สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อภิปรายเรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำและผลกระทบต่อชาวสวนยางพารา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติต่อเกษตรกรสวนยางพาราและสวนปาล์มอย่างเท่าเทียมกันตามผลการสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็คิดว่า ผมจะอภิปรายและหลังจากในช่วงที่ผมอภิปรายช่วงนี้อยากให้สภาติดต่อไปอีกครั้งหนึ่ง กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นแล้วผมคิดว่าเราก็ต้อง ทวงกันอยู่อย่างนี้ตลอด และผมก็ไม่อยากเห็นภาพของสภาเราพูดจากันเองครับ และไม่มีคน มีอํานาจเต็มในการแก้ไข ผมคิดว่าที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ครับ ต้องพูดตรง ๆ ว่าไม่ได้มีอํานาจเต็ม ในการแก้ไขอะไรเลย แล้วผลก็คือพูดไปก็เท่านั้น แล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่า มันไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ไม่ควรที่จะเป็นเช่นนั้นครับ ผมเรียนท่านประธานว่าญัตติที่ พวกเราจะอภิปรายกันในวันนี้จะครอบคลุมในประเด็นหลัก ๆ ๒ เรื่อง ก็คือประเด็น ในเรื่องของสินค้าราคาแพง และประเด็นในเรื่องของสินค้าเกษตรตกต่ําครับ แต่สําหรับผม ที่ลุกขึ้นอภิปรายก่อนที่ต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ผมจะพูดเฉพาะประเด็นเรื่องของ การเรียกร้องเรื่องปัญหาราคายางพารา ที่ผมต้องหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดก็เพราะว่า ประเด็นเรื่องของราคายางพารานั้นบัดนี้ได้บานปลาย จากความนิ่งเฉย เพิกเฉย ไม่สนใจ แล้วยังไปใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม ตลอดจนกระทั่งรัฐบาลเองมีท่าทีที่แข็งกร้าวกับกลุ่มผู้ชุมนุม สวนยางพารา และยังใช้วิธีการในการแบ่งแยกประชาชนในประเทศออกเป็นภาค ๆ ภาคไหน ที่ไม่มีตัวแทน ส.ส. ของรัฐบาลก็จะมีท่าทีที่แข็งกร้าวกับพวกเขาเหล่านั้น จนกระทั่ง บานปลายกลายเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง มีการทั้งปิดถนน ปิดทางรถไฟ มีแนวโน้มที่จะไป ชุมนุมในหลากหลายพื้นที่เพิ่มเติมมากขึ้น ท่ามกลางการแข็งกร้าวของรัฐบาลเหล่านี้ได้สร้าง ความรู้สึกกับพี่น้องประชาชนถึงขั้นบอกว่าพวกเขายังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า ผมจึงหยิบ เรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่ารัฐบาลมีท่าทีที่เพิกเฉยตลอดมา แม้แต่กระทั่งผู้ชุมนุมเองเรียกร้อง ให้มีการลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ รัฐบาลก็ส่งคนซึ่งไม่มีอํานาจเต็มลงไป เสมือนกับเป็นการ สร้างเงื่อนไขเบื้องต้นไม่ให้มีการเจรจาสําเร็จ แล้วยกระดับขึ้นกลายเป็นปัญหาที่มีการใช้ วิธีการทางกฎหมายพยายามจะเข้าไปจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม เรื่องของยางพาราวันนี้ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้นั้นเพิกเฉยไม่สนใจ ไม่ใส่ใจต่อการแก้ไขปัญหา จนกระทั่งบานปลายจริง ๆ ๒ ปีที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ราคายางพาราที่ตกต่ําต่อเนื่อง มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ ภายหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้าบริหารประเทศ เป็นปัจจัย ขับเคลื่อนให้พวกเขาซึ่งเป็นชาวสวนยางพาราต้องออกมาเคลื่อนไหวครั้งแล้วครั้งเล่า รัฐบาลเองเคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วประกาศว่าจะทํายางพาราให้ถึง ๑๒๐ บาท เป็นความคาดหมายของเกษตรกรชาวสวนยางพารา การชุมนุมหลายครั้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสงขลา จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือจังหวัดนครศรีธรรมราช เขาชุมนุม ด้วยความตั้งใจจะเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปดูแล แต่มาตรการของรัฐบาลที่ออกมาก่อนหน้านี้มันจิ๊บจ๊อยเหลือเกิน แล้วยังส่งผลให้มี การทุจริตคอร์รัปชั่นจนกลายเป็นประเด็นที่มีการติดตามต่อเนื่องกันมา แล้วไปถึงองค์กร ที่มีการตรวจสอบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่ราคาไม่กระเตื้องเลยครับ นอกจากราคา ไม่กระเตื้องแล้วท่าทีคําพูดของคนในรัฐบาลที่ไปถึงเกษตรกรชาวสวนยางพารานั้น เต็มไปด้วยถ้อยคําที่ไปดูหมิ่นเขา ไม่ว่าจะเป็นคําพูดที่บอกว่าถ้าไม่เล่นการพนัน ถ้าไม่ฟุ่มเฟือย ราคายางพาราขณะนี้ก็อยู่ได้ เหล่านี้เป็นต้น มันเสมือนกับเป็นการเติมฟืน เข้าไปในท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนเป็นไฟของชาวบ้านซึ่งมีความเดือดร้อนจากสถานการณ์ ที่ข้าวของแพงอย่างมากอยู่ในขณะนี้ ความจริงแล้วการชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่ได้เพิ่งเคยเกิดขึ้นในครั้งนี้เท่านั้น เคยมีการชุมนุมกัน มาแล้วก่อนหน้านั้น ๒ ครั้ง แต่ตัวแทนของรัฐบาลไม่เคยใส่ใจลงไป จนกระทั่งทําให้ ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าเสียงของชาวบ้านที่มาจากพื้นที่สวนยางพาราซึ่งไม่ใช่เป็นพื้นที่ที่มี ส.ส. รัฐบาลอยู่นั้นรัฐบาลไม่ได้ยิน แกล้งทําเป็นเพิกเฉย การชุมนุมครั้งหลังเขาจึงมีจํานวนคน มากขึ้น ความจริงแล้วการถามกระทู้เมื่อเช้าจาก ส.ส. เจ้าของพื้นที่ ขอประทานโทษเอ่ยนาม คุณอภิชาต การิกาญจน์ มีคลิปเสียงที่พูดชัดจากชาวบ้านว่าความจริงกลุ่มชุมนุมที่นั่นมาจาก พรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่เอ่ยชื่อกันไปแล้วในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ตั้งใจจะชุมนุมกล่อม ชาวบ้านให้ยอมรับราคาสินค้าเกษตรและให้ยอมรับในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ด้วย ความที่คนเดือดร้อนจริง ๆ พอชุมนุมเข้าจริงคนเดือดร้อน เขามีความรู้สึกว่าราคายางพารา ขณะนี้เขาอยู่ไม่ได้ การชุมนุมก็เลยลุกลามบานปลายต่อเนื่อง แต่ท่าทีของรัฐบาลต่อกลุ่ม ผู้ชุมนุมชาวสวนยางพาราที่อําเภอชะอวดคืออะไรครับ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กําลังเข้า ไปปราบปราม เป็นการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐต่อกลุ่มเกษตรกรกลุ่มแรกในประเทศนี้ เดิมทีตั้งใจจะดันออกจากถนน แต่พอดันได้แล้วเพราะชาวบ้านมีกําลังอยู่น้อย ลามเข้าไปจะ ไล่รื้อเต็นท์เขาจนกลายเป็นการปะทะกันเจ็บไปทั้งสองข้าง ไม่มีคําสั่ง ไม่มีคําสั่ง ไม่มีไฟเขียว จากนโยบายเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วแทนที่จะยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้กําลัง ใช้ความรุนแรง มีแต่ถ้อยคําเยาะเย้ยถากถางจากคนในซีกรัฐบาลต่อคนที่มาชุมนุม เพราะความเดือดร้อนในขณะนั้น ถ้อยคําที่ร้ายแรงที่สุด ท่านประธานครับ คือการไปนิยามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเป็นม็อบการเมือง คําพูดนี้คือคําพูดของการสร้างความแตกแยกและแบ่งแยก ประชาชนในประเทศนี้ คําพูดว่า ม็อบการเมือง แปลว่าอะไรครับ นี่ไม่ใช่พวก นี่ไม่ใช่ พรรครัฐบาล ส่งผลว่าพอหัวส่ายหางก็กระดิกตลอด ไม่ว่าตํารวจก็ดี ไม่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายใด ก็ดี รวมกระทั่งการเมืองด้วยก็มีท่าทีที่แข็งกร้าวกับชาวบ้านซึ่งออกมาชุมนุมเพราะท้องเขาหิว เขาเดือดร้อน และเจอกับภาวะข้าวของแพง ราคายางพาราตกต่ํามาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว
การนิยามว่าเป็นม็อบการเมือง ท่านประธานครับ เป็นคํานิยามที่ผมต้องถือว่า ใจดําอํามหิตอย่างยิ่ง ผมเรียนท่านประธานที่เริ่มต้นอย่างนี้ก็เพราะว่าเป็นความอึดอัดคับใจ ของคนในพื้นที่ทั้งหมด วันนี้เขาถึงรู้สึกว่าคนภาคใต้ คนภาคตะวันออก เกษตรกรสวนยางพารา ยางพาราส่งออกมีราคามูลค่าส่งออกสูงกว่าข้าวเสียอีก ทําไมถึงถูกเพิกเฉยจากรัฐบาล ในขณะที่รัฐบาลนี้ดูแลเรื่องชาวนาราคาข้าวซึ่งต้องทํานะครับ ผมไม่ได้คัดค้าน แต่เป็นการดูแล ที่แตกต่างราวฟ้ากับดิน ประเด็นแรกที่ผมหยิบยกขึ้นมาพูดก็คือว่ามาตรการในการแก้ไข ปัญหายางพาราของรัฐบาลนั้นมีลักษณะ ๒ มาตรฐานอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ผมรู้สึกครับ ไม่ใช่แค่ชาวสวนยางพาราเขารู้สึกครับ ไปดูการสํารวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งมีการสํารวจกันครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ประมาณสัก ๑ สัปดาห์ที่แล้ว เขาสํารวจการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลกับการชุมนุมของชาวสวนยางพาราและสวนปาล์ม สํารวจวันที่ ๒๗ สิงหาคม กับวันที่ ๒๘ สิงหาคม ซึ่งเป็นการสํารวจในช่วงที่สถานการณ์ ชุมนุมสวนยางพารากับปาล์มกําลังสุกงอมเต็มที่ ต่อคําถามที่ถามว่ารัฐบาลควรอุดหนุนสินค้า เกษตรอื่น ๆ เช่นเดียวกับการรับจํานําข้าว โดยให้ราคาสูงกว่าราคาตลาดโลกหรือไม่ ๘๓.๔๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย รัฐบาลควรสนับสนุนสินค้าเกษตรทุกชนิดให้เท่าเทียมกันและ มากขึ้น และราคาสินค้าเกษตรเกือบทุกชนิดราคาหน้าสวนต่ํามาก ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น มีคนไม่เห็นด้วยเพียง ๑๓.๑๗ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะเรียกร้องบอกต้องจ่าย แม้ว่า ราคาจะสูงกว่าตลาดโลกก็ตาม คนเขาก็เข้าใจ เพราะเวลาถามว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง ที่ทําให้รัฐบาลแสดงท่าทีไม่ทําตามคําเรียกร้องของผู้ชุมนุมชาวสวนยางพารา สวนปาล์ม ๓๔ เปอร์เซ็นต์บอกว่าราคาเรียกร้องสูงกว่าราคาตลาดโลก เขารู้ครับ แต่เขาก็เห็นว่าควรจะจ่าย เพราะรัฐบาลปฏิบัติต่อเกษตรกรกลุ่มอื่นคือเรื่องข้าว แม้ว่าราคาสูงกว่าตลาดโลกก็ยังจ่าย ทําไมชาวสวนยางพาราจึงไม่ให้ แต่ ๒ นี่สิครับ ๓๐.๕๗ ตอบชัดเลยครับ เพราะผู้ชุมนุมอยู่ ภาคใต้ ไม่ใช่ฐานเสียงหลักของพรรครัฐบาล คําตอบนี้แปลว่าประชาชนที่ตอบคําถาม ตอบ โพลล์นี้ก็รู้ครับว่ารัฐบาลนั้นจงใจเลือกปฏิบัติต่อเกษตรกรสวนยางพาราด้วยการเพิกเฉย และยืนแข็งกร้าวไม่ยอมเจรจา ไม่ยอมมีมาตรการตรงตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร สวนยางพาราครับ มี ๒๓ เปอร์เซ็นต์ครับที่ตอบว่ารัฐบาลอาจจะมีงบประมาณไม่เพียงพอ หรือไม่มีงบอุดหนุนในภาคเกษตรแล้ว คําถามสุดท้ายที่ ๓ เขาถามว่าที่คนชุมนุม สวนยางพารา สวนปาล์มในภาคใต้ขณะนี้มารวมตัวกันด้วยเหตุผลใด ๕๑ เปอร์เซ็นต์ครับ เดือดร้อนจากราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ํา และ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ตอบว่ารัฐบาล เคยรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาให้ แต่ไม่ทําตามคําสัญญา ๒ ข้อนี้ ๗๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธาน มันแปลว่าอะไรครับ แปลว่านิด้าโพลล์ (NIDA Poll) สะท้อนเลยว่ารัฐบาลนี้ เลือกปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน ไม่ให้เขาเพียงเพราะว่าเขาเป็นพี่น้องสวนยางพาราซึ่งส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ฐานเสียงของรัฐบาล นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมต้องหยิบยกขึ้นมา เพราะผมเห็นว่า ท่าทีต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อเรื่องเกษตรกรสวนยางพารานั้นเป็น ๒ มาตรฐาน อย่างชัดเจนและใช้วิธีแบ่งแยกประชาชนแล้วแก้ไขปัญหา ซึ่งแก้ไขปัญหาไม่ได้ครับ ปัญหา จะบานปลายมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น จะสะสมจากความคับข้องใจจะกลายเป็นความคับแค้น ไม่แปลกเลยครับที่เราได้ยินแกนนําผู้ชุมนุมคนหนึ่งสะท้อนความรู้สึกจากใจเขานะครับ บอกว่าถ้ากดขี่กันมากเขาก็พร้อมจับอาวุธขึ้นต่อสู้ นี่คือเงื่อนไขแบ่งแยกดินแดนครับ ๓ จังหวัดถึงเกิดปัญหาสภาพนี้ จากอดีตของรัฐบาลซึ่งก็เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดนี้ ทําไมละครับ ทําไมต้องทําอย่างนี้กับคนไทยร่วมชาติด้วย เขาจ่ายภาษีสูงนะครับ มูลค่าส่งออกยางพาราปีหนึ่งเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทําไมต้องปฏิบัติกับเขา ๒ มาตรฐาน ผมทราบมาว่าแนวคิดของรัฐบาลในขณะนี้มีแนวคิดเหมือนกับว่ามีการสั่งการ มาจากคนอยู่เบื้องหลังบางคน บอกถ้าเป็นม็อบยางพารา ม็อบปาล์มที่มาจากภาคใต้ และภาคตะวันออกเป็นส่วนใหญ่อย่าให้ จริงหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น นี่คือเงื่อนไข เติมฟืนเข้าในไฟ เขาก็เป็นคนครับ มีครอบครัว มีลูก มีเมีย เดือดร้อน มีเจ้าหนี้มายืนรอ ทวงเงินทุกวัน ลูกไปโรงเรียน ผมดูการสัมภาษณ์สดคนจากภาคใต้ ทุกคนที่มา ท่านประธานครับ คือความเดือดร้อนทั้งสิ้น แม่บ้านคนหนึ่งบอกว่าลูกไปโรงเรียนวันละ ๑๐๐ บาททุกวัน วันละ ๑๐๐ บาท ทุกวัน ๆ แต่เขาต้องขายขี้ยางพารา ๔ กิโลกรัม ถึงได้ ๑๐๐ บาท ทั้งที่มันเคยกิโลกรัมหนึ่ง ๖๐-๗๐ บาทครับ นี่คือความเดือดร้อนของเขา แต่รัฐบาลเลือกกระทําเป็น ๒ มาตรฐานเมื่อเทียบกับการช่วยเหลือเรื่องข้าว และอย่าพูดเลย ครับว่าที่ช่วยไม่ได้เพราะเก็บสต็อกยางพาราเอาไว้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน อย่างที่ตอบกระทู้ รัฐบาลนี้ซื้อข้าวเก็บไว้ในโกดัง ๑๘ ล้านตันเก็บได้ เก็บยางพารา ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ทําไมจัดการ สต็อกไม่ได้ แล้วมาช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของชาวสวนยางก่อน เว้นแต่คุณมีความ รู้สึกว่าคุณไม่อยากทําให้เขา ถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐบาลนี้นอกจากเลือกปฏิบัติแล้ว อันนี้เป็น การกระทําที่ผมคิดว่าขัดกับทั้งรัฐธรรมนูญและขัดทั้งกฎหมาย ใจดําอํามหิตครับ ๒ มาตรฐานถึงขนาดว่ามีการชุมนุมปิดถนน ก่อนหน้านี้ครับในยุครัฐบาลนี้ไม่ใช่ไม่เคยมีม็อบ เกษตรกรปิดถนนมาก่อน มีครับ กลับไปย้อนความดูได้เลยครับ เยอะแยะไปหมดครับ ครม. ไปประชุมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ม็อบชาวนาปิดถนน มีการสลายการชุมนุมไหมครับ ไม่มีครับ ไปอํานวยความสะดวก ไปดูแล มีการเจรจา ม็อบข้าวโพด ในมือผมนี่ม็อบชาวนาจังหวัด พิจิตรปิดถนน เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ม็อบข้าวโพด จังหวัดเพชรบูรณ์เกิดขึ้นมาแล้ว ม็อบมัน สําปะหลังปิดถนนโชคชัย-เดชอุดม ที่จังหวัดนครราชสีมาทํามาแล้ว ที่จังหวัดศรีสะเกษ ทํามาแล้ว ที่อีสานในหลายที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยปิดมาแล้ว อีกเยอะครับ นี่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ทุกที่ไม่มีการเข้าไปสลายการชุมนุมครับ ไม่มีการใช้กําลังครับ ทําไมจึง