รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
เดี๋ยวเปิดให้ท่านสมาชิกหารือก่อนนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือต่อท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาที่โครงการจำนำครับ ไม่น่าเชื่อครับ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดสุโขทัย บ้านผมอำเภอคีรีมาศ ยังมีผู้ที่เข้าโครงการจำนำไปจำนำข้าว ซึ่งโรงสีมาเปิดขยายรับที่อำเภอคีรีมาศ แต่ยังไม่ได้ให้ใบประทวนกับเกษตรกรจนทุกวันนี้ครับ ก็มีประมาณน่าจะไม่ต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ฝากรัฐบาลได้ช่วยสอบถามไปที่จังหวัดสุโขทัย ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องของในตอนนี้กระแสสังคม เกี่ยวกับเรื่องประชาคมอาเซียน (ASEAN) ที่จะมีขึ้นในไม่กี่ปีในข้างหน้านี้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระบบการศึกษาไทยค่อนข้างล้าหลังมาก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาของประเทศไทย เรานั้นล้าหลังกว่าประเทศข้างบ้านเรานี้ละครับ ใกล้ ๆ รอบบ้านเราในกลุ่มของอาเซียน เราอยู่อันดับท้าย ๆ ก็ว่าได้ ก็อยากจะฝากไปถึงทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรที่จะได้ปรับปรุงเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาในเรื่องของ ทางด้านคุณภาพการศึกษามากกว่าที่จะไปเน้นในเรื่องของวัสดุ ในเรื่องของโครงสร้าง การก่อสร้าง อย่างเช่น การที่ทำอย่างไรจะให้มีอาเซียน สคูล ออนไลน์ (ASEAN school online) อย่างนี้ เพื่อที่ว่าเด็กนักเรียนจะได้เรียนระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อการศึกษา เพราะว่าภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ซึ่งมีความสำคัญ แต่ถ้าหากมีระบบอาเซียน สคูล ออนไลน์เข้าไป ผมเห็นแล้วว่าในหลายจังหวัด ซึ่งมีการดำเนินการอยู่บ้างได้ผลจริง ๆ ครับ อันนี้ก็ฝากกับทางรัฐบาลให้ช่วยติดตามนะครับ แล้วโดยเฉพาะสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานด้วยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องของถนนไร้ฝุ่น ท่านประธานที่เคารพครับ ตำบลหัวนาคำเป็นตำบลใหญ่ในอำเภอศรีธาตุ ฉะนั้นขณะนี้เป็นช่วงฤดูกาลขนอ้อย ขนมัน แล้วก็กำลังจะขนข้าวนาปรัง ถนนสัญจรไปมา ระหว่างบ้านคำค้อ บ้านคำเมย ตำบลหัวนาคำ ผ่านไปยังบ้านดงพัฒนา อำเภอไชยวาน ตำบลคำเลาะ ถนนตรงนี้จะออกไปทางอำเภอส่องดาว ท่าน ส.ส. เขตเลือกตั้งทางอำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนครก็ได้ฝากผมมาว่าให้พูดให้ด้วย ท่าน ส.ส. พัฒนา สัพโส ทางตรงนี้เหลืออีก ประมาณ ๕ กิโลเมตร จากบ้านคำเลาะไปบ้านท่าศิลา อำเภอส่องดาว แล้วก็ส่วนบ้านคำค้อ บ้านคำเมย บ้านดงพัฒนาก็ประมาณ ๕ กิโลเมตร ก็ช่วยฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมได้ช่วยไปดำเนินการด้วย
เรื่องที่ ๒ เรื่องพี่น้องชาวอำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ ขอบคุณรัฐบาล ที่ได้ไปขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรตรงที่ตลาดศรีธาตุแล้วก็บ้านหนองไผ่ บ้านพรเจริญ อำเภอวังสามหมอด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาบอกว่าขณะนี้กำลังน้อยเหลือเกิน เพราะว่าการรักษาความสงบ ความปลอดภัยให้กับสมาชิก แล้วก็ผู้ที่มาชี้แจง กำลังน้อย แล้วก็อยากฝากท่านประธานไปให้รักษาความปลอดภัยให้กับสมาชิกด้วยนะครับ ตอนเลิกประชุม ตอนเข้าประชุมได้ไปกันรถด้วยว่ารถมันวิ่งเข้าวิ่งออก แล้วก็ตอนคนขับรถก็ให้ขับช้า ๆ หน่อย ตรงข้างหน้า ขอบคุณครับ
ท่านธวัชชัย อนามพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานผมได้รับ การร้องเรียนจากเกษตรกรชาวสวนเรื่องผลไม้ตกต่ำ โดยเฉพาะเงาะโรงเรียนเหลือกิโลกรัม ละ ๕ บาท แล้วกระผม ธวัชชัย ยุคล พงศ์เวช ก็ได้หารือในสภาหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล ช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๒ ปีไม่มีประท้วงนะครับ เงาะกิโลกรัมละ ๑๓ บาท เกษตรกร พอใจมาก ๆ ช่วงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงไปหาเสียงที่จังหวัดจันทบุรีบอกว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะไม่ให้เงาะต่ำกว่าท่านอภิสิทธิ์ ตอนนี้ก็เหลือกิโลกรัมละ ๕ บาทครับ เมื่อวานมีการปิดถนนที่ห้วยสะท้อน อำเภอท่าใหม่ ตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึงตีสาม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วิชิต ชาตไพสิฐ เป็นคนดีมาก เป็นผู้ใหญ่ที่ดีมาก ลงไปกล่อม จนสำเร็จ สำเร็จอย่างไรรู้ไหมครับ เกษตรกรเขาร้องว่า ๑. ให้จังหวัดจันทบุรีซื้อเงาะเอง ๒. ให้ซื้อกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ๓. ให้ซื้อระยะยาวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขณะนี้เข้าคิวเป็นแถวเลยครับ แล้วช่วงที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้งบ คชก. ปีหนึ่ง ๕๐-๖๐ ล้านบาท เหลือทุกปีนะครับ แล้วช่วงท่านยิ่งลักษณ์นี่นะครับ ผมว่าสนใจเกษตรกรน้อยมาก ทำงานล่าช้า เฉื่อยช้า แก้ปัญหาไม่เป็น ดีแต่พูด ผมไม่แน่ใจนะครับว่าการแก้ปัญหาเงาะปีนี้จะใช้งบสักกี่ร้อยล้านบาท จริง ๆ งบแค่ ๔๐-๕๐ ล้านบาท ก็แก้ได้ แต่การเฉื่อยช้านี่ละครับ การแก้ปัญหาไม่เป็น นี่ละครับทำให้รัฐต้องเสียเงินภาษีของพี่น้องประชาชนหลายร้อยล้านบาท ขอฝาก ท่านประธานช่วยดูด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
เห็นแล้วเมื่อคืนนี้ทีวีเขาออกเทเงาะอยู่ ขณะนี้อยู่ในเรื่องที่ท่านสมาชิกหารือ คือเขาหารือว่า ความเดือดร้อนของประชาชนราคาเงาะตกต่ำ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดท่านก็พูดอย่างนี้ ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวให้รัฐบาลเขาตอบ เดี๋ยวท่านเปล่งมณีต่อไปครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันมีปัญหาของพี่น้องประชาชนที่จะหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรกดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายนิยม ดวงศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องขอให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและจุดกลับรถ บริเวณหน้าวัดป่าเจริญธรรมและบริเวณหน้าร้านสุดาวรรณขนมเปี๊ยะ ตั้งอยู่บนถนนสายมะลิวัลย์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑ ที่ กม. ๑๙๒ ถึง ๕๑๒ ถนนลักษณะเป็น ๔ เลน มีเกาะกลางถนน จุดกลับรถไกลมาก ทำให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านป่าเป้า ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลยต้องวิ่งรถจักรยานยนต์ตัดผ่านถนนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมากและบ่อยครั้ง จึงกราบเรียนท่านประธาน ช่วยประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้กำกับดูแลกรมทางหลวง ช่วยนำเรื่องนี้สั่งการไปยังผู้ที่ดูแล แล้วก็ผลักดันงบประมาณในการก่อสร้างด้วย
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนบ่อยครั้งมาก คือครูบาอาจารย์ มีความเดือดร้อน แล้วก็เห็นรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องครูคืนถิ่น อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการช่วยผลักดันนโยบายนี้ให้เป็นรูปธรรมให้มากกว่านี้ เพราะว่าปัญหาเรื่องของคุณครู ไม่ว่าจะไปดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยหรือแก่เฒ่า หรือต้องไปดูแล ครอบครัวของตนเอง ดูแลลูกและสามีหรือความเจริญก้าวหน้าของตนเองเป็นปัญหา ของคุณครูเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าเฉพาะที่อำเภอสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอนาแห้วหรือจังหวัดเลย ทั่วประเทศค่ะ ก็อยากนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๓ พระโขนง บางนา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านครับ ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดู รับเด็กนักเรียนซึ่งใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็สงสารเห็นใจผู้ปกครองอีกหลาย ๆ ท่านครับ ที่อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดี ๆ ดัง ๆ นะครับ ในเขตผมเองก็ไม่มีโรงเรียนดัง ๆ ที่จะต้องเดือดร้อน ที่ผู้ปกครองจะต้องมาจ่ายเป็นเงินหมื่น เงินแสนนะครับ ซึ่งในยุค ของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ให้รับเด็กนักเรียนทั้งหมดในเขตพื้นที่ และผมก็เชื่อนะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ก็มีแนวนโยบายอันเดียวกัน ท่านครับ ปัญหามีอย่างนี้ครับว่า มีโฆษกของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ไปออกข่าววิทยุเมื่อวันที่ ๑๕ ให้สัมภาษณ์ ทางวิทยุรัฐสภา ๘๗.๕ เมกกะเฮิร์ซ และคลื่นอื่น ๆ อีกหลายคลื่น แล้วก็มีสื่อ ทางหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับ โดยมีใจความว่า มี ส.ส. หนีสภาไปรับเงินบริจาคนักเรียน แถวย่านสุขุมวิทเป็นนายกสมาคมอยู่ ๔ โรงเรียน แต่ผมไม่ทราบว่าท่านเป็นลูกผู้ชาย หรือเปล่า ท่านไม่กล้าบอกชื่อว่า ส.ส. นั้นเป็นใคร ท่านครับ และยังมีกล่าวตำหนิ ท่านรัฐมนตรี ท่าน ส.ส. และ ส.ว. ว่าหนีสภาไปรับเงิน ผมก็อยากทราบว่าคนนั้นเป็นใคร ซึ่งผมเองก็เป็นนายกสมาคมอยู่ ๒ โรงเรียนครับท่านครับ แต่ก็ไม่มีนะครับที่ไปรับเงินอย่างนี้ ผมบอกว่านายกสมาคมก็มาจากการเลือกตั้งของผู้ปกครองและซึ่งคุณวัฒนาเองก็เป็นอดีต นายกสมาคมเหมือนกัน และเป็น ส.ส. ก่อนผม เพราะมีแนวความคิดอย่างนี้นะครับถึงสอบตก แพ้ผมมาโดยตลอดเลยครับท่าน และโรงเรียนในเขตผมนะครับท่านครับ ยังมีอีก ๗ โรงเรียนที่ยังมีที่ว่างอยู่ มีโรงเรียนรุ่งเรืองอุปถัมภ์ โรงเรียนเพี้ยนพิน อนุสรณ์ โรงเรียนพูนสิน (เพชรสุขอุปถัมน์) ของ กทม. นะครับ โรงเรียนพระโขนง พิทยาลัย โรงเรียนปทุมคงคา และโรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนราชดำริ อีกหลายโรงเรียนที่อยู่ ในละแวก ก็ยังสามารถรับเด็กนักเรียนได้อยู่ครับท่านครับ ฉะนั้นไม่มีผู้ปกครองท่านใด หรอกครับท่านครับที่จะไปชำระเงิน ไปจ่ายเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ไม่มี แล้วผมยืนยันครับว่า ผมเองด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีก็ไม่มีวันที่จะไปรอรับเงิน นั่งรับเงิน อย่างนั้น ผมเชื่อว่าพวกเขาคงไม่รักผมหรอกครับ คงไม่เลือกผมเป็นนายกสมาคมนะครับท่านครับ ก็ฝากท่านประธานไว้ด้วยนะครับว่าท่านควรพิจารณาตัวโฆษกของท่านเองว่าเป็นอย่างไร ถ้าเผื่อหากมีจริงก็ช่วยดำเนินการให้ด้วยว่าเป็นใครเพื่อจัดการ
หมดเวลาแล้วนะครับท่านครับ ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ ต่อไปเป็นท่านเกียรติ แล้วก็มา ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญท่านธนิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็น อีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด จากการได้ลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ได้เห็นความลำบาก โดยเฉพาะการสัญจรไปมาในถนนซึ่งมีสภาพไม่ดี ทำให้ประชาชน เดือดร้อน จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม เรื่องถนนเชื่อมต่อระหว่าง หมู่บ้านในเขตอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เส้นทางผ่าน ๖ หมู่บ้าน คือบ้านบัว บ้านหนองหญ้าข้าวนก ตำบลกุดเค้า บ้านหนองไม้ตาย บ้านหนองก้านเหลือง ตำบลนาข่า บ้านหนองบัว บ้านหินแตก ตำบลนางาม ซึ่งรวมระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ปัจจุบัน เป็นถนนลูกรังสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ประชาชนสัญจรไปมาลำบากมาก โดยเฉพาะในฤดูฝน ถ้าเป็นฤดูร้อนก็มีฝุ่นตลบ ท้องถิ่นมีงบไม่เพียงพอจึงหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะขอเสนอโอนย้ายเส้นทางดังกล่าวให้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท และขอให้ดำเนินการในการลาดยางในเส้นทางดังกล่าวเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ของพี่น้องประชาชน อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านเช่นกัน ก็คือเส้นทาง ระหว่างบ้านนายาวหมู่ที่ ๔ กับบ้านโพธิ์ไชย แล้วก็เส้นทางบ้านหนองชมพู่ หมู่ที่ ๑๐ บ้านโนนคูณ เส้นทางบ้านทุ่ง หมู่ที่ ๙ กับบ้านโสกใหญ่ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของอำเภอ โคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ในเส้นทางดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาลำบาก จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะของบประมาณในการ ดำเนินการทำถนนลาดยางให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓-๔ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนสาย ๒๑ ช่วงหมู่บ้านซอย ๑๒ ดับมืด มานานแล้ว แสงสว่างข้างทางนะ แล้วก็บ้านดีลัง กม. ๓๕ ดับมาตลอด ไม่ติดนะครับ แล้วก็ สี่แยกโคกสลุง ตรงบ้านวัดเนินสว่าง ทางเข้าค่ายลูกเสือ กม. ๔๕+๕๐๐ แล้วก็สี่แยกม่วงค่อม เข้าอ่างเก็บน้ำซับตะเคียนอันนี้ดับมาตลอด ไฟฟ้าเสามีหมดทุกอย่างเลย แต่ไม่ติด มาหลายเดือนแล้ว
แล้วก็มีเรื่องที่ ๒ คือการรับจำนำมันสำปะหลังที่จะหมดเวลาประมาณ เดือนมิถุนายนข้างหน้านี้ อยากจะให้ขยายการรับจำนำเพิ่มเติมไปอีกเพราะว่าชาวไร่มันสำปะหลัง ยังค้างอีกเยอะ ไม่ใช่ที่จังหวัดลพบุรีที่เดียวจังหวัดอื่นก็มีครับ อย่างเช่นเมื่อวานนี้จาก จังหวัดปราจีนบุรีก็มีปัญหามาตลอดนะครับ อยากจะให้ขยายเวลาเพิ่มเติมไปอีกสัก ๒-๓ เดือน
แล้วก็เรื่องที่ ๓ มีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากที่ต้องพบปัญหาเกี่ยวกับไฟท้ายรถ เกี่ยวกับรถยนต์ที่วิ่งตามถนน ซึ่งบางครั้งแทบจะไม่มีไฟท้ายเลย เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก็แค่ถูกจับ แค่ปรับขับรถโดยประมาท แต่ความสูญเสียมันเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง เพราะว่า มีคนเสียชีวิตเกี่ยวกับการใช้รถนี้อย่างมากมาย รถไฟท้ายแสงสว่างไม่พอ รถวิ่งมาด้วย ความเร็วสูงก็อาจจะมีอุบัติเหตุมาก อยากให้ทางตำรวจ ทางขนส่งช่วยดูแลจัดการเรื่องนี้ ให้เข้มงวด แล้วก็ให้เรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นความสูญเสียจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ต่อไปเรื่อย ๆ ครับกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาครับ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ ดิฉันเองได้รับ การทวงถามจากพี่น้องประชาชนถึงเรื่องจุดกลับรถที่บริเวณทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ค่ะ ช่วงบริเวณอำเภอจัตุรัสถึงตำบลหนองบัวโคก ดิฉันเองเคยหารือกับท่านประธานมาตั้งแต่ ในสมัยที่ผ่านมาค่ะ สมัยนี้ก็ได้มีการหารือแล้วทางหน่วยงานก็คือกระทรวงคมนาคมได้มี การตอบกลับมาว่าจะได้ดำเนินการย้ายจุดกลับรถให้บริเวณ กม. ที่ ๖๙-๗๐ ค่ะ ผ่านมา ๓ ปีงบประมาณแล้วนะคะท่านประธาน ก็ยังไม่เห็นจุดกลับรถดังกล่าวเลยค่ะ พี่น้องประชาชนเขาได้รับอันตรายแล้วก็เดือดร้อนจากการที่จุดกลับรถอยู่ห่างไกลจาก ทางเข้าหมู่บ้านและสถานที่ทำงาน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดูแลแล้วก็เร่งรัดดำเนินการตามที่ได้มีการตอบตามที่ ท่านประธานได้ส่งคำตอบให้ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับการติดต่อ สอบถามจากเด็ก ๆ นักเรียนค่ะว่าเขาอยากใช้แท็บเล็ต (Tablet) ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์จะแจกให้กับเด็กนักเรียน ทราบข่าวมาว่าตอนนี้ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างเรียบร้อย มีผู้รับไปดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เขาก็อยากจะเร่งรัดค่ะท่านประธาน แจกไม่ทัน แต่ว่า ไม่ทันเปิดเทอมคือวันที่ ๑๖ คือเมื่อวานที่ผ่านมาก็จริง อยากจะขอให้ท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงไอซีที (ICT) ให้เร่งรัด อย่างไร ก็แจกเด็กนักเรียนให้สามารถใช้ได้ทันในปีการศึกษานี้ หรือว่าภายในเทอมการศึกษาที่ ๑ ที่เพิ่งเปิดเรียนด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับการติดต่อ สอบถามจากพี่น้องประชาชนหลายหมู่บ้าน หลายอำเภอ หลายจังหวัด ไม่เฉพาะแต่ที่ จังหวัดชัยภูมิ ถึงเรื่องเงินงบประมาณของโครงการกองทุนพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน ที่นายกรัฐมนตรีได้บอกว่าจะจ่ายหมู่บ้านเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เขาติดต่อสอบถามมาว่าเมื่อไรจะได้รับเงินงบประมาณค่ะ อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแล้วก็เร่งรัดการจัดสรรเงิน ให้กับพี่น้องด้วยค่ะ เพื่อพัฒนาชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เรื่องที่ท่านหารือ เรื่องถนนรอบเมืองชัยภูมิ กระทรวงคมนาคมแจ้งมาแล้วว่าท่านเริ่มจัดงบประมาณให้ ๒๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๖ นะครับ เชิญท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธานนะคะ ก็คือตอนนี้ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนเพิ่งเปิดเทอมใหม่ โรงเรียนที่ดิฉันจะกล่าวถึงก็คือ โรงเรียนกันทรลักษ์วิทยา เป็นโรงเรียนประจำอำเภอของอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งอยู่ชายแดนนะคะ มีนักเรียนประมาณ ๔,๕๐๐ คน ก็เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่นะคะ ก็ขาดห้องเรียน อยู่ประมาณสัก ๖๘ ห้อง ตอนนี้เด็กก็เดือดร้อนเพราะว่าไม่มีห้องเรียนทำให้เด็กต้องไปเรียน ที่อาคารชั่วคราว แล้วอีกอย่างก็คืออาคารที่มีมาประมาณเกือบ ๔๐ ปีแล้วเกิดชำรุดทรุดโทรม หลายอาคาร ทำให้โรงเรียนแล้วก็เด็กนักเรียนได้รับความเดือดร้อน ดิฉันเองก็ได้หารือ กับท่านประธานมาหลายครั้งนะคะ แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการดูแล เนื่องจากว่าดิฉันได้ไปรับ หนังสืองบประมาณที่อาคาร ๓ ได้มาเปิดดูก็ยังไม่มีอาคารที่ทางโรงเรียนนี้ได้ขอมาหลายครั้ง แล้วดิฉันก็ได้มาหารือกับท่านประธานหลายครั้ง วันนี้ดิฉันก็อยากจะฝากท่านประธานว่าอย่างไรก็อยากจะให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของนักเรียนที่เพิ่งกำลังเปิดเรียน แต่ว่าไม่มีห้องเรียน ถึงจะไม่ได้อาคารใหม่ แต่ว่าก็อยากจะ ให้ดูแลในเรื่องซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด เพื่อที่จะได้ใช้ในการเรียนเป็นการต่อไป อย่างไรก็ฝาก ท่านประธานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาช่วยเหลือเป็นการด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสุทธิชัย จรูญเนตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิชัย จรูญเนตร วันนี้มีเรื่องสำคัญที่จะได้หารือท่านประธานครับ ด้วยโรงพยาบาลตระการพืชผลได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นโรงพยาบาล แม่ข่ายโซน ๒ หรือที่เราจะเรียกว่าเป็นเขตพัฒนาสาธารณสุขที่ ๒ ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจะประกอบไปด้วย ๖ อำเภอ ๖ โรงพยาบาลด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในความที่เป็น ประธานเครือข่ายก็เป็นที่น่าดีใจแก่พี่น้องชาวตระการพืชผล แต่ปัญหาของพวกเราก็คือ สภาพของโรงพยาบาลในขณะนี้มันแออัดมาก ไหนจะต้องมารองรับผู้ป่วยในอำเภอ ของตนเอง และต้องมารองรับผู้ป่วยจากอีก ๕ อำเภอ เพราะว่านโยบายของจังหวัด หรือนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขต้องการที่จะสกัดกั้นผู้ป่วยไม่ต้องให้เดินทางเข้าไป แออัดในตัวจังหวัด เพราะฉะนั้นถ้ามันเกินความสามารถของโรงพยาบาล ๕ อำเภอ ไม่ว่า จะเป็นอำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอกุดข้าวปุ้น .อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอนาตาล อำเภอเขมราฐ ก็ให้ส่งมาที่อำเภอตระการพืชผล เพราะฉะนั้นความจำเป็นของอำเภอตระการพืชผลวันนี้ ก็คือเราต้องการอาคารผู้ป่วยนอกจำนวน ๑ อาคาร อันดับที่ ๒ เราต้องการตึกคนไข้จำนวน ๑๑๔ เตียง เพราะศักยภาพของโรงพยาบาลเราตอนนี้เรามีจำนวนแค่ ๖๐ เตียง แต่เรา ต้องไปรองรับผู้ป่วยในแต่ละวันประมาณ ๑๒๐ เตียงครับ ถ้าท่านประธานไปดูก็จะเห็นว่า เตียงนี่จะอยู่รอบระเบียบของโรงพยาบาลเต็มไปหมดเลย เพราะฉะนั้นกระผมจึงใคร่ เรียนมายังท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขครับ ในการของบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกจำนวน ๔ ชั้น ๑ อาคาร แล้วก็อาคารตึกคนไข้จำนวน ๑๑๔ เตียงอีก ๑ อาคารครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับ ความกรุณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ขออนุญาตกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ
ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องเงินฟื้นฟูเยียวยาหลังจากน้ำท่วม เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของปัญหาการชดเชย พืชผลการเกษตร คือ อคส. ให้กับพี่น้องจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ คือหอมแดงนะครับ
เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตลงเรื่องแรกเลยนะครับ เนื่องจาก วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี เป็นวิทยาลัยที่ผลิตนักเรียน นักศึกษาต่าง ๆ มากมาย อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง ยังไม่ได้รับงบจัดสรรการก่อสร้าง อาคารขนาดใหญ่ แม้กระทั่งงบปรับปรุงซ่อมแซมครับ ปีที่แล้วผมได้ทวงถามใน คณะอนุกรรมาธิการการศึกษา ไม่ได้รับงบปรับปรุงซ่อมแซมแม้แต่บาทเดียว ปีนี้เท่าที่ ทราบมานะครับว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาก็ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณ ให้กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีครับ ดังนั้นอยากฝากให้ผลักดันงบประมาณในส่วนนี้ด้วย เพราะว่าปี ๒๕๕๗ วิทยาลัยแห่งนี้จะใช้เป็นวิทยาลัยที่แข่งขันระดับวิทยาลัยเกษตรทั่วประเทศไทยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ เป็นเรื่องของโครงการเยียวยาฟื้นฟูน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา ท่านครับมีหลายโครงการที่จังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับอนุมัติเห็นชอบจากทางจังหวัด ประมาณ ๗๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทางส่วนกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อนุมัติงบประมาณนะครับ อนุมัติเงินแค่ส่วนหนึ่ง ผมอยากให้ท่านประธานฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่า ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยด้วยครับ เพราะว่าพื้นที่ ที่น้ำท่วมบางส่วนไม่ได้รับ แต่พื้นที่ที่น้ำท่วมก็ยังไม่ได้รับเช่นกันครับ เพื่อความยุติธรรม อนุมัติทั้งหมดที่จังหวัดส่งผ่านมาครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ เป็นเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกหอมแดง จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะที่อำเภอยางชุมน้อย อำเภอวังหิน ท่าน ส.ส. ธเนศฝากผ่านมา เพราะว่าได้เข้าร่วม โครงการที่องค์การคลังสินค้า เข้าร่วมโครงการหอมแดง พี่น้องอำเภอเขื่องใน พี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ เข้าโครงการมาหลายปีแล้วครับ ยื่นหนังสือผ่านท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ยื่นหนังสือผ่านท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ยื่นผ่านคณะกรรมาธิการหลายคณะ อยากให้ท่าน เร่งประสานงานผ่านองค์การคลังสินค้า เกษตรกร ๕,๐๐๐ กว่ารายที่ยังคงค้างอยู่รอบที่ ๑ และรอบที่ ๒ ในโครงการจำนำสินค้าทางการเกษตรของรัฐบาลเพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้ ลืมตาอ้าปากได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย
ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเรื่องแรก โรงเรียนปากช่อง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ ประชากรมาก พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องได้พา บุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนปากช่องมากจึงเกิดความแออัด พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่อง ได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์มากับผมให้ฝากมาท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้มาสร้าง อาคารขนาด ๑๐๐/๒๗
เรื่องที่ ๒ ถนนสายบ้านบ่อทอง-คลองยาง ตำบลหนองสาหร่ายได้พังชำรุดเสียหาย พี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องที่ใช้ถนนเส้นนี้ได้รับความเสียหาย แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง จึงฝากท่านประธานผ่านเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมาให้รีบมาแก้ไขเพื่อให้พี่น้องชาวอำเภอปากช่องเดินทาง ด้วยความปลอดภัย
เรื่องที่ ๓ ถนนสายบ้านกุดโง้ง ตำบลวังไทร เชื่อมต่อวังสีสด ตำบลคลองม่วง ได้ชำรุดเสียหายเช่นกัน ได้ผ่านให้ผมนั้นนำเรื่องมาบอกกล่าวให้ท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะท้องถิ่นจังหวัดให้รีบมาแก้ไข
เรื่องที่ ๔ ขอหารือถนนสายบ้านวังไทร ตำบลวังไทร เชื่อมต่อบ้านซับเศรษฐี ตำบลคลองม่วง ได้เกิดน้ำเซาะถนนพังเสียหายมาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ให้รีบมาแก้ไข
เรื่องที่ ๕ ทางหลวงชนบทสาย นม. ๓๐๖๐ บริเวณบ้านซับพลูเชื่อมต่อบ้าน คลองม่วง ตำบลคลองม่วง เป็นทางหลวงชนบทที่ทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมาดูแล รับผิดชอบได้เสียหายมาก พี่น้องประชาชนเดินทางไปมาลำบาก และเกิดอันตราย จากอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากท่านประธานผ่านเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมา ๓๐/๖๐ บริเวณบ้านซับพลู ตำบลคลองม่วงครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านนาที รัชกิจประการ ไม่อยู่นะครับ ท่านสหรัฐ กุลศรี เดี๋ยวท่านสหรัฐรอนิดหนึ่ง ท่านนาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อจากจังหวัดพัทลุง วันนี้จะขอหารือท่านประธานสัก ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ตัวดิฉันเองได้รับการทวงถามจากลูกจ้างครูตามโครงการ ยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ที่เรียกว่าพี ๒ (P2) นะคะ ซึ่งได้รับความเดือดร้อน ยังไม่ได้รับ ค่าตอบแทนเดือนเมษายน ซึ่งทั้งระบบที่เดือดร้อนอยู่มีประมาณ ๕,๒๙๐ คน ส่วนอัตราจ้าง ครูสอนคณิตศาสตร์ แล้วก็วิทยาศาสตร์ ๓,๓๒๓ คน ซึ่งขณะนี้ท่านที่ได้รับความเดือดร้อน ท่านก็ทราบนะคะว่าทาง สพฐ. ก็ได้แจ้งบอกว่ากำลังทำเรื่องของบประมาณอยู่ ซึ่งถ้าเกิด ได้รับแล้วก็จะจ่ายในทันที แต่ทางครูอัตราจ้างก็ยังขอความอนุเคราะห์ไปถึงท่านประธาน แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้เร่งรัดเป็นการด่วน เพราะว่าครูส่วนใหญ่ก็คือ พอไม่มีเงิน ทำงานเดือนชนเดือน เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ไปยืมเงินซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย ไม่ว่าอัตราร้อยละ ๕ หรืออัตราร้อยละ ๑๐ ก็อยากจะขอความอนุเคราะห์ท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งด่วนนิดนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาอื่นก็เริ่มตามมาในเรื่องของดอกเบี้ยหรือวงจร ดอกเบี้ยตรงนี้ ก็ขอฝากด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากเจ้าอาวาสวัดมาลีนิเวศน์ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ซึ่งวัดของท่านอยู่บนเนิน ท่านก็ห่วงในเรื่องของความปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินของวัด รวมถึงพระสงฆ์ แล้วก็ประชาชนที่เข้าไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาด้วย วันนี้ท่านอยากจะต่อเติมกำแพง ๑๕๐ เมตร สูง ๑ เมตร ถ้าเผื่อว่าท่านประธานจะ อนุเคราะห์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุเคราะห์ที่จะร่วมบริจาคก็ขอความอนุเคราะห์ด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอดีตเลขาฯ อ้อยท่านจะขออนุเคราะห์ก่อนนะครับ เชิญท่านสหรัฐครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ นั้นประกอบด้วย อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอด่านช้าง และอำเภอหนองหญ้าไซ เฉพาะ ๔ ตำบล ๔ ตำบลนั้นประกอบด้วย ตำบลแจงงาม ตำบลหนองขาม ตำบลทัพหลวง และตำบลหนองราชวัตร ปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะ ในตำบลองค์พระ ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ก็คือเรื่องยาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้มียาเสพติดระบาดอย่างหนักในพื้นที่ตำบลองค์พระ เนื่องจากเป็นพื้นที่มีป่าและมีประชาชนอยู่กระจัดกระจาย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้เห็น ไม่มีส่วนได้เสีย แต่พยายามปราบ อยากจะฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยขจัดและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้หมดไปจากจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยครับ
ปัญหาที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องโรงงานปล่อยของเหม็น ผมได้ ปรึกษาหารือหลายครั้งหลายคราวในสภาผู้แทนราษฎรว่ามีโรงงานแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอล (Ethanol) ปล่อยกลิ่นเหม็นตลอด เวลาผมมาพูดในสภาก็แก้ไข พอผมไม่พูดก็แอบปล่อย ปล่อยตลอด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอยู่ทุกครั้งทุกคราว จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยกันดูแลแล้วก็ช่วยกันปราบโรงงานดังกล่าวให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรีครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนบริเวณวัดเขาพระ ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ในขณะนี้อยู่ในขั้นทรุดโทรม เนื่องจากสร้างมาหลายปี จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้ช่วยปล่อย งบประมาณมาสร้างสะพานดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อนและอยู่ในสภาพดีด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านบัญญัติครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ใคร่ขออนุญาตท่านประธานหารือเพื่อให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดระยองดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ปัญหาราคาเงาะโรงเรียนตกต่ำในจังหวัดระยองและจังหวัด ในภาคตะวันออกครับ สืบเนื่องจากเงาะโรงเรียนปีนี้ผลผลิตทยอยออกมาในท้องตลาด ปัจจุบันก็อยู่ที่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิต ยังเหลืออีกประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของผลผลิต แต่ราคาเงาะโรงเรียนได้ตกต่ำจากกิโลกรัมละ ๓๐-๔๐ บาท ได้ตกลงมา จนปัจจุบันราคาเมื่อวานที่จังหวัดระยอง ตลาดเขาดินเกษตรกรขายได้ประมาณ ๕-๗ บาท ราคาตกต่ำเร็วมาก แล้วที่ตำบลหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี เมื่อคืนก็มีการปิดถนนเป็นเวลา ยาวนาน สืบเนื่องจากราคาผลผลิตที่นั่นตกต่ำเหลือกิโลกรัมละประมาณ ๕ บาท ซึ่งก็จะ ลุกลามไปทั่วภาคตะวันออก สืบเนื่องจากผลผลิตมาคั่งค้างในตลาดแล้วแม่ค้าพ่อค้าที่มาขน ผลผลิตออกไป เมื่อมาถึงตลาดแล้วพอถึงเย็นถึงค่ำเกษตรกรเมื่อขนผลผลิตมาแล้วอย่างไร ก็ต้องขาย เปรียบเทียบเสมือนว่าผีมาถึงป่าช้าแล้วก็ต้องเผา แต่ทีนี้รัฐบาลไม่ได้หยิบยื่นมือเข้ามาช่วยเลยครับ ทั้ง ๆ ที่งบ คชก. ได้อนุมัติลงแล้วนี้ครับ ก็อยากจะให้รัฐบาลให้ความสำคัญ ให้ความจริงจังและจริงใจ ช่วยไปแก้ปัญหาให้เกษตรกร อย่างเป็นรูปธรรมนะครับ ราคาต้นทุนเงาะโรงเรียนอยู่ที่ ๑๐.๐๕ บาท ราคาที่รัฐบาล ควรที่จะประกันให้ก็คือบวกอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คือกิโลกรัมละประมาณ ๑๓ บาท อยากจะให้รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปประชุมเร่งด่วนเลยครับแล้วก็กระจายผลผลิตออกไปจาก แหล่งผลิตให้อย่างรวดเร็วนะครับเพราะว่าพี่น้องต่างจังหวัดยังไม่มีใครได้กินเงาะกันเลยครับ อันนี้เป็นปัญหาจากการบริหารจัดการโดยตรงนะครับ คงได้เรื่องนี้เรื่องเดียวครับ กราบขอบคุณครับ
อาจารย์นิยม วรปัญญา ครับ ต่อจากเมื่อวานนี้นะครับ เรื่องที่ท่านบอกไว้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมาก พอสรุปได้วันนี้ก็ ๙ เรื่องนะครับ เป็นเรื่องสำคัญ ๆ ผลที่ได้จากการหารือนั้นมีมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ระยะนี้ ฝนเริ่มแล้งนะครับ มีแหล่งน้ำที่ต้องแก้ไข ๑๕๐ จุด หรือขุดลอกแล้วก็เสริมคัน
แล้วก็มีถนน ๑๕๐ แห่งที่ชำรุด รวมเป็น ๑๕๐ สายนะครับ ข้อที่ ๒
ข้อที่ ๓ เรื่องตลาดศูนย์กลางการซื้อขายเกษตร สินค้าเกษตรถ้าไม่มี ศูนย์กลางให้ ซื้อขายไม่มีพันธุ์พืชให้ การที่จะให้ป่ากลับคืนมาอย่างเดิมนั้นถ้าไม่มีพันธุ์ ให้ไปปลูกก็ไม่ได้ แล้วก็สัตว์เลี้ยงที่เป็นอาหารโปรตีนมีทั้งกรมประมง มีทั้งกรมป่าไม้ ขอให้ รัฐบาลช่วยเพาะพันธุ์แจกนะครับ
ข้อที่ ๔ เรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว ท่องเที่ยวเป็นรายได้อย่างดีเลยครับ กระผมก็มีร้องเรียนมาเรื่องท่องเที่ยวรู้สึกจะ ๓๙ จุดที่เป็นน้ำตกบ้าง เป็นแหล่งภูมิทัศน์บ้าง แล้วก็เป็นแหล่งที่ธรรมชาติ ภูเขา แล้วก็วัด
ข้อที่ ๕ เรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการซื้อขายล่วงหน้า ผู้ซื้อจะได้รู้ ผู้ขายจะได้รู้และผู้บริโภค รวมทั้งผู้ผลิต ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะเหมือนกับตลาดกลางของยุโรป ถ้าเราทำได้อย่างนี้ เกษตรกรก็จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ เพราะกำหนดราคาตั้งแต่แรกแล้ว สินค้าไหนไม่มีคนต้องการจะได้ไม่ต้องปลูก ปลูกเฉพาะที่ต้องการ
ข้อที่ ๖ เรื่องขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำฝนเทียม
ข้อที่ ๗ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรของจังหวัดเพชรบูรณ์
อาจารย์ครับ เวลาหมดแล้วครับ
ขอเวลานิดเดียวครับท่านประธานครับ เรื่องที่ ๗ นี้ก็ขอให้มีการทำถนนรอบเมืองภูเขียว ๑๒ กิโลเมตร แล้วก็จากภูเขียวไปชุมแพ ๑๕ กิโลเมตร อันนี้ท่านประธานก็เคยปรารภกับผมเรื่อยว่าตรงนี้มีความจำเป็นตามที่เขา ร้องเรียนจริง และท่านก็จะส่งเสริมช่วยอยู่แล้ว ขอกำชับหน่อยครับ ขอให้ท่านช่วยติดตามด้วย
ข้อที่ ๘ ขอให้
ข้อที่ ๘ นี้ไปวันที่ ๓๐ ได้ไหมครับ
มันมีติด ๆ กันอยู่แล้วครับ เรื่องที่ ๘ เรื่องที่ ๙ เรื่องที่ ๑๐ ๓ เรื่องนี้ ผมมีอยู่ในหนังสือนี้แล้ว
เรื่องที่ ๘ เรื่องที่ ๙ เรื่องที่ ๑๐ เอาไว้วันที่ ๓๐ พฤษภาคม เดี๋ยวให้ท่านธานีก่อน ท่านธานีมานั่งรอ
ขอส่งเป็นหนังสือตามนี้ก็แล้วกันครับ
ได้ครับ เดี๋ยวท่านส่งรายละเอียดให้หน่อยได้ไหมครับ
ครับ
เรื่องถนน ๑๕๐ แห่ง แหล่งน้ำต่าง ๆ ท่านขอส่งหน่อยนะครับ เชิญท่านธานีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม ธานี เทือกสุบรรณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับคำร้องเรียน จากพี่น้องประชาชน ที่บ้านบางชุมโถ ตำบลวัดประดู่ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เรื่องสะพานข้ามคลอง จากเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีไปตำบลวัดประดู่ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ก่อสร้างมาเป็นเวลาปีกว่าแล้ว ได้ทุบสะพานทิ้งและจะก่อสร้างสะพานใหม่แล้วก็ยังไม่ได้ก่อสร้าง ประชาชนขณะนี้กำลังเดือดร้อนมากเพราะว่านักเรียนจะต้องไปโรงเรียนนะครับ ก็ฝาก ท่านประธานช่วยเร่งรัดให้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เรื่องถนนชำรุดนะครับท่านประธาน จากน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว จนบัดนี้ถนนของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้รับการซ่อมแซม องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้จ่ายขาดเงินสะสมไปแต่ก็ไม่ได้ทำทั่วนะครับ ทำเฉพาะบางสาย ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็ฝากมานะครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนสันติสุข คลองฉนากนะครับ เป็นพี่น้องประชาชนที่ทำเรือประมงขนาดเล็กนะครับท่านประธาน เนื่องจากกรมประมงได้อนุญาตให้พี่น้องประชาชนทำฟาร์มเลี้ยงหอยแครงในพื้นที่สาธารณะชายเลน ก็ทำให้พี่น้องประชาชนเรือขนาดเล็กไม่สามารถที่จะไปหากินได้ครับ ออกไปหากินก็โดนไล่ยิงบ้าง โดนทำร้ายบ้าง ก็ทำให้พี่น้องประชาชนรวมตัวกันปิดปากอ่าวเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็ฝาก ท่านประธานให้กรมประมงช่วยเร่งรัดเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๔ น้ำเสียจากหมู่บ้านจัดสรรในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีครับ หลายหมู่บ้าน ท่านประธานครับ ไม่ได้ทำระบบบำบัดน้ำเสีย ทำหมู่บ้านโดยการที่แบ่งโฉนดที่ดิน ให้ทำหมู่บ้านได้แปลงละไม่กี่หลัง ก็ไม่เข้าระบบจัดสรร ก็เลยไม่ทำบ่อบำบัดน้ำเสีย ขณะนี้ น้ำเสียมากครับที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันอยากจะขอหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากชุมชนหน้าวัดมะกอก เขตราชเทวี ว่าท่อระบายน้ำนั้นระบายน้ำได้ไม่สะดวกค่ะ เวลาฝนตกนั้นน้ำจะขังแล้วก็ท่วมล้นออกมา ตามทางเดินส่งกลิ่นเหม็นมากนะคะ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วก็คุณภาพชีวิตของพี่น้อง ในชุมชนหน้าวัดมะกอกอย่างมาก พื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่เอกชนค่ะ แต่ว่าได้ขออนุญาต จากเจ้าของแล้วนะคะ ถ้าจะกรุณามาดำเนินการก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในชุมชน นิคมมักกะสัน แล้วก็ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน เขตราชเทวี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยค่ะ บอกว่าพี่น้องนั้นไม่สามารถจะขอติดตั้งหม้อแปลง ที่จะใช้ได้นะคะ โดยแจ้งไปทางการไฟฟ้า การไฟฟ้าก็บอกว่าต้องได้รับการอนุญาตจากทาง รถไฟก่อนถึงจะติดตั้งหม้อแปลงได้นะคะ แต่ว่าพื้นที่ดังกล่าว ท่านประธานคะ เป็นพื้นที่บุกรุกนะคะ ซึ่งก็มีพี่น้องนั้นไปอยู่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไฟฟ้านะคะ ตอนนี้ก็ต้องไปต่อไฟจากที่อื่น ซึ่งก็เสียค่าไฟฟ้าหน่วยหนึ่งหลายบาททีเดียว ซึ่งมีราคาที่สูงกว่าปกติมากนะคะ ทำให้พี่น้องนั้น ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งค่ะ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดเมตตาพี่น้องในชุมชนดังกล่าว เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องในชุมชนเมือง ซึ่งเดือดร้อนมาก ๆ ค่ะ
