สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

อนันต์ ศรีพันธุ์พูดถึงปัญหาการเกษตรในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตรในระดับหมู่บ้านและจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตร และยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประกันภัยพืชผลเพื่อป้องกันภัยพิบัติ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี สําหรับประเทศไทยเรานั้นก็คือเป็นประเทศ เกษตรกรรม คนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถือว่าเป็นการเกษตร อาชีพส่วนใหญ่ที่เราถกเถียงกันอยู่ทุกวันนี้ การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ํานั้นมันไม่ได้ แก้ที่ต้นเหตุ มันแก้ที่ปลายเหตุ ถ้าจะให้ดีนั้นก็อยากจะฝากประเด็นในแนวการแก้ไขในเรื่องของ สินค้าราคาตกต่ําโดยเฉพาะด้านการเกษตร คือปัญหาจริง ๆ นั้นคือประเทศไทยเราแปลก ครับท่าน ไม่มีข้อมูลด้านการเกษตรที่ชัดเจน แม้ขนาดจังหวัดเดียวกันกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กับกระทรวงมหาดไทยราคาสินค้ายังไม่เหมือนกันเลย พื้นที่ทํานาทําไร่ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นวิธีแก้ต้องรู้ขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวนี้เรามี สภาเกษตรกรระดับตําบล หมู่บ้าน และระดับจังหวัด และระดับประเทศ ก็ใช้สภาเกษตรกร ตําบลนี้หาข้อมูลด้านการเกษตรแต่ละหมู่บ้าน ว่าแต่ละหมู่บ้านนั้นมีประชากรทําการเกษตร กี่ราย ทํานาเท่าไร ปลูกพืชเท่าไร เลี้ยงสัตว์เท่าไร เหลือไว้กินเท่าไร เหลือไว้ขายเท่าไร ใช้บุคลากรที่เราเลือกตั้งมาจากสภาเกษตรกรระดับหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์ นั่นละครับคือจะ ได้ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลสํามะโนเกษตรกรที่ชัดเจน อันนี้คือสิ่งที่เราจะรู้ เมื่อเรารู้ข้อมูลที่ ชัดเจนระดับหมู่บ้านทุกหมู่บ้านในประเทศไทยนี้แล้วเราก็มาประชุมในระดับสภาเกษตร ประจําตําบล ตําบลเขาจะรู้ว่าปัญหาประชาชนคืออะไร สินค้าเกษตรที่ไหนเขาผลิตได้มาก คือสิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวเลขในเรื่องของระดับจังหวัดและระดับประเทศ เมื่อมีข้อมูล ระดับประเทศแล้วว่าในประเทศไทยเรานั้นผลิตอะไรได้บ้าง อะไรเหลือไว้กินเท่าไร เหลือไว้ ขายเท่าไร ตรงนี้ละครับเราสามารถที่จะทําการเกษตรล่วงหน้าได้ การผลิตการเกษตรนั้น ปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราผลิตนําการตลาด ตามปกติแล้วถ้าหากจะแก้จริง ๆ การตลาดต้อง นําการผลิต เมื่อเรารู้ข้อมูลแล้วว่าประเทศไทยผลิตอะไรได้เท่าไร กระทรวงที่เกี่ยวข้องนั้น ควรจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ ท่านอยู่ต่างประเทศนั้นท่านต้องไปหาข้อมูลว่าแต่ละ ประเทศที่ท่านอยู่เขาขาดอะไรในสินค้าเกษตรนะครับ แล้วก็มาทําการประชุมกันในระดับ รัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลแล้วว่าประเทศแต่ละประเทศนั้นขาดอะไรบ้าง ต้องการ อะไรบ้าง เราก็เอาข้อมูลนั้นละครับมาวางกัน