พิมพ์ภัทรา วิจารณ์รัฐบาลเลือกปฏิบัติเกษตรกร ยางพารา-ปาล์ม ราคาสินค้าลดครึ่งหนึ่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๕ กันยายน ๒๕๕๖

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล วิจารณ์การรับฟังปัญหาของนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน และเน้นย้ำว่าการเดินทางต่างประเทศถูกให้ความสำคัญมากกว่าปัญหาของเกษตรกร ต่อมาเธอวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรอย่างยางพาราและปาล์มน้ำมัน โดยระบุว่าราคาสินค้าลดลงครึ่งหนึ่งขณะที่ค่าครองชีพพุ่งสูง พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่และเข้าร่วมคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราโดยตรง นอกจากนี้ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ยังวิจารณ์นโยบายที่เลือกปฏิบัติต่อเกษตรกรโดยชี้ว่ามาตรการช่วยเหลือไม่เท่าเทียมระหว่างข้าวและยางพารา และวิพากษ์วิจารณ์การใช้กำลังรัฐในการจัดการกับประชาชน โดยเธอได้หารือเรื่องความเข้าใจผิดในการนิยามการชุมนุมว่าเป็นม็อบการเมือง ชี้ให้เห็นว่าผู้ชุมนุมนั้นเป็นผู้เดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยุติธรรม

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันเองตั้งใจที่จะอภิปรายตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะคะท่านประธาน แล้วก็ตั้งใจที่จะพูดแล้วก็อธิบายเพื่อที่จะระบายให้กับท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาของพ่อแม่พี่น้องที่เป็นเกษตรกรเมื่อครั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วย สภาก็คงจะมีผู้เสนอญัตติจํานวนมากแล้วก็ได้ปิดอภิปรายลงไป แต่สิ่งที่ดิฉันได้นั่งอยู่แล้ว ก็ได้เห็นก็คือว่าดิฉันดีใจที่ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านลงมานั่งรับฟังใช้เวลาทั้งหมด ประมาณ ๒๐ นาที ๒๐ นาทีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี บนบัลลังก์ แบ่งได้อยู่เป็น ๒ ส่วนด้วยกันค่ะ ๒๐ นาทีแรกใน ๒ นาทีแรก ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ลุกขึ้นอภิปราย แล้วก็อีก ๓ นาทีที่เหลือท่านก็ได้ชี้แจง สรุปสั้น ๆ ก็คือ ๒๐ นาที ท่านนายกรัฐมนตรีพูดอยู่ประมาณ ๕ นาที ดิฉันสรุปได้ ๔ หัวข้อด้วยกัน ดิฉันจะนําเรื่อง ของ ๔ หัวข้อนี้มานําอภิปรายให้ท่านประธานได้ฟังว่า ๔ หัวข้อ ๔ แนวทางแก้ไขที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้บอกกับสภาแห่งนี้เอาไว้ ณ ปัจจุบันนี้แล้วท่านได้ทําไปหรือที่ผ่านมาท่านได้ ทําอะไรหรือไม่ อย่างไร

ประการแรก ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านยินดีที่จะรับฟังปัญหา แต่ท่าน ประธานเห็นไหมคะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมานั่งรับฟัง แต่ล้วนแล้วรับฟังไป ๑ อาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็ยังไม่ได้เห็นว่ามีความคืบหน้าอะไรเลยค่ะ ส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีเองลุกขึ้นชี้แจง ๕ นาที ๒ นาทีแรกท่านบอกเรื่องปัญหาของ ประชาชนว่าท่านจะยินดีรับฟังเอาไปแก้ไข ส่วนอีก ๓ นาทีที่เหลือท่านมาแก้ตัวเรื่องของ การเดินทางต่างประเทศ นี่ก็ทําให้เห็นแล้วค่ะว่าน้ําหนักที่ท่านให้ ท่านก็ยังคงเห็นความสําคัญ ของตัวเองมากกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

