รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญท่านสัมพันธ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ หารือต่อท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ผมขอฝากไปถึงแขวงการทาง จังหวัดพิษณุโลก สํานักงานทางหลวงที่ ๔ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมนะครับ ด้วยถนนสายเทศบาล ตําบลกงไกรลาศไปที่ตําบลหนองตูม อําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งปัจจุบันได้มีรถอ้อย เป็นจํานวนมากหลบถนนหมายเลข ๑๒ สิงหวัฒน์ เข้าไปถนนสายรองแห่งนี้ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ของกรมทางหลวง แล้วก็แขวงการทาง จังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ดูแลถนนสายนี้ รถอ้อยวิ่งเข้าไป แต่ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายรอง ฉะนั้นความมาตรฐาน มันจะสู้สายหลักไม่ได้ ก็ทําให้ถนนนั้นชํารุดทรุดโทรมมาก พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับ ถนนพังหมดแล้วครับ แต่ว่าได้มีรถอ้อยวิ่งเข้าไปวันหนึ่งเรียกว่าเป็นเกือบร้อยเที่ยวก็ว่าได้ ก็ฝากกับแขวงการทางจะทําอย่างไรในเรื่องของน้ําหนักรถก็ดี แล้วก็ดูแลในเรื่องของสภาพถนน โดยเฉพาะสะพานมันได้หัก สะพานข้ามแม่น้ํายม ก็ฝากไว้กับแขวงการทาง จังหวัดพิษณุโลก ไว้ด้วยนะครับ
แล้วอีกสายหนึ่งนะครับ ทางแยกถนนสายกําแพงเพชร-สุโขทัย เข้าไป บ้านหนองจิกครับ ถนนเส้นนี้มีสะพานอยู่สะพานหนึ่งคับแคบมาก แล้วก็รถวิ่งได้ทีละคัน จะผ่านไปผ่านมา ก็ฝากกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงชนบทหรือว่า ทางจังหวัดสุโขทัยให้เข้าไปดูแลครับ
แล้วถนนนี้อีกสายหนึ่งครับ สายบ้านไผ่วงฆ้อง ตําบลป่าแฝก อําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ไปบ้านคลองตาข่าย หมู่ ๗ ตําบลบ้านหลุม อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นถนนดินลูกรังอยู่ครับ ก็ฝากถึงทางหลวงชนบทให้ไปดําเนินการเพื่อทําเป็นถนนไร้ฝุ่น หรือว่าถนนลาดยางครับ ก็ฝากต่อท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคมทั้ง ๓ สายครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอหารือ เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องของประปาภูมิภาค ซึ่งในขณะนี้ชาวบ้าน ตําบลดีลัง อําเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ขาดแคลนน้ําในเรื่องของน้ําประปา ก็อยากจะ ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานสภาให้เร่งดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ชาวตําบลดีลังด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เทศบาลอําเภอสระโบสถ์ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ ๓,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน ในขณะนี้น้ําไม่เพียงพอในการอุปโภคและบริโภค ดังนั้นอยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งสํารวจตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ด้วยครับ
และเรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ได้รับคําร้องเรียนจากท่าน ส.ส. วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส. นนทบุรี ถนนสายหมายเลข ๓๒๑๕ บางกรวย-ไทรน้อย ซึ่งได้เซ็นสัญญา เรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะนี้ผู้รับจ้างยังไม่ดําเนินการ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการในส่วนนี้ด้วย ขณะนี้พี่น้องประชาชนไปมาไม่สะดวก เป็นหลุมเป็นบ่อ ในเมื่อเซ็นสัญญาแล้วต้องเร่งดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเร่งด่วนให้กับพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดนนทบุรีซึ่งได้รับผลในส่วนนี้ด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมได้รับ การร้องเรียนจากชมรมสหกรณ์และกลุ่มเกษตร อําเภอโป่งน้ําร้อน อําเภอสอยดาว อําเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ร้องเรียนให้กระผมหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เรื่องมันสําปะหลังที่มีมติ ครม. ให้จํานํากิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาท เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วมา พี่น้องเกษตรกรร้องผมมา ๓ เรื่อง ขณะนี้มันสําปะหลังประเทศกัมพูชาเข้ามาประเทศไทย เป็นจํานวนมาก ทําให้ลานมันไม่ซื้อมันไทย มันไทยตกต่ําเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง ๒ บาท นโยบายรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีนโยบายจํานําก่อนปีใหม่ ประมาณวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก็ไม่ได้จํานํา พอเกษตรกรจะปิดถนนก็มีมติให้จํานํา ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ กิโลกรัมละ ๒.๗๕ บาท วันนี้ก็ทราบข่าวอีกครับว่าชาวอําเภอสระแก้ว จะปิดถนนเพราะล่าช้ามากทําให้เขาเดือดร้อนเสียหาย เกษตรกรตําหนิรัฐบาลนะครับว่า ทําไมรัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้ล่าช้า ทําให้เกษตรกรหมดทุน สุดท้ายเกษตรกรปลูกมันไม่มีที่ดิน เป็นของตัวเอง จะเข้าร่วมโครงการจํานําก็ไม่ได้ ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยด่วน และผมเอง ก็มีรูปถ่าย รูปถ่ายคือมันสําปะหลังประเทศกัมพูชาเข้ามาประเทศไทยเยอะมากเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะส่งให้ท่านประธาน แล้วก็มีหนังสือร้องเรียนจากเกษตรกร ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เดี๋ยวท่านประธานช่วยกรุณาส่งให้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องชาวบ้านโนนโก ตําบลบ้านเขว้า และบริเวณใกล้เคียงว่าเมื่อสมัยที่ผ่านมาดิฉัน ได้มีการหารือกับท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับสถานีสูบน้ําที่บ้านโนนโกพังเสียหายจากน้ําท่วม ก็ได้รับการซ่อมแซมแล้ว แต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมามีภาวะน้ําท่วมเกิดขึ้นอีกครั้งทําให้ ตอนนี้สถานีสูบน้ําที่ได้รับการซ่อมแซมแต่ก็ยังใช้ไม่ได้คะ เนื่องจากพนังกั้นน้ําแล้วก็คลองส่งน้ํา เชื่อมต่อจากสถานีสูบน้ําบ้านโนนโกได้รับความเสียหายจากน้ําท่วม ฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขซ่อมแซมพนังกั้นน้ําและคลองส่งน้ําดังกล่าวด้วยค่ะ เพื่อความเป็นอยู่ของพี่น้องจะได้ดีขึ้น ปัจจุบันพี่น้องทําการเพาะปลูกข้าวได้แค่ ๘๐๐ ไร่ จากทั้งหมด ๒,๐๐๐ ไร่ ต้องฝากท่านประธานด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับการบอกกล่าว จากประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา ระหว่างตําบลบ้านกอก แล้วก็ตําบลกุดน้ําใส อําเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ถนนหนทางเชื่อมระหว่างบ้านโนนทอง ตําบลบ้านกอก ถึงบ้านตลาด ตําบลกุดน้ําใส เป็นทางลาดยาง แต่ว่ายังลาดยางไม่ครบอีกประมาณ ๒,๗๐๐ เมตร ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขในการจัดงบประมาณมาดําเนินการก่อสร้าง ทางลาดยางเส้นนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาได้สะดวก แล้วเมื่อมีเหตุการณ์น้ําท่วม เกิดขึ้นเส้นทางสายนี้เป็นทางที่เขาต้องใช้เลี่ยงเพื่อเข้าอําเภอค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุดท้ายที่อยากหารือกับท่านประธานก็คือ อยากจะขอให้ท่านประธาน ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเปิดประตูเข้าออกสภาทางฝั่งถนนราชวิถี เพื่อลดภาวะ ที่รถติดขัดยามเมื่อเลิกประชุม แล้วอีกเรื่องหนึ่งต่อเนื่องก็คือที่จอดรถในสภาของเรามีจํานวน ไม่เพียงพอกับสมาชิกที่ใช้บริการ ก็ฝากท่านประธาน ถ้าเป็นไปได้ใครมาตรงไหนอยากให้จอด ก็ให้เขาจอดเถอะค่ะ เพราะอย่างไรก็ไม่พออยู่แล้วค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ วันนี้ดิฉันอยากหารือท่านประธานในเรื่องที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็รู้สึกว่าจะเป็นเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลังอย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ที่ท่านได้กล่าวไป เพราะทางประชาชนชาวอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษก็เดือดร้อนในเรื่องนี้เช่นกัน เนื่องจากว่าราคามันสําปะหลังตอนนี้ได้ราคาซึ่งไม่ดีเท่ากับช่วงปีที่แล้ว ราคาหน้าโรงงาน ที่รับซื้อตอนนี้ก็คือ ๒.๓๕ บาท ที่จังหวัดศรีสะเกษในเปอร์เซ็นต์แป้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปีที่แล้วในช่วงเดียวกันขายได้ถึงเกือบ ๔ บาท ก็อยากจะฝากท่านประธานให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูแลในเรื่องนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของทางเทศบาลอําเภอกันทรลักษ์ ท่านได้ฝากมาในเรื่องของโรงจํานําของเทศบาล ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างจะขาดสภาพคล่อง อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปดูแล
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องไฟฟ้าเกษตร พี่น้องประชาชนชาวอําเภอกันทรลักษ์ หลายหมู่บ้านที่ต้องการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากว่าทางไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่สามารถที่จะต่อไฟฟ้า ถึงหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลได้ แล้วก็บางหมู่บ้านที่ไปทําสวนทําไร่ที่ไม่มีไฟฟ้าเขาก็อยากจะได้พืช ไปใช้ในการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง ก็อยากจะให้ทางท่านประธาน ส่งงานเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดูแล ก็ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ
ท่านสุนทรีครับ ที่หารือเมื่อกี้ว่าประตูด้านราชวิถีเราจะเปิดตอนเย็น ตอนเลิกนะครับ ตอนเช้าจะไม่เปิด เพราะเรามีเครื่องสแกน (Scan) เครื่องเดียว ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ใคร่ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องน้ําประปา ท่านประธานที่เคารพ อําเภอกู่แก้วเป็นอําเภอที่ขาดแคลนน้ํามากที่สุด หลายร้อยปีมาแล้ว ก็ยังแก้ปัญหาเรื่องน้ําไม่ได้ พี่น้องชาวตําบลโนนทองอินทร์ได้ไปร้องเรียนกับกระผมบอกว่า อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปยังทางกรมทรัพยากรน้ํา โดยเฉพาะพี่น้องชาวบ้านหัวหนอง ตําบลโนนทองอินทร์ ขณะนี้ลําบากมากต้องไปหาซื้อน้ําแถวละแวกอื่น แล้วมันก็อยู่ห่างไกล ฉะนั้นจึงฝากท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ําด้วยนะครับ
ต่อมาเรื่องถนนไร้ฝุ่นเป็นถนนเชื่อมอําเภอแล้วก็มีลําห้วยซึ่งเป็นลําห้วย ขนาดใหญ่ คือบ้านโคกน้อย ตําบลจําปี แล้วก็บ้านโคกผักชี ตําบลจําปี ถ้าได้งบประมาณ ไปก่อสร้างถนนลาดยางแล้วก็สร้างสะพานข้ามลําห้วยให้ก็จะดีนะครับ
แล้วประเด็นเรื่องราคามันสําปะหลัง พี่น้องชาวมันสําปะหลังก็มาฝากผม บอกว่าให้ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยว่าให้ประกันราคามันสําปะหลังให้ด้วยครับ ท่านประธานขอบคุณครับ
ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องที่จะหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้ครับ
๑. ประชาชนชายฝั่งทะเลอําเภอจะนะ จังหวัดสงขลามีอาชีพ เขาเรียกว่า ประมงชายฝั่ง ได้รับผลกระทบเนื่องจากเกิดมรสุมเป็นระยะเวลา ๓ เดือนแล้ว ตอนนี้ไม่มีอาชีพ ได้รับความเดือดร้อน ก็อยากให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปดูแลด้วยครับ
๒. จากการที่มีอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา เขตอําเภอจะนะ อําเภอเทพา ประชาชนได้รับผลกระทบถนนสายประจ่า-คูนายสังข์ เป็นหลุมเป็นบ่อ ประชาชนที่สัญจรไปมา ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก และคอสะพานบ้านเกาะทาก บ้านประจ่า ตําบลนาหว้าขาด ตอนนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ขอฝากไว้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร เนื่องจากพี่น้องในเขตอยู่ตามคลองส่งน้ําชลประทานห้วยเดียก ช่วงหลังโครงการในพระราชดําริหนองหมากเฒ่าลงมาเป็นระยะทาง ๒ กิโลเมตร ในถนน ริมคลองชลประทาน ซึ่งตอนนี้ชาวบ้านเขาอยู่เต็มแล้วในเขตตําบลห้วยยาง อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ได้รับความเดือดร้อนถนนใช้แทบไม่ได้แล้ว เพราะว่าพี่น้องประชาชนแถวนั้น หลายหลังคาเรือนเกือบเป็นร้อยแล้ว ของบประมาณทําบัญชีหางว่าวมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ วันนี้ปี ๒๕๕๕ แล้ว ผมตรวจสอบไปที่ชลประทานจังหวัดเขาบอกว่า กรมชลประทานยกไว้ก่อนครับ เนื่องจากไม่มีงบประมาณในส่วนนั้น พี่น้องสอบถามผมมา ไม่รู้จะตอบอย่างไรครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ พี่น้องไปทํางานที่ประเทศอิสราเอลเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔ จนวันนี้ ๙ เดือน ยังไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว ได้แต่ส่วนของกองทุน ๔๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้เลย ผมฝากถึงกระทรวงแรงงาน ช่วยตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร เพราะเขาไปถูกต้องครับ ไปทํางานเป็นลูกจ้างขับรถแทร็กเตอร์ ไถนาทําการเกษตร รถพลิกคว่ําขณะที่ไปส่งเพื่อน วันนี้เห็นบริษัทบอกว่าให้ไปเปิดบัญชีไว้ ตอนนี้เขาบอกหนี้สิ้นทางภรรยาโทรมาเขาบอกไม่รู้จะจ่ายอย่างไร ธนาคารจะยึดบ้าน ยึดอะไรไปก็ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท เผื่อจะได้ไป ท่านประธานขอบคุณมากครับ
ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือเกษตรกรที่น้ําท่วมขณะนี้บางตําบลยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ในขณะเดียวกันเงินชดเชยที่นาน้ําท่วมก็ยังไม่ได้รับเช่นกัน โดยเฉพาะอําเภอบ้านหมี่ กับอําเภอท่าวุ้ง เช่น ตําบลหนองทรายขาว ตําบลหนองเมือง ตําบลหนองกระเบียน เหล่านี้ รอรับเงินเยียวยาอยู่ เพราะว่าจําเป็นที่จะต้องใช้
เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาของคูปอง ๒,๐๐๐ บาท เรื่องนี้คงแก้ไขอะไรไม่ได้มาก แต่อยากเรียนให้ทราบว่าคูปอง ๒,๐๐๐ บาทนั้นสร้างปัญหาในสังคมค่อนข้างมาก แล้วก็ เป็นวิธีการที่ช่วยชาวบ้านนั้นไม่ครบวงจร เนื่องจากว่าสินค้าที่จะลด ๒,๐๐๐ บาท ชาวบ้าน จะต้องไปซื้อ อย่างเช่น แอร์ซึ่งราคาเป็นหมื่นบาท หรือตู้เย็นราคา ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แต่ในขณะที่กําลังของชาวบ้านนั้นสามารถทําได้ อย่างเช่นเตาแก๊ส ๒ หัวแบบประหยัด ทางห้างสรรพสินค้านั้นกําหนดราคาไว้ที่ ๙๙๙ บาท ลด ๘๐๐ บาท พี่น้องเราจ่ายแค่ ๑๙๙ บาท แต่พอเวลาไปถึงจริง ๆ แล้ว คือไม่มีของ ของหมด ไปทีไรก็หมดตลอด
เรื่องสุดท้าย ก็คืออยากให้ตํารวจนั้นเพิ่มกําลังตํารวจในระดับชั้นประทวน หรือว่าพลตํารวจ เพราะว่าขณะนี้ตํารวจจะเป็นลักษณะของหัวโต ขาลีบ เพราะว่ากําลัง ที่จะไปตรวจตราดูตามร้านอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งซ่องสุมนั้นค่อนข้างน้อย ก็ฝาก ท่านประธานนั้นได้เรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ทั้งหมดนั้นก็คือความเดือดร้อน ที่พี่น้องฝากมา ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผลที่ประชาชนได้รับตรงก็คือการหารือที่ท่านประธานเปิดโอกาสให้ ประชาชนเขาฝาก ความนิยมชมชอบมายังท่านประธานว่าเขาได้รับการดูแล เมื่อมีเรื่องอะไรที่เขาเดือดร้อน เขาร้องมายังผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรก็ได้ช่วยนําความกราบเรียนท่านประธานสภา ท่านประธานก็แก้ไขให้ ผมเองก็ขอขอบคุณท่านประธานด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ น้ําท่วมตอนนี้น้ําลดแล้ว ถนนหนทางชํารุดเสียหาย ก็อยากจะขอให้หน่วยงานคือทหารช่างที่มีนามว่า กรป. กลาง ไปช่วย เพราะว่าหน่วยงานนี้มีเครื่องจักรเยอะครับ และกรมทางหลวงก็มีกองที่มีคน เครื่องจักรก็มี พวกหน่วยนี้จะไปเปิดทํางานที่สนามเลยครับ และกรมทางหลวงชนบทก็มีสํานักงานอยู่ ตามท้องที่ต่าง ๆ แล้ว และนอกนั้นก็ยังมีของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยครับ ของกรมชลประทาน หรือจากสํานักงานเหล่านี้ ก็อยากขอให้ท่านประธานช่วยสั่งการไปยัง กระทรวงต่าง ๆ ทั้งกรมและกอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประสานงาน
ข้อ ๒ ปัญหาเรื่องมันสําปะหลังราคาเวลานี้เหลือกิโลกรัมละ ๒.๒๐ บาท ขอให้ท่านประธานให้รัฐบาลช่วยกําหนดราคาได้สัก ๔ บาทเท่าปีกลายนี้ด้วยครับ
ข้อ ๓ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยขุดลอกฝายจํานวน ๖๙ แห่ง แล้วก็ถนนที่ชํารุดเสียหายที่กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ก็มีทั้งหมด ๓๙ แห่ง
ข้อ ๔ ขอให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทสร้างสะพานข้ามแม่น้ําป่าสัก จํานวน ๔ แห่ง แล้วก็คลองลําสนธิ ๒ แห่ง
ข้อ ๕ ขอให้กรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี ที่มีน้ําตกวังก้านเหลือง น้ําตกน้ําโตน น้ําตกวังแสนดี แล้วก็เขาสมโภชน์ ผมมีรายละเอียด ตามหนังสือนี้ที่เขาร้องเรียนมา ขอส่งท่านประธานเป็นหนังสือครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมมีเรื่องไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรึกษาท่านประธานในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นอยู่ด้วยการรอคอย การมีที่ทําการรัฐสภาแห่งใหม่เป็นเรื่อง ที่เราพูดจากันมานานมาก แล้วก็ดูจะเป็นความพยายามของท่านประธานสภา ของสํานักงาน เลขาธิการชุดหลัง ๆ พยายามที่จะเร่งเร้าหาสถานที่เพื่อที่จะสร้างที่ทําการถาวรของ สภาผู้แทนราษฎรให้ได้ แล้วก็มีการพูดจากันสับสนไปมาตลอด ผมเรียนท่านประธานว่า ผมเองไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ก็เพราะว่าผมเป็นผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๑๑ เป็นครั้งแรก ที่ได้มีโอกาสใช้ห้องประชุมสภาแห่งนี้ นับจากวันนั้นเราก็คิดว่านี่เป็นที่ประชุมที่ใช้เป็น การชั่วคราว เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ถูกยืมมาใช้ในระยะเวลา และต่อไปเราจําเป็น จะต้องมีสภาของเราเอง ครั้งที่แล้วท่านประธานชัยได้ทํางานร่วมกับท่านเลขาธิการจนเราได้ ที่แห่งใหม่ จนขณะนี้ก็มีการพูดจากันใหม่อีกจากท่านประธานก็ดี จากท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ก็ดี จะเป็นการพูดเพื่อที่จะกดดันท่านชัย ชิดชอบ จะเป็นการพูดเพื่อที่จะกดดัน ผู้รับเหมา หรือจะเป็นการพูดเพื่อกดดันประชาชนเพื่อหาที่ทําการแห่งใหม่จริง ๆ ก็ไม่มี ก็ไม่ได้ว่า ทั้ง ๓ อย่างนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ยุติได้แล้วนะครับ เราหาที่ที่ทําการรัฐสภามานานมากแล้ว ไปท่าตะเกียบ ไปลพบุรี กรุงเทพมหานคร ไปรอบแล้ว วันนี้ผมคิดว่าเรามีที่ที่เกียกกายแล้ว เดินหน้าเถอะครับ ผมไม่สบายใจก็เพราะว่ามีการพูดจา เรื่องนี้และสร้างความสับสนว่าสภาเราจะมีที่แห่งใหม่กันจริง ๆ จัง ๆ เสียทีหรือไม่ครับ เราอ้างเหตุอะไรไม่ได้แล้ว น้ําจะท่วมไม่ท่วมก็ปรับได้ โครงสร้างของพื้นที่เกียกกายก็ทํากันไป ผมพูดเรื่องนี้เพราะผมไม่มีส่วนได้เสีย แล้วผมไม่เคยไปพูดจากับคณะกรรมการที่ไหน แต่ผมเห็นว่าการพูดจาในเรื่องนี้เป็นการกดดันเพื่อที่จะทําอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้มี การต่อรองก็ดี เพื่อไม่ให้มีการก่อสร้างใหม่ก็ดี เป็นการกระทําที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เดินหน้า ผมเรียนกับท่านประธานเลยนะครับ ถ้าเราไม่ใช้ที่ที่เกียกกายแล้วไปหาที่ต่างจังหวัด ผมจะตามไปคัดค้านจนถึงที่สุดทุกครั้งไปก็แล้วกัน
ครับ ขอบคุณครับ ก็จะทําให้กระจ่างเร็วที่สุดครับ แล้วจะทําตรงนี้ให้ดีที่สุด โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชน ของประเทศชาติเป็นหลักนะครับ ผมจะไม่ให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด เชิญท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากนายวิชินณ์ คํานิมิตว์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตําบลกกสะทอน เกี่ยวกับเรื่องปัญหาถนนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งมีความเดือดร้อนมาก ลักษณะพื้นที่เป็นที่ภูเขาสูงชันสลับที่ราบเชิงเขา และแต่ละหมู่บ้านอยู่ห่างไกลกัน ถนนเชื่อม ระหว่างหมู่บ้านเป็นถนนที่เป็นดินเหนียวผสมดินทําให้การเดินทางมันยากลําบาก ทางนายกฯ ได้ของบประมาณเกี่ยวกับเรื่องถนนลาดยางแบบแคปซีล (Cape seal) สายบ้านน้ําหมัน หมู่ที่ ๑ ถึงบ้านหมากแข้ง หมู่ที่ ๔ ตําบลกกสะทอน อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระยะทาง ๘,๗๐๐ เมตร พร้อมไหล่ทางข้างละ ๑.๕๐ เมตร และของบประมาณก่อสร้างถนนลาดยางแบบถนนแคปซีล สายบ้านห้วยมุ่น หมู่ที่ ๕ ถึงบ้านน้ําเย็น หมู่ที่ ๒ ตําบลกกสะท้อน อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระยะทาง ๗,๐๐๐ เมตร พร้อมไหล่ทางข้างละ ๑.๕๐ เมตร จึงกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครองท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบท ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสํารวจ ตรวจสอบ ออกแบบ แล้วก็ผลักดันงบประมาณช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนทั้ง ๔ หมู่บ้านด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในตําบลลาดข้าง อําเภอภูเรือ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเกษตรกรแล้วมีอาชีพเกษตรกรและเป็นคนยากจน เกี่ยวกับเรื่องนโยบาย เดิมของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการให้พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย ใช้กระแสไฟฟ้าไม่เกิน ๙๐ ยูนิต (Unit) ไม่ต้องชําระค่าไฟฟ้า แต่มาภายหลังได้ปรับลดเหลือ ๕๐ ยูนิต พี่น้องประชาชนคนยากคนจนเลยขอความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ช่วยปรับให้เท่าเดิมค่ะ คือ ๙๐ ยูนิต เช่นเดิม จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างมากนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง อันเป็นผลมาจากน้ําท่วมหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมานะครับ
เรื่องแรก ก็คือพี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดริมคลองที่อยู่ในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช หลายชุมชนครับ ประมาณเกือบ ๑๐ ชุมชนที่ประสบกับปัญหาน้ําท่วมขัง แล้วก็พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็คืออย่างน้อยที่สุดปัญหาน้ํากัดเท้า กลายเป็นปัญหาเรื้อรังของพี่น้องในชุมชนเหล่านี้ ก็อยากจะเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลนะครับ มียาแก้น้ํากัดเท้าก็น่าที่จะจัดส่งไปบ้างนะครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขรับปากหลายที่หลายแห่งนะครับ แต่ว่ายังไม่เคยมีสิ่งของไปช่วยเหลือ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวประมงชายฝั่งทะเลที่ตําบลปากนครและที่ตําบลท่าซัก อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบประมงประเภทยอปีกได้รับความเสียหาย จากลมมรสุมที่พัดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ว่าก็ไม่ได้รับการดูแลในการชดเชยค่าเสียหาย กรมประมงไม่เคยลงไปดูแลให้กับพี่น้องประมงคนกลุ่มนี้เลยนะครับ ก็อยากจะเรียกร้อง ให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล
เรื่องที่ ๓ ครับ ถนนหลวงสาย ๔๐๓ ช่วงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคําแหง อําเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ําท่วมขังสูงทุกปี เป็นผลส่วนหนึ่งมาจากการ ที่มีเกาะกลางถนนที่สูงมากแล้วก็ขวางทางน้ําที่หลากจากเทือกเขาหลวง ทุกครั้งที่มีน้ําท่วม ขังบริเวณนั้นทําให้ตัดขาดการสัญจรไปมาระหว่างตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปอําเภอทุ่งสง ทุกครั้งพี่น้องประชาชนบริเวณนั้นต้องมาช่วยกันขุดลอกเกาะกลางถนนออกเพื่อให้เป็น ทางระบายน้ํา ก็ขอให้กรมทางหลวงไปปรับปรุงอย่างถาวรเสียทีเถอะตรงบริเวณนั้น เพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวรต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านตําบลกุดกว้างและตําบลเมืองเก่า จังหวัดขอนแก่น ถึงปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้ว ได้รับผลกระทบอย่างมากเลยสําหรับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งทําไร่ทํานา ปรากฏว่าพืชผลเสียหายเป็นจํานวนมาก แล้วก็เรื่องอย่างนี้ก็ไม่ใช่เพิ่งมาเกิด คือเกิดเป็นประจําทุกปีติดต่อกันมา ก็เกิดอุทกภัยน้ําหลากออกจากแม่น้ําชี ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรามีโครงการที่ทําแก้มลิงอยู่แล้วซึ่งเรียกว่า โครงการพัฒนาบึงแก่งน้ําต้อน อันเนื่องมาจาก โครงการพระราชดําริ ตําบลกุดกว้าง อําเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะสามารถรองรับน้ํา ในฤดูน้ําหลากมาได้เป็นอย่างดี แล้วโครงการนี้ก็เกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดําเนินไปพระราชทานปริญญาบัตร แล้วก็ได้มีพระราชดําริให้จัดทําขึ้น และสํานักงานชลประทานที่ ๖ ก็ได้ออกแบบก่อสร้าง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ปรากฏว่าทํามาตั้งนานก็ยังสร้างปัญหาในเรื่องน้ําท่วมน้ําหลากนี้เป็นประจําเลย ดิฉันต้องการทราบความคืบหน้าของโครงการนี้ว่าดําเนินการไปถึงไหนแล้ว เมื่อดําเนินการแล้ว ทําไมยังปรากฏว่าน้ํายังท่วมมากเหลือเกิน เราจะแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไรที่จะทําให้ ไม่เกิดน้ําท่วมอย่างนี้อีก เพราะว่าน้ําท่วมนี่มันกระทบไปถึงหลายจังหวัดเลย ซึ่งได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด การแก้ปัญหานี้ดิฉันคิดว่าต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ภาพเพิ่งขึ้นค่ะ ภาพแก่งน้ําต้อน ซึ่งเป็นจํานวนเนื้อที่ถึง ๓,๕๐๐ ไร่ ซึ่งทํามาแล้วก็จะสามารถเก็บกักน้ําได้เป็นจํานวนมาก ขออนุญาตท่านประธาน เสนอภาพประกอบด้วย แต่ภาพมาช้านิดหน่อย ก็จะแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมจังหวัดขอนแก่น แล้วก็จังหวัดมหาสารคามแล้วก็ลามไปถึงจังหวัดร้อยเอ็ดได้ เพราะว่าตื้นเขินมากค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ ท่านเจือ ราชสีห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานดังนี้ครับ ช่วงนี้เป็นหน้าฝนภาคใต้ตอนนี้ ฝนตกหนักแล้วก็คลื่นแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นฝั่งอ่าวไทยแรง จังหวัดที่อยู่ฝั่งอ่าวไทย โดนคลื่นกัดเซาะชายฝั่งไปมาก โดยเฉพาะทางภาคใต้ จังหวัดสงขลาก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่โดนกัดเซาะไปมากตั้งแต่อําเภอระโนดของ ส.ส. ชัยวุฒิ อําเภอสทิงพระไปอําเภอสิงหนคร ของ ส.ส. ประพร เอกอุรุ หรือไปอําเภอเมืองในเขตเลือกตั้งของผม หรืออําเภอจะนะ ของท่าน ส.ส. สุรินทร์ ปาลาเร่ ผมอยากให้ท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หาดชลาทัศน์ ในเขตอําเภอเมืองของเทศบาลนครสงขลา อยากเรียนท่านประธานให้ทําหนังสือไปถึง ท่านอธิบดีกรมเจ้าท่า แล้วก็อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองให้มาสํารวจถึงความเสียหาย ของชายฝั่งที่โดนกัดเซาะ ไม่ว่าที่หาดชลาทัศน์ของจังหวัดสงขลา หรือแนวของจังหวัดสงขลา ทุกอําเภอว่าขณะนี้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาดชลาทัศน์ในเขตเทศบาลนครสงขลา ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ไปเยี่ยมเมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้ว ท่านให้งบประมาณไว้ส่วนหนึ่ง ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองไปแก้ปัญหา ก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ถ้าท่านประธานจะกรุณา ทําหนังสือไปที่กรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็กรมเจ้าท่าให้ไปสํารวจเพิ่มเติมก็จะเป็น พระคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าขณะนี้โดนกัดเซาะมากเหลือเกิน ผมขออนุญาตฝากเรียน ท่านประธานด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน วันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานหารือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและข้อห่วงใยของพี่น้องประชาชนอยู่สัก ๒-๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ในนามของพี่น้องประชาชนในภาคเหนือ ๘ จังหวัด ขอขอบคุณ คณะรัฐมนตรีที่นําโดย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นําคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ และก่อนการประชุมนั้นได้ให้ความกรุณา นําท่านรัฐมนตรีทั้งหลายลงพื้นที่ ก็นําเอาความหวัง ความคาดหวังของพี่น้องประชาชน ในภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องของการอนุมัติกรอบเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งถือว่า เป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนในเขตภาคเหนือนั้นใฝ่ฝันมานาน ก็คือรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แล้วก็เชื่อมไปยังประเทศจีน สิบสองปันนา ยูนนาน รวมทั้ง ถนนอาร์สามเอ (R3A) ได้กันทั่วหน้า ในนามของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคเหนือ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการช่วยดูแล ระบบขนส่งมวลชนในครั้งนี้
เรื่องที่ ๒ ครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ปลูกหอมแดงครับ ขณะนี้ราคาหอมแดงของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเขตจังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดศรีสะเกษได้ตกลงอย่างกะทันหันและได้รับอนุมัติวงเงิน หมุนเวียนจาก คชก. โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้อนุมัติวงเงินอยู่ ๓๐๐ ล้านบาท เพื่อให้มาซื้อนําตลาดหอมแดง ก็อยากจะนําเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าขอเร่งรัดให้นําเงิน คชก. ๓๐๐ ล้านบาท ที่อนุมัติแล้วรีบไปซื้อ หอมแดงที่จังหวัดลําพูนโดยเร่งด่วนต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านนริศา อดิเทพวรพันธุ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาดิฉันได้อภิปรายในเรื่องของถนนทางหลวงสาย ๔๐๑๓ ต่อเขตเทศบาลเมือง นครศรีธรรมราชถึงเทศบาลเมืองปากพนัง ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณมา ๓๒ ล้านบาท ระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงกับดิฉันว่าสาเหตุที่ถนนเส้นนี้ ไม่สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณให้ได้ สืบเนื่องมาจากว่า ๑. ถนนเส้นนี้ยังออกแบบไม่แล้วเสร็จ และ ๒. ปริมาณรถไม่เพียงพอ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงดิฉันว่ามีประมาณ ๗,๐๐๐ คันต่อวัน แต่เมื่อดิฉันได้กลับไป พื้นที่แล้วได้ถามทางท่าน ผอ. เขต แขวงการทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า ถนนเส้นนี้ในความจริงนั้นได้ออกแบบแล้วเสร็จ และปริมาณของรถยนต์ของถนนเส้นนี้ ณ ขณะนี้เป็น ๑๐,๑๔๙ คันต่อวัน ซึ่งท่าน ผอ. เขตนั้นได้แจ้งข้อมูลเหล่านี้มาที่กรมทางหลวง ของกระทรวงคมนาคมเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนที่จะมีการอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงต้องกราบเรียนท่านประธานให้แจ้งไปยังหน่วยงานผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ท่านแจ้งไปที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะปรับ ฐานข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อให้ถนนสาย ๔๐๑๓ ได้รับการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม เช่นเดียวกับถนนเส้นอื่น ๆ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ขอจัดตั้งศูนย์แยกสํานักงานที่ดิน เนื่องด้วยสํานักงานที่ดินอําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหน่วยงานที่ดูแลการทําธุรกรรม การทํานิติกรรมเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ทั้งหมดนะครับ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อยู่ทั้งหมด ๓ อําเภอ ในพื้นที่ ๑,๑๔๙ ตารางกิโลเมตร และมีจํานวนครัวเรือนราษฎรอยู่ทั้งหมด ๔๗,๔๗๒ หลังคาเรือน ประชากรทั้งหมด ๑๖๗,๓๔๘ คน เนื่องจากจํานวนประชากรมีจํานวนมากทําให้พี่น้องไปทําธุรกรรมอยู่ ในสํานักงานที่ดินของอําเภอกุฉินารายณ์นั้นไม่ได้รับความสะดวก ใช้เวลาตั้ง ๒-๓ วันกว่าจะเสร็จ เรื่องการทําธุรกรรม จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมที่ดินพิจารณาจัดตั้งส่วนแยก สํานักงานที่ดินไปที่สํานักงานที่ดินของอําเภอเขาวง ซึ่งมีอาคารอะไรไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้แบ่งการดูแลความรับผิดชอบให้พี่น้องประชาชนมีความสะดวกมากขึ้น
เรื่องที่ ๒ ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างถนนลาดยางของกรมทางหลวงชนบท สายบ้านหนองห้าง อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ไปยังบ้านโพนนาดี ระยะทางมีอยู่ ทั้งหมด ๒๓ กิโลเมตร แต่ขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างช่วงบ้านห้วยม่วง ตําบลหนองห้าง อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ไปบ้านกุดบอด ตําบลสงเปลือย อําเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งระยะทางที่ยังไม่ได้ก่อสร้างมีอยู่ทั้งหมด ๑.๔ กิโลเมตร ทําให้การสัญจร ไปมานั้นได้รับความลําบากมาก ดังนั้นจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบ ขอให้ดําเนินการให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถพร พลบุตร ท่านอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานหารือเรื่องราวความเดือดร้อนของประชาชน สั้น ๆ นะครับ
เรื่องแรก พอดี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็อยู่ในห้องประชุม แห่งนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่ตําบลต้นมะพร้าว อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มีวัดเก่าแก่ เรียกว่า วัดหนองควง แล้วก็มีโบสถ์เก่าแก่อายุเป็นร้อยปี อยู่ริมถนนเพชรเกษม อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้สั่งการให้สํานักงาน วัฒนธรรมจังหวัดลงไปสํารวจทําหลักฐานทางโบราณคดี เพื่อจะส่งเสริมให้วัดหนองควงแห่งนี้ เป็นวัดทางประวัติศาสตร์ แล้วก็มีผลต่อการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากอยู่ริมถนนเพชรเกษมพอดี รถราสามารถแวะจอดได้โดยสะดวกครับ
เรื่องที่ ๒ ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นการรอคอย เป็นความหวังของพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีมาเป็นเวลานานหลายสิบปี นั่นก็คือการย้ายเรือนจํากลางจังหวัดเพชรบุรีออกไปจากตัวตลาดเทศบาล ปัจจุบันเรือนจํากลาง จังหวัดเพชรบุรีอยู่กลางตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรีด้านตะวันออก มีผู้ต้องขังมากกว่า ๒,๐๐๐ คน ผมเคยเข้าไปสํารวจชีวิตความเป็นอยู่ในนั้นก็แออัดยัดเยียดเป็นอย่างยิ่ง พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีอยากจะให้ย้ายเรือนจํากลางจังหวัดเพชรบุรีออกไปอยู่นอกเมือง และพื้นที่ที่เหมาะสมก็น่าจะเป็นบริเวณหลังเขาบันไดอิฐใกล้ ๆ กับวิทยาลัยสารพัดช่าง ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุครับ ก็จะทําให้พื้นที่เรือนจํากว้างขวางมากยิ่งขึ้น นักโทษก็ไม่แออัดยัดเยียด ถึงขนาดนี้ ขณะเดียวกันพื้นที่เดิมของเรือนจํากลางจังหวัดเพชรบุรีก็ทําเป็นสวนสาธารณะหรือเป็นศูนย์กีฬา เป็นศูนย์นันทนาการต่าง ๆ ก็จะเป็นปอดแห่งใหม่ของตลาดเทศบาลเมืองเพชรบุรี ก็ขออนุญาต ฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วย
เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้กรมทางหลวงชนบทไปดําเนินการลาดยางถนน สายท่าแร้งถึงบ้านป่าขาด อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเหลือระยะทางอยู่ไม่มากนัก หน้าฝนเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับถนนคันคลองชลประทานจากตําบลช่องสะแก ตําบลบางจานไปถึงบ้านหนองเป็ดน้ํา ตําบลบางจาน จังหวัดเพชรบุรี กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเรื่องเดิม แต่มาหารือใหม่ครับ สืบเนื่องจากว่าได้หารือท่านประธานสภาหลายคนแล้ว หลายรัฐบาล หลายรัฐมนตรี และขณะนี้รัฐมนตรีก็กําลังมีการปรับเปลี่ยนใหม่อีก นั่นคือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ สืบเนื่องจากว่าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๕ ช่วงบริเวณ หน้าที่ว่าการอําเภอเบญจลักษ์เป็นย่านชุมชนหนาแน่นมาก มีทั้งตลาด มีทั้งคิวรถ มีทั้งโรงพยาบาล และมีทั้งองค์การบริหารส่วนตําบล มีทั้งส่วนราชการต่าง ๆ ได้เกิดปัญหา อุบัติเหตุทําให้พี่น้องประชาชนต้องล้มตายอยู่เป็นประจํา ทําให้เสียชีวิตและทรัพย์สิน ก็ได้รับคําตอบจากกรมทางหลวงทุกครั้งว่าได้มีการสํารวจออกแบบแล้วรองบประมาณ รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่ได้อีกนะครับ
เส้นที่ ๒ คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๑ ช่วงบริเวณกิโลเมตร ๔๒ และกิโลเมตร ๔๓ เป็นย่านชุมชนหนาแน่นเช่นเดียวกัน เป็นตลาดชุมชนสินค้า เพื่อการเกษตรซึ่งเกิดอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน จึงถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีทั้งคนเก่าและคนใหม่ที่จะมารับตําแหน่งให้รับทราบแล้วก็ดําเนินการแก้ไข โดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ
ท่านธารา ปิตุเตชะ
ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิแทนได้ไหมครับ
ถ้าอย่างนั้นไป ท่านรังสิมา ไม่อยู่นะครับ ท่านโปรดปราน โต๊ะราหนี เชิญครับท่านรังสิมา รอดรัศมี
ท่านประธานครับ พอดีผมมีเรื่องหารือ โดยตรงกับตัวท่านประธานด้วยครับ อยากขอความกรุณาท่านประธาน บังเอิญผมอยู่ในคิวที่ ๓๔ ไม่ทราบว่าจะถึงหรือเปล่า เลยขออนุญาตท่านประธานไว้ล่วงหน้าก่อนครับ
ไม่มีคิวของท่าน ไม่มีนี่ครับ
มีครับ ผมลงชื่อไว้
เพิ่มเติม ไม่เป็นอะไรครับ เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ต้องเรียนท่านผู้ฟังก่อนนะคะ ดิฉันอยู่แต่ประธานยังไม่ได้เรียก แล้วก็ ต้องเรียนท่านประธานนะคะว่าท่านอย่ามาช้า เพราะท่านมาช้าคนที่ยื่นขอหารือจะเสียเวลาไป ประมาณ ๑๐ กว่าคน ท่านต้องมาให้ตรงเวลาค่ะ คนที่มายื่นเขาจะได้พูด ดิฉันยื่นมา ๓-๔ อาทิตย์แล้ว เพราะท่านมาช้าเป็นครึ่งชั่วโมงเลย ทําให้ดิฉันไม่ได้พูดมา ๓ อาทิตย์แล้ว
ท่านครับ เดี๋ยวเสียหาย ผมมาช้า ๑๒ นาที เมื่อกี้ไม่ใช่ครึ่งชั่วโมงครับ พอดีติดพันภารกิจนิดหน่อย ก็ต้องขออภัย เชิญต่อครับ
อาทิตย์อื่นด้วยค่ะ ดิฉันพูดย้อนหลัง ไป ๓ อาทิตย์ที่มาช้าค่ะ ดิฉันจดไว้นะคะ
ท่านต่อของท่าน เชิญครับ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะ เรื่องปิดสภาก่อน ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านว่าท่านอย่ารีบปิดสภาก่อนเวลาที่เรากําหนดไว้ ๓ ทุ่ม ๓ โมงครึ่ง ๑๕.๓๐ นาฬิกา ท่านปิดไปแล้ว ก่อนที่ท่านจะปิดสภาท่านควรที่จะหารือสมาชิก เพื่อที่ให้สมาชิกได้เอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานจะได้แก้ไข ไม่ใช่อยู่ ๆ ท่านก็ปิดสภาไปเลย เสียงบประมาณโดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะว่าค่าแอร์ก็ต้องเสีย ค่าเจ้าหน้าที่ ค่าอาหาร เสียหายมากมาย เพราะฉะนั้นจะปิดต้องหารือทางสมาชิกก่อนนะคะ
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของบริจาค เมื่อเช้าดิฉันเดินไปที่สโมสรเห็นของบริจาคน้ําท่วม นี่มันเลิกท่วมไปตั้งนานแล้วของยังกองไว้เต็มเลย ดิฉันก็กลัวว่าของจะหมดอายุ แล้วท่านเอาไปแจกก็จะเสียชื่อสภา เจ้าหน้าที่สภาน้ําท่วมเยอะแยะ เขาขอท่านก็ไม่ค่อยให้ แล้วเอามากองทิ้งไว้อย่างนี้แล้วหมดอายุหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านจะให้ใครจะได้ไม่เกะกะ ท่านช่วยเอาไปแจกคนที่เขาเดือดร้อน หรือเจ้าหน้าที่สภาที่เดือดร้อนให้เอาไปให้เขาเลย
อีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องค่าไฟฟ้า ดิฉันได้รับแจ้งเกี่ยวกับค่าใช้ไฟ ไม่ได้อยู่บ้านเลย ตั้งร่วม ๒ เดือน แต่ค่าไฟมา ๒ เดือน เดือนละ ๗๐๐ กว่าบาทนะคะ
อีกเรื่องหนึ่ง คือร้านอาหารส่งเสียงดัง ที่ถนนทางเลี่ยงเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม ก็ขอให้ท่านประธานทําหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ตําหนิหลายเรื่องเลยนะครับ เรื่องปิดประชุมส่วนใหญ่ก็ปิดตามกําหนดระยะเวลา นอกจาก บางวันที่มีวาระการประชุมอาจจะหมดวาระการประชุมเท่านั้นเองครับ เชิญท่านโปรดปราน โต๊ะราหนี
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโปรดปราน โต๊ะราหนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติการประชุม ครม. สัญจร ซึ่งผมก็ติดตามมา หลายยุค หลายครั้ง ส่วนใหญ่แล้วคณะรัฐมนตรีก็จะเลือกเฉพาะจังหวัดที่ใหญ่ ๆ หรือว่า เพียบพร้อมไปด้วยการรองรับที่จากการประชุม ครม. สัญจร ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือส่วนใหญ่ ก็จังหวัดเชียงใหม่ ถ้าภาคอีสานก็จังหวัดขอนแก่นบ้านท่านประธาน เป็นจังหวัดใหญ่ ๆ เป็นหลักนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีว่า ให้ช่วยเลือกจังหวัดเล็ก ๆ บ้าง ช่วยไปดูความเป็นอยู่ของเขาบ้าง ภาคใต้รู้สึกว่ายังไม่มีจังหวัด ผมขอเสนอจังหวัดพัทลุง ไปดูหน่อยแล้วก็ไปร่วมกันประชุมที่จังหวัดพัทลุง ไปดูความเป็นอยู่ ของพี่น้องในจังหวัดเล็ก ๆ แต่ผมเชื่อว่าศักยภาพก็เพียงพอที่จะให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรี ได้อย่างแน่นอนครับ
เรื่องที่ ๒ ปรึกษาไปยังกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งผมก็เห็นว่าได้รับการร้องเรียน เป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณและการบูรณะซ่อมแซมมัสยิดทั่วประเทศ อย่ากระจุกอยู่เฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็มีน้อยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ขอให้เพิ่มงบประมาณเหล่านี้ที่จะให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมบํารุงอย่างทั่วถึง
๒. ก็คือการจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างมัสยิดประจําจังหวัดพัทลุง ซึ่งก่อสร้างมาแล้วหลายปี เกือบ ๑๐ ปีแล้วยังไม่แล้วเสร็จด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างจํากัด ก็ขอสนับสนุนงบประมาณผ่านไปยังสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุงด้วยเพื่อที่จะจัดการ ก่อสร้างให้แล้วเสร็จนะครับ
