ชัชชาติ เสนอแผนโครงข่ายคมนาคม 2 ล้านล้านฯ เชื่อมไทย-เพื่อนบ้าน ลดปัญหาจราจร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตอบกระทู้ถามเรื่องความเชื่อมโยงเครือข่ายในเออีซี โดยชี้ว่าไทยต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการไหลเวียนของสินค้า บริการ และเงินทุน พร้อมเสนอแผนพัฒนา 3 ส่วน ได้แก่ ถนนในประเทศ ด่าน/ท่าอากาศยาน และถนนเพื่อนบ้าน รวมถึงนำเสนอร่าง พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท เพื่อปรับปรุงเส้นทางหลักทั้งเหนือ-ใต้ เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและจีนภายใน 3 ปี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เสนอแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมสำคัญ 2 เส้นทาง ได้แก่ แนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) เชื่อมไทยกับลาวและเวียดนาม และแนวกลางเชื่อมหนองคาย พร้อมเรียกร้องปรับถนนเป็น 4 เลน ปรับปรุงด่านพรมแดน 41 แห่ง และก่อสร้างมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-โคราช เพื่อลดปัญหาจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถาม ขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยท์ครับ เนื่องจากว่า เป็นโครงข่าย ต้องมีรูปแสดงให้เห็นครับ ต้องกราบเรียนครับว่าเออีซีเป็นเรื่องสําคัญนะครับ ปี ๒๐๑๕ กลุ่มประเทศเออีซีของเราก็คือ กลุ่มประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ ประชากร ๖๐๐ ล้านคน แล้วก็ถ้าพูดถึงไปบวกจีนด้วยก็จะประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านคน ๒,๐๐๐ ล้านคน ก็ ๑ ใน ๓ ของประชากรโลก เพราะฉะนั้นเรื่องการเชื่อมโยงเครือข่ายเป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็ คิดว่า เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ครับ ของเรามีอยู่ประมาณ ๖๐๐ ล้านคน แล้วก็ไทยเราก็ดีนะครับ เราเรียกว่าเราอยู่เป็นอาเซียน เราอยู่ตรงกลางเชื่อมโยงมีพรมแดนมากที่สุด แต่ทีนี้ถามว่า ส่วนมากเราจะพูดอาเซียน เราพูดอาเซียน เราพูดแต่ในแง่ดีนะครับ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็น ทั้งโอกาสแล้วก็เป็นทั้งภัยคุกคาม แต่ว่าถามว่าอนาคตถ้าเปิดเออีซีปุ๊บ เรามีการเคลื่อนไหว อิสระของสินค้า บริการ เงินทุน เงินลงทุน แรงงานมีฝีมือปุ๊บ มันก็จะไหลไปที่ที่ดีกว่า ถ้าเพื่อน บ้านเราเขาพร้อมกว่า โรงงานไปตั้งในเพื่อนบ้านเรา แล้วส่งสินค้าเข้ามาในเรา เข้าไปขายประเทศ เพื่อนบ้านเราก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นเราก็เตรียมตัวให้พร้อม ผมคิดว่าปัญหาหลักของเราคือ โครงสร้างพื้นฐาน ถ้าเราดูแรงค์กิ้ง (Ranking) หรือว่าดูอันดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ของเราอยู่ที่อันดับ ๔๙ ของโลก เพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์อันดับ ๒ มาเลเซียอันดับ ๒๙ ของเราเองถ้าเราไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตอันใกล้นี้ ผมว่าเรามีปัญหา ในการเชื่อมโยงและในการใช้โอกาสของเออีซีเป็นอย่างมาก แท้ที่จริงในการพัฒนา ความเชื่อมโยงถ้าเราดูให้ดี เราอย่านึกว่ามีแค่ถนน แต่จริง ๆ แล้วมี ๓ ส่วน ก็คือโครงข่าย ในประเทศ ถนนต่าง ๆ ที่วิ่งไปสู่ชายแดน ตัวกลางคือตัวด่านหรือท่าอากาศยาน หรือท่าเรือ ก็คือเรียกเป็นตัวกลางที่เชื่อม แล้วอีกฝั่งหนึ่งคือถนนที่อยู่นอกประเทศ ถนนในเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้ง ๓ อย่างต้องพร้อมมันถึงจะไปด้วยกันได้ ถนนในประเทศต้องพร้อม ด่าน ท่าเรือ ท่าอากาศยานต้องพร้อม ถนนนอกประเทศเราเองก็อาจจะต้องใช้ในบางเส้นทางเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแผนของรัฐบาลก็มีทั้ง ๓ องค์ประกอบนี้นะครับ แล้วก็ที่เราเสนอต่อสภาซึ่งจะ เข้าอาทิตย์หน้าหรืออาทิตย์ถัดไปก็คือตัว พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ พ.ร.บ. งบประมาณปกติ ก็จะเป็นการสร้างแผนโครงข่ายที่สมบูรณ์นะครับ หลักก็จะ มี พ.ร.บ. หลัก ๆ หรือว่าแนวหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เส้น ผมขออนุญาตพูดถึงถนนก่อนนะครับ ถนน เส้นหลักเส้นแรกก็คือถนนไม่ว่าเป็นแนวเหนือ-ใต้ ที่เชื่อมกับกรุงเทพมหานคร ขึ้นไปทาง สปป. ลาว ขึ้นไปทางคุนหมิง อันนี้ระยะทาง ๑,๘๐๐ กิโลเมตร ถนนส่วนใหญ่เราใช้ถนนหลัก คือถนนพหลโยธินซึ่งสภาพเสื่อมโทรมมาก ใน พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานก็จะปรับถนน พหลโยธินทั้งเส้นให้อยู่ในสภาพดี มีการทําถนน ๔ เลนเข้าสู่โครงข่าย ก็คือบริเวณสะพาน เชียงของ สะพานเชียงของอยู่ที่จังหวัดเชียงราย จะเป็นตัวที่ข้ามไปที่ห้วยทราย ทะลุไปถึง เชียงรุ้งแล้วขึ้นไปถึงที่คุนหมิง สะพานเชียงของก็จะเปิดปลายปีนี้ ที่เชียงของเองจะมีการ สร้างศูนย์กระจายสินค้า สร้างถนน ๔ เลนเครือข่าย มีการสร้าง ๔ เลนเชื่อมจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็มีอีกทางหนึ่งคือไปทางแม่สาย ไปทางท่าขี้เหล็ก ก็จะเป็นเส้นที่ว่าเป็น นอร์ท-เซาท์ (North-South) หรือว่าเส้นคอร์ริดอร์ (Corridor) เหนือ-ใต้ ก็ทั้งเส้นนะครับจะ บูรณะให้อยู่ในสภาพดีทั้งหมด คิดว่าภายในระยะเวลา ๓ ปีก็จะทําให้ดีทั้งหมดตามตัว พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานครับ เส้นต่อมาเป็นเส้นทางใต้ก็คือนอร์ท-เซาท์ หรือว่าเหนือ-ใต้ ต่อลงมา ด้านใต้ ก็คงไปที่ด่านสะเดา ที่ภาคใต้นะครับ ก็จะมีปรับถนนเพชรเกษมทั้งหมด สาย ๔ สาย ๔๑ ปัจจุบันสภาพเสื่อมโทรมมากแล้วก็ตัว พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานก็จะทําการปรับถนน ทั้งหมด มีการปรับด่านที่สะเดา ทําถนน ๔ เลน เชื่อมเข้าที่ด่านที่สะเดา ก็อยู่ในตัว พ.ร.บ. แล้วก็จะมีการทําถนน ๔ เลน เชื่อมจังหวัดสําคัญตามแนวของเส้นทางสาย ๔ สาย ๔๑