ประการที่ ๒ ท่านตั้งใจท่านบอกว่าท่านจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ยางพารา เรื่องของปาล์มน้ํามัน การแก้ไขปัญหาท่านบอกว่าต้องใช้เวลา ท่านประธานคะ นี่เข้าสู่ปีที่ ๒ แล้วค่ะสําหรับการทํางานภายใต้การบริหารงานของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๒ ปียังไม่เพียงพอใช่ไหมคะสําหรับการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวน ยางพารา ณ วันแรกที่ท่านเข้ามารับตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ราคายางพาราอยู่ที่ ๑๓๐ บาท ราคาปาล์มน้ํามันอยู่ที่ ๖ บาท แต่มาวันนี้ท่านประธานคะ ยางพาราเหลือแค่ ๗๓ บาท ปาล์มน้ํามันเหลือ ๓.๙๐ บาท ราคาลดลงครึ่งหนึ่งส่วนค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายที่ท่านกําลัง ผลักภาระไปให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศเพิ่มเท่าทวีคูณ รายได้ลดลงครึ่งหนึ่ง รายจ่ายเพิ่มเท่าทวีคูณ วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วไป จากเดิมอยากได้ อยากเห็นนโยบายที่ท่านได้หาเสียงเอาไว้ ที่จะกระชากราคาต่าง ๆ ของเขาให้ลดต่ําลง วันนี้ นายกรัฐมนตรีทําสําเร็จค่ะ แต่เป็นการกระชากเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนคนไทย ออกไป ท่านคะ ๒ ปีที่ท่านทํามา ยิ่งแก้เราก็ยิ่งรู้สึกว่ายิ่งจน ยิ่งแก้เราก็ยิ่งเจ๊งค่ะ แล้วก็ตอนนี้ พี่น้องเกษตรกรทั้งสวนยางพาราแล้วก็สวนปาล์มทนไม่ได้ ก็ต้องออกมาเรียกร้องให้กับ รัฐบาลได้เห็นว่าพวกเขาเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะ แต่สิ่งที่เราเห็นท่านประธานคะไม่ว่าจะเป็น ทางรัฐบาลเองหรือท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังคงไม่เห็นถึงความสําคัญ ล่าสุดดิฉันได้เห็น เรื่องของการให้สัมภาษณ์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านยุคลบอกว่า ท่านเห็นแนวโน้มแล้ว เรื่องของยางพาราว่าจะมีปัญหา แนวโน้มท่านเห็นมาประมาณ ๒ เดือนแล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าท่านเป็นผู้นํา ท่านเป็นคนคุมนโยบาย ถ้าท่านเห็นแนวโน้มแล้ว ในตอนนั้นท่านน่าจะมีความชัดเจนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เห็นว่ารัฐบาลได้ทําอะไร เพื่อพวกเขาบ้าง แต่สิ่งที่เราได้เห็นหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมเกิดขึ้น ๒ อาทิตย์ วันนี้ ท่านเพิ่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขยางพารา ดิฉันดีใจที่ท่านได้ตั้งคนที่มารับผิดชอบโดยตรง แต่พอมาดูรายชื่อแล้วสิ่งที่ดิฉันอยากเห็นก็คือว่า อยากเห็นคนที่พูดได้เข้าไปมีโอกาสทํา ได้เห็น คนที่ชี้แจงในสภาได้มีโอกาสเข้าไปทําและได้ลงไปบอกพี่น้องประชาชนด้วยตัวเขาเอง ไม่ใช่ถือโอกาสมาบอกว่าที่ผ่านมามีโอกาสทําและทําอะไรไปบ้าง ดิฉันอยากจะขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสเข้าไปเป็น ๑ ในคณะกรรมการแก้ไขยางพาราและได้ลงพื้นที่ เพื่อชี้แจงพี่น้องเกษตรกร คนที่ท่านบอกว่าเป็นคนใต้เหมือนกับท่านเองนั่นละค่ะ

ประการถัดมา ประการที่ ๓ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเรื่องของราคา ยางพาราเป็นปัญหาตลาดโลกค่ะ ดิฉันคิดว่าคําพูดนี้ดิฉันไม่นึกว่าจะออกมาจากปากคนที่เป็นผู้นํา สิ่งที่ดิฉันสงสัยและอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยอธิบายสภาแห่งนี้สะท้อนไปถึงพี่น้อง ประชาชนด้วยว่าแล้วยางพารากับข้าวมันแตกต่างกันอย่างไรคะ ท่านสามารถรับจํานําข้าวได้ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่มันราคาต่ํากว่าตลาดโลกกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แถม เป็นราคาที่เกษตรกรชาวสวน ชาวนาเขาได้พร้อมกับคุ้มทุนแล้วก็มีกําไรเล็กน้อย ถ้าท่านเปลี่ยนได้ ไหม ท่านเปลี่ยนเป็นเอาค่าที่แปรสภาพ ค่าเก็บรักษา เงินดอกเบี้ยนี้นะคะไปรวม ๆ กันและ เอามาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพารา สวนปาล์ม ดิฉันคิดว่ามันก็น่าจะคุ้มกับพี่น้องเกษตรกร ที่เขาเป็นเกษตรกรเหมือนกัน สิ่งที่ดิฉันสะท้อนให้ท่านได้เห็นก็คือว่าวันนี้อยากให้ท่านได้อธิบายว่า ข้าวกับยางพารามันแตกต่างกันตรงไหน อย่างไรค่ะ

ประการสุดท้าย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าท่านไม่เลือกปฏิบัติ ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่มันอยู่ในใจของพวกเรามาตลอด นั่นก็คือเรื่องของการเลือกปฏิบัติ ท่านคะ ท่านบอกว่าท่านไม่เลือกปฏิบัติ แล้วมันมีคําพูดหลุดออกมาได้อย่างไรคะว่าข้าวเป็นสินค้า พรีเมียม (Premium) ข้าวเป็นสินค้าที่กินได้ แล้วยางพาราละคะ ยางพาราเป็นสินค้าทั่วไป ที่จะต้องรอต่อไปอย่างนั้นหรือคะท่าน ยางมันกินไม่ได้ ท่านเลยไม่ช่วยอย่างนั้นหรือคะ และที่สําคัญประโยคเมื่อสักครู่ ดิฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ยินจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกัน ท่านบอกว่ารัฐบาลจําเป็นต้องไปช่วยคนที่เดือดร้อนมากกว่า ยางพารา กับปาล์มน้ํามันไม่เดือดร้อนหรือคะท่าน วันนี้ท่านกําลังทําให้เรารู้สึกว่าท่านเองเลือกปฏิบัติ แล้วก็ ๒ มาตรฐาน ท่านกําลังแบ่งค่ะ ดิฉันไม่เข้าใจว่าทําไมท่านต้องมาแบ่งเกษตรกร หรือว่า ท่านได้ทําสําเร็จมาแล้วจากการแบ่งชนชั้น แบ่งคนทั้งประเทศ วาทกรรม ไพร่ อํามาตย์ วันนี้ท่านอยากจะแบ่งเกษตรกรด้วยหรือคะ เป็นเกษตรกรชั้นพรีเมียมกับเกษตรกรทั่วไป ใครเป็นเกษตรกรพรีเมียม รัฐบาลสนใจสามารถให้เงินอุดหนุนไป ๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ไปได้ค่ะ แต่สําหรับเกษตรกรทั่วไปอย่างชาวนา