๓. ก็คือเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ในการจัดการเรียนการสอน ศูนย์จริยธรรมประจํามัสยิดแล้วก็ศูนย์พุทธศาสนาทั่วประเทศ ก็ได้รับการร้องเรียนว่า งบประมาณก็ค่อนข้างน้อย จริง ๆ แล้วการศึกษาเหล่านี้ก็จะทําให้เยาวชนนั้นมีคุณธรรม และจริยธรรมได้อย่างแท้จริง เพราะว่าการศึกษาอย่างอื่นนั้นผมดูแล้วค่อนข้างที่จะยาก เพราะฉะนั้นส่วนเหล่านี้จะเกิดประโยชน์กับเยาวชนแล้วก็ประเทศชาติ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรม ได้กรุณาดูแลส่วนเหล่านี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านทองดี มนิสสาร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอหารือเรื่องความเดือดร้อน ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
เนื่องด้วยถนนทางหลวงแผ่นดินสายอุดรธานี-สกลนคร จังหวัดอุดรธานี ถึงจังหวัดสกลนคร ถนนทั้งหมด ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร ๔ ช่องจราจร จากอําเภอเมืองอุดรธานีถึงเฉพาะอําเภอหนองหานเท่านั้น ๓๕ กิโลเมตร ในสมัยอดีต นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร เดี๋ยวนี้ความเดือดร้อนของพี่น้องที่สามแยกระหว่าง โรงงานน้ําตาลทรายขาวเริ่มอุดม ถนนอุดรธานี-สกลนคร ไปอําเภอหนองหาน-ไชยวาน แล้วก็จากอุดรธานี-สกลนคร โรงงานน้ําตาลไม่มีที่ เป็นถนน ๒ ช่องจราจร ถนนคับแคบมาก ที่ระบายหรือที่จอดรถรอเข้าคิวที่รถบรรทุกอ้อยจะเข้าสู่โรงงานนั้น ทั้ง ๒ ฟากฝั่ง ๒ เส้นทาง เกือบข้างละ ๑ กิโลเมตร เป็นความจําเป็นเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากในฐานะที่ถนนแคบ อยู่แล้ว พี่น้องประชาชนตรงนี้ก็ได้รับความเดือดร้อนและร้องเรียนมาแล้วที่ตัวผม ผมก็ได้ไปดูแล้ว มีความเป็นจริง จึงเรียนผ่านทางท่านประธานไปถึงแขวงการทางที่เขตรับผิดชอบตรงนั้น ให้ดูแลแล้วก็ให้เข้าไปแก้ปัญหาโดยด่วนว่าทําอย่างไรที่จะให้โรงงานน้ําตาลมีสถานที่จอดรถ ในการรอเข้าคิวบริการ ในทางด้านการเกษตรเราก็เห็นใจ เพราะอ้อยก็คือเป็นทรัพย์สิน ของพี่น้องเกษตรกร ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
ท่านอรอนงค์ คล้ายนก
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานฝากไปถึงกรุงเทพมหานครให้เร่งดําเนินการอย่างรีบด่วนในเรื่องต่อไปนี้นะคะ
ข้อแรก การขุดลอกคูคลองในพื้นที่เขตบางแค ขอให้ขุดลอกคูคลองทุกคลอง รวมไปถึงการลอกท่อระบายน้ําทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ซึ่งก็มีการกําหนดวางแผนมาเป็นเดือนแล้ว ยังไม่มีการดําเนินการแต่อย่างใดนะคะ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังสํานักการระบายน้ํา ให้เร่งดําเนินการนะคะ
เรื่องที่ ๒ ขอให้เร่งก่อสร้างเขื่อนริมคลองทวีวัฒนา ซึ่งหยุดมาตั้งแต่ช่วงน้ําท่วม ขณะนี้น้ําก็ไม่ท่วมมาร่วมเดือนแล้ว ก็ยังไม่มีการก่อสร้างเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยเฉพาะ แนวเขื่อนตั้งแต่ช่วงเพชรเกษมถึงวัดศาลาแดงนะคะ พี่น้องประชาชนอยากให้เร่งดําเนินการ เพราะจะช่วยเป็นแนวป้องกันน้ําท่วมได้นะคะ
เรื่องที่ ๓ ในช่วงน้ําท่วมที่ผ่านมานั้น คลองทวีวัฒนาเป็นคลองที่รับน้ํา จากประตูระบายน้ําจากคลองมหาสวัสดิ์เพื่อระบายน้ําสู่คลองภาษีเจริญ แต่การระบายน้ํา ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เพราะความกว้างของคลองช่วงเพชรเกษมถึงคลองภาษีเจริญนั้น มีขนาดแคบลงจาก ๒๕ เมตร เหลือเพียง ๑๓ เมตร เพราะว่านําคลองไปทําเป็นถนน และทาง กทม. เองก็มีโครงการว่าจะขยายคลองแต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ จึงอยากทราบ ความคืบหน้าว่าจะดําเนินการแก้ไขบริเวณนี้อย่างไร เนื่องจากพี่น้องประชาชนสอบถามมามากนะคะ
เรื่องที่ ๔ ขอให้รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมอาคารเรียน รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ให้กับโรงเรียน กทม. ๑๒ โรง ในเขตบางแค เนื่องจากว่าได้รับ ความเสียหายจากปัญหาน้ําท่วมที่ผ่านมา ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตรให้กับ พี่น้องประชาชน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ๒ จังหวัดค่ะ คือจังหวัดสกลนคร และจังหวัดศรีสะเกษ ถึงความต้องการไฟฟ้า ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรค่ะ ดิฉันพูดทุกวัน เรื่องไฟฟ้าเพราะว่าการขยายตัวของชุมชนในชนบทและการขยายตัวในเรื่องการทํามาหากิน ที่เพิ่มมากขึ้น ต้องการไฟฟ้าค่ะ แล้วก็พูดทุกครั้งเลยว่าถ้ามีไฟฟ้าจะทําให้พี่น้องประชาชนนั้น ประกอบการเกษตรเพิ่มผลผลิตขึ้นได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว ท่านประธานที่เคารพคะ พี่น้องประชาชนของดิฉันที่ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในวันนี้ ก็คือพี่น้องบ้านสามแยกพิทักษ์ หมู่ที่ ๖ ตําบลโนนสะอาด อําเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ซึ่งห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ ๑ กิโลเมตร กับ ๖,๐๐๐ เมตร มีอ่างเก็บน้ําห้วยยาง รอบ ๆ ห้วยยางมีพื้นที่ที่พร้อมจะ ทําการเกษตรกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ แต่ก็ไม่มีไฟฟ้าไปถึง จะให้พี่น้องประชาชนหาบแล้วเอามา รดต้นไม้หรือคะท่านประธาน ถ้ามีไฟฟ้าเพื่อการเกษตรก็จะใช้เครื่องสูบน้ําสูบขึ้นมา จากอ่างเก็บน้ํานี้ ดิฉันจึงเสียดายอ่างเก็บน้ําจากเงินภาษีของราษฎรที่ทําไว้เพื่อการระเหย เป็นไอน้ําเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นพี่น้องต้องการอย่างมากเลยทีเดียว จะทําให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องมหาศาล หนังสือร้องเรียนอยู่ที่นี่ค่ะท่านประธาน จากจังหวัดศรีสะเกษค่ะ ขออนุญาตท่านประธานสัก ๑ นาทีค่ะ อําเภอกันทรารมย์ อําเภอน้ําเกลี้ยง อําเภอโนนคูณ ปลูกพริก หอม กระเทียม ต้องการไฟฟ้าเกษตรเช่นเดียวกัน เพราะการปลูกพริก หอม กระเทียม ทําเงินเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษจํานวนมาก เฉลี่ยรายได้ประชากรต่อหัวต่อคนนั้น เพิ่มมากขึ้น จังหวัดศรีสะเกษนั้นเคยรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนต่อประชากรของประเทศต่ําสุด แต่พอมีการปลูกขึ้นมาแล้วต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เพื่อการดูดน้ํา เพื่อการสูบน้ํา เพื่อการใช้น้ํา และเพื่อผลผลิตทางการเกษตร ขอไฟฟ้าเกษตรให้พี่น้อง ๒ จังหวัด เพื่อขจัดความยากจน เพื่อสร้างผลผลิตให้ชีวิตเกษตรกรไทย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านบุญยอด มีอะไรครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ต้องขออนุญาตหารือท่านประธาน เป็นการด่วน เพราะว่าหน้าประตูของสภาในสภานี้มีผู้ที่มาประท้วงติดธงแดง ผมไม่ทราบว่า แดงจริงแดงเทียมนะครับ แต่ตอนนี้ปิดประตูสภาอยู่ สมาชิกโทรศัพท์เข้ามาว่าเข้าสู่การ ทําหน้าที่ในสภาไม่ได้ ท่านประธานคงจะต้องดูแลกิจการของสภาในความปลอดภัยด้วยครับ ท่านประธานจะมีดําริหรือมีคําสั่งอย่างไรก็ขอให้รีบดําเนินการ เพราะว่าตอนนี้ทําให้เกิด ความเดือดร้อนไปทั่วครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ฝากท่านเลขาธิการ ช่วยประสาน รปภ. ช่วยดูแลด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ เรื่องที่สืบเนื่องกับท่านบุญยอด ก็คือเรื่องรักษาความสงบ ในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงทางด้านนอกของสภาเราด้วย เมื่อเช้านี้มีกลุ่มบุคคลมาขอพบผม ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าไม่พอใจเรื่องอะไรนะครับ ผมก็เรียนว่าผมส่งผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ออกไปพบบอกว่าถ้ามีเจตนาจะมาพบผมก็ขอให้เข้ามาในห้องรับรองของสภาแห่งนี้ ปรากฏว่า ก็ไม่ยอมเข้ามานะครับ ก็ยังบังคับขู่เข็ญส่งหนังสือ โทรศัพท์ตามผมออกไป พอผมไม่ออกไป ก็มีพฤติกรรมขึ้นเวทีตะโกนด่าจนเหตุการณ์บานปลายเหมือนที่ท่านบุญยอดหารือเมื่อสักครู่นะครับ ก็คือไปปิดประตูทางเข้าออกของสภา ผมไม่ทราบว่ากลุ่มคนที่ว่านี้เป็นใครนะครับ ก็อยากให้ ท่านประธานได้รักษาความสงบเรียบร้อยของสภาเราด้วยครับ ยุคนี้ก็ยุคปรองดองของรัฐบาลท่าน ก็ขอให้เกิดเหตุการณ์ที่ให้สร้างสรรค์สําหรับสภาแห่งนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ต้องขอหารือกับท่านประธานโดยตรง เพราะว่า ผมได้ยื่นหนังสือถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ซึ่งในวันนั้นท่านรองประธานเจริญ ไปรับหนังสือกับผม เป็นหนังสือที่ยื่นต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งต่อไปยัง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยคุณสมบัติการขาดสมาชิกภาพของ ๘ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ท่านประธานเจริญก็เรียนกับผมว่าจะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารไม่เกิน ๒ อาทิตย์ ผมก็ได้ มีโอกาสเจอท่านประธานสมศักดิ์ ท่านก็ตอบว่าโดยระเบียบข้อบังคับมันไม่มีระยะเวลาโดยพลัน โดยด่วนครับ ผมก็ขอบพระคุณท่าน แต่ผมเรียนกับท่านอย่างนี้ว่าหนังสือข้อเท็จจริงเดียวกันนี้ ผมได้นําเสนอต่อท่านประธานวุฒิสภา อีกช่องทางหนึ่งก็คือเป็นช่องทางของการยื่นถอดถอน โดยระเบียบข้อบังคับ ผมก็เข้าใจท่านประธานครับ แต่ว่าโดยประสิทธิภาพฝั่งประธานวุฒิสภา ได้ทําเรื่องนี้เสร็จประมาณ ๑ เดือนแล้วครับ ผมก็เลยหารือมายังท่านประธานว่าขอให้ ท่านประธานได้ดําเนินการ ซึ่งท่านประธานก็แจ้งกับผมว่าท่านจะรอรวบรวมให้พร้อมกับ ส.ส. รัฐบาลที่มายื่นถอดถอนท่านอภิสิทธิ์ อันนั้นก็ไม่เป็นไรครับ เป็นสิทธิ แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้เห็นภาพการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานสภาด้วยความโปร่งใสสง่างามนะครับ แล้วก็เรื่องตามกระบวนการผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ คนวินิจฉัยก็คือศาลนะครับ อยากฝากท่านประธาน ๒ เรื่อง ขอบพระคุณครับ
เรื่องแรก ก็ฝากท่านเลขาธิการช่วยประสานกับเจ้าหน้าที่ตํารวจด้วยนะครับ เพราะมีทั้งอยู่ในบริเวณ และนอกบริเวณ ช่วยดูแลในเรื่องของ รปภ. ประสาน รปภ. ของเรา ประสานท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง แล้วประชุมวางแผนกันให้ดี แล้วถ้านอกรั้วก็ประสานกับตํารวจ เพื่อจะได้ประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ
เรื่องที่ ๒ ตามที่ท่านหารือเรื่องที่ยื่นถอดถอนนะครับ ขั้นตอนของผมนั้น ผมจะมีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องฝ่ายกฎหมายของสภา ซึ่งถอดถอนกรณีไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ผมก็จะดําเนินการโดยมีมาตรฐานเดียวกันก็คือจะส่งเรื่องให้ คณะกรรมการที่ว่านี้เขาได้ดูแลตรวจสอบ แล้วก็จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะไม่ไปเร่งรัด หรือไม่ไปหน่วงเหนี่ยวอะไรทั้งนั้นให้เป็นธรรมชาติ ก็น่าจะใช้เวลาพอสมควร เดี๋ยวผมจะลองทวงถามดูนะครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ เกี่ยวเนื่อง ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก ก็คืออยากเรียนท่านประธานว่าความสงบเรียบร้อยของสภาแห่งนี้ ไม่ใช่อยู่แต่เฉพาะด้านในนะครับ ท่านประธานครับ คือเราจะสังเกตว่าเหตุการณ์ความขัดแย้ง ทางการเมืองก็เป็นสิทธิที่ประชาชนจะมาชุมนุมหน้าสภา แต่ผมไม่เห็นด้วยในบรรยากาศ ปรองดองอย่างนี้ ป้ายที่ติดแล้วก็มีข้อความที่ไม่สุภาพ ลําโพงที่มาตั้งไว้ถาวรนี้รอเวลา ที่คนมาชุมนุม แม้ท่านบอกว่ามันเขตนอกสภา อย่างไรก็ตามมันเกี่ยวเนื่องกันทั้งหมดครับ ท่านจําเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ไหมครับ ซึ่งผมไม่อยากพูดถึง ผมก็อยากกราบเรียน ไปยังท่านว่า
พอสมควรแล้ว กระมังครับ เชิญครับ
อีกประเด็นหนึ่งครับ อยากจะให้ท่าน กําหนดเวลาที่ชัดเจนนะครับ ถ้าเป็นความกรุณาท่านว่าใช้เวลาสักเท่าไรถึงเรื่องที่ ๒ ที่ผมหารือกับท่านจะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ผมว่าปล่อยธรรมชาติ ก็คงไม่เกินช่วงใช้เวลาสักเดือน ๒ เดือนแถว ๆ นี้โดยประมาณ
เดี๋ยวเราจะสู้วุฒิสภาไม่ได้นะครับท่านประธาน
ครับ ไม่เป็นอะไรครับ ก็ถือว่ามีขั้นมีตอน
ขอบคุณครับ
ท่านวรชัย ประท้วงหรือครับ
ท่านประธานสภาพที่เคารพครับ พาดพิงครับ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าสภานั้นเป็นเรื่องของการชุมนุมของผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนที่เขาจะมาชุมนุมเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญครับ เป็นสิทธิของเขา ในสมัยหนึ่งท่านจําได้ไหมครับ
ท่านวรชัยครับ ผมว่าใช้สิทธิพาดพิงพูดแค่นี้ก็น่าจะเข้าใจ ก็พอสมควรครับ คงอนุญาตให้เท่านี้ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวก็โต้กันครับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ วันนี้ไม่ต้องห่วงนะครับ มีเหลืออยู่ ๔-๕ ท่าน เดี๋ยวผมจะพยายามให้ได้หารือกันทุกคนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตคลองสามวาครับ หารือท่านประธานในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร แต่ว่า ขณะนี้ไม่มีบริการรถเมล์ ขสมก. แต่อย่างใดครับ ทั้งถนนนิมิตใหม่ ถนนสามวา ถนนไมตรีจิต ถนนหทัยราษฎร์ ถนนเลียบคลองสอง สรุปแล้วก็คือไม่มีทั้งเขตนะครับ ก็ขอความกรุณา กระทรวงคมนาคมช่วยพิจารณาหน่อย เพราะว่าเป็นคนกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกันครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของถนนเลียบคลองสองต่อเนื่องจนถึงถนนคู้บอน แขวงบางชัน เขตคลองสามวา ตรงนั้นวิ่งไปจะต้องเลี้ยวซ้ายไปออกถนนรามอินทรา ถ้ากรุณา โดยกระทรวงคมนาคมตัดช่องออกสู่ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกได้ก็จะสามารถระบายรถ จากประชาชนประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนได้ นี่ก็เป็นข้อเสนอแนะผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ได้โปรดพิจารณานะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกตั้งแต่เขตคลองสามวาวิ่งลง จากทางด่วนจตุโชติลงมาแล้วก็วิ่งคู่ขนานกับทางด่วนนี้นะครับ วิ่งผ่านมาแยกวัดบึงไปจรด ถนนคู้บอนไปจนถึงถนนรามอินทรา ทั้ง ๆ ที่เป็นถนนหลักท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่า มีความกว้างแค่ ๘ เมตร ซ้าย ขวาเป็นคลอง ไม่มีไหล่ทาง รถสวนทีก็หวาดเสียวกันไปนะครับ เกิดอุบัติเหตุทั้งเจ็บและตายเป็นประจํา ก็ขอให้เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมลองไปขับดูบ้าง จะได้ลองขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นครับ
เรื่องที่ ๔ เป็นพื้นที่ว่างเปล่าใต้สะพานข้ามทางแยกของถนนวงแหวน กาญจนาภิเษกติดกับโรงเรียนวัดคู้บอน แขวงบางชัน เขตคลองสามวา ไม่ทราบว่ากรมทางหลวง ในรัฐบาลชุดที่แล้วไปล้อมรั้วไว้เพื่ออะไรครับ ล้อมรั้วไว้เฉย ๆ ไม่ได้ทําอะไร ทั้ง ๆ ที่ทางข้ามแยก ใกล้ ๆ กันนั้นไม่มีการล้อมรั้วไว้นะครับ ก็ขอเรียนไปยังกระทรวงคมนาคมได้โปรดไปดู แล้วก็รื้อออก หรือถ้าไม่รื้อท่านกรุณาทําเป็นลานเอนกประสงค์ หรือว่าลานกีฬาให้กับ ประชาชนแล้วก็เด็ก ๆ ที่อยู่โรงเรียนวัดคู้บอนใกล้ ๆ จะได้หรือไม่นะครับ
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องของการท่องเที่ยวในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ยังมีทั้งที่ทํานาแล้วก็มีโบสถ์ มีวัดต่าง ๆ แล้วก็มีมัสยิดที่ได้รับความสนใจ ก็ขอฝากไปยัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาช่วยกรุณาแวะไปเที่ยวชม แล้วก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ คลองสามวาครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เมื่อกี้เห็นยกมือครับ ท่านสหรัฐครับ ท่านสหรัฐอยู่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากประชาชนในอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง มีความเดือดร้อนเนื่องจากถนนสายท่าช้าง ด่านช้าง เป็นถนนที่มีการจราจรคับคั่ง เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวนั้นมีโรงงานน้ําตาลมิตรผลและโรงงานเอทานอล (Ethanol) ซึ่งบริเวณ ดังกล่าวนั้นมีรถคับคั่งเป็นจํานวนมาก ถนนแคบ จึงฝากประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมทั้งปัจจุบันและในอนาคต ช่วยขยายเส้นทางเป็น ๘ เลนได้ไหมครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ในเขตพื้นที่อําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไซ ในขณะนี้มีการระบาดของยาเสพติดเป็นจํานวนมาก เนื่องจาก ในขณะนี้ปรากฏว่าเด็กและเยาวชนได้รับการชักจูงไปติดยาเสพติด ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ บางคน บางหน่วยงานสนับสนุนให้มีการค้ายา เพราะฉะนั้นฝากประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยขจัดแล้วก็ช่วยดูแลด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่าน ส.ส. วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส. จังหวัดนนทบุรี ปรึกษาหารือท่านประธานว่าการสร้างเขื่อนประตูน้ําขวางคลองพระพิมล ในเขตเทศบาลบางบัวทองนั้นประชาชนเขาไม่อยากได้ แล้วก็ไม่ได้ทําประชาคม ขัดต่อสิ่งแวดล้อม จึงฝากท่านประธานให้หน่วยงานช่วยแก้ไขครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวร่องเสียงการขึ้นลง ของเครื่องบิน ประชาชนเหล่านี้ได้รับผลกระทบทางเสียงเป็นอย่างมากทําให้สุขภาพร่างกาย มีปัญหา เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและเกิดความเครียดเป็นอย่างมาก ดิฉันได้รับ จดหมายร้องทุกข์จากกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเสียง รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ ใกล้เคียงนั้นจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่าเป็นข้อเรียกร้องในหลาย ๆ ด้านด้วยกันค่ะ เช่น ผู้ที่เดือดร้อนได้ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจัดตั้งกองทุนชดเชยและกองทุนสุขภาพให้กับ ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และการให้รัฐบาลเร่งชดเชยจ่ายค่าสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยเร็ว ดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานค่ะว่าจนถึงขณะนี้ยังมีประชาชนเป็นจํานวนมากที่ยังไม่ได้รับ ค่าชดเชยจากการเดือดร้อนและได้รับผลกระทบทางด้านเสียงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่อย่างใด ที่ผ่านมาได้มีประชาชนได้เข้าไปติดต่อถึงความคืบหน้าในการเยียวยาต่าง ๆ นั้น ก็ได้รับคําตอบกลับมาว่ากําลังเร่งปฏิบัติอยู่ จึงเป็นปัญหาว่าดิฉันจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงกระทรวงคมนาคมได้โปรดเร่งพิจารณา จ่ายค่าชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ด้วยค่ะ
ในปัญหาต่อไป ก็เป็นปัญหาเรื่องของผู้ที่ประสบความเดือดร้อนในเรื่อง ของไฟฟ้าส่องสว่างตามทางที่ชํารุดเสียหายมาเป็นเวลานานแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น ในซอยบัวลอย แขวงทับยาว ในซอยถนนเลียบลํากอไผ่ แขวงลําปลาทิวในเขตลาดกระบังนี้ ก็ได้มีการชํารุดเสียหายของไฟส่องสว่างตามทางมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และยังไม่มี ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขแต่อย่างใด ดิฉันจึงเรียนท่านประธานผ่านไปถึงการไฟฟ้านครหลวง ได้โปรดเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมและดูแลปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับประชาชนด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ขอ ๒ ท่านสุดท้าย ท่านพรเพ็ญแล้วก็ท่านวรชัย ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๖ ขอหารือ ท่านประธานในเรื่องขอให้จัดตั้งสํานักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิส่วนแยกบ้านแท่น อันสืบเนื่องมาจากชาวอําเภอบ้านแท่นนั้นมีความเดือดร้อนจากการไปติดต่อราชการที่ดิน จังหวัดชัยภูมิ สาขาภูเขียว ต้องเดินทางไกลระหว่าง ๓๐-๗๐ กิโลเมตร แล้วก็ตัวที่ดิน ที่อําเภอภูเขียวนั้นผู้ใช้บริการแออัดมากเพราะต้องให้บริการถึง ๔ อําเภอ รังวัดที่ดินครั้งหนึ่ง ก็อย่างที่เคยหารือมาแล้วคือ ๗-๘ เดือน ถ้า ๗-๘ เดือนมาแล้วไม่ได้ทําก็ต่อไปอีก ๗-๘ เดือน เป็นขั้นต่ํา สํานักงานที่ดินที่จะขอให้ตั้งขึ้นใหม่นี้มีตัวอาคารแล้ว กรมที่ดินเห็นชอบให้มี การจัดตั้ง แต่ว่ามีข้อเสนอแนะว่าอาคารหลังนี้ยังไม่มีความพร้อมเพราะขาดเหล็กดัดรอบตัวอาคาร จึงได้มีการออกแบบและประเมินราคาต่อเติมอาคารสํานักงานที่ดินไป ณ บัดนี้เวลาผ่านไป ประมาณ ๕ ปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นคืบหน้า จึงได้นําเรื่องมาหารือเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไข อนุมัติให้เกิดการสร้างสํานักงานที่ดินเพื่อให้บริการกับชาวอําเภอบ้านแท่น ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุดท้ายครับ ท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือ ท่านประธานถึงเรื่องความเดือดร้อนของชาวจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการนั้น เรื่องสภาพสิ่งแวดล้อมครับ ลืมไปนิดหนึ่งท่านประธานครับ จังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นเมืองอุตสาหกรรม มีโรงงานประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าโรงครับ เก็บภาษีได้ปีหนึ่งประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่วันนี้สภาพของการที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากทําให้ ภาวะสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ํา เรื่องของอากาศ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างรุนแรง วันนี้พี่น้องชาวจังหวัดสมุทรปราการนั้นมีความรู้สึกว่าโรงงานอุตสาหกรรมเป็นภัยต่อชีวิต เด็ก ๆ เป็นโรคหืดหอบ แล้วก็พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเกือบทุกคนในโรคทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของควันพิษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝุ่นละอองครับท่านประธานสภาที่เคารพ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดูแลเรื่องของอากาศเป็นพิษ น้ําเน่า น้ําเสีย วันนี้พื้นที่ชายฝั่งริมทะเล น้ําในโรงงานอุตสาหกรรมลงไปในทะเลทําให้มีสีแดงไปหมด อาหารในทะเลซึ่งเป็นสัตว์น้ํา อาหารพวกปลา กุ้ง ชายทะเลตายหมดครับ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ถึงจะสร้างรายได้ให้ประเทศ แต่ว่าเงินภาษีของพี่น้องประชาชนขอให้กลับมาใช้ ในการดูแลเรื่องสภาพสิ่งแวดล้อม เพราะว่าชาวบ้านเขาเดือดร้อนกันมากจริง ๆ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ถนนสายสุขุมวิทสายเก่าจากบางปะกงมาจังหวัดสมุทรปราการ วันนี้น้ําทะเลท่วม รถที่สัญจรผ่านไปผ่านมาต้องถูกน้ําทะเลท่วม ทําให้รถนั้นเสียหาย เกิดสนิมขึ้นมา ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแล เพราะฉะนั้นพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก จากจังหวัดสมุทรปราการมาถึงบางปะกง วันนี้ขอให้ถมพื้นที่ถนนขึ้นไปหรือว่านโยบาย ของรัฐบาลที่บอกว่าจะถมทะเลต้องรีบทําครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อเข้าประชุม ๔๓๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดําเนินการ ตามระเบียบวาระนะครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๙ คน
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
เรื่องด่วนที่ ๑ เรื่องร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และมีเรื่องทํานองเดียวกันพิจารณาร่วมกันอีก ๒ ฉบับนะครับ ซึ่งการอภิปรายเมื่อคราวที่แล้วก็มีการปิดการอภิปราย เพราะฉะนั้นผมขอมติเลยนะครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญสมาชิกข้างนอก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชุมพล จุลใส พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ตอนนี้เพื่อนสมาชิก ยังติดอยู่ด้านหน้าอีกหลายคนนะครับ เพราะตอนนี้ด้านหน้ายังไม่เปิดเลยครับ ก็นําเรียน ท่านประธานว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาปิดอยู่ด้านหน้า ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าให้ช่วยรอ เพื่อนผู้แทนราษฎรอีกสักครู่นะครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ สมควรนะครับ ก่อนขอมติ ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอท่านได้ แสดงสิทธิได้เลยครับ เสียบบัตรแสดงตนได้เลยนะครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ไม่มีปัญหานะครับ ขออนุญาตส่งผลเลยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๒๘๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอมติเลยนะครับ ผมขอมติครับ จะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่ เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ มติ เห็นด้วย ๓๘๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการนะครับ
เชิญเสนอกรรมาธิการ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง กรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน รัฐบาลครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในนามของรัฐบาล ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของรัฐบาล ๕ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. รองศาสตราจารย์วินัย ล้ําเลิศ ๒. นายสมพงษ์ ชาตะวิถี ๓. นายไพโรจน์ เลอสุวณิช ๔. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๕. นายสมชาย ประเสริฐศรี ทั้ง ๕ ท่าน ขอบพระคุณครับ
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ดังต่อไปนี้ ๑. นายสหรัฐ กุลศรี ๒. นายอรรถพล วงษ์ประยูร ๓. นายเหวง โตจิราการ ๔. นางรังสิมา เจริญศิริ ๕. นายนพคุณ รัฐผไท ๖. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๗. นางอนุรักษ์ บุญศล ๘. นางมนพร เจริญศรี ๙. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๑๐. นายสุชาติ ภิญโญ ๑๑. นายอภิรัต ศิรินาวิน ๑๒. นายทศพร เสรีรักษ์ ๑๓. นายซูการ์โน มะทา ๑๔. นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จํานวน ๘ ท่าน คือ ๑. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๔. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๕. รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุชาติ ทวีพรปฐมกุล ๗. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๘. นายสามารถ มะลูลีม ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านค่ะ คือ ๑. นางนาที รัชกิจประการ ๒. นายอํานาจ วิลาวัลย์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล คือนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ เชิญครับ มีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอเปลี่ยนรายชื่อในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ค่ะท่านประธาน ๑ รายชื่อ เปลี่ยนเป็นดอกเตอร์สุเมธ สุวรรณพรหม แทน นายสามารถ มะลูลีม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาบันการพลศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. รองศาสตราจารย์วินัย ล้ําเลิศ ๒. นายสมพงษ์ ชาตะวิถี ๓. นายไพโรจน์ เลอสุวณิช ๔. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๕ นายสมชาย ประเสริฐศรี ๖. นายสหรัฐ กุลศรี ๗. นายอรรถพล วงษ์ประยูร ๘. นายเหวง โตจิราการ ๙. นางรังสิมา เจริญศิริ ๑๐. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๑. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๑๒. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๓. นางมนพร เจริญศรี ๑๔. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๑๕. นายสุชาติ ภิญโญ ๑๖. นายอภิรัต ศิรินาวิน ๑๗. นายทศพร เสรีรักษ์ ๑๘. นายซูการ์โน มะทา ๑๙. นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ๒๐. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๑. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒๒. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๒๓. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๒๔. รองศาสตราจารย์ไพบูลย์ ศรีชัยสวัสดิ์ ๒๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุชาติ ทวีพรปฐมกุล ๒๖. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๗. ดอกเตอร์สุเมธ สุวรรณพรหม ๒๘. นางนาที รัชกิจประการ ๒๙. นายอํานาจ วิลาวัลย์ ๓๐. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๓๑. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี
จะใช้ร่างใด เป็นหลักครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ขอใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักครับ
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ใช้เวลาแปรญัตติครับ
๗ วันตามข้อบังคับครับ
๗ วันครับ ตามข้อบังคับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ๗ วันนะครับ เชิญท่านธีรรัตน์
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอเปลี่ยนระเบียบวาระโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุม โดยการเลื่อนเรื่องอื่นๆ เรื่องที่ ๗.๑ และเรื่องที่ ๗.๒ ขึ้นมา พิจารณาก่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... และขอเสนอ ท่านประธานนะคะว่าขอให้สภาเลื่อนเรื่องด่วน เรื่องที่ ๑๒ เรื่องร่าง พ.ร.บ. กําหนดภาระ ในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล ในท้องที่เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา และเขตสาทร กรุงเทพมหานคร ขึ้นมาพิจารณาต่อจากเรื่องด่วน เรื่องที่ ๗ เรื่องร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขออนุญาตดําเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗.๑ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตําแหน่งที่ว่างลง ๑ ตําแหน่ง เพราะว่า ท่านนาวาอากาศเอก (พิเศษ) อิทธพร คณะเจริญ ได้ลาออก จึงต้องมีการแต่งตั้งแทนนะครับ ขอเชิญเสนอชื่อครับ สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทน ๑ ท่านนะครับ คือนายบัญญัติ เจตนจันทร์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณหมอมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ท่านประธานครับ ต่อเนื่องจากการที่สภาได้อนุมัติแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื่องจากในคราวที่ประชุมสภา ได้มีมติแต่งตั้งกรรมาธิการคณะนี้ ได้ใช้ชุดเดียวกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วย กระผมจึงใคร่ขออนุญาตท่านประธานและสภา ขอให้สภาได้อนุมัติให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งทดแทนไปเป็นกรรมาธิการในชุดนั้นด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โปรดพิจารณาครับ
ไม่มีท่านใดขัดข้อง ถ้าอย่างนั้นขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗.๒ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. .... แทนตําแหน่งที่ว่างลง ๑ ตําแหน่งครับ เนื่องจากท่านพลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ลาออกนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเสนอ พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ แทน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ครับ
เป็นสัดส่วน ของรัฐบาลใช่ไหมครับ
ของรัฐบาลครับ
ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องรับรองครับ ถูกต้องนะครับ
ผมขออนุญาตไปเรื่องด่วนที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ ดิฉัน นางสุกุมล คุณปลื้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตามที่รัฐบาลเห็นสมควรที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร
เนื่องจากเอกสารจดหมายเหตุเป็นข้อมูลที่แสดงและอธิบายถึงข้อเท็จจริง รวมทั้งความเป็นมาที่เกิดขึ้นในอดีต การเก็บรักษาและอนุรักษ์เอกสารดังกล่าวไว้ ให้มีสภาพสมบูรณ์หรือเกิดความชํารุดเสียหายน้อยที่สุด เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ของชาติ จึงมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง สมควรกําหนดให้มีระบบการเก็บรักษา อนุรักษ์ และการคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ตลอดจนให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษาค้นคว้า หรือการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีทั้งสิ้น ๓๒ มาตรา แบ่งเป็น ๕ หมวด
หมวดที่ ๑ เอกสารจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษา เอกสารจดหมายเหตุ จึงได้กําหนดให้กรมศิลปากรมีอํานาจหน้าที่ที่จะประเมินคุณค่าเอกสารและจัดทําทะเบียน เอกสารจดหมายเหตุ และได้กําหนดลักษณะคุณค่าของเอกสารทางราชการที่หน่วยงานของรัฐ พึงเก็บรักษาไว้ ซึ่งได้แก่คุณค่าตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน คุณค่าทางประวัติศาสตร์ คุณค่าเพื่อการศึกษา หรือค้นคว้า หรือวิจัย
หมวดที่ ๒ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กําหนดให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นส่วนราชการของกรมศิลปากร เพื่อเก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการการศึกษาการค้นคว้า หรือการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ
หมวดที่ ๓ การคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุ ห้ามกระทําการใดที่จะนํามา ซึ่งความเสียหายแก่เอกสารจดหมายเหตุ เช่น แก้ไข ดัดแปลง ซ่อมแซม ส่ง หรือนําเอกสาร จดหมายเหตุออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต
หมวดที่ ๔ กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุ กําหนดให้จัดตั้งกองทุน ส่งเสริมงานจดหมายเหตุขึ้นในกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการใช้จ่ายสําหรับกิจการด้านเอกสารจดหมายเหตุ ประกอบด้วย เงินค่าบริการที่จัดเก็บ เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินอุดหนุน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่น ๆ และ
หมวดที่ ๕ บทกําหนดโทษ กําหนดโทษสําหรับผู้ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติ ตามบทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้ ตามอัตราโทษที่แตกต่างกันไปตามลําดับ มีทั้งโทษปรับ โทษจําคุก หรือทั้งจําทั้งปรับ
จากเหตุผลความจําเป็นและสาระที่สําคัญของพระราชบัญญัติดังที่ได้ กล่าวมาแล้วนั้น ดิฉันจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านวรชัย เหมะ ตามด้วยคุณหมอสุกิจนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสมัยก่อนนั้นเราได้รับรู้เพราะจดหมายเหตุครับท่านประธาน จดหมายเหตุนี้เกิดขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา บันทึกประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ในสมัยนั้น การบันทึกเหตุการณ์นั้นเราจะเห็นว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ ชีวิตประวัติศาสตร์ ของพระมหากษัตริย์ในแต่ละยุคแต่ละสมัย การบันทึกประวัติศาสตร์แต่ละสมัยแต่ละยุคนั้น บางอย่างครับท่านประธาน จริงบ้าง เท็จบ้าง คิดเอาเองบ้าง นึกเอาบ้าง แต่ผมไม่โทษหรอกครับ เพราะว่าเป็นเรื่องในอดีต แต่ในปัจจุบันนั้นการทําจดหมายเหตุบันทึกในเหตุการณ์ที่สําคัญนั้น เป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็จะต้องเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ในการที่จะทําจดหมายเหตุครับ เราต้องบันทึกทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อให้ลูกหลานของเราในอนาคตได้ศึกษา ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรครับ ขนบธรรมเนียมประเพณี การต่อสู้ของประชาชน เศรษฐกิจ สังคม เป็นอย่างไรในแต่ละยุคในแต่ละสมัย เช่น บางยุคเกิดวิกฤติเศรษฐกิจแล้วก็มีการแก้ปัญหาได้ อย่างไร เกิดปัญหาพี่น้องประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแต่ละยุคนั้น ควรบันทึกไว้ด้วย แล้วควรบันทึกความเป็นจริงครับว่าประชาชนแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้น ต่อสู้อย่างไร เช่น ในยุคสมัยที่มีการต่อสู้ของประชาชน มีการยึดอํานาจสมัยจอมพลถนอม สมัยจอมพลสฤษดิ์เป็นมาอย่างไร ศิลปวัฒนธรรมสมัยนั้นเป็นอย่างไร การคบค้า กับต่างประเทศเป็นอย่างไร ผมว่าเรื่องเหล่านี้ควรจะบันทึกไว้ให้มีข้อมูลที่แท้จริงครับ เราจะเห็นว่าการต่อสู้ของประชาชนนั้นถูกบิดเบือนหลายยุคหลายสมัยมาแล้ว วันนี้ผมขอให้ กระทรวงวัฒนธรรมช่วยดูแลเรื่องเหล่านี้ให้เป็นเรื่องที่เป็นจริงสักหน่อย ขอให้บันทึก ประวัติศาสตร์ด้วยความเป็นจริง ด้วยความถูกต้อง เช่น ประเทศไทยในยุคของการยึดอํานาจ เป็นอย่างไร ในการยึดอํานาจในสมัยนั้นพี่น้องประชาชนออกมาต่อสู้อย่างไร เราจะเห็นว่า ประวัติศาสตร์บางครั้งถูกบิดเบือน การเกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นอย่าให้บิดเบือนอีกเลยครับ พี่น้องประชาชนออกมาต่อสู้ แล้วเราจะเห็นว่าในตําราเรียนของนักเรียนเหตุการณ์บันทึก บอกว่าคนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง อาจจะบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ เป็นจดหมายเหตุว่า คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดครับ เป็นเรื่องที่บิดเบือนข้อเท็จจริงครับ เหตุการณ์ขอให้บันทึกเรื่องจริงครับว่าคนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วก็ คนเสื้อแดงถูกฆ่า ๙๑ ศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน เหตุการณ์เหล่านี้ขอให้บันทึกไว้ เป็นประวัติศาสตร์ เป็นจดหมายเหตุของชาติไทย เผื่อว่าลูกหลานในอนาคตจะได้รู้ว่า มีรัฐบาลพลเรือนเป็นรัฐบาลแล้วก็พี่น้องประชาชนล้มตายจากการให้ทหารออกมาสลายม็อบ (Mob) ในการสลายผู้เรียกร้องประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานขอให้รับไปบันทึก ให้ข้อมูลที่แท้จริงครับ เพราะว่าต่อไปในอนาคตนั้นลูกหลานของเราในมหาวิทยาลัย หรือว่า ทุกระดับจะได้เรียนรู้ จะได้รู้คุณค่าว่าแต่ละยุคนั้นเขาต่อสู้มาอย่างไร เขาจะได้รัก และหวงแหนในความรู้สึกว่าเขาได้ประชาธิปไตยมาอย่างไร สิ่งเหล่านี้ท่านประธานสภาที่เคารพ ขอให้บันทึกเป็นจดหมายเหตุเถอะครับ การเกิดปัญหาน้ําท่วมที่ผ่านมานั้นมันมีความรุนแรง ขนาดไหน และเพราะอะไร ขอให้บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ แล้วก็ในวันนี้ประเทศไทย ได้นายกรัฐมนตรีหญิงที่พี่น้องประชาชนเลือกตั้งเข้ามานะครับ แล้วก็เป็นนายกรัฐมนตรีหญิง ที่ได้คะแนนมากที่สุด สิ่งเหล่านี้ขอให้บันทึกเถอะครับ ขอให้บันทึกขบวนการต่อสู้ทางการเมือง ของประชาชน ขอให้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นจากความเป็นจริงครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
คุณหมอสุกิจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร เห็นด้วยนะครับ เพราะว่า จดหมายเหตุก็มีการเก็บเอกสารกันมานานแล้ว แต่เรายังไม่มีกฎหมายรองรับในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเก็บรักษาเอกสาร แล้วก็อนุรักษ์เอาไว้ให้อยู่ ในสภาพที่สมบูรณ์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็คืออย่าให้มันชํารุดเสียหาย อันนี้เป็นความสําคัญ แล้วนอกจากนั้นก็กําหนดให้มีระบบในการเก็บรักษาด้วย แล้วก็มีการคุ้มครองเอกสาร จดหมายเหตุ ตลอดจนถึงให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อจะเป็นสถานที่ในการเก็บรักษา และอนุรักษ์เอกสารเหล่านี้ ความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของการจัดเก็บเอกสารที่มีมาในยุคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารของหน่วยราชการหรือว่าเอกสารของเอกชน เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวกับ เรื่องของการที่จะไปบันทึกหรือการเขียนอะไรเอาตามอําเภอใจ แล้วแต่เอกสารจะบ่งชี้ว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในยุคนั้น ๆ เท่านั้นนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเอกสารที่เป็นจดหมายเหตุ ก็มีความสําคัญมากในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ ภาคส่วนทีเดียว อย่างเช่น กรณีที่จะเอามาใช้ เป็นหลักฐานในการอ้างอิงการปฏิบัติงานหรือการพัฒนาของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งจะได้ย้อนดู ในประวัติของหน่วยงานนั้น ๆ ว่าเคยมีนโยบาย เคยมีโครงการ เคยมีกิจกรรมอย่างไร ที่ปฏิบัติกันมาในอดีตอย่างนี้เป็นต้นครับ นอกจากนั้นก็อาจจะช่วยในเรื่องด้านความมั่นคง ของประเทศชาติด้วย ถ้าไปดูเรื่องของการบันทึก เรื่องของการจัดแบ่งปันเขตแดนหรืออะไร ในอดีตเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนะครับ นอกจากนั้นก็ยังเป็นเอกสารที่เอาไปใช้อ้างอิงในเรื่องของการศึกษาเรื่องต่าง ๆ การค้นคว้า การวิจัย แม้แต่ของเอกชนเอง อย่างเช่น กรณีของการยึดครอง ยึดถือที่ดิน เอกสารที่เป็น เอกสารสิทธิที่ดินเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเอกสารที่มีความสําคัญ ถือว่าเป็นจดหมายเหตุได้ด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับในส่วนตัวของผมที่จะไม่เห็นด้วยกับการมีกฎหมายที่ดี อย่างนี้ นอกจากนั้นแล้วก็มีการจัดตั้งหอจดหมายเหตุซึ่งก็มีการตั้งอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ ๘ แห่งด้วยกัน ในจํานวน ๘ แห่งนี้ก็มีที่จังหวัดตรังของผมด้วย เป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถจังหวัดตรัง พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็ต้องขอตําหนิรัฐบาลนี้ ท่านรัฐมนตรีด้วยครับ เจตนาดีที่เห็นในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ แต่ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าปัจจุบันนี้หอจดหมายเหตุที่จังหวัดตรังค่อนข้างที่จะแน่นแล้วครับ แน่นด้วยเอกสาร เพราะว่าปัจจุบันนี้นอกจากเอกสารของจังหวัดตรังแล้วก็ยังมีเอกสารของ จังหวัดในแถบอันดามันทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นของจังหวัดกระบี่ ของจังหวัดพังงา ของจังหวัดระนอง และจังหวัดภูเก็ต ขณะนี้เขาบอกว่ามีเอกสารที่อยู่ในความดูแล แล้วกว่า ๑,๐๐๐ ฟุต อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นหน่วยวัด ทางของงาน ของจดหมายเหตุเขา ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ๑,๐๐๐ ฟุตนี้หมายความว่าอย่างไร และนอกจากนั้น มีผู้ประท้วงครับ
ท่านมีอะไรครับ
ผมไม่ได้ประท้วงท่านหมอสุกิจ ต้องกราบขออภัย ผมจะขอหารือท่านประธานเป็นเรื่องเร่งด่วนนิดหนึ่งครับ คือเหตุการณ์ที่ผมเรียนท่านประธาน เมื่อเช้านี้ยังไม่สงบ แล้วก็ยังมีการขึ้นเวที แล้วก็ส่งเสียงดังรําคาญ ท้าท้ายเรียกให้ผมออกไปพบ แล้วก็พูดจาไม่สุภาพ เปิดเสียงเพลงดังเข้ามา พวกผมกําลังประชุมอยู่ในห้องผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ประชุมไม่ได้ ผมก็จะเรียนฝากท่านประธานว่าท่านประธานต้องดูแล ถึงแม้ว่าจะอยู่นอกสภาเราก็ตาม แต่ว่าเป็นการส่งเสียงรําคาญแล้วก็ปิดประตูเข้าออกนะครับ ฝากหารือท่านประธานต้องดําเนินการอย่างเด็ดขาดนะครับ