มาทํายุทธศาสตร์ในการผลิตสินค้าเกษตรให้ เหมาะสม เมื่อมีข้อมูลเสร็จแล้วว่าแต่ละประเทศนั้นต้องการอะไร เท่าไรก็ทํา โดยเฉพาะให้ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นผู้ผลิต กระทรวงพาณิชย์ก็เป็นผู้ขาย กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้กําหนดกรอบว่าแต่ละประเทศ นั้นต้องการสินค้าชนิดไหน เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วครับเราก็สามารถที่จะแพลนนิง (Planning) หรือทํายุทธศาสตร์ระดับประเทศได้ นั่นคือสิ่งที่อยากจะให้เกิดขึ้นในการแก้ปัญหา ระยะยาว สิ่งสําคัญที่สุดเมื่อรู้แล้วนะครับก็จะกําหนดราคาสินค้าได้เลยว่า ประเทศเรานั้นตรงไหนผลิต ข้าว ตรงไหนผลิตมันสําปะหลัง ตรงไหนผลิตอ้อยเพื่อที่จะป้อนตลาดที่มีความจําเป็นในระดับ แต่ละประเทศที่เราจะส่งออก อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราสามารถจะกําหนดราคาสินค้าได้เลยว่า ข้าวกิโลกรัมละเท่าไร มันสําปะหลังเท่าไร อ้อยเท่าไร เพราะเรามีโควตาแต่ละประเทศว่าเรา จะส่งให้เขาแต่ละประเทศนั้นเท่าไร นั่นคือสิ่งหนึ่งที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะยาว อันนี้ คืออยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง นี่คือสิ่งสําคัญที่ต้อง แก้ปัญหาทั้งระยะยาว ไม่ต้องมาทะเลาะกันครับว่าสินค้าเกษตรตัวนั้นตกต่ํา ตัวนี้ตกต่ํา เรามาทํายุทธศาสตร์ตรงนี้ อันนั้นคือสิ่งที่สําคัญ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราก็มาทําจัดโซนนิง (Zoning) ในระดับประเทศว่าพื้นดินชนิดไหน จังหวัดไหน มีดินชนิดไหน ดินโคราช ดินพิมาย เป็นอย่างไร ปุ๋ยต้องการอย่างไร ก็มาทํายุทธศาสตร์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะยาว ในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญที่สุดคือการขึ้นทะเบียน เดี๋ยวนี้เกษตรกรขึ้นทะเบียน ไม่ได้ก็มีเพราะไม่มีใบสําคัญทางการเกษตร คือไม่มี ภบท. ๕ หรือ น.ส. ๓ หรือโฉนด ก็เป็น ปัญหาหนึ่งในการแก้ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่สําคัญก็ขึ้นทะเบียนทุกคนว่าใครจะปลูกข้าวเท่าไร ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด มันสําปะหลังเท่าไร อ้อยเท่าไร ยางพาราเท่าไร ขึ้นทะเบียนให้ชัดเจนครับ ผลผลิตก็จะออกมา และเมื่อรู้ผลผลิตอย่างนี้แล้วก็จะเป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะแก้ปัญหา แล้วสิ่งสําคัญที่สุดในการแก้ปัญหาของประเทศในขณะนี้ก็คือเรื่องภัยพิบัติ ต่าง ๆ มันก็จะเชื่อมโยง มันต้องมีการประกันภัยพืชผล โดยรัฐออกครึ่งหนึ่ง เกษตรกรออกครึ่งหนึ่ง ถ้าหากว่าปลูกแล้ว ประกันภัยไปแล้วมันไม่เสียหาย บริษัทที่รับซื้อประกันก็เอาไป เหมือนกับ ประกันรถยนต์นะครับ ถ้ามันเกิดภัยพิบัติทางบริษัทก็ต้องรับผิดชอบ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ การแก้ปัญหา ลดรายจ่ายของประเทศ เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องช่วยกันแก้ในระยะ ยาว แต่มาพูดถึงเรื่องยางพารา