สถาพร มณีรัตน์ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายแห่งชาติ พ.ศ..... และเรียกร้องให้มีการวิจัยประวัติศาสตร์เชิงอื่น ๆ ที่มีความเห็นต่างจากจดหมายเหตุ เพื่อให้ชัดเจนถึงที่มาและรากเหง้าของชาติตระกูล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ จดหมายแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่รัฐบาลได้นําเสนอ โดยหลักการและเหตุผลแล้วยินดี ที่จะสนับสนุน เพราะถือว่าเป็นกฎหมายที่เก็บรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้เก็บรักษาไว้ อย่างเป็นระบบและทรงคุณค่า แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องให้บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ เหมือนกันในคําอภิปรายของกระผมที่กฎหมายไม่สามารถที่จะเก็บได้ และไม่สามารถ ครอบคลุมถึง คือความเห็นต่างกับจดหมายเหตุในเชิงประวัติศาสตร์ประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยได้ชื่นชมกรมพระยาดํารงราชานุภาพว่าเป็นบิดาของนักประวัติศาสตร์ ท่านได้บันทึกประวัติศาสตร์ตั้งแต่ร้อยปีพันปี รวมทั้งกระบวนการการต่อสู้ทั้งหมดและเก็บไว้ เป็นหลักฐาน แต่ปรากฏว่าบางขั้นบางตอนนั้นขัดแย้งกับประวัติศาสตร์เชิงท้องถิ่น ที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือผะหญาล้านนา อย่างประวัติศาสตร์ล้านนาจดหมายเหตุ ได้บิดเบือนหลายเรื่อง ถ้าตรงนี้อยากจะให้กฎหมายเปิดช่องโดยเฉพาะกองทุนว่าถ้ามีประวัติศาสตร์ที่นําสืบอีกด้านหนึ่ง ขัดหรือแย้งกับจดหมายเหตุก็ขอให้ศึกษา ผมนําเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี กรณีประวัติศาสตร์ล้านนา อาณาจักรล้านนานั้นใกล้ชิดกับอาณาจักรพม่า ปรากฏว่าบางกอก คนเก่า ๆ แก่ ๆ บ้านผมเรียกกรุงเทพมหานครว่าบางกอก หวาดระแวงว่าเราจะไปเข้ากับ ประเทศพม่าเพราะประเทศพม่าปกครองโดยประเทศอังกฤษ ก็เกรงว่าอาณาจักรล้านนา จะไปจับมือกับประเทศพม่าและประเทศอังกฤษเพื่อมาต่อสู้กับบางกอก ก็เลยมีการทํากุศโลบาย ทุกอย่างเพื่อให้ล้านนาอ่อนแอ นี่คือเชิงประวัติศาสตร์ เช่น การแย่งชิงกันในเรื่องของ สัมปทานป่าไม้สัก ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของภาคเหนือในขณะนั้นปรากฏว่า ทางบางกอกก็เอาสัมปทานไม้สักไปให้บริษัทต่างชาติตัดให้สัมปทานโดยไม่มีการปลูกป่าทดแทน เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าเราไปประเทศพม่าเราตัดไม้เหมือนกัน แต่ประเทศพม่าเขาให้ปลูกป่าทดแทน แต่ของเราปรากฏว่าได้เงินมาไม่เอาไปปลูกป่าครับ เอาไปกินเหล้าเสียหมด เอาไปเลี้ยงบริวารเสียหมดไม่ปลูกป่าก็เหลือแต่ตอสักครับ นี่คือประวัติศาสตร์ที่มันเห็นแย้งกับจดหมายเหตุครับ ที่เราได้ไปสืบค้นไม่ได้บันทึกไว้ครับ ก็ทําให้ล้านนาอ่อนแอ เมื่อล้านนาอ่อนแอก็เกิดการต่อสู้แย่งชิงชิงการนําตามแว่นแคว้นต่าง ๆ มีกบฏชาวนา มีกบฏข้าว มีกบฏไม้สัก ฉกชิงวิ่งราวกันครับเพื่อที่ต้องการความเป็นผู้นํา กรุงเทพมหานครหรือบางกอกก็ส่งทหารเข้าไปควบคุมอาณาจักรล้านนาบางยุคบางสมัยถึงขั้นเอาเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินของล้านนาก็เอามาไว้ที่กรุงเทพมหานครหรือบางกอกเพื่อเป็นตัวประกัน นี่คือประวัติศาสตร์ที่เห็นต่างจากจดหมายเหตุ แต่จดหมายเหตุจะบันทึกด้านเดียวว่า อาณาจักรกรุงเทพมหานครเข้มแข็ง บางกอกเข้มแข็งได้ดําเนินการรวบรวมอาณาจักร ที่จริงไม่ได้รวบรวมหรอกครับ ต่อสู้กัน เพราะฉะนั้นถ้าประวัติศาสตร์ตรงนี้ มีความเห็นต่างครับท่านประธาน ก็อยากจะให้กองทุนตรงนี้ที่จะจัดตั้งขึ้นสนับสนุน ให้มีการวิจัยว่าความเห็นต่างเชิงประวัติศาสตร์อย่างนี้มีไหม ตรงนี้รากเหง้าต่าง ๆ ที่เพื่อนพ้องน้องพี่อภิปรายว่าเราจะมีชาติตระกูล มีที่ไป ที่มา จะได้มีรากแก้วรากฝอย ก็จะได้ชัดเจน ว่าอ๋อมันเป็นอย่างนี้เอง นอกจากนั้นครับ ประวัติศาสตร์ก็แปลกครับ ท่านประธานมีความเห็นต่างอีกครับ กรณีของจังหวัดลําพูนหรือว่าหริภุญชัย ซึ่งมีอายุ ๑,๓๖๐ ปี ปฐมกษัตริย์คือเจ้าแม่จามเทวีเป็นผู้หญิงครับ แต่ประวัติศาสตร์ ของพระยาดํารงราชานุภาพบอกว่าเจ้าแม่จามเทวีถือกําเนิดที่จังหวัดลพบุรี ละโว้ เป็นลูกของเจ้าเมืองแล้วก็เอาใส่เรือ ใส่ใบบัว ใส่ดอกบัวล่องลอยมาตามลําน้ําปิง มาขึ้นที่จังหวัดลําพูนมาแวะที่ทุ่งเกวียนจังหวัดลําปาง ประวัติศาสตร์ก็เรียงร้อยแล้วสุดท้าย ก็มีเทวะฤาษีมาสร้างเมืองลําพูนแล้วก็อันเชิญเจ้าแม่จามเทวีไปเป็นปฐมกษัตริย์ แต่ปรากฏว่า มีอีกด้านหนึ่ง เจ้าแม่จามเทวีเป็นลูกของเศรษฐีอินตาอยู่อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน เป็นเม็งเป็นมอญครับ มีประวัติศาสตร์ครับ มีบ่อน้ํา มีบ้านของเศรษฐีอินตา แล้วก็เป็นเม็ง ด้วยครับ เม็งก็คือเผ่ามอญอยู่ที่อําเภอป่าซาง ตําบลแม่แรง แล้วก็มีอาณาจักรเขาเรียกว่า เวียงเกาะกลาง ใหญ่มาก ก็เถียงกันอยู่ครับ คนหนึ่งก็บอกว่าเจ้าแม่จามเทวีแน่นอน เป็นคนป่าซางโดยกําเนิด ถือกําเนิดที่เกิดอําเภอป่าซางและสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเป็นสตรี ที่เป็นปฐมกษัตริย์ลําพูน ไม่ใช่เกิดที่จังหวัดลพบุรี ไม่ใช่เกิดที่ละโว้ เถียงกันไปเถียงกันมาครับ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ แต่ไปแพ้ประวัติศาสตร์หอจดหมายเหตุนี้ล่ะครับ เถียงไม่ค่อยขึ้นเพราะไม่ได้โจษจัน แต่ประวัติศาสตร์อีกมุมหนึ่งเป็นประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่าครับ นี่ล่ะครับ ถ้าเรามีกองทุน เราสนับสนุนให้ศึกษาอีกด้านหนึ่ง ท่านจะเห็นภาพครับว่าประวัติศาสตร์เหล่านั้น มันเป็นข้อสังเกตครับ เพราะฉะนั้นกองทุนเราควรจะเอื้ออํานวยถึงการศึกษาวิจัย ความเห็นต่างของประวัติศาสตร์ด้วยครับ กบฏชาวนาก็เหมือนกันครับ กบฏชาวนา ของจังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้นเพราะต้องการแบ่งข้าวจากเจ้านายฝ่ายเหนือ เพราะว่าแบ่งข้าวไม่เป็นธรรม เขาก็ลุกฮือขึ้นมาครับ ก็กลายเป็นกบฏ แต่ปรากฏว่าชาวนา เหล่านั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผีป่าผีเมือง ทั้ง ๆ ที่เขาสู้เพื่อปากท้อง ก็ถูกจับตัดคอประหารชีวิต ที่คุกหลวงครับ เลือดนองเต็มท้องทุ่งครับ นี่คือประวัติศาสตร์อีกมุมหนึ่งครับ แต่ปรากฏว่า หอจดหมายเหตุชื่นชมคนที่ไปตัดคอชาวนาเหล่านั้นว่าเป็นวีรบุรุษ เป็นทหารหน่วยกล้า มาจากบางกอกครับ นี่ครับ ถ้าเรามีกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้จะเป็นประโยชน์ครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ เพราะว่ามันเป็นความเห็นต่างที่ยังไม่ได้สรุปกันว่า ของไหนของจริงของแท้อย่างกรณีของเจ้าดารารัศมีนี้นะครับ ท่านไปเป็นตัวประกัน ที่บางกอกตั้งแต่อายุ ๑๑ ขวบ กลับไปเมื่ออายุ ๔๐ ปี และสุดท้ายก็ไปเสียชีวิต ที่จังหวัดเชียงใหม่กลับมากรุงเทพฯ ไม่ได้ ถูกกีดถูกกันอย่างละนี้ครับ นี่คือประวัติศาสตร์ อีกมุมหนึ่ง เพราะฉะนั้นท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ไหน ๆ เราก็จะร่างกฎหมาย ซึ่งถือว่าน้อยครั้งที่สภาแห่งนี้จะมาพูดถึงประวัติศาสตร์ น้อยครั้งที่สภาแห่งนี้จะได้มีโอกาส อภิปรายกันอย่างนี้ มันเป็นความเห็นที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งครับ กฎหมายฉบับนี้อย่านึกว่า เป็นกฎหมายจดหมายเหตุธรรมดา แต่ถ้าเราเปิดโอกาสขยายกว้าง สามารถเปิดช่องให้ กฎหมายฉบับนี้ล้วงลึกเข้าไปถึงเชิงบอกเล่า เชิงต่อสู้ เหมือนกบฏล่ะครับ กบฏที่นครน่าน ท่านหมอชลน่านแพร่นี้ รู้ดีครับว่าเหล่านั้นมันไม่ใช่กบฏเลย เขาต้องการสัมปทานให้มาดูแล พี่น้องของเขา ก็รวบรวมไพร่พลลุกฮือขึ้นมาขอแบ่งสัมปทานไม้สักแค่นั้นล่ะ ทางบางกอกก็เอาคนไปครับ ไปปราบฮ่อ ไปหาว่าทางนี้เป็นชนกลุ่มน้อย เป็นผีตองเหลือง ที่จะต้องปราบเสียให้สิ้นซาก ก็ตายจริง ๆ ครับ แต่ประวัติศาสตร์มันไม่ตายครับ มันยังบอกเล่า มันยังโจษจันกันอยู่ มันยังบอกให้ลูกให้หลานได้รับรู้รับทราบว่ามันเป็นอย่างนี้ ถ้าเรามีกองทุนนี้ช่วยสะสางหน่อย วิญญาณของผู้คนที่ได้เสียชีวิตไปก็จะไปอย่างสบายใจ วิญญาณของเจ้าแม่จามเทวี ปฐมกษัตริย์ของหริภุญชัยนคร ๑,๓๖๐ ปี ก็จะได้รับรู้รับทราบว่าลูกหลาน ถือว่าเป็นบุญญาบารมีของท่านรัฐมนตรีนะครับที่จะเปิดช่องให้กฎหมายฉบับนี้กว้างขึ้น ใช้กองทุนครับท่านรัฐมนตรีครับ ใช้ภาษีเรานี่ล่ะ ศึกษาประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่า ให้ลูก ให้หลาน ให้เหลน โหลนในภายหน้าได้มีโอกาสศึกษาจริง ๆ จัง ๆ วันนี้ถ้าเราพูดประวัติศาสตร์ย้อนไป ก็เอาอีกแล้ว ถูกกล่าวหาอีกแล้ว พวกนี้ไม่มีความจงรักภักดีอะไรทํานองนี้ล่ะครับ ที่จริงมันไม่ใช่ครับ เราอยากรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ มันเกิดขึ้นจริง ๆ คืออะไร แล้วก็ไปนั่งคุยกัน จุกจิก ๆ ในสถาบันมหาวิทยาลัยครับ แล้วก็เราค่อย ๆ ขยายกันและไม่เป็นผลดีครับ บางคนก็บิดเบือน บางคนก็กล่าวหา เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกองทุนสักก้อนหนึ่งให้นักศึกษา ให้อาจารย์ประวัติศาสตร์ล้านนาหรืออาจารย์ประวัติศาสตร์ทางภาคใต้ซึ่งเขาก็มี ประวัติศาสตร์ของเขา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาก็มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ ศิลปวัฒนธรรมของเขา ก็อยากรู้ครับว่าทําไมวัฒนธรรม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปืนใหญ่ปัตตานีมันเป็นอย่างไร การต่อสู้ล้อมยิงเขา ฆ่าเขาเหล่านี้ครับ จะได้รู้แล้วมันจะได้มีบันทึกไว้ในจดหมายเหตุ ท่านขยายกองทุนให้ครอบคลุมเถอะครับ ผมถือว่าเป็นประโยชน์ และก็จะได้ไม่มีเถียงกันอีก เชิญมาหมดเลยครับ นักประวัติศาสตร์ เชิงบอกเล่าผะหญาปัญญาต่าง ๆ เจ้าผู้ปกครองนครรุ่นเก่า ๆ ขณะนี้ ๘๐ ปี ๙๐ปีแล้วนะครับ แต่ความจํายังดี ยังเล่าเชิงประวัติศาสตร์ได้บันทึกโจษจันไว้แล้วก็มาช่วยกันสะสาง เราจะได้มีรากเหง้า จะได้รู้ความเป็นมา และกฎหมายฉบับนี้จะได้เป็นประโยชน์จริง ๆ ครับ เพราะถ้าปล่อยไว้อย่างนี้นะครับ มันก็จะได้แค่เก็บรักษาวัตถุโบราณที่เป็นคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ แค่เก็บรักษาครับนี่ ไม่ได้มีสืบค้น ไม่ได้มีเสาะแสวงหา เก็บรักษาอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยในหลักการกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง เห็นด้วยที่จะมีกองทุน แต่ขอตั้งข้อสังเกตกองทุนให้เปิดกว้าง ศึกษาประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่าที่มีความเห็นต่างทุกมิติ พญาพรหมของผมนี่เก่งกาจขนาดไหนนะครับ แต่งข้าวบทกวีไปทั้งภาคเหนือครับ มีหนังสือเป็นพัน ๆ เล่ม เขาเรียกว่าผะหญาของล้านนาครับ พญาพรหมนี่ วันนี้ก็ถูกตัดคอครับ เพราะไปแต่งกลอนเกี้ยวพาราสีคนอื่นที่ใหญ่โตก็ถูกตัดคอ พญาพรหมผมก็ตายครับ แต่ว่าก่อนตายได้ศึกษา ได้บอกเล่า เขาเรียกว่า ข้าวพญาพรหม อย่างนี้ครับ นี่ก็คือประวัติศาสตร์จดหมายเหตุ เพราะฉะนั้นนําเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้สภาจะได้ ออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์ แล้วก็น้อยครั้งที่สภาจะได้ถกเถียงเรื่องราวประวัติศาสตร์ ถกเถียงเรื่องราวถึงอดีต ปัจจุบัน อนาคต สํานึกในอดีตนี่ดีนะครับเข้าใจปัจจุบันก็มุ่งมั่นในอนาคต เพื่อให้พวกเราได้สะสางกันเสียทีหนึ่ง ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ช่วยขยายข้อความไปยังกรรมาธิการเรื่องกองทุนให้มีอํานาจหน้าที่ที่กว้างไกลกว่านี้ครับ แทนที่จะมาเก็บรักษาไว้อย่างเดียว กราบขอบคุณท่านประธาน