เมื่อกี้ผมได้สั่งการ ไปแล้วให้ทางสภานะครับ
ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ แถมยังปราศรัย ด่าเจ้าหน้าที่ที่ไปประสานงานบอกช้าเกินไปแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ไปประสานบอกว่าช้าไปแล้ว ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าคือถ้าเป็นไปได้ให้ตัวแทนเข้ามา ๓-๔ คน แล้วก็มาเจอกัน ที่ห้องรับรอง จะได้พูดคุยกันอย่างสามัญชนธรรมดา แต่ถ้าไปทําอย่างนั้นผมว่ามันไม่ถูกนะครับ แล้วนักข่าวก็ถ่ายภาพทําให้ภาพลักษณ์ของสภาเรา คนยิ่งเบื่อการเมืองอยู่
ถ้าเป็นฝ่ายที่เขา เกี่ยวข้องต้องประสานให้ส่งตัวแทนมาพูดคุยกันครับ
ผมส่งไปแล้วครับ
ทางเจ้าหน้าที่ ตํารวจเขาก็ต้องดูแลครับ
แต่ว่าเขาก็ยังไม่หยุดครับท่านประธาน
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเขากําลังดําเนินการอยู่ เชิญท่านคุณหมอต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต่อนะครับ ก็คือที่ผมกําลังพูดอยู่เมื่อกี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถของจังหวัดตรังนะครับ ที่ว่าปัจจุบันนี้อยู่ในสภาพ ที่มีเอกสารล้นพ้นตัวแล้วครับ คือมีอยู่รวมประมาณ ๑,๐๐๐ ฟุต แล้วเอกสารที่จะต้องเกิดใหม่ ที่ต้องเก็บใหม่ในแต่ละปีก็จะมีประมาณ ๓๐๐ ฟุตต่อปี เพราะฉะนั้นที่มันไม่พอแล้วตอนนี้ ไม่มีที่จัดเก็บเอกสารแล้ว แล้วไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดเรื่องนี้ก็เกิดมาแล้ว แล้วก็ท่านอดีตรัฐมนตรี ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มากในตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ท่านก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ให้เป็นจํานวน ๗๐ ล้านบาท เพื่อที่จะขยายบริเวณ หรือว่าสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ในการที่จะเก็บรักษาเอกสารสําคัญที่ทุกคนก็เห็นแล้วนะครับว่า มีความสําคัญ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเรา เกี่ยวกับเรื่องที่ลูกหลานของเราจะใช้ในการศึกษา ในวันข้างหน้า แต่ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ ปรากฏว่าตอนที่ผมไปพิจารณางบประมาณ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ปรากฏว่างบส่วนนี้ได้หายไป ไม่ปรากฏเลยครับ ถามใครก็ไม่มีใครรู้ วันนี้ท่านรัฐมนตรีมาแล้ว ก็ต้องเรียนถามท่านว่าในเมื่อท่านเห็นความสําคัญของเรื่องนี้ อุตส่าห์ผลักดันกฎหมายขึ้นมา แล้วทําไมในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วท่านถึงละเลย ท่านไม่ให้ความสนใจ ในเมื่อมันเป็น ที่ประจักษ์แล้ว ผมว่าหน่วยงานเขารู้ดี เพราะว่าหอสมุดมันมีอยู่ ๘ แห่งเท่านั้น เขาก็รู้ดีว่า ตรงไหน ส่วนไหนต้องปรับปรุง ต้องแก้ไข ต้องเพิ่มเติมงบประมาณเข้าไป ถ้าเห็นความสําคัญ จริง ๆ ทําไมถึงตัดงบประมาณส่วนนี้ไป อยากจะขอเรียนถามแล้วก็ทวงถามด้วย แล้วก็ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีท่านได้ช่วยกรุณาไปดูเรื่องนี้ แล้วถ้าเป็นไปได้ผมว่าท่านกรุณาเถอะครับ เพื่อส่งเสริมเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ท่านพยายามที่จะเอามาผลักดันเข้าสู่สภา ในวันนี้ และพวกเราก็เห็นด้วยนะครับ ท่านก็ต้องโชว์ (Show) แสดงให้เห็นว่าท่านสนใจ เรื่องนี้จริง ๆ ไม่ใช่เสนอกฎหมายขึ้นมาตามที่หน่วยงานเขาร้องขอให้เสนอ ท่านก็เป็นคนหนึ่ง ที่ผมเชื่อว่ายังอยู่ในวัยที่มีความขยันแข็งในการทํางาน ขอให้สร้างผลงานเรื่องนี้นะครับ อย่างน้อยที่สุดวันนี้ช่วยตอบผมด้วยว่าทําไมงบประมาณในส่วนนั้นมันถึงหายไปเฉย ๆ ครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของ คือของมันจะดีอย่างไรก็ตาม ของมันจะมีค่า ล้ําค่าอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าพี่น้องประชาชนไม่รู้ พี่น้องประชาชนเข้าไม่ถึงมันก็ไร้ประโยชน์ครับ เรื่องของหอสมุดแห่งชาติเหมือนกันไปตั้งอยู่ที่จังหวัดตรัง ผมเชื่อว่าหลายปีแล้วละครับ แต่ถ้าถามพี่น้องประชาชนว่ารู้ไหมว่ามีหอสมุดแห่งชาติอยู่ที่จังหวัดตรัง ผมว่าพี่น้อง ประชาชนจํานวนเกินครึ่งละครับที่ไม่ทราบ และไม่รู้ด้วยว่าหอจดหมายเหตุมีไว้เพื่ออะไร ก็ต้องฝากกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกส่วนที่ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์เรื่องดี ๆ อย่างนี้ ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบโดยทั่วถึงกัน ก็คงไม่มีอะไรครับ โดยส่วนตัวผมก็สนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเป็นคนชอบของโบราณ แล้วก็มักจะใช้เวลาวันว่าง ๆ ไปเดินที่ตลาดนัด สวนจตุจักรบ้าง ไปคลองถมบ้าง ไปย่านวรจักรแถว ๆ นั้น วันดีคืนดีก็แถว ๆ สนามหลวงที่เขา บอกว่าผีขนุนเยอะ ของเก่าเยอะจริง ๆ ครับ ถ้าเกิดท่านประธานมีโอกาสไปมันเพลินครับ มันมองแล้วมันย้อนถึงอดีต สมัยเด็ก ๆ เดินสนามหลวง คุณพ่อพาไปซื้อของตลาดนัดสนามหลวง ก็ไปเก็บเอกสารตามร้านขายหนังสือที่คิดว่ามันน่าจะแปลกบ้าง เพราะว่ามันหลัง พ.ศ. ๒๔๗๕ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไล่ทีละประเด็น ท่านประธานครับ ผมย้อนความกลับไปเมื่อปี ๒๕๕๒ สักเล็กน้อย ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ท่านนั่งอยู่ที่นี่ แต่ว่าตอนนั้นเมื่อปี ๒๕๕๒ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก็คือคุณธีระ สลักเพชร ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานจําได้ไหมว่าเกิดการโจรกรรม คือมีคนร้ายเข้าไปที่หอสมุดดํารงราชานุภาพในขณะนั้น ปรากฏว่าไปโจรกรรมทรัพย์สิน ที่เป็นเอกสารโบราณมากมายหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นจดหมายของรัชกาลที่ ๕ ที่พระองค์ทรงส่งถึงกรมหลวงดํารงราชานุภาพ ๑๑ ฉบับ ท่านประธานครับ พอโจรกรรมเสร็จแล้ว ปรากฏว่าเอาไปขายต่อ ผมนึกว่าขายสักฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังพอทําเนา ฉบับละ ๘,๐๐๐ บาท โอ้โหเสียของ เพราะว่าเป็นของโบราณที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา ผมฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านมีร่างพระราชบัญญัติแล้ว ท่านมีการหาเงินหาทองเข้ามา เป็นกองทุนแล้ว ท่านจัดสรร ท่านบริหารอย่างเต็มที่แล้ว ท่านช่วยดูเรื่องความปลอดภัยด้วย ผมมีโอกาสบุญพาวาสนาส่ง ๕ ปีที่แล้วไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ที่ฝรั่งเศส ก็เข้าไปดูยืนต่อแถว ดูภาพอยู่คนเดียว คือโมนาลิซา ผมยังสงสัยว่าตกลงภาพที่แขวนอยู่นี่ของจริงไหม หรือว่าของจริง เขาอยู่ในห้องนิรภัยครับ แล้วที่เราไปดูนี่มันของปลอม เพราะอะไรรู้ไหมครับ เหมือนกันจริง ๆ ท่านประธานครับ จดหมายเหตุต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกสารสําคัญ ๆ ถ้าท่านประธานจําได้ ผมขออนุญาตหยิบภาพให้ท่านประธานดูครับ ท่านประธานจําภาพนี้ได้ใช่ไหมครับ เป็นภาพรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านทรงปรุงอาหาร เดี๋ยวนี้ท่านประธานไปดูสิครับ ตลาดเยอะแยะไปหมด ราคาเท่าไรครับ ๑๙๙ บาท เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดการทําซ้ําขึ้น แล้วเผลอ ๆ ทําซ้ําเหมือนของจริงนะครับ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรีดูว่าหลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ออกไปแล้วจะเป็นการครอบคลุมถึงการทําซ้ํา ลอกเลียนแบบ ทําให้เหมือนจริงหรือไม่ ถ้าเกิดท่านใดเคยไปเดินสวนจตุจักร ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) แล้วก็ขึ้นที่สวนจตุจักร มันจะมีร้านอยู่ ๒-๓ ร้านครับ เขาขายเอกสารทําซ้ําโบราณ ผมไม่รู้จะเรียกว่าอะไรนะครับ เช่น โฉนดที่ดินโบราณยุคตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ ทําเหมือนเปี๊ยบ ใส่กรอบเรียบร้อย ขาย ๓๙๙ บาท กรอบสวยหน่อยครับท่านประธาน อย่างนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจให้กับ กระทรวงได้กรุณาไปพิจารณาดูหน่อยว่าวันนี้เอกสารที่เป็นจดหมายเหตุก็ดี เอกสารสําคัญ มันมีความเคลื่อนไหวในตลาดแล้วอย่างไร ๒ ส่วนนะครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมพูดถึง การทําซ้ําคือของปลอม แต่ว่าของจริงที่อยู่ในตลาดทางกระทรวงจะทําอย่างไร หลังจาก ที่มีประกาศพระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่น ท่านสมคิด เชื้อคง ข้าง ๆ ผมนี้ถือเอกสารโฉนด ซึ่งมันใช้ไม่ได้แล้วแต่เป็นเอกสารโบราณ อย่างนี้ผิดไหม แล้วถ้าไปส่งมอบให้กับรัฐบาล หรือว่าทางจดหมายเหตุหอสมุดที่มีพระราชบัญญัตินี้คุ้มครองแล้วจะสามารถนําไปเผยแพร่ ได้มากน้อยขนาดไหนและคุ้มครองคนที่เขามีครอบครองอยู่แล้วนานขนาดไหนนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตอภิปรายในส่วนนี้ ก็คือสาระสําคัญด้านการคุ้มครอง เอกสาร เห็นด้วยในหมวดที่ ๑ ครับท่านประธาน ให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเป็นสถานที่ เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษาและวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ สมัยก่อนผมจําได้ครับ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต เรียนมหาวิทยาลัยเริ่มใช้เวิร์ด (Word) จุฬา ไม่รู้ท่านประธานจําได้ไหม ตัวเขียว ๆ แล้วจอใหญ่ ๆ กดกรืด ๆ แผ่นเท่ากับซีดี (CD) ใหญ่ ๆ จะหาข้อมูลทําทีสิส (Thesis) ต้องไปหอสมุดแห่งชาติ ไปฟุตโน้ต (Footnote) บ้าง ไปเข้าคิว กว่าจะหาเจอ เดี๋ยวนี้ผมนั่งในสภาท่านประธานครับ คลิกแป๊บเดียว กูเกิ้ล (Google) เข้าไป ถึงหอสมุดแห่งชาติ อย่างนี้ระบบต่าง ๆ ของพระราชบัญญัตินี้ถ้าออกมาแล้วท่านต้องรับรอง และรองรับให้ได้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ทางจังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เข้าไปต้องหาข้อมูลได้เหมือนกัน แล้วก็ต้องแยกแยะออกว่า อันไหนของจริง ของปลอมนะครับ
เรื่องต่อมา ให้หน่วยงานของรัฐมีระบบเก็บรักษาและการคุ้มครองเอกสาร ของราชการ โดยการเก็บรักษาราชการตามระยะเวลาที่ท่านกําหนด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ สามารถอ้างอิงแล้วตรวจสอบที่มาได้ สมัยยุคหินเก่าเราจําไม่ได้หรอกครับเราก็เอาหินมาดูว่า มันเก่าจริงมากน้อยขนาดไหน ยุคเหล็กเราก็มาดูคมเหล็กว่ามันตีแล้วคมมากน้อยขนาดไหน แต่เอกสารบางอย่างมันลงวันที่ บางอย่างก็ไม่ลงวันที่ ก็เป็นประเด็นปัญหาเหมือนกันครับว่า ใครจะเป็นคนอุปโลกน์ เช่น เป็นเอกสารสําคัญของทางราชการในยุคเมื่อเกือบ ๒๐๐ ปีที่แล้ว วัดจากอะไร ทางวิทยาศาสตร์หรือแค่วันที่ที่ลง อย่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม ท่านต้องพิจารณาครับ กระบวนการวิทยาศาสตร์ใช้ในอาชญากรรมเยอะแต่ใช้ในเอกสารบ้านเรายังน้อยครับ ในต่างประเทศเขามีน้ํายาครับท่านประธาน ใครบอกว่าเอกสารนี้เป็นลายแทงของจริง ของปลอม ของโจรสลัดเขาหยดน้ํายาติ๊งเดียวรู้ทันทีว่านั่นเกิดประมาณปีไหน อย่างไร เดี๋ยวนี้ มีการมั่วปีกันเยอะครับ เหมือนคนซื้อรถเก่าครับ ปี ๑๙๖๕ เอาเข้าจริง ๆ ปี ๑๙๘๕ ก็ท่านเล่นขับป้ายแดงกันมา ๑๐ ปีแล้วท่านเพิ่งไปจดทะเบียน อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ
ต่อมา ๑.๓ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐทําลายเอกสารที่มีคุณค่าตามวัตถุประสงค์ ของหน่วยงานรัฐ คุณค่าทางประวัติศาสตร์และคุณค่าเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย ประเด็นนี้ น่าสนใจท่านประธานครับ เอกสารสําคัญของรัฐคืออะไรล่ะครับ โรงพยาบาล ๕ ปีเขาทําลาย ประวัติคนไข้ อย่างนี้ถือว่าเป็นเอกสารของรัฐไหมครับ เพราะคนไข้บางคน ผมอ่านหนังสือมาก แล้วก็จินตนาการยูเอฟโอ (UFO) โรงพยาบาลบางโรงพยาบาลเคยรับยูเอฟโอ ขออภัยนะครับ มนุษย์ต่างดาวเข้าไปรักษาไหม แล้วท่านทําลายเอกสารต่าง ๆ ภายใน ๕ ปี บอกว่าคนไข้ ไม่ติดต่อ อย่างนี้ถือว่าเป็นเอกสารสําคัญไหม เพราะอะไรท่านประธานครับ โรคบางโรค เป็นโรคที่ควรค่าแก่การศึกษา อย่างนี้ควรเก็บบันทึกหรือไม่ เอาละท่านอาจจะบอกว่า มันไปละเมิดสิทธิมนุษยชนส่วนตัว โรคภัยไข้เจ็บท่านเอาไปเปิดเผยอย่างนี้จะเป็นปัญหา รัฐบาลโดยกระทรวงท่านก็ไปดูรายละเอียดสิครับว่าอนาคตจะทําอย่างไรนะครับ
ต่อมา ๑.๔ ท่านประธานครับ ห้ามมิให้บุคคลใดนําเอกสารจดหมายเหตุ ออกนอกสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เว้นแต่เอาไปแสดงโชว์ที่ไหน อย่างไรก็แล้วแต่ เป็นการชั่วคราว อันนี้น่าเป็นห่วงครับ ปล้นร้านทองว่านี่ยากแล้วนะครับท่านประธาน ตํารวจเฝ้าเมืองปล้นกันง่าย ๆ ครับ ธนาคารชื่อดังในประเทศอังกฤษยังเจาะทะลวงกัน ด้วยขบวนการต่าง ๆ เข้าไปปล้นกันเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เอกสารที่ออกไปโชว์ตามสถานที่ต่าง ๆ ผมเป็นข้อสังเกตให้กับกระทรวงครับ ๑. ท่านต้องจ้าง รปภ. ครับ แต่ถ้ามาจ้าง รปภ. แบบไอ้จุก ไอ้แกละ มึน ๆ งง ๆ ไปนั่งถามทางชี้ซ้าย ชี้ขวา อย่างนี้ไม่ได้ครับ ต้องมีความรู้ด้วยว่า คนที่มาโจรกรรมของที่เป็นเอกสารสําคัญที่ท่านไปจัดตามห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ต่าง ๆ ควรจะเป็นอย่างไร มันก็หมายถึงงบประมาณละครับท่านประธาน คิดให้หลายมิติครับ ออกพระราชบัญญัติมาจริงแต่สุดท้ายปลายทางแล้วก็คุมเอกสารไม่ได้
ต่อมาท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมพูดแล้วว่าห้ามมิให้บุคคลใดนําเอกสารไปผลิต หรือทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ทางการค้า เว้นแต่ได้รับการยินยอมเป็น หนังสือจากอธิบดี ก็ต้องบอกตามตรงครับว่าท่านอธิบดีนี้ก็ใหญ่นะครับ แต่คนเดียว หรือเปล่าครับ มีคณะกรรมการไหม ท่านรัฐมนตรีลองไปดูนะครับ อธิบดีใหญ่สุดครับ จะเอาจดหมายฉบับใด ตั้งแต่สมัย ร. ๑ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ไปที่ไหน อย่างไร อธิบดีเซ็นคนเดียว หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ท่านต้องตั้งคณะกรรมการหลังจากออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ มี นาย ก นาย ข นาย ค นาย ง เอาละรับรู้ร่วมกัน ไปที่ไหน อย่างไร ไม่ใช่พออนุมัติออกไปแล้วกลับมาเป็นกระดาษเปล่า เป็นกระดาษปลอม เกิดปัญหาท่านประธานครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เห็นด้วยครับ แต่ที่ผมอภิปราย ในส่วนต่าง ๆ ที่เป็นข้อเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ท่านรัฐมนตรีครับ
เรื่องต่อมาครับ ห้ามมิให้บุคคลใดแก้ไข ดัดแปลง ซ่อมแซมเอกสารจดหมายเหตุ เว้นแต่เป็นการซ่อมแซมโดยกรมศิลปากรหรือโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี ท่านอธิบดี ท่านมีความรู้ กรมศิลปากรก็ไม่ได้ดูจดหมายเหตุอย่างเดียว ว่ากันตั้งแต่ยุคหินเก่า ยุคบ้านเชียง ยุครัตนโกสินทร์จนปัจจุบัน เยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณา ท่านพิจารณาครับ ถ้าตั้งเป็นคณะกรรมการได้เพราะว่าคนไทยให้ความสนใจของโบราณครับ เราเริ่มเบื่ออินเทอร์เน็ต เราเริ่มเบื่อเฟซบุค (Facebook) เบื่อไฮไฟว์ (HI5) เราเริ่มจะไป เดินตลาดเก่า ๆ เก็บความคลาสสิก แต่งตัวยุคซิกตี้ (Sixty) ฟังเพลงจอห์นนี่ คานท์ รีด (Johnny Can’t Read) เยลโล ริเวอร์ (Yellow River) อะไรอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ มันเริ่มหมุนกลับไป เพราะฉะนั้นที่ผมบอกอย่างนี้ การทําซ้ํานี่ท่านเกิดขึ้นแน่นอนครับ
ต่อมาท่านประธานครับ หน่วยงานของรัฐที่มีความจําเป็นที่จะต้องเก็บรักษา เอกสารราชการที่มีการจัดทําทะเบียนเป็นเอกสารจดหมายเหตุให้ทําความตกลงกับกรมศิลปากร เพื่อเก็บรักษาและอนุรักษ์ที่หน่วยงานของรัฐตลอดไป หมายความว่าหน่วยงานรัฐสภา มีเอกสาร ซึ่งอีก ๒๐๐ ปี ผมไปเป็นผงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้นะครับ เป็นเอกสารที่ท่านประธานสมศักดิ์ เป็นผู้ลงนามไว้นี่นะครับ แต่เก็บรักษาไว้ที่รัฐสภา และผมถามว่าเด็กอีก ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี ข้างหน้านี้ถ้าจะดูไปที่หอสมุดแห่งชาติหรือมาที่รัฐสภา อย่างนี้ท่านต้องดูรายละเอียดนะครับ เอาละครับของมันคนละหน่วยงาน รัฐสภาก็อยากจะเก็บไว้เป็นพิพิธภัณฑ์รัฐสภาเอง แต่ว่าคนอยากจะค้นหาต้องนั่งแท็กซี่ไปหอสมุดแห่งชาติ ต่อมาที่รัฐสภา จะดูเรื่องทําเนียบรัฐบาล ต้องไปที่ทําเนียบรัฐบาล อย่างนี้ถ้าท่านทําซ้ํา แต่ท่านอธิบายชัดเจนครับว่ามันคือการทําซ้ํา จดหมายของท่านสมศักดิ์ได้กรุณาเซ็นไว้เมื่อปี ๒๕๕๕ อย่างนี้ดูผ่านจดหมายเหตุได้ไหมครับ หรือดูผ่านเว็บไซต์ (Web site) โดยเป็นศูนย์รวมได้ไหมครับ รัฐสภาก็ใช้งบประมาณต่างกัน ท่านประธานครับ ท่านก็จะได้ไม่ต้องเจียดเงินไปดูแลเรื่องพิพิธภัณฑ์มากมายนัก บางเรื่องก็เป็นเรื่องของกระทรวงวัฒนธรรมนะครับ ก็ทําได้ ลูกผมโตขึ้นมาจะได้เห็นครับว่า เวลาการเข้าไปดูข้อมูลไม่ต้องคลิกกันวุ่นวาย เอาไปที่เดียวเลย จะดูของโบราณพลิกคําว่า เอกสารโบราณอย่างนี้เห็นทั้งหมด อย่างนี้ผมแนะนําท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาไปดูรายละเอียด เพิ่มเติมนะครับ
เรื่องต่อมา ด้านการรวบรวม รับมอบเอกสาร ๒.๑ เขียนไว้อย่างนี้ครับ บอกว่า สามารถติดตามรวบรวม รับมอบเอกสารที่มีคุณค่าได้ครบถ้วน โดยกําหนดให้หน่วยงาน ของรัฐจัดทําตารางการเก็บเอกสารรักษาอย่างน้อยต้องประกอบด้วยประเภท เห็นด้วยที่สุด สมัยก่อนเวียนหัวท่านประธานครับ ทํารายงานฉบับหนึ่งอาจารย์ให้ทําไม่รู้จะหาตรงไหน แบ่งหมวดหมู่ไม่ได้ เดี๋ยวนี้มีไอโซหรือว่าไอเอสโอ (ISO) อะไรต่าง ๆ ทั้งหลายแหล่ที่เป็นดัชนี ไอเอสเอ็น (ISN) นี้นะครับท่านประธาน อย่างนี้กระทรวงได้กรุณาทําไหม ถ้าทําผมขอบคุณครับ ขอบคุณแทนเยาวชนรุ่นผม เต็มที่ก็แค่ดูภาพโบราณครับ เรื่องอะไรแปลก ๆ ผมก็ดูเข้าไปครับ
เรื่องต่อมา ผมข้ามไปที่ ๒.๖ ในเอกสารนี้ กําหนดให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จัดหา ซื้อ หรือรับบริจาคเอกสารที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุจากเอกชน ผมไม่แน่ใจว่า คํานี้จะต้องถูกตีความโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่ อย่างไร หรือหน่วยงานอื่นที่จะต้อง ตีความ ท่านประธานครับ เอกสารที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุจากเอกชนคืออะไร หมายความว่า ผมขออภัยที่ยกตัวอย่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด ลงทุนในประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๐๐ เป็นการเซ็นสัญญากับจอมพล ป. พิบูลสงคราม ครั้งแรก อันนี้ถือไหม ท่านเขียนบทให้ชัดเจนนะครับ ถ้าชัดเจนปุ๊บมันจะไปเข้าข่ายเอกชนอีกมากมาย ที่เริ่มมาลงทุนในประเทศไทยครับ มอเตอร์ไซค์คันแรกเท่าที่ผมจําได้ท่านประธานครับ ในประวัติศาสตร์ของโบราณในประเทศไทย เป็นเหมือนจักรยานปั่นไปเรื่อย ๆ แล้วเครื่องมันติดนะ แต็ก ๆ ๆ ๆ แล้วเครื่องมันติด อย่างนี้ยี่ห้อฮอนด้า อย่างนี้ถือไหมครับว่าเป็นเอกสารโบราณของเอกชนนะครับ ไม่ได้พูดถึงราชการนะครับ ท่านจะไปทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศตามมาตราใดก็แล้วแต่ ไม่ว่ากัน แต่ว่าถ้าเกี่ยวข้องกับเอกชนท่านกําหนดอย่างไร เป็นข้อสังเกตครับ ถ้าอนาคต เราจะต้องเขียนเรื่องของเอกชนเป็นจดหมายเหตุด้วยนี่ ก็คงจะต้องดูรายละเอียดต่อไปครับ ข้อเดียวกันท่านประธานครับ เมื่อมีเงินกองทุนเกี่ยวข้องเข้ามาในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็หมายความว่า มีคณะกรรมการบริหารเงินกองทุน มีสตางค์ครับ ประเด็นต่อมาก็คือ ท่านเขียนไว้บอกว่าจดหมายเหตุแห่งชาติสามารถจัดหาซื้อ นี่ละครับงานเข้าตรงซื้อนี่ละ ท่านรัฐมนตรีครับ คืออะไรรู้ไหมครับ ผมไม่รู้จริง ๆ นะครับว่าราคาของเก่าของโบราณนี่ มันมีราคามาตรฐานอย่างไร ท่านประธานครับ ที่บ้านผมมีตู้น้ํามันยุคปี ๑๙๖๐ อยู่ ๑ ตู้ครับ เป็นตู้ที่เขาใช้ในสมัยสงครามเวียดนาม ผมไปซื้อมาจากจังหวัดสระแก้ว ซื้อมาในราคา ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วท่านประธานครับ วันนี้ลงในเว็บไซต์เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ท่านกําหนดราคาอย่างไรล่ะครับ หรือท่านเจรจากันอย่างไรกับผู้ที่จะขาย สมมุติว่า มีคนคนหนึ่งเป็นฝรั่งมังค่าได้เอกสารสําคัญตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช ขออภัยนะครับ ที่ต้องอ้างถึงในสมัยโบราณ แล้วนํามาขาย ท่านวิเคราะห์ราคาอย่างไร การจัดซื้อเอกสารต่าง ๆ ที่เป็นโบราณนั้นลําบากจริง ๆ ครับ ผมก็เลยพลอยกังวลใจไปด้วยนะครับ เดี๋ยวมันจะเกิด กรณีซื้อของแพง ของในตลาดโลกไม่กี่แสนบาท ทางหอสมุดเกิดจะซื้อราคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตนะครับท่านประธาน
เรื่องต่อมาครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาอภิปรายไว้ก็คือ ด้านการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ครับ ถ้าเป็นระดับโรงเรียนเรามีห้องสมุดโรงเรียนครับ ระดับอําเภอก็ไปที่เขตหรือไปที่อําเภอ ระดับจังหวัดก็หอสมุดจังหวัดครับ ระดับประเทศ ก็มาที่กรุงเทพมหานคร หอสมุดแห่งชาติ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับแต่ละที่นั้นไปมา แต่ละครั้งอึดอัดจริง ๆ คือมันเหมือนเข้าไปในสถานที่วังเวง แน่นอนครับ คนบอกท่านจิรายุ หอสมุดจะให้เหมือนตลาดนัดเสียงดังหรืออย่างไร คือเทคโนโลยีสมัยใหม่ท่านประธานครับ มันต้องแบ่งโซนให้ชัดเจนแล้วนะครับ ผมเคยไปดูห้องสมุดในต่างประเทศน่าสนใจครับ โซนที่เป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แต่อิงโบราณ และนํามาพัฒนาใหม่ นํามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทําให้เยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งก็เบื่ออยู่แล้วเรื่องโบราณ นั่งอ่าน ก. ไก่ ข. ไข่ อาขยาน ท่องสูตรคูณกันนี่ เขาเริ่มเบื่อครับ เดี๋ยวนี้ไปถาม ๘ คูณ ๕ คูณ ๔ หาร ๑๐๐ เด็กหยิบไอโฟนกดเลย สมัยก่อนต้อง ท่องแม่สูตรคูณ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านด้วยนะครับว่าการประชาสัมพันธ์ให้มันมีความเร้าใจ อีโมชั่น (Emotion) คือทําให้เด็กรู้สึกว่าไปหอสมุดนี่มันเป็นเรื่องแบบเหมือนไปดรีมเวิล์ด แต่มันเป็นดรีมเวิล์ดทางปัญญาอย่างนี้ทําได้ไหมครับผมเห็นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพท่านดูแลอยู่ผมพาลูกไปเที่ยวที่คลอง ๔ ท่านประธานครับ เป็นลักษณะลูกเต๋าสี่เหลี่ยมวางอยู่นี่เข้าไป ผมว่ามันน่าตื่นเต้นครับ จริง ๆ เขาก็มีเอกสาร โบราณเป็นเรื่องตั้งแต่ประวัติศาสตร์มนุษย์เริ่มเกิดจากโครมันยอง อีฟกะอดัม จนกระทั่ง มาถึงปัจจุบันมีเอกสารประกอบบอกว่าคนนั้นเริ่มจดทะเบียนเป็นนายอ่ํา นายแดง นางอ่ํา นางเหมือนอะไรนี่มันก็น่าสนใจนะครับท่านประธานแต่ว่าหอสมุดแห่งชาติไปทีไรเหงาครับ คือถ้าไม่ไปหาเอกสารสําคัญจริง ๆ ไม่คิดจะไปครับ เพราะฉะนั้นนับจากนี้ไปวัฒนธรรมไทย ท่านกรุณาด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี ผมเป็นลูกศิษย์ดนตรีไทย ผมเป่าขลุ่ยครับ ผมสีซออู้เป็น ท่านประธานครับ แต่ผมลืมไปเลยว่าทุกวันนี้บ้านเราควักขลุ่ย ควักซออู้ ซอด้วงออกมาอายเขาครับ ท่านช่วยกรุณาต่อเนื่องนะครับ เป็นวัฒนธรรม เป็นเอกสารคุณค่าทางประวัติศาสตร์สําคัญ เหมือนกันครับ ถ้าท่านได้กรุณาส่งเสริมด้วยพร้อม ๆ กับการทําพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมเชื่อว่า เด็กไทยนั้นจะมีเอกลักษณ์ ถ้าเกิดท่านสมาชิกได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศกัมพูชา ผมเคยไปเที่ยว ที่นครวัด นครธม ท่านประธานครับ ไปนครวัด นครธม นี่ทัวร์เขาชอบพาไปแพ็คเกจ (Package) วันแรกก็ไปชมปราสาทบันทายสรีปราสาทหินเล็ก ๆ สีชมพู วันที่ ๒ พาไปชมนครวัด นครธม แล้วก็ เดินรอบ ๆ สุดท้ายปลายทางช่วงค่ําก็พาไปรับประทานอาหาร ร้านอาหารก็เหมือนกับคนเกาหลี มาประเทศไทย คล้าย ๆ กันครับรําไทยนี่รํากันทุกวี่ทุกวันจนเด็กรําจนเบื่อไปแล้วครับ แต่ฝรั่งมังค่า เขามาเขาตื่นเต้น ท่านประธานครับ ผมไปที่กัมพูชาครับ รําไทยเหมือนไทยเปี๊ยะ มีมาโปรยดอกไม้คล้าย ๆ กัน มีหนุมานมีอะไรเหมือนกันหมด เด็กเขมร เด็กลาว เขายังใช้ดนตรีที่มีลักษณะคล้ายไทย ก็เพราะอะไรละครับท่านประธาน วัฒนธรรมมันก็คล้ายกัน เป็นบ้านที่อยู่ติดกันแน่นอนครับ แต่ท่านประธานเชื่อไหมบ้านเรานั้นไม่ค่อยได้ส่งเสริม ถ้าท่านส่งเสริมจดหมายเหตุบอกว่า โบราณนั้นสมัยก่อนกษัตริย์ไทยก่อนจะออกรบต้องมีปี่พาทย์ ต้องมีโหมโรง เพื่อรุกเร้า ทางอารมณ์ มีเอกสารบันทึกไว้ อย่างนี้ตื่นเต้นท่านประธานครับ พอตื่นเต้นปั๊บคนก็ใฝ่รู้ วัฒนธรรมประเทศไทยก็คงอยู่ครับ เดี๋ยวนี้มีแต่ชาโดว์ (Shadow) มีแต่กระโดดกัน อัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) สกาวาไรตี้ (Ska Variety) อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรี อยากเห็นขลุ่ยวาไรตี้บ้าง ขิมวาไรตี้ก็ได้
ต่อมาท่านประธานครับ ให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีหน้าที่ให้บริการศึกษา ค้นคว้า วิจัย รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เมื่อสักครู่ผมพูดแล้วครับ ท่านประธานจําเพลง ของพี่แอ๊ดวงคาราบาว ขออภัยพี่แอ๊ดที่เอ่ยนาม พูดถึงเรื่องทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เอาไมเคิ้ลแจ็คสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา ท่านจําได้ไหมครับ เราเคยมี โบราณวัตถุต่าง ๆ ไปอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปมากมาย ไล่มาตั้งแต่ประเทศสวีเดน ประเทศนอร์เวย์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศเบลเยียม ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศสเปน ไปจนถึงประเทศโปรตุเกส เต็มไปหมด ท่านประธานครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะหิน ไม่ใช่แต่เฉพาะเศียรพระ เอกสารสําคัญที่อยู่ในต่างประเทศโดยเฉพาะรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านทรงเสด็จประพาส เยอะแยะมากมาย ไปดูได้เลยที่ประเทศฝรั่งเศสต้นฉบับของเอกสารสําคัญ ของประเทศไทยที่ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ หลายเมืองครับ จนกระทั่งผมไปดู ตกลงผมอยู่เมืองไทยหรือผมอยู่ประเทศฝรั่งเศส อย่างนี้ครับ ถ้าท่านมีโอกาสได้ออก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้เรียบร้อย ท่านมีเงินกองทุน ท่านไปดูแล้วท่านจะเห็น ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ยังมีโอกาสกลับคืนสู่ประเทศไทย เมื่อท่านมีอํานาจแล้ว ไม่ว่าท่านจะเป็นการศึกษา ไปหาซื้อ ไปขอมา ขอรอรับบริจาค เป็นการเจริญสัมพันธไมตรี ระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ที่เขามีเอกสารสําคัญอย่างนี้กรุณาด้วยครับ ผมเห็นแล้ว ผมก็ตกใจว่าบางอย่างทําไมมันปรากฏอยู่ในต่างประเทศ จริง ๆ มันควรจะอยู่ในประเทศไทย ให้ลูกให้หลานได้ดูว่าทะเบียนสมรสสมัยก่อนเขาเรียกกันอย่างไร ผมก็ยังนึกไม่ออกเลยครับ ผมเพิ่งไปเห็นเหมือนกัน ท่านประธานครับว่าจดทะเบียนสมรสเป็นอย่างไร รู้แต่ที่เขาโชว์กัน บ่อย ๆ ก็คือโฉนด โฉนดที่ดินโบราณสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านออกก็เยอะ
ต่อมาท่านประธานครับ ให้กรมศิลปากรมีหน้าที่จัดทําคู่มือทางวิชาการ และการบริหารงานด้านเอกสารจดหมายเหตุ เพื่อสนับสนุนการเก็บรักษาเอกสารที่มีคุณค่า และพัฒนาระบบในการบริการเอกสารจดหมายเหตุ ให้ฟรีไหมครับ ให้ยืมได้ไหมครับ ถ้าหายทําอย่างไรครับ ก็ฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ
๓.๓ ให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเปิดเผยข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุ โดยอยู่ภายใต้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ท่านครับ คนเราจะมองอนาคตได้ เราต้องมองอดีตครับ ถ้าเรามองอดีตได้ บางเรื่องมันเป็นเรื่องน่ากลัว เราไม่เคยรู้หรอกว่าฮิตเลอร์ตายจริงไหม เราไม่เคยรู้หรอกว่า ทหารอเมริกันที่เขาบอกว่าเขาเป็นคนสังหารฮิตเลอร์ในยุคนั้นจริงไหม แต่มีบันทึกหลากหลาย นํามาเปิดเผยอดีตครับ เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าอะไร ท่านประธานครับ เรื่องบางเรื่อง เป็นความลับทางราชการครับ แต่เป็นทางลับทางราชการเมื่อปี ๒๔๗๗ เอามาบอกเลยครับ หรือจะต้องลับกันตลอดไปจนโลกแตก ปีนี้ปี ๒๐๑๒ ท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน ท่านรองประธาน กับท่านประธานครับ โลกจะแตกปี ๒๐๑๒ นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ต้องลองดูว่า ถ้าโลกแตกเราก็ไม่ได้รู้เลยปี ๒๔๗๗ เขาทําอะไรกันบ้าง อย่างนี้ฝากไปทางกระทรวงวัฒนธรรม บางเรื่องถ้าท่านพิจารณาแล้วบอกว่ามันไม่ไปเกี่ยวข้องโดยข้อมูลข่าวสารทางราชการ ไม่ได้เป็นความลับเมื่อปี ๒ ปีที่ผ่านมา อย่างนี้ท่านกรุณาด้วยครับ นํามาเปิดเผยบ้าง จัดหมวดหมู่ จัดเป็นช่วงปีได้ไหมครับ เรามีปีก่อน ๒๕๐๐ เรานึกถึงแดง ไบเล่ ปุ๊ระเบิดขวด ๒๔๙๙ อย่างนี้เป็นยุคนั้น เราจัด ๑๐ ปีได้ไหม เดี๋ยวนี้ผมงงครับ เวลาจะหาเอกสารทีหนึ่ง เลือกปีไม่ถูก ไปถามเจ้าหน้าที่หอสมุดเขาถามเหตุเกิดปีไหน ถ้าผมรู้ผมจะถามพี่หรือครับ ถ้าผมรู้ผมจะมาทําไหมครับ เขาบอกว่าลองดูเหตุการณ์ ผมบอกเหตุการณ์อย่างนี้เป็น สมัยโก๋หลังวังเดินกัน โอ้โฮแต่งตัวใส่เดฟ (Def) ขาลอยน้ํา ต้องมีหวี พกแป้งข้างหลังเหน็บเอว เขาบอกอ๋อประมาณปี ๒๔๙๐ ไปดูปรากฏว่าไม่มีท่านประธานครับ มันไปอยู่ปี ๒๕๐๐ ยุค ๒๕๐๐ ต่อ ๒๕๐๕ ในยุคที่คอมมิวนิสต์ (Communist) กําลังเรืองอํานาจทางประเทศจีน อิทธิพลก็แผ่ลงมา อย่างนี้ท่านกรุณาได้ไหมครับ จัดหมวดหมู่สัก ๑๐ ปี กําลังดี แล้วอันไหน ที่เป็นเอกสารทางราชการก็จริงอยู่ครับ กฎหมายมันครอบคลุมย้อนหลังตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ท่านลองดูครับ ถ้าอันไหนสามารถที่จะเปิดเผยได้ก็กรุณาด้วยครับ จริง ๆ แล้ว เราก็อยากจะรู้ครับว่าในสมัยที่เขาปฏิวัติตัวเองนั้น ปฏิวัติกันอย่างไร หรือแกล้งปฏิวัติกัน ไปคุยกันที่ทหาร มีลายเซ็นบันทึกสั่งเอาอาวุธออกมาอย่างไร ไปเจรจาความในปี ๒๕๐๕ จนเราเสียเขาพระวิหารกันอย่างไร อย่างนี้ก็อยากรู้นะครับ เพราะบางทีมันไม่ได้บันทึก แต่ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ท่านประธานสภาเดินทางไปดูงานสภาที่ประเทศเบลเยียม ท่านประธานจะไปเจรจาความอะไรก็แล้วแต่เขาก็ต้องถอดครับ เพราะท่านพูดภาษาดัตช์ (Dutch) ไม่ได้อยู่แล้ว พอถอดก็มีการบันทึก เจ้าหน้าที่ไทยกลับมาก็เอามาลงในประเทศไทย เจ้าหน้าที่เบลเยียมอยู่ที่นั่นก็ลงหอสมุดของเบลเยียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านลองไปดูนะครับ ผมเคยอ่านบางอันไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลของภาษา เป็นไปได้ไหมครับ ท่านลองปรับปรุงได้ไหมว่าถ้าเกิดของต่างประเทศแปลความออกมาแล้วด้วยภาษาไทย ที่พูดไปแปลไปเป็นภาษาดัตช์เป็นอย่างนี้ กลับมาแล้วมันเป็นอย่างนี้ อะไรคือความถูกต้อง เราอิงของไทยหรืออิงแบบฝรั่ง ประเทศไทยจดบันทึกน้อยกว่าฝรั่งครับ สมัย ๑๐๐ ปีที่แล้ว พระองค์ท่านในหลวงรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสยุโรป ส่วนหนึ่งเราก็ขอจากยุโรปครับ เป็นจดหมายเหตุครับ เป็นเอกสารบันทึก พระองค์ท่านเสด็จไปที่ไหนก็ลงลายพระหัตถ์ ลงนามไว้ครับ บ้างก็เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ก็คือภาพเขียนนะครับ บางภาพก็เป็น พระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นภาพถ่าย ท่านประธานครับ อย่างนี้นี่น่าสนใจ เด็ก ๆ จะได้รู้ว่า อดีตที่ผ่านมาเขาได้ทําอะไรกันไว้บ้างในโบราณ แล้วก็เป็นเหตุที่จะมองต่อไปในอนาคตครับ
ข้อต่อมาท่านประธานครับ ด้านการส่งเสริมงานจดหมายเหตุ มีการกําหนด ให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุในกรมศิลปากรเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่าย สําหรับความช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการด้านเอกสารจดหมายเหตุ สมัยก่อนไม่กี่สตางค์ ไปขอที่หอสมุดแห่งชาติเตรียมไป ๑๐๐ บาท เหลือทอนครับ ผมไม่แน่ใจว่าการตั้ง พระราชบัญญัติจนกระทั่งมีกองทุน แน่นอนเงินสนับสนุนก็ต้องมาจากรัฐบาลครับ แต่ส่วนหนึ่ง ท่านก็ต้องหา แล้วหาจากไหนล่ะครับ ราคาเท่าไร แพงขนาดไหนครับ ท่านอย่าทําให้มันแพง จนกระทั่งเด็กและเยาวชนต่าง ๆ แม้กระทั่งคนเฒ่าคนแก่ อยากจะมองอดีตไปแล้วร้องโอ๊ย ไม่กล้าเลย แพง จะไปขอคัดสําเนาจดหมายเหตุกรุงศรีหรือจะไปคัดสําเนาจดหมาย รัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยฝรั่งแขนลาย โปรตุเกสบุกเข้าสยามปากอ่าว อย่างนี้แพงไม่ได้ครับ ท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านดูราคาด้วยครับ อะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นบริการทางปัญญาให้กับประชาชนท่านต้องกรุณาราคาเหมาะสมครับ
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ ด้านการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของสํานักหอจดหมายเหตุ แห่งชาติมีกฎหมายที่คุ้มครองเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรโดยสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านวิจัยจดหมายเหตุที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบด้วย การติดตาม รวบรวม รับมอบ จัดหา ซื้อ รับบริจาค เก็บรักษา อนุรักษ์ จัดหมวดหมู่ จัดทําเครื่องมือช่วยค้น จดบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และเหตุการณ์สําคัญของชาติ ให้บริการการศึกษา การค้นคว้า วิจัย เมื่อกี้ผมพูดไปแล้ว อันนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านอย่าลืมสังคมด้วยนะครับ จดหมายเหตุสังคมนี่ผมไม่ค่อยเห็นครับ ส่วนใหญ่จะเป็นจดหมายเหตุที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สําคัญ เช่น ๒ ปีก่อนมีคนตายกลางเมือง เกือบ ๑๐๐ ศพ เราสูญเสียดินแดน ปี ๒๕๐๕ เรามีเหตุการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ แต่จดหมายเหตุด้านสังคม กระทรวงวัฒนธรรมช่วยกรุณาด้วยนะครับ ถ้ามีโอกาสท่านก็เขียน ครับ จะลงนามโดยท่านรัฐมนตรีท่านนี้ สุภาพสตรีก็จะเป็นท่านแรกหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ สังคมมันก็ต้องมีด้วยนะครับ วันนี้คนไทยมีลูกไม่เกิน ๒ คน สมัยก่อนครึ่งโหล ย้อนกลับไป ๕๐ ปี ตั้งทีม (Team) ฟุตบอลได้ นี่ก็คือจดหมายเหตุสังคมนะครับ
ท่านประธานครับ ต่อมาให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สามารถขอตรวจสอบและประเมินคุณค่าเอกสารส่วนบุคคล ท่านฟังให้ดี ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรสามารถตรวจสอบและประเมินคุณค่าเอกสาร ส่วนบุคคลซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์อยู่ภายใต้การครอบครองของบุคคลที่อาจจะมีคุณค่าเป็นเอกสาร จดหมายเหตุ ทั้งนี้หากเอกสารที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุ อธิบดีกรมศิลปากร อาจทําความตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองเพื่อจัดทําทะเบียนไว้เป็นเอกสารจดหมายเหตุ อํานาจนะครับ ท่านประธานครับ อํานาจนี่ไม่ได้มาด้วยโชคช่วยครับ โหวตกฎหมายผ่านกันล้วน ๆ ท่านประธานครับ พอท่านมีอํานาจ ท่านใช้อํานาจท่านต้องพิจารณาให้ดี สามารถขอตรวจสอบ หมายความว่าท่านรองประธานเจริญมีเอกสารโบราณเป็นจดทะเบียนสมรสโบราณไว้อย่างนี้ กรมศิลปากร เจ้าหน้าที่เขาขอตรวจบ้านท่านได้เลยครับ ท่านรองประธานเจริญครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไปขอแบบนี้ท่านช่วยกรุณาพิจารณากรรมวิธีให้ดีเถอะครับ ผมเห็นด้วยครับ บางอย่างขออนุญาตแต่ถ้าเขาไม่อนุญาตล่ะ ก็ที่มาเขาอาจจะไม่ได้ชอบด้วยกฎหมาย บางคนได้ของ ของโบราณท่านประธานครับ บางทีมันได้มาจากการต่างตอบแทน มันไม่ได้มาโดยการซื้อหามาครับ ต่างตอบแทนด้วยอะไรนั้นก็สุดแท้แต่ท่านครับ แต่ประเด็นก็คือว่าถ้าเจ้าหน้าที่ ของสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะต้องถือตราแบบเอฟบีไอ (FBI) เข้าไป มาแล้วขอตรวจหน่อย อย่างนี้ท่านกรุณาดูสิทธิของประชาชนด้วยนะครับ แล้วท่านพูดให้ชัดเจนด้วยว่าอะไร ท่านต้องแจ้งเขากี่วันอะไรที่ท่านถือครองอยู่ ของที่ฉันถือนี่เป็นโฉนดตามี ยายมา เมื่อปี ๒๔๖๐ แล้วท่านต้องตรวจได้ไหม ถ้าตรวจแล้วอย่างไร เขาขอเก็บไว้ได้ไหม หรือจะต้องเอาไปไว้ที่หอสมุด อย่างนี้เป็นรายละเอียดที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะต้องพูดถึงนะครับ ในชั้นกรรมาธิการท่านก็ไปว่ากันครับ ในข้อสังเกตที่ผมได้กรุณาอธิบายหลายมุม หลายมิตินะครับ
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่น่าสนใจก็คือบทการลงโทษครับ ผู้ใดนําเอกสารจดหมายเหตุหรือสําเนาเอกสารจดหมายเหตุไปผลิตทําซ้ํา ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอม ให้เป็นหนังสือจากอธิบดีนะครับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นร่างมาตรา ๒๘ ท่านประธานครับ ผมหยิบในเว็บไซต์ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ท่านประธานสมศักดิ์ครับ ท่านประธานพยักหน้านิดเดียวครับ ท่านประธานเจริญพยักหน้าแล้วนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ ไม่เป็นอะไรครับท่าน ผมก็ว่าของผมไปเรื่อย ๆ ครับ ท่านก็ไม่มีปัญหาครับ นี่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ ท่านประธานครับ เป็นเอกสารสมัยปี ๒๔๖๒ นะครับ เป็นเอกสารให้ที่ดิน แล้วก็เป็น เอกสารที่พระบรมวงศานุวงศ์เขียนถึง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามีการทําซ้ํา อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นนะครับ เมื่อกี้เป็นภาพนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าภาพ ผมอ่านไม่ละเอียด ในเรื่องของภาพ เพราะนี่คือเอกสาร ภาพที่เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมฉายาลักษณ์ ท่านครอบคลุมไหม หรือเฉพาะเอกสาร เช่น โฉนดที่ดิน จดหมาย สัญญา อย่างนี้ท่านต้องไปดู ปรากฏว่าต้องโทษ ระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีติดคุกเลยครับ ท่านประธานครับ แต่ขโมยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เอาไปก็ยากอยู่แล้วนะครับ ถ้าเป็นเอกสารอย่างที่ผมบอก ม้วน ๆ ใส่กระเป๋าหลังเดินกลับบ้านเลยนะครับท่านประธานครับ ไม่มีโทษปรับ บางอย่างท่านประธาน ขออภัยครับ ไม่มีโทษจําคุก ของโบราณที่เป็นเอกสารบางอย่าง ท่านประธานครับ ราคาแพงกว่าโบราณสถานที่ไปปรากฏตามพิพิธภัณฑ์หรือตามร้านอาหารไทย ในต่างประเทศด้วยนะครับ แต่ปรากฏว่าโทษจําไม่มีครับ มีแต่โทษปรับนะครับ ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท น้อยไปไหมครับ ถ้าผมคิดอยากจะขโมยแบบ นาย ก ที่เขาไปขโมย ที่หอสมุดแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๕๒ นะครับ แล้วก็ขโมยไปได้ ๑๑ รายการ มือปราบหูดํานี่ครับ พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ บก.น. ๑ ตอนนี้ไปเป็นรอง บช.น. จับกุมได้ ก็สารภาพสิ้นไส้เลย ท่านประธานครับ บอกว่าขาย ๑๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้พอลุ้นท่านประธานครับ ๑๐ รายการ ก็ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ลุ้นเพราะว่าโทษปรับมันน้อย ขโมย ๑๕ รายการ คิดรายการละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขายไปแล้ว ๕ เหลือ ๑๐ คือยังบอกของกลางไม่มี ขโมยแค่นี้ ก็กําไรแล้วท่านประธานครับ เพราะไม่มีโทษจําคุก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ฝากไปยังกระทรวงวัฒนธรรมท่านกรุณาดูด้วยนะครับ บทกําหนดโทษครับ (๒) ผู้ใดแก้ไขดัดแปลง เอาไปทําลาย ทําให้เสียหายหรือทําให้เสื่อมค่า ซื้อขายและแลกเปลี่ยน จําหน่ายหรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งเอกสารจดหมายเหตุ หรือทําปลอมเอกสารขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุที่แท้จริง ต้องโทษระวางจําคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ร่างมาตรา ๓๐ มีจําคุกด้วยครับท่านประธาน ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าท่านทําเอกสารมาผิด หรือในร่างมาตรา ๒๙ มี ท่านรัฐมนตรีช่วยดูหน่อยนะครับ คือผมแปลกใจว่าขโมยไปนี่นะครับ ทําสําเนาหรือจะไปทําซ้ํา โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ติดคุก ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่อันนี้ ท่านประธานครับก็ลักษณะคล้ายกันละครับ แก้ไขดัดแปลง แต่เผลอ ๆ ผมคิดเองนะ อาจจะน้อยกว่าด้วย เพราะว่าแค่แก้ไข แค่ดัดแปลง เอาไป ทําลาย ทําให้เสียหาย หรือทําให้เสื่อมค่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จําหน่าย อันนี้มีโทษจําและปรับ ก็แปลก ท่านประธานลองดูหน่อยนะครับ
วงเล็บต่อมาท่านประธานครับ ผู้ใดไม่ใช่กรมศิลปากรทําการซ่อมแซม เอกสารจดหมายเหตุ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท จดหมายเหตุ พอบอกเป็นจดหมายเหตุก็หมายความว่าเข้าไปอยู่ในภายใต้ครอบครอง ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ถูกต้องใช่ไหมครับ ถ้าถูกต้องแล้วก็หมายความว่านับจากนี้ ใครจะไปซ่อมแซม แม้จะอยู่ที่รัฐสภาแห่งนี้ที่พิพิธภัณฑ์ด้านล่างนี่นะครับ ก็ทําไม่ได้ อย่างนั้นใช่ไหมครับ หรืออย่างไรครับ ท่านเอาให้ชัดนะครับ เพราะเมื่อกี้ผมบอกตั้งแต่ต้นว่า เอกสารจดหมายเหตุหรือเอกสารสําคัญทางโบราณนี่นะครับ มันไม่ได้อยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ อย่างเดียวครับ ที่ปัตตานีก็มีครับ ที่สุไหงโก-ลก ก็เห็นครับ เชียงใหม่ก็มาก ขอนแก่นก็เยอะ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นหลักการแบบนี้มันสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร เอาละผมอาจจะไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ฝากเป็นข้อสังเกตในชั้นกรรมาธิการครับว่า ถ้าเกิดท่านกรุณาดูนี่นะครับ เวลาเขียนไปแคบ ๆ มาก ๆ เดี๋ยวทางโน้นก็มีปัญหา ทางนั้นก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นฝากทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้ามีโอกาสเข้าไปอยู่ ในกรรมาธิการชุดนี้ก็ขอความกรุณาดูเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องต่อมาครับ สุดท้ายครับ ผู้ใดส่งหรือนําเอกสารจดหมายเหตุ ออกนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดี แน่นอนครับ คนมันจะขโมย มันคงไม่ขออนุญาตอยู่แล้วท่านประธานครับ ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ฉันจะขโมยแล้วนะ มันไม่มีหรอกครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวงเล็บนี้ ผู้ใดส่งหรือนําเอกสารจดหมายเหตุ ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ดูตั้งแต่ (๑) ที่ผมพูดนะครับ ผู้ใดจะนําเอาเอกสารจดหมายเหตุออกไปแล้วไปผลิตทําซ้ํา ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือไม่นี่นะครับ ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ แต่ถ้าออกไปแล้วมันไม่ทําซ้ําอะไรเลยท่านประธานครับ มันเอาออกไปโน่นเลย ฝรั่งเศสเลย หรือไปประเทศไหนเลย ก็ติดคุกอย่างไรละครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ บทลงโทษต่าง ๆ นี่ก็ดีครับ แต่ถ้าท่านเขียนอย่างมีมิติ รอบครอบคลุมนี่นะครับ ผมก็จะรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น
สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นี่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับประเทศไทย ข้อสังเกตที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นจนจบนะครับ เป็นข้อสังเกต ของคนชอบของโบราณเท่านั้นเองครับ แล้วก็เคยโดนเพื่อน ๆ แหกตาครับท่านประธาน เอาของปลอมมาหลอกขาย ทําเหมือนของจริง ๆ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ผมเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่มากมายหลากหลาย มากกว่าจดหมายเหตุ วัฒนธรรมไทยวันนี้น้อยครับ ต้องรอดูช่อง ๗ จดหมายเหตุกรุงศรี อี้แอ ๆ ท่านประธานจําได้นะครับ เสียงนี้พอขึ้นปุ๊บเรารู้เลยเดี๋ยวละครจบแล้ว สมัยก่อนวัยรุ่นดูหนังก็สตรีสารมา ก็คิดว่าใกล้จะจบแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีครับท่านประธาน ประเภทวัฒนธรรมไทย รําไทย อายนะ เพราะฉะนั้น ฝากเลยครับ นอกเรื่องเรื่องนี้ท่านประธานครับ ผมเป็นคนชอบดนตรีไทยท่านประธานครับ ชอบเป่าขลุ่ย ขี่ควายก็ไม่มีแล้วในกรุงเทพ แต่ว่าถ้าเกิดรัฐบาลได้กรุณาส่งเสริมที่เป็น วัฒนธรรมไทยพร้อม ๆ กับจดหมายเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่จะทําให้เยาวชนภายภาคหน้า สามารถรู้เรื่องของไทยได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ไม่ใช่ให้คนไทยเดี๋ยวนี้ไปแข่งแกะสลักน้ําแข็ง ที่ยุโรปและชนะ ผมงงเลยท่านประธานครับ ไปแข่งเป่าขลุ่ยที่เขมรไม่แน่ใจว่าจะชนะเขาหรือเปล่า แต่ไปแข่งแกะสลักน้ําแข็งชนะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีในการแก้ไข หรือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านบุญยอดเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ผมก็ขออนุญาตที่จะได้ อภิปรายในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมจะอภิปราย อย่างกระชับที่สุด
ประเด็นแรก ก็คือว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ต้องขอแสดงความชื่นชม กับแนวความคิดของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมีท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในขณะนั้น ได้เห็นความสําคัญของเรื่องจดหมายเหตุ และเรื่องของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จึงได้ร่างพระราชบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แต่ว่าเนื่องจากว่ามีการยุบสภาเสียก่อนกฎหมายนี้ก็เลยรออยู่ จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคนปัจจุบันก็เห็นความสําคัญเช่นเดียวกัน ก็ได้นําเรื่องนี้กลับเข้าสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ผมจึงมีความเห็นด้วยในการที่จะมี ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาครับ ประเด็นที่ผมอยากจะขอฝากไว้สั้น ๆ นะครับ
ประเด็นแรก ก็คือว่าเราคงจะต้องให้ความรู้กับประชาชนก่อนนะครับว่า อะไรคือจดหมายเหตุ อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง เอกสารจากหน่วยงานทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชน หนังสือโต้ตอบกัน โครงการกิจกรรมการประชุมอย่างที่ว่า การเงิน รายงาน สถิติก็เป็นจดหมายเหตุด้วยเช่นเดียวกัน เอกสารซึ่งรับมอบจากบุคคลสําคัญหรือทายาท เป็นผู้บริจาคให้ก็เป็นจดหมายเหตุอย่างนี้ เอกสารที่หน่วยงานหรือหอจดหมายเหตุ จะไปจัดซื้อตามมาเพราะเห็นความสําคัญ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อที่จะอธิบายเรื่อง ของประเทศไทย เอกสารที่มาจากการแลกเปลี่ยน หรือว่าเอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จะจัดทําขึ้น ทั้งหมดนี้คงจะต้องอธิบายกับประชาชนอยู่พอสมควรนะครับ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ สําหรับพวกเราที่จะไปให้คํานิยามหรือจะรู้ว่าอะไรคือเรื่องที่เกี่ยวข้อง อะไรคือความสําคัญ หรือไม่สําคัญ
ประเด็นที่ ๒ ผมขออนุญาตฝากไว้กับกรรมาธิการวิสามัญก็คือว่าในมาตรา ๑๕ ในร่างพระราชบัญญัตินี้ มีเรื่องของการพูดถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งบอกว่าจะให้อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ผมคิดว่าเรื่องนี้คงจะต้องให้รายละเอียดอยู่พอสมควรนะครับว่าอะไรเป็นเรื่องทั่วไป ที่สามารถเปิดเผยได้ อะไรที่เป็นเรื่องชั้นความลับอะไรต่าง ๆ ที่ว่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม โดยหลักการก็คือว่าอะไรที่ราชการรู้ประชาชนควรมีสิทธิรู้ อาจจะมีระยะเวลามากําหนดว่า จะใช้ระยะเวลา ๑๐ ปี ๒๐ ปี แล้วก็ค่อยเปิดเผยเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ขอให้พูดถึง เรื่องรายละเอียดตรงนี้ให้ชัดเจนว่าจะเข้าไปอยู่ในกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร ของทางราชการอย่างไรบ้าง
อีกประเด็นหนึ่งที่อยู่ในวรรคสองของมาตรา ๑๕ ก็คือการให้บริการ การศึกษา การค้นคว้า การวิจัย หรือการทําสําเนา การเรียกเก็บค่าบริการนั้นให้เป็นไป ตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด ผมมีความกังวลเล็กน้อยว่าการเก็บค่าบริการ ประชาชนหรือ นักเรียน นักศึกษาจะมีการเข้าถึงได้อย่างไรถ้าหากว่าท่านเก็บค่าบริการที่สูง ประเด็นนี้ ก็คงจะต้องไปพูดกันว่าในท้ายของร่างพระราชบัญญัตินี้จะมีการกําหนดกันอย่างไร หรือว่า ท่านอธิบดีจะไปกําหนดมากน้อยสักแค่ไหน แต่โดยหลักของมันก็คือว่าผมคิดว่าน่าจะให้โอกาสกับ นักเรียนนักศึกษาหรือว่าประชาชนที่จะเข้าถึงต่อการได้ข้อมูลข่าวสารได้เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ เอาไปใช้ประโยชน์ได้ มีไหมครับที่จะไม่เก็บค่าบริการสักหมวดหนึ่ง มีการเก็บค่าบริการที่มี ลักษณะของความจําเป็นตามคุณค่า บางอันอาจจะได้มายากลําบากแล้วเขาเอาไปใช้ ประโยชน์ในเรื่องของการค้าได้ อันนี้ก็ต้องเก็บค่าบริการที่สูงขึ้น มีอัตราที่ปรากฏอย่างนี้ อาจจะต้องมีหลักการไว้ให้หน่อย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาตที่จะฝากไว้เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะยังไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเรามาก่อน ผมเองครั้งแรกที่ได้ยิน พ.ร.บ. ฉบับนี้เสนอขึ้นมาก็สงสัยครับว่ามีความจําเป็นอย่างไร แต่พอได้ศึกษาในความเป็นมาของการเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วก็ได้มีเจ้าหน้าที่ จากสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติมาชี้แจง ก็พอจะทําความเข้าใจและเห็นใจในการทํางาน ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่นั้นมีความตั้งใจที่อยากจะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นศูนย์รวมของข้อมูลเอกสารทั้งในอดีตปัจจุบันและอนาคต แต่ด้วยอุปสรรคบางอย่างที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะเรียกเก็บเอกสารได้นะครับ ถึงแม้ว่า จะมีระเบียบที่ผมถามก็จะได้มีเหมือนกันครับ มีพระราชดํารัสที่ให้เจ้าหน้าที่ของ สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาตินําไปใช้ แต่ก็เป็นเพียงระเบียบที่สามารถที่จะไปขอเรียกเก็บ เอกสารจากหน่วยราชการ แต่ถ้าหน่วยราชการใด หรือเอกชนใดปฏิเสธไม่ส่งมอบก็ไม่มีอะไร ที่จะไปบังคับมีบทลงโทษทางกฎหมาย วันนี้ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ก็จะทําให้หน่วยงานของสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้นได้ใช้อํานาจ ตามกฎหมาย ผมเองจึงเห็นสอดคล้องครับว่าโดยเฉพาะเอกสารบางฉบับไปอยู่ในมือ ของเอกชนพอไปอยู่ในมือของเอกชนโอกาสที่การเจรจาต่อรองแล้วจะเอามาครอบครองอยู่ ในสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้นคงจะยาก แต่วันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็มีการร่างเกี่ยวกับ เงินกองทุน โดยเฉพาะมีคณะกรรมการกองทุนตั้งแต่มาตรา ๒๔ เป็นต้นไป ผมเห็นแล้วว่า กองทุนตรงนี้อาจจะทําให้สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติสามารถนําเงินกองทุนที่มีอยู่ไปใช้ ในการเจรจาซื้อเอกสารที่มีความจําเป็นกับเอกชนมาไว้ในครอบครองให้กับทางราชการได้ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นด้วย แล้วผมคิดว่าการที่เรารวบรวมเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นเอกสารจากมือเอกชน เอกสารจากหน่วยราชการไปรวมไว้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเป็นจุดเดียวนั้นจะทําให้ การค้นคว้าเอกสารทางประวัติศาสตร์ ปัจจุบันหรืออนาคตที่ทางสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องเก็บรวบรวมไปไว้จุดเดียวแล้วก็ไว้สําหรับเผยแพร่ไปให้กับ อนุชนคนรุ่นหลังไว้ศึกษา ผมว่าเป็นเรื่องดี ดังนั้นแล้วผมเองจึงเห็นด้วยที่จะมี พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติฉบับนี้ไว้ให้กับกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อที่จะใช้อํานาจ ทางกฎหมายต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้สนับสนุนและเห็นพ้องที่ทางรัฐบาล ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งก็ได้สืบสานเจตนารมณ์ ต่อจากรัฐบาลชุดที่แล้วเพื่อที่จะวางหลักฐานให้กับเอกสารที่สําคัญในทางประวัติศาสตร์ เพื่อบันทึกในทางประวัติศาสตร์ไว้ ท่านประธานครับ ผมเองขออนุญาตที่จะอธิบายถึงเหตุผล ในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าสังคมใดก็แล้วแต่ถ้ามีรากเหง้าทางสังคม มีที่มาทางสังคม มีประวัติศาสตร์ มีเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ สืบเนื่องกันมา สังคมนั้นถ้ารู้ที่มาของตนเองสังคมนั้นก็จะมีความกลมเกลียว ความเป็นญาติ ความเป็นพี่ ความเป็นน้อง ความเป็นเผ่าพันธุ์ ความเป็นราชอาณาจักร หรืออาณาจักรต่าง ๆ ความแตกสามัคคีอะไรต่าง ๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่จะต้องเรียนรู้ถึง ข้อเท็จจริงในแง่มุมทางประวัติศาสตร์ในความเป็นมาของชนชาติ ชนเผ่า และที่มาของตนเอง อย่างถ่องแท้ ละเอียดถี่ถ้วน แน่นอนครับ ก่อนที่จะมีราชอาณาจักรไทยในปัจจุบัน สมัยก่อนมีแว่นแคว้นต่าง ๆ หลายแห่ง มีอาณาจักรย่อยที่เป็นชนเผ่าของเราหลายแห่ง เช่น อาณาจักรล้านนา ซึ่งปัจจุบันก็คือประเทศไทยตอนบนจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําพูน จังหวัดลําปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน อันนี้ก็คืออาณาจักรล้านนาเดิม ถัดลงมาอาณาจักรลานช้าง ตั้งแต่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จนถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวบางส่วน รวมไปถึงบางส่วน ของจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็ยังมีวัฒนธรรมทางประเพณี ทางภาษาที่พูดสื่อไปถึงความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ความเป็นเผ่าพันธุ์อันเดียวกัน อันนี้คือที่มาส่วนหนึ่ง ล่างลงมาก่อนที่จะมีอาณาจักรสุโขทัย ท่านประธานครับ อันนี้ผมขออนุญาตที่จะอธิบายและฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งผมชื่นชมท่านตลอดที่ท่านให้ความสําคัญต่อมรดกทางวัฒนธรรมและหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ เห็นท่านเดินเข้าไปในเมืองเก่าของอยุธยา เห็นท่านพยายามที่จะ กระตือรือร้นและให้ส่วนราชการเข้าไปอนุรักษ์มรดกโลกทางวัฒนธรรม แล้วก็ ทางประวัติศาสตร์ก็คืออยุธยา ผมขออนุญาตย้อนฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เพื่อที่จะขอให้
๑. ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยประสานงานกับสถาบันการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันชําระประวัติศาสตร์ก่อนที่จะก่อรูปร่าง เป็นราชอาณาจักรไทย ไล่มาตั้งแต่อาณาจักรล้านนา อาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรอโยธยา ศรีวิชัย ทวาราวดี ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้องฝากท่านประธานในเรื่องนี้เพราะที่มา ของเชื้อชาติ ที่มาของอาณาจักร ที่มาของอํานาจรัฐต่าง ๆ มีที่มาที่ยาวนาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเกิดว่าอนุชนรุ่นหลังหรือว่าคนไทยในปัจจุบันเริ่มหันกลับมาเรียนรู้ ถึงประวัติศาสตร์ เริ่มหันกลับมาศึกษาความเป็นมาและความเกี่ยวพันกัน ความแตกแยก ทางสังคมจะเพลาลงไป เบาบางลงไป อันนี้คือส่วนที่ ๑ ที่อยากจะฝาก
ส่วนที่ ๒ พระปฐมบรมกษัตริย์ที่คนไทยส่วนใหญ่ลืมไป แล้วก็ไม่เคยนึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ก็คือพ่อขุนบางกลางหาว หรือว่าปัจจุบันหลังจาก ที่สถาปนาเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชาอาณาจักรกรุงสุโขทัยหลังจากที่พระองค์ท่าน ร่วมกับพ่อขุนผาเมืองแห่งเจ้าเมืองราช ได้ยกทัพจากอําเภอนครไทย ซึ่งแต่เดิมเป็นเมืองบางยาง และเมืองราชที่หล่มสัก เพชรบูรณ์ไปตีกรุงสุโขทัยในขณะที่อาณาจักรขอมเรืองอํานาจ ท่านประธานครับ แล้วก็ก่อตั้งเป็นราชอาณาจักรแห่งกรุงสุโขทัยเป็นต้นปฐมบรมกษัตริย์ แล้วก็เป็นต้นแห่งประวัติศาสตร์ในการที่จะรวมชนเผ่าไทยให้เป็นราชอาณาจักร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยประสานงานกับสถาบันการศึกษา คณาจารย์ทางประวัติศาสตร์ได้ช่วยชําระประวัติศาสตร์ให้ชัดเจนครบถ้วนถ่องแท้ และนําเอาพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ของบูรพกษัตริย์และวีรบุรุษของชาติต่าง ๆ ให้ได้รับพระเกียรติ ได้รับการยกย่องเชิดชูเพื่อที่จะเป็นแหล่งรวมในการที่จะหล่อหลอมคนไทย ให้เกิดความสามัคคีได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่ ๑
สิ่งที่ประชาชนที่จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลกกําลังคิดกัน ฝากท่านประธานเพื่อเป็นเหตุผลในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือในเส้นทาง อันนี้จะมีอดีตพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้รับสมญานามที่เป็นมหาราช ๓ พระองค์ ที่จังหวัดตาก ก็คือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่จังหวัดสุโขทัยก็คือพ่อขุนรามคําแหงมหาราช ที่จังหวัดพิษณุโลกก็คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเส้นทางตั้งแต่จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก แล้วก็เชื่อมไปที่ทางอีสาน ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน คณาจารย์จากมหาวิทยาลัย ราชภัฏพิบูลย์สงคราม ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็คือ ท่านอาจารย์ปราณี แจ่มขุนเทียน ท่านได้เดินศึกษาสํารวจเอกสารโบราณวัตถุอะไรต่าง ๆ ครบถ้วน รวมไปถึงคณาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ขออนุญาตเอ่ยนามอีกท่านหนึ่ง ก็คือท่านดอกเตอร์ ฉันทนา จันทร์บรรจง ได้รวบรวมเอกสารทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ อย่างละเอียดครบถ้วนเกือบทุกประเด็น แต่เชื่อไหมครับท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ กรมศิลปากรยังมีปัญหาอยู่จนถึงบัดนี้ ผมอยากจะขอให้ทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีประสานกับทางกรมศิลปากรเลย ประสานกับคณาจารย์ที่ได้สํารวจศึกษาวิจัย มีเอกสารหลักฐานที่เป็นหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ครบถ้วนสมบูรณ์ กรมศิลปากรมีข้อขัดข้องอะไรบ้าง แล้วก็ทางรัฐบาล ให้ความสําคัญต่อเส้นทางของ ๓ มหาราช แห่งราชอาณาจักรไทยมากน้อยแค่ไหน อันนี้ คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นประเด็นที่ ๒
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ ๓ ที่ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธาน ก็คือแน่นอนครับ โบราณสถาน โบราณวัตถุ หรือเอกสารที่ถือว่าเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ อาจจะเริ่มถูกบันทึกไว้เมื่อประเทศของเราเริ่มมีอักษรใช้ แต่ก่อนหน้านั้นเป็นตํานานบ้าง มีโบราณวัตถุบ้าง เป็นเครื่องยืนยันแล้วก็บ่งชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่อยากจะฝากก็คือว่า ทําอย่างไรที่จะไม่ให้เอกสารหรือว่าโบราณสถานหรือโบราณวัตถุไปถูกเก็บไว้และเหมือนกับ ว่าคนรุ่นหลังถ้าไม่ใช่นักศึกษาที่เป็นด้านประวัติศาสตร์ หรือว่าโบราณคดีอย่างแท้จริง แทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้สนใจหรือว่าได้เข้าไปเรียนรู้เลย ขอให้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้เฟ้น แต่ว่าไม่ใช่การปลอมนะครับ ไม่ใช่การทําขึ้นมาใหม่ แต่ว่าได้ถอดเนื้อความ ได้ถอดเนื้อหาสาระ ได้ถอดอะไรต่าง ๆ เข้ามาเพื่อที่จะเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังที่เวลามีน้อยนะครับ ความใส่ใจ ในประวัติศาสตร์มีน้อยให้เขาได้เรียนรู้ว่าต้นกําเนิดของตนเองเป็นมาอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่ ๓
เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ เรื่องการให้ความสําคัญต่อการปกป้องวัฒนธรรม สิ่งที่พุทธศาสนิกชนเห็นแล้วค่อนข้างที่จะสลดแล้วก็สังเวชใจหลายแห่ง ทั้งในแล้วก็ ต่างประเทศที่นําเอาเศียรพระพุทธรูป ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปเก่าหรือใหม่ก็แล้วแต่นะครับ เอาไปประดับอยู่ในสถานบันเทิง สถานเริงรมย์ต่าง ๆ ในคลับ (Club) ในบาร์ อื่น ๆ อยากจะขอ ความชัดเจนจากรัฐบาลและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านมีแนวทางในการ ที่จะปกป้องคุ้มครองวัตถุที่ว่าพระพุทธรูป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เทิดทูนเคารพสักการะ ของพุทธศาสนิกชนได้อย่างไร มีมาตรการในการที่จะป้องกัน ปราบปราม แก้ไข หรือว่า เชื่อมสัมพันธไมตรีภายในประเทศ ขอให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นหยุดการกระทํา ขอให้สถานที่ต่าง ๆ เหล่านั้นหยุดแสดงพฤติกรรมแบบนั้นอย่างไร เพื่อที่จะให้พุทธศาสนิกชนทั่วโลกรวมไปถึง ประเทศของเราได้สบายใจด้วย ก็ขอถือโอกาสนี้ฝากแล้วก็นําเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเป็นท่านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ แล้วก็ลําดับต่อไป เดี๋ยวจะให้ท่านเตรียมตัวได้นะครับ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ท่านดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ แล้วก็ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ จากนั้นผมก็จะให้ทางท่านรัฐมนตรีตอบ แล้วก็จะขอลงมตินะครับ เชิญ ท่านปรเมศวร์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผมขอใช้โอกาสนี้อภิปรายเพื่อสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีที่ได้นําเรื่องนี้ เข้าสู่สภา เอกสารจดหมายเหตุนั้นถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหนก็ตาม เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมีมรดกทางวัฒนธรรม รวมทั้งมีความทรงจําของพวกเรา ในชนชาตินะครับ ตลอดจนเปรียบเสมือนเป็นคลังปัญญาเพื่อให้เยาวชนรุ่นหลัง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีความสนใจเพื่อจะได้สามารถในการค้นคว้าวิจัยได้นะครับ ดังนั้นเมื่อมีการออกกฎหมายเพื่อรองรับให้สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้น มีอํานาจหน้าที่โดยตรง เพื่อที่จะพิทักษ์และคุ้มครองเอกสารของชาติรวมทั้งมีหน้าที่ในการประเมินคุณค่าของเอกสาร ในหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐด้วย และให้มีการจัดรวบรวมให้เป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ ให้มีมาตรฐานสากลเหมือนชาติอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่มีความน่าสนใจนั่นคือกําหนดให้มีหอจดหมายเหตุท้องถิ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือในหน่วยงานของรัฐที่มีความพร้อม ตรงนี้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีอยู่จํานวน ๘ แห่งในภูมิภาค แล้วก็มีที่สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่กรุงเทพฯ อย่างเช่น ในจังหวัดชลบุรีก็มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติจังหวัดจันทบุรี คนที่อยู่จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครนายก มีความยากลําบากมากถ้าต้องการจะไปค้นคว้าวิจัยและต้องเดินทางไปถึง จังหวัดจันทบุรี อันนี้เป็นเหตุผลเบื้องต้น ถ้าสามารถที่จะมีการจัดให้หอจดหมายเหตุในท้องถิ่น ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม ตรงนี้ก็จะทําให้มีการตอบรับแล้วการแสดงผลงาน ภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาทางด้านเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ ในแหล่งชุมชนต่าง ๆ อย่างเช่น ถ้ามีเมืองที่มีความพร้อมอย่างเช่นเมืองพัทยาก็จะมี ความเป็นมาเป็นไป ไม่เพียงแต่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยเท่านั้น คนต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ คนต่างชาติที่มาท่องเที่ยวก็จะได้รู้ ยกตัวอย่างเช่นเมืองพัทยาก็เพี้ยนมาจากเมืองทัพพระยา ก็คือทัพพระยาของพระยาตากสินที่จะไปตีจันทบุรีในโบราณ เหตุผลนี้ก็คือเหตุผลที่จะทําให้ กระจายทั่วท้องถิ่นที่มีความพร้อมให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับคนที่สนใจได้เข้าไปศึกษา ค้นคว้าวิจัยได้นะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือปัจจุบันต้องยอมรับว่าหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ อาจจะละเลยไม่มีการเก็บเอกสารให้ครบถ้วนตามระเบียบแบบแผน หรือแม้กระทั่ง อาจจะสูญหายไปได้ บางแห่งอาจจะไม่มีเจ้าหน้าที่ บางแห่งที่มีเจ้าหน้าที่ก็อาจจะไม่มีความชํานาญ ท่านประธานครับ ดังนั้นการออกกฎหมายพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติอย่างนี้นั้น ก็จะเป็นสิ่งที่มารองรับให้กระบวนการในการทํางานในการเก็บสมบัติของชาตินั้นมีความสมบูรณ์ ทั้งยังมีการป้องกันและมีบทลงโทษให้กับผู้ที่อาจจะมีสิ่งนี้ไว้ในครอบครองนะครับ แล้วก็นําไปซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งลักลอบในการนําออกไปสู่ต่างประเทศ เราจะเห็นได้ว่าจะมีข่าวเป็นครั้งเป็นคราวนะครับ ขนาดโบราณวัตถุหรือแม้กระทั่งศิลปวัตถุ ที่มีขนาดใหญ่ยังถูกลักลอบไปสู่พ่อค้าต่างประเทศได้ ดังนั้นเอกสารจดหมายเหตุที่มีจํานวน ขนาดเล็กกว่าในปัจจุบันก็อาจจะมีการสูญหาย อาจจะมีการลักลอบไปขาย อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นเหตุผลต่าง ๆ ทั้งหมดในการตรากฎหมายนี้ให้เกิดความชัดเจนในการนิยาม เรื่องที่เกี่ยวข้องกับจดหมายเหตุแห่งชาติทั้งหมด โดยมีคณะกรรมการแล้วก็มีผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความสามารถให้มาดูข้อเท็จจริงแล้วมีการเก็บรวบรวมอย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล เพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเยาวชนรุ่นหลังต่อไปนะครับท่านประธาน ก็คือเหตุผลทั้งหมดที่จะกล่าวสนับสนุน แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะขอตั้งเป็นข้อสังเกต นั่นคือเอกสาร ส่วนบุคคลที่ผลิตหรือครอบครองโดยบุคคล ตรงนี้นั้นก็มีสมาชิกหลายท่านได้แสดงความห่วงใย ซึ่งผมก็คิดเช่นเดียวกัน นั่นคือหากกรมศิลปากรมีความสนใจและเห็นว่าจะประเมินเอกสารเหล่านั้น เพื่อจะนําและสงวนเอาไว้เป็นสมบัติของชาติ อาจจะต้องมีการขอซื้อต่อจากบุคคล ผู้มีกรรมสิทธิ์ ตรงนี้จะมีมาตรฐานอย่างไรที่จะมั่นใจได้ว่าราคาซื้อขายนั้นเป็นราคา ที่มีมาตรฐานยอมรับได้ ไม่มีช่องว่างให้เกิดการทุจริตโดยการมอบอํานาจให้กับใครคนใดคนหนึ่ง หรือคณะกรรมการชุดใดชุดหนึ่ง และในทางกลับกันหากเจ้าของที่เป็นบุคคลนั้นไม่ยินยอม ที่จะขายให้ หรือต้องการจะเก็บไว้เป็นสมบัติของครอบครัว ตรงนี้จะมีบทลงโทษพวกเขา เหล่านั้นไหม ถ้ามีจะถือว่าเป็นการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญในการละเมิดสิทธิและเสรีภาพหรือเปล่า ตรงนี้ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี รวมทั้งกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ร่างมาตราต่าง ๆ ให้ดูให้รอบคอบรัดกุมทุกมิตินะครับ แต่โดยสาระที่สําคัญแล้วนั้น เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะทําให้มรดกของชาติตรงนี้นั้นเก็บไว้ในสภาพที่มีความสมบูรณ์ที่สุด แล้วก็สืบทอดต่อเยาวชนรุ่นหลังต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นอยู่ ๒-๓ ประเด็น ผมคิดว่าคงมีเพื่อนสมาชิก ทุกท่านเป็นเอกฉันท์ที่จะให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ เพราะว่าสมาชิกทุกท่านที่อภิปรายก็เห็นความสําคัญถึงการจัดทําเอกสาร จดหมายเหตุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติ ผมให้กําลังท่านรัฐมนตรีตลอดเวลานะครับ ในการทําหน้าที่ผมมีเวลาอยู่เล็กน้อยในการไปทําหน้าที่ตรงนั้น ก็เห็นว่าการทําหน้าที่ ในการรักษาวัฒนธรรมของชาตินั้นเป็นงานที่ใหญ่มาก แล้วก็เป็นงานที่ทํายาก ผมไม่มีโอกาส เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงหรอกครับ ก็กระทรวงเดียวนั่นละครับ ก็ไม่รู้จะเปรียบเทียบ กับกระทรวงไหน แต่ผมเรียนกับท่านว่างานด้านวัฒนธรรมนั้นเป็นงานที่ยาก แล้วถ้าท่านรัฐมนตรีสามารถทําได้สักครึ่งหนึ่งที่ท่านตั้งใจ ผมคิดว่าประสบความสําเร็จแล้ว เพราะว่างานด้านวัฒนธรรมนั้นมันมีตัวชี้วัดที่หายากนะครับ ถ้าเป็นกระทรวงคมนาคม มีนโยบายว่าจะสร้างถนนสัก ๑,๐๐๐ กิโลเมตร สร้างถนนได้สัก ๗๐๐ กิโลเมตร ก็ถือว่าประสบความสําเร็จแล้ว แต่ว่างานวัฒนธรรมเป็นเรื่องของความดี ความเลว ความงาม ความสุข และงานเหล่านี้มันไม่มีตัวชี้วัดหรอกครับว่าวันนี้เรามีความสุขเพิ่มขึ้นกี่กิโลกรัม วันพรุ่งนี้เราจะมีความทุกข์กี่กิโลกรัม มันไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดตรงนี้ยาก เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีที่อยู่ในกระทรวงนี้ก็หนีข้อครหาไม่ได้หรอกครับ รัฐมนตรีที่โลกลืมบ้าง อะไรบ้าง ก็อย่าไปน้อยใจตรงนั้นขอให้ท่านได้ทําหน้าที่ ผมไม่เคยวิจารณ์ท่านนะครับ มีแต่ว่าคอยให้กําลังใจว่าขอให้ท่านได้ทําหน้าที่ประสบความสําเร็จ มันไม่มีการเมือง ในกระทรวงนี้ แล้วก็เป็นกระทรวงที่ไม่มีผลประโยชน์มันต้องทําด้วยใจเท่านั้น ผมมีประเด็น ๒-๓ เรื่องครับ
ประเด็นแรก ก็อาจจะไม่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้เท่าไรนัก แต่ว่าผมมี ข้อสังเกตว่าคนไทยสนใจประวัติศาสตร์ของชาติน้อย ทําอย่างไรก็ตามท่านรัฐมนตรีต้อง พยายามให้คนในสังคมนี้ให้ความสําคัญ แล้วก็สนใจประวัติศาสตร์ของชาติให้มากกว่านี้ เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษมากกว่า ประวัติศาสตร์ของชาติเราเสียอีก เอาเป็นว่าในสมัยรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ กว่าปี เราลืมหมดแล้วว่าประเทศนี้มันตั้งมาอย่างไร มันดํารงอยู่อย่างไร และมันจะไปอย่างไรข้างหน้า ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิก ขออภัยท่านนครที่ได้กรุณาพูดเมื่อสักครู่ว่าบ้านเมือง ที่มันมีปัญหาเพราะว่าเราเป็นสังคมที่ไม่มีรากแก้วครับ อาจจะปรามาสกันมากไปหน่อย แต่ว่าคนไทยวันนี้รากแก้วไม่มี มีเฉพาะรากฝอยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาเราโดนพายุ เราโดนปัญหาอะไรขึ้นมาประเทศชาติหรือสังคมนี้มันก็พร้อมที่จะล่มสลายได้ง่าย เพราะเราไม่มีรากแก้ว ที่เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ของชาติ ปัญหาของสังคมในวันนี้ประการหนึ่งก็คือเราใช้เหตุผล ของคนปัจจุบันไปตําหนิการกระทําของคนในอดีต ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่า เวลาเราศึกษาประวัติศาสตร์เราจะมุ่งเน้นว่าในอดีตนั้นผู้นําของชาติ ผู้นําของประเทศ ทําความเสียหายอะไรมาบ้าง ส่วนเขาจะทําความดีอย่างไร เราไม่ค่อยตัดสินหรอกครับ เราพิจารณาผู้นําในอดีตแล้วค้นหาว่าเขาทําความชั่วอะไรบ้าง นี่คือบ้านเราครับ แล้วเวลาเราตัดสินเราใช้เหตุผล ณ วันนี้ครับ เราใช้เหตุผลเมื่อปี ๒๕๕๕ ไปตัดสินการกระทําของคน เมื่อ ๒๐๐ ปีที่แล้ว สังคมมันเป็นอย่างนี้เองครับเมืองไทยเราไม่ค่อยยกย่องหรอกครับ เวลาเราพูดถึงผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านล่วงลับไปแล้วสมมุติว่าเราพูดถึงจอมพลถนอม จอมพลประภาส คนเดี๋ยวนี้มักจะดูในมุมมืด ในมุมที่เป็นลบในชีวิตของท่าน แต่ว่าถ้าเราสะท้อน อีกสักนิดหนึ่งว่าในสมัยที่จอมพลถนอมอยู่ในขณะนั้นประเทศรอบบ้านเราล่มสลายทั้งนั้นนะครับ ในสมัยสงครามเย็น ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่อยู่ได้โดยไม่เป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวที่รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ในสมัยนั้น แต่ว่าชาติเพื่อนบ้านของเรา ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเวียดนามประเทศพม่าอะไรพวกนี้ไปหมดแล้วครับ โดยเฉพาะประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนามไปหมดแล้วเหลือเฉพาะประเทศไทย ประเทศเดียวที่ยังเป็นประชาธิปไตยอยู่โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข แต่ว่าเรามองถึง อดีตผู้นําเราไม่ได้มองประเด็นนี้ครับผมคิดว่าเราไปค้นหาดูหน่อยไหมครับว่าทําอย่างไร ผู้นําในอดีต สมมุติว่าจอมพลถนอมในสมัยสงครามเย็นท่านทําอย่างไรประเทศนี้ถึงอยู่ได้ โดยไม่เป็นคอมมิวนิสต์ ท่านทําอย่างไรประเทศนี้จึงมีสถาบันพระมหากษัตริย์สืบเนื่องมา จนถึงทุกวันนี้ เรามองด้านเดียวแล้วเราใช้เหตุผลของคนปัจจุบันที่เราอยู่นี้ครับไปตัดสินของการกระทํา ของคนในอดีต เราเลยคิดผิดพลาดกันหมดครับ ประเทศเลยเดินผิดแนวมาหมด ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ครับเป็นสิ่งที่บ้านเมืองนี้ต้องศึกษา แล้วก็ปลูกจิตสํานึกให้คนสนใจประวัติศาสตร์มากกว่านี้ แต่ว่ามันคงทํายากแล้วละครับ เวลาเราบอกว่าประเทศไทยควรจะมีเอกลักษณ์ เราควรจะสวมใส่เสื้ออย่างนี้ ภาคเหนือควรจะใส่เสื้ออย่างนี้ ภาคใต้ควรจะใส่เสื้ออย่างนี้ ผมโดนด่าเยอะ สมัยผมเป็นรัฐมนตรี เขาบอกโลกในปัจจุบันนี้มันไม่มีแล้วอย่างนั้น คนจะใส่เสื้อชุดผ้าอะไรก็ได้ โลกมันเป็นโลกาภิวัตน์ไปแล้ว มันไม่มีขอบเขตแล้ว และอีก ๓-๔ ปีข้างหน้า เราจะเป็น ประชาคมอาเซียน (ASEAN) แล้ว มันไม่ควรจะมีการแต่งตัวที่เป็นอัตลักษณ์ของเราแล้ว มันเถียงอย่างนี้มาตลอดครับ แต่ว่าเราเป็นไทยได้ก็เพราะว่าเรามีวัฒนธรรมไทยนะครับ ถ้าเราไม่มีวัฒนธรรมไทยประเทศนี้ก็ไม่เรียกประเทศไทยครับ ประเทศนี้เรียกประเทศไทย เพราะเรามีวัฒนธรรมไทยอยู่ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนว่าทั้งหมดนี่ครับมันทํายาก เหมือนที่เรากําลังเปลี่ยนแปลงกฎหมายบางมาตรา อย่างเช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ นี้ครับ เพราะเราไม่มีรากเหง้าครับ เรากําลังบอกว่าสถาบันหลักของชาติไทย มันต้องเหมือนประเทศอังกฤษ เราจะเหมือนประเทศอังกฤษได้อย่างไรครับ ก็เราเป็นคนไทยครับ เมื่อไรก็ตามที่เราต้องการให้ประเทศไทยเหมือนประเทศอังกฤษ เราลืมกําพืดของตัวเอง อย่างที่ภาษาของผมคือเราไม่มีรากแก้ว เรามีเฉพาะรากฝอยเท่านั้นเอง เราต้องการให้ สถาบันพระมหากษัตริย์ของเราเหมือนสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศอังกฤษ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะพื้นฐานของเรามันต่างกัน ต้องรักษาความต่างนี้ไว้ครับ เมื่อไรก็ตามที่เราต้องการความเหมือนหมดนี่ครับ เรารักษาวัฒนธรรม เรารักษาชาติไม่ได้หรอกครับ เป็นเรื่องแรกที่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ
เรื่องต่อไปท่านประธานครับ ความจริงผมไม่ประสงค์จะมาอภิปรายหรอกครับ แต่ว่าท่านสมาชิกบางท่านได้พูดเมื่อสักครู่ว่าเวลาเราชําระประวัติศาสตร์ เวลาเราบันทึก เหตุการณ์ในอดีตนะครับ เราจะบันทึกหรือจารึกประวัติศาสตร์ของประเทศอย่างไร ก็มีคํากล่าวอยู่เหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ บอกว่าผู้ชนะเป็นผู้ลิขิต ผู้ชนะเป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์ก็ว่ากันไปนะครับ ผมจําเป็นต้องยืนขึ้นอภิปราย เพราะว่าเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผมไม่เอ่ยนามท่านหรอกครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เป็นรัฐบาลพลเรือน ผมจดไว้ ท่านประธานครับ ฆ่าประชาชน ๙๑ ศพ แล้วประวัติศาสตร์ต้องชําระ ประวัติศาสตร์ต้องบันทึกไว้อย่างนี้ว่ารัฐบาลพลเรือน คือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ล่ะครับ ตรงไปตรงมาชุดที่แล้วฆ่าประชาชนไป ๙๑ ศพ ต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ อันนี้ผมจําเป็นต้องยืนขึ้นและบอกท่านประธานว่าเราอย่าไปบิดเบือนข้อเท็จจริงนะครับ ไม่อย่างนั้นประวัติศาสตร์ของเราจะเสียหายหมด ผมบังเอิญโชคดี ท่านประธานครับ ถ้าจะบันทึกไว้ว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ชุดที่แล้วซึ่งเป็นรัฐบาลพลเรือน ฆ่าประชาชน ๙๑ ศพ มันก็ต้องมีรายละเอียดต่อไปครับ จะพูดสั้น ๆ อย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ ใครที่พูดเมื่อสักครู่ และคิดว่าผมพูดผิดข้อเท็จจริง ท่านยืนขึ้นและประท้วงผมได้เลยครับ ต่อหน้าต่อตาตรงนี้ละครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลพลเรือนชุดที่แล้ว ฆ่าประชาชน ๙๑ ศพ และต้องบันทึกไว้ ท่านพูดอย่างนั้น ผมพูดต่อท่านเลยครับ ต้องพูดต่อเสียด้วยนะครับว่ามีคนหลายคนวางเพลิงเผาทรัพย์ ที่จังหวัดมุกดาหาร แล้วก็ศาลตัดสินจําคุก ๒๐ ปี รวม ๑๓ คน บันทึกต่อไปเลยนะครับ ผมไม่บอกละครับว่าใครบ้าง แต่ก็มีเหตุผลนะครับว่าผู้ที่ชุมนุม นปช. ร่วมกันจุดไฟเผา ศาลากลางมุกดาหารเสียหาย ๑๓ คน ศาลตัดสิน ๒๐ ปี ถ้าจะบันทึกไว้เป็นจดหมายเหตุ ก็ต้องบันทึกอย่างนี้ครับ ผมไม่พูดทุกเรื่องหรอกครับที่เกิดขึ้น แต่ว่าอย่าไปบิดเบือน ต้องพูดให้หมด ที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ต้องขัง ศาลตัดสินแล้วด้วยทั้งหมด ๕ คน ด้วยกันครับ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ศาลจําคุกคนละ ๑๒ ปี เอาสิครับ ถ้าจะบันทึกประวัติศาสตร์อย่างนั้น ก็ต้องบันทึกอย่างนี้ละครับ แล้วต้องบันทึกต่อไปด้วยที่จังหวัดอุดรธานี มีผู้ต้องขัง ๕ คน ด้วยกันถูกศาลจําคุกคนละ ๒๒ ปี ๖ เดือน ฐานจุดไฟเผาศาลากลางอุดรธานี เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดอย่าพูดบิดเบือนข้อเท็จจริงนะครับ ต้องพูดความจริงตรงไปตรงมา ถ้าท่านพูดตรงไปตรงมา ผมก็ไม่อภิปรายหรอกครับ เพราะฉะนั้นอยากจะบันทึกว่า อะไรมันเกิดขึ้นในบ้านเมือง แล้วเวลาบันทึกเป็นจดหมายเหตุไว้ก็บันทึกอย่างตรงไปตรงมา อย่างนี้นะครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ท่านสมาชิกขอไม่เอ่ยนามนะครับ บางท่านได้พูดถึงเรื่องการก่อสร้างหอจดหมายเหตุ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จังหวัดตรัง ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีท่านต้องแก้ปัญหานี้ แล้วผมไม่ได้ต่อว่าท่านว่าท่านเป็นคนตัดงบประมาณตรงนี้ ความจริงงบประมาณปีนี้มันตั้งไว้แล้ว แต่ว่าท่านอาจจะเข้ามาโดยกะทันหันแล้วท่านไม่ทราบ รายละเอียด งบประมาณตรงนี้มันโดนตัดไปครับ ผมไม่อยากให้มีการเลือกปฏิบัติ แล้วผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีไม่ทราบเสียด้วยซ้ํา สิ่งไหนที่มันเป็นนโยบายที่ข้าราชการประจําเขาทําไว้แล้ว แล้วก็มันไม่เสียหาย ผมคิดว่าเราอย่าทําเรื่องเหล่านี้ให้เป็นการเมือง อย่าไปคิดว่าถ้าเป็นปักษ์ใต้ แล้วมันไม่ต้องมีงบประมาณ อย่างนั้นไม่ได้นะครับ เพราะว่าพี่น้องปักษ์ใต้เป็นประชาชน ที่ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานทราบไหม คนภาคใต้ภาคเล็ก ๆ ๑๔ จังหวัด เป็นคนที่เสียภาษีมาก เป็นอันดับ ๓ ของประเทศ ที่เสียภาษีมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง แล้วก็ภาคใต้ ๑๔ จังหวัดนี่เสียภาษีเป็นอันดับ ๓ ของประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่สามารถคืนเขาได้ โดยชอบธรรมก็อย่าไปตัดนะครับ แล้วผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะนําเรื่องนี้ไปแก้ปัญหา ซึ่งในส่วนของข้าราชการเขาก็พยายามแก้ปัญหานี้อยู่ ในกรรมาธิการงบประมาณก็พยายาม แก้ปัญหานี้อยู่ ก็ยินดีให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสถาพรเชิญ เดี๋ยวนะครับ ท่านวิเชียรมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อสักครู่นี้ผู้อภิปรายได้พาดพิง ให้เกิดความเสียหายต่อพวกเราที่ถูกกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงแล้วเกี่ยวข้องถึงจังหวัดอุดรธานี นั้น ในทางการดําเนินคดีอาญาของผู้ถูกกล่าวหานั้นต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผู้อภิปราย ไปเมื่อสักครู่ท่านคงทราบดีว่าท่านเป็นนักกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกศาลชั้นต้นสั่งจําคุก ๒๒ ปี ๘ เดือนนั้นเขาก็อุทธรณ์อยู่แล้วคดียังไม่สิ้นสุด ก็ต้องถือว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เพราะฉะนั้นหลายคดีที่ท่านกล่าวพาดพิงถึงเรื่องเผาบ้านเผาเมือง เรื่องเผาศาลากลางนั้น ผมว่ามันเป็นการกล่าวหาบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะฉะนั้น จึงกราบเรียนท่านประธานว่าเขากําลังต่อสู้คดีอยู่ เพราะฉะนั้นการที่เราเป็น ส.ส. ที่เอ่ยว่า ผู้ทรงเกียรติ ผมไม่อยากให้กล่าวหาบุคคลภายนอกง่าย ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ท่านทั้งหลายหรือท่านที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้กรุณาระวังถ้อยคําด้วย ขอบคุณครับ
