จิรายุ ห่วงทรัพย์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเอกสารทางประวัติศาสตร์และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีแก้ไขปัญหาวัฒนธรรมไทย โดยเสนอแนะว่าควรจัดทําคู่มือทางวิชาการและพัฒนาระบบในการบริการเอกสารจดหมายเหตุ และควรจัดทำจดหมายเหตุสังคม เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเป็นคนชอบของโบราณ แล้วก็มักจะใช้เวลาวันว่าง ๆ ไปเดินที่ตลาดนัด สวนจตุจักรบ้าง ไปคลองถมบ้าง ไปย่านวรจักรแถว ๆ นั้น วันดีคืนดีก็แถว ๆ สนามหลวงที่เขา บอกว่าผีขนุนเยอะ ของเก่าเยอะจริง ๆ ครับ ถ้าเกิดท่านประธานมีโอกาสไปมันเพลินครับ มันมองแล้วมันย้อนถึงอดีต สมัยเด็ก ๆ เดินสนามหลวง คุณพ่อพาไปซื้อของตลาดนัดสนามหลวง ก็ไปเก็บเอกสารตามร้านขายหนังสือที่คิดว่ามันน่าจะแปลกบ้าง เพราะว่ามันหลัง พ.ศ. ๒๔๗๕ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไล่ทีละประเด็น ท่านประธานครับ ผมย้อนความกลับไปเมื่อปี ๒๕๕๒ สักเล็กน้อย ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ท่านนั่งอยู่ที่นี่ แต่ว่าตอนนั้นเมื่อปี ๒๕๕๒ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก็คือคุณธีระ สลักเพชร ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานจําได้ไหมว่าเกิดการโจรกรรม คือมีคนร้ายเข้าไปที่หอสมุดดํารงราชานุภาพในขณะนั้น ปรากฏว่าไปโจรกรรมทรัพย์สิน ที่เป็นเอกสารโบราณมากมายหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นจดหมายของรัชกาลที่ ๕ ที่พระองค์ทรงส่งถึงกรมหลวงดํารงราชานุภาพ ๑๑ ฉบับ ท่านประธานครับ พอโจรกรรมเสร็จแล้ว ปรากฏว่าเอาไปขายต่อ ผมนึกว่าขายสักฉบับละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังพอทําเนา ฉบับละ ๘,๐๐๐ บาท โอ้โหเสียของ เพราะว่าเป็นของโบราณที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา ผมฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านมีร่างพระราชบัญญัติแล้ว ท่านมีการหาเงินหาทองเข้ามา เป็นกองทุนแล้ว ท่านจัดสรร ท่านบริหารอย่างเต็มที่แล้ว ท่านช่วยดูเรื่องความปลอดภัยด้วย ผมมีโอกาสบุญพาวาสนาส่ง ๕ ปีที่แล้วไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ที่ฝรั่งเศส ก็เข้าไปดูยืนต่อแถว ดูภาพอยู่คนเดียว คือโมนาลิซา ผมยังสงสัยว่าตกลงภาพที่แขวนอยู่นี่ของจริงไหม หรือว่าของจริง เขาอยู่ในห้องนิรภัยครับ แล้วที่เราไปดูนี่มันของปลอม เพราะอะไรรู้ไหมครับ เหมือนกันจริง ๆ ท่านประธานครับ จดหมายเหตุต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกสารสําคัญ ๆ ถ้าท่านประธานจําได้ ผมขออนุญาตหยิบภาพให้ท่านประธานดูครับ ท่านประธานจําภาพนี้ได้ใช่ไหมครับ เป็นภาพรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านทรงปรุงอาหาร เดี๋ยวนี้ท่านประธานไปดูสิครับ ตลาดเยอะแยะไปหมด ราคาเท่าไรครับ ๑๙๙ บาท เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดการทําซ้ําขึ้น แล้วเผลอ ๆ ทําซ้ําเหมือนของจริงนะครับ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรีดูว่าหลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ออกไปแล้วจะเป็นการครอบคลุมถึงการทําซ้ํา ลอกเลียนแบบ ทําให้เหมือนจริงหรือไม่ ถ้าเกิดท่านใดเคยไปเดินสวนจตุจักร ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) แล้วก็ขึ้นที่สวนจตุจักร มันจะมีร้านอยู่ ๒-๓ ร้านครับ เขาขายเอกสารทําซ้ําโบราณ ผมไม่รู้จะเรียกว่าอะไรนะครับ เช่น โฉนดที่ดินโบราณยุคตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ ทําเหมือนเปี๊ยบ ใส่กรอบเรียบร้อย ขาย ๓๙๙ บาท กรอบสวยหน่อยครับท่านประธาน อย่างนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจให้กับ กระทรวงได้กรุณาไปพิจารณาดูหน่อยว่าวันนี้เอกสารที่เป็นจดหมายเหตุก็ดี เอกสารสําคัญ มันมีความเคลื่อนไหวในตลาดแล้วอย่างไร ๒ ส่วนนะครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมพูดถึง การทําซ้ําคือของปลอม แต่ว่าของจริงที่อยู่ในตลาดทางกระทรวงจะทําอย่างไร หลังจาก ที่มีประกาศพระราชบัญญัติฉบับนี้ เช่น ท่านสมคิด เชื้อคง ข้าง ๆ ผมนี้ถือเอกสารโฉนด ซึ่งมันใช้ไม่ได้แล้วแต่เป็นเอกสารโบราณ อย่างนี้ผิดไหม แล้วถ้าไปส่งมอบให้กับรัฐบาล หรือว่าทางจดหมายเหตุหอสมุดที่มีพระราชบัญญัตินี้คุ้มครองแล้วจะสามารถนําไปเผยแพร่ ได้มากน้อยขนาดไหนและคุ้มครองคนที่เขามีครอบครองอยู่แล้วนานขนาดไหนนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตอภิปรายในส่วนนี้ ก็คือสาระสําคัญด้านการคุ้มครอง เอกสาร เห็นด้วยในหมวดที่ ๑ ครับท่านประธาน ให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเป็นสถานที่ เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการแก่ประชาชนในการศึกษาและวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ สมัยก่อนผมจําได้ครับ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต เรียนมหาวิทยาลัยเริ่มใช้เวิร์ด (Word) จุฬา ไม่รู้ท่านประธานจําได้ไหม ตัวเขียว ๆ แล้วจอใหญ่ ๆ กดกรืด ๆ แผ่นเท่ากับซีดี (CD) ใหญ่ ๆ จะหาข้อมูลทําทีสิส (Thesis) ต้องไปหอสมุดแห่งชาติ ไปฟุตโน้ต (Footnote) บ้าง ไปเข้าคิว กว่าจะหาเจอ เดี๋ยวนี้ผมนั่งในสภาท่านประธานครับ คลิกแป๊บเดียว กูเกิ้ล (Google) เข้าไป ถึงหอสมุดแห่งชาติ อย่างนี้ระบบต่าง ๆ ของพระราชบัญญัตินี้ถ้าออกมาแล้วท่านต้องรับรอง และรองรับให้ได้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ทางจังหวัดสตูล จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เข้าไปต้องหาข้อมูลได้เหมือนกัน แล้วก็ต้องแยกแยะออกว่า อันไหนของจริง ของปลอมนะครับ
