ยุคล ลิ้มแหลมทอง หารือเรื่องราคายางพารา และการช่วยเหลือเกษตรกร โดยชี้ว่าการกำหนดราคายางพาราโดยรัฐบาลอาจกระทบต่อตลาดโลก และไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ยุคลยังอธิบายว่าทางรัฐบาลได้ดำเนินการลดต้นทุนการผลิตยางพาราและช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการลดค่าเซสส์ และได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารกสิกรไทย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ในประเด็นที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ตั้งคําถามถามนะครับ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโดยวิธีคิด ที่เรากําลังทําอยู่ในเวลานี้นั้น สิ่งที่ทางพี่น้องเกษตรกรต้องการที่จะให้ตั้งราคานํา แล้วก็จะให้ ซื้อยางพาราเข้ามาเก็บในสต็อก (Stock) ไว้อย่างเดิม หรือจะตั้งราคานําแล้วจ่ายส่วนต่าง จากราคาตลาดโลกนั้น เราได้มีการวิเคราะห์กันแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการเข้าไปกระทบ ทําให้ผลกระทบกับกลไกตลาดของราคายางพารา ซึ่งไม่ได้เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน และที่ถาวร ราคายางพาราในขณะที่เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างนี้นั้นทิศทางในการกําหนด ราคายางพารา ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนกําหนดทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนผลิตยางพารามากที่สุดในโลก ก็เป็นปัญหากับเราค่อนข้างมากนะครับ แล้วก็เป็นปัญหาที่ตัวพี่น้องเกษตรกรเองจะต้อง เตรียมรับกับสถานการณ์ที่จะเปิดเออีซี (AEC) ภายในช่วง ๒ ปี แล้วก็จะมียางพาราที่ผลิต จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะนี้นั้นยางพาราในโลกทั้งหมด ๑๑.๖ ล้านตัน ใช้ประมาณ ๑๑.๑ ล้านตัน ยางพาราล้นตลาดโลกอยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เองเราพยายาม ที่จะทําอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะอยู่ได้ด้วยการลดต้นทุนการผลิตของพี่น้อง เกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตนะครับ ทางรัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ มีกลุ่มผู้แทนพี่น้องเกษตรกรอยู่ร่วมเป็นกรรมการในที่ประชุมด้วย ได้นําเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะมีการประท้วง ก่อนที่จะมีการจัดม็อบนะครับ ตั้งแต่ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ว่าทิศทางในการแก้ไขปัญหานั้นก็คือการแก้ไขปัญหาโดยการลดต้นทุน การผลิตนะครับเป็นการจ่ายเงินลงไปเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของการจัดซื้อปัจจัยการผลิต ของพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑,๒๖๐ บาท ซึ่งได้มีการคํานวณทดตัวนี้มาว่าในช่วงที่มีการกรีด ยางของพี่น้องเกษตรกรนั้นถึงเดือนมีนาคม ๗ เดือนข้างหน้า เงิน ๑,๒๖๐ บาทที่ให้กับพี่น้อง เกษตรกรไปต่อไร่นะครับ ในกลุ่มของเกษตรกรที่มีพื้นที่ไม่เกิน ๑๐ ไร่ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย นะครับ แล้วในส่วนที่เกินกว่า ๑๐ ไร่ขึ้นไปก็จะได้ไม่เกิน ๑๐ ไร่นะครับ ตรงนี้เองนั้นจะ สามารถเพิ่มราคาทุก ๑ กิโลกรัม ยางพาราที่ขายออกมาได้ประมาณ ๖ บาท แล้วใน ขณะเดียวกันนั้นก็ได้มีการดําเนินการตามที่ทางพี่น้องเกษตรกรได้ขอก็คือเรื่องของการที่จะ ให้ลดการเก็บค่าเงินเซสส์(CESS) ให้เหลือประมาณ ๑๔๐ บาท ผมก็ได้ออกประกาศงดเก็บ ไม่ใช่ลด งดเก็บเลยนะครับ ยาวตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ๔ เดือนติดต่อกัน ซึ่งทําให้พี่น้องเกษตรกรที่ต้องถูกเก็บเงินค่าเซสส์ไป ๓ บาท ได้คืนอีก ๓ บาท อันนี้ก็คือสิ่งที่ เราได้ดําเนินการไป แล้วก็จุดอ่อนของเราอีกอันหนึ่งต้องยอมรับความจริงเถอะครับว่า การคุยกับพี่น้องเกษตรกรในการที่จะทําความเข้าใจว่าสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรนั้นได้เปลี่ยนจาก การตั้งราคายางพารามาเป็นรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น มันจะต้องมาทําความเข้าใจกันนิดหนึ่ง ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็พยายามที่จะให้ผู้แทนเกษตรกรเข้าไปทําความเข้าใจกับสมาชิก ของตัวเอง แล้วก็พยายามอย่างเต็มที่ แล้วก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ทางผู้แทนเกษตรกรทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นในวันนี้มติ คณะรัฐมนตรีได้ออกผ่านมาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาให้มีการดําเนินการในการให้ขึ้นทะเบียน พี่น้องเกษตรกรทั้งหมด แล้วก็จะจ่ายเป็นเงินสดผ่านไปทาง ธ.ก.ส. ตามบัญชีทะเบียนที่ได้ขึ้น ทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร อันนี้ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าต้องขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติช่วยกรุณา ช่วยนําเรียนพี่น้องเกษตรกรด้วยว่าสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรได้นั้นคือตัวเงินที่เขาได้รับไป ไม่ใช่ เอาปุ๋ยไปให้ แล้วก็การตั้งราคานํานั้นทางประธานสมาคมผู้ใช้ยางของสหภาพยุโรปมาพบ กับผมเมื่อวานซืนนี้ ก็ถามผมประโยคนี้ครับว่ารัฐบาลมีนโยบายในการที่จะดําเนินการ ในเรื่องของยางพาราอย่างไร ผมก็กราบเรียนไปว่าเราจะไม่ไปแทรกแซงหรือทําให้เกิดปัญหา กระทบกับกลไกตลาดนะครับ ซึ่งเขาก็ขอบคุณเราว่าขออย่าให้ทําอย่างนั้น นั่นคือสิ่งที่เราได้ พยายามดําเนินการแล้วก็อยู่ในขั้นตอนที่พยายามทําความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรครับ ขอบพระคุณครับ