สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องราคายางพาราตกต่ำและเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา โดยอ้างว่ารัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีหลายครั้ง แต่ไม่ได้ดำเนินการจริง ชินวรณ์ บุณยเกียรติยังชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยบวกที่ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้น เช่น การซื้อขายในตลาดยางพาราล่วงหน้าและอ่อนตัวของเงินบาท และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงตลาด

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ผู้เสนอญัตติให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ํา ซึ่งผมถือว่าเป็นญัตติที่มีความสําคัญ เป็นพิเศษ เพราะเป็นญัตติแรกของสภานี้ภายใต้รัฐบาลนี้ เป็นญัตติที่เรียกร้องตรงกับ ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงในบ้านในเมืองในขณะนี้ และเป็นญัตติแรกที่ประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้ทําหนังสือขอเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกร้องว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความจริงใจที่จะ รับฟังข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งรับฟังด้วยตัวเอง แต่ก็น่าเสียดายก็มีรัฐมนตรีช่วยว่าการซึ่งไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงมานั่งอยู่ ก็ไม่เป็นอะไรครับ ผมอยากเรียนเรียกร้องกับท่านประธานก็แล้วกันว่ายุคนี้เป็นยุคที่ ท่านประธานใช้ตํารวจสภาอุ้ม ส.ส. ออกนอกสภา ผมอยากให้ท่านประธานสภาได้อุ้ม ส.ส. ยิ่งลักษณ์มาในสภาบ้างครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติในเรื่องนี้มีความสําคัญ เพราะว่าเป็นญัตติ ที่จะต้องนําไปสู่การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของบ้านของเมือง คือมีความสําคัญ ๒ ประเด็น ใหญ่ ๆ คือ

ประเด็นแรกเป็นญัตติที่ต้องแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ําโดยเร่งด่วน ญัตตินี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการชุมนุมเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้ง ๕๖ จังหวัด หลายจังหวัดยังไม่ออกมาครับ รอดูท่าทีอยู่ แต่มีหลายจังหวัดที่ในขณะนี้ ก็มีการเคลื่อนไหว มีการเรียกร้อง ซึ่งผมจะเรียงลําดับให้ท่านประธานได้แลเห็นว่า มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง และที่สําคัญไปมากกว่านั้นก็คือว่า เพียงแต่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้มานั่งฟังและตอบญัตติในวันนี้ อาจจะไม่จําเป็นต้องตั้งกรรมาธิการหรอกครับ ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตามข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนคงจะเบาบางไป แต่ว่าก็น่าอดสูใจครับ ท่านประธานคงได้ยินที่ท่าน ส.ส. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้อภิปรายไปในสภาแล้วว่าปัญหานี้ ที่ยังแก้ไขไม่ได้จนถึงวันนี้เพราะกรอบความคิดของรัฐบาลนี้มองปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องการเมือง ผมจึงไม่ย้ําในประเด็นนั้นอีกครับ ทั้ง ๆ ที่รู้แก่ใจเอง ดีว่าท่านเข้ามาเป็นรัฐบาลตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ จนถึงวันนี้ครบรอบ ๒ ปีของท่าน พอดีเลยครับ คือวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ ๒ ปีพอดี ๒ ปีพอดีที่สะท้อนความเป็นจริง ที่ท่านสาธิตพูดว่าท่านมองปัญหานี้เป็นเรื่องการเมือง พื้นที่ใดเลือกท่าน ท่านจะให้ งบประมาณสําหรับพื้นที่นั้น พอพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ระดับรองนายกรัฐมนตรี ระดับโฆษกรัฐบาล ก็ออกมาพูดทางสื่อมวลชน ใส่ร้าย ตอกย้ํา ว่าผู้ชุมนุมมีผู้หนุนหลังทางการเมือง ผู้ชุมนุมที่เป็นนักอุดมการณ์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ที่เรียกว่ากลุ่มลูกขวานลอยลมเป็นเด็กที่สํามะเลเทเมา ติดยาเสพติด ท่านมองในกรอบอคติอย่างนี้ละครับจึงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ราคายางพาราตกต่ําได้ แต่ประเด็นเหล่านี้ผมจะไม่พูดถึงครับเพราะผมถือว่ามันเป็นเรื่อง เล็กน้อยเกินไป ผมเตรียมมาที่จะพูดผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังนายกรัฐมนตรี และผู้มีอํานาจอย่างแท้จริงวันนี้ เพราะผมเรียกร้องเรื่องนี้มาตามลําดับ และผมคิดว่า ผมเป็นคนแรก ๆ ที่ได้ส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลในนามพรรคฝ่ายค้านให้เข้ามาดูแล ปัญหาเรื่องราคายางพาราตกต่ํา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ท่านประธานครับ ผมอยากทบทวนไปนิดเดียวนะครับเพื่อให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ติดตาม ได้เห็นภาพว่าเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้แถลงนโยบาย หลังจากนั้น เริ่มมีการส่งสัญญาณว่าราคายางพาราจะตกต่ํา เพราะในขณะนั้นช่วงเปลี่ยนรัฐบาล ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๔๐ บาท ผมมีตัวเลขอยู่ในมือครับ ๑๔๐ บาทครับ และต่อมาเมื่อถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พวกผมก็ได้เรียกร้องกับรัฐบาลว่าราคายางพารา เริ่มมีแนวโน้มตกต่ําลงมาจากกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท นี่ครบ ๖ เดือนพอดี ท่านไม่เคยประชุม คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ท่านประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ผ่านมา ๖ เดือน ท่านประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ แล้วก็มีมติเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ตอนนั้นราคายางพาราลดต่ําลง มาเหลือกิโลกรัม ๑๐๐ บาท มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ บอกว่า ให้ดําเนินการโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา เรียกว่าโครงการพัฒนา สถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา โดยให้ดําเนินการเพื่อให้ สถาบันเกษตรกรหรือองค์การสวนยางสามารถเพิ่มมูลค่ายางพาราผ่านการแปรรูปและเก็บ รักษาไว้ในโกดังของสถาบันเกษตรกร โดยอนุมัติให้กู้ยืมเงินจากธนาคารเกษตร และ ธ.ก.ส. ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้องค์การสวนยางดําเนินการ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้สถาบันเกษตรกร ดําเนินการ ๕,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งปรับระดับราคายางพาราให้อยู่ที่ประมาณ ๑๒๐ บาท ต่อกิโลกรัม นี่ครับมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็ไปมีมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติว่า การที่จะดําเนินการเพื่อยกระดับราคายางพาราให้เป็นไปตามราคาเป้าหมายนํากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาทนั้นทําอย่างไรครับ ท่านก็ไปว่า แต่ท่านประธานครับ ผมท้วงติงในสภาเองว่า มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม จนถึงเดือนกรกฎาคม ผมท้วงติงในสภาผู้แทนราษฎรเองว่า ในขณะนี้องค์การสวนยางยังไม่ได้ดําเนินการนะ สถาบันเกษตรกรยังไม่ดําเนินการ ผมพูด ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในขณะนั้นคงจําได้ เหตุที่ไม่ดําเนินการ เพราะในมติ คณะรัฐมนตรีในคราวนั้นไม่ได้มีมติให้ชดเชยการขาดทุน ผ่านมาอีก ๖ เดือนเห็นไหมครับ ท่านประธาน ผ่านมาอีก ๖ เดือนจนถึงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ครับท่านประธาน ๑ ปี พอดี ท่านจึงมีมติคณะรัฐมนตรีให้ชดเชยการขาดทุนในกรณีการดําเนินการตามโครงการ พัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราถ้าหากประสบ ภาวะการขาดทุน หลังจากนั้นจึงได้ดําเนินการโครงการแทรกแซง พูดให้สั้นขึ้นมา โดยมีราคาเป้าหมายนําที่กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท รัฐบาลเป็นคนกําหนดเองครับ มาพูด ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบไปพูดในหลายที่แบบนี้ แม้วันหลังท่านจะมาตอบครั้งสุดท้ายว่าท่านไม่พูดเพราะท่านเข้ามาช่วงนี้พอดี อันนี้ผมก็ ยอมรับว่ามติ กนย. ออกก่อนที่ท่านจะเข้ามา แต่ท่านพูด ๑๒๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม หลังจากนั้นท่านก็ไปจัดวิธีการในโครงการแทรกแซง ไม่เหมือนกับโครงการที่เราเคยทํามาคือ ท่านให้มีการตั้งวิสาหกิจชุมชน แทนที่จะให้สถาบันเกษตรกรเป็นคนซื้อ ท่านไปตั้งวิสาหกิจ ชุมชนจึงเกิดการหมุนเวียนยางจากสต็อก ยางจากพ่อค้ากลับมาหมุนเวียนเพื่อขาย ในโครงการแทรกแซง โครงการแทรกแซงของท่านจึงล้มเหลว นอกจากล้มเหลวแล้ว วันนี้ยัง มียางในโครงการแทรกแซงอยู่ในสต็อกยาง ๒๐๘,๐๐๐ ตัน อยู่ในโกดังและกําลังจะเป็น สต็อกยางพาราเน่าเหมือนกับข้าวเน่า นี่ ๑ ปีที่ผ่านมาคือความล้มเหลว หลังจากนั้น ท่านก็หยุดโครงการแทรกแซงครับ เปลี่ยนรัฐมนตรีมาเป็นอีกท่านหนึ่ง