ท่านสถาพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ จดหมายแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่รัฐบาลได้นําเสนอ โดยหลักการและเหตุผลแล้วยินดี ที่จะสนับสนุน เพราะถือว่าเป็นกฎหมายที่เก็บรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้เก็บรักษาไว้ อย่างเป็นระบบและทรงคุณค่า แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องให้บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ เหมือนกันในคําอภิปรายของกระผมที่กฎหมายไม่สามารถที่จะเก็บได้ และไม่สามารถ ครอบคลุมถึง คือความเห็นต่างกับจดหมายเหตุในเชิงประวัติศาสตร์ประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยได้ชื่นชมกรมพระยาดํารงราชานุภาพว่าเป็นบิดาของนักประวัติศาสตร์ ท่านได้บันทึกประวัติศาสตร์ตั้งแต่ร้อยปีพันปี รวมทั้งกระบวนการการต่อสู้ทั้งหมดและเก็บไว้ เป็นหลักฐาน แต่ปรากฏว่าบางขั้นบางตอนนั้นขัดแย้งกับประวัติศาสตร์เชิงท้องถิ่น ที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือผะหญาล้านนา อย่างประวัติศาสตร์ล้านนาจดหมายเหตุ ได้บิดเบือนหลายเรื่อง ถ้าตรงนี้อยากจะให้กฎหมายเปิดช่องโดยเฉพาะกองทุนว่าถ้ามีประวัติศาสตร์ที่นําสืบอีกด้านหนึ่ง ขัดหรือแย้งกับจดหมายเหตุก็ขอให้ศึกษา ผมนําเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี กรณีประวัติศาสตร์ล้านนา อาณาจักรล้านนานั้นใกล้ชิดกับอาณาจักรพม่า ปรากฏว่าบางกอก คนเก่า ๆ แก่ ๆ บ้านผมเรียกกรุงเทพมหานครว่าบางกอก หวาดระแวงว่าเราจะไปเข้ากับ ประเทศพม่าเพราะประเทศพม่าปกครองโดยประเทศอังกฤษ ก็เกรงว่าอาณาจักรล้านนา จะไปจับมือกับประเทศพม่าและประเทศอังกฤษเพื่อมาต่อสู้กับบางกอก ก็เลยมีการทํากุศโลบาย ทุกอย่างเพื่อให้ล้านนาอ่อนแอ นี่คือเชิงประวัติศาสตร์ เช่น การแย่งชิงกันในเรื่องของ สัมปทานป่าไม้สัก ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของภาคเหนือในขณะนั้นปรากฏว่า ทางบางกอกก็เอาสัมปทานไม้สักไปให้บริษัทต่างชาติตัดให้สัมปทานโดยไม่มีการปลูกป่าทดแทน เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าเราไปประเทศพม่าเราตัดไม้เหมือนกัน แต่ประเทศพม่าเขาให้ปลูกป่าทดแทน แต่ของเราปรากฏว่าได้เงินมาไม่เอาไปปลูกป่าครับ เอาไปกินเหล้าเสียหมด เอาไปเลี้ยงบริวารเสียหมดไม่ปลูกป่าก็เหลือแต่ตอสักครับ นี่คือประวัติศาสตร์ที่มันเห็นแย้งกับจดหมายเหตุครับ ที่เราได้ไปสืบค้นไม่ได้บันทึกไว้ครับ ก็ทําให้ล้านนาอ่อนแอ เมื่อล้านนาอ่อนแอก็เกิดการต่อสู้แย่งชิงชิงการนําตามแว่นแคว้นต่าง ๆ มีกบฏชาวนา มีกบฏข้าว มีกบฏไม้สัก ฉกชิงวิ่งราวกันครับเพื่อที่ต้องการความเป็นผู้นํา กรุงเทพมหานครหรือบางกอกก็ส่งทหารเข้าไปควบคุมอาณาจักรล้านนาบางยุคบางสมัยถึงขั้นเอาเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินของล้านนาก็เอามาไว้ที่กรุงเทพมหานครหรือบางกอกเพื่อเป็นตัวประกัน นี่คือประวัติศาสตร์ที่เห็นต่างจากจดหมายเหตุ แต่จดหมายเหตุจะบันทึกด้านเดียวว่า อาณาจักรกรุงเทพมหานครเข้มแข็ง บางกอกเข้มแข็งได้ดําเนินการรวบรวมอาณาจักร ที่จริงไม่ได้รวบรวมหรอกครับ ต่อสู้กัน เพราะฉะนั้นถ้าประวัติศาสตร์ตรงนี้ มีความเห็นต่างครับท่านประธาน ก็อยากจะให้กองทุนตรงนี้ที่จะจัดตั้งขึ้นสนับสนุน ให้มีการวิจัยว่าความเห็นต่างเชิงประวัติศาสตร์อย่างนี้มีไหม ตรงนี้รากเหง้าต่าง ๆ ที่เพื่อนพ้องน้องพี่อภิปรายว่าเราจะมีชาติตระกูล มีที่ไป ที่มา จะได้มีรากแก้วรากฝอย ก็จะได้ชัดเจน ว่าอ๋อมันเป็นอย่างนี้เอง นอกจากนั้นครับ ประวัติศาสตร์ก็แปลกครับ ท่านประธานมีความเห็นต่างอีกครับ กรณีของจังหวัดลําพูนหรือว่าหริภุญชัย ซึ่งมีอายุ ๑,๓๖๐ ปี ปฐมกษัตริย์คือเจ้าแม่จามเทวีเป็นผู้หญิงครับ แต่ประวัติศาสตร์ ของพระยาดํารงราชานุภาพบอกว่าเจ้าแม่จามเทวีถือกําเนิดที่จังหวัดลพบุรี ละโว้ เป็นลูกของเจ้าเมืองแล้วก็เอาใส่เรือ ใส่ใบบัว ใส่ดอกบัวล่องลอยมาตามลําน้ําปิง มาขึ้นที่จังหวัดลําพูนมาแวะที่ทุ่งเกวียนจังหวัดลําปาง ประวัติศาสตร์ก็เรียงร้อยแล้วสุดท้าย ก็มีเทวะฤาษีมาสร้างเมืองลําพูนแล้วก็อันเชิญเจ้าแม่จามเทวีไปเป็นปฐมกษัตริย์ แต่ปรากฏว่า มีอีกด้านหนึ่ง เจ้าแม่จามเทวีเป็นลูกของเศรษฐีอินตาอยู่อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน เป็นเม็งเป็นมอญครับ มีประวัติศาสตร์ครับ มีบ่อน้ํา มีบ้านของเศรษฐีอินตา แล้วก็เป็นเม็ง ด้วยครับ เม็งก็คือเผ่ามอญอยู่ที่อําเภอป่าซาง ตําบลแม่แรง แล้วก็มีอาณาจักรเขาเรียกว่า เวียงเกาะกลาง ใหญ่มาก ก็เถียงกันอยู่ครับ คนหนึ่งก็บอกว่าเจ้าแม่จามเทวีแน่นอน เป็นคนป่าซางโดยกําเนิด ถือกําเนิดที่เกิดอําเภอป่าซางและสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเป็นสตรี ที่เป็นปฐมกษัตริย์ลําพูน ไม่ใช่เกิดที่จังหวัดลพบุรี ไม่ใช่เกิดที่ละโว้ เถียงกันไปเถียงกันมาครับ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ไปแพ้ประวัติศาสตร์หอจดหมายเหตุนี้ล่ะครับ เถียงไม่ค่อยขึ้นเพราะไม่ได้โจษจัน แต่ประวัติศาสตร์อีกมุมหนึ่งเป็นประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่าครับ นี่ล่ะครับ ถ้าเรามีกองทุน เราสนับสนุนให้ศึกษาอีกด้านหนึ่ง ท่านจะเห็นภาพครับว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้น มันเป็นข้อสังเกตครับ เพราะฉะนั้นกองทุนเราควรจะเอื้ออํานวยถึงการศึกษาวิจัย ความเห็นต่างของประวัติศาสตร์ด้วยครับ กบฏชาวนาก็เหมือนกันครับ กบฏชาวนา ของจังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้นเพราะต้องการแบ่งข้าวจากเจ้านายฝ่ายเหนือ เพราะว่าแบ่งข้าวไม่เป็นธรรม เขาก็ลุกฮือขึ้นมาครับ ก็กลายเป็นกบฏ แต่ปรากฏว่าชาวนา เหล่านั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผีป่าผีเมือง ทั้ง ๆ ที่เขาสู้เพื่อปากท้อง ก็ถูกจับตัดคอประหารชีวิต ที่คุกหลวงครับ เลือดนองเต็มท้องทุ่งครับ นี่คือประวัติศาสตร์อีกมุมหนึ่งครับ แต่ปรากฏว่า หอจดหมายเหตุชื่นชมคนที่ไปตัดคอชาวนาเหล่านั้นว่าเป็นวีรบุรุษ เป็นทหารหน่วยกล้า มาจากบางกอกครับ นี่ครับ ถ้าเรามีกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้จะเป็นประโยชน์ครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เพราะว่ามันเป็นความเห็นต่างที่ยังไม่ได้สรุปกันว่า ของไหนของจริงของแท้อย่างกรณีของเจ้าดารารัศมีนี้นะครับ ท่านไปเป็นตัวประกัน ที่บางกอกตั้งแต่อายุ ๑๑ ขวบ กลับไปเมื่ออายุ ๔๐ ปี และสุดท้ายก็ไปเสียชีวิต ที่จังหวัดเชียงใหม่กลับมากรุงเทพฯ ไม่ได้ ถูกกีดถูกกันอย่างละนี้ครับ นี่คือประวัติศาสตร์ อีกมุมหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ไหน ๆ เราก็จะร่างกฎหมาย ซึ่งถือว่าน้อยครั้งที่สภาแห่งนี้จะมาพูดถึงประวัติศาสตร์ น้อยครั้งที่สภาแห่งนี้จะได้มีโอกาส อภิปรายกันอย่างนี้ มันเป็นความเห็นที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งครับ กฎหมายฉบับนี้อย่านึกว่า เป็นกฎหมายจดหมายเหตุธรรมดา แต่ถ้าเราเปิดโอกาสขยายกว้าง สามารถเปิดช่องให้ กฎหมายฉบับนี้ล้วงลึกเข้าไปถึงเชิงบอกเล่า เชิงต่อสู้ เหมือนกบฏล่ะครับ กบฏที่นครน่าน ท่านหมอชลน่านแพร่นี้ รู้ดีครับว่าเหล่านั้นมันไม่ใช่กบฏเลย เขาต้องการสัมปทานให้มาดูแล พี่น้องของเขา ก็รวบรวมไพร่พลลุกฮือขึ้นมาขอแบ่งสัมปทานไม้สักแค่นั้นล่ะ ทางบางกอกก็เอาคนไปครับ ไปปราบฮ่อ ไปหาว่าทางนี้เป็นชนกลุ่มน้อย เป็นผีตองเหลือง ที่จะต้องปราบเสียให้สิ้นซาก ก็ตายจริง ๆ ครับ แต่ประวัติศาสตร์มันไม่ตายครับ มันยังบอกเล่า มันยังโจษจันกันอยู่ มันยังบอกให้ลูกให้หลานได้รับรู้รับทราบว่ามันเป็นอย่างนี้ ถ้าเรามีกองทุนนี้ช่วยสะสางหน่อย วิญญาณของผู้คนที่ได้เสียชีวิตไปก็จะไปอย่างสบายใจ วิญญาณของเจ้าแม่จามเทวี ปฐมกษัตริย์ของหริภุญชัยนคร ๑,๓๖๐ ปี ก็จะได้รับรู้รับทราบว่าลูกหลาน ถือว่าเป็นบุญญาบารมีของท่านรัฐมนตรีนะครับที่จะเปิดช่องให้กฎหมายฉบับนี้กว้างขึ้น ใช้กองทุนครับท่านรัฐมนตรีครับ ใช้ภาษีเรานี่ล่ะ ศึกษาประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่า ให้ลูก ให้หลาน ให้เหลน โหลนในภายหน้าได้มีโอกาสศึกษาจริง ๆ จัง ๆ วันนี้ถ้าเราพูดประวัติศาสตร์ย้อนไป ก็เอาอีกแล้ว ถูกกล่าวหาอีกแล้ว พวกนี้ไม่มีความจงรักภักดีอะไรทํานองนี้ล่ะครับ ที่จริงมันไม่ใช่ครับ เราอยากรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ มันเกิดขึ้นจริง ๆ คืออะไร แล้วก็ไปนั่งคุยกัน จุกจิก ๆ ในสถาบันมหาวิทยาลัยครับ แล้วก็เราค่อย ๆ ขยายกันและไม่เป็นผลดีครับ บางคนก็บิดเบือน บางคนก็กล่าวหา เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกองทุนสักก้อนหนึ่งให้นักศึกษา ให้อาจารย์ประวัติศาสตร์ล้านนาหรืออาจารย์ประวัติศาสตร์ทางภาคใต้ซึ่งเขาก็มี ประวัติศาสตร์ของเขา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาก็มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ ศิลปวัฒนธรรมของเขา ก็อยากรู้ครับว่าทําไมวัฒนธรรม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปืนใหญ่ปัตตานีมันเป็นอย่างไร การต่อสู้ล้อมยิงเขา ฆ่าเขาเหล่านี้ครับ จะได้รู้แล้วมันจะได้มีบันทึกไว้ในจดหมายเหตุ ท่านขยายกองทุนให้ครอบคลุมเถอะครับ ผมถือว่าเป็นประโยชน์ และก็จะได้ไม่มีเถียงกันอีก เชิญมาหมดเลยครับ นักประวัติศาสตร์ เชิงบอกเล่าผะหญาปัญญาต่าง ๆ เจ้าผู้ปกครองนครรุ่นเก่า ๆ ขณะนี้ ๘๐ ปี ๙๐ปีแล้วนะครับ แต่ความจํายังดี ยังเล่าเชิงประวัติศาสตร์ได้บันทึกโจษจันไว้แล้วก็มาช่วยกันสะสาง เราจะได้มีรากเหง้า จะได้รู้ความเป็นมา และกฎหมายฉบับนี้จะได้เป็นประโยชน์จริง ๆ ครับ เพราะถ้าปล่อยไว้อย่างนี้นะครับ มันก็จะได้แค่เก็บรักษาวัตถุโบราณที่เป็นคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ แค่เก็บรักษาครับนี่ ไม่ได้มีสืบค้น ไม่ได้มีเสาะแสวงหา เก็บรักษาอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยในหลักการกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง เห็นด้วยที่จะมีกองทุน แต่ขอตั้งข้อสังเกตกองทุนให้เปิดกว้าง ศึกษาประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่าที่มีความเห็นต่างทุกมิติ พญาพรหมของผมนี่เก่งกาจขนาดไหนนะครับ แต่งข้าวบทกวีไปทั้งภาคเหนือครับ มีหนังสือเป็นพัน ๆ เล่ม เขาเรียกว่าผะหญาของล้านนาครับ พญาพรหมนี่ วันนี้ก็ถูกตัดคอครับ เพราะไปแต่งกลอนเกี้ยวพาราสีคนอื่นที่ใหญ่โตก็ถูกตัดคอ พญาพรหมผมก็ตายครับ แต่ว่าก่อนตายได้ศึกษา ได้บอกเล่า เขาเรียกว่า ข้าวพญาพรหม อย่างนี้ครับ นี่ก็คือประวัติศาสตร์จดหมายเหตุ เพราะฉะนั้นนําเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้สภาจะได้ ออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ แล้วก็น้อยครั้งที่สภาจะได้ถกเถียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ ถกเถียงเรื่องราวถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคต สํานึกในอดีตนี่ดีนะครับเข้าใจปัจจุบันก็มุ่งมั่นในอนาคต เพื่อให้พวกเราได้สะสางกันเสียทีหนึ่ง ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ช่วยขยายข้อความไปยังกรรมาธิการเรื่องกองทุนให้มีอํานาจหน้าที่ที่กว้างไกลกว่านี้ครับ แทนที่จะมาเก็บรักษาไว้อย่างเดียว กราบขอบคุณท่านประธาน
ท่านดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ขอความกรุณาท่านสมาชิกช่วยกระชับนิดหนึ่งนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอขึ้นเพื่อรองรับภารกิจและขอบข่ายงานของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้เรามี อยู่ทั้งในกรุงเทพมหานคร ๑ แห่ง ในภูมิภาคอีก ๘ แห่ง แล้วก็หอจดหมายเหตุเฉพาะอีก ๓ ที่ แต่สิ่งที่ควรจะได้ประโยชน์มากกว่าการรองรับภาระงานและขอบข่ายหน้าที่ของ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผมมีข้อสังเกต ๒-๓ ประการนะครับ
ประการแรก การปะทะทางความคิดในเรื่องนี้ระหว่างแนวคิดเดิมที่เราคิดว่า ความเก่าหรือความโบราณมันแยกกับความปัจจุบันหรือสิ่งสมัยใหม่ แต่มีอีกแนวคิดหนึ่ง มันมีปรากฏการณ์ทางสังคมอีกแบบหนึ่งนะครับ ที่บอกว่าบนยุคเก่ากับสมัยใหม่ มันไปด้วยกันได้ มันเชื่อมโยงกันได้ มันมีปรากฏการณ์คู่ขนานที่เห็นเป็นตัวอย่างว่า ในขณะที่คนเมืองส่วนใหญ่ไปเดินอยู่ในห้าง ไปนั่งกินกาแฟในร้านสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสตาร์บัคส์ (Starbucks) หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในขณะเดียวกันยังมีคนเมืองอีกชุดหนึ่งที่เดินทางไปเที่ยว ในเมืองเก่า ตลาด ๑๐๐ ปี ตลาดโบราณ ตลาดน้ําโบราณ กินชาโบราณ กินกาแฟโบราณ นี่คือปรากฏการณ์ที่ใหม่กับเก่ามันเป็นเรื่องที่มาอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นภารกิจ ของหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี่เราจะทําอย่างไรที่ไม่แยกระหว่างความเป็นเอกสาร ประวัติศาสตร์ซึ่งผ่านเงื่อนเวลา ๒๐ ปี ๗๕ ปี แล้วให้จบอยู่แค่นั้น เราจะทําอย่างไร ให้มันต่อเนื่องเชื่อมโยงมาเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ในการที่จะให้คนรุ่นใหม่ได้ว่า เอาประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้มันคือที่มา มันคือการสะท้อนให้เห็นถึงสภาพของสังคมในยุคนั้น ความคิด ความอ่านของคนในยุคก่อน ประโยชน์ในเรื่อง ๒ ทาง ผมจะพูดมาตลอดเวลาไม่อยากให้เห็นทางเดียว ไม่อยากให้เดินทางเดียว เพราะฉะนั้นบนปรากฏการณ์ของความเก่าและใหม่ที่เป็นอยู่นี้ ทําไมหน่วยงานของเอกชน ถึงประสบความสําเร็จในการจูงใจคนให้ไปเที่ยว ให้ไปชม ให้ไปใช้บริการ ในขณะเดียวกัน เราจะทําอย่างไรให้หน่วยงานของกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์เมือง เป็นที่ที่คนทุกคนอยากย้อนกลับไปดู เส้นทางความเป็นมาของชีวิต ของความคิด ของจิตใจ ของความเป็นคนไทย เวลาเรานํา คณะกรรมาธิการไปประเทศไหนก็ตามสิ่งหนึ่งที่เราคิดเสมอก็คือจะต้องไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมือง เพราะว่าเราจะได้รู้ว่าเส้นทางความเป็นมาของแต่ละชนชาตินั้นเขาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น เรื่องความเก่า ความใหม่ เราต้องสามารถจะเอามาใช้ประโยชน์ในการดําเนินชีวิต ของประชาชนได้
เรื่องที่ ๒ เราผ่านยุคของความไม่ทันสมัยมาสู่ยุคความทันสมัย ขอใช้ภาษาอังกฤษครับ จากอนาล็อก (Analog) มาเป็นดิจิตอล (Digital) ซึ่งอันนี้ พูดกันทุกคนเข้าใจ เรามาอยู่ในยุคสมัยใหม่ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไอที (IT) ใหม่ ยุคดิจิตอล เราจะทําอย่างไรให้เทคโนโลยีมารับใช้ในสิ่งที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะได้ใช้ประโยชน์ พิพิธภัณฑ์จะได้ใช้ประโยชน์ ถ้าหากว่าเราบ่นว่าเราเก็บเอกสารประวัติศาสตร์ไว้เยอะแยะ มากมายจนล้นไม่มีที่เก็บแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยบันทึกสิ่งเหล่านี้ให้เราได้ จะเก็บเป็นไมโครฟิล์ม จะเก็บเป็นการบันทึกที่เดี๋ยวนี้บันทึกได้มาก ไอทีชิ้นเดียวมันจะบันทึก ข้อมูลได้มากมายมหาศาล การกลับมาสู่ยุคใหม่เอาประวัติศาสตร์มาเพื่อการเผยแพร่ความคิด ไปสู่คนโดยการใช้สื่อสมัยใหม่จะช่วยให้คนเข้าถึงสาระของความเป็นประวัติศาสตร์ได้มากขึ้น เรามีนักวิชาการวัฒนธรรมไปเรียนเรื่องแอนิเมชั่น (Animation) มาจากต่างประเทศ ไปเรียนมาจากอัมสเตอร์ดัมไปเรียนมาจากออสเตรเลียคนเหล่านี้ผมคิดว่าสมัยใหม่ เขาทําสิ่งเหล่านี้ได้ แล้วคนเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะครับ ผมคิดว่าในกระทรวงวัฒนธรรม มีคนชุดนี้อยู่เพียงแต่เราจะให้ความสําคัญมากน้อยแค่ไหนที่จะให้รังสรรค์สิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าขณะที่ผมพูดกระทรวงก็คงทําอยู่ละครับ
ประเด็นที่ ๓ เราจะให้ประวัติศาสตร์ดํารงอยู่เพื่อประวัติศาสตร์หรือเอกสาร ประวัติศาสตร์เหล่านี้จะเป็นเอกสารเพื่อรับใช้สังคม ผมว่าแนวคิดหลังดูจะเป็นเรื่องที่จะ เป็นประโยชน์มากกว่า แต่ที่เราทําอยู่เราจะเก็บไว้ อนุรักษ์ไว้ สะสมไว้ รวบรวมไว้ แต่ประโยชน์ของการนํามาใช้ผมคิดว่ายังไม่เกิด เพราะฉะนั้นใน ๒ แนวนี้ ผมคิดว่า ผู้รับผิดชอบจะต้องคิดว่าเราจะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเป็นที่เก็บรวบรวมอนุรักษ์ไว้ ไม่พอหรอกครับ แต่สิ่งเหล่านี้จะต้องเป็นสิ่งที่ถูกนํามารับใช้สังคมให้เกิดประโยชน์ ที่พูดกันประวัติศาสตร์ย่อมซ้ํารอย เราจะทําอย่างไรที่จะให้เกิดการเรียนรู้ความเป็นมาในอดีต แล้วสิ่งที่จะซ้ํารอยจะต้องไม่สร้างปัญหาให้กับสังคม ให้กับชาติ กับบ้านเมือง ซึ่งผมคิดว่า ต้องเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ขยายแนวทางมากไปกว่าการออก พ.ร.บ. เพื่อรองรับการทํางาน ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติซึ่งยังอยู่ในลักษณะที่ไม่ได้แพร่ขยายไปเท่าที่ควร ขอให้ได้ประโยชน์จากงานวัฒนธรรม ในแนวที่ผมพูดเมื่อตอน พ.ร.บ. งบประมาณว่า เราไม่อยากเห็นเฉพาะเรื่องศิลปวัฒนธรรม แต่เราอยากเห็นวัฒนธรรมที่มารับใช้สังคม วัฒนธรรมที่เป็นวิทยาการ วัฒนธรรมที่เป็นวิชาการ ที่เข้ามาพัฒนาดูแลสังคมได้ด้วยในอีกด้านหนึ่ง ผมอยากให้เรามอง ๒ ทิศทางเพื่อที่จะได้ว่า มันยังมีมิติที่เราต้องเติมเต็มเพิ่มขึ้นในแต่ละภาระหน้าที่ที่เราจะต้องทํา ขอบคุณครับ
ท่านสงวน พงษ์มณี
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้กรุณาสนใจปัญหาข้อขัดแย้ง ทางประวัติศาสตร์แล้วก็พยายามที่จะบันทึกเรื่องเหล่านี้ไว้ ผมอาจจะมองเห็นต่างจากเพื่อนสมาชิก อยู่มุมหนึ่ง คือผมมองเห็นว่าถ้าหากว่าเขียนแค่นี้นะ ผมว่ากฎหมายฉบับนี้จะทําให้เกิดความขัดแย้ง ในสังคมมากขึ้น ท่านประธานครับ เพราะว่ามันเป็นการเขียนขึ้นมาเพื่อที่จะเหมือนกับการเขียน สูจิบัตรกีฬาว่ากรมนี้มีหน้าที่ทําอะไรบ้างเท่านั้นเอง แล้วต้องการเก็บเอกสารเอาไว้ ผมก็คิดว่าถ้าผมจะมีส่วนร่วมกับกฎหมายฉบับนี้ตรงไหน ก็คิดว่าน่าจะต้องขอแปรญัตติ ในส่วนที่ว่าด้วยหน้าที่ของกรม กับส่วนที่ว่าความไม่รับผิดชอบของกองทุน ผมจะเพิ่มอะไรลงไป ให้เกิดความสมบูรณ์ ผมคิดว่ามันไม่มีส่วนใดเลยครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ที่รับรองสิทธิพลเมืองเอาไว้ในนี้เลย วันนี้เราจะเห็นว่าสมาชิกของพวกเราทั้งหมดพูดในสิ่งเดียวกัน คือต้องการให้ประเทศนี้ได้บันทึกประวัติศาสตร์ ๒ กระแส เราบันทึกประวัติศาสตร์กระแสเดียวหมดเลย ผมจึงเรียนถามท่านประธานว่าถ้าปีนี้เป็น พ.ศ. ๓๐๐๐ อีก ๔๐๐-๕๐๐ ปีข้างหน้านี่ ผมเรียนถามว่า เราต้องการรู้อะไรใน พ.ศ. นี้บ้าง นี่คือเหตุแห่งการมีกฎหมายฉบับนี้ ก็ต้องบอกว่า เราอยากจะรู้ว่าคนสมัยนี้คิดอย่างไร มันจึงมีเหตุมีผลพอสมควรหรือเปล่า หรือว่าจําเป็นอย่างยิ่ง ผมกลับมองว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานนี้ กฎหมายฉบับนี้จะสร้างแนวคิดเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ไทยเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก คือบันทึกประวัติศาสตร์ ๒ กระแส พ.ศ. นี้ คนในประเทศนี้มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ ปีนั้นเป็นปีที่นักสู้ภาคเหนือเสียชีวิต มรณภาพ ท่านพูดไว้ในหนังสือที่เรียกว่า ศาสนา ๒ ห้อง ท่านยืนยันว่ากบฏเงี้ยวเมืองแพร่ ที่บันทึกโดยส่วนกลางนี่เป็นเรื่องสงครามไม้สัก แล้วบอกด้วยว่าเป็นการแย่งชิงไม้สัก คนกรุงเทพฯ กับคนฝรั่ง โดยมีเจ้าเมืองภาคเหนือเป็นผู้ขาย เขียนเอาไว้เป็นหนังสือเลยนะครับ ถ้าอย่างนี้มันผิดจากประวัติศาสตร์หลักของไทย จดหมายเหตุจะบันทึกอย่างไร หรือจะทิ้งไป การลุกขึ้นสู้ของคนแม่แจ่มในช่วงนั้น ในช่วงปี ๒๔๐๐ กว่านิด ๆ เขาจับนายอําเภอตอนนั้น ตัดหัวทิ้งในบ่อน้ํา ตรงนั้นเรียก คอนสาร เหตุอะไรถึงตัดหัว คือไปเก็บภาษีซ้ําซ้อน ไม้สักเก็บ ๒ รูปี คือ ๒ บาท เขาเก็บบาทเดียว ไปเก็บอีกบาทหนึ่ง เขาทนไม่ไหวลุกขึ้นมาจับฆ่าเลย แล้วจะบันทึกประวัติศาสตร์นี้หรือเปล่า การต่อสู้ครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ เกิด ๒ ตําบล ที่มีประวัติศาสตร์อยู่ คือตําบลหนึ่งเรียกตําบลแม่ทัพ ตําบลแม่ทัพ คือแม่ทัพของเขาอยู่ตรงนั้น แล้วเขากล่าวอ้างว่ากรุงเทพฯ ส่งไป เขาเรียกข้าศึก เลยมีตําบลแม่ศึกอยู่ตรงนั้น นี่คือการบันทึกประวัติศาสตร์โดยเป็นเรื่องเล่า เป็นสถานที่ เป็นตํานาน เป็นเพลง ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ ผมอยากจะชวนท่านประธานไม่ต้องไปไกลขนาดนั้น เราไปสัก ๑๐๐ กว่าปีนิด ๆ ในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ ท่านฟังให้ดีนะครับ ปี พ.ศ. ๒๔๑๑ มีสัญญาระหว่าง ๓ ประเทศของคน ๓ กลุ่มเกิดขึ้น ในภาคเหนือ คือสัญญาระหว่างเจ้ากรุงสยาม หมายถึงกรุงเทพฯ เท่านั้นนะครับ กับเจ้ากรุงอังกฤษ ทําเรื่องอะไรครับ ทําเรื่องขายไม้ของภาคเหนือซึ่งอังกฤษซื้อไว้ ทําสัญญากัน แล้วสัญญาฉบับนี้ ก็เป็นเอกสารทางสัญญาอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ในสัญญานั้นบอกว่าภาคเหนือ เขาเรียกว่า เจ้าของไม้ เจ้าของไม้ทําฝ่ายหนึ่ง เจ้ากรุงสยามฝ่ายหนึ่ง เจ้ากรุงอังกฤษฝ่ายหนึ่ง ทําสัญญาต่อกัน และใน พ.ศ. ใกล้เคียงก็มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นที่ภาคใต้ระหว่างเจ้ากรุงสยาม กับเจ้ากรุงอังกฤษเหมือนกัน เรื่องไหนครับ เรื่องรัฐปัตตานี สัญญากันอย่างนี้ แล้วก็แบ่งกัน แบ่งพื้นที่กัน ภาคเหนืออันนี้เป็นเรื่องการซื้อไม้สัก ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะว่ามันเกิดสถานการณ์ อย่างนี้ขึ้นมาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๒ เพราะอะไรครับ พ.ศ. ๒๔๘๑ ทนไม่ได้แล้วรัฐสยาม สยามซึ่งหมายถึงกรุงเทพฯ อยู่ไม่ได้ เพราะคนทั่วประเทศลุกขึ้นสู้ มีกบฏ ๗ เจ้าแขก เรียกเขาเป็นกบฏเพราะจับเขาข้อหากบฏ กบฏผีบุญ เรียกเขาเป็นกบฏ เพราะจับเขาในข้อหากบฏ กบฏครูบาศรีวิชัย ถูกจับ ๓ ครั้ง ข้อหากบฏทั้งสิ้น มีหลักฐานหมด บันทึกไว้โดยมิชชันนารี (Missionary) บันทึกโดยหนังสือภาษาอังกฤษสมัยนั้น มีไว้หมดเลย สิ่งเหล่านี้เก็บไว้ที่หอจดหมายเหตุแล้วไม่ยอมให้ใครอ่าน ตรงนี้ถือว่าไม่ได้รับรองสิทธิพลเมือง เพราะเข้าใจว่าถ้าให้อ่านให้รู้แล้วจะแตกแยก สาระตรงนี้ที่ผมพูดว่าถ้าไม่เขียน เรื่องสิทธิพลเมืองไว้ ไม่ยอมรับความเห็นที่แตกต่างไว้ในตรงนี้ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีต้องไปเป็นประธานเรื่องนี้แน่นอน ซึ่งผมจะไปแปรญัตติให้เพิ่มเรื่องนี้เข้าใน มาตรา ๖ เป็นหน้าที่ของกรมครับ เพิ่มเข้าไปว่ามีหน้าที่อะไร แล้วพูดถึงเรื่องกองทุนว่า จะต้องทําหน้าที่อย่างไร ท่านครับ เรามีเอกสารมากนะ เมื่อมันต่อสู้กันมาครั้งนั้น เกิดอะไรขึ้นครับ ทําให้เกิดการเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นประเทศไทยเพราะทุกคนเป็นคนไทย เหมือนกันหมด ไม่ใช่สยาม เขาไม่เอาสยาม เขาจะเอาไทย ก็ไทยเกิดขึ้นในปี ๒๔๘๒ แล้วก็เลยมีบิดาแห่งประวัติศาสตร์ นักเขียนเรื่องใหม่ เมคอัพ (Make up) เรื่อง ยกเรื่องใหม่ขึ้นมาทั้งหมด ประวัติศาสตร์ของเราก็เลยไม่มี เหมือนท่านสถาพรพูดเมื่อกี้นี้ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน วันนี้คนลําพูนต้องยอมรับว่านางจามเทวีมาจากเพชรบุรี ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ที่นั่น เป็นเมงคบุตร คือบุตรของเมง แล้วใครบอกว่าเขาอยู่ลพบุรีครับ อาจารย์ดอกเตอร์คนหนึ่งชื่อประเสริฐ ผมไม่บอกนามสกุล ไปอ่านตํานานภาคเหนือ แล้วบอกว่าเมืองลวปุระน่าจะหมายถึงแผลงเป็นพระแล้วคือลพบุรี เข้าใจเอาเอง ไม่ได้อ่านประวัติศาสตร์ จากการประเมินโดยภาษาเลยกลายเป็นว่านางจามเทวีมาจากลพบุรี เพื่อสมอ้างว่าภาคเหนือยู (You) มาจากทางทิศใต้นะ ถ้ายอมรับแค่นี้ ท่านครับ ทั้งหมดที่ผมพูด มันมีเอกสารอยู่ แต่เราไม่ยอมรับ ผมถามต่อว่าจดหมายเหตุ ถ้าผมถามว่ารับเรื่องนี้ไหม ท่านต้องบอกว่ารับแน่นอน ท่านรับประวัติศาสตร์ของพระพุทธเจ้าไหม รับแน่นอน พระองค์ท่านเกิดวันไหน เสด็จไปคลอดตรงไหน บันทึกเป็นเรื่องเป็นราวตามจันทรคติหมดเลย กี่ค่ําทําอะไร วันนี้ทําอะไร มีหมด นั่น ๒,๕๐๐ ปี เราเชื่อ แต่หลังจาก ๒,๕๐๐ ปี ที่บันทึกเมืองไทย เรากลับไม่รับ ประวัติศาสตร์เมืองไทยที่เก่าที่สุดเขียนไว้ในตํานานสิงหนวัติกุมาร พูดตั้งแต่ พ.ศ. ๑๓๘ ว่าอพยพมาตรงไหน สร้างเมืองไหน ห่างจากน้ําโขง ๕,๐๐๐ วา ห่างจากตรงนี้ ๗,๐๐๐ วา มีเมืองอะไร บันทึกไว้หมด แต่บอกว่าคนกลุ่มที่มีอํานาจสูงสุด ในขณะนั้นบอกว่าอันนี้เป็นตํานาน ไม่น่าเชื่อถือ ก็ทําลายหมดเพราะกลัวอะไร กลัวความแตกแยก ยิ่งเขียนกฎหมายฉบับนี้อย่างนี้ ยิ่งส่งเสริมความแตกแยกมากขึ้นไปอีก ผมยืนยันว่าจะต้องขอแปรญัตติในมาตรา ๒ มาตรานี้โดยเพิ่ม ๒ อย่างนี้เข้าไป ท่านประธานครับ ถ้าเรายอมรับบันทึกประวัติศาสตร์ ๒ กระแส อะไรจะเกิดขึ้น ความแตกแยกจะลดลงทันทีครับ ผมถามท่านประธานว่าเรายอมรับความจริงไหม เอกสารของภาคใต้ที่เขาอ่านให้ผมฟังเป็นภาษาอื่น ทําไมผมพูดเรื่องนี้ เพราะกําลังจะบอกว่าทั้งประเทศเราไม่มีหนังสือไทยแบบนี้อย่างเดียวนะครับ ที่อาจารย์นครพูดเมื่อกี้ก็คือว่าตอนนั้นสุโขทัยมันมีขอมอยู่ ขอมก็มีตัวหนังสือขอม ภาคเหนือเรียกว่าตัวหนังสือขอมโบราณ ตัวหนังสือขาบ เขาเรียกว่า อักษรขาบอักษรขอมโบราณ แล้วภาคเหนือก็มีอักษรภาคเหนือ ภาคอีสานก็มีอักษรภาคอีสาน ภาคใต้เขาก็มีอักษรเขา วัฒนธรรมสูงสุดที่เอาคําพูดมาเป็นสัญลักษณ์คือตัวหนังสือ นี่คือสุดยอดของวัฒนธรรม มันทับซ้อนกันอยู่เหมือนขนมชั้นละครับ ทีนี้เมื่อเป็นอย่างนี้เราไม่ยอมรับการทับซ้อน ทางประวัติศาสตร์ เราบอกว่าคุณไม่มีอยู่ในสังคมนี้ มันจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าผมไม่พูดเรื่องนี้ ผมก็ถามว่าแล้วเวลาผมไปแปรญัตติ ท่านจะรับเรื่องนี้กับผมไหม เราต้องเขียนกฎหมาย ให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน วันนี้ภาคใต้เขาบอกว่าสยามประเทศมาทําสัญญากับรัฐเขา แล้วแบ่งไปครึ่งหนึ่ง อังกฤษแบ่งไปครึ่งหนึ่ง อังกฤษเอาไปแล้วคืน สยามประเทศไม่คืน คุณตอบว่าไม่มีความจริงหรืออย่างไร วันนี้คุณบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีความจริง ไม่จริง ไม่มีความคิดแตกแยกประเทศ ไม่มีได้อย่างไร เขาสอนกันอย่างนี้ มีเอกสารอย่างนี้ ผมอ่านแล้วฟังมากับหูเป็นอย่างนี้ ผมไปดูภาคเหนือก็เหมือนกัน มีคนพูดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ภาคเหนือไม่รุนแรงอย่างนั้น เพราะว่าศาสนามันใกล้เคียงกัน วันนี้เล่าเรื่องไม่เกี่ยวกับ กฎหมายฉบับนี้สั้น ๆ เรากลัวพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์ลุกขึ้นสู้ทั่วประเทศ เราจึงให้พระสงฆ์ ไม่ต้องไปเลือกตั้ง ไม่ต้องมีสิทธิทางการเมือง ตัดพระสงฆ์ออกไปจากสิทธิการเมือง วันนี้ศาสนาไหนบ้างที่ไม่มีพระสงฆ์ไปเลือกตั้งของศาสนาอื่น ผู้นําทุกศาสนาได้สิทธิทางการเมือง ยกเว้นศาสนาพุทธสูญเสียสิทธิทางการเมือง จะทําอะไรก็ออกมา องค์กรหลักอย่างนี้เกิดปัญหา ในที่สุดเราไม่เข้าใจตัวเอง ทําไมเราไม่คืนสิทธิทางการเมืองให้กับศาสนาพุทธ สงครามศาสนา จะเกิดขึ้นก็เพราะว่า คนศาสนาหนึ่ง คนไทยศาสนาหนึ่ง นับถือศาสนาหนึ่ง มีสิทธิทางการเมืองหมดเลย แต่คนไทยนับถือศาสนาพุทธไม่มีสิทธิทางการเมือง แล้วกฎหมายฉบับนี้จะไปรองรับประวัติศาสตร์อย่างไร จะยอมให้เขาพูดเรื่องนี้บ้างได้ไหม ที่ผมพูดทั้งหมดผมกําลังจะบอกว่าเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แต่ต้องมีมาตราหรือข้อความ ที่เกี่ยวเนื่องยอมรับสิทธิของพลเมือง กฎหมายฉบับนี้มันยอมรับสิทธิของใครครับ ของเสนาบดี เพราะรัฐนี้กลายเป็นรัฐของเสนาบดี ทําอะไรได้หมด ต้องเหมือนกัน เอกลักษณ์ของชาติต้องเหมือนกัน ต้องมีความเป็นหนึ่งมีประเทศเดียวในโลก ประเทศอื่นเขาตั้งหลักอย่างนี้ เอกภาพของประเทศเขาตั้งอยู่บนความหลากหลาย ของวัฒนธรรม เราไม่ยอมรับเรื่องนั้น แล้วเราจะมาออกเรื่องนี้อีก เท่ากับสําทับ ให้คนแตกแยก วันนี้บอกว่าเรื่องนางจามเทวี โอเคแล้ว คนส่วนหนึ่งบันทึกว่ามาจากจังหวัดลพบุรี แต่มีหลายแนวคิดเชื่อว่ามาจากท้องถิ่น คําแค่นี้มันผิดอะไร ใช่ไหมครับ หาช่องทางให้เกิดมาตรานี้ เข้าไปด้วย ผมจะพูดแค่นี้ มีสาระแห่งการพูดมามาย ผมสรุปอย่างนี้นะครับ ถ้าเราเขียนกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้คนรุ่นหลังอีกร้อยปี พันปี มันรู้ว่า พ.ศ. นี้มีอะไร เราต้องให้บันทึกประวัติศาสตร์สองกระแส ไม่อย่างนั้นข้อเขียนซึ่งผมถือว่าอันตราย ข้อเขียนซึ่งเขียนเป็นความรู้ถึงการต่อสู้ ๖ ตุลาคม และ ๑๔ ตุลาคม และไม่กี่ปีมานี้ก็บันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์โดยการเขียนให้ตําราในโรงเรียน นี่เขาเรียกว่ากระบวนการผลิตซ้ําทางวิชาการ เหมือนกับวาทกรรมทางการเมืองทั้งหลายที่เป็นกระบวนการผลิตซ้ําทางการเมือง แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ นักโทษชาย นักโทษชาย นักโทษชายเป็นคนไม่ดีในสายตาองค์รวม พูดจนกระทั่งว่านักโทษชายเป็นวัตถุประวัติศาสตร์ใหม่อันหนึ่งขึ้นมา คนก็เลยไม่เห็น คําพูดนั้นก็เลยตอกย้ําความแตกแยกไปเรื่อย ๆ นี่คือขบวนการผลิตซ้ําทางการเมือง ถ้าสมมุติว่าผมไม่พูดเรื่องนี้ ไม่มีตรงนี้เข้ามา กฎหมายฉบับนี้จะส่งเสริมการผลิตซ้ํา ทางการเมืองให้เป็นสาระซึ่งทุกคนต้องยอมรับ ความแตกแยกจะเกิดขึ้นทันทีและจะฝังลึกมาก ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ แล้วก็คุณหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีที่วันนี้ได้นําเสนอกฎหมาย พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภา ดิฉันเองก็ต้องเรียนเลยว่าเห็นความสําคัญของการที่จะต้องมีจดหมาย ซึ่งจะเป็นแหล่งที่บอกข้อมูล ที่เป็นจริงกับประชาชนรุ่นลูก รุ่นหลานของเราว่าจริง ๆ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมีอะไร เป็นข้อมูลเท็จจริงอย่างไรบ้าง ต้องบอกว่าปัจจุบันนี้ดิฉันเห็นว่าการเก็บเอกสารในเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเรา บางครั้งมีหลายหน่วยงานที่ทําการเก็บ ทําให้บางครั้ง ในการที่จะไปดูว่าประวัติศาสตร์ในแต่ละเรื่องนี้มีความเป็นมาหรือว่ามีสาระสําคัญอย่างไร ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยที่ทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรี ได้นําเสนอให้มีการจัดตั้งหอจดหมายเหตุขึ้นมาในครั้งนี้ มีประเด็นฝากห่วงใยในเรื่องการจะมี กฎหมายที่มาดูแลโดยตรงค่ะ ก็คือปัจจุบันนี้นะคะท่านประธานยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยค่ะ ที่บ้านของเราจังหวัดชัยภูมิค่ะท่านประธาน เรามีเจ้าพ่อพญาแลเป็นเจ้าเมืองที่จังหวัดชัยภูมิ เรามีอําเภอต่าง ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาค่อนข้างเยอะ แต่เราไม่สามารถจะบอกได้เลย ตัวดิฉันเองก็อายุไม่ใช่จะน้อยแล้วค่ะ ก็ยังบอกไม่ได้เลยค่ะว่าแต่ละอําเภอในจังหวัดชัยภูมิของดิฉัน สรุปแล้วพ่อเมืองสรุปเขาเรียกเป็นขุนศึกคู่ใจของเจ้าพ่อพญาแลจริงหรือเปล่า มีแต่เรื่องเล่าขานกัน ในแต่ละอําเภอว่าอําเภอนี้นะอย่างเช่น อําเภอบ้านเขว้าอย่างนี้ค่ะ มีขุนด่านเป็นทหารคู่ใจ มาตั้งรกรากเพราะมาให้คุมเมือง ก็ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่าจริง ๆ แล้วขุนด่านเป็นทหารคู่ใจ ของเจ้าพ่อพญาแลที่จังหวัดชัยภูมิหรือเปล่า หรือกรณีที่เจ้าพ่อพญาแลของจังหวัดชัยภูมิ ท่านเสียชีวิต ท่านฆ่าตัวตายเพราะว่าจะปกป้องเมือง หรือว่าท่านถูกประหารก็มีหลายเหตุการณ์ ที่บางแหล่งบอกว่าท่านเสียสละในการสละชีวิตเพื่อปกป้องเมือง บางแหล่งก็บอกว่า ท่านถูกประหารชีวิต ตรงนี้ทําให้เกิดความสับสนกับเยาวชนค่ะว่าสรุปแล้วประวัติศาสตร์ ควรจะมีความเป็นมาอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่จะมีร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เลยเป็นเรื่องที่ดิฉันคิดว่า จะสร้างความสนใจ แล้วก็ไม่ทําให้เกิดความแตกแยกทางแนวความคิดของประวัติศาสตร์ และที่สําคัญประวัติศาสตร์เราจะรู้ได้ค่ะท่านประธานว่าอนาคตหรือว่าปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ ต่าง ๆ ขึ้นมา ประวัติศาสตร์หรือว่าอดีตของเราที่จะเป็นตัวที่บ่งชี้ได้ว่าทําไมเหตุการณ์ ณ วันนี้จึงเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา อดีตจะชี้ให้เห็นเลยว่าปัจจุบันนี้ทําไมถึงมีเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วตัวปัจจุบันก็จะเป็นตัวชี้บอกเราค่ะว่าในอนาคตบ้านเมืองของเราจะมีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร ประวัติศาสตร์มีหลายแห่ง เมื่อกี้ท่านสมาชิกหลายท่านก็บอกว่ามีความเป็นมา ทําไมกองทุน ไม่บอกหรือว่าเพิ่มอํานาจหน้าที่ของกองทุนไป บอกว่าแหล่งนี้มีความเชื่ออย่างนี้ แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งหรือมีความเชื่อในอดีตมีความเป็นมาอย่างนี้ ตรงนี้ดิฉันเห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่าน ที่ได้มีการอภิปรายไป เพราะดิฉันคิดว่าเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตเราเกิดมารุ่นหลังเราอาจจะบอกไม่ได้ แต่นับจากวันที่มีกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันไม่อยากจะเห็นว่าเราจะต้องบอกว่าแหล่งที่มา ความเชื่อตรงนั้นบอกอย่างนั้น ตรงนี้บอกอย่างนี้ ซึ่งจะทําให้ประวัติศาสตร์ของเรา ดูแล้วไม่รู้จะเชื่อฝั่งไหน ทําให้เกิดความแตกแยกทางแนวความคิดของประวัติศาสตร์บ้านเรา แล้วก็ที่สําคัญการที่มีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของการจัดตั้งกองทุน ก็ต้องเรียนว่า การที่จะให้มีกองทุนนี้สามารถจะไปจัดหาหรือซื้อเอกสารที่เป็นประวัติศาสตร์ได้ ดิฉันคิดว่า มันก็เหมือนกับเหรียญ ๒ ด้านค่ะ ด้านหนึ่งถ้าบริหารหรือมีมาตรฐานที่ดีก็จะเป็นการช่วยอนุรักษ์ แล้วก็รวบรวมประวัติศาสตร์ของประเทศชาติได้ แต่ถ้าหากคิดในมุมที่ลบค่ะท่านประธาน มันอาจจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ที่คิดไม่ดี ทําการไปทําลายหรือว่าไปก่อเหตุที่ไม่ดีลักขโมย เอกสารที่มีความสําคัญเพื่อจะนํามาขายแล้วก็นําเงินไปใช้หรือเปล่า ตรงนี้ก็ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลในเรื่องการกําหนดมาตรฐานในการที่จะจัดซื้อ หรือว่าจ่ายเงินให้กับเอกชนในการนํามาบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ในจดหมายเหตุ และนอกจากนั้นดิฉันก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกในเรื่องของบทลงโทษ ถ้าเรายอมรับว่า ประวัติศาสตร์มีความสําคัญกับประเทศชาติเป็นตัวชี้ว่าอนาคตของประเทศชาติที่เกิดขึ้น มีเหตุผลมาจากอะไร การที่เราจะมีบทลงโทษแค่ถ้ามีการลักลอบหรือทําลายเอกสาร ที่เป็นประวัติศาสตร์จะถูกปรับแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันคิดว่ามันดูแล้วมูลค่าเทียบไม่ได้กับ ความเสียหายที่ประเทศชาติจะได้รับ ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่คาดว่า น่าจะได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญในงวดนี้ให้ช่วยดูประเด็นในเรื่องของบทลงโทษ
และอีกประเด็นสุดท้ายที่อยากจะฝากกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการที่วันนี้เราน่าจะได้มีการตั้ง ก็คือทําอย่างไรคะเด็กในปัจจุบัน ของประเทศไทยเราเอาความสนใจในเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัยค่อนข้างมาก ไม่มีความสนใจ ในเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาของบ้านเมืองเลย ทําอย่างไรเราจะไปส่งเสริม การที่ท่านบอกว่าจะไปใช้บริการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายนี่ เป็นไปได้หรือเปล่าคะ เราจะทําอย่างไรส่งเสริมโดยที่เราอาจจะงดเก็บค่าใช้จ่ายสําหรับคนไทย เพื่อเป็นการเน้นย้ําให้เกิดการเรียนรู้แล้วก็เอาใจใส่ในเรื่องประวัติศาสตร์ แต่ดิฉันเห็นด้วยนะคะ ถ้าต่างชาติเข้ามาดูแลวัฒนธรรมของเรา เราก็ไปเก็บเงินตรงนั้น ดิฉันเห็นด้วย แต่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีค่ะ งดเว้นได้ไหมคะสําหรับคนไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนได้มีความสนใจแล้วก็เอาใจใส่ประวัติศาสตร์ของเรามากขึ้น เพราะหากมีการจัดตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แล้วดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่าบริการ ในการที่จะเก็บสําหรับผู้ที่ให้ความสนใจจะเป็นเท่าไร ซึ่งถ้าคิดเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เราไปต่างประเทศ เราจะต้องไปดูแหล่งที่เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองนั้น ๆ ที่เราไปเยี่ยมเยียน เราจะพบว่าค่าเข้าดูของเขาก็ค่อนข้างแพงสําหรับคนต่างชาติ ตรงนี้ก็ต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีแล้วก็กรรมาธิการด้วยค่ะ
และที่สําคัญดิฉันก็อยากจะเห็นอีกเรื่องก็คือทําอย่างไรคะประวัติศาสตร์ของบ้านเรา ที่จะลงเป็นจดหมายเหตุ จะลงให้เห็นถึงความเป็นจริง ไม่ใช่เราคิดว่าคนรวบรวมคิดว่า ประวัติศาสตร์น่าจะเป็นอย่างนั้นเราก็ลงไปอย่างนั้นโดยที่ไม่บอกเหตุและผล ยกตัวอย่างง่าย ๆ กรณีของพระนางเรือล่ม ดิฉันเองอ่านมาตั้งแต่เด็ก อ่านหนังสือ ๒ เล่มค่ะ บทสรุปดิฉันสรุปไม่ได้เลยว่าเรือล่มแล้วทําไมพระนางถึงเสียชีวิต บางอันบอกว่า ทหารไม่กล้าเข้าไปจับแตะต้องตัวพระนาง ก็เลยต้องปล่อยให้พระนางจมน้ํา บางอันก็บอกว่า พระนางเสียชีวิตเพราะว่าพอเรือล่มแล้วพระนางตกน้ําลงไป ซึ่งมันไม่มีอะไรบอกได้เลยค่ะว่า อะไรคือความเป็นจริง ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ที่เราจะตั้งในวันนี้ค่ะ ช่วยชี้ให้เห็นเลยว่าความเป็นจริงของประวัติศาสตร์บ้านเมืองเรา เป็นอย่างไร แล้วก็ทําอย่างไรให้เราเกิดความคิดเห็นไปในทางเดียวกันแล้วก็บอกข้อเท็จจริง ที่ลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไปของประเทศเราจะได้มีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องค่ะ ก็ต้องขอชมเชยท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้นํากฎหมายเพื่อมาดูแลรักษาอนุรักษ์ สิ่งที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของประเทศชาติเราในวันนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณหมอวรงค์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเชื่อว่าวันนี้ ที่ท่านรัฐมนตรีได้นําร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติเข้าสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ ด้วยความรู้สึกของความเป็นคนไทยทุกคนคงไม่มีใครคัดค้าน แล้วก็ทุกคนพร้อมที่จะให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือในการที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้ แต่ผมมีอยู่สิ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าพูดถึงเรื่องจดหมายเหตุ หรือเอกสารจดหมายเหตุ หรือหอจดหมายเหตุ ความรู้สึกของคนไทยมันไกลตัวท่านประธาน ผมจึงอยากจะฝากความรู้สึกไปยังท่านรัฐมนตรีว่าทําอย่างไรให้คําว่า จดหมายเหตุ เป็นสิ่งใกล้ตัวประชาชน สมัยผมเด็ก ๆ ถ้าพูดถึงจดหมายเหตุความรู้สึกของเราโน่นรุ่นโบราณ ผมยังจําได้ว่าหลายคนเวลาพูดถึงคนที่ทําอะไรดูโบราณ ๆ เขาบอกรุ่นนี้รุ่นจดหมายเหตุ รุ่นนี้รุ่นพิพิธภัณฑ์ มันกลายเป็นว่าสังคมไทยรับรู้ว่าเรื่องเกี่ยวกับจดหมายเหตุเป็นเรื่องของ เก่า ๆ โบราณ ๆ แต่ถ้าเรามาดูในร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้เราสะท้อนความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่า จดหมายเหตุเป็นสิ่งบันทึกมรดกคุณค่าทางประวัติศาสตร์นะครับ ซึ่งผมเชื่อว่า วันนี้พวกเราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเรารู้ว่าเรื่องประวัติศาสตร์นี้สําคัญ เชื่อมั่นว่าประเทศที่มี ประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ก็มีความภูมิใจในความเป็นชาติ และผมก็เชื่อว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นสิ่งที่บันทึกประวัติศาสตร์ของชาติแล้วทําให้พวกเราทุกคนมีความภูมิใจความเป็นชาติไทย ดังนั้นจุดที่ท้าทายท่านรัฐมนตรีคือทําอย่างไรที่จะให้คําว่า จดหมายเหตุ กับประชาชนนั้นใกล้กัน และอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีนะครับว่า ผมมีความรู้สึกอย่างนี้นะครับ ว่าวันนี้หอจดหมายเหตุแห่งชาติซึ่งบันทึกจดหมายเหตุมีค่อนข้างจํากัด เป็นไปได้ไหมว่า ในเมื่อสิ่งนี้มันสะท้อนถึงความเป็นชาติ คือประเทศไหนก็แล้วแต่ถ้ามีประวัติศาสตร์ ประเทศนั้นมีความเป็นชาติแน่นอน และยิ่งประเทศไหนมีความเก่าแก่ในทางประวัติศาสตร์เป็นพันปี ความภูมิใจในชาติมันสูงมาก อย่างอเมริกาเทียบกับไทย ผมว่าเขาภูมิใจในชาติสู้เราไม่ได้ เรามีความเป็นชาติมา ๗๐๐-๘๐๐ ปี อเมริกาแค่ ๒๐๐ ปี ดังนั้นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความภูมิใจของพวกเราคนไทยทุกคน ผมเชื่อว่าวันนี้ เด็กนักเรียนอาจจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไร เหมือนสมัยพวกเราตอนเด็ก ๆ เราเรียนประวัติศาสตร์ เราก็เฉย ๆ แต่วันนี้เราอายุมากขึ้น เราภูมิใจในความเป็นชาติไทย เราภูมิใจ ในพ่อขุนรามคําแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราภูมิใจในพระมหากษัตริย์ของเรา หลายพระองค์ในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อยู่ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องหรือเสนอแนะไปยังท่านรัฐมนตรีคือ เป็นไปได้ไหมว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องพยายามที่จะเซต (Set) โครงสร้าง เช่น เป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประจําจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอะไรก็แล้วแต่ ท่านต้องทําแผน อาจจะกําหนดไว้ว่าภายใน ๑๐ ปี ทุกจังหวัดในประเทศไทยจะต้องมีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คําถามถามว่าการที่จะต้องมีหอจดหมายเหตุแห่งชาติกระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด เราจะมีเอกสารอะไรเยอะแยะเพียงพอหรือ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า เรามีคุณค่ากลางทางประวัติศาสตร์ของสังคมไทย ซึ่งอาจจะรวมอยู่ที่กรุงเทพ แต่วันนี้สังคมไทยไม่ใช่กรุงเทพ และเทคโนโลยีการก๊อปปี้ ที่ทันสมัย เราสามารถก๊อปปี้เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ไปเป็นสําเนาไปอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ และทางกระทรวงวัฒนธรรมเองอาจจะประสานความร่วมมือกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าเป็นนโยบายทางการศึกษาของประเทศให้เด็กนักเรียนไทยทุกคน ตั้งแต่ชั้น ป. ๓ ถึง ม. ๖ จะต้องเข้ามาเยี่ยมที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติปีละ ๑ ครั้ง สมมุติอย่างนี้ และผมเชื่อว่ามันจะเกิดความคึกคักครับ เพราะอย่างน้อยเด็กได้เปิด ได้ดู ได้เห็น ได้อ่าน ความผูกพันกับประวัติศาสตร์มันจะเกิดขึ้น และผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะทําให้เกิดความภูมิใจ ในความเป็นชาติไทยตามมาอีกทีหนึ่ง อันนี้เป็นข้อสังเกตที่จะฝากกับท่านประธาน และผมเชื่อว่า มันเป็นสิ่งที่ท้าทายครับ และผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีมีแผน เช่น ท่านประกาศไว้ชัดเจนว่า ภายใน ๑๐ ปี ๗๐ กว่าจังหวัดของประเทศไทยจะต้องมีหอจดหมายเหตุแห่งชาติในทุกจังหวัด และหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี้จะบรรจุเรื่องที่เป็นสาระกลางของประเทศและสาระของแต่ละจังหวัด เพราะผมฟังเพื่อน ๆ เพื่อนที่จังหวัดลําพูนเขาก็มีตํานานของจังหวัดลําพูน ผมอยู่พิษณุโลก ผมก็มีตํานานของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตํานานของหลวงพ่อพระพุทธชินราช ซึ่งเป็นเอกสารที่เกิดขึ้นมา และผมก็คิดว่าในแต่ละจังหวัดนอกจากว่าเรามีสมบัติกลางที่เป็น ความภูมิใจร่วมกัน เราก็จะมีตํานานหรือเป็นเรื่องราวที่เป็นความภูมิใจของแต่ละจังหวัด ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติแต่ละจังหวัดบันทึกเก็บไว้
และสุดท้ายอยากจะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่า จุดอ่อนของกรมศิลปากร ภาพคือดูเรื่องเก่า ๆ แล้วผมอ่านดูลักษณะของ พ.ร.บ. ตัวนี้แล้วเรานั่งรอครับ คือเรานั่งรอ เอกสารให้มันเกิดขึ้น เช่นสมมุติว่ามี พ.ร.บ. ตัวนี้ออกมา ทีมงานก็คือนั่งรอว่าเมื่อไร จะเจอเอกสารเก่า ๆ สักฉบับหนึ่ง ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี แล้วว่าเอกสารนี้มีคุณค่า ถึงจะบอกว่า เป็นเอกสารทางจดหมายเหตุ เราก็เอามาเก็บไว้ แต่ผมอาจจะมีวิธีคิดอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเราเห็นในต่างประเทศเขาทํา บางครั้งเราสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นประวัติศาสตร์ของอนาคต จริงอยู่ผมคิดว่าอาจจะไม่จําเป็นต้องบรรจุอยู่ในกฎหมาย แต่เป็นข้อสังเกตที่อยากจะเรียนท่าน ผมเชื่อว่าท่านคงเคยไปต่างประเทศ หลาย ๆ ท่านทุกคนเคยไปต่างประเทศ แค่สี่แยก ๑ สี่แยก ในรูปติดที่ผนังไว้ว่านี่คือสี่แยกนี้เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว มันมีคุณค่าครับ คือในเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง สามแยกนี้เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว วันนั้นเป็นอย่างนี้ และอีก ๕๐ ปีเขาถ่ายไว้ อีก ๕๐ ปีถ่ายไว้ มันเป็นพัฒนาการ เวลาเราเห็นแล้วมันมีคุณค่าครับ ดังนั้นผมก็เชื่อว่าทีมงาน ของท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องพวกนี้ ไม่จําเป็นต้องรออดีตครับ แต่เราสร้างวันนี้ เพื่อจะเป็นอดีตของอนาคต เช่น ผมสมมุติถ้าท่านมีหอจดหมายเหตุที่จังหวัดพิษณุโลก สมมุติท่านถ่ายรูปศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกของวันนี้ไว้ มีการสร้างใหม่ขึ้นมา ถ่ายวันนี้ไว้ และกําหนดไว้เลยว่าทุกวันที่ ๑ ของ ๑๐ ปี ๑๐ ปีคือต้องมีการส่งไม้ต่อไปเรื่อย ๆ ทุกจังหวัด อีก ๑๐ ปี วันที่ ๑ ของอีก ๑๐ ปีถ่ายไว้ วันที่ ๑ อีก ๑๐ ปีถ่ายไว้ งานไม่ได้ยากครับ เมื่อครบ ๑๐๐ ปี เวลาเอาภาพพวกนี้มาเรียงไปเรื่อย ๆ ผมว่ามันทรงคุณค่ามาก ดังนั้นก็อยากจะฝากว่าหน่วยงานของกระทรวงวัฒนธรรมหรือกรมศิลปากรไม่ต้องรอ ของเก่าอย่างเดียว แต่ทําของวันนี้ให้เป็นของเก่าอีก ๑๐๐ ปีข้างหน้าได้ครับ ก็ฝากเป็นข้อสังเกตท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านอนุรักษ์ บุญศล แล้วก็ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๓ ท่าน เชิญ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ ร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ดิฉันสนับสนุนเต็มที่นะคะ เพราะว่าเรื่องของจดหมายเหตุ เรื่องของประวัติศาสตร์สมควรที่ชาติไทยทุกคนที่เป็นคนไทยจะต้องรับทราบรับรู้ว่าที่มาที่ไป เป็นอย่างไรนะคะ งานจดหมายเหตุของประเทศไทยมีประวัติความเป็นมาสืบย้อนขึ้นไปถึง สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย โดยอาศัยตามข้อทรงสันนิษฐานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพว่าท่านว่าอย่างนี้นะคะ เรื่องจดหมายเหตุมีธรรมเนียมเก่า เป็นหน้าที่ของมหาดเล็ก จะต้องจดบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เก็บไว้ในหอศาสตราคม เขาทํามาตั้งนานแล้วค่ะเก็บไว้ ๆ เพราะว่าต้องบันทึกไว้แต่ละวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง กระทั่งการดําเนินงานของจดหมายเหตุในระยะแรกมีขึ้นเมื่อปี ๒๔๕๙ เป็นจดหมายเหตุ อยู่ในหอพระสมุดวชิรญาณ จากกองจดหมายเหตุแห่งชาติ มาเป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จากกองจดหมายเหตุแห่งชาตินะคะ มาเป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๙๕ ๖๐ ปี ผ่านไปค่ะ ก็ในเรื่องของการอนุรักษ์ติดตามรวบรวม ทีนี้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคะ ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องของการประชาสัมพันธ์ของหอจดหมายเหตุเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ๆ เลย เพราะว่าเวลามีการถกเถียงกันทางสื่อ ทางนักวิชาการ หรือว่ากลุ่มชนด้วยกันในสังคม จะต้องมีหลักฐานยืนยันในเรื่องของประวัติศาสตร์ด้วย ทําไมต้องเป็นอย่างนั้นคะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะนําเสนอท่านประธานยกตัวอย่างมาเรื่องหนึ่ง เรื่องของพระนเรศวรมหาราช เรื่องนี้พระนเรศวรมหาราชหรือองค์ดํานี่ค่ะ มีพี่น้องด้วยกัน ๓ คน พี่สาวก็คือพระสุพรรณกัลยา แล้วก็พระนเรศวรมหาราช แล้วก็สมเด็จพระเอกาทศรถ ๓ พี่น้อง แล้ว ๓ พี่น้อง ทําไมดิฉันต้องยกตัวอย่างว่าสมควรที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะออกมาให้ทันเวลา เมื่อหลายปีที่แล้วค่ะท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ มีเรื่องเล่าที่เป็นเชิงบอกเล่า บอกเล่าเชิงการต่อสู้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อ ๙ ขวบ ท่านก็ถูกนําตัวไปที่หงสาวดีแล้วไปเป็นตัวประกันที่หงสาวดีตอนอายุแค่ ๙ ขวบเท่านั้น ๙ พรรษาท่านไปแล้ว ไปอยู่หงสาวดี แล้วก็อยู่หงสาวดีจน ๘-๙ ปี ถึงกลับมาที่อยุธยา ขณะที่ท่านกลับมานั้นจะต้องแลกตัวกับพี่สาวของท่านคือพระนางสุพรรณกัลยา ตอนนั้น ก็จะอายุประมาณ ๑๙-๒๐ พรรษา พระชนมายุขนาดนั้นเองนะคะ ไปเป็นอะไร ไปเป็นตัวประกันเช่นเดียวกัน ขณะที่เป็นตัวประกันนั้นเรื่องเชิงบอกเล่าก็บอกว่า เอาตัวประกันไป พระองค์ก็ไปเป็นมเหสีของบุเรงนองนะคะ ท่านบุเรงนองใช่ค่ะ ไปเป็นมเหสี ของบุเรงนอง แล้วพระนางสุพรรณกัลยาอาศัยให้เป็นตัวประกันแทนน้องชาย น้องชายก็เลยมา ก็คือพระนเรศวรมหาราชก็มารวบรวมไพร่พลต่อสู้กับพม่าจนชนะ เมื่อชนะแล้วพระนเรศวรมหาราช ก็ได้ประกาศหลั่งน้ําสิโนทก ตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดีและกวาดต้อนครัวไทย ครัวมอญ ข้ามแม่น้ําสะโตงกลับคืนพระนครศรีอยุธยา แล้วเกิดอะไรในหงสาวดีคะ เรื่องเชิงบอกเล่า เล่าว่าพระนางสุพรรณกัลยานั้นขณะที่ทราบข่าวว่าน้องชายคือพระนเรศวรมหาราชหลั่งน้ําสิโนทก ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ พระองค์นั้นตัดผมที่ไว้ยาวของพระองค์ นี่คือเชิงบอกเล่า ให้นางสนองพระโอษฐ์นํากลับมาที่ประเทศไทย เพราะว่าพระองค์นั้นรู้ชะตากรรม เพราะเป็นคนที่เปลี่ยนตัว บุเรงนองนั้นเมื่อทราบว่าองค์ดํา พระนเรศวรมหาราชกวาดต้อนไพร่พล และรบชนะ โกรธมากถือดาบเข้าไปขณะที่พระองค์นั่งหันหน้ามาทางกรุงศรีอยุธยา หรือประเทศไทยนี่ละคะ หันหน้ามาแล้วพระองค์ก็นั่งอยู่ มือหนึ่งในอ้อมกอดของพระองค์นั้นมี ไม่ทราบว่าเป็นพระโอรสหรือธิดาแต่ว่ายังเล็ก ๆ อยู่ แล้วด้วยความโกรธของพระเจ้ากรุงหงสาวดี บุเรงนองนั้นก็เอาดาบนี่ฟันพระองค์ขาดสะพายแล่ง เราเสียผู้ที่เสียสละอย่างแท้จริง แล้วถามว่า จดหมายเหตุแห่งชาตินี้ที่บอกว่าบอกโดยผู้รู้ท่านหนึ่งว่าย้อนไปถึงกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อมีเรื่องเล่าแบบนี้เกิดขึ้น ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคะ ดิฉันนําเรื่องเชิงบอกเล่า การต่อสู้ของพระนเรศวรมหาราช พระเอกาทศรถ และพระนางสุพรรณกัลยา เล่าให้นักเรียนฟัง ทราบไหมคะว่าทุกคนนั้นซาบซึ้งในพระมหากรุณาเป็นล้นพ้น จากกรุงศรีอยุธยา มารัตนโกสินทร์เราถึงเป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้ ดังนั้นแล้วเมื่อมีเรื่องเล่าแบบนี้ ในโซเชียล เน็ตเวิร์ค (Social network) ในปัจจุบัน ทําไมจดหมายเหตุแห่งชาติไม่ออกมา ตอกย้ําความรู้สึกของคนไทยบ้าง ดังนั้นแล้วเป็นข้อสังเกตของดิฉันค่ะท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้นควรที่จะออกมาประชาสัมพันธ์ทั้งทางสื่อของรัฐ ของเอกชน เพื่อให้คนไทยสํานึกอยู่ตลอดเวลาว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยบ้าง นั่นก็คือการประชาสัมพันธ์ค่ะ
