สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

ธนิก มาสีพิทักษ์ พูดถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในราคาสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าใจและแก้ไขปัญหานี้

นายธนิก มาสีพิทักษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น ท่านประธานที่เคารพ ต่อญัตติปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ผมเป็นลูกชาวนาเรียนการเกษตร ท่านประธานครับ อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ถือว่า ด้อยโอกาสมากที่สุดมากกว่าทุกอาชีพ พี่น้องเกษตรกรขาดโอกาสและทําการประกอบการ ส่วนมากแล้วไม่คุ้มกับผลการลงทุน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นองค์ประกอบที่ทําให้มีผล ต่ออาชีพทางการเกษตร ผู้ที่ปลูกพืชถ้าฝนแล้งผลผลิตก็ไม่สามารถที่จะเก็บเกี่ยวได้ เมื่อปลูก เสร็จแล้วการบํารุงรักษาก็ต้องอาศัยปุ๋ย การเก็บเกี่ยวก็ต้องใช้แรงงาน ประกอบกับ การจําหน่ายเมื่อถึงเวลาราคาการเกษตรตกต่ําก็มีผลทันที ชาวนาหรือชาวไร่ ชาวเกษตรกรไม่มีโอกาสในการที่จะควบคุมหรือกําหนดราคาทางด้าน การเกษตรได้เลย ส่วนมากมาจากองค์ประกอบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าคนกลาง หรือนายทุน หรือเกี่ยวเนื่องไปถึงการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการตลาดภายในประเทศหรือ การตลาดโลก อันนี้คือความจริงที่ปรากฏขึ้น และที่ผ่านมาทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไข ปัญหาทางด้านราคาสินค้าทางการเกษตร ถือว่าเป็นปัญหาโลกแตก ไม่มีรัฐบาลไหนที่ไม่ได้ แก้ปัญหาเรื่องราคาสินค้าทางการเกษตร บางรัฐบาลก็คิดสูตร คิดวิธีการ ขนาดไม่เคยมีก็ยังมีครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างเช่น การชั่งไข่เป็นกิโลก็ยังเคยมี เพราะปัญหาเรื่องสินค้า ทางการเกษตร ฉะนั้นแล้วตรงนี้สิ่งที่เราต้องทําก็คือเราต้องเข้าใจครับ เข้าใจรัฐบาล เข้าใจ ผู้ที่ทําหน้าที่ในการบริหาร และเข้าใจเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นผู้ด้อยโอกาส ในส่วนตัวผมเอง อย่างที่กราบเรียนไปด้วยการสัมผัส แล้วก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่องเรื่อยมา เพราะว่าทําอาชีพ การเกษตรอย่างที่กราบเรียนไป แล้วก็ยิ่งได้ฟังจากหลายท่านได้พูดยิ่งไม่สบายใจ บางท่าน ก็เปรียบเทียบระหว่างข้าวกับยางพารา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปรียบเทียบ ต้องเปรียบเทียบให้หมดว่าปีหนึ่งคนที่ปลูกข้าวได้รายได้เท่าไร คนที่ปลูกยางพาราได้รายได้ เท่าไร ต้องเปรียบเทียบให้ละเอียด มิเช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นว่าไม่ยุติธรรม ต้องขอความเป็นธรรมด้วย และเสมือนหนึ่งที่ผ่านมาก็มีการถกเถียงกันหลายอย่าง พยายามที่จะเรียกร้องแม้กระทั่ง เรื่องของนักเรียนที่เรียนทุนก็แล้วแต่นะครับ ถ้าให้ผมเปรียบเทียบ ผมเปรียบเทียบก็เสมือนหนึ่งว่า พี่น้องที่ยากจนต้องการทุนจากรัฐบาลเพื่อที่จะส่งลูกเรียน ก็มีคนที่มีอันจะกินหรือคนที่มีเงิน ก็อยากได้เหมือนกับคนที่ยากจนด้วยเช่นกัน