สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เสนอการแก้ไขปัญหาราคายางพารา โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการเจรจากับเกษตรกรและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหาทางออก และพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราด้วยเงิน 6 บาทต่อกิโลกรัมยางพารา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ได้กรุณาหยิบยกเอาประเด็นสําคัญ แล้วก็เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนขณะนี้มาปรึกษาหารือกันในสภา แม้ว่าวันนี้ผมจะ ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบกิจการด้านยางพาราโดยตรงแล้ว แต่ผมขอกราบเรียนในนามตัวแทน ของรัฐบาลนะครับว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้หลบลี้หนีหน้าหรือเพิกเฉยต่อปัญหาสถานการณ์ ราคายางพาราในสภาวันนี้แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าขณะนี้นะครับในช่วงเวลาตอนบ่ายมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น รองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ตลอดจนส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ เข้าประชุมเพื่อหารือให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาหาทางออก หาข้อสรุปของปัญหา กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวสวนยางพาราในพื้นที่ ภาคใต้ที่กําลังมีการชุมนุมกันอยู่ แล้วในบ่ายวันนี้ครับก็จะมีการแถลงข่าวความคืบหน้า รายละเอียดหรือรูปแบบการดําเนินการต่าง ๆ ผมนั่งทําหน้าที่ในการรับฟังคําอภิปรายของ เพื่อนสมาชิก จึงยังไม่สามารถรายงานความคืบหน้าล่าสุดของการประชุมชุดนั้นว่าเสร็จสิ้น เรียบร้อยหรือยัง แถลงข่าวหรือไม่ ผลสรุปเป็นประการใด แต่เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกก็คงจะได้ รับทราบทางสื่อสารมวลชนต่อไป ดังนั้นไม่ใช่ว่ารัฐบาลนําโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไม่สนใจ มารับฟัง ไม่สนใจในการร่วมมือกันแก้ปัญหา เรื่องนี้ผมขอยืนยันไว้เป็นประการต้น

ประการต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รวบรวมเอาข้อมูล สถานการณ์ราคายางพารา ตลอดจนมาตรการความช่วยเหลือที่รัฐบาลยื่นเป็นข้อเสนอ แล้วก็ มาตรการข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวสวนยางที่มีมายังรัฐบาล อยากจะอธิบายขยายความ ต่อเพื่อนสมาชิก ต่อพี่น้องประชาชน และต่อสื่อมวลชนในโอกาสนี้ด้วยโดยเวลากระชับ ท่านประธานครับ ประการแรกที่สําคัญผมอยากจะให้เกิดความเข้าใจตรงกันในข้อเท็จจริง เสียก่อนว่า มาตรการความช่วยเหลือที่รัฐบาลได้นําเสนอต่อพี่น้องเกษตรกรแล้วนําเข้าสู่ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. ในวันนี้นั้นไม่ใช่เป็นมาตรการที่ถูก อธิบายเปรียบเทียบโดยเพื่อนสมาชิก ซึ่งอ้างป้ายข้อความของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ชุมนุม ว่าขอหมูให้หมา ขอราคาให้ปุ๋ยแต่อย่างใด ถ้าฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกบางท่าน เมื่อสักครู่อาจจะเข้าใจไปได้ว่า ความช่วยเหลือหรือมาตรการเยียวยาเฉพาะหน้าที่รัฐบาล จัดสรรให้นั้นเป็นการเอาปัจจัยการผลิตหรือปุ๋ยไปมอบให้กับพี่น้องเกษตรกร จะปริมาณ กี่กระสอบหรือไม่ถึงกระสอบอย่างไร แต่สรุปว่าคนฟังอาจเข้าใจได้ว่าสิ่งที่จะได้ให้กับชาวสวน ยางพาราคือปุ๋ย ผมยืนยันว่าไม่ใช่ครับ มาตรการที่รัฐบาลเสนอออกมานั้นเป็นการอนุมัติ กรอบวงเงินเพื่อส่งเงินสดจากบัญชีของ ธ.