ต่อมาก็จะเป็นเส้นสําคัญอีกเส้นหนึ่งก็คือ อีสท์-เวสท์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) หรือแนวตะวันออก ตะวันตก อันนี้ก็จะเชื่อมมาจากทางจังหวัดตากครับ ทางแม่สอด จังหวัดตาก ข้ามมาจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็ข้ามมาถึง จังหวัดมุกดาหาร เข้าไปสะหวันนะเขต ลาวบาว แดนสวรรค์ ไปถึงท่าเรือดานัง อันนี้ถนนบางส่วนยังเป็นถนน ๒ เลนอยู่ จากจังหวัดตากไปถึงแม่สอดก็เป็นถนน ๒ เลน มีหลายช่วง จังหวัดเพชรบูรณ์เป็น ๒ เลน มาถึงแถวเลยมาทางจังหวัดมหาสารคาม ก็เป็น ๒ เลนบางส่วน เราปรับให้เป็น ๔ เลนทั้งหมด มีการปรับเครือข่ายไปถึง จังหวัดนครพนมด้วย เพราะนครพนมมีเส้นทางไปถึงวินห์ ไปถึงมณฑลกวางสี ไปถึง เมืองหนานหนิงของจีนนะครับ อันนี้ก็เป็นเส้นทางที่เราจะปรับ มีการปรับด่านพรมแดน ในโครงการ พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานที่ไปปรับด่านพรมแดน ๔๑ แห่งเพื่อให้ไม่เป็นคอขวด เวลาผ่านพรมแดน อีกเส้นหนึ่งคือเส้นกลางที่เชื่อมไปทางหนองคาย อันนี้ก็จะปรับถนนเป็น ๔ เลนให้หมด ถนนมิตรภาพที่สภาพเสื่อมโทรมก็จะปรับคุณภาพให้ดีตลอดเส้น มีการทํา มอเตอร์เวย์ (Motorway) กรุงเทพฯ-โคราช เพื่อเชื่อมแนวกรุงเทพมหานครไปถึง จังหวัดหนองคาย แล้วก็มีเส้น ๔ เลนที่จากจังหวัดหนองคายไปถึงจังหวัดบึงกาฬ วางแผน ทําสะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งที่ ๕ ที่บึงกาฬ อันนี้จะเป็นตัวแนวอีสท์-เวสท์ (East-West) แล้วก็แนวกลางที่เชื่อมไปทางจังหวัดหนองคาย ต่อครับ

ณ ถนนสําคัญอีกแนวหนึ่งคือแนวเซาท์เทิร์น คอร์ริดอร์ (Southern Corridor) หรือแนวใต้ ก็จะไปเชื่อมกรุงเทพฯ ไปถึงพนมเปญ โฮจิมินห์ซิตี้ (Ho Chi Minh City) แล้วก็ท่าเรือวังเต่า อันนี้เป็นถนนหลักเลยครับ เพราะเชื่อม ๓ เมืองหลักของอาเซียน นะครับ อันนี้ก็มีแนวทําถนน ๔ เลนทั้งเส้น แล้วก็มีทําถนนเชื่อมลงมาด้านภาคตะวันออก ด้วย มีถนน ๔ เลน เส้น ๓๐๔ ลงมาที่จังหวัดจันทบุรีก็ทําให้เครือข่ายจากอีสานสามารถลง มาทางภาคตะวันออกได้สะดวกขึ้น มีการทํามอเตอร์เวย์จังหวัดชลบุรี-มาบตาพุด-พัทยา เพื่อ เร่งรัดการจราจรในบริเวณนี้ ต่อไปในอนาคตก็จะเชื่อมกรุงเทพมหานครไปถึงทวาย ทําให้เรา เชื่อมทะเลอันดามันมาถึงทะเลจีนใต้ได้ด้วยเซาท์เทิร์น คอร์ริดอร์ หรือว่าแนวเศรษฐกิจ ภาคใต้ ต่อครับ อันนี้คือถนนครับ ที่ผมเรียนแล้วว่าถนนไม่ใช่ว่าเราทําแต่ในประเทศ เรายังมี โครงการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศด้วยเพราะว่าโครงข่ายจะไม่สมบูรณ์ครับถ้าเราไป หยุดแค่ด่าน แล้วพอออกจากเพื่อนบ้านไปไม่มีถนน นี่เป็นตัวอย่างที่เราทําที่บริเวณเมียนมาร์ (Myanmar) คือจากเมียวดีไปเทือกเขาตะนาวศรี กอกะเร็ก อันนี้รัฐบาลไทยลงทุนให้หมด