ยางพาราบ้านผมก็เยอะครับ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ชาวบ้านเขาก็รับผิดชอบ เขาก็ดูแล เหมือนกับรัฐบาลพรรคนี้ ยุคนี้ก็ดูแล เหมือนกับทุกพรรค ทุกคนทั้งประเทศทั่วถึงกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะภาคไหน ๆ นั้นรัฐบาลก็ดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะ เป็นยางพาราของผมก็ยังไม่ดูแล แต่ว่าต้นทุนการผลิตยางจริง ๆ ครับ ไร่หนึ่งตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๗ ปี ต้นทุนประมาณ ๒๓,๗๐๐ บาท ถ้าหากว่า ๗ ปีกรีด ต้นทุนยางพาราจะประมาณ ๖๗ บาท บวกอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๗๓ บาท นี่คือราคาต้นทุนจริง ๆ แต่หลังปีที่ ๘ ไปแล้ว ปีที่ ๙ ไปแล้ว ต้นทุนการผลิตก็จะลดลง ๔๖ บาท ๔๗ บาท หลังจากนั้นก็อยู่ได้ นี่คือ ข้อเท็จจริงของข้อมูลที่เราทํากันอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องราคายางพารานั้นก็เป็นปัญหาที่ เกษตรกรสะสมมา เคยได้มาก พอราคาตกต่ํามามันก็มีปัญหาขึ้น เพราะฉะนั้นวิธีแก้ก็ต้องจด ทะเบียนทุกคน แล้วก็หาแนวทางในการที่จะทําอย่างไร ทางโรงงานอุตสาหกรรมยางพารา ที่ค้างสต็อกอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ทําอย่างไรจะให้สลายหมดไป เราก็ต้องทําอุตสาหกรรม เราจะผลิตยางรถยนต์ ทํายางรถยนต์ของประเทศไทยได้ไหม รับเบอร์ ไทยแลนด์ (Rubber Thailand) หรืออะไรก็ได้ ไม่ต้องไปขายต่างประเทศ ประเทศไทยเราผลิตยางได้ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ตัน แต่เราใช้ในประเทศเพียง๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันขายต่างประเทศ เดี๋ยวนี้ ทั่วโลกปลูกยางพารามากครับ ไม่ว่าจะประเทศจีน ไม่ว่าจะประเทศเวียดนาม ไม่ว่าจะ ประเทศลาว แล้วแอฟริกาปลูกเป็นล้านไร่ แล้วเราจะไปขายให้ใครครับเมื่อเขาไม่ซื้อ อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องไปคิดในการหาแนวทางการแก้ไข ก็คือตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้เราใช้ยางมะตอยในการทําถนนหนทาง เราใช้ตรงนี้เถอะครับในการ ที่จะแก้ปัญหา ในการที่จะทําให้ยางพารานั้นราคาดีขึ้น โดยเอายางพาราไปทําถนน หรือพาราเคพซีล (Para Cape Seal) ซึ่งจะทําให้เป็นการลดรายจ่ายแล้วก็เพิ่มรายได้ให้กับ เกษตรกรได้เป็นอย่างดี นี่คือการแก้ปัญหาในการที่จะให้สินค้าเกษตรทุกตัวนั้นเป็นไปอย่างที่ ผมกราบเรียน สิ่งสําคัญที่สุดนั้นก็คือเรื่องของรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหน ๆ ก็ตามต้องการ อยากเห็นความสงบสุข ต้องการเห็นความมั่นคงของประเทศ ถ้าประชาชนนั้นมีความทุกข์ยาก รัฐบาลก็คงจะอยู่ไม่ได้ ถ้าหากว่ารัฐบาลนั้นมีประชาชนอยู่ดีกินดี อันนั้นก็คือความสุข ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากฝากท่านประธานในการแก้ปัญหาทั้งช่วงระยะสั้น ระยะยาว ผมก็คงเพียงแต่เสนอแนะในการที่จะให้เกษตรกรนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็ต้องใช้ข้อมูล เป็นหลักในการที่จะพัฒนาประเทศต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