เรื่องต่อมา ให้หน่วยงานของรัฐมีระบบเก็บรักษาและการคุ้มครองเอกสาร ของราชการ โดยการเก็บรักษาราชการตามระยะเวลาที่ท่านกําหนด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ สามารถอ้างอิงแล้วตรวจสอบที่มาได้ สมัยยุคหินเก่าเราจําไม่ได้หรอกครับเราก็เอาหินมาดูว่า มันเก่าจริงมากน้อยขนาดไหน ยุคเหล็กเราก็มาดูคมเหล็กว่ามันตีแล้วคมมากน้อยขนาดไหน แต่เอกสารบางอย่างมันลงวันที่ บางอย่างก็ไม่ลงวันที่ ก็เป็นประเด็นปัญหาเหมือนกันครับว่า ใครจะเป็นคนอุปโลกน์ เช่น เป็นเอกสารสําคัญของทางราชการในยุคเมื่อเกือบ ๒๐๐ ปีที่แล้ว วัดจากอะไร ทางวิทยาศาสตร์หรือแค่วันที่ที่ลง อย่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม ท่านต้องพิจารณาครับ กระบวนการวิทยาศาสตร์ใช้ในอาชญากรรมเยอะแต่ใช้ในเอกสารบ้านเรายังน้อยครับ ในต่างประเทศเขามีน้ํายาครับท่านประธาน ใครบอกว่าเอกสารนี้เป็นลายแทงของจริง ของปลอม ของโจรสลัดเขาหยดน้ํายาติ๊งเดียวรู้ทันทีว่านั่นเกิดประมาณปีไหน อย่างไร เดี๋ยวนี้ มีการมั่วปีกันเยอะครับ เหมือนคนซื้อรถเก่าครับ ปี ๑๙๖๕ เอาเข้าจริง ๆ ปี ๑๙๘๕ ก็ท่านเล่นขับป้ายแดงกันมา ๑๐ ปีแล้วท่านเพิ่งไปจดทะเบียน อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ
ต่อมา ๑.๓ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐทําลายเอกสารที่มีคุณค่าตามวัตถุประสงค์ ของหน่วยงานรัฐ คุณค่าทางประวัติศาสตร์และคุณค่าเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย ประเด็นนี้ น่าสนใจท่านประธานครับ เอกสารสําคัญของรัฐคืออะไรล่ะครับ โรงพยาบาล ๕ ปีเขาทําลาย ประวัติคนไข้ อย่างนี้ถือว่าเป็นเอกสารของรัฐไหมครับ เพราะคนไข้บางคน ผมอ่านหนังสือมาก แล้วก็จินตนาการยูเอฟโอ (UFO) โรงพยาบาลบางโรงพยาบาลเคยรับยูเอฟโอ ขออภัยนะครับ มนุษย์ต่างดาวเข้าไปรักษาไหม แล้วท่านทําลายเอกสารต่าง ๆ ภายใน ๕ ปี บอกว่าคนไข้ ไม่ติดต่อ อย่างนี้ถือว่าเป็นเอกสารสําคัญไหม เพราะอะไรท่านประธานครับ โรคบางโรค เป็นโรคที่ควรค่าแก่การศึกษา อย่างนี้ควรเก็บบันทึกหรือไม่ เอาละท่านอาจจะบอกว่า มันไปละเมิดสิทธิมนุษยชนส่วนตัว โรคภัยไข้เจ็บท่านเอาไปเปิดเผยอย่างนี้จะเป็นปัญหา รัฐบาลโดยกระทรวงท่านก็ไปดูรายละเอียดสิครับว่าอนาคตจะทําอย่างไรนะครับ
ต่อมา ๑.๔ ท่านประธานครับ ห้ามมิให้บุคคลใดนําเอกสารจดหมายเหตุ ออกนอกสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เว้นแต่เอาไปแสดงโชว์ที่ไหน อย่างไรก็แล้วแต่ เป็นการชั่วคราว อันนี้น่าเป็นห่วงครับ ปล้นร้านทองว่านี่ยากแล้วนะครับท่านประธาน ตํารวจเฝ้าเมืองปล้นกันง่าย ๆ ครับ ธนาคารชื่อดังในประเทศอังกฤษยังเจาะทะลวงกัน ด้วยขบวนการต่าง ๆ เข้าไปปล้นกันเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท เอกสารที่ออกไปโชว์ตามสถานที่ต่าง ๆ ผมเป็นข้อสังเกตให้กับกระทรวงครับ ๑. ท่านต้องจ้าง รปภ. ครับ แต่ถ้ามาจ้าง รปภ. แบบไอ้จุก ไอ้แกละ มึน ๆ งง ๆ ไปนั่งถามทางชี้ซ้าย ชี้ขวา อย่างนี้ไม่ได้ครับ ต้องมีความรู้ด้วยว่า คนที่มาโจรกรรมของที่เป็นเอกสารสําคัญที่ท่านไปจัดตามห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ต่าง ๆ ควรจะเป็นอย่างไร มันก็หมายถึงงบประมาณละครับท่านประธาน คิดให้หลายมิติครับ ออกพระราชบัญญัติมาจริงแต่สุดท้ายปลายทางแล้วก็คุมเอกสารไม่ได้
ต่อมาท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมพูดแล้วว่าห้ามมิให้บุคคลใดนําเอกสารไปผลิต หรือทําซ้ําไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ทางการค้า เว้นแต่ได้รับการยินยอมเป็น หนังสือจากอธิบดี ก็ต้องบอกตามตรงครับว่าท่านอธิบดีนี้ก็ใหญ่นะครับ แต่คนเดียว หรือเปล่าครับ มีคณะกรรมการไหม ท่านรัฐมนตรีลองไปดูนะครับ อธิบดีใหญ่สุดครับ จะเอาจดหมายฉบับใด ตั้งแต่สมัย ร. ๑ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ไปที่ไหน อย่างไร อธิบดีเซ็นคนเดียว หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ท่านต้องตั้งคณะกรรมการหลังจากออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ มี นาย ก นาย ข นาย ค นาย ง เอาละรับรู้ร่วมกัน ไปที่ไหน อย่างไร ไม่ใช่พออนุมัติออกไปแล้วกลับมาเป็นกระดาษเปล่า เป็นกระดาษปลอม เกิดปัญหาท่านประธานครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เห็นด้วยครับ แต่ที่ผมอภิปราย ในส่วนต่าง ๆ ที่เป็นข้อเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ท่านรัฐมนตรีครับ
