สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องปัญหาการกักเก็บน้ำในแหล่งธรรมชาติในจังหวัดชัยภูมิ โดยเรียกร้องการพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติให้ดีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำในจังหวัด และเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งน้ำเหล่านี้เพื่อรองรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของประชาชน

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะคะที่งวดนี้ดิฉันถามกระทู้ โดยที่ไม่ต้องรอเลื่อนไป ๓-๔ อาทิตย์ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดชัยภูมิว่าปัจจุบันนี้แหล่งกักเก็บน้ําตามธรรมชาติซึ่งต้องถือว่าเป็นสิ่งที่จําเป็นแล้วก็ สําคัญในการดําเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนนะคะ เกิดปัญหาขึ้นค่ะ เนื่องจากว่าจําเป็น จะต้องใช้น้ําในการอุปโภคบริโภค แล้วก็ทําการประกอบอาชีพทางการเกษตร ต้องยอมรับค่ะ ท่านประธานว่าประเทศไทยของเรานี้ เราได้ยินมาเยอะเลยค่ะท่านประธานว่าปัญหาภัยแล้ง น้ําท่วม มีทุกปีค่ะ โดยเฉพาะที่บ้านของดิฉันที่จังหวัดชัยภูมิค่ะ แม้กระทั่งปีนี้เองภัยแล้ง อาจจะเป็นข่าวโด่งดังมาก แต่น้ําท่วมเราก็ไม่พลาดค่ะ แล้วก็มีภัยน้ําท่วมเกิดขึ้นอีกเช่นกัน นะคะในปีนี้ ก็แน่นอนค่ะว่าเมื่อเกิดภัยแล้งขึ้นมาก็จะส่งผลทําให้พี่น้องประชาชนเกิด การขาดแคลนน้ํา ไม่ว่าจะเป็นน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภคหรือว่าทําการเกษตร น่าแปลกใจไหมคะ ท่านประธานที่บ้านดิฉันจังหวัดชัยภูมิมีน้ําไหลผ่านตอนหน้าฝน ๒,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ว่าไม่สามารถกักเก็บน้ําเอาไว้ใช้ได้ในยามหน้าแล้ง และที่สําคัญน้ําที่ไหลเยอะขนาดนี้ ก็ส่งผลทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมตามมา เนื่องจากอะไรคะ ก็เนื่องจากการที่ว่าไม่มีแหล่งกักเก็บน้ํา ซึ่งแน่นอนว่าเรายังไม่ได้ใช้แหล่งกักเก็บน้ําตามธรรมชาติที่มีอยู่อยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ อย่างสูงสุด ดิฉันไม่โทษหรอกค่ะเนื่องจากว่าแน่นอนชัยภูมิเรายังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ํา ขนาดใหญ่ ๆ ตามที่ทางกรมชลประทานได้มีการสํารวจว่าควรจะมี แต่ว่าอยากจะให้มีการพัฒนาปรับปรุงแหล่งกักเก็บน้ําตามธรรมชาติที่มีอยู่แล้วให้มี การพัฒนาที่ดีขึ้น เพื่อว่าตอนนี้ไปดูตามแหล่งน้ําธรรมชาติจะพบว่าเกิดสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถจะกักเก็บน้ําเอาไว้ค่อนข้างเยอะเกือบจะทั้งจังหวัดเลย และที่สําคัญปัญหาที่เกิด การสะสมก็เกิดจากการที่เมื่อน้ําฝนตกลงมาเกิดการพลัดดินของริมตลิ่งหรือว่าของภูเขา ลงมากับทางน้ําไหลหรือทางฝนตกลงมารวมในแม่น้ําก็เกิดการตื้นเขิน ภาพที่ ๑ เดี๋ยวดิฉัน จะบอกแล้วค่อยเปิด แล้วก็ที่สําคัญดินลงมาทําให้เกิดตะกอนเศษ ซากไม้ของต้นไม้ที่ตายไปก็ ลงมาทําให้เกิดความตื้นเขินนะคะ หรือไม่บางครั้งก็เกิดจากการที่สภาวะแวดล้อมในปัจจุบัน เราต้องยอมรับว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากก็ทําให้เกิดปัญหาตามมา แล้วก็ทําให้ ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ําเอาไว้ใช้ได้ค่ะ รวมถึงอันแรกค่ะท่านประธานก็คือบึงหนองบัวใหญ่ ตั้งอยู่ ที่ตําบลหนองบัวใหญ่ อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งน้ําที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ ในพื้นที่ของหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ แล้วก็หมู่ที่ ๑๐ ของตําบลหนองบัวใหญ่ ต้องบอกว่ามี พื้นที่ถึงประมาณ ๖๐๙ ไร่ แต่ว่าแหล่งน้ําแหล่งนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะแค่ตําบลหนองบัวใหญ่ อําเภอจัตุรัส แต่ยังรวมใช้ถึงพี่น้องอีกหลายตําบลค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตําบลบ้านกอก ตําบล หนองบัวบาน ตําบลส้มป่อย ตําบลละหาร พูดง่าย ๆ ค่ะ เกินครึ่งของอําเภอจัตุรัสต้องอาศัย