในการผลิตสินค้าเกษตรให้ เหมาะสม เมื่อมีข้อมูลเสร็จแล้วว่าแต่ละประเทศนั้นต้องการอะไร เท่าไรก็ทํา โดยเฉพาะให้ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นผู้ผลิต กระทรวงพาณิชย์ก็เป็นผู้ขาย กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้กําหนดกรอบว่าแต่ละประเทศ นั้นต้องการสินค้าชนิดไหน เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วครับเราก็สามารถที่จะแพลนนิง (Planning) หรือทํายุทธศาสตร์ระดับประเทศได้ นั่นคือสิ่งที่อยากจะให้เกิดขึ้นในการแก้ปัญหา ระยะยาว สิ่งสําคัญที่สุดเมื่อรู้แล้วนะครับก็จะกําหนดราคาสินค้าได้เลยว่า ประเทศเรานั้นตรงไหนผลิต ข้าว ตรงไหนผลิตมันสําปะหลัง ตรงไหนผลิตอ้อยเพื่อที่จะป้อนตลาดที่มีความจําเป็นในระดับ แต่ละประเทศที่เราจะส่งออก อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราสามารถจะกําหนดราคาสินค้าได้เลยว่า ข้าวกิโลกรัมละเท่าไร มันสําปะหลังเท่าไร อ้อยเท่าไร เพราะเรามีโควตาแต่ละประเทศว่าเรา จะส่งให้เขาแต่ละประเทศนั้นเท่าไร นั่นคือสิ่งหนึ่งที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะยาว อันนี้ คืออยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง นี่คือสิ่งสําคัญที่ต้อง แก้ปัญหาทั้งระยะยาว ไม่ต้องมาทะเลาะกันครับว่าสินค้าเกษตรตัวนั้นตกต่ํา ตัวนี้ตกต่ํา เรามาทํายุทธศาสตร์ตรงนี้ อันนั้นคือสิ่งที่สําคัญ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราก็มาทําจัดโซนนิง (Zoning) ในระดับประเทศว่าพื้นดินชนิดไหน จังหวัดไหน มีดินชนิดไหน ดินโคราช ดินพิมาย เป็นอย่างไร ปุ๋ยต้องการอย่างไร ก็มาทํายุทธศาสตร์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะยาว ในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญที่สุดคือการขึ้นทะเบียน เดี๋ยวนี้เกษตรกรขึ้นทะเบียน ไม่ได้ก็มีเพราะไม่มีใบสําคัญทางการเกษตร คือไม่มี ภบท. ๕ หรือ น.ส. ๓ หรือโฉนด ก็เป็น ปัญหาหนึ่งในการแก้ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่สําคัญก็ขึ้นทะเบียนทุกคนว่าใครจะปลูกข้าวเท่าไร ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด มันสําปะหลังเท่าไร อ้อยเท่าไร ยางพาราเท่าไร ขึ้นทะเบียนให้ชัดเจนครับ ผลผลิตก็จะออกมา และเมื่อรู้ผลผลิตอย่างนี้แล้วก็จะเป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะแก้ปัญหา แล้วสิ่งสําคัญที่สุดในการแก้ปัญหาของประเทศในขณะนี้ก็คือเรื่องภัยพิบัติ ต่าง ๆ มันก็จะเชื่อมโยง มันต้องมีการประกันภัยพืชผล โดยรัฐออกครึ่งหนึ่ง เกษตรกรออกครึ่งหนึ่ง ถ้าหากว่าปลูกแล้ว ประกันภัยไปแล้วมันไม่เสียหาย บริษัทที่รับซื้อประกันก็เอาไป เหมือนกับ ประกันรถยนต์นะครับ ถ้ามันเกิดภัยพิบัติทางบริษัทก็ต้องรับผิดชอบ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ การแก้ปัญหา ลดรายจ่ายของประเทศ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องช่วยกันแก้ในระยะ ยาว แต่มาพูดถึงเรื่องยางพารา ยางพาราบ้านผมก็เยอะครับ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ชาวบ้านเขาก็รับผิดชอบ เขาก็ดูแล เหมือนกับรัฐบาลพรรคนี้ ยุคนี้ก็ดูแล เหมือนกับทุกพรรค ทุกคนทั้งประเทศทั่วถึงกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะภาคไหน ๆ นั้นรัฐบาลก็ดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะ เป็นยางพาราของผมก็ยังไม่ดูแล แต่ว่าต้นทุนการผลิตยางจริง ๆ ครับ ไร่หนึ่งตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๗ ปี ต้นทุนประมาณ ๒๓,๗๐๐ บาท ถ้าหากว่า ๗ ปีกรีด ต้นทุนยางพาราจะประมาณ ๖๗ บาท บวกอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๗๓ บาท นี่คือราคาต้นทุนจริง ๆ แต่หลังปีที่ ๘ ไปแล้ว ปีที่ ๙ ไปแล้ว ต้นทุนการผลิตก็จะลดลง ๔๖ บาท ๔๗ บาท หลังจากนั้นก็อยู่ได้ นี่คือ ข้อเท็จจริงของข้อมูลที่เราทํากันอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องราคายางพารานั้นก็เป็นปัญหาที่ เกษตรกรสะสมมา เคยได้มาก พอราคาตกต่ํามามันก็มีปัญหาขึ้น เพราะฉะนั้นวิธีแก้ก็ต้องจด ทะเบียนทุกคน แล้วก็หาแนวทางในการที่จะทําอย่างไร ทางโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา ที่ค้างสต็อกอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ทําอย่างไรจะให้สลายหมดไป เราก็ต้องทําอุตสาหกรรม เราจะผลิตยางรถยนต์ ทํายางรถยนต์ของประเทศไทยได้ไหม รับเบอร์ ไทยแลนด์ (Rubber Thailand) หรืออะไรก็ได้ ไม่ต้องไปขายต่างประเทศ ประเทศไทยเราผลิตยางได้ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ตัน แต่เราใช้ในประเทศเพียง๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันขายต่างประเทศ เดี๋ยวนี้ ทั่วโลกปลูกยางพารามากครับ ไม่ว่าจะประเทศจีน ไม่ว่าจะประเทศเวียดนาม ไม่ว่าจะ ประเทศลาว แล้วแอฟริกาปลูกเป็นล้านไร่ แล้วเราจะไปขายให้ใครครับเมื่อเขาไม่ซื้อ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องไปคิดในการหาแนวทางการแก้ไข ก็คือตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้เราใช้ยางมะตอยในการทําถนนหนทาง เราใช้ตรงนี้เถอะครับในการ ที่จะแก้ปัญหา ในการที่จะทําให้ยางพารานั้นราคาดีขึ้น โดยเอายางพาราไปทําถนน หรือพาราเคพซีล (Para Cape Seal) ซึ่งจะทําให้เป็นการลดรายจ่ายแล้วก็เพิ่มรายได้ให้กับ เกษตรกรได้เป็นอย่างดี นี่คือการแก้ปัญหาในการที่จะให้สินค้าเกษตรทุกตัวนั้นเป็นไปอย่างที่ ผมกราบเรียน สิ่งสําคัญที่สุดนั้นก็คือเรื่องของรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหน ๆ ก็ตามต้องการ อยากเห็นความสงบสุข ต้องการเห็นความมั่นคงของประเทศ ถ้าประชาชนนั้นมีความทุกข์ยาก รัฐบาลก็คงจะอยู่ไม่ได้ ถ้าหากว่ารัฐบาลนั้นมีประชาชนอยู่ดีกินดี อันนั้นก็คือความสุข ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากฝากท่านประธานในการแก้ปัญหาทั้งช่วงระยะสั้น ระยะยาว ผมก็คงเพียงแต่เสนอแนะในการที่จะให้เกษตรกรนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็ต้องใช้ข้อมูล เป็นหลักในการที่จะพัฒนาประเทศต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ผู้เสนอญัตติให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ํา ซึ่งผมถือว่าเป็นญัตติที่มีความสําคัญ เป็นพิเศษ เพราะเป็นญัตติแรกของสภานี้ภายใต้รัฐบาลนี้ เป็นญัตติที่เรียกร้องตรงกับ ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงในบ้านในเมืองในขณะนี้ และเป็นญัตติแรกที่ประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้ทําหนังสือขอเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกร้องว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความจริงใจที่จะ รับฟังข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งรับฟังด้วยตัวเอง แต่ก็น่าเสียดายก็มีรัฐมนตรีช่วยว่าการซึ่งไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงมานั่งอยู่ ก็ไม่เป็นอะไรครับ ผมอยากเรียนเรียกร้องกับท่านประธานก็แล้วกันว่ายุคนี้เป็นยุคที่ ท่านประธานใช้ตํารวจสภาอุ้ม ส.ส. ออกนอกสภา ผมอยากให้ท่านประธานสภาได้อุ้ม ส.ส. ยิ่งลักษณ์มาในสภาบ้างครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติในเรื่องนี้มีความสําคัญ เพราะว่าเป็นญัตติ ที่จะต้องนําไปสู่การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของบ้านของเมือง คือมีความสําคัญ ๒ ประเด็น ใหญ่ ๆ คือ
ประเด็นแรกเป็นญัตติที่ต้องแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ําโดยเร่งด่วน ญัตตินี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการชุมนุมเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้ง ๕๖ จังหวัด หลายจังหวัดยังไม่ออกมาครับ รอดูท่าทีอยู่ แต่มีหลายจังหวัดที่ในขณะนี้ ก็มีการเคลื่อนไหว มีการเรียกร้อง ซึ่งผมจะเรียงลําดับให้ท่านประธานได้แลเห็นว่า มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง และที่สําคัญไปมากกว่านั้นก็คือว่า เพียงแต่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้มานั่งฟังและตอบญัตติในวันนี้ อาจจะไม่จําเป็นต้องตั้งกรรมาธิการหรอกครับ ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตามข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนคงจะเบาบางไป แต่ว่าก็น่าอดสูใจครับ ท่านประธานคงได้ยินที่ท่าน ส.ส. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้อภิปรายไปในสภาแล้วว่าปัญหานี้ ที่ยังแก้ไขไม่ได้จนถึงวันนี้เพราะกรอบความคิดของรัฐบาลนี้มองปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องการเมือง ผมจึงไม่ย้ําในประเด็นนั้นอีกครับ ทั้ง ๆ ที่รู้แก่ใจเอง ดีว่าท่านเข้ามาเป็นรัฐบาลตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ จนถึงวันนี้ครบรอบ ๒ ปีของท่าน พอดีเลยครับ คือวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ ๒ ปีพอดี ๒ ปีพอดีที่สะท้อนความเป็นจริง ที่ท่านสาธิตพูดว่าท่านมองปัญหานี้เป็นเรื่องการเมือง พื้นที่ใดเลือกท่าน ท่านจะให้ งบประมาณสําหรับพื้นที่นั้น พอพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ระดับรองนายกรัฐมนตรี ระดับโฆษกรัฐบาล ก็ออกมาพูดทางสื่อมวลชน ใส่ร้าย ตอกย้ํา ว่าผู้ชุมนุมมีผู้หนุนหลังทางการเมือง ผู้ชุมนุมที่เป็นนักอุดมการณ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่ากลุ่มลูกขวานลอยลมเป็นเด็กที่สํามะเลเทเมา ติดยาเสพติด ท่านมองในกรอบอคติอย่างนี้ละครับจึงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ราคายางพาราตกต่ําได้ แต่ประเด็นเหล่านี้ผมจะไม่พูดถึงครับเพราะผมถือว่ามันเป็นเรื่อง เล็กน้อยเกินไป ผมเตรียมมาที่จะพูดผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังนายกรัฐมนตรี และผู้มีอํานาจอย่างแท้จริงวันนี้ เพราะผมเรียกร้องเรื่องนี้มาตามลําดับ และผมคิดว่า ผมเป็นคนแรก ๆ ที่ได้ส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลในนามพรรคฝ่ายค้านให้เข้ามาดูแล ปัญหาเรื่องราคายางพาราตกต่ํา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ท่านประธานครับ ผมอยากทบทวนไปนิดเดียวนะครับเพื่อให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ติดตาม ได้เห็นภาพว่าเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้แถลงนโยบาย หลังจากนั้น เริ่มมีการส่งสัญญาณว่าราคายางพาราจะตกต่ํา เพราะในขณะนั้นช่วงเปลี่ยนรัฐบาล ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๔๐ บาท ผมมีตัวเลขอยู่ในมือครับ ๑๔๐ บาทครับ และต่อมาเมื่อถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พวกผมก็ได้เรียกร้องกับรัฐบาลว่าราคายางพารา เริ่มมีแนวโน้มตกต่ําลงมาจากกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท นี่ครบ ๖ เดือนพอดี ท่านไม่เคยประชุม คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ท่านประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ผ่านมา ๖ เดือน ท่านประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ แล้วก็มีมติเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ตอนนั้นราคายางพาราลดต่ําลง มาเหลือกิโลกรัม ๑๐๐ บาท มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ บอกว่า ให้ดําเนินการโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา เรียกว่าโครงการพัฒนา สถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา โดยให้ดําเนินการเพื่อให้ สถาบันเกษตรกรหรือองค์การสวนยางสามารถเพิ่มมูลค่ายางพาราผ่านการแปรรูปและเก็บ รักษาไว้ในโกดังของสถาบันเกษตรกร โดยอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากธนาคารเกษตร และ ธ.ก.ส. ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้องค์การสวนยางดําเนินการ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้สถาบันเกษตรกร ดําเนินการ ๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งปรับระดับราคายางพาราให้อยู่ที่ประมาณ ๑๒๐ บาท ต่อกิโลกรัม นี่ครับมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็ไปมีมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติว่า การที่จะดําเนินการเพื่อยกระดับราคายางพาราให้เป็นไปตามราคาเป้าหมายนํากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาทนั้นทําอย่างไรครับ ท่านก็ไปว่า แต่ท่านประธานครับ ผมท้วงติงในสภาเองว่า มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม จนถึงเดือนกรกฎาคม ผมท้วงติงในสภาผู้แทนราษฎรเองว่า ในขณะนี้องค์การสวนยางยังไม่ได้ดําเนินการนะ สถาบันเกษตรกรยังไม่ดําเนินการ ผมพูด ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในขณะนั้นคงจําได้ เหตุที่ไม่ดําเนินการ เพราะในมติ คณะรัฐมนตรีในคราวนั้นไม่ได้มีมติให้ชดเชยการขาดทุน ผ่านมาอีก ๖ เดือนเห็นไหมครับ ท่านประธาน ผ่านมาอีก ๖ เดือนจนถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ครับท่านประธาน ๑ ปี พอดี ท่านจึงมีมติคณะรัฐมนตรีให้ชดเชยการขาดทุนในกรณีการดําเนินการตามโครงการ พัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราถ้าหากประสบ ภาวะการขาดทุน หลังจากนั้นจึงได้ดําเนินการโครงการแทรกแซง พูดให้สั้นขึ้นมา โดยมีราคาเป้าหมายนําที่กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท รัฐบาลเป็นคนกําหนดเองครับ มาพูด ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบไปพูดในหลายที่แบบนี้ แม้วันหลังท่านจะมาตอบครั้งสุดท้ายว่าท่านไม่พูดเพราะท่านเข้ามาช่วงนี้พอดี อันนี้ผมก็ ยอมรับว่ามติ กนย. ออกก่อนที่ท่านจะเข้ามา แต่ท่านพูด ๑๒๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม หลังจากนั้นท่านก็ไปจัดวิธีการในโครงการแทรกแซง ไม่เหมือนกับโครงการที่เราเคยทํามาคือ ท่านให้มีการตั้งวิสาหกิจชุมชน แทนที่จะให้สถาบันเกษตรกรเป็นคนซื้อ ท่านไปตั้งวิสาหกิจ ชุมชนจึงเกิดการหมุนเวียนยางจากสต็อก ยางจากพ่อค้ากลับมาหมุนเวียนเพื่อขาย ในโครงการแทรกแซง โครงการแทรกแซงของท่านจึงล้มเหลว นอกจากล้มเหลวแล้ว วันนี้ยัง มียางในโครงการแทรกแซงอยู่ในสต็อกยาง ๒๐๘,๐๐๐ ตัน อยู่ในโกดังและกําลังจะเป็น สต็อกยางพาราเน่าเหมือนกับข้าวเน่า นี่ ๑ ปีที่ผ่านมาคือความล้มเหลว หลังจากนั้น ท่านก็หยุดโครงการแทรกแซงครับ เปลี่ยนรัฐมนตรีมาเป็นอีกท่านหนึ่ง แล้วก็มาตอบในสภาแห่งนี้ ละครับ ผมจําได้ครับ เพราะผมเป็นคนถามเองว่าท่านจะทําอย่างไรให้ราคายางพาราดีขึ้น ท่านจะทําอย่างไรในการแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศผู้ผลิตหลัก ท่านจะทําอย่างไร ในการที่จะส่งเสริมให้พ่อค้าได้มีการแข่งขันโดยเสรี ท่านจะทําอย่างไรในการบริหารสต็อก ยางพาราให้มีประสิทธิภาพ แต่ท่านกลับตอบว่าราคายางในสมัยรัฐบาลนี้สูงกว่ารัฐบาลสมัย ท่านชวน หลีกภัย คนก็หัวเราะกันทั่วประเทศครับ สมัยท่านชวน หลีกภัย ทําราคายางจาก กิโลกรัมละ ๑๓ บาท ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ ๔๐ บาท จากโครงการแทรกแซงที่ผมได้เรียน ในสภานี้ไปแล้วท่านประธาน ท่านไปตอบได้อย่างไร ผมไม่อยากอธิบายซ้ํา เพราะท่าน ถูกปรับออกไปแล้ว และยังมีหน้ามาตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้นก็มีการชุมนุมประท้วงของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่รัตภูมิ ท่าน จําได้ไหมครับ แล้วก็โดนยิงตายไปท่านหนึ่ง ท่านก็เพิกเฉย ไม่ได้รับการดูแล มีการชุมนุม ประท้วงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่โค-ออปนี่ละครับ หลังจากนั้นอีกก็มีการชุมนุมประท้วง ที่สี่แยกหนองดี ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพครับ ราคายางก็ลดต่ําลงไป เรื่อย ๆ ราคายางก็ลดต่ําลงจนในท้ายที่สุดผมเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อสถานการณ์ ยางพาราประสบปัญหาตกต่ําลง เที่ยวนี้ท่านก็อ้างเรื่องตลาดโลกแล้วครับ และอ้างว่ามี ปัญหาต่าง ๆ และในท้ายที่สุดที่เป็นจุดวิกฤติก็คือว่าพรรคแกนนํารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง มอบหมายการแก้ไขปัญหาราคายางพาราไปให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นคนมาดูแลในเรื่องราคายางพารา ท่านเข้ามาท่านก็พูดทันทีว่า ท่านจะแก้ไขปัญหาราคายางต้องเคลียร์ (Clear) สต็อกยาง ๒๐๘,๐๐๐ ตันนี้ให้หมดไป แค่ท่านพูดแค่นี้ครับ จากกิโลกรัมละ ๗๔ บาท ลดลงมาทันทีเหลือ ๖๘ บาท เพราะกลุ่ม พ่อค้าตกใจว่ารัฐบาลจะทุ่มตลาดเทยางอยู่ในสต็อกออกไปขาย ประกอบกับการที่ไม่มี แนวทางที่ชัดเจนว่าจะดําเนินการโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราอย่างไร ท่านประธานคงจําได้ครับ หลังจากนั้นเป็นครั้งแรกที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราครับ เขาได้รวมตัวกันเป็นเครือข่าย เกษตรกรชาวสวนยางพารา แล้วก็เรียกร้อง มีการประชุมกันผ่านมาครบมติ ครม. ครั้งแรกพอดี คือวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ คณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้มีมติขอให้รัฐบาลให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นมาตรการเร่งด่วนดังต่อไปนี้ ราคายางแผ่นรมควันคุณภาพชั้น ๓ กิโลกรัมละ ๑๐๑ บาท เขารู้แล้วว่า ๑๒๐ บาทที่ท่านคุยเอาไว้มันเป็นไปไม่ได้ มันล้มเหลวแล้วโครงการที่ผ่านมา เพราะไปแทรกแซงแล้วไม่ถึงมือเกษตรกร ไปบริหารจัดการสต็อกล้มเหลว มีการเผายางในโกดัง ไม่มีกระบวนการในการตรวจสอบและไม่มีการดําเนินการในการที่จะ สร้างจิตวิทยาการตลาดได้เลย กลุ่มเกษตรกรเขาไปศึกษาฐานข้อมูลเขาก็เรียกร้องว่าเท่านั้น เขาขอราคายางแผ่นรมควันคุณภาพชั้น ๓ ราคา ๑๐๑ บาท ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ ชั้น ๓ ราคา ๙๒ บาท ราคาน้ํายางสด ๘๑ บาท ราคายางก้อนถ้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๓ บาท และขอให้รัฐบาลบริหารจัดการยางพาราในสต็อกที่เกิดจากโครงการแทรกแซง ของท่าน ๒๐๐,๐๐๐ ตันที่มีอยู่โดยเร็วที่สุด นี่ครับท่านประธานมีการเคลื่อนไหว เป็นการ ส่งสัญญาณชัดเจน หลังจากนั้น ๗ วันเขาก็ไปยื่นหนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กระบวนการเป็นมาอย่างนี้ รัฐบาลจะไปมองว่าเป็นการเมืองได้อย่างไรละครับ ถ้ารัฐบาลไม่มี กรอบความคิดเดิมที่แบ่งแยกประชาชนแล้วปกครอง มันเป็นไปไม่ได้เลย ท่านเห็นไหมครับ มาจนถึงจุดวิกฤติที่จะเรียกร้องมันมีความเป็นมาว่าเกษตรกรเขาเดือดร้อนจริง ๆ เขาจึง ออกมาชุมนุมเรียกร้องเป็นระยะ เป็นระยะ เป็นระยะ ผมเสียดายครับที่มีนักการเมืองบางคน ออกไปแถลงข่าวเจื้อยแจ้วอยู่ตรงนี้ครับ เหมือนดูถูกพี่น้องคนใต้ เหมือนดูถูกพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพาราที่ออกมาชุมนุมว่าโดนชี้นําในทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมเล่นการเมือง มาเกือบ ๓๐ ปีครับ ไม่มีทางครับที่เราจะชี้นําทางการเมือง ไม่มีทางครับที่เราจะไปหลอก ประชาชนได้ แต่นักการเมืองหลายคนคิดว่าอาจจะหลอกประชาชนได้ อาจจะใช้จิตวิทยา ใช้สื่อมวลชน ใช้เครือข่ายในการจัดตั้งและไปหลอกประชาชนได้ จําไว้เถอะครับ สิ่งเหล่านี้จะ สะท้อนให้เห็นในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และถ้าท่านยังมองในกรอบเดิม ไม่เปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ในการไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน วาทกรรมที่ท่าน เคยสร้างไว้ในเรื่อง ๒ มาตรฐานจะย้อนกลับไปสู่ท่านแน่นอน นี่ผมตอกย้ําอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ เห็นว่ากระบวนการในการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน เกษตรกรที่เดือดร้อนไม่ได้มาจาก ฐานการเมือง แต่มาจากการเรียกร้องเป็นระยะ เป็นระยะ เป็นระยะ
ประการที่ ๒ เป็นประการสําคัญที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมพูดโดยหลักฐาน และมีเหตุผลครับว่า หลังจากมีมติคณะกรรมการนโยบายยางพาราวันนี้แล้วทําไมพี่น้อง กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราจึงไม่ยอมรับมติ นี่เป็นประเด็นสําคัญครับ ปัจจัยแรก ผมคิดว่า มติคณะรัฐมนตรีและมติ กนย. และกระบวนการในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลคิดอยู่ บนพื้นฐานกรอบทางการเมือง ประการที่ ๒ เพราะรัฐบาลนี้มองเห็นว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องเป็นเรื่องของคนภาคใต้ ประการที่ ๓ ท่านเห็นว่า การดําเนินการในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราเป็นเรื่องของการที่ไม่สามารถดําเนินการ ต่อรองกับราคาตลาดโลกได้ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ท่านประธานฟังครับ
ท่านประธานครับ เมื่อมีการเรียกร้องเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพารา เริ่มต้นท่านสาทิตย์ได้พูดไปแล้ว ผมเองด้วยซ้ําไป ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เราได้ยื่นญัตติ ต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านร่วมกัน ผมเคยพูดในคณะกรรมมาธิการเองว่าผมไม่อยากเห็น พี่น้องประชาชนชุมนุมเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องของเครือข่าย เกษตรกรเถอะ และถ้ารัฐบาลไปคิดกลไกที่มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าจะเป็นจิตวิทยาเริ่มต้น ที่ทําให้ราคายางเพิ่มขึ้น และผมยังกราบเรียนต่อรัฐมนตรีว่าจริง ๆ ในขณะนี้มีปัจจัยทางบวก ในเรื่องราคายางพาราด้วย ปัจจัยแรกคือการซื้อขายในตลาดยางพาราล่วงหน้า เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ วันนี้เขาบอกผมว่าไป ๘๐ กว่าบาทแล้ว
ประการที่ ๒ ค่าเงินบาทอ่อนตัว ๕-๘ เปอร์เซ็นต์ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วก็ทําให้ ราคายางพาราสูงขึ้น
ประการที่ ๓ สหรัฐอเมริกาเปิดคิวอี (QE) ก็เป็นปัจจัยในทางบวก และผม เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรก็เป็นปัจจัยในทางบวกที่ทําให้ผู้ส่งออก และประเทศผู้ซื้อมีความเป็นห่วงว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ถ้าเพียงแต่รัฐบาล ส่งสัญญาณในทางบวกจะเกิดผลทางจิตวิทยาทันที แต่ท่านไม่รับฟังครับ พาเข้า คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ท่านก็ไม่รับฟัง ผมเพิ่งมารู้ความจริงว่าทําไมท่านไม่รับฟัง เพราะผมได้ยินจากปากท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านออกมาพูดว่าราคายางไม่สามารถที่จะไป กําหนดราคาเองได้เพราะประเทศไทยไม่มีอํานาจในการต่อรองในตลาดโลก ท่านประธาน ผมไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีพูดคํานี้เลย พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านผมหัวเราะ กันครับ เพราะเขารู้ว่ายางพารานั้นประเทศไทยผลิตได้เป็นจํานวนมากที่สุดในโลก และเราผลิตยางพาราแผ่นรมควันด้วย เราจึงมีอํานาจในการต่อรอง ในช่วงรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย มีปัญหาเรื่องราคายางพาราเรายกเลิกอินโร (INRO) ครับ อินโรก็คือ องค์กรร่วมกันระหว่างประเทศผู้ผลิตและกับประเทศผู้ซื้อ รัฐบาลขณะนั้นประกาศยกเลิก อินโร แสดงว่าเรามีอํานาจในการต่อรอง และเรามาดําเนินการร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตหลัก ราคายางพาราจึงขยับขึ้นมาตลอด ตลาดโลกเห็นว่ารัฐบาลขณะนั้นเอาจริง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขณะนั้นเดินทางไปขายยางพาราต่างประเทศ แต่ขณะนี้ นอกจากรัฐบาลไม่เอาจริง ล้มเหลวแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังปล่อยไก่คําโตในตลาดการซื้อ ขายยางพารา เท่านั้นยังไม่พอครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอกย้ํา สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด บอกว่ากลไกราคายางพารานั้นขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดโลก เพราะฉะนั้นเราต้องมาศึกษาราคาต้นทุนว่าราคายางพาราของเราอยู่ที่ต้นทุนเท่าไร แล้วก็เถียงกันไปพักใหญ่เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ๖๔.๑๙ บวก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่าไร ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีประเทศผู้ขายไหนหรอกครับ ที่เขาจะแบไต๋ไปบอกตลาดโลกว่าของตนเอง มีต้นทุนเท่าไร และเมื่อรู้ว่ามีต้นทุนเท่าไรแล้วควรจะขายแค่นั้น มันไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เลยครับ ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องมีรัฐบาล ไม่ต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่มีรัฐบาลเพราะต้องการให้ไปจัดกลไก จัดยุทธศาสตร์เพื่อที่จะนําราคายางพารา ให้มีจิตวิทยาการตลาด ขยับราคายางพาราในตลาดโลกให้สูงขึ้น เชื่อว่าประเทศไทย มีมาตรการหลายมาตรการต้องเป็นอย่างนี้ แต่นี่ไปบอกเขาเลยว่าเราไม่สามารถดําเนินการได้ พี่น้องเกษตรกรเขาจึงตามทันรัฐบาลว่าในช่วง ๒ ปี ปีแรกไม่ได้ดําเนินการเลย ปีที่ ๒ เริ่มดําเนินการ โครงการแทรกแซงล้มเหลว มาปลายปีนี้รัฐบาลก็หยุดการแทรกแซงและไม่มีกลไกใดเลย นี่ครับจึงเป็นที่มาประการแรกที่เขาต้องชุมนุมเรียกร้อง ท่านประธานครับ ชุมนุมเรียกร้อง วันที่ ๒๓ สิงหาคม อันนี้ผมเอาช่วงวิกฤติเลยครับ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ช่วงวิกฤติ ท่านยังเพิกเฉย ไม่เหลียวแล ยังมองว่าเป็นทางการเมือง ยังเลือกปฏิบัติทั้งวิธีการแก้ปัญหา ราคายางพาราและทั้งการไปจัดการกับม็อบมันจึงบานปลาย ถ้ายังคิดแบบนี้ ท่านประธานครับ บานปลาย ดอกยางพาราจะบานทั่วประเทศ แถมมิหนําซ้ํายังให้คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี มีตําแหน่งประจําสํานักนายกรัฐมนตรีไปแจ้งความกล่าวหาพวกผมว่าไปยุยงปลุกปั่น ให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคง ๖ คนที่กองปราบ มันเป็นอย่างนี้คนเลยมองว่าอย่างนี้ คิดได้อย่างไรครับ ผมยังกลับมาบอกอีกเพราะผมไม่ได้วิตกกังวลกับการไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษและไม่กลัวอยู่แล้ว และมีหลายคนบอกว่าอย่าไปพูดว่าหนุนหลัง อย่าไปพูดว่า อยู่ข้างหลัง ผมกราบเรียนท่านประธานตรงไปตรงมาเลยครับ ไม่รู้หนุนหลังหรืออยู่ข้างหน้า หรืออยู่ตรงไหนละครับ แต่ผมสนับสนุนข้อเรียกร้องของเกษตรกรอย่างถึงที่สุด เพราะ ข้อเรียกร้องที่เขาเรียกร้องมานี้อยู่บนพื้นฐานข้อมูล อยู่ในสถานการณ์ทางการตลาดของ ตลาดโลก และอยู่ในหลักความเป็นจริงที่รัฐบาลต้องลงมาสนับสนุนเพื่อให้มีการชี้นําการตลาด ทําไมผมพูดอย่างนี้ครับ วันที่ ๒๓ สิงหาคม จนถึงวันที่ ๕ กันยายน วันนี้ ๑๓ วัน ๑๓ วัน รัฐบาลทําอะไร ภายใต้ความเดือดร้อน ภายใต้ที่รัฐมนตรีบางคนที่บอกว่ามาจากไพร่ เคยต่อสู้ด้วยความยากลําบากบนเวที ผมเข้าใจเราต่างคนต่างก็เป็นนักต่อสู้กันเหมือนกัน แต่วันนี้ไฉนเลยเมื่อท่านเป็นอํามาตย์แล้ว ท่านจึงไม่ใยดี ๑๓ วันที่เลวร้าย วันที่ ๒๓ ชุมนุม วันที่ ๒๖ ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเรียนไปแล้วว่าให้ผู้มีอํานาจที่แท้จริง ลงไปแก้ปัญหาเถอะ พี่น้องเกษตรกรพร้อมที่จะคุย แต่ไม่ละครับ ให้คนที่ไม่มีอํานาจที่แท้จริง ให้คนที่มีตัวตนที่เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ และรังแต่สร้างความขัดแย้ง เพราะต้นทุนความเชื่อถือต่ํา บานปลายเลยครับ ปิดรถไฟ เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานครับ มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาวันที่ ๒๖ ครับท่านประธาน มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา วันที่ ๒๖ ครม. ไฟเขียว รับจํานําข้าววงเงิน ๒.๗ แสนล้านบาท นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การรับจํานําข้าวในโครงการ รับจํานําข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ โดยใช้วงเงินงบประมาณที่ ๒.๗ แสนล้านบาท แต่ข้อเรียกร้องของเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่กําลังเดือดร้อนอยู่ ไม่เห็นเงาแม้แต่ รัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีว่าการ รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ท่านก็มาจากการ ชุมนุมนี่ครับ ทําไมท่านลงไปพื้นที่ชุมนุมไม่ได้ ส่งคนที่ไม่มีตัวตนที่แท้จริง แทนที่จะลงไป ที่ชุมนุม โน่นไปอยู่ที่ อบต. พอมีข่าวว่ากลุ่มชุมนุมไม่ยอมรับ วิ่งมาแถลงข่าวที่อําเภอทุ่งสง นั่นช้านิดเดียววิ่งมาแถลงข่าวที่กรุงเทพมหานครเลยนะครับ ไม่รู้ใครไปให้ข้อมูล ไม่ได้นะ อย่างโน้น อย่างนี้ ความจริงเขาพร้อมที่จะรอรับเงื่อนไขในการเจรจา ไม่มีใครอยาก นอนกลางดินกินกลางทราย นี่ครับมันตอกย้ําอย่างนี้ ท่านประธาน ฟังดี ๆ ครับ ผ่านไปครับ สัปดาห์ต่อมาเมื่อท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่สามารถแทรกแซงได้เพราะกลไกตลาดโลก เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าคณะรัฐมนตรีได้นําข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรอง ในการดําเนินการร่วมกับสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์เพื่อลงทุนดําเนินการจัดสร้าง หรือจัดหาโรงงานเพื่อแปรรูปวัตถุดิบยางพาราให้มีมูลค่าสูงขึ้นในกรอบวงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้ ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพหลัก ให้ผู้ประกอบการโรงงานที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องจักร มีกําหนดกรอบวงเงิน ๑.๕ หมื่นล้านบาทที่ธนาคารออมสินพิจารณาดําเนินการในอัตราดอกเบี้ย ผ่อนปรนในการทําผลผลิตให้สูงขึ้น และให้ดําเนินการสนับสนุนช่วยเกษตรกรรายย่อยที่มี การลงทะเบียนทั้งหมด ๙๐๐,๐๐๐ ราย จํานวนไม่เกิน ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท นี่ละครับ ที่คุณสาทิตย์บอกว่าในม็อบเขาเขียนป้ายว่าเขาขอหมูไปให้หมา เขาขอข้าวที่กําลังจะ กรอกหม้อ ไปให้อิฐ ให้ทราย ให้ปูน ผมแปลกใจ ผมตาม ผมลุ้นว่าคนกําลังเดือดร้อน ประท้วง รัฐมนตรีควรจะหยิบยกมติ หยิบยกข้อเรียกร้องของผู้เดือดร้อนมาพิจารณากัน ใน ครม. ผมเคยนั่งใน ครม. ท่านประธาน เวลามีเรื่องเดือดร้อนเร่งด่วนเขาจะเสนอมาเป็น วาระจรเข้ามาสู่คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน น้ําท่วม ไฟไหม้ เรื่องประท้วงก็จะมาพิจารณากัน แต่ว่ารัฐบาลนี้นําข้อเสนอของรัฐบาลเองมาพิจารณาในคณะรัฐมนตรี ไม่รับพิจารณา ข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่เดือดร้อนเลย น่าเจ็บใจไหมครับนี่ กลับเรียกร้องในเรื่องนี้ และมีข่าวไปแล้วว่าเขาไม่เห็นด้วย มีผู้นําเกษตรกรคนหนึ่งบอก โอ้โห รัฐบาลนี้ดูถูกพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ เลย มีมติคณะรัฐมนตรี ดูแล้วยิ่งใหญ่ครับ แต่ให้ชดเชย ค่าใช้จ่ายเป็นปุ๋ย ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท เขาบอกว่า โอ้โห นี่หรือช่วย ให้ปุ๋ยไม่ถึงกระสอบ เพราะปุ๋ยชนิดดีที่เกษตรกรใช้กระสอบ ๑,๔๐๐ กว่าบาทท่านประธาน นี่ให้แค่ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท แล้วมอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงไปเจรจา เอาอีกแล้วครับ รัฐมนตรี โอ้โห ภาคภูมิใจนักหนาว่ามาจากการต่อสู้เพื่อชนชั้น เขาบอกไม่ต้องโผล่หน้า หรอกครับ โผล่หัวไปหน่อยก็ยังดีครับท่านประธาน ผมเลยเรียกร้องเลย บอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปแสดงความจริงใจ เชิญแกนนํามาชุมนุมว่ารัฐบาลจะทํา อย่างนี้ ๆ ให้ราคามันขึ้นไปอย่างนี้ ๆ พูดตามภาษามวลชนคือต้องทอดบันไดลงไปเพื่อให้ มวลชนได้มีที่ยืน แต่วันนี้กับพี่น้องมวลชนเกษตรกรผู้เดือดร้อนชาวสวนยางกลับได้ยินเสียง กระแนะกระแหนซ้ําเติม น่าเสียใจครับ แถมมีมติ ครม. เป็นเช่นนี้ครับ แล้วผมบอกว่าเจรจา อย่างไรละครับ อย่างนี้เท่ากับว่าให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพาเรื่องนี้ไปให้แกนนําเพื่อ ทราบ ไม่ใช่เจรจา ถ้าเจรจาจะต้องมีเงื่อนไขในการต่อรองกัน จึงมีการชุมนุมกันที่โค-ออป สุราษฎร์ธานีโดยเครือข่ายแกนนําชาวสวนยาง ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ขณะนี้ ก็ยังอยู่เป็นหมื่นคนครับท่านประธานครับ และพร้อมที่จะฟังมติในวันนี้ แล้วเขาจะ กําหนดการเคลื่อนไหวต่อไปครับ ถ้ารัฐบาลแล้งน้ําใจ โหดเหี้ยม เลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน นี่คือจุดสําคัญที่ผมคิดว่าพี่น้องกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางเขาก็จําเป็นที่ต้องกําหนดท่าทีต่อไป เอาเถอะ ถ้าท่านดูถูกความเดือดร้อนของประชาชน ดูถูกพลังศรัทธาของประชาชน ท่านจะเจอกับพี่น้องประชาชนเอง และนักการเมืองที่หยิบฉวยผลประโยชน์จากหน้า ประวัติศาสตร์ทางการเมือง จากการชุมนุมและประท้วงของประชาชนที่เคยพูดว่าจะต้องไม่กลับบ้าน มือเปล่า ท่านจะต้องได้รับบทเรียนนี้ ท่านประธานครับ นี่ผมเรียกร้องด้วยความจริงใจครับ ผมคุยกับผู้อํานวยการองค์การสวนยาง ผมคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห้องกรรมาธิการ บอกท่านลงไปเถอะ ไปพูดคุยกันและหาหนทางที่เป็นไปได้ แต่ปฏิเสธ ปฏิเสธไม่พอ มติคณะรัฐมนตรีทั้ง ๒ ครั้งนี้ออกมาปฏิเสธ ที่น่าเสียใจคือมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวานซืนนี้วันที่ ๓ นี้ นี่มีการชุมนุมใหญ่แล้วครับวันที่ ๓ ก็มีการเรียกร้องว่าขอให้มี การทบทวน ปรากฏว่าท่านไม่มีการทบทวนครับ ไม่มีการทบทวนยังไม่พอ ท่านคิดว่าให้ แกนนําชุมนุมขึ้นเครื่องบินมา ได้นั่งเครื่องบินแล้วคงสบายใจ เดี๋ยวกลับไปคงสลายการชุมนุม เสียดายครับ ท่านใช้วิธีการเดียวกันกับท่านนัดแกนนํามาประชุมที่ทําเนียบเหมือนสัปดาห์ ก่อน อันนี้ก็เหมือนกัน เพียงแต่ท่านเปลี่ยนเป็นโรงแรมเซ็นทาราที่ศูนย์ราชการ แต่ท่านก็พก ข้อยุติหรือใบสั่งของท่านไว้แล้วว่าต้องดําเนินการอย่างนี้ แกนนําชุมนุมเขาก็บอกว่า ถ้าเป็น อย่างนี้ให้ปุ๋ยไม่ถึงกระสอบเขาก็รับไม่ได้ ก็กลับไปครับ ก็ไปแจ้งผู้ชุมนุม พี่น้องประชาชน ก็บอกว่า เมื่อเขามีความเดือดร้อนและเขาได้ศึกษาฐานข้อมูลไว้แล้ว ผมให้ความเป็นธรรมนะครับ วันนี้เกษตรกรไม่ได้เรียกร้องเอาตามลําพังใจเลยครับ เขาเรียกร้องอยู่บนฐานข้อมูลว่ามีปัจจัยทางด้านบวก ถ้ารัฐบาลได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้เป็น การชี้นําการตลาด สร้างจิตวิทยาการตลาดในการซื้อขายราคายางพาราล่วงหน้าที่สิงคโปร์ ตลาดโตคอม (TOCOM) เมื่อสักครู่พรรคพวกผมส่งราคาตลาดมาให้ผมดูนี่ครับ วันนี้ก็ยังเป็น ปัจจัยทางบวกอยู่เพราะการชุมนุมประท้วงเป็นปัจจัยทางบวกครับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐบาล อย่าไปมองในแง่ร้ายเลยครับ นี่พรรคพวกที่เขาอยู่ในวงการเขาก็ส่งข้อมูลมาให้ผมชัดเจนว่า วันนี้ตลาดโลกก็มีแนวโน้มที่จะขยับราคา เพราะเขาก็ไม่ชัดเจน แต่เขาก็คิดแบบประเทศ ประชาธิปไตยทั่วไปท่านประธานครับว่ารัฐบาลจะต้องเอาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร ถ้าเอาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรก็จะเกิดมีสต็อกยางพารา มีการแทรกแซงหรือจะทํา อย่างไรก็แล้วแต่วิธีการของท่าน ประกันราคา จํานํา แบบข้าวทุกกิโลกรัมก็ได้แล้วแต่ท่าน เขาคิดอย่างนี้ เขาคิดว่ารัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยต้องยอมรับข้อเรียกร้องของเกษตรกร เขาเลยเคลื่อนตัวในตลาดโลกครับ นี่รายงานมาที่ผมจากตลาดโตคอม ตลาดไซคอม (SICOM) เขาบอกเขาเตรียมรองรับมาตรการในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เพราะฉะนั้น แนวโน้มของตลาดโลก ราคาก็จะสูงขึ้น เพียงแต่ท่านทํากระบวนการหรือกลไกให้เห็นชัดเจน ว่าท่านพร้อมที่จะรับข้อเสนอ ข้อเรียกร้องของเกษตรกรและมาบริหารจัดการในโครงการให้ มีประสิทธิภาพ และบางครั้งท่านอาจจะไม่ขาดทุนก็ได้นะครับ เคยมีตัวอย่างมาแล้ว พอราคา ยางพาราขึ้นก็เอายางในสต็อกมาขายก็ไม่ขาดทุน ก็มีมาแล้ว แต่วันนี้ท่านเมินเฉยเรื่องนี้ หลังสุดนี้ครับท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่มเกษตรกรผู้เดือดร้อนทั้ง ๕๖ จังหวัด เขาติดตาม ที่แกนนําเครือข่ายมาประชุม แล้วก็ประชุมเสร็จแล้ววันนี้คณะกรรมการนโยบายยาง ธรรมชาติรับมาว่าจะรับข้อเสนอมาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กนย. นี่ไม่เกรงใจประธาน ผมจะฉีกมติ กนย. เลยนี่ครับ มติ กนย. เช้านี้ปรากฏว่าเอาข้อเสนอของรัฐบาลมาพิจารณา อีกครับ ไม่สนใจใยดีที่จะเอาข้อเสนอของเกษตรกรมาพิจารณาเลย และท่านเอาเขาขึ้น เครื่องบินมาและให้กลับรถตู้ทําไมละครับ อุตส่าห์ทําถึงขั้นนั้น เอาข้อเสนอเขามาพิจารณา หน่อยได้ไหมว่ามันมีความเป็นไปได้ไหม ปรากฏว่าคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ยอมลงใต้เลย คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง แปลกใจ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการ กนย. ประชุมหารือร่วมกันใช้เวลาหารือนาน ๓ ชั่วโมง พิจารณาข้อเสนอ ของตัวเอง นาน ๓ ชั่วโมง พิจารณาข้อเสนอของตัวเอง ปรากฏว่าที่เสนอให้รัฐบาลชดเชย ส่วนต่างราคาหรือประกันราคายางพาราที่กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท รวมถึงให้ยกเลิก ขอโทษครับ ข้อเสนอให้มีการประกันราคายางพารา ๑๐๐ บาท ไม่สามารถดําเนินการได้ แต่อนุมัติให้มีการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อปัจจัยการผลิตที่ ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ จาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่ อันอื่นเหมือนเดิม และที่น่าเสียใจครับ ท่านยังมีหน้ามีตามาแถลงได้อย่างไรว่า พร้อมที่จะนําข้อเสนอดังกล่าวนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมเรียกร้องให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางการคมนาคมเพราะส่งผลกระทบต่อการส่งขน การท่องเที่ยว การเดินทางของประชาชน แปลว่าอะไร แปลว่าอะไรครับ แปลว่ามติ กนย. บอกว่าข้อเสนอของเครือข่ายเกษตรกรวันนี้ไม่ได้รับ การพิจารณา เราจะพิจารณาข้อเสนอของเราและให้เพียงแต่ขยายจํานวนไร่จาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่เท่านั้น พวกคุณเลิกการชุมนุม ท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่มเกษตรกรเหมือนกับ โดนตบหน้าเลย เขาจึงขึ้นป้ายครับว่าขอหมูให้หมา ขอข้าวกรอกหม้อไปให้อิฐให้ทราย ไปให้ตั้งโรงงาน ไปให้ผู้ประกอบการ แล้วเมื่อไรจะได้ตั้งโรงงาน เมื่อไรจะได้ผลิตละครับ อันนั้นแก้ปัญหาระยะยาวแก้ไป ถ้าพวกคุณจริงใจกับพี่น้องกลุ่มเกษตรกรและเชื่อว่าอันนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นรายได้ของเกษตรกรเท่านั้น แต่เป็นรายได้ของรัฐบาล เป็นรายได้ของชาติ ด้วย เพราะถ้าขายยางพาราได้ราคาที่ดีขึ้นประเทศชาติก็จะได้รายได้ที่ดีขึ้น แต่ถ้าวันนี้ ท่านคิดว่าท่านต้องทําตามคําสั่ง ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่อยู่ในความสนใจของท่าน ความเดือดร้อนของประชาชนก็ขอให้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนไป ท่านคิดว่าเรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญ เรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เรื่องที่จะเอาเงินกู้ให้คนไทยเป็นหนี้ ทั่วประเทศ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นเป็นประโยชน์สูงสุดของท่าน ท่านก็เอาไปครับ วันนี้ ผมเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งครับว่าให้รัฐบาลนี้รับเอาข้อเสนอของพี่น้องเกษตรกรกลับมาทบทวน โดยเร็ว และผมคาดหวังว่ามติคณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้าจะเป็นมติคณะรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขข้อเรียกร้องและมาปรับปรุงวิธีการ ประสิทธิภาพหรือกระบวนการปรับปรุง ได้ครับ แต่ขอให้เอาข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรมาดําเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติ เจ็บใจ อีกครับ ครม. ยืนยันตามเดิมแล้วไม่พอ นี่ครับยังสะท้อนการเลือกปฏิบัติอีกครับ เมื่อวานนี้ มีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาลปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ อย่างเร่งด่วนภายในกรอบวงเงิน งบประมาณไม่เกิน ๑,๙๐๗ ล้านบาท ตบหน้าเข้าไปอีกครับ พี่น้องเกษตรกรข้าวโพด ผมเห็นใจ เพราะวันนี้ท่านบอกว่าให้แทรกแซงความชื้น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๙ บาท นั่นละตอน สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ ๙ บาท และเขาเรียกร้องมาที่พวกผม ท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ไปพบ วันนี้ท่านเพิ่งมาตื่นตัว เขาชุมนุมแล้ว แต่ท่านให้ พวกผมก็ดีใจครับ พี่น้องเกษตรกร ชาวข้าวโพดได้ดีใจ พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ดีใจ แต่ท่านตอกย้ําโดยมติครม. ๓ รอบในช่วง ๑๓ วัน โดยการเลือกปฏิบัติและถ้ามติ ครม. ในวันอังคารหน้าท่านไม่รีบในการที่จะ ดําเนินการ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศไม่มีทางเลือกครับ เขามีทางคิดได้ อย่างเดียวว่ารัฐบาลนี้ ๒ มาตรฐาน เลือกปฏิบัติ เป็นอํามาตย์ลืมตีน ขอบคุณครับ
เดี๋ยว ผู้ประท้วงก่อน เชิญท่านก่อแก้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองถูกพาดพิงจากผู้อภิปราย ๒ ท่านก่อนหน้านี้นะครับ พอดีผมเองก็ได้ลงชื่อขออภิปราย ไว้ด้วย กราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเกิดผมขอใช้สิทธิอภิปรายเลยเพื่อเป็นการชี้แจง ในส่วนที่ถูกพาดจริงจะได้หรือไม่นะครับ มิฉะนั้นแล้วถ้าต้องรอคิว ไม่ทราบวันนี้จะได้ อภิปรายหรือไม่ ถ้าได้อย่างนั้นจะดีกว่าท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมนิดหนึ่ง เดี๋ยวจะให้ชี้แจง ขอปรึกษาที่ประชุม นิดหนึ่งว่ารายชื่อที่ท่านประสงค์จะขออภิปรายเหลืออยู่ฝั่งละ ๙ ท่านนะครับ ฝั่งรัฐบาล ๑๐ ท่าน ๑. ผมอยากจะขอปรึกษาที่ประชุมว่าเราน่าจะอภิปรายโดยกําหนดเวลาให้ แต่ละท่าน เพราะว่าท่านสมาชิกท่านอื่นท่านก็รอนะครับเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ปรึกษาทางท่านจุรินทร์นิดหนึ่งว่าเราเอาสักถึงกี่โมงน่าจะปิดการอภิปรายได้ เพราะเราจะได้บริหารเวลาของพวกเราได้นะครับ หรือจะเอาอย่างไรครับ เอาสักหกโมงเย็น ได้ไหมครับ ไหวไหม เชิญท่านจุรินทร์ ผมจะขอกําหนดให้ท่านผู้อภิปรายท่านละ ๑๐ นาที แล้วก็สักหกโมงเย็นน่าจะปิดการอภิปรายได้ไหม นะครับ แล้วก็จะให้ท่านเจ้าของญัตติได้ สรุปญัตติอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ทางรัฐบาลเขาจะรับไปเพื่อที่จะได้ไปปรึกษาหารือกัน ดีไหมครับ เชิญท่านจุรินทร์ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานหารือก็ดีแล้วครับ ผมกําลังคุยกับ ท่านประธานวิปรัฐบาลอยู่ ทีนี้เรื่องกําหนดเวลาถ้าถือคร่าว ๆ คงไม่ถึงกับเคร่งครัดนัก บางท่านอาจจะพูดสั้น บางท่านอาจจะขอเวลาเป็นพิเศษหน่อย สมมุติว่าประมาณท่านละ สัก ๑๕ นาที บวกลบก็จะเป็นประโยชน์ครับ แล้วก็จะช่วยให้มีความยืดหยุ่นนะครับ ส่วนบางท่านถ้าจะใช้เกินไปกว่านั้นด้วยความจําเป็นท่านประธานก็ใช้ดุลยพินิจ หรือบางท่าน ท่านอาจจะใช้แค่ ๑๐ นาทีก็มีครับพวกผม แต่ว่าถือว่า ๑๕ นาทีบวกลบไปก่อน
ประการที่ ๒ เรื่องเวลา ผมคิดว่าวันนี้ดูแนวโน้มแล้วคงจะไม่สามารถยุติ ญัตตินี้ได้เพราะเหตุว่าพวกกระผมก็มีอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าท่านที่เข้าชื่อแจ้งความจํานง มาที่วิป ทีนี้ถ้า ๓๐ กว่าท่าน วันนี้ผมคิดว่าไม่จบ ทีนี้ถ้าไม่จบผมคิดว่าถ้าจะไปต่อ สัปดาห์หน้าก็ไม่น่าจะเสียหาย แล้วก็สภาพปัญหาความเดือดร้อนเรื่องราคาพืชผลการเกษตร ตกต่ํา ค่าครองชีพสูงก็ยังดํารงอยู่ รัฐบาลถ้าตั้งใจจะรับฟังปัญหาจริง ๆ ก็สามารถที่จะรับฟัง ปัญหาไปอีกสัปดาห์หนึ่งก็ได้ ไม่จําเป็นว่าจะต้องรอให้พวกเราในสภาทําหนังสือเป็นทางการ ไปถึงรัฐบาล เพราะท่านสามารถส่งผู้แทนรัฐบาลมานั่งฟังหรือท่านนายกรัฐมนตรีจะมา ด้วยตัวเองก็ได้อยู่แล้วนะครับ ถ้าไม่จบวันนี้ก็ไปต่อสัปดาห์หน้า แล้ววันนี้ถ้าท่านประธาน เห็นสมควรอาจจะสักทุ่มหนึ่งก็ได้ครับ ก็ไปต่อสัปดาห์หน้าพวกกระผมก็ไม่ขัดข้อง ขอบคุณครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ผมจะให้ท่านละ ๑๐ นาทีไปก่อนนะครับ แล้วก็จะดูบรรยากาศแล้วก็ ไม่จบไม่เป็นไร สัปดาห์หน้าค่อยต่อกันอีกทีก็ได้ คือลําดับต่อไปจะเป็นท่านประสิทธิ์ ท่านจะให้ท่านก่อแก้วก่อนใช่ไหมครับ เชิญท่านประสิทธิ์ก่อนครับ ท่านจะให้ท่านก่อแก้ว ก่อนไหม หรือพอท่านจะพูดผมจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ คิวจะเป็นอย่างนี้นะครับ ฝั่งนี้จะเป็นท่านประสิทธิ์ ท่านชูวิทย์ ท่านธนิก แล้วก็ฝั่งฝ่ายค้านจะเป็นท่านประมวล ท่านเทพไท ท่านอภิชาต อย่างนี้ แต่ผมจะให้สลับกันนะครับ ฉะนั้นเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบก่อนครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ได้กรุณาหยิบยกเอาประเด็นสําคัญ แล้วก็เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนขณะนี้มาปรึกษาหารือกันในสภา แม้ว่าวันนี้ผมจะ ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบกิจการด้านยางพาราโดยตรงแล้ว แต่ผมขอกราบเรียนในนามตัวแทน ของรัฐบาลนะครับว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้หลบลี้หนีหน้าหรือเพิกเฉยต่อปัญหาสถานการณ์ ราคายางพาราในสภาวันนี้แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าขณะนี้นะครับในช่วงเวลาตอนบ่ายมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น รองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ตลอดจนส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ เข้าประชุมเพื่อหารือให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาหาทางออก หาข้อสรุปของปัญหา กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวสวนยางพาราในพื้นที่ ภาคใต้ที่กําลังมีการชุมนุมกันอยู่ แล้วในบ่ายวันนี้ครับก็จะมีการแถลงข่าวความคืบหน้า รายละเอียดหรือรูปแบบการดําเนินการต่าง ๆ ผมนั่งทําหน้าที่ในการรับฟังคําอภิปรายของ เพื่อนสมาชิก จึงยังไม่สามารถรายงานความคืบหน้าล่าสุดของการประชุมชุดนั้นว่าเสร็จสิ้น เรียบร้อยหรือยัง แถลงข่าวหรือไม่ ผลสรุปเป็นประการใด แต่เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกก็คงจะได้ รับทราบทางสื่อสารมวลชนต่อไป ดังนั้นไม่ใช่ว่ารัฐบาลนําโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไม่สนใจ มารับฟัง ไม่สนใจในการร่วมมือกันแก้ปัญหา เรื่องนี้ผมขอยืนยันไว้เป็นประการต้น
ประการต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รวบรวมเอาข้อมูล สถานการณ์ราคายางพารา ตลอดจนมาตรการความช่วยเหลือที่รัฐบาลยื่นเป็นข้อเสนอ แล้วก็ มาตรการข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวสวนยางที่มีมายังรัฐบาล อยากจะอธิบายขยายความ ต่อเพื่อนสมาชิก ต่อพี่น้องประชาชน และต่อสื่อมวลชนในโอกาสนี้ด้วยโดยเวลากระชับ ท่านประธานครับ ประการแรกที่สําคัญผมอยากจะให้เกิดความเข้าใจตรงกันในข้อเท็จจริง เสียก่อนว่า มาตรการความช่วยเหลือที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อพี่น้องเกษตรกรแล้วนําเข้าสู่ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. ในวันนี้นั้นไม่ใช่เป็นมาตรการที่ถูก อธิบายเปรียบเทียบโดยเพื่อนสมาชิก ซึ่งอ้างป้ายข้อความของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ชุมนุม ว่าขอหมูให้หมา ขอราคาให้ปุ๋ยแต่อย่างใด ถ้าฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกบางท่าน เมื่อสักครู่อาจจะเข้าใจไปได้ว่า ความช่วยเหลือหรือมาตรการเยียวยาเฉพาะหน้าที่รัฐบาล จัดสรรให้นั้นเป็นการเอาปัจจัยการผลิตหรือปุ๋ยไปมอบให้กับพี่น้องเกษตรกร จะปริมาณ กี่กระสอบหรือไม่ถึงกระสอบอย่างไร แต่สรุปว่าคนฟังอาจเข้าใจได้ว่าสิ่งที่จะได้ให้กับชาวสวน ยางพาราคือปุ๋ย ผมยืนยันว่าไม่ใช่ครับ มาตรการที่รัฐบาลเสนอออกมานั้นเป็นการอนุมัติ กรอบวงเงินเพื่อส่งเงินสดจากบัญชีของ ธ.ก.ส. เข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยตรง เดิมคิดคุยสรุปกันมาว่าเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ครบถ้วน มีพื้นที่สวนยางพารา ไม่เกิน ๑๐ ไร่ ก็จะจัดให้ คํานวณมาแล้วไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ๑๐ ไร่ ก็เท่ากับ ๑๒,๖๐๐ บาท เป็นเงินสด ๆ และได้ทันที เปิดให้เกษตรกรไปขึ้นทะเบียนแสดงตนอยู่ ณ เวลานี้ ไม่ได้ให้เป็น ปัจจัยการผลิตอื่นแต่อย่างใด เมื่อเข้าใจอย่างนี้ชัดเจนแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมก็อยากจะ ขยายความโดยมีสูตรคํานวณทางวิชาการเรื่องปริมาณผลผลิตยางพารา เรื่องจํานวนวันกรีด คํานวณผลผลิตตั้งแต่วันนี้จนถึงฤดูปิดกรีดยังเพื่อนสมาชิกอีกครั้งประกอบความเข้าใจ ท่านประธานครับ งบประมาณที่รัฐบาลจะจัดสรรใส่บัญชีพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ๑๐ ไร่ ๑๒,๖๐๐ บาทนั้น มันมีฐานคิดฐานการคํานวณแบบนี้ครับ ข้อมูล ทางวิชาการเขาบอกว่ายางพารา ๑ ไร่จะให้ผลผลิตต่อวันประมาณ ๒ กิโลกรัม ใน ๑ เดือน ถ้าหากว่ามีการกรีดตีว่าให้เต็มที่ตัวเลขกลม ๆ ก็น่าจะได้ ๑๕ วันใน ๑ เดือน ขณะนี้เดือน กันยายน ๒๕๕๖ นับเนื่องไปจนถึงฤดูกาลที่ชาวสวนยางพาราส่วนใหญ่จะปิดกรีดก็น่าจะล่วงเข้า สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ นับจากตรงนี้ ๗ เดือนพอดี ท่านประธานที่เคารพ แล้วมติแรกบอกว่า จะชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ครอบครองยางพาราไม่เกิน ๑๐ ไร่ ดังนั้นเราก็จะมาหาผลผลิตจากสูตรทางวิชาการนี้ครับ ว่าพี่น้องที่มียางพาราประมาณ ๑๐ ไร่ ตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนมีนาคมท่านจะมีผลผลิตยางพาราเท่าไร ก็เอา ๒ กิโลกรัม คูณด้วย เดือนละ ๑๕ วัน คูณด้วย ๗ เดือน และคูณด้วย ๑๐ ไร่ จะได้เท่ากับท่านมีผลผลิตยางพารา ประมาณ ๒,๑๐๐ กิโลกรัม ผมเรียนท่านประธานในตอนต้นแล้วนะครับว่ามาตรการ ความช่วยเหลือ ๑๐ ไร่ รัฐบาลโอนเงินจาก ธ.ก.ส. สดตรง ๆ ถึงเกษตรกร ๑๒,๖๐๐ บาท ต่อราย เอา ๑๒,๖๐๐ บาทตั้ง เอา ๒,๑๐๐ กิโลกรัมหารจะได้เท่ากับรัฐบาลชดเชยเงิน ค่าผลผลิตยางพาราให้กับเกษตรกรกิโลกรัมละ ๖ บาท แต่เป็น ๖ บาทที่ได้ทันที ๖ บาท ที่ได้เดี๋ยวนี้เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นครบถ้วนเรียบร้อย ราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ วันนี้ ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ๗๘.๕๘ บาท ถ้าบวกอีก ๖ บาทจากรัฐบาลก็จะได้เท่ากับ ๘๔.๕๘ บาท เพื่อนสมาชิกพูดผมเห็นด้วยตรงกันครับว่าสถานการณ์ราคายางพาราในตลาด ขณะนี้ปัจจัยชี้ไปในทางบวก สันนิษฐานอนุมานก็อาจเป็นได้ว่าในปลายสัปดาห์นี้ หรืออาจจะสัปดาห์หน้าราคายางพาราอาจจะทะลุเลยหลัก ๘๐ บาท หรือ ๘๐ บาทเศษ ก็บวก ๖ บาทไปตามราคาที่ปรากฏในตลาดจริง นี่คือสิ่งที่อยากจะขยายความให้กับพี่น้อง ประชาชนและให้กับเพื่อนสมาชิกได้มองเห็นภาพเปรียบเทียบและข้อเท็จจริงตรงนี้ ฉันใด ฉันนั้นเช่นเดียวกันท่านประธานครับ มีการเสนอว่า ๑๐ ไร่น้อยไป ไม่ครอบคลุมพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลรับฟัง มีการเสนอให้ขยายจาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่ รัฐบาลรับฟัง แล้วถ้าคิดคํานวณ จากฐาน ๒๕ ไร่ ก็เอา ๒ กิโลกรัมคูณด้วย ๑๕ วัน คูณด้วย ๗ เดือน คูณด้วยจํานวน ๒๕ ไร่ ก็จะได้เท่ากับ ๕,๒๕๐ กิโลกรัมใน ๗ เดือน หารด้วยจํานวนยอดรวม ถ้าจาก ๑๐ ไร่เดิม ขยายเป็น ๒๕ ไร่ ก็เท่ากับเงินชดเชยสด ๆ จากรัฐบาลจะไปถึงเกษตรกรโดยตรง ๓๑,๕๐๐ บาท เอา ๓๑,๕๐๐ บาทตั้ง เอา ๕,๒๕๐ กิโลกรัมหาร ก็ได้เท่ากับกิโลกรัมละ ๖ บาท เช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้อง เกษตรกรสวนยางพาราทั่วประเทศ ดังนั้นนับจากนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ ราคา ยางพาราจะขยับตัวสูงขึ้นเท่าไรอย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้จัดสรรเม็ดเงินช่วยเหลือเยียวยา แก้ปัญหาให้กับพี่น้องบวกกิโลกรัมละ ๖ บาทตลอดทาง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าพูดกัน ถึงความพยายาม ถ้าพูดกันถึงความทุ่มเทของรัฐบาลชุดนี้ต่อสถานการณ์ที่เป็นปัญหา เรื่องราคายางพาราของพี่น้องเกษตรกร เราไม่กล้าพูดหรอกครับว่าเราก็ทุ่มเทมากที่สุด ในประวัติการณ์ที่ผ่านมา เราพูดเช่นนั้นไม่ได้ เดี๋ยวก็จะเถียง เดี๋ยวจะโต้แย้ง กลายเป็นเรื่อง หาประโยชน์กันทางการเมือง แต่ผมกล้ายืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ทุ่มเท มุ่งมั่น แล้วก็มีความ ตั้งใจไม่น้อยหน้าไปกว่ารัฐบาลชุดไหน ๆ ผมกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ที่ลุกขึ้นอภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ท่านพูดความจริงว่ามี การชุมนุมเรียกร้องราคายางพาราเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ แล้วก็มีการประชุมคณะกรรมการ นโยบายยางธรรมชาติ พี่น้องชาวสวนยางบอกว่ารัฐบาลต้องอนุมัติงบประมาณซื้อยางน้ํา ราคาในตลาด ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ผ่าน กนย. มาเข้า ครม. ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นวันแรกที่ผมทําหน้าที่ ท่านพูดเรื่องนี้แล้วท่านบอกว่าเป็นความจริง ผมขอขอบคุณ เมื่อมติ ครม. ออกมาเช่นนั้น ผมพบพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา เขาถามว่าโครงการนี้ทําอย่างไร ทิศทางไปทางไหน ผมก็ต้องพูดตามมติ ครม. จะพูดไปเป็นอื่นเดี๋ยวก็กลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ ผมก็ต้องบอกว่าเขาอนุมัติกรอบวงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อยางนําราคาในตลาด ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม เพราะเมื่อผมเข้าไปทําหน้าที่ มันสําเร็จรูปมาแล้วเช่นนั้น
ท่านประธานครับ ในระหว่างที่ผมปฏิบัติหน้าที่ ราคายางพาราบางช่วง ลงมาอยู่ที่ประมาณ ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลชุดนี้ครับซื้อยางนําราคาในตลาดสูงกว่าราคา ที่ปรากฏถึงประมาณ ๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ผมกล้ายืนยันว่านี่เป็นรัฐบาลชุดแรกที่กําหนด ราคานําตลาดให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางถึง ๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ใช้งบประมาณไปกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มียางในสต็อกรัฐบาลกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตันอย่างที่ท่านอภิปราย เราพยายามครับ เราทําเต็มที่ แต่สถานการณ์แวดล้อมในเวทีเศรษฐกิจโลกมันไม่เอื้ออํานวย บริบททางเศรษฐกิจมันแตกต่างกับช่วง ๒-๓ ปีก่อนหน้านี้ ในที่สุดเมื่อรัฐบาลได้เดินหน้า มาตรการนี้สุดกําลัง และผมกราบเรียนผ่านท่านประธานนะครับว่าผมก็พยายามเต็มที่ในเรื่องนี้ แต่เมื่อเห็นว่ามาตรการนี้ไม่สอดคล้องต้องกับสถานการณ์ในภาพรวม พอเกิดการชุมนุม เกิดการเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรอีกครั้ง รัฐมนตรีที่ท่านเข้ามารับหน้าที่ในขณะนี้ ท่านก็เลยคิดสูตรในการช่วยเหลือเยียวยาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องชาวสวนยาง ขึ้นมาใหม่ ก็ได้เป็นสูตรนี้แล้วผมก็ถอดมาให้เห็นว่าเท่ากับ ๖ บาทต่อกิโลกรัม อย่างที่ กราบเรียนผ่านท่านประธานแล้ว ท่านประธานครับ พี่น้องเกษตรกรบอกว่าสถานการณ์ ราคายามนี้การคิดค่าธรรมเนียมส่งออกหรือเก็บเงินเซสส์ให้หยุดไปก่อนได้ไหม บางท่านเรียกร้องถึงขั้นว่าให้หยุด ให้เลิกไปเลย ไม่ต้องเก็บกันอีกต่อไป รัฐบาลก็รับฟังครับ ไม่ใช่ไม่รับฟัง เพียงแต่ว่าถ้าประกาศเลิกไปเลยก็จะไปกระทบกับกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง แล้วก็จะกระทบกับอุตสาหกรรมยางในภาพรวมขึ้นมาได้ อีกไม่นานเราก็จะมี พ.ร.บ. การยางออกมา จะมีการยางแห่งประเทศไทย ดังนั้นคุยกันเสร็จ รัฐบาลรับข้อเสนอ ก็ประกาศทันทีครับว่าจะยุติการเก็บเงินเซสส์ในเดือนกันยายนนี้จนถึงสิ้นปี ๒๕๕๖ แล้วก็ ทําแล้ว แล้วนี่ก็จะเป็นปัจจัยบวกอย่างหนึ่งในการผลักดันให้ราคายางในตลาดขยับตัวสูงขึ้น ต่อเนื่องหลายวันติดต่อกันแล้วครับท่านประธาน นี่คือความพยายาม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็ปรากฏตามที่ท่านเห็นนี่ละครับ ระยะยาว ท่านเรียกร้องให้มีการเพิ่มปริมาณการใช้ยาง ในประเทศ รัฐบาลก็ทําอยู่ การผลักดันถนนยางพารา การยกเลิกประกาศของกระทรวง สาธารณสุขที่กําหนดให้ถุงมือยางเป็นเครื่องมือแพทย์ ผมก็ไปผลักดันโดยกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขขณะนั้น ท่านวิทยา บุรณศิริ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็มีการอนุมัติ และวันนี้ผม สอบถามข้อมูลจากนายกสมาคมถุงมือยาง ท่านก็บอกว่าพอปลดประกาศตัวนี้ออกก็ทําให้ การบริโภคยางภายในประเทศในอุตสาหกรรมถุงมือยางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมบอกว่า ขอตัวเลขเป็นทางการได้ไหมท่านนายกสมาคม ผมจะได้นําเรียนต่อท่านประธาน ท่าน นายกสมาคมบอกว่ายังไม่ได้มีการทําสรุปตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ประมาณการคร่าว ๆ น่าจะขยายตัวขึ้นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ท่านว่าอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจใยดีข้อเสนอ ของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อเรียกร้อง แล้วก็ไปพิจารณา ข้อเสนอของตัวเอง ก็อยากจะให้ท่านได้ปรับวิธีคิดแล้วเปิดใจให้กว้าง ท่านจะมองเห็นว่า เมื่อรัฐบาลเห็นว่ามาตรการแบบเดิมไม่น่าจะได้ผลในสถานการณ์นี้แล้ว ก็เสนอมาตรการ แบบใหม่ แล้วการใช้วิธีการนี้นอกเหนือจากเม็ดเงินจะถึงเกษตรกรชาวสวนยางพาราโดยตรง แล้วยังเป็นการปิดช่องทางให้กับพ่อค้านายทุนเห็นแก่ได้บางคน บางกลุ่ม ถ้าจะมี ที่ไป กว้านซื้อยางพาราไว้ในตลาด แล้วเก็บไว้ในสต็อก อ่านเกมกันว่าถ้าพี่น้องชาวสวนยางพารา ออกมาเรียกร้อง รัฐบาลประกาศราคา กําหนดเป้าหมายนําแล้วก็ซื้อในราคาที่สูงกว่า ท้องตลาดมาก ๆ ก็จะเทยางพารานั้นออกมาขาย ฟันกําไรไปเนื้อ ๆ ก่อนในยกที่ ๑ ถ้าจะมี นะครับ ก็ปิดช่องทางนี้เอาไว้ด้วย ให้ประโยชน์แท้จริงเป็นของประชาชน ให้ประโยชน์ แท้จริงเป็นของเกษตรกรชาวสวนยางพารา ปิดทางนายทุนเห็นแก่ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลคิด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าเพื่อนสมาชิก พยายามอธิบายว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่สนใจเกษตรกรชาวสวนยางพารา เป็นเพราะว่าพี่น้อง ชาวสวนยางพาราที่ชุมนุมอยู่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อิทธิพลทางการเมืองของรัฐบาล เอาง่าย ๆ ว่า พี่น้องชาวสวนยางพาราส่วนใหญ่อยู่ปักษ์ใต้ ไม่ได้อยู่ทางอีสาน ไม่ได้อยู่ทางเหนือ รัฐบาล เลยไม่ใส่ใจ ผมยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แล้วผมต้องพูดให้ชัดปรากฏในสภาผู้แทนราษฎรนี้
ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยทั่วทุกภาคมีพื้นที่ปลูกยางพารา ถ้าท่านประธานติดตามข่าว มีการออกมาแถลงข่าว มีการออกมาเรียกร้อง มีการประกาศ จะชุมนุมปิดถนนของเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ นัดวันดีเดย์ ๓ กันยายน ที่ผ่านมา นี่คือความจริง หลังจากรัฐบาลเสนอ มาตรการ พยายามเจรจา พยายามพูดคุยทําความเข้าใจ ในที่สุดหลายภูมิภาครับได้ รอที่ดู ความคืบหน้าก็ไม่ออกมาชุมนุม ยังคงเหลือพี่น้องจากภาคใต้ ก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องทํา ต่อไป มันไม่มีรัฐบาลชุดไหนหรอกครับจะไปแบ่งแยกว่าถ้าประชาชนอยู่ภาคนั้นแล้วไม่ช่วย ประชาชนอยู่ภาคนี้แล้วไม่สนใจ รัฐบาลชุดนี้แม้ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งจาก พี่น้องชาวภาคใต้ไม่มากนัก แต่เมื่อเข้ามาทําหน้าที่ เรายืนยันว่าเป็นรัฐบาลของคนทั้ง ประเทศ ประชาชนเลือกนักการเมืองได้ แต่นักการเมืองเลือกประชาชนไม่ได้ครับ ท่านประธาน และมาตรการที่ออกมาไม่ว่าจะตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ ไม่ว่าจะเป็นงดเก็บค่าเซสส์หรืออื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เกิดผลร่วมกัน พร้อมกันกับชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ
ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านก็หยิบยก คําให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือฝ่ายการเมืองในรัฐบาล บอกว่าไปยัดเยียดพี่น้องที่ชุมนุม อยู่ว่าเป็นม็อบการเมือง ทําให้พี่น้องเสียหาย ผมก็เรียนท่านประธานนะครับว่าผมไม่ทราบว่า ใครแสดงความเห็นไว้อย่างไรบ้าง แต่ในนามของรัฐบาลและส่วนตัวของผม ผมเห็นว่า การชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องมีเสรีภาพ ในการแสดงออกได้ ผมกังวลอย่างเดียวว่าอย่าให้มีบางฝ่ายพยายามไปสร้างสถานการณ์ ทางการเมืองซ้อนกับปัญหาของเกษตรกรเท่านั้นครับ ผมมั่นใจว่าเกษตรกรที่เขาเดือดร้อน มีครับ ผมมั่นใจว่าชาวสวนยางพาราที่เขาได้รับผลกระทบและวิตกกังวลกับระดับราคามี และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องรับฟังแล้วก็แก้ปัญหา
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านจุฤทธิ์ประท้วง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอทําความเข้าใจกับท่านประธานนิดเดียวครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานบอกว่าจะ ๑๐ นาที ผมคิดว่าเงื่อนไขนี้น่าจะอยู่ทั้งฝ่ายอภิปรายและฝ่ายตอบ นะครับ เพราะตอนนี้ผ่านไป ๔๐ นาทีแล้วท่านประธานครับ
คือ อย่างนี้ท่านจุฤทธิ์ครับ ผมหารือเฉพาะผู้อภิปรายนะครับ ส่วนทางรัฐบาลท่านก็มีสิทธิชี้แจง อยู่แล้วนะครับ ประเด็นอยู่เท่านี้
ถ้าอย่างนั้นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีครับ
เอากระชับหน่อยครับ
มีผู้อภิปรายอีกหลายท่านนะครับ และคิดแล้วว่าเดี๋ยวท่านตอบอีกครั้งหนึ่งก็ได้ สําคัญที่สุดครับ ๒ คําถามสั้น ๆ ครับ ๑. ทําอย่างกับม็อบ ๒. กิโลกรัมละ ๑๐๑ บาทได้หรือเปล่า แค่นี้เองครับ ๒ คําถามสั้น ๆ ครับ
