เทพไท เสนพงศ์ อภิปรายเรื่องราคายางพาราตกต่ำและสินค้าแพง และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่สนใจปัญหาของเกษตรกร โดยเสนอวิธีแก้ปัญหาคืออุดหนุนต้นทุนการผลิตให้ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยาง แต่เขาคิดว่าเงินนี้ไม่ได้ถึงมือของลูกจ้างในสวนยาง และไม่เท่ากับราคายางพาราในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะขอ อภิปรายญัตติเกี่ยวกับราคายางพาราตกต่ําและสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน สิ่งที่ผมจะอภิปราย ในวันนี้ผมไม่ได้เรียกหาท่านนายกรัฐมนตรีให้มาฟังคําอภิปรายของผม เพราะผมเชื่อว่า เมื่อท่านฟังแล้วท่านก็อาจจะไม่เข้าใจ แล้วก็ท่านไม่สามารถที่จะนําไปแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนได้ แต่ว่าสิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านประธานในห้วงเวลาที่จํากัด ผมในฐานะ เป็นผู้แทนราษฎรที่มาจากพื้นที่ที่ปลูกยาง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีม็อบชุมนุม อยู่ในเขตพื้นที่ กําลังปิดถนนอยู่ที่สี่แยกหนองดี ทางเข้าอําเภอทุ่งใหญ่ด้วยในขณะนี้ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าความล้มเหลวของการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ใน ๓-๔ ประเด็น
เรื่องแรก เห็นได้ชัดครับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจการชุมนุมของพี่น้อง เกษตรกรที่มีความเดือดร้อนในเรื่องราคาของยางพารา ถ้าท่านประธานจําได้ท่านประธาน ก็จะเห็นว่ามีการชุมนุมตั้งแต่วันที่ ๒๓ ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เป็นเวลา ๑๑-๑๒ วัน ท่านประธาน ก็จะเห็นว่ามีการขยับของรัฐบาลเมื่อวาน เมื่อคืนวาน เมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วก็วันนี้ครับ ที่ค่อนข้างที่จะชัดเจน นอกนั้นก็เป็นการประท้วงชุมนุม เป็นเรื่องของเกษตรกรกับพี่น้อง ชาวภาคใต้ เสมือนกับว่าภาคใต้เป็นรัฐอิสระ รัฐบาลไม่สนใจ เป็นไปได้อย่างไรครับ มีการ ปิดถนน ปิดทางรถไฟเป็นเวลา ๑๐ วัน ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งไป ตรวจราชการอยู่หลายพื้นที่ ไม่ได้ไปตรวจราชการ ไม่ได้ไปดูปัญหาตรงนี้เลย พี่น้อง ประชาชนปิดถนนทางสัญจรไปมาติดต่อกันไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนแก้ปัญหากันเอง เกลียดชังกันเอง ขัดแย้งกันเอง ซึ่งเข้าลักษณะ ที่บอกว่า แบ่งแยกและปกครองจริง ๆ ครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ที่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจปัญหาของพี่น้องเกษตรกรก็คือว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรเลย ข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกร ที่ขอราคายางกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ถ้าถามว่าเป็นการขอที่มากไหมครับท่านประธาน
- ๙๐/๑ ถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกษตรกรเคยได้มาในอดีต มันไม่มากเลยครับ เพราะเขาเคยได้ ราคายางพาราที่เขาเคยขายในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาทครับท่านประธาน ในบางช่วงมีการขายถึง ๑๘๐ บาท หรือ ๒๐๐ บาทก็มีในเขตเลือกตั้งของผม และวันนี้ ราคายางพารามันลงมาเหลือ ๖๐ บาท ๖๐ กว่าบาท ถ้าเป็นท่านประธาน ท่านประธาน จะอยู่ได้ไหมครับ ในวันที่ขายยางพาราได้กิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท หมูกิโลกรัมละ ๘๐ บาท ในวันที่ขายยางพาราได้กิโลกรัมละ ๖๐ บาท ๗๐ บาท หมูกิโลกรัมละ ๑๔๐ บาท มันสวนทางกันได้ชัดครับ รัฐบาลก็พยายามที่จะออกมาพูดออกมาชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องของ กลไกตลาดโลก มันเป็นปัญหาที่รัฐบาลแก้ไขไม่ได้ หลายคนก็ยกตัวอย่างครับว่าราคา ของยางพาราเปรียบเทียบกับยุครัฐบาลชวนกับรัฐบาลชุดนี้มันต่างกัน ผมถามท่านประธาน ว่าเขาเปรียบเทียบอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าไปเอายุคของท่านชวนมาเปรียบเทียบกับราคา ยางพาราในยุคของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ท่านประธานต้องถามว่าในยุคนั้นทองบาทละ กี่สตางค์ ไข่ใบละกี่สตางค์ กี่บาท ถ้าเปรียบเทียบขนาดนั้นได้ผมก็ถามว่าทําไม ไม่ไปยกตัวอย่างในกรณีเปรียบเทียบราคายางพาราในยุคของพระยาพหลพลพยุหเสนาโน่น มาเปรียบเทียบได้ สิ่งที่อยากจะเปรียบเทียบต้องเปรียบเทียบรัฐบาลที่ใกล้เคียงกันท่านประธาน ก็คือรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ วันนี้ก็มาถามบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์เจอภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ท่านประธานจําได้ครับ แฮมเบอร์เกอร์ ไครสิส (Hamburger Crisis) นั่นก็คือปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกันครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาในช่วงเดือนธันวาคม ราคายางในยุคนั้นส่งมอบราคา ให้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์จากตัวเลขของที่มาของตลาดยางพาราอําเภอหาดใหญ่กิโลกรัมละ ๓๘.๙๙ บาท แล้วก็มีการไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ครับ ถ้าท่านประธานจําได้ในขณะนั้น ประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติของรัฐบาลอภิสิทธิ์ คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศว่าอย่างไรก็ตามยางพาราจะต้องกิโลกรัมละไม่ต่ํากว่า ๘๐ บาท ผมในฐานะ ผู้แทนราษฎรในพื้นที่ที่มียางพารามาก ผมรู้สึกหวั่นไหวมากว่าถ้าไม่ถึงแล้วจะเป็นปัญหา กับ ส.ส. ในเขตพื้นที่ครับ แต่ด้วยความพยายามของรัฐบาลในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านประธานก็ได้เห็นว่าราคายางพาราก็ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ ครับ จนปี ๒๕๕๓ ในช่วง เดือนเมษายนครับ เดือนมีนาคม ราคายางทะลุ ๑๐๐ บาท เป็นไปตามแผนงานที่รัฐบาล อภิสิทธิ์ได้วางไว้ แล้วก็สูงสุดจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กิโลกรัมละ ๑๘๐.๕๓ บาท ในช่วงนี้บางพื้นที่ก็มีการขายยางพารากิโลกรัมละ ๒๐๐ บาทก็มีครับ เพื่อจะชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าวันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์หมดอํานาจ ราคายางพาราก็ไม่ได้ตกต่ําขนาดนี้ครับ มีการเปลี่ยนผ่านมายังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในช่วงเดือนกันยายน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ราคายางในวันแรกที่เข้ารับตําแหน่งก็คือ ๑๓๐.