เรื่องต่อมาครับ ห้ามมิให้บุคคลใดแก้ไข ดัดแปลง ซ่อมแซมเอกสารจดหมายเหตุ เว้นแต่เป็นการซ่อมแซมโดยกรมศิลปากรหรือโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี ท่านอธิบดี ท่านมีความรู้ กรมศิลปากรก็ไม่ได้ดูจดหมายเหตุอย่างเดียว ว่ากันตั้งแต่ยุคหินเก่า ยุคบ้านเชียง ยุครัตนโกสินทร์จนปัจจุบัน เยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณา ท่านพิจารณาครับ ถ้าตั้งเป็นคณะกรรมการได้เพราะว่าคนไทยให้ความสนใจของโบราณครับ เราเริ่มเบื่ออินเทอร์เน็ต เราเริ่มเบื่อเฟซบุค (Facebook) เบื่อไฮไฟว์ (HI5) เราเริ่มจะไป เดินตลาดเก่า ๆ เก็บความคลาสสิก แต่งตัวยุคซิกตี้ (Sixty) ฟังเพลงจอห์นนี่ คานท์ รีด (Johnny Can’t Read) เยลโล ริเวอร์ (Yellow River) อะไรอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ มันเริ่มหมุนกลับไป เพราะฉะนั้นที่ผมบอกอย่างนี้ การทําซ้ํานี่ท่านเกิดขึ้นแน่นอนครับ
ต่อมาท่านประธานครับ หน่วยงานของรัฐที่มีความจําเป็นที่จะต้องเก็บรักษา เอกสารราชการที่มีการจัดทําทะเบียนเป็นเอกสารจดหมายเหตุให้ทําความตกลงกับกรมศิลปากร เพื่อเก็บรักษาและอนุรักษ์ที่หน่วยงานของรัฐตลอดไป หมายความว่าหน่วยงานรัฐสภา มีเอกสาร ซึ่งอีก ๒๐๐ ปี ผมไปเป็นผงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้นะครับ เป็นเอกสารที่ท่านประธานสมศักดิ์ เป็นผู้ลงนามไว้นี่นะครับ แต่เก็บรักษาไว้ที่รัฐสภา และผมถามว่าเด็กอีก ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี ข้างหน้านี้ถ้าจะดูไปที่หอสมุดแห่งชาติหรือมาที่รัฐสภา อย่างนี้ท่านต้องดูรายละเอียดนะครับ เอาละครับของมันคนละหน่วยงาน รัฐสภาก็อยากจะเก็บไว้เป็นพิพิธภัณฑ์รัฐสภาเอง แต่ว่าคนอยากจะค้นหาต้องนั่งแท็กซี่ไปหอสมุดแห่งชาติ ต่อมาที่รัฐสภา จะดูเรื่องทําเนียบรัฐบาล ต้องไปที่ทําเนียบรัฐบาล อย่างนี้ถ้าท่านทําซ้ํา แต่ท่านอธิบายชัดเจนครับว่ามันคือการทําซ้ํา จดหมายของท่านสมศักดิ์ได้กรุณาเซ็นไว้เมื่อปี ๒๕๕๕ อย่างนี้ดูผ่านจดหมายเหตุได้ไหมครับ หรือดูผ่านเว็บไซต์ (Web site) โดยเป็นศูนย์รวมได้ไหมครับ รัฐสภาก็ใช้งบประมาณต่างกัน ท่านประธานครับ ท่านก็จะได้ไม่ต้องเจียดเงินไปดูแลเรื่องพิพิธภัณฑ์มากมายนัก บางเรื่องก็เป็นเรื่องของกระทรวงวัฒนธรรมนะครับ ก็ทําได้ ลูกผมโตขึ้นมาจะได้เห็นครับว่า เวลาการเข้าไปดูข้อมูลไม่ต้องคลิกกันวุ่นวาย เอาไปที่เดียวเลย จะดูของโบราณพลิกคําว่า เอกสารโบราณอย่างนี้เห็นทั้งหมด อย่างนี้ผมแนะนําท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาไปดูรายละเอียด เพิ่มเติมนะครับ
เรื่องต่อมา ด้านการรวบรวม รับมอบเอกสาร ๒.๑ เขียนไว้อย่างนี้ครับ บอกว่า สามารถติดตามรวบรวม รับมอบเอกสารที่มีคุณค่าได้ครบถ้วน โดยกําหนดให้หน่วยงาน ของรัฐจัดทําตารางการเก็บเอกสารรักษาอย่างน้อยต้องประกอบด้วยประเภท เห็นด้วยที่สุด สมัยก่อนเวียนหัวท่านประธานครับ ทํารายงานฉบับหนึ่งอาจารย์ให้ทําไม่รู้จะหาตรงไหน แบ่งหมวดหมู่ไม่ได้ เดี๋ยวนี้มีไอโซหรือว่าไอเอสโอ (ISO) อะไรต่าง ๆ ทั้งหลายแหล่ที่เป็นดัชนี ไอเอสเอ็น (ISN) นี้นะครับท่านประธาน อย่างนี้กระทรวงได้กรุณาทําไหม ถ้าทําผมขอบคุณครับ ขอบคุณแทนเยาวชนรุ่นผม เต็มที่ก็แค่ดูภาพโบราณครับ เรื่องอะไรแปลก ๆ ผมก็ดูเข้าไปครับ
เรื่องต่อมา ผมข้ามไปที่ ๒.๖ ในเอกสารนี้ กําหนดให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จัดหา ซื้อ หรือรับบริจาคเอกสารที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุจากเอกชน ผมไม่แน่ใจว่า คํานี้จะต้องถูกตีความโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่ อย่างไร หรือหน่วยงานอื่นที่จะต้อง ตีความ ท่านประธานครับ เอกสารที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุจากเอกชนคืออะไร หมายความว่า ผมขออภัยที่ยกตัวอย่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด ลงทุนในประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๐๐ เป็นการเซ็นสัญญากับจอมพล ป. พิบูลสงคราม ครั้งแรก อันนี้ถือไหม ท่านเขียนบทให้ชัดเจนนะครับ ถ้าชัดเจนปุ๊บมันจะไปเข้าข่ายเอกชนอีกมากมาย ที่เริ่มมาลงทุนในประเทศไทยครับ มอเตอร์ไซค์คันแรกเท่าที่ผมจําได้ท่านประธานครับ ในประวัติศาสตร์ของโบราณในประเทศไทย เป็นเหมือนจักรยานปั่นไปเรื่อย ๆ แล้วเครื่องมันติดนะ แต็ก ๆ ๆ ๆ แล้วเครื่องมันติด อย่างนี้ยี่ห้อฮอนด้า อย่างนี้ถือไหมครับว่าเป็นเอกสารโบราณของเอกชนนะครับ ไม่ได้พูดถึงราชการนะครับ ท่านจะไปทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศตามมาตราใดก็แล้วแต่ ไม่ว่ากัน แต่ว่าถ้าเกี่ยวข้องกับเอกชนท่านกําหนดอย่างไร เป็นข้อสังเกตครับ ถ้าอนาคต เราจะต้องเขียนเรื่องของเอกชนเป็นจดหมายเหตุด้วยนี่ ก็คงจะต้องดูรายละเอียดต่อไปครับ ข้อเดียวกันท่านประธานครับ เมื่อมีเงินกองทุนเกี่ยวข้องเข้ามาในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็หมายความว่า มีคณะกรรมการบริหารเงินกองทุน