อย่างสวนยางพารา สวนปาล์มก็ได้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนเดิม แถมมานะคะ มีมาตรการชดเชยออกมา ท่านบอกว่าวันนี้ ท่านให้ชดเชย ๑,๒๖๐ บาท ถ้าท่านเข้าใจเรื่องของวิถีชีวิตของเกษตรกร ดิฉันคิดว่าท่านจะไม่ออกนโยบายนี้ ออกมาเลยค่ะ ดิฉันคิดว่าท่านคงได้เห็นความสําคัญของข้อเสนอที่เกษตรกรได้ยื่น ไปให้ท่านบ้าง นั่นคือเขาอยากได้ราคา วันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่มีครัวไหน ที่สามารถตัดยางพารา กรีดยางพาราได้ด้วยตัวเองทั้งหมด มันจําเป็นจะต้องมีคนช่วย มันจะต้องมีคนรับจ้างมาช่วยกันกรีดยางพารา ปกติแล้วทั่วไป ท่านประธานคะ ทําไมท่าน ไม่สงสัยบ้างว่าตัวแทนเกษตรกรเขาถึงเรียกร้องราคายางพารากัน เพราะถ้าเรียกร้องราคา ยางพารา มันจะได้ช่วยกันทั้งระบบค่ะ แต่ถ้าท่านให้ ๑,๒๖๐ บาท มันจะได้เฉพาะคนปลูก ยาง เพราะวิถีของชาวสวนยางพาราเช้ามาเขาไปกรีดยางค่ะ เอายางพารามาขาย คนกรีดกับ เจ้าของสวนแบ่งกันได้ค่ะ ๖๐ ๔๐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ให้ชาวสวน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับคนกรีด ปัจจัยการผลิตท่านบางส่วนเขาก็แบ่งกันจ่ายค่ะ ทั้งเจ้าของสวน ทั้งคนกรีด แต่ถ้าท่าน ให้ไปอย่างนี้นะคะ ๑,๒๖๐ บาท มันไม่ไปถึงผู้รับจ้างเลยค่ะ คนที่กรีดยางพาราจ้าง เขาจะไม่ได้มีโอกาสมารับเงินตรงนี้เลย ซึ่งวันนี้เกษตรกรที่เป็นผู้รับจ้างกรีดยางพาราจ้างมีอยู่ ล้านกว่าคนค่ะ แต่คนที่เป็นเจ้าของสวนจริง ๆ มีอยู่ไม่ถึงล้านท่านคะ เพราะฉะนั้น นี่เป็นการเลือกเหมือนกับอุ้มคนรวย แล้วก็ไม่ช่วยคนจน แต่สิ่งที่ดิฉันอยากเห็น ก็คือว่าถ้าท่านตั้งใจจะทํานโยบายช่วยทั้งระบบ กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ท่านควรจะให้ เป็นเงินต่อกิโลกรัมให้กับชาวสวน แล้วก็ให้ลูกจ้างเขาได้ไปแบ่งกันเอง ได้ทั้งคนรับ ได้ทั้ง เจ้าของสวน แล้วก็ได้ทั้งคนจ้างค่ะ และสิ่งที่ดิฉันเห็นก็คือว่าวันนี้นะคะทางรัฐบาลเอง มองเกษตรกรเหมือนเป็นศัตรู เพราะอะไรคะ เพราะดิฉันได้เห็นถึงการใช้อํานาจของท่าน ท่านได้ใช้อํานาจที่ท่านมีผ่านไปยังเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับการจังหวัด ถ้าวันนี้เหตุการณ์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ วันแรกเริ่มเดิมที มันไม่เกิดการประเมินสถานการณ์ต่ํา ไม่มองว่าเกษตรกรเป็นศัตรูกับรัฐ ท่านสามารถเดินไป พูดคุยกับเขาได้ค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ ๑ อาทิตย์ท่านยังใช้วิธีการเจรจากับพวกเขาได้ แต่ทําไมหลังจากนั้นอาทิตย์ถัดมาท่านเกณฑ์กําลังพลไปเพื่อที่จะไปขอพื้นที่คืน ไม่พูดดีด้วย เลยนะคะ ไปใช้กําลังกับเขา นี่ค่ะที่ดิฉันคิดว่าท่านกําลังใช้อํานาจกับประชาชน ท่านกําลัง มองผู้เสียหายว่าเป็นเหยื่อของอํานาจรัฐ และที่สําคัญก็คือว่าวันนี้ที่เสียใจมากคือท่านใช้ อํานาจรัฐในการทําร้ายประชาชน สิ่งที่ดิฉันเห็นว่ามันไม่เป็นธรรมกับผู้ชุมนุมอีกอย่างหนึ่ง