เจาะจงใช้กับพี่น้องเกษตรกรที่ปิดถนนเช่นเดียวกับม็อบเกษตรกรอื่นในภาคอื่นซึ่งเป็นพื้นที่ รัฐบาล ทําไมครับ รู้ทั้งรู้ว่าตํารวจที่ถูกคําสั่งให้ไปสลายการชุมนุม ทั้งตัวเอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ก็มีสวนยางด้วยกันทั้งสิ้น หรือพอใจที่เห็นคนภาคใต้ต้องตีกันเอง แล้วก็นั่งหัวเราะกันอยู่ที่กรุงเทพฯ หัวใจมันทํากับอะไรครับ นี่คือปะทุความรู้สึกของคน ในวันที่มีการเจรจา ท่าทีของรัฐบาลนี้ส่ง ใครไปเจรจาครับ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็รู้อยู่ว่าอดีตคือแกนนําเสื้อแดง และมี ทัศนคติที่เลวร้ายต่อพี่น้องทางแถบนั้นอยู่แล้ว จงใจครับ นี่คือ ๒ มาตรฐานในวิธีปฏิบัติทั้งต่อ ม็อบเกษตรกรในภาคอื่น ๆ กับต่อม็อบเกษตรกรที่มาจากภาคตะวันออกและจากภาคใต้ ท่านแบ่งแยกถึงขนาดจะพยายามจะล็อบบี้ (Lobby) แกนนําเกษตรกรภาคเหนือกับ ภาคอีสาน นี่ผมดูตามข่าวนะครับ มีตอบแทนกันด้วยตําแหน่ง แต่พื้นที่ปลูกยางเกือบ ๆ จะ ๒๐ ล้านไร่ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์มาอยู่ในภาคใต้กับภาคตะวันออกครับ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่อื่น ท่านหยิบตรงนั้นมาพูดว่าเกษตรกรส่วนนั้นไม่มีปัญหา เหมือนกับว่าตรงนั้นก็เป็นส่วนใหญ่ด้วย ซึ่งไม่ใช่ พื้นที่เปิดกรีดมันน้อยกว่ากันเยอะ และผมเรียนท่านประธานเลยนะครับ นี่เหลือรัฐมนตรี นั่งฟังอยู่ ๒ คน นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีวี่แววจะมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มี รองนายกรัฐมนตรีไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ไม่อยู่ ทั้งที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็รับผิดชอบเยอะ ที่สําคัญคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ไม่อยู่ ครับ ถนนนี่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง รถไฟที่บ้านตูลอยู่ในการดูแลของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ปิดกันมา ๑๐ กว่าวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปสร้างภาพ นั่งรถเมล์ ไปตรวจเรือคลองแสนแสบ ทําไมไม่จัดการไปพูดจาเจรจาเปิดทางรถไฟให้ชาวบ้าน ได้ใช้ละครับ แต่ปล่อยให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปถกเถียงกันเอง นี่หรือครับวิธีแก้ปัญหาของ รัฐบาลนี้ นี่คือความรู้สึก นี่คือข้อเท็จจริง ที่ผมบอกว่าท่านปฏิบัติเป็น ๒ มาตรฐาน และมี วิธีการจัดการกับเกษตรกรที่มาชุมนุมที่แตกต่างกัน ผมเรียนท่านประธานต่อเลยครับ แนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนี้ต่อเรื่องยางจะมีคนพูดกันอีกเยอะว่ามาตรการ ที่ออกมา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่แบ่งออกมาเป็นให้สถาบันเกษตรกรเอาไปแปรรูปยางพาราที่มี อยู่แล้วเพื่อเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ๕,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ให้กับผู้ประกอบการ ไปเปลี่ยนเครื่องจักรก็ดี หรือล่าสุดเมื่อกี้ที่ขยายให้ปุ๋ยเขาจากคนละ ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท เป็น ๒๕ ไร่ เกษตรกรเขียนป้ายเลยครับ ขอหมูได้หมาครับ เขาขอราคาให้ปุ๋ย แล้วถ้าใครดูการสัมภาษณ์ พี่น้องเกษตรกรที่ชุมนุมจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีนี่ชัดนะครับที่โค-ออป (CO-OP) เขาบอกว่า ให้ปุ๋ยนี่เจ้าของสวนยางพาราได้ แต่คนกรีดยางพาราลูกจ้างกรีดยางไม่ได้ วันนี้คนทั่วประเทศ ก็ไม่เข้าใจหลายที่ว่าระบบกรีดยางพารามันอยู่กันอย่างไร ระบบกรีดยางพาราระหว่าง