ก็เป็นการเสริมต่อแนวตะวันออกแนวตะวันตก ออกจากแม่สอดไปมีถนนเข้าไปถึงกอกะเร็ก อนาคตต่อไปถึงท่าตอนเข้าไปถึงย่างกุ้งได้ นั่นก็เป็นเครือข่ายที่ไม่จํากัดเฉพาะในประเทศจะ ออกไปถึงต่างประเทศด้วย ก็มีหลายโครงการครับ ในกัมพูชา ใน สปป. ลาว โครงการกับ มาเลเซียมีอีกประมาณ๒๐ กว่าโครงการที่เราเชื่อมออกไปนอกประเทศด้วย ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็เป็นสถานีขนส่งสินค้า ๑๕ แห่ง ก็อยู่ใน พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐาน เพราะว่าถ้าเรามี เฉพาะถนน แต่ไม่มีศูนย์กระจายสินค้าการรวบรวมกระจายสินค้าทําได้ยาก ตัวเมืองหลัก ๑๕ แห่งทั่วประเทศก็มีทําศูนย์กระจายสินค้าด้วย ภาพต่อไปครับ เส้นทางหลักอีกอันหนึ่งที่เรา อาจจะนึกไม่ถึงคือท่าเรือ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าส่งออกของเราไปทางท่าเรือ ท่าเรือหัวใจ ของเราก็คือแหลมฉบัง เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีโครงการพัฒนาแหลมฉบังหลายโครงการครับ ขั้นแรกก็มีแหลมฉบังระยะที่ ๓ ครับ เพิ่มตู้คอนเทนเนอร์ (Container) อีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตู้ต่อปี ปัจจุบันได้ประมาณ ๑๐ ล้านตู้ ก็ต้องเพิ่มให้เป็น ๑๘ ล้านตู้ต่อปีของแหลมฉบัง ก็เริ่มศึกษา แล้วก็เตรียมทําอีไอเอ (EIA) ครับ ต่อครับ มีการพัฒนาระบบเครน (Crane) ขนส่ง ปัจจุบัน มีรถไฟไปถึง แต่การนําสินค้าลงที่แหลมฉบังทําลําบาก ก็มีการลงทุนทําเรียกว่าเป็น เอสอาร์ทีโอ (SRTO) หรือระบบขนของลงจากรถไฟให้สะดวก อันนี้ก็อยู่ในกระบวนการ ขออนุมัติจาก ครม. อยู่นะครับ คงประมาณ ๒ ปีเสร็จ ต่อครับ มีการพัฒนาโครงข่ายถนน รอบท่าเรือแหลมฉบังเลยครับ เพราะว่าสินค้าจํานวนมากใช้ท่าเรือแหลมฉบังออกสู่อาเซียน และออกสู่โลก มีการปรับปรุงถนนมอเตอร์เวย์ สาย ๗ เป็น ๖ เลน ๑๔ เลน มีการปรับถนน ๓๓๑ เครือข่ายทั้งหมดปรับปรุงให้ดีขึ้นก็อยู่ใน พ.ร.บ. โครงสร้างพื้นฐานนี้ด้วย ต่อครับ มีการปรับปรุงถนนในแหลมฉบังให้เป็น ๖ เลน ปรับปรุงด่าน เพิ่มด่าน แล้วก็เพิ่มสะพาน ทางลอดเพื่อไม่ให้เกิดคอขวดในท่าเรือแหลมฉบัง ต่อครับ และตอนนี้ก็มีการทําท่าเรือเพิ่มอีก ๔ แห่ง ท่าเรือที่แม่น้ําป่าสัก แล้วก็มีท่าเรือที่จังหวัดชุมพร จังหวัดสงขลา ๒ ท่าเรือปากบารา ปัจจุบันสินค้าโดยเฉพาะยางพารานี้ครับเราขนออกผ่านด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา ๑ ปี ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงไปเพื่อไปขึ้นท่าเรือที่ปีนัง เพราะฉะนั้นการพัฒนาท่าเรือปากบาราเป็นทางเลือกให้เรามีท่าเรือของเราเองที่จะใช้ ในการขนส่งสินค้าออกไปบริเวณนี้หรือออกไปที่สิงคโปร์ได้ ก็อยู่ในตัว พ.ร.