ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา การแก้ปัญหาราคาข้าว ยางพารา ข้าวโพด อ้อย และมันสําปะหลังราคาตกต่ํา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ต่อด้วยเรื่องเสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา การแก้ปัญหาราคาข้าว ยางพารา ข้าวโพด อ้อย และมันสําปะหลังราคาตกต่ํา ซึ่งด้วยปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีการเพาะปลูกพืช หลายชนิด ภาคอีสานก็ปลูกข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสําปะหลัง ภาคเหนือก็ปลูกข้าวโพด ลําไย ลิ้นจี่ ยางพารา ภาคใต้ก็ปลูกปาล์มน้ํามัน ยางพารา ภาคกลางก็ปลูกข้าว ภาคตะวันออกก็ปลูกเงาะ ทุเรียน มังคุด ก็เป็นปัญหามาตลอด ซึ่งรัฐบาลใด ๆ ก็พยายามจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเกษตรกร เป็นกระดูก สันหลังของชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมเสนอญัตติ ก็จึงอยากจะ กราบเรียนว่าวันนี้ครอบครัวของเราก็คือประเทศไทย เรามีพ่อมีแม่ซึ่งผลัดเปลี่ยนเวียนกัน มาเป็นมาเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ซึ่งในวันก่อนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีพ่อชื่อ อภิสิทธิ์ ก็มีโครงการประกันรายได้ก็บอกว่าจะซื้อข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ ๑๕ บาท พอถึงเวลาจริง ๆ เกษตรกรก็เอาข้าวไปขาย เขาก็บอกว่าถ้าอยากได้ ๑๕ บาท ก็ไปขายให้ วิทยุกับโทรทัศน์ที่ท่านอภิสิทธิ์บอก สุดท้ายก็ขายได้ ๑๓ บาท รัฐบาลก็เอาเงินไปช่วย ก็คือเป็นเงินส่วนต่างอีก ๒ บาทต่อกิโลกรัม ชาวบ้านก็ดีใจนึกว่าได้เงินฟรี ๆ ที่รัฐบาลโอนเข้า ธ.ก.ส. ให้ เป็นเงินที่ขายข้าวไม่พอ เพราะขายได้ ๑๓ บาท บวกอีก ๒ บาท เป็น ๑๕ บาท พอวันเปลี่ยน รัฐบาลครับ เราก็มีแม่ชื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็เปลี่ยนใหม่ จากประกัน รายได้มาเป็นรับจํานํา เราก็บอกว่าถ้าอยากได้ข้าวมีราคา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็จะจํานําข้าว โดยข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ ๒๐ บาท พอฤดูกาลเก็บเกี่ยวเสร็จโรงสีก็พยายามที่จะเร่งเอา ข้าวเข้าโรงสีก็จะบอก ๑๖ บาทขายไหม ไม่ขาย ๑๗ บาทขายไหม ไม่ขาย ๑๘ บาทขายไหม ไม่ขาย ถ้าไม่มีใครซื้อถึง ๒๐ บาท ก็เอามาจํานํากับแม่ไว้ก็คือตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นนโยบายของรัฐบาลแต่ละรัฐบาลซึ่งแตกต่างกัน วันนี้เรามีพี่คนโตครับซึ่งรับราชการ เรามีพี่คนรองซึ่งเป็นพ่อค้าคนขายของ เรามีน้องคนเล็กที่ทําการเกษตร แม่ก็ต้องเอาใจทุกคน ครับ วันนี้น้องคนเล็กเป็นเกษตรกรที่ปลูกยางพารา เป็นเกษตรกรที่ทํานา เป็นเกษตรกร ที่ปลูกปาล์มน้ํามัน เป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด เป็นเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลัง ต่างคนต่างทํา ถามว่าวันนี้พืชเกษตรที่ต้องปลูกทุกปีคือข้าว มันสําปะหลัง ยางพาราปลูก ครั้งเดียว ๒๕ ปีถึงตัด ปัญหามันก็เกิดขึ้นว่าความพอใจอยู่ที่ไหน รัฐบาลช่วยได้อย่างไรบ้าง คงไม่พอใจ เพราะวันนี้รัฐบาลจํานําข้าว ๒๐ บาท คนอีสานเขาบอกผมไม่พอใจ เพราะคน ภาคกลางทํานาได้ ๒ ครั้ง จํานําข้าวได้ ๒ รอบ ผมทํานาที่อีสานผลผลิตต่อไร่๓๘๐ กิโลกรัม ๑๐ ไร่ ได้ ๓,๘๐๐ จํานําได้ครั้งเดียวได้ ๗๒,๐๐๐ แล้วน้องคนที่อยู่ภาคกลางทํานาและ จํานําข้าวกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๑๐ ไร่ ได้ ๘ ตัน ได้ ๑๒๐,๐๐๐ ๒ รอบได้ ๒๔๐,๐๐๐ ทําไม ผมเสียเปรียบคนภาคกลาง วันนี้คนที่ปลูกยางพาราก็พยายามบอกว่า๘๐ บาทไม่พอ ขาดทุน แต่คนอีสานบ้านผมอุบลราชธานี จังหวัดเลยท่านวันชัย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุดรธานี เขาบอกว่า ๘๐ บาทถือว่ากําไรมาก แต่ถ้าได้เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี ถามว่าวันนี้ รัฐบาลแก้ไขปัญหาตรงจุดเกาถูกที่คันก็คือ เมื่อเราขยับราคาขึ้นไม่ได้ เพราะวันนี้ ๘๐ บาท พี่คนรองที่ประกอบอุตสาหกรรมเขาซื้อไปลงทุนไปทําได้แล้วขายได้เขาถึงจะซื้อ แต่ถ้าซื้อ ๑๐๐ บาท ๑๒๐ บาท ไปทําแล้วมันขาดทุน เขาต้องไปซื้อยางเทียมมาทํา ยางพาราก็ไม่ได้ ขาย วันนี้เขาจึงซื้อ๘๐ บาท แต่เราก็ช่วยเกษตรกรอยู่ว่า เอาละ เมื่อเราซื้อเกิน ๘๐ บาท ไม่ได้ เราก็ช่วยลดต้นทุนครับ ก็คือให้ปุ๋ยไปใส่ คุณก็ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ย ขาย ๘๐ บาทได้ ก็ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ย เพราะแม่เอาปุ๋ยไปให้แล้วไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ซึ่งเกษตรกร ๑ คนมี ๒๕ ไร่ ก็จะได้เงินประมาณรายละ ๓๑,๕๐๐ บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่เกาถูกที่คัน เราลดรายจ่าย เราเพิ่มรายได้ เราขยายโอกาส ซึ่งวันนี้เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย เราลดรายจ่ายอย่างไรครับ ก็คือวันนี้รัฐบาลมีบัตรเครดิตเกษตรกรให้กับเกษตรทุกคนให้ไปซื้อปุ๋ยราคาถูก โดยยกเว้น ดอกเบี้ย ๑๕๐ วัน ท่านทําไป ๆ นะครับ วันนี้เพิ่มรายได้ ยกตัวอย่างเช่น วันที่รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ประกันรายได้ข้าวหอมมะลิ ๑๕ บาท ขายได้ ๑๓ บาท ได้ส่วนต่าง๒ บาท เป็น ๑๕ บาท พรรคเพื่อไทยจํานําข้าว ๒๐ บาท ก็เพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ ๕ บาท ทํานาได้ ๑๐ ตัน ก็เพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ บาท ก็คือเพิ่มรายได้ แล้วก็ขยายโอกาส ก็คือ พักชําระหนี้ ธ.ก.ส. วันนี้ใครเป็นหนี้ ธ.ก.ส. ก็เหมือนกับคนป่วยครับ คนที่ป่วยน้อยยืมไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ครบรอบปีก็นําเงินแสนมาคืนพร้อมดอกเบี้ย ดอกเบี้ยร้อยละ ๖ เราลดให้ ครึ่งหนึ่งในฐานะที่คุณเป็นลูกค้าที่ดี คนที่ ๒ ที่ป่วยขนาดกลาง ต้นไม่มี ให้คุณนําดอกเบี้ยมา คืน เราลดให้ครึ่งหนึ่ง คนที่ป่วยมาก เตรียมเข้าไอซียู (ICU) ต้นไม่มี ดอกไม่มี คุณก็ไม่ต้อง จ่าย ก็พักหนี้ไป ๓ ปี ให้คุณไปทําอาชีพคุณ แล้วคุณฟื้น คุณลุกได้ คุณค่อยเอาสตางค์มาจ่าย นี่คือนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส วันนี้ต้อง ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสนใจที่ผู้แทนราษฎรนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด ในที่ประชุมสภา บอกว่าวันนี้ราคายางมีปัญหา แม่คือนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็พยายามที่จะ ไปต่างประเทศ ไปหาสตางค์ ไปหาขายยาง ไปหาขายมันสําปะหลัง ไปหาขายข้าวโพด วันนี้ เราอยู่ในสภาเรามาคุยกัน วันนี้ไม่ใช่เอะอะก็จะเรียกหาแต่นายกรัฐมนตรี กําลังจะขึ้น เครื่องบินไปขายยางพารา กําลังจะขึ้นเครื่องบินไปขายมันสําปะหลัง ต้องรีบวิ่งกลับมาสภา เพราะว่าฝ่ายค้านเรียกหาแม่ไปไหน ๆ นี่นะครับ ก็อยากจะฝากว่าวันนี้ขอโอกาสให้แม่ไปขาย ของหน่อยนะครับ แล้วจะได้สตางค์กลับมา คุณอยากได้เท่าไร เมื่อแม่รวย ลูกก็สบาย ถ้าแม่จนลูกก็ลําบากนะครับ อยากจะฝากแค่นี้ ขอบคุณครับ