เจ้าของสวนกับลูกจ้างเป็นระบบแบ่งปันและต่างอาศัยซึ่งกันและกัน มันเป็นความสัมพันธ์ ในระบบอุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน กรีดยางพาราขายได้ ๑ กิโลกรัม เจ้าของเอาไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ ลูกจ้างเอาไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หลายคนเข้าใจว่าลูกจ้างกรีดยางพาราได้มากกว่า ค่าแรงงานขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ซึ่งไม่ใช่ครับ ราคายางพาราดีแฮปปี้ (Happy) ทั้งคู่ แต่ราคายาง ตกก็คอตกทั้งคู่ครับ แต่มีคนเติมฟืนเข้าไปในไฟอีกบอกว่าถ้ารู้ว่าราคายางพาราไม่ดี ทําไม เจ้าของสวนยางพาราจึงไม่กรีดเองทั้งหมดและไปจ้างลูกจ้างทําไม คนพูดเป็นคนปักษ์ใต้ด้วย นะครับ ไอ้นี่เสียชาติเกิด ไม่รู้หรือครับบางสวนนี่กรีดกันเป็น ๑๐ เบอร์นะครับ ลูกจ้างก็แบ่ง จากเจ้าของสวน ให้ปุ๋ยนี่ลูกจ้างไม่ได้สักบาทครับ ลูกจ้างก็มีครอบครัว มีลูกเมีย มีท้องที่หิว มีเจ้าหนี้ที่คอยดูแลเหมือนกัน มาตรการที่เข้าไม่ถึงเหล่านี้ครับที่สะท้อนท่าทีของรัฐบาลว่า ท่านไม่จริงใจ ท่านไม่ตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา ตั้งใจให้มันเป็นประเด็นการเมือง แต่ที่เลวร้าย ที่สุดที่ผมจะพูดก็คือการไปนิยามม็อบว่าเป็นม็อบการเมือง อันนี้ร้ายแรงครับ วิธีการพูด แบบนี้คือการส่งสัญญาณว่าเกษตรกรเหล่านี้เป็นคนละพวกกับรัฐบาล หนักเข้าถึงขั้นมองว่า เป็นศัตรู ไปดูคําพูดของตํารวจในพื้นที่ที่เป็นระดับผู้บัญชาการ คําพูดที่บอกว่าปิดถนนให้ตาย ราคายางพาราก็ไม่ขึ้น นี่ตํารวจในพื้นที่พูดนะครับ คําพูดรองนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าข้าวกินได้ ยางพารากินไม่ได้ ก็สะท้อนทัศนะวิธีคิดของรัฐบาลอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ผมถามท่านประธาน ครับว่า ถ้าท่านประธานเป็นเกษตรกรสวนยางไม่ว่าภาคตะวันออกหรือภาคใต้เจอคําพูดแบบนี้ จะให้คิดอย่างไรครับ พูดดีก็แล้ว ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ผมเรียนท่านประธานเลย ท่านประธาน อยู่กับเราตลอด ฝ่ายค้านสู้เรื่องยางพารามาตั้งแต่ยื่นกระทู้ ยื่นญัตติ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส. กระบี่ประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน นําคณะ ส.ส. จังหวัดที่มียางพาราเอาหนังสือไปยื่นที่ทําเนียบ รัฐบาล ตึกไทยคู่ฟ้า ปิดประตูใส่หน้าครับ ไม่ให้พบนายกรัฐมนตรีทั้งที่นายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ข้างบน วันสลายการชุมนุมสภาพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านวิทยา ประทานโทษเอ่ยนาม ส.ส. นครศรีธรรมราชลุกขึ้นหารือแล้วขอพบนายกรัฐมนตรี ไม่ให้พบครับ แล้วรู้ว่านายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ข้างหลังตรงนี้ ห่างไป ๒๐-๓๐ เมตร ผู้แทนราษฎรบอกจะไปพบ นายกรัฐมนตรีขึ้นรถออก จากสภาผู้แทนราษฎรไป อะไรครับ เพิ่งมาเจอกัน วันหลังผมก็ยอมรับ แต่คําตอบท่านวันนั้น ก็ไม่ตอบอะไรครับ เพียงแต่บอกรับเรื่องไปมีกระบวนการดูแล แล้วอย่างไรครับ วันนี้ทําไม ยังปล่อยให้เกษตรกรจะต้องเรียกร้องต่อสู้ด้วยตัวเขาเอง ผมเรียนท่านประธานว่าคําพูดที่ไป นิยามม็อบว่าเป็นการเมืองมันเป็นการแบ่งแยกประชาชนอย่างชัดเจน พูดครบกันมาตั้งแต่ ในพรรคเพื่อไทย แกนนําเสื้อแดงไปจนกระทั่งถึงตัวนายกรัฐมนตรีเอง รัฐมนตรี และ ข้าราชการของรัฐบาลนี้ ในมือผมเป็นรวบรวมคําพูดทั้งหมดที่ไปนิยามม็อบว่าเป็นม็อบ การเมืองมาตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม หลังการสลายการชุมนุมพี่น้องที่ชะอวดจนมีคนเจ็บ เจ้าหน้าที่เจ็บ เพียง ๑ วันเท่านั้น โฆษกพรรคนี้ครับ คนนี้หนักถึงขนาดโยนใส่ว่ามีคนชื่อย่อ อักษร ส เป็นคนจ่ายเงิน แกนนําเสื้อแดงคนหนึ่งถึงขนาดระบุว่ามี ส ที่เป็นเจ้าพ่อดาวเทียม ก็จ่ายเงินด้วย ซึ่งเขาฟ้องได้นะครับ เพราะถ้าคุณแน่จริงคุณต้องระบุชื่อนามสกุลเขาไปเลย แต่ว่าถ้าพูดชื่อย่อไม่จริงครับ เพราะถ้าแน่จริงระบุชื่อเขา เขาได้ฟ้องครับ แล้วก็ไปพิสูจน์คดีกันในศาล คําพูดที่บอกว่า มีความพยายามแปลงจากปัญหาประชาชนไปเป็นการชุมนุมเพื่อหวังผลทางการเมือง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงม็อบชาวสวนยางพาราในขณะนี้ว่า เป็นม็อบการเมือง นี่รองนายกรัฐมนตรีประชาพูดนะครับ มีการพูดโดยพรรคเพื่อไทย รองโฆษกบอกว่ามีฝ่ายการเมืองฉวยโอกาสเข้าไปผสมโรงปลุกระดม รองโฆษกพรรค พูดเรื่องคนที่ถูกลากมาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง นายกรัฐมนตรีพูดบอกว่าเราไม่อยากเห็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเข้าไปเกี่ยวกับ เรื่องการเมือง ฟังดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไรครับ แต่เป็นการพูดรับลูกกับคนในพรรคแกนนํา เสื้อแดงและข้าราชการระดับสูงที่ออกมาพูดกันก่อนหน้านี้ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็พูดชัดว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์มาอํานวยความสะดวก คือนิยามว่าเป็นม็อบการเมือง เรื่อง ส.ส. ที่ไปดูแลชาวบ้านในม็อบนี้พูดกันมาเยอะนะครับ แต่ผมจะบอกท่านประธาน ท่านประธานเป็น ส.ส. พื้นที่เหมือนพวกเรา ลองไม่ไปสิครับ ก็จะมีคนพูดอีกว่าชาวบ้าน เดือดร้อนเกือบตาย ส.ส. พื้นที่มันไปไหน พอไปก็ถูกกล่าวหาอย่างนี้ครับ แต่เราต้องชัด เพราะนี่คือความเดือดร้อนชาวบ้าน เป็นหน้าที่พวกเราที่ต้องไปดูแล วันนี้ถึงต้องลุกขึ้น ออกมาสู้ทุกวัน จะถูกออกหมายจับ ไม่ถูกออกหมายจับอยู่ทุกวันนี้ครับ บางคนโดนช่อง ๑๑ โจมตีตลอดเวลา เมื่อคืนผมดูข่าวกลางดึก ส.ส. จังหวัดชุมพรคนหนึ่งถูกหยิบยกเอาภาพ มาฉายซ้ําแล้วซ้ําอีก แล้วก็บอกว่านี่หรือคือหน้าที่ จนเขาต้องลุกขึ้นมาชี้แจงในสภา นี่คือ ความพยายามทําม็อบนี้ให้กลายเป็นม็อบการเมืองของตัวรัฐบาลเอง ทําเพื่ออะไร เพื่อบอกว่า นี่ไม่ใช่พวก นี่ไม่ใช่พรรครัฐบาล ส่งสัญญาณว่าไม่ต้องแก้หรือเปล่า ผู้บัญชาการตํารวจภูธร จังหวัดนครศรีธรรมราช อันนี้หนักสุดครับ ให้สัมภาษณ์ว่าการชุมนุมของม็อบชาวสวน ยางพารามีการเมืองบงการอยู่เบื้องหลัง นี่ชัดมาก ตนกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรู้ถึง ความพยายามของฝ่ายการเมืองมาหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาทําไม่สําเร็จ อันนี้คือกล่าวหาเลยนะครับ ยศพลตํารวจตรีครับ เลยเปลี่ยนแผน อันนี้ใส่ร้ายนะครับ ระดมชายฉกรรจ์ที่ติดยาเสพติด เข้าร่วมกับชาวสวนยางพารา โดยพยายามสร้างความวุ่นวาย พอเห็นเจ้าหน้าที่ไม่ตอบโต้ เลยขว้างก้อนหินใส่ตํารวจจนทําให้เหตุการณ์บานปลาย ผมเห็นสัมภาษณ์นี้ใจหายเลย นะครับ คําพูดที่อ้างว่าชาวบ้านที่ออกมาเป็นชายฉกรรจ์ติดยาเสพติด เคยถูกรัฐบาล ยุคพรรคไทยรักไทยกล่าวหาที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าล้วนแล้วแต่เป็นวัยรุ่นติดยาเสพติดทั้งสิ้น แล้วบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ไม่จบ เป็นเงื่อนไขแบ่งแยกดินแดนจนถึงปัจจุบันครับ ทั้งหมดนี้ชาวบ้านพูดสักคําไหมครับ ไม่เลยครับ เขาบอกทุกครั้งเลยว่าเขามาเรียกร้องเพราะ ความเดือดร้อน เขาอยากเจรจากับรัฐบาล เขาอยากเห็นมาตรการแก้ปัญหา เขาอยากได้ ราคาแค่นั้น ทําไมไปอํามหิตกับเขาอย่างนี้ละครับ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ลงไป ก็ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ บอกว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ชุมนุมไม่ใช่เกษตรกร ขณะที่มีการโพกผ้าสีเหลือง เป็นการจัดตั้งมา จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนักการเมืองหรือ ส.