แล้วก็มาตอบในสภาแห่งนี้ ละครับ ผมจําได้ครับ เพราะผมเป็นคนถามเองว่าท่านจะทําอย่างไรให้ราคายางพาราดีขึ้น ท่านจะทําอย่างไรในการแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศผู้ผลิตหลัก ท่านจะทําอย่างไร ในการที่จะส่งเสริมให้พ่อค้าได้มีการแข่งขันโดยเสรี ท่านจะทําอย่างไรในการบริหารสต็อก ยางพาราให้มีประสิทธิภาพ แต่ท่านกลับตอบว่าราคายางในสมัยรัฐบาลนี้สูงกว่ารัฐบาลสมัย ท่านชวน หลีกภัย คนก็หัวเราะกันทั่วประเทศครับ สมัยท่านชวน หลีกภัย ทําราคายางจาก กิโลกรัมละ ๑๓ บาท ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ ๔๐ บาท จากโครงการแทรกแซงที่ผมได้เรียน ในสภานี้ไปแล้วท่านประธาน ท่านไปตอบได้อย่างไร ผมไม่อยากอธิบายซ้ํา เพราะท่าน ถูกปรับออกไปแล้ว และยังมีหน้ามาตั้งกระทู้ถามสดในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้นก็มีการชุมนุมประท้วงของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่รัตภูมิ ท่าน จําได้ไหมครับ แล้วก็โดนยิงตายไปท่านหนึ่ง ท่านก็เพิกเฉย ไม่ได้รับการดูแล มีการชุมนุม ประท้วงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่โค-ออปนี่ละครับ หลังจากนั้นอีกก็มีการชุมนุมประท้วง ที่สี่แยกหนองดี ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานที่เคารพครับ ราคายางก็ลดต่ําลงไป เรื่อย ๆ ราคายางก็ลดต่ําลงจนในท้ายที่สุดผมเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อสถานการณ์ ยางพาราประสบปัญหาตกต่ําลง เที่ยวนี้ท่านก็อ้างเรื่องตลาดโลกแล้วครับ และอ้างว่ามี ปัญหาต่าง ๆ และในท้ายที่สุดที่เป็นจุดวิกฤติก็คือว่าพรรคแกนนํารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง มอบหมายการแก้ไขปัญหาราคายางพาราไปให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นคนมาดูแลในเรื่องราคายางพารา ท่านเข้ามาท่านก็พูดทันทีว่า ท่านจะแก้ไขปัญหาราคายางต้องเคลียร์ (Clear) สต็อกยาง ๒๐๘,๐๐๐ ตันนี้ให้หมดไป แค่ท่านพูดแค่นี้ครับ จากกิโลกรัมละ ๗๔ บาท ลดลงมาทันทีเหลือ ๖๘ บาท เพราะกลุ่ม พ่อค้าตกใจว่ารัฐบาลจะทุ่มตลาดเทยางอยู่ในสต็อกออกไปขาย ประกอบกับการที่ไม่มี แนวทางที่ชัดเจนว่าจะดําเนินการโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราอย่างไร ท่านประธานคงจําได้ครับ หลังจากนั้นเป็นครั้งแรกที่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราครับ เขาได้รวมตัวกันเป็นเครือข่าย เกษตรกรชาวสวนยางพารา แล้วก็เรียกร้อง มีการประชุมกันผ่านมาครบมติ ครม. ครั้งแรกพอดี คือวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ คณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้มีมติขอให้รัฐบาลให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นมาตรการเร่งด่วนดังต่อไปนี้ ราคายางแผ่นรมควันคุณภาพชั้น ๓ กิโลกรัมละ ๑๐๑ บาท เขารู้แล้วว่า ๑๒๐ บาทที่ท่านคุยเอาไว้มันเป็นไปไม่ได้ มันล้มเหลวแล้วโครงการที่ผ่านมา เพราะไปแทรกแซงแล้วไม่ถึงมือเกษตรกร ไปบริหารจัดการสต็อกล้มเหลว มีการเผายางในโกดัง ไม่มีกระบวนการในการตรวจสอบและไม่มีการดําเนินการในการที่จะ สร้างจิตวิทยาการตลาดได้เลย กลุ่มเกษตรกรเขาไปศึกษาฐานข้อมูลเขาก็เรียกร้องว่าเท่านั้น เขาขอราคายางแผ่นรมควันคุณภาพชั้น ๓ ราคา ๑๐๑ บาท ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ ชั้น ๓ ราคา ๙๒ บาท ราคาน้ํายางสด ๘๑ บาท ราคายางก้อนถ้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๓ บาท และขอให้รัฐบาลบริหารจัดการยางพาราในสต็อกที่เกิดจากโครงการแทรกแซง ของท่าน ๒๐๐,๐๐๐ ตันที่มีอยู่โดยเร็วที่สุด นี่ครับท่านประธานมีการเคลื่อนไหว เป็นการ ส่งสัญญาณชัดเจน หลังจากนั้น ๗ วันเขาก็ไปยื่นหนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กระบวนการเป็นมาอย่างนี้ รัฐบาลจะไปมองว่าเป็นการเมืองได้อย่างไรละครับ ถ้ารัฐบาลไม่มี กรอบความคิดเดิมที่แบ่งแยกประชาชนแล้วปกครอง มันเป็นไปไม่ได้เลย ท่านเห็นไหมครับ มาจนถึงจุดวิกฤติที่จะเรียกร้องมันมีความเป็นมาว่าเกษตรกรเขาเดือดร้อนจริง ๆ เขาจึง ออกมาชุมนุมเรียกร้องเป็นระยะ เป็นระยะ เป็นระยะ ผมเสียดายครับที่มีนักการเมืองบางคน ออกไปแถลงข่าวเจื้อยแจ้วอยู่ตรงนี้ครับ เหมือนดูถูกพี่น้องคนใต้ เหมือนดูถูกพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพาราที่ออกมาชุมนุมว่าโดนชี้นําในทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมเล่นการเมือง