ก.ส. เข้าบัญชีของเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยตรง เดิมคิดคุยสรุปกันมาว่าเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ครบถ้วน มีพื้นที่สวนยางพารา ไม่เกิน ๑๐ ไร่ ก็จะจัดให้ คํานวณมาแล้วไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ๑๐ ไร่ ก็เท่ากับ ๑๒,๖๐๐ บาท เป็นเงินสด ๆ และได้ทันที เปิดให้เกษตรกรไปขึ้นทะเบียนแสดงตนอยู่ ณ เวลานี้ ไม่ได้ให้เป็น ปัจจัยการผลิตอื่นแต่อย่างใด เมื่อเข้าใจอย่างนี้ชัดเจนแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมก็อยากจะ ขยายความโดยมีสูตรคํานวณทางวิชาการเรื่องปริมาณผลผลิตยางพารา เรื่องจํานวนวันกรีด คํานวณผลผลิตตั้งแต่วันนี้จนถึงฤดูปิดกรีดยังเพื่อนสมาชิกอีกครั้งประกอบความเข้าใจ ท่านประธานครับ งบประมาณที่รัฐบาลจะจัดสรรใส่บัญชีพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ๑๐ ไร่ ๑๒,๖๐๐ บาทนั้น มันมีฐานคิดฐานการคํานวณแบบนี้ครับ ข้อมูล ทางวิชาการเขาบอกว่ายางพารา ๑ ไร่จะให้ผลผลิตต่อวันประมาณ ๒ กิโลกรัม ใน ๑ เดือน ถ้าหากว่ามีการกรีดตีว่าให้เต็มที่ตัวเลขกลม ๆ ก็น่าจะได้ ๑๕ วันใน ๑ เดือน ขณะนี้เดือน กันยายน ๒๕๕๖ นับเนื่องไปจนถึงฤดูกาลที่ชาวสวนยางพาราส่วนใหญ่จะปิดกรีดก็น่าจะล่วงเข้า สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ นับจากตรงนี้ ๗ เดือนพอดี ท่านประธานที่เคารพ แล้วมติแรกบอกว่า จะชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ครอบครองยางพาราไม่เกิน ๑๐ ไร่ ดังนั้นเราก็จะมาหาผลผลิตจากสูตรทางวิชาการนี้ครับ ว่าพี่น้องที่มียางพาราประมาณ ๑๐ ไร่ ตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนมีนาคมท่านจะมีผลผลิตยางพาราเท่าไร ก็เอา ๒ กิโลกรัม คูณด้วย เดือนละ ๑๕ วัน คูณด้วย ๗ เดือน และคูณด้วย ๑๐ ไร่ จะได้เท่ากับท่านมีผลผลิตยางพารา ประมาณ ๒,๑๐๐ กิโลกรัม ผมเรียนท่านประธานในตอนต้นแล้วนะครับว่ามาตรการ ความช่วยเหลือ ๑๐ ไร่ รัฐบาลโอนเงินจาก ธ.ก.ส. สดตรง ๆ ถึงเกษตรกร ๑๒,๖๐๐ บาท ต่อราย เอา ๑๒,๖๐๐ บาทตั้ง เอา ๒,๑๐๐ กิโลกรัมหารจะได้เท่ากับรัฐบาลชดเชยเงิน ค่าผลผลิตยางพาราให้กับเกษตรกรกิโลกรัมละ ๖ บาท แต่เป็น ๖ บาทที่ได้ทันที ๖ บาท ที่ได้เดี๋ยวนี้เมื่อขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นครบถ้วนเรียบร้อย ราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ วันนี้ ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ๗๘.๕๘ บาท ถ้าบวกอีก ๖ บาทจากรัฐบาลก็จะได้เท่ากับ ๘๔.๕๘ บาท เพื่อนสมาชิกพูดผมเห็นด้วยตรงกันครับว่าสถานการณ์ราคายางพาราในตลาด ขณะนี้ปัจจัยชี้ไปในทางบวก สันนิษฐานอนุมานก็อาจเป็นได้ว่าในปลายสัปดาห์นี้ หรืออาจจะสัปดาห์หน้าราคายางพาราอาจจะทะลุเลยหลัก ๘๐ บาท หรือ ๘๐ บาทเศษ ก็บวก ๖ บาทไปตามราคาที่ปรากฏในตลาดจริง นี่คือสิ่งที่อยากจะขยายความให้กับพี่น้อง ประชาชนและให้กับเพื่อนสมาชิกได้มองเห็นภาพเปรียบเทียบและข้อเท็จจริงตรงนี้ ฉันใด ฉันนั้นเช่นเดียวกันท่านประธานครับ มีการเสนอว่า ๑๐ ไร่น้อยไป