ฉะนั้นแล้วประเด็นตรงนี้ผมไม่อยากให้มีการปรักปรํา แล้วก็มีการเปรียบเทียบอย่างไม่ครบวงจร สุดท้ายแล้วก็เป็นผลเสียทําให้เกิดการเข้าใจผิด นี่ละคือการเกิดการแตกแยก และที่สําคัญจํานวนเกษตรกรที่เป็นชาวนามีจํานวนมาก ทั่วประเทศแตกต่างจากจํานวนเกษตรกรที่เป็นชาวสวนยาง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็เข้าใจครับ พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพาราเมื่อราคาตกไม่ว่าอาชีพทางการเกษตรที่ปลูกพืช ชนิดไหนก็แล้วแต่มีผลกระทบทั้งนั้น แล้วก็น่าเห็นใจครับ ไม่ว่าจะเป็นอ้อยหรือมันสําปะหลัง แล้วที่บ้านผมปลูกมันสําปะหลังมาตลอดไม่สมหวังสักทีครับท่านประธาน บางปีผลผลิตดี แต่ราคาตก บางปีผลผลิตไม่ดีแต่ราคาดี อันนี้คือโอกาสของชาวนาที่ผ่านมา ฉะนั้นแล้ว สงสารเถอะครับ เกษตรกรนี้ถือว่าเป็นอาชีพที่ขาดโอกาส แล้วอย่าได้เปรียบเทียบชาวนากับ อาชีพที่ทําการเกษตรเหมือนกัน อย่างเช่นปลูกยางพารา ไม่เช่นนั้นแล้วผมเชื่อว่าพี่น้องชาวนา คงจะไม่สบายใจแล้วก็มีผลกระทบต่อท่านในอนาคตอย่างแน่นอน สิ่งที่สําคัญตอนนี้ ซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกันก็คือเรื่องของการตลาดที่เกิดผลกระทบที่ตามมา ต้องยอมรับ ถ้าผลผลิตในท้องตลาดมีมากเกินไปมากกว่าความต้องของผู้บริโภค ไม่มีพืชชนิดไหน ที่ราคาจะคงที่หรือสูงขึ้นไป ก็มีแต่ตกต่ํา ผลที่เกิดขึ้นเข้าใจว่าผลผลิตที่ออกสู่ตลาด มีมากเกินความต้องการ เมื่อมากเกินความต้องการราคาก็ต้องตกต่ําลงมา เป็นไปตาม หลักการตลาด เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ เป็นไปตามหลักของอุปสงค์แล้วก็อุปทาน เป็นปกติครับท่านประธาน ฉะนั้นแล้วหลักใหญ่ใจความก็อยู่ที่การแก้ไขปัญหา เพราะว่า อย่างที่เรียนกับท่านประธานว่าเราผลิตและเราบริโภคภายในประเทศ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว เราส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นี้ต้องอาศัยตลาดโลกแน่นอน ทําอย่างอื่นไม่ได้ การแก้ไขปัญหาก็มีระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ระยะสั้นนี้ปฏิเสธไม่ได้ในการที่รัฐจะเข้าไปอุ้มหรือไปแทรกแซง ไปช่วยเหลือเกษตรกร นะครับ อย่างข้าวก็เหมือนกัน อย่างการเกษตรอย่างอื่นก็เหมือนกัน ที่ท่านบอกว่ารัฐบาล ช่วยเหลือต่อไร่ ๑,๒๖๐ บาท ข้าวนี้ท่านประธานครับ ไม่เหลืออะไรนะครับ เจอภัยแล้ง คือ รัฐบาลก็ชดเชยเพียงแค่ ๑,๑๓๕ บาท ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร นี่ความเป็นธรรมครับ ท่านประธาน ได้เห็น ได้รู้ ได้รับทราบนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาระยะสั้น รัฐบาลต้องเข้าไปแทรกแซง ไปช่วยเหลือไปอุ้มนะครับ เป็นเรื่องปกติ ส่วนการแก้ไขปัญหา ระยะกลาง รัฐบาลก็ต้องหาตลาด แล้วก็พยายามที่จะหาอย่างอื่นเข้ามาช่วยนะครับ หรือ ระยะยาวก็ต้องเพิ่มอย่างอื่น อย่างเช่นการแปรรูป ปัญหาสินค้าการเกษตรของไทยส่วนมาก แล้วส่งเป็นส่งวัตถุดิบไปขายต่างประเทศ แล้วไปต่างประเทศก็แปรรูปส่งกลับมาขาย ในประเทศไทยนะครับ ผลที่ตามมาก็คือว่าต่างประเทศไม่ได้ทําอะไรแต่ว่ามีรายได้ มีผลกําไร