มาเกือบ ๓๐ ปีครับ ไม่มีทางครับที่เราจะชี้นําทางการเมือง ไม่มีทางครับที่เราจะไปหลอก ประชาชนได้ แต่นักการเมืองหลายคนคิดว่าอาจจะหลอกประชาชนได้ อาจจะใช้จิตวิทยา ใช้สื่อมวลชน ใช้เครือข่ายในการจัดตั้งและไปหลอกประชาชนได้ จําไว้เถอะครับ สิ่งเหล่านี้จะ สะท้อนให้เห็นในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และถ้าท่านยังมองในกรอบเดิม ไม่เปลี่ยนกรอบความคิดใหม่ในการไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน วาทกรรมที่ท่าน เคยสร้างไว้ในเรื่อง ๒ มาตรฐานจะย้อนกลับไปสู่ท่านแน่นอน นี่ผมตอกย้ําอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ เห็นว่ากระบวนการในการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน เกษตรกรที่เดือดร้อนไม่ได้มาจาก ฐานการเมือง แต่มาจากการเรียกร้องเป็นระยะ เป็นระยะ เป็นระยะ

ประการที่ ๒ เป็นประการสําคัญที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมพูดโดยหลักฐาน และมีเหตุผลครับว่า หลังจากมีมติคณะกรรมการนโยบายยางพาราวันนี้แล้วทําไมพี่น้อง กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราจึงไม่ยอมรับมติ นี่เป็นประเด็นสําคัญครับ ปัจจัยแรก ผมคิดว่า มติคณะรัฐมนตรีและมติ กนย. และกระบวนการในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลคิดอยู่ บนพื้นฐานกรอบทางการเมือง ประการที่ ๒ เพราะรัฐบาลนี้มองเห็นว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องเป็นเรื่องของคนภาคใต้ ประการที่ ๓ ท่านเห็นว่า การดําเนินการในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราเป็นเรื่องของการที่ไม่สามารถดําเนินการ ต่อรองกับราคาตลาดโลกได้ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ท่านประธานฟังครับ

ท่านประธานครับ เมื่อมีการเรียกร้องเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพารา เริ่มต้นท่านสาทิตย์ได้พูดไปแล้ว ผมเองด้วยซ้ําไป ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เราได้ยื่นญัตติ ต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านร่วมกัน ผมเคยพูดในคณะกรรมมาธิการเองว่าผมไม่อยากเห็น พี่น้องประชาชนชุมนุมเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องของเครือข่าย เกษตรกรเถอะ และถ้ารัฐบาลไปคิดกลไกที่มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าจะเป็นจิตวิทยาเริ่มต้น ที่ทําให้ราคายางเพิ่มขึ้น และผมยังกราบเรียนต่อรัฐมนตรีว่าจริง ๆ ในขณะนี้มีปัจจัยทางบวก ในเรื่องราคายางพาราด้วย ปัจจัยแรกคือการซื้อขายในตลาดยางพาราล่วงหน้า เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ วันนี้เขาบอกผมว่าไป ๘๐ กว่าบาทแล้ว

ประการที่ ๒ ค่าเงินบาทอ่อนตัว ๕-๘ เปอร์เซ็นต์ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วก็ทําให้ ราคายางพาราสูงขึ้น

ประการที่ ๓ สหรัฐอเมริกาเปิดคิวอี (QE) ก็เป็นปัจจัยในทางบวก และผม เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรก็เป็นปัจจัยในทางบวกที่ทําให้ผู้ส่งออก และประเทศผู้ซื้อมีความเป็นห่วงว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ถ้าเพียงแต่รัฐบาล ส่งสัญญาณในทางบวกจะเกิดผลทางจิตวิทยาทันที แต่ท่านไม่รับฟังครับ พาเข้า คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ท่านก็ไม่รับฟัง ผมเพิ่งมารู้ความจริงว่าทําไมท่านไม่รับฟัง เพราะผมได้ยินจากปากท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านออกมาพูดว่าราคายางไม่สามารถที่จะไป กําหนดราคาเองได้เพราะประเทศไทยไม่มีอํานาจในการต่อรองในตลาดโลก ท่านประธาน ผมไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีพูดคํานี้เลย พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านผมหัวเราะ กันครับ เพราะเขารู้ว่ายางพารานั้นประเทศไทยผลิตได้เป็นจํานวนมากที่สุดในโลก และเราผลิตยางพาราแผ่นรมควันด้วย เราจึงมีอํานาจในการต่อรอง ในช่วงรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย มีปัญหาเรื่องราคายางพาราเรายกเลิกอินโร (INRO) ครับ อินโรก็คือ องค์กรร่วมกันระหว่างประเทศผู้ผลิตและกับประเทศผู้ซื้อ รัฐบาลขณะนั้นประกาศยกเลิก อินโร แสดงว่าเรามีอํานาจในการต่อรอง และเรามาดําเนินการร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตหลัก ราคายางพาราจึงขยับขึ้นมาตลอด