อีก ๑ เรื่อง เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคมที่ผ่านมานี้นะคะ เวลาประมาณ ๐๘.๓๐ นาฬิกา ก็เกิดเหตุไฟไหม้ที่ชุมชนวัดยวงคลองลำปัก เขตดุสิต ใกล้ ๆ นี้เองนะคะ ซึ่งก็มีพี่น้องได้รับ ความเดือดร้อนอยู่จำนวนมากทีเดียวนะคะ แต่ก็ต้องขอขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าไป ดูแลนะคะ อย่างเช่น สำนักงานเขตดุสิต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สภากาชาดไทย จริง ๆ ก็เข้าไป หลายหน่วยงานค่ะ แต่ว่าการช่วยเหลือเยียวยานั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานานทีเดียว ใช้เวลา ๑-๒ สัปดาห์ ซึ่งก็ทำให้พี่น้องนั้นมีความเดือดร้อน เพราะว่าหมดเนื้อหมดตัว แล้วก็ไม่มีเงินทองที่จะใช้จ่ายนะคะ ตอนนี้ก็ต้องหยิบยืมเงินกัน ต้องไปกู้นอกระบบนะคะ ก็เกิดความเดือดร้อน อยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดหามาตรการ ที่จะช่วยเหลือเยียวยาแก้ไขให้ได้ทันท่วงที กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก ถนนที่ใช้เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดพัทลุง ไม่ว่าจะเป็น ถนนสายที่เดินทางไปยังหาดแสนสุขลำปำ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง หรือว่าเดินทางไปยัง แหล่งนกน้ำทะเลน้อย แล้วก็เดินทางไปยังน้ำพุร้อนของอำเภอเขาชัยสนนะคะ ขณะนี้ไฟแสงสว่าง ระหว่างทางสัญจรยังมีไม่เพียงพอนะคะ ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้นะคะ จึงอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลในเรื่องนี้ให้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ขณะนี้ทางโรงเรียนเกือบทุกโรงเรียนมีปัญหาในเรื่องของโรงเรียน จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องค่าไฟฟ้าแล้วก็ค่าน้ำเอง ซึ่งทางโรงเรียนก็หาวิธีการแก้ปัญหา โดยการไปหักค่าหัวของเด็กนักเรียนแต่ละคน แล้วก็ค่าหัวนี้เป็นเงินค่าหัวที่รัฐบาลจัดมาให้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ แล้วก็ทำให้คุณภาพของเด็กนักเรียนด้อยลงไปด้วยนะคะ จึงอยากจะฝาก ไปยังกระทรวงศึกษาธิการช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วย
สุดท้ายค่ะ ในเรื่องของการขยายถนนสายเลียบริมฝั่งทะเลสาบของจังหวัดพัทลุง ที่ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามไว้ในสมัยประชุมนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัจจ์ กุลดิลก ท่านก็ได้รับปากไว้ว่าจะตั้งไว้ให้ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ นี้ ดิฉันจึงขอ อนุญาตทวงถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่าเรื่องนี้ ท่านได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วนะคะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านวระชัย เหมะ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือในเรื่องความเดือดร้อนของผู้ปกครอง คือโรงเรียนใกล้จะเปิดแล้วครับ ท่านประธานครับ นักเรียนบางคนสอบไม่ได้ก็ต้องหาที่เรียนครับ บางโรงเรียนท่านประธาน ทราบไหมครับว่าต้องเสียเงินคนหนึ่ง ๑๕๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผู้ปกครองที่รวยที่มีเงิน ก็สามารถหาที่เรียนของโรงเรียนดัง ๆ ได้ครับ วันนี้ ผอ. บางโรงเรียนซื้อรถเบนซ์ใหม่ครับ ท่านประธาน ป้ายแดงเลยครับ โดยให้สมาคมผู้ปกครองมารับในการเคลียร์ที่เด็กจะเข้าเรียน ในโรงเรียนนั้น ๆ แล้วคนจน ๆ จะไปเรียนที่ไหนครับท่านประธาน ขอให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการรีบลงมาดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ คนจนไม่มีสิทธิเลือกครับท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ที่จังหวัดสมุทรปราการนั้นเมื่อก่อนมีเรือขุดขุดปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำไม่ท่วมครับ ในยุคท่านทักษิณ ชินวัตร นั้นเรือขุดลอกปากอ่าวอยู่ตลอดเวลา เรือระดับน้ำขับน้ำเป็นหมื่นตันครับ สามารถบรรทุกสินค้าเข้าได้ครับตอนปากอ่าว วันนี้ เข้าไม่ได้ครับ ปากอ่าวตื้นเขินครับท่านประธานครับแล้วเรือขุดนั้นหายไปไหนครับ ไปอยู่ในท้องใครผมไม่ทราบวันนี้หายเลยครับ ไม่เห็นมีเรือขุดเลยครับ ก็ขอให้ท่านประธาน ตามเรือขุดให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ จังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นเมืองอุตสาหกรรม สภาพสิ่งแวดล้อมวันนี้แย่มากครับ อากาศเป็นพิษ น้ำเน่า น้ำเสีย ขอให้ส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่า จะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องของอุตสาหกรรม ลงมาดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีหน่อย ไม่อย่างนั้นสภาพสิ่งแวดล้อมจะเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ ครับ เมื่อไม่กี่วันเราจะเห็นว่า น้ำเน่าลงทะเล น้ำเสียลงทะเล เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยอย่างนี้คุณภาพชีวิตของคน ชาวจังหวัดสมุทรปราการแย่แน่นอนครับ ขอให้ทางผู้เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยครับ แล้วก็ตาม เรือขุดด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องนะครับ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากจังหวัดสุโขทัย ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน สมยศ โตพ่วง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ บ้านวังวน ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย แจ้งให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมทางหลวงชนบทได้สร้างถนนคอนกรีตซอยบ้านนายถวิล ทิพย์ขำ ถึงสามแยกบ้านนายมี เจ๊กตะมะ ซึ่งเป็นถนนลูกรังอยู่นะครับ ถนนคอนกรีตจากบ้านวังวน จากซอยวัดวังวนถึงซอย กลางหมู่บ้าน และถนนลาดยางสายเลียบคลองแม่รำพัน หมู่ที่ ๗ บ้านวังวนไปจนถึงหมู่ที่ ๔ บ้านวังตะคร้อ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ระยะทางประมาณ ๑,๓๐๐ เมตร และยังได้รับการร้องเรียนจากราษฎรหมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองเก่า นายประจักษ์ สุวรรณทา ซึ่งได้ยื่นคำขอ เพื่อขอแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรจากสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุโขทัยเพื่อขุดบ่อ หรือสระน้ำเพื่อการเกษตร เนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ ได้ยื่นคำขอไปแล้วนะครับ ก็อยากจะฝาก ทางท่านประธานผ่านไปยังกรมพัฒนาที่ดินได้ดูแลพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อน ดังกล่าวด้วย
แล้วอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ขอให้สร้างฝายน้ำล้นที่คลองแม่รำพัน บริเวณ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย บริเวณวังดินขาว หมู่ที่ ๑๑ ตำบลเมืองเก่า ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเป็นท่านชมภู จันทาทอง แล้วก็ท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๓ ค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ที่ดิฉันได้รับประสานงานกับท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกองนาง และพี่น้องประชาชนตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อด้วยค่ะ ได้ประสานว่าได้เสนอโครงการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ โดยการขอไฟฟ้าแสงสว่างเส้นทางหลวง ๒๑๑ ซีเอส ๐๒๐๐ (CS0200) ตอนท่าบ่อ-ศรีเชียงใหม่ ที่ กม. ที่ ๓๓+๓๓๗ กม. ที่ ๓๕+๒๗๙ ช่วงสี่แยก เข้าบ้านป่าสัก ตำบลกองนาง ประมาณ ๕๓ ต้น มีแผนงานเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ว่า ขาดงบประมาณของปี ๒๕๕๕ แผนงานนั้นได้บรรจุเอาไว้เรียบร้อยซึ่งประชาชนนั้นต้องการ และแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แล้วฝากท่านประธานผ่านไปยัง ทางหลวงแผ่นดินของกระทรวงคมนาคมได้ผลักดันอนุมัติงบประมาณไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ด้วย
เรื่องที่ ๒ ที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขค่ะ เนื่องจากโรงพยาบาลยุพราช อำเภอท่าบ่อ ซึ่งตัวดิฉันได้ประสานงานกับทางท่าน ผอ. โรงพยาบาลว่าโรงพยาบาลยุพราช อำเภอท่าบ่อนั้นขาดแคลนเรื่องน้ำ เพราะว่าโรงพยาบาลยุพราช อำเภอท่าบ่อนั้นไม่ได้บริการเฉพาะอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคายค่ะ จังหวัดใกล้เคียง ไม่ว่าจังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสกลนคร พี่น้องประชาชนก็มาใช้บริการ อย่างมากมาย ถ้าหากว่าโรงพยาบาลขาดเรื่องประปาก็ทำให้ทางโรงพยาบาลนั้นสกปรก ไม่สะอาดนะคะ อย่างไรก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีวิทยา บูรณศิริ ซึ่งได้ยืนยันเรื่องการที่จะอนุมัติงบประมาณที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำประปา ของโรงพยาบาลยุพราช อำเภอท่าบ่อ อย่างเร่งด่วนของงบประมาณปี ๒๕๕๕ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ๒๑๖ ล จำนวน ๑ หลัง ดิฉันได้รับการประสานงานจากนายอุทัย เจริญธรรม ผู้อำนวยการ โรงเรียนกุดบากพัฒนศึกษา อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ถึงความเดือดร้อนในการ จัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษา เพราะอาคารเรียนไม่พอค่ะ ในปี ๒๕๕๔ มีนักเรียน ทั้งหมด ๑,๓๐๗ คน มีห้องเรียน ๓๒ ห้องเรียน ตามเกณฑ์ถ้านักเรียนขนาดนี้จะต้องมี ห้องเรียนถึง ๕๓ ห้องเรียน ฉะนั้นโรงเรียนกุดบากพัฒนศึกษา อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนครนั้นขาดแคลนห้องเรียนรวมทั้งห้องพิเศษตามเกณฑ์ ๒๑ ห้องเรียนด้วยกันค่ะ ท่านประธานคะ ดังนั้น ต้องการอาคารเรียนแบบ ๒๑๖ ล จำนวน ๑ หลัง เพื่อจัดการเรียนการสอนให้มี ประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าโรงเรียนมัธยมประจำตำบล โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ มีอาคารเรียน มีอุปกรณ์การเรียนการสอนพอเพียง เรื่องที่มีเด็กฝาก มีแป๊ะเจี๊ยะ มีในโรงเรียนใหญ่ ๆ ที่มีการฝาก มีผู้ปกครองร้องเรียน มีเด็กนักเรียนร้องไห้หน้าโรงเรียน จะไม่เกิดขึ้นเลยค่ะท่านประธานคะ ถ้าชนบทมีความพอเพียงในเรื่องของอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนนั้น ดังนั้นแล้วดิฉันจึงร้องขอท่านประธานผ่านไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุก ๆ คนในเรื่องนี้ และวันนี้นั้นดิฉันมีเอกสารข้อมูลประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ของโรงเรียนนี้ยื่นต่อท่านประธานด้วยค่ะ ก็ขอให้ดูแลโรงเรียนในส่วนภูมิภาคให้ทัดเทียม และเสมอภาค จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในเด็กนักเรียนไทยทุก ๆ คน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมมุติกับท่านบุญดำรง ผมขอท่านละ ๑ นาทีนะครับ เพราะผมจะเข้ากระทู้ถามสดแล้ว นะครับ เชิญท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ผมมีเรื่องหารือ จริง ๆ หลายเรื่อง ในเมื่อท่านประธานขอก็ให้นะครับ
เรื่องแรกก็คือวันนี้โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นโรงเรียน เก่าแก่ ๑๐๐ ปี ผมได้รับการขอร้องจากคณาจารย์แล้วก็เด็กนักเรียน เขาต้องการ อาคารละหมาดเพื่อประกอบพิธีกรรมในการละหมาดของทุกวันนะครับ ตรงนี้ก็ต้อง ขอความกรุณาเพราะว่าอาคารละหมาดวันนี้ยังไม่มีนะครับ แล้วก็จะใช้เป็นที่สำหรับ การเรียนการสอนในเรื่องของจริยธรรมด้วย ต้องขอจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นการด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือโรงเรียนประตูโพธิ์วิทยา อำเภอยะรัง ขอปรับปรุงสนาม แล้วก็ขออัฒจันทร์เพื่อเป็นสนามประจำอำเภอยะรัง ขอบคุณมากครับ
ท่านบุญดำรง ประเสริฐโสภา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่หลายเรื่อง แต่เมื่อจำกัดเวลา ขอเพียงเรื่องเดียวครับ ปัญหาเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอดำเนินสะดวก เนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกผลไม้ประเภทละมุด ฝรั่งและชมพู่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากราคาผลไม้เหล่านั้นปัจจุบันนี้ราคาตกต่ำและถูกมาก ขอท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยเหลือชาวเกษตรกรอำเภอดำเนินสะดวกเป็นการด่วน
และท้ายที่สุดนี้ ผมขอความอนุเคราะห์ไปยังท่านประธาน ท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน และพี่น้องประชาชนที่กำลังรับฟังเสียงถ่ายทอดอยู่นี้ ผมขอเชิญชวนไปชมงานวิวาห์ทางน้ำอลังการมหามังกรทอง ณ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ในวันที่ ๒๖ พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลาเช้าเป็นต้นไป ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอเข้าระเบียบวาระการประชุมกระทู้ถามสดนะครับ ขณะนี้ มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ๓๑๔ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมในการประชุมกระทู้ถามสดนะครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมมีเรื่องขอปรึกษาท่านสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ สักนิดหนึ่ง คือสืบเนื่องจากการประชุมที่ผ่านมานะครับ ได้มีกระทู้ถามของท่านประสาท ตันประเสริฐ ที่กระทู้ถามสดถามเรื่องการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไว้ที่จังหวัดนครสวรรค์ เผอิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีภารกิจสำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ แล้วก็เมื่อวานผมก็ได้ประสานท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอความกรุณาท่านให้มาตอบกระทู้ถามสดของท่านกำนันประสาท ตันประเสริฐ นะครับ แต่เนื่องจากข้อบังคับของเราในกระทู้ถามสดในครั้งหนึ่งจะมีการบรรจุได้ ๓ เรื่อง แต่วันนี้มีท่านสมาชิกเสนอเข้ามา ๔ เรื่อง และตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ การถามกระทู้ถาม จะต้องถามในเวลา ๖๐ นาที ฉะนั้นผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๗๖ ขอปรึกษาที่ประชุมว่า จะของดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ ข้อ ๑๔๖ ก็คือว่า ในการกระทู้ถามครั้งหนึ่งให้ตั้งได้ ๓ เรื่อง แต่วันนี้ขอ ๔ เรื่อง แล้วในข้อ ๑๕๕ เนื่องจากข้อบังคับกำหนดไว้ว่า ๖๐ นาทีในการถาม กระทู้ ผมจึงของดใช้ข้อบังคับทั้ง ๒ เรื่องนี้ จึงขอหารือที่ประชุมว่าจะของดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ และข้อ ๑๗๖
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมก็ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้งดใช้ข้อบังคับทั้ง ๒ ข้อเพื่อผมจะได้ปฏิบัติต่อไปได้นะครับ ขอบคุณมากนะครับ ผมขอเข้า วาระเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๐๗๗ ส. เรื่องการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง (นายประสาท ตันประเสริฐ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ ขอความกรุณาผมจะไม่เร่งรัดท่าน แต่ผู้ถามได้ ๑๐ นาที ผู้ตอบได้ ๑๐ นาที กระทู้หนึ่งจะถามตอบ ๒๐ นาที
เชิญท่านประสาท ตันประเสริฐ ขณะนี้เริ่มมีการถ่ายทอดแล้วนะครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ เรื่องเขื่อนแม่วงก์ เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ไม่ว่าฝ่ายเห็นด้วยหรือฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นการตอบกระทู้ถามสดในวันนี้จะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นดำริของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ให้ส่วนราชการได้เผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ได้อนุมัติโครงการก่อสร้าง เขื่อนแม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ผมได้ยื่นกระทู้ถามตามมาตรา ๑๕๗ ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯพณฯ ธีระ วงศ์สมุทร ได้มาตอบในวันนี้ ผมถือว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพ เป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น คำถามแรกของผมที่เรียนถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าการก็คืองบประมาณในการก่อสร้าง เขื่อนแม่วงก์ครั้งนี้ไม่ถูกบรรจุไว้ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ผมจึงขออนุญาตเรียนถามท่านว่า ใช้งบประมาณจากส่วนใด เนื่องจากเป็นงบประมาณจำนวนมากและใช้เพื่อการใดบ้าง ในการก่อสร้างเขื่อนเป็นคำถามที่ ๑
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กราบเรียนท่านประธานท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครสวรรค์ คือท่านประสาท ตันประเสริฐ ที่ได้หยิบยกปัญหาของพี่น้องประชาชนได้มาสอบถามในรายละเอียด ก็ต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าในเรื่องของเขื่อนแม่วงก์นี้เป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ รอคอยมาเป็นเวลาเกือบ ๓๐ ปี ซึ่งเราจะเห็นว่าโครงการนี้ได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ ๕ ก็ได้มีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ แล้วก็ได้ศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ แล้วก็ได้เสนอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้พิจารณา มาอยู่ประมาณ ๔ ครั้ง ซึ่งครั้งสุดท้ายก็ได้มีมติให้มาศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของอีเอชไอเอ (EHIA) ซึ่งกรมชลประทานก็ได้ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งไปให้ทางคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาแล้ว สุดท้ายเมื่อดำเนินการกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ในการศึกษาผลกระทบโครงการที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ซึ่งศึกษาอีเอชไอเอ ซึ่งขณะนี้ก็ได้ดำเนินการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้ส่งฉบับรายงานสุดท้ายมาให้พิจารณา แล้วก็ในวันที่ ๒๑ พฤษภาคมนี้ก็จะมีการประชุมนิเทศโครงการ แล้วก็เพื่อรับฟังความคิดเห็น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครั้งสุดท้าย เพื่อจะปรับปรุงรายงาน ซึ่งคาดว่ารายงานดังกล่าวก็จะ เสร็จเรียบร้อยในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ นี้
ต่อประเด็นคำถามแรกนะครับว่า ในเรื่องของงบประมาณไม่ได้บรรจุไว้นั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในมติคณะรัฐมนตรีก็เขียนเอาไว้ชัดเจน ก็เห็นชอบในหลักการ การดำเนินการโครงการเขื่อนแม่วงก์ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีเห็นว่าโครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เป็นโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการน้ำ และแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ แล้วก็มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำ รายละเอียดของโครงการที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ครบถ้วน เช่น แผนปฏิบัติการของโครงการ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พื้นที่โครงการ ดำเนินการเกี่ยวกับมวลชน และแผนการเงิน ของโครงการเป็นต้น แล้วนำเสนอคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. พิจารณาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และขณะเดียวกันก็ให้รับความเห็นของ กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาด้วยในขณะเดียวกัน แล้วก็ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการเตรียมความพร้อมของโครงการคู่ขนานกันไปได้ เช่น ในเรื่องของประสานงาน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และศึกษาในเรื่องการกำหนดในด้านวิศวกรรมเป็นต้น ซึ่งจากมติ คณะรัฐมนตรีดังกล่าวกรมชลประทานก็ได้จัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี ได้ส่งให้ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะดูในเบื้องต้น แล้วก็ส่งให้ ทาง กบอ. เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณต่อไป เพราะฉะนั้นในเรื่องงบประมาณ ที่ไม่ได้ปรากฏในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ นั้น เนื่องจากว่าโครงการนี้มีแผนที่ จะใช้เงินตามพระราชบัญญัติกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบ การบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตของประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งวงเงินทั้งหมดก็จะบรรจุเอาไว้ ส่วนหนึ่งอยู่ที่ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ส่วนกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะดำเนินการนั้น ซึ่งกรอบวงเงินทั้งหมด ๑๓,๒๘๐ ล้านบาทเศษนั้น ก็คงจะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ส่วนหนึ่งก็คงจะไปใช้งบปกติ เพราะว่าโครงการนี้จะไปสิ้นสุดในปี ๒๕๖๒ อีกส่วนหนึ่งก็จะใช้ เงินกู้ ส่วนที่ใช้เงินกู้คิดว่าคงจะใช้ประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือก็จะไปใช้งบปกติ เพราะว่ากรอบเงินกู้มีระยะเวลาจำกัดอยู่ส่วนที่เหลือ เพราะฉะนั้นในการดำเนินการโครงการ ก็คงจะมีทั้งในเรื่องของการสร้างเขื่อน ซึ่งกรอบวงเงินก็ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ และมีระบบส่งน้ำซึ่งพื้นที่ทั้งหมดก็ ๒๙๑,๙๐๐ ไร่ แล้วก็มีพื้นที่ท้ายเขื่อน ที่ราษฎรต้องการให้เพิ่มเติมอีก ๑๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ตรงนี้กรอบวงเงินก็อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วมีเรื่องของการแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีกประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีค่าดำเนินการในการจัดหาที่ดินเพื่อในการก่อสร้าง และมีการเผื่อเหลือเผื่อขาดนะครับ ซึ่งนี่คือรายละเอียดของวงเงินที่จะใช้นะครับ จึงขออนุญาตสรุปว่าสำหรับค่าใช้จ่ายในโครงการนี้ก็จะไปใช้ในพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินส่วนหนึ่ง แล้วหลังจากหมดพระราชกำหนดกระทรวงการคลัง ให้อำนาจกู้เงินแล้วก็จะไปใช้ในเรื่องของงบปกติต่อไปครับ
เชิญท่านประสาท ตันประเสริฐ ครับ
ท่านประธานครับ ในคำถาม ข้อที่ ๒ ของกระผมขออนุญาตเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากพื้นที่ในการก่อสร้างเขื่อนเป็นพื้นที่อุทยานทั้งหมด ทางกระทรวง ได้มีการประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีปัญหาหรือไม่ และอีกส่วนหนึ่งที่ใกล้กัน ก็คือในส่วนของพื้นที่ชาวบ้าน หมู่ที่ ๒๔ ตำบลแม่เลย์ มีผลกระทบหรือไม่ เพราะในพื้นที่ตรงนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีการอพยพใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการจ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงส่วนก่อสร้าง ของส่วนราชการที่อยู่ในพื้นที่อ่างอยู่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ส่วนของชาวบ้านไม่มีแม้แต่คนเดียว ขออนุญาตเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นคำถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคำถามในประเด็นนี้นะครับ ในเรื่องปัญหาพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเรื่องนี้กรมชลประทาน ได้ขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นมา แล้วก็ในขณะเดียวกันทางกรมอุทยานแห่งชาติก็ไม่ได้มีปัญหาขัดข้องอย่างไรนะครับ ก็ได้เพียงแต่ว่าตอบกรมชลประทานมา เรื่องนี้ขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ก็คือว่าขอให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้พิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ของที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในการประชุม ครั้งที่ ๗ ก่อน ซึ่งขณะนี้ ก็คิดว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณานำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อที่จะดำเนินการ ในเรื่องนี้ ก็เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องครับ
เชิญท่านประสาทครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ เนื่องจากคำถาม ข้อที่ ๒ เนื่องจากพี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียงก่อสร้างเป็นพื้นที่ หมู่ที่ ๒๔ ตำบลแม่เลย์ พี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างหรือไม่ จะต้องอพยพหรือไม่ เนื่องจากอยู่หน้างานพอดี เรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีครับ เป็นคำถาม ข้อที่ ๒ ครับ
คำถาม สุดท้ายนะครับ คำถามที่ ๓ แล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็นพี่น้องประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนนั้น ตรงนี้เท่าที่ผมได้รับรายงานด้านท้ายเขื่อนไม่มีผลกระทบต่อการก่อสร้างเขื่อน ตรงนี้ถ้าหาก ไม่มีผลกระทบก็ไม่จำเป็นที่จะต้องโยกย้ายออกไปไหน อย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ที่จะไปดูในรายละเอียดกันในพื้นที่ว่าตรงไหนเป็นอย่างไรครับ
เชิญครับ สุดท้ายนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ก่อนจะถึงคำถามสุดท้ายผมขออนุญาตในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ทุกคนนะครับ รวมทั้งจังหวัดอุทัยธานีด้วย พร้อมทั้งพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี ต้องขออนุญาตขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่มีมติในโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นความหวังของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครสวรรค์มาเป็นเวลาประมาณ ๔๐ ปีแล้ว ขออนุญาต ถามคำถามสุดท้ายจะดำเนินการก่อสร้างเมื่อใด และแล้วเสร็จเมื่อใด ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคำถาม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประสาทนะครับ ซึ่งโครงการนี้ ครม. ได้เห็นชอบในหลักการเพื่อจะดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งใช้กรอบเวลาทั้งหมด ๘ ปีนะครับ ในปีแรกคิดว่าคงเป็นการที่จะดำเนินการประสานงาน แล้วก็สำรวจในเชิงวิศวกรรมเพิ่มเติมก่อนนะครับ เนื่องจากขณะนี้แบบที่เราออกแบบไว้ ก็เป็นแบบเทนเดอร์ ดีไซน์ (Tender Design) ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดทางวิศวกรรม มาประกอบให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนระบบส่งน้ำนั้นนะครับก็ได้มีการออกแบบ เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ อยู่ในระหว่างตรวจสอบ ถามว่าจะดำเนินการได้เมื่อไร ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า การดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์นั้นต้องเป็นไปตาม กฎกติกาที่ทางราชการได้กำหนดไว้ คือเราจะดำเนินการได้ต่อเมื่อโครงการนี้ ผ่านคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่แล้วว่า ซึ่งขณะนี้ การศึกษาอีเอชไอเอ ซึ่งก็จะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนกรกฎาคม เมื่อเดือนกรกฎาคม เสร็จเรียบร้อยก็จะนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินะครับ เมื่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้เห็นชอบรายงานผลการศึกษา โครงการนี้ก็สามารถ ที่จะนำมาประกอบการขอใช้อนุญาตพื้นที่อุทยาน ผมคิดว่าเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างในการจัดหาพร้อม ก็สามารถดำเนินการ เนื่องจากว่าโครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่เห็นชอบในหลักการ เพราะฉะนั้นการดำเนินการตรงนี้ก็ต้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วงนะครับ เพราะฉะนั้นการก่อสร้างในระยะแรกก็คงจะทำควบคู่กันไปนะครับ ในขณะเดียวกัน เมื่อการก่อสร้างเขื่อนก็จะสร้างระบบส่งน้ำควบคู่กันไป คงจะคาดการณ์ว่าน่าจะไปเสร็จสิ้น ในปี ๒๕๖๒ ใช้เวลา ๘ ปีครับ
จบกระทู้ถามสดที่ ๑ นะครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๒ ท่านสาธิตครับ ท่านรัฐมนตรีอยู่ระหว่างเดินทาง อยู่ที่หน้าสวนจิตรลดา รถติดอยู่ ผมขอเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓ ก่อนได้ไหมครับ เชิญท่านสาธิตครับ
ด้วยความเคารพครับ ผมทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้ว แล้วปัญหานี้เป็นปัญหาของ คือมาบตาพุด เป็นความมั่นคงของรัฐนะครับ
ใช่ คืออย่างนี้ผมได้รับหนังสือของท่านรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่องกระทู้ถามที่ ๒ ท่านมอบมากระทู้ถามที่ ๑ มอบให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทู้ถามที่ ๒ เรื่องของท่าน ท่านมอบให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กระทู้ถามที่ ๓ เรื่องรถไฟฟ้าบีทีเอส ท่านก็มอบให้ กระทรวงมหาดไทย กระทู้ถามที่ ๔ ท่านมอบให้ท่านเฉลิม อยู่บำรุง งานในหน้าที่ อันนี้หนังสือแจ้งมา ฉะนั้นเดี๋ยวท่านรอสักพักหนึ่งก่อนได้ไหม เดี๋ยวเอากระทู้ถามที่ ๓ ก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่เสียเวลา เพราะอยู่ระหว่างการถ่ายทอดอยู่
ผมหารือท่านประธานนิดเดียวครับ คือ ประเด็นของมาบตาพุด ความจริงมันไม่ใช่กระทรวงเดียวนะครับ มันทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย คนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดคือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และผมก็ถาม ตรงไปยังนายกรัฐมนตรี ก็เรียนท่านประธานว่า ถึงแม้ว่าจะมีหนังสือมอบหมายเป็นทางการก็ตาม แต่ผมหารือว่าปัญหาที่ต้องตอบคำถามโดยเฉพาะอย่างนี้ ท่านประธานจะมีนโยบายอย่างไรครับ
คือเวลา ท่านยื่นกระทู้ถามสดมาช่วงเช้านี่นะครับ แนวทางปฏิบัติของเราก็จะแจ้งไปที่รัฐมนตรี ที่รับผิดชอบตามที่ท่านยื่นนี่นะครับ บางทีบางท่านก็ติดธุระ บางท่านก็ได้มอบหมายมางาน ในหน้าที่อย่างนี้ เราก็พยายามเร่งรัดนะครับ โดยเฉพาะอย่างท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างเมื่อวานนี้ผมก็เรียนท่านด้วยส่วนตัวว่า วันพรุ่งนี้คือวันนี้ ท่านต้องมานะครับ เพราะว่ามีกระทู้ถามที่ยังรออยู่ อย่างนี้ท่านก็มา แต่ในเรื่องอื่นผมก็ยัง ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะท่านมายื่นตอนเช้า
ผมเข้าใจท่านประธานครับ แต่หมายความว่า ผมเรียกร้องท่านประธานอย่างไรครับว่า เวลาตอบกระทู้ถามสด ผมยังไม่เคยเห็น นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดเองเลย ถ้าจำได้มีครั้งเดียว
อันนั้น ไม่เป็นไร เดี๋ยวประเด็นท่านหารือผมจะปรึกษาท่านประธาน เพราะเราเคยนำเรื่องนี้ มาปรึกษากันครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้แจ้งไปที่รัฐบาลนะครับ แล้วก็เชิญเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาปรึกษาด้วยว่าขอให้เจ้าของที่ถูกถามกระทู้ถาม ถ้าไม่ติดภารกิจจริง ๆ หรือมีความจำเป็น จริง ๆ ก็ให้มาตอบด้วยตนเองนะครับ ขณะนี้ท่านพร้อมแล้วนะครับ ผมว่าเอาเรื่อง ของพวกเราก่อน เพราะว่าระยะเวลาถ่ายทอดของเรามี ๔ กระทู้ถามวันนี้ เพื่อที่จะกระจาย ให้กับท่านสมาชิกท่านอื่นได้ถามได้เต็มที่
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๐๗๘ ส. เรื่อง ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตั้งกระทูถาม) ถามนายกรัฐมนตรี
เชิญท่านถามกระทู้ถามที่ ๒ เลยนะครับ
ผมฝากท่านประธานไว้นะครับ ประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกถามกระทู้ถามสดที่เป็นโดยตรงกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ควรที่จะมาตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง ฝากท่านประธานไว้ด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสด
เดี๋ยวนะครับ ขอขัดจังหวะนิดหนึ่ง ท่านได้ขอมีภาพนิ่งประกอบการซักถามนะครับ ท่านประธาน ได้อนุญาต เว้นเฉพาะภาพที่ ๗ และภาพที่ ๘ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วเป็นภาพที่เป็นสภาพศพ ที่ผู้เสียชีวิตดูแล้วน่าหวาดเสียวและไม่เหมาะสม ท่านจึงไม่อนุญาตนะครับ แจ้งให้ทราบก่อน เฉพาะ ๗ กับ ๘ นะครับ เชิญครับ
ยินดีครับท่านประธาน ก่อนที่ผมจะถาม กระทู้ถามสด ผมขออนุญาตเชิญชวนท่านประธานได้ไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตทั้ง ๑๑ ศพ ในเหตุการณ์วันที่ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ สักครู่หนึ่งครับ
(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา ๑ นาที)
ขอบพระคุณครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ ความจริงก็เป็นวันดีที่สุดในรอบหลาย ๆ ปีนะครับ แต่ว่ามันเกิดเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญแล้วก็เป็นเหตุการณ์ที่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเป็น เหตุการณ์ระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ต้องเรียนท่านประธานว่ามันไม่ใช่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกนะครับ ความจริงมีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแก๊สรั่ว ไฟไหม้ รถสารเคมีคว่ำ ไม่รวมทั้ง การปิด-เปิดซ่อมแซม การปล่อยควันพิษ ผมอยากจะให้ท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิก แล้วก็ท่านผู้ชมได้ติดตามภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันที่ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ ท่านประธาน เห็นภาพไหมครับ ความรุนแรงของการระเบิดในวันที่ ๕ วันเสาร์ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ ผมเรียนกับท่านประธานว่าการรับรู้การสั่นสะเทือนของแรงระเบิดห่างไป ๑๕ กิโลเมตรก็ยังได้รับความรับรู้ในการสั่นสะเทือน มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น ๑๑ คน บาดเจ็บสาหัส กำลังรักษาขณะนี้ ๑๐ กว่าคน บาดเจ็บเล็กน้อยรวมทั้งสิ้น ๑๙๕ คน มีผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ๓ อำเภอใหญ่ ๆ ของจังหวัดระยอง เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหวาดผวา สร้างความสับสน อลหม่าน กระทบกับความเชื่อมั่น ทั้งการลงทุน ทั้งประชาชนที่อาศัย อยู่ในรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครับ แต่ผมเรียน กับท่านประธานว่าตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศผมคิดว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญ ของมาบตาพุดน้อยไปครับ เพิ่งจะเห็นท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ในวันที่หลังเกิดเหตุการณ์ ๑ วัน ซึ่งวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปดูพื้นที่ แต่ท่านก็ไม่ได้ไปพบปะกับพี่น้องประชาชน ท่านก็ไม่ได้ไปพบกับความเดือดร้อนว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร ท่านไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลก็ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านก็ไปฟังสรุปจากเจ้าหน้าที่ ผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่คงจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น มีแผนควบคุมอย่างไร ดำเนินการอย่างไร แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เป็นไปตามแผน พี่น้องประชาชนสับสนอลหม่าน เกิดเหตุการณ์ ระเบิดสนั่นหวั่นไหว คำประกาศสักคำบอกว่าจะอพยพอย่างไรก็ยังไม่มี จะอพยพไปที่ไหนก็ไม่รู้ พี่น้องประชาชนต้องช่วยตัวเองครับ ถ้าท่านประธานดูเปรียบเทียบก็จะคล้าย ๆ กับที่จังหวัดภูเก็ต คือมีข่าวว่ามีสึนามิ (Tsunami) แต่แผนอยู่ไหนละครับ แผนดำเนินการ ขั้นตอน การอพยพ ทำอย่างไรไม่กระทบกับเส้นทางจราจร พื้นที่ไหนควรอยู่ พื้นที่ไหนควรไป คนที่จะเข้าไป ระงับเหตุมีข้อมูลไหมว่ามีสารเคมีอะไรรั่วไหล คนออกก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน คนเข้าจะไปดูแล ช่วยเหลือคนยังไม่ทราบว่ามีสารเคมีอะไรรั่วไหล จะต้องแต่งชุดอย่างไร แล้วจะไปช่วย คนป่วยอย่างไร ไปช่วยตัวเองจะมีอันตรายหรือไม่ยังไม่รู้ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แล้วเราจะไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชุมชน ที่เขาอยู่รอบเขตอุตสาหกรรมได้อย่างไรครับ ผมก็ไปฟังสรุปเหมือนกันครับ เข้าใจว่า ไปใกล้เคียงเวลากับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่มาตอบกระทู้ถามวันนี้ไป ความจริงก็อยากจะไปฟังสรุปพร้อมกันด้วย ท่านไปฟังสรุปอย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะนั่น เจ้าหน้าที่สรุปให้ท่านฟัง ท่านต้องไปฟังประชาชน ที่สำคัญท่านรัฐมนตรีครับ ท่านต้องบอก ส.ส. พื้นที่ด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมท่านนี้ผมยอมรับว่าขยันลงไปบ่อย แต่ผมเข้าใจว่าท่านได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรอกครับ ไม่รอบด้าน
ภายใต้ระยะเวลาจำกัดนะครับ ผมจะเรียนถามคำถามแรก กับท่านรัฐมนตรีว่าการก่อนนะครับว่า หลังเกิดเหตุรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง เยียวยาผลกระทบ ความเชื่อมั่น ทำอะไรไปบ้างแล้วนะครับ และมีแผนที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกเป็นการซ้ำสองนะครับ เป็นการตอกย้ำ ความล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาล ท่านจะมีแผนอย่างไร ท่านจะสร้างความเชื่อมั่น ให้กับสังคมได้อย่างไร เป็นคำถามแรกครับ
เชิญรัฐบาลชี้แจงตอบข้อซักถาม
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ตอบกระทู้ถามสดเรื่องปัญหาการเกิดอุบัติเหตุที่นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดนะครับ กระผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เหตุการณ์ ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากที่จะให้เกิดขึ้น แล้วก็เมื่อเกิดขึ้นแล้วนั้นเรื่องของกระบวนการ เรื่องของมาตรการนั้นก็ต้องมีการดำเนินการต่อไปว่า จะต้องทำอะไรบ้าง ผมกราบเรียนย้อนไปในอดีตตั้งแต่เริ่มมีแผนพัฒนาเขตอุตสาหกรรม ภาคตะวันออกเป็นต้นมา อีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern seaboard) หลายสิบปีนะครับ เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง แต่มีการปล่อยปละละเลยกันมาในหลาย ๆ รัฐบาล ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าก่อนที่วันเกิดเหตุที่จะเป็นวันเสาร์ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้น เมื่อวันที่ ๕ นะครับ วันที่ ๓ พฤษภาคม ผมได้ลงพื้นที่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ก่อนที่เหตุจะเกิดขึ้น เรื่องนี้ผมก็ได้มีการปรึกษาหารือกับท่านผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า เรื่องของการเตรียมแผนในการดูแลเป็นอย่างไร มีระบบอะไรบ้างที่ใช้ในการควบคุมดูแล ก็ได้รับทราบจากท่านผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่าที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้น มีห้องที่ใช้ในการอำนวยการ ใช้ในการสั่งงานที่เรียกว่าห้องอีเอ็มซี สแควร์ (EMC square) ซึ่งก็มีกล้องวงจรปิด มีระบบหอกระจายข่าว มีระบบแจ้งข่าวสารไปยังชุมชน รวมทั้ง มีอุปกรณ์ที่อัตโนมัติ อันนี้ก็ได้มีการสอบทานก่อนหน้านั้นว่ากระบวนการทั้งหลาย เป็นอย่างไร ก็ต้องขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ได้ผลักดันให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้น มีห้องปฏิบัติการที่ว่านี้ อีเอ็มซี สแควร์ ซึ่งก็สามารถใช้ในการอำนวยการได้ในระดับหนึ่ง ทีนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องเรียนว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที แล้วก็ยัง ไม่ได้เคยมีการซักซ้อมเหตุวิกฤติอย่างนี้มาก่อน ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็สิ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการในเรื่องของการแก้ไขปัญหานั้นเพื่อป้องปราม ไม่ให้เกิดเรื่องนี้เกิดขึ้นอีกนั้นนะครับ ก็ได้สั่งการ