เดี๋ยว นะครับ ท่านกําลังจะตอบ อย่าเพิ่งแทรกตอนนี้นะครับ เดี๋ยวมันจะยาวนะครับ ขอท่าน กระชับนิดหนึ่ง เพราะว่ามีผู้ขอใช้สิทธิพาดพิงอยู่นะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้วยความ เคารพท่านประธานและเคารพการทําหน้าที่ของเพื่อนสมาชิกผู้ลุกขึ้นประท้วงครับ ผมยินดีที่จะกระชับเวลาในการอภิปราย แต่ขอโอกาสให้ผมได้ขยายความเพิ่มเติมในช่วงนี้นิดหนึ่ง เถอะครับ ว่าผมห่วงอย่างเดียวว่าอย่าให้มีใครพยายามไปแสวงหาโอกาสหรือเข้าไปเอา การเมืองแทรกแซงการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง วันนี้เพื่อนสมาชิกพรรค ฝ่ายค้านหลายท่านก็บอกว่ารัฐบาลนั่นละไปตอกย้ําความแตกแยก ไปชี้ว่าพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางเป็นม็อบการเมือง ซึ่งผมยืนยันว่าในนามของรัฐบาลไม่มีครับ ส่วนใครแสดง ความเห็นอย่างไรเป็นความเห็นหรือทัศนะส่วนบุคคลซึ่งอาจมีบริบทที่แตกต่างกัน อันนั้น ผมไม่ทราบได้ แน่นอนครับท่านก็มีสิทธิกล่าวหาว่า ท่านก็มีสิทธิพูดว่า รัฐบาลไปบอกว่า พี่น้องชาวสวนยางเป็นม็อบการเมือง รัฐบาลก็มีสิทธิที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่ได้ เห็นเช่นนั้น ใครละครับจะตัดสิน พฤติกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ท่านประธานครับ ประชาชน ทั้งประเทศที่เห็นเหตุการณ์อยู่ทั้งหมดติดตามข่าวสารทั้งหมดเขาตัดสินด้วยวิจารณญาณ ของเขาเองได้ว่าการเมืองอยู่ตรงไหน มีการเมืองหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ การเจรจายังคงมีอย่างต่อเนื่องนะครับ เมื่อคืนนี้มีการเจรจากันที่ศูนย์ราชการย่านแจ้งวัฒนะ สื่อมวลชนก็ออกข่าวว่าวงเจรจาล่ม พี่น้องเกษตรกรรับเงื่อนไขไม่ได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการ เจรจาระหว่างประชาชนผู้ประสบปัญหากับตัวแทนของรัฐผู้มีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบ โดยตรง เมื่อนั้นสัญญาณที่จะคลี่คลายวิกฤต คลี่คลายปัญหามันเกิด แล้วขณะนี้การเจรจา ก็ยังคงรักษาสถานภาพนั้นอยู่ นายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการเพื่อเจรจา ล้วนแล้วแต่บุคคล ที่มีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงทั้งสิ้นครับ อันไหนจบกันได้ เห็นตรงกันได้จบไปก่อน อันไหนจบกันยังไม่ได้ก็คุยกันต่อ หาเหตุผล หาความลงตัวกันต่อไป และผมยืนยันนะครับ ไม่มีการนําพี่น้องแกนนําชาวสวนยางจากจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นเครื่องบินมาเจรจา ที่แจ้งวัฒนะ แล้วขากลับปล่อยให้นั่งรถตู้กลับ ผมก็ตกใจเมื่อได้ยินคํานี้ ผมติดต่อไปยัง เจ้าหน้าที่ที่เขาร่วมคณะมาด้วย เขายืนยันว่าพี่น้องตัวแทนเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวเดินทางมา โดยเครื่องบินของฝ่ายรัฐ ลงที่สนามบินดอนเมือง เจรจากันเสร็จแล้วที่แจ้งวัฒนะ กลับไปรับประทานอาหารค่ําที่ดอนเมือง หลังจากนั้นขึ้นเครื่องบินกลับ โดยรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี พลตํารวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง นั่งเครื่องบินไปส่งถึงสนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงสนามบินเจ้าหน้าที่นํารถรับแกนนําผู้ชุมนุมจากสนามบินไปส่งยังเวทีชุมนุมโดยความ ปลอดภัย นี่คือข้อเท็จจริง เพราะรัฐบาลให้เกียรติพี่น้องที่เป็นตัวแทนของผู้ชุมนุม เพราะรัฐบาลเห็นว่าเวทีในการพูดจาหารือกันนั้นเป็นเวทีที่จะคลี่คลายความตึงเครียด และเป็นเวทีที่จะสามารถหาทางออกจากวิกฤตได้ แม้ว่าวันนี้เราจะยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน ทั้งหมด แต่มันก็เป็นสัญญาณที่ดีท่านประธาน แล้วผมก็ได้ทราบว่าขณะนี้พี่น้อง ผู้ชุมนุมชาวสวนยางหลายท่าน หลายจังหวัด ก็ตัดสินใจยุติเวทีชุมนุม บางจังหวัดเปิดถนน แล้ว บอกว่ากลับไปรอความคืบหน้าอยู่ที่บ้าน ผมขอขอบคุณแล้วก็ส่งกําลังใจไปให้พี่น้อง ผู้ชุมนุมเหล่านั้น แล้วยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง ส่วนว่าพี่น้องที่ยังชุมนุมกันต่อ ไม่ว่าจะปิด ถนนตรงไหนอย่างไรก็ตาม ผมก็ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่มีนโยบายจะใช้ความรุนแรงหรือใช้ กําลังเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด เราไม่แยกหรอกครับว่าถ้าคนใต้ รัฐบาลไม่สนใจ คนเหนือ คนอีสาน รัฐบาลต้องเอาใจ เป็นพิเศษ ไม่มี นี่คือคนไทยทั้งประเทศ แล้วรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ รับผิดชอบต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมอยากจะกราบเรียนว่าพี่น้องชาวภาคใต้ ที่ชุมนุมปิดถนน ปิดเส้นทางรถไฟอยู่ ผมเข้าใจครับว่าพี่น้องประสบปัญหา เข้าใจว่าพี่น้อง วิตกกังวลกับสถานการณ์ แต่ด้วยความเคารพครับ พอพี่น้องเดือดร้อนเรื่องราคายางพารา พี่น้องปิดถนนกันหลายจังหวัดในภาคใต้ คนที่ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากการปิดถนน ก็คนใต้ด้วยกันนี่ละครับ ก็คือคนที่จะต้องใช้เส้นทางสัญจร ก็คือคนที่จะต้องใช้การคมนาคม ขนส่ง เดินทาง ส่งสินค้าไปยังที่ต่าง ๆ ลูกเล็กเด็กแดงจะไปโรงเรียน ผมก็ตั้งข้อสังเกต ส่งความห่วงใยไปเท่านี้ เพื่อนสมาชิกย้ําหลายหนนะครับว่ารัฐบาลชุดนี้อํามหิตเหลือเกิน ว่ารัฐบาลชุดนี้โหดเหี้ยมในการจัดการปัญหาสถานการณ์ยางพารา ในการจัดการการชุมนุม ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ผมเรียนว่ารัฐบาลไม่ได้มีแนวคิดแบบนั้น อย่างที่เรียนครับ การชุมนุม การแสดงออกเรียกร้องเป็นเสรีภาพ รัฐบาลต้องเคารพ อันไหนที่ดูว่าจะไปกระทบ กับคนจํานวนมากที่ยังไม่เกี่ยวข้องก็พยายามเจรจา ไม่มีนะครับรัฐบาลชุดนี้ที่จะไป ใช้กําลัง ใช้ความอํามหิตกับประชาชนผู้ชุมนุม รัฐบาลที่อํามหิตกับประชาชนที่ชุมนุมมีให้เห็น หลายประเทศทั่วโลกครับท่านประธาน รัฐบาลที่อํามหิตเหล่านั้นเวลาประชาชนออกมา ชุมนุมก็จะส่งกําลังออกมาเข่นฆ่า มีให้เห็นอยู่ก็มาก ที่ไกลก็มี ที่ใกล้ก็มี แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มี ความอํามหิตครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ ทีละท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวเอาผู้ที่ตอนท่านประธานขึ้น เดี๋ยวให้ท่านก่อแก้วก่อน
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เข้าใจ ประเด็นเข้าใจแล้ว หารือใช่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมได้เรียนไว้ตั้งแต่ก่อน เข้าญัตตินะครับ เรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะมาเป็นผู้รับฟัง แล้วก็ตอบ คนที่ลุกขึ้นตอบเมื่อสักครู่นี้ท่านก็พูดเองว่าท่านไม่มีหน้าที่ที่จะไปทําอะไรเลย ประเด็นที่ผมจะถามท่านประธานคือญัตติของสภามันจะมีผลอย่างไร เมื่อสักครู่นี้ก็มี คณะทํางานยางพาราตั้งออกมาแล้ว นําโดย พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก มีรัฐมนตรี วราเทพ มีรองนายกรัฐมนตรียุคล มีคนนั้นคนนี้เยอะแยะครับ แต่ไม่มีท่านที่ลุกขึ้นตอบเมื่อ สักครู่นี้ และที่ตอบนี่ก็เบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวา โน่น นี่ นั่น เพราะจะเป็นประเด็น สมาชิกก็มี ความรู้สึกว่านี่จะถามใคร และใครจะตอบ และตอบแล้วมันจะได้อะไร เพราะเท่าที่ท่านตอบมา ท่านเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาตลอดครับ และก็เป็นประเด็นอย่างที่ใครกล่าว ม็อบการเมืองอะไรต่ออะไร ก็ พลตํารวจเอก ประชา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทํางานที่รัฐบาลเพิ่งตั้งเมื่อสักครู่นี้เป็นคนพูด แล้วก็จะลงที่นครศรีธรรมราชในวันพรุ่งนี้ นี่คือประเด็นครับ ท่านประธานวิสุทธิ์ก็บอกว่า ช่วงที่กําลังอภิปรายจะติดต่อท่านนายกรัฐมนตรีและมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมา ผมว่าคน ไม่เกี่ยวข้องไม่ต้องตอบหรอกครับ ให้กลับไปได้ แล้วเอาคนที่เกี่ยวข้องมานั่งตอบ นี่คือสาระ ที่เราต้องการ อ้ายที่ไร้สาระไม่อยากได้หรอกครับ
ขอบคุณ มากครับ
(นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวนะครับ ท่านประมวลยังไม่ถึงเลยครับ เชิญครับ เดี๋ยวเมืองจันท์รอแป๊บหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเพิ่งวางหูจากโทรศัพท์เมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ซึ่งมีม็อบชุมนุมอยู่ ตํารวจไปยุยงถามว่าโรงพยาบาลบางสะพานรับคนเจ็บได้กี่คน เพิ่งวางหูเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานครับ
ท่านประมวลอย่างนี้ได้ไหม เดี๋ยวถึงคิวท่าน ๆ จะได้พูดกันมากกว่านี้
ไม่ ๆ ผมฝากท่านประธาน ไปอย่างนี้ก่อน เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจถามผู้ที่ชุมนุมว่าโรงพยาบาลบางสะพานรับ คนเจ็บได้กี่คน แล้วเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นท่านประธาน เป็นการยั่วยุ เพิ่งวางหูเมื่อสักครู่นี้ ที่จริงผมรอให้ท่านประธานเรียกอยู่ ขอบคุณท่านประธาน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อความสบายใจ ของเพื่อนสมาชิกนะครับ ผมยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ได้ยืนยันไปแล้วว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงใด ๆ ผมจะ ขออนุญาตได้ติดตามตรวจสอบ จะประสานงานที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถามว่าบริบท ของเหตุการณ์เป็นอย่างไร หรือมีเหตุการณ์อย่างที่ท่านว่าจริงหรือไม่ ยืนยันตํารวจไม่มี วิธีการใช้ความรุนแรงแน่นอนครับ
ท่านประมวลนั่งลงก่อนครับ คือเดี๋ยวโต้กันไปโต้กันมา เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนพูดสั้นท่านประธาน ผมไม่โต้นะ ผมเรียนท่านประธานผ่านไป ทางรัฐบาล ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ ผมรู้สถานการณ์ รู้เหตุการณ์อะไรเป็นข้อเท็จจริง ไม่โกหก ผมขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาให้ด่วน อย่าไปยั่วยุ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ ตํารวจไปถามว่าโรงพยาบาลบางสะพานรับคนเจ็บได้กี่คน อย่างนี้เป็นการยั่วยุ ทําให้ผู้ที่ ชุมนุมอยู่ที่ถนนธรรมรัตน์ที่ในอําเภอบางสะพานตรงนั้นมีอารมณ์ครับ ก็ช่วยให้ทางรัฐบาล รีบแก้ไขด่วน
ฝากรัฐบาล พยายามอย่าไปใช้คําพูดที่กระทบกระเทือนจิตใจกันเพราะว่าส่วนหนึ่งก็ได้รับความกดดัน พอสมควรเรื่องราคา ผมเอาประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ตอนท่านวิสุทธิ์ขึ้น เชิญท่านก่อแก้วใช้สิทธิ ก่อน เดี๋ยวมาที่ท่านธวัชชัยนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองเกรงใจเพื่อนสมาชิกที่รอคิวการอภิปรายตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว จึงขอ อนุญาตที่จะไปต่อคิวตามลําดับที่วางไว้แล้วกันครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงที่โดนผู้อภิปราย ๒ ท่านก่อนหน้านี้ได้อภิปรายพาดพิงตัวกระผมนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองถูกเพื่อนสมาชิก
ท่านครับ ขอสัก ๒ นาทีนะครับ เรื่องพาดพิง
นิดเดียวครับ เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวหาว่าผมเองนั้นมีทัศนคติที่เลวร้ายต่อพี่น้องประชาชนชาวใต้ มีคําพูดบางคําบอกว่า เสียชาติเกิด เนรคุณ แล้วกล่าวหาว่าผมเองนั้นกล่าวหาว่าม็อบนี้เป็นม็อบการเมือง ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็นคนที่ตัวสูง จิตใจสูง ไม่คิดต่ํา สําหรับคนตัวต่ําจะคิดต่ําหรือไม่ผมไม่ทราบ ขอกราบเรียนว่าผมเองเป็นคนใต้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีสามัญสํานึกของความเป็นคนใต้ นอกจากนี้ผมยังมีสามัญสํานึกของความเป็นคนด้วย พ่อแม่ผมทําสวนยางพารา ผมโตจากสวนยางพารานะครับ พี่น้องผมทําสวนยางพารา เพื่อนผมทําสวนยางพารา เพื่อนบ้านทําสวนยางพารา คนรายล้อมบ้านผมทําสวนยางพารา ทั้งนั้นครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากเห็นยางพาราราคาดี อยากเห็น ยางพาราราคาสูง แต่ว่าเราต้องมองสังคมโดยรวมว่าในเมื่อประเทศนี้มีคนที่เดือดร้อน หลายกลุ่ม หลายประเภท รัฐบาลก็ต้องเลือกคนที่เดือดร้อนกว่าก่อน ที่ผมได้ให้สัมภาษณ์ เมื่อวานนั้นแล้วเป็นที่มาของการพาดพิงในวันนี้ ผมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าการที่มี ผู้ประท้วงบางท่าน บางกลุ่ม บางคน ยืนยันที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคาหรือ ช่วยเหลือราคายางพารากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท
เดี๋ยวนะครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิง
พาดพิงครับ ประเด็นนี้ครับที่ผมถูก กล่าวหาอยู่
เชิญครับ
ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้ผมให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนว่าถ้ายังยืนยันข้อเรียกร้องตรงนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะทําให้ เพราะราคาปัจจุบันนั้นอยู่ประมาณ ๗๐ กว่าบาท ไม่เกิน ๘๐ บาท ถ้าเรียกร้อง ๑๒๐ บาทนั้น หมายถึงรัฐบาลต้องชดเชยให้อีก ๔๐ บาทต่อกิโลกรัม ยางเราเองผลิตปีละ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ตัน นั่นหมายถึงว่าประเทศไทยต้องใช้เงินปีละ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางพาราจึงจะได้ราคานี้ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลจะสามารถ ทําให้ได้ ไม่ว่ารัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลชุดไหน ดังนั้นผมจึงกราบเรียนต่อสื่อมวลชนว่าตรงนี้ เป็นประเด็นที่ต้องคิดว่าในเมื่อตั้งข้อเรียกร้องที่รัฐบาลทําให้ไม่ได้เลย อย่างนี้ทําให้ประชาชน อดคิดไม่ได้ว่ามีเป้าหมายทางการเมืองแฝงอยู่หรือไม่ ผมพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน พูดตรงไปตรงมานะครับ ขอชี้แจงให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนได้รับทราบครับ
เชิญท่านธวัชชัย ท่านหารืออะไร เดี๋ยวทีละท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากถาม ท่านรัฐมนตรีนิดเดียวครับ ที่ท่านจะช่วย๑๐ ไร่ ๒๕ ไร่ ไร่หนึ่ง ๑,๒๖๐ บาท เฉพาะที่ดินที่มี หลักฐานใช่ไหมครับ แล้วที่ไม่มีหลักฐานอีกเยอะเลยครับ ท่านช่วยตอบด้วยนะครับ
เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านชินวรณ์ก่อนครับ เดี๋ยวถ้ารัฐมนตรีตอบ เดี๋ยวท่านสาทิตย์ก็ลุกขึ้นทักท้วงรัฐมนตรีอีก บอกว่าไม่มีตําแหน่งในการประชุมอีกครับ เดี๋ยวให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงก็แล้วกัน รองนายกรัฐมนตรีที่ท่านรับผิดชอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเป็นกรรมการ ท่านชินวรณ์หารืออะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงนะครับ
ประเด็นแรกก็คือว่า รัฐมนตรีได้ตอบว่าต้องปรับวิธีคิดและเปิดใจให้กว้าง แต่จริง ๆ ก็คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ไม่มีหน้าที่โดยตรงที่ตอบเมื่อสักครู่ นะครับ ท่านก็ตอบตามหลักคิดของท่านเดิมนะครับ โดยเฉพาะการที่ผมได้อภิปรายว่า การไปให้ปัจจัยการผลิต ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ เท่ากับราคาปุ๋ยไม่ถึงกระสอบ ซึ่งโดยข้อเท็จจริง ก็คือว่า เวลาท่านไปคิดท่านบอกว่าได้กิโลกรัมละ ๖ บาท ซึ่งนั่นท่านคิดในเฉพาะที่เกษตรกร ที่ลงทะเบียนและมีจํานวน ๑๐ ไร่ลงมา แต่ว่าเกษตรกรที่แท้จริงในขณะนี้ปลูก ๑๘ ล้านไร่ เปิดกรีดได้แล้ว ๑๒ ล้านไร่ครับ ถ้าท่านต้องใช้เงินในการที่จะเข้าไปดูแลทุกกิโลกรัม ตามที่ท่านว่า ๖ บาทต้องใช้เงิน ๘๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผมจึงเรียนว่าอยากจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นคนตอบ เพราะเวทีนี้ไมใช่เวทีโต้วาที ผมก็ไม่อยากจะพูดมาก
ประเด็นที่ ๒ คือประเด็นในเรื่องของคุณก่อแก้ว เพราะผมเป็นคนพูดเองว่า มีนักการเมืองบางคนมาพูดว่ามีนักการเมืองไปเกี่ยวข้องกับการเมือง กับนักการเมือง ก็ท่านพูดเองครับ ว่าราคายางพาราขณะนี้ไม่ได้เดือดร้อน ถ้าไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เล่นการพนัน ดังนั้นอยากให้พี่น้องชาวสวนยางพาราที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้อย่าเป็นเครื่องมือ ให้กับนักการเมืองคนไทย ถ้าเป็นอย่างนี้ก็มีความหมายชัดเจนว่าคุณก่อแก้วหมายถึง เกษตรกรชาวสวนยางพาราภาคใต้เล่นการพนันหรือฟุ่มเฟือยอย่างไร และที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าเป็นการดูถูกคนที่เดือดร้อนและเรียกร้องเรื่องราคายางพารา
ท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ พอแล้วครับ
ก็อยากจะเรียกร้อง ให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ชี้แจงครับ
เดี๋ยวท่านประสิทธิ์ครับ นิดเดียวนะครับ เอาสั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวโต้กันไปจะเสียเวลา เพราะว่าหลายท่านรอตั้งฝั่งละ ๙ ท่านอยู่ตอนนี้นะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมใช้สิทธิ พาดพิงนิดเดียวครับ กับท่านสมาชิกที่เพิ่งนั่งลงไปเมื่อสักครู่ จริง ๆ ส่วนตัวเคารพกันครับ รักกันนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่ผมลุกขึ้นอธิบายความล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริง มันมีเหตุมีผล มันมีหลักฐาน ผมไม่ได้ใช้เวทีนี้เป็นเวทีโต้วาทีครับ แต่ว่าผมเอาข้อเท็จจริงมาพูด ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นสิทธิของท่าน แต่พี่น้องประชาชนที่เขารับฟังอยู่เขาจะพิจารณา เขาจะใช้วิจารณญาณ ถ้า ๑๐ ไร่ที่ท่านพูด หน่วยงานของรัฐเขาตรวจสอบแล้วว่ามีเกษตรกร ถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย ก็นั่นก็เท่ากับว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นเบื้องต้นนะครับ ถ้าขยายผลเป็น ๒๕ ไร่ก็ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าราย ก็เท่ากับว่า ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ร่วม ๆ ๑๐ ไร่ ด้วยซ้ําไป นี่คือปริมาณเกษตรกรที่ได้ผลประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เข้าใจว่า ผมเอาความจริงมาอธิบาย
เอาละครับ
แล้วข้อเท็จจริงนี้ มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ขอบคุณครับ
เชิญท่านประสิทธิ์ครับ ท่านประสิทธิ์แล้วท่านประมวลนะครับ ท่านจะได้เตรียมได้ถูก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมดีใจครับที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้ยื่นญัตติ เรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นั่นคือเรื่องปากเรื่องท้อง ของพี่น้องประชาชน หนีไม่พ้นครับ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ํา เช่น ยางพารา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมได้นั่งฟังมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วมาจนถึงวันนี้ ผมนั่งฟังแล้ว ผมไม่ค่อยสบายใจครับ เรื่องโครงการรับจํานําข้าวที่ทําให้คนไทยที่เป็นเกษตรกรทํานา ได้ลืมตาอ้าปากได้ มีความสุขกันทั่วหน้า แต่ก็ต้องมีปัญหา ผู้อภิปรายหลายท่านที่โยง กับเรื่องโครงการรับจํานําข้าวมาเทียบเคียงกับยางพารา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในประเทศไทยนี้มีพืชเศรษฐกิจหลายชนิดครับที่ทํารายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศไทย เช่น อ้อย มันสําปะหลัง ยางพารา ข้าว ข้าวโพด ยังไม่รวมถึงผลไม้ ได้แก่ ลําไย เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ส้ม ล้วนทํารายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นจํานวนมากทั้งสิ้นครับ แต่มีพืชชนิดเดียวครับ ที่มีกฎหมายรองรับ คือยางพารา เวลาปลูกมีเงินอุดหนุน เก็บเกี่ยวผลผลิต ๑๕-๒๐ ปี หมดอายุ เวลาตัดก็ยังมีเงินชดเชยครับ อย่านํามาเปรียบเทียบกับข้าว ซึ่งเป็นพืชคนละชนิด กันครับ ข้าวเป็นพืชที่มีอายุสั้น มีอัตราความเสี่ยงสูง ฝนแล้ง น้ําท่วม โรคระบาด ท่านสมาชิก ที่อภิปราย ที่นําเรื่องข้าวกับยางพารามาเทียบเคียงกัน ความเข้าใจเรื่องเกษตร ท่านผู้อภิปราย คงไม่เข้าใจครับ วันนี้อยากกราบเรียนท่านประธาน ยางพาราไม่ได้ปลูกเฉพาะภาคใต้ครับ วันนี้ทั่วประเทศครับ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมก็ปลูกครับ มีทั่วหมดครับ อยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่อภิปราย ขออย่าได้นําเอาโครงการรับจํานําข้าวที่ทําให้เกษตรกร ลืมตาอ้าปากได้และมีความสุขกันทั่วหน้า กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านประมวลครับ หลังท่านประมวลแล้วมาท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะพูด ๒-๓ ประเด็นครับท่านประธาน
ประเด็นแรก พูดถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ราคาสินค้าเกษตรตกต่ําของรัฐบาลชุดนี้ที่ผ่าน ๆ มาหลายตัว อย่างเช่น ยางพารา ปาล์มน้ํามัน มะพร้าว สับปะรด โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ สิ่งแรกที่ผม จะยกตัวอย่าง เมื่อกี้ทางรัฐบาลทางท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าที่เราเข้าไปแทรกแซงยางพารา ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ประสบความสําเร็จ เหตุผลที่ไม่ประสบความสําเร็จ เพราะเป็น ความล้มเหลวของรัฐบาลโดยสิ้นเชิง เข้าบริหารจัดการในการจัดซื้อยางจากเกษตรกรไม่ถึงตัว ของเกษตรกรโดยแท้จริง ได้กับนายทุน ได้กับกลุ่มทุน แล้วเมื่อกี้ท่านก็ตอบอีกว่าถ้าเราทํา แบบเที่ยวที่แล้วก็กลัวจะได้นายทุนอีก จะไม่ถึงมือเกษตรกรโดยแท้จริงอีกแล้ว นี่คือผลงาน ที่ท่านทํามาเรื่องยางพาราที่ผ่านมา ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องเกษตรกรบอกไปตั้งแต่ตีห้า เอายางไปขาย แต่ไม่รู้มีรถพ่วง รถเทรลเลอร์ (trailer) มาจากไหน เอาลงได้ทันที นี่เป็นความ ล้มเหลว แล้วท่านจะมาแทรกแซงให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ณ โอกาสนี้ท่านพูด เมื่อสักครู่นี้ว่ากลัวจะได้ผลประโยชน์กับนายทุนอีกแล้ว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธาน ไปให้เป็นข้อคิดในการบริหารจัดการ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องความล้มเหลวเรื่องสับปะรด ซึ่งในพื้นที่ของผม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั่งหัวโต๊ะอนุมัติ ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อไปช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่สับปะรดกิโลกรัมละ ๔ บาท ท่านประธานทราบไหมครับ ๒ เดือนเศษ สับปะรดเน่าคาไร่คาสวนหมดแล้ว สตางค์ไม่ไปสักบาทเดียว นี่คือความล้มเหลวในการ บริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้
ประเด็นที่ ๓ มะพร้าวราคา ๑๐ บาทอยู่ดี ๆ สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เกือบ ๒๐ บาท เหลือ ๓-๔ บาท เหตุผลอนุมัตินํามะพร้าวนอกเข้า ประเด็นที่ ๒ ไม่ป้องกันปราบปรามการลักลอบช่วยเหลือ ๖๐ กว่าล้านบาท พี่น้องจะตายกันหมดแล้ว สตางค์กว่าจะไปถึง นี่คือความล้มเหลว ทั้ง ๓ ประเด็นที่ผมบอกมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของรัฐบาลชุดนี้ โดยการนําของท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ทําไมรัฐบาลให้นั่งหัวโต๊ะอยู่ทุกคณะกรรมการแล้วพิจารณาช้า สํานักงานเศรษฐกิจ การเกษตรของกระทรวงเกษตรเป็นเลขาธิการเสนอเรื่องไปก็ไม่ประชุม เขาไม่เรียกประชุม แล้วมันจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร นี่เรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ ผมถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ให้พี่น้องเกษตรกรจาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่ ให้ทุกประเภทของสวนยางพาราไหม สวนยางพาราที่เพิ่งปลูกได้ปี ๒ ปีให้ไหม หรือให้เฉพาะสวนยางพาราที่กรีดแล้ว
ประเด็นที่ ๔ พี่น้องที่ปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมก็ปลูกยางพารา เช่น พี่น้องชาวพัทลุง ชาวนครศรีธรรมราชปลูกยางพาราในที่นา ผมได้ข่าวว่าไม่ได้รับนะครับ ส่วนพี่น้องที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ท่านตอบแล้ว ไม่ได้ จะแก้ไขทีหลัง ก็ท่านอย่าไปโกหกพี่น้อง ประชาชนอีกก็แล้วกัน เพราะฉะนั้น ๒ เรื่องที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ผมคิดว่า ถ้ารัฐบาลแก้ให้ถูกต้องโดยเข้าไปแทรกแซงหรือประกันราคา แล้วเราทําให้มันบริสุทธิ์ผุดผ่อง อย่าไปโกงอย่าไปคอร์รัปชัน แล้วจะถึงมือพี่น้องเกษตรกรโดยแท้จริง ผมกลับไปที่ปาล์ม อีกครั้งสักนิดหนึ่งที่ท่านแทรกแซงไปซื้อน้ํามันปาล์ม ๒๕ บาท แล้วให้โรงงานซื้อ ๔ บาท ท่านประธานทราบไหมครับ ไม่ถึงมือเกษตรกรรายย่อยหรอกครับ เพราะโรงงานจะซื้อ จากใครก็ได้ นี่คือเป็นปัญหาใหญ่ถึงความล้มเหลวนะครับ ส่วนเรื่อง ๑,๒๖๐ บาท พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราเขาไม่รับ เขารับไม่ได้ ท่านจะมาบอกว่าได้กิโลกรัมละ ๖ บาท เขารับไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเจรจาคือสิ่งสําคัญที่สุด ข้าศึกเขารบกันด้วย เขาเจรจากัน ด้วย แล้วเราอย่าเอาโจทย์ของเราเป็นที่ตั้ง เราต้องรับฟังเหตุผลของพี่น้องชาวเกษตรกร เขาด้วย สุดท้ายนี้ท่านประธาน พี่น้องชาวภาคใต้ พี่น้องชาวสวนยางเป็นวิถีชีวิต เป็น จิตวิญญาณของเขาชาวสวนยางภาคใต้ เขาปลูกมานานโบร่ําโบราณแล้ว ไม่เหมือนทาง ภาคอีสาน ทางภาคเหนือ อันนั้นเขาฉาบฉวยเพื่อรายได้ อันนี้เข้าสายเลือดเขาแล้ว ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเมื่อเขาเดือดร้อนเขาก็ต้องออกมาต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเขา พี่น้องภาคใต้เขาคิดในอุดมการณ์ของเขา ไม่รบนาย ไม่หายจน เมื่อเขาเดือดร้อนเขามาต่อสู้ ต่อสู้กับใคร ต่อสู้กับภาครัฐเพื่อความอยู่รอดของพวกเขา เขามีอุดมการณ์ของเขา เขามี จิตวิญญาณของเขาในผู้ประกอบอาชีพสวนยางพารา ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาล ต้องรีบแก้ปัญหาให้เขาโดยเร่งด่วน ไม่ใช่ให้เขายึดถนนอยู่บนถนน พี่น้องชาวสวนยางพาราเขามีความสุขไหม เขาไม่มี ความสุขหรอก พี่น้องอยู่ได้ด้วยความเดือดร้อนและพอเราเข้าไปดูแลเข้าไปช่วยเหลือ การเมืองมาอีกแล้ว เวลาหอมแดงเขาเดือดร้อนผู้แทนราษฎรภาคเหนือเข้าดูแลทําไมไม่มี การเมืองหรือว่าช่วยเร็ว ผมกราบเรียนพี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสานทุกท่าน พี่น้องชาวสวน ยางพาราทุกท่านพี่น้องอยู่ ณ ที่ตั้งให้ดี ภาคใต้ได้ ๑๐๐ บาท ท่านก็ได้ ๑๐๐ บาท ภาคใต้ ที่ประท้วงอยู่ตอนนี้ได้ ๙๕ บาทท่านก็ได้ ๙๕ บาทครับ เพราะฉะนั้นท่านส่งกําลังใจให้ ก็แล้วกัน แล้วผมคิดว่าอาทิตย์หน้าญัตติตรงนี้ต้องจบ เหตุผลรัฐบาลต้องรีบเข้าไปแก้ไข โดยเร่งด่วน ผมขึ้นไปบนเวทีแก้ไขปัญหาพี่น้อง พี่น้องบอกไม่จบ อาทิตย์หน้ามาอีก ผมบอก ว่าต้องจบ ถ้าไม่จบอาทิตย์หน้า ส.ส. ลาออก ผู้แทนราษฎรเป็นขี้ข้าประชาชน ประชาชนเป็น นายเรา ประชาชนเดือดร้อนเราจะอยู่ได้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าความทุกข์สุข ของพี่น้องประชาชนคือความเดือดร้อนของพวกเรา แล้วอย่าให้พี่น้องประชาชนมองว่า รัฐบาล ๒ มาตรฐาน เขาจะเกิดความคิด ความอาฆาต ความแตกแยก มีบางรัฐบาล ๒ รัฐบาลเหมือนที่หลาย ๆ คนคิด รัฐบาลท่านทักษิณ โทษทีที่เอ่ยนาม บอกเลือกท่าน ท่านพัฒนา ท่านอุดหนุน รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ไปจํานําข้าว อันนี้ไม่เข้าไปดูแลก็สร้าง ความเคียดแค้นให้พี่น้องประชาชน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า อาทิตย์หน้าไม่มีญัตตินี้แล้ว ผมคิดว่าน่าจะสิ้นสุดแล้วครับ ถ้ารัฐบาลจริงใจจริงจัง แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนชาวสวนยางพารา ขอบคุณท่านประธาน
อย่างนั้นเดี๋ยวฟังรัฐบาลชี้แจง ท่านเพิ่งประชุมมานะครับ จะได้รู้แนวทางและมาตรการ เชิญรัฐมนตรีครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ผม นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ครับ ต้องกราบขอโทษทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับที่ผมไม่ได้อยู่ฟัง ในช่วงแรกเมื่อสักครู่นี้ ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีได้นัดประชุมด่วนนะครับในกลุ่มของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีประชา ท่านรองรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ท่านรัฐมนตรีวราเทพเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่มีปัญหาอยู่ ในขณะนี้ขออนุญาต กราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔๖/๒๕๕๖ แต่งตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา จากมติที่เราคุยกันใน กนย. เมื่อเช้านี้นะครับ แล้วก็ กลุ่มเกษตรกรทั้งหมด ผู้แทนเกษตรกรที่คุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการ ก็เห็นว่าวิธีการที่ เราจะทําการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในขณะนี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แล้วก็น่าจะ ดําเนินการต่อ เพียงแต่ขอขยายพื้นที่จาก ๑๐ ไร่ออกไปเป็น ๒๕ ไร่นะครับ แล้วก็ในเบื้องต้น นี้ต้องกราบเรียนว่าทางพี่น้องผู้แทนเกษตรกรก็ได้แจ้งในที่ประชุมว่าในส่วนของพี่น้อง เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จะดําเนินการอย่างไร ก็ต้องกราบเรียนว่าเราได้ยึด เอกสารของทางกรมป่าไม้ที่พูดถึงเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เราก็มีรายละเอียดต่าง ๆ ที่กรมป่าไม้เขาประกาศรับรองเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นที่ น.ส. ๓ น.ส. ๓ ก ในเรื่องของ ส.ป.ก. ในที่ของ สท. สท. ๑ สท. ๒ นะครับ เรื่องของ ภบท. นะครับที่มีการรับรองจากส่วนราชการ ก็ถือว่าเป็นเอกสารสามารถที่จะทําให้พี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการได้ แต่ว่าในกรณีที่ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนนั้นก็ได้มีการประสานกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในการที่จะตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งเวลานี้นั้นผมสั่งให้ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ขึ้นทะเบียนพี่น้องเกษตรกรทั้งที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ ในส่วนที่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็จะทราบได้ว่ามีใครบ้างแล้วก็อยู่ที่ไหน แล้วก็ให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดําเนินการดูแล เพราะฉะนั้น ในคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งนั้นก็จะมีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นประธานนะครับ มีท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติ รัตน์ มีผม มีท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านวรเทพ มีท่านปลัดกระทรวง มหาดไทย ท่านผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ท่าน พลตํารวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง เป็นกรรมการและเลขานุการ แล้วก็ท่านสุภรณ์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ชุดนี้จะเข้าไปดูแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยมีหน้าที่ในการพิจารณาสภาพ ปัญหาเกี่ยวกับราคายางพาราและความเดือดร้อนของผู้เกี่ยวข้องกับกิจการยางพารา และจะหารือร่วมกับตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับกิจการยางพาราทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้ข้อยุติ ที่เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายและสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน โดยให้กิจการยางพารา มีเสถียรภาพ แล้วเสนอแนะข้อคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาต่อคณะกรรมการนโยบายยาง ธรรมชาติและคณะรัฐมนตรีต่อไป อันนี้ชุดนี้จะเดินทางไปนครศรีธรรมราชพรุ่งนี้ แล้วก็จะ พบกับผู้แทนพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่จะคุยกันแล้วก็จะอธิบายให้ฟังกันว่ามาตรการทิศทาง ที่รัฐบาลทําอะไรอยู่ และพี่น้องต้องการอะไร จะเคลียร์กันพรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้าที่ นครศรีธรรมราชครับ ขออนุญาตนําเรียนเบื้องต้นครับ
ต่อไป ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ แล้วมาท่านเทพไท เสนพงศ์ ครับ เชิญครับ
(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่มี อะไรพาดพิงท่านนะครับ ท่านชี้แจงตามที่ท่านประชุมมาเฉย ๆ ไม่อนุญาตละครับ เอานิดเดียวนะครับ มันนิดเดียวหลายคน ท่านประมวลก็นิดเดียวอีก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธาน ก็อย่าเพิ่งรวบรัดนะครับ มันมีกรณีสถานการณ์
คือไม่ได้ รวบรัด แต่หมายความว่าผมเห็นว่าท่านไปประชุมแล้วก็ท่านออกมา แล้วก็ผมก็ไม่ทราบ เหมือนกันว่าประชุมแล้วมันเป็นอย่างไร ก็เหมือนในห้องนี้ก็อยากจะทราบข้อเท็จจริงกัน ทุกคน
คือญัตตินี้มันมีสถานการณ์ รองรับอยู่ครับท่านประธาน สภาควรจะเป็นสถานที่ที่จะแก้ไขปัญหา ถ้าเกิดความเข้าใจ แล้วผมเป็นคนอภิปราย
คืออย่างนี้ หลังจากที่รัฐบาลชี้แจงเสร็จ ท่านก็ลุกขึ้นมาแล้วก็จะพูด ผมก็บอกว่า ท่านพูดมาแล้วท่านก็ขอนิดเดียว เชิญท่านนิดเดียวเถอะครับ
คือประเด็นที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นคนอภิปรายเองว่าการดําเนินการโดยการให้ปัจจัย การผลิตที่ท่านไปมองว่า ๑๐ ไร่ ไปสู่ ๒๕ ไร่นั้นเป็นความพึงพอใจ ผมคิดว่ามันไม่เป็นจริง เพราะว่าความพึงพอใจในขณะนี้ไม่มี เพราะว่ากลุ่มเกษตรกรเขาอยากจะได้ราคาที่สูงขึ้น ในขณะนี้ ทีนี้ประเด็นปัญหาก็คือว่าการให้ปัจจัยการผลิตไม่มีผลโดยตรงต่อการยกระดับ ราคา ท่านจ่ายไป ๒๕ ไร่ จะเป็นจํานวนเงินเป็นกี่หมื่นล้านก็แล้วแต่ท่าน แต่ไม่มีผลต่อการ ยกระดับราคา ประการที่ ๒ ก็คือว่าในขณะนี้การให้ปัจจัยการผลิตไม่มีผลต่อคนกรีดยาง มีเฉพาะเจ้าของสวนเท่านั้น ประการที่ ๓ คือการไปดําเนินการที่ท่านบอกว่าจะลงไป นครศรีธรรมราชวันพรุ่งนี้ ถ้าท่านไปดําเนินการโดยวิธีการที่นํามติ ครม. ไปแจ้ง ก็เท่ากับว่า ท่านไม่ได้มีใจที่จะไปรับข้อเสนอ ข้อเรียกร้องของเกษตรกร ผมอยากให้ท่านเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อแก้ปัญหาพรุ่งนี้ครับท่านประธาน ท่านต้องมีวิธีคิดว่าท่านต้องมีบันไดในการที่จะไป เจรจา และผมย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านณัฐวุฒิมาพูด เมื่อสักครู่นี้ว่าไม่มีรัฐบาลใด ๒ มาตรฐาน ผมบอกที่ทําแบบนี้คือรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ และที่ผ่านมาคือรัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ครับ ๒ มาตรฐาน
ท่านรองนายกรัฐมนตรีรับข้อแนะนําของท่านสมาชิกลองไปปรึกษาทบทวนดูนะครับ การไป พบปะกับเกษตรกรนะครับ เชิญท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ต่อด้วยเรื่องเสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา การแก้ปัญหาราคาข้าว ยางพารา ข้าวโพด อ้อย และมันสําปะหลังราคาตกต่ํา ซึ่งด้วยปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีการเพาะปลูกพืช หลายชนิด ภาคอีสานก็ปลูกข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสําปะหลัง ภาคเหนือก็ปลูกข้าวโพด ลําไย ลิ้นจี่ ยางพารา ภาคใต้ก็ปลูกปาล์มน้ํามัน ยางพารา ภาคกลางก็ปลูกข้าว ภาคตะวันออกก็ปลูกเงาะ ทุเรียน มังคุด ก็เป็นปัญหามาตลอด ซึ่งรัฐบาลใด ๆ ก็พยายามจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเกษตรกร เป็นกระดูก สันหลังของชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมเสนอญัตติ ก็จึงอยากจะ กราบเรียนว่าวันนี้ครอบครัวของเราก็คือประเทศไทย เรามีพ่อมีแม่ซึ่งผลัดเปลี่ยนเวียนกัน มาเป็นมาเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ซึ่งในวันก่อนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีพ่อชื่อ อภิสิทธิ์ ก็มีโครงการประกันรายได้ก็บอกว่าจะซื้อข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ ๑๕ บาท พอถึงเวลาจริง ๆ เกษตรกรก็เอาข้าวไปขาย เขาก็บอกว่าถ้าอยากได้ ๑๕ บาท ก็ไปขายให้ วิทยุกับโทรทัศน์ที่ท่านอภิสิทธิ์บอก สุดท้ายก็ขายได้ ๑๓ บาท รัฐบาลก็เอาเงินไปช่วย ก็คือเป็นเงินส่วนต่างอีก ๒ บาทต่อกิโลกรัม ชาวบ้านก็ดีใจนึกว่าได้เงินฟรี ๆ ที่รัฐบาลโอนเข้า ธ.ก.ส. ให้ เป็นเงินที่ขายข้าวไม่พอ เพราะขายได้ ๑๓ บาท บวกอีก ๒ บาท เป็น ๑๕ บาท พอวันเปลี่ยน รัฐบาลครับ เราก็มีแม่ชื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็เปลี่ยนใหม่ จากประกัน รายได้มาเป็นรับจํานํา เราก็บอกว่าถ้าอยากได้ข้าวมีราคา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็จะจํานําข้าว โดยข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ ๒๐ บาท พอฤดูกาลเก็บเกี่ยวเสร็จโรงสีก็พยายามที่จะเร่งเอา ข้าวเข้าโรงสีก็จะบอก ๑๖ บาทขายไหม ไม่ขาย ๑๗ บาทขายไหม ไม่ขาย ๑๘ บาทขายไหม ไม่ขาย ถ้าไม่มีใครซื้อถึง ๒๐ บาท ก็เอามาจํานํากับแม่ไว้ก็คือตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลซึ่งแตกต่างกัน วันนี้เรามีพี่คนโตครับซึ่งรับราชการ เรามีพี่คนรองซึ่งเป็นพ่อค้าคนขายของ เรามีน้องคนเล็กที่ทําการเกษตร แม่ก็ต้องเอาใจทุกคน ครับ วันนี้น้องคนเล็กเป็นเกษตรกรที่ปลูกยางพารา เป็นเกษตรกรที่ทํานา เป็นเกษตรกร ที่ปลูกปาล์มน้ํามัน เป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด เป็นเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลัง ต่างคนต่างทํา ถามว่าวันนี้พืชเกษตรที่ต้องปลูกทุกปีคือข้าว มันสําปะหลัง ยางพาราปลูก ครั้งเดียว ๒๕ ปีถึงตัด ปัญหามันก็เกิดขึ้นว่าความพอใจอยู่ที่ไหน รัฐบาลช่วยได้อย่างไรบ้าง คงไม่พอใจ เพราะวันนี้รัฐบาลจํานําข้าว ๒๐ บาท คนอีสานเขาบอกผมไม่พอใจ เพราะคน ภาคกลางทํานาได้ ๒ ครั้ง จํานําข้าวได้ ๒ รอบ ผมทํานาที่อีสานผลผลิตต่อไร่๓๘๐ กิโลกรัม ๑๐ ไร่ ได้ ๓,๘๐๐ จํานําได้ครั้งเดียวได้ ๗๒,๐๐๐ แล้วน้องคนที่อยู่ภาคกลางทํานาและ จํานําข้าวกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๑๐ ไร่ ได้ ๘ ตัน ได้ ๑๒๐,๐๐๐ ๒ รอบได้ ๒๔๐,๐๐๐ ทําไม ผมเสียเปรียบคนภาคกลาง วันนี้คนที่ปลูกยางพาราก็พยายามบอกว่า๘๐ บาทไม่พอ ขาดทุน แต่คนอีสานบ้านผมอุบลราชธานี จังหวัดเลยท่านวันชัย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุดรธานี เขาบอกว่า ๘๐ บาทถือว่ากําไรมาก แต่ถ้าได้เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี ถามว่าวันนี้ รัฐบาลแก้ไขปัญหาตรงจุดเกาถูกที่คันก็คือ เมื่อเราขยับราคาขึ้นไม่ได้ เพราะวันนี้ ๘๐ บาท พี่คนรองที่ประกอบอุตสาหกรรมเขาซื้อไปลงทุนไปทําได้แล้วขายได้เขาถึงจะซื้อ แต่ถ้าซื้อ ๑๐๐ บาท ๑๒๐ บาท ไปทําแล้วมันขาดทุน เขาต้องไปซื้อยางเทียมมาทํา ยางพาราก็ไม่ได้ ขาย วันนี้เขาจึงซื้อ๘๐ บาท แต่เราก็ช่วยเกษตรกรอยู่ว่า เอาละ เมื่อเราซื้อเกิน ๘๐ บาท ไม่ได้ เราก็ช่วยลดต้นทุนครับ ก็คือให้ปุ๋ยไปใส่ คุณก็ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ย ขาย ๘๐ บาทได้ ก็ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ย เพราะแม่เอาปุ๋ยไปให้แล้วไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ซึ่งเกษตรกร ๑ คนมี ๒๕ ไร่ ก็จะได้เงินประมาณรายละ ๓๑,๕๐๐ บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่เกาถูกที่คัน เราลดรายจ่าย เราเพิ่มรายได้ เราขยายโอกาส ซึ่งวันนี้เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย เราลดรายจ่ายอย่างไรครับ ก็คือวันนี้รัฐบาลมีบัตรเครดิตเกษตรกรให้กับเกษตรทุกคนให้ไปซื้อปุ๋ยราคาถูก โดยยกเว้น ดอกเบี้ย ๑๕๐ วัน ท่านทําไป ๆ นะครับ วันนี้เพิ่มรายได้ ยกตัวอย่างเช่น วันที่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ประกันรายได้ข้าวหอมมะลิ ๑๕ บาท ขายได้ ๑๓ บาท ได้ส่วนต่าง๒ บาท เป็น ๑๕ บาท พรรคเพื่อไทยจํานําข้าว ๒๐ บาท ก็เพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ ๕ บาท ทํานาได้ ๑๐ ตัน ก็เพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ บาท ก็คือเพิ่มรายได้ แล้วก็ขยายโอกาส ก็คือ พักชําระหนี้ ธ.ก.ส. วันนี้ใครเป็นหนี้ ธ.ก.ส. ก็เหมือนกับคนป่วยครับ คนที่ป่วยน้อยยืมไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ครบรอบปีก็นําเงินแสนมาคืนพร้อมดอกเบี้ย ดอกเบี้ยร้อยละ ๖ เราลดให้ ครึ่งหนึ่งในฐานะที่คุณเป็นลูกค้าที่ดี คนที่ ๒ ที่ป่วยขนาดกลาง ต้นไม่มี ให้คุณนําดอกเบี้ยมา คืน เราลดให้ครึ่งหนึ่ง คนที่ป่วยมาก เตรียมเข้าไอซียู (ICU) ต้นไม่มี ดอกไม่มี คุณก็ไม่ต้อง จ่าย ก็พักหนี้ไป ๓ ปี ให้คุณไปทําอาชีพคุณ แล้วคุณฟื้น คุณลุกได้ คุณค่อยเอาสตางค์มาจ่าย นี่คือนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส วันนี้ต้อง ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสนใจที่ผู้แทนราษฎรนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด ในที่ประชุมสภา บอกว่าวันนี้ราคายางมีปัญหา แม่คือนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็พยายามที่จะ ไปต่างประเทศ ไปหาสตางค์ ไปหาขายยาง ไปหาขายมันสําปะหลัง ไปหาขายข้าวโพด วันนี้ เราอยู่ในสภาเรามาคุยกัน วันนี้ไม่ใช่เอะอะก็จะเรียกหาแต่นายกรัฐมนตรี กําลังจะขึ้น เครื่องบินไปขายยางพารา กําลังจะขึ้นเครื่องบินไปขายมันสําปะหลัง ต้องรีบวิ่งกลับมาสภา เพราะว่าฝ่ายค้านเรียกหาแม่ไปไหน ๆ นี่นะครับ ก็อยากจะฝากว่าวันนี้ขอโอกาสให้แม่ไปขาย ของหน่อยนะครับ แล้วจะได้สตางค์กลับมา คุณอยากได้เท่าไร เมื่อแม่รวย ลูกก็สบาย ถ้าแม่จนลูกก็ลําบากนะครับ อยากจะฝากแค่นี้ ขอบคุณครับ
ท่านเทพไทครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านเทพไทเสร็จแล้วก็จะมาที่ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ นะครับ จะได้เตรียม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะขอ อภิปรายญัตติเกี่ยวกับราคายางพาราตกต่ําและสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน สิ่งที่ผมจะอภิปราย ในวันนี้ผมไม่ได้เรียกหาท่านนายกรัฐมนตรีให้มาฟังคําอภิปรายของผม เพราะผมเชื่อว่า เมื่อท่านฟังแล้วท่านก็อาจจะไม่เข้าใจ แล้วก็ท่านไม่สามารถที่จะนําไปแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนได้ แต่ว่าสิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านประธานในห้วงเวลาที่จํากัด ผมในฐานะ เป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากพื้นที่ที่ปลูกยาง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีม็อบชุมนุม อยู่ในเขตพื้นที่ กําลังปิดถนนอยู่ที่สี่แยกหนองดี ทางเข้าอําเภอทุ่งใหญ่ด้วยในขณะนี้ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าความล้มเหลวของการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ใน ๓-๔ ประเด็น
เรื่องแรก เห็นได้ชัดครับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจการชุมนุมของพี่น้อง เกษตรกรที่มีความเดือดร้อนในเรื่องราคาของยางพารา ถ้าท่านประธานจําได้ท่านประธาน ก็จะเห็นว่ามีการชุมนุมตั้งแต่วันที่ ๒๓ ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เป็นเวลา ๑๑-๑๒ วัน ท่านประธาน ก็จะเห็นว่ามีการขยับของรัฐบาลเมื่อวาน เมื่อคืนวาน เมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วก็วันนี้ครับ ที่ค่อนข้างที่จะชัดเจน นอกนั้นก็เป็นการประท้วงชุมนุม เป็นเรื่องของเกษตรกรกับพี่น้อง ชาวภาคใต้ เสมือนกับว่าภาคใต้เป็นรัฐอิสระ รัฐบาลไม่สนใจ เป็นไปได้อย่างไรครับ มีการ ปิดถนน ปิดทางรถไฟเป็นเวลา ๑๐ วัน ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งไป ตรวจราชการอยู่หลายพื้นที่ ไม่ได้ไปตรวจราชการ ไม่ได้ไปดูปัญหาตรงนี้เลย พี่น้อง ประชาชนปิดถนนทางสัญจรไปมาติดต่อกันไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนแก้ปัญหากันเอง เกลียดชังกันเอง ขัดแย้งกันเอง ซึ่งเข้าลักษณะ ที่บอกว่า แบ่งแยกและปกครองจริง ๆ ครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ที่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจปัญหาของพี่น้องเกษตรกรก็คือว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรเลย ข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกร ที่ขอราคายางกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ถ้าถามว่าเป็นการขอที่มากไหมครับท่านประธาน
- ๙๐/๑ ถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกษตรกรเคยได้มาในอดีต มันไม่มากเลยครับ เพราะเขาเคยได้ ราคายางพาราที่เขาเคยขายในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาทครับท่านประธาน ในบางช่วงมีการขายถึง ๑๘๐ บาท หรือ ๒๐๐ บาทก็มีในเขตเลือกตั้งของผม และวันนี้ ราคายางพารามันลงมาเหลือ ๖๐ บาท ๖๐ กว่าบาท ถ้าเป็นท่านประธาน ท่านประธาน จะอยู่ได้ไหมครับ ในวันที่ขายยางพาราได้กิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท หมูกิโลกรัมละ ๘๐ บาท ในวันที่ขายยางพาราได้กิโลกรัมละ ๖๐ บาท ๗๐ บาท หมูกิโลกรัมละ ๑๔๐ บาท มันสวนทางกันได้ชัดครับ รัฐบาลก็พยายามที่จะออกมาพูดออกมาชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องของ กลไกตลาดโลก มันเป็นปัญหาที่รัฐบาลแก้ไขไม่ได้ หลายคนก็ยกตัวอย่างครับว่าราคา ของยางพาราเปรียบเทียบกับยุครัฐบาลชวนกับรัฐบาลชุดนี้มันต่างกัน ผมถามท่านประธาน ว่าเขาเปรียบเทียบอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าไปเอายุคของท่านชวนมาเปรียบเทียบกับราคา ยางพาราในยุคของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ท่านประธานต้องถามว่าในยุคนั้นทองบาทละ กี่สตางค์ ไข่ใบละกี่สตางค์ กี่บาท ถ้าเปรียบเทียบขนาดนั้นได้ผมก็ถามว่าทําไม ไม่ไปยกตัวอย่างในกรณีเปรียบเทียบราคายางพาราในยุคของพระยาพหลพลพยุหเสนาโน่น มาเปรียบเทียบได้ สิ่งที่อยากจะเปรียบเทียบต้องเปรียบเทียบรัฐบาลที่ใกล้เคียงกันท่านประธาน ก็คือรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ วันนี้ก็มาถามบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์เจอภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ท่านประธานจําได้ครับ แฮมเบอร์เกอร์ ไครสิส (Hamburger Crisis) นั่นก็คือปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกันครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาในช่วงเดือนธันวาคม ราคายางในยุคนั้นส่งมอบราคา ให้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์จากตัวเลขของที่มาของตลาดยางพาราอําเภอหาดใหญ่กิโลกรัมละ ๓๘.๙๙ บาท แล้วก็มีการไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ครับ ถ้าท่านประธานจําได้ในขณะนั้น ประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติของรัฐบาลอภิสิทธิ์ คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศว่าอย่างไรก็ตามยางพาราจะต้องกิโลกรัมละไม่ต่ํากว่า ๘๐ บาท ผมในฐานะ ผู้แทนราษฎรในพื้นที่ที่มียางพารามาก ผมรู้สึกหวั่นไหวมากว่าถ้าไม่ถึงแล้วจะเป็นปัญหา กับ ส.ส. ในเขตพื้นที่ครับ แต่ด้วยความพยายามของรัฐบาลในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านประธานก็ได้เห็นว่าราคายางพาราก็ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ครับ จนปี ๒๕๕๓ ในช่วง เดือนเมษายนครับ เดือนมีนาคม ราคายางทะลุ ๑๐๐ บาท เป็นไปตามแผนงานที่รัฐบาล อภิสิทธิ์ได้วางไว้ แล้วก็สูงสุดจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กิโลกรัมละ ๑๘๐.๕๓ บาท ในช่วงนี้บางพื้นที่ก็มีการขายยางพารากิโลกรัมละ ๒๐๐ บาทก็มีครับ เพื่อจะชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าวันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์หมดอํานาจ ราคายางพาราก็ไม่ได้ตกต่ําขนาดนี้ครับ มีการเปลี่ยนผ่านมายังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในช่วงเดือนกันยายน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ราคายางในวันแรกที่เข้ารับตําแหน่งก็คือ ๑๓๐.๓๐ บาท และถึงวันนี้ท่านประธาน เหลือเท่าไรครับ เหลือ ๖๐ กว่าบาท ๗๐ กว่าบาท ถามว่าประชาชนเขารู้สึกอย่างไร ชาวสวนยางรู้สึกอย่างไร เขาก็อยากจะได้ ๑๒๐ บาท ถามว่ามากไปไหม ก็ไม่ได้มากครับ ท่านประธาน ถ้าคิดเทียบกับอัตราค่าครองชีพในยุคปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าเป็นข้อเรียกร้อง ที่สมเหตุสมผลและรัฐบาลก็พึงที่จะต้องสนองความต้องการของพี่น้องชาวสวนยางครับ แต่รัฐบาลพยายามที่จะกลับแก้ปัญหาด้วยวิธีการอุดหนุนต้นทุนการผลิตให้ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ต่อไร่ ต้องถามท่านประธานครับ ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่นี่มันได้เฉพาะเจ้าของสวนยางนะครับ คนรับจ้างกรีดยางเขาไม่ได้ เขาไม่ได้ส่วนแบ่งนะครับ ถ้าท่านประธานเป็นเจ้าของ สวนยางท่านประธานก็จะรู้ว่าสูตรการแบ่งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่เขาเรียกว่า หกสี่ขี้ปัน มันเป็นสํานวนหกสี่ขี้ปัน ถ้าท่านประธานไม่เข้าใจ คืนนี้รายการสายล่อฟ้าผมเปิดเอ็มวี (MV) เพลงนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานไปฟังได้นะครับ หกสี่ขี้ปัน หกก็คือเจ้าของสวนยางได้ ๖ ส่วนครับ ลูกจ้างได้ ๔ ส่วน ขี้ยางพาราหรือเศษยางพารา ยางพาราก้นถ้วยเขาเรียกขี้ยาง ปันกันแบ่งกันคนละครึ่ง นี่คือสูตรของชาวสวนยางหกสี่ขี้ปัน แต่เมื่อรัฐบาลอุดหนุนให้ ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มันไม่ได้อยู่ในอัตราหกสี่ขี้ปันหรอกครับ มัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นของเถ้าแก่สวนยาง เพราะฉะนั้นการที่จะไปอุดหนุนต้นทุนการผลิต นี่มันไม่ถึงมือลูกจ้างในสวนยางครับ แต่ว่าในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ครับ ยางราคากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้างขายได้เท่ากันครับ ไม่ว่ายางพาราขโมยไปหรือยางพารา เอามาจากไหนก็แล้วแต่นะครับ ราคามาตรฐานคือเท่าเทียมกันหมดครับ อันนี้ละคือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องการครับ เมื่อกี้รัฐมนตรีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาพูดว่าเมื่อเอาเงิน อุดหนุนต้นทุนการผลิตไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ในจํานวน ๑๐ ไร่ หรือจํานวน ๒๕ ไร่ตามที่ รัฐบาลพยายามจะทวงบุญคุณว่ามีน้ําใจเพิ่มขึ้นตามมติ กนย. ในวันนี้ ก็ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่ากิโลกรัมละ ๖ บาท เพิ่มขึ้นมามันจะช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้แค่ไหนครับท่านประธาน มันไม่ได้เลยครับเมื่อเปรียบกับส่วนต่างในขณะนี้ที่กิโลกรัมละ ๗๐ บาท แล้วก็ชาวสวนยางเรียกร้องกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท มันต่างกันตั้ง ๕๐ บาทครับ มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ กิโลกรัมละ ๖ บาท กับ ๕๐ บาทที่เขาหายไป อันนี้ละครับ ท่านประธานที่เป็นปัญหาครับ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้นอกจากที่จะไม่สนองตอบต่อ ข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนชาวสวนยางแล้ว ต้องเรียนกับท่านประธานว่านอกจาก ไม่ช่วยแล้วยังตบหน้าเกษตรกรชาวสวนยางด้วย ๒ เรื่องชัด ๆ ที่เห็นครับ ด้วยมติ ครม. ครับ เรื่องแรกเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ครับท่านประธานครับ ตบหน้าชาวสวนยางโดยมีมติสนับสนุน โครงการจํานําข้าวนาปีตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท นาปรัง ๑๓,๐๐๐ บาท โดยที่ไม่พูดถึงเรื่อง สวนยางเลยที่จะอุดหนุนกันอย่างไร กับมติที่ ๒ ที่ตบหน้าก็คือวันนี้ครับ คือยันยันที่จะ อุดหนุนต้นทุนการผลิตไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท แต่ว่าเพิ่มเป็น ๒๕ ไร่ ในขณะที่ปฏิเสธข้อเสนอ ของเกษตรกรไร่ละ ๑๐๐ บาท ซึ่งก็ลดราคาลงมาแล้วนะท่านประธาน จาก ๑๒๐ บาท เหลือ ๑๐๐ บาท แต่รัฐบาลก็ไม่มีน้ําใจที่จะสนองความต้องการของพี่น้องเกษตรกรครับ เมื่อวานครับท่านรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้เชิญชาวสวนยางมาชี้แจง ผมถามท่านประธานจริง ๆ ถ้าหากว่ารัฐบาลจริงใจที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง คนระดับ รองนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวบินไปเจรจา ไม่จําเป็นต้องนําแกนนําเกษตรกรมา ๒๐ กว่าคนให้มันเป็นภาระ แล้ววันนี้นะครับหลังจากเมื่อคืนนี้ล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด วันนี้ครับ รัฐบาลก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขราคายางครับ ก็เหมือนกับรองนายกรัฐมนตรียุคล ได้อ่านเมื่อกี้ครับ ทั้งหมดมี ๑๐ คนครับ ใน ๑๐ คนที่เห็นนี้รายชื่อทั้งหมดครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นอนาคตชาวสวนยางพาราจริง ๆ นะครับกับกรรมการชุดนี้ครับ ล้วนแล้วแต่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมาแล้วทั้งสิ้น ตั้งคุณประชา พรหมนอก เป็นประธาน ผมถามครับท่านประธาน ท่านประชามีความรู้เรื่อง อะไรเกี่ยวกับเรื่องยางพารา ยกเว้นเรื่องการไปสลายการชุมนุม ผมคิดว่าท่านมีความสามารถ เมื่อเช้าท่านมาตอบกระทู้ ทัศนคติของท่าน ๆ ยังบอกเลยนักการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบนี้ ทัศนคติแบบนี้คนมาเป็นประธานตั้งได้หรือครับ คนที่เป็นรองประธาน รองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ คนที่ ๒ ครับ เมื่อคืนก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่ามาแล้ว ปัดก้นหนีผู้ชุมนุมมาแล้ว แกนนําของผู้ชุมนุมแล้ว นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ผมพูดจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเห็นใจ ครับ ท่านไม่มีความรู้เรื่องยางพารา แต่ว่าท่านก็มารับเผือกร้อนจากรัฐบาลนะครับ รัฐบาลเองที่ผ่านมาก็รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งสิ้น วันนี้ก็เปลี่ยนผ่าน โยนมาให้กับคุณยุคล คุณยุคลนี้ท่านประธาน บอกท่านประธานนะครับ ท่านเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ เรียนจบปศุสัตว์มา ผมรู้ท่านดีครับ ท่านรู้เฉพาะเรื่องตอนวัว ตอนควายนะครับท่านประธาน ฉีดยาให้หมู ให้ไก่ ให้เป็ด อันนี้ได้ครับ แก้ปัญหายางพารานี้ผมว่ายากนะครับท่านประธาน นี่ตั้งมาเป็นกรรมการ ท่านวราเทพก็เห็นอยู่ครับ ที่นั่งอยู่นี่ ภาพดีมากนะครับ แต่ว่าแก้ปัญหา ผมยังไม่เห็นฝีมือเลยท่านประธาน เป็นยาสามัญประจําบ้านของรัฐบาลชุดนี้ครับ เป็น รัฐมนตรีถ่างขาอยู่ ๒ กระทรวง นอกนั้นก็ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ กรรมการ เลขาธิการกรรมการลงทุน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ๒ ท่านนะครับ ที่ไปเจรจากับม็อบ แล้วก็ไม่มีข้อเสนอไม่มีอะไรคืบหน้า มาเป็นเลขาธิการ แล้วถามว่า ใน ๑๐ คน รัฐมนตรีที่มาพูดฉอด ฉอด ฉอดเมื่อสักครู่ละครับ รัฐมนตรีคนนั้นเก่งนักหนา ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่แต่งตั้งเข้าไปอยู่ในกรรมการชุดนี้ด้วยครับ เป็นคนบ้านผมโดยแท้ นะครับ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่านประธานครับ แต่ว่าเป็นที่รู้กันอยู่ว่าถ้าหากว่ารัฐบาล แต่งตั้งคน ๑๐ คนนี้ คนที่เก่งนักเก่งหนาเมื่อสักครู่นี้ทําไมไม่เป็นอยู่ใน ๑ ใน ๑๐ นี้ด้วยครับ แล้วเขาก็เป็นจําเลยของชาวสวนยางอยู่แล้วท่านประธาน ผมต้องเรียนกับท่านประธาน นะครับว่าปัญหาทั้งหมดนี้
มีผู้ประท้วงครับ ไป ๑๕ นาทีแล้วครับ เชิญผู้ประท้วงครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขออภัยท่านผู้กําลังอภิปรายด้วยความเคารพ คือท่านประธานครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมจะกราบขอความกรุณา ท่านประธานเถอะครับ ว่าตามข้อบังคับนี้ ข้อ ๖๑ ต้องพูดอยู่ในประเด็น แล้วก็ไม่พาดพิงหรือ กล่าวร้ายคนอื่นจนมากเกินไป ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนั้นคงอดทนฟังได้ แต่ว่าเรา อยู่ในสภาเป็นเพื่อนสมาชิกในสภาเดียวกันได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยกัน เราเห็นใจมากอยู่แล้ว ถ้าจะขอความกรุณาท่านเพื่อนสมาชิกได้โปรดอภิปรายอยู่ในประเด็น ที่สําคัญ ๆ ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านครับเอา ๑๕ นาที แล้วเดี๋ยวให้ท่านอื่นบ้าง สรุปหน่อยนะครับ
ได้ครับ
แล้วของท่านเวลากี่โมงละ
ผมเป็นตัวหลักเรื่องนี้นะครับ
ของท่านเวลากี่โมงนะวันนี้ รายการท่านนะ
รายการสายล่อฟ้าหรือครับ
ครับ
ทุ่มหนึ่งครับ ไปทันครับ ท่านประธาน
ไปพูด ในรายการนั้นก็ได้นะครับ
รายการสดทุ่มหนึ่ง ผมไปทันครับ ผมพยายามจะสรุปครับ
เชิญต่อ ครับ เชิญต่อครับ เอาเฉพาะในประเด็นนะ
ที่ผมพูดวันนี้ ที่ผมวิจารณ์ก็คือว่า
คือ อย่าไปถึงขั้นวิจารณ์ท่านมากเลยนะ
วิจารณ์คณะกรรมการเพื่อให้เห็น ว่าผมไม่มีความมั่นใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาลครับ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย รัฐมนตรีก็ชี้แจงได้ อยู่แล้วว่าท่านมีความสามารถอย่างไร แล้วก็คุยมาสิครับ โอ้อวดมาสิครับ ผมก็ยินดีจะรับฟัง แต่ว่าโดยพฤติกรรมที่ผ่านมา โดยผลงานที่ผ่านมา ผมไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง เกษตรกรได้ เมื่อสักครู่รัฐมนตรีท่านหนึ่งมาพูดถึงเรื่องความสําเร็จว่าในขณะนี้ปัญหา ที่เหลืออยู่ก็มีเฉพาะในภาคใต้ แล้วก็บางส่วนก็เปิดถนน แล้วก็พี่น้องเกษตรกรก็ไปรับฟัง ข้อเสนอของรัฐบาลแล้ว ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าล่าสุดนี้ ผมอ่านให้ท่านประธานฟัง เลยครับท่านประธานครับ ม็อบสวนยางพัทลุงเดือดจ่อยกระดับเพิ่มถนนหลังจาก กนย. มีมติ ไม่แทรกแซงราคายางพาราให้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทตามข้อเรียกร้อง นี่ชัดเลยครับ แล้วก็ชาวสวนยางเมืองกาญจนบุรี สังขละบุรี นี่ขนาดเมืองกาญจนบุรีนะครับท่านประธาน ชุมนุมให้เวลารัฐ ๑๕ วัน ชาวสวนยางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมนุมริมถนนเพชรเกษม กม. ๔๑๓ ทยอยนํายางรถยนต์ ๒๐๐ เส้น และถังน้ํามัน ๒๐๐ ลิตร รอยกระดับห้าโมงเย็น วันนี้ครับ ม็อบสวนยางลั่นชัด หากรัฐทอดทิ้ง ดาวกระจายพรึบใต้แน่ ม็อบจังหวัดชุมพร ราคาแผ่นดิบกิโลกรัมละ ๙๒ บาท ขอ ๙๒ บาท วอนอย่าบีบคั้นให้ประชาชนต้องเข้าป่าจับปืน นี่คือความเคลื่อนไหวที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ไม่พอใจทั้งสิ้นครับ แม้กระทั่ง คนในภาคใต้ประกาศวันนี้ ท่านประธานไปตามดูนะครับ ประกาศว่าอย่างไรครับ ประกาศ บอกว่าสู้กับรัฐบาลโจรต้องเป็นโจร ประกาศอย่างนั้นเลยท่านประธาน ซึ่งผมก็ไม่อยาก จะได้ยินคําแบบนี้ออกมาจากปากของพี่น้องประชาชนครับ ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับที่รัฐมนตรีคนในรัฐบาลชุดนี้ออกมาชี้แจง ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานนะครับ
สรุปหน่อยครับ
ว่าการแก้ปัญหาของประชาชนนี้ รัฐบาลต้องใช้ฝีมือครับ ไม่ใช่ใช้ฝีปาก ท่านส่งรัฐมนตรีมาพูด ผมก็เห็นก็มีแต่สํานวนโวหาร ที่มาพูด เรื่องข้าวก็ใช้สํานวนโวหาร เรื่องยางก็สํานวนโวหารนะครับ บอกให้ท่านประธาน ได้ทราบครับ น้ําลายไม่สามารถสร้างกรุงโรมได้
เอาเนื้อหาเรานะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เสียดสี ใส่ร้าย ฉลาดเอาคําพูดของ คนอื่นมาพูดว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลโจร รัฐบาลนี้ไม่เป็นรัฐบาลโจร เป็นรัฐบาลที่มาจาก ประชาธิปไตยนะ รัฐบาลที่แล้วปลดเขามานั่นโจรครับ นั่นโจร นี่ไม่ใช่โจร อย่างนี้ ท่านประธานต้องให้ถอนครับ ไม่ได้ครับ ถึงจะยกคําพูดของคนอื่นมาพูดมันก็ไม่ใช่ มาพูดแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลเสียหายครับ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน
เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ
เดี๋ยวก่อนวินิจฉัยให้ครูมานิตย์ ประท้วงอีกคนก็ได้ เห็นยืนอยู่ท่านประธานครับ
อย่าไป ถึงขั้นนั้นเลยครับ
เห็นท่านยืนอยู่
เดี๋ยวผมจะให้ท่านพูดต่อ แต่มันเป็นคําไม่สุภาพ ถอนแล้วกัน
ถอนครับ เป็นคําพูดของชาวบ้าน ไม่มีปัญหาครับ เป็นคําพูดของชาวบ้านครับ ผมก็มาสื่อแค่นั้นเอง
คําพูด ชาวบ้าน แต่มันไม่สุภาพมาพูดในสภา
ถอนครับ ไม่มีปัญหาครับ
อย่างนั้นถอนนะครับ แล้วเชิญต่อครับ ขอกระชับหน่อย เพราะว่าท่านมา ๑๗ นาทีแล้ว
ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อสักครู่นี้คนในรัฐบาลชุดนี้ รัฐมนตรีชุดนี้ มายืนยันว่าไม่มีทางที่รัฐบาลชุดนี้จะทอดทิ้ง ประชาชน จะกลั่นแกล้งประชาชน ผมต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ยืนยันว่าไม่มีรัฐบาล ชุดไหนที่จะกลั่นแกล้งพี่น้องประชาชน ผมเข้าใจครับ มีรัฐบาล ๒ ชุดเท่านั้น ชุดคุณทักษิณ กับชุดคุณยิ่งลักษณ์ ชุดคุณทักษิณท่านประธานจําได้นะครับ ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย
คือ อย่างนี้ อย่าไปถึงนั้นเลย เอาปัจจุบันนี้ดีกว่าครับ เดี๋ยวมันมีประท้วงกัน เดี๋ยวไม่เข้าประเด็น เอาเฉพาะปัจจุบันนี้นะครับ เชิญครับ
คือถ้าท่านประธานจําได้ เขาพาดพิงมายังรัฐบาล พูดถึงรัฐบาลอํามหิต ฆ่าประชาชน ผมก็เลยต้อง
คืออย่างนี้ท่านเทพไทครับ มีท่านสมาชิกได้พูดถึงรัฐบาลชุดนี้ ที่ผมเขียนไว้นี่นะครับ อํามหิต โหดเหี้ยม ท่านก็พูดไปเถอะ แต่ท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้ชี้แจงแล้ว ท่านก็พูดไป ผู้ชี้แจงก็ชี้แจง ไปแล้วว่าเป็นภาระของรัฐบาลอะไร คือชี้แจง ส่วนใครจะพอใจ ไม่พอใจก็อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อมีอภิปรายแล้ว ชี้แจงแล้ว ที่ประชุมก็จะใช้ดุลยพินิจในการที่รอลงมติว่าจะตั้งกรรมาธิการ หรือไม่ตั้งกรรมาธิการเท่านั้นเอง ฉะนั้นผมว่าผู้ชี้แจงก็ชี้แจงไปแล้ว อย่าไปตอกย้ําอะไรกัน มากเลย เราเอาปัญหาประชาชนดีกว่านะครับ เชิญครับ