แต่ถ้าเราส่งเสริมการลงทุนโดยการให้มีการแปรรูปในประเทศไทย แล้วก็ส่งเป็นผลผลิต ที่เป็นผลผลิตที่แปรรูปเรียบร้อยก็จะทําให้สามารถที่จะพยุงราคาหรือกําหนดราคาได้ แต่ที่ สําคัญนะครับท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามที่จะ เดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปเชื่อมสัมพันธไมตรี ไปทําการค้าและการลงทุน แต่ก็มีผู้วิจารณ์ ครับ วิจารณ์บอกว่าท่านไปนี่ไปมากเกินไป ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมานี้ หลังจากที่มีการปฏิวัตินี่ต้องถามว่าต่างประเทศเชิญประเทศไทยไปเชื่อม สัมพันธไมตรีมากน้อยแค่ไหน อันนั้นละครับเป็นผลพวงตัวหนึ่งที่ส่งผลมาถึงตอนนี้ ส่งผลถึง ราคาสินค้าการเกษตร เพราะเราขาดการเชื่อมสัมพันธไมตรี ขาดการค้าและการลงทุนกับ ต่างประเทศตลอดเรื่อยมา แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไปตอนนี้ก็จะเป็นผลดีในโอกาสต่อไป นะครับ นั่นหมายถึงว่าโอกาสต่อไปจะมีการค้าการลงทุน ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปประเทศจีนก็ไปตกลงเรื่องการค้าการลงทุนยางนะครับ ทราบว่า หลายล้านตัน นี่ครับท่านประธานครับ มันเป็นการส่งผลถึงอนาคต แต่ถ้าใครรู้วัฏจักร วงจรก็ จะเข้าใจ แต่ถ้าใครไม่รู้ก็จะวิพากษ์วิจารณ์กันไป โจมตีกันไป มองมิติเดียว ไม่ได้มองหลายมิติ ไม่ได้เข้าใจหลักการตลาด ไม่ได้เข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์ ฉะนั้นแล้วประเด็นตรงนี้ผมเข้าใจ นะครับ ในการทําอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ขาดโอกาส แล้วผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกท่าน ในจํานวน ๕๐๐ ท่านมีความรู้สึกเดียวกัน เมื่อพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน อารมณ์ เดียวกัน นั่นก็คือว่าจะทําอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรได้รับการเยียวยา ได้รับประโยชน์ และที่สําคัญนะครับผมเชื่อว่ารัฐบาลซึ่งเป็นผู้บริหารประเทศมีความรู้สึกไม่ได้แตกต่างกัน ดีไม่ดีมากกว่าด้วย กังวลกว่าด้วย วิตกกว่าด้วย เพราะว่าผลกระทบไปตกอยู่กับรัฐบาลทันที ฉะนั้นแล้วกับการที่รัฐบาลพยายามตอนนี้ผมเห็นรัฐมนตรีหลายท่าน เห็นท่านนายกรัฐมนตรี พยายามในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้กําลังใจท่านครับ ช่วยกันครับ แต่ถ้ามามัวโจมตีหาวิธีการต่าง ๆ นานาเพื่อที่จะดิสเครดิต (Discredit) รัฐบาลผมว่ามันก็ไป ยากเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้ว่าใครนะครับประเด็นตรงนี้ เพียงแต่ว่าเราจะทําอย่างไรในฐานะที่ เรามีส่วนร่วมในการที่จะทํา ในการที่จะให้ข้อมูล ให้แนวทาง ให้วิธีการแก้ไขปัญหากับ รัฐบาล อันนี้คือสิ่งที่สําคัญ ฉะนั้นแล้วผมลูกชาวนาเรียนเกษตร คลุกคลีกับอาชีพการเกษตร นะครับ จากอดีตจนถึงปัจจุบันอายุเกือบ ๕๐ ปีครับท่านประธาน เข้าใจครับท่านประธาน เข้าใจครับ ปัญหาเรื่องการเกษตรเป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาที่จําเป็นจะต้องแก้ และจะมี ปัญหาอย่างนี้ตลอดไป ขอให้กําลังใจกับรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