ประการแรกสุด ก็คือเรื่องของการดูแลผู้ที่เจ็บป่วย ผู้ที่เสียชีวิต ได้มี การเร่งรัดขอให้บริษัทที่เป็นต้นเหตุที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้นนั้นดูแลผู้ที่เสียชีวิต ครอบครัว ของผู้ที่เสียชีวิตนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ค่าทำศพในเบื้องต้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วหลังจากนั้นก็ยังได้มีการจ่ายเงินให้กับครอบครัวของพนักงานบริษัท ๗ ราย ๆ ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ดำเนินการจ่ายให้อย่างรวดเร็วภายในไม่ถึง ๗ วันทำการนะครับ จ่ายภายในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม นอกจากนั้นแล้วก็ยังดำเนินการจ่ายเงินประกันชีวิตอุบัติเหตุ จำนวน ๓๖ เท่าของเงินเดือนและเงินชดเชยอื่น ๆ อีกนะครับ ในส่วนของบริษัทผู้รับเหมา ๔ รายนั้น บริษัทก็ยังได้ช่วยเหลือให้อีกรายละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทด้วยนะครับ แล้วก็ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็ยังมีเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง ๑๑ ราย อีกรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อช่วยค่าทำศพในขั้นต้น สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เข้ารักษา ในโรงพยาบาลนะครับ ในกรณีนี้ปัจจุบันนี้สถานการณ์นั้น ณ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ก็เหลือเพียง ๒ รายที่ยังต้องรักษาพยาบาลอยู่นะครับ แต่ว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ทั้งหมดนั้น ขณะนี้ก็ได้มาแจ้งกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในเรื่อง ของความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับบ้านเรือนหรือว่าบางท่านที่ต้องเข้ารับ การรักษาพยาบาลก็แล้วแต่ ซึ่งขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็ทำงาน ประสานงานกับบริษัทในเรื่องของการที่จะจ่ายเงินชดเชยอยู่นะครับ ในรายละเอียดนั้น เนื่องจากว่ามีผู้ที่มายื่นกว่า ๒,๐๐๐ รายนะครับ ก็ยังเตรียมในเรื่องของว่า ดูว่าตัวเลขที่จะ จ่ายชดเชยนั้นมากน้อย เพราะว่าผู้เสียหายแต่ละรายนั้นได้รับความเสียหายที่ไม่เท่ากันนะครับ ก็คงต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่งในการที่จะชดเชยสำหรับผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียังได้มีการสั่งการโดยให้มีคณะกรรมการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของกรมควบคุมมลพิษ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แล้วก็ตัวแทนภาคประชาชนนะครับ ลงตรวจพื้นที่ในที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการตรวจสอบ เรื่องของสารตกค้างนะครับว่า ให้มั่นใจว่าในพื้นที่ไม่มีสารตกค้างค้าง อยู่นะครับ ซึ่งผลจากการตรวจสอบนะครับ ก็ได้รับทราบว่าขณะนี้นั้นไม่มีสารมลพิษตกค้าง ที่เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นอกจากนั้นแล้วท่านนายกรัฐมนตรียังสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าไปบริการตรวจสุขภาพกับประชาชนผ่านหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ใน ๑๐ ชุมชนที่ได้รับ ผลกระทบด้วยนะครับ ส่วนกระบวนการในเรื่องของการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับ ความเสียหายจากเพลิงไหม้นั้น ก็ได้สั่งการอีกเช่นกันว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น การนิคมอุตสาหกรรม แล้วก็ชุมชนที่เกี่ยวข้องก็จะต้องมีการซักซ้อมนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของผู้ที่มาให้บริการหรือว่ามาช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกก็ให้จัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิง และป้องกันภัยสำหรับหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาช่วยเหลือ นอกจากนั้นแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังสั่งการให้มีศูนย์ประมวลข้อมูลข่าวสารระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนะครับ แล้วก็ให้มีศูนย์บัญชาการโดยตรงนะครับ โดยให้เชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นกับจังหวัด แล้วก็ข้อมูลต่าง ๆ ที่ศูนย์เฝ้าระวังและควบคุม คุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือศูนย์ที่เรียกว่าอีเอ็มซี สแควร์ ที่ผมกราบเรียนตอนต้นนะครับ ก็ให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นมาที่ศูนย์ข้อมูลที่สำนักนายกรัฐมนตรีด้วย ในระยะยาว ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีศูนย์ป้องกันภัยพิบัตินะครับ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยรับหน้าที่ ในการดูแลในภาพรวมนะครับ โดยให้เชื่อมโยงข้อมูลจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แล้วก็จัดให้มีกระบวนการในการแจ้งข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ แต่เฉพาะที่มาบตาพุดเท่านั้น อันนี้ให้ขยายขอบเขต ให้รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการ และศูนย์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย โดยสั่งการ ให้มีการสอบทานแผนป้องกันความเสี่ยงนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกระบวนการ ป้องกันสารพิษ สารไวไฟนะครับ และนอกจากนั้นแล้วแผนป้องกันความเสี่ยงนั้นโดยทั่วไป ในระเบียบฉบับก่อน ๆ ฉบับที่แล้วมา รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มานั้น แผนป้องกันความเสี่ยงนั้น มีการสอบทานทุก ๕ ปีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการใหม่เลยนะครับบอกว่าต่อไปนี้ แผนป้องกันความเสี่ยงนั้นให้ทำสอบทานทุกไตรมาส เพิ่มความเข้มข้นในการสอบทาน เพราะฉะนั้นผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม ต้องดำเนินการ สอบทานแผนความเสี่ยงตรงนี้ทั้งหมดทุกไตรมาสนะครับ นอกจากนั้นแล้วท่านยังมอบหมาย ให้ผมไปดูแลโรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมนะครับ ให้มีการ ป้องกันความเสี่ยง
ท่านรัฐมนตรีครับ คือช่วยกรุณากระชับคำตอบนะครับ เพราะว่าผู้ถามมีเวลาถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบมีเวลา ๑๐ นาที ถ้าท่านตอบทั้งหมดเดี๋ยวจะไม่ได้ตอบคำถามที่ ๒ นะครับ เอาเฉพาะ คำถามที่ท่านถามอยู่ ๓ เรื่อง ทำอย่างไร แล้วก็สร้างความเชื่อมั่นอย่างไร ท่านก็ได้ตอบแล้ว ของท่านเหลือเวลาอีกประมาณ ๒ นาที
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผมพยายามจะตอบว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว นี่คือเรื่องที่ทำ ไปบ้างแล้วครับท่านประธาน
เพราะว่าข้อกำหนดของสภากำหนดไว้ว่ากระทู้ถามสดเรื่องหนึ่งถามตอบได้ ๒๐ นาที ท่านจะ หมดเวลาแล้วในขณะนี้
ได้ครับ เดี๋ยวผมตอบให้เสร็จภายใน ๑ นาทีครึ่งครับ
ไม่ใช่ครับ คือผู้ถามเขามีสิทธิที่จะถาม ๓ ครั้ง ถ้าท่านตอบของท่านหมด ๑๐ นาที ผู้ถามเขาก็ถามแล้ว ท่านก็ไม่มีสิทธิได้ตอบ ฉะนั้นขอกระชับนิดหนึ่งนะครับ
ได้ครับ นอกจากเรื่องของการสอบทานแผนป้องกันความเสี่ยง ซึ่งอันนี้ก็ขยายผลไปถึง โรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในจังหวัดอื่น ๆ ด้วย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งนะครับ นอกจากนั้นแล้วในมาบตาพุดเองก็จะมีกระบวนการในเรื่องของการทำคริติคอล ควิก เช็ก (Critical quick check) ในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ (Complex) ทั้งหมด แล้วก็เพิ่ม เรื่องของการจัดให้มีรถลาดตระเวนดูแลเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในนั้นด้วยนะครับ
เรื่องของการสร้างความมั่นใจก็อยากจะเรียนยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมด ที่ทำเพิ่มมา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการนั้นเป็นการเพิ่มความมั่นใจอยู่แล้วนะครับ สอบทาน แผนความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากเดิม ๕ ปี ให้สอบทานทุกไตรมาส อันนี้เป็นกระบวนการที่เพิ่มขึ้น การมีรถที่ไปตรวจ วิ่ง เฝ้าระวังตลอด อันนี้ก็สร้างความมั่นใจให้กับชุมชนเพิ่มขึ้น แล้วก็เรื่องของการซักซ้อมแผนป้องกันภัยฉุกเฉินชุมชนนะครับ อันนี้ก็เป็นคำสั่งที่สั่งการมา อันนี้ก็เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสาธิตต่อครับ
ท่านประธานครับ ฟังจากที่ท่านชี้แจงทั้งหมด เป็นแผนแล้วก็ทฤษฎีครับ แผนที่ติดอยู่กับฝาผนังครับ แต่เวลาปฏิบัติการมันล้มเหลวครับ สับสน หนีตาย อลหม่าน วุ่นวายไปหมดครับ แผนที่มีไว้มันทำอะไรไม่ได้ ผมต้องการสิ่งที่ชัดเจน คือแผนปฏิบัติการ หน่วยงานรับผิดชอบ เงินงบประมาณที่ไปกำกับแผนว่าใครจะทำอะไร เอาว่า ข้อมูลก่อนครับว่าโรงงานที่ตั้งอยู่แต่ละโรงงานใครเก็บสารเคมีอะไรไว้บ้างท่านมีแล้วหรือยัง เขาให้ ท่านหรือยังนะครับ อันนี้ละครับถึงจะชัดเจนว่าสมมุติจำลองการเกิดเหตุการณ์ อีกครั้งหนึ่งว่าบริษัทหนึ่งระเบิด อันนี้โชคดีนะครับมันระเบิดในโรงงานเดียว แรงสั่นสะเทือน ไปไกลถึง ๑๕ กิโลเมตร บ้านผมอยู่ห่าง ๑๕ กิโลเมตร ผมได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนด้วย แต่ถ้าสมมุติว่าประกายไฟมันไปต่ออีกโรงงานที่มีสารเคมีอื่น ท่านประธานรู้จักระเบิดปรมาณูไหมครับ ที่ระเบิดที่บริษัทเอกชน ผมฟังเขารายงานนะครับ ๕ กิโลตัน แต่ถ้ามันต่อเนื่องไปถึงโรงงานอื่น ซึ่งไม่ได้มาตรฐานผมไม่มีชีวิตมาพูดวันนี้หรอกครับ ก็ปรมาณูย่อย ๆ ครับ ผมถึงบอกมันเป็น ความมั่นคงอย่างไรครับ ทีนี้ความสับสนที่จะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ความอลหม่าน การบริหารงาน มันเกิดขึ้นบ่อยไม่ได้ครับ มันเอาชีวิตคนไปเสี่ยงไม่ได้ ท่านตอบแบบทฤษฎีท่านต้องตอบให้ผมชัด เอาให้ชัดว่าจำลองเหตุการณ์ คือซ้อมเรื่องหนึ่ง ซ้อมนี่ก็มีการขับรถไปมารับคนเจ็บป่วย วันที่เกิดเหตุการณ์ปรากฏว่าเอาคนป่วยไปโรงพยาบาลหนึ่ง ภาษาแพทย์เขาเรียกว่า เบิร์นยูนิต (Burn unit) ไฟไหม้ทั้งร่างกายโรงพยาบาลนั้นไม่มี ต้องย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งซึ่งไกล ออกไปอีก อันนี้อาจจะเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิตก็ได้ ทั้งหมดนี่เอาแผนที่ชัดเจนอยู่ไหนครับ
คำถามที่ ๒ แผนป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ลงลึกไปถึงการปฏิบัติงาน หน่วยงานที่รับผิดชอบและงบประมาณท่านมีไว้แล้วหรือยังครับ คำถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ ของท่านเวลาเหลือน้อยแล้วครับ
ครับ ตอบได้อย่างรวดเร็วครับ อันนี้คือแผนปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ก็เรียนว่าแผนนี้ได้สั่งการให้ดำเนินการเอามาสอบทานทันที แล้วก็ขณะนี้ได้มีการกำหนดแล้ว ผมลองอ่านให้ฟังคร่าว ๆ เพราะถ้าเกิดอธิบายหมดนี่คงจะ ใช้เวลาอีกนานนะครับ ผมลองยกตัวอย่างสั้น ๆ แล้วกัน ยกตัวอย่างเช่นการประสานงาน และการสื่อสารกับชุมชน ก็จะมีการแบ่งชุมชนบนพื้นที่เป้าหมาย ๓๓ ชุมชน แล้วก็จำแนก ตั้งแต่ชุมชนที่ ๑ ไปจนถึงชุมชนที่ ๓๓ นะครับ มีเรื่องของกระบวนการในการแบ่งภารกิจ แล้วก็ขั้นตอนในการอธิบายการประสานงาน โรงงานไหนคัฟเวอร์ (Cover) เหตุเรื่องอะไรบ้าง ก็มีเรียบร้อย ก็เรียนยืนยันในส่วนนี้
อีกคำถามหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ก็คือเรื่องข้อมูลสารเคมีว่ามีอยู่แล้วบ้างหรือยังว่า ทำอะไรบ้าง อันนี้เป็นข้อปฏิบัติของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยครับว่าทุกโรงงาน ต้องแจ้งรายการสารเคมีที่ตัวเองเก็บหรือผลิตขึ้นมา ก็ยืนยันว่ามีแล้วครบทุกโรงงาน เช่นเดียวกัน อันนี้ไม่ใช่แต่เฉพาะที่มาบตาพุด ก็รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ด้วยซึ่งกระผมก็มีลิสท์ (List) อยู่ในมือ ก็กราบเรียนว่ามีครบถ้วน แล้วแผนปฏิบัติการเหล่านั้นก็มีแล้ว สิ่งที่ต้องทำ ตอนนี้ก็คือเรื่องของการซักซ้อมแผนปฏิบัติการกับชุมชน แล้วก็ซักซ้อมร่วมกับแผนป้องกันภัย จังหวัดอย่างสม่ำเสมอครับ อันนั้นคือเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสาธิตครับ ท่านสาธิตมีคำถามอีกไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนย้ำนะครับว่า มาบตาพุดเป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่พิเศษและเป็นพื้นที่ที่ต้องรับ การดูแลเป็นพิเศษ มิได้เป็นพื้นที่ทางการเมืองที่มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ครบ ๔ ท่าน เพราะฉะนั้นทุกรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหนต้องดูแลเป็นพิเศษ ทั้งแผน ทั้งงบประมาณ ตัวเลขคร่าว ๆ นะครับ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ๖๐ โรง มีเงินลงทุน ๖๐๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท จ้างงานประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน รัฐบาลที่แล้วเรียนว่าภายใต้การนำ ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดสรรงบประมาณลงไปพื้นที่ ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างต่ำนี่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ สั้น ๆ นะครับ ประปาครอบคลุมครึ่งจังหวัดใช้เงินกว่า ๘๐๐ ล้านบาท โรงพยาบาล ๓ โรง คือโรงพยาบาลบ้านฉาง โรงพยาบาลระยอง โรงพยาบาลแกลง ๗๐๐ ล้านบาท ศูนย์อาชีวะเวชศาสตร์และเวชศาสตร์เขตร้อนเป็นศูนย์ที่รักษาคนที่เจ็บป่วยทางด้านได้รับผล ทางมลภาวะเป็นพิษโดยเฉพาะ ๒๕๐ ล้านบาท ในสมัยที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวเนื่องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ วิทยาเขตจังหวัดระยอง ๑,๖๙๐ ล้านบาท โรงงานกำจัดขยะ ๑๘๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปดูมาแล้วงบประมาณปี ๒๕๕๖ รัฐบาลนี้ไม่ได้จัดสรร งบประมาณหรือทำโครงการอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับมาบตาพุด แม้กระทั่งเกี่ยวกับแผน ที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อครู่ ผมยังไม่เห็นตัวงบประมาณ ท่านลงไปดูสิครับ ผมลงไปดู การนิคมอุตสาหกรรมได้เท่าเดิมครับ กรมควบคุมมลพิษมากขึ้นนิดหน่อย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็มีในหมวดอื่น ไม่เกี่ยวกับมาบตาพุดเลยครับ องค์กรที่จะทำแบบที่ท่านรัฐมนตรีว่าอยู่ไหนครับ อย่าบอกนะครับอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ไม่ทันครับ ท่านต้องไปสร้างศูนย์ฉุกเฉิน เร่งด่วน มีทั้งคน มีทั้งเงิน เพราะว่าที่นั่นทำภาษี ให้กับประเทศนี้ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องไปลงทุนสิครับ ถ้าท่านไม่ลงทุน ท่านไม่ให้ความสำคัญ เอาล่ะ ๘-๙ เดือนที่ผ่านมานี้ ท่านอ้างได้ว่าน้ำท่วมประมาณ ๓-๔ เดือน หลังจากนั้นล่ะครับ ตัวชี้วัดที่พิเศษที่สุดที่ชี้ชัดเจนที่สุดคือกฎหมายองค์กรอิสระ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ท่านไม่ยืนยันกฎหมายครับ นี่ละครับเป็นตัวชี้ว่าท่านไม่ให้ ความสำคัญมาบตาพุดครับ
เดี๋ยวคำถามสุดท้ายท่านครับ
ผมก็เรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการว่าผมเห็น รัฐมนตรีไปบ่อย ขยันก็ดีแล้วครับ แต่ว่าไปอย่างเดียวไม่ได้ครับ เงิน แผน โครงการ ต้องชัดเจนสำหรับมาบตาพุดเพราะเลี้ยงคนทั้งประเทศ
คำถามที่ ๓ ท่านจะมีนโยบายพิเศษในภาพรวมของพื้นที่พิเศษที่เป็น ความมั่นคงของเศรษฐกิจในประเทศนี้ที่มาบตาพุดอย่างไรนะครับ ต้องพิเศษนะครับ แผนงานพิเศษและงบประมาณพิเศษ ท่านมีแผนงานอย่างไร อย่างน้อยที่สุดผมอยากเห็น ศูนย์ฉุกเฉินที่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย แล้วเวลาเขาเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น เขาจะรู้ว่าเขาไม่ต้องหนีตายครับ หมายความว่าแทนที่เขาจะขับรถวิ่งไปที่โรงงาน เขาจะต้อง มีพื้นที่พิเศษที่เขาอพยพไปอยู่ชั่วคราวก่อนที่จะกลับมาแบบปลอดภัยนะครับ อันนี้ เป็นคำถามที่ ๓ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมตอบครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ในเรื่องของงบประมาณนะครับ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ ว่าในงบปกติที่ได้ตั้งเสนอของบประมาณแล้วก็จะเข้าในวาระพิจารณางบประมาณ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ที่จะถึงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้นะครับ ต้องเรียนว่า กระบวนการงบประมาณนั้นเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ดังนั้นงบประมาณในส่วนนี้ กระทรวงก็ให้ความสำคัญแล้วก็รัฐบาลได้มีงบประมาณอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นงบเราเรียกว่า งบปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจอุตสาหกรรม ซึ่งก็มีวงเงินอยู่แล้วผมได้มีการสั่งการให้กับ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำแผนขอตั้งงบประมาณเพื่อจัดทำระบบเฝ้าระวังนิคม อุตสาหกรรมทั้งหมดทั่วประเทศ และโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงนะครับ เพราะฉะนั้น เป้าหมายก็คือเราอยากจะเห็นนิคมอุตสาหกรรมทุกนิคมอุตสาหกรรม มีห้องปฏิบัติการ อย่างที่ท่านได้เริ่มไว้คืออีเอ็มซี สแควร์ เหมือนกันหมด แล้วก็ลิงค์ (Link) ข้อมูลตรงนั้นเข้ามา เพื่อจะสั่งการได้นะครับ งบประมาณในส่วนนั้นก็ได้ตั้งไว้แล้ว แต่ว่าอันนี้ก็ยังต้องเข้าผ่าน กระบวนการในการพิจารณา แล้วก็อยากจะขอขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณายกเรื่องนี้มา ถ้าเกิดมีรายละเอียดเพิ่มเติมประการใดอาจจะจำเป็นจะต้องมีการแปรญัตติก็ขอ ความสนับสนุนด้วย กราบขอบพระคุณครับ
จบกระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๓
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๐๗๙ ส. เรื่อง กรณีต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านจิรายุถามครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีกระแสข่าวที่พี่น้องประชาชน ให้ความสนใจ โดยเฉพาะการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบนดินหรือที่เราเรียกกันว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) นะครับ ผมฉายภาพรวมให้ท่านประธานได้ฟังคร่าว ๆ ก่อนนะครับ รถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครวันนี้ที่ใช้บริการอยู่มี ๒ ส่วน
ส่วนหนึ่งเราเรียกว่า รถไฟฟ้าใต้ดินท่านประธานครับ อันนั้นเป็นของ รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ไม่พูดถึงครับ ส่วนที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้คือรถไฟฟ้า บนดินที่เราขึ้นตั้งแต่หมอชิตไปสยาม แล้วก็วิ่งเลียบสุขุมวิทนี้นะครับ แล้วก็วิ่งต่อไปถึง สะพานสาทร อันนี้ผมเรียกว่าโครงการที่ ๑ ก่อนนะครับท่านประธานครับ จะได้เข้าใจตรงกัน
โครงการต่อมาคือส่วนต่อขยายครับท่านประธานครับ วิ่งข้ามสะพานตากสิน ก็คือตรงสาทรน่ะท่านประธานครับ ข้ามไปนี่นะครับแล้วก็ไปจบที่วงเวียนใหญ่ ระยะทาง ประมาณ ๒ กิโลเมตร ๒๐๐ เมตร ประเด็นปัญหาตรงนี้ล่ะท่านประธานครับที่จะฝากเรียน ไปยังกระทรวงมหาดไทยครับว่าท่านได้ติดตามเคลื่อนไหวหรือไม่
ส่วนที่ ๓ จากแบริ่งไปสมุทรปราการนะครับ แถว ๆ นั้นล่ะครับ อ่อนนุช ไปสมุทรปราการหรือว่าแบริ่งนั่นล่ะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมว่าต่อครับ ที่ผมอยากจะ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและท่านได้กรุณาให้ท่าน มท. ๓ ได้กรุณา มาตอบแทนนะครับ มันมีคำสงสัยของพี่น้องประชาชนครับว่ากรุงเทพมหานคร อันเป็นส่วนราชการโดยตรง ตกลงแล้วสังกัดกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงมหาดไทย ดูแลหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าเหตุผลที่ผ่านมาท่านประธานครับ สัญญาสัมปทาน ซึ่งแน่นอนครับ ผมถือสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งครับ สัญญาสัมปทานระหว่าง กรุงเทพมหานครทำกับบริษัทบีทีเอสซี (BTSC) ก็คือรถไฟฟ้าเอกชนละครับ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ ท่านประธาน ในข้อ ๒๗.๑ บอกว่า หากบริษัทประสงค์จะขอให้ กทม. พิจารณาขยาย อายุสัญญาสัมปทานนี้บริษัทจะต้องแจ้งความประสงค์ดังกล่าวไปยังกรุงเทพมหานคร และในเวลาไม่มากกว่า ๕ ปี และไม่น้อยกว่า ๓ ปีก่อนวันสิ้นสุดสัญญา และการขยายอายุ ของสัญญาในข้อนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน นั่นหมายความว่า กระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นกรณีปกติครับ สัญญาที่เขาทำกัน ในปี ๒๕๓๕ เราก็ใช้บริการกันจนถึงปัจจุบัน เขาทำ ๓๐ ปี ท่านประธานครับ ถ้าดีดลูกคิด นับตัวเลขแล้วนี่นะครับ จะหมดในปี ๒๕๗๒ ก็หมายความว่าถ้าเกิดกรุงเทพมหานคร จะต่อสัญญาให้กับเอกชนที่ทำสัญญาที่ผมถืออยู่นี้นะครับ ต้องรอไปจนถึงปี ๒๕๗๒ ท่านประธานครับ แล้วสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นครับ ไปต่อสัญญาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ครบ ผมอธิบายต่อครับ เมื่อเราลงลึกไปในรายละเอียดครับ ปรากฏว่าในส่วนต่อขยาย ๒.๒ กิโลเมตรครับ ตั้งแต่สะพานตากสินข้ามไปยังวงเวียนใหญ่นี่นะครับ ในปี ๒๕๕๒ กรุงเทพมหานคร อันนี้คือส่วนราชการกรุงเทพมหานครนะครับท่านประธาน ไปตั้งบริษัท ที่มีชื่อว่ากรุงเทพธนาคมครับ กรุงเทพธนาคมไปทำสัญญาร่วมกับเอกชน สัญญาอื่นมากมาย ในเอกสาร ในสื่อมวลชนก็ระบุเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับว่าไปทำอะไรบ้าง ประเด็นที่ผม เกิดความสงสัยและพี่น้องประชาชนก็สงสัยครับว่า แล้วทำไมกรุงเทพมหานครนี่จึงไม่ทำ สัญญาจะขยายสัมปทานกับบริษัทเอกชน หรือบีทีเอสโดยตรง ทำไมไปตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคม แล้วให้บริษัทกรุงเทพธนาคมตรงนี้ไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน ท่านทำอะไรครับ คำถาม มีอยู่ว่าเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้ทราบไหม แม้ว่ากรุงเทพมหานครครับ ทั้งรองผู้ว่าราชการจะพยายามอธิบายครับ บอกว่ากรุงเทพธนาคมที่ กทม. เขาตั้งนี่ท่านประธานครับ เป็นวิสาหกิจ เข้าใจตรงกันก่อนนะครับ รัฐวิสาหกิจชัดเจนครับเป็นของรัฐ วิสาหกิจเขาบอก เป็นบริษัทเอกชน เพราะฉะนั้นกรุงเทพธนาคมไปอนุมัติขยายสัญญาสัมปทานให้อีก ๑๓ ปี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ครบนี่นะครับ จนไปครบอีกครั้งหนึ่งปี ๒๕๘๕ ท่านก็อธิบายมากมายครับ บอกว่าเซ็นสัญญาล็อก (Lock) ไว้ตอนนี้นี่เดี๋ยวราคามันจะถูกลง บริษัทรายนี้จะสามารถทำได้ แต่ประเด็นอันนั้นเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ในอนาคตครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบหรอกครับ เด็ก ๆ โตขึ้นมาบ้านผมมีโทรทัศน์สีครั้งแรกปี ๒๕๑๕ มีไอโฟน (iPhone) ใช้ก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้ครับ เพราะฉะนั้นอีก ๓๐ ปีข้างหน้า ท่านประธานครับ พลังงานแสงอาทิตย์จะดีกว่า พลังงานไฟฟ้าไหมครับ หรือบ้านท่านประธานที่อยู่ในต่างจังหวัดจะขุดไปแล้วเจอบ่อน้ำมัน ประเทศไทยร่ำรวยไหมครับ ถ้าเกิดอย่างนั้นขึ้นเราเกิดอะไรขึ้นครับ ราคาก็ล็อกไว้แล้ว เราก็ไม่สามารถไปแก้ไขอะไรได้ จริง ๆ แล้วมันควรจะใกล้ถึงสัญญาแล้วจึงค่อยต่อสัญญาครับ
ประเด็นคำถามที่ผมถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับว่า ท่านทราบไหมครับว่า ส่วนราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเอาละเราไม่ว่ากัน จะเป็นเอกเทศ จะเป็นการบริหารการปกครองท้องถิ่นก็สุดแท้แล้วแต่ท่านครับ แต่ท่านรู้ไหมครับว่าเขาตั้ง บริษัทกรุงเทพธนาคมขึ้นมา แล้วเขาไปเซ็นสัญญาให้กับเอกชน กระทรวงมหาดไทยรับรู้ เรื่องนี้หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบต่อท่านได้เลยว่า กรุงเทพมหานครนั้นเป็นหน่วยงานที่เขาบอกว่าเมืองพิเศษ แต่ในการดูแลนั้นผมเป็นคนกำกับ และดูแล แต่การมอบงานผมไม่ได้รับมอบงาน จากที่ท่านตั้งคำถามว่าบริษัทบีทีเอสซีนั้น เป็นรัฐวิสาหกิจมาทำตรงนี้ ในหน่วยงานที่ว่ารถใต้ดินกับบนดินพวกเราก็รู้ว่าการกระจายอำนาจ เราต้องการให้อิสระต่อสังคม ต้องการให้เมืองนั้นพัฒนาสู่ความสำเร็จ แต่วันนี้ผมก็ตอบท่าน ด้วยความสัตย์จริงว่า เงินทุกบาททุกเม็ดที่ไปลงทุนในส่วนต่าง รถไฟฟ้าบนดินหรือใต้ดินนั้นเป็นเงินภาษีของประชาชนคนทั้งประเทศ แต่เราก็ต้องมองว่า อะไรเป็นเมืองหลักเราจะดูแล เช่น กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เมืองเชียงใหม่ หรือเมืองภูเก็ต ซึ่งตรงนี้สำคัญเป็นหน้าตาของประเทศ แต่ยุคนี้ที่ทำ ๓ สายขึ้นมาที่ท่านได้กล่าว ผมขอกราบเรียน ต่อท่านตรง ๆ ว่ากระทรวงมหาดไทยไม่รู้เลย เขาถือว่าเขาอิสระเสรี แต่ต้องอยู่ภายใต้ ของกฎหมายที่จะอ้าง วันนี้เราก็ต้องท้วงติงกันว่าเอะอะเขาอ้างคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความว่าเขาทำได้ แต่งบประมาณที่ทำอะไรสัญญาใดก็ตามถ้าเป็นงบเกิน ๑๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นต้องแจ้งกระทรวงมหาดไทย เขาไม่ได้ห้ามครับ เขาไม่ได้ทำ แล้ววันนี้บอกว่าอีก ๑๓ ปี หรือ ๑๗ ปี ที่ท่านถามผมนั้นวันนี้ขอตอบว่าวันนั้นไม่ถึง ทุกอย่างนั้น กทม. ไม่ได้ลงทุนครับ ใช้เม็ดเงินจากภาษีประชาชนของคนทั้งชาติ แต่เราเห็นเมืองหลัก ต้องทำเป็นหน้าตา แต่ทุกอย่างเวลายังไม่ถึงนั้นไปทำอย่างนั้นมันไม่ได้ ที่ท่านตั้งคำถามผมว่า ผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมายแต่เรื่องสัจธรรมมันทำไม่ได้ครับ เงินจากภาษีประชาชน ในปี ๒๕๕๖ นี้ วันนี้เรารัฐบาลนี้ก็ใช้เงินอุดหนุนไปอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การเก็บส่วนตน หรือส่วนไหนของ กทม. บริษัทตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครครับ แต่โรงงานอยู่ต่างจังหวัด แต่คนบ้านนอกเขาก็สมยอมด้วย แต่วันนี้มันไม่ถูกต้องครับ วันนี้ท่านตรงนี้เรื่องรายละเอียด ผมไม่ได้ดูแลโดยตรงผมมีจิตเช่นเดียวกับท่านขอเอกสารท่านจะดำเนินการต่อครับ ขอบพระคุณมากครับ
คำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ขออนุญาตคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ ไมค์มันก็พยายามจะขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่นะครับ ท่านประธานครับ ผมคนกรุงเทพมหานครไม่ได้ไปเป็นก้างขวางคอใครนะครับ เป็นผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานครก็ต้องตรวจสอบในฐานะที่กรุงเทพมหานครนั้นมีเสียงข้างมาก ไม่ใช่พวกผม ก็สลับกลับไปครับ พรรคประชาธิปัตย์ฝ่ายค้านก็ตรวจสอบรัฐบาลครับ มีคนพยายามไปบอกว่านี่คือเกมการเมือง ใกล้จะเลือกตั้งผู้ว่าราชการ อีก ๗-๘ เดือน ท่านผู้ว่าราชการคนเก่าจะหมดวาระแล้วต้องเลือกตั้งใหม่ ถ้าเหตุแบบนี้มันไม่เกิดครับ อยู่ดี ๆ ผมจะไปยกมือแล้วก็ไปร้องเรียนทั้งดีเอสไอ (DSI) ทั้ง ป.ป.ช. เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตออกตัวเรื่องนี้ชัดเจนว่าเป็นการตรวจสอบแทน พี่น้องกรุงเทพมหานครว่าเขาทำอะไรกันท่านรู้ไหม แล้วท่านได้ประโยชน์อย่างไร ถ้าท่านบอกถูก ท่านลดราคาเลย และถ้าท่านบอกว่าทำได้อย่าศรีธนญชัยครับ ท่านประธานครับ ผมจะอธิบายต่อไปนะครับว่าคำถามข้อที่ ๒ ประเทศเรามีพระราชบัญญัติอยู่ ๒ ฉบับ ๑. ก็คือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่าพระราชบัญญัติการฮั้วประมูล ทำกับเอกชน ราชการ จะทำอะไรก็ต้องมีการเกิดการแข่งขันครับ ยกตัวอย่างอย่างกรณีกล้องวงจรปิดซีซีทีวี (CCTV) ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครโดยสำนักงานจราจรและขนส่งยังทำสัญญา กับเอกชน ก็หมายความว่าส่วนราชการทำนะครับ มีการเปิดประมูล มีอีออกชัน (e-Auction) มีอะไรก็ว่ากันไป จะทุจริตหรือไม่ก็ไปตรวจสอบกันครับ แต่ประเด็นนี้น่าสนใจ ตรงที่ว่ากรุงเทพมหานครทำไมละครับท่านจึงไม่ทำสัญญากับบีทีเอสซี หรือว่ารถไฟฟ้า เขา ทำไมไปให้บริษัทลูกของท่านไปทำสัญญา ท่านมีเจตนาอะไร นี่คือคำถามนะครับ แล้วผมถามต่อในคำถามเดียวกัน ท่านประธานครับ ว่าเหตุที่ไปตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด หมายความว่าท่านพยายามจะหลีกเลี่ยงเข้าไปในการประกวดราคาใช่หรือไม่ ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติการร่วมทุน ท่านประธานครับ พ.ศ. ๒๕๔๒ เขียนชัดเจนครับว่าบริษัทเอกชน จะร่วมทุนกับรัฐบาลต้องมีการประกวดราคา ต้องมีการประกวดประขันกัน แต่นี่เกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครไม่กล้าจ้างครับ เพราะกลัวจะเข้าพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับนี้หรือไม่ เรื่องต่อมาที่ซ่อนอยู่ในเรื่องเดียวกันท่านประธานครับเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น มีประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ครับ แล้วก็ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพูดถึง คณะกรรมการกฤษฎีกานะครับ ผมบอกท่านอย่างนี้ครับว่ารถไฟส่วนต่อขยายจากสาทร ข้ามไปวงเวียนใหญ่ ๒.๒ กิโลเมตร มีการถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ พวกผม ก็ค้นหาข้อมูลเรียบร้อยดีครับ คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ตอบมาครับ แต่ท่านประธานครับ ไปดูศาลฎีกาได้เคยพิพากษาเอาไว้ ความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คุณจิรายุครับ ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องพิจารณาในข้อบังคับการประชุมนะครับ เรื่องของกระทู้ถาม ข้อ ๑๔๓ กระทู้ถาม ต้องไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๖) เป็นปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อสักครู่ท่านก็คง จะได้ยินท่านผู้อภิปรายนะครับว่าถามเรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านรัฐมนตรีก็ตอบเรื่อง คณะกรรมการกฤษฎีกา เอะอะ ตอบตามคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อครู่ท่านก็พูดอย่างนี้นะครับ เราไม่สามารถจะมาถามกระทู้ถามในเรื่องปัญหาข้อกฎหมายได้ครับ ท่านประธานครับ กรุณาวินิจฉัยครับ
คุณจิรายุ ตามข้อบังคับจริงอย่างที่ท่านบุญยอดว่านะครับ ถามข้อกฎหมายไม่ได้ กรุณาเปลี่ยนคำถามด้วย
ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ ท่านบุญยอดครับ ผมกำลังอธิบายเรื่องที่เป็นข้อจริงนะครับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงด้วยนะครับ เป็นเอกสารปรากฏตามสื่อมวลชนชัดเจนครับว่ากรุงเทพมหานครได้ถามคณะกรรมการกฤษฎีกา อันนี้มิได้เป็นข้อเท็จจริงให้ท่านตรวจสอบนะครับ เป็นข้อจริงนะครับ เพราะฉะนั้นที่ผมต่อว่า ทำไมท่านจึงไปอ้างคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วเดี๋ยวผมจะถามครับว่าทำไมถึงต้องโยง เพราะท่านบอกว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าทำได้ แต่ผมกำลังจะบอกว่าศาลฎีกา ได้เคยมีคำพิพากษาเอาไว้ว่าความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ถ้าเกิดไปขัดต่อ ข้อบัญญัติกฎหมายฉบับใดทั้งแพ่ง อาญา พาณิชย์อะไรก็แล้วแต่ ให้ถือว่าส่วนงานราชการ เหล่านั้นต้องรับผิดชอบเอง ไม่ใช่เอะอะ อะไรก็คณะกรรมการกฤษฎีกา อันนี้นะครับที่ผมถาม แล้วที่ผมถามต่อไปครับว่าถ้าต่อไปนี้ ผมยกตัวอย่างนะครับ กระทรวงกลาโหมครับ เกิดจะไป ซื้อรถถัง หรืออะไรก็แล้วแต่ทำไม่ได้เพราะว่าจะต้องใช้ระบบนี้ เอาแบบกรุงเทพมหานคร ได้ไหมครับ กระทรวงกลาโหมตั้งบริษัทรถถัง จำกัด แล้วให้บริษัทรถถัง จำกัด ไปเซ็นสัญญา กับเอกชน จะไปซื้อเครื่องแบบทหาร จะไปจัดจ้างทำรถอะไรก็แล้วแต่ อย่างนี้ทำได้ไหมครับ ถ้าอย่างนี้ทำได้หมายความว่าอีกหน่อยกระทรวง ทบวง กรมในประเทศไทย ท่านประธานครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ต้องตั้งบริษัทพัฒนาสังคม จำกัด แล้วก็ใช้แบบนี้ครับ หลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติ ๒-๓ ฉบับ ผมถามท่านรัฐมนตรีครับว่า ท่านทราบไหมครับว่ามี พ.ร.บ. ๒ ฉบับที่ส่วนงานราชการต้องมีการประมูล ส่วนงานราชการ ต้องรับรู้ในการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน และเหตุใดครับ หน่วยงานกรุงเทพมหานคร ที่กระทรวงมหาดไทยได้กรุณาบอกว่าเป็นคนกำกับดูแลจึงทำได้หรือไม่ได้ ท่านช่วยตอบหน่อยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านบุญยอด มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมต้องขออนุญาตย้ำ กับท่านประธานครับว่ากระทู้ถามนั้นจะถามในเรื่องของปัญหาข้อกฎหมายไม่ได้ ดังนั้น เมื่อผมได้ฟังคำอภิปรายของท่านจิรายุแล้ว ทั้งหมดเป็นเรื่องข้อกฎหมายทั้งสิ้น ท่านต้อง วินิจฉัยครับว่ากระทู้ถามนี้ตกไปหรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าต้องตกครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิที่จะมาตอบหรือมาอธิบายอะไรต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้อยู่ใน ณ ที่นี้ ในสภาแห่งนี้ ถ้าจะพูดอะไรแล้วกระทบต่อ กรุงเทพมหานคร ท่านก็ต้องระมัดระวังด้วยครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยก่อนว่ากระทู้ถามนี้ ตกหรือไม่ครับ
ผมวินิจฉัยว่ายังไม่ตกนะครับ คุณบุญยอด คือ ๑. ผมบอกแล้วว่าถามเรื่องข้อกฎหมายไม่ได้ แต่เขาถามว่าทำสัญญาได้หรือไม่ได้แค่นั้นเอง ถ้าถามเป็นข้อกฎหมายอย่างเมื่อครู่ เรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมจะไม่ให้ถาม ผมฟังอยู่นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานีในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านรองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามที่ ๒ ต่อท่านเพื่อนสมาชิกว่าอันนี้มีสิ่งเปรียบเทียบ ผมเข้ามาอาจจะเป็นรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้ผมได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้ เรื่องตรงนี้ที่ว่าผิดที่ผมอ้างว่าทุกอย่าง ทุกคน หน่วยงาน ของรัฐก็อ้างคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมไม่ก้าวก่าย แต่เอาความรู้สึกของสังคมมันเกิดขึ้น ในหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจในกระทรวงมหาดไทยคือ การประปาภูมิภาค เช่นเดียวกันครับ จ้างบริษัทอีสท์วอเตอร์ จำกัด เห็นไหมครับ แต่วันนี้เข้าข่ายส่วนต่างที่จะทำต่อส่วนต่างไปสู่ ตากสินอะไรนั้น รัฐลงทุนทั้งหมดครับ การจ้างต่อสัญญา วันนี้รัฐลงทุน
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตประท้วงในข้อ ๑๔๓ นะครับ จากที่ท่านบุญยอด ได้ประท้วงไปใน (๖) นะครับ ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ผมขอประท้วงใน (๕) นะครับ ทางท่านผู้ถามกระทู้ถามสดก็ได้ถามในลักษณะที่ว่าขอให้ออกความคิดเห็น อันนี้ไม่ทราบว่า เข้าข่ายในการขอให้ออกความคิดเห็นหรือเปล่านะครับ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านช่วย วินิจฉัยด้วยนะครับ
คืออย่างนี้ ท่านชื่นชอบ ผมฟังอยู่นะครับว่า เขาถามว่าทำสัญญาได้หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีต้องตอบว่า ทำได้หรือไม่ได้ แต่ว่าไม่ต้องแสดงความคิดเห็นนะครับ ผู้ถามก็มีเวลาถามอีกไม่ถึง ๑ นาทีนะครับ
โอเค (OK) ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ถามวันนี้ เหตุการณ์ตรงนี้เป็นข้อกฎหมาย ทุก ๆ อย่าง มันเป็นภาระมา ตั้งแต่ดั้งเดิม ซึ่งผมมาดู ทุกคนก็อ้าง แล้วให้ผมย้อนยุคกลับไปหาว่าเช่นเดียวกับการประปา ส่วนภูมิภาค แต่ผมไม่ได้กำกับดูแล ดังบริษัทอีสต์วอเตอร์ การประปาภูมิภาคนั้น เป็นรัฐวิสาหกิจแต่ไปจ้าง รัฐทำได้ แต่ทำไมเขาถึงต้องไปจ้าง อันนี้คือปัญหาข้อกฎหมาย แบบเดียวที่
ท่านรัฐมนตรีครับ คุณหมอสุกิจประท้วงครับ เชิญคุณหมอครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องประท้วง ทั้งผู้ถาม ทั้งผู้ตอบนะครับ ตามข้อ ๑๔๓ ด้วยเหตุผลก็คือ (๕) และ (๖) ดังที่ท่านสมาชิกฝ่ายค้าน ได้ประท้วงไปแล้วนะครับ เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องของข้อกฎหมายทั้งหมดเลยครับ แล้วก็ยัง ไม่มีข้อพิสูจน์ ซึ่งผมว่าท่านรัฐมนตรีเองท่านก็ไม่สามารถที่จะมาตอบเรื่องนี้ได้ เพราะฉะนั้น ไม่รู้จะถามกันไปทำไม แล้วก็ประท้วงเพิ่มอีกข้อหนึ่งครับ คือ (๒) ครับ เป็นเรื่องที่กระทู้ถาม ที่ว่าต้องไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ก็คือว่า (๒) เคลือบคลุมหรือเข้าใจยาก เรื่องนี้เคลือบคลุม และเข้าใจยากครับ เพราะขนาดท่านรัฐมนตรี ผมดูแล้วท่านก็ยังไม่เข้าใจเลย เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ถือว่าเข้ากับ (๒) ด้วยครับ เพราะฉะนั้นกระทู้ถามนี้ยกเลิกเถอะครับ ใช้ไม่ได้เลยครับ ไม่ควรจะมาถามเลยครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวผม วินิจฉัยนะครับ จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ นั่งลงก่อนครับ ให้ผมวินิจฉัยก่อน คุณอย่าประท้วง ซ้อนสิครับ คืออย่างนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าตอบในข้อกฎหมายไม่ได้ เมื่อครู่ท่านพูด ถึงเรื่องข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นในข้อบังคับเขาบอกว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้น ท่านตอบได้แต่ว่าทำสัญญาได้หรือไม่ได้แค่นั้นพอครับ
โอเคครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ที่ผมตอบไปบางครั้ง ผมบอกได้เลยว่าผมจะอธิบายเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่วันนี้ผมรับข้อตรงนี้ไป จะไปหารือ และจะตอบท่านในภายหลังครับ ขอบพระคุณครับ
คำถามสุดท้าย ถามเลยนะครับ อภิปรายไม่ได้แล้วครับ เพราะมีเวลา ๑ นาที
