ปรีชาพล พงษ์พานิช โต้แย้งการอภิปรายญัตติด่วนในสภา โดยอ้างว่าญัตติด่วนเป็นเรื่องร้ายแรงและต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ และเรียกร้องให้ประธานสภาใช้เวลาที่เหมาะสมในการพิจารณาและแก้ไขปัญหา
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้ เกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้น พวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้เล็งเห็นตรงกันถึงปัญหา ความเดือดร้อนซึ่งมีเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ซึ่งรวมทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้นําเสนอญัตติด่วนต่อสภาเพื่อให้มีการพิจารณากันแล้วก็นํามาพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ ซึ่งการพิจารณานั้น พิจารณามาตั้งแต่อาทิตย์แล้วครับท่านประธาน พวกเราก็ติดตาม กันมาโดยตลอด อาทิตย์ที่แล้วอภิปรายตั้งแต่บ่ายโมงถึงทุ่มสองทุ่ม เดิมทีเดียวเพื่อนสมาชิก ทางฝ่ายค้านเองก็มาประสานในฐานะที่ผมเป็นวิปรัฐบาล บอกว่าหกโมงเย็นขอให้มี การปิดประชุมได้ไหม แล้วขอไปต่ออาทิตย์หน้า พวกกระผมเองก็แสดงถึงความจริงใจครับ ท่านประธานครับ ว่าเดือดร้อนมาก เดือดร้อนจริง ๆ พิจารณางบประมาณอยู่ก็เปิดโอกาสให้พูด เรื่องนี้ พิจารณารัฐธรรมนูญอยู่ก็เปิดโอกาสให้พูดเรื่องนี้ เพราะเป็นความเดือดร้อน ปรากฏว่า สิ่งที่เกิดขึ้นพอบอกว่าประธานนัดถึงหกโมงเย็นก็ขอให้ปิดหกโมงเย็น นี่คือการประสานงาน พวกผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นเป็นความเดือดร้อน เป็นญัตติที่เร่งด่วนจริง ๆ ทําไมไม่พูด สรุปสุดท้ายครับท่านประธานอาทิตย์ที่ผ่านมาวันพฤหัสบดีที่แล้ว วิปฝ่ายค้านไปประสานงาน กับท่านประธานวิปรัฐบาล ขอให้ปิดครับ ปิดออกไปก่อนแล้วมาต่ออาทิตย์นี้เพื่อจะได้พูดคุยกัน เมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ พิจารณารัฐธรรมนูญขอเวลาในการพูดถ่ายทอดสด พวกเรา ก็ใจกว้างครับท่านประธาน พูดกันไปไม่เป็นไรครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นญัตติด่วน เป็นความเดือดร้อนสถานการณ์ซึ่งหน้า มาถึงวันนี้กระทู้ถามเสร็จ อภิปราย ญัตติต่อมาจนถึงตอนนี้กี่ชั่วโมงแล้วครับท่านประธาน การอภิปรายก็มีการพูดไปวกไปวนมา จริงอยู่ครับท่านประธานครับ ท่านบอกว่าญัตตินี้มีทั้งญัตติเรื่องยางพารา เรื่องพืชผล ทางการเกษตร เรื่องของข้าวของแพง แต่สิ่งที่ท่านอภิปรายออกมา พวกผมก็คงไม่ต้องพูดครับ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เห็นดีว่ามันซ้ํา มันวก มันวน เจตนาเป็นอย่างไร หลายท่านอภิปรายด้วยเจตนาดีครับ เสนอทางออกให้กับรัฐบาล แต่หลายท่านเป็นเช่นไร ผมไม่ขอวิจารณ์ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ มาวันนี้เพื่อนสมาชิกของผม คุณพายัพ ปั้นเกตุ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเห็นว่าการอภิปรายมันผิดข้อบังคับแล้ว มันวนไปวนมา ซ้ําไปซ้ํามา ท่านก็เสนอโดยใช้เอกสิทธิ์ของท่านในการขอปิดอภิปรายเมื่อเห็นเวลาสมควรแล้ว พวกผมก็มีการพูดคุยครับ พี่ ๆ วิปฝ่ายค้านเองก็น่ารักพยายามที่จะประสาน ประสาน เราก็คุยกันครับ ผมก็ถามด้วยความจริงว่าเราอยากให้เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ได้รับการสะท้อนไปถึงรัฐบาลเพื่อนําไปสู่การแก้ไข ผมก็ถามด้วยความจริงใจครับว่า เหลือผู้อภิปรายกี่ท่าน