และอีกข้อหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ มีข้อที่บอกว่าในร่างมาตรา ๑๓ (๖) จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ดิฉันอยากถามว่าตอนที่เกิดเหตุการณ์สําคัญของชาตินั้น ใครเป็นคนจดบันทึก แล้วจิตใจของท่านเป็นกลางขนาดไหน ต้องถามอย่างนี้ ถ้าดิฉันเป็นคนจดบันทึก นี่คือการสมมุตินะคะท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นั่นคือการเรียกร้อง ของนักศึกษาที่งดงามและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง แล้วทหารที่แขวนคอนักศึกษาละคะสมควรที่ จะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตเขา ดิฉันจะต้องบันทึกว่าชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ทั้ง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ แล้วยังเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ตายไป ๙๑ ศพ นี่ละค่ะคนจดบันทึกจะต้องเป็นกลาง นําประวัติศาสตร์อีกร้อยปี อีกหลายร้อยปี อีกเป็นพัน ๆ ปี เขาจะได้รู้ว่าการที่รากหญ้าในปี ๒๕๕๓ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมนั้น ลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่มันเกิดช่องว่างระหว่างชนชั้น ในเมื่อสังคมนี้เป็นสังคม ที่เปลี่ยนไปสู่โซเชียล เน็ตเวิร์ค สังคมโลกาภิวัตน์มากมายมหาศาลยังมีแบบนี้เกิดขึ้น ดิฉันก็เลยถามว่าใครเป็นผู้จดบันทึก แล้วเป็นกลางขนาดไหน ตรงนี้ก็ร้องขอด้วยว่าเมื่อจะมี พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติเกิดขึ้นจะต้องมีความเป็นกลาง ในการจดบันทึกด้วย แล้วการรวบรวมข้อมูลจะต้องรวบรวมทุกภาค จะต้องบ่งชี้ให้ได้ว่า แต่ละภาคนั้นมีความสําคัญอย่างไร เช่น การรวบรวมภาษาของภาคอีสานบ้านดิฉันนี่ละค่ะ ดิฉันเป็นคนอีสาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แม้นว่าจะเป็นชนเผ่าบ้างในจังหวัดสกลนคร ก็อยากจะให้มีการบันทึกในหอจดหมายแห่งชาติถึงภาษาอีสาน ภาษาของสุนทรภู่นั้น ได้เป็นมรดกโลก ๒๐๐ กว่าปีแค่นั้นเองได้เป็นมรดกโลก เพราะว่าเป็นภาษาที่ไม่ตาย ยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ภาษาสุนทรภู่ ดิฉันอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ให้ภาษาอีสานเป็นมรดกโลกบ้าง เพราะว่าภาษาอีสานนั้นเขาบอกว่ามาพร้อม ๆ กับพระธาตุพนม พระธาตุพนม จังหวัดนครพนมนั้นบุญเดือนสาม ทั้งภาคอีสานจะไปกราบขอพร เพราะว่าสร้างมา ตั้งแต่พ.ศ. ๘ ๒,๕๐๐ กว่าปี คือหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วก็มีลูกศิษย์ท่าน เดินทางรอนแรมมาทางลุ่มน้ําโขง แล้วก็มาสร้างพระธาตุพนม พ.ศ. ๘ แล้วภาษาผะหญา ก็เกิดมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ผะหญา หรือภาษาภาคกลางที่เรียกว่า ปรัชญา ทุกคําพูด ในภาษาผะหญาอีสานที่สอนอยู่นี้นั้นเป็นคําที่น่าคิด น่าไตร่ตรอง เมื่อใครนําไปใช้ ในชีวิตประจําวันแล้วจะเกิดว่านั่นคือการที่ไปในทิศทางของพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้จริง ๆ เช่น เขาบอกว่าคนอีสานจะชอบพูดว่าเฮามันเซื้อซาติแฮ้งอย่าเหม็นสาบกุ่ยกัน เกิดเป็นคนอีสาน ให้ฮักแพงกันไว้ ไผเฮ็ดดีให้ซอยยู้ซอยซูอย่าย่านเหลิน ไผเฮ็ดผิดให้ซอยเว้าไขแก้ดอกซอยกัน สามัคคีกันไว้คือข้าวเหนียวนึ่งใหม่ อย่าได้เพแตกม้างคือน้ําถืกข้าวเหนียว สามัคคีกันไว้ คือฝนแสนห่า ตกลงมาจากฟ้าไหลโฮมโห่งอยู่น้ําใจคนอีสาน อีสานก็เลยไม่มีการฆ่ากัน ไม่มีระเบิด ไม่มีการยิงกัน ไม่มีการแบ่งเชื้อชาติทั้งที่เป็นชนเผ่าเราอยู่กันด้วยความสุขเสมอมา ดังนั้นแล้วดิฉันฝากไว้ว่าภาษาอีสานนั้นเป็นรากเหง้าของภาษาไทยอย่างชัดเจนที่สุด สมควรที่จะสืบทอดไว้เป็นมรดกโลก อันนี้ฝากไว้ด้วยค่ะ
แล้วสุดท้ายก็ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ จดหมายแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคะ จดหมายเหตุแห่งชาติมุ่งมาดว่า จะตีตราประวัติศาสตร์ให้ชาติรับรู้ การหมุนเวียนเปลี่ยนไป ไทยต่อสู้ จดหมายเหตุคู่ความถูกต้องผองชนไทย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติ์อุดม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมได้อ่านหลายข้อ หลายมาตรา นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่าน ก็ได้อภิปรายซึ่งเป็นความคิดตรงกันกับที่กระผมจะได้อภิปราย แต่ว่าอยากจะเสนอแนะ อยากจะให้รัฐบาล กระทรวงที่รับผิดชอบได้มองเห็นความสําคัญของประวัติศาสตร์นะครับ ได้นําเข้าไปสู่หอจดหมายเหตุแห่งชาติตามที่คณะกรรมการที่ท่านได้ตั้งไว้ อยากจะให้ท่านมองไปถึงโรงเรียน มองไปถึงหมู่บ้าน มองไปถึงชุมชน เราควรจะขยายหอสมุดอันนี้ นําประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะไปสู่ศูนย์เด็กเล็ก ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนับว่ามีพี่น้องประชาชน มีคณะกรรมการ มีสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนในแต่ละหมู่บ้านเข้าไปอยู่ จุดศูนย์รวมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเรามีหอสมุดตัวนี้เอาหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งบรรพบุรุษได้เสียเลือดเนื้อ สร้างชาติ สร้างบ้าน สร้างเมืองมาหลาย ๆ ศตวรรษ ไล่มาแต่ละภาค แต่ละภาคได้นําเข้าไปสู่เป็นหอสมุดจดหมายเหตุของแต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชน แต่ละโรงเรียน อันนี้ล่ะครับจะทําให้พี่น้องประชาชนชาวไทยซึ่งลูกหลานเราเกิดมา เติบโตขึ้นมาจะได้รักใคร่กัน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งเหล่านี้ก็จะเว้นมิได้ เราจะต้องมองเห็นความสําคัญของแต่ละชาติ ชาติไทยของเรา แล้วก็นานาชาติ บ้านใกล้เรือนเคียงก็อย่าให้กระทบความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน วัฒนธรรมมีมากมาย ผมจะเล่าถึงว่าวัฒนธรรมของหนองหาน หนองหานนี้มีทั้งกุมภวาปี มีทั้งสกลนคร จะเป็นตํานานหลายพันปี อย่างมรดกโลกบ้านเชียงก็ ๕,๐๐๐ ปี ๖,๐๐๐ ปี เพราะฉะนั้นตํานานผาแดง นางไอ่ บั้งไฟ พญาขอม เกิดขึ้นมาอยู่ที่หนองหาน อําเภอกุมภวาปี ก่อนจะเกิดแผ่นดินถล่ม มีพญานาคแปลงร่างออกมาเป็นกระรอกด่อนนะครับ ภาษาอีสานบ้านผมว่า กระรอกด่อนเพราะฉะนั้นนี่ครับตํานานเหล่านี้ ผาแดงนางไอ่นั้นเป็นที่ธิดา นางไอ่เป็นธิดาของพญาขอม ซึ่งตํานานเป็นบั้งไฟครั้งแรกที่เกิดขึ้นที่บ้านนาแบก อันนี้ก็อยากจะให้จดไว้ แล้วก็อย่างจังหวัดอุดรธานีของกระผมนั้นมันเขตติดต่อ จังหวัดสกลนคร จังหวัดกาฬสินธุ์ มีตํานานอีกคือชาวภูไท ชาวย้อ ซึ่งอพยพมาจาก เวียงจันทน์บ้าง มาจากเวียดนามบ้าง ทุกฤดูกาลถึงวันเพ็ญเดือนสามที่อําเภอศรีธาตุของบ้านกระผมนั้นได้จัดเป็นประเพณีภูไท เพราะฉะนั้นในวันที่ ๒๖ เดือนมกราคมนี้ก็จะจัดงานอีกเป็นประจําของทุกปี อยากจะได้ตํานาน อันนี้ละครับ ภาคอีสานนับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์คุณหญิงโม อันนี้ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้น ได้นําประวัติศาสตร์แต่ละภาค แต่ละภาคเข้าไปไว้ในหอสมุดจดหมายเหตุอันนี้ เพื่ออะไรครับ ถ้าเราไปสู่โรงเรียน วัฒนธรรม ครู ก็ต้องให้ครูวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันนี้ไปสอน ถ้าเข้าไปสู่หอสมุดประจําหมู่บ้าน ผู้นําหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกท้องถิ่น พี่น้องคณะกรรมการหมู่บ้าน หลังจากเลิกงานประจําวันทําไร่ ทํานา คณะกรรมการนี้ ก็จะมานั่งพูดจากันแล้วก็จะเอาหนังสืออันนี้ขึ้นมาอ่านแล้วก็ไปเล่าให้ลูกให้หลานฟัง ถ้าเอาไปอยู่ในเมือง ในเมืองซึ่งปัจจุบันนี้วัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยของเรา การแต่งตัวก็หวือหวา ไม่เหมือนเมื่ออดีต พี่น้องประชาชนคนไทยจะมีวัฒนธรรม ภาคใต้ก็จะมีชุด ภาคเหนือก็จะมีชุด ภาคอีสานก็จะมีชุด ภาคกลางก็จะมีชุด มีชุดประจําแต่ละภาค ตอนนี้การสื่อสารก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นทางทีวี (TV) โฆษณาสินค้าต่าง ๆ เหล่านี้ละครับท่านประธาน อยากจะให้รัฐบาล หรือว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมได้มองเห็นความสําคัญ อยากจะให้ปรามการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง อยากจะให้โฆษณากลับไปถึงบรรพบุรุษ อยากจะให้โฆษณากลับไปถึงว่าบ้านเมืองของเรา คนเฒ่าคนแก่ คนโบราณ แต่ก่อนไม่มีไฟฟ้า แต่ก่อนไม่มีถนนลาดยาง ไม่มีถนนคอนกรีต เราทําอะไรขึ้นมาบ้านเมืองเราถึงไม่ได้ตกเป็นทาสของบ้านอื่น ท่านประธานที่เคารพ ก็อยากจะฝากเพราะว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปราย มองเห็นความสําคัญแต่ละข้อ ๆ แล้ว ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้มอง ซึ่งมองท่านรัฐมนตรี แล้วก็เป็นบุคคลที่มีบุคลิกที่มีอุปนิสัยที่เหมาะสมที่จะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้ เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ให้รวบรวมให้ขยายหอสมุดออกไปสู่โรงเรียน ออกไปสู่ชุมชนตามที่กระผมได้นําเรียนมาแล้ว ก็ขอขอบพระคุณครับ
ท่านกนก หลังจากท่านกนกแล้วเป็นท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ ท่านสุนัย จุลพงศธร แล้วก็กลับมาที่ท่านบัญญัติ ตามลําดับ เชิญท่านกนกก่อนนะครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... กับท่านประธานเพื่อที่จะได้นําเรียนเสนอต่อไปยังท่านรัฐมนตรี ก่อนอื่นผมคิดว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการที่จะบันทึก ประวัติศาสตร์ของชาติบ้านเมืองของเราให้กับอนาคตโดยเฉพาะกับลูกหลานของเรา ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีแล้วก็ควรที่จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะช่วยให้ความคิดของรัฐบาลในเรื่องร่างพระราชบัญญัตินี้ได้สมบูรณ์มากขึ้น ผมก็อยากจะขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ใน ๒-๓ ประเด็น
ในประเด็นแรก ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ยังเป็นปัญหาก็คือกรอบแนวความคิดของคําว่า หอจดหมายเหตุแห่งชาติของร่างพระราชบัญญัตินี้ยังแคบเกินไป เพราะว่าท่านให้ความสําคัญ เฉพาะในเรื่องของการเก็บรักษาหลักฐานแล้วก็การศึกษาการใช้ประโยชน์ในมุมที่แคบเท่านั้น ผมจะขออนุญาตอธิบายว่าเป็นเพราะอะไร ท่านประธานครับ ในเรื่องของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นวิชาหนึ่งที่สําคัญของการศึกษาทางปัญญา ของมนุษย์ของเรา เวลาเราพูดถึงประวัติศาสตร์อย่างน้อยมีเรื่องสําคัญ ๆ อยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรกก็คือเรื่องหลักฐานประวัติศาสตร์ ในเรื่องของหลักฐาน ประวัติศาสตร์นี้ประเด็นที่สําคัญมากแล้วก็ได้มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว ก็คือขอบเขตของหลักฐานประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในอดีตไม่ใช่เฉพาะ ของประเทศไทยแต่เกือบทั้งหมดมักจะเป็นประวัติศาสตร์ของกระแสหลัก ส่วนประวัติศาสตร์ ของกระแสรองยังมีน้อยไป นักวิชาการหลายคนบอกด้วยซ้ําไปว่าเป็นประวัติศาสตร์ของคนชั้นนํา แต่ประวัติศาสตร์ของประชาชนยังมีไม่มากพอ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าประวัติศาสตร์ ของคนชั้นนําผิด ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ แต่เพราะว่าเรายังรู้ประวัติศาสตร์ของประชาชน ประวัติศาสตร์กระแสรองน้อยเกินไป มีนักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมาก ที่มีชื่อว่าฟูโกต์ ได้บอกไว้ชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของสังคมที่จะต้องค้นหาประวัติศาสตร์ ที่เรายังไม่ได้ยินประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้ปรากฏการบันทึก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ขยายความเข้าใจของเรา ต่อประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น เพราะว่าประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกก็ช่วยให้เราได้เข้าใจ ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเราสามารถที่จะค้นหาหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประวัติศาสตร์ที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราเข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น เพราะฉะนั้นหลักฐานประวัติศาสตร์ตรงนี้เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้พูดว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่เราจะมีนั้นไม่ใช่นั่งรอหลักฐานประวัติศาสตร์ แต่จะต้องออกไปหาหลักฐานประวัติศาสตร์ ในการหาหลักฐานประวัติศาสตร์นี้ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเรามีอคติ ทางปัญญาอยู่ค่อนข้างมาก แม้กระทั่งคําที่เราใช้ใน พ.ร.บ. นี้เราใช้คําว่าเอกสาร และท่านก็จะอธิบายว่าเอกสารหมายถึงอะไรบ้าง แต่สําหรับประชาชนชาวบ้านทั่วไป เอกสารมันหมายถึงกระดาษ สิ่งที่ปรากฏบนกระดาษ สิ่งที่มีลายลักษณ์อักษรบันทึก คําถามก็คือว่าสิ่งที่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือไม่ ในส่วนนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสมัยที่ผมเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ผมได้ทําประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่งโดยใช้วิธีการเรียกว่าประวัติศาสตร์ จากการบอกเล่า ผมตั้งใจไม่ใช้หลักฐานทางเอกสารเลย แต่ใช้หลักฐานทางการเอกสารเฉพาะ เป็นส่วนประกอบแล้วก็ตรวจสอบเท่านั้น แต่ผมไปสัมภาษณ์คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ทางการเมืองตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา แล้วผมได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การเมืองไทยในมุมใหม่ ๆ เยอะมาก แล้วก็ในขณะนี้คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ขยาย แล้วก็ได้เปิดสอนในเรื่องของประวัติศาสตร์จากการบอกเล่าไว้เยอะมาก แล้วก็กระทรวง ทบวง กรม หลายแห่งก็ได้นําเรื่องเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการค้นหา ความเป็นจริงในอดีตของหน่วยงานของตนเอง ตอนที่เราตั้งกรมขึ้นมา ถ้าเราจะไปค้นหลักฐานเอกสารของการตั้งกรม เราก็จะได้ภาพแบบหนึ่ง แต่ในภาพนั้นเราจะไม่รู้หรอกว่าบรรยากาศ ความรู้สึก การต่อสู้ การอธิบาย การให้เหตุผล เป็นอย่างไรในรายละเอียด แต่ถ้าเราไปบันทึกบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่และเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นั้น เขาจะบันทึกเรื่องราวสิ่งเหล่านั้นไว้แล้วก็จะทําให้เราเข้าใจในเรื่องที่ไม่ได้ปรากฏ เป็นลายลักษณ์อักษรอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ผมขออนุญาตย้ํานะครับว่าไม่ได้หมายความว่า เราไปเปลี่ยนหลักฐานที่เป็นเอกสาร แต่มันจะช่วยขยายให้เราเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นในตอนนั้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นคําว่าประวัติศาสตร์จากการบอกเล่า ได้บรรจุลงไปเป็นคําคําหนึ่งใน ร่างพระราชบัญญัตินี้ เพราะว่าเป็นเครื่องมือที่มีพลังอํานาจอย่างมหาศาลแล้วก็เก็บข้อมูลไว้ เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์ที่เราพูดถึงนี้ในร่าง พ.ร.บ. นี้ส่วนใหญ่ก็มีอคติ จะให้ความสําคัญกับประวัติศาสตร์ของชาติ แต่ประวัติศาสตร์ของเมือง ประวัติศาสตร์ของชุมชน ประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มีความสําคัญทั้งสิ้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง กับท่านประธานนะครับ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ลําปาง แม่นมาตย์ ท่านได้เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์ลายผ้าไหมของภาคอีสานไว้ ๒,๐๐๐ กว่าราย แล้วท่านก็เอาสิ่งเหล่านี้ เข้ามาเรียบเรียงเพื่อจะเข้าใจภูมิปัญญาของคนอีสานว่าคิดอย่างไรจึงทําให้ทําสีแบบนี้ แล้วถักทอออกมาเป็นลายแบบนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าหน่วยงานวิจัยของประเทศไทย ไม่ให้อาจารย์ลําปางทํางานนี้ต่อครับ แต่จนกระทั่งเมื่อ ๓ เดือนที่แล้วนักวิชาการญี่ปุ่นเข้ามา แล้วก็ขอดูข้อมูลชุดนี้ ญี่ปุ่นบอกว่าขอให้เอาอันนี้ไปบันทึกไว้ในประเทศญี่ปุ่นได้หรือไม่ สุดท้ายอาจารย์ลําปางบอกว่าไม่ได้ เรายกให้ไม่ได้เพราะอันนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย และในที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นก็ต่อรองว่าขอให้อาจารย์ลําปางไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ๖ เดือนเพื่อไปเขียนรายงาน เรื่องนี้ว่าภูมิปัญญาของไทยในภาคอีสานเกี่ยวกับเรื่องผ้าไหมเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่าละอายมากที่เราละทิ้งภูมิปัญญาของคนไทยของเราเอง นั่นคือความหมาย ของคําว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ถที่จะต้องมีความหมายที่กว้างกว่านี้ ผมได้พูดไปแล้วว่า เราจะต้องค้นหาสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน สิ่งไม่มีการบันทึก และเราจะต้องให้น้ําหนักกับ ระดับของประวัติศาสตร์ที่เป็นเรื่องของชุมชน เป็นเรื่องของหมู่บ้าน เป็นเรื่องสังคมย่อยให้มากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานของความคิดและปัญญาของประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยของเรา และยิ่งไปกว่านั้นประวัติศาสตร์ที่เราพูดนี้มักจะมีอคติที่จะคิดไปเฉพาะในเรื่องของ ประวัติศาสตร์ทางการเมืองเป็นหลัก แต่ความจริงทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ เป็นประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ศิลปะ ประวัติศาสตร์ภาษา พูดถึงประวัติศาสตร์ภาษา ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้ภาษาไทยเราคงจะไม่ต้องพูดถึงว่า ได้พัฒนาไปเพี้ยนไปอย่างไรบ้าง ดีเลวอย่างไรเป็นเรื่องที่อภิปรายกันได้ โต้แย้งกันได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราบอกและเห็นได้ชัดเจนว่าการสูญหายทางภาษาทําให้เกิดการสูญสิ้น ทางปัญญาของคนไทยเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ท่านประธานทราบไหมครับว่า สีหงสบาทคือสีอะไร ผมเชื่อว่าท่านประธานไม่ทราบหรอกครับ สีหงสบาทครับ สีหงสบาทนี้ คือสีของหงส์ เท้าหงส์คือ หงสะ แล้วก็ บาท คือ บาทาหมายความว่าเป็นสีหงสบาท คือสีแดงอมส้ม แล้วก็ศิลปะไทยในอดีตในการวาดรูปเราไม่ได้ใช้สีที่เป็นเคมี เราใช้สีที่เป็นรากไม้ สีที่เป็นดิน แล้วก็มีชื่อของมันมากมายแต่วันนี้ด้วยวิวัฒนาการของวิทยาศาสตร์ และความสะดวกทางด้านการตลาดทําให้เราสูญเสียสีเหล่านี้ไปและภาษาเหล่านี้ก็หายไป ดังเช่นตัวอย่างที่ผมได้ยกแล้วว่าสีหงสบาทได้หายไปจากภาษาไทยแล้ว เพราะว่าไม่มีใครรู้จัก นี่คืออีก ๑ ตัวอย่างที่จะบอกให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่เป็นเรื่องการเมืองอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของศิลปะ เป็นเรื่องของภาษา เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของภูมิปัญญา ท่านประธานครับ ผมอยากถามนักประวัติศาสตร์ว่า ท่านช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าคนไทย ในอดีตเวลาคิดลอบดักปลาที่ปลาว่ายทวนน้ําเข้าไปแล้วไม้ไผ่มันสั่น แล้วก็ปลาออกไม่ได้ แล้วก็ไม่เป็นบาดแผลแล้วเราก็จับมาได้เป็น ๆ คนไทยเมื่อ ๒๐๐ ปีที่แล้วคิดมาได้อย่างไร ถามว่าคนไทยเหล่านั้นเข้าใจฟิสิกส์ของน้ําใช่หรือไม่ เข้าใจไดนามิกส์ (Dynamics) ของน้ํา หรือเปล่า แน่นอนคงจะไม่ใช่ในความหมายฟิสิกส์ของนิวตัน แต่มันเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ที่เข้าใจในสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้เป็นความร่ํารวยทางปัญญาของคนไทย เพราะฉะนั้น ประวัติศาสตร์ที่เรากําลังพูดกันนี้ขอความกรุณาเถอะครับ อย่ามองประวัติศาสตร์ในมุมแคบ ขอให้มองประวัติศาสตร์ในมุมกว้าง แล้วก็วิธีการทางประวัติศาสตร์ขอให้คิดในมุมกว้าง อย่าคิดในมุมแคบ เครื่องมือประวัติศาสตร์ที่จะใช้ขอให้ใช้ในมุมกว้างอย่าใช้ในมุมแคบ
ในส่วนประวัติศาสตร์ที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตพูดถึงคือการตีความประวัติศาสตร์ เมื่อสักครู่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์มันก็เป็นหลักฐาน ในตัวของมันเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่มนุษย์ต่างหากที่เป็นคนบอกว่ามันเป็นอย่างไร มันหมายความว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นการตีความประวัติศาสตร์ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่จะต้อง ทําความเข้าใจกันให้ชัดเจน เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดสะท้อนให้เห็นภาพ ถึงการตีความประวัติศาสตร์ แล้วก็ยังไม่ครบถ้วน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเราคิดว่า การตีความประวัติศาสตร์ เมื่อตีความแล้วก็จบกัน ไม่สามารถตีความแบบอื่นได้ เพราะฉะนั้น การตีความประวัติศาสตร์ตรงนี้เป็นเรื่องที่กระทําได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเปลี่ยน การตีความของประวัติศาสตร์ให้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตรงนี้เราทําไม่ได้ อันตราย อย่างยิ่ง ถ้าเราย้อนกลับไปดูประเทศชาติที่เจริญในเอเชียของเรา ขออนุญาตยกประเทศเดียว เท่านั้นละครับ ประเทศจีน เรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ในประวัติศาสตร์ การเมืองของจีนระบุชัดเจนว่าใครก็ตามที่ทําลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ มีโทษสถานเดียวเท่านั้นคือประหารชีวิต เพราะว่าตรงนั้นกําลังทําลายอารยธรรมของชาติ ของเขา ถ้าเราเข้าใจประวัติศาสตร์ในความหมายนี้อย่างนี้ การตีความประวัติศาสตร์เรา ก็จะทําด้วยความระมัดระวัง และเราทําโดยเคารพว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการตีความแบบหนึ่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะสรุปว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเพียงเรื่องเดียวแต่เพียงอย่างเดียว
ในเรื่องที่ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ก็คือข้อจํากัดของประวัติศาสตร์ หลักฐานประวัติศาสตร์ที่เราหาได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามครับท่านประธาน หลักฐาน ประวัติศาสตร์นั้นเราไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นทั้งหมดของความเป็นจริง มันเป็นแต่เพียง บางด้านของความเป็นจริงเท่านั้นเอง เราจะบันทึกในช่วงเวลาไหนก็ตามมันเป็นเฉพาะบางด้าน ของความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถที่จะบอกได้ว่าเขาเท่านั้นคือผู้ที่รู้ทั้งหมด ของประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้ตรงกันก็หมายความว่า หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในเรื่องเดียวกันถึงแม้จะขัดแย้งกันก็ไม่เป็นไร เราจะต้อง เก็บรักษาไว้ด้วยคุณค่าที่เท่าเทียมกัน แล้วถ้าเป็นอย่างนี้เราก็สามารถที่จะขยายความเข้าใจ ต่อหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเราได้มากขึ้น อันนั้นคือความคิดที่ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อที่จะทําให้เราได้ปรับแนวคิดของร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้มีกรอบความคิดที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของสติปัญญาของคนไทย
ในประการที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตพูดถึงก็คือเรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... นี้ไม่น่าจะมีขอบเขตจบลงแค่แต่เพียง การเก็บรักษาและใช้ประวัติศาสตร์ในวงแคบเท่านั้น แต่จะต้องมีมาตราที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ในเรื่องของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ทําอย่างไรจะทําให้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนของเรา แล้วก็ประชาชนของเราที่จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ในเรื่องเดียวกันในหลาย ๆ มิติ ในหลาย ๆ มุมมอง ความเข้าใจในหลายมิติในหลายมุมมองตรงนี้เองเป็นเรื่องที่จะสะสมความเข้าใจ และปัญญาให้กับเรา สิ่งที่เราพูดกันมาโดยตลอดว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ํารอยเดิมเสมอ ที่เราพูดอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ซ้ํารอยเดิมนั้นมันเกิดขึ้นเพราะเราไม่ศึกษา ประวัติศาสตร์และปล่อยให้กฎเกณฑ์ข้อผิดพลาดเดิม ๆ ของเรากลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เท่านั้นเอง แต่ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ให้ชัดเจนเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วก็เปิดใจกว้าง เราก็จะสามารถใช้ประวัติศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ต่อการเดินไปข้างหน้าของชาติบ้านเมือง และของชนเผ่าที่อยู่ในแผ่นดินนี้ได้ เพราะฉะนั้นการที่จะนําประวัติศาสตร์ในความหมาย ดังกล่าวออกมาแสดงให้ปรากฏกับประชาชนต่าง ๆ เป็นเรื่องที่จําเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่า ท่านประธานก็คงจะได้เห็นโทรทัศน์ที่เรารู้จักกันดีกว่าฮิสทอรี แชนแนล (History Channel) ได้มีภาพยนตร์ สารคดีทางประวัติศาสตร์มากมายที่เอาออกมาฉาย แล้วก็เป็นที่ชื่นชอบ ในการเรียนรู้ของคนบวกทั้งกับได้ข้อคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากมาย เราอยากเห็น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา เราอยากเห็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติของเรา ได้มีส่วนในการนําประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่งเป็นเรื่องที่เราสัมผัสได้ด้วย โสตอื่น เช่น ด้วยตา ด้วยการได้ยิน แม้กระทั่งด้วยการสัมผัสก็ตาม ไม่ใช่เป็นเฉพาะหลักฐาน ที่เราไปดูในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น
จากความหมายดังกล่าวนั้นผมอยากจะขออนุญาตนําไปสู่ประเด็นที่ ๓ ที่ผมคิดว่าสําคัญ ท่านประธานครับ ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้จะทําตามกรอบความคิด และการให้การเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์กับนักเรียนและประชาชนในความหมาย ดังกล่าว ผมคิดว่าหน่วยงานของหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี้ไม่ควรจะสังกัดที่กรมศิลปากร แต่อย่างใด ผมคิดว่าหน่วยงานนี้จะต้องเป็นหน่วยงานอิสระ เป็นหน่วยงานที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและมีความกล้าหาญในทางวิชาการเพราะเขาจะต้องเป็นผู้บันทึก เขาจะเป็นผู้ที่ เก็บหลักฐาน เขาจะเป็นผู้ที่ใช้หลักฐานและให้บริการกับผู้ที่จะมาใช้หลักฐาน ไม่ว่าใครก็ตาม จะใช้อํานาจใดก็ตามมาบีบคั้นและบังคับให้เขาต้องแก้ไขเป็นสิ่งที่ทําไม่ได้ เพราะฉะนั้น หน่วยงานนี้จําเป็นต้องเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระจริง ๆ ส่วนจะมีรูปแบบการจัดการองค์กร เป็นอย่างไรในระบบราชการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องพิจารณากันในขั้นของการแปรญัตติ พิจารณาของกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าจะให้สังกัดกรมศิลปากรคงจะไม่ได้แน่ เพราะว่า ถ้าสังกัดกรมศิลปากรก็จะเป็นประวัติศาสตร์แบบเดิม ๆ แล้วเราก็จะไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ผมคิดว่าถ้าเราจะทําเรื่องนี้กันจริง ๆ รัฐบาลจะต้องกล้าครับ แล้วก็กล้าที่จะลงทุน และที่สําคัญคือกล้าทางความคิดที่จะเดินออกจากความคุ้นเคยที่ตัวเองทํามา หรือที่ข้าราชการกรมศิลปากรต้องการจะให้ท่านทํา
จากทั้งหมดที่ผมกล่าวนี้ครับท่านประธาน ผมอยากจะขออนุญาตสรุปว่า คําถามที่ผมมีในการอภิปรายตรงนี้ ก็คือการตั้งคําถามว่าร่างพระราชบัญญัตินี้สุดท้าย เราต้องการอะไร สําหรับผมร่างพระราชบัญญัตินี้สุดท้ายเสร็จแล้วสิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ การสร้างความเข้าใจที่หลากหลายในประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองของเราเพื่อที่จะได้ สร้างปัญญา แล้วก็ใช้ปัญญาของเราในการที่จะทําให้เราอยู่ร่วมกันได้ แล้วก็พัฒนา ประเทศชาติของเราให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงต่อไปได้
ตรงนี้ครับท่านประธานผมขออนุญาตฝากเป็นข้อคิดกับท่านรัฐมนตรี และอยากจะเชิญชวนให้ท่านก้าวออกจากพื้นที่ที่ท่านคุ้นเคยและเคยชินด้วยความกล้าหาญ ในเรื่องนี้ว่าคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่เรามีอยู่นั้นสิ่งที่สําคัญมากมันมี ๒ เรื่อง ธรรมชาติ ได้ให้สิ่งหนึ่งกับเรามาและปรากฏในหลักฐานประวัติศาสตร์คือความหลากหลายครับ ความหลากหลายทางประวัติศาสตร์เป็นความเข้มแข็ง เป็นความงดงาม แล้วก็เป็น หลักประกันของความยั่งยืนในระยะยาว ไม่มีชนชาติใดแม้กระทั่งมนุษยชาติที่ประวัติศาสตร์ เป็นแบบเดียว เราจะต้องมีประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย สิ่งเหล่านี้เราจะต้องใช้ ความหลากหลายของประวัติศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ให้ได้ และตรงนั้นจะเป็นหลักประกัน ของการอยู่รอดของบ้านเมืองของเราในระยะยาว
ในประการที่ ๒ ธรรมชาติได้ให้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดกับมนุษย์เรื่องหนึ่ง ก็คือความสงสัยอยากรู้ หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่าคิวริออสซิตี้ (Curiosity) ถ้ามนุษย์ มีความสงสัยอยากรู้เมื่อไร ปัญญาจะเกิด เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่เรากําลังพูดถึงนี้จะต้องเป็นเครื่องมือในการสร้างความสงสัยอยากรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ของเรา ไม่ใช่เป็นหอจดหมายที่จะมาบอกว่าความเป็นจริงเป็นอย่างนี้และเป็นอย่างนั้น ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้แล้วมีความกล้าหาญแบบนี้ ผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัตินี้จะเปลี่ยน รูปร่างหน้าตาไปอีกเยอะมาก แล้วที่สําคัญก็คือเราจะสร้างความเข้าใจที่หลากหลาย และการเคารพซึ่งกันและกันบนความหลากหลาย แล้วจะนําไปสู่การอยู่ร่วมกัน และมีความภาคภูมิใจในความเป็นตัวตนของเราในอนาคตของประเทศไทย ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ท่านเยาวนิตย์ เพียงเกษ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะคะ วันนี้ดิฉันก็มีความประสงค์ในการที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง ในการที่คณะรัฐมนตรีได้ยื่นพระราชบัญญัตินี้เข้ามานี่ ดิฉันก็เห็นว่าเป็นโอกาสดี ที่สภาของเราจะได้ทําเรื่องนี้ให้เป็นจริงเป็นจัง แล้วก็ให้สมกับที่ประเทศไทยเรานี้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เดี๋ยวนี้ชาวโลกเขาก็อวดกันที่ว่าเรามีประวัติศาสตร์ยาวนานแค่ไหน เมื่อสืบค้นไปนี่ สหรัฐอเมริกาเขาก็คุยได้แค่เมื่อ ๒๐๐-๓๐๐ ปีที่แล้วของเขาเท่านั้นเอง แต่ของเรานี้สามารถสืบสาวราวเรื่องไปได้ ๗๐๐-๘๐๐ ปี ดิฉันเห็นว่าท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายผ่าน ๆ มาแล้วก็ได้พูดในหลายประเด็น ว่าจดหมายเหตุเป็นอย่างไร บางท่านก็อาจจะมีความเข้าใจแตกต่างไปจากร่างพระราชบัญญัตินี้บ้างตามที่อ่านดูนะคะ ก็จะเห็นว่าจดหมายเหตุในพระราชบัญญัตินี้ก็ได้หมายถึงข้อมูลทุกรูปแบบที่หน่วยงานจัดทําขึ้น เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน แล้วเป็นเอกสารที่เรียกว่า สิ้นกระแสแล้ว คําว่า สิ้นกระแส นี่ล่ะค่ะ การที่จะให้คํานิยามคําว่า สิ้นกระแสแล้ว มันใช้เวลานานแค่ไหนในกฎหมายฉบับนี้ก็จะเขียนว่า ๒๐ ปี ก็จะเรียกว่าสิ้นกระแสคือไม่ใช้งานแล้ว ไม่ปฏิบัติงานแล้ว แล้วทีนี้ก็ต้องเป็นเอกสาร ที่ได้รับการประเมินว่าควรจะเก็บรักษาไว้เป็นข้อมูลที่ดี เป็นข้อมูลที่สําคัญที่ประเทศเราต้อง เก็บรักษาไว้นะคะ แล้วก็ดําเนินการให้หน่วยงานต่าง ๆ นี้ส่งมาให้อย่างนี้นะคะ นอกจากนี้แล้ว ไม่ใช่เป็นแต่เอกสารราชการ มันจะต้องเป็นเอกสารที่เอกชนก็ได้จัดทําขึ้น แล้วก็สามารถที่จะ ได้รับการประเมินว่าน่าจะเก็บไว้ บางทีที่ฟังผ่าน ๆ มานี้ ท่านสมาชิกก็อาจจะเข้าใจกันไป คนละทิศทางบ้าง เพราะฉะนั้นในการที่เรามีพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะได้ทําให้จํากัดความคําว่า จดหมายเหตุได้ชัดเจนขึ้น เพราะฉะนั้นจะนํามาซึ่งวิธีการในการปฏิบัติในมาตราอื่น ๆ ต่อไป ดิฉันเห็นว่าหลักสําคัญที่เอกสารที่สิ้นกระแสปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือสถาบันเอกชน ก็ควรจะต้องเก็บเอาไว้ แต่ว่าวิธีการหรือว่าขั้นตอนจะดําเนินการอย่างไรนี่ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ได้แสดงให้เห็นว่าควรจะมีขั้นตอนอะไร อย่างไร ส่วนหน่วยงานที่มีหน้าที่เก็บจริง ๆ ก็คือหน่วยงานของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ก็เป็นแนวความคิดของท่านผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่นี้ที่เสนอว่าน่าจะเป็นหน่วยงานอื่นของกรมศิลปากร แต่ดิฉันยังเชื่อมั่นว่า กรมศิลปากรของเราก็สามารถที่จะทําหน้าที่นี้ได้ต่อไป ดิฉันเชื่อมั่นว่าถ้ามีพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มาแล้ว กรมศิลปากรนี้ก็จะมีความสามารถในการดําเนินการได้ทันยุค ทันสมัยหรือว่า ทันกระแส คือแต่เดิมมานี่ บางทีในการรวบรวมหรือรับมอบเอกสารนี้มันก็ลําบาก ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับนะคะ ในการที่เราจะต้องไปจัดซื้อจัดหาหรือรับบริจาคเอกสารมาจากเอกชนอย่างนี้เราก็ทําได้ยากนะคะ อย่างของเรามีบทเพลงต่าง ๆ ที่ครูเพลงของเราได้ประพันธ์ไว้ เช่น บทเพลงของสุนทราภรณ์ หรือ ทูล ทองใจ หรือสมัยเพลงลูกทุ่งเก่า ๆ อย่างนี้นะคะ ก็มีพวกเอกชนไปเก็บรักษาไว้ น้ําท่วมบ้านก็เสียหายไปหมด ความที่เราไม่มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่เขาเชื่อมั่นนะคะ เขาเชื่อมั่นว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินที่เขาอุตส่าห์สะสมมาที่มีคุณค่าอย่างยิ่งได้ แล้วปรากฏว่า พอน้ําท่วมมันก็ไปกับน้ําหมดอย่างนี้นะคะ
แล้วนอกจากนี้ดิฉันก็เห็นว่ากรมศิลปากรถ้ามีกฎหมายรองรับว่าจะต้อง ปฏิบัติภาระหน้าที่อย่างไรก็คิดว่าคงจะทําได้นะคะ เพราะว่าจะมีความสามารถในการติดตาม รวบรวมแล้วก็รับมอบเอกสารได้นะคะ แล้วก็สามารถกําหนดว่าเมื่อเอกสารสิ้นกระแสการใช้แล้ว ก็สามารถบอกให้หน่วยงานนั้นส่งมาให้ได้ อันนี้มันก็เป็นอํานาจหน้าที่ได้อย่างหนึ่ง เมื่อก่อนนี้ เราเห็นว่าแผนที่บางฉบับซึ่งควรจะไม่ใช้แล้ว แผนที่บางอย่างไม่ใช้แล้ว ขอคืนมาเก็บไว้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติก็ทําไม่ได้ เพราะว่ามันไม่มีกฎหมายที่จะรองรับว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี้ ทําอย่างนั้นได้นะคะ ก็เห็นว่าถ้ามีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาก็จะสามารถทําให้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติสามารถติดตามและรวบรวมและรับมอบเอกสารมาเก็บรักษาไว้ได้นะคะ แล้วก็สามารถเอามาตามเวลาด้วย ไม่ใช่ว่าผ่านมาแล้วถึง ๕๐ ปี ๔๐ ปี เอาไปเผาอยู่ หลังกระทรวงอะไรอย่างนี้นะคะ ซึ่งเอกสารบางอย่างเราก็แสนเสียดายแล้วก็หาไม่ได้อีกอย่างนี้นะคะ
ทีนี้สําหรับที่มาของเอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะรับได้ก็มีตั้งแต่ รับมอบจากหน่วยงาน รับมอบจากบุคคลสําคัญ แล้วก็เป็นเอกสารที่สามารถจัดซื้อได้ด้วย อันนี้ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งนะคะ เพราะว่าบางทีไปขอเขามาฟรี ๆ เขาก็ไม่ให้ อย่างเช่น ลายมือของบุคคลสําคัญ พระราชหัตถเลขาซึ่งตกหล่นไปอยู่ตามบ้านเศรษฐีมีเงินอะไรอย่างนี้ ถ้าเราอยากจะเก็บมารักษาเอาไว้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีการจัดตั้งงบประมาณเพื่อซื้อนะคะ ไปขอฟรี ๆ บางทีไม่มีใครอยากบริจาคเหมือนกันนะคะ แล้วก็ได้จากการแลกเปลี่ยน อันนี้ก็เห็นด้วยอีกเหมือนกัน เพราะว่าถ้าสําหรับเอกสารของเรา เอกสารประวัติศาสตร์ ของเราไปตกอยู่ในมือชาวต่างชาติหรือต่างประเทศเราก็สามารถที่จะแลกเปลี่ยนอะไรกันได้ อันนี้ก็ระบุไว้อย่างนี้ ดิฉันก็เห็นด้วยนะคะ
แล้วก็ทีนี้ที่ฟังผ่าน ๆ มาดิฉันเห็นว่าบางทีอาจจะคลาดเคลื่อนหรือว่าอาจจะ ไม่ครอบคลุม เพราะว่าตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็บอกว่าจดหมายเหตุมันมีประเภททั้งเป็น ลายลักษณ์และเป็นประเภททั้งโสตทัศนะ ก็หมายถึงว่าถ้าจะเป็นบันทึกอยู่ในรูปแบบ เทป (Tape) หรือวีซีดี (VCD) ซีดีอะไรทั้งหลายแหล่อย่างนี้ หรือว่าสมัยใหม่นี้ก็จะเป็นวัสดุ คอมพิวเตอร์ (Computer) ดิสเก็ต (Diskette) อะไรก็แล้วแต่นี่นะคะ ดิฉันก็เห็นว่า อันนี้ก็เป็นเอกสารจดหมายเหตุในความหมายของพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ซึ่งดิฉันเห็นด้วย เพราะว่ามันจะได้ไม่คับแคบจนเกินไปว่าจะต้องเป็นแค่กระดาษกองโตเท่านั้นนะคะ ในสื่อสมัยใหม่นี้ก็เข้ามาแทนที่กระดาษที่เราใช้ทุกวันนี้ไปมากแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าเราออกกฎหมายอะไรมาก็ต้องรองรับในสิ่งเหล่านี้ด้วยนะคะ ก็ต้องสามารถทําให้ ครอบคลุมเพราะว่าเราเป็นการออกกฎหมายเพื่อบังคับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เวลาบัญญัติแล้วก็ต้องครอบคลุมสักหน่อยนะคะ เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันก็มีกฎหมายที่ใช้เกี่ยวกับเรื่องการส่งมอบเอกสารประวัติศาสตร์ ก็ได้แก่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นอกนั้นก็จะเป็นระเบียบ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็มีว่าด้วยการส่งมอบเอกสารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ แล้วก็ระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ ๒๕๔๔ นี่ก็มีกฎหมายใช้แล้ว ๓ ฉบับ แต่ว่า ในเรื่องหอจดหมายเหตุแห่งชาติเรายังไม่มี เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างมันก็ยังไม่ครอบคลุม อันนี้เราจะสามารถครอบคลุมแล้วคุ้มครองเอกสารซึ่งทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของไทยเราด้วย
นอกจากนี้ดิฉันยังเห็นว่าสิ่งที่เป็นโทษมีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้บ้างแล้วว่า มีโทษในทางอาญา ทั้งจําทั้งปรับอย่างไร อันนี้ก็อาจจะทําให้เกิดความชัดเจนว่า ถ้าคุณครอบครองเอกสารซึ่งเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ เป็นเอกสารที่ได้รับการประเมินแล้วว่า ควรจะอยู่ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แล้วก็ผิดอย่างไร โทษก็มีความสมควร เพราะว่าจําคุก ไม่เกิน ๓ ปี สําหรับคณะกรรมการที่กองทุนส่งเสริมหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่จะตั้งขึ้นมา ก็ควรจะประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ถ้าอ่านในพระราชบัญญัติจะเป็นแบบนั้นเลยนะคะ ซึ่งดิฉันก็เห็นว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นกระทรวงวัฒนธรรมหรือว่าอย่างไร มีตําแหน่งด้วยนี่ก็อาจจะเหมาะสม น่าจะมีความเหมาะสม ไม่ใช่อาจจะเหมาะสม เพิ่มโดยตําแหน่งขึ้นมาอีก แล้วนอกจากนั้น ก็เป็นอธิบดีกรมศิลปากร รองอธิการบดีอะไรอย่างนี้ ซึ่งก็ยังแปลกใจอยู่ว่า เอ๊ะ มันจะเป็นของ กระทรวงอะไรกันแน่ อันนี้ก็เป็นการเสนอความคิดเห็นเอาไว้อย่างนี้นะคะ ดิฉันขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... นี้เป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ
แล้วสําหรับประเด็นที่อยากจะฝากเอาไว้คือเรื่องของสถานที่ ก็คิดว่า เรามีน้อยเกินไป ถ้าเราได้ผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว สํานักงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรุงเทพฯ แล้วถ้านับจริง ๆ มีแค่ ๘ แห่งเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าน้อยมากเลยนะคะ ดิฉันก็อยากให้ เพิ่มเติมหรือว่าก่อตั้งขึ้นมาอีก ดิฉันยกตัวอย่างให้ดู เช่นหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร จังหวัดอุบลราชธานี ปรากฏว่าต้องดูแลครอบคลุม เรื่องจดหมายเหตุถึง ๑๙ จังหวัด ท่านคิดว่า ๑๙ จังหวัดมีบุคลากรกี่คน มีจํานวนนิดเดียวเอง ไม่กี่สิบคน ซึ่งจะทํางานใหญ่ขนาดนี้ แล้วดูแลตั้ง ๑๙ จังหวัด ท่านผู้ทรงเกียรติที่ผ่าน ๆ มา ก็จะบอกว่าอยากจะให้มีหอจดหมายเหตุประจําเมือง ประจําจังหวัด หรือว่าประจําอําเภอ อะไรอย่างนี้ อันนี้ก็ยิ่งหนักหนาสาหัสเลยเพราะว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติแห่งเดียว ที่ดิฉันยกตัวอย่างมานี่ดูแล ๑๙ จังหวัด ถ้าของภาคเหนือก็ดูแล ๘ จังหวัดบ้าง อะไรบ้าง ก็ถือว่ามากนะคะ แล้วอย่างภาคใต้ก็ ๕ จังหวัด จังหวัดตรังที่ท่านเอ่ยมาสักครู่นี้ก็จะเป็น ๕ จังหวัดเหมือนกัน ซึ่งงานมันมากเพราะว่าเอกสารที่จะได้รับการประเมินมันรอคิวยาว เพราะฉะนั้นถ้ามีกฎหมายฉบับนี้แล้วควรจะตั้งเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะบุคลากรที่ทํางาน ด้านเอกสารเราต้องรับสมัครมามาก ๆ หน่อย เพราะว่าเป็นงานหนัก แล้วเป็นงานที่ใช้เวลามาก สําหรับหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉพาะ ๓ แห่งก็ควรจะได้รับการดูแลเป็นอย่างยิ่ง เช่น หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดูแลเก็บรักษาเอกสารจดหมายที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ ซึ่งอยู่อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ถ้าเรามีกฎหมายรองรับแล้วเราก็คงจะได้ส่งเสริม ให้เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพระองค์ท่าน ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เราต้องเฉลิมพระเกียรติ ให้ท่านทันปีนี้เสียด้วยซ้ํา แล้วก็มีหอจดหมายเหตุแห่งชาตินายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แล้วก็หอเกียรติยศ ฯพณฯ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๑ ดิฉันก็คิดว่า นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี แล้วที่จะเกิดอีกในอนาคตดิฉันก็รอต้อนรับอยู่ค่ะ ก็ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุนัยครับ
ท่านผู้เป็นประธานครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ และที่ได้ร่วมการอภิปราย ทําไมต้องแสดงความยินดีท่านประธานครับ การอภิปรายวันนี้ ได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่าทิศทางของสภาผู้แทนราษฎรนั้นเดินมาถูกทางแล้ว ท่านผู้แทนราษฎรทั้งหลายได้ให้ความสําคัญต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับนี้ มีเพียงแค่ ๓๒ มาตรา ถ้ามองแล้วก็เป็นเรื่องกฎหมายเล็ก ๆ แต่ไม่ใช่ครับ เป็นเรื่องที่สําคัญมาก จึงต้องขอแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าที่ท่านมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมนี้ ขอให้ท่าน ถ้าคิดแล้วก็ไม่เป็นไร ถ้าคิดแตกต่างจากผมก็คิดใหม่ก็คือว่า กระทรวงนี้ถูกพูดถึงกันว่าเป็นกระทรวงเล็กไม่ค่อยมีใครอยากมา แต่ท่านรู้ไหมครับว่า กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นกระทรวงที่จะวางรากฐานของพัฒนาการทางสังคม วันนี้ท่านประธานวิป (Whip) หรือประธานคณะกรรมการประสานงานคือ ท่านอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนนทบุรีได้บอกว่าต้องขอให้ได้ช่วยกันได้คุย ผมเองเรื่องนี้ ผมติดตามมาตั้งแต่การประชุมในวิป ท่านประธานวิปบอกขอให้ชี้แนะเพราะมันมีประเด็นสําคัญ ๆ ที่ต้องแก้ไขมาก ผมเองจริง ๆ ก็อยากจะขอมาเป็นกรรมาธิการคณะนี้ด้วยกําลังติดต่อกับ เพื่อนสมาชิกอยู่ ถ้าท่านทําได้ผมก็จะได้เข้าไปให้ความคิดความอ่าน แต่ถ้าไม่ได้ก็ขอฝาก ท่านรัฐมนตรีไปในโอกาสนี้ครับ ท่านครับ ในกฎหมายฉบับนี้นั้นผมจะขอนําเสนอแตกต่างจาก เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอื่น ๆ นั่นคือจะมองประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ในเชิงพัฒนาการทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ วันนี้หลายท่านที่พูดถึง ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ แล้วก็ขัดแย้งกัน ขอประทานโทษครับ ท่านนิพิฏฐ์อดีตรัฐมนตรีก็พูดถึง เรื่องความแตกต่างทําไมไม่บันทึกอย่างนั้น ทําไมต้องบันทึกอย่างนี้ อีกฝ่ายหนึ่งก็ประท้วงกัน นี่ละครับคือปัญหา ดังนั้นการที่ผมจะนําเสนอวันนี้นั้นผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้แม้ผมจะเห็น ความสําคัญ แต่ผมเห็นว่าต้องเปลี่ยนโครงสร้างของกฎหมาย โครงสร้างประการแรก คิดตรงกันครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคือ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ว่าให้หน่วยงาน กรมศิลปากรเป็นเจ้าของเรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าเป็นเจ้าของเรื่องนี้ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราพูดกันมาทั้งหมด จะล้มเหลวหมดเลย ควรต้องเป็นองค์กรอิสระเป็นหน่วยงานพิเศษที่จะระดมนักวิชาการ หลากหลายเข้ามาจดบันทึกประวัติศาสตร์ จดบันทึกจดหมายเหตุเก็บรวบรวมเรื่องเหล่านี้ ทําไมผมถึงกล่าวอย่างนั้นครับ ถ้าเรามอบหมายให้ราชการเดิมก็ประวัติศาสตร์ก็อธิบายมาแล้วว่าวันนี้ประวัติศาสตร์ของเรานั้น ไม่ได้ให้บทเรียนแก่การมองปัญหาพัฒนาการทางการเมืองเลยครับ เพราะอะไร ท่านประธานครับ เรามีปัญหาทางจดบันทึกจดหมายเหตุ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องที่หนึ่ง เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาถูกเผา ๒ ครั้ง หลักฐานเกือบหมดครับ ด้วยเหตุนี้เองครับหลักฐาน พัฒนาการทางการเมืองที่เราอยากจะต้องรู้ความจริงว่าการเมืองไทยมันพัฒนากันมาอย่างไร และอะไรจะเป็นบทเรียนต่อสิ่งที่เราจะมองไปในอนาคต เราไม่มีหลักฐาน เราจึงต้องใช้ หลักฐานเล่มหนึ่งซึ่งมีความสําคัญที่สุด นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าคําให้การชาวกรุงเก่า ท่านรัฐมนตรีขออนุญาตที่จะเอ่ยนามเรื่องนี้สักนิดหนึ่งว่าคําให้การชาวกรุงเก่านี้เป็นบันทึก ของพม่าซึ่งขณะนั้นเป็นมอญที่ตีกรุงศรีอยุธยาแตกแล้วก็เกณฑ์ประชาชนไปเป็นข้าทาส แล้วก็ทําการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ข้าทาสคนนี้เป็นคนทํางาน คนฟ้อนรําในพระราชวัง ทาสคนนี้เป็นช่างไม้ คนนี้เป็นอุปราช เป็นบุคคลสําคัญ เขาจะบันทึกไว้เป็นภาษามอญ พม่าได้บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้เป็นเล่ม เสร็จแล้วเมื่ออังกฤษเข้ามาครอบครองพม่า ในสมัยรัชกาลที่ ๓ อังกฤษได้นําหนังสือฉบับนี้มาถวายให้แก่รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๔ ได้มอบให้แก่ตกมาถึงรัชกาลที่ ๕ แล้วรัชกาลที่ ๕ ก็ทรงให้ทําการแปล จึงเป็นเอกสาร ประวัติศาสตร์ดั้งเดิมที่สุดที่จะบอกความจริง วิธีคิดของเราว่าเป็นอย่างไร นั่นคือคําให้การ ชาวกรุงเก่า นอกจากนั้นส่วนใหญ่เราจะอาศัยหลักฐานจดหมายเหตุต่าง ๆ ของฝรั่ง
ปัญหาที่ ๒ ก็คือว่าวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ของไทยนั้นมีความล้าหลังมาก นั่นก็คือวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ของไทยนั้นไม่ยอมรับความคิด ๒ ด้านครับ ไม่ยอมรับ ความคิด ๒ ด้าน ดังนั้นการบันทึกประวัติศาสตร์จึงมีด้านเดียว ด้วยเหตุนี้เองครับ เราจึงไม่รู้เลยว่า พัฒนาการทางการเมืองของไทยนั้นจากตั้งแต่พระปฐมบรมราชาของอยุธยา พระเจ้าอู่ทองนั้น จริง ๆ เป็นมาอย่างไร เวลาอ่านประวัติศาสตร์ของเราตามความเชื่อเราไม่กล้าไปแตะเลยครับ ว่าแท้จริงนั้นการพัฒนาประวัติศาสตร์ของไทยนั้นล้วนแต่มีความขัดแย้งมาตลอดตั้งแต่ พระปฐมบรมพระมหากษัตริย์พระเจ้าอู่ทอง ในประวัติศาสตร์ไม่มีเรียน ไม่มีสอนกัน ถ้าจะรู้จริง ๆ ต้องไปค้นกันลึก นักประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นั่นคือท่านอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เป็นนักประวัติศาสตร์ที่เก็บบันทึก พอไปอ่านแล้วเราถึงได้รู้ความจริงว่า โอ้โฮ ความขัดแย้งทางการเมืองวันนี้มันเป็นปกติที่มันมาตลอดเลย เพราะเราถูกหลอกมาตลอดว่า การพัฒนาการทางการเมืองของไทยนี่ราบรื่นมาตลอดเลยครับตั้งแต่พระเจ้าอู่ทอง แต่ความจริง เปล่าเลยครับ ตลอดรัชสมัยของอยุธยานั้นฆ่าชิงอํานาจกันไม่มีหยุดไม่มีหย่อน ตั้งแต่เริ่มต้น พระปฐมบรมกษัตริย์พระเจ้าอู่ทอง ขอประทานโทษที่ต้องกราบเรียนตรงนี้เพื่อเป็นตัวอย่าง ให้เห็นถึงความสําคัญว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ท่านประธานครับ พระเจ้าอู่ทองเมื่อเป็น พระปฐมบรมกษัตริย์ต้นรัชกาลของอยุธยา ปรากฏว่าเตรียมการไว้ที่จะให้พระราชโอรส พระราเมศวรขึ้นครองราชย์ต่อ ปรากฏพอพระองค์สิ้นพระชนม์ปั๊บพระราเมศวรตอนนั้น ยังเยาวชนอยู่ก็ขึ้นไปครองราชย์เป็นองค์ที่ ๒ เท่านั้นละครับ ญาติฝ่ายพระมารดา ขุนหลวงพระงั่ว ยกทัพมาจากเหนือเลยครับเข้ายึดครอง พระราเมศวรรู้ทางก็เลยหลบออกไปเลยรอดชีวิต ขุนหลวงพระงั่วจึงเป็นรัชกาลต่อมา คุณหลวงพระงั่วพอเสวยอํานาจเสร็จปั๊บ พอจะสิ้นพระชนม์ ปรากฏว่าให้พระเจ้าทองลัน พระเจ้าทองลันเป็นราชโอรสก็หวังว่าจะให้พระเจ้าทองลันขึ้นครองราชย์อายุประมาณ ๑๐ พรรษา ปรากฏว่าพอพระเจ้าทองลันขึ้นครองราชย์ปั๊บ พระราเมศวรที่หนีไปอยู่ ทางเหนือนั้นยกทัพมาฆ่าพระเจ้าทองลันตายตั้งแต่ต้นรัชกาลแล้วครับ ประวัติศาสตร์อย่างนี้ ไม่มีเลยครับ เราไม่ได้บอกกัน หรือแม้กระทั่งเรื่องของความเชื่อ การเสียกรุงครั้งที่ ๑ นั้น เอากันจริง ๆ ก็คือการขัดแย้งกันในพระญาติของพระเจ้าจักรพรรดิในขณะนั้น พระเจ้าจักรพรรดินั้นเดิมเป็นเจ้าเมืองอยู่ที่พิษณุโลก ไม่พึงพอใจกับเจ้าที่ครองอยุธยาอยู่ พระเจ้าจักรพรรดินี้ ท่านก็คือพระราชบิดาของพระนเรศวร พอพม่ายกทัพมาตีท่านก็เลยทรง นิ่งเฉยเสีย พม่าก็เลยตีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ ๑ แล้วพระมหาจักรพรรดิก็ทรงมาเป็น พระมหากษัตริย์และทรงพระนามว่า พระมหาจักรพรรดิ ถ้าจะพูดอย่างภาษาปัจจุบันก็คือ ซูเอี๋ยกับพม่า แล้วพระนเรศวรจึงถูกจับไปเป็นเชลยเลี้ยงอยู่ที่พม่า เรารู้เพียงแค่นี้เอง แต่จริง ๆ มันเป็นความขัดแย้ง พอค้นลึกไปแล้วถึงได้รู้ความจริงว่าตอนนั้นรัฐชาติยังไม่เกิดครับ เป็นเพียงนครรัฐเท่านั้นเองที่ความเป็นญาติยังไม่ผนึกกําลังเป็นชาติ แต่เราเขียนเสียสวยเลยว่า เป็นชาติมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ดังนั้นความขัดแย้งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นปัญหาความเชื่อ และเป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรม ซึ่งระบบราชการไม่สามารถจะทําได้ครับ เพราะระบบราชการ มีการปกครองเป็นชั้น ๆ คิดแตกต่างไม่ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ขณะนี้เราไม่ยอมรับ วัฒนธรรมการบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน มีนักศึกษาปริญญาโท มีทําการศึกษา ไม่น่าจะเกิน ๑๐ ปี ทําการศึกษาค้นคว้าเรื่องของคุณหญิงโม แล้วเขาก็มีความเห็นว่า คุณหญิงโมไม่มีตัวตนจริงครับ โอ้โฮ แทนที่จะให้เขาคิดของเขาไป ให้เขาค้นของเขาไป ให้ความเป็นอิสระทางวิชาการเขาไป เรียนปริญญาโทแล้ว เท่านั้นละครับ ประชาชนไม่พอใจครับ จะไปบอมบ์ (Bomb) นักศึกษาปริญญาโทนั้น แล้วสื่อมวลชนก็ไม่ได้เขียนข่าวปกป้องเลยครับ สื่อมวลชนซึ่งเป็นปัญญาชนควรจะได้แสดงให้เห็นว่าสังคมต้องแตกต่างกัน ต้องยอมรับ ความแตกต่าง ต้องยอมรับความคิดของเขา สื่อมวลชนก็ลงแบบสนุกไปเลยเหมือนกันครับ นี่คือปัญหาวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ของเราไม่ยอมรับความแตกต่าง เมื่อเป็นอย่างนี้ เราจึงไม่มีประสบการณ์ว่าเราจะแก้ปัญหาความขัดแย้งกันอย่างไร อดีตเราก็ไม่รู้ เพราะเราคิดว่า ราบรื่นทุกเรื่อง ท่านครับ เรื่องนี้ถ้าเราศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ของต่างประเทศบ้าง เราจะได้เห็น ความงดงามและสิ่งที่เป็นคุณูปการของมนุษยชาติ ขอประทานโทษเถอะครับ ผมหยิบ หนังสือพิมพ์มาเล่มหนึ่งวันนี้ได้พอดี ท่านประธานที่จะต้องขอกล่าวถึง หนังสือพิมพ์เล่มนี้ ลงรูปของนายโทนี่ แบลร์ มาจากอังกฤษ ยืนทําการไหว้คู่กับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ น่ารัก น่าเอ็นดูมากทั้งคู่ครับ นายโทนี่ แบลร์ นี้ ได้ถูกเชิญไปพูดในงานของบีโอไอ (BOI) จัดโดยสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ข้อความอันหนึ่งที่ผมอยากจะนํามา บันทึกไว้ตรงนี้ว่า ประเทศที่เจริญแล้วนี่เขาได้ผ่านพ้นความเป็นหนึ่งเดียวทางประวัติศาสตร์ ด้วยการไม่ให้เห็นต่างมาแล้วครับ เขาถือว่าการเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ และเขาพูดถึง ความขัดแย้งในประเทศไทยวันนี้ว่า ความเห็นต่างรวมเป็นหนึ่งได้ แต่ใจมันต้องกว้าง เขาบอกว่าจุดแข็งของไทยมีศักยภาพโอกาสการลงทุนและเร่งปรองดอง แต่ต้องสร้าง ความเป็นหนึ่ง แม้จะต่างความเชื่อกัน นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมไทยวันนี้ที่แตกแยกกัน แล้วหาทาง ปรองดองกันไม่ได้ เพราะเราไม่ยอมอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่าง เรามอง ความแตกต่างเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ทั้ง ๆ ที่ความแตกต่างคือความงดงามและจําเป็นอย่างยิ่ง ในโลกสมัยใหม่ต้องอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง ท่านครับตรงนี้เองในเชิงประวัติศาสตร์ พัฒนาการทางการเมือง ด้วยอังกฤษมีประวัติศาสตร์วิธีคิดเช่นนี้มายาวนาน เขาจึงได้บทเรียน สําคัญของการที่จะอยู่ร่วมกัน ท่านเชื่อไหมครับว่าวันนี้มนุษย์ได้รู้ความจริงว่าการโค่นล้ม ราชวงศ์บูร์บงของฝรั่งเศสที่บอกว่าเป็นการปฏิวัติทุนนิยมนั้นไม่ใช่ครับ ในปี ค.ศ. ๑๗๘๙ ของการปฏิวัติฝรั่งเศสนั้นได้เป็นผลมาจากการปฏิวัติปี ค.ศ. ๑๖๔๗ ในศตวรรษที่ ๑๗ ของอังกฤษก่อน แต่บังเอิญในเวลานั้นความล้าหลังทางประวัติศาสตร์ยังมีฝรั่งเศสจึงไม่ได้รับ วัฒนธรรม ไม่ได้รับบทเรียนไปจากอังกฤษในปี ค.ศ. ๑๖๔๗ ในศตวรรษที่ ๑๗ นั้นไม่น่าเชื่อครับ ประเทศอังกฤษมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข แต่ใจเขากว้างครับ พูดถึงพระมหากษัตริย์ได้ เขาได้มีการบันทึกชัดเจนเลยครับว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๑ ได้เกิดข้อขัดแย้งกับกลุ่มขุนนางสมัยใหม่ กลุ่มขุนนางสมัยใหม่นี้เป็นผล มาจากยุคเรอเนสซองซ์ (Renaissance) ที่มีการค้นคว้าวิทยาการจนเกิดช่างหัตถกรรม สมัยใหม่ แล้วก็เกิดกลุ่มทุนสมัยใหม่ขึ้น กลุ่มทุนสมัยใหม่นี้มีสภาแล้วเกิดความขัดแย้ง กับกษัตริย์ถึงขั้นรบกัน แล้วในที่สุดกลุ่มทุนสมัยใหม่มีตัวแทนที่ชื่อว่า โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ สู้กับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ ๑ ฆ่ากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ ๑ ตายครับ ท่านครับ สิ่งเหล่านี้เป็นประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึกความเป็นจริงและได้ถูกขนานนามว่าเป็นยุคเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตย แต่ยังไม่สามารถจะเดินได้ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ นําทัพประชาชนรบกับกษัตริย์ครับ ฆ่ากษัตริย์ตายในที่รบ ทุกคนจะยกย่องให้โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ เป็นกษัตริย์ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ บอกว่าไม่ใช่นะ ผมไม่เป็นกษัตริย์ ไม่เป็นกษัตริย์แล้วจะทําอย่างไรละ เพราะสมัยนั้นระบบ ประธานาธิบดีไม่มี ทุกคนเลยยกย่องบอกว่าถ้าอย่างนั้น โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ก็เป็น ลอร์ด ออฟ เดอะ โปรเจคเตอร์ (Lord of the projector) ก็แล้วกัน เป็นเจ้าผู้คุ้มครองก็แล้วกัน เห็นไหมครับ ตอนนั้นระบบประธานาธิบดียังเกิดไม่ได้ แล้วตรงนี้เองครับเป็นบทเรียนของอังกฤษที่ปรับตัว มาเรื่อย ๆ จากความขัดแย้งนั้นจนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการที่ปรับตัวได้ แต่ฝรั่งเศสไม่ได้รับ วัฒนธรรมตรงนี้ ในที่สุดก็เกิดการโค่นล้มกัน ตรงนี้เองครับที่ โทนี่ แบลร์ ได้พูดไว้อีกตอนหนึ่ง ที่ผมอยากจะให้บันทึกไว้ในนี้ท่านประธานครับ นายโทนี่ แบลร์ กล่าวถึงสภาพในโลกปัจจุบันว่า มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและดําเนินไปอย่างรวดเร็ว ทําให้ประเทศต่าง ๆ ต้องปรับวิธีคิด และวิธีปฏิสัมพันธ์ โดยในมุมมองของเขานั้นโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่รัฐบาล ของประเทศต่าง ๆ มักล่าช้าในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่สุด ผมไม่ได้ตําหนิ ท่านรัฐมนตรีเลย เพราะผมรู้ความจริงว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกร่างขึ้นโดยรัฐบาลที่แล้ว ถึงว่าผมไม่อยากจะบอกว่าไม่ดี แต่ได้ร่างตามกลไกของระบบคิดแบบราชการที่ไม่ได้มอง สิ่งสมัยใหม่เลย ดังนั้นสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนั้นจะพูดถึงว่าควรจะต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในนี้ และจะต้องพูดถึงเรื่องโครงสร้างการจัดผลประโยชน์ด้วย ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียน ถึงตรงนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นชัดว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าจะมีประโยชน์จริง เราจะต้องมามองถึง ความเป็นจริงว่าโลกนี้มันมีหลายด้านของมุมมอง พอเราจะบันทึกความมุมมองที่แตกต่างกัน เราก็บอกอย่างนี้บันทึกไม่ได้ ประวัติศาสตร์มันไม่มีความสามัคคี ถ้าเราใช้วิธีคิดอย่างนี้ ถ้าอังกฤษเมื่อ ๔๐๐ กว่าปีคิดอย่างนี้วันนี้เราก็ไม่รู้หรอกครับว่าโลกมันพัฒนามาได้อย่างไร ทําไมจึงเกิดการปฏิวัติในอังกฤษแล้วจึงไม่ได้รับบทเรียนสําคัญไปถึงฝรั่งเศส แล้วปรากฏว่า ในที่สุดจากคลื่นอันนี้เองจึงส่งผลเกิดการปฏิวัติในราชวงศ์ชิงของจีน แล้วก็เข้าไปสู่การโค่นล้ม ราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซียอีก ถ้าเราใช้วิธีคิดอย่างนี้ เก็บประวัติศาสตร์แบบไทยนี่รับรองได้ ไม่รู้เรื่องเลยครับ สามัคคีกันตลอดครับ อะไรก็ขอให้สามัคคี สามัคคีนะ เอ๊ะจะสามัคคี อย่างไรละ มันมีความขัดแย้งกัน แล้วนี่ทั้งหมดจากจุดเริ่มต้นที่ผมบอกว่าประมาณปี ค.ศ. ๑๖๔๗ ในการปฏิวัติทุนนิยมครั้งแรกของอังกฤษนี้เอง จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่าแมคนาคาร์ตาขึ้น อันเป็นรัฐธรรมนูญของมนุษยชาติฉบับแรกครับ เห็นไหมครับ แต่ถ้าบันทึกแบบไทย ๆ อย่างนี้ ไม่มีทางเลยครับ ด้วยเหตุนี้เองท่านประธานครับ จึงจะขอเวลาท่านประธานสักนิดหนึ่งว่าที่เรา ถกเถียงกันว่าถ้าจะบันทึกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ฆ่าประชาชน ๙๑ ศพ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน ก็ให้บันทึกว่ามีการเผาสถานที่ราชการที่จังหวัดอุดรธานีโดยคนเสื้อแดงด้วย บันทึกไปเลยทั้งคู่ครับ และให้บันทึกรวมไปด้วยว่าที่มันยึดสนามบินยังไม่ถูกดําเนินคดีเลย แล้วให้บันทึกไปด้วยที่ยึด ทําเนียบรัฐบาลก็ยังไม่ถูกเลยเว้ย ต้องบันทึกให้หมดท่านรัฐมนตรีครับ ด้วยเหตุนี้เองผมจึงต้อง มาพลิก ท่านดูนะครับ ท่านพลิกไปหน้า ๔ สิครับ ในมาตรา ๑๓ ไม่มีอะไรใหม่เลยครับ เขียนแบบราชการทั่ว ๆ ไป แล้วอย่างนี้ด้วยวัฒนธรรมบันทึกประวัติศาสตร์ด้านเดียวของไทย ที่มีมายาวนาน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปมันก็บันทึกด้านเดียวอีกครับ รุ่นลูก รุ่นหลานก็ฆ่ากันใหม่ อีกไม่รู้เรื่องอีกเหมือนกัน ก็บันทึกเสียให้มันเป็นจริงมันเป็นมาอย่างไร มันขัดแย้งกันอย่างไร และทําไมมันจึงขัดแย้งกัน ก็เพราะมันมีคณะรัฐประหารอ้างตัวใช่ไหมว่าวันที่ ๑๙ กันยายน ยึดอํานาจเขาก่อน อ้างว่าจะสร้างความสามัคคี แต่จริง ๆ มันอยากจะได้อํานาจ และคนคนนั้น ก็นั่งอยู่แถวนี้อย่างไรครับ ชื่อ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน บันทึกเลยสิครับ บันทึกให้หมด แล้วบันทึกจะรู้ที่มาที่ไป แล้วพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมกับเขาหรือเปล่าตอนนั้น ก็จะได้รู้กัน ให้หมดไปทั้งขบวน ท่านประธานครับ ดังนั้นในมาตรา ๑๓ (๖) ท่านดูสิครับ ถ้าผมมีโอกาสเป็น กรรมาธิการนะครับ ขอแก้ตรงนี้หน่อย จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ พูดแค่นี้ไม่ได้ครับ ต้องใส่ข้อความหนึ่ง ท่านไปประดิษฐ์คําให้สละสลวยนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะเป็นสตรี สําคัญไม่น้อยไปกว่ายิ่งลักษณ์เลยท่านรัฐมนตรี ถึงแม้ท่านจะมีรูปร่างสวยงามไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตามที แต่ท่านจะมีส่วนสําคัญที่สุดในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ท่านประธาน ครับ (๖) จดบันทึกเหตุการณ์สําคัญของชาติ ขอให้เติมนะครับ อย่างเป็นความจริงทั้ง ๒ ด้านครับ ทําไมต้องใช้คําว่า ๒ ด้าน ทําไมไม่ใช้ว่าหลายด้าน ไม่ได้ครับ พอหลายด้านเดี๋ยวเหลือด้านเดียว อีกแล้ว ให้มันชัดเลยว่ามีทั้งโปร (Pro) ทั้งคอน (Con) มีทั้งเชียร์ ทั้งไม่เชียร์ ทั้ง ๒ ด้านเลยในนี้ เช่นเดียวกันครับ ในกฎหมายฉบับนี้ผมใช้เวลาย่อ ๆ ท่านจะเห็นความจริงว่าในมาตรา ๑๖ ที่จะสัมพันธ์กับมาตรา ๒๔ ท่านดูเถอะครับ ระบบราชการแท้ ๆ พอจะบันทึกอะไรก็เอาเงินหลวง เอาเงินราชการมาใส่ในมาตรา ๒๔ ค่าบริการจัดเก็บ เงินอุดหนุน เงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือเอาเงินภาษีมาทําอย่างเดียวครับ ตรงนี้ท่านครับ ขอให้ท่านพิจารณามาตรา ๒๔ กับ มาตรา ๑๖ นะครับ ท่านจะเห็นความจริงเลยว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ละเลยสิ่งที่เรียกว่า ผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่จริง ๆ ที่จะเกิดจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ กฎหมายฉบับนี้ มาตรา ๑๖ เอกสารจดหมายเหตุหรือสําเนาของเอกสารจดหมายเหตุตามมาตรา ๑๕ ผู้ใดจะนําไปผลิตไปทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในทางการค้ามิได้ เว้นแต่ ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอธิบดี แปลว่าอะไรครับ ห้ามเอาไปทําทางการค้านะครับ ถ้าจะทําได้ต้องขออธิบดี เวลาขออธิบดีนี่ไม่มีรัฐมนตรีด้วยนะครับ เวลาขออธิบดีนี้ตกลงไม่มี เงินติดกัณฑ์เทศน์เลยใช่ไหม ท่านรู้หรือเปล่าครับท่านรัฐมนตรี เงินตัวนี้เรายอมรับความเป็นจริง เถอะครับว่าเอกสารทางประวัติศาสตร์นั้นมีความสําคัญอย่าได้ไปห้ามเลยครับ เหมือนวันนี้ เราห้ามเลี้ยงสัตว์ป่าปรากฏเสือสูญพันธุ์หมด พอเจอท่านชูวิทย์เลี้ยงเสือ เสือไม่สูญพันธุ์เลยครับ เยอะไปหมดเลยคราวนี้ ท่าน ส.ส. ชูวิทย์ เช่นเดียวกันครับ เอกสารประวัติศาสตร์ต้องเก็บ ห้ามทําสําเนาในที่สุดเหลือฉบับเดียว เผลอไปหน่อยเดียวปลวกกินผุเสียแล้ว ท่านประธานครับ ท่านประธานน่าจะมีโอกาสได้เดินทางไปในยุโรป ได้มีโอกาสไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ท่านประธานครับ แต่ว่าคนไทยส่วนใหญ่ ส.ส. เราพอไปถึงประเทศไหนกูไม่เคยเข้า พิพิธภัณฑ์เที่ยวช้อปปิ้ง (Shopping) อย่างเดียว วันไหนนะคณะกรรมาธิการทุกคณะนะ ไปที่ไหนต้องไปดูพิพิธภัณฑ์เขาก่อน ไปประเทศฝรั่งเศสครั้งแรกสิ่งที่ขาดไม่ได้ไม่ใช่ ร้านน้ําหอมต้องไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ไปเสร็จเรียบร้อยแล้วมันมีร้านขายของอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ครับ เชื่อไหมครับเขาได้เอาเอกสารประวัติศาสตร์มาเป็นสินค้าครับ มีร้านขายอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ มีหลายร้านติด ๆ กันครับ ขายอะไรรู้ไหมครับ ขายหนังสือพิมพ์เมื่อ ๑๐๐ ปี ๒๐๐ ปีที่แล้วครับ ผมไปเจอฉบับหนึ่งผมอยากจะซื้อมา เอ๊ะ มันใช่ของจริงหรือเปล่าเราก็ดูไม่ออก ฉบับหนึ่งมันสัก ๕ เซนต์ ๑๐ เซนต์ เมื่อ ๑๐๐ กว่าปี แต่มันขายที ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ใบหนึ่งขาย ๑๐,๐๐๐ บาท กําไรกี่เท่า แต่เขายืนยันว่าเป็นหนังสือที่เกิดขึ้นจริงในสมัยนั้น ทําไมผมถึง อยากจะซื้อมาบูชาครับ เพราะว่าลงรูปพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสยุโรปครับ โอ้โฮ ๑๐,๐๐๐๐ บาทก็ถูก แต่มันใช่ของจริงหรือเปล่า ไม่รู้ครับ เพราะเทคนิค การทํากระดาษให้เหมือนจริงทุกอย่างสวยหมดครับ ก็เพราะกฎหมายเราบอกห้ามทําซ้ํา ทําไม่ได้ เอาสตางค์ไม่ได้นะ แต่ประเทศฝรั่งเศสทําได้เงินเข้าเยอะแยะเลยครับ ประเทศรัสเซียไปก็มีพระเจ้าซาร์ไหม ดูพระเจ้าซาร์ไหม พระเจ้าซาร์มายุโรปตอนไหน ไปประเทศไหนเขาก็มีหมดแล้วครับ สิ่งเหล่านี้ทําไมเราต้องปิดกั้นเรื่องนี้ ผมพูดตรงนี้แล้ว เดี๋ยวจะหาว่าชื่นชมฝรั่ง เรามีคนหนึ่งที่พูดถึงเรื่องการค้า การขาย คนคนนี้พูดแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ไม่ประท้วงครับ คือคุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ ขณะนี้ท่านเป็นเลขาธิการอาเซียน ท่านได้พูดในงานบีโอไอนี้ว่าประเทศไทยต้องทํางานร่วมกับอาเซียนปรับกลไกภายในประเทศ กับกลไกอาเซียนให้สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการพยายามแก้กฎหมาย ให้ต่างชาติเข้ามา ลงทุนสะดวกขึ้น ทําให้นักลงทุนมีความมั่นใจ การนําทรัพย์สินเข้ามาลงทุนจะไม่เสียหาย และต้องไม่รังเกียจกําไร ผมมีความรู้สึกว่ากฎหมายฉบับนี้ของท่านนี้รังเกียจกําไรเลยครับ พอรังเกียจกําไรแล้วทําอย่างไรครับ ไปเอาเงินภาษีมาใส่ตามมาตรา ๒๔ เอามาเลี้ยง ทั้งองค์กรเลย ก็เป็นอย่างนี้อย่างไรละครับประเทศมันถึงได้จน เป็นอย่างนี้ละครับ ท่านรัฐมนตรี แล้วปรากฏว่าพอไปรังเกียจที่จะเอาเงินเข้าประเทศ ห้ามทําเอกสารซ้ํา เอ๊ะมันไปห้ามอะไรกันหนักหนาก็ควบคุมสิครับ แล้วถ้าใครจะทําไลเซนส์ (License) เอาไลเซนส์ไปทําจดบันทึกให้แน่นอนเลยครับ แล้วไปทําขายกันฉบับหนึ่งหลายสตางค์ครับ ถ้าชาวรัสเซียมาถึงที่ตรอกข้าวสารเกิดเห็นหนังสือฉบับหนึ่งเป็นหนังสือพิมพ์สยามในสมัยนั้น ที่บางกอก รีคอร์เดอร์ (Bangkok Recorder) สมัยหมอบรัดเลย์ได้พิมพ์ไว้เกิดมีรูปของ พระเจ้าซาร์องค์สุดท้ายเสด็จมาเยี่ยมที่นี่มีหรือมันจะไม่ซื้อกลับ จะจริง จะเท็จ จะปลอม อย่างไรก็ว่ากันไปแต่มันต้องซื้อกลับถูกไหมครับ เงินก็เข้าประเทศอีก แต่กฎหมายฉบับนี้ ไม่เปิดทางเลยครับ ไม่เปิดทางให้เลยเว้นเสียแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอธิบดี อธิบดีเลยได้เงินคนเดียวสิอย่างนี้ จริงไหมครับ ก็อนุญาตให้อธิบดีอนุญาตได้คนเดียว มาตรา ๑๖ บอกว่าเอกสารจดหมายเหตุ หรือสําเนาของเอกสารจดหมายเหตุตามมาตรา ๑๕ ผู้ใดจะนําไปผลิตทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ในทางการค้ามิได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอธิบดี อธิบดีนี่ตกลงอนุญาตฟรี ๆ ใช่ไหม นี่นะครับ เราเปิดให้มีการทุจริตกันง่าย ๆ แต่พอจะเอาเงินเข้าประเทศไม่พูดกันล่ะ แล้วก็บอกไม่ได้เป็น เอกสารประวัติศาสตร์สําคัญจะทําซ้ําไม่ได้ จะเสียหายอย่างนั้นไม่ได้ ผมถึงบอกต้องแก้ ทั้งโครงสร้างอย่างไรครับ ต้องแก้ทั้งโครงสร้าง ผมก็บอกท่านไม่ได้ผิดเพราะรัฐบาลที่แล้ว ก็ไม่ได้ตําหนิท่านรัฐมนตรีคนก่อนนะครับ ผมว่าท่านร่างดี แต่ร่างแบบราชการ ไม่ได้ร่างแบบ องค์กรสมัยใหม่ ไม่ได้ร่างจากวิธีคิดสมัยใหม่เลยนะครับ พอมาดู มาตรา ๒๐ สิครับ ห้ามมิให้ ผู้ใดส่งหรือนําเอกสารจดหมายเหตุออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี อันนี้หมายความว่าอย่างไร แบ่งกันหรืออย่างไร แบ่งกันหรือ ไม่แบ่งนะครับ แต่เห็นไหมครับ ในที่สุดเปิดช่องทางที่จะให้หากินกันได้ครับ แต่สตางค์ไม่เข้ารัฐครับ ถ้ามันพูดถึงความเป็นจริง โลกสมัยใหม่เป็นอย่างนี้หมด มันจึงไม่ได้ต่างอะไรกับกฎหมาย ควบคุมการค้าประเวณี ซึ่งกระหรี่เต็มประเทศครับ แต่ห้ามมีกฎหมายจดทะเบียนโสเภณีครับ ก็คือกฎหมายเดียวกับเรื่องการห้ามเล่นการพนัน ทั้ง ๆ ที่บ่อนเต็มประเทศครับ บ่อนเตาปูน จับแล้วจับอีก จับแล้วจับอีกอยู่นั่น เห็นไหมครับ หวยใต้ดินขึ้นบนดินไม่ได้ครับ เพราะผิดกฎหมาย แล้วทําไมไม่ทําเสียให้ถูกกฎหมาย ดังนั้นนี่คือปัญหาแนวคิดเชิงจารีตในการบริหารรัฐ ที่เป็นปัญหาของประเทศไทยที่สุดวันนี้ เราไม่ยอมรับความจริงว่าการพนันมันก็มี คุณไม่ให้ตั้ง ในประเทศมันก็ตั้งรอบประเทศ คุณไม่ให้ตั้งภายในประเทศมันก็ลักอยู่ตามบ่อนนั้นตามบ่อนนี้ ตามโรงพักต่าง ๆ ที่ดูแลกัน ในที่สุดเงินเข้ากระเป๋าบุคคล กลายเป็นระบบมาเฟียขึ้นมา ฉันใดก็ฉันนั้นท่านครับ กฎหมายฉบับนี้ยังคงลักษณะแนวคิดจารีตนิยมการบริหารราชการ เชิงราชการเท่านั้นเอง ผมถึงบอกว่าอยู่ไม่ได้ต้องไปแก้โครงสร้างนะครับ ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ผมก็ขอไปแล้วว่าน้องเอ้ยให้พี่ไปนั่งแทนเถอะ พี่จะไปแก้โครงสร้างกฎหมายฉบับนี้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เวลาอยากเป็นกรรมาธิการก็เป็นจังแต่พอถึงประชุมไม่มากัน ถ้าไม่มาจริง ๆ ให้สุนัยไปนั่งแทนเสีย เรื่องนี้จะแก้ให้ดู มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้ผู้ใดทําปลอมเอกสารขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อให้บุคคลผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุที่แท้จริง ถ้ากฎหมายฉบับนี้อยู่ในฝรั่งเศส พวกที่ขายหนังสือพิมพ์ที่มีรูปพระพุทธเจ้าหลวง อยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ถูกจับหมดแล้ว ขายไม่ได้เลย ทุกวันนี้จับมันไม่ได้ แต่มันได้สตางค์ เต็มไปหมด เห็นไหมครับท่านประธาน ด้วยเหตุนี้เองที่ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านทาง ท่านประธานนี้ กระผมเองเห็นว่าขอให้ท่านภาคภูมิใจต่อสิ่งที่ท่านได้เป็นอยู่ขณะนี้ว่า ท่านไม่ได้อยู่กระทรวงเล็ก ๆ เป็นกระทรวงเล็กทางงบประมาณ แต่เป็นกระทรวงใหญ่ ทางการพัฒนาการของประเทศชาติ และเป็นกระทรวงที่จะเป็นฐานของการให้ความรู้ ประวัติศาสตร์เพื่อที่จะให้ลูกหลานของเราในอนาคตรู้ว่าประวัติศาสตร์ที่เป็นจริง เป็นมาอย่างไร เหมือนอย่างที่ท่านสงวนพูด เหมือนอย่างที่อีกหลาย ๆ คนพูดว่าตรงนี้ทําไม ไม่บันทึก ตรงนั้นทําไมไม่บันทึก เพราะเราเกิดวัฒนธรรม เรามีวัฒนธรรมการบันทึก ประวัติศาสตร์ด้านเดียวมายาวนานแล้ว และกระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยราชการศิลปากร ไม่ได้อนาทรร้อนใจต่อสิ่งเหล่านี้เลย อาจจะมีคนอนาทรร้อนใจแต่คงตายไปแล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้ กฎหมายออกมาอย่างนี้อีก มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เชื่อไหมครับวันนี้เรายังไม่บันทึกเลยครับว่า ๓๐ กว่าปี ๑๔ ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครฆ่าประชาชน ๖ ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครฆ่าประชาชน ทําไมวันที่เผากองสลาก เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ไม่เห็นมีใครมา ร้องแรกแหกกระเชอว่าเผาบ้านเผาเมือง ทําไมเผา กกต. ไม่มีใครว่า ทําไมเผาโรงพักนางเลิ้ง ไม่มีใครว่า ทําไมพฤษภาทมิฬไม่มีใครว่า แล้วทําไมคนตาย ๖ ตุลา คนตาย ๑๔ ตุลา ไม่ถูกดําเนินคดี เพราะเราไม่กล้าที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ ๒ ด้าน เราไม่กล้าบันทึก ความเห็น ๒ ด้าน เพราะเรากําลังตกอยู่ในวาทกรรมแห่งการหลอกลวงเรื่องความสามัคคี จอมปลอมครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผม ได้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... เหตุผลที่กระผม ได้อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เนื่องจากว่าก็เห็นว่าทางรัฐบาลนั้น เห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์ถึงขั้นที่จะออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา คงจะไม่ปฏิเสธกันละครับว่า รัฐบาลและรัฐมนตรีให้ความสําคัญ วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีกุสุมล คุณปลื้ม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่ท่านได้ตั้งอกตั้งใจมารับฟังคําอภิปรายของ สภาผู้แทนราษฎรในวาระรับหลักการนี้ แล้วก็มีหลายประเด็นมากเลยที่เพื่อนสมาชิก ทั้งซีกฝ่ายค้านและซีกรัฐบาลได้อภิปรายฝากข้อสังเกตไป แล้วก็เป็นปัญหาข้อสังเกตข้อกังวล ที่เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย คงไม่ปฏิเสธนะครับว่าทั่วทุกประเทศในโลกนี้ได้ใช้มิติ ทางประวัติศาสตร์ไปเพื่อประโยชน์ในหลาย ๆ ทาง หนึ่งในนั้นก็คือเพื่อประโยชน์ของ การสร้างความสมัครสมานสามัคคีของชนในชาติ เนื่องจากว่าประวัติศาสตร์นั้นเป็นรากเหง้า ของชนชาติ แต่ละชนชาตินั้นรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ยิ่งมียาวนานเท่าไรก็มีจุดร่วมมากเท่านั้น แม้ว่าจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นท่ามกลางการพัฒนาการหรือวิวัฒนาการในการปกครองก็ตาม
อีกประการหนึ่ง ประวัติศาสตร์ก็ยังนําไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางศิลปะ ศาสนาและวัฒนธรรม พวกเราคงจะไม่ปฏิเสธนะครับว่าประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่จะอิงศาสนา และประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ก็จะอิงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่จะมาเป็นประวัติศาสตร์ คือในปัจจุบันเป็นประวัติศาสตร์ในอนาคต หลายสิ่งหลายอย่าง แล้วต้องสืบค้นได้จากการบันทึกทางสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาสนา น้อยนักที่จะ มีการบันทึกในส่วนของภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไป สืบเนื่องจากว่าความเจริญ ในแง่ตัวอักษรก็ดี ในเรื่องของการใช้ศิลปะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือการปั้น การแกะสลักก็ดี ล้วนเป็นสิ่งที่ประณีตแล้วก็ใช้ต้นทุนสูง แล้วก็ต้องใช้ฝีมือในเชิงช่าง เพราะฉะนั้นขณะนี้รัฐบาลซึ่งเป็นหน่วยงานทางการปกครองของประเทศเมื่อเข้ามาแบกรับ ภาระหน้าที่แทน ในอดีตก็คือเรื่องของศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นประวัติศาสตร์ยังมาใช้เพื่อความมั่นคง เราจะเห็นว่า วันสําคัญในทางกองทัพก็ดี ล้วนแต่เป็นการนําประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ดี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ดี ก็เป็นมิติทางความมั่นคงที่นําข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ที่มีคุณค่าแห่งการยึดถือมาใช้เป็นวันสําคัญเพื่อปลุกใจให้กองทัพมีความเข้มแข็ง นําประวัติศาสตร์มาเพื่อการศึกษา สมัยที่พวกเราเรียนในชั้นประถมจะมีวิชาประวัติศาสตร์ มีการศึกษาประวัติศาสตร์ ซึ่งหลายท่านก็บอกว่าจะจริงจะเท็จก็ไม่ทราบ ชนชาติไทยอพยพมาจากที่ใด หรือประวัติศาสตร์สงครามต่าง ๆ เป็นอย่างไร ใครบ้างล่ะที่จะเป็นคนตรวจสอบว่า ประวัติศาสตร์เหล่านั้นมีความถูกต้องแม่นยํา เมื่อสิ่งต่าง ๆ มีผู้สงสัยมากก็จําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีหน่วยงานระดับชาติมาชําระหรือมาสะสางให้เกิดความกระจ่างเพื่อให้เกิด ความน่าเชื่อถือ ประวัติศาสตร์ยังนํามาเพื่อประโยชน์ในการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ประเทศจีน ประเทศเกาหลีหรือแม้กระทั่งทางยุโรป ประเทศฝรั่งเศส ประเทศรัสเซีย ที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสใช้เงินภาษีอากรไปดูงานก็จะเห็นว่า ประเทศเหล่านี้แม้ว่าเป็นประเทศที่มีไฮเทคโนโลยี มีเทคโนโลยีชั้นสูงเขาก็ยังใช้มิติ ทางประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ต่าง ๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็มีเรื่องเล่ามากมาย ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็นสตอรี่ เทลลิ่ง (Story telling) มีเรื่องเล่า พวกนักท่องเที่ยวต่าง ๆ เมื่อเข้ามาในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์มีการท่องเที่ยว มีเรื่องเล่าก็จะผูกจินตนาการไป ทําให้การท่องเที่ยวนั้นมีความจดจําแล้วก็เป็นสิ่งที่น่าเชิญชวนให้คนไปจับจ่ายใช้สอย อันนี้มิติทางการท่องเที่ยวและทางเศรษฐกิจก็ใช้มิติทางประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในประเทศไทยเรานี้ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกัน นักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยถ้าไปฟัง มัคคุเทศก์ที่พานักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะมีการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติไทย เราในฐานะที่เป็นคนไทยท่องเที่ยวกันเองจะไม่ค่อยได้ยินการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์จากไกด์ (Guide) เนื่องจากเราเป็นคนไทยเราก็ไม่ได้ใช้มัคคุเทศก์ท่องเที่ยว และมัคคุเทศก์ ที่จะนําต่างชาติท่องเที่ยวเขาก็จําเป็นจะต้องจดทะเบียนเนื่องจากว่ากลัวจะนําประวัติศาสตร์ เหล่านี้ไปบิดเบือน แล้วก็ทําให้เกิดความเสียหาย แล้วก็จะแพร่กระจายไปในระหว่างประเทศได้ แต่ว่าท่ามกลางประโยชน์ที่ทางรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมนําเสนอกฎหมายนี้ขึ้นมา ก็เกิดความกังวลเป็นอย่างมากด้วยว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีประโยชน์สมตามเจตนารมณ์ ของทางกระทรวงวัฒนธรรมและรัฐบาลหรือไม่ จะมีอะไรที่จะรับประกันได้หรือไม่ว่า ประวัติศาสตร์ที่ถูกขีดเขียนขึ้นมานั้นจะมีการบิดเบือนนะครับ ซึ่งเป็นข้อตกลงข้อที่ ๑ ว่า จะมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือไม่ บิดเบือนเพื่ออะไรหรือบิดเบือนจากอะไร ประเด็นว่า บิดเบือนจากอะไร อาจจะบิดเบือนโดยไม่ได้ตั้งใจหรือบิดเบือนโดยตั้งใจ บิดเบือนโดยไม่ตั้งใจ ผมก็ขอยกให้เป็นความไม่สมบูรณ์ในเชิงวิชาการ เช่นว่าเขียนโดยคน ๆ เดียวเป็นเรื่องเล่า หรือเขียนโดยนักวิชาการคนเดียว หรือเขียนโดยนักวิชาการค่ายเดียวที่มองมุมมองในเรื่องนั้น ๆ หรือบทวิจัยเพียงแค่บทวิจัยเดียว เพราะฉะนั้นมนุษย์ทุกคนมีอคติ อคติเพราะชอบ อคติเพราะไม่ชอบ เป็นอยู่ธรรมดาในโลก เราอยากจะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติจริง ๆ ไม่ใช่เป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติของคนใดคนหนึ่ง ของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือของอธิบดีกรมศิลปากรแต่ผู้เดียวนะครับ อันนี้เป็นข้อกังวล ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ
อันที่ ๒ เป็นข้อกังวลที่เกิดจากการบิดเบือนโดยตั้งใจ อาจจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งตั้งใจบิดเบือนประวัติศาสตร์ แล้วก็อาจจะขยายผลให้ นําประวัติศาสตร์นั้นไปเกิดการทําลายล้างกันในทางการเมือง หรือไปบิดเบือนให้เกิด มีการทําลายล้างกันในระหว่างประเทศ บิดเบือนมีการทําให้เกิดความไม่เข้าใจในภูมิภาคก็ดี ปัญหาชายแดนก็จะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น หรือบิดเบือนเพื่อประโยชน์ทางศาสนา อันนี้ก็น่ากลัวมาก เพราะฉะนั้นสงครามต่าง ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพื่อนสมาชิกหลายท่านในสภาแห่งนี้ ได้กรุณาอภิปรายที่เป็นประโยชน์มากนะครับ แม้ว่าในซีกรัฐบาลเองก็ยังอภิปรายในเชิง ให้เกิดความสังเกตในความกังวลที่ว่ากฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้วจะมีประโยชน์หรือไม่ เพราะประวัติศาสตร์จําเป็นจะต้องบันทึกข้อเท็จจริง ในทุก ๆ มิติ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะนําข้อมูลดิบเหล่านี้ไปเกิดการค้นคว้าศึกษาวิจัยต่อเนื่อง ก็จะได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยต่อเนื่องจากข้อมูล ข้อเท็จจริง เราไม่ประสงค์ที่จะได้ข้อมูลที่เป็น ข้อมูลเชิงทุติยภูมิ เกิดจากการบิดเบือนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลดิบต่าง ๆ เมื่อนักวิชาการก็ดี นําไปวิเคราะห์สังเคราะห์ก็ย่อมที่จะสามารถให้ความเห็น แต่นั่นจําเป็นจะต้องบันทึกว่า เป็นความเห็นเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะนักวิชาการ หรือเฉพาะสถาบันครับ ข้อตกลงที่ ๒ กังวลว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่มีอานิสงส์มากอย่างที่ตั้งใจ เพราะเหตุว่าการออกแบบกฎหมาย ฉบับนี้เป็นการออกแบบกฎหมายแบบราชการจ๋าเลยครับ คือใช้แค่อธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับนี้ซึ่งได้มอบอํานาจให้อธิบดีกรมศิลปากรไปมากซึ่งความมีส่วนร่วม ของภาคส่วนต่าง ๆ น้อยมากเลยครับ เหมือนกับออกกฎหมายให้อธิบดีไปปฏิบัติงานแต่ผู้เดียว ผมยังคิดว่าปัจจุบันกฎหมายได้ออกแบบมิติโครงสร้างไปมากแล้วครับ ในเมื่อชื่อกฎหมายว่า เป็น พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติ มีกฎหมายหลายฉบับที่ลงท้ายว่า แห่งชาติ จึงจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีคณะกรรมการแห่งชาติ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่มีหมวดว่าด้วย คณะกรรมการจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งกฎหมายที่ออกว่า กฎหมายแห่งชาติ จําเป็นที่จะต้องมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเลขานุการ จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระทรวงต่าง ๆ จะกําหนดไปว่าในกระทรวงทั้งหมด ถ้าไม่สามารถมานั่งในทุกกระทรวงจะมีการคัดเลือกอย่างไร จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคณบดี คณะที่มีการจัดการเรียนการสอนที่ว่าด้วยมิติทางประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยาต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ไม่มีคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไอซีที (ICT) และทางวิทยาศาสตร์ ที่จะมาสืบค้นพิสูจน์ทราบว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นของจริง ของเท็จ และมีอายุเท่าไร อย่างไร แล้วก็ไม่มีหลักฐานทางกองพิสูจน์หลักฐานต่าง ๆ ไม่มีกระบวนการต่าง ๆ ที่จะมีส่วนร่วมเข้ามาช่วยที่จะให้เราเชื่อถือว่าประวัติศาสตร์หรือหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หรือจดหมายเหตุที่ท่านบันทึกไว้มีความน่าเชื่อถือและมีความเป็นแห่งชาตินะครับ อันนี้ เป็นข้อกังวลในเชิงโครงสร้าง ผมอยากจะนําเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญผ่านท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปว่าควรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดที่ ๑ เป็นคณะกรรมการ จดหมายเหตุแห่งชาติประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเลขานุการ คณะกรรมการอีกระดับหนึ่งคือคณะกรรมการที่ดูแล หอจดหมายเหตุแห่งชาติ อันนี้ก็ฝากปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน ให้อธิบดีกรมศิลปากร เป็นเลขานุการ ส่วนกรรมการนั้นก็ฝากให้ภาคส่วนต่าง ๆ ให้อย่างกว้างขวางที่สุดที่ท่านจะนําเข้ามาได้ แล้วก็ฝากสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นคณะกรรมการด้วย เพราะประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ ในประเทศไทยมาจากศาสนาพุทธ คือกรมศิลปากรก็ดูแลกรมการศาสนาแต่ดูแลในหมวด ของการเผยแผ่ ทีนี้หมวดศาสนวัตถุ ศาสนสถานมาอยู่ในสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีดูแลนะครับ อันนี้ก็ไม่มี กระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีความรู้หลากหลาย มีคณบดีต่าง ๆ ในหลากหลายมหาวิทยาลัยก็ไม่มีอยู่ตรงนี้ครับ กระทรวงไอซีทีก็ขอฝากด้วย เพราะว่าเดี๋ยวนี้คงไม่ใช่คนจะเดินทางไปดูสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งได้มาก จําเป็นต้องให้มี การใช้เครือข่ายสารสนเทศเป็นอย่างมาก แล้วก็ประวัติศาสตร์หลายอย่างมาจากภาคเกษตร การทํามาหากินในเชิงเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ต้องเกี่ยวข้องด้วย หลายอย่างเป็นมิติ ในเชิงการปกครอง หลายอย่างเป็นประวัติศาสตร์ในเรื่องของทางกระบวนการยุติธรรม มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติหลาย ๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นที่โรงพยาบาลศิริราชก็ดี กระทรวงสาธารณสุขต่าง ๆ ก็ดี กระทรวงวิทยาศาสตร์ก็ดีจําเป็น กระทรวงอุตสาหกรรมก็ดี ทั้งหมดทั้งสิ้น กระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นความมั่นคง ถ้าท่านเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมา แล้วทําให้ประเทศพังทลายลง ถ้าไม่มีฝ่ายความมั่นคง ไม่มีทางด้านตํารวจไปอยู่ด้วย ไม่มีกระทรวงกลาโหมอยู่ด้วย ไม่มีราชบัณฑิตยสถานอยู่ด้วย ไม่มีกวีอยู่ด้วย ผมว่าไม่เกิดความสมบูรณ์ แล้วไม่มีสภาวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น ไม่มีผู้นําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เลือกกันเอง ให้เหลือกี่คนก็แล้วแต่ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ผมฝากด้วยครับ คณะกรรมการ ๒ ชุดนี้จะทําให้กฎหมาย ของท่านนี้เกิดความมีส่วนร่วมและเกิดความรอบคอบ แล้วมีคนช่วยอธิบดีกรมศิลปากรทํางาน แล้วก็อธิบดีกรมศิลปากรก็คุมในเชิงวิชาการและการบริหารสํานักงาน