ท่านประธานครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครครับ ขออนุญาตถามต่อคำถามสุดท้าย การไปเซ็นสัญญาของกรุงเทพมหานครโดยผ่านบริษัทซึ่งเราเรียกกันว่าวิสาหกิจนี่นะครับ แล้วก็ไปทำกับเอกชนเพิ่มไปอีก ๑๓ ปี โดยไม่ได้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ร.บ. ฮั้วประมูล แล้วก็ เรื่องราวต่าง ๆ มากมายซับซ้อนกัน ซ่อนเงื่อนกันอยู่นี่นะครับ ผมถามครับว่าอนาคต คนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายที่กำลังจะเปิดให้บริการครับ บางใหญ่-บางซื่อ บางซื่อ-บางใหญ่ ไปกลับนี่นะครับ แล้วก็หมอชิตไปสะพานใหม่ แจ้งวัฒนะไปมีนบุรี คลองสามวา บ้านผม แล้วก็มีอีกหลากหลายเส้นทางครับ ในอนาคตถ้าท่านไปล็อกสัญญา แบบนี้เรียบร้อยแล้วนี้ ไปต่ออีก ๑๓ ปี หมดปี ๒๕๘๕ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ หลายเส้นทางจะเปิดให้บริการนี่นะครับ ผมถามครับว่ากระทรวงมหาดไทยรู้ไหมครับว่า ระบบการเดินทางที่เราเรียกกันว่าบัตรใบเดียวแล้วเดินทางได้ทั้งกรุงเทพมหานคร มันจะสามารถทำได้ไหมครับ แล้วถ้าทำไม่ได้กระบวนการทางด้านกฎหมาย เอาล่ะ เราไม่ต้องพูดถึงข้อกฎหมายครับแต่เราอยากรู้ว่าถ้าอย่างนี้จะเกิดศรีธนญชัยในสังคม อีกหรือไม่ อย่างที่ผมถามตั้งแต่ต้นนะครับ กระทรวงกลาโหมไปตั้งบริษัทรถถัง จำกัด แล้วไปประมูลงานกับเอกชน ต่อไปนี้จะทำแบบนี้กันได้หรือไม่ ท่านช่วยตอบหน่อยครับว่า การบริการของพี่น้องในกรุงเทพมหานครโดยรถไฟฟ้านี่นะครับ จะราคาเดียวได้ไหม ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายจาก ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ผมได้ตอบตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อ ๒ แล้วตอนนี้ถึงข้อ ๓ มันเป็นข้อกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครเขาถือว่าเป็นเอกสิทธิหรืออะไร แต่เขาอาจจะไม่เข้าใจว่า อยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน วันนี้สิ่งที่ท่านตั้งคำถามผมไว้ ผมจะเอาไปตรวจสอบ แล้วมาแจ้งต่อท่าน สิ่งใดที่ผิดกฎหมายผมจะดำเนินการโดยเฉียบขาดแล้วจะแจ้งให้ท่าน เพราะว่าถ้าความรู้สึกของประชาชนมันไม่ใช่ แต่ข้อกฎหมายมันอาจจะเลี่ยงไปได้ ขอว่าเราอยู่ในสภาต้องเคารพกฎหมาย ขอเอากฎหมายเป็นหลัก ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
กระทู้ถามที่ ๓ นะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมขออนุญาตต้องหารือ กับท่านประธานว่ากระทู้ถามแบบนี้ท่านต้องตั้งใจฟัง แล้วผมคิดว่าเราทักท้วงแล้วว่ากระทู้ถาม น่าจะตกไป เพราะถามเรื่องข้อกฎหมาย ๓ ข้อก็เป็นเรื่องข้อกฎหมาย แล้วก็ให้ออกความเห็น ทั้งสิ้นครับ ท่านประธานครับ กรุณาอย่าให้มีเหตุกระทู้ถามแบบนี้เข้ามาในสภาอีกครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ จริง ๆ ผมไม่อยากจะประท้วงท่านสมาชิกบุญยอด สุขถิ่นไทย แต่ท่านพูดแบบนี้ มันก็เหมือนกับผมเขียนกระทู้ถามมา แล้วจะต้องตกไปอย่างนั้นตกไปอย่างนี้ สภาควรจะ มีการเคารพในญัตติหรือว่าในเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านประธานได้อนุมัตินะครับ ไม่ใช่มาพูดบอกว่า ผมเขียนอย่างนั้นอย่างนี้แล้วควรจะตกไป ไปแสดงความเห็นให้ประธานได้ตัดสินใจแทนคนอื่น อย่างนี้ผมเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าตกมันควรจะตกตั้งแต่ต้น เพราะหัวข้อก็เขียนชัดเจน ประเด็นที่ถามก็ชัดเจนครับ ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาวินิจฉัยด้วยครับ
ผมวินิจฉัยแล้ว ถ้าคุณไม่ถามเรื่องข้อกฎหมายที่เป็นสัญญาอะไรก็จบไป ผมก็ให้ถามได้ เพราะผมเป็นคนรับกระทู้ถามเอง ผมฟังอยู่ เชิญท่านวัชระเลยครับ กระทู้ถามที่ ๔
๑.๑.๔ กระทู้ถามที่ ๐๘๐ ส. เรื่อง การดำเนินนโยบายการปรองดอง สมานฉันท์ของคนในประเทศ (นายวัชระ เพชรทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอถามกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรี เรื่อง การดำเนินนโยบายการปรองดอง สมานฉันท์ของคนในประเทศ ท่านประธานครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้อธิบดีดีเอสไอ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ออกมาแถลงบอกว่าสั่งไม่ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ นอกจากนี้พนักงานอัยการ ยังสั่งไม่ฟ้อง นายจักรภพ เพ็ญแข
ท่านวัชระ หยุดก่อนครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ ท่านวรชัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ข้อ ๔๓ บัญญัติไว้ว่า กระทู้ถามต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด โดยเฉพาะ (๖) เป็นปัญหา ข้อกฎหมาย เรื่องนี้ไม่มีสิทธิที่จะตั้งกระทู้ถามสดครับ เป็นเรื่องของข้อกฎหมายครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ ครับ เพราะฉะนั้นผู้ตั้งกระทู้ถามสดเอาข้อกฎหมายมาพูดในการตั้ง กระทู้ถามสดไม่ได้ครับท่านประธานครับ ขอให้ท่านพิจารณาด้วยครับ
คุณวรชัยครับ ท่านวัชระ ท่านตั้งกระทู้ถามเรื่องนโยบาย ท่านต้องถามเรื่องนโยบายของความปรองดอง ถ้าไปถามเรื่องคดีความอ้างเป็นข้อกฎหมายก็ทะเลาะกันอีก เอาเรื่องนโยบายก็แล้วกันที่ท่าน ได้เขียนไว้ในกระทู้ถามนี้
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อไม่ให้ เสียเวลานะครับ
ประเด็นแรก นายธาธิต เพ็งดิษฐ์ กลับคำ เปลี่ยนสี สั่งไม่ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ตามมาตรา ๑๑๒ สั่งไม่ฟ้อง ท่านประธานครับ อัยการสั่งไม่ฟ้องจักรภพ เพ็ญแข ในมาตรา ๑๑๒ เช่นเดียวกัน แล้วกรณีโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ถูกแจ้งความข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ถูกดองคดี
ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ขอประท้วงผู้อภิปราย จริง ๆ แล้ว ใครก็แล้วแต่ที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาท่านไปเอ่ยชื่อเขา แล้วไปบอกเขาเปลี่ยนอย่างโน้น เปลี่ยนสีอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าเกิดมีใครไปพูดถึงญาติท่าน แล้วในห้องประชุมแบบนี้บ้าง มันจะเกิดอะไรขึ้นหรือครับท่านประธาน ขออนุญาตให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยนะครับ แล้วก็กรุณาอย่ากล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่นตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
อย่างนี้ ถ้ากล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอกคุณวัชระต้องรับผิดชอบถูกฟ้องร้องเอง แต่ว่า คุณวัชระต้องให้ผมทำงานได้ก็คือ ท่านได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องนโยบายการปรองดอง ท่านต้องถามนโยบายเรื่องของการปรองดองนะครับ ก็ไม่อนุญาตให้พูดถึงคดีความถึง คนข้างนอกอีกนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานเข้าใจถูกต้องแล้วครับ ทั้งหลายทั้งปวง เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับนโยบายการปรองดองของรัฐบาลทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ผมได้ขออนุญาตเปิดคลิปวิดีโอ (Clip video) ขอให้ทางห้องโสตทัศนูปกรณ์ ช่วยเปิดหน่อย คำ เป็นคำสัมภาษณ์ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)
กรุณาปล่อยเสียงด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอให้เริ่มใหม่ครับ คือควรจะเปิดทั้งภาพและเสียง อย่าเปิดแต่ภาพครับ
“ ............... : ด้วยอากัปกิริยาและถ้อยคำ และวิธีการปลุกระดมที่เป็นการ ล่วงละเมิดต่อพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์นะครับ ถ้อยคำต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่สามารถจะกล่าวได้ เพราะจะยิ่งเป็นการเผยแพร่ถ้อยคำที่ไม่บังควร แต่ขอเรียนว่าเราได้ พิจารณากันอย่างรอบด้านแล้ว เห็นว่าเป็นถ้อยคำหลายช่วงหลายตอน และอากัปกิริยา หลายช่วงหลายตอนเข้าลักษณะของการกระทำความผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แล้วก็ต่อเนื่อง ประการสำคัญ สิ่งที่เราจะต้องพิจารณากันอย่างยิ่ง คือไม่ใช่เฉพาะผู้พูดเท่านั้น แต่บุคคล ที่ไปร่วมในลักษณะแกนนำที่ขึ้นเวที หรือยืนอยู่ด้านหน้า รุมล้อมคนพูดในลักษณะของการยั่วยุ การรู้เห็นเป็นใจ เข้าลักษณะของการเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด เพราะฉะนั้นในฐานะ ที่เราทำคดีความไม่สงบเรื่องล้มเจ้า เราได้พิจารณาแล้วว่าการกระทำของคุณจตุพรและพวก ซึ่งมีจำนวนหลายคน ซึ่งเดี๋ยวผมคงจะเอ่ยชื่อเป็นบางคน เข้าข่ายของการกระทำความผิด ในคดีล่วงละเมิดต่อสถาบัน การถอดเทปออกมานี่นะครับพบว่าแกนนำคนสำคัญ ”
ท่านประธานที่เคารพ เปิดเท่านี้ พอครับ ท่านประธานครับ นี่คือคำยืนยันของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ว่านายจตุพรกับพวก กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างชัดเจน แล้วเหตุใดวันนี้นายธาริตจึงเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปตามนโยบายการปรองดองสมานฉันท์ของรัฐบาลใช่หรือไม่ ขอถามคำถามที่ ๑
เขาถาม คำถามแล้วนะครับ ท่านวรชัยครับ ไม่ได้ถามข้อกฎหมาย ถามคำถาม เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรี ตอบเลยนะครับ ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอสังกัดกระทรวงยุติธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณา มอบหมายให้ผมมาตอบคำถามท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง ตอบง่ายครับ เพราะท่าน ส.ส. เป็นนักกฎหมาย คดีความทั้งหมดนี่เมื่อมีการร้องทุกข์โดยผู้เสียหาย หรือกล่าวโทษโดยบุคคลอื่น ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พนักงานสอบสวนที่มีอำนาจหน้าที่ คือพนักงานสอบสวนท้องที่เหตุเกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าเหตุเกิด แต่ดีเอสไอ เป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ้ามีการร้องทุกข์ก็สามารถรับคดีพิจารณาได้ ผมเป็นนายตำรวจ กองปราบปราม ผมทำสำนวนทั้งหมดประมาณพันกว่าคดี เมื่อรับคำร้องทุกข์แต่ต้นเห็นว่าคดี พอมีมูลก็รับไว้ แล้วต้องทำการสอบสวน สืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม พยานหลักฐาน มีพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุและพยานนิติวิทยาศาสตร์ กรณีคุณจตุพร พรหมพันธุ์ มีคุณมหัศจักร์กับพวกรวม ๔ คน ร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ที่มีการปราศรัย ท่านอธิบดีดีเอสไอก็รับไว้เป็นคดีพิเศษ แต่จากการสอบสวน ทวนความเรื่อยมา ปรากฏว่าท่านสอบสวนนักภาษาศาสตร์ นักปราชญ์ราชบัณฑิตที่มีความรู้ ความเข้าใจภาษา เขาบอกว่าถ้อยคำดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดตาม ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ แห่งประมวลกฎหมายอาญา เท่านั้นไม่พอครับ ท่านยังไปสอบสวนบุคคลที่มีความรู้ ทางด้านกฎหมายเป็นอดีตอธิบดีศาล คือท่านผู้พิพากษาอุดม มั่งมีดี เป็นผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา อธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ประธานแผนกในศาลฎีกา ท่านให้การ เป็นพยานชัดเจนว่าเรื่องที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยเป็นการเอาถ้อยคำเดิม มาบอกกับประชาชน ไม่ได้พูดขึ้นใหม่ เป็นการตั้งข้อสงสัย เป็นการตั้งข้อสังเกต พยานหลักฐานจึงฟังไม่ได้ว่าคุณจตุพรมีเจตนาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด อีก ๘ คน รวมทั้งหมด ๑๙ คน พนักงานสอบสวนก็บอกว่าบุคคลดังกล่าวนั่งอยู่บนเวที ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการกระทำความผิด เหมือนกับวันหนึ่งผมปราศรัยบนเวทีที่ท้องสนามหลวง มีคนฟังเป็นหมื่นคน เป็นแสนคน ถ้าผมพูดปราศรัยผิดคนฟังจะผิดด้วย มันขัดต่อหลักกฎหมาย หลักกฎหมายต้องมี หลักนิติธรรม หลักนิติรัฐ กรณีของคดีคุณจตุพร ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้อง เป็นความเห็นของดีเอสไอ คดีไปอัยการ อัยการมี ๓ ช่องทาง ๑. สั่งไม่ฟ้องตาม คดีจบ ๒. สั่งฟ้อง คดีก็เดินหน้า ๓. สั่งสอบสวนเพิ่มเติม กรณีอย่างนี้นี่ครับคนเป็นนักกฎหมายต้องเข้าใจ ผมเชื่อว่า ท่าน ส.ส. วัชระเข้าใจ และมันไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ถ้ารัฐบาลลงไปเกี่ยวข้องจะผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เหมือนกับที่ผมเคยอภิปรายในสภาเรื่องคดีบริษัทฟิลลิป มอร์ริส ใครไปเกี่ยวข้องผิด เพราะฉะนั้นดีเอสไอเขาใช้ดุลยพินิจของเขา และเป็นดุลยพินิจตามอำนาจของพนักงาน สอบสวนคดีพิเศษ ไม่ผิดหรอกครับ เขาทำได้ ขอบคุณครับ
เชิญคุณวัชระ คำถามที่ ๒ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวอ้างผู้พิพากษาท่านหนึ่ง คือนายอุดม มั่งมีดี กราบเรียนท่านประธานว่า นายอุดม มั่งมีดี เป็นอดีตผู้พิพากษาจริง แต่เป็นผู้พิพากษา เสื้อแดง ก็ย่อมที่จะเป็นพยานให้การเป็นประโยชน์กับพวกเดียวกัน
ท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญจ่าประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ไปกล่าวหาว่าอดีต ท่านผู้พิพากษาเป็นคนเสื้อแดง อย่างนี้เสียหายครับท่านครับ และอีกอย่างหนึ่ง ผมเองซึ่งเป็น ผู้ต้องหาร่วม ๑๙ คน วันเวลาที่เกิดเหตุ ผมนั่งตัดผมอยู่ที่ร้านตัดผมโน่น คุณสมชาย ไพบูลย์ อยู่บนเครื่องบินที่จังหวัดเชียงใหม่โน่น คุณวัชระเป็นนักกฎหมาย
เอาที่คุณประท้วง
กล่าวถึงบุคคลภายนอก ซึ่งเขาไม่มีสิทธิที่จะมาโต้แย้งตรงนี้ กล่าวหาว่าเขาเป็นคนเสื้อแดง รู้ได้อย่างไร
เอาล่ะ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านจ่าประสิทธิ์ ผมเข้าใจแล้วครับ ก็คือคุณวัชระกล่าว เป็นเรื่องที่ คุณวัชระไปกล่าวหาบุคคลภายนอก ในสภาไม่คุ้มครองและรัฐธรรมนูญก็ไม่คุ้มครอง เรื่องที่เกิดขึ้นคุณวัชระต้องรับผิดชอบทางคดีเองนะครับ เพราะฉะนั้นในสภาพยายามพูดถึงว่า ถ้าไม่กล่าวถึงบุคคลภายนอกจะดีที่สุด เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่ถือสาท่านจ่าประสิทธิ์ เพราะนกเอี้ยงกำลังจะตามไปเกาะท่าน กราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมได้บอกว่า เป็นผู้พิพากษาเสื้อแดง เพราะเคยขึ้นเวทีเสื้อแดง
เดี๋ยวนะครับ เชิญจ่าประสิทธิ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ผมถูกผู้อภิปรายกล่าวหาว่านกเอี้ยง จะมาเกาะ แสดงว่าผมเป็นควายใช่ไหมครับ ที่พูดอย่างนี้ผมเสียหาย ผมไม่ใช่ควาย ไอ้หน้าคางคก ไอ้ขี้คันคาก
คือประท้วงนี่คุณเสียหาย แต่ว่าไปกล่าวหาผู้อื่นไม่ได้
เพราะความหมายก็คือ ผมเป็นควาย ผมไม่ใช่ควาย ถ้าเป็นควายประชาชนไม่เลือกผมครับท่านประธาน
ไม่ได้ครับ ไม่ได้กล่าวหาว่า ท่านเป็นควายเลยครับ
ความหมายก็คือเป็นอย่างอื่น ไม่ได้นะครับท่านประธาน
ท่านประธานผมไม่ได้เอ่ยเลยนะครับ ว่าท่านเป็นควาย ท่านเอ่ยเองนะครับ แล้วท่านกล่าวหาผมเป็นคางคก
เอาอย่างนี้ ท่านวัชระถอน แล้วผมจะให้จ่าประสิทธิ์ถอน ถอนทั้งคู่ครับ ไม่ได้ครับ ในสภา ต้องพูดคำสุภาพ เสียดสีก็ไม่ได้ ท่านวัชระถอน เดี๋ยวให้จ่าประสิทธิ์ถอนด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความรวดเร็วของการถามกระทู้ถาม ยินดีถอนครับ
ท่านจ่าประสิทธิ์ก็ต้องถอนนะครับ
ท่านให้ผมถอนหรือไม่ให้ต้องถอน
ท่านก็ต้องถอนด้วยนะครับที่ท่านไปกล่าวหาเป็นอะไร
ที่กล่าวหาท่านวัชระว่า ไอ้หน้าคางคก ไอ้ขี้คันคาก
เอานะครับ ท่านต้องถอน ท่านต้องถอน
ผมถอนไอ้หน้าคางคก ไอ้ขี้คันคาก ขอถอนครับ
นั่งลงครับ พอแล้วครับ เชิญท่านวัชระ ใช้เวลาไปตั้งเกือบ ๕ นาทีแล้วท่าน เอาเข้าวาระเลย
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าดีเอสไอ คือนายธาริต เพ็งดิษฐ์ มั่นใจว่าคำปราศรัยของนายจตุพรไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ขอให้ดีเอสไอนำมาเปิดเผยกับ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ นอกจากนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเคยยืนยัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าท่านสามารถสั่งดีเอสไอได้ ก็แสดงว่าในกรณีนี้ท่านน่าจะสั่งดีเอสไอตามนโยบายของรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ จากกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งที่พัทยา ไล่ล่า ตั๊ก บงกช คงมาลัย ขอให้ห้องโสตทัศนูปกรณ์ได้เปิดดีวีดี (DVD) ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานที่เคารพ นี่หรือ ที่รองนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าคือสีสัน นี่หรือที่ท่านให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์หน้าระรื่นว่า กระเซ้าเย้าแหย่กัน ท่านประธานครับ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ที่มีความคิดเห็นแตกต่างเกิดขึ้นโดยตลอดนับแต่รัฐบาลนี้ได้ขึ้นบริหารประเทศชาติ อยากจะถามท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มา ตอบคำถาม ขอถามว่ารัฐบาลท่านจะดูแลคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ที่มีความคิดเห็น แตกต่างจากรัฐบาลอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก และแม้ว่า ตั๊ก บงกช คงมาลัย บอกว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านได้ประกาศ ให้เบอร์โทรศัพท์ผ่านจอทีวี ท่านประธานครับ ถ้าคนที่โทรศัพท์ไปเป็น พลตรี นะคำมวย ก็อย่าได้โปรดแปลกใจ ท่านประธานครับ ตั๊ก บงกช เป็นผู้หญิงที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ บอกว่าไม่ติดใจและไม่ต้องการความช่วยเหลือจาก ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ผมคิดว่าเธอคิดถูกแล้ว เพราะถ้าเธอโทรศัพท์ไปก็จะยิ่งไม่ปลอดภัย และถ้าตำรวจมาก็จะยิ่งไม่ปลอดภัยเข้าไปใหญ่ ขอถามคำตอบจาก ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง
คำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง บัญชีรายชื่อ รองนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งแรกนะครับ ที่ท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง ได้อภิปรายแล้วตั้งคำถามแบบตรงไปตรงมา ต้องขอขอบคุณครับ เพราะท่านเป็นนักกฎหมาย ผมเรียนนะครับว่าคดีคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ยังไม่แล้วเสร็จ ยังอยู่ในดุลยพินิจของอัยการ อัยการอาจจะสั่งไม่ฟ้อง สั่งฟ้อง หรือสอบเพิ่มเติมก็ได้ ที่ท่านอุดม มั่งมีดี ผมไม่ได้กล่าวอ้าง มันเป็นพยานในสำนวน เป็นพยานบุคคล ท่านเป็นนักกฎหมาย ท่านต้องเข้าใจสิครับ เมื่อคดียังไม่แล้วเสร็จก็ต้องรอฟังอัยการ ผมตอบแทนอัยการได้ไหมครับ เพราะอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ผมไปพูดก็แทรกแซง สำหรับคุณธาริตเขาก็ใช้ ดุลยพินิจในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือว่าดีเอสไอ และเขารับแจ้ง เขาเห็นเบื้องต้นคดีพอมีพยานหลักฐาน แต่สอบแล้วปรากฏว่าไม่ผิดเขาก็ต้องสั่งไม่ฟ้อง คดีอย่างนี้มีเป็นพันเป็นหมื่นในเมืองไทย ไม่ว่าตำรวจ ไม่ว่าดีเอสไอ ไม่ว่าอัยการ บางครั้งตำรวจฟ้อง อัยการไม่ฟ้อง ตำรวจฟ้องอัยการฟ้อง ศาลยกฟ้อง ศาล ๓ ศาล ยังมีความเห็นไม่เหมือนกัน ศาลชั้นต้นลงอุทธรณ์ยก ศาลชั้นต้นลงอุทธรณ์ลง ศาลฎีกายกก็มี เพราะฉะนั้นผมว่าท่านวัชระไม่น่าใจร้อนเรื่องนี้ รอดูต่อไป ถ้าท่านคิดจะรักษาแนวคิด แนวทางของท่าน หรือพรรคพวกของท่าน ถ้าอธิบดีดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องมีช่องกฎหมายใดที่ท่านจะดำเนินการได้ ผมไม่ห้ามครับ เป็นสิทธิ ที่ท่านบอกว่าวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ผมสั่งดีเอสไอได้ ถูกต้องครับ แต่สั่งให้ทำงาน ในหน้าที่บนพื้นฐานบทบัญญัติของกฎหมาย ไปสั่งให้เขาทำโดยไม่มีพยานหลักฐานก็ไม่ได้ เมื่อมีหลักฐานแล้วสั่งไม่ฟ้อง ก็ไม่ได้ เมื่อไม่มีหลักฐานในสั่งฟ้อง สั่งไม่ได้หรอกครับ
ท่านพูดถึงโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ถ้าผมจำไม่ผิดท่านเป็นคนไปแจ้งความ ที่กองปราบปราม สามยอด กองปราบปรามยังสอบไม่เสร็จ เบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายจับ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับ ไม่ได้ เว้นแต่กระทำ ความผิดซึ่งหน้า ก็ยังเข้าข่ายที่ตำรวจจับไม่ได้
ทีนี้ท่านพูดถึง คุณตั๊ก บงกช คงมาลัย ท่านบอกเขาไม่รับความช่วยเหลือจากผม ท่านดูหนังครึ่งม้วน เมื่อคืนนี้ผมคุยกับคุณสมศักดิ์ เตชะ นามสกุลผมจำไม่ได้ รู้จักกับผม ตั้งแต่เป็นร้อยตำรวจโท กองปราบปราม เจ้าของสหมงคลฟิล์ม ตั๊กเป็นดาราในสังกัด ผมบอกว่าไม่เป็นอะไร ถ้าไม่โทรศัพท์มาหาผมก็ไม่เป็นอะไร เพราะผมมีเจตนาดี ถ้าหาก เดือดร้อนมีความผิดของคนอื่นกระทำก็ต้องดำเนินคดี ผมบอกเสี่ยเจียง เขาชื่อเสี่ยเจียง ผมไม่ได้เรียกเสี่ยเพราะเขารวยหรือจน ผมคุย ๒ รอบ บอกว่าจะไปถ่ายภาพยนตร์ใหม่ ผมให้เบอร์โทรศัพท์ พลตำรวจโท ปัญญา มาเม่น ไป บอกถ้าไปรอบนี้ดูให้ดี ท่านเป็นนักกฎหมาย ภาพที่ออกเมื่อครู่นี้มันผิดอะไรครับ เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเท่านั้น หน่วงเหนี่ยวกักขังไหม ไม่ ข่มขู่เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญาไหม ไม่ เป็นการแสดงความไม่พอใจ แล้วตำรวจ จะไปจับได้อย่างไรครับ บ้านเมืองมันมีกฎเกณฑ์กติกา ถ้ามันผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ท่านถามต่อแล้วผมจะทำอย่างไร ไม่ผิดกฎหมายแล้วทำอย่างไร ผมสั่งตำรวจใครก็ตาม ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีไปตามหลักเกณฑ์ หลักการของกฎหมาย ใช้ความรู้สึก ไม่ได้หรอกครับ ถ้าใช้ความรู้สึกตำรวจเขาก็ไม่ทำตามผม ถ้าอะไรที่เป็นความผิดซึ่งหน้า เขาก็ดำเนินการ และผมตอบคำถามที่ ๒ เท่านี้ครับ
คำถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี พูดโกหกมดเท็จคำโตกลางสภา บอกว่ากองปราบปรามอยู่ที่สามยอด เขาย้ายไปอยู่ลาดพร้าว ตั้งนานแล้วครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมจะบอกให้ ท่านประธานครับ นายอุดม มั่งมีดี เป็นผู้พิพากษาเสื้อแดงเพราะเคยขึ้นเวทีเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์แล้วจะให้พูดว่า ผู้พิพากษาเสื้อสีอะไร และผมได้ไปแจ้งความต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ที่ สน. ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีเอาผิดต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ แล้ว ท่านประธานครับ ที่ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม ได้พูดมามีทั้งความจริงและความเท็จ
ผมขอถามคำถามต่อไปเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา กรณีที่มีการขยายอาณาจักร หมู่บ้านเสื้อแดงไปในภาคใต้ที่จังหวัดภูเก็ต จนเกิดภูเก็ตโมเดล (Model) ขอภาพ จากภาพข่าวทั้ง ๒ ภาพเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพนี้เปิดหมู่บ้านเสื้อแดง เอาภาพนี้ ก่อนนะครับ ตำรวจฟันธงชาวบ้านไม่พอใจกรณีเผาหมู่บ้านเสื้อแดงที่จังหวัดสงขลา แล้วท่าน ก็มากล่าวหาว่าพวกเราอยู่เบื้องหลัง แท้ที่จริงตำรวจก็ฟันธงแล้วว่าชาวบ้านไม่พอใจ ท่านประธานครับ และอีกภาพหนึ่งครับ ขอได้เปิดอีกภาพหนึ่งครับ ที่บอกว่าพื้นที่ใดเปิดก่อน ได้ก่อน หมู่บ้านเสื้อแดงได้หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และจะได้อีก ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ผมนิดเดียวครับ ถามว่ารัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง หรือไม่ อย่างไร และสอดคล้องต่อนโยบายการปรองดองสมานฉันท์หรือไม่ และใช้งบประมาณเท่าไร ถ้าหมู่บ้านเสื้อแดงเปิดได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วพี่น้องประชาชน ทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้านทั่วประเทศจะได้หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับหมู่บ้านเสื้อแดงหรือไม่ ขอคำตอบจากรัฐบาล
คำถาม สุดท้ายแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ผมสงสารท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง คุณจะมารู้จักกองปราบปรามดีกว่าผมได้อย่างไร ผมอยู่มา ๑๑ ปี สัญลักษณ์เขายังเรียก กองปราบปราม สามยอด เขาย้ายที่ตั้งไปอยู่ถนนพหลโยธิน ซอยโชคชัย ๔ แต่เขายังเรียกกัน กองปราบปราม สามยอด ผมบอกให้เอาบุญ อาร์ม (Arm) ที่ติดตรงบ่านี่ ผมกับ พลตำรวจเอก สล้าง บุนนาค เป็นคนออกแบบ มีดาว ๗ ดวง เป็น ๗ กองกำกับ ผมไม่ได้โกหกละครับ ตำรวจน้อยใหญ่ที่ฟังอยู่ก็เข้าใจ แต่ผมไม่โกรธคุณหรอก เพราะคุณไม่ใช่ตำรวจ ผมเป็นตำรวจอยู่กองปราบปราม ๑๑ ปี พอพูดไปเขาต้องบอกกองปราบปราม สามยอด ผมพูดอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ และผมไม่ได้โกหก เขาย้ายเพียงสถานที่ แต่สัญลักษณ์ ความมั่นใจ ความมั่นคง คนยังเรียกกองปราบปราม สามยอด นั่นข้อที่ ๑ ผมไม่ได้โกหก ท่านบอกว่านโยบายเรื่องหมู่บ้านเสื้อแดง รัฐบาลไม่มีครับ แต่ก็ไม่มีสิทธิไปห้าม ท่านน่าจะไปดูที่ กรมการปกครองสิครับ มีอนุญาตให้จัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงไหม ไม่มีหรอกครับ เหมือนกับ พรรคประชาธิปัตย์ตั้งสาขาพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นสิทธิ คนเสื้อแดงเขาหนุนพรรคเพื่อไทย เขาอยากไปหาเสียงภาคใต้บ้าง ก็เป็นสิทธิ แต่จะชนะหรือแพ้ก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าส่วนตัวผมคิด ปักษ์ใต้ให้พรรคประชาธิปัตย์ไปเถอะ เสียของ เหนื่อย ผมไม่เคยปราศรัยเลยปักษ์ใต้ เพราะเขาไม่เลือก ผมก็ไปเอาตลาดอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง นี่ได้รับผิดชอบฝั่งธนบุรี ผมก็ทำตรงนี้เพราะมันมีโอกาส แต่ถามว่าเขาจะไปเปิดใครไปห้ามเขาได้ นโยบายรัฐบาลไม่มี และไม่มีเอาเงินไปให้ จะเอาไปจากไหน งบประมาณเบิกจ่ายมันต้องมีที่มาที่ไป ต้องผ่าน สำนักงบประมาณ ผ่านกรมบัญชีกลาง ต้องมีเรคคอร์ด (Record) ถ้าหากเอาเงินไปใช้ ผิดประเภท แล้วพวกคุณจะเอาพวกผมไว้หรือ แต่เขาก็อยากไปเชียร์พรรคเพื่อไทย เขานึกว่า จะเจาะตลาด พรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ แต่ความเห็นน่ะผมเสียของ และยืนยันตรงนี้ รัฐบาลไม่มีนโยบายและบอกตรงนี้เลิกพูดเสียทีเถอะครับ คนที่ใส่ร้ายรัฐบาล รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ โดยเด็ดขาด พวกผมรอยัลตี้ (Royalty) และถ้าใครแก้ไขเป็นสิทธิ ผมคัดค้านอย่างเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด อะไรจะเกิดก็เกิด รัฐบาลนี้ไม่ยอมแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ โดยเด็ดขาด
ท่านวัชระหมดคำถามแล้วครับ ท่านจะประท้วงหรือครับ ท่านจะทำอะไรครับ เชิญครับ ไม่ได้ถาม ไม่ประท้วง คุณจะทำอะไร
ครับ ไม่ได้ถาม ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาไป ๑๐ นาที ๔๓ วินาที ท่านรองนายกรัฐมนตรีใช้เวลาไป ๑๑ นาที ๕๕ วินาที เกินจากผม ประมาณ ๒ นาที ผมขอใช้สิทธิเท่าท่านรองนายกรัฐมนตรีแต่ไม่ได้ถาม ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่ากองปราบปราม สามยอด ท่านประธานครับ กองปราบปราม ย้ายไปตั้งนานแล้วไปอยู่ที่ถนนพหลโยธิน
ท่านวัชระมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่าน จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ เนื่องจากว่าผู้ตั้งกระทู้ถามสด ได้ถามจบแล้ว แล้วผู้ตอบคำถามก็จบไปแล้ว อ้ายนี่จบมหาวิทยาลัยรามคำแหง โง่จริง ๆ
ท่านอย่าไปกล่าวหา ให้ผมได้ฟังท่านวัชระพูดก่อนว่าเขาจะพูด เขาไม่ประท้วง ไม่ถาม แล้วจะพูดอะไร ผมใช้สิทธิ ประธานในการควบคุมแล้วแต่ผมจะฟัง ในเมื่อเขาขอพูดผมจะฟังว่าเขาพูดเรื่องอะไร แล้วผม จะวินิจฉัย ผมรู้อยู่ครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านสาธิตครับ
ความจริงไม่น่าจะเกิดเรื่องนะครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านประสิทธิ์พูดเมื่อสักครู่มันต้องกระทบ เพราะว่าไปพูดถึง สถาบันมหาวิทยาลัยรามคำแหงโง่นี่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเองก็จบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมก็มหาวิทยาลัยรามคำแหงนะครับ เพราะฉะนั้นอย่างนี้ไม่ได้ครับ ต้องถอนเลยครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
เดี๋ยว ๆ ผมจะฟังท่านประสิทธิ์พูดจริงหรือเปล่าครับ
ฟังผม ผมนี่เป็นตำรวจ พูดตรงไปตรงมานะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมไม่ได้ไปดูถูก มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมบอกดูถูกไอ้คนจบมหาวิทยาลัยรามคำแหงมันโง่ ผมบอกท่านเฉลิม
ท่านไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยให้ท่านต้องถอน ท่านจ่าประสิทธิ์ ต้องถอน ไม่ได้ครับ เพราะว่าบรรยากาศมาดี ๆ ท่านอย่าเถียงประธานสิครับ ผมฟังแล้ว ท่านต้องถอนผมวินิจฉัยให้ท่านต้องถอน ไม่บางคนแล้ว ท่านต้องถอนแล้ว ที่ว่าโง่จริง ๆ ท่านต้องถอน ผมไม่ให้พูด ท่านเปิดไมค์แล้วบอกว่าถอน
ถอนครับท่านประธาน
นั่งลง พอแล้ว ผมไม่ให้คุณพูดแล้ว ท่านวัชระมีอะไรครับ ท่านบอกไม่ประท้วง แล้วไม่ถาม ท่านจะพูดอะไรครับ สั้น ๆ
ท่านประธานครับ เป็นประเด็น ต่อเนื่อง กราบเรียนท่านประธานว่าผมก็ไม่ถืออะไรกับจ่าประสิทธิ์นะครับที่ท่านได้กล่าวหา ผมอย่างนั้น เพราะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมก็จบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเข้ามา ก็บอกว่าท่านก็จบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน คือสิ่งที่ผมได้ถาม กระทู้ถามไปแล้ว แต่ว่าท่านเฉลิมได้ตอบในสิ่งที่ผมไม่ได้ถาม คือเรื่องมาตรา ๑๑๒ ซึ่งผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ท่านนี้ ซึ่งท่านชอบไปที่บางบอน
เอาเรื่อง ที่อภิปรายเมื่อครู่ เรื่องอื่นผมไม่ให้พูด ไม่อนุญาต
เรื่องนี้ละครับ ท่านไม่ไปบางบอนแล้ว ท่านจะกลับบ้านได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านยืนยัน กลางสภาแห่งนี้ว่าพวกเสื้อแดงกับท่าน กับรัฐบาลเป็นพวกเดียวกัน แล้วกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ก็เคลื่อนไหวแก้มาตรา ๑๑๒ ท่านประธานครับ จึงกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้พูด ได้ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี แต่ท่านก็ตอบเกินเลยมา ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ให้ได้ยินได้ฟังว่าท่านเฉลิมยืนยันว่าเสื้อแดงกับรัฐบาลเป็นพวกเดียวกัน
พอแล้วครับ เดี๋ยวจะพาดพิงไปมา พอแล้วครับ ท่านจะถามไม่ได้แล้วครับ ท่านวัชระไม่ได้ถาม เดี๋ยวก็มี ผู้ประท้วงต่อผมจะไปวาระอื่นนะครับ กระทู้ถามทั่วไปมีอีกหลายท่านนะครับ ท่านนั่งลงครับ พอแล้วครับ ผมจะไปวาระอื่นแล้วครับ ทั้งวัชระ ทั้ง ๒ ฝ่ายละครับ ผมไม่ให้ถามแล้วครับ พอแล้วครับ ไม่แล้วครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายนั่งลงแล้ว ผมไม่อนุญาตแล้ว เดี๋ยวก็จะมีการพาดพิงอีก ไม่ได้ครับ คุณวัชระนั่งลงผมไม่ให้พูด มีการพาดพิงอีกแล้ว ท่านตอบเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิงนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก และท่านผู้ชมทางบ้าน มันเป็นความจริง ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ แล้วเป็นสิ่งที่ยากต่อการปฏิเสธ ว่าคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยไม่ใช่พวกเดียวกัน เป็นพวกเดียวกันจริง ๆ แต่ความคิดบางตอน บางส่วนอาจจะไม่ตรงกัน โฆษกพรรค คุณพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ แถลงชัดเจนว่าถ้าจะมีการ แก้กฎหมายมาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญา พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลไม่เห็นด้วย ผมก็ย้ำอีก แต่กรณีที่บรรดาเสื้อแดง นักวิชาการ หรือพี่น้องประชาชนคนทั่วไปเขาคิด นั่นเป็นสิทธิ แต่เมื่อรัฐบาลมีเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกฎหมายมันผ่านไม่ได้อยู่แล้ว ขอกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ
ท่านพายัพมีอะไรครับ ประท้วงหรือมีเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงในเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน ๒ นาที เพื่อชี้แจงให้พี่น้อง ท่านประธาน และสมาชิกได้ทราบ
ท่านพายัพ ไม่มีใครพาดพิงท่านนะครับ
ท่านประธานครับ เปิดไมโครโฟนก่อนสิครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่นั่งลงเมื่อสักครู่นี้ ท่านพูดถึงว่ากรณีที่กล่าวหานายจตุพร พรหมพันธุ์ และพวก ๑๙ คน ในคดีหมิ่น ในจำนวน ๑๙ คนนั้นมีสมาชิกอยู่ในห้องนี้หลายคนรวมทั้งผมด้วย ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานให้พี่น้องประชาชนทราบด้วยเช่นเดียวกัน มิเช่นนั้นเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ ผมไม่พาดพิงท่านวัชระหรอกครับ ด้วยความเคารพ แต่ว่าอยากพูดด้วยเหตุด้วยผลท่านประธานครับ ขอ ๑ นาที
ผมอนุญาตให้ ๑ นาที แต่ว่าไม่ให้พาดพิงบุคคลอื่นอีกนะครับ
ผมไม่นิยมการพาดพิงครับท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าในขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ปราศรัยนั้น แล้วถูกข้อกล่าวหา มีเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุนั้น รวมแล้วทั้งหมด ๑๙ คน มีหมอเหวง มีจ่าประสิทธิ์ มีพายัพ ปั้นเกตุ และเพื่อนอีกหลายคน การกล่าวหานั้น เป็นการกล่าวหาแบบครอบจักรวาล ทั้งที่คนที่ถูกกล่าวหานั้นไม่ได้มีการพูดปราศรัยเลย แม้แต่น้อย ยืนอยู่ข้าง ๆ และอยู่ข้างหลัง นายสมชาย ไพบูลย์ อยู่บนเครื่องบินกำลังบินกลับ จากจังหวัดเชียงใหม่ จ่าประสิทธิ์ตัดผมอยู่ข้างนอกไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมด้วย ก็โดนข้อกล่าวหาด้วย เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านวัชระแล้วก็ท่านพี่น้องประชาชน ด้วยว่าข้อกล่าวหาของดีเอสไอในช่วงนั้นเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา เราจำเป็นต้องชี้แจงท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๑๙๔ เรื่อง การแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต แก่เด็กนักเรียน (นายสมคิด บาลไธสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมต้อง ขอขอบคุณทางสภาได้เลื่อนมาเป็นระยะเวลา ๕ สัปดาห์แล้วในการถามกระทู้ถามนี้ครับ ท่านประธานครับ จากนโยบายของพรรคเพื่อไทยโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐบาล ตั้งแต่ยังไม่เป็นรัฐบาลก็ได้มีนโยบาย เป็น ๑ นโยบาย ในการแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้เด็กนักเรียน กระผมเองในฐานะเป็นผู้สมัคร ส.ส. ก็ได้ออกไปปราศรัยหาเสียงตามหมู่บ้าน ตามชุมชนต่าง ๆ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ผมรอมาเป็นเวลานานก็เห็นว่าเมื่อไรนโยบายของรัฐบาลจะปฏิบัติจะเป็นจริงสักที พี่น้องประชาชน ครูบาอาจารย์ นักเรียน นักศึกษาสนใจมาก สังคมเราทุกระดับก็สนใจ ในการที่จะแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้นักเรียน อยู่มาก็นานพอสมควรแล้ว ผมก็อยาก จะถามเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพื่อเคลียร์ให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบว่านโยบายนี้ เป็นจริงแค่ไหน ทำได้ไหม หรือเป็นแค่คำพูด โกหกประชาชนไปเป็นวัน ๆ ผมเป็น ส.ส. ผมก็ไม่สบายใจ ถ้านโยบายนี้ไม่เป็นจริงรอบหน้าผมคิดว่าผมสอบตกแน่ ถ้านโยบายนี้ ไม่เป็นจริง ผมก็อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตอบให้ชัดเจนนะครับ
ข้อที่ ๑ กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเมื่อใด ให้ชัด ๆ เลยนะครับเพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะได้รับทราบ จำนวนเท่าใด จะแจก ให้ผู้ใดบ้าง คำว่าผู้ใดนี่เฉพาะนักเรียนรัฐบาลใช่ไหม หรือรวมทั้งนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ในโฮม สคูล (Home school) อยู่ในบ้านที่พ่อแม่สอนเอง ญาติพี่น้อง สอนให้เองที่บ้าน ไม่ไปโรงเรียนได้ไหม เด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ที่วัด อยู่ชั้น ป. ๑ หรือ ม. ๑ อยู่ตามวัด ตามพระอาจารย์ที่วัด เด็กยากจนตามมูลนิธิเด็กต่าง ๆ ในสลัมพวกนี้ หรือเด็กที่เรียน กศน. ระดับ ม. ๑ หรือ ป. ๑ ก็ตาม หรือใครที่เรียน กศน. จะมีสิทธิ มีโอกาส ได้หรือไม่ นี่คือคำถามที่ ๑ ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณท่านอาจารย์สมคิด บาลไธสง ที่ได้ให้ความสนใจในนโยบายที่สำคัญอย่างมาก ของรัฐบาล นโยบายการแจกเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า แท็บเล็ต เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดประมาณ ๗ นิ้ว คือเล็กกว่าของแอปเปิ้ล ไอแพด (Apple iPAD) ลงไปหน่อย แต่คุณภาพนี่น้อง ๆ เลย เราจัดซื้อโดยตรงจากประเทศจีน โดยรัฐบาลจีนเป็นผู้ให้คำแนะนำ เครื่องหนึ่งก็ประมาณ ๒,๗๐๐ กว่าบาท ทั้งนี้ก็ยังมีเรื่อง ของค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าขนส่ง เราได้พยายามจัดซื้อมาพอสมควร เหตุที่ล่าช้าไปบ้าง ก็เป็นเพราะว่าเป็นวิธีการปฏิบัติครั้งแรก แล้วก็ซื้อของจำนวนมาก ก็เลยทำให้เกิดความล่าช้า ในการเซ็นสัญญาที่ให้รัดกุม บัดนี้ได้ลงนามในสัญญาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เครื่องต้นแบบจะมาถึง ๒,๐๐๐ เครื่อง วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แล้วก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ เครื่องจะมาส่งมอบที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕ สำหรับ กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบ จำนวนสำหรับนักเรียนประมาณ ๗๕๔,๐๐๐ เครื่อง รวมกับ ที่จะให้ครูอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ เครื่อง ก็เป็น ๘๐๐,๐๐๐ เครื่อง อีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ เครื่อง ก็เป็นโรงเรียนในสังกัด อบจ. อบต. กรุงเทพมหานคร พัทยา เป็นต้น นโยบาย การแจกแท็บเล็ตทำแน่นอนนะครับ แต่ในปีแรกเพื่อกันความเสี่ยงใด ๆ เราแจกคู่ขนานกับ การแจกหนังสือไปด้วย จะขอพาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) มี ๖ หน้าเพื่อเรียนยืนยัน ให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มั่นใจ ในพาวเวอร์พอยท์หน้าถัดไปเป็นเรื่องของการใช้ แท็บเล็ต หน้าถัดไป ในการสื่อการเรียนการสอน เรามีเนื้อหา ๕ วิชา เป็นอีบุ๊ค (e-Book) ศัพท์วิชาการเขาเรียกเป็นพีดีเอฟ (PDF) เดิมมันอยู่ในแผ่นกระดาษ ตอนนี้มันก็จะอยู่ในนี้หมด เครื่องแท็บเล็ตมีความจุ ๘ กิ๊กกะไบท์ (Gigabyte) ที่เราจะใส่ทั้งหมด ๔ กิ๊กเอง ยังใส่ข้อมูล ที่เรียกว่าแอพพลิเคชั่น (Application) ได้อีกมาก ซึ่งเราส่งเสริมให้ครูในโรงเรียนคิดเนื้อหา แอพพลิเคชั่น หมายความว่าเป็นข้อมูลที่มีภาพเคลื่อนไหว ถ้าแสดงทางคณิตศาสตร์ก็อาจจะ เป็นช้างที่เดินเคลื่อนไหว เต้นได้อะไรอย่างนี้นะครับ นี่เรียกว่า แอพพลิเคชั่น ปัจจุบันนี้ นี่เฉพาะ ป. ๑ นะครับ ถ้าดูช่องแรกทางด้านซ้ายมือเรามีเลิร์นนิ่ง ออบเจคท์ (Learning object) ๓๓๖ เลิร์นนิ่ง ออบเจคท์ คือเป็นภาพเคลื่อนไหว หนังสือ ๕ วิชา แล้วเราก็วัดการพัฒนาการ ของนักเรียนจากต้นปีถึงปลายปี ช่องเหลือง ๆ นั้นนะครับ ที่เรียกว่า ไมล์สโตน (Milestone) หน้าถัดไป การใช้แท็บเล็ตมีประโยชน์อย่างไรนะครับ เราวัด ๗ เรื่องนะครับ อ่านออกเสียง ถูกต้อง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความจริงมีภาษาจีนด้วยนะครับ มีเสียงโต้ตอบ เกิดอาจารย์ไม่เชี่ยวชาญไม่เคยฟังอาจจะพูดไม่ถูก แต่เครื่องแท็บเล็ตพูดถูกครับ เรื่องการอธิบายด้วยภาพเคลื่อนไหวทั้งคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีหมด เช่น โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ โลกก็จะหมุนให้ดูครับ รอบดวงอาทิตย์ จะผ่าตัดกบ เอากบ เป็นคอมพิวเตอร์นี้ผ่าแล้วค่อย ๆ แหวกมาเห็นสิ่งข้างในตัวกบได้ อธิบายเรื่องเพลงประกอบนี้มีทุกวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย อังกฤษ สังคม ทบทวนแบบเรียนมีทุกวิชานะครับ ข้อสุดท้ายคือมีทำแบบฝึกหัด ตรวจสอบเฉลยทันทีครับ แล้วข้อ ๗ ที่อยู่บนจอก็คือว่า เรียนแบบตาดู หูฟัง มือทำ หัวคิดทั้ง ๕ วิชาครับ หน้าถัดไปครับ อันนี้เตรียมพร้อมหมดแล้วนะครับ หน้าถัดไปวิชาการเหล่านี้มีผลดีต่อครูอย่างไร ต่อนักเรียน อย่างไร ดูช่องแรก ตัวอย่างเช่น คณิตศาสตร์ ครูสามารถประเมินผลได้