ตลาดโลกเห็นว่ารัฐบาลขณะนั้นเอาจริง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขณะนั้นเดินทางไปขายยางพาราต่างประเทศ แต่ขณะนี้ นอกจากรัฐบาลไม่เอาจริง ล้มเหลวแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังปล่อยไก่คําโตในตลาดการซื้อ ขายยางพารา เท่านั้นยังไม่พอครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอกย้ํา สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด บอกว่ากลไกราคายางพารานั้นขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดโลก เพราะฉะนั้นเราต้องมาศึกษาราคาต้นทุนว่าราคายางพาราของเราอยู่ที่ต้นทุนเท่าไร แล้วก็เถียงกันไปพักใหญ่เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ๖๔.๑๙ บวก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่าไร ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีประเทศผู้ขายไหนหรอกครับ ที่เขาจะแบไต๋ไปบอกตลาดโลกว่าของตนเอง มีต้นทุนเท่าไร และเมื่อรู้ว่ามีต้นทุนเท่าไรแล้วควรจะขายแค่นั้น มันไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เลยครับ ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องมีรัฐบาล ไม่ต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่มีรัฐบาลเพราะต้องการให้ไปจัดกลไก จัดยุทธศาสตร์เพื่อที่จะนําราคายางพารา ให้มีจิตวิทยาการตลาด ขยับราคายางพาราในตลาดโลกให้สูงขึ้น เชื่อว่าประเทศไทย มีมาตรการหลายมาตรการต้องเป็นอย่างนี้ แต่นี่ไปบอกเขาเลยว่าเราไม่สามารถดําเนินการได้ พี่น้องเกษตรกรเขาจึงตามทันรัฐบาลว่าในช่วง ๒ ปี ปีแรกไม่ได้ดําเนินการเลย ปีที่ ๒ เริ่มดําเนินการ โครงการแทรกแซงล้มเหลว มาปลายปีนี้รัฐบาลก็หยุดการแทรกแซงและไม่มีกลไกใดเลย นี่ครับจึงเป็นที่มาประการแรกที่เขาต้องชุมนุมเรียกร้อง ท่านประธานครับ ชุมนุมเรียกร้อง วันที่ ๒๓ สิงหาคม อันนี้ผมเอาช่วงวิกฤติเลยครับ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ช่วงวิกฤติ ท่านยังเพิกเฉย ไม่เหลียวแล ยังมองว่าเป็นทางการเมือง ยังเลือกปฏิบัติทั้งวิธีการแก้ปัญหา ราคายางพาราและทั้งการไปจัดการกับม็อบมันจึงบานปลาย ถ้ายังคิดแบบนี้ ท่านประธานครับ บานปลาย ดอกยางพาราจะบานทั่วประเทศ แถมมิหนําซ้ํายังให้คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี มีตําแหน่งประจําสํานักนายกรัฐมนตรีไปแจ้งความกล่าวหาพวกผมว่าไปยุยงปลุกปั่น ให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคง ๖ คนที่กองปราบ มันเป็นอย่างนี้คนเลยมองว่าอย่างนี้ คิดได้อย่างไรครับ ผมยังกลับมาบอกอีกเพราะผมไม่ได้วิตกกังวลกับการไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษและไม่กลัวอยู่แล้ว และมีหลายคนบอกว่าอย่าไปพูดว่าหนุนหลัง อย่าไปพูดว่า อยู่ข้างหลัง ผมกราบเรียนท่านประธานตรงไปตรงมาเลยครับ ไม่รู้หนุนหลังหรืออยู่ข้างหน้า หรืออยู่ตรงไหนละครับ แต่ผมสนับสนุนข้อเรียกร้องของเกษตรกรอย่างถึงที่สุด เพราะ ข้อเรียกร้องที่เขาเรียกร้องมานี้อยู่บนพื้นฐานข้อมูล อยู่ในสถานการณ์ทางการตลาดของ ตลาดโลก และอยู่ในหลักความเป็นจริงที่รัฐบาลต้องลงมาสนับสนุนเพื่อให้มีการชี้นําการตลาด ทําไมผมพูดอย่างนี้ครับ วันที่ ๒๓ สิงหาคม จนถึงวันที่ ๕ กันยายน วันนี้ ๑๓ วัน ๑๓ วัน รัฐบาลทําอะไร ภายใต้ความเดือดร้อน ภายใต้ที่รัฐมนตรีบางคนที่บอกว่ามาจากไพร่ เคยต่อสู้ด้วยความยากลําบากบนเวที ผมเข้าใจเราต่างคนต่างก็เป็นนักต่อสู้กันเหมือนกัน แต่วันนี้ไฉนเลยเมื่อท่านเป็นอํามาตย์แล้ว ท่านจึงไม่ใยดี ๑๓ วันที่เลวร้าย วันที่ ๒๓ ชุมนุม วันที่ ๒๖ ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเรียนไปแล้วว่าให้ผู้มีอํานาจที่แท้จริง ลงไปแก้ปัญหาเถอะ พี่น้องเกษตรกรพร้อมที่จะคุย แต่ไม่ละครับ ให้คนที่ไม่มีอํานาจที่แท้จริง ให้คนที่มีตัวตนที่เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ และรังแต่สร้างความขัดแย้ง เพราะต้นทุนความเชื่อถือต่ํา บานปลายเลยครับ ปิดรถไฟ เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานครับ มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาวันที่ ๒๖ ครับท่านประธาน มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา วันที่ ๒๖ ครม. ไฟเขียว รับจํานําข้าววงเงิน ๒.๗ แสนล้านบาท นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การรับจํานําข้าวในโครงการ รับจํานําข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ โดยใช้วงเงินงบประมาณที่ ๒.