คือผมเข้าใจครับท่านประธานครับ แต่ว่าเมื่อเขาพาดพิงพูดลักษณะเช่นนั้นได้ ผมก็มีสิทธิที่จะพูดได้ในสภาแห่งนี้ ผมก็ต้อง เพียงแต่เรียนว่ารัฐบาลที่จะอํามหิตก็ต้องดูพื้นฐานก่อนว่าเขาอํามหิตเพราะอะไร คนเหล่านั้น ผิดกฎหมายหรือไม่ อํามหิตกับโจรหรือไม่ แต่ว่าม็อบเกษตรกรมันไม่ใช่ม็อบการเมือง ม็อบปากท้องของพี่น้องประชาชน รัฐบาลไม่ควรที่จะใช้อํานาจรัฐไปอํามหิตกับเขา แต่ว่าถ้า เป็นม็อบของโจรก่อการร้าย คนเผาบ้านเผาเมือง อันนี้ใช่ครับ อํามหิตก็ไม่เป็นไร ในทัศนะ ของผมท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ หลังจากท่านธนิกแล้วท่านอภิชาตนะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ท่านประธานที่เคารพ ต่อญัตติปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ผมเป็นลูกชาวนาเรียนการเกษตร ท่านประธานครับ อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ถือว่า ด้อยโอกาสมากที่สุดมากกว่าทุกอาชีพ พี่น้องเกษตรกรขาดโอกาสและทําการประกอบการ ส่วนมากแล้วไม่คุ้มกับผลการลงทุน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นองค์ประกอบที่ทําให้มีผล ต่ออาชีพทางการเกษตร ผู้ที่ปลูกพืชถ้าฝนแล้งผลผลิตก็ไม่สามารถที่จะเก็บเกี่ยวได้ เมื่อปลูก เสร็จแล้วการบํารุงรักษาก็ต้องอาศัยปุ๋ย การเก็บเกี่ยวก็ต้องใช้แรงงาน ประกอบกับ การจําหน่ายเมื่อถึงเวลาราคาการเกษตรตกต่ําก็มีผลทันที ชาวนาหรือชาวไร่ ชาวเกษตรกรไม่มีโอกาสในการที่จะควบคุมหรือกําหนดราคาทางด้าน การเกษตรได้เลย ส่วนมากมาจากองค์ประกอบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าคนกลาง หรือนายทุน หรือเกี่ยวเนื่องไปถึงการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการตลาดภายในประเทศหรือ การตลาดโลก อันนี้คือความจริงที่ปรากฏขึ้น และที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไข ปัญหาทางด้านราคาสินค้าทางการเกษตร ถือว่าเป็นปัญหาโลกแตก ไม่มีรัฐบาลไหนที่ไม่ได้ แก้ปัญหาเรื่องราคาสินค้าทางการเกษตร บางรัฐบาลก็คิดสูตร คิดวิธีการ ขนาดไม่เคยมีก็ยังมีครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างเช่น การชั่งไข่เป็นกิโลก็ยังเคยมี เพราะปัญหาเรื่องสินค้า ทางการเกษตร ฉะนั้นแล้วตรงนี้สิ่งที่เราต้องทําก็คือเราต้องเข้าใจครับ เข้าใจรัฐบาล เข้าใจ ผู้ที่ทําหน้าที่ในการบริหาร และเข้าใจเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นผู้ด้อยโอกาส ในส่วนตัวผมเอง อย่างที่กราบเรียนไปด้วยการสัมผัส แล้วก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่องเรื่อยมา เพราะว่าทําอาชีพ การเกษตรอย่างที่กราบเรียนไป แล้วก็ยิ่งได้ฟังจากหลายท่านได้พูดยิ่งไม่สบายใจ บางท่าน ก็เปรียบเทียบระหว่างข้าวกับยางพารา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปรียบเทียบ ต้องเปรียบเทียบให้หมดว่าปีหนึ่งคนที่ปลูกข้าวได้รายได้เท่าไร คนที่ปลูกยางพาราได้รายได้ เท่าไร ต้องเปรียบเทียบให้ละเอียด มิเช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นว่าไม่ยุติธรรม ต้องขอความเป็นธรรมด้วย และเสมือนหนึ่งที่ผ่านมาก็มีการถกเถียงกันหลายอย่าง พยายามที่จะเรียกร้องแม้กระทั่ง เรื่องของนักเรียนที่เรียนทุนก็แล้วแต่นะครับ ถ้าให้ผมเปรียบเทียบ ผมเปรียบเทียบก็เสมือนหนึ่งว่า พี่น้องที่ยากจนต้องการทุนจากรัฐบาลเพื่อที่จะส่งลูกเรียน ก็มีคนที่มีอันจะกินหรือคนที่มีเงิน ก็อยากได้เหมือนกับคนที่ยากจนด้วยเช่นกัน ฉะนั้นแล้วประเด็นตรงนี้ผมไม่อยากให้มีการปรักปรํา แล้วก็มีการเปรียบเทียบอย่างไม่ครบวงจร สุดท้ายแล้วก็เป็นผลเสียทําให้เกิดการเข้าใจผิด นี่ละคือการเกิดการแตกแยก และที่สําคัญจํานวนเกษตรกรที่เป็นชาวนามีจํานวนมาก ทั่วประเทศแตกต่างจากจํานวนเกษตรกรที่เป็นชาวสวนยาง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็เข้าใจครับ พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพาราเมื่อราคาตกไม่ว่าอาชีพทางการเกษตรที่ปลูกพืช ชนิดไหนก็แล้วแต่มีผลกระทบทั้งนั้น แล้วก็น่าเห็นใจครับ ไม่ว่าจะเป็นอ้อยหรือมันสําปะหลัง แล้วที่บ้านผมปลูกมันสําปะหลังมาตลอดไม่สมหวังสักทีครับท่านประธาน บางปีผลผลิตดี แต่ราคาตก บางปีผลผลิตไม่ดีแต่ราคาดี อันนี้คือโอกาสของชาวนาที่ผ่านมา ฉะนั้นแล้ว สงสารเถอะครับ เกษตรกรนี้ถือว่าเป็นอาชีพที่ขาดโอกาส แล้วอย่าได้เปรียบเทียบชาวนากับ อาชีพที่ทําการเกษตรเหมือนกัน อย่างเช่นปลูกยางพารา ไม่เช่นนั้นแล้วผมเชื่อว่าพี่น้องชาวนา คงจะไม่สบายใจแล้วก็มีผลกระทบต่อท่านในอนาคตอย่างแน่นอน สิ่งที่สําคัญตอนนี้ ซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกันก็คือเรื่องของการตลาดที่เกิดผลกระทบที่ตามมา ต้องยอมรับ ถ้าผลผลิตในท้องตลาดมีมากเกินไปมากกว่าความต้องของผู้บริโภค ไม่มีพืชชนิดไหน ที่ราคาจะคงที่หรือสูงขึ้นไป ก็มีแต่ตกต่ํา ผลที่เกิดขึ้นเข้าใจว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาด มีมากเกินความต้องการ เมื่อมากเกินความต้องการราคาก็ต้องตกต่ําลงมา เป็นไปตาม หลักการตลาด เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ เป็นไปตามหลักของอุปสงค์แล้วก็อุปทาน เป็นปกติครับท่านประธาน ฉะนั้นแล้วหลักใหญ่ใจความก็อยู่ที่การแก้ไขปัญหา เพราะว่า อย่างที่เรียนกับท่านประธานว่าเราผลิตและเราบริโภคภายในประเทศ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว เราส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นี้ต้องอาศัยตลาดโลกแน่นอน ทําอย่างอื่นไม่ได้ การแก้ไขปัญหาก็มีระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะสั้นนี้ปฏิเสธไม่ได้ในการที่รัฐจะเข้าไปอุ้มหรือไปแทรกแซง ไปช่วยเหลือเกษตรกร นะครับ อย่างข้าวก็เหมือนกัน อย่างการเกษตรอย่างอื่นก็เหมือนกัน ที่ท่านบอกว่ารัฐบาล ช่วยเหลือต่อไร่ ๑,๒๖๐ บาท ข้าวนี้ท่านประธานครับ ไม่เหลืออะไรนะครับ เจอภัยแล้ง คือ รัฐบาลก็ชดเชยเพียงแค่ ๑,๑๓๕ บาท ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร นี่ความเป็นธรรมครับ ท่านประธาน ได้เห็น ได้รู้ ได้รับทราบนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาระยะสั้น รัฐบาลต้องเข้าไปแทรกแซง ไปช่วยเหลือไปอุ้มนะครับ เป็นเรื่องปกติ ส่วนการแก้ไขปัญหา ระยะกลาง รัฐบาลก็ต้องหาตลาด แล้วก็พยายามที่จะหาอย่างอื่นเข้ามาช่วยนะครับ หรือ ระยะยาวก็ต้องเพิ่มอย่างอื่น อย่างเช่นการแปรรูป ปัญหาสินค้าการเกษตรของไทยส่วนมาก แล้วส่งเป็นส่งวัตถุดิบไปขายต่างประเทศ แล้วไปต่างประเทศก็แปรรูปส่งกลับมาขาย ในประเทศไทยนะครับ ผลที่ตามมาก็คือว่าต่างประเทศไม่ได้ทําอะไรแต่ว่ามีรายได้ มีผลกําไร แต่ถ้าเราส่งเสริมการลงทุนโดยการให้มีการแปรรูปในประเทศไทย แล้วก็ส่งเป็นผลผลิต ที่เป็นผลผลิตที่แปรรูปเรียบร้อยก็จะทําให้สามารถที่จะพยุงราคาหรือกําหนดราคาได้ แต่ที่ สําคัญนะครับท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามที่จะ เดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปเชื่อมสัมพันธไมตรี ไปทําการค้าและการลงทุน แต่ก็มีผู้วิจารณ์ ครับ วิจารณ์บอกว่าท่านไปนี่ไปมากเกินไป ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมานี้ หลังจากที่มีการปฏิวัตินี่ต้องถามว่าต่างประเทศเชิญประเทศไทยไปเชื่อม สัมพันธไมตรีมากน้อยแค่ไหน อันนั้นละครับเป็นผลพวงตัวหนึ่งที่ส่งผลมาถึงตอนนี้ ส่งผลถึง ราคาสินค้าการเกษตร เพราะเราขาดการเชื่อมสัมพันธไมตรี ขาดการค้าและการลงทุนกับ ต่างประเทศตลอดเรื่อยมา แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไปตอนนี้ก็จะเป็นผลดีในโอกาสต่อไป นะครับ นั่นหมายถึงว่าโอกาสต่อไปจะมีการค้าการลงทุน ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปประเทศจีนก็ไปตกลงเรื่องการค้าการลงทุนยางนะครับ ทราบว่า หลายล้านตัน นี่ครับท่านประธานครับ มันเป็นการส่งผลถึงอนาคต แต่ถ้าใครรู้วัฏจักร วงจรก็ จะเข้าใจ แต่ถ้าใครไม่รู้ก็จะวิพากษ์วิจารณ์กันไป โจมตีกันไป มองมิติเดียว ไม่ได้มองหลายมิติ ไม่ได้เข้าใจหลักการตลาด ไม่ได้เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ ฉะนั้นแล้วประเด็นตรงนี้ผมเข้าใจ นะครับ ในการทําอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ขาดโอกาส แล้วผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกท่าน ในจํานวน ๕๐๐ ท่านมีความรู้สึกเดียวกัน เมื่อพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน อารมณ์ เดียวกัน นั่นก็คือว่าจะทําอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรได้รับการเยียวยา ได้รับประโยชน์ และที่สําคัญนะครับผมเชื่อว่ารัฐบาลซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศมีความรู้สึกไม่ได้แตกต่างกัน ดีไม่ดีมากกว่าด้วย กังวลกว่าด้วย วิตกกว่าด้วย เพราะว่าผลกระทบไปตกอยู่กับรัฐบาลทันที ฉะนั้นแล้วกับการที่รัฐบาลพยายามตอนนี้ผมเห็นรัฐมนตรีหลายท่าน เห็นท่านนายกรัฐมนตรี พยายามในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้กําลังใจท่านครับ ช่วยกันครับ แต่ถ้ามามัวโจมตีหาวิธีการต่าง ๆ นานาเพื่อที่จะดิสเครดิต (Discredit) รัฐบาลผมว่ามันก็ไป ยากเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้ว่าใครนะครับประเด็นตรงนี้ เพียงแต่ว่าเราจะทําอย่างไรในฐานะที่ เรามีส่วนร่วมในการที่จะทํา ในการที่จะให้ข้อมูล ให้แนวทาง ให้วิธีการแก้ไขปัญหากับ รัฐบาล อันนี้คือสิ่งที่สําคัญ ฉะนั้นแล้วผมลูกชาวนาเรียนเกษตร คลุกคลีกับอาชีพการเกษตร นะครับ จากอดีตจนถึงปัจจุบันอายุเกือบ ๕๐ ปีครับท่านประธาน เข้าใจครับท่านประธาน เข้าใจครับ ปัญหาเรื่องการเกษตรเป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาที่จําเป็นจะต้องแก้ และจะมี ปัญหาอย่างนี้ตลอดไป ขอให้กําลังใจกับรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวจะ ลําดับชื่อให้แต่ละฝ่ายได้ทราบท่านจะได้เตรียมตัว ทางฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์จะมี ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ๔ ท่านนะครับ ในส่วนซีกนี้ต่อไปหลังจากท่านอภิชาตแล้วจะเป็น ท่านวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านจตุพร เจริญเชื้อ ท่านสงวน พงษ์มณี ผมขอหารือนิดหนึ่งนะครับว่า ขอให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายหารือกันหน่อยในเรื่องของเวลา เพราะเมื่อกี้ผมได้ปรึกษากับประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านก็ให้คําแนะนําว่าน่าจะอภิปรายไป ถ้าไม่เสร็จก็น่าจะเป็นสัปดาห์หน้า อันนี้เป็นความเห็นของทางวิปฝ่ายค้านครับ อยากให้ทางวิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้ปรึกษาหารือกันนะครับ แล้วก็ปรึกษาได้อย่างไรแล้วแจ้งมาที่ ประธานด้วยนะครับ จะเอาอย่างไรนะครับ เพราะเหลืออยู่เท่านี้นะครับ จะได้ว่า จะจบวันนี้ไหมหรือจะอย่างไรครับ ให้วิป ๒ ฝ่ายเจรจากัน เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมเสนอญัตติด่วนเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนอันเนื่องมาจากผลผลิตทางการเกษตรตกต่ําและสินค้าราคาแพง ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาของสภาแห่งนี้เพื่อที่จะนําเสนอความคิดเห็น เผื่อว่าจะนําไปสู่การแก้ไข ปัญหาที่ตรงจุดมากขึ้น กระผมไม่แน่ใจนะครับว่าถึงวันนี้รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น ของผู้แทนราษฎรที่มาจากพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้มีถ้อยคําหลายถ้อยคําที่มาจากปากของรัฐมนตรีหลายท่านที่สะท้อนถึงความไม่เปิดใจ กว้างที่จะรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหา และยืนอยู่กับแนวความคิดในการแก้ไข ปัญหาเดิมของตัวเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาที่ผมจะนําเสนอวันนี้ผม ขออนุญาตที่จะย้อนกลับไปยังคําชี้แจงของอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหายางพาราในขณะนี้แล้ว แต่ได้ลุกขึ้นมาตอบคําถามกับเพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้ พูดถึงเรื่องเงินเซสส์ ท่านบอกว่าจะมีการยกเลิกการเก็บเงินเซสส์ตั้งแต่เดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๖ และนี่เป็นผลงานของรัฐบาลที่จะช่วยทําให้ราคายางพารา กระตุ้นเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพ่อค้าส่งออกไม่มีภาระเรื่องการต้องถูกเก็บภาษีเงินเซสส์ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินเซสส์คือเงินอะไร เงินเซสส์คือเงินสงเคราะห์หรือ เงินค่าธรรมเนียมพิเศษที่เขาเก็บจากพ่อค้าส่งออกยางที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร เขาเก็บ ตามอัตราค่าราคายางพาราที่ดํารงอยู่ ณ เวลานั้น ๆ ถ้ายางพาราราคาต่ํากว่ากิโลกรัมละ ๔๐ บาท เขาจะเก็บกิโลกรัมละ ๙๐ สตางค์ ราคากิโลกรัมละ ๔๐-๖๐ บาท ก็จะเก็บกิโลกรัม ละ ๑.๔๐ บาท ถ้าราคา ๖๐-๘๐ บาท เก็บกิโลกรัมละ ๒ บาท ราคา ๘๐-๑๐๐ บาท ก็จะเก็บกิโลกรัมละ ๓ บาท ถ้าเกิน ๑๐๐ บาท ก็จะเก็บกิโลกรัมละ ๕ บาท เวลานี้เงินเซสส์ เก็บอยู่ที่ราคากิโลกรัมละประมาณ ๒ บาท ถ้ามีการยกเลิกเงินเซสส์ที่จะเก็บในช่วง ๔ เดือนนี้ เข้าใจว่ากองทุนจะขาดรายได้ กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางนี้นะครับจะขาดรายได้ไป ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินก้อนนี้มีความหมายสําหรับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง อย่างมากนะครับ เพราะจะถูกนําไปใช้ในการชดเชยการปลูกแทน และเงินช่วยเหลือเพื่อเพิ่ม ผลผลิตของยางพารา ถ้ามีจํานวนน้อย นั่นหมายความว่าสัดส่วนที่เกษตรกรก็จะได้น้อยไป ด้วย เงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นใครจะรับผิดชอบครับ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเงินก้อนนี้เป็น เงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของเกษตรกร ไม่ใช่เงินของรัฐบาล เขาใช้วิธีการที่จะเอาเงิน ก้อนนี้กลับมาสู่เกษตรกร แต่รัฐบาลนี้กําลังเอาเงินก้อนนี้กลับมาเป็นเครื่องมือในการแก้ไข ปัญหาความล้มเหลวในนโยบายของตัวเอง ถูกหรือครับ นี่เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ พูดถึงนโยบายชดเชยอุดหนุนเกษตรกรเพื่อปัจจัยการผลิตบอกว่า จะชดเชยไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ขยับจาก ๑๐ ไร่ เล่นท่าเล่นทางสุดท้ายก็ขึ้นให้เป็น ๒๕ ไร่ ไม่ได้ต่างอะไรกันหรอกครับ ท่านก็หารแบ่งมาบอกว่าเกษตรกรจะได้เสมือนหนึ่งว่า ขายยางพาราได้เพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ ๖ บาท แต่ได้เงินก้อนไปก่อน ผมมาหารแบ่งเฉลี่ยดูแล้ว ครับท่านประธาน วันนี้เกษตรกรต้องการราคายางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท วันนี้ราคา ยางพาราในตลาด ๗๘ บาท ตามที่ท่านรัฐมนตรีอ้างเมื่อสักครู่นี้ ๗๘ บาท บวก ๖ เป็นเท่าไร เกษตรกรจะได้ ๘๔ บาท แต่เกษตรกรเขาเรียกร้อง ๑๐๐ บาท เขาถึงจะอยู่ได้ เงินชดเชย อุดหนุนเกษตรกรถ้าให้หารเฉลี่ยมาเป็นต่อกิโลกรัมต้องกิโลกรัมละ ๒๒ บาทถึงจะเพียงพอ กับความต้องการ ถึงจะเหมาะสมตามข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกร ขณะเดียวกัน เงินชดเชยเหล่านี้ก็ยังมีเงื่อนไขอีกเยอะแยะ เรื่องความเป็นเจ้าของสวน เรื่องของ การมีเอกสารสิทธิ์และยังไปให้เฉพาะกับเจ้าของสวนยาง ขณะที่คนกรีดยางหรือคนที่ เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลิตยางของชาวสวนยางในภาคใต้แต่ละรายเขาไม่มีสิทธิได้เงิน ก้อนนี้ไปด้วย นั่นเรื่องที่สอง
เรื่องที่ ๓ ท่านอดีตรัฐมนตรีอ้างความสําเร็จในการรับซื้อยางพารานําราคา ใช้เงินไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในความเห็นของผมแล้วนั่นไม่ใช่ความสําเร็จหรอกครับ เป็นความล้มเหลวอีกต่างหาก ท่านภูมิใจมากบอกว่าราคายางพาราเวลานั้น ๘๐ บาท ซื้อนํา ราคาไปกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ซื้อนําราคา ๒๐ บาท ไม่เคยมีรัฐบาลไหนจะทํา รัฐบาลไหน เขาไม่ทําหรอกครับ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาไม่ทําเพราะว่าราคายางพารามันขึ้นโดยการ บริหารจัดการที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่เงินการซื้อนําด้วยกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ไม่มีใคร เขาทําหรอก ๘๐ บาท ถ้าท่านซื้อนํา ๘๕ บาท ราคามันก็จะค่อย ๆ ขึ้นมา ต่อมาท่านอาจจะ ขึ้นมาเป็น ๘๘ บาท เป็น ๙๒ บาท เป็น ๙๗ บาท ทําแบบนี้ต่างหากเล่าที่ทําให้ช่วย กระตุ้นราคา และความสําเร็จของท่านอยู่ไหนครับ วันนี้มียางกองอยู่ในสต็อก ๒๐๐,๐๐๐ ตัน คนได้ประโยชน์ก็คือไม่ถึงมือเกษตรกรรายย่อยเลย มีโรงรมควันยางพารา มีแต่สหกรณ์ มีแต่พ่อค้ารับซื้อยางพาราทั้งสิ้นและก็ไม่รู้ว่าเงินก้อนนี้หายหกตกหล่นไปอยู่ตรงไหนบ้าง
เรื่องต่อมาเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาบอกว่าถ้าราคายางพารา สูงแล้วมันจะทําให้ล้อรถยนต์แพงขึ้น และอาจจะทําให้ผู้ประกอบการผลิตยางล้อยางรถยนต์ เขาจะไม่ใช้ยางพาราในการผลิตล้อยางรถยนต์ อาจจะไปใช้ยางสงเคราะห์กันหมด ไม่จริงครับ คนพูดนี่ไม่รู้ ผมมีตัวเลขที่จะนําเรียนกับท่านประธาน ยางรถยนต์ทุกขนาดทุกประเภท มีส่วนผสมของยางพาราทั้งสิ้น ยกตัวอย่างนะครับ ยางที่จะใช้กับรถปิกอัพหน้ายาง ๑๙๕/๑๔ น้ําหนักประมาณ ๑๐ กิโลกรัม จะใช้ยางพาราธรรมชาติ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๒ กิโลกรัม ยางรถเก๋งที่เราใช้กันอยู่นี้หน้ายาง ๒๐๕ /๑๕ ๑๕ นี่น้ําหนักประมาณ ๗ กิโลกรัม ใช้ยางพาราธรรมชาติ ๑.๔ กิโลกรัม ยางรถบรรทุกขนาด ๑,๐๐๐/๒๐ น้ําหนัก ประมาณ ๕๐ กิโลกรัม ใช้ยางพาราธรรมชาติ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ กิโลกรัม นี่เป็นสัดส่วนของส่วนประกอบของยางล้อรถยนต์ มันไม่ผิดไปจากนี้หรอกครับ ถามว่า ถ้าราคายางพาราขึ้นจะเป็นอย่างไร ราคายางพาราเวลานี้ ๘๐ บาท ตัวเลขกลม ๆ ๘๐ บาท ต่อกิโลกรัม มันทําให้ราคายางรถปิกอัพประมาณ ๒,๙๕๐ บาทต่อล้อ ยางรถเก๋งประมาณ ๓,๖๒๐ บาท ยางรถบรรทุกประมาณ ๘,๔๐๐ บาท ถ้ายางขึ้นราคาไปเป็น ๑๒๐ บาทตามที่เกษตรกร เรียกร้องสูงสุด นั่นหมายความว่าราคายางจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันไปอีกประมาณ ๔๐ บาท ราคายางรถปิกอัพและยางรถเก๋งราคาจะเพิ่มขึ้นเพียง ๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ถ้าเป็น ยางพาราที่ราคาขึ้นประมาณ ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัมตามที่ชาวสวนเกษตรกรเรียกร้องเวลานี้ นะครับ ราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าขึ้นไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์จาก ราคายางปัจจุบันนี้นะครับ ยางรถยนต์ก็จะมีต้นทุนเพิ่มเพียง ๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่า ไม่กระทบกระเทือน นี่คือเรื่องที่ผมจะนําเรียนกับท่านประธาน กระผมขออนุญาตกับ ท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ ผมไม่ค่อยได้ใช้เวลากับสภาแห่งนี้มาหลายวันแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะนําเรียนกับท่านประธานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ราคายางพาราเวลานี้ เป็นปัญหาของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะพี่น้องภาคใต้หรือพี่น้องที่ปลูกยางเท่านั้น วันนี้ เรามีพื้นที่ปลูกยางประมาณ ๖๕ จังหวัด ๑๗ ล้านไร่ เราเป็นประเทศที่ส่งออกรายใหญ่ ขณะที่ใช้ยางประมาณ ๑๐ ล้านตัน เราส่งออกไปประมาณเกือบ ๓ ล้านตัน มาดูราคา ท่านประธาน ผมต้องการจะเอาตัวเลขที่ชัดเจนให้ท่านประธานได้เห็นว่าราคายางพารา มันขึ้นมาอย่างไรและต้องบริหารจัดการอย่างไร มีคนพูดถึงว่าราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ตลาดกลางยางสงขลาเป็นตัววัดดัชนีของราคาแล้วก็เทียบกันระหว่างรัฐบาล ทําไมต้องเทียบ ระหว่างรัฐบาล รัฐบาลที่แล้วรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้เข้ามาบริหารจัดการจนกระทั่งยางพารา มีเสถียรภาพแล้วก็ขึ้นลงอย่างมีเหตุมีผล วันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศ ตัวเลข ราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ที่ตลาดกลางยางพาราที่สงขลา เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑ วันนั้น ราคายางพารากิโลกรัมละ ๓๕.๗๗ บาทเท่านั้น และด้วยการบริหารจัดการที่ถูกต้อง ก็สามารถทําให้ราคายางพาราขึ้นสูงสุดเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ราคากิโลกรัมละ ๑๘๓.๖๔ บาท ราคาสุดท้ายในวันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์พ้นตําแหน่งมาคือวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ราคายางพารากิโลกรัมละ ๑๓๐ บาทครับ มาเทียบดูกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เข้ามา สิงหาคม ๒๕๕๔ ต้นเดือน ๕ สิงหาคม ราคาผันผวนไปที่ ๑๒๗.๕๐ บาท ราคาสูงสุดของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็คือวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ราคา ๑๓๐.๑๙ บาท และเมื่อไม่มีการ บริหารจัดการใด ๆ เลย ราคาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ราคาก็ลดต่ําลงเรื่อย ๆ และ ต่ํากว่า ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา กลางเดือนมกราคม ๒๕๕๕ ราคายางพารารัฐบาลยิ่งลักษณ์กระเตื้องกลับไปเกิน ๑๐๐ บาทอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ ราคาต่ํากว่า ๑๐๐ บาทตลอดมาแล้วก็ดิ่งลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งบัดนี้ ๑ ปีกับ ๑ เดือนแล้วที่ราคาไม่เคยเห็นถึง ๙๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสภาพความเป็นจริง ปัญหานี้ก่อให้เกิดความอึดอัดคับข้องใจกับพี่น้องเกษตรกร ที่มีอาชีพทําสวนยางพารา รายได้เขามาจากการกรีดยางครับ ไม่มีรายได้จากยางพารา เขาก็ไม่มีรายได้จากที่อื่น ความทุกข์ยากเดือดร้อนมันสะสมมามากเข้า ๆ ก็ต้องมีการชุมนุม ประท้วงกัน เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงแท้จริงแล้วไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม หรือปิดถนนกัน ๒๓ สิงหาคม หรอกครับ ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ก็ชุมนุมกันที่จังหวัดสงขลา ที่อําเภอรัตภูมิ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ จังหวัดตรังก็มีการชุมนุมเรียกร้อง ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ จังหวัดสงขลา จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี ก็ชุมนุมเรียกร้อง เรียกร้องไปแล้ว ยื่นข้อ เรียกร้องไปแล้ว ไม่มีคําตอบกลับมาจากรัฐบาล และไม่มีแนวทางในการบริหารจัดการ ที่เป็นอนาคต เป็นความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรเลย การชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงษ์ วันที่ ๒ สิงหาคม ก็เป็นสัญญาณเตือนกับรัฐบาลแล้วว่าเขาเดือดร้อนจริง ๆ และมีข้อเสนอที่เป็น รูปธรรมเป็นข้อ ๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มารับข้อเสนอไปแล้วมาให้รัฐบาล การชุมนุมก็สลายลง เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ดําเนินการต่อ ปล่อยเรื่อยมาจนกระทั่ง ๒๓ สิงหาคม เมื่อเขามาทวงคําตอบจากรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลจัดให้ก็คือการใช้กําลังเข้าปฏิบัติการกดดัน ผลักดันเขาจนกระทั่งกระทบกระทั่งกัน ผมไม่อยากจะเล่า ไม่อยากจะรื้อฟื้นถึงเหตุการณ์การ ชุมนุมในวันนั้น อยากจะนําเรียนกับท่านประธานว่าลําพังผู้ว่าราชการจังหวัด ลําพังผู้บังคับ การตํารวจภูธรจังหวัดเขาไม่มีอํานาจ ไม่มีศักยภาพพอที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้หรอกครับ เป็นอํานาจหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยแท้ แต่น่าเสียดายครับ ท่านกลับผลักภาระไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กับผู้บังคับการจังหวัด ก็เกิดการปะทะกัน เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน และเมื่อท่านจะส่งคนลงไป เจรจาท่านก็ส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไป ซึ่งไม่มีอํานาจตัดสินใจ ส่งฝ่ายการเมืองไปก็ไม่มีอํานาจตัดสินใจ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ การชุมนุมก็ถูกยกระดับ ขึ้นมาจนกระทั่งมีการปิดถนนรถไฟ ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าการชุมนุมปิดถนนนั้น สามารถทําได้ไหมครับ แน่นอนละมันขัดต่อกฎหมาย แต่การชุมนุมของพี่น้องเกษตรกร เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเกษตรกร ของปวงชนชาวไทย ที่จะสามารถแสดงออกในนานาอารยประเทศ การชุมนุมปิดถนนเกิดขึ้นได้เพราะการปิดถนน เป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ใช่เรื่องถาวร เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ปฏิบัติการกดดันเพื่อให้รัฐบาล หันมาสนใจ เพียงแต่ประเทศของเรายังไม่ใจกว้างพอที่จะยอมรับในเรื่องนี้ และรัฐบาลนี้ ก็ยังละเลยที่จะไม่ทํากฎหมาย พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะที่สมัยรัฐบาลที่แล้วได้ทํา เกือบสําเร็จแล้ว แต่รัฐบาลนี้ไม่สานต่อ ก็ทําให้เกิดปัญหาการชุมนุมของพี่น้องประชาชน ต้องถูกดําเนินคดีทุกกรณีไป และครั้งนี้ก็เช่นกันแล้วก็จะนําไปสู่ความขัดแย้งในระยะยาว มากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเป็นผลมาจาก การที่ไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจใยดีของรัฐบาลโดยแท้จริง รัฐบาลเป็นคนกระตุ้นให้มีการ ปลูกยาง ปลูกปาล์ม แต่ว่าไม่มีแผนการในการบริหารที่ถูกต้อง ที่เหมาะสม ปล่อยให้พี่น้อง เกษตรกรอยู่ตามยถากรรม กลับไปดูแลเฉพาะเรื่องเฉพาะราว และด้วยท่าทีที่รัฐบาล ไม่สนใจใยดี ไม่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่สาเหตุ ก็คือเรื่องของราคา เรื่องของความเดือดร้อน แต่มุ่งเน้นเพียงแต่ว่าทําอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรยุติการชุมนุม ทําอย่างไรให้เขาสลาย การชุมนุมเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นวิธีคิดในการแก้ปัญหาแบบนี้มันทําให้ไม่ลึกลงไปถึงสาเหตุ ปัญหาเหล่านี้จะยังยืดเยื้ออยู่ต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ก็คือว่า ในระหว่างการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรนั้นมีปฏิบัติการที่น่าเกลียดของรัฐบาล เกิดขึ้น รัฐบาลทําอย่างไรครับ ปฏิบัติการนั้นผมเรียกว่าเป็นการปฏิบัติการแย่งชิงมวลชนด้วย การโฆษณาชวนเชื่อ ทําเป็นลําดับเลยนะครับ ในวันที่เราอภิปรายกันในสภาผู้แทนราษฎรวันที่มีการชุมนุมวันแรกนะครับ มีการใช้สื่อของ รัฐเสนอข่าวด้านเดียว พูดถึงปัญหาการชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงษ์ว่ามีผลกระทบกับ โรงพยาบาล กับโรงเรียน กับคนสัญจรไปมา สารพัดในทางร้าย แต่ในสภาพความเป็นจริงผม ไม่แน่ใจว่าตัวแทนของรัฐบาลได้ลงไปดูในพื้นที่จริง ๆ หรือไม่ โรงพยาบาลเดือดร้อนขนาดนั้น จริงหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลชะอวดซึ่งอยู่ในอําเภอที่มีการชุมนุม มีการใช้ สื่อมวลชนประโคมข่าวในวันนั้นว่า ผู้ป่วยโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างน้อย ๔ รายกําลังเดือดร้อน ไปส่งต่อโรงพยาบาลมหาราชไม่ได้ ท่านประธานครับ โรงพยาบาลชะอวดเจ้าหน้าที่เขายัง บอกเองเลย เมื่อมีสื่อที่เขามีความเป็นกลางไปนําเสนอข่าวอีกด้านหนึ่ง เขาบอกว่าไม่ต้องไป ส่งโรงพยาบาลมหาราชหรอกครับ ไปส่งโรงพยาบาลมหาราชใช้เวลาเดินทางระยะทาง ๖๕ กิโลเมตร แต่ไปส่งที่โรงพยาบาลพัทลุงระยะเพียง ๔๐ กิโลเมตรเท่านั้น นี่เป็นตัวอย่าง เล็ก ๆ และไปถามพี่น้องประชาชนชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่มีใครได้รับความเดือดร้อน อาจจะได้รับความไม่สะดวก เขาก็รู้ว่านี่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรซึ่งสําคัญกว่า มีเส้นทางลัดเลาะ มีเส้นทางเลี่ยงมากมาย และผู้ชุมนุมที่ดูแลเรื่องการดูแลเส้นทางเขาก็บอก ทางให้พี่น้องที่เดินทางได้ มีคนพูดกันว่าคนที่ปิดถนนไม่ใช่เกษตรกรหรอกครับ เป็นตํารวจ ต่างหาก ตํารวจไปกั้นไว้เลยว่าอย่าเข้าเส้นทางตรงนี้เพราะมีการชุมนุม แต่รถที่ผ่านไปผ่านมา เช่น รถโดยสาร รถตู้ รถรับส่งนักเรียน รถโรงพยาบาล ผ่านเข้าออกบริเวณนั้นได้โดยสะดวก ไม่มีความเดือดร้อน นี่เป็นความจริงอีกด้านหนึ่งซึ่งผมคิดว่าการใช้สื่อของรัฐเข้าไปเสนอข่าว เพียงด้านเดียวนั้นเป็นอันตราย สําคัญที่สุดครับ มีการใช้กลไกของรัฐ เช่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปแยกสลายการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนซึ่งไม่ควรจะทํา ผู้ชุมนุมเป็นคนในพื้นที่แถวนั้นละครับ พยายามพูดพยายามบอกเหลือเกินว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่มาสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ บ้านผมอยู่แถวนั้นครับ อยู่ในพื้นที่นั้น รู้ว่าใครไปชุมนุม ก็พี่น้องประชาชนในแถวบ้านที่เขา เดือดร้อน เพื่อนบ้านก็เห็นกันอยู่ เขาไปชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่คนข้างนอก และไป ทําให้เขาขัดแย้งกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเขาต้องสัมพันธ์กันไปตลอดชีวิตครับ ทําแบบนั้น ทําไม แล้วโหมบอกว่าเป็นม็อบการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พวกเรา ส.ส. ภาคใต้ ๓๐ กว่าคนลงไปแถลงข่าวข้างล่าง ยืนยันว่าการชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรเป็น การดําเนินการโดยอิสระของพี่น้องเกษตรกร พวกเราเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็น ส.ส. ในพื้นที่ มีหน้าที่คือการแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เดือดร้อนเหล่านั้น เราจะไม่ดู ดําดูดีไม่ได้ คําแถลงของเรามีความชัดเจนว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ไม่ได้มี นาย ส ไม่ได้มี นาย ถ นาย น อะไรทั้งสิ้น แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าห่วงใยกับการชุมนุมของพี่น้อง เกษตรกร แต่ข้อเรียกร้องของเราในวันนั้นก็คือว่าขอให้นายกรัฐมนตรีลงมารับผิดชอบ มาสนใจกับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราต่างหาก นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรทํา และตอกย้ําด้วยว่าท่านจะต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าด้วยรูปแบบใด ๆ เพราะความรุนแรงนั้นรังแต่จะทําให้เกิดบาดแผลที่ยืดเยื้อยาวนานและการดํารงอยู่ต่อไป จะไม่สงบสุขกัน ท่านประธานครับ ในพื้นที่ชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในอดีตเคยเป็น พื้นที่สีแดง เคยเป็นเขตปฏิบัติงานของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเมื่อหลังเหตุการณ์ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นเขตพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และลุกขึ้นมาต่อสู้กับอํานาจรัฐอย่างรุนแรงมาแล้ว เราสูญเสีย เราพบกับความไม่เป็นธรรมมากมายมาอยู่แล้ว แต่ในหัวใจของพี่น้องที่นั่นเขาต่อสู้นะครับ เพราะฉะนั้นอย่าใช้ความรุนแรงกับคนที่นั่น เพราะผลสะท้อนกลับมามันจะรุนแรงหนักกว่า หลายเท่า นี่คือสิ่งที่จะบอกกับรัฐบาลและผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลแก้ไขปัญหานี้ ผมมีความ คาดหวังนะครับว่ารัฐบาลจะคลี่คลายปัญหานี้ได้โดยเร็วและสามารถที่จะประสานจุดยืนของ รัฐบาลและข้อเรียกร้องของเกษตรกรให้เดินไปด้วยกันได้ นี่เป็นความปรารถนาดีที่พวกเรา อยากเห็นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เรื่องนี้ ซีกทางฝ่ายค้านเหลือ ๓ ท่านนะครับ ทางรัฐบาลไม่ต้องอภิปรายได้ไหม หารือนะครับ ให้ฝ่ายค้านทั้ง ๓ ท่านจะได้จบไวขึ้นนะครับ เอาอย่างนี้ไหมครับท่านพิเชษฐ์ลองไปเจรจาดูสิ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมมีชื่อในการที่จะ อภิปรายแต่ผมเห็นว่าประเด็นที่พี่น้องเราอภิปรายก็ครอบคลุมแทบจะทุกเรื่องแล้ว แล้วรัฐบาลก็ตอบครอบคลุมมากแล้ว ผมขอสละสิทธิ์ในการอภิปรายครับ
เชิญ ท่านพิมพ์ภัทราเลยครับ ฝ่ายค้าน ทางนี้สละสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเองตั้งใจที่จะอภิปรายตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะคะท่านประธาน แล้วก็ตั้งใจที่จะพูดแล้วก็อธิบายเพื่อที่จะระบายให้กับท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาของพ่อแม่พี่น้องที่เป็นเกษตรกรเมื่อครั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วย สภาก็คงจะมีผู้เสนอญัตติจํานวนมากแล้วก็ได้ปิดอภิปรายลงไป แต่สิ่งที่ดิฉันได้นั่งอยู่แล้ว ก็ได้เห็นก็คือว่าดิฉันดีใจที่ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านลงมานั่งรับฟังใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ ๒๐ นาที ๒๐ นาทีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี บนบัลลังก์ แบ่งได้อยู่เป็น ๒ ส่วนด้วยกันค่ะ ๒๐ นาทีแรกใน ๒ นาทีแรก ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ลุกขึ้นอภิปราย แล้วก็อีก ๓ นาทีที่เหลือท่านก็ได้ชี้แจง สรุปสั้น ๆ ก็คือ ๒๐ นาที ท่านนายกรัฐมนตรีพูดอยู่ประมาณ ๕ นาที ดิฉันสรุปได้ ๔ หัวข้อด้วยกัน ดิฉันจะนําเรื่อง ของ ๔ หัวข้อนี้มานําอภิปรายให้ท่านประธานได้ฟังว่า ๔ หัวข้อ ๔ แนวทางแก้ไขที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้บอกกับสภาแห่งนี้เอาไว้ ณ ปัจจุบันนี้แล้วท่านได้ทําไปหรือที่ผ่านมาท่านได้ ทําอะไรหรือไม่ อย่างไร
ประการแรก ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านยินดีที่จะรับฟังปัญหา แต่ท่าน ประธานเห็นไหมคะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมานั่งรับฟัง แต่ล้วนแล้วรับฟังไป ๑ อาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็ยังไม่ได้เห็นว่ามีความคืบหน้าอะไรเลยค่ะ ส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีเองลุกขึ้นชี้แจง ๕ นาที ๒ นาทีแรกท่านบอกเรื่องปัญหาของ ประชาชนว่าท่านจะยินดีรับฟังเอาไปแก้ไข ส่วนอีก ๓ นาทีที่เหลือท่านมาแก้ตัวเรื่องของ การเดินทางต่างประเทศ นี่ก็ทําให้เห็นแล้วค่ะว่าน้ําหนักที่ท่านให้ ท่านก็ยังคงเห็นความสําคัญ ของตัวเองมากกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ประการที่ ๒ ท่านตั้งใจท่านบอกว่าท่านจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ยางพารา เรื่องของปาล์มน้ํามัน การแก้ไขปัญหาท่านบอกว่าต้องใช้เวลา ท่านประธานคะ นี่เข้าสู่ปีที่ ๒ แล้วค่ะสําหรับการทํางานภายใต้การบริหารงานของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๒ ปียังไม่เพียงพอใช่ไหมคะสําหรับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวน ยางพารา ณ วันแรกที่ท่านเข้ามารับตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ราคายางพาราอยู่ที่ ๑๓๐ บาท ราคาปาล์มน้ํามันอยู่ที่ ๖ บาท แต่มาวันนี้ท่านประธานคะ ยางพาราเหลือแค่ ๗๓ บาท ปาล์มน้ํามันเหลือ ๓.๙๐ บาท ราคาลดลงครึ่งหนึ่งส่วนค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายที่ท่านกําลัง ผลักภาระไปให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศเพิ่มเท่าทวีคูณ รายได้ลดลงครึ่งหนึ่ง รายจ่ายเพิ่มเท่าทวีคูณ วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วไป จากเดิมอยากได้ อยากเห็นนโยบายที่ท่านได้หาเสียงเอาไว้ ที่จะกระชากราคาต่าง ๆ ของเขาให้ลดต่ําลง วันนี้ นายกรัฐมนตรีทําสําเร็จค่ะ แต่เป็นการกระชากเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนคนไทย ออกไป ท่านคะ ๒ ปีที่ท่านทํามา ยิ่งแก้เราก็ยิ่งรู้สึกว่ายิ่งจน ยิ่งแก้เราก็ยิ่งเจ๊งค่ะ แล้วก็ตอนนี้ พี่น้องเกษตรกรทั้งสวนยางพาราแล้วก็สวนปาล์มทนไม่ได้ ก็ต้องออกมาเรียกร้องให้กับ รัฐบาลได้เห็นว่าพวกเขาเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะ แต่สิ่งที่เราเห็นท่านประธานคะไม่ว่าจะเป็น ทางรัฐบาลเองหรือท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังคงไม่เห็นถึงความสําคัญ ล่าสุดดิฉันได้เห็น เรื่องของการให้สัมภาษณ์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านยุคลบอกว่า ท่านเห็นแนวโน้มแล้ว เรื่องของยางพาราว่าจะมีปัญหา แนวโน้มท่านเห็นมาประมาณ ๒ เดือนแล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าท่านเป็นผู้นํา ท่านเป็นคนคุมนโยบาย ถ้าท่านเห็นแนวโน้มแล้ว ในตอนนั้นท่านน่าจะมีความชัดเจนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เห็นว่ารัฐบาลได้ทําอะไร เพื่อพวกเขาบ้าง แต่สิ่งที่เราได้เห็นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมเกิดขึ้น ๒ อาทิตย์ วันนี้ ท่านเพิ่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขยางพารา ดิฉันดีใจที่ท่านได้ตั้งคนที่มารับผิดชอบโดยตรง แต่พอมาดูรายชื่อแล้วสิ่งที่ดิฉันอยากเห็นก็คือว่า อยากเห็นคนที่พูดได้เข้าไปมีโอกาสทํา ได้เห็น คนที่ชี้แจงในสภาได้มีโอกาสเข้าไปทําและได้ลงไปบอกพี่น้องประชาชนด้วยตัวเขาเอง ไม่ใช่ถือโอกาสมาบอกว่าที่ผ่านมามีโอกาสทําและทําอะไรไปบ้าง ดิฉันอยากจะขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสเข้าไปเป็น ๑ ในคณะกรรมการแก้ไขยางพาราและได้ลงพื้นที่ เพื่อชี้แจงพี่น้องเกษตรกร คนที่ท่านบอกว่าเป็นคนใต้เหมือนกับท่านเองนั่นละค่ะ