ก็คือว่าวันนี้ท่านพยายามค่ะ พยายามที่บีบม็อบ บีบผู้ชุมนุมโดยการใช้สังคมกดดัน พยายาม ประโคมข่าวต่าง ๆ ว่าการชุมนุมกระทบกับการเดินทาง การชุมนุมกระทบกับการเรียนหนังสือ การชุมนุมกระทบกับโรงพยาบาลเรื่องของการขนถ่ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลหลัก แต่ท่าน ลงไปดูจริง ๆ สิคะ พอสื่อบางส่วนเสนอความเป็นจริงขึ้นมาว่ารถโรงเรียนสามารถวิ่งไปได้ รถพยาบาลสามารถขนคนได้ โรงพยาบาลไม่ได้ขาดยา ท่านใช้อํานาจอย่างไรรู้ไหมคะ ท่านไปย้ายนักข่าวที่เดิมปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ออกค่ะ และท่านก็ไปเอานักข่าวที่อื่นเข้าไป ประจําการ สามารถรับคําสั่งได้และท่านจะให้อยู่ค่ะ นี่ค่ะที่ดิฉันกําลังบอกท่านว่าท่านกําลัง ใช้อํานาจ แต่ถ้าท่านอยากใช้อํานาจจริง ๆ วันนี้ทําไมท่านไม่ใช้อํานาจที่มีไปให้อยู่ในทิศทาง ที่ถูกที่ต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถ้าท่านเห็นว่า ผู้ชุมนุมไปปิดรางรถไฟ ผู้ชุมนุมปิดถนน ท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือท่านเองสามารถลงไปเจรจา กับเขาได้ ก็เสียเวลาสักนิด เสียเวลาที่จะนั่งรถเมล์ฟรีลงดูพื้นที่ ลงไปดูรถไฟบ้าง ลงไปดูพื้นที่ เขาบ้าง อันนี้ที่ดิฉันบอกว่าท่านควรจะใช้อํานาจให้ถูกที่ต้องที่ควร และที่สําคัญวันนี้ ท่านกําลังใช้อํานาจรัฐในการล้อมเมืองแล้วก็กดดันประชาชน ประเด็นที่สําคัญที่สุดที่ดิฉัน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่าวันนี้เรื่องของการเจรจาค่ะ การเจรจา ท่านได้ทําเริ่มต้น ดิฉันเห็นเลยว่าท่านไม่มีความจริงใจ ไม่มีความตั้งใจ ทําไมดิฉันถึงได้ พูดอย่างนี้คะ เพราะท่านได้ส่งคนที่ไม่มีอํานาจตัดสินใจลงไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมตั้งแต่แรก มันถึงได้บานปลายไปจนถึงทุกวันนี้ เริ่มต้นมีเฉพาะจุดควนหนองหงษ์ค่ะ แต่พอท่านส่งท่านรองเลขาธิการลงไปคนแรกค่ะ ท่านสุภรณ์ ลงไปเจรจา กลับมา เจรจาอย่าง แถลงข่าวอย่าง กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นถึง ความไม่จริงใจของท่าน การบิดเบือนข่าวของท่าน เขาก็เลยยกระดับไปปิดรางรถไฟที่บ้านตูล ผ่านมาอีกค่ะ ท่านส่งไปอีกค่ะอีก ๑ คน ลงไปเจรจา เสร็จแล้วก็ไม่มีอํานาจตัดสินใจเหมืนกันค่ะ ก็มีการยกระดับการชุมนุมขึ้นมา จนสุดท้ายเมื่อวานนี้ท่านมีการไปรับตัวแทนขึ้นมาเจรจา ที่กรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์ประชุม ที่ศูนย์ราชการค่ะ แต่ทุก ๆ ครั้งที่มีการเจรจาท่านล้วนแล้วแต่ ตั้งธงไว้ทั้งนั้น ในเมื่อท่านตั้งธงเอาไว้ ท่านไปรับเขามาเจรจาทําไมคะ ท่านไม่แม้แต่รับฟัง แล้วจะเอาไปคิด เอาไปเปลี่ยนแปลงหรือเอาไปปรับปรุง สามารถมาพบกันครึ่งทางระหว่าง รัฐกับประชาชน แต่ทั้ง ๓ ครั้ง ทุกครั้งที่มีการพูดคุยได้คําตอบเหมือนเดิมค่ะ ๑,๒๖๐ บาท ๑,๒๖๐ บาท เพิ่มจาก ๑๐ ไร่เป็น ๒๕ ไร่ นี่ละค่ะ สิ่งที่ดิฉันไม่เข้าใจ ความพยายามของ รัฐบาลวันนี้นะคะ เรื่องของเจรจา ดิฉันเห็นอย่างอื่นนี้ทําไมพยายามจัง พยายามรักษา ความสงบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บีอาร์เอ็น (BRN) ท่านเจรจามา ๔ ครั้ง ท่านยังไม่ลดละ การเจรจา ยังไปยื้อให้มีการเจรจาอีก กับโจรอย่างนี้ค่ะ ท่านพยายามเอานั่งบนโต๊ะ แต่กับ ประชาชนคนไทยด้วยกัน ท่านขู่เอา ขู่เอา เห็นประชาชนเขาไม่มีทางสู้กับท่านใช่ไหมคะ