ไม่ครอบคลุมพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลรับฟัง มีการเสนอให้ขยายจาก ๑๐ ไร่ เป็น ๒๕ ไร่ รัฐบาลรับฟัง แล้วถ้าคิดคํานวณ จากฐาน ๒๕ ไร่ ก็เอา ๒ กิโลกรัมคูณด้วย ๑๕ วัน คูณด้วย ๗ เดือน คูณด้วยจํานวน ๒๕ ไร่ ก็จะได้เท่ากับ ๕,๒๕๐ กิโลกรัมใน ๗ เดือน หารด้วยจํานวนยอดรวม ถ้าจาก ๑๐ ไร่เดิม ขยายเป็น ๒๕ ไร่ ก็เท่ากับเงินชดเชยสด ๆ จากรัฐบาลจะไปถึงเกษตรกรโดยตรง ๓๑,๕๐๐ บาท เอา ๓๑,๕๐๐ บาทตั้ง เอา ๕,๒๕๐ กิโลกรัมหาร ก็ได้เท่ากับกิโลกรัมละ ๖ บาท เช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก แล้วก็พี่น้อง เกษตรกรสวนยางพาราทั่วประเทศ ดังนั้นนับจากนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ ราคา ยางพาราจะขยับตัวสูงขึ้นเท่าไรอย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดนี้จัดสรรเม็ดเงินช่วยเหลือเยียวยา แก้ปัญหาให้กับพี่น้องบวกกิโลกรัมละ ๖ บาทตลอดทาง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าพูดกัน ถึงความพยายาม ถ้าพูดกันถึงความทุ่มเทของรัฐบาลชุดนี้ต่อสถานการณ์ที่เป็นปัญหา เรื่องราคายางพาราของพี่น้องเกษตรกร เราไม่กล้าพูดหรอกครับว่าเราก็ทุ่มเทมากที่สุด ในประวัติการณ์ที่ผ่านมา เราพูดเช่นนั้นไม่ได้ เดี๋ยวก็จะเถียง เดี๋ยวจะโต้แย้ง กลายเป็นเรื่อง หาประโยชน์กันทางการเมือง แต่ผมกล้ายืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ทุ่มเท มุ่งมั่น แล้วก็มีความ ตั้งใจไม่น้อยหน้าไปกว่ารัฐบาลชุดไหน ๆ ผมกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ที่ลุกขึ้นอภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ท่านพูดความจริงว่ามี การชุมนุมเรียกร้องราคายางพาราเมื่อปลายปี ๒๕๕๔ แล้วก็มีการประชุมคณะกรรมการ นโยบายยางธรรมชาติ พี่น้องชาวสวนยางบอกว่ารัฐบาลต้องอนุมัติงบประมาณซื้อยางน้ํา ราคาในตลาด ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ผ่าน กนย. มาเข้า ครม. ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นวันแรกที่ผมทําหน้าที่ ท่านพูดเรื่องนี้แล้วท่านบอกว่าเป็นความจริง ผมขอขอบคุณ เมื่อมติ ครม. ออกมาเช่นนั้น ผมพบพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา เขาถามว่าโครงการนี้ทําอย่างไร ทิศทางไปทางไหน ผมก็ต้องพูดตามมติ ครม. จะพูดไปเป็นอื่นเดี๋ยวก็กลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ ผมก็ต้องบอกว่าเขาอนุมัติกรอบวงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อยางนําราคาในตลาด ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม เพราะเมื่อผมเข้าไปทําหน้าที่ มันสําเร็จรูปมาแล้วเช่นนั้น

ท่านประธานครับ ในระหว่างที่ผมปฏิบัติหน้าที่ ราคายางพาราบางช่วง ลงมาอยู่ที่ประมาณ ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลชุดนี้ครับซื้อยางนําราคาในตลาดสูงกว่าราคา ที่ปรากฏถึงประมาณ ๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ผมกล้ายืนยันว่านี่เป็นรัฐบาลชุดแรกที่กําหนด ราคานําตลาดให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางถึง ๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ใช้งบประมาณไปกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มียางในสต็อกรัฐบาลกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ตันอย่างที่ท่านอภิปราย เราพยายามครับ เราทําเต็มที่ แต่สถานการณ์แวดล้อมในเวทีเศรษฐกิจโลกมันไม่เอื้ออํานวย บริบททางเศรษฐกิจมันแตกต่างกับช่วง ๒-๓ ปีก่อนหน้านี้ ในที่สุดเมื่อรัฐบาลได้เดินหน้า มาตรการนี้สุดกําลัง และผมกราบเรียนผ่านท่านประธานนะครับว่าผมก็พยายามเต็มที่ในเรื่องนี้ แต่เมื่อเห็นว่ามาตรการนี้ไม่สอดคล้องต้องกับสถานการณ์ในภาพรวม พอเกิดการชุมนุม เกิดการเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรอีกครั้ง รัฐมนตรีที่ท่านเข้ามารับหน้าที่ในขณะนี้ ท่านก็เลยคิดสูตรในการช่วยเหลือเยียวยาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องชาวสวนยาง ขึ้นมาใหม่ ก็ได้เป็นสูตรนี้แล้วผมก็ถอดมาให้เห็นว่าเท่ากับ ๖ บาทต่อกิโลกรัม อย่างที่ กราบเรียนผ่านท่านประธานแล้ว ท่านประธานครับ พี่น้องเกษตรกรบอกว่าสถานการณ์ ราคายามนี้การคิดค่าธรรมเนียมส่งออกหรือเก็บเงินเซสส์ให้หยุดไปก่อนได้ไหม บางท่านเรียกร้องถึงขั้นว่าให้หยุด ให้เลิกไปเลย ไม่ต้องเก็บกันอีกต่อไป รัฐบาลก็รับฟังครับ ไม่ใช่ไม่รับฟัง เพียงแต่ว่าถ้าประกาศเลิกไปเลยก็จะไปกระทบกับกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง แล้วก็จะกระทบกับอุตสาหกรรมยางในภาพรวมขึ้นมาได้ อีกไม่นานเราก็จะมี พ.ร.บ. การยางออกมา จะมีการยางแห่งประเทศไทย ดังนั้นคุยกันเสร็จ รัฐบาลรับข้อเสนอ ก็ประกาศทันทีครับว่าจะยุติการเก็บเงินเซสส์ในเดือนกันยายนนี้จนถึงสิ้นปี ๒๕๕๖ แล้วก็ ทําแล้ว แล้วนี่ก็จะเป็นปัจจัยบวกอย่างหนึ่งในการผลักดันให้ราคายางในตลาดขยับตัวสูงขึ้น ต่อเนื่องหลายวันติดต่อกันแล้วครับท่านประธาน นี่คือความพยายาม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็ปรากฏตามที่ท่านเห็นนี่ละครับ ระยะยาว ท่านเรียกร้องให้มีการเพิ่มปริมาณการใช้ยาง ในประเทศ รัฐบาลก็ทําอยู่ การผลักดันถนนยางพารา การยกเลิกประกาศของกระทรวง สาธารณสุขที่กําหนดให้ถุงมือยางเป็นเครื่องมือแพทย์ ผมก็ไปผลักดันโดยกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขขณะนั้น ท่านวิทยา บุรณศิริ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็มีการอนุมัติ และวันนี้ผม สอบถามข้อมูลจากนายกสมาคมถุงมือยาง ท่านก็บอกว่าพอปลดประกาศตัวนี้ออกก็ทําให้ การบริโภคยางภายในประเทศในอุตสาหกรรมถุงมือยางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมบอกว่า ขอตัวเลขเป็นทางการได้ไหมท่านนายกสมาคม ผมจะได้นําเรียนต่อท่านประธาน ท่าน นายกสมาคมบอกว่ายังไม่ได้มีการทําสรุปตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ประมาณการคร่าว ๆ น่าจะขยายตัวขึ้นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ท่านว่าอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจใยดีข้อเสนอ ของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อเรียกร้อง แล้วก็ไปพิจารณา ข้อเสนอของตัวเอง ก็อยากจะให้ท่านได้ปรับวิธีคิดแล้วเปิดใจให้กว้าง ท่านจะมองเห็นว่า เมื่อรัฐบาลเห็นว่ามาตรการแบบเดิมไม่น่าจะได้ผลในสถานการณ์นี้แล้ว ก็เสนอมาตรการ แบบใหม่ แล้วการใช้วิธีการนี้นอกเหนือจากเม็ดเงินจะถึงเกษตรกรชาวสวนยางพาราโดยตรง แล้วยังเป็นการปิดช่องทางให้กับพ่อค้านายทุนเห็นแก่ได้บางคน บางกลุ่ม ถ้าจะมี ที่ไป กว้านซื้อยางพาราไว้ในตลาด