ประการถัดมา ประการที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องของราคา ยางพาราเป็นปัญหาตลาดโลกค่ะ ดิฉันคิดว่าคําพูดนี้ดิฉันไม่นึกว่าจะออกมาจากปากคนที่เป็นผู้นํา สิ่งที่ดิฉันสงสัยและอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยอธิบายสภาแห่งนี้สะท้อนไปถึงพี่น้อง ประชาชนด้วยว่าแล้วยางพารากับข้าวมันแตกต่างกันอย่างไรคะ ท่านสามารถรับจํานําข้าวได้ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่มันราคาต่ํากว่าตลาดโลกกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แถม เป็นราคาที่เกษตรกรชาวสวน ชาวนาเขาได้พร้อมกับคุ้มทุนแล้วก็มีกําไรเล็กน้อย ถ้าท่านเปลี่ยนได้ ไหม ท่านเปลี่ยนเป็นเอาค่าที่แปรสภาพ ค่าเก็บรักษา เงินดอกเบี้ยนี้นะคะไปรวม ๆ กันและ เอามาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพารา สวนปาล์ม ดิฉันคิดว่ามันก็น่าจะคุ้มกับพี่น้องเกษตรกร ที่เขาเป็นเกษตรกรเหมือนกัน สิ่งที่ดิฉันสะท้อนให้ท่านได้เห็นก็คือว่าวันนี้อยากให้ท่านได้อธิบายว่า ข้าวกับยางพารามันแตกต่างกันตรงไหน อย่างไรค่ะ
ประการสุดท้าย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าท่านไม่เลือกปฏิบัติ ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่มันอยู่ในใจของพวกเรามาตลอด นั่นก็คือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ ท่านคะ ท่านบอกว่าท่านไม่เลือกปฏิบัติ แล้วมันมีคําพูดหลุดออกมาได้อย่างไรคะว่าข้าวเป็นสินค้า พรีเมียม (Premium) ข้าวเป็นสินค้าที่กินได้ แล้วยางพาราละคะ ยางพาราเป็นสินค้าทั่วไป ที่จะต้องรอต่อไปอย่างนั้นหรือคะท่าน ยางมันกินไม่ได้ ท่านเลยไม่ช่วยอย่างนั้นหรือคะ และที่สําคัญประโยคเมื่อสักครู่ ดิฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ยินจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกัน ท่านบอกว่ารัฐบาลจําเป็นต้องไปช่วยคนที่เดือดร้อนมากกว่า ยางพารา กับปาล์มน้ํามันไม่เดือดร้อนหรือคะท่าน วันนี้ท่านกําลังทําให้เรารู้สึกว่าท่านเองเลือกปฏิบัติ แล้วก็ ๒ มาตรฐาน ท่านกําลังแบ่งค่ะ ดิฉันไม่เข้าใจว่าทําไมท่านต้องมาแบ่งเกษตรกร หรือว่า ท่านได้ทําสําเร็จมาแล้วจากการแบ่งชนชั้น แบ่งคนทั้งประเทศ วาทกรรม ไพร่ อํามาตย์ วันนี้ท่านอยากจะแบ่งเกษตรกรด้วยหรือคะ เป็นเกษตรกรชั้นพรีเมียมกับเกษตรกรทั่วไป ใครเป็นเกษตรกรพรีเมียม รัฐบาลสนใจสามารถให้เงินอุดหนุนไป ๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ไปได้ค่ะ แต่สําหรับเกษตรกรทั่วไปอย่างชาวนา อย่างสวนยางพารา สวนปาล์มก็ได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนเดิม แถมมานะคะ มีมาตรการชดเชยออกมา ท่านบอกว่าวันนี้ ท่านให้ชดเชย ๑,๒๖๐ บาท ถ้าท่านเข้าใจเรื่องของวิถีชีวิตของเกษตรกร ดิฉันคิดว่าท่านจะไม่ออกนโยบายนี้ ออกมาเลยค่ะ ดิฉันคิดว่าท่านคงได้เห็นความสําคัญของข้อเสนอที่เกษตรกรได้ยื่น ไปให้ท่านบ้าง นั่นคือเขาอยากได้ราคา วันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่มีครัวไหน ที่สามารถตัดยางพารา กรีดยางพาราได้ด้วยตัวเองทั้งหมด มันจําเป็นจะต้องมีคนช่วย มันจะต้องมีคนรับจ้างมาช่วยกันกรีดยางพารา ปกติแล้วทั่วไป ท่านประธานคะ ทําไมท่าน ไม่สงสัยบ้างว่าตัวแทนเกษตรกรเขาถึงเรียกร้องราคายางพารากัน เพราะถ้าเรียกร้องราคา ยางพารา มันจะได้ช่วยกันทั้งระบบค่ะ แต่ถ้าท่านให้ ๑,๒๖๐ บาท มันจะได้เฉพาะคนปลูก ยาง เพราะวิถีของชาวสวนยางพาราเช้ามาเขาไปกรีดยางค่ะ เอายางพารามาขาย คนกรีดกับ เจ้าของสวนแบ่งกันได้ค่ะ ๖๐ ๔๐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ให้ชาวสวน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับคนกรีด ปัจจัยการผลิตท่านบางส่วนเขาก็แบ่งกันจ่ายค่ะ ทั้งเจ้าของสวน ทั้งคนกรีด แต่ถ้าท่าน ให้ไปอย่างนี้นะคะ ๑,๒๖๐ บาท มันไม่ไปถึงผู้รับจ้างเลยค่ะ คนที่กรีดยางพาราจ้าง เขาจะไม่ได้มีโอกาสมารับเงินตรงนี้เลย ซึ่งวันนี้เกษตรกรที่เป็นผู้รับจ้างกรีดยางพาราจ้างมีอยู่ ล้านกว่าคนค่ะ แต่คนที่เป็นเจ้าของสวนจริง ๆ มีอยู่ไม่ถึงล้านท่านคะ เพราะฉะนั้น นี่เป็นการเลือกเหมือนกับอุ้มคนรวย แล้วก็ไม่ช่วยคนจน แต่สิ่งที่ดิฉันอยากเห็น ก็คือว่าถ้าท่านตั้งใจจะทํานโยบายช่วยทั้งระบบ กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ท่านควรจะให้ เป็นเงินต่อกิโลกรัมให้กับชาวสวน แล้วก็ให้ลูกจ้างเขาได้ไปแบ่งกันเอง ได้ทั้งคนรับ ได้ทั้ง เจ้าของสวน แล้วก็ได้ทั้งคนจ้างค่ะ และสิ่งที่ดิฉันเห็นก็คือว่าวันนี้นะคะทางรัฐบาลเอง มองเกษตรกรเหมือนเป็นศัตรู เพราะอะไรคะ เพราะดิฉันได้เห็นถึงการใช้อํานาจของท่าน ท่านได้ใช้อํานาจที่ท่านมีผ่านไปยังเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับการจังหวัด ถ้าวันนี้เหตุการณ์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ วันแรกเริ่มเดิมที มันไม่เกิดการประเมินสถานการณ์ต่ํา ไม่มองว่าเกษตรกรเป็นศัตรูกับรัฐ ท่านสามารถเดินไป พูดคุยกับเขาได้ค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ ๑ อาทิตย์ท่านยังใช้วิธีการเจรจากับพวกเขาได้ แต่ทําไมหลังจากนั้นอาทิตย์ถัดมาท่านเกณฑ์กําลังพลไปเพื่อที่จะไปขอพื้นที่คืน ไม่พูดดีด้วย เลยนะคะ ไปใช้กําลังกับเขา นี่ค่ะที่ดิฉันคิดว่าท่านกําลังใช้อํานาจกับประชาชน ท่านกําลัง มองผู้เสียหายว่าเป็นเหยื่อของอํานาจรัฐ และที่สําคัญก็คือว่าวันนี้ที่เสียใจมากคือท่านใช้ อํานาจรัฐในการทําร้ายประชาชน สิ่งที่ดิฉันเห็นว่ามันไม่เป็นธรรมกับผู้ชุมนุมอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าวันนี้ท่านพยายามค่ะ พยายามที่บีบม็อบ บีบผู้ชุมนุมโดยการใช้สังคมกดดัน พยายาม ประโคมข่าวต่าง ๆ ว่าการชุมนุมกระทบกับการเดินทาง การชุมนุมกระทบกับการเรียนหนังสือ การชุมนุมกระทบกับโรงพยาบาลเรื่องของการขนถ่ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลหลัก แต่ท่าน ลงไปดูจริง ๆ สิคะ พอสื่อบางส่วนเสนอความเป็นจริงขึ้นมาว่ารถโรงเรียนสามารถวิ่งไปได้ รถพยาบาลสามารถขนคนได้ โรงพยาบาลไม่ได้ขาดยา ท่านใช้อํานาจอย่างไรรู้ไหมคะ ท่านไปย้ายนักข่าวที่เดิมปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ออกค่ะ และท่านก็ไปเอานักข่าวที่อื่นเข้าไป ประจําการ สามารถรับคําสั่งได้และท่านจะให้อยู่ค่ะ นี่ค่ะที่ดิฉันกําลังบอกท่านว่าท่านกําลัง ใช้อํานาจ แต่ถ้าท่านอยากใช้อํานาจจริง ๆ วันนี้ทําไมท่านไม่ใช้อํานาจที่มีไปให้อยู่ในทิศทาง ที่ถูกที่ต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้าท่านเห็นว่า ผู้ชุมนุมไปปิดรางรถไฟ ผู้ชุมนุมปิดถนน ท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือท่านเองสามารถลงไปเจรจา กับเขาได้ ก็เสียเวลาสักนิด เสียเวลาที่จะนั่งรถเมล์ฟรีลงดูพื้นที่ ลงไปดูรถไฟบ้าง ลงไปดูพื้นที่ เขาบ้าง อันนี้ที่ดิฉันบอกว่าท่านควรจะใช้อํานาจให้ถูกที่ต้องที่ควร และที่สําคัญวันนี้ ท่านกําลังใช้อํานาจรัฐในการล้อมเมืองแล้วก็กดดันประชาชน ประเด็นที่สําคัญที่สุดที่ดิฉัน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่าวันนี้เรื่องของการเจรจาค่ะ การเจรจา ท่านได้ทําเริ่มต้น ดิฉันเห็นเลยว่าท่านไม่มีความจริงใจ ไม่มีความตั้งใจ ทําไมดิฉันถึงได้ พูดอย่างนี้คะ เพราะท่านได้ส่งคนที่ไม่มีอํานาจตัดสินใจลงไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมตั้งแต่แรก มันถึงได้บานปลายไปจนถึงทุกวันนี้ เริ่มต้นมีเฉพาะจุดควนหนองหงษ์ค่ะ แต่พอท่านส่งท่านรองเลขาธิการลงไปคนแรกค่ะ ท่านสุภรณ์ ลงไปเจรจา กลับมา เจรจาอย่าง แถลงข่าวอย่าง กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นถึง ความไม่จริงใจของท่าน การบิดเบือนข่าวของท่าน เขาก็เลยยกระดับไปปิดรางรถไฟที่บ้านตูล ผ่านมาอีกค่ะ ท่านส่งไปอีกค่ะอีก ๑ คน ลงไปเจรจา เสร็จแล้วก็ไม่มีอํานาจตัดสินใจเหมืนกันค่ะ ก็มีการยกระดับการชุมนุมขึ้นมา จนสุดท้ายเมื่อวานนี้ท่านมีการไปรับตัวแทนขึ้นมาเจรจา ที่กรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์ประชุม ที่ศูนย์ราชการค่ะ แต่ทุก ๆ ครั้งที่มีการเจรจาท่านล้วนแล้วแต่ ตั้งธงไว้ทั้งนั้น ในเมื่อท่านตั้งธงเอาไว้ ท่านไปรับเขามาเจรจาทําไมคะ ท่านไม่แม้แต่รับฟัง แล้วจะเอาไปคิด เอาไปเปลี่ยนแปลงหรือเอาไปปรับปรุง สามารถมาพบกันครึ่งทางระหว่าง รัฐกับประชาชน แต่ทั้ง ๓ ครั้ง ทุกครั้งที่มีการพูดคุยได้คําตอบเหมือนเดิมค่ะ ๑,๒๖๐ บาท ๑,๒๖๐ บาท เพิ่มจาก ๑๐ ไร่เป็น ๒๕ ไร่ นี่ละค่ะ สิ่งที่ดิฉันไม่เข้าใจ ความพยายามของ รัฐบาลวันนี้นะคะ เรื่องของเจรจา ดิฉันเห็นอย่างอื่นนี้ทําไมพยายามจัง พยายามรักษา ความสงบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บีอาร์เอ็น (BRN) ท่านเจรจามา ๔ ครั้ง ท่านยังไม่ลดละ การเจรจา ยังไปยื้อให้มีการเจรจาอีก กับโจรอย่างนี้ค่ะ ท่านพยายามเอานั่งบนโต๊ะ แต่กับ ประชาชนคนไทยด้วยกัน ท่านขู่เอา ขู่เอา เห็นประชาชนเขาไม่มีทางสู้กับท่านใช่ไหมคะ
ประการสุดท้าย ท่านประธานคะ ทําไมท่านถึงมองการชุมนุมแห่งนี้เป็นเรื่อง การเมือง ท่านมีความตั้งใจจะให้ที่ชุมนุมกัน นักการเมืองออกมานอกระบบหรือเปล่า หรือท่านประเมินได้แล้วว่าม็อบตอนนี้ ผู้ชุมนุมตอนนี้ ถ้าไม่มีการเมืองเข้าไปยุ่งมันก็สามารถ สลายได้กันเอง แต่ท่านประเมินผิดอย่างไรคะ ที่ดิฉันบอกว่าท่านประเมินต่ํา เมื่อวานนี้ เมื่อก่อนหน้านี้ ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพูดนะคะ เมื่อเช้าท่านก็ยังพูด บอกว่าท่านรับโทรศัพท์คนจากผู้ชุมนุม แล้วก็ถามว่ามีอํานาจเจรจาไหม เป็นใคร อย่างไร เขาก็บอกว่าไม่ นี่ค่ะเป็นการสะท้อนให้เห็นแล้วว่า ผู้ชุมนุมตรงนี้มันไม่มี แกนนําชัด มันไม่มีการเมืองแทรก เพราะถ้ามีการเมืองแทรกมันจะต้องมีคนคุม คนกําหนด นโยบาย สามารถมีตัวแทนมาให้ท่านได้เรียบร้อยค่ะ ท่านก็รู้อยู่ ท่านเคยผ่านเรื่องนี้มาดี แล้วท่านก็เคยเป็นผู้นํา ท่านรู้อยู่ความแตกต่างของม็อบการเมืองกับม็อบเกษตรกรที่เป็น ประชาชนคนเดือดร้อนนี้มันแตกต่างกัน ถ้าเป็นม็อบการเมือง ถ้าท่านหาตัวแทนคนเจรจา เขาส่งมาให้ท่านได้เลยค่ะ คน ๒ คน ๓ คน แต่มาวันนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ําว่าใครเป็นคนนํา เพราะต่างคนมาด้วยความเดือดร้อน ดิฉันถึงบอกว่าท่านไม่ควรไปโยงว่านี่คือม็อบการเมือง แล้วดิฉันเสียใจมากเลยคือคนที่ว่าเรื่องนี้ว่าเป็นม็อบการเมือง ท่านมานั่งเป็นประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยสะท้อนให้ท่านประธาน ผ่านไปยังคนที่เกี่ยวข้องว่า วันนี้ท่านอย่าไปโยงว่ามันเป็นม็อบการเมืองค่ะ ท่านอย่าไปอ้างว่า มันเป็นม็อบการเมืองเพื่อที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลเอง สิ่งที่ดิฉันฝากไว้ก็คือว่า ท่านพยายามบอกว่าวันนี้ท่านไม่เลือกปฏิบัติ แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นก็คือท่านกําลังทําเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องของ ๒ มาตรฐาน แล้วก็ท่านกําลังทําให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ทําตามนโยบายจริง ๆ ค่ะ คือทักษิณคิด เพื่อไทยทํา ยิ่งลักษณ์ทํา เมื่อปี ๒๕๔๘ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านพูดไว้ชัด อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านพูดไว้ว่าถ้าพื้นที่ไหน ไม่เลือกท่าน ท่านก็ได้ให้การดูแลที่หลังพื้นที่ที่เลือกท่าน วันนี้ค่ะ รัฐบาลน้องสาวท่านทํา เหมือนพี่ชายเลยค่ะ ดิฉันไม่อยากให้ใครมากล่าวหารัฐบาลชุดนี้ ถ้าท่านมีความจริงจังจริงใจ ควรจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน ขอบคุณค่ะ
เอาทาง ฝั่งท่านชินวรณ์ก่อนครับ ท่านพายัพนั่งลงก่อน เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด นครศรีธรรมราชนะครับ มีพี่น้องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โทรศัพท์ด่วนมาเดี๋ยวนี้ว่า เวลา ๑๘.๑๐ น. จนถึงปัจจุบันนี้ตํารวจได้ใช้กําลังเข้าไปสลายม็อบโดยการยิงแก๊สน้ําตา ที่สี่แยกธรรมรัตน์ ถนนเพชรเกษม อําเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งไม่เป็นไป ตามที่ได้มีการพูดคุยกันว่าพรุ่งนี้จะส่งคณะกรรมการไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจะ แก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนโดยไม่ใช้วิธีการความรุนแรง และจะดําเนินการในการที่จะแก้ไข ปัญหา โดยการที่จะให้เกษตรกรได้รับการดูแล วันนี้จะไม่เรียกว่า ๒ มาตรฐาน จะไม่เรียกว่า รัฐบาลนี้โหดเหี้ยม ใจดํา ปากว่าตาขยิบได้อย่างไรครับ รัฐมนตรีช่วยตรวจสอบและก็ช่วย สั่งการหน่อยครับ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีวราเทพ พวกผมเคยหารือโดยตรง แล้วก็ได้มี การพูดคุยกันว่าอย่าไปดําเนินการในการแก้ไขปัญหาโดยกําลังเลยครับ เพราะเขาเดือดร้อน จริง ๆ และรัฐบาลก็หาวิธีการในการที่จะแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ ขอให้รัฐมนตรี ได้ตอบและรีบสั่งการนะครับว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไรครับ เพราะว่าเวลานี้ก็ใกล้จะมืดค่ํา แล้วก็จะเกิดปัญหาลุกลามต่อไปครับ พี่น้องประชาชนเขาก็เป็นห่วง เริ่มใช้แก๊สน้ําตาและเริ่ม มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลําดับครับ ขอความชัดแจ้งจากรัฐมนตรีที่อยู่ตรงนี้ครับ
เชิญ ท่านวราเทพครับ กําลังเช็คอยู่ กําลังตรวจสอบอยู่ครับ ผมจะให้นายแพทย์พูดนะครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสมบูรณ์เรื่องไหนประเด็นไหนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คงเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ท่านชินวรณ์ได้หารือกับท่านประธาน เรื่องด่วน เลยครับ ขณะนี้รายงานข่าวเกือบทุกช่องแล้วครับว่ากําลังตํารวจอาวุธครบมือเข้าไป สลายพี่น้องประชาชน ใช้แก๊สน้ําตา แล้วก็กําลังผลักดันด้วยรถดับเพลิง เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ อย่าสร้างความรุนแรงให้กับพี่น้องประชาชนเลย ผมเรียนตรง ๆ ว่า ชาวสวนยางที่ชุมนุมอยู่เดือดร้อนกันจริง ๆ วันนี้เลือดออกยางตกเลยทําให้สภากําลังต้องมา พิจารณากัน แล้วถ้าเกิดในขณะที่รัฐมนตรีกําลังตอบกันอยู่ที่นี่ว่าเราไม่ใช้กําลังในการ สลายประชาชน แต่เบื้องหลังจริง ๆ ท่านกําลังทําอยู่ ท่านกําลังทําร้ายประชาชนนะครับ ท่านจะโดนตราหน้า
อย่างนี้ ท่านสมบูรณ์ ท่านรัฐมนตรีกําลังตรวจสอบเดี๋ยวท่านจะตอบตามที่ท่านชินวรณ์ได้ถาม ให้เขา จัดการโทรศัพท์ก่อน เดี๋ยวจะให้เขาตอบ ท่านนั่งลงครับ เชิญนายแพทย์บัญญัติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากภาคตะวันออก จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งจากภาค ตะวันออกซึ่งมีพื้นที่ในการปลูกยางพาราประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ มีความ เดือดร้อนเรื่องปัญหาของยางพาราตกต่ําเช่นเดียวกันกับทางภาคใต้ซึ่งมีพื้นที่ในการปลูก ยางพารา ๖๐ เปอร์เซ็นต์
ท่านพิเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ คอท่านเคล็ดหรือครับ ท่านไม่เห็นหรือครับว่าทางนี้เขาก็อยากพูดบ้าง อยากหารือกับท่านประธานบ้าง แล้วท่านที่พูดนั้นอยู่ในคิวที่จะพูดใช่ไหม
ก็อยู่ ในคิวที่จะพูดตามลําดับชื่อครับ
ท่านต้องมองฝั่งนี้บ้างสิครับ ผมก็มี ปัญหานะครับท่านประธาน
ท่านมีปัญหาอะไรว่ามา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานโปรดใจร่ม ๆ ฟังสักครู่ เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สภาแห่งนี้ได้ทําหน้าที่ในการ เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนมาเป็นระยะเวลา ๒ สัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา เรื่องราคายางพาราตกต่ํา เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ทําหน้าที่ ของท่านเต็มที่แล้ว รัฐบาลก็พยายามทําหน้าที่เต็มที่แล้ว กระผมขอเสนอให้มีการปิดอภิปราย ขอผู้รับรองด้วยครับ
คืออย่างนี้ เดี๋ยวให้ผมพูด ท่านบุญยอด ให้ผมพูด ท่านใจเย็น ๆ นั่งลงก่อน ท่านพายัพให้พูด ไปอีกหน่อยได้ไหมครับ เหลือไม่กี่ท่านแล้ว ขอถอนก่อนได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ กระผม พายัพ ปั้นเกตุ ครับ สมาชิกพรรคเพื่อไทย แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยความเคารพท่านประธานและ เพื่อนสมาชิก เราได้ฟังเรื่องนี้มาจนครอบคลุมทุกด้านแล้ว แล้วขณะนี้เพื่อนสมาชิกก็ทํา หน้าที่เต็มที่แล้วเช่นเดียวกัน แล้วก็ผมได้ยกมือขึ้นมาเสนอเป็นญัตติเพื่อปิดอภิปราย แล้วก็ เพื่อนสมาชิกก็ยกมือสนับสนุน กระผมไม่มีทางอื่นใด เพราะว่าเพื่อนสมาชิกค้ําคอผมอยู่ครับ ท่านประธานครับ
ท่านถอน ไม่ได้หรือ ถอนก่อนได้ไหม ให้พูดอีกสักหน่อย สักชั่วโมง ๒ ชั่วโมง เอาท่านจุฤทธิ์ครับ เอาทีละท่าน ท่านอย่ายกหลายคน นั่งก่อน ให้ท่านจุฤทธิ์ก่อน ท่านอื่นนั่งลงครับ จะได้ เป็นระเบียบ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพแล้วก็เห็นใจ ท่านประธานจริง ๆ ครับ เพราะท่านประธานก็ทราบว่าทางพรรคประชาธิปัตย์จะมี ผู้อภิปรายอีกประมาณ ๓๐ กว่าท่าน แต่มีชื่ออยู่ในบัญชีตอนนี้ ๓ ท่าน ตอนนี้ก็เหลือ ๒ ท่าน คือนายแพทย์บัญญัติ และท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประการสําคัญคืออย่างนี้ครับ ท่านประธาน เรามีการเสนอญัตติวันนี้ ญัตติทั้งหมดมี ๑๓ ญัตติ แล้วก็เป็นญัตติเกี่ยวกับ เรื่องพิจารณาแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ําและค่าครองชีพมีราคาสูง วันนี้เราเพิ่ง อภิปรายไปได้ ๓ ท่าน เรื่องราคายางพาราตกต่ํา เพราะฉะนั้นในเรื่องค่าครองชีพมีราคาสูงยัง ไม่มีการอภิปรายเลย นั่นคือประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ราคาพืชผลการเกษตรชนิดอื่น เช่น ปาล์มน้ํามัน ข้าวเปลือก ข้าวโพด และมันสําปะหลัง ยังไม่มีสมาชิกท่านใดได้อภิปรายแม้แต่ท่านเดียว นั่นคือ ประการที่ ๒ ซึ่งทั้ง ๒ ประการ อยากจะฝากไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ผมทราบว่าท่านต้องการนําเรื่องสรุปญัตติในวันนี้เพื่อนําไปเจรจากับเกษตรกร ในวันพรุ่งนี้ ผมคิดว่าปัญหาสินค้าเกษตรตัวอื่นยังมีอีกเยอะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะให้ ความกรุณา ถ้าวันนี้ไม่จบ ต่อวันพฤหัสบดีหน้า และท่านให้เวลาสภาผู้แทนราษฎรมารับฟัง ปัญหาในสภาผู้แทนราษฎรนี้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็มาฟังเรื่องราคาค่าครองชีพสูงอีกครั้งหนึ่ง ก็จะเป็นประโยชน์แก่สภาผู้แทนราษฎรและ ประชาชน
อีกส่วนหนึ่งครับท่านประธานครับ ก็คือเรื่องสินค้าราคาแพงที่ผมได้ย้ําไป ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านอยากจะฟังมากครับว่า ซอสฝาเขียว จาก ๓๒ บาท เป็น ๔๒ บาท ขึ้น ๑๐ บาท ท่านช่วยให้ลดราคาลงมาได้ไหม ผงซักฟอก ๓๐ บาท เป็น ๕๔ บาท ขึ้นไป ๒๔ บาท ในช่วงที่ท่านเป็นรัฐบาล ๒ ปี ท่านทําให้ลดลงมาได้ไหม ถ้าท่านช่วยสิ่งเหล่านี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ อย่างท่านอภิรักษ์ที่จะอภิปรายต่อไปเรื่องแก๊ส แอลพีจีหรือแก๊สถัง ก็จะเป็นประโยชน์แก่สภาผู้แทนราษฎรและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ผมอยากให้สัปดาห์หน้าท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านมารับฟังอีกครั้งหนึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ สภาผู้แทนราษฎรและเป็นประโยชน์กับประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อตัวรัฐมนตรีเองด้วย นะครับ ก็ขอเรียนท่านพายัพ ปั้นเกตุ นะครับ ถ้าท่านถอนได้จะเป็นประโยชน์กับ พวกเราทุกคน ขอพระคุณมากครับ
เชิญ ท่านณัฏฐ์ครับ เอาทีละท่าน ท่านบุญยอดนั่งลงก่อน พูดทีหลายคนไม่มีประโยชน์ พูดไม่ได้ เชิญท่านณัฏฐ์ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานอย่างนี้ครับ ในช่วงบ่ายที่ท่านประธานเจริญทําหน้าที่อยู่ ท่านประธานเจริญก็ได้มีการหารือกัน และ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านก็บอกอย่างชัดเจนว่า วันนี้ ถ้าเราอภิปรายไปสักระยะหนึ่ง แล้วก็ผู้อภิปรายได้ดําเนินการอภิปรายไปช่วงเวลาหนึ่ง จนถึงประมาณสักช่วงหกโมง ทุ่มหนึ่ง แล้วก็หลังจากนั้นไปต่อสัปดาห์หน้าก็ได้ ซึ่งท่านประธานเจริญ ท่านก็เห็นด้วยตามนั้น ทีนี้พอมาช่วงเย็นท่านประธานเจริญท่านก็ บอกว่าอย่างไรก็ตามลองให้วิปลองไปนั่งคุยกัน เพราะว่ายังมีผู้อภิปรายเสนอชื่อต้องการ อภิปรายจํานวนมาก ทีนี้โดยรายละเอียดท่านประธานเจริญท่านก็บอกไว้เสร็จสรรพว่า รายชื่อผู้ที่จะอภิปรายนั้นมีใคร อย่างไรบ้างนะครับ ผมก็เป็นคนเข้าไปขอท่านเองว่า ถ้าอย่างนั้นขอให้รายชื่อผู้อภิปรายได้อภิปรายจนเสร็จสิ้นก่อน หลังจากที่ได้ไปหารือกับ ทางวิปรัฐบาล แน่นอนครับว่าสิ่งที่ท่านประธานเห็นตรงหน้าตรงนี้มันก็สะท้อนให้เห็นว่า วิปนั้นไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ แต่อย่างไรก็ตามแต่มันก็ยังกลับไปสู่สิ่งที่เราเคยคุยกันไว้ ก่อนหน้านี้ ก็คือว่าอย่างน้อยก็ควรจะให้ผู้อภิปรายที่เขาถูกขานชื่อแล้วว่าจะได้อภิปราย ควรจะได้อภิปรายให้เป็นที่เสร็จสิ้นเรียบร้อยเสียก่อน แล้วเอาอย่างไรค่อยมาตกลงกันอีก ครั้งหนึ่งก็น่าจะเป็นการดีกว่าครับ ท่านประธานครับ
ท่านพายัพ คือที่ขานชื่อเหลืออีก ๒ ท่าน ให้จบ ๒ ท่านก่อน แล้วท่านถอนก่อน แล้วเดี๋ยว ค่อยมาคุยกันอีกทีได้ไหม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่าเรื่องญัตติเป็นญัตติด่วน เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ นะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายอย่างรอบด้านแล้ว กระผมเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ควรจะเร่งดําเนินการส่งให้รัฐบาล หรือสภาผู้แทนราษฎรจะทําอะไรก็ต้องเร่งดําเนินการ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามข้อเสนอญัตติของเพื่อนสมาชิก กระผมจึงขอยืนญัตติ ที่ผมเสนอให้ปิดอภิปรายครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะได้ตอบเรื่องเมื่อสักครู่ครับ
(นายธนิตพล ไชยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ใจเย็น ๆ นั่งลงก่อนครับ ไปเรื่องแก๊สน้ําตาที่ถามท่าน ให้ท่านตอบ ให้ท่านเช็ก นั่งลงก่อนครับ ไม่ นั่งลงก่อน ให้ท่านตอบก่อนที่เมื่อสักครู่ ยังไม่ปิดหรอกเรื่องนั้น ท่านใจเย็น ๆ ท่านเชน ผมไม่ได้ปิดหรอก ผมก็พยายามไกล่เกลี่ย ท่านรังสิมา ท่านก็เห็นอยู่ ผมจะปิดอย่างไร มันต้องขอมติก่อน ใจเย็น ๆ ท่านเชนใจเย็น ๆ ท่านไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนนะครับ ใจเย็น ๆ ทุกท่านกรุณานั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คุยกันครับ ท่านบุญยอดใจเย็น ๆ ครับ ท่านอย่าใจร้อน ทุกคนอย่าใจร้อนครับ ก็กรุณาก่อนเถอะนะครับ เมื่อสักครู่ที่เขาจะตอบเรื่อง แก๊สน้ําตา ผมก็ให้ถามก่อนครับ จะให้เขาตอบก่อน ใจเย็น ๆ ครับ ท่านเชนไม่เคยเป็นอย่างนี้ ท่านใจเย็น ๆ ก็เห็นท่านใจเย็นทุกครั้ง ท่านใจเย็น ๆ ให้ท่านตอบก่อนว่าเป็นอย่างไร เรื่องแก๊สน้ําตา เดี๋ยวท่านสมบูรณ์ค่อยต่อ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ กรุณา เราช่วยกันครับ อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ใจเย็น ๆ ครับ กรุณาอย่าใช้อารมณ์ ใจเย็น ๆ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ จากที่เมื่อสักครู่ ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาแจ้งว่ามีการใช้แก๊สน้ําตาในการที่จะหยุดพี่น้อง ประชาชนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ ผมได้ประสานกับทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประชา พรหมนอก แล้วนะครับ ท่านได้กรุณาแจ้งข้อมูลมาว่ามีประชาชนประมาณสัก ๔๐๐ คนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พยายามที่จะปิดถนนนะครับ และตํารวจหน่วยปราบ จลาจลก็ได้เข้าไปขอห้ามไม่ให้ปิดถนน ก็มีการยื้อยุดกันบ้างนะครับ แล้วก็มีบางคนที่พยายาม ที่จะทําผิดกฎหมายนะครับ ตํารวจก็ได้เชิญตัวไปประมาณ ๑๐ คน แต่ว่าไม่มีการใช้ แก๊สน้ําตาอย่างที่ว่าหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานตรง ๆ นะครับว่าผมทําวิปมาจนถึงวันนี้ ประสานงานกับเพื่อนทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ผมค่อนข้างต้องเรียนท่านประธานว่าคงความรู้สึกเดียวกัน ก็คือว่าพวกเรา ก็อึดอัดใจครับ ที่อึดอัดใจนี่ต้องฝากเรียนไปถึงท่านพายัพแล้วก็ทางวิปรัฐบาลด้วย ก็คือว่า พวกผมเองก็สภาพเหมือนกับท่านนะครับ คือพวกเรามาจากพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกมา แล้ววันนี้ท่านประธานคงทราบครับ ว่าพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ เขาไม่มีจะกิน เพราะฉะนั้นพวกผมเองสิ่งที่ไม่เหมือนกับรัฐบาลอย่างหนึ่งก็คือว่าพวกท่านไปหารัฐมนตรี ของท่านได้ครับ เพราะรัฐมนตรีอยู่พรรคเดียวกับท่าน แต่พวกผมเองก็ต้องการสะท้อนปัญหา แน่นอนครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นปัญหาที่พวกเราเองต้องใช้เวลาสะท้อน เพราะว่า มันเป็นปัญหาที่มันบานปลายไปแล้ว และกระบวนการที่เรากําลังทําอยู่นี้เป็นกระบวนการ ที่ดีที่สุดท่านประธาน เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีเองท่านก็ฟังอยู่ในมุม ของท่านอยู่ โอกาสที่ท่านจะมาฟัง ส.ส. ฝ่ายค้านมันไม่มีครับ หรือโอกาสที่ท่านจะเชิญ ส.ส. ฝ่ายค้านไปให้ข้อมูลท่านมันก็ไม่มี ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วที่เราทํากันอยู่นี้คือการฟังตัวแทน ของพี่น้องประชาชน แล้วจริงอย่างที่ท่านจุฤทธิ์ว่าครับ มันมีญัตติอื่นอีกที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น เรื่องของข้าวโพด ซึ่งจังหวัดตากผมก็ตั้งใจจะพูด นี่ผมก็ต้องเรียนนะครับว่าผมเองก็ขอ ให้วิปพูด แต่ด้วยความที่เป็นวิปด้วยเอง เพื่อนก็บอกว่าไหน ๆ เป็นวิปแล้วก็ไม่ต้องพูด ฝากคนอื่นเขาพูดแทน ผมก็ยินดีครับ แต่ว่าเพื่อนเดือดร้อนกัน ชาวบ้านเดือดร้อนกัน ถ้าเกิด ทางวิปรัฐบาลนี่ ผมเชื่อว่าท่านพายัพเองคงได้รับมอบหมายจากทางวิปรัฐบาล ผมเชื่อว่า ถ้าท่านยังยืนยันอย่างนี้ ท่านก็จะเห็นนะครับว่าความอึดอัดมันก็จะแสดงออกมา ในรูปแบบอย่างนี้ครับ ที่เพื่อนสมาชิกกลับไปบ้านก็กลับไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจง ให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าสุดท้ายแล้วได้พูดอะไรให้กับรัฐมนตรีฟังบ้าง ทําไม เราไม่อดทนฟังกันบ้างละครับ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ท่านไม่ต้องอยู่ในห้องประชุมสภาก็ได้ เพราะว่า มันไม่มีการนับองค์ประชุมอยู่แล้วครับ หรือแม้แต่การลงมติก็ไม่มีอยู่แล้วครับ เพราะ สุดท้ายแล้วถ้าจะลงมติจริง ๆ ยกยอดไปอาทิตย์หน้าก็ยังได้ ปล่อยให้เพื่อนสมาชิก เขาได้สะท้อนปัญหาของชาวบ้านมันจะเป็นอะไรไป ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธาน ตรง ๆ นะครับ ปัญหาข้างนอกที่เราเจอกันอยู่ทุกวันนี้มันจะแก้ได้ก็อยู่ในนี้ละครับ แต่ถ้าเกิดทาง วิปรัฐบาลไม่ยินดี ไม่ยินยอมให้แก้ ผมก็ต้องกราบเรียนครับว่าสุดท้ายแล้วคนที่จะพัง มันไม่ใช่รัฐบาลอย่างเดียว แต่มันจะเป็นคนไทยทั้งประเทศครับ ถ้าสมมุติว่าผมพูดไป ทั้งหมดแล้ว ท่านประธานครับ ผมคงต้องขอกราบความกรุณาจากท่านประธานลองเจรจากับ วิปดูครับ เจรจากับท่านพายัพผมคิดว่าอาจจะไม่ได้ เพราะว่าผมทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ วิปทั้ง ๒ ฝ่ายคุยกัน ข้อตกลงของท่านรองประธานอีกท่านหนึ่งกับวิปฝ่ายค้านก็อย่างหนึ่ง ถ้าท่านเปิดโอกาสให้พวกเราได้สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนอีก ๓๐ ท่านอาจจะดู เหมือนเยอะครับ แต่เมื่อจบแล้วบางทีบางคนก็อาจจะบอกว่าไม่เป็นไร ประเด็นซ้ํา เขาก็ ถอนชื่อก็ได้ เมื่อเขาได้สะท้อนเสร็จท่านรัฐมนตรีก็จะได้เอาสิ่งที่พวกเราสะท้อนไปแก้ไข ถ้าสามารถแก้ไขได้ผมก็เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้มันก็จะได้หมดไป กราบขอบพระคุณครับ
เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมจะขอให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายได้ปรึกษากันอีกครั้งหนึ่ง ใจเย็น ๆ ครับ เชิญครูมานิตย์ หน่อยครับ ท่านรังสิมาก็สลับข้างบ้าง เมื่อสักครู่ผมก็โดนด่าให้พูดฝ่ายเดียว ใจเย็น ๆ ทุกคน ต้องมีสติครับ จะได้ช่วยกันแก้ไข อย่าใช้อารมณ์นะครับ เชิญท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะคุยญัตติเรื่องของท่านพายัพ ผมขออนุญาตผ่านประธานไปยังท่านธนิตพล ผมก็ไม่สบายใจที่ท่านธนิตพลจริง ๆ ก็รักใคร่กันก็เป็นน้องนุ่งที่ชอบกันนี่ละครับ แต่ว่า ท่านอภิปรายเสมือนว่าเรานี่ปิดหูปิดตา เสมือนว่าเราไม่ยอมรับฟังเหตุผล ผมถือว่า สภาผู้แทนราษฎรตรงนี้ไม่มีใครสับสนแน่นอน แต่พี่น้องที่นั่งฟังอยู่ทางบ้านสิครับเรื่องนี้ มันเกิดมาตั้งแต่วันพฤหัสบดี ผมเป็นเจ้าของญัตติด้วย ๑ ใน ๑๓ คน ๑๓ คนนี้อภิปราย ครบใจความตามกระบวนเรื่องทั้งหมด หลังจากนั้นก็มีผู้สนับสนุนญัตติ ทั้งซีกฝ่ายค้าน ซีกฝ่ายรัฐบาลก็อภิปรายกันมา ผมก็อยากฟัง แต่ท้ายที่สุดฟังแล้วก็อยากจะผ่านน้องไป เมื่อสักครู่เพื่อนรักผมก็บอกว่ารัฐบาลโจรเวียนไปเวียนมา คําก็โจรสองคําก็โจร อย่างนี้ มันสร้างสรรค์หรือครับ ๒ อาทิตย์แล้วครับ เวียนกันอยู่ตกร่องตกหลุมพวกผมใจสปอร์ต (Sport) พอครับ และโดยเฉพาะตัวผมนี่ใจกว้าง แต่ยอมรับในกติกากันไหมละครับว่า ด่าซ้ําแล้วซ้ําอีกซ้ําคําแล้วแถมบางคนไม่ซ้ําคําเลย แล้วอย่างนี้เรื่องยางพาราเอาจากจังหวัด นครศรีธรรมราชเกือบทุกคน แต่ผมก็ยินดีครับ เพราะว่าพี่น้องเขาเดือดร้อนจริง ๆ ก็เหมือน บ้านผมเดือดร้อน แต่ก็เวียนไปเวียนมาเวียนความเดิม แต่ของผมท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านจตุพร เจริญเชื้อ นี่ต้องสรรเสริญครับจากจังหวัดขอนแก่น ท่านบอกว่าซ้ําคํากันมากแล้ว จนท่านไม่มีปัญญาจะอภิปรายแล้วครับ ท่านก็เลยขอถอนตัว พัฒนา สัพโส จากจังหวัด สกลนคร นี่เขาเตรียมการมาอย่างดีกับ ท่านนิพนธ์ ศรีธเรศ แต่เห็นว่ามันซ้ําคําหมดแล้ว จังหวัดร้อยเอ็ดก็มีปัญหา แต่เขาเห็นว่าซ้ําคําเขาก็เลยไม่พูด ผมก็เลยบอกว่าวันนี้มันก็ต้อง วิเคราะห์กัน ไม่ใช่ว่าเสียงข้างมากลากไปชนะ ไม่ใช่ครับ เราก็มีน้ําใจแต่ว่าต้องยืนอยู่บน ข้อเท็จจริง ทุกอย่างต้องเอาข้อเท็จจริงมา ผมก็เห็นใจพี่เชนเมื่อสักครู่ ไม่ใช่ไม่เห็นใจ แต่ว่า นอกเหนือจากพี่เชนอีกละ เวียนแล้ว ด่าแล้วด่าอีก เหมือนพี่เชนนี่สุภาพบุรุษไม่เคยเห็นด่า แต่วันนี้ไม่รู้อารมณ์เกรี้ยวจากไหน พี่เขาอาจจะโชว์พลังก็ได้ แต่เรื่องด่านี่เขาไม่ด่า พี่เชน สุภาพบุรุษจริง ๆ แต่คนอื่นนี่ย้ําแล้วย้ําอีก ท่านประธานต้องวินิจฉัย แล้วก็ฝากผ่าน ท่านพายัพ ต้องอยู่ในดุลยพินิจของท่านพายัพ เพราะท่านพายัพเป็นคนเสนอญัตติ แต่ว่า เมื่อด่าซ้ําคําแล้วนี่ท่านประธานจะเอาอะไรกันอีก ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านธนิตพลครับ ท่านรังสิมาใจเย็น ๆ เขาเป็นเลขานุการวิปก็ให้เขาพูดก่อน คุณอย่า ใจร้อน ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูดจากันมันน่าจะมีทางออก ผมนี่มันถูกบังคับด้วยข้อบังคับนะครับ ผมก็พยายามยื้อให้ทุกท่านให้มีทางออก ท่านรังสิมาอย่าบังคับผม ใจเย็น ๆ ให้ท่านธนิตพล ได้พูดต่อสักนิดหนึ่งครับ ดอกเตอร์เดี๋ยวรอนิดเดียว ผมให้โอกาสท่าน ใจเย็น ๆ