ส. พรรคหนึ่งอยู่เบื้องหลังกลุ่ม ดังกล่าวหรือไม่ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ลูกหลานเกษตรกรชาวสวนยางไม่ว่าเกิดที่ไหน ในประเทศเติบโตมามีนมกิน มีข้าวกิน ได้เรียนหนังสือ มันคุณค่าน้ํายางพาราทั้งนั้น มันหยาดเหงื่อแรงงานพ่อแม่ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนยางพาราทั้งนั้น ไม่มีใครลืมกําพืดตัวเอง หรือทรยศต่อคุณค่าที่ยางพาราให้กับเขาหรอกครับ แต่วันนี้ถูกฝ่ายการเมืองหยิบยกขึ้นมาแล้ว ไปนิยามเขาบอกว่าเป็นม็อบการเมือง แล้วใช้ความรุนแรงไปจัดการกับเขา ใช้ความแข็งกร้าว วันนี้ถึงชัดครับ เรียกร้องไปเท่าไรก็ยืนไม่ให้ ราคาไม่ให้ เสมือนกับคิดว่าถ้าเดือดร้อน พวกคุณเดือดร้อนกันเอง จัดการกันเอง รัฐบาลจะอยู่อย่างนี้ จะเอากันอย่างนี้หรือครับ ประเทศไทย นี่เป็นคําถามใหญ่ที่เกิดขึ้น หนักที่สุดในปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ ตํารวจครับ ล่าสุดออกมาขู่ว่าถ้าไปปิดสนามบินตรงนั้นตรงนี้โทษถึงขั้นประหารชีวิต นี่เป็นครั้งแรกครับ ที่รัฐบาลนี้แสดงเจตนาชัดเจนต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ชุมนุม ไม่ว่าภาคตะวันออก หรือภาคใต้ว่าท่านจงใจที่จะใช้มาตรการแข็งกร้าว และใจร้ายมากนะครับ เมื่อวานไปเอา พี่น้องชะอวดที่เป็นแกนนํามาเจรจา ๑๕ คน แล้วมาเพราะเกรงใจ เพราะมีการใช้เครือข่าย ความรู้จักส่วนตัวของบางคนไปขอร้องให้เขาขึ้นมาเพื่อปะทะปะทังว่ารัฐบาลเจรจาแล้ว เอาเขาขึ้นเครื่องบิน ขากลับไปนั่งรถตู้นะครับ อันนี้โหดมาก ชาวบ้านพูดตัดไมโครโพน แล้วก็มาบอกกับใคร ๆ ว่าเจรจาแล้วชาวบ้านไม่ยอมรับเอง นี่คือโหดร้ายใจดําอํามหิตที่สุด วันนี้ผมยังมองไม่เห็นทางออกเลยนะครับ พี่น้องที่มาชุมนุมบางส่วนความรู้สึกสะสมรุนแรง มากขึ้นทุกวัน ท่านรอเวลาจะปราบปรามเขาหรือครับ กะจะกดขี่ จะกดหัวเขาหรือครับ หรือจะต้องให้เป็นเหมือนรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่บอกว่าวันนี้ไม่มีอารมณ์จะให้ ไว้เขา เห็นความดีของเราเมื่อไร ความหมายคือเลือกพรรคเขาเมื่อไรแล้วค่อยให้ อย่างนั้นหรือครับ ผมพูดญัตติเรื่องนี้ยอมรับว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วมีอารมณ์ความรู้สึกเจือปนอยู่ด้วย เพราะผม ทนไม่ได้ครับที่เห็นความอยุติธรรมของรัฐบาลนี้ที่กระทํากับคนไทยในประเทศนี้ซึ่งเป็นคน ในประเทศเดียวกัน รัฐบาลอื่นในโลกไม่เคยทํานะครับ ที่ทําคือรัฐบาลเผด็จการครับ รัฐบาล ประเทศไทยที่ผ่านมาหลายยุคไม่เคยมีการเลือกปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ จนกระทั่งรัฐบาล ชุดหนึ่งของพรรคไทยรักไทยที่บอกว่าจะพัฒนาให้เฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน อย่างนั้นใช่ไหมครับ ผมพูดมาจนกระทั่งถึงเวลานี้ไม่มีวี่แววนะครับที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จะมารับฟังอะไร แล้วพูดทําไมละครับว่ามีอะไรไปพูดกันในสภา มาพูดในสภา ต่อสู้ก็เอา ตํารวจลากเขาออกไป มาพูดก็ไม่มีคนมาฟัง เอากันอย่างนั้นหรือครับ จะจุดไฟกันใช่ไหมครับ จะเติมฟืนกันใช่ไหมครับ อยากเห็นการต่อสู้หรือครับ ผมถามเท่านี้ครับ แล้วอยากฟังคําตอบ ด้วยนะครับ