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านบุญยอดประท้วง เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ แม้กระทู้ถามธรรมดา จะไม่ถูกกำหนดเรื่องเวลานะครับ แต่มีข้อบังคับ ข้อ ๑๔๘ ครับท่านประธาน การตั้งกระทู้ถาม ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียนซ้ำซากหรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย การตอบกระทู้ถาม ของรัฐมนตรีให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้นผมต้องให้ท่านประธาน ได้กำชับต่อรัฐมนตรีนะครับว่าต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย หรือมีลักษณะที่เป็นการอภิปราย คำถามจากสมาชิกถามว่าจะทำเมื่อใด จำนวนเท่าไร แล้วก็จะให้กับใครบ้าง คำถามมีเท่านี้ครับ กรุณาตอบให้ตรงคำถามครับ
ก็จะสั้น ๆ ครับ ขอบคุณท่านบุญยอดครับ ก็จะผ่านไปว่า ดูหน้าเมื่อสักครู่นี้มันก็จะมีผลดีทั้ง ๕ วิชาต่อครู และนักเรียน เดี๋ยวเราจะแจกพาวเวอร์พอยท์ไปก็แล้วกันนะครับ อันถัดไปเราก็บอกว่า เรามีเลิร์นนิ่ง ออบเจคท์ ทั้งหมด ๓๓๖ เรื่อง เอาหน้าถัดไปเลยนะครับ ก็มีแผนพัฒนานี่ หน้าสุดท้ายแล้วครับ แผนพัฒนาทำแล้วครับ เมื่อเดือนที่ผ่านมาเราได้พัฒนาครูไปแล้ว ๑๐๐ คน ชั้นเทพ ชั้นเทพคือรู้เรื่องอย่างดีหมด จากชั้นเทพมากระจาย ๑,๐๐๐ คน จาก ๑,๐๐๐ คนมากระจายเป็น ๔๐,๕๔๕ คน ทั้งนี้เพื่อให้ท่านทั้งหลายมั่นใจว่า กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมพร้อมในแง่ของข้อมูลคอนเทนท์ (Content) ที่จะใส่เข้าไปสอน เด็กนักเรียน ป. ๑ ขณะนี้ทำ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ อยู่นะครับ ก็ขอตอบคำถาม ในชั้นแรกเท่านี้นะครับ
เชิญท่านสมคิดครับ คำถามสุดท้าย
ท่านประธานครับ คำตอบก็ยัง ไม่ชัดเจนว่าเด็กนักเรียนที่นอกเหนือจากโรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาล แล้วคือโฮมสคูล แล้วก็เด็กนักเรียนวัดหรือมูลนิธิเด็กตามสลัมอย่างนี้จะได้ไหม อันนี้อยากจะให้ท่านตอบ อีกครั้งหนึ่งนะครับ
คำถามที่ ๒ รวมทั้งคำถามที่ ๓ ผมขอถาม ๒ ข้อเป็นอันเดียวกันเลยนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ นโยบายในการแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนี่จะมีระยะเวลาไปกี่ปี นานเท่าไรครับ ตั้งแต่ปีนี้ไปถึงปีไหน ไปทุกปีไหม เพราะชาวบ้านอยากทราบนะครับ ทำอย่างไรเด็กนักเรียนทุกชั้นถึงจะได้ ถ้าเราทำเฉพาะปีหนึ่ง หรือ ป. ๑ ปีหน้าแจก ป. ๑ อีกใช่ไหม ป. ๑ ที่ขึ้น ป. ๒ ก็ได้ไปแล้วเป็นอย่างนี้ใช่ไหมนะครับ แล้วก็ในปีต่อ ๆ ไป กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะขยายไปถึงชั้นระดับมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษาไหม ได้มีความคิดที่จะให้เด็กนักเรียนที่อยู่ระดับมัธยมศึกษาหรืออุดมศึกษาไหมที่เขายากจน ที่เขายังไม่มีอุปกรณ์พวกนี้นะครับ อันนี้ขอเรียนถามครับ ขอบคุณมากครับ
อันนี้นะครับ เรื่องโฮมสคูล มูลนิธิ วัด แล้วก็ กศน. นี่นะครับ ถ้าสังกัดหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานการศึกษาเอกชนจะจัดให้ แต่ถ้าไปอยู่ที่บ้านนี่ แล้วเราไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมจะไปดูแลนะครับ เรื่องของ กศน. เขาเรียนรวบยอด ปีนี้ ยังไม่มีให้ คือเขาไม่ได้เรียน ป. ๑ เขาเรียนรวบนะครับ แต่ว่าจะพิจารณาว่าจะจัดให้ ถ้าถึงเครือข่ายถึงเวลานโยบายนั้นได้กำหนด ในเทอม ๒ ประมาณเดือนพฤศจิกายนเราขอ งบประมาณไว้แล้ว จะจัดสรรคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้เด็ก ม. ๑ ทุกคน ที่รัฐบาลรับผิดชอบนะครับ ก็มี สพฐ. เอกชน เอกชนหมายความว่าโรงเรียนเอกชนเราก็เอา คอมพิวเตอร์ไปให้ที่สังกัด เขาเรียกว่าสำนักงานการศึกษาเอกชน แล้วถ้าเขาเรียน กศน. ระดับ ม. ๑ เขาก็จะได้ แล้วก็องค์การ อปท. ต่าง ๆ อันนี้เขาของบประมาณของเขาเอง แต่เราก็จะสนับสนุนเพื่อซื้อรวมกันแล้วเขาก็ไปจัดการ อย่างไรก็ตามกราบเรียนท่านนะครับ ว่าหลักสูตรนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานคุมอยู่ไม่ต้องไปเกรงว่าเขาซื้อแล้ว เขาไม่ใส่หลักสูตรอะไร คือเราคุมหลักสูตรอยู่แต่กระจายการปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ
กระทู้ถามที่ ๒
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๒๒๐เรื่อง การขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยลำพอก ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ และอ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว ตำบลเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เชิญท่านมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ โดยข้อเท็จจริงแล้วผมตั้งกระทู้ถามทั่วไปไว้หลายสัปดาห์แล้วซึ่งมันเป็นเรื่องความจำเป็น เพราะว่าท่านประธานเองหรือว่าบุคคลทั่วไปก็ทราบว่าความจำเป็นของมนุษย์นั้น มันมีอยู่มากหลากหลายอย่าง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของน้ำเพราะเขาบอกว่าน้ำคือชีวิตนะครับ ผมก็เลยนำปัญหาของพี่น้องที่อยู่ในเขตเลือกตั้งของผมในจังหวัดสุรินทร์แค่เป็นส่วนหนึ่งนะครับ เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนซึ่งจริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวผมก็ได้กราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ท่านก็ให้ความเมตตามาด้วยดีนะครับ บางครั้งท่านก็ติดภารกิจอยู่บ้าง ผมถามเลยนะครับ เนื่องจากว่าในเขตเลือกตั้งผม ๒ อำเภอ ผมถามรวบยอดเลย อำเภอแรก คืออำเภอศีขรภูมิ มีอ่างน้ำขนาดใหญ่ชื่อว่าอ่างเก็บน้ำห้วยลำพอก ซึ่งถือว่าเป็นเส้นเลือดของชาวอำเภอศีขรภูมิ ซึ่งมีประชากรประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ๑๕ ตำบล แล้วก็น้ำจากห้วยลำพอกตรงนี้ละครับ นอกจากช่วยในเรื่องของอุปโภคบริโภค เรื่องการเกษตรแล้วสิ่งที่สำคัญก็คือทำเป็นน้ำประปา เข้าไปใช้ในเขตเทศบาลก็ถือว่าเป็นเส้นเลือดจริง ๆ ทีนี้อ่างลำพอกนี้ยังใช้ในพื้นที่ ของการเกษตรประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่โดยประมาณนะครับ แต่น่าเสียดายว่ามันตื้นเขิน เวลาถึงฤดูน้ำท่วม น้ำจะท่วมหลาก แล้วก็พอน้ำลดก็แห้งไหลไปเลย เพราะไม่สามารถ เก็บกักน้ำได้ เนื่องจากว่าตื้นเขินยังไม่เคยมีการขุดลอกมาเลย เพียงแต่ในสมัย ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ให้ท่านรัฐมนตรีชูชีพ หาญสวัสดิ์ ท่านผ่านไปทางนั้น ผมก็เลยแวะให้ท่านดู ท่านก็ได้สั่งเรือไปดูดฝุ่นออกมานะครับ ก็คือโคลน ฝุ่นโคลนครับ แล้วเวลาจากนั้นมาเวลาน้ำหลากน้ำก็ไปท่วม ๆ มันก็ตื้นเขิน ผมก็เลยมาเรียกร้องว่า ท่านรัฐมนตรีให้ความเมตตาหน่อยเถอะจะแก้ปัญหาอย่างไรไม่รู้แต่ขอให้ขุดลอกนะครับ ส่วนจะปรับบริบทหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของทางกระทรวงที่จะต้องศึกษา
ก็เช่นเดียวกันครับที่อ่างเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบ อ่างเกาะแก้ว อำเภอสำโรงทาบนี้ก็ถือว่าเป็นเส้นเลือดของคนอำเภอสำโรงทาบซึ่งมีอยู่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าชีวิต แล้วก็ใช้ในพื้นที่เฉพาะส่วนตรงนี้ในการเพาะปลูกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ สิ่งที่สำคัญก็คือน้ำจากอ่างเกาะแก้วตรงนี้ละครับต้องใช้เป็นน้ำประปาเป็นเส้นเลือด ของอำเภอสำโรงทาบ ตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อยครับเพราะว่าเข้าเดือนพฤษภาคมฝนเริ่มตก แต่ก่อนนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ผมมาร้องต่อท่านรัฐมนตรีบังเอิญท่านมีภารกิจเยอะจริง ๆ แล้วก็สภามีภาระเรื่องรัฐธรรมนูญ อันนี้ไม่ได้โทษรัฐมนตรีนะครับ มันเป็นสนามฟุตบอล แต่ท่านก็ให้ความเมตตา ผมทราบข่าวในเชิงลึกว่าท่านได้สั่งกรมชลประทาน โดยนายช่างใหญ่ แล้วก็นายช่างให้ไปสำรวจออกแบบเพื่อแก้ปัญหาในส่วนที่ต้องขุดลอกก่อนในตรงนี้ จริง ๆ แล้วอ่างเกาะแก้วเป็นอ่างที่ใช้ ๒ จังหวัดครับ คืออำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ กับอำเภอปรางค์กู่ อำเภอห้วยทัพทัน จังหวัดศรีสะเกษครับท่านครับ แล้วก็มีความจำเป็นต้อง อุปโภค บริโภค ทั้งการเกษตร ทั้งการเลี้ยงสัตว์ วันนี้ก็ตื้นเขินจริง ๆ ผมจึงอยากให้ท่าน ได้สั่งการให้กรมชลประทานลงไปดูแลให้มันมากที่สุด ก็คือการขุดลอกเพราะเสียดายน้ำ เสียดายจริง ๆ ท่านจะทำเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ทั้ง ๒ ที่ หรือท่านจะทำอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ กลับมาที่อ่างลำพอกนิดหนึ่ง บังเอิญทางจังหวัด โดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเสริม ท่านให้ความเมตตาช่วยมาทางกรมชลประทาน ก็คือได้ทำทางบนคันดินข้างบนปรับปรุง เพราะว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีความจำเป็น จะต้องไปแก้ปัญหาเรื่องน้ำที่อื่นก่อน ก็ไม่มีงบในการทำถนน ในการสัญจรข้างบนเพื่อที่จะให้ ชาวบ้านผ่านไปผ่านมาได้ ทางจังหวัดก็เลยเมตตาได้ให้งบซีอีโอ (CEO) ไป ๑๐ ล้านบาท ในสมัยอดีตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเสริม ก็โชคดีไป ผมก็เลยขอฝากทั้ง ๒ อ่างนี้นะครับ อย่างเร่งด่วน แล้วก็แถมอีกนิดหนึ่งครับ อ่างกะเลาในอำเภอสำโรงทาบ ก็ถือว่าเป็นอ่างขนาดใหญ่ ที่ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรแถมเลี้ยงสัตว์ไปด้วยท่านครับ แล้วก็คันดินนี่ ไม่มีในบางส่วน เวลาน้ำท่วมน้ำหลาก น้ำจะไหลไปท่วมชาวบ้านแถวบ้านกะเลา บ้านศรีพัฒนา บ้านศรีมงคลของอำเภอสำโรงทาบครับ ก็อยากที่จะให้ขุดลอกแล้วทำผนัง หรือคันคลองไว้ ผมก็ขอฝากไว้ทั้ง ๓ อ่างเลยทีเดียว แล้วก็จะถามเที่ยวเดียวครับ ท่านก็จะได้ ไม่ต้องเสียเวลา มันมีความจำเป็นจริง ๆ โดยเฉพาะถ้าได้ ๓ ที่ที่ผมได้กล่าว ๓ หลักนี้ใหญ่ ๆ แล้ว ผมคิดว่าชาวอำเภอศีขรภูมิ อำเภอสำโรงทาบ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ กับอำเภอหัวทับทันก็จะมีน้ำใช้เพราะว่ามันไปติดกับอ่างห้วยทับทันด้วย สายห้วยทับทัน ที่จะไปลงน้ำมูลนะท่าน ก็ขอฝากให้ทำตรงนี้เป็นระบบ ผมคิดว่าพี่น้องผมแถวนั้นก็จะ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น น้ำท่าก็จะไม่ขาดครับ ก็ขอฝากให้ท่านได้พิจารณาเรื่องงบประมาณ ที่จะไปขุดลอกหรือท่านจะทำอย่างไรก็สุดแล้วแต่ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตตอบคำถามท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุรินทร์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ก่อนอื่น ผมต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ที่ได้กรุณานำความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาสอบถามเพื่อที่จะให้ทางรัฐบาลได้แก้ไขปัญหา ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องของปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งนั้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลมีนโยบายชัดเจน ซึ่งกำหนดไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในข้อ ๑.๔ ก็คือส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำ อย่างบูรณาการแล้วเร่งรัดขยายพื้นที่ชลประทาน โดยเร่งรัดการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในระดับประเทศเพื่อให้มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเร่งรัดตรงนี้ก็คือทำอย่างไรที่จะเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ เพราะฉะนั้น การดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บกักน้ำก็คือทำได้ อ่างที่มีอยู่แล้วก็คือในเรื่อง ของการที่จะทำอย่างไรที่จะเพิ่มโดยการขุดลอกอ่างหรือว่าเสริมสันเขื่อน ทีนี้เมื่อขุดลอกอ่างนั้น ก็จำเป็นจะต้องคำนึงถึงศักยภาพของอ่างแต่ละอ่างด้วย ซึ่งจะเห็นว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเรานั้นถ้ามองศักยภาพของอ่างเก็บน้ำเรียกว่าจะเกือบทุกอ่าง ซึ่งอ่างก็ค่อนข้างที่จะแบนก็ทำให้ตะกอนต่าง ๆ นี้มาตกทับถมมากกว่าปกติ ซึ่งตรงนี้เอง กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มอบหมายให้กรมชลประทานที่จะดำเนินการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อพี่น้องจะได้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและบรรเทา ความเดือดร้อนในยามที่ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งนะครับ ซึ่งอ่างเก็บน้ำบ้านเขาแก้วนั้น ซึ่งแต่เดิมตรงนี้ก็เป็นฝายน้ำล้นที่สร้างโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งต่อมากรมชลประทาน ก็ได้ปรับปรุงก่อสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๒ ซึ่งความจุของอ่างก็อยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ผิวอ่างทั้งหมดก็คิดว่าอยู่ที่ประมาณ ๑๒.๔ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๗,๘๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองจึงทำให้ตะกอนต่าง ๆ มีมาทับถามมากมาย ตามที่ท่านครูมานิตย์ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองในแนวนโยบายก็คิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงขุดลอกอ่างตรงนี้ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักนะครับ
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านได้สอบถามว่าจะมีการก่อสร้างคลองส่งน้ำ หรือเหมืองไส้ไก่ในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำหรือไม่นะครับ ขออนุญาตว่าในส่วนของอ่างเกาะแก้วนั้น ซึ่งเมื่อปี ๒๕๕๓ เราก็ได้ดำเนินการเพิ่มในเรื่องของระบบส่งน้ำคลองจากฝั่งซ้ายไป ๑ สาย ปรับปรุงประมาณ ๓ กิโลเมตร ก็ดำเนินการแล้ว ส่วนว่าจะดำเนินการก่อสร้างคูน้ำหรือคลองไส้ไก่ ต่อไปในอนาคตหรือไม่นั้น ขอเรียนยืนยันว่าขณะนี้เราก็ได้เตรียมความพร้อมในเรื่อง วิศวกรรมโดยพิจารณาโครงการและสำรวจเพื่อที่จะออกแบบเพื่อที่จะปรับปรุงต่อไป ถ้าปรับปรุงได้พื้นที่ตรงนี้ก็จะสามารถขยายได้อีกประมาณ ๑,๒๐๐ ไร่ ในส่วนของโครงการนี้นะครับ
ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยลำพอกก็เช่นเดียวกัน ในอ่างเก็บน้ำห้วยลำพอกนั้นก็เป็น อ่างขนาดกลางที่เราสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ ๑๑.๒ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ มีพื้นที่ผิวอ่างประมาณ ๑๔ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๘,๘๐๐ ไร่ ก็เช่นเดียวกันนะครับ สภาพปัจจุบันก็มีทั้งตื้นเขินและอาจจะมีทั้งวัชพืชอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นความจำเป็นที่จะต้องขุดลอกก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการขุดลอกนะครับ นอกจากขุดลอกแล้วทางกรมชลประทานก็วางแผนว่าจะศึกษาความเหมาะสมเพื่อที่จะเสริม สันเขื่อนขึ้นมาอีกเพื่อที่จะให้มีการเก็บกักน้ำได้มากขึ้น ก็อยู่ในระหว่างการศึกษานะครับ เมื่อศึกษาเสร็จก็จะจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการต่อไปนะครับ
ส่วนในเรื่องของระบบส่งน้ำนั้น ซึ่งจะเห็นว่าในอ่างเก็บน้ำลำพอกนั้น ก็ได้มีการก่อสร้างระบบส่งน้ำเอาไว้แล้วนะครับ มีทั้งคลองสายใหญ่ทั้ง ๒ สาย ความยาว ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร คลองสายซอยอีก ๔ สายนะครับ ซึ่งมีความยาวประมาณ ๔ กิโลเมตรเศษ ๆ นะครับ นอกจากนั้นแล้วยังได้มีการสร้างระบบคูน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่ประมาณ ๘,๓๐๐ ไร่ ก็ได้ดำเนินการก่อสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะก่อสร้างคลองส่งน้ำหรือคูส่งน้ำเพิ่มเติมแต่อย่างใดครับ
ก็คือสรุปแล้วว่าในเรื่องของอ่างเก็บน้ำทั้ง ๒ อ่างนั้นก็มีแผนที่จะดำเนินการ ขุดลอกนะครับ ถามว่าแล้วจะทำเมื่อไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านว่า โดยปกติแล้วในเรื่องของงบประมาณสำหรับขุดลอกอ่างนั้น กรมชลประทาน ได้รับงบประมาณสำหรับขุดลอกอ่างในแต่ละปีก็อยู่ที่ประมาณ ๑๒๐ ล้านบาทเศษนั้น ซึ่งเราจำเป็นจะต้องดูแลอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ประมาณ ๔๐๐ อ่างนะครับ นอกจากนั้นเรายังมีอ่างที่สร้างตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกประมาณ ๗๐๐ อ่าง เพราะฉะนั้นในการจัดสรรไปขุดลอกในแต่ละปี ๆ นั้นก็ค่อนข้างที่จะจำกัด ตามงบประมาณที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ ก็ได้มองเห็น ถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ สำหรับอ่างเก็บน้ำเกาะแก้วนั้น ซึ่งกรมชลประทานก็จะได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๕ จำนวนประมาณ ๑๕ ล้านบาท เพื่อจะขุดลอกอ่าง ซึ่งคิดแล้วก็ได้ปริมาตรดินก็อยู่ที่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ก็สามารถที่จะบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในเบื้องต้นก่อน ซึ่งผมทราบว่าในขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมการที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อจะ ดำเนินการในเรื่องของการขุดลอกอ่างครับ
สำหรับในอ่างลำพอกนั้นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าจะต้องดำเนินการ ในปีถัดไป ตามที่ผมกราบเรียน แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ซึ่งขณะนี้ผมก็ได้มอบหมายให้ทาง กรมชลประทานไปพิจารณาว่าอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งผมเรียนแล้วว่า ถ้าเมื่อเราดูศักยภาพของอ่างแล้วค่อนข้างแบน ฉะนั้นตะกอนต่าง ๆ ก็ตื้นเขินเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ก็ให้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่จะขุดลอกอ่างเก็บน้ำเหล่านี้อย่างไร เพื่อที่จะนำเสนอ ในคณะกรรมการ กบอ. เพื่อจะใช้งบประมาณในส่วนของ พ.ร.ก. ที่จะให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในลุ่มน้ำอื่นอีก ๑๗ ลุ่มน้ำ ซึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็อยู่ในลุ่มน้ำอื่น ๑๗ ลุ่มน้ำที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานเพื่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ ครูมานิตย์เพื่อโปรดทราบครับ
เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม คำถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ คงจะไม่ใช่คำถามแล้วนะครับ ก็ขอฝาก รัฐมนตรี ซึ่งจริง ๆ แล้วกระผมก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร มาด้วยดีนะครับ แอบชื่นชมในการติดตามการทำงานของท่าน แล้วก็ทราบด้วยดีมาตลอดว่าท่านนั้น เป็นคนที่คู่กับน้ำในการช่วยกันแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็มีท่านธีระก็เป็นท่านหนึ่งที่ช่วยกันมาแก้ปัญหา ในเรื่องของ ๒๕ ลุ่มน้ำ หรือลุ่มน้ำของในภาคอีสานส่วนหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีครับ ผ่านท่านประธาน คนอีสานบ้านผมโดยเฉพาะคนจังหวัดสุรินทร์ผมนี่ไม่ใช่คนขี้เกียจนะครับ แต่ว่าเราสิ่งแวดล้อมมันไม่เอื้ออำนวยประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องน้ำซึ่งมีแหล่งน้ำหลายสาย สายเล็ก สายสั้น สายยาวหรืออ่างแก้มลิง แต่ว่าในเรื่องของการตื้นเขินนี้นะครับคือมันเป็น ปัญหาหลัก ฉะนั้นในการทำการเกษตรนี้เราก็หวังแต่เทวดา มันจึงมีประเพณีบุญบั้งไฟ ไปทุกหมู่บ้านอย่างไรครับ หาน้ำจากพระยาแถนมา ก็เลยว่าถ้าเรามีน้ำผมเชื่อแน่ว่า จะแก้ปัญหาให้กับประเทศเลยได้หลายอย่าง ไม่ว่าในเรื่องของการอพยพ มาทำมาหากิน อยู่ในต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพมหานคร หรือรายได้ของพี่น้องเพราะว่าการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนะครับ วันนี้เราได้แต่นาปีก็ยังพออยู่ได้นะครับ ถ้าเรามีนาปรังเข้ามาช่วยบ้าง สินค้าทางการเกษตร พวกผัก พวกผลไม้ มาช่วยได้บ้าง ผมเชื่อแน่ว่าเราคงจะมีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็อย่างหนึ่ง ก็คือถ้ามีน้ำสามารถปลูกต้นไม้ได้มากแล้วก็ช่วยในเรื่องของภาวะโลกร้อนได้ด้วยนะครับ ผมให้กำลังใจครับท่านรัฐมนตรี ผมให้กำลังใจท่าน แล้ววันนี้ก็ขอบพระคุณมากที่ท่าน มีแนวคิด แล้วก็แนววางแผนที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับคนสุรินทร์บ้านผม ซึ่งจริง ๆ ยังมีอีกหลายอ่าง ซึ่งจะนำมาเรียนท่านในโอกาสต่อไป เอาเฉพาะห้วยลำพอก อ่างเกาะแก้ว อ่างกะเลา ท่านมาตอบไว้แล้วก็ได้ให้ความเมตตาไว้ขนาดนี้ ผมก็ชื่นใจแล้วครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
กระทู้ถามทั่วไปเรื่องที่ ๒
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๑๖๘ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมทางหลวง หมายเลข ๔๒๐๓ (นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านผู้ถามไม่อยู่ในห้องประชุม ถือว่าเรื่องตกไปนะครับ
ต่อไป
๑.๒.๔ กระทู้ถามทั่วไปที่ ๒๓๒ เรื่อง ปัญหาด้านสาธารณูปโภคของ ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร (นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ท่าน ส.ส. ไพโรจน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๙ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากในพื้นที่ในเขตบ้านผม เขตหนองจอก เดิมทีสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เคยมีนโยบายในเรื่องปรับปรุงคุณภาพชีวิตที่ดำเนินการ ขยายเขตประปาไปได้หลายเขต แต่แล้วต่อจากนั้นก็มีทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีการเอ็มโอยู (MOU) ก็คือกรุงเทพมหานครออกครึ่งหนึ่ง แล้วก็ทางประปาออกครึ่งหนึ่งเพื่อขยาย ปัญหาทั้งหมดนั้นก็เป็นเรื่องที่ประปาลงทุนไปแล้วก็ไม่คุ้มทุน ก็ส่งผลให้ทางกรุงเทพมหานคร ก็ไปปรึกษาหารือนะครับ แต่ทีนี้พื้นที่ในเขตหนองจอกนั้น ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร กว้างใหญ่ เป็นอันดับ ๑ ก็ยังไม่เพียงพอ ดังนั้นสิ่งที่ผมขอเป็นตัวแทนในเขตหนองจอกอยากจะเรียกร้อง ท่านประธานผ่านถึงรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลเรื่องการ ประปานี่นะครับ เป็นไปได้ไหมครับว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ช่วยอุดหนุนเข้าไป ในการประปาเพื่อให้ไปดำเนินการขยายเขตประปาให้ครอบคลุม วันนี้อีกหลายสายที่ยังเป็น ปัญหาอยู่ โดยเฉพาะถนนสายหลัก ๆ อย่างเช่น ถนนเลียบคลอง ๑๓ ถนนยังพัฒนา แล้วก็ถนนร่วมพัฒนา หลายสายที่เป็นถนนหลักที่มีบ้านเรือนผู้คนมากมาย แต่แล้ว เขตน้ำประปาเรายังไม่สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ไม่ทราบว่ารัฐมนตรีมารับฟังหรือเปล่าครับ
เมื่อสักครู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ที่นี่นะครับ อาจจะอยู่ข้างหลัง เดี๋ยวผมกำลังให้ตามอยู่ ท่านพูดไปเลยครับ
ครับ ก็เป็นเรื่องที่ผมยื่นมานานแล้ว แล้วก็เคยทำหนังสือไปด้วย ไปถึงทางการประปาเพื่อขออนุเคราะห์เขาช่วยให้ขยาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีท่อเมน (Main) ประปาไปแล้ว แต่แล้วในชุมชนอยู่ห่างไกลออกไป ประมาณสัก ๒๐๐-๓๐๐ เมตร อย่างนี้ครับ เดิมทีเคยมีเรื่องของประปามิเตอร์รวมนะครับ ที่มีผู้เดือดร้อนตั้งแต่ ๕ รายขึ้นไปสามารถจะมาหุ้นกัน แล้วมาขอประปามิเตอร์รวมนะครับ ที่ใช้ตั้งแต่ ๕ ราย ๕ หลังคาเรือนเป็นต้นไป แบบนั้นก็ดีนะครับ แต่ระยะหลังทราบข่าวมาว่า จะถูกยกเลิกไป อันนี้ผมไม่ทราบว่าทางบอร์ดของการประปาคิดอย่างไรนะครับว่าถ้ายกเลิก ตรงนี้ไป เพราะประชาชนเขาอยู่ห่างไกลจากท่อเมนประปา จะให้เขาไปลงทุนมากมายเขาคง ไม่มีเงินเพียงพอนะครับ แล้วก็เป็นที่เอกชน เป็นที่วะกัฟบ้าง ที่ต้องไปผ่านที่เอกชน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ชาวบ้านเขายินยอมกันอยู่แล้ว เพียงแต่เราอนุมัติมิเตอร์รวมเขาก็ไปเจรจา ตกลงก็เดินมิเตอร์รวมนั้นเข้าไปในชุมชนของเขาได้ อันนี้เป็นปัญหานะครับ จึงอยากจะให้ ในคำถามแรก ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีเข้ามาหรือยัง ผมจะถามแล้วนะครับ
ถามได้เลยครับ รัฐมนตรีอยู่ในสภากำลังเดินมา เชิญครับ
ครับ คือคำถามแรกของผม คืองบประมาณปี ๒๕๕๖ อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยอุดหนุนในพื้นที่เขตหนองจอกที่ยังต้อง รองรับการขยายเขตประปาอีกมาก และรวมทั้งประปามิเตอร์รวมที่ประชาชนขอกันตั้งแต่ ๕ รายขึ้นไป อยากจะให้คงสภาพไว้ เพราะสภาพตอนนี้ชาวบ้านต้องการมาก แต่ติดตรงนี้ ติดตรงที่ว่าท่อเมนพาดผ่านไปจริง แต่หมู่บ้าน ชุมชนห่างไกลจากท่อเมนไปประมาณ หลายร้อยเมตรเหมือนกัน แต่เขาสามารถจะติดมิเตอร์ไว้ที่ตรงนี้ละครับ แต่เขาเดินท่อเมน เข้าไปในบ้านเขาได้ อยากจะให้คงระเบียบนี้ไว้ ฝากไปถึงทางท่านรัฐมนตรีนะครับว่า บอกให้บอร์ดการประปาให้พิจารณาว่าประปามิเตอร์รวมที่มีผู้ขอตั้งแต่ ๕ รายขึ้นไป อย่าไปยกเลิกเขานะครับ ให้คงไว้ แล้วก็งบปี ๒๕๕๖ อยากจะให้ขยายเขตบริการประปา ให้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ เพราะว่าตรงนี้เราถูกปล่อยร้างมานาน แล้วก็น้ำในธรรมชาติ แหล่งน้ำตอนนี้ก็ใช้ไม่ได้ น้ำก็เน่าเสียด้วยนะครับ คำถามที่ ๑ นะครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านรัฐมนตรี ทางรัฐสภายินดีต้อนรับคณะนิสิต นักศึกษาฝึกงาน สำนักงานศาลยุติธรรม จำนวน ๙ ท่าน ด้วยความยินดียิ่ง ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาเรื่องกระทู้ถาม ทั่วไปของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชิญท่านรัฐมนตรีตอบได้แล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ถามต่อท่าน จากข้อมูลที่ท่านถาม เราดูแล รัฐพึงดูแล นโยบายแห่งรัฐโดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นต้องการด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อันนี้เราทำ แต่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ ทุกอย่าง เหตุการณ์มันเกิดขึ้น วันนี้การลงทุน ขยายเขต บางครั้งเมืองโตเร็ว ถ้าอยู่เก่าหรืออะไร ซึ่งเราเคยสังคมประเทศ หรือสังคมท้องถิ่น มันเปลี่ยนไปเรื่องน้ำบริโภค ซึ่งเราเคยใช้ในอดีตนั้นมันอาจจะเปลี่ยนไป แต่วันนี้ เมืองมันขยายเร็ว งบลงทุนมันสูง วันนี้ระหว่างการประปานครหลวงกับ กทม. นั้น ซึ่งเป็น เมืองหลัก ที่เขาต้องดูแล แต่ในฐานะที่การประปาเป็นผู้เข้ามาดูแลพื้นที่ตรงนี้ เราเจรจากัน ระหว่างการประปากับกรุงเทพมหานคร วันนี้กรุงเทพมหานครได้งบเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง เข้าไปให้ อย่างปี ๒๕๕๖ ถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เราเจรจาเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป ซึ่งตรงนี้เขาต้องช่วยออกคนละครึ่ง เราดูแลรัฐซึ่งกันและกัน เราดูแลประชาชน ซึ่ง กทม. ก็ต้องดูแล รัฐบาลก็ดูแล บางครั้งก้าวก่ายแต่เป็นรัฐวิสาหกิจ ของกระทรวงมหาดไทย คือของรัฐบาลที่จะต้องดูแลประชาชนนั้น วันนี้สิ่งที่ท่านถามมาว่า จะให้บอร์ดไปทำอะไรนั้น วันนี้แผนงานทุกอย่างกระทำนะครับ การตกหล่นหรือขยายเขต การประปาให้ประชาชนที่ขาดแคลนน้ำนั้นมีจำนวนมาก หลายพันหลังคาเรือน บางครั้ง หมู่บ้านออกไปจัดสรรหรือทำอะไรอย่างนั้นเราต้องเจรจากัน การลงทุนร่วมกันอันนี้สำคัญ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนวันนี้ขอรับไปตามที่ท่านเรียกร้องนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านไพโรจน์ครับ คำถามที่ ๒ ครับ
ขอขอบพระคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ คือในพื้นที่ผมมีติดต่อกับแขวงขุมทอง ถนนทับยาวในเขตลาดกระบังด้วย ตรงนั้นก็พอดีพื้นที่ติดกันก็ฝากท่านด้วยนะครับ
ในส่วนคำถามที่ ๒ ก็คือปัญหาที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปในเรื่องหมู่บ้านจัดสรรเถื่อน ที่ราคาตั้งแต่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เกิดขึ้นมากมายนะครับ ก็คือเขาไปดำเนินการตั้งแต่กรมที่ดิน เอามาแบ่งหักเป็น ๙ แปลง ๙ แปลง แต่ทั้งหมดเลย มาจากผังเดียวกัน ก็คือมาโฉนดแปลงเดียวกัน เสร็จแล้วก็เลี่ยง พ.ร.บ. บ้านจัดสรรปี ๒๕๔๓ เพื่อประโยชน์ในการหลบเลี่ยงภาษี แล้วก็เวลาประชาชนไปซื้อบ้านลักษณะอย่างนี้ก็มี ๒ สัญญา สัญญาแรกเป็นสัญญาซื้อขายที่ดิน สัญญาที่ ๒ ก็คือรับจ้างสร้างบ้าน แต่ก็เป็นแบบ บ้านเดียวกันตลอดทั้งซอย หมู่บ้านลักษณะอย่างนี้แห่งหนึ่ง ๆ มีตั้งแต่ ๕๐๐ หลังคาเรือนถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ หลังคาเรือน ไม่เพียงแต่ในเขตหนองจอก เขตลาดกระบัง เขตชานเมือง ทั้งหลายรวมทั้งทั่วประเทศก็ว่าได้นะครับ ก็จะเลี่ยงอย่างนี้ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดูแลโดยกระทรวงมหาดไทย อยากให้ท่านรัฐมนตรีต้องสอดส่องดูนะครับว่าอย่างนี้เข้าข่าย ที่เราจะต้องบังคับใช้กฎหมาย ถ้าเราไม่ดำเนินการอย่างนี้แล้วปัญหาที่ตามมาก็คือ ในเรื่องของเขาไม่มีบ่อบำบัดน้ำเสีย น้ำเสียเหล่านั้นท่านคิดดูว่าหลังหนึ่งถ้ามีน้ำเสียวันหนึ่ง สัก ๒ กระป๋อง ซอยหนึ่งเป็นพันหลังไหลลงสู่คลองสาธารณะ ธรรมชาติบำบัดไม่ไหวหรอกครับ ในอดีตเขาปลูกอยู่กันตามหัวไร่ปลายนามันไม่มากก็ส่งผลให้ธรรมชาติน้ำฝนมาก็บำบัดได้ แต่เดี๋ยวนี้ซอยหนึ่งเป็นพันหลัง แล้วก็ปัญหามากมาย วันนี้ในเขตบ้านผมมีความขัดแย้ง ระหว่างชาวนาคนอยู่เดิมกับหมู่บ้านคนมาอยู่ใหม่ ก็เกิดจากอย่างนี้ละครับว่าน้ำที่ไหลออกมา จากหมู่บ้านดำไปหมดเลย ข้น ดำเสียหายเลย และไหลลงไปในคลองชาวนาจะวิดน้ำขึ้นไป ที่นาเขาก็เกิดปัญหาข้าวเขาไม่ออกรวง ข้าวเขาก็จะเป็นโรค นี่คือเกิดปัญหานะครับ พอกลางวันทางพวกชาวนาคนอยู่เก่าก็เอาดินบ้าง เอากระสอบทรายไปอุดท่อจากหมู่บ้าน พอตกกลางคืนกรรมการหมู่บ้านก็ไปโกยออก นี่นะครับเกิดความขัดแย้งไม่ช้าก็จะยกทัพมา ราวีกัน ผมเกิดปัญหาในพื้นที่ไม่ทราบว่าจะแก้อย่างไร ในเมื่อตั้งแต่ต้นถ้าเราเอา พระราชบัญญัติบ้านจัดสรร พ.ศ. ๒๕๔๓ มาบังคับใช้ไม่ต้องไปออกกฎหมายเพิ่มนะครับ เพียงให้บังคับใช้อย่างจริงจังว่าถ้าคุณมาขอ ๙ แปลงไม่ได้ เพราะว่าคุณแบ่งมาจากโฉนด แปลงเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการหลบเลี่ยงภาษี แล้วก็ไม่ต้องเสียพื้นที่ส่วนกลางมากมาย ตาม พ.ร.บ. บ้านจัดสรร วันนี้ก็ขอเรียนถามว่าทางส่วนอย่างนี้เราจะปล่อยปละละเลย ทั่วประเทศอย่างนี้ก็จะเกิดความเสียหาย อยากจะให้ทางท่านรัฐมนตรีบังคับใช้กฎหมาย กับท้องถิ่นไม่ว่า กทม. หรือที่ไหน โดยเฉพาะ กทม. เมื่อ ๗-๘ ปีมานี่อื้อซ่านะครับ ทั่วพื้นที่ บ้านผมเต็มไปหมด วันนี้ก็เป็นอย่างนี้เสร็จแล้วก็ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมก็ขอกราบเรียน ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีครับว่าตรงนี้เราควรจะถึงเวลาแล้ว ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะกรมที่ดินเองนะครับ หรือสำนักงานเขตต่าง ๆ ที่กำกับโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้ามีการฝ่าฝืนกฎหมายไม่เข้า พ.ร.บ. บ้านจัดสรร พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องใช้กฎหมายลงโทษนะครับ อย่าละเว้น วันนี้ขึ้นกันดาษดื่น สร้างออฟฟิศ สวยงามว่าขายบ้านจัดสรร แต่ไม่มีใบอนุญาต เป็นการเลี่ยงกฎหมาย ก็ขอกราบเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบปัญหานี้ว่า ถ้ามีการร้องเรียนมาเราควรจะต้องดำเนินการให้ฉับพลัน เพื่อไม่ให้ลุกลามใหญ่โตไปทั่วประเทศ วันนี้แถวปทุมธานี สิ่งแวดล้อมก็แย่นะครับ วันนี้เสียหายทั่วประเทศนะครับ ภาคใต้ก็เป็น ภาคเหนือก็เป็น เป็นหมดเลย หมู่บ้านลักษณะอย่างนี้ เนื่องจากว่าเขาหลีกเลี่ยงไม่ต้องไปเสียภาษีบ้านจัดสรร แล้วก็ไม่ต้องไปเสียบ่อบำบัดน้ำเสียด้วย อันนี้คือคำถามที่ ๒ ครับ
คำถามสุดท้ายแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบกระทู้ถามต่อท่าน วันนี้ในฐานะผมกำกับดูแล ทั้งกรมที่ดินและที่ท่านถามการประปา ขอกราบเรียนต่อท่านเป็นภาพรวมว่า ผมกำชับไป กำชับทุกรูปแบบ แม้แต่เข้าไปอยู่ในการจัดสรรที่ดินนั้น วันนี้ยังกำชับว่าต้องให้ที่ดินและ ไฟฟ้าไปเป็นกรรมการในหน่วยงานการจัดสรรที่ดิน เพื่อดูแลเรื่องสาธารณูปโภค ในฐานะ ความหมายหมายความว่า เมื่อทำหมู่บ้านจัดสรร บางครั้งเขาเลี่ยงบาลี เรื่องทำจัดสรรที่ดิน เอาของที่ขาดคุณภาพมาต่อเติมท่อเมนของประปาในหมู่บ้านนั้น ขณะเดียวกันหรืออาจจะ เจาะบาดาลก็ได้ในชุมชนที่น้ำเข้าไม่ทั่วถึง รัฐพึงต้องดูแล เสร็จตรงนี้แต่ใช้ของไม่มาตรฐาน เมื่อประปาเดินทางสายเมนไปถึง ชุมชนหรือหมู่บ้านต้องการจะใช้น้ำ ประปาก็บอกว่า ท่อท่านไม่ได้มาตรฐาน แต่ถูกเก็บเงินไปในฐานะขายเป็นหมู่บ้าน แบบหมู่บ้านจัดสรร เรื่องการเลี่ยงภาษีนั้นมันไม่มี ทุกอย่างต้องเสียภาษี เมื่อมีการหักโอน หรือจะแบ่งแยกโฉนด รายเล็กรายใหญ่ แต่ทุกอย่างความเข้าใจของสังคม ของประชาชนนั้นต้องกระจาย ผู้มีรายได้น้อย อยากจะมีบ้านเป็นของตนเองนั้น วันนี้ประโยชน์สูงสุดรัฐพึงดูแลอยู่ กำชับไปทุกระบบ ไฟฟ้าในหมู่บ้านเป็นไฟฟ้าทางเดินนั้นก็ต้องดูแล คือใช้ไฟฟ้าฟรี แต่บางคนไม่เข้าใจอ้างสิทธิ ส่วนบุคคลบ้าง นี่ละครับเสียประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริโภค แม้แต่น้ำเสีย อันนี้ผมเคยกล่าวมากว่า ๒๐ ปี วันนี้ท่านใช้น้ำประปา ไม่ต้องถามว่าใช้เท่าไร แต่ของเสียมันออกมามากกว่า เมื่อของเสียออกมามากกว่าเราจะบูรณาการเรื่องการดูแล หรือทรีทเม้นท์ (Treatment) ทรีท (Treat) น้ำตรงนี้ให้กับเป็นน้ำดี ทำอย่างไร ท่านได้ประจักษ์ใน กทม. เอามาทำ บำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน ท่านเห็นไหมครับ หมดไปกี่หมื่นล้านบาท เงินของประชาชน ตรงนี้ละครับเป็นความเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจ แต่วันนี้เรื่องน้ำเสียที่ท่านบอกว่า ออกไปสู่ชุมชน ทุกอย่างควรจะกระทำนานแล้ว และต้องทำให้ได้ประสิทธิผลให้เกิดขึ้น ต้องทำอย่างไร คิดจากใช้น้ำประปาสิครับ ผู้บริโภคควรต้องจ่าย จะคิดการทรีทเม้นท์ ตรงนั้นจะคิด กี่เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากการใช้น้ำ ปัญหาตรงนี้ก็จะได้จบครับ แต่ทุกอย่างเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งการเมืองไม่แข็งแกร่ง บ้านเมืองถึงไม่เข้าใจ แล้วปัญหา ของสังคมที่เกิดการเจริญเติบโตได้รวดเร็วนะครับ ทุกคนอยากมีบ้านอยู่อาศัย แต่วันนี้ บอกต่อท่าน บอกต่อพี่น้องประชาชนทุกคนเลยว่า วันนี้กำชับไป ไฟฟ้าในหมู่บ้านนั้น ที่เป็นของเอกชนก็จะให้ใช้ฟรีครับ เป็นไฟฟ้าทางเดินนะครับ เช่นเดียวกันการวางท่อประปา ในหมู่บ้าน ที่ประปาเดินไปไม่ถึงนั้น ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน การรั่วไหล การเสียหาย ซึ่งไม่มีการเฝ้าระวัง ตรงนี้ครับเกิดการเสียหายมหาศาล แล้วเป็นเงินของใครครับ ของประชาชนเรานั่นเอง แต่องค์กรของรัฐคือรัฐวิสาหกิจเข้ามาดูแลตรงนี้ กราบเรียนต่อท่านว่ารัฐกำชับอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ท่านพูดมาวันนี้ในเขตลาดกระบังหรือตรงไหนมันเป็นองค์กรใหญ่ของกรุงเทพมหานคร เราทำข้อตกลงระหว่างการประปานครหลวงกับกรุงเทพฯ ออกเงินคนละครึ่ง วางเมนเข้าไปถึง ชุมชนที่ท่านเอาชุมชนเข้ามาอยู่ ขยายชุมชนให้เกิดความรุ่งเรืองและเจริญนั้นเราต้องตกลง จ่ายร่วมกันครับ ไม่ใช่ให้ประชาชนเป็นคนจ่าย แต่ลงทุนในพื้นที่ของชุมชนและหมู่บ้านนั้น มันเป็นสิ่งที่บวกเข้าไปอยู่ในการซื้อการขายของชุมชน ผมขอตอบแค่นี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
ท่านไพโรจน์ อนุญาตให้สั้น ๆ นะครับ
คำถามผมนี่คือต่อเนื่องนะครับ ท่านรัฐมนตรี คือเรื่องที่มันเกิดขึ้นแล้วตอนนี้มันมีตั้งหลายหมู่บ้าน ลักษณะอย่างนี้ แล้วบ่อบำบัดน้ำเสียเขาฝากผมมาว่าอยากจะให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพหน่อยว่าช่วยหา งบประมาณไปทำบ่อบำบัดที หลายพื้นที่เพราะว่าไม่รู้ หาเจ้าภาพไม่เจอว่าจะเอาใคร จะมาสร้างเพราะเมื่อหมู่บ้านมันเกิดโดยฝ่าฝืนมาแล้วประชาชนเป็นผู้บริสุทธิ์ที่มาซื้อนี่ เขาจะทำอย่างไร เพราะว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดขึ้นนะครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมาย จากท่านรองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบ กระทู้ถามต่อท่านว่าสิ่งตรงนี้ภาพรวมอดีตรัฐบาลเก่า ๆ ตรงไหนผมไม่ทราบ ไม่ขอเอ่ย การบำบัดน้ำเสียเป็นบำบัดรวมของ กทม. ของกรุงเทพฯ ทั้งหมด หมดเงินไปหลายหมื่นล้านบาท วันนี้ยังใช้ไม่ได้ สิ่งตรงนี้ครับท่านเห็นไหมครับรัฐบาล แต่วันนี้จะแก้ไขอย่างไร แต่แก้ไม่ยาก แต่สิ่งที่แก้ไม่ได้เพราะบอกว่าการเมืองอย่างไรครับ ทีนี้จะทำอย่างไร ภาษีของประชาชน เสียหายไปเป็นหมื่นล้านบาท แต่วันนี้เราจะเอาเรื่องกับใคร การแก้ไขก็ต้องเริ่มต้นใหม่ วางเมนบำบัดน้ำเสียแม้แต่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ท่านได้เห็นทำท่อระบายน้ำแต่ไม่ได้ระบายน้ำ แล้วใครรับผิดชอบรัฐบาลเป็นเจ้าภาพครับ แต่การทำงานต้องร่วมกัน ผลประโยชน์ของสังคม ถึงจะเกิด ถ้าการทำงานไม่ร่วมกัน ท่านตั้งกระทู้ถามตลอดเวลาปัญหาของมันก็จะเกิดอย่างนี้ ตลอดไป วันนี้เรื่องบำบัดน้ำเสียพึงดูแลสามารถทำทั้งประเทศครับ ทุกอย่างเจ้าภาพ คือรัฐบาลที่อาสามา เราเป็นนักการเมืองเราต้องรับผิดชอบครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๒๓๕ เรื่อง การยุบโรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายสมคิด เชื้อคง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม)