บ. โครงสร้าง พื้นฐานด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเราดูครบทุกมิติของเรือด้วยครับ นี่คือท่าเรือปากบารา ซึ่งอยู่ในกระบวนการทําอีไอเอ (EIA) อยู่นะครับ รถไฟครับ รถไฟก็เป็นตัวสําคัญ เพราะว่า ปัจจุบันเราเชื่อมโยงรถไฟกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่ลาว บ้านท่านาแล้ง หนองคาย แล้วก็ ที่ปาดังเบซาร์ ต่อไปจะเพิ่มที่อรัญประเทศ ที่คลองลึก ก็จะเชื่อมเข้าสู่กัมพูชา มีโครงการทํา สะพานรถไฟที่อรัญประเทศซึ่งอยู่ในโครงการ มีงบประมาณแล้ว พัฒนาทางรถไฟจากแก่งคอย ไปถึงอรัญประเทศ แล้วก็มีพัฒนาเชื่อมที่ด่านเจดีย์สามองค์ของเมียนม่าร์ แล้วก็โครงข่าย รถไฟทั้งประเทศก็ปรับปรุงใหม่หมดนะครับ มีรถไฟทางคู่อีกประมาณ ๒,๘๐๐ กิโลเมตร มีรถไฟสายใหม่ ๓ เส้น ก็คือเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ จากบ้านไผ่ไปจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดจังหวัดนครพนม แล้วก็มีจากบ้านภาชีมาถึง แม่น้ําป่าสักก็เป็นรถไฟสายใหม่อีกประมาณ ๖๘๘ กิโลเมตร อันนี้อยู่ใน พ.ร.บ. โครงสร้าง พื้นฐานทั้งหมด เพราะฉะนั้นพอตรงนี้เสร็จทางรถไฟก็จะเป็นรางคู่ทั้งประเทศอีกประมาณ ๒,๙๐๐ กิโลเมตร ทางรถไฟใหม่ที่จะกระจายไปทั่วประเทศเชื่อมโยงสอดคล้องกับแนว เศรษฐกิจเหนือ ใต้ แนวเศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก แล้วก็มีเรื่องท่าอากาศยานนะครับ ประเทศไทยตําแหน่งเราเป็นฮับ (Hub) เพราะฉะนั้นเราจะรับเครื่องบินทางไกลจากยุโรป จากที่อื่นมาลง แล้วอาศัยกรุงเทพมหานครนี้เป็นฮับเพื่อกระจายคนผ่านโลว์ คอสต์ แอร์ไลน์ (Low Cost Airline) สู่ภูมิภาคอาเซียน เรามีโครงการหลัก ๆ อยู่ ๓ โครงการของท่าอากาศ ยานครับ อันแรกคือขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันรับได้ ๔๕ ล้านคนต่อปี เราเพิ่ม ให้เป็น ๖๐ ล้านคนต่อปี กําลังดําเนินการอยู่แล้วนะครับ เรามีเพื่อนบ้านเราจากอาเซียน เข้ามาประเทศไทยปีละ ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ผ่าน ทางท่าอากาศยานนะครับ เรามีการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้รับได้ ๖๐ ล้านคนต่อปี เริ่มดําเนินการแล้วครับ อีกประมาณ ๕ ปีน่าจะเสร็จ มีการขยายท่าอากาศยานดอนเมือง ใช้เทอร์มินอล ๒ (Terminal 2) ปรับให้รับได้ประมาณ ๒๒ ล้านคนต่อปี มีการขยาย ท่าอากาศยานภูเก็ตที่ปัจจุบันเป็นคอขวดมาก ปัจจุบันรับได้อยู่ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อปี จะเพิ่มเป็น ๑๒.๕ ล้านคนต่อปี ก็ดําเนินการก่อสร้างแล้วอีก ๒ ปีเสร็จ แล้วก็จะมีการสร้าง อาคารชั่วคราวที่ภูเก็ตเพื่อรองรับผู้โดยสารที่แน่นมากตอนนี้ก่อนนะครับ อันนี้ก็ดําเนินการ อยู่ทางด้านท่าอากาศยาน ทั้งหมดทั้งปวงจะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสําคัญเรื่องการเชื่อมโยง เครือข่ายครับ ทุกมิติครับ ไม่ใช่เฉพาะถนน ถนน ท่าเรือ รถไฟ ท่าอากาศยาน แล้วก็จะ สอดคล้องกับการพัฒนาของเออีซีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