แล้วเก็บไว้ในสต็อก อ่านเกมกันว่าถ้าพี่น้องชาวสวนยางพารา ออกมาเรียกร้อง รัฐบาลประกาศราคา กําหนดเป้าหมายนําแล้วก็ซื้อในราคาที่สูงกว่า ท้องตลาดมาก ๆ ก็จะเทยางพารานั้นออกมาขาย ฟันกําไรไปเนื้อ ๆ ก่อนในยกที่ ๑ ถ้าจะมี นะครับ ก็ปิดช่องทางนี้เอาไว้ด้วย ให้ประโยชน์แท้จริงเป็นของประชาชน ให้ประโยชน์ แท้จริงเป็นของเกษตรกรชาวสวนยางพารา ปิดทางนายทุนเห็นแก่ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลคิด

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าเพื่อนสมาชิก พยายามอธิบายว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่สนใจเกษตรกรชาวสวนยางพารา เป็นเพราะว่าพี่น้อง ชาวสวนยางพาราที่ชุมนุมอยู่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อิทธิพลทางการเมืองของรัฐบาล เอาง่าย ๆ ว่า พี่น้องชาวสวนยางพาราส่วนใหญ่อยู่ปักษ์ใต้ ไม่ได้อยู่ทางอีสาน ไม่ได้อยู่ทางเหนือ รัฐบาล เลยไม่ใส่ใจ ผมยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แล้วผมต้องพูดให้ชัดปรากฏในสภาผู้แทนราษฎรนี้

ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยทั่วทุกภาคมีพื้นที่ปลูกยางพารา ถ้าท่านประธานติดตามข่าว มีการออกมาแถลงข่าว มีการออกมาเรียกร้อง มีการประกาศ จะชุมนุมปิดถนนของเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ นัดวันดีเดย์ ๓ กันยายน ที่ผ่านมา นี่คือความจริง หลังจากรัฐบาลเสนอ มาตรการ พยายามเจรจา พยายามพูดคุยทําความเข้าใจ ในที่สุดหลายภูมิภาครับได้ รอที่ดู ความคืบหน้าก็ไม่ออกมาชุมนุม ยังคงเหลือพี่น้องจากภาคใต้ ก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องทํา ต่อไป มันไม่มีรัฐบาลชุดไหนหรอกครับจะไปแบ่งแยกว่าถ้าประชาชนอยู่ภาคนั้นแล้วไม่ช่วย ประชาชนอยู่ภาคนี้แล้วไม่สนใจ รัฐบาลชุดนี้แม้ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนในการเลือกตั้งจาก พี่น้องชาวภาคใต้ไม่มากนัก แต่เมื่อเข้ามาทําหน้าที่ เรายืนยันว่าเป็นรัฐบาลของคนทั้ง ประเทศ ประชาชนเลือกนักการเมืองได้ แต่นักการเมืองเลือกประชาชนไม่ได้ครับ ท่านประธาน และมาตรการที่ออกมาไม่ว่าจะตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่ ไม่ว่าจะเป็นงดเก็บค่าเซสส์หรืออื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เกิดผลร่วมกัน พร้อมกันกับชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ

ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านก็หยิบยก คําให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือฝ่ายการเมืองในรัฐบาล บอกว่าไปยัดเยียดพี่น้องที่ชุมนุม อยู่ว่าเป็นม็อบการเมือง ทําให้พี่น้องเสียหาย ผมก็เรียนท่านประธานนะครับว่าผมไม่ทราบว่า ใครแสดงความเห็นไว้อย่างไรบ้าง แต่ในนามของรัฐบาลและส่วนตัวของผม ผมเห็นว่า การชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่พี่น้องมีเสรีภาพ ในการแสดงออกได้ ผมกังวลอย่างเดียวว่าอย่าให้มีบางฝ่ายพยายามไปสร้างสถานการณ์ ทางการเมืองซ้อนกับปัญหาของเกษตรกรเท่านั้นครับ ผมมั่นใจว่าเกษตรกรที่เขาเดือดร้อน มีครับ ผมมั่นใจว่าชาวสวนยางพาราที่เขาได้รับผลกระทบและวิตกกังวลกับระดับราคามี และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องรับฟังแล้วก็แก้ปัญหา