มีสตางค์ครับ ประเด็นต่อมาก็คือ ท่านเขียนไว้บอกว่าจดหมายเหตุแห่งชาติสามารถจัดหาซื้อ นี่ละครับงานเข้าตรงซื้อนี่ละ ท่านรัฐมนตรีครับ คืออะไรรู้ไหมครับ ผมไม่รู้จริง ๆ นะครับว่าราคาของเก่าของโบราณนี่ มันมีราคามาตรฐานอย่างไร ท่านประธานครับ ที่บ้านผมมีตู้น้ํามันยุคปี ๑๙๖๐ อยู่ ๑ ตู้ครับ เป็นตู้ที่เขาใช้ในสมัยสงครามเวียดนาม ผมไปซื้อมาจากจังหวัดสระแก้ว ซื้อมาในราคา ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วท่านประธานครับ วันนี้ลงในเว็บไซต์เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ท่านกําหนดราคาอย่างไรล่ะครับ หรือท่านเจรจากันอย่างไรกับผู้ที่จะขาย สมมุติว่า มีคนคนหนึ่งเป็นฝรั่งมังค่าได้เอกสารสําคัญตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช ขออภัยนะครับ ที่ต้องอ้างถึงในสมัยโบราณ แล้วนํามาขาย ท่านวิเคราะห์ราคาอย่างไร การจัดซื้อเอกสารต่าง ๆ ที่เป็นโบราณนั้นลําบากจริง ๆ ครับ ผมก็เลยพลอยกังวลใจไปด้วยนะครับ เดี๋ยวมันจะเกิด กรณีซื้อของแพง ของในตลาดโลกไม่กี่แสนบาท ทางหอสมุดเกิดจะซื้อราคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตนะครับท่านประธาน
เรื่องต่อมาครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาอภิปรายไว้ก็คือ ด้านการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ครับ ถ้าเป็นระดับโรงเรียนเรามีห้องสมุดโรงเรียนครับ ระดับอําเภอก็ไปที่เขตหรือไปที่อําเภอ ระดับจังหวัดก็หอสมุดจังหวัดครับ ระดับประเทศ ก็มาที่กรุงเทพมหานคร หอสมุดแห่งชาติ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับแต่ละที่นั้นไปมา แต่ละครั้งอึดอัดจริง ๆ คือมันเหมือนเข้าไปในสถานที่วังเวง แน่นอนครับ คนบอกท่านจิรายุ หอสมุดจะให้เหมือนตลาดนัดเสียงดังหรืออย่างไร คือเทคโนโลยีสมัยใหม่ท่านประธานครับ มันต้องแบ่งโซนให้ชัดเจนแล้วนะครับ ผมเคยไปดูห้องสมุดในต่างประเทศน่าสนใจครับ โซนที่เป็นวิทยาศาสตร์สมัยใหม่แต่อิงโบราณ และนํามาพัฒนาใหม่ นํามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทําให้เยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งก็เบื่ออยู่แล้วเรื่องโบราณ นั่งอ่าน ก. ไก่ ข. ไข่ อาขยาน ท่องสูตรคูณกันนี่ เขาเริ่มเบื่อครับ เดี๋ยวนี้ไปถาม ๘ คูณ ๕ คูณ ๔ หาร ๑๐๐ เด็กหยิบไอโฟนกดเลย สมัยก่อนต้อง ท่องแม่สูตรคูณ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านด้วยนะครับว่าการประชาสัมพันธ์ให้มันมีความเร้าใจ อีโมชั่น (Emotion) คือทําให้เด็กรู้สึกว่าไปหอสมุดนี่มันเป็นเรื่องแบบเหมือนไปดรีมเวิล์ด แต่มันเป็นดรีมเวิล์ดทางปัญญาอย่างนี้ทําได้ไหมครับผมเห็นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพท่านดูแลอยู่ผมพาลูกไปเที่ยวที่คลอง ๔ ท่านประธานครับ เป็นลักษณะลูกเต๋าสี่เหลี่ยมวางอยู่นี่เข้าไป ผมว่ามันน่าตื่นเต้นครับ จริง ๆ เขาก็มีเอกสาร โบราณเป็นเรื่องตั้งแต่ประวัติศาสตร์มนุษย์เริ่มเกิดจากโครมันยอง อีฟกะอดัม จนกระทั่ง มาถึงปัจจุบันมีเอกสารประกอบบอกว่าคนนั้นเริ่มจดทะเบียนเป็นนายอ่ํา นายแดง นางอ่ํา นางเหมือนอะไรนี่มันก็น่าสนใจนะครับท่านประธานแต่ว่าหอสมุดแห่งชาติไปทีไรเหงาครับ คือถ้าไม่ไปหาเอกสารสําคัญจริง ๆ ไม่คิดจะไปครับ เพราะฉะนั้นนับจากนี้ไปวัฒนธรรมไทย ท่านกรุณาด้วยนะครับท่านรัฐมนตรี ผมเป็นลูกศิษย์ดนตรีไทย ผมเป่าขลุ่ยครับ ผมสีซออู้เป็น ท่านประธานครับ แต่ผมลืมไปเลยว่าทุกวันนี้บ้านเราควักขลุ่ย ควักซออู้ ซอด้วงออกมาอายเขาครับ ท่านช่วยกรุณาต่อเนื่องนะครับ เป็นวัฒนธรรม เป็นเอกสารคุณค่าทางประวัติศาสตร์สําคัญ เหมือนกันครับ ถ้าท่านได้กรุณาส่งเสริมด้วยพร้อม ๆ กับการทําพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมเชื่อว่า เด็กไทยนั้นจะมีเอกลักษณ์ ถ้าเกิดท่านสมาชิกได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศกัมพูชา ผมเคยไปเที่ยว ที่นครวัด นครธม ท่านประธานครับ ไปนครวัด นครธม นี่ทัวร์เขาชอบพาไปแพ็คเกจ (Package) วันแรกก็ไปชมปราสาทบันทายสรีปราสาทหินเล็ก ๆ สีชมพู วันที่ ๒ พาไปชมนครวัด นครธม แล้วก็ เดินรอบ ๆ สุดท้ายปลายทางช่วงค่ําก็พาไปรับประทานอาหาร ร้านอาหารก็เหมือนกับคนเกาหลี มาประเทศไทย คล้าย ๆ กันครับรําไทยนี่รํากันทุกวี่ทุกวันจนเด็กรําจนเบื่อไปแล้วครับ แต่ฝรั่งมังค่า เขามาเขาตื่นเต้น ท่านประธานครับ ผมไปที่กัมพูชาครับ รําไทยเหมือนไทยเปี๊ยะ มีมาโปรยดอกไม้คล้าย ๆ กัน มีหนุมานมีอะไรเหมือนกันหมด เด็กเขมร เด็กลาว เขายังใช้ดนตรีที่มีลักษณะคล้ายไทย ก็เพราะอะไรละครับท่านประธาน วัฒนธรรมมันก็คล้ายกัน เป็นบ้านที่อยู่ติดกันแน่นอนครับ แต่ท่านประธานเชื่อไหมบ้านเรานั้นไม่ค่อยได้ส่งเสริม ถ้าท่านส่งเสริมจดหมายเหตุบอกว่า โบราณนั้นสมัยก่อนกษัตริย์ไทยก่อนจะออกรบต้องมีปี่พาทย์ ต้องมีโหมโรง เพื่อรุกเร้า ทางอารมณ์ มีเอกสารบันทึกไว้ อย่างนี้ตื่นเต้นท่านประธานครับ พอตื่นเต้นปั๊บคนก็ใฝ่รู้ วัฒนธรรมประเทศไทยก็คงอยู่ครับ เดี๋ยวนี้มีแต่ชาโดว์ (Shadow) มีแต่กระโดดกัน อัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) สกาวาไรตี้ (Ska Variety) อย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรี อยากเห็นขลุ่ยวาไรตี้บ้าง ขิมวาไรตี้ก็ได้