๗ แสนล้านบาท แต่ข้อเรียกร้องของเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่กําลังเดือดร้อนอยู่ ไม่เห็นเงาแม้แต่ รัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีว่าการ รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ท่านก็มาจากการ ชุมนุมนี่ครับ ทําไมท่านลงไปพื้นที่ชุมนุมไม่ได้ ส่งคนที่ไม่มีตัวตนที่แท้จริง แทนที่จะลงไป ที่ชุมนุม โน่นไปอยู่ที่ อบต. พอมีข่าวว่ากลุ่มชุมนุมไม่ยอมรับ วิ่งมาแถลงข่าวที่อําเภอทุ่งสง นั่นช้านิดเดียววิ่งมาแถลงข่าวที่กรุงเทพมหานครเลยนะครับ ไม่รู้ใครไปให้ข้อมูล ไม่ได้นะ อย่างโน้น อย่างนี้ ความจริงเขาพร้อมที่จะรอรับเงื่อนไขในการเจรจา ไม่มีใครอยาก นอนกลางดินกินกลางทราย นี่ครับมันตอกย้ําอย่างนี้ ท่านประธาน ฟังดี ๆ ครับ ผ่านไปครับ สัปดาห์ต่อมาเมื่อท่านนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่สามารถแทรกแซงได้เพราะกลไกตลาดโลก เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าคณะรัฐมนตรีได้นําข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรอง ในการดําเนินการร่วมกับสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์เพื่อลงทุนดําเนินการจัดสร้าง หรือจัดหาโรงงานเพื่อแปรรูปวัตถุดิบยางพาราให้มีมูลค่าสูงขึ้นในกรอบวงเงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้ ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพหลัก ให้ผู้ประกอบการโรงงานที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องจักร มีกําหนดกรอบวงเงิน ๑.๕ หมื่นล้านบาทที่ธนาคารออมสินพิจารณาดําเนินการในอัตราดอกเบี้ย ผ่อนปรนในการทําผลผลิตให้สูงขึ้น และให้ดําเนินการสนับสนุนช่วยเกษตรกรรายย่อยที่มี การลงทะเบียนทั้งหมด ๙๐๐,๐๐๐ ราย จํานวนไม่เกิน ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท นี่ละครับ ที่คุณสาทิตย์บอกว่าในม็อบเขาเขียนป้ายว่าเขาขอหมูไปให้หมา เขาขอข้าวที่กําลังจะ กรอกหม้อ ไปให้อิฐ ให้ทราย ให้ปูน ผมแปลกใจ ผมตาม ผมลุ้นว่าคนกําลังเดือดร้อน ประท้วง รัฐมนตรีควรจะหยิบยกมติ หยิบยกข้อเรียกร้องของผู้เดือดร้อนมาพิจารณากัน ใน ครม. ผมเคยนั่งใน ครม. ท่านประธาน เวลามีเรื่องเดือดร้อนเร่งด่วนเขาจะเสนอมาเป็น วาระจรเข้ามาสู่คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน น้ําท่วม ไฟไหม้ เรื่องประท้วงก็จะมาพิจารณากัน แต่ว่ารัฐบาลนี้นําข้อเสนอของรัฐบาลเองมาพิจารณาในคณะรัฐมนตรี ไม่รับพิจารณา ข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่เดือดร้อนเลย น่าเจ็บใจไหมครับนี่ กลับเรียกร้องในเรื่องนี้ และมีข่าวไปแล้วว่าเขาไม่เห็นด้วย มีผู้นําเกษตรกรคนหนึ่งบอก โอ้โห รัฐบาลนี้ดูถูกพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ เลย มีมติคณะรัฐมนตรี ดูแล้วยิ่งใหญ่ครับ แต่ให้ชดเชย ค่าใช้จ่ายเป็นปุ๋ย ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท เขาบอกว่า โอ้โห นี่หรือช่วย ให้ปุ๋ยไม่ถึงกระสอบ เพราะปุ๋ยชนิดดีที่เกษตรกรใช้กระสอบ ๑,๔๐๐ กว่าบาทท่านประธาน นี่ให้แค่ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท แล้วมอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีลงไปเจรจา เอาอีกแล้วครับ รัฐมนตรี โอ้โห ภาคภูมิใจนักหนาว่ามาจากการต่อสู้เพื่อชนชั้น เขาบอกไม่ต้องโผล่หน้า หรอกครับ โผล่หัวไปหน่อยก็ยังดีครับท่านประธาน ผมเลยเรียกร้องเลย บอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปแสดงความจริงใจ เชิญแกนนํามาชุมนุมว่ารัฐบาลจะทํา อย่างนี้ ๆ ให้ราคามันขึ้นไปอย่างนี้ ๆ พูดตามภาษามวลชนคือต้องทอดบันไดลงไปเพื่อให้ มวลชนได้มีที่ยืน แต่วันนี้กับพี่น้องมวลชนเกษตรกรผู้เดือดร้อนชาวสวนยางกลับได้ยินเสียง กระแนะกระแหนซ้ําเติม น่าเสียใจครับ แถมมีมติ ครม. เป็นเช่นนี้ครับ แล้วผมบอกว่าเจรจา อย่างไรละครับ อย่างนี้เท่ากับว่าให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพาเรื่องนี้ไปให้แกนนําเพื่อ ทราบ ไม่ใช่เจรจา ถ้าเจรจาจะต้องมีเงื่อนไขในการต่อรองกัน จึงมีการชุมนุมกันที่โค-ออป สุราษฎร์ธานีโดยเครือข่ายแกนนําชาวสวนยาง ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ขณะนี้ ก็ยังอยู่เป็นหมื่นคนครับท่านประธานครับ และพร้อมที่จะฟังมติในวันนี้ แล้วเขาจะ กําหนดการเคลื่อนไหวต่อไปครับ ถ้ารัฐบาลแล้งน้ําใจ โหดเหี้ยม เลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน นี่คือจุดสําคัญที่ผมคิดว่าพี่น้องกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางเขาก็จําเป็นที่ต้องกําหนดท่าทีต่อไป เอาเถอะ ถ้าท่านดูถูกความเดือดร้อนของประชาชน ดูถูกพลังศรัทธาของประชาชน ท่านจะเจอกับพี่น้องประชาชนเอง และนักการเมืองที่หยิบฉวยผลประโยชน์จากหน้า ประวัติศาสตร์ทางการเมือง จากการชุมนุมและประท้วงของประชาชนที่เคยพูดว่าจะต้องไม่กลับบ้าน มือเปล่า ท่านจะต้องได้รับบทเรียนนี้ ท่านประธานครับ นี่ผมเรียกร้องด้วยความจริงใจครับ ผมคุยกับผู้อํานวยการองค์การสวนยาง ผมคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห้องกรรมาธิการ บอกท่านลงไปเถอะ ไปพูดคุยกันและหาหนทางที่เป็นไปได้ แต่ปฏิเสธ ปฏิเสธไม่พอ มติคณะรัฐมนตรีทั้ง ๒ ครั้งนี้ออกมาปฏิเสธ ที่น่าเสียใจคือมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวานซืนนี้วันที่ ๓ นี้ นี่มีการชุมนุมใหญ่แล้วครับวันที่ ๓ ก็มีการเรียกร้องว่าขอให้มี การทบทวน ปรากฏว่าท่านไม่มีการทบทวนครับ ไม่มีการทบทวนยังไม่พอ ท่านคิดว่าให้ แกนนําชุมนุมขึ้นเครื่องบินมา ได้นั่งเครื่องบินแล้วคงสบายใจ เดี๋ยวกลับไปคงสลายการชุมนุม เสียดายครับ ท่านใช้วิธีการเดียวกันกับท่านนัดแกนนํามาประชุมที่ทําเนียบเหมือนสัปดาห์ ก่อน อันนี้ก็เหมือนกัน เพียงแต่ท่านเปลี่ยนเป็นโรงแรมเซ็นทาราที่ศูนย์ราชการ แต่ท่านก็พก ข้อยุติหรือใบสั่งของท่านไว้แล้วว่าต้องดําเนินการอย่างนี้ แกนนําชุมนุมเขาก็บอกว่า ถ้าเป็น อย่างนี้ให้ปุ๋ยไม่ถึงกระสอบเขาก็รับไม่ได้ ก็กลับไปครับ ก็ไปแจ้งผู้ชุมนุม พี่น้องประชาชน ก็บอกว่า เมื่อเขามีความเดือดร้อนและเขาได้ศึกษาฐานข้อมูลไว้แล้ว ผมให้ความเป็นธรรมนะครับ วันนี้เกษตรกรไม่ได้เรียกร้องเอาตามลําพังใจเลยครับ เขาเรียกร้องอยู่บนฐานข้อมูลว่ามีปัจจัยทางด้านบวก ถ้ารัฐบาลได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้เป็น การชี้นําการตลาด สร้างจิตวิทยาการตลาดในการซื้อขายราคายางพาราล่วงหน้าที่สิงคโปร์ ตลาดโตคอม (TOCOM) เมื่อสักครู่พรรคพวกผมส่งราคาตลาดมาให้ผมดูนี่ครับ วันนี้ก็ยังเป็น ปัจจัยทางบวกอยู่เพราะการชุมนุมประท้วงเป็นปัจจัยทางบวกครับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐบาล อย่าไปมองในแง่ร้ายเลยครับ นี่พรรคพวกที่เขาอยู่ในวงการเขาก็ส่งข้อมูลมาให้ผมชัดเจนว่า วันนี้ตลาดโลกก็มีแนวโน้มที่จะขยับราคา เพราะเขาก็ไม่ชัดเจน แต่เขาก็คิดแบบประเทศ ประชาธิปไตยทั่วไปท่านประธานครับว่ารัฐบาลจะต้องเอาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร ถ้าเอาตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรก็จะเกิดมีสต็อกยางพารา มีการแทรกแซงหรือจะทํา อย่างไรก็แล้วแต่วิธีการของท่าน ประกันราคา จํานํา แบบข้าวทุกกิโลกรัมก็ได้แล้วแต่ท่าน เขาคิดอย่างนี้ เขาคิดว่ารัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยต้องยอมรับข้อเรียกร้องของเกษตรกร เขาเลยเคลื่อนตัวในตลาดโลกครับ นี่รายงานมาที่ผมจากตลาดโตคอม ตลาดไซคอม (SICOM) เขาบอกเขาเตรียมรองรับมาตรการในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เพราะฉะนั้น แนวโน้มของตลาดโลก ราคาก็จะสูงขึ้น เพียงแต่ท่านทํากระบวนการหรือกลไกให้เห็นชัดเจน ว่าท่านพร้อมที่จะรับข้อเสนอ ข้อเรียกร้องของเกษตรกรและมาบริหารจัดการในโครงการให้ มีประสิทธิภาพ และบางครั้งท่านอาจจะไม่ขาดทุนก็ได้นะครับ เคยมีตัวอย่างมาแล้ว พอราคา ยางพาราขึ้นก็เอายางในสต็อกมาขายก็ไม่ขาดทุน ก็มีมาแล้ว แต่วันนี้ท่านเมินเฉยเรื่องนี้ หลังสุดนี้ครับท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่มเกษตรกรผู้เดือดร้อนทั้ง ๕๖ จังหวัด เขาติดตาม ที่แกนนําเครือข่ายมาประชุม แล้วก็ประชุมเสร็จแล้ววันนี้คณะกรรมการนโยบายยาง ธรรมชาติรับมาว่าจะรับข้อเสนอมาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กนย. นี่ไม่เกรงใจประธาน ผมจะฉีกมติ กนย. เลยนี่ครับ มติ กนย. เช้านี้ปรากฏว่าเอาข้อเสนอของรัฐบาลมาพิจารณา อีกครับ ไม่สนใจใยดีที่จะเอาข้อเสนอของเกษตรกรมาพิจารณาเลย และท่านเอาเขาขึ้น เครื่องบินมาและให้กลับรถตู้ทําไมละครับ อุตส่าห์ทําถึงขั้นนั้น เอาข้อเสนอเขามาพิจารณา หน่อยได้ไหมว่ามันมีความเป็นไปได้ไหม ปรากฏว่าคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ยอมลงใต้เลย คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง แปลกใจ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการ กนย. ประชุมหารือร่วมกันใช้เวลาหารือนาน ๓ ชั่วโมง พิจารณาข้อเสนอ ของตัวเอง นาน ๓ ชั่วโมง พิจารณาข้อเสนอของตัวเอง ปรากฏว่าที่เสนอให้รัฐบาลชดเชย ส่วนต่างราคาหรือประกันราคายางพาราที่กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท รวมถึงให้ยกเลิก ขอโทษครับ ข้อเสนอให้มีการประกันราคายางพารา ๑๐๐ บาท ไม่สามารถดําเนินการได้ แต่อนุมัติให้มีการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อปัจจัยการผลิตที่ ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ จาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่ อันอื่นเหมือนเดิม และที่น่าเสียใจครับ ท่านยังมีหน้ามีตามาแถลงได้อย่างไรว่า พร้อมที่จะนําข้อเสนอดังกล่าวนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมเรียกร้องให้กลุ่ม ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางการคมนาคมเพราะส่งผลกระทบต่อการส่งขน การท่องเที่ยว การเดินทางของประชาชน แปลว่าอะไร แปลว่าอะไรครับ แปลว่ามติ กนย. บอกว่าข้อเสนอของเครือข่ายเกษตรกรวันนี้ไม่ได้รับ การพิจารณา เราจะพิจารณาข้อเสนอของเราและให้เพียงแต่ขยายจํานวนไร่จาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่เท่านั้น พวกคุณเลิกการชุมนุม ท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่มเกษตรกรเหมือนกับ โดนตบหน้าเลย เขาจึงขึ้นป้ายครับว่าขอหมูให้หมา ขอข้าวกรอกหม้อไปให้อิฐให้ทราย ไปให้ตั้งโรงงาน ไปให้ผู้ประกอบการ แล้วเมื่อไรจะได้ตั้งโรงงาน เมื่อไรจะได้ผลิตละครับ อันนั้นแก้ปัญหาระยะยาวแก้ไป ถ้าพวกคุณจริงใจกับพี่น้องกลุ่มเกษตรกรและเชื่อว่าอันนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เป็นรายได้ของเกษตรกรเท่านั้น แต่เป็นรายได้ของรัฐบาล เป็นรายได้ของชาติ ด้วย เพราะถ้าขายยางพาราได้ราคาที่ดีขึ้นประเทศชาติก็จะได้รายได้ที่ดีขึ้น แต่ถ้าวันนี้ ท่านคิดว่าท่านต้องทําตามคําสั่ง ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่อยู่ในความสนใจของท่าน ความเดือดร้อนของประชาชนก็ขอให้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนไป ท่านคิดว่าเรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญ เรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เรื่องที่จะเอาเงินกู้ให้คนไทยเป็นหนี้ ทั่วประเทศ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นเป็นประโยชน์สูงสุดของท่าน ท่านก็เอาไปครับ วันนี้ ผมเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งครับว่าให้รัฐบาลนี้รับเอาข้อเสนอของพี่น้องเกษตรกรกลับมาทบทวน โดยเร็ว และผมคาดหวังว่ามติคณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้าจะเป็นมติคณะรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขข้อเรียกร้องและมาปรับปรุงวิธีการ ประสิทธิภาพหรือกระบวนการปรับปรุง ได้ครับ แต่ขอให้เอาข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรมาดําเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติ เจ็บใจ อีกครับ ครม. ยืนยันตามเดิมแล้วไม่พอ นี่ครับยังสะท้อนการเลือกปฏิบัติอีกครับ เมื่อวานนี้ มีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาลปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ อย่างเร่งด่วนภายในกรอบวงเงิน งบประมาณไม่เกิน ๑,๙๐๗ ล้านบาท ตบหน้าเข้าไปอีกครับ พี่น้องเกษตรกรข้าวโพด ผมเห็นใจ เพราะวันนี้ท่านบอกว่าให้แทรกแซงความชื้น ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๙ บาท นั่นละตอน สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ ๙ บาท และเขาเรียกร้องมาที่พวกผม ท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ไปพบ วันนี้ท่านเพิ่งมาตื่นตัว เขาชุมนุมแล้ว แต่ท่านให้ พวกผมก็ดีใจครับ พี่น้องเกษตรกร ชาวข้าวโพดได้ดีใจ พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้ดีใจ แต่ท่านตอกย้ําโดยมติครม. ๓ รอบในช่วง ๑๓ วัน โดยการเลือกปฏิบัติและถ้ามติ ครม. ในวันอังคารหน้าท่านไม่รีบในการที่จะ ดําเนินการ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศไม่มีทางเลือกครับ เขามีทางคิดได้ อย่างเดียวว่ารัฐบาลนี้ ๒ มาตรฐาน เลือกปฏิบัติ เป็นอํามาตย์ลืมตีน ขอบคุณครับ