ท่านก็บอก ๓๐ ท่าน ๓๐ ท่านทําอย่างไร ท่านบอกว่าปิดไปก่อนเถอะ ไปพูดต่ออาทิตย์หน้าก็ได้ ท่านประธานครับ ญัตตินี้เป็นญัตติที่มีความเร่งด่วน ท่านวิทยา บุรณศิริ ก็ได้พูดไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะทํางาน โดยมีท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นประธาน จะลงพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับท่านประธานใช้เวลากันมาขนาดนี้ พยายามที่จะเจรจา พยายามที่จะถอยกันคนละก้าว บอกว่าที่เหลือนี้จะใช้เวลาประมาณเท่าไรเพื่อให้การใช้เวลา ในสภาแห่งนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่านก็ไม่ให้คําตอบครับ นี่หรือครับคือการเจรจา เจรจาอย่างเดียวคือบอกว่า ขอต่ออาทิตย์หน้า ขอต่ออาทิตย์หน้า จริงอยู่ครับ ไม่เคยมี การเสนอญัตติเยอะขนาดนี้ครับ ๑๓ ญัตติ แต่ผมก็ไม่เคยเห็นครับว่าญัตติด่วนมันจะไป ๓ อาทิตย์ขนาดนี้ ดังนั้นถ้าท่านแสดงความจริงใจ ตกลงใครเป็นคนตัดสินใจครับว่า สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะเดินกันอย่างไร บอกว่าถ้าวันนี้ออฟเฟอร์ (Offer) กัน อภิปรายไป ท่านอยากใช้สิทธิ หลายคนบอกว่าปรีชาพลคุณต้องเข้าใจนะพวกผมเป็น ส.ส. ใต้ ถ้ามีญัตติ เข้าสภาผู้แทนราษฎรเรื่องยางพารา เรื่องของแพง พวกผมไม่พูดผมกลับไปตอบชาวบ้านไม่ได้ ผมก็ใจกว้างครับพยายามที่จะประสานบอกว่าถ้าอย่างนั้นคุณพูดไปเลยได้ไหมไม่ต้องมี การนับองค์ประชุม พวกเราก็อยู่แถวนี้กันนั่นละ พูดไปเลยครับเต็มที่ เหลืออีก ๓๐ คน ท่านจะพูดไปกําหนดเวลาเองดูเวลาพอเหมาะพอสม พอสมควร ด้วยความเห็นใจ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้าน ด้วยความเห็นใจท่านประธาน ก็ปรากฏว่าคําตอบก็คือว่า ไม่ ไปต่ออาทิตย์หน้า นี่หรือครับญัตติด่วน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะถามก็คือว่า ถ้าหากเป็นดําริท่านประธาน พวกผมก็พร้อมที่จะเจรจาครับท่านประธานครับ แต่เมื่อ การเจรจาเป็นเช่นนี้ ฝ่ายหนึ่งจะเอาอย่างหนึ่งไม่มีถอย มันไม่เรียกการเจรจาหรอกครับ การเจรจาที่ได้อยู่ฝ่ายเดียวไม่เรียกว่าการเจรจา เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ต้องโห่กระผมนะครับ เพราะกระผมก็พูดในเรื่องข้อเท็จจริง ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่า มันเดินต่อไปค่อนข้างจะลําบากครับ แล้วก็ไม่ต้องท้าทายกันด้วยว่าให้ปิดอภิปรายเลย ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องท่านก็มานั่ง ๒ อาทิตย์แล้ว ท่านรัฐมนตรียุคล ท่านณัฐวุฒิ ท่านศิริวัฒน์ ท่านวราเทพ พร้อมครับที่มา รับฟังความคิดเห็น ตกลงว่าความจริงใจในการที่จะเสนอปัญหานี่อยู่ที่ไหนครับ หรือจะแค่ ด่ารัฐบาลไปวัน ๆ นี่หรือครับ ท่านพิจารณาตัวเองเถอะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่ามันไป ไม่ได้ครับ ผมเองก็พยายามหาทางออกแบบที่ท่านประธานดําริ แต่ทางออกก็คือว่าไปต่อ อาทิตย์หน้า ไปต่ออาทิตย์หน้า ผมไม่ได้หาเรื่องใครหรอกครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ นําเรียนข้อเท็จจริง แต่ว่าถ้าจะหาทางออกกัน ไหนลองดูสิครับว่าทางโน้น มีใครที่ตัดสินใจที่สามารถที่จะเจรจากันได้บ้าง ไม่ใช่คนนี้มาพูดอย่างหนึ่ง พอผมรับไปว่า ไปเจรจา กลับมาบอกว่าไม่ได้อีกแล้ว ตกลงใครตัดสินใจครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