ท่านสมคิด เชื้อคง เชิญถามคำถามที่ ๑ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ต้องขอบพระคุณครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมานั่งตอบคำถาม ครั้งที่แล้วท่านได้ตอบเรื่องแท็บเล็ตไปแล้ว ก็ถือว่าก็ต้องถือว่าทำตามนโยบายรัฐบาลที่พวกเราได้หาเสียงไว้แม้แต่เป็นการทยอยก็ไม่เป็นอะไร ผมมีเรื่องที่จะเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มันมีข่าว ตามสื่อมวลชนเมื่อตอนที่ท่านโปรดเกล้าฯ รับตำแหน่งใหม่ ๆ ว่าจะมีการยุบโรงเรียนที่สังกัด สพฐ. เข้าใจว่าจะเป็นประมาณ ๗,๐๐๐ โรงเรียน ตัวเลขนี้อาจจะคลาดเคลื่อน สิ่งหนึ่งที่ผมได้พบ กับคณะครูอาจารย์ในทั่ว ๆ ไปที่ไปนะครับ ทั้งเขตเลือกตั้งและนอกเขตเลือกตั้ง เขามีความ เป็นห่วงว่าเขาจะอยู่ในสถานะไหน แล้วเกณฑ์ไหนจะยุบ เข้าใจว่าท่านก็ยังไม่ได้พูดถึง นโยบายเหล่านี้ชัดเจน เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นที่บั่นทอนกำลังใจของครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ผมเองก็ถือว่าได้เป็นตัวแทนที่จะสะท้อนให้เห็นว่า โดยความรู้สึกส่วนตัวนั้นผมเองก็ไม่ได้ คัดค้านเรื่องการที่จะยุบโรงเรียน เพียงแต่ว่ามันต้องเป็นสมเหตุสมผลแล้วก็ต้องจัดระบบที่ดี เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นนอกจากมีเรื่องยุบโรงเรียนที่พวกครูที่หวั่นไหวแล้ว โรงเรียน โดยเฉพาะสังกัด สพฐ. โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ถิ่นทุรกันดาร ที่อยู่ไกลปืนเที่ยงทั้งหลาย ขาดการพัฒนาอย่างแรง โดยเฉพาะเขตพื้นที่ผมแถวอำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น มันบ้านนอก ชัด ๆ ก็ดีละครับ แต่ว่าโรงเรียนต่าง ๆ ยังขาดการพัฒนาเหล่านี้ กระทรวงศึกษาธิการ มีแนวคิดอย่างไรว่าจะทำการพัฒนาอย่างไร ผมไปโรงเรียนตามเขตเลือกตั้งผม บางทีขอโทษ เถอะครับท่านประธาน ห้องน้ำบางแห่งแทบเข้าไม่ได้แล้วจะไปสอนให้เด็กนักเรียนวันนี้ สะอาดนะ กลับบ้านต้องสะอาด มันจะสะอาดอย่างไรห้องน้ำยังเข้าไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ผมว่ากระทรวงศึกษาธิการเองต้องเข้ามาพัฒนาเรื่องนี้ด้วย ลำพัง ส.ส. แต่ละเขต ที่เขามาประสานเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณให้มันไม่เพียงพอหรอกครับ มันควรจะเป็น กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ไม่อย่างนั้นเราก็จะสอนเด็กเรื่องความสะอาด ก็ของ มันไม่สะอาดอยู่แล้ว มันไม่รู้จะสะอาดอย่างไร มันก็เป็นที่มาของการป้องกันโรคไปในตัว อย่าว่าแต่โรงเรียนไกล ๆ เลยนะครับ วันก่อนผมไปกับท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อน ส.ส. ผม เขตคลองสามวาโรงเรียนดัง ๆ เขตน้ำท่วมด้วยครับ โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ ที่นิมิตใหม่ และโรงเรียนเบญจมราชาลัยน้ำท่วมบางอันยังไม่ได้ซ่อมเลยตั้ง ๗-๘ เดือนผ่านมาแล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยตอบคำถามว่ากรณีที่จะ ยุบโรงเรียนนั้นท่านมีนโยบายหรือไม่ มีแล้วท่านทำอย่างไร ผมถามทีเดียวเลยเพื่อไม่ให้ ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้น ๒ ครั้ง
ฝากท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับคณะครู หลาย ๆ ท่านที่มาพบกับผม โดยเฉพาะครูตำแหน่ง คศ. ๒ ถ้าเทียบผมพอได้ใจความว่า เป็นครู ซี ๗ ผมได้ตัวเลขมาประมาณที่ขั้นที่ตันนะครับ หมายถึงว่าเขาทำ คศ. ๓ ยังไม่ผ่าน ตัวเลขที่เห็นมา ๕๑,๐๐๐ คน คนเหล่านี้ถ้าเทียบอายุก็ ๕๐ ปีอัพ (Up) ทั้งนั้นละครับ อยู่ ๆ สอนไปวันหนึ่งเงินเดือนเขาเรียกเงินเดือนตัน เขาเต็มขั้น แล้วเขาไปนั่งทำ คศ. ๓ บางทีก็ไม่ผ่าน แล้วการตรวจ คศ. ๓ มันยาก มันเข็นนะครับท่านประธานกว่าจะได้ เผลอ ๆ กว่าจะได้ คศ. ๓ เกษียณไปก็มี เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้เขาเงินเดือนตันอยู่แล้ว เขาขาดขวัญและกำลังใจที่จะทำงาน ทำอย่างไรจะเยียวยาหรือทำอย่างไรจะมีมาตรการ ช่วยให้เขาขยายเพดานขึ้นไป บางคนเหลืออีก ๓-๔ ปีจะเกษียณ ก็ดีนะครับถ้าทำอย่างนี้ ผมอยากให้รัฐมนตรีทำขยายได้เลย แล้วประกาศเป็นนโยบายหรือเป็นระเบียบกติกาออกไปก็ได้ หรือท่านทำแล้วผมก็ยังไม่ทราบ เพราะอะไรครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ คณะครูเหล่านี้ ก็ไม่ต้องเอาเวลาไปทำ คส. ๓ ซึ่งเสียเงินทอง ยิ่งครูทำ ซี ๘ มากเท่าไรเด็กก็ยิ่งโง่ลงเท่านั้น เพราะเอาเวลาไปทำแต่เปเปอร์ (Paper) ผมระวังรัฐมนตรีนะครับ ท่านรัฐมนตรีไปกระทรวง ท่านเปเปอร์จะไหม้นะครับ มันเยอะเหลือเกิน เพราะฉะนั้นท่านมีนโยบายเรื่องมาตรการนี้ อย่างไร เกี่ยวกับครูที่เงินเดือนเต็มนี่ครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบด้วยครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์สมคิด เชื้อคง ที่ได้กรุณาถามคำถาม ใน ๒ คำถามนี้นะครับ
คำถามที่ ๑ เรื่องการดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก ปัจจุบันโรงเรียนขนาดเล็กที่มี นักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนลงไปนี่นะครับ มี ๑๔,๖๑๖ โรงเรียน เป็นโรงเรียน ระดับประถมศึกษา ๑๐,๐๐๐ โรงเรียน เมื่อครู่เป็นโรงเรียนประถมศึกษานะครับ ระดับมัธยมศึกษาอีก ๕๒ โรงเรียน ก็เรียนท่านทั้งหลายว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายยุบโรงเรียน แต่จะทำอย่างไรให้การเรียนการสอนให้ลูกหลานของเราได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพทุกที่ทุกคน ทุกที่ทุกคน เรื่องหนึ่งที่เราจัดเข้าไปก็คือการให้ครูแท็บเล็ตที่ได้กราบเรียนท่านทั้งหลายไป เมื่อเช้าว่าจะเป็นครูที่มีคุณภาพทุกที่ทุกเวลา แม้ว่าโรงเรียนขนาดเล็กอาจจะมีครูน้อย หรือไม่เชี่ยวชาญ แต่ครูแท็บเล็ตจะเชี่ยวชาญ อันนี้ก็เป็นความพยายามอันหนึ่งที่จะปฏิรูป วิธีการเรียนการสอนให้เด็กได้มีโอกาส เด็กทั่วประเทศไม่ว่าถิ่นทุรกันดารหรืออยู่บนภูเขาได้มี โอกาสพบครูได้เท่าเทียมกันเกือบทุกเวลา เพราะเราจะแจกแท็บเล็ตให้ยืมไป ๑ ปี ผู้ปกครอง มาเซ็น เด็กมาเซ็น ๑ ปี ถ้าเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจเอามาเปลี่ยนให้ แต่ว่าถ้าตั้งใจทำให้ เสียหาย เช่นบางคนเป็นญาติหรือใครขโมยไปขายเขาต้องรับผิดชอบ ก็เป็นลักษณะนี้ นั่นประการที่ ๑
อย่างไรก็ตามโรงเรียนขนาดเล็กก็ยังต้องแก้ไขโดยเราส่งเสริมให้สร้าง เครือข่ายเชื่อมโยงกัน ตัวอย่างในจังหวัดเลยหลายท่านคงเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ เรียกว่า แก่งจันทร์โมเดล (Kangjan model) มี ๔ แห่งมาร่วมกัน เขาเรียกว่าโรงเรียนร่วมพัฒนา ไม่มีตำแหน่งผู้บริหารหายไป ผู้อำนวยการทั้ง ๔ แห่งยังอยู่ ครูทั้งหมดอยู่ครบถ้วน แต่แทนที่ จะเปิด ป. ๑ ๔ ที่ ป. ๑ เหลือที่เดียวไปรวมไว้ที่หนึ่ง ป. ๒ ๔ ที่ไปรวมไว้อีกที่หนึ่ง เราก็จะ เห็นได้ว่าห้องเรียนลดลงไป ๔ เท่า แล้วก็มีครูเพิ่มขึ้น ๔ เท่าด้วยเห็นไหม แล้วก็เขาได้ตั้งใจ คือความจริงเขามาหาผมด้วยซ้ำไปที่จะพัฒนาอย่างนี้ ผมก็ชื่นชมผู้อำนวยการโรงเรียน เหล่านั้น จริง ๆ แล้วแต่ละคนก็เป็นใหญ่ในโรงเรียนเองสามารถมาร่วมมือร่วมไม้ร่วมพัฒนาได้ ดังนั้นผมก็เลยสัญญากับผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งหลายว่าเอาละมันสามารถร่วมกันได้ ก็เดี๋ยวจะหารถตู้คันประมาณล้านบาท ถ้าเรานั่งก็ได้สัก ๗-๘ คน ถ้านักเรียนนั่งได้ ๑๖ คนนะ ว่าจะมีแอลซีดี (LCD) ให้ดูระหว่างเดินทางคือไม่ใช่ต้องไปขึ้นรถกระบะสองแถวอายุ ๒๐ ปี แล้วถือแท็บเล็ตผมไป เดี๋ยวหล่นลงไปแล้วจะทำอย่างไร ใช่ไหมครับ รถกระบะสองแถว ที่ท่านเห็นทุกวันนี่เขาก็จ่ายสตางค์ ถ้า ๓ กิโลเมตร ๑๐ บาทต่อวันอะไรอย่างนี้เขาจ่ายอยู่ แต่เดี๋ยวนี้มาขึ้นรถได้เตรียมไว้ของบประมาณคราวนี้ท่านทั้งหลายประมาณ ๒,๐๐๐ คัน แล้วก็จะหาวิธีจัดซื้อไม่ให้มีคอร์รัปชัน (Corruption) พูดให้มันตรง คือเอาไปให้โรงเรียนซื้อเลย ขอป้ายไปติดหน่อยให้มันเป็นระบบเดียวกัน ตัวเหล่านี้เขาก็ทำขอมา แต่ไม่เอารถก็ได้นะ มีรถอยู่แล้วก็เอาอย่างอื่นก็ได้ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เขาได้ควบรวมกัน เสร็จแล้วค่าคนขับ ค่าน้ำมันเอาที่ไหน ไปคุยกับ อบต. อบต. เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือดูแล เพราะว่า เป็นลูกหลานของเขาเอง ส่วนเหล่านี้ ณ บัดนี้มีประมาณ ๖,๖๐๐ โรงเรียน เขาควบรวมกันเอง ไม่ได้ไปบังคับ คุณอยากอยู่ของคุณก็ได้ ควบรวมแล้วได้ ๒,๐๐๐ โรงเรียนแล้ว เฉลี่ยก็คือ ๓ ควบเหลือ ๑ ทุกที่ยังเปิดหมด เงินเดือนได้หมด ตำแหน่งเดิมหมด แต่ว่าจำนวนห้องลดลง จำนวนภาระครูลดลง จากการที่ต้องไปสอนเยอะแยะ ลดลงไปเยอะ แล้วมีครูแท็บเล็ตเข้าไปอีก เราอยากกราบเรียนทั้งหลายต่อไปเอาระบบข้อสอบมาตรฐานเข้าไปวัดอีก ครูก็ต้องสอนตามหลักสูตร ไม่ใช่ว่าไม่สอนเลยแล้วให้เด็กเต็ม ๔ หมด แล้วได้ไม่ได้แล้ว เพราะว่าระบบมาตรฐานมี มิหนำซ้ำเด็กคะแนนดีขึ้น เป็นเพราะว่าจะต้องเอาคะแนน มาตรฐานบางส่วนไปให้แม่ดู ไม่ใช่คะแนนที่ครูให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว อาจจะเหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คะแนนข้อสอบมาตรฐานระดับชาติอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เด็กก็ต้องสอบครับ ไม่สอบหายไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ครูก็จะได้ผลงานจากเด็กที่คะแนนดีขึ้น ได้เลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่งที่ท่านอาจารย์สมคิดเมื่อครู่ถามไว้นะครับ ครูก็จะมีกำลังใจ ไม่ต้องไปทำวิจัย คศ. ๒ เป็น คศ. ๓ มันยาก ต้องไปจ้างทำวิจัย สอน ป. ๓ อยู่ จะไปมีเวลา ทำวิจัยที่ไหน เกิดมีเด็กออทิสติก (Autistic) อีกต้องไปดูแลอย่างนี้ ต่อไปไม่ต้องจ้าง ไปสอนเด็กเด็กได้คะแนนดีขึ้นวัดจากข้อสอบมาตรฐานของประเทศ จริง ๆ เขาเรียก เนชันแนล เทสท์ (National test) ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ เรียกเนชันแนล เทสท์ สอบเฉพาะปีนั้น ๆ นะครับ พอ ป. ๖ ปุ๊บ สอบออร์ดินารี่ เนชันนอล เอดูเคชั่น เทสท์ โอเน็ต (Ordinary National Education Test O NET) โอเน็ตสอบรวบยอด คือเรียน ป. ๑ ถึง ป. ๖ จะถามหมด แล้วก็เอาคะแนนโอเน็ตมาเข้า ม. ๑ ที่ทุกวันนี้เข้าอยู่ แล้วท่านจะเห็นได้ว่า มีหนังสือพิมพ์เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วบอกว่าคะแนนโอเน็ตดีขึ้นหมดเลย ที่เราบอกว่าเด็ก ของเราแย่ อะไรแย่ เป็นเพราะว่าคะแนนโอเน็ตเดิมที่ไปสอบแล้วไม่ไปทำอะไร ไปเข้า ม. ๑ ก็ไม่ได้ใช้ คะแนนโอเน็ต ม. ๓ ก็ไม่ได้ใช้ ม. ๔ เดี๋ยวนี้ใช้แล้ว คือคะแนนโอเน็ต ม. ๖ ก็ไม่ได้ ใช้เข้ามหาวิทยาลัยก็จะขอให้มันลิงก์กัน แล้วก็เอาผลงานเหล่านี้มาโยง ครูก็จะมีขวัญกำลังใจ แล้วก็จะได้เลื่อน คศ. ๒ อายุ ๕๐ กว่าปีแล้ว ยังเป็น คศ. ๒ อยู่ เรียกว่ายังเป็น ซี ๗ อยู่นะครับ ก็จะได้มีโอกาสปรับเป็น คศ. ๓ เป็น คศ. ๔ เป็น คศ. ๕ อันนี้ก็ขอกราบเรียนครับว่ารัฐบาล มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดูแลลูกหลานของพี่น้องประชาชนเหมือนลูกหลานของเราเอง ชีวิตลูกหลานของพี่น้องประชาชนจะต้องดีกว่าสมัยเรา ๆ เช่นเดียวกับท่านทั้งหลายที่ เป็นพ่อเป็นแม่ของลูก ๆ ชีวิตลูก ๆ ต้องดีกว่าชีวิตของพ่อแม่ ขอบคุณนะครับ
ท่านสมคิด เชื้อคง คำถามสุดท้าย
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย เขต ๑๐ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรี ตอบอาจจะไม่ค่อยชัดเจนในเรื่องครู คศ. ๒ ก็เหมือนว่าให้เลื่อนได้โดยอัตโนมัติ หรือโดยอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่าอยากให้ชัดเจน ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เป็นขวัญกำลังใจจริง ๆ คนตั้ง ๕๐,๐๐๐ คนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านทำได้ก็กรุณาช่วยหน่อย
อีกเรื่องหนึ่งครับ ขอเสริมนิดหนึ่ง กรณีเรื่องเมื่อสักครู่ที่ท่านบอกว่า รวมโรงเรียน มันก็เหมือนเป็นโมเดลจากจังหวัดเลย ผมเห็นด้วยนะครับเรื่องอย่างนี้ แต่ว่าถ้าโดยทั่วไปตอนนี้สภาพนักเรียนต่าง ๆ โรงเรียนต่าง ๆ เท่าที่ผมสัมผัส บางแห่ง ป. ๑ ถึง ป. ๖ มีเด็กนักเรียนอยู่สัก ๕๐-๖๐ คน หรือ ๓๐ คน ๗๐ คน เป็นจำนวนมาก โรงเรียน ๖๐-๗๐ คน มีครูตั้ง ๕-๖ คน ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีครับท่านประธานว่า ถ้าเป็นไปได้ มันควรจะเป็นระบบไปเลยว่า ถ้าโรงเรียนต่ำกว่านี้ เกณฑ์นักเรียนต่ำกว่านี้ควรเอาไปรวมกัน อย่างที่ท่านว่า และเห็นด้วยครับที่บอกว่า อบต. ไปดูแล แล้วก็รถตู้ รถอะไรก็แล้วแต่ ก็คนในพื้นที่นั่นละครับทำ ตำแหน่งครูก็เหมือนเดิม ผู้อำนวยการโรงเรียน ๔-๕ โรง ที่มารวมกันต่อตำบลมีจุดเดียว ผู้อำนวยการก็เหลือ ๔-๕ คนเหมือนเดิม ไม่มีใคร กระทบกระเทือน เพราะฉะนั้นก็ฝากว่าเห็นด้วยในหลักการของท่านรัฐมนตรี เพียงแต่ว่า ถ้าเราจะจัดเป็นระบบเลยได้ก็จะดี
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ อยากถามท่านรัฐมนตรีว่ากรณีโรงเรียนดัง ๆ ทั้งหลาย ที่ท่านเคยพูดว่าจะเปลี่ยนเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาทั่วประเทศ โรงเรียนสตรีวิทยา ทั่วประเทศอะไรอย่างนี้ การขยายโรงเรียนเหล่านี้ท่านยังจะดำเนินนโยบายอย่างนี้ หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบคำถามให้ชัด ๆ นะครับ เดิมมันเคยมีระเบียบว่าถ้าเป็น คศ. ๓ ถึงแม้ว่าไม่ได้ผลงานอันใหม่ เงินเดือนมันจะลื่นไหลเป็น คศ. ๔ ได้ มีการอนุมัติไปครั้งหนึ่ง เขาก็เลยบอกว่าขอ คศ. ๒ เงินเดือนเต็มนะ แต่ผลงานซึ่งไปทำวิจัยอะไรต่าง ๆ มันยังไม่ได้ ขอลื่นไหล ก็มีข้อเสนอนี้อยู่ ก็ฝากท่านทั้งหลายคิดเราก็จะมาผลักดันให้ ทีนี้แล้วแต่ทางท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง แล้วก็ทั้งภาคอื่น ๆ ที่จะช่วยดูแลเรื่องของความเหมาะสมยุติธรรม ที่มันย้ายไม่ได้ตอนนั้นเป็นเพราะว่ามีคนท้วงติงว่ามันจำนวนเยอะ ไม่มีเงินให้ สมัยนั้นนะครับ ทีนี้การลื่นไหลหมายความว่าจะไม่ได้เงินค่าตำแหน่งนะ อันนี้เขาก็รับกัน แต่ผมได้เสนออันใหม่ครับว่า เอาแบบได้เงินค่าตำแหน่งด้วยแล้วก็ไหลไปได้จริง ๆ ก็คือว่าวิธีการประเมินจาก คศ. ๒ เป็น คศ. ๓ มันไม่ยุติธรรม บอกว่าให้ไปทำวิจัยเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยเลย คศ. ๒ เป็น คศ. ๓ ก็คือคล้าย ๆ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ จากอาจารย์เป็นผู้ช่วย คุณต้องเขียน หนังสือกี่เล่ม หนาเท่าไร ๆ ทำก็ไม่ผ่านสักที แล้วส่งไปมีครูรวมกัน ๕๐๐,๐๐๐ คน คนอ่านไม่รู้มีกี่คน เป็นปี ก็เอาวิธีการใหม่แล้วกันว่าเอาวัดผลงานโดยว่าคะแนนเด็กที่เราสอน อยู่นี่มันดีขึ้น ได้คะแนนดีขึ้นก็มีน้ำหนักให้เยอะขึ้นหน่อย แล้วก็มีคะแนนอื่น ๆ มีคะแนนที่ว่า ดูแลการเรียนการสอนดี ดูแลชุมชนดี ได้ทำงานมานานอะไรอย่างนี้ ก็ถ่วงน้ำหนักกันไป ตอนนี้กำลังเสนออยู่ ก็จะมาเสนอท่านในครั้งต่อไป ทีนี้การเข้าสู่ตำแหน่งใหม่มันก็จะ สมจริงสมจังมากขึ้น ไม่ได้ง่ายขึ้นนะครับ แต่ว่าเขาทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อลูกหลานของเรา เขาก็ควรได้รับเครดิตจากสิ่งที่เขาทำมานั้น ปัจจุบันนี้อย่างที่ท่านอาจารย์สมคิดบอก ถ้าเลื่อนจาก คศ. ๒ ไป คศ. ๓ ต้องไปทำวิจัย สอนนี่ไม่เกี่ยว ทุกคนก็ไปทำวิจัยหมด บางทีไปจ้างทำ เป็นเพราะว่าจะต้องไป ยังไม่อยากพูดเรื่องระบบวิ่งเต้น ท่านคงอ่าน หนังสือพิมพ์แล้ว ผมก็ได้แก้ไขไว้แล้วว่าต่อไปนี้ไปทำอะไรไม่ต้องไปสัมภาษณ์แกหรอก เดี๋ยวคนสัมภาษณ์เรียกร้องเงินทอง อันนี้ก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับ
ทีนี้มีเรื่องโรงเรียนเล็กถ้าอยู่บนภูเขา โรงเรียนชาวเขา โรงเรียน ตำรวจตระเวนชายแดน เราไม่ได้บอกไปควบรวมนะครับ เราจะจัดบริการไปให้ เปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนที่เราต้องรับผิดชอบดูแลเหมือนโรงเรียนขนาดกลาง เพราะว่า จะควบรวมได้อย่างไรห่างกัน ๑๐๐ กิโลเมตรอย่างนี้มันเป็นไปไม่ได้ อันนี้ก็รับปากท่านไว้ครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องโรงเรียนดัง ๆ วันนี้คงทราบกันแล้วว่ามีโรงเรียน เขาเรียกว่า เวิลด์คลาส (World class) ๒๘๐ แห่ง แล้วคนก็เข้ามาอยู่ในตัวเมืองเยอะ ตัวเมืองใหญ่ทุกที่ นี่ประกาศตั้งแต่ต้นปีแล้วบอกว่าจะบอกเลยว่ามีกี่ห้อง ๆ ละ ๕๐ คน รับรอบเดียว แล้วก็จัดนิทรรศการบอกว่าให้ไปสอบดูว่าโรงเรียนอย่างนี้คุณสอบแล้วได้คะแนนเท่าไร คุณเข้าได้ไหมให้หมดเลย ถ้าเข้าไม่ได้ก็จะเข้าโรงเรียนคู่พัฒนา ถ้าคู่พัฒนายังเข้าไม่ได้ ก็เข้าโรงเรียนเครือข่ายอีก ๕-๖ โรงเรียน ตอนนี้ก็ยังมีความกดดันตรงนี้อยู่ แต่ว่าเรายืนยัน เรื่องของคำพูดที่ตรงต่อพี่น้องประชาชนตามสิทธิของนักเรียนแต่ละคน ทีนี้ถ้าท่านทั้งหลาย ยังเข้าไม่ได้ก็ไปพิจารณาโรงเรียนเครือข่าย อย่างไรก็ตามในอนาคตก็มีข้อเสนอว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน โรงเรียนดัง ๆ ก็ไปขยายเขต โรงเรียนเล็ก ๆ ของอาจารย์สมคิดที่ปิดนี่ เอาชื่อโรงเรียนดังไปอยู่เลย คือบริหารรวมไปเลย มีเขตเหมือนเขตมหาวิทยาลัย ก็เป็นข้อเสนอ ก็มีแนวความคิดนี้นะครับ ก็ให้ท่านถกแถลงกัน ก็จะรับข้อเสนอแนะของอาจารย์สมคิดไปครับ
จบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ
เรียนท่านสมาชิกครับ ผมจะดำเนินตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ขณะนี้ มีท่านสมาชิกลงชื่อเข้าร่วมประชุมแล้วนะครับ ๔๑๘ ท่าน ผมขอดำเนินการตามระเบียบ วาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองบันทึกการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ผมจะพิจารณาเป็นเรื่องด่วนนะครับ เรื่องด่วนก็คือร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านได้พิจารณาเมื่อวานนี้ในการจัดตั้ง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ปิดการอภิปรายแล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอน รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวหรือไม่ ก่อนที่จะลงมติในวาระที่หนึ่ง รับหลักการ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่ประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ข้างนอกนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะ ลงมติในวาระที่หนึ่ง รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติในวาระที่หนึ่ง เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตน ท่านสมาชิกขอเชิญกดปุ่มแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะพิจารณารับหลักการหรือไม่ในวาระที่หนึ่ง
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ เรียบร้อยแล้วเชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) นะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่ควรรับหลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนไหมครับ เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล มีเห็นด้วย ๓๔๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ที่ประชุมนี้มีมติรับหลักการในวาระที่หนึ่งนะครับ
เชิญตั้งคณะกรรมาธิการ รัฐบาลเสนอกี่ท่านครับ ๓๖ ท่านนะครับ ท่านอุดมเดชกี่ท่านครับ คณะรัฐมนตรี ๓๖ ท่านนะครับ ถ้า ๓๖ ท่าน สัดส่วนเป็นอย่างนี้นะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่านครับ
๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถ้าไม่มีเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๑ ท่าน ประกอบไปด้วย อย่างนี้นะครับ สัดส่วน คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๕ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ๒. นายวราวุธ ขันติยานันท์ ๓. นางสาววันทนีย์ ธีรพงศ์นภาลัย ๔. นางนันทนา ธรรมสโรช ๕. นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ ขอบคุณครับท่านประธาน
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีรายนามดังต่อไปนี้ ๑. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๔. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๕. นายพายัพ ปั้นเกตุ ๖. นายสมคิด บาลไธสง ๗. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๙. นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ๑๐. นายกิตติ สมทรัพย์ ๑๑. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๑๒. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๑๓. นายพ้อง ชีวานันท์ ๑๔. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอบคุณค่ะ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ครบนะครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ครับ ๑. ดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ ๒. นายวัชระ เพชรทอง ๓. นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ๔. นายเชน เทือกสุบรรณ ๕. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๖. นายภูมิสิทธิ์ มาประจง ๗. นายวิสันต์ นุ้ยภิรมย์ และ ๘. นายกษิต ภิรมย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครับ ถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ๑. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ ครบนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร) ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพลังชล ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล นายวรศักดิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ขอผู้รับรองครับ
ครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการ ๓๑ ท่าน เพื่อทบทวน
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (จัดตั้งกรมฝนหลวง และการบินเกษตร) ๑. นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล ๒. นายวราวุธ ขันติยานันท์ ๓. นางสาววันทนีย์ ธีรพงศ์นภาลัย ๔. นางนันทนา ธรรมสโรช ๕. นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ ๖. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๗. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๘. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๙. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๑๐. นายพายัพ ปั้นเกตุ ๑๑. นายสมคิด บาลไธสง ๑๒. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๑๓. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๑๔. นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร ๑๕. นายกิตติ สมทรัพย์ ๑๖. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๑๗. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๑๘. นายพ้อง ชีวานันท์ ๑๙. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๒๐. นายประกอบ จิรกิติ ๒๑. นายวัชระ เพชรทอง ๒๒. นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ๒๓. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๔. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒๕. นายภูมิสิทธิ์ มาประจง ๒๖. นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ ๒๗. นายกษิต ภิรมย์ ๒๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒๙. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๓๐. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๓๑. นายวรศักดิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
คุณหมอชลน่านเอากี่วันครับแปรญัตติ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอเสนอ แปรญัตติภายใน ๗ วันค่ะ
ถ้าที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยภายใน ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาในเรื่องด่วนที่ ๑ นะครับ ผมว่าอากาศในห้องนี้เย็นสักหน่อยหนึ่ง เห็นท่านรังสิมาทำหนังสือมานะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้นนิดหนึ่งนะครับ เพราะวันนี้บรรยากาศดีมากนะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่เลื่อนขึ้นมาเมื่อวานนี้ นะครับพิจารณาก่อนคือ
เรื่องด่วนที่ ๒๕ ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐ
เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินกิจการ ของรัฐซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ มีหลักการบางประการที่ไม่ชัดเจน ก่อให้เกิดปัญหา ในการบังคับใช้กฎหมายและการตีความกฎหมายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมิได้กำหนดขั้นตอน และหลักเกณฑ์การดำเนินการที่สำคัญบางประการไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา ประกอบกับในปัจจุบันประเทศไทยมีความจำเป็นต้องจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ ในด้านต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นจะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐยังไม่สามารถดำเนินการให้เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชนได้ ดังนั้น การมอบหมายให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินการในกิจการของรัฐเพื่อจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะ จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้มีการจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะขึ้น อีกทั้งยังส่งผลเป็นการประหยัดงบประมาณของภาครัฐด้วย ทำให้การใช้ทรัพยากรของรัฐเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพ และเป็นการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีการเปิดเสรีด้านการค้าและการลงทุนกับ ประเทศต่าง ๆ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐ เพื่อให้มีการกำหนดนโยบายของรัฐที่ชัดเจนและแน่นอนในการให้เอกชน เข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ การกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐให้ครบถ้วน โดยมีความโปร่งใสและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และหลักวินัยการเงินการคลัง การส่งเสริมและสนับสนุนให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ รวมทั้งให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน กำกับดูแล ส่งเสริม และสนับสนุนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ตลอดจนพัฒนาวินัยการเงินการคลัง ของประเทศในการให้เอกชนร่วมลงทุน เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน และการคลังของประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
กระผมขออนุญาตจะนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ
เชิญท่านดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ผมขอเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับแรกนั้น ฉบับที่เราใช้อยู่ได้ตราขึ้นมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ การที่เราต้องมี พ.ร.บ. ร่วมทุนก็เพราะว่าต้องใช้ พ.ร.บ. นั้นในการ กำกับดูแลการให้เอกชนมาร่วมทำงานกับภาครัฐ มาร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เป็นการลดภาระ ทางการเงินของรัฐบาล ของภาครัฐ และเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุนของภาครัฐ การที่ให้เอกชนเข้ามาลงทุนนั้นมีโครงการหลายอย่าง หลายโครงการและมีรูปแบบการลงทุน หลายรูปแบบ ผมยกตัวอย่างเช่นเขาเรียกรูปแบบการลงทุนว่าบีโอที (BOT) บีโอทีนั้น หมายความว่าให้เอกชนหาเงินมาก่อสร้าง สร้างเสร็จแล้ว ตัวบี (B) หมายถึงก่อสร้าง สร้างเสร็จแล้วนั้นให้โอนกรรมสิทธิ์เป็นของรัฐครับ รัฐเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์นั่นคือ ตัวโอ (O) เสร็จแล้วรัฐ ขอประทานโทษนะครับ บีโอทีนะครับ ตัวบีหมายถึงก่อสร้าง สร้างเสร็จแล้วหมายถึงเอกชนได้สิทธิสัมปทาน ในการบริหารจัดการโครงการนั้นจนถึงระยะเวลาหนึ่งตามที่ตกลงกัน เช่นระยะเวลา ๓๐ ปี สุดท้ายครับ ตัวที (T) หมายถึงว่าหลังจากที่ประกอบการบริหารโครงการนั้นแล้ว ครบกำหนดระยะเวลา เช่น ๓๐ ปีเป็นต้น เอกชนก็โอนโครงการนั้นให้เป็นสิทธิของรัฐครับ นั่นคือบีโอที นะครับ บีทีโอ (BTO) นั้นหมายความว่า เมื่อครู่บีโอทีนะครับ รูปแบบต่อไปก็คือ บีทีโอ บีทีโอ ตัวบีเช่นเดียวกันครับ เป็นการให้เอกชนลงทุนก่อสร้าง เงินทั้งหมดนั้นเอกชน ต้องหามา พอสร้างเสร็จแล้วตัวทีครับ เอกชนนั้นต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้รัฐเป็นผู้ถือครอง รัฐนั้นให้สิทธิสัมปทานแก่เอกชนในการบริหารโครงการนั้นไปนะครับ นั่นคือ ตัวโอ ผมยกตัวอย่างครับ ที่เห็นชัด ๆ นะครับ เวลานี้ที่พูดกันเป็นข่าวเกรียวกราวก็คือ โครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือระบบขนส่งมวลชลกรุงเทพมหานคร งานทางด้านโยธานั้น กรุงเทพมหานครหรือ กทม. ให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทั้งหมดครับ ทั้งงานโยธา ทั้งระบบรถไฟฟ้าเอกชน คือบริษัทบีทีเอสซี ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร บีทีเอสซีเป็นผู้รับสัมปทาน จาก กทม. ระยะเวลา ๓๐ ปี นับตั้งแต่วันบริหารจัดการเดินรถ โครงการนี้แบ่งเป็น ๒ ส่วนครับ งานโยธานั้นเขาใช้รูปแบบการลงทุนที่เรียกว่าบีทีโอ นั่นเมื่อบีทีเอสซีสร้างงานโยธาเสร็จแล้ว ก็โอนกรรมสิทธิ์ให้กับ กทม. กทม. ก็มอบสิทธิในการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้า ๓๐ ปีให้แก่ บีทีเอสซี นั่นคือตัวโอครับ เป็นบีทีโอนะครับ แต่งานระบบรถไฟฟ้า บีทีเอสซีนั้นต้องไปซื้อ รถไฟฟ้ามาเดินรถ มารับส่งผู้โดยสาร เขาใช้ระบบรูปแบบการลงทุนแบบบีโอที นั่นก็คือ บีทีเอสซีต้องเป็นผู้จัดหารถไฟฟ้ามา จัดหาเสร็จแล้วเขาใช้สิทธิในการบริหารจัดการเดินรถ ๓๐ ปีครับ พอสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญา ๓๐ ปีก็โอนรถนั้นให้กับ กทม. แต่รถไฟฟ้านั้น จะต้องมีการบำรุงรักษาให้ดี ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ครับ นั่นคือรูปแบบการลงทุนระหว่าง รัฐกับเอกชน บีโอที บีทีโอ แล้วยังมีรูปแบบอื่นอีกครับท่านประธาน ยกตัวอย่างเช่น มีทั้งบีโอโอที (BOOT) บีโอโอเอส (BOOS) ผมไม่ลงรายละเอียด หรือเทิร์นคีย์ (Turnkey) ที่หลายท่านรู้จักกันดีครับ เทิร์นคีย์นั้นเป็นการให้เอกชนลงทุนก่อสร้าง ก่อสร้างเสร็จแล้ว เขาก็เอากุญแจครับ เอาคีย์ (Key) นั้นมามอบให้เรา เราก็มาเปิดประตูหรือเปิดงานให้ใช้ โครงการนั้นได้ เรียกว่าเทิร์นคีย์ครับ หลังจากนั้นภาครัฐจะต้องหาเงินมาคืนให้เอกชนที่ลงทุนไป นั่นคือเทิร์นคีย์ ข้อเสียของเทิร์นคีย์ก็คือถ้าเอกชนหาเงินมาก่อสร้าง หาเงินมาลงทุนนั้นจะมี ดอกเบี้ยสูงครับ เป็นการกู้เงินระหว่างเอกชนกับเอกชน ดอกเบี้ยจะสูงมาก จะสูงกว่าการที่ ภาครัฐลงทุนเอง นั่นคือรัฐบาลไปกู้เงินจากแหล่งเงินทุนต่าง ๆ ที่เรานิยมกู้กัน ก็คือไจก้า (JICA) องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นครับ เพราะดอกเบี้ยต่ำมาก เงื่อนไขการลงทุนดีมาก ยกตัวอย่างเช่นรถไฟฟ้าใต้ดินของ รฟม. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จากหัวลำโพงผ่านศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผ่านลาดพร้าว ไปถึงบางซื่อ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร รฟม. หรือรัฐบาลกู้เงินจากไจก้ามา ดอกเบี้ยแค่เพียงร้อยละ ๐.๗๕ ต่อปี ถือว่าต่ำที่สุดในโลกครับ แล้วก็มีระยะเวลาการซับลาส (Sub last) คืนเงินกู้ได้อีกยาวนานมากครับ เพราะฉะนั้น การลงทุนโดยภาคเอกชนในกรณีเป็นเทิร์นคีย์ เราต้องจ่ายคืนให้แก่เอกชน อันนี้จะไม่ดี
รูปแบบการลงทุนมีหลายรูปแบบที่ผมได้เรียนมาแล้วครับ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ นั้น แม้จะเป็น พ.ร.บ. ที่ดีในการกำกับดูแลเอกชนก็ตาม แต่มีข้อด้อยครับ มีข้อบกพร่องอยู่ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านประธานมีความล่าช้าในกระบวนการการทำตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๘ เดือน ๑๘ เดือน นั่นเร็วที่สุดแล้วครับ มีขั้นตอน ทั้งหมด ๓ ขั้นตอนนะครับ ตาม พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๑๘ เดือน หรือปีครึ่ง ขั้นตอนทั้ง ๓ ประกอบด้วย ๑. เป็นขั้นตอนเสนอโครงการ ขั้นตอนที่ ๒ ดำเนินโครงการ ขั้นตอนที่ ๓ เป็นการกำกับและดูแล ในการเสนอโครงการนั้นก็มีขั้นตอน มีวิธีการซับซ้อนยุ่งยากครับ มีการแยกโครงการว่าเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ถ้าโครงการนั้น มีมูลค่าระหว่าง ๑,๐๐๐ ล้านบาทไม่เกิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีกระบวนการวิธีการหนึ่ง ถ้าเกิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทก็อีกวิธีการหนึ่ง ต้องมีการศึกษาความเหมาะสมตามข้อกำหนด ของสภาพัฒน์หรือ สศช. วิธีการที่ศึกษานั้นสภาพัฒน์กำหนดไว้ว่าต้องศึกษาตัวแปรอะไรบ้าง ใช้วิธีอะไร หลังจากนั้นก็ไปถึงการดำเนินการโครงการ ต้องใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนนี้ ขั้นตอนนี้ สุดท้ายเป็นการกำกับและติดตามครับ มันมีความล่าช้าครับเป็นข้อเสียนี้ และเนื่องจาก พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น ไม่มีแผนยุทธศาสตร์ ไม่มีแผนแม่บท ในการพัฒนาโครงการในเชิงบูรณาการ ทำให้เกิดมีความซ้ำซ้อนของโครงการครับท่านประธาน โครงการในประเทศไทยในกรุงเทพฯ นั้นมีความซ้ำซ้อนกันหลายโครงการ ผมยกตัวอย่างเช่น เรามีโครงการทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ (Toll way) จากดินแดงไปสู่ดอนเมือง เรามี โครงการโฮปเวลล์ (Hope well) โฮปเวลล์นั้นเป็นโครงการที่เรียกว่า มี ๓ ระบบ ใน ๑ โครงการ
โครงการที่ ๑ ก็คือ เป็นถนน ๒ ข้างทางรถไฟที่เรียกว่า โลคอล โรด (Local Road)
โครงการที่ ๒ ก็คือเป็นการยกระดับทางรถไฟจากระดับพื้นดินให้ลอยฟ้า
โครงการที่ ๓ เป็นทางด่วน ทางด่วนอยู่เหนือรถไฟและรถไฟฟ้า
๓ โครงการ โชคดีที่โครงการนี้ไม่เกิดขึ้นครับ ถ้าเกิดขึ้นแล้วมีปัญหาจริง ๆ เพราะทางด่วนของโฮปเวลล์นั้น อยู่ใกล้ชิดกับทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ครับ เวลานี้แม้ว่า ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ไม่มีคู่แข่งขันที่เป็นทางด่วนโฮปเวลล์ก็ตาม ก็ยังมีปัญหาอยู่ครับ มีรถใช้บริการน้อยทำให้มีปัญหาทางด้านการเงินอยู่ครับท่านประธาน หรือโครงการอื่น ที่มีความซ้ำซ้อน ผมยกตัวอย่างเช่น ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เรามีมอเตอร์เวย์ (Motorway) ดำเนินการก่อสร้างโดยกรมทางหลวง จากกรุงเทพมหานครสู่ชลบุรี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็ก่อสร้างทางด่วนครับ จากบางนาไปสู่ชลบุรีเช่นเดียวกัน เป็นการแข่งขันกันเองครับ ลงทุนซ้ำซ้อน เพราะฉะนั้นปัญหานี้ในร่าง พ.ร.บ. ที่เราร่าง ที่เราพิจารณาขึ้นมานี้จะต้อง ขจัดปัญหาทั้ง ๒ ข้อนี้ ผมดูข้อดีของ พ.ร.บ. ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ เขามี ๕ ขั้นตอน ของเดิมนั้นมี ๓ ขั้นตอน มีขั้นตอนเสนอโครงการ มีการดำเนินโครงการ มีการกำกับดูแลและติดตาม แต่ของใหม่นั้นเขาเพิ่มขั้นตอนที่ ๑ ขึ้นมา เพิ่มทางด้านหน้าขึ้นมาครับ เป็นการตั้ง คณะกรรมการร่วมทุน เขาเรียกว่า คณะกรรมการพีพีพี (PPP) ๓ พีครับ พีพีพีนั้นย่อมาจาก พับลิค ไพรเวท พาร์ทเนอร์ชิพ (Public-Private Partnership) เป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐ กับเอกชนครับ ตั้งกรรมการขึ้นมา กรรมการนี้ก็มากำหนดแผนยุทธศาสตร์ ทำแผนแม่บท ในการพัฒนาโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนดูว่าโครงการไหนที่เป็นโครงการที่ดี แต่รัฐมีปัญหาทางด้านการเงิน การลงทุน ก็เชิญเอกชนมาร่วมลงทุนครับ อันนี้เห็นด้วยครับ ในขั้นตอนนี้ ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือเสนอโครงการเช่นเดียวกับ พ.ร.บ. พ.ศ. ๒๕๓๕ ขั้นตอนที่ ๓ ดำเนินโครงการ เช่นเดียวกับ พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ศ. ๒๕๓๕ ขั้นตอนที่ ๔ เป็นการกำกับดูแล และติดตาม ก็เหมือนกับ พ.ร.บ. ฉบับเดิม พ.ศ. ๒๕๓๕
ขั้นตอนสุดท้าย เป็นขั้นตอนที่ ๕ ก็เพิ่มขั้นตอนแก้ไขต่ออายุสัญญาสัมปทาน เรื่องนี้เป็นเรื่องดีครับเพราะว่าที่จะมีคณะกรรมการขึ้นมาว่าต้องดูว่าจะมีการแก้ไข สัญญาสัมปทานหรือไม่ เมื่อสัญญาสัมปทานนั้นสิ้นสุดลงจะต่อขยายสัญญาหรือไม่ ต้องมีหลักเกณฑ์ หลักการ และเงื่อนไขที่แน่นอนครับ ซึ่งผมเห็นด้วยเช่นเดียวกันครับว่า จะทำให้หน่วยงานที่มีโครงการสัมปทานอยู่ในมือนั้นจะต้องคำนึงหลักเกณฑ์ จะต้องผ่าน การพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการชุดนี้ครับ
ข้อดีที่ผมเห็นอีกข้อหนึ่งของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็คือ มีการป้องกันไม่ให้ คณะกรรมการท่านใดท่านหนึ่ง หรือกี่ท่านก็ตามที่เป็นคณะกรรมการอยู่ในคณะกรรมการพีพีพี หรือคณะกรรมการร่วมทุน หรือคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการนโยบายร่วมทุนก็ตาม ป้องกันไม่ให้หลังจากที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการแล้ว ป้องกันไม่ให้ไปเป็นกรรมการ หรือไป ทำงานในบริษัทที่ได้รับสัมปทานที่ตนเป็นผู้คัดเลือกเข้ามาครับ จะทำให้ไม่เกิดผลประโยชน์ ทับซ้อนครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ผมจะถามไปถึงท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ในเรื่องร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็คือระยะเวลาทั้งหมดที่ต้อง ดำเนินการทั้ง ๕ ขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทุน หรือ พีพีพี ๓ พี ขั้นตอนเสนอโครงการ ขั้นตอนดำเนินการตามโครงการ ขั้นตอนกำกับดูแลและติดตาม และขั้นตอนสุดท้ายแก้ไขและต่ออายุสัญญา ใช้เวลาแต่ละขั้นตอนกี่เดือน กี่วัน รวมทั้งหมดแล้วใช้เวลากี่ปี ประหยัดเวลาได้มากกว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อที่ ๒ ก็คือ ผมดูขั้นตอนกระบวนการการทำงานตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ยังมีความยุ่งยากอยู่ครับ มีความซับซ้อน มีความสับสน มีความยุ่งยากอยู่ ผมเกรงว่า จะไม่สามารถประหยัดเวลาการทำงานได้ ดังนั้นผมถึงเรียนเสนอแนะว่าในแต่ละขั้นตอนนั้น จะต้องระบุเวลาไว้ชัดเจนว่า จะต้องพิจารณาให้เสร็จภายในระยะเวลากี่วัน กี่เดือน
คำถามข้อที่ ๓ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการพูดถึงการจัดตั้งของกองทุนเพื่อสนับสนุน การดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับนี้ อยากทราบแหล่งที่มาของรายได้ของเงิน ที่จะเข้ามาสู่กองทุนแห่งนี้ และเงินในกองทุนเหล่านี้จะนำไปใช้ในกิจการใด มีการควบคุม การบริหารจัดการอย่างไร
คำถามต่อไปครับ พ.ร.บ. ร่วมทุน พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น มีการกำหนดวงเงินไว้ เช่น โครงการนี้ถ้ามีมูลค่าโครงการ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเข้าทาง เส้นทางไหน ผ่านหน่วยงานอะไร ถ้าโครงการนี้มีมูลค่าเกิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ต้องเข้าทาง เส้นทางไหน มีวิธีการ กระบวนการอย่างไรนะครับ ถามว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้มีการ กำหนดวงเงินของโครงการไว้หรือไม่