น้ําจากแหล่งน้ํานี้นอกจากบึงละหาร ปัจจุบันพี่น้องประชาชนเขามาร้องเรียนกับดิฉันแล้วก็ บอกกับดิฉันว่าตอนนี้เกิดมีความตื้นเขินมีเศษวัชพืชปกคลุมเต็มพื้นที่ของบึงเลยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ขอภาพที่ ๑ ด้วยค่ะ ท่านประธานคะมองจากภาพจะเห็นว่าตอนนี้อีกด้านมุมหนึ่งมองไม่เห็นเลยค่ะว่ามีน้ํา อยู่ตรงไหนในบึงหนองบัวใหญ่ ภาพที่ ๒ ด้วยค่ะ นี่จะเป็นอีกฝั่งหนึ่งจะเห็นว่าเมื่อหน้าแล้ง ซึ่งดิฉันเองเพิ่งถ่ายภาพนี้ไม่เกิน ๒ อาทิตย์ จะพบว่าเราจะมีน้ําอยู่ตรงช่วงกลาง ซึ่งพี่น้อง ประชาชนก็ไม่สามารถที่จะลงไปใช้ได้ เนื่องจากบริเวณข้าง ๆ มีเศษสวะขึ้นมาเต็ม แล้วตอนนี้มีปัญหาที่ตามมาก็คือมีสัตว์มีพิษเข้าไปอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย ทําให้ พี่น้องเกิดปัญหามากเนื่องจากว่าเมื่อจะเข้าไปใช้ก็มีสัตว์มีพิษมารบกวนก่อให้เกิดได้รับ อันตรายนะคะ แล้วก็การที่พี่น้องประกอบอาชีพทําการเกษตรและทําการประมงโดยการเลี้ยง ปลา เพาะพันธุ์ปลาขาย ก็ทําให้เกิดภาวะปัญหาที่ตามมาคือเมื่อเกิดความตื้นเขินก็ไม่สามารถ ที่จะทําการเลี้ยงปลาได้ และที่สําคัญนะคะการที่มีวัชพืชเยอะค่ะท่านประธาน ทําให้น้ําเกิด เน่าเสียด้วยค่ะ ก็ไม่สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้ อันนี้จะเป็นอีกแหล่งน้ําหนึ่ง แล้วที่สําคัญค่ะ เมื่อไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ําไว้ใช้ในหน้าแล้งได้ค่ะท่านประธาน เมื่อมีฝนตกน้ําไหลมาก็จะ เอ่อเข้าท่วมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากว่ามีความตื้นเขินมาก ต้องยอมรับว่าบริเวณนี้เกิดน้ํา ท่วมเป็นเรื่องที่ชาวบ้าน บอกปีไหนไม่น้ําท่วมมันเกิดอะไรขึ้น เกิดน้ําท่วมขึ้นทุกปีและ ที่สําคัญนะคะท่านประธาน ต้องบอกว่าตรงบริเวณนี้ภัยแล้ง เมื่อเกิดแล้งเขาไม่สามารถทํา การเพาะปลูกได้ ไม่สามารถเลี้ยงปลาได้เนื่องจากไม่มีน้ํา ในหน้าฝนทําการเพาะปลูกได้ เลี้ยงปลา เพาะพันธุ์ปลาขายได้ แต่ไม่สามารถนําไปขายได้ เนื่องจากว่าเกิดความเสียหายจากการ ที่เกิดน้ําท่วม ก็ต้องเรียนถามท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วต้องบอกเลยค่ะท่านประธานว่าที่บึง หนองบัวใหญ่นี้พื้นที่ ๖๐๙ ไร่ เคยได้รับงบประมาณในการขุดลอกอยู่บ้าง ฟังแล้วอาจจะ น้อยนิดนะคะท่านประธาน ได้เพียง ๑๕ ไร่ จาก ๖๐๙ ไร่ ส่วนที่เหลืออีกเกือบ ๆ ๖๐๐ ไร่ ยังไม่เคยได้รับงบประมาณในการขุดลอกเลย ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่ามีรัฐมนตรีหลายท่านมีการลงไปดูพื้นที่ แล้วก็ให้คําหวานค่ะ ต้องบอกว่าเป็นคําหวานนะคะ กับพี่น้องประชาชนในตําบลหนองบัวใหญ่ว่าเดี๋ยวได้รับงบขุดลอกแน่นอน เดี๋ยวจะมี การปรับปรุงตรงบึงหนองบัวใหญ่ให้เป็นแก้มลิง ผ่านมาหลายรัฐมนตรีแล้วยังไม่เห็นรูปธรรมที่ เกิดขึ้นกับบึงหนองบัวใหญ่เลยค่ะ ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของคําถามค่ะ ก็อยากจะเรียนถามในข้อแรกว่ารัฐบาลนี้จะมีนโยบายในการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ํา ตามธรรมชาติให้สามารถกักเก็บน้ําในฤดูฝนได้อย่างเต็มที่เพื่อรองรับการประกอบอาชีพ เกษตรกรรมของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร

แล้วก็ต่อด้วยข้อ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็ด้วยภาพที่เมื่อครู่ท่านประธานเห็น นะคะว่าด้วยพื้นที่ของบึงหนองบัวใหญ่ที่ดิฉันเรียนแล้วว่ามีถึง ๖๐๙ ไร่ สามารถที่จะพัฒนา เป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ําได้ ก็เลยอยากจะเรียนถามว่ารัฐบาลจะมีแผนงานในการขุดลอก ปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ําหรือไม่ อย่างไร และที่สําคัญจะทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ หรือไม่ อย่างไร เนื่องจากต้องยอมรับค่ะรัฐมนตรีคนสุดท้ายที่ไปดูที่บึงหนองบัวใหญ่ไปรับปากพี่น้อง ประชาชนไว้ค่ะว่าจะได้งบประมาณในการขุดลอก ๒๕ ล้านบาท ดิฉันดูในเล่มงบประมาณ ของปี ๒๕๕๗ ยังไม่ปรากฏนะคะ ก็ขอเรียนถาม ๒ ข้อค่ะ ขอบพระคุณค่ะ