ต่อมาท่านประธานครับ ให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีหน้าที่ให้บริการศึกษา ค้นคว้า วิจัย รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เมื่อสักครู่ผมพูดแล้วครับ ท่านประธานจําเพลง ของพี่แอ๊ดวงคาราบาว ขออภัยพี่แอ๊ดที่เอ่ยนาม พูดถึงเรื่องทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เอาไมเคิ้ลแจ็คสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา ท่านจําได้ไหมครับ เราเคยมี โบราณวัตถุต่าง ๆ ไปอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปมากมาย ไล่มาตั้งแต่ประเทศสวีเดน ประเทศนอร์เวย์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศเบลเยียม ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศสเปน ไปจนถึงประเทศโปรตุเกส เต็มไปหมด ท่านประธานครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะหิน ไม่ใช่แต่เฉพาะเศียรพระ เอกสารสําคัญที่อยู่ในต่างประเทศโดยเฉพาะรัชกาลที่ ๕ พระองค์ท่านทรงเสด็จประพาส เยอะแยะมากมาย ไปดูได้เลยที่ประเทศฝรั่งเศสต้นฉบับของเอกสารสําคัญ ของประเทศไทยที่ปรากฏอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ หลายเมืองครับ จนกระทั่งผมไปดู ตกลงผมอยู่เมืองไทยหรือผมอยู่ประเทศฝรั่งเศส อย่างนี้ครับ ถ้าท่านมีโอกาสได้ออก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้เรียบร้อย ท่านมีเงินกองทุน ท่านไปดูแล้วท่านจะเห็น ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ยังมีโอกาสกลับคืนสู่ประเทศไทย เมื่อท่านมีอํานาจแล้ว ไม่ว่าท่านจะเป็นการศึกษา ไปหาซื้อ ไปขอมา ขอรอรับบริจาค เป็นการเจริญสัมพันธไมตรี ระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ที่เขามีเอกสารสําคัญอย่างนี้กรุณาด้วยครับ ผมเห็นแล้ว ผมก็ตกใจว่าบางอย่างทําไมมันปรากฏอยู่ในต่างประเทศ จริง ๆ มันควรจะอยู่ในประเทศไทย ให้ลูกให้หลานได้ดูว่าทะเบียนสมรสสมัยก่อนเขาเรียกกันอย่างไร ผมก็ยังนึกไม่ออกเลยครับ ผมเพิ่งไปเห็นเหมือนกัน ท่านประธานครับว่าจดทะเบียนสมรสเป็นอย่างไร รู้แต่ที่เขาโชว์กัน บ่อย ๆ ก็คือโฉนด โฉนดที่ดินโบราณสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านออกก็เยอะ
ต่อมาท่านประธานครับ ให้กรมศิลปากรมีหน้าที่จัดทําคู่มือทางวิชาการ และการบริหารงานด้านเอกสารจดหมายเหตุ เพื่อสนับสนุนการเก็บรักษาเอกสารที่มีคุณค่า และพัฒนาระบบในการบริการเอกสารจดหมายเหตุ ให้ฟรีไหมครับ ให้ยืมได้ไหมครับ ถ้าหายทําอย่างไรครับ ก็ฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ
๓.๓ ให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติเปิดเผยข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุ โดยอยู่ภายใต้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ท่านครับ คนเราจะมองอนาคตได้ เราต้องมองอดีตครับ ถ้าเรามองอดีตได้ บางเรื่องมันเป็นเรื่องน่ากลัว เราไม่เคยรู้หรอกว่าฮิตเลอร์ตายจริงไหม เราไม่เคยรู้หรอกว่า ทหารอเมริกันที่เขาบอกว่าเขาเป็นคนสังหารฮิตเลอร์ในยุคนั้นจริงไหม แต่มีบันทึกหลากหลาย นํามาเปิดเผยอดีตครับ เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าอะไร ท่านประธานครับ เรื่องบางเรื่อง เป็นความลับทางราชการครับ แต่เป็นทางลับทางราชการเมื่อปี ๒๔๗๗ เอามาบอกเลยครับ หรือจะต้องลับกันตลอดไปจนโลกแตก ปีนี้ปี ๒๐๑๒ ท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน ท่านรองประธาน กับท่านประธานครับ โลกจะแตกปี ๒๐๑๒ นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ต้องลองดูว่า ถ้าโลกแตกเราก็ไม่ได้รู้เลยปี ๒๔๗๗ เขาทําอะไรกันบ้าง อย่างนี้ฝากไปทางกระทรวงวัฒนธรรม บางเรื่องถ้าท่านพิจารณาแล้วบอกว่ามันไม่ไปเกี่ยวข้องโดยข้อมูลข่าวสารทางราชการ ไม่ได้เป็นความลับเมื่อปี ๒ ปีที่ผ่านมา อย่างนี้ท่านกรุณาด้วยครับ นํามาเปิดเผยบ้าง จัดหมวดหมู่ จัดเป็นช่วงปีได้ไหมครับ เรามีปีก่อน ๒๕๐๐ เรานึกถึงแดง ไบเล่ ปุ๊ระเบิดขวด ๒๔๙๙ อย่างนี้เป็นยุคนั้น เราจัด ๑๐ ปีได้ไหม เดี๋ยวนี้ผมงงครับ เวลาจะหาเอกสารทีหนึ่ง เลือกปีไม่ถูก ไปถามเจ้าหน้าที่หอสมุดเขาถามเหตุเกิดปีไหน ถ้าผมรู้ผมจะถามพี่หรือครับ ถ้าผมรู้ผมจะมาทําไหมครับ เขาบอกว่าลองดูเหตุการณ์ ผมบอกเหตุการณ์อย่างนี้เป็น สมัยโก๋หลังวังเดินกัน โอ้โฮแต่งตัวใส่เดฟ (Def) ขาลอยน้ํา ต้องมีหวี พกแป้งข้างหลังเหน็บเอว เขาบอกอ๋อประมาณปี ๒๔๙๐ ไปดูปรากฏว่าไม่มีท่านประธานครับ มันไปอยู่ปี ๒๕๐๐ ยุค ๒๕๐๐ ต่อ ๒๕๐๕ ในยุคที่คอมมิวนิสต์ (Communist) กําลังเรืองอํานาจทางประเทศจีน อิทธิพลก็แผ่ลงมา อย่างนี้ท่านกรุณาได้ไหมครับ จัดหมวดหมู่สัก ๑๐ ปี กําลังดี แล้วอันไหน ที่เป็นเอกสารทางราชการก็จริงอยู่ครับ กฎหมายมันครอบคลุมย้อนหลังตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ท่านลองดูครับ ถ้าอันไหนสามารถที่จะเปิดเผยได้ก็กรุณาด้วยครับ จริง ๆ แล้ว เราก็อยากจะรู้ครับว่าในสมัยที่เขาปฏิวัติตัวเองนั้น ปฏิวัติกันอย่างไร หรือแกล้งปฏิวัติกัน ไปคุยกันที่ทหาร มีลายเซ็นบันทึกสั่งเอาอาวุธออกมาอย่างไร ไปเจรจาความในปี ๒๕๐๕ จนเราเสียเขาพระวิหารกันอย่างไร อย่างนี้ก็อยากรู้นะครับ เพราะบางทีมันไม่ได้บันทึก แต่ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ท่านประธานสภาเดินทางไปดูงานสภาที่ประเทศเบลเยียม ท่านประธานจะไปเจรจาความอะไรก็แล้วแต่เขาก็ต้องถอดครับ เพราะท่านพูดภาษาดัตช์ (Dutch) ไม่ได้อยู่แล้ว พอถอดก็มีการบันทึก เจ้าหน้าที่ไทยกลับมาก็เอามาลงในประเทศไทย เจ้าหน้าที่เบลเยียมอยู่ที่นั่นก็ลงหอสมุดของเบลเยียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านลองไปดูนะครับ ผมเคยอ่านบางอันไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลของภาษา เป็นไปได้ไหมครับ ท่านลองปรับปรุงได้ไหมว่าถ้าเกิดของต่างประเทศแปลความออกมาแล้วด้วยภาษาไทย ที่พูดไปแปลไปเป็นภาษาดัตช์เป็นอย่างนี้ กลับมาแล้วมันเป็นอย่างนี้ อะไรคือความถูกต้อง เราอิงของไทยหรืออิงแบบฝรั่ง ประเทศไทยจดบันทึกน้อยกว่าฝรั่งครับ สมัย ๑๐๐ ปีที่แล้ว พระองค์ท่านในหลวงรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสยุโรป ส่วนหนึ่งเราก็ขอจากยุโรปครับ เป็นจดหมายเหตุครับ เป็นเอกสารบันทึก พระองค์ท่านเสด็จไปที่ไหนก็ลงลายพระหัตถ์ ลงนามไว้ครับ บ้างก็เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ก็คือภาพเขียนนะครับ บางภาพก็เป็น พระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นภาพถ่าย ท่านประธานครับ อย่างนี้นี่น่าสนใจ เด็ก ๆ จะได้รู้ว่า อดีตที่ผ่านมาเขาได้ทําอะไรกันไว้บ้างในโบราณ แล้วก็เป็นเหตุที่จะมองต่อไปในอนาคตครับ
ข้อต่อมาท่านประธานครับ ด้านการส่งเสริมงานจดหมายเหตุ มีการกําหนด ให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุในกรมศิลปากรเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่าย สําหรับความช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการด้านเอกสารจดหมายเหตุ สมัยก่อนไม่กี่สตางค์ ไปขอที่หอสมุดแห่งชาติเตรียมไป ๑๐๐ บาท เหลือทอนครับ ผมไม่แน่ใจว่าการตั้ง พระราชบัญญัติจนกระทั่งมีกองทุน แน่นอนเงินสนับสนุนก็ต้องมาจากรัฐบาลครับ แต่ส่วนหนึ่ง ท่านก็ต้องหา แล้วหาจากไหนล่ะครับ ราคาเท่าไร แพงขนาดไหนครับ ท่านอย่าทําให้มันแพง จนกระทั่งเด็กและเยาวชนต่าง ๆ แม้กระทั่งคนเฒ่าคนแก่ อยากจะมองอดีตไปแล้วร้องโอ๊ย ไม่กล้าเลย แพง จะไปขอคัดสําเนาจดหมายเหตุกรุงศรีหรือจะไปคัดสําเนาจดหมาย รัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยฝรั่งแขนลาย โปรตุเกสบุกเข้าสยามปากอ่าว อย่างนี้แพงไม่ได้ครับ ท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านดูราคาด้วยครับ อะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นบริการทางปัญญาให้กับประชาชนท่านต้องกรุณาราคาเหมาะสมครับ
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ ด้านการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของสํานักหอจดหมายเหตุ แห่งชาติมีกฎหมายที่คุ้มครองเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรโดยสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านวิจัยจดหมายเหตุที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ประกอบด้วย การติดตาม รวบรวม รับมอบ จัดหา ซื้อ รับบริจาค เก็บรักษา อนุรักษ์ จัดหมวดหมู่ จัดทําเครื่องมือช่วยค้น จดบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และเหตุการณ์สําคัญของชาติ ให้บริการการศึกษา การค้นคว้า วิจัย เมื่อกี้ผมพูดไปแล้ว อันนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านอย่าลืมสังคมด้วยนะครับ จดหมายเหตุสังคมนี่ผมไม่ค่อยเห็นครับ ส่วนใหญ่จะเป็นจดหมายเหตุที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สําคัญ เช่น ๒ ปีก่อนมีคนตายกลางเมือง เกือบ ๑๐๐ ศพ เราสูญเสียดินแดน ปี ๒๕๐๕ เรามีเหตุการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ แต่จดหมายเหตุด้านสังคม กระทรวงวัฒนธรรมช่วยกรุณาด้วยนะครับ ถ้ามีโอกาสท่านก็เขียน ครับ จะลงนามโดยท่านรัฐมนตรีท่านนี้ สุภาพสตรีก็จะเป็นท่านแรกหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ สังคมมันก็ต้องมีด้วยนะครับ วันนี้คนไทยมีลูกไม่เกิน ๒ คน สมัยก่อนครึ่งโหล ย้อนกลับไป ๕๐ ปี ตั้งทีม (Team) ฟุตบอลได้ นี่ก็คือจดหมายเหตุสังคมนะครับ