ท่านประธานครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ก่อนที่จะได้เรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมก็จะต้อง ขออนุญาตเรียนตอบท่านประธานผ่านไปถึงท่านมาครูนิตย์ด้วยว่าผมก็เข้าใจครับ ผู้เสนอญัตติ ๑๒ คน ๑๓ ญัตติ มีท่านจุติที่เสนอมา ๒ ญัตติคนเดียว แต่ท่านประธานครับ ผู้เสนอญัตติ เขาคือผู้ที่เอาญัตตินี้เข้ามา ท่านประธานก็เห็นว่าคนเสนอญัตติมากกว่าที่เราเคยเห็น ในอดีตที่ผ่านมาที่เป็นญัตติปกติ นั่นแสดงว่ามันมีปัญหาและพวกผมก็ต้องการจะพูดครับ แล้ววันนี้ผมเรียนนะครับ ผมยังไม่ได้พูดว่ารัฐบาลปิดหูปิดตาแม้แต่คําเดียว แต่ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านจะเข้าใจอย่างนั้น แต่ผมเองกําลังจะบอกว่าท่าน ส.ส. ที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลท่านไปปรึกษา ท่านรัฐมนตรีได้ก็ท่านพรรคเดียวกันครับ แต่ในขณะเดียวกันพวกผมนี่พวกผมปรึกษาไม่ได้ แล้วชาวบ้านเขาก็บอกว่าให้มาสะท้อนที่สภา ปรากฏว่าสะท้อนไม่ได้อีกเพราะพออภิปราย ได้สัก ๗ คน ก็ปิดการอภิปรายแล้วจะให้ผมทําอย่างไร
อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ผมต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีลองตัดสินใจดูแล้วกันครับ ผมไม่ว่าหรอกครับ เพราะผมรู้ว่าวันนี้ถ้าจะสู้ กันไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์ผมก็ไม่อยากสู้ เพราะสู้ไปแล้วสุดท้ายอย่างที่ผมบอกว่าพี่น้อง ประชาชนคือผู้สูญเสีย แต่ท่านรัฐมนตรีจะเอาอย่างไรละครับ ท่านจะฟังพวกผมต่อ ท่านก็บอกในวิปรัฐบาลว่าจะฟังต่อ อยากจะเอาปัญหาของฝ่ายค้านไปแก้ หรือท่านบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ฟัง ไม่ฟังแล้ว ผมก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นพวกผมก็หมดปัญญาครับที่จะมานั่ง สะท้อนปัญหา แล้วเมื่อพวกผมหมดปัญญาที่สะท้อนปัญหา ไม่ใช่เพราะพวกผมไม่อยาก สะท้อน แต่เป็นเพราะพวกท่านไม่อนุญาตให้ผมสะท้อนเพราะท่านบอกว่าท่านคือรัฐบาล ที่เป็นเสียงข้างมาก ไม่เป็นไรครับ ก็เอาเลย แล้วท่านก็จะเจอ ส.ส. ที่มีอารมณ์เกรี้ยวกราด อย่างนี้ ผมก็ไม่อยากเห็น ผมสบายใจที่ไหนที่เพื่อนเขาเกรี้ยวกราดกัน ท่านรัฐมนตรี เอาอย่างไรละครับ ท่านประธานให้รัฐมนตรีตอบแล้วกัน ผมอย่างไรก็ได้
อย่างนี้ ท่านธนิตพล ผมก็ด้วยเหตุด้วยผล ก็ให้ท่านรัฐมนตรีไปปรึกษากับวิปรัฐบาลดู อะไรที่มันมี ทางเป็นไปได้ก็ค่อยพูดค่อยจากัน ไม่ใช่ใช้อารมณ์กันนะครับ ดอกเตอร์ศุภชัย คุณรังสิมาก็ดู นะครับ ทางโน้นก็ชี้ให้คนนี้พูด ผมก็ลําบากใจนะครับ ผมก็อยากตามใจท่าน ดูสิข้างหลังนี่ เห็นใจผมเถอะครับ อย่าชี้หน้าผมนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ค่อยสบายใจกับการให้ความเห็นของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานด้วยความจริงใจ เพื่อนสมาชิกบอกว่าพวกเราให้ความเห็นอภิปรายในสภา บอกว่าด่าซ้ําคํา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานทําหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม แห่งนี้ ท่านเป็นผู้ที่ควบคุมการประชุม ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้ปล่อยให้เพื่อนสมาชิกด่า ในที่ประชุมแห่งนี้
ดอกเตอร์ ศุภชัย ศรีหล้า ขออนุญาต นายแพทย์บัญญัติครับ ผมเห็นท่านยืนรอนาน นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวค่อยให้ท่านพูด ท่านนั่งลงก่อน เชิญครับ
ท่านครับถ้าเผื่อว่าเพื่อนสมาชิก ให้ความเห็นว่าการทําหน้าที่ของพวกเราทุกคนด้วยความตั้งใจในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชน การเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมาพูดที่นี่ มาอภิปรายที่นี่ แล้วเพื่อนสมาชิก ดูว่าการทําหน้าที่เป็นการด่า ท่านประธานได้ทําหน้าที่ที่นี่แล้ว ท่านประธานท่านก่อน ก็ทําหน้าที่ที่นี่ การทําหน้าที่ของท่านคงจะต้องดูข้อบังคับเป็นหลัก ถ้าดูข้อบังคับเป็นหลัก พวกผมคงด่าไม่ได้หรอกครับท่านประธาน การพูดอย่างนั้นนอกจากจะทําให้ที่ประชุมแห่งนี้ เสื่อมเสียแล้ว ผมเข้าใจว่ามีการบันทึกในที่ประชุมด้วย ผมไม่สบายใจจึงจะอยากกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังผู้ที่อภิปรายเมื่อสักครู่ ถอนคําเหล่านั้นออกเถอะครับ อย่าบันทึก สิ่งเหล่านี้ในที่ประชุมของเราเลย เราทําหน้าที่มา ๒ วัน หลังพิงของเราคือพี่น้องประชาชน แต่ถ้าท่านดูว่าหลังพิงของเราไม่ใช่พี่น้องประชาชน ต่อไปในอนาคตมันจะไม่มีสภาให้เราได้ พูดกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอความกรุณาท่านประธานให้เพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปราย ไปบอกว่าพวกเราด่าในที่ประชุมมา ๒ วัน ให้ถอนเถอะครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่าน ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ ท่านเป็นคนมารยาทดี ถอนเถอะ
ท่านประธานครับ ผมมาจากครู ท่านประธาน ถ้าไม่นั่นไม่ชื่อว่าครูมานิตย์หรอก แล้วไม่เคยพูดความเท็จในสภา เมื่อสักครู่ น้องธนิตพลขึ้นมาประท้วง ผมนั่งฟังโดยความตั้งใจเพราะผมให้เกียรติเขา แต่นี่กําลัง บิดเบือนความจริง พ่อสะอาด พ่อทูนหัว พ่อสุภาพบุรุษ ไม่เคยด่าใคร เมื่อสักครู่นี้เพื่อนผม คุณเทพไทยังบอกรัฐบาลโจร ผมยังไม่ประท้วงคุณเทพไท ถาม ท่านประธานก็นั่งอยู่ ว่าทําไม ครูมานิตย์ไม่ประท้วงละ ผมก็ถือว่าผมจะไปดูบลูสกาย (Blue sky) คืนนี้ กลัวแกจะไม่ได้ พูดต่อ
ท่านครูมานิตย์ ท่านพูดช้า ๆ หน่อย ผมฟังไม่ค่อยทัน
ท่านประธาน พ่อสะอาด พ่อสุภาพบุรุษ ถ้าคิดว่าผมพูดจาแล้วใส่ร้าย ผมถอน ท่านประธาน ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย แต่สังคมเขาตัดสิน ว่าพวกคุณด่าคนไม่เคยเป็น
เอาละ ครับท่านได้ถอนแล้ว เป็นสุภาพบุรุษนะครับดีมาก นั่งลงครับ พอแล้ว ท่านเป็นคนดี นั่งลง ครับครูมานิตย์ พอแล้ว ๆ อย่าไปตอบโต้กันครับ ท่านดอกเตอร์ศุภชัย เขาถอนแล้วครับ พอแล้ว ไม่พาดพิงกันนะครับ คืออย่างนี้ครับท่านสมาชิกครับ ผมขอพูดนิดหนึ่งนะครับ เรื่องในสภาผมไม่อยากให้มีการใช้คําไม่สุภาพ เพราะจะเคารพประธานหรือไม่เคารพประธาน ไม่สําคัญหรอกครับ แต่ที่อยู่เหนือศีรษะประธานเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องเคารพนะครับ ขอให้ใช้วาจาสุภาพ เชิญดอกเตอร์ศุภชัยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณที่ชม นะครับ ขอบพระคุณท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ที่ชม แม้ท่านจะเสียดสีกับกระผม แต่ถ้าเผื่อดู ตามข้อบังคับ การเสียดสีชัดเจนแต่ผมไม่ขอให้ท่านถอนหรอกครับ
ในระหว่างที่วิปไปเจรจากัน เชิญท่านรังสิมา ใจเย็น ๆ นะครับ ท่านก็อย่าใจร้อน อีกคนหนึ่งนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉันนางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม นี่ยังดีนะยังเป็นท่านประธานคนนี้ ดิฉันชื่นชม ดิฉันชื่นชมก็ไม่ได้หรือ คือถ้าเป็นคนอื่นเขาปิดไปแล้ว ดิฉันมองดูนะว่าเป็นท่าน ดิฉันชื่นชมว่ายังประนีประนอม ที่ให้สภาจากร้อนมาก ๆ เย็นลงมาเรื่อย ๆ เมื่อสักครู่ดิฉันก็ร้อนมากนะคะ ท่านทําให้ดิฉัน เย็นลงเยอะแล้ว แต่ว่าตอนนี้กําลังจะร้อนแล้วค่ะ คืออย่างนี้ท่านประธาน ที่จริงดิฉัน อภิปรายไปแล้ว ดิฉันก็นั่งฟัง แต่นี่ดิฉันเห็นใจ อย่างท่านเชน เทือกสุบรรณ ท่านเป็น ส.ส. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านยังไม่ได้อภิปรายเลย แล้วปิดอภิปราย แล้วยังมี ส.ส. คนอื่นอีก มากมายเลยที่เขามียางแล้วเขายังไม่ได้พูด แล้วเขาจะกลับไปลงพื้นที่บอกประชาชน ได้อย่างไรว่าเขามานี่ เขาเลือกมาให้เป็นปากเป็นเสียง แต่เมื่อเขาจะมาเป็นปากเป็นเสียงก็มา ปิดปากเขา นี่ปิดปากมาหลายวันแล้ว แล้วเมื่อวานนี้ก็ปิดไปทีหนึ่งแล้ว ยังวิปอยู่นะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะร้อนใหม่อีก แต่วันนี้ทําให้เป็นแบบนี้อีกแล้ว แล้วสภามันจะอยู่ได้อย่างไร สภาเขาเลือกมาให้มาพูด มาเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน กินเงินเดือนตั้ง ๑๑๓,๕๖๐ บาท มีหน้าที่มาปิดอภิปรายอย่างเดียวหรือ ทําไมไม่มาพูดให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง ถึงแม้ในเขต พื้นที่จังหวัดไหนที่ไม่มียาง อย่างดิฉันไม่มียาง คือว่าปัญหามันก็เกิดนะคะ สินค้าราคาแพงขึ้น แพงทั้งแผ่นดิน อันนี้ปัญหาก็เกิดทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นใครไม่มียางก็มีสิทธิที่จะอภิปราย เรื่องสินค้าราคาแพงได้ แล้วก็รออีกแค่ ๓๐ กว่าคนมันจะหนักหนาขนาดไหน บางคนมา มากดบัตรแล้วกลับบ้านไม่ยิ่งกว่าหรือ เรานั่งคอยยันดึกยันดื่นรอเพื่อที่จะพูดแล้วคุณก็มาปิด สภาเพื่อไม่ให้คนที่เป็น ส.ส. ในจังหวัดที่เขาเดือดร้อนพูด อย่างนี้มันใช้ได้ไหม คนที่มาเป็น ผู้แทนราษฎร คุณอาสามาว่าจะมาเป็นปากเป็นเสียง แต่ว่าคุณมาแล้วคุณไม่เคยมาเป็นปากเป็นเสียง ให้ประชาชนเลย เป็นปากเป็นเสียงให้คนบางคนเท่านั้น บางตระกูลเท่านั้น อย่างนี้มันใช้ได้หรือ
ก็จะมี ผู้ประท้วงอีกแล้ว ท่านรังสิมา มีคนประท้วงอีกแล้ว คืออย่างนี้ คุยกันดี ๆ นะครับ ขอความร่วมมือ ทุกฝ่ายนะครับ คืออย่างนี้ผมอยากให้ค่อย ๆ คุยกันนะครับเพราะว่าเราจะขอความร่วมมือ จากทุกฝ่าย อย่าใจร้อน ท่านประท้วง ๒ คนต้องนั่งลงคนหนึ่ง ประท้วงทีละคู่ผมไม่สามารถ จะให้พูดได้ ต้องนั่งลงคนหนึ่งครับ ท่านตกลงกันเองครับ ไม่อย่างนั้นผมยังไม่ให้พูด เชิญผู้หญิงบ้าง จ่าประสิทธิ์นั่งลงครับ ประท้วงบ่อยแล้ว
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน มาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ขอประท้วงท่านผู้ อภิปรายนะคะ ใส่ร้ายค่ะที่บอกว่าพวกเรามาเป็นปากเป็นเสียง ไม่ได้มาเป็นปากเป็นเสียง ให้พี่น้องประชาชน ต้องถอนค่ะ
ท่านประธาน
อย่าเถียงกัน ใจเย็น ๆ เดี๋ยวฟังก่อนเดี๋ยวจะให้พูด ใจเย็น ๆ อย่าโต้กัน ท่านเถียงกัน เหมือนในตลาดไม่เอานะ ต้องปรึกษาหารือกันดี ๆ ครับ เขาประท้วง ให้ผมวินิจฉัยก่อน อย่าเพิ่งสวน ก็ขอความกรุณาท่านรังสิมาไม่ต้องถอน แต่ว่าค่อย ๆ พูดกันครับ ผมว่าเวลานี้ จะหาทางออกให้ทุกฝ่าย ผมใจเย็นนะครับ พยายามจะไกล่เกลี่ยเพื่อให้การประชุม ไปได้ แต่ท่านก็อย่าทําอะไรให้มันร้อนมา และอีกประเด็นหนึ่งนะครับ บ้านท่านไม่มียางพารา ก็รู้กันอยู่ครับ แต่มีอย่างอื่น ผมให้พูดแต่ว่าใจเย็น ๆ นะครับ อย่าไปพาดพิงท่านอื่นอีก
ก็นี่อย่างไรคะท่านประธาน ดีว่าเป็นท่านประธานดิฉันเลยใจเย็น ไม่อย่างนั้นมันจะร้อนกว่านี้ เพราะว่าเมื่อกี้นี้ที่ดิฉันพูด ดิฉันไม่ได้เอ่ยชื่อใครเลยนะคะ ดิฉันพูดถึงพฤติกรรม ที่ท่านประธานวินิจฉัยดิฉันก็คิดว่า ท่านเป็นธรรมที่สุด ถ้าดิฉันเอ่ยชื่อสิ
ใจเย็น ๆ ท่านมาลินีนั่งลง ผมวินิจฉัยแล้วครับ ประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นเด็ดขาด เอาเถอะผมวินิจฉัย แล้วครับ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรมันเย็นลง ใจเย็น ๆ ครับ นั่งลงครับ นั่งลงนะครับ ท่านไม่ ต้องประท้วงแล้วเชื่อผมเถอะ นั่งลงครับ เหตุการณ์กําลังจะดีแล้วครับ เมื่อกี้มันร้อน เต็มที่แล้ว นั่งลงเถอะ ประธานวินิจฉัยแล้วท่าน อย่าโต้แย้งคําวินิจฉัยของประธาน ท่านรังสิมาค่อย ๆ พูดนะครับ ใจเย็น ๆ เราจะขอความร่วมมือให้เขาถอนญัตติ ถ้าท่านไป แรง เขาไม่ถอน ผมไม่มีทางออก ประธานโดนด่าทั้งขึ้นทั้งล่องอยู่แล้ว เชิญครับ
คือดิฉันก็ใจเย็นแล้วนะคะ ที่ดิฉันบอกท่านประธาน แต่ว่าถ้าเกิดว่าจะปิดอภิปรายแล้วปิดอย่างนี้ทุกวัน สภาผู้แทนราษฎร มันเป็นที่พูด เดี๋ยวก็ปิด เดี๋ยวก็ยื่นปิด ดิฉันรู้เลย ดิฉันนั่งอยู่ข้างนอกดิฉันยังบอกพวก ส.ส. เลยว่าเดี๋ยวต้องเข้ามาข้างในแล้ว เพราะอีก ๓ คนนี้จะต้องปิดอภิปรายแน่นอนเลย คนที่เขา จะพูดเขาไม่ได้พูดแน่ละ แต่ว่าเมื่อท่านจุรินทร์พูดไว้แล้วดิฉันนั่งฟังอยู่ ท่านจุรินทร์บอกว่า วันนี้ขอสักทุ่มหนึ่งแล้วก็หยุดไปก่อน พออาทิตย์หน้าก็ค่อยมาต่อ แล้วจะรีบไปไหน ดิฉัน อยากจะรู้ว่าประชาชนเดือดร้อน จะรีบไปไหน เขาไม่มีจะกิน
ใจเย็น ๆ เดี๋ยวจะมีคนตอบโต้ คืออย่างนี้เหตุการณ์กําลังไปดี ท่านรังสิมา ผมจะขอความร่วมมือจาก ซีกรัฐบาล ผมก็พยายามไกล่เกลี่ยแบบที่ท่านว่า ถ้าเราไปแรง ทางโน้นไม่ถอน ผมไม่มีสิทธิ ทําอะไรเลย สุดท้ายผมต้องขอมติ ท่านก็ต่อว่าผม เพราะฉะนั้นผมพยายามไกล่เกลี่ย ท่านก็ต้องช่วยผมไกล่เกลี่ย อย่าไปใส่กันไม่เอานะครับ ท่านสรุปได้แล้วครับสั้น ๆ เดี๋ยวจะให้ ท่านวิทยาคงจะมีทางออกให้
ก็สรุปว่าท่านรัฐมนตรีอยากจะ ฟังฝ่ายค้านได้สะท้อนปัญหาแต่ละพื้นที่ให้ท่านไหม ให้ท่านลุกขึ้นตอบเลย เราจะได้รู้ว่า รัฐมนตรีอยากฟังหรือไม่อยากฟัง แต่ถ้ารัฐมนตรีอยากฟัง แต่ว่าทางรัฐบาลเขาเสนอปิด อันนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะคะ เพราะว่ายังไม่ได้พูดเรื่องของแพงเลย เพราะฉะนั้นตอนนี้ เรื่องยางพารา เพราะยางพารามันมีปัญหา ตอนนี้ปิดหมดแล้วที่ประจวบคีรีขันธ์ทั้งขาขึ้นขา ล่อง ปัญหามันก็เกิด ส.ส. ก็เดือดร้อน อย่างจังหวัดดิฉันดิฉันจะต้องรับโทรศัพท์ตลอดเลย เพราะว่าปลาต้องไปบรรทุกจากปัตตานี พอเสร็จแล้วมันต้องมาลงตลาดปลาตีสาม สมุทรสงคราม ประชาชนก็เดือดร้อน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากให้ท่านฟังปัญหาแต่ละพื้นที่ ถึงแม้จะไม่มียางพารานะคะ แต่มันก็มีปัญหาอย่างอื่นตามมาค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญ ท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ สลับข้างหน่อย ท่านสมบูรณ์ใจเย็น เดี๋ยวผมให้ท่านพูด
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะ ครับว่าทุกอย่างเป็นที่น่าเห็นใจนะครับ การที่ท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเกตุ ได้เสนอญัตติ ผมก็ได้ สอบถามด้วยเหตุผล ก็ตรงกับที่กระผมเองได้มีการพูดคุย นั่นก็คือว่าบัดนี้รัฐบาลได้มีการตั้ง คณะกรรมการซึ่งทราบว่าเป็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นคณะกรรมการที่จะเข้าไปดําเนินการในปัญหาและญัตติที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้มี การอภิปรายนั่นก็คือปัญหาหลักก็คือเรื่องราคายางพารา เพราะฉะนั้นเราดูเสมือนว่าการ ทํางานของสภาแห่งนี้ถ้าจะอภิปรายตามที่ท่านสมาชิกว่าไปถึงอาทิตย์หน้า ท่านประธานครับ ผมว่าเราไม่ทันรัฐบาลแล้ว คณะกรรมการก็จะเข้าพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ที่ทราบตามกําหนดการ และก็ตามที่ติดตามข่าว ผมจะเห็นว่าท่านสมาชิกก็มีเหตุและมีผล การปิดอภิปรายนั้นไม่ใช่ เป็นการจํากัดสิทธิเสียทีเดียวครับท่านประธาน สมาชิกผู้เสนอญัตติก็ยังสามารถที่จะอภิปราย ในญัตติที่ตัวเองได้นําเสนอ เพราะฉะนั้นทางออกตรงนี้ผมคิดว่าท่านประธานก็คงจะต้องใช้อํานาจหน้าที่แล้วก็วิจารณญาณในการ รับฟังสําหรับผู้ที่จะปิดญัตติแต่ละญัตติที่ตัวเองเป็นคนยื่น ผมเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ หรือเป็นสิ่งที่หลายคนได้กังวลและมีการอภิปราย เรารับได้ครับสภาแห่งนี้ ถูกต้องครับต้องพูด ต้องคุยกัน แต่บัดนี้ผมมีความรู้สึกว่าฝ่ายนิติบัญญัติที่เราจะคุยกันถ้าจะไปถึงอาทิตย์หน้า รัฐบาลเขามีกรรมการแล้วก็ไปนั่งรอเราแล้ว เราต้องรีบส่งมอบให้เขาครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาตรงนี้ผมคิดว่าเรื่องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัด กระบี่ หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยางพาราเป็นปัญหาสําคัญมากครับท่าน อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นที่สภาแห่งนี้ ในสมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่มีใครสบายใจครับ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มันเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อยิ่งต้องรีบให้ รัฐบาลนําสิ่งที่สภาได้มีการอภิปราย โดยเฉพาะท่านสมาชิกซีกฝ่ายค้านในจังหวัดภาคใต้นั้น นําเสนอให้กับคณะกรรมการที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ไปดําเนินการ ซึ่งจะมีท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องตามที่ผมได้ดูรายชื่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ท่านประชา พรหมนอก และหลาย ๆ ท่าน ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าสรุปได้เร็วก็ถึงมือคณะกรรมการได้เร็ว ก็คือเกาถูกที่คัน แล้วครับท่านครับ ส่วนผู้สรุปญัตตินั้นจะมีความสามารถในการสรุปญัตติเพื่อนําเสนอให้ ท่านประธานได้นําสู่รัฐบาลนําไปปฏิบัตินั้นผมคิดว่าท่านต้องให้ตรงประเด็นครับ ผมคิดว่า นั่นคือสิ่งที่ท่านสามารถกระทําได้ หรือท่านประธานจะใช้ดุลพินิจในสิ่งที่ท่านประธานจะต้อง ตัดสินใจในตรงนี้ถ้าเป็นแนวทางตามที่ผมได้กล่าวแล้ว ผมคิดว่าท่านพายัพก็คงจะรับฟัง เหตุผลนะครับ ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านธนิตพล เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ ได้ฟังท่านวิทยาพูดผมยิ่งไม่สบายใจครับ ท่านประธานครับ เราเคยเป็นวิปด้วยกัน ท่านเป็นประธานวิปทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมก็ เป็นเลขานุการวิปของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเช่นเดียวกัน ทํางานร่วมกันมา ผมคิดว่าท่านวิทยา ก็น่าจะเข้าใจความรู้สึกของพวกเราที่อยู่ฝ่ายค้านในขณะนี้ ผมต้องเรียนท่านประธานตรง ๆ คือผมพยายามจะสะท้อนให้ท่านประธานเห็น ให้เพื่อน ส.ส. พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล เห็นว่าพวกเราเองไม่มีโอกาสได้พูดกับทางรัฐมนตรีเหมือนกับฝ่ายของท่าน และที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าสิ่งที่พวกเราเองได้สะท้อนเฉพาะผู้เสนอญัตติมันไม่พอครับ มันมีปัญหารายละเอียด ปลีกย่อย ท่านอาจจะบอกว่าบ้างครั้งมีเพื่อนสมาชิกใช้คํารุนแรงบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ เวลาท่านเป็นฝ่ายค้านท่านก็ใช้ความรุนแรงกับรัฐบาลที่ผมเป็นเหมือนกัน แต่เราก็ต้องพา สภาทํางานได้ครับ เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ไม่ต้องญัตตินี้ ญัตติไหนก็ตาม วิธีการอภิปรายของ แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดคือญัตติตรงนี้ครับท่านประธาน มันเป็นญัตติ ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และมันเกิดการปิดถนน เกิดการสลาย การชุมนุมขึ้น รวมไปถึงวันนี้ผมก็ไม่สบายใจ มีแต่คนพูดแต่เรื่องยางพารา ทางภาคเหนือมี ปัญหาเรื่องข้าวโพดอยู่ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดตาก แล้วผมก็ยังเห็นว่าผมอยากสะท้อน ให้เห็น ผมก็เรียนท่านประธานว่าเพื่อนบอกว่าคุณอย่าพูดเลย เพราะแต่ละคนพูดเยอะแล้ว คุณฝากเขาเอา ผมก็บอกว่าไม่ได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วตัดทอนกันมาก็เหลือ ๓๐ คน ผมก็บอกว่า อาจจะดูเหมือนเยอะ แต่ว่าท่านประธานครับสิ่งที่ผมพูดในรัฐสภาเมื่อวานนี้ก็คือว่าท่านเป็น เสียงข้างมากจริง พี่น้องประชาชนเลือกมา ๑๒ ล้านเสียง พวกผมเสียงข้างน้อยก็ไม่ได้ด้อย กว่าท่านเท่าไรครับ ผมก็มี ๑๑ ล้านเสียงที่เขาอยากจะให้สะท้อนเหมือนกัน แล้วเรื่อง ยางพาราผมก็คิดว่ามันคงไม่ยุติธรรมนักถ้าจะบอกว่ามีเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เดือดร้อน เพราะบางครั้งคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเขาก็อยู่ในส่วนที่เดือดร้อนแล้วอยากให้ ส.ส. ในเขต พื้นที่ไปพูดด้วย แล้วทําไมเราไม่ฟังกันบ้างละครับ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีครับ ผมเลยไปนิดหนึ่งก็แล้วกันเรื่องปรองดองทางรัฐบาลบอกว่า เชิญท่านโทนี่ แบลร์ มา ท่านโทนี่ แบลร์ ก็บอกชัดเจนว่าให้ฟังเสียงส่วนน้อยด้วย รัฐบาลเอง ก็ยอมรับว่าจะเอาเรื่องนี้เข้า ครม. ที่จะมีการฟังเสียงส่วนน้อยและให้ทําอย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ความอดทนตรงนี้นี่ครับ ทําไมเราไม่เริ่มตั้งแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่กําลัง คุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ ผมก็เรียนบอกครับว่าจริง ๆ แล้วเพื่อน ส.ส. ที่อยู่พรรคเพื่อไทยถ้าท่าน มีภารกิจ ท่านออกไปนอกห้องประชุมสภาไปทําภารกิจของท่าน ก็ไม่มีใครว่าครับ คนที่ เดือดร้อนจริง ๆ ที่ผมจะขอความกรุณาก็คือท่านประธานกับรัฐมนตรีเท่านั้นละ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านวิทยาหรือแม้แต่ทางวิปรัฐบาลยังยืนยันบอกว่าอยากจะปิด ผมก็คิดว่าไม่เป็นไร ท่านรัฐมนตรีตอบก็แล้วกันครับ ผมไม่รอแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรี ตอบดีกว่า ท่านประธานจะฟังพวกผมที่จะสะท้อนปัญหาชาวบ้านหรือไม่ฟัง ท่านประธานให้ รัฐมนตรีตอบเลยครับ
ประท้วง ๒ ท่านต้องคนใดคนหนึ่งครับ ผมไม่ให้ทั้งคู่ ท่านตกลงกันเองครับ ผมชี้ก็ไม่พอใจผมอีก เชิญท่านจุลพันธ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านประธานที่จะพยายามไกล่เกลี่ย รอมชอม แต่ขณะนี้ท่านประธานถูกผูกมัดด้วยข้อบังคับการประชุม มีผู้เสนอญัตติ ให้ปิดอภิปรายพร้อมผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านประธานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดําเนิน ตามข้อบังคับการประชุมด้วยการลงมติว่าปิดหรือไม่นะครับ ท่านประธานโปรดดําเนินการ ด้วยครับ
เดี๋ยวผม ขอฟังท่านสมบูรณ์ก่อนครับ ท่านสมบูรณ์ครับ เขายกมือนานแล้ว เดี๋ยวฟังเพื่อนสมาชิกอีก สักนิดค่อยตัดสินใจ แล้วอย่ามาบังคับผมมากเกินไป เชิญท่านสมบูรณ์
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้ผมนิ่งพอสมควรครับ เพราะว่าสภาแห่งนี้ถูกปิดปากไม่พอครับ ประธานอาจจะไม่เห็นครับ องครักษ์ของท่านเต็มด้านหลังบัลลังก์ท่านแล้ว เป็นบรรยากาศ ที่น่ากลัวจริง ๆ ครับท่านประธาน มันมีความรู้สึกว่า นี่มันเป็นสภาผู้แทนราษฎรที่มาสะท้อน ปัญหาความเดือนร้อนพี่น้องประชาชน พอผมจะพูดปั๊บ อาจจะมีญัตติปิดปาก ถ้าพูดง่าย ๆ ถ้าท่านบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่นะครับ
ท่านสมบูรณ์ พูดเลยครับ แต่ว่าผมไม่ต้องเอาองครักษ์อะไรครับ เพราะผมไม่ได้คิดร้ายกับใคร เชิญครับ
คืออย่างนี้ท่านประธาน ท่านประธาน อย่าทําให้คนเกิดความกลัวครับ มันมีสุภาษิตบอกว่า หมาจนตรอกนี่มันจะสู้นะครับ วันนี้ พี่น้องประชาชนกําลังเดือดร้อนกันเต็มเลยครับ ญัตตินําเข้าสู่สภา ท่านเชื่อไหมครับว่า หลังจากที่ญัตติที่นําเข้าสู่สภา ทําให้การแก้ปัญหาของรัฐบาลเริ่มดีขึ้น คลี่คลายขึ้น ท่านประธานคงจําได้ วันที่ ๒๙ สิงหาคม ที่เรานําญัตติเข้ามาสู่สภา ท่านรัฐมนตรี ยางแผ่นดิบ ๗๕.๕๖ สตางค์ ในการนําเสนอของสมาชิกบางท่านท่านจะเห็นว่า ข้อที่ ๑ วันนี้รัฐบาลทําได้ คือไปลดเงินเซสส์ เงินภาษีส่งออกที่เก็บจากเกษตรกรกิโลกรัมละ ๓ บาท วันนี้หยุดเสียก่อน เห็นไหมครับ ท่านไปบอร์ด สกย. หยุดเก็บเงินเซสส์ ๓ บาท วันนี้ราคายางพาราอยู่ที่ ๗๘.๕๘ สตางค์ ขึ้นไปเท่าไร ขึ้นไป ๓ บาท เกิดจากอะไรครับ เกิดจากแนวความคิด ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาสัมผัสปัญหาอยู่ตลอดเวลา ๒ ปี แล้วที่ท่านใช้วิธีแก้ปัญหา ที่เราเคยเสนอ ท่านไม่เคยรับฟัง ท่านจําได้ไหมครับ ผมเสนอเข้ามาเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๕ ท่านประธาน ญัตติขอตั้งกรรมาธิการดูแลปัญหาราคายางพาราที่รัฐบาลกําลังทําอยู่ จาก ๑๒๐ บาท ๑๓๐ บาท เหลือ ๑๐๐ กว่าบาท ลงไป ๘๐ บาท เราบอกว่าเราช่วย แก้ปัญหาให้ท่าน ท่านไม่รับ ท่านบอกว่าท่านทําได้อยู่แล้ว ๑๒๐ บาท กําลังอัดเงินลงไป เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานก็รู้เหมือนผมว่าถ้านโยบายที่ดีนะครับ ผู้บริหารเก่ง ราคายางพาราก็สูงขึ้น ดิ่งลงไปเรื่อยครับ และวันนี้ราคายางพาราที่ญัตติเรื่องราคายางพาราแล้วก็สินค้าทั้งหลาย เข้ามาสู่สภา เพราะอะไรครับ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนแล้ว เริ่มปิดถนน เริ่มปิดทางรถไฟแล้ว รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างไรครับ ในสภาก็บอกว่าเราไม่สลาย สบายใจได้ ใช้การเจรจา พูดอยู่ในนี้ครับ แต่ที่ประจวบคีรีขันธ์มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา หลายคนครับ วันนี้ที่มีการชุมนุมกันอยู่หลายจังหวัด ส.ส. ยังไม่ได้สะท้อนปัญหาของแต่ละจังหวัดเลย ท่านอาจจะบอกว่าเหมือนกันอยู่แล้ว พูดกันหลายครั้งแล้ว ปัญหามันก็คืออย่างนี้ละ นายกรัฐมนตรีกําลังเดินทางไปต่างประเทศไปขายยางพาราให้พี่น้อง ไปขายอยู่ที่อิตาลี ขายยางพารา กับใครครับ แต่เราจะบอกให้ฟังว่าวันนี้ปัญหาแต่ละแห่งหลายจุดมีทางแก้ครับ ท่านลด เงินเซสส์ แก้ไปได้ ๓ บาท มีอีกกี่วิธีครับ ท่านให้สหกรณ์ทั้งหลายโดยการใช้เงิน แต่ท่าน ควบคุมให้ดี มันมีหลายวิธีครับ วิธีแก้ปัญหามีตั้งเยอะ ท่านครับ วันนี้ท่านจะปิดปากพวกผม ไม่เป็นไรครับ เพราะผมก็มีหน้าที่อย่างเดียวคือต้องไปชี้แจงให้พี่น้องประชาชนแต่ละแห่ง ทราบว่าวันนี้รัฐบาลดูแลท่านอย่างไร แต่ถ้าท่านให้พวกเราได้สะท้อนนะครับ ส.ส. ทุกคนก็มี โอกาสที่จะไปบอกกับพี่น้องประชาชน
ท่านประธานครับ อย่าปิดปากกันเลย ผมเชื่อว่าทางออกทุกทางออกครับ ปัญหาทุกปัญหามีทางออกครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้พิจารณาด้วยครับ
ท่านวรชัยประท้วงผมเรื่องอะไร
ท่านประธานที่เคารพ ผมยกมือตอน ที่นั่งครับ แล้วผมก็ยืนมารออภิปรายปรึกษาหารือท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ขออภิปรายเรื่องนี้อยู่ แล้วก็วันนี้ผมเห็นว่าหลายเรื่องหลายราวที่เกิดขึ้นใน ประเทศวันนี้ ไม่ว่าการปิดถนนก็ดี การไปชุมนุมที่ศาลากลางก็ดี หรือขึ้นไปบนศาลากลางก็ดี แล้วก็ให้ข้าราชการกลับบ้าน เป็นการกระทําที่รัฐบาลยอมทุกอย่าง รัฐบาลต้องการ ประนีประนอม แล้วก็มาตรการต่าง ๆ นี้รัฐบาลได้มีการเจรจาแล้วก็หาวิธีแก้ปัญหา ไม่ว่า เรื่องยางพาราที่กําลังเกิดขึ้น เหตุการณ์เกิดอยู่ในวันนี้ รัฐบาลก็อุตส่าห์เอาเครื่องบินไปรับ แกนนํามาเจรจาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อมีการตกลงว่าจบลงอย่างไร รัฐบาลช่วยอย่างไร มีแนวทางอย่างไร และวันนี้ต้องยอมรับครับว่าเงื่อนไขต่าง ๆ นั้น อย่างเรื่องยางพารา รัฐบาลเขาช่วยเงินเกษตรกรโดยตรงครับ เราก็รู้วันนี้ว่ามีการกักตุนยางพาราของพ่อค้า คนกลางส่วนหนึ่งครับ หลายหมื่นตันครับท่านประธานครับที่ปักษ์ใต้ แล้วก็วันนี้กลไกตลาด ยางพาราทุกคนก็รู้ว่าเป็นอย่างไร เราไม่ใช่เป็นผู้กําหนดราคากลไกเองครับของการตลาด วันนี้ราคายางพาราขึ้นมาถึง ๗๗ บาทครับที่เขาซื้อขายกันในตลาด พร้อมกับรัฐบาล มีมาตรการที่แก้ไขดูปัญหา แล้วก็รัฐบาลไม่เคยใช้ความรุนแรงในการจัดการกับพี่น้อง ประชาชน รัฐบาลรู้ว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาครับ รัฐบาล ทําทุกอย่างด้วยความละมุนละม่อม แต่ผมเห็นว่าในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรมีการ พูดบอกว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรง ใช้แก๊สน้ําตา รัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ตํารวจไปออกหมายจับ แกนนําครับ ซึ่งไม่มีเลยสักนิดเดียวครับ รัฐบาลก็ปล่อยให้มีการพูดอย่างนี้ ใส่ร้ายป้ายสี รัฐบาลอยู่หลายวันแล้วท่านประธาน ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้เลยครับ แต่ว่าพี่น้องประชาชนคงจะ เห็นครับว่ามาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลทํานั้นด้วยหัวใจจากความรู้สึกที่ผมได้สัมผัส เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ท่านพูดมา ๒ วัน ก็เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่เหมือนกัน ที่ซ้ํากัน แล้วก็ทุกคนคงจะเห็นแล้ว ว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ผมก็เห็นเหมือนกันครับ แต่ว่าเดือดร้อนอย่างไร ก็รู้ว่าเดือดร้อนอะไรแล้ว เพราะฉะนั้นที่คุณพายัพเขาเสนอบอกว่าปิดอภิปรายได้แล้ว เรื่องนี้ผมรู้ความเดือดร้อนครับ แต่ว่าถ้าใครเห็นเป็นอย่างอื่นท่านก็เสนอมาสิครับ ว่าปิดหรือเอาอย่างไรต่อไป ไม่ใช่มาพูดอภิปรายยกมือประท้วงแล้วอภิปราย ท่านประธานครับ ขอให้ท่านช่วยได้โปรดพิจารณาด้วยครับว่าถ้าใครเห็นเป็นอย่างไรก็เสนอมา ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่าน ชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาส
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นคนหยิบยกขึ้น มาหารือในที่ประชุมสภาว่าขณะนี้มีการเข้าไปสลายม็อบ โดยใช้ความรุนแรง ใช้แก๊สน้ําตา และเมื่อสักครู่รัฐมนตรีก็ได้ตอบว่าไม่ได้ใช้แก๊สน้ําตา เพื่อนสมาชิกในสภาที่พูดก่อนหน้านี้ ก็บอกว่าไม่ได้สลายม็อบ ไม่ได้ใช้แก๊สน้ําตา แต่นี่ครับภาพที่ส่งมาเดี๋ยวนี้ครับ มีการสลายม็อบ โดยใช้ความรุนแรงแล้วก็ใช้แก๊สน้ําตา พวกผมก็ทําได้เพียงแต่ขอร้องว่าขอให้รัฐมนตรี ไปตรวจสอบ แล้วผมก็นั่งรออยู่ก็แปลกใจว่ามีการเสนอญัตติขอปิดอภิปราย แต่ไม่เป็นไรครับ ผมได้อภิปรายไปแล้วว่าขอให้รัฐบาลอย่าเลือกปฏิบัติทั้งเรื่องของการแก้ไขปัญหาราคา ยางพารา ราคาพืชผลเกษตรตกต่ํา และอย่าเลือกปฏิบัติกับการเข้าไปบริหารจัดการกับม็อบ ซึ่งเป็นพี่น้องประชาชนของเราทั้งนั้น เราก็อยากเห็นว่ากระบวนการที่ท่านมักจะอ้างอยู่เสมอว่า ผิดกฎหมายคือถ้าท่านใช้คํานี้ โดยเลือกปฏิบัติเวลาพวกท่านทํา ท่านก็บอกว่าเป็นสิทธิ ขั้นพื้นฐาน มีการชุมนุมของกลุ่มคนที่เรียกว่าเสื้อแดงหลายครั้ง ก็ปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง อันนี้ ก็ปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง ผมกําลังรอฟังท่านรัฐมนตรีว่าให้ชี้แจงยืนยันอีกครั้งหนึ่ง เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องสําคัญ ผมคิดว่าเพื่อนในสภานี้ก็คงรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับผมที่โดนกระทําเช่นนี้