ข้อต่อไปครับ ในแผนยุทธศาสตร์ที่ท่านจะทำขึ้นมานั้น ผมอยากจะทราบ รายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์ในการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนครับ จะกำหนด ไปถึงรายโครงการ หรือแผนงานหรือไม่
ท่านประธานครับ โดยหลักการแล้วผมสนับสนุนให้มีการตรา ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... แต่ขอทราบรายละเอียด ดังได้เรียนถามไปแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวก่อนรัฐบาลจะตอบ ขอให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายนะครับ ผมจะเรียงลำดับอย่างนี้นะครับ ต่อไปเป็นท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ แล้วก็มาท่านกรณ์ จาติกวนิช แล้วก็ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านวรชัย เหมะ นะครับ เดี๋ยวจะให้ทางรัฐบาลได้ตอบข้อซักถาม ข้อชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แม้ว่าชื่อจะแตกต่างกันไปจาก ฉบับปี ๒๕๓๕ แต่ว่าวัตถุประสงค์ผมก็เข้าใจนะครับว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมูลงาน ระหว่างเอกชนกับรัฐ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่อภิปรายจากซีกฝ่ายค้านเมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ท่านพูดถึงกรณีบีทีเอสเป็นประเด็นน่าสนใจครับ จริง ๆ แล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็อยู่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนมากมายหลากหลายครับ ผมฝากเป็นข้อสังเกต ๓ ข้อด้วยกันผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี ผมเห็นว่ารัฐบาลชุด ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีเจตนาดีอย่างยิ่งครับ ที่นำพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งปกติแล้ว ใครเป็นรัฐบาลเวลาออกขั้นตอนระเบียบอะไรให้มันยุ่งยากมากมายจะไม่ค่อยสนใจ ท่านประธานครับ แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้มีเจตนาที่ดี เพราะฉะนั้นเมื่อนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาแล้วก็ให้ท่านทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แล้วก็อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อยากจะพูดถึงแล้ว เพราะว่าตั้งกระทู้ถามสดไปแล้ว แต่ว่าท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้กรุณากล่าวถึง ท่านประธานครับ ทำความเข้าใจกันอีกนิดเดียวครับว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าเกิดกรณี แบบบีทีเอสมันจะเข้าข่ายไหม เอาตั้งแต่ยังไม่ได้แก้ไขจนกระทั่งแก้ไขเป็นฉบับที่กำลังร่างกันอยู่นี้ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ส่วนงานราชการไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. กรุงเทพมหานครหรือระดับประเทศเราเรียกว่า ส่วนงานราชการ ชัดเจนครับ เมื่อใดก็แล้วแต่ ที่ไปทำสัญญาว่าจ้างธุรกิจที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับต้องใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมยกตัวอย่างกรณีสัญญาจ้างรถไฟฟ้าบีทีเอส ย้อนความนิดเดียวครับ นั่งจากหมอชิต ไปสยามสแควร์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขุมวิท แล้วก็ตรงไปก็จะไปที่สะพานสาทรหรือว่าข้ามไป สะพานตากสิน อันนี้ชัดเจนว่าเป็นสายที่เรานั่งกันอยู่ปัจจุบัน สัญญาสัมปทานหมดปี ๒๕๗๒ กรุงเทพมหานครอันเป็นส่วนราชการ ก็ใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ยังไม่แก้ไข ฉบับปี ๒๕๓๕ แล้วก็ไปทำสัญญากับบริษัทบีทีเอสซี หรือว่าบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ แล้วก็ได้ สัมปทานในการเดินรถจากหมอชิตไปสยาม สยามไปอ่อนนุช แล้วก็วิ่งต่อไปที่สาทร อันนี้ เราก็รู้จักกันดีครับ แต่ว่ามันหมดสัญญาปี ๒๕๗๒ ส่วนต่อขยายจากสะพานสาทร-ตากสิน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปวงเวียนใหญ่ ๒.๒ กิโลเมตร อันนี้เป็นส่วนต่อขยายครับ แต่ท่านประธานรู้ไหมครับว่ากรุงเทพมหานครไม่ได้ทำสัญญากับรถไฟฟ้าบีทีเอส ไม่เหมือนกับโครงการเมื่อสักครู่นี้จากหมอชิตไปอ่อนนุช หรือว่าจากหมอชิตไปสาทร อันนั้นกรุงเทพมหานครทำสัญญากับบีทีเอส แต่ว่ากรณีหลัง ๒.๒ กิโลเมตรครับ บริษัทกรุงเทพธนาคมไปทำสัญญากับเอกชน ไม่งงนะครับท่านประธาน พอไหวนะครับ กรุงเทพมหานครไม่ได้ทำสัญญากับเอกชนเหมือนกับที่สายหมอชิต-อ่อนนุช ผมยกตัวอย่าง อย่างนี้ชัดเจนครับว่าถามว่าถ้าไม่ได้ทำสัญญาก็หมายความว่ากรุงเทพมหานครนั้นก็ไม่ได้ มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช่หรือไม่ อย่างนี้ท่านรัฐมนตรีต้องฟังนะครับ อนาคตนี่ลำบากเลยครับ เดี๋ยวจะมีบริษัทรถถัง จำกัด จะมีบริษัทพัฒนาสังคม จำกัด มันมีกรณีเกิดขึ้นของกระทรวงมหาดไทยหลายปีก่อนนี้บริษัทอีสท์วอเตอร์ อันนี้ก็เป็น ประเด็นทางด้านกฎหมายเหมือนกัน กระทรวงมหาดไทย การประปาให้บริษัทอีสท์วอเตอร์ทำ บริษัทอีสท์วอเตอร์ไปจ้างเอกชนไปซัพพลายเออร์ (Supplier) ไม่เข้าข่ายในการประมูล ไม่เข้าข่ายใน พ.ร.บ. ร่วมทุน เพราะฉะนั้นดำริของพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมให้ข้อสังเกต อย่างนี้ครับว่าถ้ากรณีคำนิยามอย่างเช่นคำว่า รัฐวิสาหกิจ ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านดูในหน้า ๒ มาตรา ๔ ที่พูดคำ นิยามของพระราชบัญญัติในฉบับนี้ต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจหมายความว่าองค์การของรัฐบาลตามกฎหมาย ว่ากันไปท่านรู้อยู่แล้ว กระทรวงเจ้าสังกัดหมายความว่ากรณีส่วนราชการ อันนี้ท่านทราบอยู่แล้ว ผมถามจริง ๆ ครับ ผมยกตัวอย่างกรณีบีทีเอส กรุงเทพมหานคร บริษัทกรุงเทพธนาคม และบริษัทรถไฟฟ้าบีทีเอสครับ ถามว่าบริษัทกรุงเทพธนาคมซึ่งกรุงเทพมหานครคือส่วนราชการไปถือหุ้นอยู่ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรครับ รัฐวิสาหกิจไหม หรือถ้าไม่ใช่จะเป็นคำว่า วิสาหกิจ ไหม ซึ่งสื่อมวลชนก็ยังงง ๆ บางคนมาถามผมคุณจิรายุ ตกลงวิสาหกิจกับรัฐวิสาหกิจมันแตกต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นวิสาหกิจสามารถทำสัญญาเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่ต้องเข้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ อย่างนั้นถูกต้องไหมครับ ถ้าถูกต้องต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมีปัญหาแล้วละครับ หน่วยงานของรัฐมากมาย ท่านประธานครับ ก็จะใช้กลยุทธ์แบบนี้ละครับไปตั้งบริษัท แล้วตั้งบอกว่าเป็นวิสาหกิจ ไปทำโครงการอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เงินประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้ลักษณะแบบนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมย้อนความกลับไป เรื่องของความหมาย เอาให้ชัดนะครับ ถ้าไหนท่านจะแก้ทั้งที พระราชบัญญัติฉบับนี้มันจะได้ ครอบคลุมครับว่า ไม่ว่าบริษัทหรืออะไรก็แล้วแต่ที่หน่วยงานของรัฐ ยกตัวอย่างเช่น กรุงเทพมหานครไปตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคม จะมีผู้บริหารคนไหนไปถือหุ้น กรุงเทพมหานคร จะถือหุ้นอย่างไรก็แล้วแต่ ให้ตีความให้ชัดครับว่า ตกลงเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นวิสาหกิจ หรือเป็นบริษัทเอกชน เพราะอะไรท่านประธานครับ ถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจชัดเจนครับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย บริษัทจำกัด เป็นบริษัทมหาชน ผู้ถือหุ้น คือรัฐส่วนหนึ่ง อันนี้ชัดเจนครับจะทำอะไรก็ต้องพูดคุยกันตามพระราชบัญญัติฉบับนี้
ต่อมาท่านประธานครับ ในหัวข้อมาตรา ๖ ในบททั่วไปนี่นะครับ ผมพยายาม จะพูดภาพรวมแต่ขออนุญาตลงรายมาตรานิดหน่อยครับ ท่านเขียนชัดเจนครับ การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ ต้องคำนึงถึงหลักการนะครับ ท่านประธานครับ หลักการคืออะไรครับ กฎหมายใช่ไหมครับ หรือถ้ากฎหมายจะต้องบิดพลิ้วได้ ต่อไปนี้ ก็ต้องตีความกันอีกครับ สุดท้ายปลายทางก็ไปหาคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ต้องทำความเห็น ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ครอบจักรวาลนะครับ มาตรา ๖ ท่านประธานครับ เขียนชัดเจนครับว่า การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ต้องคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้ครับ (๑) ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินกิจการ และการใช้ทรัพยากรของรัฐ (๒) การยึดถือวินัยการเงินการคลัง (๓) ประโยชน์ต่อสังคม ทางเศรษฐกิจและการดำเนินโครงการ (๔) ความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้อง อันนี้น่าสนใจท่านประธานครับ (๕) การจัดสรรความเสี่ยงที่เหมาะสมกับโครงการระหว่างรัฐ กับเอกชน ที่ผมพยายามจะอธิบายนี่นะครับ จริง ๆ แล้วถ้าเกิดกรุงเทพมหานคร ไม่ไปทำสัญญากับรถไฟฟ้าบีทีเอสต่อไปอีก ๑๓ ปี ไปหมดในปี ๒๕๘๕ เดิมหมดปี ๒๕๗๒ ท่านประธานครับ ผมก็จะไม่อภิปรายในประเด็นนี้เลยครับ เผอิญจังหวะเดียวกันครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาพอดี ผมถึงถามอย่างไรครับว่า ถ้าเกิดการแก้ไขปรับปรุงทั้งที ท่านเขียนคำนิยามไม่ชัดนะครับ ก็มีคนตีความดิ้นได้ตลอดครับ อ้างโน่นอ้างนี่ ไม่ใช่หน่วยงานราชการของรัฐไปทำโครงการกับบริษัทต่าง ๆ ไม่ต้องเปิดประมูล ไม่ต้องเข้า พระราชบัญญัติฮั้วประมูล ไม่ต้องอีออกชั่น เดี๋ยวทำตัวเลขกัน ๑,๙๐๐,๐๐๐ เดี๋ยวทำกันอย่างนั้นอย่างนี้ หาบริษัทคู่เทียบก็ไม่ต้องเสียเวลา เพราะถือว่าวิสาหกิจทำ อันนี้น่าตื่นเต้นครับ ท่านประธานครับ คนที่อยู่ในวงการการค้าเขาก็เข้าใจครับว่า แนวทาง แนวคิดมันเดินทางกันอย่างไร เพียงแต่ว่า อ้อมกันไปซ้ายกันไปขวาครับ สุดท้ายปลายทางเป้าหมายเดียวกันครับก็คือเซ็นสัญญา ให้กับเอกชน ผมถามไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า แล้วถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ท่านจะแก้ไข ปัญหาอย่างไร ท่านเขียนแค่รัฐวิสาหกิจ แล้ววิสาหกิจที่กรุงเทพมหานครอ้างอยู่เป็นประจำนี่ว่า ฉันไม่ได้ทำสัญญาเอง ไม่เหมือนกับโครงการแรกก็คือหมอชิต-อ่อนนุช อันนั้น กทม. ทำสัญญากับบริษัทเอกชนคือบีทีเอส แต่ว่าโครงการส่วนต่อขยายใหม่นี้ที่ต่อสัมปทาน ไปให้อีก ๓๐ ปี แล้วเพิ่มอีก ๑๓ ปีในโครงการเก่า ฉันให้บริษัทกรุงเทพธนาคมเซ็นสัญญา กับบีทีเอสอันเป็นวิสาหกิจ นี่ละปัญหาท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยัง ท่านคณะรัฐมนตรีนะครับ ในชั้นกรรมาธิการผมไม่แน่ใจว่าผมจะได้อยู่หรือเปล่า แต่ผมเห็นว่าอันตรายอย่างยิ่งครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาในเรื่องที่น่าสนใจก็คือว่า ในมาตรา ๒๖ เขียนไว้ชัดเจนนะครับบอกว่า ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอผลงานการศึกษาวิเคราะห์ โครงการต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาก่อนเสนอสำนักงานต่อไปครับ และให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสังกัดนั้นพิจารณาโครงการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันครับ กรณีแบบนี้นี่นะครับ ถ้าเป็นกรณีบริษัทกรุงเทพธนาคมกับเอกชน เราก็ตั้งข้อสังเกตครับว่า ท่านเข้ามาตรา ๒๖ ไหมล่ะ ท่านรัฐมนตรีก็ต้องตอบผมนะครับ ถ้าต่อไปนี้ทุกอย่างตั้งแต่ มาตรา ๑ จนถึงมาตราสุดท้ายของพระราบัญญัติฉบับนี้ ใครไปตั้งบริษัทลูกแล้วบอกเป็น วิสาหกิจ แล้วไปทำสัญญากับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ในมูลค่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ต้องเข้าสิครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ สุดท้ายปลายทางท่านจะมีมาตราและมีกฎหมายแก้ไขนี้เพื่ออะไรครับ มาตรา ๒๖ ก็ชัดเจนครับ ถ้าไม่เข้ารัฐมนตรีก็ไม่มีโอกาสดูครับ เหมือนเมื่อเช้าละครับ ท่านรัฐมนตรีชูชาติท่านกรุณานั่งปุ๊บ ท่านบอกไม่ทราบเลย กรุงเทพมหานครให้บริษัทลูก หรือที่เรียกกันว่าวิสาหกิจไปทำสัญญากับบีทีเอส ผมถามท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทราบไหม ท่านรัฐมนตรีส่ายหัว กระทรวงมหาดไทยไม่รู้ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นละครับ ก็เกิดความเอกเทศสิครับ ต่อไปนี้ท่านจะคุยกับใคร ท่านจะคุยกับบีทีเอสรายเดียว ท่านจะคุยกับบริษัทจิรายุ จำกัด ท่านจะคุยกับ บริษัทตู้เย็น จำกัด หรืออะไร ท่านคุยไม่ได้ครับ เพราะกระทรวงมหาดไทยไม่รู้เรื่องเลย ไม่เคยเข้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ จริง ๆ แล้วผมอยากจะเสนอ ๒ ฉบับเสียด้วยซ้ำ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฮั้วประมูลอันนั้นก็น่าสนใจครับ แม้จะเริ่มเมื่อปี ๒๕๔๒ ช้ากว่า ทันสมัยกว่า แต่ฉบับนี้ปี ๒๕๓๕ นานกว่า แต่ลักษณะมันสอดคล้องกันครับ ในเรื่องนี้ก็น่าสนใจท่านประธานครับ หลังจากที่เจ้าหน้าที่หรือว่าหน่วยงานราชการ ได้มีโอกาสตรวจแล้วนี่นะครับ การประเมินอนาคตเราทำโครงการอะไรก็แล้วแต่ อย่างที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาเอ่ยอ้างถึงโครงการโฮปเวลล์ครับ อมตะนิรันดร์กาล ท่านประธานครับ บ้านผมอยู่ รามอินทรา วิ่งเส้นนี้มาตั้งแต่เด็ก เห็นตั้งแต่ก่อสร้างครับ วันนี้เป็นตอม่อหักพังกันว่ากันไปครับ การประมาณโครงการในอนาคต ถ้าไม่ได้รับการตรวจสอบ ท่านประธานครับ ผมถามว่า ขนาดโฮปเวลล์นะครับ เอาล่ะท่านไปติดขัดปัญหาอย่างไรกันก็แล้วแต่ ทางด้านการเงิน ไปขัดต่อกฎระเบียบของรัฐบาลในยุคนั้น สุดแท้แล้วแต่ครับ แต่ถ้ามีการเปรียบเทียบ ในงบประมาณต่าง ๆ ในลักษณะเดียวกัน ผมยกตัวอย่างอย่างบีทีเอสนี่ครับ ท่านต่อสัญญา ให้อีก ๑๓ ปี โดยท่านไม่ผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถามว่าท่านได้มีการประกวดประขันกันไหมละครับ ทำไมผมจะต้องมานั่งฟังบริษัทบีทีเอสที่พยายามจะอุปโลกน์แล้วก็บอกกล่าวเล่าสิบนะครับ บอกว่าต่อวันนี้อนาคตมันจะได้ราคานี้ ไม่แพงขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็พูดได้ท่านประธานครับ ผมบอกเลย ท่านประธานครับ ท่านประธานปีนี้อายุไม่ถึง ๕๐ ปี อายุ ๖๐ ปี ท่านประธาน หน้ายังหนุ่มอีก เพราะผมเดี๋ยวผมจะเอายาวิเศษไปให้ท่านประธานทาน อย่างนี้ใครก็พูดได้ ท่านประธานครับ แม้ท่านจะอ้างหน่วยงานต่าง ๆ ก็ว่ากันไปครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่า อะไรครับ เมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการแก้ไขผมก็อยากจะให้มันสมบูรณ์ครับ ทางเข้าอย่างที่บอกละครับ ท่านรู้อยู่แล้วครับ ถ้าเข้าตามปกติท่านก็ต้องเดินทางนี้ละครับ ท่านเดินไปเหมือนเข้าไปสนามบินนะท่านประธานครับ ไปถึงก็ต้องไปยืนให้เขาตรวจ ถ้าท่านรู้ว่าไปแล้วโดนตรวจจะเจอของผิดกฎหมายในกระเป๋าอุโมงค์สแกน (Scan) ท่านก็ต้องกระซิบครับ เดินทางไหนได้บ้าง มีประตูพิเศษไหม มีห้องวีไอพี (VIP) ไหม เหมือนบางคนละครับไปไม่ค่อยอยากตรวจละครับ ช่องด่วน เข้าทางด่วนปุ๊บขึ้นอุโมงค์ช้าง ขึ้นไปเลย อย่างนี้ก็ลักษณะเดียวกัน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านต้อง ปิดมุมครับ ปิดมุม รู้เลยครับว่ามีทางเข้ากี่ทางที่จะออกไปต่างประเทศได้ ท่านก็รู้กัน ท่านก็ปิดมุมครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ถ้าท่านปิดมุมได้แล้ว แล้วท่านเดินเข้าช่องไปแล้วนี่ คราวนี้ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นต่อประชาชนครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ อะไรครับ ขออภัยนะครับ จริง ๆ แล้วไม่อยากพูดเดี๋ยวจะหาว่าเป็นการเมือง อะไรก็รถไฟฟ้า รถไฟฟ้า มันเป็นประเด็นสังคมที่คนกำลังสนใจเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ท่านประธานครับ ผมถามว่าในปี ๒๕๗๒ ท่านประธานอายุเท่าไรครับ ๖๕ ปี ๖๐ ปี ผมอายุ ๖๐ กว่าปี วันนั้น ถ้าเกิดพลังงานแสงอาทิตย์ของโลกมันเกิดมีพลังงานขึ้นมา ท่านประธานครับ ไอโฟน (iPhone) ไอแพด (iPad) อีเมล์ (e-Mail) วายฟาย (Wi-Fi) เพิ่งมีไม่กี่ปีนี่นะครับ บ้านผมยังดู โทรทัศน์แบบขาวดำปิดม่านได้ปั๊บ บิดต๊อก ๆ คุณแม่ยังว่าบอกว่าห้ามบิดสวนเลย ท่านประธานครับ ๒๐ ปี เดี๋ยวนี้ทีวี (TV) บางเฉียบ เทคโนโลยีมันพัฒนาต่อเนื่องครับ ถ้ากฎหมายเขียนอย่างนี้ เปิดช่องว่างแบบนี้ ก็จะมีศรีธนญชัยแบบนี้บ่อย ๆ ละครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมการนี่ครับ กฎหมายท่านดูเจตนา ท่านจะแปลแบบตัวบทกฎหมายมิได้ครับ ต้องดูเจตนาด้วย การจะเข้าสู่ พ.ร.บ. นี้ ตั้งแต่มาตรา ๑ ไปจนถึงมาตราสุดท้ายซึ่งเป็นบทลงโทษนั้น ถ้าท่านได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วนะครับ แล้วท่านปิดทางทั้งหมด ต่อไปนี้ครับส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน อย่างไร จะไม่เกิดบีทีเอส โมเดล ผมยกตัวอย่างครับ อย่างท่านสมคิด เชื้อคง ของผม อยู่จังหวัดอุบลราชธานี อบต. องค์การบริหารส่วนตำบลไปตั้ง บริษัท อบต. สมคิด จำกัด ก็เกิดปัญหาเดียวกันครับ แล้วก็อ้างบอกว่าไปประมูลทำสะพาน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปอีออกชั่น ไม่ต้องเปิดประมูล ไม่ต้องเข้าพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ถ้ามองอย่างใจเป็นธรรม ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล กลับกันครับ ผมเป็นฝ่ายค้าน ท่านเป็นรัฐบาล ท่านก็จะรู้สึกแบบผมครับ เดี๋ยวจะบอกว่านี่เป็นการพูดถึงเรื่อง กรุงเทพมหานครเยอะ เพราะมันเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยตรงครับ ท่านประธานครับ
สุดท้ายครับ ผมฝากนัยสำคัญในคำนิยามต่าง ๆ ครับ กระบวนการต่าง ๆ ผมอ่านตั้งแต่ต้นแล้วจนกระทั่งจบ ผมอ่าน พ.ร.บ. ฉบับเก่าแล้ว เจตนาท่านดีครับ ท่านแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้ทันสมัย เพราะเดี๋ยวนี้ระบบเทคโนโลยีมันก็ไวขึ้น อะไรมันก็เร็วขึ้น การวิเคราะห์พิจารณาก็มีองค์กรต่าง ๆ เข้ามาช่วยเป็นองค์ประกอบมากขึ้น แต่ว่าบางเรื่อง ท่านเปิดช่องไว้ก็จะเปิดภาวะอันตรายต่อการประมูลงานทั้งสิ้นครับ สุดท้ายปลายทาง เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ครับ ผมอยากให้ท่านดูภาพรวมทั้งหมด และเอาสถานการณ์ปัจจุบัน ย้อนหลังไปในอดีต ๑๕ ปีที่แล้วในปี ๒๕๓๕ แล้วก็ฟอร์คาสท์ (Forecast) กลับไปข้างหน้าในอนาคตอีก ๑๕ ปีครับว่าถ้าพระราชบัญญัตินี้ต้องใช้อีก ๑๐ ปีนี่ ท่านจะเจออะไรใหม่ ๆ อีกไหม ไม่ใช่เอาแก้ของเก่า เอาพอแค่ใช้ปัจจุบันอีก ๒-๓ ปีแล้วเลิกกัน ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ก็ขอฝากไว้ผ่านไปยังท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกรณ์ครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบพระคุณทางวิป (Whip) ทั้งทางฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ทางวิปฝ่ายค้าน รวมไปถึง ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ที่ได้กรุณาเลื่อนวาระของร่างพระราชบัญญัติ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ฉบับใหม่นี้ขึ้นมาให้สภามีโอกาส ได้พิจารณา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ของเราในอนาคต และที่สำคัญก็คือเป็นเรื่องที่ได้มีความพยายามในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ในการที่จะปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายฉบับเก่าเพื่อที่จะให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าในหลักการทั้งหมดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เรากำลัง พิจารณากันอยู่ก็เป็นหลักการที่ทางรัฐบาลที่แล้วเห็นดีด้วย เพราะฉะนั้นก่อนอื่นเลย เพื่อความสบายใจที่จะแจ้งท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ท่านสบายใจได้ ทางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เราเห็นชอบแล้วก็จะสนับสนุนแน่นอน อันนี้ผมอยากที่จะเรียนเพิ่มเติมนะครับว่า สาเหตุที่มาของการที่พวกเราก็ได้ร่างร่างฉบับนี้ขึ้นมา แล้วทางรัฐบาลชุดปัจจุบันได้กรุณาที่จะขับเคลื่อนผลักดันต่อไป ก็เป็นเพราะกฎหมายฉบับเดิม ที่เราได้ใช้กันมาร่วม ๒๐ ปีนั้น มีข้อบกพร่องค่อนข้างมากนะครับ แล้วก็เป็นที่รู้กันดีว่า ภาคเอกชนเองก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนกับรัฐบาลในกรณี ที่มีความจำเป็นต้องเข้ามาลงทุนภายใต้กรอบของ พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... เป็นบทสนทนาที่จะพบกันโดยปกติทั่วไปเลยนะครับ เอกชน ก็จะต้องถามว่าถ้าลงทุนในโครงการนี้ต้องเข้า พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... หรือเปล่า ถ้าคำตอบบอกว่าต้องร่วม หลาย ๆ คนก็จะถอดใจตั้งแต่แรก สาเหตุ ก็เป็นเพราะว่ากฎหมายฉบับเดิมอาจจะยังขาดความชัดเจนอยู่ในหลายประเด็น และประสบการณ์ของนักลงทุนภาคเอกชนเองก็จะพบว่ากระบวนการในการพิจารณา กระบวนการและขั้นตอนในการอนุมัติเห็นชอบนั้นใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน หลายกรณี ก็มีเพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงไปแล้วว่าใช้เวลาบางครั้งเกินกว่า ๒ ปี ก่อนที่จะมีการตัดสินใจ ซึ่งมันไม่คุ้มค่าต่อกำลังแรงและทุนทรัพย์ของทางภาคเอกชนที่จะมาร่วมลงทุนกับรัฐ ผ่านพระราชบัญญัติฉบับเดิม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข้ และโดยเฉพาะ ถ้าเรามองภาระของรัฐบาลในยุคนี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่รัฐบาลนี้ แต่ถ้ารัฐบาลในยุคนี้ ก็จะพบว่าเราสามารถที่จะจัดเม็ดเงินงบประมาณเพื่อการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่ประเทศ ยังต้องการได้น้อยลงทุก ๆ ปี เดี๋ยวอาทิตย์หน้าเราก็จะมีโอกาสได้พิจารณางบประมาณ ที่รัฐบาลเสนอประจำปี ๒๕๕๖ เราก็จะเห็นว่างบลงทุนคิดเป็นสัดส่วนของงบประมาณ โดยรวมได้ลดลงไปอีก แล้วก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเช่นนี้มาก็หลายปีแล้ว เป็นที่รู้กันว่างบลงทุนเพียงแค่นั้นไม่เพียงพอต่อการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศที่อยู่ในชั้นการพัฒนาอย่างเช่นประเทศไทยของเรา แล้วก็โดยเฉพาะถ้าแยกส่วน ออกมาดูว่างบลงทุนที่มีไว้กับการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคจำเป็น อย่างเช่นในเรื่องของ การขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบราง ถนน หรือการขนส่งทางน้ำนั้นมีการจัดสรรงบประมาณ ไม่เพียงพอ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเงื่อนไขในเรื่องของงบประมาณ แต่บางส่วนก็เป็นเงื่อนไขในแง่ ของความสามารถการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น ท่านรองนายกรัฐมนตรีจัดสรรงบประมาณให้กับทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีผมมั่นใจครับ ท่านก็ตระหนักว่าจัดสรรไปสุดท้ายจะได้ใช้หรือเปล่า ก็ไม่ทราบ เพราะทุก ๆ ปีที่ผ่านมาหน่วยงานราชการหลาย ๆ หน่วยงานก็ขาดประสิทธิภาพ ไม่ว่าโดยเหตุผลใดก็แล้วแต่ในการที่จะลงทุนตามแผน ในการที่จะเบิกจ่ายตามงบประมาณ ที่รัฐบาลจัดสรร เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นที่จะต้องหาวิธีที่จะโอนภาระความรับผิดชอบ ในการลงทุนให้มากที่สุดไปให้กับภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วก็หวังว่า สืบเนื่องมาจาก การแข่งขันระหว่างเอกชนกันเอง สืบเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการทำงานทางภาคเอกชน ที่อาจจะมีมากกว่าทางภาคราชการ จะทำให้ประเทศไทยได้เห็นการลงทุนในปริมาณ ที่เพิ่มขึ้น แล้วก็มีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลต่อทรัพยากรของประเทศมากขึ้นเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนั้นก็อยากที่จะเรียนด้วยว่าการที่เราเปิดโอกาสให้กับเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ก็จะทำให้มีแนวโน้มโอกาสที่จะมีความโปร่งใสมากขึ้น ในการใช้เม็ดเงิน ซึ่งอันนี้เราจะพูดถึงทั้งในแง่ของความโปร่งใสในส่วนของการตรวจสอบ การทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ นานา แต่ที่สำคัญก็คือจะเป็นการนำไปสู่การลดภาระของรัฐ การลดภาระของรัฐในที่นี้ก็หมายถึงการลดภาระของผู้เสียภาษีที่เป็นพี่น้องประชาชน แล้วก็จะทำให้เราสามารถที่จะเข้าถึงสินทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ต้องใช้เงินลงทุนในระยะเวลาอันสั้นขึ้น ก็อยากที่จะนำเรียนด้วยว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปิดช่องให้ภาคเอกชนได้มีโอกาส เข้ามาร่วมลงทุนในโครงการที่มีความหลากหลายกว่าเดิม ในกรณีที่ภาคเอกชนต้องการ ที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการที่เป็นโครงการบริการ อย่างเช่นการสร้างโรงพยาบาล หรือแม้แต่โรงเรียน ผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะทำให้เอกชนสามารถที่จะเข้ามา รับงานจากทางรัฐบาลได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นการลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้เท่านั้น ในอนาคตเราอาจจะเห็นเอกชนสามารถที่จะลงทุนเข้ามาสร้างโรงพยาบาลแทนรัฐบาล แล้วก็เป็นสัญญาเช่าระยะยาวหรือสัญญาให้บริการระยะยาวกับรัฐบาลก็จะทำให้เราสามารถ ที่จะจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณไปทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยรัฐบาลได้ และในขณะเดียวกัน ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงสถานบริการ อย่างเช่น โรงพยาบาล หรือโรงเรียนที่มีมาตรฐานและปริมาณมากขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องรอการจัดสรร เม็ดเงินงบประมาณจากรัฐ
ที่สำคัญที่ผมอยากกล่าวถึงก็คือความแตกต่างระหว่างร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับเดิม แล้วก็จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเด็น ที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจิรายุได้กรุณาอภิปราย ผมเห็นตรงกับท่านว่าควรที่จะมีความโปร่งใสและมีความชัดเจนว่าอะไรที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำได้ อะไรที่ทำไม่ได้ และถึงแม้ทำได้ก็ต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความถูกต้อง ในทุกกรณี เพราะฉะนั้นต่อคำถามทั้งหมดที่มีก็ต้องมีคำตอบที่ชัดเจน อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเราย้อนกลับไปดูอดีตและตัวอย่างที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างดี ในช่วงระยะเวลาที่มีการพิจารณาตัดสินใจที่จะดำเนินการลงทุนเส้นทางต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส ข้ามสะพานตากสินหรือสะพานสาทรไปสู่ฝั่งธนบุรีนั้น ณ วันนั้นผมจำได้เป็นอดีต ท่านผู้ว่าราชการอภิรักษ์ โกษะโยธิน ดำรงตำแหน่งอยู่ ประเด็นปัญหาของ กทม. ณ วันนั้น ก็คือรัฐบาลกลางในวันนั้นไม่เห็นด้วย ประเด็นปัญหาของ กทม. ในวันนั้นก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร ได้พูดชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้เพราะมองว่าไม่คุ้มค่า แต่เมื่อ กทม. มีความเห็นต่าง และ กทม. มีภาระหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งรวมถึงพี่น้องประชาชนฝั่งธนบุรี ทาง กทม. จึงจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจว่าผู้บริหารท้องถิ่น ในกรณีนี้คือผู้ว่า กทม. มีความคิดเห็นที่แตกต่าง มีความคิดเห็นว่าพี่น้องประชาชน ชาวกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝั่งธนบุรีรอคอยการใช้บริการรถไฟฟ้ามานาน และในเมื่อ รัฐบาลกลางไม่เห็นด้วย ไม่พร้อมที่จะสนับสนุนด้วยเม็ดเงินงบประมาณ จึงมีความจำเป็น ที่ กทม. ในฐานะองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครนั้นจึงต้องหาแนววิธีในการ ที่จะจัดสรรงบประมาณของตนเองลงไปเพื่อลงทุน เป็นการบริการสำคัญให้กับ พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ผมก็เชื่อว่าทุกคนคงเห็นตรงกันว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ทีนี้วิธีการลงทุนของ กทม. ในวันนั้นเมื่อไม่สามารถที่จะขอเม็ดเงิน งบประมาณอุดหนุนจากทางรัฐบาลกลางได้ ก็จึงได้มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนบางส่วนด้วยตนเอง บางส่วนให้กับภาคเอกชนมาร่วมลงทุน และวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดของ กทม. ในวันนั้น ก็คือการจัดตั้งวิสาหกิจ และลงทุนผ่าน กรุงเทพธนาคม ก็คือวิสาหกิจที่ กทม. เป็นผู้ถือหุ้นนะครับ คราวนี้เมื่อเรามาดู ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราจะพบว่ามีการปรับปรุงแก้ไขเงื่อนไขที่สำคัญเงื่อนไขหนึ่ง เงื่อนไขนั้นก็คือเงื่อนไขการแก้สัญญาในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะแน่นอนที่สุดครับ การลงทุนในลักษณะนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนระยะยาว ความหมายก็คืออาจจะมีการ เซ็นสัญญากันเป็นระยะเวลาถึง ๒๐ ปี หรือ ๓๐ ปี หรือในบางกรณีอาจจะยาวนานกว่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ความจำเป็น โอกาสในอนาคตในการที่จะต้อง แก้สัญญามีแน่นอนนะครับ ประเด็นปัญหาก็คือใน พ.ร.บ. ร่วมทุนเดิมปี ๒๕๓๕ ไม่ได้มีคำตอบไว้เลยว่าการแก้สัญญานั้นจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นทุก ๆ คน ที่พิจารณาที่จะไปร่วมลงทุนแต่แรก เมื่อตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจจะมีในอนาคตจึงทำให้กังวล และในบางกรณีตัดสินใจที่จะไม่ร่วมลงทุน เพราะไม่ทราบว่าในอนาคตกลไกในการแก้สัญญา จะเป็นเช่นใด จะต้องเสียเปรียบรัฐ หรือรัฐจะต้องเสียเปรียบเอกชนอย่างไร หรือไม่ แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ได้เปิดกำหนดแนววิธีชัดเจนนะครับว่า ถ้าเหตุการณ์ ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคตจะมีขั้นตอนในการที่จะแก้สัญญาอย่างไร เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุการณ์ในลักษณะที่ท่านจิรายุได้กล่าวถึงในเรื่องของการแก้สัญญาก็จะไม่มีนะครับ แล้วความเสี่ยงของภาคเอกชนในการที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐก็จะลดน้อยลง จำนวนเอกชนที่พร้อมที่จะเข้ามาทำสัญญา หรือเอารัฐเป็นคู่สัญญาผ่าน พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับใหม่ ก็จะมีมากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้การลงทุนร่วมกันระหว่างเอกชนกับรัฐบาลมีความโปร่งใส ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นกระผมและพวกจึงสนับสนุนในหลักการ การเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ของรัฐบาลในวันนี้
และในประเด็นสุดท้ายผมอยากที่จะเน้นย้ำนะครับว่า ถึงแม้ว่าเรามีกฎหมายแล้ว ความสำเร็จในการที่จะขับเคลื่อนให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนร่วมกับรัฐมากขึ้น อย่างไรก็ยังขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐอยู่ดี ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์รัฐ ตามกฎหมายฉบับใหม่จะต้องเป็นผู้กำหนดทุก ๆ ๕ ปี แต่ที่สำคัญก็คือขึ้นอยู่กับ การขับเคลื่อนของรัฐบาลในการที่จะกำหนดให้กับหน่วยงานราชการว่า โครงการใดจะต้อง เป็นโครงการที่จะลงทุนผ่านโครงการพีพีพี ในสมัยที่ผมอยู่ในตำแหน่งก็ได้เน้นย้ำ กับสำนักรัฐวิสาหกิจในประเด็นนี้ว่าควรที่จะมีกลไกในการที่จะให้ทางกระทรวงการคลัง กับสำนักงบประมาณสามารถที่จะกึ่ง ๆ บังคับให้หน่วยราชการได้ว่าโครงการนี้คุณต้องลงทุน ผ่านพีพีพีแทนที่จะรอของบประมาณ เพราะมันง่ายครับสำหรับหน่วยงานราชการที่จะเลือก ที่จะรอของบประมาณอย่างเดียว ราชการไม่ชอบครับที่จะต้องเข้าโครงการพีพีพี มันเป็นโครงการที่มีความโปร่งใส มันเป็นโครงการที่เขาอาจจะขาดอำนาจในการบริหารจัดการโดยตรง เพราะต้องโอนอำนาจบางส่วนให้กับเอกชนไปดูแลแทน ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเป็นผู้กำกับ รัฐบาลจะต้องเป็นผู้ดูแลให้ภาคราชการนั้นพร้อมที่จะใช้พระราชบัญญัติฉบับใหม่ เราถึงจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ผมว่า แต่ละฝ่ายก็สนับสนุนทั้งหมดนะครับ ขอกระชับนิดหนึ่งนะครับ เชิญท่านสงวน พงษ์มณี แล้วก็ขยับมาเป็นท่านอรรถวิชช์
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมคิดว่ากฎหมายนี้สำคัญมากผมถึงได้ขออนุญาตที่จะแสดง ความคิดเห็น มันเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศเลยทีเดียว ผมค่อนข้างโชคดี ที่พูดทีหลังท่านผู้รู้ทั้งหลาย ผมสรุปแต่ต้นที่ฟังมาทุกคนเห็นความสำคัญและชี้ปัญหาว่า ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ตรงไหน วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านได้กรุณามานั่ง ตรงนี้ผมคิดว่าผมอยากจะสื่อสารผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่ากฎหมายนี้นะครับ ต้องมีบุคคลซึ่งเข้าใจระบบเศรษฐกิจมานั่งเป็นประธาน แล้วกรรมาธิการที่จะเป็นท่าน ต้องขอความรู้จากคนซึ่งเขาเข้าใจกระบวนการพัฒนาประเทศ เสมือนผมได้ทำงานบางเรื่อง เราต้องสนทนาธรรมขอความรู้แล้วจึงเขียนกฎหมาย ผมเล่าข้อเท็จจริงสั้น ๆ แล้วจะชี้ปัญหา ข้อกฎหมายที่ผมเห็นว่ามันมีปัญหา กฎหมายฉบับนี้มันมีลักษณะพิเศษอยู่เรื่องหนึ่ง มันมีหมวดทั่วไป น้อยฉบับมากที่มี หมวดทั่วไปมันกำกับว่าทุกมาตราจะขัดหรือแย้ง กับหมวดทั่วไปนี้ลำบากล่ะ ไม่ได้แล้ว รัฐธรรมนูญมีหมวดทั่วไปอยู่ ๗ มาตรา แล้วกฎหมายอื่น ก็เป็นกฎหมายรอง หมวดอื่นก็เป็นรองที่จะต้องขึ้นต่อ ๗ มาตรานั้น ท่านประธานครับ ผมชี้ปัญหาเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีท่านเห็นปัญหาให้ก่อน ประเทศไทยมีปัญหาที่การพัฒนา ประเทศเพราะอะไรครับ เพราะรัฐไทย ผมไม่ได้หมายถึงรัฐบาลนะ มันหมายถึง สภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะกรรมการกฤษฎีกาท่านไปเข้าใจเอาเองว่าเราไม่ควรทำอะไร เราควรทำอะไร โดยท่านคิดว่าท่านเป็นพหูสูตรู้ที่สุด ผมยกตัวอย่างครับ วันนี้ท่านรู้ไหมครับ กองทัพตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ เขาพัฒนากองทัพ อยากจะเหมือนกองทัพทั่วโลก คือซื้อของแล้ว ให้บริษัทที่ขายของมาร่วมทำการผลิตเพื่อตัวเองไม่ต้องสำรองอาวุธ สำรองอะไหล่อย่างไรครับ แต่ทำไม่ได้ในสังคมไทย ผมเคยเสนอกฎหมายฉบับหนึ่งเรียกว่ากฎหมายพัฒนาอุตสาหกรรม ทหารในสมัยท่านอภิสิทธิ์ ผมร่วมกับท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น คือท่านพีระพันธุ์ ทหารเขาเห็นว่าจะต้องการพัฒนามา ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ครับ ดองไว้จนกระทั่งปีที่ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ได้พิจารณาผ่านแค่สักมาตราเลย ดูแต่ว่าหลักการและเหตุผล ไม่ให้ทำนะครับ อ้างว่าทหารหรือว่ารัฐไทยไม่สามารถจะแข่งขันกับเอกชนได้ ท่านดูสิครับ ทำให้กองทัพไม่สามารถพัฒนาโรงงานอาวุธของไทยได้ ขณะนี้กระสุนปืน ผลิตดินปืนได้ทุกอย่าง แต่ว่าไปปั๊มเป็นทรงกระบอก ก็เปลี่ยนจากทรงกระบอกเป็นทรงกลมที่ต้องการใช้เงินไม่ถึง ๒๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ต้องสั่งกระสุนมาจากต่างประเทศ แล้วเวลาสั่งกระสุนมาจาก ต่างประเทศไม่ต้องเสียแวท (VAT) ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าซื้อของอุตสาหกรรม ทหารต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาก็ต่างกัน เหล่านี้เป็นการสกัดกั้นการพัฒนาหน่วยงานของรัฐ นี่คือสิ่งจำเป็นที่ท่านต้องดูนะครับ เมื่อท่านพิจารณาว่าเสนอกฎหมายที่ก้าวหน้านี้แล้ว ท่านยังต้องทำกฎหมายอีก ๒-๓ ฉบับ เดี๋ยวผมจะบอกว่ากฎหมายฉบับใดที่สำคัญที่สุด ถ้าท่านไม่ทำกฎหมายนี้เป็นหมัน กฎหมายอะไรครับ มาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ วรรคท้าย ท่านประธานดูนะครับ เขียนชัดเจนว่าต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง แล้วกำหนดเวลาเลยว่าจะทำเมื่อไร อย่างไร ไม่ทำครับ พอถึงมาตรา ๑๗๐ สำทับชัดเจนนะครับ ท่านประธาน บอกว่าการใช้จ่ายเงินรายได้ตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ตามหมวดนี้ด้วย ตามหมวดนี้นะครับ ก็แสดงว่ากฎหมายอื่นนั้นใช้ไม่ได้ ผมพูดตั้งแต่รัฐบาลก่อน ตั้งแต่รัฐบาลท่านสมัครมาแล้วว่าต้องทำให้เสร็จ ไม่เสร็จใช้ไม่ได้ เขาจำกัดการใช้ วันนี้กองทุนต่าง ๆ ที่รับเงินมาแล้วไม่ส่งเงินเข้าคลัง คุณรับได้อย่างเดียว คุณใช้ไม่ได้ ถ้าคุณไม่ออกกฎหมายตามมาตรา ๖๗ แต่เราก็ผ่อนปรนกันมาตลอดโดยไม่เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีนักคิดกลุ่มหนึ่งที่เขาเข้าใจวินัยการเงินการคลัง แล้วนำวินัยการเงินการคลังนั้น มาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ว่าไม่มี แต่หมวดทั่วไปนี่สำทับว่าต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ แล้วเวลา เขียนกฎหมายเวลาจะทำอะไรต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ จะคำนึงถึงตรงไหนเพราะมันไม่มี ท่านต้องให้ ครม. รีบออกกฎหมายตามมาตรา ๖๗ และตามมาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านไปศึกษาให้ดีว่ามันมีความจำเป็น ไปดูมติ ครม. ในสมัยท่านอภิสิทธิ์ ท่านกรณ์พูดไว้ว่า ต้องทำเสร็จ พ.ศ. ไหน วันไหนบอกเสร็จ ผมมาอ่านอย่างชัดเจน แต่ว่ายังไม่มีใครทำ นี่ต้องทำนะครับท่านครับ เพราะทำแล้วกฎหมายนี้ถึงจะออกไปได้ ผมเล่าให้ท่านฟังอย่างนี้ โครงการโรงงาน การลงทุนบางลงทุนลงทุนมาก มีความพร้อมหมดทำไม่ได้ของทหาร ทำไม่ได้เลย วันนี้ถ้าเราซื้อเครื่องบิน ซื้อรถมา ซื้อส่วนหนึ่งมาผลิตในเมืองไทย เราเป็นผู้ขายได้ด้วย สแปร์ พาร์ท (Spare Part) ไม่ต้องสั่ง มันสต็อก (Stock) ให้เราเลย แต่วันนี้เป็นอย่างไรครับ รบกับใครผมไม่อยากจะพูดว่ามีกี่วันกระสุนหมดแล้ว เพราะอะไรครับเราไม่มีเงินสำรอง อย่างไรครับ ท่านครับ วันนี้ ๓ ทหารท่านดูสิครับ ๓ ทหารนี้เป็นการผลิตน้ำมันของประเทศ วันนี้หายไปเป็น ปตท. แล้วถามว่าถ้ามีกิจกรรมทหารในชายแดน มีปัญญาส่งน้ำมันให้ทหารหรือเปล่า ไม่มีใครคิดถึงประเด็นนี้เลยครับ ทำไมพูดประเด็นนี้มันเกี่ยวกับอะไร ก็เพราะกฎหมาย มาตรา ๗ บังคับไว้เลยท่านอ่านดูสิ อันนี้บังคับใครท่านดู มาตรา ๗ เขียนชัดนะท่านประธาน เขาบอกว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ บอกว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่การให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เว้นแต่การให้สัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมและการให้ ประทานบัตรตามกฎหมายว่าด้วยแร่ นี่เขียนปกป้องบ่อน้ำมันอำเภอฝางหรือเปล่า ตามความเข้าใจ ของผมนะ นี่เข้าใจผิดชัด ๆ เลย วันนี้ทหารที่อำเภอฝางนี่นะครับ เขาเจาะลงไปใต้ดินไม่เท่าไร เขาไปเจอแหล่งถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดนะท่าน ไบทูมินัส (Bituminous) ให้ความร้อนสูงสุด เรายิงลงไปแล้วแทงไปด้านข้างนี้ได้แก๊สมามหาศาลนี้ ผลิตไม่ได้ ทหารทำไม่ได้ จะให้ใครมาทำ ร่วมทุนก็ร่วมทุนไม่ได้ หรือจะให้เอกชนมาทำ ผมค้านไว้นะ เอกชนต้องการค้านผมไว้ว่า เพราะว่าทหารค้นพบนะ แต่คุณร่วมทุนใครไม่ได้นะ คุณอย่าให้เอกชนไปทำนะ นี่ผมคิดว่า ความเจ็บปวดนี่เพราะอะไร เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาหัวสี่เหลี่ยม เข้าใจว่าตัวเองเป็น นักกฎหมายต้องยอมรับ แต่ไปตัดสินทิศทางประเทศว่าทำไม่ได้ คณะกรรมการกฤษฎีกาท่านครับ นี่คือปัญหา ถ้าท่านประธานไม่เชื่อผมแล้วปล่อยให้ไปนี่นะครับ วันนี้ลำบาก ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังอันหนึ่งนะ ไคโตซาน (Chitosan) นะท่านประธาน ผมเคยพูดในที่นี้อันหนึ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกาวันนี้ผลิต ๔ นิ้ว คูณ ๔ นิ้วท่านครับ ๔ นิ้ว คูณ ๔ นิ้ว แผ่นละ ๑๐๐ เหรียญ มันสำคัญตรงไหนครับ ไปรบแป๊บเดียว เปิดฝาปุ๊บแปะปั๊บ ไม่ต้องทำความสะอาด เลือดหยุดทันทีครับ ประหยัดชีวิตมาก แต่อุตสาหกรรมทหาร ทำเท่าไรครับ เภสัชทหารทำ ๑๐๐ บาทครับท่านประธาน เพราะมันทำจากเปลือกกุ้งเปลือกหอย บ้านเรานี่ วันนี้เขาผลิตไม่ได้แล้วคนกลุ่มนี้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาเป็นเภสัชศาสตร์ จบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันนี้เป็นพันเอก เป็นพลตรีเขาจะเกษียณอยู่แล้ว เขาร่วมลงทุนกับใครไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะไปล็อกไว้อย่างไรครับ วันนี้อุตสาหกรรมทหารนี่เจ็บปวดมากท่านครับ เราทำอย่างนี้เพื่ออะไร เพื่อเราตกอยู่ภายใต้นายหน้าค้าอาวุธหรือเปล่า นายหน้าค้าสินค้า เกี่ยวกับอาวุธหรือเปล่า เกี่ยวกับกิจการทหารหรือเปล่า นายทหารทั้งหลายทั้งปวงเขาอยากทำหมด แม่ทัพนายกองอยากทำหมด แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกว่าไม่ได้ ท่านไปดูเถอะครับ ผมร่างกฎหมายไปนะครับ ท่านอภิสิทธิ์ส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบมาเหมือนปี ๒๕๓๗ เลยครับว่าไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงที่ในประเทศนี้ วันนี้กฎหมายฉบับนี้ออกมาผมถามว่า ถ้าคณะกรรมการกฤษฎีกายังเหมือนเดิมทำอะไรได้บ้าง แล้วไปเขียนมาตรา ๗ ไว้นี้ผมจะแปรญัตติ ตัดออก เพราะอะไรครับ ไปจำกัดไว้หมดเลยท่านครับ ทำไมไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เขาได้คิด เหมือนที่ท่านกรณ์บอก ให้เขามีโอกาสได้พัฒนาประเทศไปตามทิศทางนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ กฎหมายฉบับนี้เข้าไปนะครับ ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ๑. รัฐบาลต้องส่งคนมีฝีมือมานั่งเป็นประธาน ๒. คุยก่อนจะทำกฎหมายต้องสนทนาธรรม ให้เข้าใจคำว่า พัฒนาร่วมทุน หมายความว่าอย่างไร ไม่อย่างนั้นลำบากครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเขียนไว้ชัดเจนมาก อย่างมาตรา ๖ มาตรา ๗ เป็นหมวดทั่วไปนี่สำคัญจริง ๆ ท่านประธานครับ แต่ว่าเขียนไว้อย่างนี้ต้องเร่งทำกฎหมายอื่นเป็นตัวประกอบด้วย ท่านประธานครับ ผมจะจบการพูดของผมลงที่วันนี้ประเทศไทยเรามีศักยภาพมาก เรามีบุคลากรจำนวนมาก วันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปพัฒนาอุตสาหกรรมทหาร ทหารส่วนหนึ่งที่มีความสามารถในการทำปืนสั้น ปืนยาวเขาจะเกษียณแล้วนะครับ ปีหน้าเกษียณหมดแล้ว แล้วจะไม่มีใครทำเป็นครับ วันนี้เราไปหลงติดอยู่กับกรอบความคิดของนักกฎหมายบางกลุ่มซึ่งมีอิทธิพลเหนือกฎหมาย ทั้งหมด ผมฝากท่านดูว่าสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ผมย้ำนะครับ ที่รัฐบาลต้องทำนี่ อันที่ ๑ ต้องออกกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ตามมาตรา ๑๖๗ และท่านไปดูว่า มาตรา ๑๗๐ นี่เขียนบังคับไว้ว่า ถ้าไม่ออกท่านใช้กองทุนที่ไม่ส่งเข้ารัฐไม่ได้เลย รับได้อย่างเดียวนะครับ เพราะเขียนไว้ชัดมาก แล้วไปดูมติ ครม. ของท่านสมัคร ไปดูมติ ครม. ของท่านอภิสิทธิ์พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดแจ้ง แต่ก็ไม่มีใครทำกฎหมายฉบับนั้น เข้ามา ผมเข้าใจว่าไปติดอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกานั่นเอง