ท่านประธานครับ ต่อมาให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สามารถขอตรวจสอบและประเมินคุณค่าเอกสารส่วนบุคคล ท่านฟังให้ดี ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรสามารถตรวจสอบและประเมินคุณค่าเอกสาร ส่วนบุคคลซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์อยู่ภายใต้การครอบครองของบุคคลที่อาจจะมีคุณค่าเป็นเอกสาร จดหมายเหตุ ทั้งนี้หากเอกสารที่มีคุณค่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุ อธิบดีกรมศิลปากร อาจทําความตกลงกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองเพื่อจัดทําทะเบียนไว้เป็นเอกสารจดหมายเหตุ อํานาจนะครับ ท่านประธานครับ อํานาจนี่ไม่ได้มาด้วยโชคช่วยครับ โหวตกฎหมายผ่านกันล้วน ๆ ท่านประธานครับ พอท่านมีอํานาจ ท่านใช้อํานาจท่านต้องพิจารณาให้ดี สามารถขอตรวจสอบ หมายความว่าท่านรองประธานเจริญมีเอกสารโบราณเป็นจดทะเบียนสมรสโบราณไว้อย่างนี้ กรมศิลปากร เจ้าหน้าที่เขาขอตรวจบ้านท่านได้เลยครับ ท่านรองประธานเจริญครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไปขอแบบนี้ท่านช่วยกรุณาพิจารณากรรมวิธีให้ดีเถอะครับ ผมเห็นด้วยครับ บางอย่างขออนุญาตแต่ถ้าเขาไม่อนุญาตล่ะ ก็ที่มาเขาอาจจะไม่ได้ชอบด้วยกฎหมาย บางคนได้ของ ของโบราณท่านประธานครับ บางทีมันได้มาจากการต่างตอบแทน มันไม่ได้มาโดยการซื้อหามาครับ ต่างตอบแทนด้วยอะไรนั้นก็สุดแท้แต่ท่านครับ แต่ประเด็นก็คือว่าถ้าเจ้าหน้าที่ ของสํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะต้องถือตราแบบเอฟบีไอ (FBI) เข้าไป มาแล้วขอตรวจหน่อย อย่างนี้ท่านกรุณาดูสิทธิของประชาชนด้วยนะครับ แล้วท่านพูดให้ชัดเจนด้วยว่าอะไร ท่านต้องแจ้งเขากี่วันอะไรที่ท่านถือครองอยู่ ของที่ฉันถือนี่เป็นโฉนดตามี ยายมา เมื่อปี ๒๔๖๐ แล้วท่านต้องตรวจได้ไหม ถ้าตรวจแล้วอย่างไร เขาขอเก็บไว้ได้ไหม หรือจะต้องเอาไปไว้ที่หอสมุด อย่างนี้เป็นรายละเอียดที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะต้องพูดถึงนะครับ ในชั้นกรรมาธิการท่านก็ไปว่ากันครับ ในข้อสังเกตที่ผมได้กรุณาอธิบายหลายมุม หลายมิตินะครับ
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่น่าสนใจก็คือบทการลงโทษครับ ผู้ใดนําเอกสารจดหมายเหตุหรือสําเนาเอกสารจดหมายเหตุไปผลิตทําซ้ํา ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอม ให้เป็นหนังสือจากอธิบดีนะครับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นร่างมาตรา ๒๘ ท่านประธานครับ ผมหยิบในเว็บไซต์ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ท่านประธานสมศักดิ์ครับ ท่านประธานพยักหน้านิดเดียวครับ ท่านประธานเจริญพยักหน้าแล้วนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ ไม่เป็นอะไรครับท่าน ผมก็ว่าของผมไปเรื่อย ๆ ครับ ท่านก็ไม่มีปัญหาครับ นี่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ ท่านประธานครับ เป็นเอกสารสมัยปี ๒๔๖๒ นะครับ เป็นเอกสารให้ที่ดิน แล้วก็เป็น เอกสารที่พระบรมวงศานุวงศ์เขียนถึง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามีการทําซ้ํา อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นนะครับ เมื่อกี้เป็นภาพนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าภาพ ผมอ่านไม่ละเอียด ในเรื่องของภาพ เพราะนี่คือเอกสาร ภาพที่เป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมฉายาลักษณ์ ท่านครอบคลุมไหม หรือเฉพาะเอกสาร เช่น โฉนดที่ดิน จดหมาย สัญญา อย่างนี้ท่านต้องไปดู ปรากฏว่าต้องโทษ ระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีติดคุกเลยครับ ท่านประธานครับ แต่ขโมยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เอาไปก็ยากอยู่แล้วนะครับ ถ้าเป็นเอกสารอย่างที่ผมบอก ม้วน ๆ ใส่กระเป๋าหลังเดินกลับบ้านเลยนะครับท่านประธานครับ ไม่มีโทษปรับ บางอย่างท่านประธาน ขออภัยครับ ไม่มีโทษจําคุก ของโบราณที่เป็นเอกสารบางอย่าง ท่านประธานครับ ราคาแพงกว่าโบราณสถานที่ไปปรากฏตามพิพิธภัณฑ์หรือตามร้านอาหารไทย ในต่างประเทศด้วยนะครับ แต่ปรากฏว่าโทษจําไม่มีครับ มีแต่โทษปรับนะครับ ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท น้อยไปไหมครับ ถ้าผมคิดอยากจะขโมยแบบ นาย ก ที่เขาไปขโมย ที่หอสมุดแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๕๒ นะครับ แล้วก็ขโมยไปได้ ๑๑ รายการ มือปราบหูดํานี่ครับ พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ บก.น. ๑ ตอนนี้ไปเป็นรอง บช.น. จับกุมได้ ก็สารภาพสิ้นไส้เลย ท่านประธานครับ บอกว่าขาย ๑๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้พอลุ้นท่านประธานครับ ๑๐ รายการ ก็ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ลุ้นเพราะว่าโทษปรับมันน้อย ขโมย ๑๕ รายการ คิดรายการละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ขายไปแล้ว ๕ เหลือ ๑๐ คือยังบอกของกลางไม่มี ขโมยแค่นี้ ก็กําไรแล้วท่านประธานครับ เพราะไม่มีโทษจําคุก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ฝากไปยังกระทรวงวัฒนธรรมท่านกรุณาดูด้วยนะครับ บทกําหนดโทษครับ (๒) ผู้ใดแก้ไขดัดแปลง เอาไปทําลาย ทําให้เสียหายหรือทําให้เสื่อมค่า ซื้อขายและแลกเปลี่ยน จําหน่ายหรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งเอกสารจดหมายเหตุ หรือทําปลอมเอกสารขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุที่แท้จริง