ประการที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ วันนี้นอกจากใช้แก๊สน้ําตา ใช้ความรุนแรงแล้ว ยังมีการจับแกนนําไป ๑๐ คน มีการดื้อดึง มีการใช้ความรุนแรงบาดเจ็บไปอีกจํานวนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เคยเกิดบทเรียนที่จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว แล้วก็ทําให้การชุมนุมนั้น บานปลายออกไป เพราะกระบวนการนี้ไม่ใช่เป็นกระบวนการในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ผมได้เรียนกับรัฐบาลตอนที่ผมไปแล้วว่า ถ้าท่านแก้ไขปัญหาราคายางพาราได้ดี ผู้ชุมนุมนี้ก็จะ หยุดไปเอง นี่เรียนด้วยความปรารถนาดี เมื่อสักครู่ผมก็เรียนว่าการพูดจาในญัตติอภิปรายเรื่องการ แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ํา ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ทราบดีว่าเป็นญัตติแรกของสภา แห่งนี้ ท่านจะให้จบด้วยการปิดปากหรืออย่างไรครับ เพราะวันนี้ญัตตินี้เมื่อเป็นญัตติแรกในรอบ ๒ ปีของสมัยประชุมนี้ มีผู้เสนอ ทําไมเสนอมาตั้ง ๑๓ ญัตติ ท่านประธาน นั่นก็สะท้อน ให้เห็นว่าฝ่ายรัฐบาลเองก็เห็นว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ฝ่ายรัฐบาลก็เสนอ มาหลายญัตติ ฝ่ายค้านก็เสนอมาหลายญัตติ ถ้าไม่ใช่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทําไมท่านจึงยอมให้ญัตตินี้เข้ามา ผมยอมรับความเป็นจริงครับว่าญัตตินี้ใช้เวลาไปพอสมควร แล้ว ๒ วัน แต่ทําไมมันถึงยาว ๑. เพราะญัตตินี้มีการเสนอเข้ามา ๑๓ ญัตติ เฉพาะวันแรกวันเดียว ผมนั่งเตรียมอภิปราย ผมไม่ได้อภิปรายเพราะว่าผู้เสนอญัตติเท่านั้น ก็อภิปรายหมดไปแล้ว ในวันแรกครับ ผมเป็นผู้เสนอคนลําดับแรก ๆ เพิ่งได้มาอภิปรายวันนี้ นี่ก็เห็นได้อย่างชัดเจน แล้วว่าเป็นการใช้เวลาที่สะท้อนความเดือดร้อนในสภาแห่งนี้ แล้วมันจะเสียหายอะไรครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเรียนว่า ทางรัฐบาลก็ปรารภนาดี ไปประชุมกับ กนย. แล้วมีมติออกมา ก็เป็นมติข้อเสนอของท่าน สรุปโดยท่าน ก็แล้วแต่ท่าน อันนั้นผมไม่ว่า แต่ว่าท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ยังดีใจว่ารัฐบาลยังไปตั้งคณะกรรมการ มีระดับรอง นายกรัฐมนตรีทั้งนั้น ทําไมสมาชิกฝ่ายรัฐบาลไม่ฟัง ท่านประธาน หัวหน้า ท่านรองนายกรัฐมนตรีประชา ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ดูแลเรื่องกรรมการ นโยบายยาง ท่านรองนายกรัฐมนตรียุคลดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง ก็เมื่อ ท่านตั้งกรรมการแล้ว พรุ่งนี้ท่านก็จะลงไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็บอกดี ท่านเตรียม บันไดไปเจรจาไปพูดคุย แต่ถ้าเจรจาตามที่ท่านถือไว้เดิมและไปแจ้งเพื่อทราบก็ อาจจะเปลี่ยน แทนที่จะเป็นบันไดลง ก็อาจจะเป็นบันไดหนีไฟ มันก็เป็นเรื่องปกติ ผมจึง กราบเรียนว่าการใช้เวทีในสภานี้ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องของการปรองดอง เป็นเรื่อง ของการเป็นเวทีที่ทําให้การเมืองคลายจากความตึงเครียด ท่านเห็นไหมครับ เพียงแต่เสนอ ปิดอภิปราย เพื่อนผมก็เครียด เราไม่อยากเกิดเหตุการณ์นี้ ท่านประธานก็คงเข้าใจ ผมนี่ เคารพท่านประธานเลย นี่ท่านประธานเปิดโอกาสให้เดี๋ยวนี้ ได้ระบายกันเดี๋ยวนี้ ถือว่า ท่านประธานท่านนี้รักสถาบันนิติบัญญัติของเราในระดับหนึ่ง ไม่ใช่แกล้งชื่นชมท่าน ถ้าเป็น คนอื่นก็เอาตามใจเสียงข้างมาก โดยไม่เคารพเสียงข้างน้อย แต่วันนี้ท่านประธานพยายาม สร้างบรรยากาศนี้ ผมอยากจะเรียกร้องละครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานได้ใช้อํานาจ ท่านประธานเถอะว่าญัตตินี้ควรที่จะได้มีเวลาในการที่จะอภิปรายกันโดยทั่วถึง แล้วให้ คณะกรรมการที่ฝ่ายรัฐบาลตั้งนี่ครับไปดําเนินงาน และท่านก็มาตอบในสัปดาห์หน้า ท่านทําสําเร็จท่านก็มาตอบ สําเร็จเป็นผลงานท่าน เพียงแต่ว่าเมื่อท่านทําไม่สําเร็จท่านอย่า ไปกล่าวหาว่าพวกผมอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลต้องมองประชาชนเหมือนลูกครับท่านประธานครับ เรียกลูกเข้ามาแต่ละคนแต่ละอาชีพ เมื่อเจรจาคุยกับลูกตัวเองไม่ได้ อย่าไปกล่าวหาว่า เพื่อนบ้านมายุยงส่งเสริมลูกตัวเอง ขอให้รัฐบาลมองแบบพรหมวิหารธรรมแบบนี้ และผม คิดว่าการแก้ไขปัญหานี้จะเดินไปได้ ผมยึดมั่นว่าท่านประธานมีความเป็นกลาง มีความเป็น ประมุขที่จะเปิดโอกาสให้พวกเราได้มีโอกาสนําความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด ในสภาแห่งนี้ แต่ถ้าฝ่ายรัฐบาลไม่ทํา เชิญปิดเลย
ท่านชินวรณ์ ท่านชินวรณ์ใจเย็น ๆ มันกําลังจะมาดีแล้วท่าน ผมก็เปิดโอกาสให้ท่านตลอด แต่ว่าท่านต้องเห็นใจผม ผมไม่มีอํานาจสั่งให้ประชุมไปได้เรื่อย ๆ มันมีข้อบังคับ ท่านรู้ดีกว่า ผมอีกครับ ถ้าอย่างนั้นท่านนั่งลง เดี๋ยวผมจะให้ทางนี้พูดบ้างครับ ใจเย็น ๆ นะครับ ไม่สั่งปิด แล้วนะครับ ท่านอย่าปิดแทนผมสิ ใจเย็น ๆ
ท่านประธานครับ สรุปแล้วครับ ผมจะไม่พูดแบบใช้อารมณ์แล้วครับ แต่ว่าผมจะเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อวานซืนนี้ ผมเป็น คนขึ้นพูดเป็นคนแรก ๆ ว่า มาตรา ๕ กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเป็นมาตราสําคัญที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องการควบรวมอํานาจ ทําให้เป็นการทําลายดุลยภาพในการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และผมไม่ได้พูดมาตราอื่นมาเลย พูดมาตรา ๕ อย่างเดียว มันไปโดนใจอะไรครับจึงทําให้เพื่อนสมาชิกคนนี้เสนอปิด และวันนี้มาเรื่อง ปากท้องของพี่น้องประชาชน
มีผู้ประท้วง ใจเย็น ๆ ท่านชินวรณ์สักครู่มีผู้ประท้วง ใจเย็น ใจเย็น ให้เขาประท้วงก่อน ใจเย็น ๆ ทั้ง ๒ ฝ่าย บรรยากาศเมื่อสักครู่นี้มันร้อน อันนี้มันเริ่มดีมาแล้ว ท่านพายัพนิ่ง ๆ หน่อย ใจเย็น ๆ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายับ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมรู้ว่าขันติ มันเป็นอย่างไร ทําไมผมจะไม่รู้ โตมาจนป่านนี้ทําไมไม่รู้ครับ รู้ครับ ผมเข้าใจ ผมจึงพยายาม ชี้แจงท่านด้วยเหตุด้วยผลอย่างไร ท่านประธานครับ ฝั่งโน้นก็เป็นผู้ใหญ่ อ้ายฝั่งนี้ก็เป็นผู้ใหญ่ ท่านดูสิครับ ในเวลาเพื่อนสมาชิกฝั่งนี้เขาฟังเพื่อนสมาชิกฝั่งโน้นพูด ทางนี้เขาอดทน ท่านพูดเป็นไปตามข้อบังคับไม่มีใครเขาว่าท่านเลย แต่เวลาท่านพูดแล้วกระแนะกระแหนบ้าง เสียดสีบ้าง กล่าวหาบ้าง ด่าทอบ้าง เป็นขี้ข้าบ้าง ใครมันไม่คิดท่านประธาน ใครมันไม่คิด ฟังหน่อยสิท่านประธานที่เคารพ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเป็นคนมีขันติ ผมเป็นคนตาขาว ผมเป็นคนตาขาวบ้านอยู่บางระจันครับ กระผมไม่มีทางอื่นจะไปก้าวร้าว ท่านได้ ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีคนนี้ผมนับถือจะตาย
ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คุยกัน ใจเย็น ๆ คืออย่างนี้ทุกฝ่ายไม่พอใจก็ตะโกนใส่ประธานคนเดียว ใจเย็น ๆ ผมทนได้ ท่านชินวรณ์ท่านเป็นผู้ใหญ่ สรุป ๆ นะครับท่าน
ผมจะสรุปแล้วครับ แต่เพียงเมื่อกี้ผมก็จะใช้คําพูดแรงไปหน่อยว่าปิดไปเลย แต่วันนี้เมื่อปัญหาเกี่ยวกับระบอบ การปกครอง ดุลยภาพ ซึ่งเป็นหัวใจของท่าน ท่านก็เสนอปิดปากพวกผม แต่นี่กําลังพูดถึง ปัญหาปากท้อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมก็อยากว่าถ้าท่านยังยืนยัน ในความคิดเดิมท่านก็ปิดไปเลยครับ เพราะปิดสภาผู้แทนราษฎรท่านมีเสียงข้างมากอาจจะ ง่ายกว่าปิดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขอบคุณครับ
ก็เป็น อย่างนี้ครับ เชิญท่านปรีชาพลดีกว่า ท่านพายัพอย่าตอบโต้เลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพายัพ ปั้นเกตุ
ท่านปรีชาพล นั่งลงก่อนได้ไหม เอาทีละคน ใจเย็น ๆ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมเข้าใจ ความรู้สึกของท่านครับ ในการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเมื่อเห็นประชาชน เดือดร้อนอดทนอยู่ไม่ได้หรอกครับ ผมเห็นท่านแสดงออกซึ่งความที่จะปกป้อง พี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนเรื่องราคายางพาราตกต่ํา ทําไมพวกผมจะไม่เห็นใจท่าน พวกเราเห็นใจทุกคน รัฐมนตรีที่นั่งลงเมื่อสักครู่นี้ผมเคารพจะตาย ไม่มีคําไหนที่ก้าวร้าวเลย เจอหน้าท่านยกมือไว้ถึงก้นเลย แต่ว่าในเวลาที่เราพูดในสภาแห่งนี้ กว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร ยากเย็นครับ กว่าจะได้อํานาจรัฐมาก็ยากเย็น กว่าจะรักษาอํานาจรัฐอยู่ได้ก็ยากเย็น แต่ให้มันเป็นไปตามกติกาเถอะครับ กระผมเคารพในระบอบรัฐสภาเหมือนกันนะครับ และ ผมอยากให้สภาผู้แทนราษฎรเดินได้ มันจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ มันจะทะเลาะกันบ้าง มันจะบาดหมางกันบ้าง แต่ให้ระบบรัฐสภาอยู่ได้ ทําไมพวกผมจะไม่มีความรู้สึกครับ ในเวลาที่ท่านกล่าวร้าย ท่านเสียดสีพวกเรา พวกผมอดทนมากครับ ทนไม่ไหวผมก็เอาเท้าซ้าย เหยียบเท้าขวาแล้วเดินออกไปข้างนอก จนกระทั่งเท้าเป็นเล็บขบแล้วครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณา ด้วยความเคารพท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานเป็นคนใจเย็นมากเลย ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ใจเย็นมาก ท่านเป็นคนกว้างขวาง จิตใจเอื้อเฟื้ออาทร พี่เชน ของผมเป็นคนน่ารักมาก เป็นกรรมการ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วยกัน ท่านตั้งใจเรื่องนี้ดีมาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะโดนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอาไป ตั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พี่เชนเป็นคนลุกขึ้นมา ไม่เอา ด้วยเลย เป็นคนบอกให้ผมมาด่ารัฐมนตรีผมยังไม่ด่าเลยท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ชอบ พรรคชาติไทย ก็พูดตรงไปตรงมา เอาแค่นั้นครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ
ท่านปรีชาพล มีทางออก ท่านจุรินทร์ก็มาแล้ว ลองคุยกันดู
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้ เกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้น พวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้เล็งเห็นตรงกันถึงปัญหา ความเดือดร้อนซึ่งมีเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ซึ่งรวมทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้นําเสนอญัตติด่วนต่อสภาเพื่อให้มีการพิจารณากันแล้วก็นํามาพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ ซึ่งการพิจารณานั้น พิจารณามาตั้งแต่อาทิตย์แล้วครับท่านประธาน พวกเราก็ติดตาม กันมาโดยตลอด อาทิตย์ที่แล้วอภิปรายตั้งแต่บ่ายโมงถึงทุ่มสองทุ่ม เดิมทีเดียวเพื่อนสมาชิก ทางฝ่ายค้านเองก็มาประสานในฐานะที่ผมเป็นวิปรัฐบาล บอกว่าหกโมงเย็นขอให้มี การปิดประชุมได้ไหม แล้วขอไปต่ออาทิตย์หน้า พวกกระผมเองก็แสดงถึงความจริงใจครับ ท่านประธานครับ ว่าเดือดร้อนมาก เดือดร้อนจริง ๆ พิจารณางบประมาณอยู่ก็เปิดโอกาสให้พูด เรื่องนี้ พิจารณารัฐธรรมนูญอยู่ก็เปิดโอกาสให้พูดเรื่องนี้ เพราะเป็นความเดือดร้อน ปรากฏว่า สิ่งที่เกิดขึ้นพอบอกว่าประธานนัดถึงหกโมงเย็นก็ขอให้ปิดหกโมงเย็น นี่คือการประสานงาน พวกผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นเป็นความเดือดร้อน เป็นญัตติที่เร่งด่วนจริง ๆ ทําไมไม่พูด สรุปสุดท้ายครับท่านประธานอาทิตย์ที่ผ่านมาวันพฤหัสบดีที่แล้ว วิปฝ่ายค้านไปประสานงาน กับท่านประธานวิปรัฐบาล ขอให้ปิดครับ ปิดออกไปก่อนแล้วมาต่ออาทิตย์นี้เพื่อจะได้พูดคุยกัน เมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ พิจารณารัฐธรรมนูญขอเวลาในการพูดถ่ายทอดสด พวกเรา ก็ใจกว้างครับท่านประธาน พูดกันไปไม่เป็นไรครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นญัตติด่วน เป็นความเดือดร้อนสถานการณ์ซึ่งหน้า มาถึงวันนี้กระทู้ถามเสร็จ อภิปราย ญัตติต่อมาจนถึงตอนนี้กี่ชั่วโมงแล้วครับท่านประธาน การอภิปรายก็มีการพูดไปวกไปวนมา จริงอยู่ครับท่านประธานครับ ท่านบอกว่าญัตตินี้มีทั้งญัตติเรื่องยางพารา เรื่องพืชผล ทางการเกษตร เรื่องของข้าวของแพง แต่สิ่งที่ท่านอภิปรายออกมา พวกผมก็คงไม่ต้องพูดครับ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เห็นดีว่ามันซ้ํา มันวก มันวน เจตนาเป็นอย่างไร หลายท่านอภิปรายด้วยเจตนาดีครับ เสนอทางออกให้กับรัฐบาล แต่หลายท่านเป็นเช่นไร ผมไม่ขอวิจารณ์ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ มาวันนี้เพื่อนสมาชิกของผม คุณพายัพ ปั้นเกตุ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเห็นว่าการอภิปรายมันผิดข้อบังคับแล้ว มันวนไปวนมา ซ้ําไปซ้ํามา ท่านก็เสนอโดยใช้เอกสิทธิ์ของท่านในการขอปิดอภิปรายเมื่อเห็นเวลาสมควรแล้ว พวกผมก็มีการพูดคุยครับ พี่ ๆ วิปฝ่ายค้านเองก็น่ารักพยายามที่จะประสาน ประสาน เราก็คุยกันครับ ผมก็ถามด้วยความจริงว่าเราอยากให้เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ได้รับการสะท้อนไปถึงรัฐบาลเพื่อนําไปสู่การแก้ไข ผมก็ถามด้วยความจริงใจครับว่า เหลือผู้อภิปรายกี่ท่าน ท่านก็บอก ๓๐ ท่าน ๓๐ ท่านทําอย่างไร ท่านบอกว่าปิดไปก่อนเถอะ ไปพูดต่ออาทิตย์หน้าก็ได้ ท่านประธานครับ ญัตตินี้เป็นญัตติที่มีความเร่งด่วน ท่านวิทยา บุรณศิริ ก็ได้พูดไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะทํางาน โดยมีท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นประธาน จะลงพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับท่านประธานใช้เวลากันมาขนาดนี้ พยายามที่จะเจรจา พยายามที่จะถอยกันคนละก้าว บอกว่าที่เหลือนี้จะใช้เวลาประมาณเท่าไรเพื่อให้การใช้เวลา ในสภาแห่งนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่านก็ไม่ให้คําตอบครับ นี่หรือครับคือการเจรจา เจรจาอย่างเดียวคือบอกว่า ขอต่ออาทิตย์หน้า ขอต่ออาทิตย์หน้า จริงอยู่ครับ ไม่เคยมี การเสนอญัตติเยอะขนาดนี้ครับ ๑๓ ญัตติ แต่ผมก็ไม่เคยเห็นครับว่าญัตติด่วนมันจะไป ๓ อาทิตย์ขนาดนี้ ดังนั้นถ้าท่านแสดงความจริงใจ ตกลงใครเป็นคนตัดสินใจครับว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะเดินกันอย่างไร บอกว่าถ้าวันนี้ออฟเฟอร์ (Offer) กัน อภิปรายไป ท่านอยากใช้สิทธิ หลายคนบอกว่าปรีชาพลคุณต้องเข้าใจนะพวกผมเป็น ส.ส. ใต้ ถ้ามีญัตติ เข้าสภาผู้แทนราษฎรเรื่องยางพารา เรื่องของแพง พวกผมไม่พูดผมกลับไปตอบชาวบ้านไม่ได้ ผมก็ใจกว้างครับพยายามที่จะประสานบอกว่าถ้าอย่างนั้นคุณพูดไปเลยได้ไหมไม่ต้องมี การนับองค์ประชุม พวกเราก็อยู่แถวนี้กันนั่นละ พูดไปเลยครับเต็มที่ เหลืออีก ๓๐ คน ท่านจะพูดไปกําหนดเวลาเองดูเวลาพอเหมาะพอสม พอสมควร ด้วยความเห็นใจ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ด้วยความเห็นใจท่านประธาน ก็ปรากฏว่าคําตอบก็คือว่า ไม่ ไปต่ออาทิตย์หน้า นี่หรือครับญัตติด่วน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะถามก็คือว่า ถ้าหากเป็นดําริท่านประธาน พวกผมก็พร้อมที่จะเจรจาครับท่านประธานครับ แต่เมื่อ การเจรจาเป็นเช่นนี้ ฝ่ายหนึ่งจะเอาอย่างหนึ่งไม่มีถอย มันไม่เรียกการเจรจาหรอกครับ การเจรจาที่ได้อยู่ฝ่ายเดียวไม่เรียกว่าการเจรจา เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ต้องโห่กระผมนะครับ เพราะกระผมก็พูดในเรื่องข้อเท็จจริง ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่า มันเดินต่อไปค่อนข้างจะลําบากครับ แล้วก็ไม่ต้องท้าทายกันด้วยว่าให้ปิดอภิปรายเลย ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องท่านก็มานั่ง ๒ อาทิตย์แล้ว ท่านรัฐมนตรียุคล ท่านณัฐวุฒิ ท่านศิริวัฒน์ ท่านวราเทพ พร้อมครับที่มา รับฟังความคิดเห็น ตกลงว่าความจริงใจในการที่จะเสนอปัญหานี่อยู่ที่ไหนครับ หรือจะแค่ ด่ารัฐบาลไปวัน ๆ นี่หรือครับ ท่านพิจารณาตัวเองเถอะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่ามันไป ไม่ได้ครับ ผมเองก็พยายามหาทางออกแบบที่ท่านประธานดําริ แต่ทางออกก็คือว่าไปต่อ อาทิตย์หน้า ไปต่ออาทิตย์หน้า ผมไม่ได้หาเรื่องใครหรอกครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ นําเรียนข้อเท็จจริง แต่ว่าถ้าจะหาทางออกกัน ไหนลองดูสิครับว่าทางโน้น มีใครที่ตัดสินใจที่สามารถที่จะเจรจากันได้บ้าง ไม่ใช่คนนี้มาพูดอย่างหนึ่ง พอผมรับไปว่า ไปเจรจา กลับมาบอกว่าไม่ได้อีกแล้ว ตกลงใครตัดสินใจครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านธนิตพล ท่านจุรินทร์มีอะไรจะพูดไหมครับท่าน ท่านประธานวิปครับ ท่านธนิตพลพูดเลยครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันท์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมเรียนท่านประธานนะครับ จะได้ ทําความเข้าใจตรงกันก็คือว่า เรื่องที่ทางวิปฝ่ายรัฐบาลพูดเมื่อสักครู่นี้ จริง ๆ ผมไม่อยากจะ ต่อล้อต่อเถียงนะครับ เอาเรื่องที่เห็น ๆ กันอยู่ครับ ตัวท่านปรีชาพลเอง ผมก็เข้าใจว่าท่าน ก็มีอารมณ์ เมื่อกี้นี้ก็มาตวัดใส่พรรคประชาธิปัตย์ มันเป็นอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งจะให้ พวกผมบอกว่าวันนี้ทุกคนขอให้พูดอยู่ในกรอบต่าง ๆ เหมือนกับหุ่นยนต์มันคงไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าพวกเราทุกคนมันคือผู้แทนราษฎร แต่ละคนเขาก็มีวิธีการอภิปรายของเขา ผมรื้อฟื้นเอาความจําเก่า ๆ มาให้ท่านปรีชาพลสมัยท่านเป็นวิปฝ่ายค้านนะครับ ผมเอง ตอนเป็นวิปรัฐบาลผมก็อดทนฟังครับ ผมก็จะเรียนกับท่านปรีชาพลนะครับ ทางวิปของท่านก็ใช่ย่อย แต่ละคนปากเจ็บ ๆ ทั้งนั้นนะครับ แต่พวกผมก็อดทนฟังครับ มีบางครั้งที่เราอาจจะ สวนกันไปสวนกันมา เพราะนี่คือสภาที่พูดแทนพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องปกติ ออกไป ข้างนอกเราไม่ได้ทะเลาะกัน แต่อยู่ข้างในเรามานี่มีบ้างที่เราทะเลาะกันถ้ามีความเห็นต่าง อดทนหน่อยครับ ไหนรัฐบาลบอกอย่างที่ผมบอกเมื่อสักครู่ โทนี่ แบลร์ เขาบอกว่าให้อดทน ฟังเสียงส่วนน้อย ผมก็ ๑๑ ล้านเสียง ก็เตือนท่านประธานอีกรอบ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ คือเมื่อสักครู่นี้ที่บอกว่า รัฐธรรมนูญก็เปิดโอกาสให้พูดเรื่องยางพารา มันแค่หารือและรัฐมนตรีไม่ได้มาครับ โอกาสที่รัฐมนตรีมาในการหารือใช้เวลาเพียงแค่ ครึ่งชั่วโมง ชั่วโมงหนึ่ง เขาไม่เรียกว่าญัตติด่วน มันเป็นเพียงแค่เรื่องที่จะเตือนว่า ขณะนี้ สถานการณ์มันคืบไปถึงขั้นไหนแล้ว วิกฤติไปถึงขั้นไหนแล้ว ถ้าสมมุติว่ารัฐธรรมนูญ เกิดสมมุติว่าพวกผมหารือเสร็จแล้ว รัฐบาลแก้ปัญหาได้เลย พวกผมไม่มานั่งพูดวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ไม่มานั่งพูดครับ แต่ข้อมูลที่พวกผมได้รับอาจจะไม่ตรงกับทางรัฐบาล นะครับ ข้อมูลที่พวกผมได้รับนี้มันไม่ใช่กับสิ่งที่รัฐบาลเข้าใจ พวกผมก็เลยต้องมาพูด อย่างน้อยที่สุดถ้าท่านไม่อยากทําตาม ท่านฟังก็ยังดี แต่ไม่ใช่มาให้พวกผมจํากัดสิทธิของ พวกผมที่เป็นตัวแทนชาวบ้าน บอกว่าให้พูดในช่วงที่หารือ ผมเรียนท่านประธานนะครับ คนในพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนมองเห็นว่าปัญหาของพี่น้องชาวสวนยาง ชาวไร่ข้าวโพด ชาวไร่มันสําปะหลัง สําคัญกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ และจะมาให้นั่งหารืออย่างนี้ไม่ได้ ต้องพูด กันให้จบ
อีกส่วนหนึ่งครับ ผมต้องเรียนท่านประธานครับผมคงไม่ไปต่อล้อต่อเถียง ไม่ไปตวัดใส่ใครแล้วละ ผมอยากฟังรัฐมนตรีมากกว่าท่านประธาน เสียเวลาครับ เถียงไปเถียงมา เถียงไปเถียงมา สุดท้ายแล้วผมอยากรู้ว่าท่านรัฐมนตรี ๒ ท่านที่นั่งอยู่ บนข้าง ๆ บัลลังก์ท่านประธาน ท่านจะฟังพวกผมที่เป็นฝ่ายค้านที่เป็นเสียงข้างน้อย หรือท่านจะไม่ฟังท่านพูดมาเลยครับ ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีพูด ถ้าท่านจะฟังพวกผม พูดต่อแล้วไม่มีอะไรหรอกครับ ถ้าปัญหาวันนี้มันไม่จบแน่ ผมก็บอกว่าเป็นไปได้ไหม ในอาทิตย์หน้า ขณะที่สถานการณ์มันคืบไป ถ้ามันดีพวกผมก็อาจจะไม่พูดหรอกครับ ถ้าเรื่อง มันจบ แต่ถ้าเรื่องไม่จบผมก็ขอพูดอีก ผมไม่ได้เล่นการเมืองอะไรเลยครับ เพียงแต่ว่า เราเพียงแต่ต้องการจะสะท้อนปัญหาที่มันเป็นเรื่องในขณะนั้น และผมเชื่อว่าอาทิตย์หน้า ก็ยังมีปัญหาอยู่ ในขณะที่พวกผมพูดกันเสร็จอาทิตย์นี้ ท่านรัฐมนตรีฟังแล้วถ้าเกิดท่านแก้ไข ได้พี่น้องชาวสวนยางพารากลับบ้านกันหมด พี่น้องข้าวโพดพอใจกันทุกคน อาทิตย์หน้า พวกผมก็ไม่พูด แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าเขายังชุมนุมประท้วงอยู่เกิดสมมุติมีคนตายอีกละครับ และท่านบอกว่าจบเถอะ ๆ ญัตตินี้ไม่ด่วน มันเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าพวกเราที่เป็นผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาธิปัตย์รับไม่ได้ ท่านประธานครับ อย่าได้เสียเวลาครับ ถามรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านครับ ท่านจะกรุณาฟังพวกผมหรือจะไม่ฟัง บอกมาเลยครับ ขอบคุณครับ
มีท่านพิเชษฐ์ประท้วงผมอยู่ครับ เชิญประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับข้อ ๘ ท่านประธานรู้สึกว่าจะหลงมนต์เสน่ห์ของใคร ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านใช้เวลาสําหรับการหารือมา ๒ ชั่วโมงแล้ว ท่านต้องปฏิบัติ ตามข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด ท่านหลงอะไรอยู่ครับ หรือว่าลืม ท่านต้อง ปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับท่านประธาน มีเป็นอื่นไหมครับ มีผู้เสนอญัตติ มีผู้รับรองเป็น อย่างอื่นได้ไหมครับท่านประธาน ท่านต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ ท่านประธานวินิจฉัย ด้วยครับ
คือผมพยายามจะไกล่เกลี่ย ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้ผมก็ไม่มีทางออก ผมก็ต้องลงมตินะครับ ต้องขออภัยทางซีกนี้ด้วยครับ ขอโทษด้วยครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมบูรณ์ ผมมันไม่มีทางออกผมก็ต้องทําตามข้อบังคับ กรุณาขอความร่วมมือครับ ขอความเห็นใจ ผมก็เต็มที่แล้วครับ ผมก็โดนอย่างนี้ครับ ท่านก็เห็นอยู่ผมทําอะไร ไม่ได้หรอกครับ เชิญครับ ในระหว่างสมาชิกเดินมาท่านสมบูรณ์ขอพูดหลายครั้ง ให้ท่านพูดเถอะ ผมไม่ได้กดไมโครโฟนท่านนะครับ ท่านเปลี่ยนไมโครโฟนตัวใหม่ ท่านสมบูรณ์เปลี่ยนไมโครโฟนใหม่
ท่านประธานครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรังครับ ท่านประธานกําลังจะทําอะไรครับ ท่านประธาน
ท่านสมบูรณ์ ผมต้องทําตามข้อบังคับ ผมก็ทําอะไรไม่ได้ ท่านก็อยู่สภามาพร้อมผม ท่านก็รู้ข้อบังคับดี
ท่านเรียกขึ้นมาเพื่อทําอะไรครับ เรียกสมาชิก
ก็ต้องลงมติ ทางนี้บังคับว่าผมต้องทําตามข้อบังคับ ท่านก็เข้าใจว่าผมต้องทําอะไร ผมทําอะไรไม่ได้เลย
เมื่อสักครู่ทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยจะปิด ปากพวกผมโดยการปิดอภิปราย แต่ท่านถามด้านผมไหมครับ
ก็เชิญท่านจะว่าอย่างไรครับ ผมถามท่าน ท่านจะว่าอย่างไรครับท่านสมบูรณ์
ท่านประธานครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรังครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงรู้ว่า วันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ เรามีการเสนอญัตติด่วนเข้ามา ท่านประธานคงทราบว่า การเสนอญัตติด่วนตามข้อ ๔๒ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน หรือมีความจําเป็นรีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือในทางใด ๆ ก็ตาม หรือในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง จะเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาพิจารณาเป็นการด่วนก็ได้ ท่านเห็นความสําคัญของข้อบังคับ ไหมครับ ญัตติด่วนที่ผมเสนอไปนี่ตรงตามข้อบังคับด้วย ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นมาทุกหย่อมหญ้าวันนี้ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์มันเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าแล้ว
เขาเห็นเหมือนท่าน ถึงให้เปิดญัตติ แล้วที่เขาเสนอปิด ผมทําอะไรไม่ได้ ท่านสมบูรณ์ก็ต้อง เห็นใจผมนะครับ
ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าญัตติ เมื่อตอนเดือนสิงหาคมที่ผมเสนอเข้ามาเรื่องญัตติยางพาราตกต่ํา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๕ มีการอภิปรายกัน ๓ สัปดาห์ครับ วันนี้ถามว่าเราสะท้อนปัญหาให้ครบแล้วหรือยัง ยังเลย ท่านอย่าปิดปากทุกอย่างครับ ๗ วัน ๗ คืนของรัฐธรรมนูญท่านทนฟังกันได้ ทําเพื่อใคร วันนี้เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ
ท่านสมบูรณ์ ท่านอย่าไปว่าผมปิดปาก ผมไม่ได้ปิดนะครับ ผมจะไปปิดได้อย่างไร ทางนี้เสนอ ญัตติมา แล้วผมจะทําอะไรได้ ท่านบีบคอผมจะตายผมก็ต้องทําตามข้อบังคับ ท่านก็รู้อยู่ อยู่กันพร้อมกัน เห็นใจเถอะท่านสมบูรณ์ ท่านตะโกนอย่างไรผมก็ทําอะไรไม่ได้ ผมก็พยายาม ท่านก็เห็น ท่านนั่งอยู่ในเหตุการณ์นี้ตลอด สมาชิกฝ่ายค้านทุกคนก็ต้องเห็นว่าผมทําอะไร ผมก็พยายามเต็มที่ แล้วผมก็ต้องโดนด่าตั้งหลายครั้ง ผมก็ทําเพื่อสภา ท่านก็ต้องเห็นใจ ท่านมาตะโกน อย่างไรผมก็ทําอะไรให้ไม่ได้ ท่านก็รู้ข้อบังคับเหมือนที่ผมรู้นะครับ ผมก็บอก ผมก็ต้องขอทําตามหน้าที่ ผมทําอะไรไม่ได้เลย ท่านก็เห็นอยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่าระดับ ประธานสภาจะใช้คําว่าผมทําอะไรไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมชื่นชมรัฐมนตรีทั้ง ๒-๓ ท่าน ในการนําเสนอญัตติของสภา ในครั้งนี้ละครับที่มีโอกาสเข้ามารับฟังปัญหาจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แต่ว่ากลายเป็นว่าวันนี้สมาชิกฝ่ายรัฐบาลกลับพยายามปิดปากพวกผมอีก
คือ ท่านสมบูรณ์ ผมให้โอกาสท่านครับ แต่ว่าเห็นใจเถอะครับ ท่านจะไปว่าผมสั่งขอเขาถอนญัตติ หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครฟังผม มันมีข้อบังคับไว้บังคับให้ผมต้องทํา ผมก็ไม่มีทางออก แล้วก็ ฝากขอความเห็นใจนะครับ เอาอย่างนี้ผมขอระหว่างนี้ขอฟังท่านจุรินทร์ดีกว่าครับ ท่านนั่ง ลงเถอะท่านสมบูรณ์ ระหว่างรอคนมา ให้ใจเย็น ๆ ครับ ให้โอกาสทุกคนเพื่อให้การประชุม มันผ่านไปได้ ผมก็เชื่อว่าท่านจุรินทร์ท่านเข้าใจ ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนว่าผมเห็นใจท่านประธานครับ ท่านก็ต้องปฏิบัติไปตามที่มีผู้เสนอ แต่สิ่งหนึ่งที่ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ท่านประธานก็คงเข้าใจเช่นเดียวกับกระผมว่า สภาผู้แทนราษฎรมีไว้ทําอะไร สภาผู้แทนราษฎรของเรามีไว้เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสสะท้อน ปัญหาของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่พวกเราได้รับเลือกมาเป็นตัวแทน เวลาทั้งหมดของสภาเป็นเวลาของประชาชนคนไทยทุกคนและสมาชิกทุกคน ไม่ใช่เวลาของ ใครคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การที่เสียงข้างน้อยจะใช้สิทธิในการอภิปรายทําหน้าที่ เพื่อสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนย่อมเป็นสิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นสิทธิ ที่เสียงข้างมากหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกรุณามอบหมายให้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ ต้องทําความเข้าใจเบื้องต้นว่ามันเป็นสิทธิโดยชอบของพวกกระผม ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกกระผมก็เคยเป็นเสียงข้างมาก กระผมเคยเป็นประธานวิปรัฐบาล มาก่อนครับ แต่เราจะไม่ใช้เสียงข้างมากสกัดการทําหน้าที่สะท้อนปัญหาของประชาชนของ เสียงข้างน้อย เสียงข้างมากแน่นอน เมื่อถึงเวลาต้องลงมติก็ต้องลงมติ แต่ลงมติเพื่อตัดสิน ในปัญหาที่จําเป็นต้องตัดสิน สภาไม่ได้มีเฉพาะวันพฤหัสบดีนี้ ยังมีวันพุธ วันพฤหัสบดีหน้า และอีกหลายสัปดาห์จนกว่าจะปิดสมัยประชุม ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางไม่ได้จบสิ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสัปดาห์นี้ แล้วสัปดาห์หน้าไม่มี ทําไมเราจะต้องมาปิดการอภิปรายในสัปดาห์นี้ ในเมื่อยังมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างน้อยที่เขาประสงค์จะสะท้อนปัญหาของประชาชน และ บอกวิธีแก้ปัญหาให้รัฐบาลได้รับทราบ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า พวกกระผมทั้งหมดมีผู้ประสงค์ที่จะอภิปราย ๔๐ ท่าน ในจํานวนนี้เป็นผู้เสนอญัตติ ๖ ท่าน ได้ใช้สิทธิเสนอญัตติไปแล้ว เหลืออีก ๓๔ ท่านคือผู้ประสงค์อภิปราย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ อภิปรายไปแค่ ๒ ท่าน วันพฤหัสบดีนี้เพิ่งอภิปรายไปได้แค่ ๕ ท่าน ยังเหลือ ๒๗ ท่าน ยังไม่ได้ใช้สิทธิสะท้อนปัญหาในแต่ละแง่มุมและแนวทางที่นําเสนอ แน่นอนสัปดาห์นี้อาจจะ ไม่จบ ที่ไม่จบก็เพราะปัญหาก็ยังไม่จบ และปัญหาที่พวกกระผมต้องการสะท้อนก็ยังไม่จบ ทําไมเราต้องมาขีดเส้นว่าเรื่องยางต้องจบสัปดาห์นี้เท่านั้น สัปดาห์หน้าไม่ได้ ใครเป็นคนบอก ครับ แต่แน่นอนถ้าสมมุติว่าท่านประสงค์ที่จะยืนยันญัตติไม่ให้พวกกระผมได้ทําหน้าที่ต่อไป นั่นก็คือยืนยันญัตติอภิปราย พวกกระผมก็จะต้องดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อฟ้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าพวกกระผมในฐานะเสียงข้างน้อยถูกปิดปาก สกัดการทํา หน้าที่ด้วยการใช้มติเสนอการปิดอภิปราย และวันนี้ต้องการฟ้องด้วยการที่จะบอกกับ ท่านประธานว่าถ้ายังจะยืนญัตตินี้พวกกระผมก็จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการประชุมครั้งนี้ ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ก็ไม่มีเสนอเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเสนอให้มีการปิดอภิปรายนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติต่อนะครับ เนื่องจากญัตตินี้ตามระเบียบวาระเรื่องที่เลื่อน ลําดับที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๖ และ ๗ เป็นญัตติเพื่อเสนอมาให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ส่วนญัตติตามระเบียบวาระเรื่องที่เลื่อน ๕, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒, ๑๓ เป็นญัตติที่เสนอมา เพื่อให้สภาร่วมพิจารณาและส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการ ผมจะแยกเป็น ๒ ประเด็นนะครับ และได้ขอตรวจสอบองค์ประชุมไปแล้ว ส่งผลคะแนนให้ผมด้วยนะครับ ก่อนจะลงคะแนน ที่ประชุม ๒๗๒ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม
จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ญัตติตามระเบียบวาระที่เลื่อนลําดับที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๖ และ ๗ หรือไม่ ผู้ใดเห็นควร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ เชิญลงคะแนนครับ ท่านวิทยาครับ เชิญลงคะแนน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ก็เพื่อให้ดําเนินเป็นไปตามขั้นตอนนะครับ ผมคิดว่า มีผู้เสนอญัตติ ท่านประธานก็อาจจะสอบถามนะครับว่าจะมีการอภิปรายสรุปหรือไม่ ถ้าไม่มี แล้วท่านก็ดําเนินการต่อตามที่ท่านกําลังทําอยู่นี้ครับ อยากจะถามท่านนิดหนึ่ง
ได้ครับ ผมเห็นว่าไม่มีใครแล้ว
ท่านต้องขานนิดหนึ่งนะครับ
ได้ มีท่านใดจะเสนอภิปรายปิดหรือไม่ครับ ปรากฏว่าไม่มีก็ให้ตามทุกขั้นตอน ต่อไปก็ตามที่ผม ขอมติเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านใดจะใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ เรียบร้อยนะครับ ส่งผลคะแนนครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๓ ท่าน นะครับ ไม่เห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการ ๒๗๙ ท่าน งดออกเสียง ๔ เป็นอันว่า ที่ประชุมไม่เห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติต่อนะครับ มติจากที่ประชุมว่าจะส่งญัตติตามระเบียบ เรื่องที่เลื่อนลําดับที่ ๕, ๘, ๙, ๑๐, ๑๑, ๑๒ และ ๑๓ ไปให้รัฐบาลพิจารณาหรือไม่ ผู้ใด เห็นควรส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาดําเนินการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรส่งเรื่อง ให้รัฐบาลรับไปพิจารณาโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนครับ
ท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กดคะแนนหรือยังครับ เรียบร้อยส่งผลคะแนน ด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๘๕ ท่าน เห็นด้วยที่จะส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณา ๒๘๑ ท่าน งดออกเสียง ๔ นะครับ
ท่านปรีชาพลเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจังหวัดขอนแก่น กระผมขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระ การประชุมครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๔๖ (๒) และข้อ ๒๑ โดยขอเลื่อน เรื่องที่ค้างพิจารณาลําดับที่ ๕.๓ ขึ้นมาพิจารณาในวันนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นพระราชบัญญัติ สามารถที่จะพิจารณาได้เลย นั่นก็คือเรื่อง ๕.๓ ญัตติเรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบการ แต่งตั้งผู้ที่จะดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ขออนุญาตเสนอ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ น่าจะพักการประชุมนะครับวันนี้ พอสมควรแล้วครับ เหนื่อยมา พอสมควรแล้วหลายวัน ปิดการประชุมวันนี้ครับ