ประการสุดท้าย ท่านประธานคะ ทําไมท่านถึงมองการชุมนุมแห่งนี้เป็นเรื่อง การเมือง ท่านมีความตั้งใจจะให้ที่ชุมนุมกัน นักการเมืองออกมานอกระบบหรือเปล่า หรือท่านประเมินได้แล้วว่าม็อบตอนนี้ ผู้ชุมนุมตอนนี้ ถ้าไม่มีการเมืองเข้าไปยุ่งมันก็สามารถ สลายได้กันเอง แต่ท่านประเมินผิดอย่างไรคะ ที่ดิฉันบอกว่าท่านประเมินต่ํา เมื่อวานนี้ เมื่อก่อนหน้านี้ ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพูดนะคะ เมื่อเช้าท่านก็ยังพูด บอกว่าท่านรับโทรศัพท์คนจากผู้ชุมนุม แล้วก็ถามว่ามีอํานาจเจรจาไหม เป็นใคร อย่างไร เขาก็บอกว่าไม่ นี่ค่ะเป็นการสะท้อนให้เห็นแล้วว่า ผู้ชุมนุมตรงนี้มันไม่มี แกนนําชัด มันไม่มีการเมืองแทรก เพราะถ้ามีการเมืองแทรกมันจะต้องมีคนคุม คนกําหนด นโยบาย สามารถมีตัวแทนมาให้ท่านได้เรียบร้อยค่ะ ท่านก็รู้อยู่ ท่านเคยผ่านเรื่องนี้มาดี แล้วท่านก็เคยเป็นผู้นํา ท่านรู้อยู่ความแตกต่างของม็อบการเมืองกับม็อบเกษตรกรที่เป็น ประชาชนคนเดือดร้อนนี้มันแตกต่างกัน ถ้าเป็นม็อบการเมือง ถ้าท่านหาตัวแทนคนเจรจา เขาส่งมาให้ท่านได้เลยค่ะ คน ๒ คน ๓ คน แต่มาวันนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ําว่าใครเป็นคนนํา เพราะต่างคนมาด้วยความเดือดร้อน ดิฉันถึงบอกว่าท่านไม่ควรไปโยงว่านี่คือม็อบการเมือง แล้วดิฉันเสียใจมากเลยคือคนที่ว่าเรื่องนี้ว่าเป็นม็อบการเมือง ท่านมานั่งเป็นประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยสะท้อนให้ท่านประธาน ผ่านไปยังคนที่เกี่ยวข้องว่า วันนี้ท่านอย่าไปโยงว่ามันเป็นม็อบการเมืองค่ะ ท่านอย่าไปอ้างว่า มันเป็นม็อบการเมืองเพื่อที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลเอง สิ่งที่ดิฉันฝากไว้ก็คือว่า ท่านพยายามบอกว่าวันนี้ท่านไม่เลือกปฏิบัติ แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นก็คือท่านกําลังทําเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องของ ๒ มาตรฐาน แล้วก็ท่านกําลังทําให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ทําตามนโยบายจริง ๆ ค่ะ คือทักษิณคิด เพื่อไทยทํา ยิ่งลักษณ์ทํา เมื่อปี ๒๕๔๘ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านพูดไว้ชัด อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านพูดไว้ว่าถ้าพื้นที่ไหน ไม่เลือกท่าน ท่านก็ได้ให้การดูแลที่หลังพื้นที่ที่เลือกท่าน วันนี้ค่ะ รัฐบาลน้องสาวท่านทํา เหมือนพี่ชายเลยค่ะ ดิฉันไม่อยากให้ใครมากล่าวหารัฐบาลชุดนี้ ถ้าท่านมีความจริงจังจริงใจ ควรจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน ขอบคุณค่ะ