ต้องโทษระวางจําคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ร่างมาตรา ๓๐ มีจําคุกด้วยครับท่านประธาน ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าท่านทําเอกสารมาผิด หรือในร่างมาตรา ๒๙ มี ท่านรัฐมนตรีช่วยดูหน่อยนะครับ คือผมแปลกใจว่าขโมยไปนี่นะครับ ทําสําเนาหรือจะไปทําซ้ํา โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ติดคุก ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่อันนี้ ท่านประธานครับก็ลักษณะคล้ายกันละครับ แก้ไขดัดแปลง แต่เผลอ ๆ ผมคิดเองนะ อาจจะน้อยกว่าด้วย เพราะว่าแค่แก้ไข แค่ดัดแปลง เอาไป ทําลาย ทําให้เสียหาย หรือทําให้เสื่อมค่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จําหน่าย อันนี้มีโทษจําและปรับ ก็แปลก ท่านประธานลองดูหน่อยนะครับ
วงเล็บต่อมาท่านประธานครับ ผู้ใดไม่ใช่กรมศิลปากรทําการซ่อมแซม เอกสารจดหมายเหตุ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท จดหมายเหตุ พอบอกเป็นจดหมายเหตุก็หมายความว่าเข้าไปอยู่ในภายใต้ครอบครอง ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ถูกต้องใช่ไหมครับ ถ้าถูกต้องแล้วก็หมายความว่านับจากนี้ ใครจะไปซ่อมแซม แม้จะอยู่ที่รัฐสภาแห่งนี้ที่พิพิธภัณฑ์ด้านล่างนี่นะครับ ก็ทําไม่ได้ อย่างนั้นใช่ไหมครับ หรืออย่างไรครับ ท่านเอาให้ชัดนะครับ เพราะเมื่อกี้ผมบอกตั้งแต่ต้นว่า เอกสารจดหมายเหตุหรือเอกสารสําคัญทางโบราณนี่นะครับ มันไม่ได้อยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ อย่างเดียวครับ ที่ปัตตานีก็มีครับ ที่สุไหงโก-ลก ก็เห็นครับ เชียงใหม่ก็มาก ขอนแก่นก็เยอะ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นหลักการแบบนี้มันสอดคล้องกันหรือไม่ อย่างไร เอาละผมอาจจะไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ฝากเป็นข้อสังเกตในชั้นกรรมาธิการครับว่า ถ้าเกิดท่านกรุณาดูนี่นะครับ เวลาเขียนไปแคบ ๆ มาก ๆ เดี๋ยวทางโน้นก็มีปัญหา ทางนั้นก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นฝากทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้ามีโอกาสเข้าไปอยู่ ในกรรมาธิการชุดนี้ก็ขอความกรุณาดูเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องต่อมาครับ สุดท้ายครับ ผู้ใดส่งหรือนําเอกสารจดหมายเหตุ ออกนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดี แน่นอนครับ คนมันจะขโมย มันคงไม่ขออนุญาตอยู่แล้วท่านประธานครับ ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ฉันจะขโมยแล้วนะ มันไม่มีหรอกครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวงเล็บนี้ ผู้ใดส่งหรือนําเอกสารจดหมายเหตุ ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ดูตั้งแต่ (๑) ที่ผมพูดนะครับ ผู้ใดจะนําเอาเอกสารจดหมายเหตุออกไปแล้วไปผลิตทําซ้ํา ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือไม่นี่นะครับ ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ แต่ถ้าออกไปแล้วมันไม่ทําซ้ําอะไรเลยท่านประธานครับ มันเอาออกไปโน่นเลย ฝรั่งเศสเลย หรือไปประเทศไหนเลย ก็ติดคุกอย่างไรละครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ บทลงโทษต่าง ๆ นี่ก็ดีครับ แต่ถ้าท่านเขียนอย่างมีมิติ รอบครอบคลุมนี่นะครับ ผมก็จะรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น
สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นี่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับประเทศไทย ข้อสังเกตที่ผมพูดมาตั้งแต่ต้นจนจบนะครับ เป็นข้อสังเกต ของคนชอบของโบราณเท่านั้นเองครับ แล้วก็เคยโดนเพื่อน ๆ แหกตาครับท่านประธาน เอาของปลอมมาหลอกขาย ทําเหมือนของจริง ๆ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ผมเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่มากมายหลากหลาย มากกว่าจดหมายเหตุ วัฒนธรรมไทยวันนี้น้อยครับ ต้องรอดูช่อง ๗ จดหมายเหตุกรุงศรี อี้แอ ๆ ท่านประธานจําได้นะครับ เสียงนี้พอขึ้นปุ๊บเรารู้เลยเดี๋ยวละครจบแล้ว สมัยก่อนวัยรุ่นดูหนังก็สตรีสารมา ก็คิดว่าใกล้จะจบแล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีครับท่านประธาน ประเภทวัฒนธรรมไทย รําไทย อายนะ เพราะฉะนั้น ฝากเลยครับ นอกเรื่องเรื่องนี้ท่านประธานครับ ผมเป็นคนชอบดนตรีไทยท่านประธานครับ ชอบเป่าขลุ่ย ขี่ควายก็ไม่มีแล้วในกรุงเทพ แต่ว่าถ้าเกิดรัฐบาลได้กรุณาส่งเสริมที่เป็น วัฒนธรรมไทยพร้อม ๆ กับจดหมายเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่จะทําให้เยาวชนภายภาคหน้า สามารถรู้เรื่องของไทยได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ไม่ใช่ให้คนไทยเดี๋ยวนี้ไปแข่งแกะสลักน้ําแข็ง ที่ยุโรปและชนะ ผมงงเลยท่านประธานครับ ไปแข่งเป่าขลุ่ยที่เขมรไม่แน่ใจว่าจะชนะเขาหรือเปล่า แต่ไปแข่งแกะสลักน้ําแข็งชนะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีในการแก้ไข หรือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