ในหมวดที่ ๒ นะครับ หอจดหมายเหตุแห่งชาติผมฝากด้วยว่าต้องขยายผล ไปจนถึงว่าควรมีหอจดหมายเหตุในระดับจังหวัดหรือในระดับภาค หรือท่านอาจจะมีสาขา ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติตามหน่วยราชการท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้าหรือที่ไหนก็แล้วแต่นะครับ ท่านควรมีหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่เปิดกฎหมายกว้างไว้ให้สามารถที่จะขยับขยายได้ในอนาคต หรือเป็นหอจดหมายเหตุแห่งชาติเชิงอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้มีใช้สถานที่อะไรมากนะครับ แล้วก็อาจจะมีกําหนดกฎเกณฑ์ออกไปว่าจะต้องมีการบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ทุกกี่ปี ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการกําหนด เช่น ทุก ๑๐ ปี ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ในแง่ของมาตรา ๒๒ ก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยว่าท่านห้ามไม่ให้ผู้ใด ทําปลอมเอกสารขึ้นทั้งฉบับหรือส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง เพราะฉะนั้นท่านก็ไม่สามารถทําของที่ระลึกใด ๆ เลยแม้แต่ภาครัฐก็ไม่ได้เลย ผิดกฎหมายไปหมดนะครับ ตํารวจจับไม่ไหวแน่นอน ท่านต้องเปิดช่องไว้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ ทางด้านอะไรหรืออํานาจของใคร ถ้าหากว่าอธิบดีเป็นผู้อนุมัติอนุญาต เกิดความไม่โปร่งใส เป็นผลประโยชน์ของอธิบดี ท่านจะออกแบบกฎหมายอย่างไรทําได้ทั้งนั้น ฝากข้อสังเกต ความกังวลนี้ไว้ด้วย
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งถ้าไม่มีหมวดของการอุทธรณ์จดหมายเหตุ กรณีที่ พ.ร.บ. นี้ ออกมาแล้วมีการบันทึกประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุผิดพลาดท่านไม่เปิดโอกาสให้ ใครอุทธรณ์ได้เลยที่จะมีคณะกรรมการมาแก้ไขปรับปรุง ท่านเบ็ดเสร็จอยู่ที่หน่วยงานของท่าน ผมว่าเดี๋ยวนี้ความเจริญทันสมัยคนมีความคิดต่างตลอดเวลานะครับ ท่านต้องเปิดช่อง ในหมวดที่จะมีการอุทธรณ์รับฟังความคิดเห็นก่อนที่ท่านจะบรรจุเข้าไปในประวัติศาสตร์ ท่านต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ท่านจะต้องเผยแพร่ในวารสาร จัดนิทรรศการหรือเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อันนี้เป็นเรื่องของกระบวนการ ที่จะให้ได้ผลลัพธ์อย่างมีส่วนร่วมแล้วก็ปราศจากการโต้แย้งนะครับ
ในเรื่องของกองทุน หมวดกองทุนในหมวดที่ ๔ ผมฝากด้วยครับ คณะกรรมการที่ดูแลกองทุนมี ๗ คนเท่านั้นเอง ไม่รู้ดูแลงบเท่าไร ในฐานะของ สภาผู้แทนราษฎรคงไม่สามารถจัดเงินให้ท่านได้มากนักละครับ ถ้าท่านใช้คณะกรรมการแค่ ๗ คน แล้วก็เป็นภาคราชการทั้งนั้นเลยนะครับ ผมอยากจะให้ท่านเพิ่มคณะกรรมการในหมวดกองทุน ให้มีในภาคของมีการคัดสรรเลือกตั้งเข้ามาจากสภาวัฒนธรรมในท้องถิ่นต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม ในการสังเกตสังกาความโปร่งใสในเรื่องของกองทุนด้วย เพราะกองทุนนี้ในร่าง พ.ร.บ. นี้ ให้รายงานแค่รัฐมนตรี ทีนี้ท่านรัฐมนตรีรายงานแล้วก็เก็บเข้าแฟ้ม ก็ไม่มีโอกาสได้มีใคร มาช่วยติติงเลยนะครับ แต่ทีนี้ครั้นว่าจะนําเข้ามารายงานในสภาผู้แทนราษฎรหมดทุกเรื่อง ปัจจุบันรายงานในสภาผู้แทนราษฎรก็รับไม่ไหว ผมคิดว่าทําอย่างไรที่จะให้ออกแบบให้ การใช้งบประมาณในกองทุนนี้เกิดความโปร่งใส แล้วก็เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นหรือองค์กร หรือบุคคลต่าง ๆ ที่มีความประสงค์ที่จะรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์นะครับ ช่วยทางภาคราชการได้ แล้วก็อยากจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ภาคองค์กร ภาคท้องถิ่น ได้รับเงินอุดหนุน จากกองทุนนี้ด้วยเพื่อจะได้ช่วยท่านอีกทางหนึ่งนะครับ ท่านพยายามอย่ากอดงานเอาไว้อยู่ภาครัฐ หรือแม้กระทั่งท่านจะออกแบบให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถดูแลทําผลกําไรจากการท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ หรือการจําหน่ายของที่ระลึก หรือการก๊อปปี้วัตถุต่าง ๆ ในทาง ประวัติศาสตร์เพื่อประโยชน์ทางการค้าต่าง ๆ ท่านก็สามารถที่จะออกแบบเผื่อไว้ในกฎหมายนี้ด้วย เช่นเดียวกันนะครับ ผมขอฝากความกังวลแก่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงทางรัฐบาล และกรรมาธิการวิสามัญได้นําไปพิจารณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านทองดี มนิสสาร แล้วมาท่านเจะอามิงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเห็นด้วยและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพ คือผมจะไม่ซ้ําประเด็นกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมาแล้ว ผมจะขออนุญาตนะครับ เขตพื้นที่ในเขตจังหวัดอุดรธานีที่เทศบาลบ้านเชียง ชุมชนบ้านเชียง คือมรดกโลกบ้านเชียงครับ ๕,๐๐๐ ปีแล้วที่กรมศิลปากรและฝ่ายที่ไปขุดค้น ด้วยหลักแล้ว ประวัติศาสตร์ของมรดกโลกบ้านเชียงนั้น การอพยพ การย้ายถิ่นฐานมาจากไทยพวน มาจาก เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพราะฉะนั้นตรงนี้มีหลายอย่าง ที่เป็นประวัติศาสตร์แล้วก็เป็นเรื่องที่จะเข้าสู่จดหมายเหตุตรงนี้ได้ สําคัญที่สุดก็อยากให้ ทางท่านพวกเราฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายรัฐมนตรีที่มีส่วนร่วมในการดูแลตรงนี้ คือเกี่ยวกับ ความสามัคคี ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว ชุมชนบ้านเชียงในเทศบาลบ้านเชียง ถ้ากรมศิลปากร ไม่อนุญาต ขุดที่ไหนเจอโครงกระดูกแล้วก็มีการเจริญทางด้านวัตถุก็คือสมัยเหล็ก มีหอก มีดาบ มีอะไร ที่วางอยู่ในหลุมศพทุกหลุมนะครับ มีไหลายบ้านเชียง หรือหม้อลายบ้านเชียง แล้วลายเขียนสีนะครับ สีเดียวทั้งในชุมชนในมรดกบ้านเชียงไม่มีสีอื่นแล้วก็เป็นลายเดียวที่ไม่มี เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีใครทําเหมือนอยู่ นี่เป็นเหตุที่จะศึกษาและดูประวัติศาสตร์ ๕,๐๐๐ ปี ของอารยธรรมของชุมชนบ้านเชียงหรือมรดกโลกบ้านเชียง เพราะฉะนั้นการเจริญทางด้านวัตถุ หรือด้านเหล็ก ดีบุกเราเจริญมา ๕,๐๐๐ ปีแล้วไม่ใช่วันนี้ แล้วความสามัคคีที่ผมว่านี้ ก็คือเกี่ยวกับทุกที่ทุกหลุมตรงนั้นเป็นที่เดียวกันและแล้วการฟื้นฟูตรงนี้ ขออนุญาตกลับมานะครับ ขออนุญาตด้วยนะครับว่าสมัยรัฐบาลไทยรักไทยโดยการนําของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้ให้ทางท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมตอนนั้น ท่านอุไรวรรณ เทียนทอง ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผมประสานงานโครงการ ให้ท่านจัดงบประมาณลงไปสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง แล้วมีเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ดูแลตรงนั้นอยู่ เป็นการท่องเที่ยวระดับเมืองไทยเราหรือไทยแลนด์ไปทั่วโลกนะครับ ไปต่างประเทศจะเห็นไหลายมรดกโลกหรือไหลายบ้านเชียง มรดกโลกบ้านเชียงไทยแลนด์ ไม่ได้กล่าวไทยแลนด์ก่อนนะครับ มรดกโลกบ้านเชียงไทยแลนด์ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือว่า เป็นหน้าตาของการพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวได้อย่างดี เป็นรายได้เข้าประเทศ เพราะฉะนั้น ทุกปีจังหวัดอุดรธานีได้จัดงานมรดกโลกบ้านเชียง เดิมจัดที่จังหวัดพอตัวผมได้เข้ามาสู่ ทางด้านการเมือง กระผมก็ได้เสนอในที่ประชุมส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในตรงนี้ วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานีให้จัดที่เขตพื้นที่ที่บ้านเชียง หนองหาน ก็จัดมา ๑๐ กว่าปีแล้ว ทุกปีนั้นอุปทูตลาวก็เดินทางข้ามมาให้การร่วมมือในการที่เป็น แขกเหรื่อของประเทศไทย เป็นแขกผู้ใหญ่ของต่างชาติเข้ามาร่วมงานตลอด แต่การประชาสัมพันธ์ ผมจะพูดตรงนี้นะครับจะไม่เสียเวลามากนัก คือการประชาสัมพันธ์ ของการท่องเที่ยวไทยเรานั้น เรามีของดีให้อวด ให้โชว์ระดับโลกอยู่แล้ว แล้วเชียร์ ไหม เราประชาสัมพันธ์ทุกที่เต็มที่ไหม ผมได้พูดในการจัดงานมรดกโลกว่าท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องครับ ท่านอธิบดีที่ไปร่วมงาน ท่านประชาสัมพันธ์ขนาดไหน ต่างชาติขนาดสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวก็ข้ามมา หลวงพระบางก็มา พี่น้องทางลาวพวน ไทยพวน หรือลาวระหว่างอีสานนี่ เป็นพี่น้องกัน เป็นญาติที่เราผูกพันกันแต่ดึกดําบรรพ์ แต่โบราณกาล ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เรียกว่าเรามีของดี เรามีมรดกโลกเป็นระดับโลกแล้ว เราเชียร์ตรงนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ เหตุที่ผมเห็นด้วยที่สุดก็คือข้อที่วัตถุประสงค์ในการจัดทําและรักษาเอกสาร จดหมายเหตุ ข้อ ๔ เพื่อเป็นการสารนิเทศอันแสดงให้รู้ถึงประวัติการพัฒนาของหน่วยงาน แล้วข้อ ๕ เพื่อเป็นมรดกโลกของชาติที่ให้ความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ เอกสารจดหมายเหตุ ของกฎหมายที่เรานําเข้าสภาในวันนี้ โดยการนําของรัฐบาลแล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมนะครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เรามีอะไรที่ดี ๆ อยู่แล้วจับขึ้นมา เพื่อพัฒนา เรามีประวัติศาสตร์อันดีอยู่แล้ว เมืองไทยเรามีตั้งแต่ดึกดําบรรพ์แล้ว มีความสมัครสมานสามัคคี ณ วันนี้ยังมีความสามัคคีอยู่ เมืองไทยเราไม่มีล่มสลายหรอกครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านเจะอามิงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบคุณทางรัฐมนตรีที่ได้นําร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่นําเสนอต่อสภา สิ่งที่กระผมเห็นด้วย ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า จดหมายเหตุจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลในการบันทึกข้อเท็จจริง รวมทั้งความเป็นมาสิ่งที่เกิดเหตุ ทั้งในอดีตเพื่อเอามาเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมา กระผมขออนุญาตท่านประธานว่าวันนี้ประวัติศาสตร์ชาติไทย เราต้องยอมรับ อย่างตรงไปตรงมาว่าประเทศเรานั้นคงจะต้องให้ความสําคัญกับประวัติศาสตร์ นอกจากประวัติศาสตร์ของประเทศในภาพรวมแล้ว เราต้องให้ความสําคัญกับประวัติศาสตร์ ของท้องถิ่น ท่านประธานที่เคารพ ความสําคัญของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ถ้าจะยกตัวอย่าง ในกรณีของที่เพื่อนสมาชิกได้ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ ก็จะได้แลเห็นว่าความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม ความหลากหลายจากความเป็นอยู่ ความหลากหลายจากการนับถือด้านศาสนา มันเป็นมิติความหมายที่น่าชื่นชมสําหรับประเทศไทย เป็นประเทศที่ให้ความสําคัญกับบุคคล ความหลากหลายทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเราย้อนกลับไปดูว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ทางประวัติศาสตร์ มีชาติพันธุ์และความเป็นมาของคนที่นั่น มีความชัดเจนว่าเขามีความเป็นอยู่ และมีอัตลักษณ์ประวัติศาสตร์ความเป็นอยู่ของเขาส่วนหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ หลายสิ่งหลายอย่างจากสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ในกรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายเรื่องมันเกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์ ความไม่เข้าใจ ประวัติศาสตร์ของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในจังหวัดชายแดนภาคใต้เราต้องยอมรับว่าความเป็นตน ความเป็นของคนจังหวัด ชายแดนภาคใต้เขาเรียกว่าคนปัตตานี มีอัตลักษณ์และมีความเป็นของตัวเองอยู่จริง มีตัวตนจริง แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือการทําความเข้าใจและการบันทึก ด้านประวัติศาสตร์ ไม่มีการบันทึกไว้เป็นในหลักการและเหตุผลเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้แลเห็น ได้ศึกษา แต่ที่สําคัญมากกว่านั้น ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดปัตตานี เราต้องยอมรับว่า แม้กระทั่งเอกสารในด้านประวัติศาสตร์สําหรับคนหรือคนต่างภูมิภาค ประชาชนต่างภูมิภาค ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ปัตตานี วันนี้ไม่มีประวัติศาสตร์อันไหนที่ได้รับการยอมรับ จากรัฐบาลเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าแลเห็นเขาไปว่าความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งมันก็เกิดจากเหตุการณ์การไม่ยอมรับประวัติศาสตร์ของคนที่นั่น การยอมรับ ประวัติศาสตร์ของคนที่นั่นมิได้หมายความว่าคนที่นั่นต้องการแยกดินแดนครับท่านประธาน ผมเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่าความเป็นอยู่ อัตลักษณ์ของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความแตกต่าง ซึ่งต่อไปนี้จะต้องมีการบันทึกไว้ในจดหมายเหตุเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ให้กับ บุคคลได้เรียนรู้ แม้กระทั่งงานเขียนซึ่งเป็นงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลในสมัยก่อนหน้านี้ อย่างงานเขียนของนายอับดุลเลาะห์ ลออแมน ซึ่งเป็นงานเขียนที่พูดถึงเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกทางราชการ ห้ามจําหน่าย ถามว่าวันนี้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงแม้จะมีความรู้เรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะสามารถพูดถึงอัตลักษณ์และความเป็นอยู่ของตัวเองเท่านั้นละครับ เอกสารที่เป็นที่ยอมรับ ของคนทั้งประเทศหรือเป็นที่ยอมรับของทางราชการไม่มีประวัติศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือของปัตตานีไว้เลยครับท่านประธาน การที่เรามีกฎหมายว่าด้วยจดหมายเหตุแห่งชาติ ต่อไปนี้อยากจะนําเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกที่จะมาเป็นคณะกรรมาธิการว่า การรักษาอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของแต่ละภูมิภาคก็ควรที่จะบรรจุไว้และรักษา สิ่งสําคัญ และสิ่งดี ๆ เหล่านี้ไว้ในจดหมายเหตุแห่งชาติไว้ด้วย ไม่ว่าประวัติศาสตร์ ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ทางภาคกลางและภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายประเด็นที่เกิดปัญหาในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เกิดจากคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนที่ไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดองค์ความรู้และความเข้าใจ เห็นไหมครับ ผมถึงบอกว่าประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น ของทุกภูมิภาค วันนี้เราต้องช่วยกันสร้างให้เป็น องค์ความรู้เดียวกันและเป็นที่ยอมรับของประวัติศาสตร์ของทุกคน จะทําให้คนในชาติสามารถ ที่จะเข้าใจประวัติศาสตร์เป็นไปในทิศทางเดียวกันและไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ และบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ประวัติศาสตร์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะให้ทางกรรมาธิการได้กรุณาไปดูว่าแม้ประวัติศาสตร์ของอยุธยา สุโขทัย บ้านเชียง ประวัติศาสตร์เมืองโบราณ ยะรัง ศรีวิชัย ลังกาสุกะ และประวัติศาสตร์ปัตตานี เหล่านี้ควรที่จะต้อง บรรจุไว้ เก็บไว้และรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อที่อะไรครับ เพื่อที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ค้นหา หาความรู้เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติของประวัติศาสตร์และจะนําไปสู่ ในการแก้ไขปัญหาและความถูกต้องของแนวทางในการแก้ปัญหาด้านอัตลักษณ์ และความเป็นอยู่ เชื้อชาติและศาสนา จะได้มีความเข้าใจถูกต้อง ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่ง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความผิดพลาด ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ถ้าไม่มีความเข้าใจมันมีหลายเรื่องครับ จากรัฐบาลก่อนหน้านี้เป็นประวัติศาสตร์อย่างชัดเจนว่าเราก็จะต้องมีการบันทึกไว้ ในสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันว่า การเสนอและกําลังเสนอนโยบายที่ไม่มีความชัดเจน และไม่มีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ในพื้นที่ทําให้การกําหนดนโยบายการแก้ไขปัญหา ไปกระทบกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของเขา สิ่งเหล่านี้นําไปสู่ประเด็นทําให้เกิดความไม่เข้าใจ และมีปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนต่อท่านประธานไปถึงทางคณะกรรมาธิการ ที่จะมาเป็นกรรมาธิการว่า กรุณาให้ความสําคัญในการที่จะต้องบรรจุไว้ในประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ในด้านท้องถิ่น ผมเรียนย้ําเลยอย่างนี้ครับ สิ่งที่สําคัญที่สุด ประวัติศาสตร์ของแต่ละภูมิภาค ของแต่ละท้องถิ่นนั้น ที่ผมกลัวมากที่สุดก็คือ กลัวกฎหมาย ฉบับนี้ออกไปแล้วจะเป็นการกีดกั้นมิให้นําเรื่องประวัติศาสตร์แต่ละท้องถิ่นไปเผยแพร่ เหล่านี้ครับที่ผมเป็นห่วง ก็ฝากทางกรรมาธิการช่วยดูแลว่าสิ่งเหล่านี้ประวัติศาสตร์ที่สามารถ บันทึกไว้ เก็บไว้ในหอจดหมายเหตุเหล่านี้ เราต้องออกกฎหมาย ต้องไม่กีดกั้น ให้เขาสามารถ นําเรื่องประวัติศาสตร์เหล่านี้ไปศึกษาหาแนวทางและหาความรู้เพิ่มเติม ท่านประธานคงจะได้แลเห็นว่า ก่อนหน้านี้อย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่กระผมต้องยอมรับ และสังคมในประเทศไทย ยอมรับกันอย่างชัดเจนว่า แม้กระทั่งการดําเนินการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้กระทั่งการเกิดนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความผิดพลาด อย่างในสมัยรัฐบาลของคุณทักษิณ ชินวัตร ได้มีการแก้ไขแนวทาง ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความผิดพลาดนําไปสู่ทําให้เกิดความรุนแรง ทําให้ประชาชนในขณะนี้มีการสูญเสียชีวิต ตั้งแต่เท่าที่ผมจดบันทึกข้อมูลไว้ จากศูนย์ปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศชต. ข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ที่จริงเหตุการณ์เกิดก่อนหน้านี้นะครับ แต่ข้อมูลที่มีคนตายมากที่สุด ๘ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึง ๒๕๕๔ เกิดเหตุทั้งหมด ๑๒,๖๐๔ ครั้ง มีประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์จากการใช้ นโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้นผิดพลาด ทําให้มีผู้เสียชีวิต ๕,๒๔๓ คน มีผู้บาดเจ็บ ๘,๙๔๑ คน มีครูเสียชีวิตในขณะนี้ ๑๔๘ คน พระ ๗ รูป ประชาชนเสียหายและเสียชีวิตมากที่สุด ๔,๒๑๕ ราย ทหาร ๓๕๑ ราย ตํารวจ ๒๘๐ ราย ที่สําคัญมากกว่านั้นคือ จากการเกิดนโยบาย ความผิดพลาดของรัฐบาลของคุณทักษิณกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ทําให้เกิด สตรีหม้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒,๒๙๕ คน เด็กกําพร้าอีก ๔,๔๕๕ คน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้ทางสภาผู้แทนราษฎร หรือทางกฎหมายที่จะต้องมีการบันทึกไว้ ต้องบันทึกไว้นี่คือประวัติศาสตร์ว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผิดพลาด ทําให้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดมีความเสียหาย มีการสูญเสียชีวิตถึงขนาดนี้ สิ่งเหล่านี้ต้องมีการบันทึกไว้ในจดหมายเหตุแห่งชาติ ประชาชนคนรุ่นหลัง รุ่นลูก รุ่นหลาน ของพวกผมจะได้ย้อนกลับมาดูว่ามันเกิดเหตุอะไร เกิดความรุนแรงอย่างไร ครั้งหนึ่งในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เคยเกิดนโยบายผิดพลาดกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ หลังจากนั้นถัดมาก็มาเกิดในสมัยรัฐบาลของท่านทักษิณนี่ละครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานจะต้องบันทึกไว้เลยครับว่า ในหอจดหมายเหตุวันนี้ ท่านจะต้องบันทึกไว้ แม้กระทั่งในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๗ กรณีการเกิดเหตุการณ์ยิงกัน ในมัสยิดกรือเซะ อําเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ท่านประธานก็ต้องจดบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่ารัฐบาลสมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร สั่งให้ตํารวจฆ่าประชาชนในมัสยิด ไม่เคยมีรัฐบาลในสมัยไหนที่สั่งและให้นโยบายเกี่ยวกับ แก้ไขปัญหาโดยการฆ่าประชาชนในมัสยิด ก็ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ในจดหมายเหตุ เหมือนกันว่าหนึ่งในเหตุการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ามันมีเหตุอย่างนี้เกิดจากนโยบาย ของรัฐบาลมีความผิดพลาดกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้กระทั่ง การเกิดเหตุเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ การสลายม็อบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั่นก็คือ กรณีการสลายม็อบของกรณีตากใบ ท่านประธานคงจะได้แลเห็นว่าในขณะนั้น พี่น้องประชาชนที่มาประท้วงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อําเภอตากใบ มีการประท้วง เพื่อขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลในสมัยนั้น แต่กระบวนการการใช้นโยบายของรัฐบาล สมัยของคุณทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น ได้สั่งการให้ปราบผู้คน พี่น้องประชาชนที่ไปประท้วง โดยมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ไม่มีน้ํามันไปเผาบ้านเผาเมือง ถูกจับนําขึ้นไปบนรถทับเรียงกัน ๕ ชั้น จนทําให้ผู้คนได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ๗๘ ศพ ๗๘ ศพ ที่มีการเคลื่อนย้ายจากตากใบ ไปที่ค่ายอิงคยุทธบริหารจังหวัดปัตตานี ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้ต่อไปนี้ต้องบันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์ว่าใครไปทําความชั่วร้ายกับแนวทางที่ผิดพลาด กับแนวทางในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถึงนําเรียนต่อท่านประธานด้วยอย่างตรงไปตรงมาว่า หลายเรื่องที่เราจะต้องมีการบันทึก แม้กระทั่งในการกําหนดนโยบายของรัฐบาลแต่ละรัฐบาล ถ้าหากมีความผิดพลาดในแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องมีการบันทึกไว้เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ วันนี้เราก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่วันนี้ก็ยังแก้ไขปัญหา แม้กระทั่งรัฐบาลนี้เอง แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เหมือนตาบอดคลําช้าง ยังไม่มี แนวนโยบายที่ชัดเจนกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย สิ่งเหล่านี้ ต่อไปนี้จะต้องมีการบันทึกไว้ในจดหมายเหตุ แม้กระทั่งในการที่จัดเงินเยียวยา ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าสิ่งเหล่านี้ก็คงจะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เหมือนกัน ในกรณี การประท้วงในที่กรุงเทพมหานคร มีการเผาบ้านเผาเมือง มีการปองร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ คนเหล่านี้ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ๗.๕ ล้านบาท ในขณะที่พี่น้องประชาชนซึ่งได้รับ ผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลในสมัยของคุณทักษิณ ชินวัตร ได้แก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ผิดพลาดไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ ให้เงินเยียวยา แต่ว่าไม่มากมายเท่ากับรัฐบาลซึ่งให้ความสําคัญกับกลุ่มคนเสื้อแดงในขณะนี้ ท่านประธานจะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกครับว่าในกรณีของตํารวจ ทหาร ซึ่งไปดูแล พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชีวิตเขาเกิดความสูญเสีย มีทหาร ตํารวจจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ไปสูญเสียใน
มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านจ่าประสิทธิ์ครับ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กระผมขอประท้วงผู้อภิปราย กระทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านเจะอามิง สรุปได้แล้วครับ
ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมเรียนยืนยันว่า ผมไม่ได้กระทําความผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงประการใด ที่ผมพูดก็คือ ข้อเท็จจริงที่ผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรว่าในกรณีที่มีพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... สิ่งเหล่านี้จะต้องบันทึกไว้ในจดหมายเหตุว่าสถานการณ์และเหตุการณ์แต่ละครั้ง แต่ละชอต แต่ละครั้งที่เกิดขึ้นจะต้องมีการบันทึกไว้เพื่อให้พี่น้องประชาชนลูกหลานของเราในสมัยรุ่นหลัง จะต้องได้รับรู้และเรียนรู้ไว้หลายเรื่องเหตุการณ์ของประเทศเราในขณะนี้จะต้องได้รับ การบันทึกไว้ ผมถึงบอกว่าวันนี้เห็นด้วยกับรัฐมนตรีที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้ ต่อสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คืออย่าลืมว่าอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชน ของแต่ละภูมิภาคต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์และไว้ในจดหมายเหตุ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ ผมจะอภิปรายผมขอพาดพิงไปยังท่านเจะอามิงด้วยครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจกิจกรรม ชายแดนภาคใต้ ผมก็อยากฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ถ้าบอกทักษิณฆ่าประชาชน ก็ต้องบอกอภิสิทธิ์ฆ่าประชาชนด้วยที่กรุงเทพฯ ด้วยนะ ไม่ใช่อยู่ชายแดนนะ บันทึกให้ชัดเจน ไม่ต้องลําเอียง ทหารว่าอย่างไรก็ว่าไปตามทหารว่า ประชาชนเขาว่าอย่างไร ก็ว่า พรรคประชาธิปัตย์ว่าเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมืองก็เขียนลงไป ทางเสื้อแดงบอกว่า ทางเสื้อแดงไม่ได้เผาก็ว่าไปตามเอกสารตามหลักฐาน
ท่านสมคิดมีผู้ประท้วงครับ ท่านวัชระเชิญครับ ท่านสมคิดหยุดสักครู่ครับ ท่านวัชระมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากจะลุกขึ้นประท้วงท่านผู้อภิปราย แต่ขออนุญาตประท้วงเนื่องจากว่า ท่านได้กล่าวหา บิดเบือน ใส่ร้าย และพูดด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าอภิสิทธิ์ฆ่าประชาชน เพราะท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยเข่นฆ่าประชาชนท่านประธานครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ผู้พูดถอนคําพูดครับ
คืออย่างนี้ ท่านวัชระ เมื่อสักครู่ท่านเจะอามิงพูดผมก็ปล่อย เพราะว่าจะอ้างว่าบันทึกในประวัติศาสตร์ ผมก็ไม่ว่าอะไรถ้าท่านเปิดเทปฟังดู ผมพยายามเห็นว่าการประชุมผ่านมาด้วยดี ท่านสมคิด ก็อย่าได้พยายามไปเอ่ยถึงท่านอื่น ให้การประชุมมันราบเรียบต่อไปดีกว่า เชิญท่านสมคิดครับ
เพื่อเป็นการบันทึกให้มันเที่ยงธรรม ก็บันทึก ผมก็บอกว่าให้บันทึก
ท่านสมคิด ท่านวัชระครับ
ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลครับ ท่านประธานครับ ท่านสมคิด บาลไธสง ผมสนิทกับท่านนะครับ ไม่อยากประท้วงท่าน แต่ที่ท่านพูดบอกว่าอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน อภิสิทธิ์ฆ่าประชาชนโดยข้อเท็จจริงไม่มีอย่างนี้เลยครับ ท่านประธาน
ท่านวัชระท่านอย่าย้ํา คืออย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ถ้าท่านนั่งอยู่ต้องมีความเป็นธรรม ผมก็มีความเป็นธรรม มีคนพูดถึงผมก็พยายามไม่อยากให้พูดถึงเรื่องประเด็นพวกนี้ แต่ก็มีทางฝั่งโน้นพูดผมก็ไม่อนุญาตให้พูด เพราะว่าเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ อยากให้บันทึกผมก็ไม่ว่าอะไรครับ แต่นี่ถ้าผมจะให้ท่านสมคิดถอนทางโน้นก็ต้องถอน มันก็ไม่ดี เอาละท่านสมคิดพยายามอย่าได้กล่าว ต่อไปเอาเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ดีกว่าครับ พูดอะไรไปผมว่าประชาชนเขาฟังอยู่ ท่านวัชระต้องมีความเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย เชิญท่านสมคิดครับ
ขอบคุณมากครับ คือผมเคยอภิปราย ในเรื่องการพลศึกษาเราทุกคนมีสปิริตหน่อย เวลาตัวเองอภิปรายผมไม่พูดเลย เงียบ เจะอามิงว่าอย่างไรผมก็ฟังเขา น่ามีเหตุผล ผมก็ตอบอย่างมีเหตุผลเหมือนกันว่าน่าจะบันทึก ไว้ทุกเรื่อง อภิสิทธิ์ไม่ได้ฆ่า แต่ได้สั่งฆ่าก็ว่าไปนะครับ เอาไปตามหลักฐานราชการว่าไป ทางเอกชนก็ว่าไป ก็แค่นั้นครับ ผมอยากให้ทุกคนมีสปิริตรับฟังเหตุผลกัน พอฝ่ายหนึ่งพูดนิดหน่อยก็ทนไม่ได้ก็ต้องขออภัย เราต้องมีสปิริตครับนักการเมือง ผมต้องขอขอบคุณทางรัฐมนตรีที่ได้นําร่างพระราชบัญญัตินี้มา ผมก็ขอแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะไม่ซ้ํากับทุกท่านที่พูดมา เพราะว่าจะไม่เสียเวลานะครับ ผมอยากแสดงความคิดเห็น ตรงกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมเริ่มแรกผมบอกว่าต้องเอาคนก่อน คนที่มาอยู่ กระทรวงวัฒนธรรมต้องเป็นคนอย่างไร ต้องเป็นคนที่เป็นตัวอย่างคนได้นะครับ ไม่ใช่ สอบบรรจุแค่สอบได้ที่ ๑ แล้วก็เอามานะ ต้องศึกษาประวัติด้วย เริ่มต้นตั้งแต่คุณธรรม จริยธรรมไป ต้องเน้นหนักเรื่องนี้ ถ้าจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรมที่เป็นเยี่ยงอย่างของ คนทั้งประเทศนะครับ คน การคัดเลือกคน กิจกรรมของประเทศ กิจกรรมท้องถิ่น ผมว่ากระทรวงวัฒนธรรมถ้าเราจะทําจดหมายเหตุ มีหลายท่านบอกว่าต้องมีระดับประเทศ ระดับจังหวัด ผมบอกว่าจะมีระดับประเทศแห่งเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณจะเผยแพร่ ประวัติศาสตร์ คุณส่งหนังสือประวัติศาสตร์ไปให้ทุกโรงเรียนได้ไหม ส่งให้ทุกโรงเรียน ห้องสมุดโรงเรียน ถ้าคนสนใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติศาสตร์อะไร อย่าให้เขาซื้อ ให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นคนผลิตหนังสือประวัติศาสตร์ทุกเรื่องไปยังหอสมุดหรือห้องสมุด ในโรงเรียน เราจะไม่มีต้องมาตั้งงบประมาณสร้างหอสมุดเลย ถ้ามีงบประมาณก็ให้เขาสร้าง ห้องสมุดโรงเรียนให้มันมาตรฐาน กระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงวัฒนธรรมก็รับลูกกันไป ประวัติศาสตร์มันถึงจะไปสู่พี่น้องลูกหลานไปทั่ว ไม่ใช่ไปตั้งแค่ ๗-๘ แห่ง แล้วใครจะไปอ่านหนังสืออยู่ ๗-๘ แห่ง อ่านดูแล้วว่าห้ามไม่ให้ลอก ไม่ให้สํารอง ไม่ให้ทําอะไร ไม่ให้เอาออกนอกสถานที่ ยิ่งไปกันใหญ่ ผมบอกว่าให้มันลักไปเลย แต่ต้นฉบับให้มันเหลือ ให้เขาถ่ายไปสิครับ ไปต่างประเทศ ไปอ่านประวัติศาสตร์ไทยอยู่อเมริกาไม่ดีหรือ นี่ผมไม่เห็นด้วยกับการห้ามคัดลอก อะไรนี่ ไปห้ามไว้ทําไม อย่างหลายท่านว่า เขาขายอยู่ฝรั่งเศสราคาเป็นหมื่น แค่รูปภาพ นี่ละครับ ผมก็อยากให้ความคิดแบบนี้ว่าไม่จําเป็นต้องไปสร้างหอจดหมายเหตุระดับจังหวัดหรอก ส่งให้ห้องสมุดจังหวัดนี่ละ มหาวิทยาลัยท้องถิ่นมีเกือบทุกจังหวัดแล้ว โรงเรียนหรือ ระดับอนุปริญญา เทคนิค อาชีวะมีหมด ส่งไป ทางโรงเรียนก็ต้องกําหนดให้เรียน ประวัติศาสตร์ด้วยนะ มันถึงจะได้ค้น ถ้าไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์จ้างเขาก็ไม่ไปอ่าน ทุกระดับต้องเรียนประวัติศาสตร์ จะกําหนดให้เรียนตรงไหนตามขนาดของเด็กนักเรียน เขาน่าจะรู้จักประวัติศาสตร์ของตัวเองนะครับ ถ้าพวกเราเข้าใจประวัติศาสตร์ ไม่ว่าอีสาน หลายคนก็อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าภาคใต้ เจะอามิงว่าไป ถ้าทุกคนเข้าใจประวัติศาสตร์ตัวเอง ยอมรับประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนนะครับ มันจะไม่มีปัญหา เดี๋ยวนี้เราไปปิดบังประวัติศาสตร์ บางคนแม้แต่ ส.ส. ก็ไม่กล้าบอกประวัติศาสตร์ตัวเอง บิดบังเปลี่ยนชื่อ ไม่กล้าบอกชื่อว่า ไอ้หําน้อย ไอ้อะไร บางคนไม่กล้าบอกเลย กลัว อาย ต้องมาเปลี่ยนชื่อยาวเหมือนคนจีนเขา เปลี่ยนชื่อ คือไม่กล้าบอกแม้แต่ประวัติของตัวเองนะครับ แต่ถ้าทุกคนยอมรับประวัติ ยอมรับอัตลักษณ์อย่างที่บอกมาแล้ว คนอีสานกินข้าวเหนียว คนไหนมาบอกผมว่า ลาวกินข้าวเหนียว ผมก็ขอบคุณมาก ผมเป็นคนลาวจริง ๆ เป็นคนอีสาน แต่อยู่ในประเทศไทย กฎหมายไทย ก็เป็นคนไทยด้วยกัน อยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเป็นอิสลาม เราอยู่ใน ประเทศไทย เราก็เป็นคนไทยด้วยกัน แต่ทุกคนยอมรับแบบนี้มันจะไม่มีปัญหา คนเหนือ เป็นคนเหนือ เป็นลาวภาคเหนือก็ยอมรับว่าเป็นลาวภาคเหนือ มันก็ไม่มีปัญหา แต่ทุกคน นักประวัติศาสตร์ระดับท้องถิ่นก็ต้องให้ความสําคัญว่า เมื่อเราสร้างประวัติศาสตร์ ระดับท้องถิ่น เดี๋ยวนี้ครับในสถาบันการศึกษา นักประวัติศาสตร์น้อยมาก คนที่จะเรียน ประวัติศาสตร์ก็น้อยมาก ถ้าคนเรียนประวัติศาสตร์เหมือนกับคนโบราณ คนก็ไม่อยากเรียน เวลาเรียนจบแล้วไม่รู้ว่าใครจะจ้างไปไหน อันนี้ก็ปัญหา ก็ต้องพูดถึงเรื่องสถาบันการศึกษาด้วย เวลารับครู ก็รับครูประวัติศาสตร์ไปสอนด้วย เราไม่ได้รับ ไม่มีครับ ครูพลศึกษาก็เหมือนกันอย่างที่ว่ามาแล้ว ไม่มี บางโรงเรียนก็ไม่มี ครูพลศึกษา ไม่มีครูประวัติศาสตร์ มันก็มีปัญหา เพราะว่าเราไม่ได้ใส่ใจเรื่องประวัติศาสตร์ ทั้งท้องถิ่นและของประเทศนะครับ ท่านครับ ผมอยากพูดถึงเรื่องประเทศไทยเรา คนไทยเรา เชื้อสายไทยเรา ถ้าเราไปในพม่าเราก็เห็นคนไทยในพม่า เขาว่าไทยใหญ่ เขาเรียกตัวเอง ในพม่ายังมี ๑๖ เผ่านะครับ ถ้าเข้าไปในห้องสมุดพิพิธภัณฑ์พม่า ไทยใหญ่มี ๑๖ เผ่า ผมถามว่า ประวัติศาสตร์ไทยเขียนพูดถึงคนไทยในพม่ากี่บรรทัด ไม่มี ใครจะมีความภูมิใจ กับประวัติศาสตร์ของตัวเอง คนไทยในเวียดนาม ไทแดง ไททูน ไทลาย ไทน้ํา ไทลื้อ ไทเขิน ไทยอง ตั้งแต่ในประเทศไทย ในประเทศจีน ไทยสิบสองปันนา แล้วเราเคยสอนให้คนไทยรู้ ประวัติศาสตร์ชาติไทย เชื้อสายไทยเราไหม นอกจากในประเทศและต่างประเทศ มันไม่ได้เขียน ประวัติศาสตร์ไทยแค่หางอึ่ง เขียนสั้น ๆ ตั้งแต่อาณาจักรไทยพวนอ้ายลาวน่านเจ้ามีอยู่ไม่เกิน ๕ บรรทัด เรียนอยู่ชั้น ป. ๕ แค่นั้น แล้วจะรู้จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาตัวเองได้อย่างไร จะภูมิใจอย่างไรกับประเทศตัวเองนะครับ คนไทยมันถึงฆ่าฟันกันอยู่ เพราะมันไม่เข้าใจ ประวัติศาสตร์ความเป็นมานะครับ ผมก็อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เน้นในเรื่องประวัติศาสตร์ ของชาติไทยด้วย ความเป็นมาของชาติไทยด้วย ไม่ใช่พูดถึงแค่สุโขทัยมาสัก ๓ หน้ากระดาษ แล้วมาอยุธยาสัก ๒๐ หน้ากระดาษ สมัยกรุงธนบุรีหน้าครึ่งกระดาษ สมัยกรุงเทพฯ ยาวหน่อยนะครับ ผมก็อยากให้บันทึกรวบรวมนักประวัติศาสตร์ ชําระประวัติศาสตร์ ตรงไหนที่ไม่เป็นจริงก็บอกไม่เป็นจริง ผมยังสับสนเท่าเดี๋ยวนี้ผมเป็นนักเรียน แล้วผมก็เรียน เอกประวัติศาสตร์ เราก็บอกตลอดเลยว่าคนไทยไม่เคยเสียดินแดนให้พม่า ไม่เคยเสีย ไม่เคย แต่ว่าแพ้พม่า ๒ ครั้ง ผมก็งงว่าเอาอย่างไร เราชนะหรือแพ้ เขียนประวัติศาสตร์สับสน ในแง่หนึ่งบอกว่าตัวเองเก่ง ในแง่หนึ่งเสียกรุงศรีอยุธยาให้พม่า ๒ ครั้ง เอาอย่างไร เก่งอย่างไร ทําเป็นอย่างนี้ นี่ละครับประวัติศาสตร์เรามันสับสน แค่ประวัติศาสตร์ใกล้ ๆ เรา ระยะ ๑๐๐-๒๐๐ ปี มาเราก็เขียนยังไม่ชัดเจน เราจะไปบันทึกอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากแสดงความคิดเห็นอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องอย่างประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผมยกตัวอย่างนะครับอย่างที่ทางฝ่ายฝั่งน้ําโขง ทางนครพนม ประวัติศาสตร์นี้เป็นยอดการต่อสู้ เพื่อประเทศไทย คือพระยอดเมืองขวาง ผมถามว่ามีใครรู้พระยอดเมืองขวางไหม ต่อสู้สมัยสงครามอินโดจีนกับฝรั่งเศส ในที่สุดก็ถูกลงโทษ ไปอ่านดูประวัติศาสตร์ เกล็ดประวัติศาสตร์มีสั้นนิดเดียว แต่ถ้าสร้างหอสมุดแห่งชาติที่จังหวัดนครพนม ผมขอเสนอว่า พระยอดเมืองขวางนะครับ ผมอยากให้เป็นอย่างนี้ เอาชื่อของนักต่อสู้เพื่อแผ่นดินไทยมาเป็น หอสมุดแห่งชาติ อยู่ใต้พระยาปัตตานีบ้างอะไรผมยังจําไม่ได้ ก็ตั้งไป เรายอมรับกันครับ ผมอยากให้ทุกคนยอมรับกันในท้องถิ่น ในภาคของตัวเอง อย่างไม่มีจริง ๆ ก็เอา หอสมุดแห่งชาติ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หอสมุดแห่งชาติปัตตานีก็ว่าไป ภาคใต้ตอนบน จะหอสมุดแล้ว บุคคลสําคัญหอสมุดเมืองถลางก็ว่าไป มี ๒ พี่น้องที่ว่าก็ว่าไปครับ เอาชื่อบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่สําคัญจริง ๆ ไม่เอาชื่อคนที่ไม่มีการต่อสู้ทางประวัติศาสตร์ ไปเป็นชื่อเหมือนพ่อแม่ มันไม่มีความภูมิใจในความเป็นอัตลักษณ์ของตัวเองเลยนะครับ เรื่องศาสนาก็เหมือนกันทุกคนต้องยอมรับความแตกต่าง ผมยอมรับความแตกต่างนะครับ ผมสนใจ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๐ จังหวัดภาคอีสาน ผมก็สนใจเรื่องเผ่าพันธุ์ คนเราเกิดมาเลือกเกิดไม่ได้ต่างคนต่างเผ่าพันธุ์ แต่เราก็คือคนไทย เพราะฉะนั้นหอสมุดแห่งชาติกลางก็คือกลาง ต้องเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศรวมทั้งหมด ภาคก็คือเอานักประวัติศาสตร์ประจําภูมิภาคไปเขียนประวัติศาสตร์ภูมิภาค ถ้าจะทําเหมือนที่ เจืออยู่ในเอกสารนี้ ถ้าไม่ทําอย่างผมว่า ถ้าอย่างผมไม่ต้องทํา ส่งไปถึงโรงเรียนทุกโรงเรียน มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย วัดทุกวัด สถานที่ราชการทุกแห่ง มันจะทั่วถึงไปเลย ประวัติศาสตร์นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นก็คือเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องอาหารการกิน ภาษา วัฒนธรรมการแสดงออกพวกนี้นะครับ แต่ละภาคไม่เหมือนกันผม อยากให้หอสมุดแห่งชาติสาขาอาหารนี่ละครับ บ้านผมจะได้เอาปลาร้ามา จริง ๆ บ้านผมเรียก ปลาแดก ภาคอีสานไม่ใช่ปลาร้า ปลาร้าคนไทยภาคกลางพูด ภาคอีสานเรียกปลาแดก ปลาแดกคือเอาเกลือหมักกับปลาใช้เวลานานเป็นภูมิปัญญาของคนอีสาน ผมก็อยากให้เป็น หอสมุดเป็นสาขา ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์อาหาร ประวัติศาสตร์ การปกครอง ประวัติศาสตร์ทางการเมือง สกลนครจะว่าหอสมุดเตียง ศิริขันธ์ ชาวสกลนคร คงหัวใจเบิกบานมาก อดีตรัฐมนตรีถูกเผาทั้งเป็น ทําไมถึงถูกเผา คนอีสานถูกเผา ๔ คน ในอดีตก็เหมือนกันไม่แพ้ทางภาคใต้ครับ เราไม่ต้องพูดกันนั่นคืออดีต แต่เอามาเป็น ชื่อหอสมุดของคนอีสานได้ไหมที่สกลนคร เตียง ศิริขันธ์ หรืออาจารย์ครอง จันดาวงศ์ จะดีไหม ผมก็อยากแสดงความคิดเห็น นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ให้มาเป็นหอสมุดของ คนภาคอีสานถูกเผาย่างสดมาเมื่อไม่กี่ปีมานี่ครับ จะได้ภูมิใจกัน ความเจ็บปวด มันก็จะหายไป เพราะเอามาเป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ของเมือง อันนี้ละครับ
อีกอย่างหนึ่งก็อยากเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเมือง อย่างกรณีเมือง ทางอีสาน อย่างเปงจานนครราชมีใครได้ยินไหม มีใครรู้จักไหม ถ้าเราดูหมอลําคนอีสาน จะต้องบอกว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ข้าพเจ้าเองมีชื่อว่าพระเจ้าพรหมทัตครองเมืองเปงจานนครราช นี่ละครับ นี่คือหมอลําก่อนจะแสดงเขาจะพูดแบบนี้ แต่มีใครไปศึกษาประวัติศาสตร์อีสาน เขียนมาเป็นเรื่องเป็นราวไหม เปงจานนครราช เดี๋ยวนี้เป็นบ้านเปงจาน อยู่อําเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย มันเป็นพันกว่าปีมาแล้วเมืองเปงจานนครราช ผมก็อยากให้ นักประวัติศาสตร์ได้ไปฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของเมืองต่าง ๆ อย่างเมืองศรีเทพก็ยังมีเขียนยาวหน่อย ที่เพชรบูรณ์ เปงจานนครราชพันกว่าปียังไม่มีใครเขียน มีแต่เป็นเรื่องเล่า เป็นพงศาวดาร มีแต่เศษหินเศษปูนอยู่บ้างที่พอให้เห็น เมืองปากห้วยหลวงที่โพนพิสัยบ้านผม มีพระมหากษัตริย์ปกครองนะครับ มีใครไปเขียนไหม หลักศิลาจารึกที่วัดประจันตบุรี บ้านแดนเมือง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย มีหลายหลักฝากนักประวัติศาสตร์ ไปดูหน่อยมีตัวหนังสือบันทึกไว้ อันนี้ก็ยกตัวอย่างบอกว่าเราจะทําอย่างไร ถ้านักประวัติศาสตร์ระดับประเทศไม่สามารถบันทึกได้ เราก็จัดกลุ่มประวัติศาสตร์ระดับภาค ให้นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเขาได้รวบรวมเรียบเรียง มันจะได้ภูมิใจกับประวัติศาสตร์ตัวเอง แล้วก็ทําเป็นหอสมุดแห่งชาติประจําภาคตามที่ท่านว่าก็แล้วไป แต่ผมไม่อยากให้ทํามันน้อยไป ส่งไปถึงโรงเรียนเลยครับ หนังสือนี้จากหอสมุดแห่งชาตินะครับ ส่งไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผลิตอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยส่งไปหมด เพราะฉะนั้น เวลาใครจะศึกษาอะไรให้ไปศึกษาจากหอสมุดโรงเรียนเลย นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก ไปหาเอกสารที่โรงเรียนไม่ต้องมาหอสมุดแห่งชาติ มานั่งเข้าคิวกันกว่าจะได้บางที กลับไปกลับมาไม่จบเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าควรเลื่อนการพิจารณาไปวันพรุ่งนี้ครับ สําหรับวันนี้ปิดการประชุมครับ