๓๐ บาท และถึงวันนี้ท่านประธาน เหลือเท่าไรครับ เหลือ ๖๐ กว่าบาท ๗๐ กว่าบาท ถามว่าประชาชนเขารู้สึกอย่างไร ชาวสวนยางรู้สึกอย่างไร เขาก็อยากจะได้ ๑๒๐ บาท ถามว่ามากไปไหม ก็ไม่ได้มากครับ ท่านประธาน ถ้าคิดเทียบกับอัตราค่าครองชีพในยุคปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าเป็นข้อเรียกร้อง ที่สมเหตุสมผลและรัฐบาลก็พึงที่จะต้องสนองความต้องการของพี่น้องชาวสวนยางครับ แต่รัฐบาลพยายามที่จะกลับแก้ปัญหาด้วยวิธีการอุดหนุนต้นทุนการผลิตให้ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ต่อไร่ ต้องถามท่านประธานครับ ๑,๒๖๐ บาทต่อไร่นี่มันได้เฉพาะเจ้าของสวนยางนะครับ คนรับจ้างกรีดยางเขาไม่ได้ เขาไม่ได้ส่วนแบ่งนะครับ ถ้าท่านประธานเป็นเจ้าของ สวนยางท่านประธานก็จะรู้ว่าสูตรการแบ่งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่เขาเรียกว่า หกสี่ขี้ปัน มันเป็นสํานวนหกสี่ขี้ปัน ถ้าท่านประธานไม่เข้าใจ คืนนี้รายการสายล่อฟ้าผมเปิดเอ็มวี (MV) เพลงนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานไปฟังได้นะครับ หกสี่ขี้ปัน หกก็คือเจ้าของสวนยางได้ ๖ ส่วนครับ ลูกจ้างได้ ๔ ส่วน ขี้ยางพาราหรือเศษยางพารา ยางพาราก้นถ้วยเขาเรียกขี้ยาง ปันกันแบ่งกันคนละครึ่ง นี่คือสูตรของชาวสวนยางหกสี่ขี้ปัน แต่เมื่อรัฐบาลอุดหนุนให้ ไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้มันไม่ได้อยู่ในอัตราหกสี่ขี้ปันหรอกครับ มัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นของเถ้าแก่สวนยาง เพราะฉะนั้นการที่จะไปอุดหนุนต้นทุนการผลิต นี่มันไม่ถึงมือลูกจ้างในสวนยางครับ แต่ว่าในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ครับ ยางราคากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ไม่ว่านายจ้างหรือลูกจ้างขายได้เท่ากันครับ ไม่ว่ายางพาราขโมยไปหรือยางพารา เอามาจากไหนก็แล้วแต่นะครับ ราคามาตรฐานคือเท่าเทียมกันหมดครับ อันนี้ละคือสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องการครับ เมื่อกี้รัฐมนตรีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาพูดว่าเมื่อเอาเงิน อุดหนุนต้นทุนการผลิตไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ในจํานวน ๑๐ ไร่ หรือจํานวน ๒๕ ไร่ตามที่ รัฐบาลพยายามจะทวงบุญคุณว่ามีน้ําใจเพิ่มขึ้นตามมติ กนย. ในวันนี้ ก็ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่ากิโลกรัมละ ๖ บาท เพิ่มขึ้นมามันจะช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้แค่ไหนครับท่านประธาน มันไม่ได้เลยครับเมื่อเปรียบกับส่วนต่างในขณะนี้ที่กิโลกรัมละ ๗๐ บาท แล้วก็ชาวสวนยางเรียกร้องกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท มันต่างกันตั้ง ๕๐ บาทครับ มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ กิโลกรัมละ ๖ บาท กับ ๕๐ บาทที่เขาหายไป อันนี้ละครับ ท่านประธานที่เป็นปัญหาครับ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้นอกจากที่จะไม่สนองตอบต่อ ข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนชาวสวนยางแล้ว ต้องเรียนกับท่านประธานว่านอกจาก ไม่ช่วยแล้วยังตบหน้าเกษตรกรชาวสวนยางด้วย ๒ เรื่องชัด ๆ ที่เห็นครับ ด้วยมติ ครม. ครับ เรื่องแรกเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ครับท่านประธานครับ ตบหน้าชาวสวนยางโดยมีมติสนับสนุน โครงการจํานําข้าวนาปีตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท นาปรัง ๑๓,๐๐๐ บาท โดยที่ไม่พูดถึงเรื่อง สวนยางเลยที่จะอุดหนุนกันอย่างไร กับมติที่ ๒ ที่ตบหน้าก็คือวันนี้ครับ คือยันยันที่จะ อุดหนุนต้นทุนการผลิตไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท แต่ว่าเพิ่มเป็น ๒๕ ไร่ ในขณะที่ปฏิเสธข้อเสนอ ของเกษตรกรไร่ละ ๑๐๐ บาท ซึ่งก็ลดราคาลงมาแล้วนะท่านประธาน จาก ๑๒๐ บาท เหลือ ๑๐๐ บาท แต่รัฐบาลก็ไม่มีน้ําใจที่จะสนองความต้องการของพี่น้องเกษตรกรครับ เมื่อวานครับท่านรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้เชิญชาวสวนยางมาชี้แจง ผมถามท่านประธานจริง ๆ ถ้าหากว่ารัฐบาลจริงใจที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง คนระดับ รองนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวบินไปเจรจา ไม่จําเป็นต้องนําแกนนําเกษตรกรมา ๒๐ กว่าคนให้มันเป็นภาระ แล้ววันนี้นะครับหลังจากเมื่อคืนนี้ล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด วันนี้ครับ รัฐบาลก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขราคายางครับ ก็เหมือนกับรองนายกรัฐมนตรียุคล ได้อ่านเมื่อกี้ครับ ทั้งหมดมี ๑๐ คนครับ ใน ๑๐ คนที่เห็นนี้รายชื่อทั้งหมดครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นอนาคตชาวสวนยางพาราจริง ๆ นะครับกับกรรมการชุดนี้ครับ ล้วนแล้วแต่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมาแล้วทั้งสิ้น ตั้งคุณประชา พรหมนอก เป็นประธาน ผมถามครับท่านประธาน ท่านประชามีความรู้เรื่อง อะไรเกี่ยวกับเรื่องยางพารา ยกเว้นเรื่องการไปสลายการชุมนุม ผมคิดว่าท่านมีความสามารถ เมื่อเช้าท่านมาตอบกระทู้ ทัศนคติของท่าน ๆ ยังบอกเลยนักการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบนี้ ทัศนคติแบบนี้คนมาเป็นประธานตั้งได้หรือครับ คนที่เป็นรองประธาน รองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ คนที่ ๒ ครับ เมื่อคืนก็ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่ามาแล้ว ปัดก้นหนีผู้ชุมนุมมาแล้ว แกนนําของผู้ชุมนุมแล้ว นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ผมพูดจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเห็นใจ ครับ ท่านไม่มีความรู้เรื่องยางพารา แต่ว่าท่านก็มารับเผือกร้อนจากรัฐบาลนะครับ รัฐบาลเองที่ผ่านมาก็รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งสิ้น วันนี้ก็เปลี่ยนผ่าน โยนมาให้กับคุณยุคล คุณยุคลนี้ท่านประธาน บอกท่านประธานนะครับ ท่านเป็นอธิบดีกรมปศุสัตว์ เรียนจบปศุสัตว์มา ผมรู้ท่านดีครับ ท่านรู้เฉพาะเรื่องตอนวัว ตอนควายนะครับท่านประธาน ฉีดยาให้หมู ให้ไก่ ให้เป็ด อันนี้ได้ครับ แก้ปัญหายางพารานี้ผมว่ายากนะครับท่านประธาน นี่ตั้งมาเป็นกรรมการ ท่านวราเทพก็เห็นอยู่ครับ ที่นั่งอยู่นี่ ภาพดีมากนะครับ แต่ว่าแก้ปัญหา ผมยังไม่เห็นฝีมือเลยท่านประธาน เป็นยาสามัญประจําบ้านของรัฐบาลชุดนี้ครับ เป็น รัฐมนตรีถ่างขาอยู่ ๒ กระทรวง นอกนั้นก็ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ กรรมการ เลขาธิการกรรมการลงทุน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ๒ ท่านนะครับ ที่ไปเจรจากับม็อบ แล้วก็ไม่มีข้อเสนอไม่มีอะไรคืบหน้า มาเป็นเลขาธิการ แล้วถามว่า ใน ๑๐ คน รัฐมนตรีที่มาพูดฉอด ฉอด ฉอดเมื่อสักครู่ละครับ รัฐมนตรีคนนั้นเก่งนักหนา ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่แต่งตั้งเข้าไปอยู่ในกรรมการชุดนี้ด้วยครับ เป็นคนบ้านผมโดยแท้ นะครับ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่านประธานครับ แต่ว่าเป็นที่รู้กันอยู่ว่าถ้าหากว่ารัฐบาล แต่งตั้งคน ๑๐ คนนี้ คนที่เก่งนักเก่งหนาเมื่อสักครู่นี้ทําไมไม่เป็นอยู่ใน ๑ ใน ๑๐ นี้ด้วยครับ แล้วเขาก็เป็นจําเลยของชาวสวนยางอยู่แล้วท่านประธาน ผมต้องเรียนกับท่านประธาน นะครับว่าปัญหาทั้งหมดนี้