ท่านครับ เรื่องต่อไปที่ผมจะย้ำก็คือว่า วันนี้การคิดค้น การทำสำเร็จ ขององค์กรภาครัฐต่าง ๆ มีหลายจุด แต่กำลังจะถูกขโมยหรือถูกทำลายไปโดยระบบ ที่เราไม่ได้แก้ กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายซึ่งพวกเราทุกคนต้องสนใจ และทุกคนต้องแปรญัตติ ผมอยากให้วันแปรญัตติต้อง ๑๕ วัน ให้โอกาสเราได้เตรียมตัวครับไปแปรญัตติ ผมจะแปรญัตติ ตัดมาตรา ๗ โดยยังไม่ดูมาตราอื่น ผมคิดว่าหลายท่านต้องดู แล้ววันนี้ครับท่าน เป็นโอกาสดี ที่เราจะปรับทิศทางประเทศตามยุทธศาสตร์ใหม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ คือพอท่านอรรถวิชช์เสร็จนะครับ จะเป็นท่านวรชัย เหมะ แล้วก็ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นะครับ ตามลำดับอย่างนี้ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องบอกว่าเห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรื่องของการร่วมทุนนะครับ เพราะว่าปกติแล้วโครงการใหญ่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยนี่ ก็จะมาจาก ๓ แหล่งเงินทุนใหญ่เท่านั้น ก็คือมาจากเงินของงบประมาณประจำปีปกติ แล้วก็มาจาก พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. เงินกู้ที่ท่านใช้เป็นกรณีพิเศษ แล้วก็รวมถึงในกรณี ของอันที่ ๓ ที่เรากำลังคุยกันในเรื่องของ พ.ร.บ. ร่วมทุน เครื่องจักร ๒ ตัวแรกนั้น ก็ดูจะทำงานเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. งบประมาณ ซึ่งผ่านการพิจารณาทุกปี ของสภาแห่งนี้ ส่วนเรื่องของ พ.ร.บ. พ.ร.ก. เงินกู้ต่าง ๆ ก็รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เองก็กู้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงต้นรัฐบาลที่ผ่านมาเงินก็ไปกองเอาไว้เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการกู้เรื่องของช่วยพืชผลทางการเกษตร ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกู้เรื่องน้ำท่วมอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องของทุนประกันภัยอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็การขาดดุล งบประมาณก็คือหมายถึงรายรับน้อยกว่ารายจ่ายในปี ๒๕๕๕ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปี ๒๕๕๖ ก็ต้องอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่พูดง่าย ๆ คือหารายรับไม่ชนรายจ่ายนะครับ ทีนี้ถ้าเกิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มันเดินเครื่องได้ เพราะว่า ๒ เครื่องเงินกู้กับ พ.ร.บ. งบประมาณนั้น ท่านก็เดินเครื่องเต็มสูบไปแล้ว ถ้าเครื่องตรงนี้เดินติดเครื่องได้อย่างดีก็ต้องถือว่า เป็นประโยชน์กับประเทศไทย แล้วก็เห็นด้วยในหลักการครับ แต่ว่าพอมาพิจารณาดูข้างในนะครับ ต้องบอกว่าภาษาที่ใช้ในตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นี่ยังเป็นร่างภาษาที่ค่อนข้างจะเรียกว่า สลับซับซ้อน ถ้าเป็นไปได้นี่มันเป็นลักษณะเหมือนเป็นการแปลภาษาอังกฤษมาแล้วก็มาใส่ เป็นถ้อยคำภาษาไทย ซึ่งก็จะเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างจะลำบาก เพราะฉะนั้นท่านกรรมาธิการ ที่จะมีการตั้งในอนาคตนี่ก็ต้องดูในเนื้อหาให้ดีครับ ทีนี้พอมาดูเนื้อหา ผมคิดว่าเห็นด้วย เนื่องจากว่ามันเป็นการลดปริมาณจำนวนในการเข้า ครม. ลง ทำให้ขั้นตอนจากภาคเอกชน เข้ามาร่วมลงทุนมันทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น แต่ว่าก็ต้องอันตรายสักนิดหนึ่งนะครับ แต่ก็ฝากเอาไว้ มันก็เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับข้าราชการพอสมควร แล้วก็มีคณะกรรมการพีพีพี หรือคณะกรรมการร่วมทุนนี่นะครับพูดสั้น ๆ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่โดยมากแล้ว ก็จะประกอบไปด้วยข้าราชการหลายกระทรวงด้วยกัน ถ้าเป็นเรื่องที่แน่ ๆ ยืนพื้นก็ต้องมี สคร. คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจนี่ล่ะ แล้วก็สำนักบริหารหนี้สาธารณะ ถ้าเรื่องไหนมีงบประมาณเกี่ยวข้องก็มีสำนักงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อัยการก็จะมี เกี่ยวข้องด้วยเช่นเดียวกัน ทีนี้ต้องเรียนว่าคราวนี้ละครับ ผมก็เรียกชื่อย่อทุกทีนะครับ สคร. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. นี่ก็จะทำหน้าที่รับบทบาทสำคัญ ในตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่า จำนวนข้าราชการใน สคร. ขณะนี้มีน้อยนะครับ แล้วก็ถึงขนาดว่า สคร. เองปัจจุบันจะต้องมีการจ้างนักวิชาการฝีมือดีจากข้างนอกเข้ามา ซึ่งข้าราชการ ตามกรณีปกติแล้วนี่ พออยู่ได้ไม่นานก็มีการย้าย มีการสับเปลี่ยน ย้ายออกไป ลาออกไปบ้างเพราะเงินเดือนน้อยนะครับ เพราะฉะนั้น สคร. เองก็จะมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับบุคลากรในการกำกับดูแลก็ฝากท่านด้วย เพราะว่าคราวนี้เขาทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการพีพีพี หรือคณะกรรมการร่วมทุนชุดนี้ ฉะนั้นเขาเองต้องมีศักยภาพพอสมควรในองค์กร ก็ฝากท่านช่วยดูในเรื่องของ สคร. ด้วยว่า องค์กรเขาเองภายในต้องช่วยจัดการหน่อยเพราะเที่ยวนี้รับภาระหนักทีเดียวครับ ทีนี้พอเรื่องของการเพิ่มอำนาจไปที่ข้าราชการประจำ หรือ สคร. แล้ว แล้วก็ต้องเพิ่มอัตรา ให้เหมาะสมไปดูนิดหนึ่งมีอยู่มาตราหนึ่งในนี้ ซึ่งผมเองติดใจแล้วก็อยากจะขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับว่ามาตรา ๗๑ ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายนัยนั้นเหมือนกับการนิรโทษกรรมครับ มาตรา ๗๑ หรือมาตราสุดท้ายซึ่งติดใจใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ คือการร่วมลงทุนของภาครัฐ ที่มีลักษณะสัญญาที่ทำกันระหว่างรัฐกับเอกชนบางตัวมันก้ำกึ่งที่มีก้ำกึ่งในการผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๕๕ คือฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่ คราวนี้ในร่างฉบับนี้มาตรา ๗๑ ท่านก็ไป ระบุแบบนี้ครับ ในกรณีที่ปรากฏว่าโครงการใดต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้ เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่มิได้ดำเนินการ หรือดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือครบถ้วนในขั้นตอนใด แล้วก็ต่อไปนะครับ คือท่านจะปล่อย ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งแล้วก็พิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการยกเลิก แก้ไขสัญญา หรือให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง หรือให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป นั่นหมายความว่าท่านกำลังจะมีมาตรา ๗๑ เพื่อไปนิรโทษกรรม บุคคลที่ดำเนินการผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ ซึ่งใช้บังคับอยู่ปัจจุบัน โดยจะมี คณะกรรมการชุดนี้เป็นคนแต่งตั้งขึ้นมาครับ เป็นคนพิจารณาว่าตกลงว่าผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ จะเอาอย่างไรกับคนพวกนี้ดี ผมถึงตั้งข้อสังเกตครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี คงต้องตอบผมในประเด็นนี้ครับว่ามีสัญญาใดครับที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ แล้วเข้าข่าย ตามมาตรา ๗๑ นี้บ้างครับ มันเป็นการแสดงออกซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณชนในสภาแห่งนี้ว่า บริษัทใด สมัยใด ที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ แล้วจะได้อานิสงส์จากร่างมาตรา ๗๑ นี้ ในการยกโทษหรือนิรโทษกรรมให้เขาครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเองอาจจะใจบริสุทธิ์ ในการดำเนินงานครับ แต่ผมว่าการที่เปิดเผยชื่อแล้วก็เปิดเผยสัญญาที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุน อยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องแสดงให้เห็นเพราะมาตรา ๗๑ นั้นเป็นมาตราที่แสดงให้เห็นว่า ท่านกำลังจะยกโทษให้กับคนที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันครับ และนี่เป็น ประเด็นของเรื่องสำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานครับ ในประเด็นสุดท้ายของกระผมไม่อภิปรายคงไม่ได้ เพราะว่าเป็นผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานครเรื่องของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งแน่นอน ในขณะนี้ก็กำลังเป็นผู้ต้องหา ๑ เรื่อง ก็คือ กทม. เป็นผู้ต้องหาเรื่องของรถไฟฟ้าบีทีเอส ว่าผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ หรือไม่ ผมขอเรียนขยายความสักนิดโดยใช้เวลาสภาแห่งนี้ ไม่มากเพราะว่าคุณจิรายุเองก็ได้มีการพูดในประเด็นนี้เอาไว้ ท่านประธานครับ ย้อนกลับ ไปถึงตอนที่ประเทศไทยหรือกรุงเทพมหานครยังไม่มีรถไฟฟ้าขณะนั้นได้มีการให้สัมปทาน กับบริษัทบีทีเอส ในการลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม โดยเอกชนลงทุนทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ภาครัฐไม่ได้เข้าไปแบ่งร่วมทุนแต่ประการใด ในประการนี้ครับปรากฏว่าพอเวลาต่อมาค่าเงินบาท เกิดอาการลอยตัวเกิดขึ้นเรายังจำได้นะครับ บริษัทธนายง จำกัด ขาดทุนมหาศาล ผลตอบที่ตามมา คือการที่จะขยายต่อส่วนขยายนี่ครับบริษัทธนายง จำกัด เขาก็ไม่ทำครับ แล้วขณะนั้นก็หวังว่า ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีหรือที่เป็นรัฐบาลกลางจะให้เงินสนับสนุนจากงบประมาณของหลวง เข้ามาเพื่อสร้างส่วนต่อขยายให้ชาวกรุงเทพมหานคร แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง กับท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม แล้วเป็นเรื่องจริง ในขณะนั้นมีข่าวแพร่สะพัดครับว่าจะมีการซื้อ ฮุบ กิจการบีทีเอสในเวลานั้น สุดท้ายแล้ว กรุงเทพมหานครยืนยันต่อไปครับที่จะทำส่วนต่อขยายให้กับชาวฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นส่วนต่อขยาย ๒.๒ กิโลเมตรที่จะขยายต่อไปนะครับ นั่นก็คือช่วงตากสิน-วงเวียนใหญ่ วันนี้วิ่งแล้วครับ ถามว่า กรุงเทพมหานครเอาเงินจากไหนทำละครับ กรุงเทพมหานครก็เอาไปตั้งวิสาหกิจของ กทม. พูดง่าย ๆ คือเหมือนรัฐวิสาหกิจที่สังกัดรัฐบาล ของท่านละครับ แต่วิสาหกิจ กทม. นี้สังกัดกรุงเทพมหานครซึ่งเขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจตามกฎหมายที่จะตั้งบริษัทได้เองครับ เขาก็ตั้งบริษัทชื่อกรุงเทพธนาคม ก็เป็นเหมือนรัฐวิสาหกิจละครับ เหมือนท่านมีธนาคารออมสิน เหมือนท่านมี ธ.ก.ส. เขาก็มี บริษัทชื่อกรุงเทพธนาคม ไปทำอะไรครับ ไปลงทุนส่วนต่อขยายให้พี่น้องชาวฝั่งธนบุรี วันนี้ ตากสิน-วงเวียนใหญ่ ๒.๒ กิโลเมตร มีรถไฟฟ้าใช้ครับ แล้วนี่คือผลงานของเขาครับ ที่ต้อง ได้รับยกนิ้วครับ เพราะฉะนั้นการที่บริษัทกรุงเทพธนาคมจะต่อสัญญาให้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็เป็นเรื่องของการจ้างบริษัทเดินรถตามกรณีปกติก็ไม่ได้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุนครับ แต่ผม ก็แปลกใจว่าเรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาต่อสังคมแล้วผมก็ไม่ได้ตอบใด ๆ ทั้งสิ้นครับ แต่วันนี้ขอพูดในสภาเพราะว่าได้เอ่ยกันแล้ว ท่านพูดได้อย่างไรครับ รัฐบาลในขณะนั้นนี่ ไม่ต้องเอ่ยนามอีกแล้วนะครับ ท่านไม่ได้ให้การสนับสนุนในการทำรถไฟฟ้าบีทีเอส กทม. ต้องดิ้นรนทำบริษัทและวิสาหกิจขึ้นเอง แต่นี่ท่านกำลังจะบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรหรือครับ เอาละครับ เรื่องนี้ท่านยื่น ป.ป.ช. ไปแล้วก็ไปว่ากันในศาล ไปว่ากันใน ป.ป.ช. แต่พวกเราเอง ในฐานะพรรคประชาธิปัตย์แล้วเราก็ผลักดันรถไฟฟ้าให้ชาวฝั่งธนบุรีมีรถไฟฟ้าใช้ แล้ววันนี้ ก็ใช้อยู่ครับ นั่นละครับเป็นตัวบอกให้เห็นว่าผลงานก็เป็นที่บอก แล้วที่สำคัญ กรุงเทพมหานครนั้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีสภากรุงเทพมหานครครับ ท่านไปถาม ส.ก. ทั่วไปสิครับ เขาเห็นด้วยหรือเปล่ากับโครงการนี้ ผมคิดว่าเขามีสภาของเขา เขาไปพูดในสภากรุงเทพมหานครได้ แต่ผมอดไม่ได้ที่ต้องพูดคราวนี้เพราะว่ามีการพาดพิง แล้วถ้ามีการพาดพิงอีกผมจะตอบอีกครับว่าใครกันแน่ที่จะฮุบบีทีเอสนะครับ เอาแค่นั่นละครับ ท่านประธานครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมขอ ให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านช่วยตอบผมทีนะครับว่ามาตรา ๗๑ ที่เป็นลักษณะของการนิรโทษกรรมให้กับบริษัทที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ แล้วจะได้รับ การประเมินให้กลับมาเป็นบริษัทที่ถูกต้องในขณะนี้มีกี่บริษัท สัญญาใดบ้างครับ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ขอบพระคุณครับ
ท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... เรื่องนี้ เป็นเรื่องวิสัยทัศน์ของรัฐบาล เป็นเรื่องความทันสมัย เป็นเรื่องที่ก้าวหน้า เป็นความคิด ที่ต้องการบริหารจัดการในส่วนที่มีส่วนจำเป็นสำหรับพี่น้องประชาชน สำหรับประเทศ เพราะว่าวันนี้เราจะเห็นว่าที่ผ่านมานั้นกิจการของรัฐหลายอย่างไปไม่ได้เลยครับท่านประธาน เจ๊งหมดครับ หลายส่วน เพราะฉะนั้นถ้าไม่ให้รัฐร่วมทุนนั้นกิจการที่บริการประชาชน หรือกิจการที่ให้บริการพี่น้องจะไปไม่ได้ จะลำบาก เจ๊งหมดครับ เช่นเราจะเห็นว่าหน่วยงาน ของราชการบางหน่วย เช่น อคส. ครับ อคส. เป็นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแล พี่น้องเกษตรกรมายาวนาน เราจะเห็นว่าหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมานั้น สินค้าเกษตร ราคาตกต่ำ แล้วรัฐใช้ อคส. เข้าไปดูแลเพื่อที่จะพยุงราคาหรือว่าประกันราคา แล้วแต่ยุค แล้วแต่สมัย แล้วเข้าไปทำงานเพื่อที่จะดูแลพี่น้องประชาชนนั้นทุกครั้งขาดทุนครับ เจ๊งบ้าง มีการสวมสิทธิบ้าง มีการคอร์รัปชันบ้าง ทำให้รัฐเสียเงินปีหนึ่งหลายพันล้านบาทครับ มีการจับกุมผู้ต้องหาหลายยุคหลายสมัยมาก็ไม่มีการเข็ดหลาบครับท่านประธาน หรือว่า เรื่องยางพารา ท่านเห็นไหมครับว่าที่ปักษ์ใต้มีการแทรกแซงราคายางพารา มีการซื้อ ยางพาราจากเกษตรกรแล้วก็เอามาขายขาดทุนครับ นี่คือกิจการของรัฐ มันไปไม่ได้ครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นในส่วนของข้าราชการนี่ท่านทำงานแบบข้าราชการครับ ท่านอยู่อย่างนั้นมานาน เพราะฉะนั้นความคิดที่จะรับผิดชอบในกิจการของรัฐถือว่าไม่ใช่หน้าที่โดยตรงครับ เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบน้อยมาก จึงไม่สามารถทำให้กิจการของรัฐก้าวไปข้างหน้าได้เลย วันนี้เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้ร่วมทุนในการลงทุนในกิจการของรัฐ เราเห็นว่าเอกชน บริหารธุรกิจ บริหารบริษัท ไม่ว่าทำอะไรประสบความสำเร็จ มีกำไร ก้าวหน้า ทันสมัยครับ แต่กิจการของรัฐถ้าเปรียบเทียบของเอกชนแล้วเราล้าหลังกว่าจริง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราเปรียบเทียบให้เห็นครับว่า รัฐวิสาหกิจบางรัฐวิสาหกิจที่บริการประชาชน สาธารณูปโภค ที่ใช้สำหรับบริการประชาชน ไม่ว่าไฟฟ้า น้ำประปา รถยนต์ เครื่องบิน หรือว่ารถขนส่งครับ เราจะเห็นว่ากิจการบางอย่างครับท่านประธาน ถ้ารัฐเข้ามาดูแลอย่างเต็มที่ กิจการของรัฐ ก็เจ๊งหมดครับ แต่ว่าถ้าให้เอกชนร่วมทุนแล้วครับ ท่านประธานครับ ก็เป็นไปได้อย่างที่มีกำไรครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในเมื่อเอกชนมาร่วมทุนด้วยนั้นต้องรับผิดชอบต่อการลงทุน รับผิดชอบต่อการทำกำไร แต่ว่ารัฐบาลสามารถที่จะควบคุมได้ครับ เพราะรัฐบาลถือหุ้นด้วย แล้วการลงทุน รัฐสามารถที่จะค้ำประกันเงินกู้ให้กิจการของรัฐนั้นมีเงินลงทุนครับ การบริการของเอกชนเข้าร่วมทุนมันทันสมัยครับ แต่ว่ารัฐมีหลักฐานที่มั่นคง ก็สามารถ ระดมทุนได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้า ๒ ส่วนร่วมกัน ส่วนหนึ่งเป็นส่วนของรัฐ คือความมั่นคง ส่วนหนึ่งคือการบริหารการจัดการที่ทันสมัย ไม่มีการคอร์รัปชัน มีความพร้อม มีการบริหารการจัดการที่ดีครับ กระตือรือร้น กิจการนั้นก็ดำเนินกิจการไปได้ครับ เพราะว่าการรับผิดชอบของผู้ร่วมทุนนั้นคือผลประโยชน์และกำไรครับ เพราะฉะนั้น ต้องพัฒนาในกิจการของรัฐ ทำให้รัฐสามารถลดต้นทุน ทำให้รัฐสามารถเอากิจการของรัฐ บริการประชาชนด้วยอย่างที่เขาเรียกว่าประชาชนได้ประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ แล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งครับ การที่รัฐร่วมลงทุนกับเอกชนนั้น ถ้าให้เอกชนลงทุนในกิจการ ที่เป็นสาธารณูปโภคของพี่น้องประชาชน ของรัฐแล้ว จะทำให้มีการผูกขาดครับ ทำให้มีการ เก็งกำไรมาก ทำให้พี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ ขูดรีด ทำให้พี่น้องประชาชน เสียผลประโยชน์ครับ เพราะฉะนั้นการร่วมทุนเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลนี้ เห็นความสำคัญอันนี้เพราะว่ารัฐบาลได้บริหารงานมา ๙ เดือน รู้ว่ารัฐบาลเกิดอุปสรรคปัญหา ต่อการใช้กลไกของรัฐ ท่านครับ เห็นไหมครับว่าแม้แต่กระทรวงต่าง ๆ ได้งบประมาณของประเทศ งบประมาณแผ่นดินครับ ไปซื้อของยังซื้อไม่ได้เลยครับ เช่น ไปซื้อเรือเหาะ ยังบินไม่ได้เลยครับ ท่านประธาน ไปซื้อรถถัง เครื่องยังไม่ครบเลยครับท่านประธาน การคอร์รัปชันอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นกิจการใด แม้แต่งบประมาณของแผ่นดินครับ เอาไปใช้ในเรื่องของการบริหาร การจัดการการแก้ไขปัญหาของประเทศยังไม่สามารถทำได้เลยครับ ยังมีการคอร์รัปชันครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องให้รัฐมาร่วมลงทุนครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมว่าท่านก็มี ความคิดในการที่จะผลักดันเรื่องนี้นะครับ เอกชนนั้นต้องมีส่วนร่วมครับ แล้วก็กิจการ ทุกอย่างครับ ผมว่าขอให้รัฐบาลต้องลงมาดูแลอย่างจริงจัง ให้เอกชนมาร่วมทุนเถอะครับ แล้วก็รัฐควบคุมครับ กลไกต่าง ๆ ของประเทศต้องขับเคลื่อน เอกชนมีความรู้ในเชิงบริหาร เอกชน มีความก้าวหน้า เอกชนมีความขยันและซื่อสัตย์สุจริต รัฐบาลมีเรื่องของหลักประกันครับ เพราะฉะนั้นถ้าควบคู่ เดินไปด้วยกัน กิจการทุกอย่างก็สามารถเดินไปได้แน่นอนครับ รัฐบาลก็สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้เต็มที่ ด้วยความซื่อสัตย์และพี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์ครับ ผมจึงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ เพราะว่าจะทำให้ประเทศ ได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์ แล้วการบริหารประเทศทันโลกครับ โลกวันนี้ ท่านทราบไหมครับว่าก้าวไกลขนาดไหนครับ คนเราต้องทันโลกครับ ประเทศไทยทำไมยังล้าหลัง อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าเราแก้กฎหมายที่ล้าหลัง มีหลายฉบับครับท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่อง พ.ร.บ. ร่วมทุนอย่างเดียวครับ กฎหมายที่ล้าหลังหลายฉบับวันนี้ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องดูแลครับ กฎหมายที่ล้าหลังไม่ทันเพื่อน ไม่ทันโลก ต้องแก้ไขทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ลำดับต่อไปนะครับ เดี๋ยวท่านจะได้เตรียมตัวได้นะครับ ต่อไปเป็นท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร หลังจากนั้นจะเป็นท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นะครับ แล้วมาท่านสุนัย จุลพงศธร ตามลำดับนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านประธาน คณะรัฐมนตรี แล้วก็ท่านสมาชิก ที่ได้นำพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐเข้ามาพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะว่าขณะนี้ท่านประธาน ถ้าไม่เอาเรื่องนี้เข้ามารีบพิจารณาท่านประธาน มีคนข้างนอก เขาคุยกับผม เขาบอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้กำลังจะเปลี่ยนชื่อ ไม่ใช่ พ.ร.บ. การให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐนะครับ เขาจะเรียกว่า พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมโกงกิจการของรัฐ ท่านประธานครับ ทำไมครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นครับว่าทำไมเขาไปพูดอย่างนั้น ท่านประธานครับ คือท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในหลักการและเหตุผลเขียนไว้ดีมาก บอกว่าในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะ ในด้านต่าง ๆ มันเป็นความจำเป็น แล้วก็มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก ทีนี้รัฐบาลเรานี่นะครับ ก็ยังไม่สามารถดำเนินการ ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนได้ จึงมอบหมายให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ ในกิจการของรัฐ เพื่อจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะเพื่อทำให้โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะดีขึ้น เป็นการประหยัดงบประมาณของภาครัฐ แล้วก็ทำให้เกิด ความคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทีนี้ท่านประธานครับ วันนี้ถามว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีไหม มีครับ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่เวลาปฏิบัติจริงท่านประธานครับ มันปฏิบัติอย่างไรครับท่านประธาน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมจะชี้ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นนะครับท่านประธาน ตัวอย่างหนึ่งท่านประธาน ก็คือเรื่องร้านปลอดสินค้า ปลอดภาษี ยักษ์ใหญ่ของประเทศนี้ ท่านประธานครับ อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมินี้ท่านประธาน ปรากฏว่าไม่ได้เข้า พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ บอกว่ามันไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ท่านประธานครับ มันจะเป็นไปได้อย่างไรท่านประธาน ท่านประธานหรือท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ใครก็เคยไป ต่างประเทศนะครับท่านประธาน เดินไปนี้นะครับในดิวตี้ ฟรี (Duty free) ที่สนามบินสุวรรณภูมินี้ท่านประธาน แห่งเดียวนะท่านประธาน ผมยังไม่ได้พูดถึงที่อื่น ๆ นะท่านประธาน เพราะว่ามีหลายที่หลายสาขามีทั้งในเมือง ในกรุงเทพมหานคร มีทั้งพัทยา เป็นไปได้อย่างไรท่านประธานไม่ถึงพันล้านบาท ท่านประธานเอาง่าย ๆ ครับท่านประธานครับ แค่เหล้า ไวน์ (Wine) นาฬิกา เครื่องสำอางค์ คอสเมติกต่าง ๆ นี้นะครับท่านประธาน รวมกันแล้วมันก็เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าไม่ได้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ท่านประธานครับ คนที่รู้เรื่องนี้ดีก็คือท่านผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่เขาเรียกกันว่า สคร. ที่ทำไมผมถึงบอกว่าท่านนี้รู้เรื่องดี ก็ดีครับเพราะว่าเดี๋ยวท่าน จะได้มาเป็นกรรมาธิการด้วย เพราะเป็นคนเสนอกฎหมายผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังมา เพราะท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ท่านต้องรู้เรื่องดี ท่านอยู่กรมสรรพากรมาก่อนแล้วท่านก็กระโดดมาเป็นอธิบดีกรมศุลกากร ผมก็ยังสงสัย เลยท่านประธานว่าไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทมันเป็นไปได้อย่างไร คราวนี้ท่านประธานครับ ผมก็ไปดูครับในมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมก็ไปอ่านดูครับ ท่านประธานครับ บอกว่าในพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับก็มีคำว่า รัฐวิสาหกิจ มีคำว่า องค์การของรัฐมีคำว่า หน่วยงานอื่นของรัฐ มีคำว่า องค์กรปกครองท้องถิ่น คราวนี้ในมาตรานี้ ผมต้องขอ สงวนคำแปรญัตติแน่นอน ท่านประธานครับ เพราะผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นครับว่า ทำไมจะต้องสงวนคำแปรญัตติครับท่านประธาน เพราะว่ามันมีปัญหาครับ ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้มันกำลังมีเรื่องที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็มี สมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายในสภาแห่งนี้บอกว่า เรื่องการต่อขยายให้กับบริษัทรถไฟฟ้าบีทีเอสซี ได้เดินรถต่อไปอีก ๓๐ ปี ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าตรงนี้มันไม่ใช่ การขยายอายุสัมปทาน เพราะว่าสัญญามันยังไม่หมด มันจะหมดปี ๒๕๗๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตได้เรียนท่านประธานว่า กฎหมายมันมีปัญหา แล้วจำเป็น ที่จะต้องแก้ไข แล้วมาตรา ๔ เป็นมาตราสำคัญ แล้วมันมีปัญหาด้วยครับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า กรุงเทพมหานครก็ได้มีการให้สัมปทานกับบริษัทบีทีเอสซี ในการที่จะเดินรถไฟฟ้าได้รับสัมปทานในการดำเนินการระบบรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร เริ่มสัญญา ๓๐ ปี ตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ปี ๒๕๔๒ จะไปหมดอายุสัมปทานวันที่ ๔ ธันวาคม ปี ๒๕๗๒ นะครับ ซึ่งปีนี้ปี ๒๕๕๕ ยังเหลือระยะเวลาอีก ๑๗ ปี ท่านประธานครับ ในส่วนของสัญญาสัมปทานมีอยู่ ๒ เส้นใหญ่ ๆ ก็คือจากหมอชิตไปที่อ่อนนุช แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ก็คือจากหมอชิตมายังสาทร ระยะทางทั้งหมด ๒๓.๕๐ กิโลเมตร ตรงนี้ยังเหลืออายุ ในสัญญาสัมปทานอีก ๑๗ ปี คราวนี้ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครก็ไปทำส่วนต่อขยาย ในรูปที่ผมเรียนท่านประธาน ก็คือจากอ่อนนุชไปยังแบริ่ง ระยะทางอีก ๕.๒๕ กิโลเมตร และอีกส่วนหนึ่งก็คือจากสาทรไปยังตากสิน ระยะทาง ๒.๒๐ กิโลเมตร ขณะนี้ได้เปิดสาทร ไปตากสิน อ่อนนุชไปแบริ่งได้เปิดดำเนินการแล้ว และขณะเดียวกันกำลังจะเปิดเพิ่ม ในปลายปีนี้ ก็คือในส่วนต่อขยายจากตากสินไปยังบางหว้า และบางหว้าอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธาน อยู่แถว ๆ บางแค ระยะทางอีก ๕.๓๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ รวมส่วนต่อขยายอ่อนนุชไปแบริ่ง ๕.๒๕ กิโลเมตร สาทรไปตากสิน ๒.๒๐ กิโลเมตร จากตากสินต่อไปยังบางหว้า ๕.๓๐ กิโลเมตร รวมระยะทางส่วนต่อขยายที่กรุงเทพมหานคร ได้ลงทุนด้วยงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๒.๗๕ กิโลเมตร รวมกับ ในส่วนระยะทางสัมปทานที่ยังเหลืออีก ๑๗ ปี ก็คือ ๒๓.๕ กิโลเมตร รวมเบ็ดเสร็จจะมี เส้นทางรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานครทั้งหมด ๓๖.๒๕ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าในส่วนเส้นทางรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร ผมถือว่าเป็นหัวใจ ของกรุงเทพมหานครครับ เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด จากหมอชิตผ่านพหลโยธินทั้งหมด ออกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปสยามสแควร์ แล้วก็ต่อไปยังสาทร ท่านประธานครับ แล้วอีกเส้นหนึ่ง จากหมอชิตผ่านสยามสแควร์ แล้วก็ผ่านไปยังสุขุมวิททั้งหมด ไปยังอ่อนนุช แล้วก็ไปถึงที่ สถานีแบริ่ง อยู่ที่แถว ๆ บางนา ตรงนี้ก็เรียกว่าเป็นเส้นทางหัวใจที่คนกรุงเทพมหานคร อยู่มากที่สุด ใช้บริการมากที่สุด แล้วเป็นเส้นทางที่มีการจราจรแออัดมากที่สุด ท่านประธานครับ ส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานครที่ผมเรียนท่านประธานไปครับว่า ตรงนี้ส่วนต่อขยาย ถ้าท่านประธานจะไปให้บริษัทอื่นมาเดินรถในช่วงสั้น ๆ อ่อนนุชไปแบริ่ง หรือสาทรไปตากสิน ๒.๒๐ กิโลเมตร สาทรไปตากสิน อ่อนนุชไปแบริ่ง ๕.๒๕ กิโลเมตร มันไม่มีบริษัทไหนเขาจะมาแข่งกับบีทีเอสซีได้ครับ เพราะมันวิ่งรถช่วงสั้น ๆ แล้วตรงนี้กรุงเทพมหานครจะให้บีทีเอสซีมาเดินรถ ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจ ที่ถูกต้องแล้ว แล้วก็เป็นการจะได้ค่าจ้าง จ้างบีทีเอสซีถูกที่สุดแล้ว ตรงนี้ผมไม่เถียงครับ แต่ท่านประธานครับสัญญาในส่วนสัมปทานมันจะหมดในอีก ๑๗ ปีข้างหน้า แต่การที่ กรุงเทพมหานครไปมอบระบบบริหารการเดินรถขนส่งมวลชนกรุงเทพ คำว่า บริหาร จะหมายถึงว่าเอาระบบไปให้บริษัทกรุงเทพธนาคม หรือผมเรียกย่อ ๆ ว่า เคที (KT) เป็นคนไปดำเนินการ แต่ท่านประธานต้องเข้าใจครับว่าถ้ามีคำว่า การจ้างเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสเมื่อไร ตรงนี้ก็จะเป็นสัญญาระหว่างบริษัทกรุงเทพธนาคมกับบริษัทบีทีเอสซีต้องแยกกันครับ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมนั่งฟังอยู่กำลังจะฟังท่านยกตัวอย่าง แล้วจะเข้าสาระนี้อย่างไรอยู่นะครับ เดี๋ยวท่านอรรถวิชช์ คอยใช้สิทธิพาดพิงเอาแล้วกันนะครับ มันจะได้ง่ายขึ้นนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงนะครับ แล้วก็ถามท่านประธานละครับ คือเนื่องจากว่าถ้าเราจะไปพูดถึงรถไฟฟ้าบีทีเอส แล้วก็พาดพิงกันไปมาก็ต้องเรียนท่านประธานว่ามันก็อยู่นอกกรอบกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วแต่ท่านประธานนะครับ ดุลยพินิจถ้าเกิดท่านประธานคิดว่าเรื่องของบีทีเอส กทม. นั้น เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติร่วมทุนฉบับนี้ในการร่างฉบับนี้ก็เอาครับ ถ้าเกิดว่าจะเป็นอย่างนั้น เวลามีการพาดพิงกรุงเทพมหานครพวกผมจะได้ชี้แจง เพียงแต่ว่าผมตระหนักว่าโครงการนี้ มันเป็นเรื่องที่สภากรุงเทพมหานครเขาดูแลกันอยู่ เขามีสภาของเขาครับ แล้วก็ การตรวจสอบท่านก็ได้ยื่น ป.ป.ช. ไปเรียบร้อยแล้ว เลยปรึกษาท่านประธานว่าจะทำอย่างไรกันดีครับ เราจะพูดเรื่องนี้กันไหม แล้วถือว่าเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ไหมครับ
คือเมื่อเช้า มีการกระทู้ถามสดนะครับ ๒.๒ ก็มีการชี้แจงแล้ว ขณะนี้ผมนั่งฟังผมกำลังดูว่า การที่ยกตัวอย่างของท่านจะเข้ามาในสาระกฎหมายนี้อย่างไร ผมกำลังฟังแล้วผมกำลังจะฟังอีกนิดหนึ่ง ผมจะทักท้วงท่านอยู่ว่ามันไกลไป ส่วนการบริหารการจัดการของ กทม. เป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องของ กทม. ใครจะไปยื่นอย่างไรก็เรื่องของ กทม. เขา แต่หมายความว่าที่ท่าน ยกตัวอย่างผมกำลังดูว่าจะมาร่วมทุนกันอย่างไรระหว่างที่ท่านกำลังยกตัวอย่างในมาตรา ๔ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกรุงเทพมหานครก็เป็นองค์กรพิเศษ ผมกำลังฟังอยู่ว่าแล้วมันเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร พัทยาอะไร อย่างนี้เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งตามกฎหมายขึ้นมา ผมก็นั่งฟังอยู่ถ้าออกนอกจากนี้ ผมก็จะเตือนท่านบอกว่าขอให้เข้าในสาระเรื่องนี้ เพราะว่ายังไม่กลับเข้ามาเลย เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากว่าที่ผมเรียนปรึกษาท่านประธาน อยากให้ท่านประธานช่วยฟันธงเถอะครับ เพราะว่าถ้าเกิดว่าทางฝ่ายรัฐบาลได้มีการพาดพิงในลักษณะนี้เราก็พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ซึ่งตัวกระผมเองก็ได้ชี้แจงไปในรอบแรกแล้วซึ่งค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าเกิดว่ามีการพูดอีก ในทุกรายในเรื่องของ กทม. เราก็พร้อมนะครับที่จะทำการชี้แจง แต่พวกผมเชื่อว่า มันจะทำให้การพิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติที่เรากำลังดูอยู่ในขณะนี้มันก็จะล่าช้าออกไป ขอท่านประธานใช้ดุลยพินิจเด็ดขาดครับ
อย่างนี้ได้ไหม ท่านยุทธพงศ์ครับ เอาที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ทางรัฐบาลเสนอมา ส่วนกรุงเทพมหานครจะไปตั้งบริษัทหรือนิติบุคคลขึ้นมาเพื่อลงนาม เพื่อที่จะให้สิทธิในการ ที่เข้ามาบริหารการจัดการอย่างไร เมื่อเช้าเราก็ได้มีการกระทู้ถามสดถามรัฐมนตรีที่กำกับดูแล กรุงเทพมหานครอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านติดใจว่าการดำเนินงานอย่างนี้ไม่โปร่งใสก็สามารถ ดำเนินการตามกระบวนการได้ แล้วก็ผมนั่งฟังท่านอยู่ตามมาตรา ๔ ก็ยังไม่เข้า ฉะนั้น ถ้าท่านไปพาดพิงอย่างนี้ ทางอีกฝั่งหนึ่งเขาก็ต้องใช้สิทธิเหมือนกับที่ท่านจิรายุได้อภิปราย แล้วท่านก็ได้พูดโต้ตอบกันแล้ว ผมก็ว่าพอสมควรแล้วครับ เอาที่เข้าเนื้อหาสาระในกฎหมาย ฉบับนี้แล้วกันนะครับ เชิญต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมด้วยความเคารพท่านประธาน คือผมก็ได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่า มาตรา ๔ มันไม่มีคำว่า วิสาหกิจ อย่างไรท่านประธาน ผมก็กำลังจะอธิบายให้ท่านประธาน ได้ทราบว่าปัญหาของคำว่า วิสาหกิจ มันคืออะไร ถ้าอยู่ ๆ ผมบอกคำว่า ไม่มีวิสาหกิจ แล้ววิสาหกิจ คืออะไร และผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมเองก็ได้นั่งฟัง ท่านสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปราย ท่านพาดพิงไปถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร ผมถามว่าท่านทักษิณเกี่ยวอะไรกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ท่านประธานครับ ผมไม่ประท้วง เพราะผมถือว่าเราจะต้องมีมารยาทครับ ก็ในเมื่อมีการอภิปรายผมก็จะฟังว่า มันเพราะอะไร ท่านประธานครับ ท่านพาดพิงไปถึงท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าไม่ยอมให้เงินมาทำส่วนสาทรไปตากสิน อย่างนี้ท่านประธาน แล้วผมก็ยังไม่ประท้วงครับ และขณะเดียวกันท่านก็ยังท้าอีกบอกว่าให้ชี้ให้เห็นสิว่าที่ กทม. ไปทำอย่างนี้เพราะรัฐบาล กำลังจะไปฮุบบีทีเอส ตรงนี้ท่านประธาน ผมว่ามันนอกประเด็นไหมครับท่านประธาน แต่ผมมีมารยาท ผมไม่ประท้วงครับ แต่ว่าผมก็ไม่อยากจะเสียเวลาท่านประธาน ผมขออนุญาตต่อเลยครับ ในส่วนของที่ผมต้องอธิบายความให้ท่านประธานฟัง เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าตรงนี้มันไปเกิดปัญหา เพราะบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ที่ท่าน ส.ส. กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบอกว่ามันคือรัฐวิสาหกิจ แล้วบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด มันขึ้นกับกรุงเทพมหานคร ทีนี้ไม่มีคำว่า รัฐวิสาหกิจ ก็เลยไปใช้คำว่า วิสาหกิจ แทน แต่ว่ามันเหมือนกัน แล้วอย่างนี้ผมต้องฝากท่านประธาน ถามไปยังท่านคณะรัฐมนตรีที่มาชี้แจงว่าแล้ววิสาหกิจกับรัฐวิสาหกิจ ถ้ามันบอกเหมือนกัน แล้วกรณีไปขยายสัมปทานการเดินรถ ไปจ้างให้บีทีเอสเดินรถต่อไปอีก ๓๐ ปี อย่างนี้ไม่เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ว่าด้วยเอกชนร่วมทุนกับรัฐหรือครับ มันเกินพันล้านบาทครับ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมกำลังชี้ให้ท่านประธานเห็น ทีนี้ในรูปอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป ส่วนต่อขยายที่ไปให้บริษัทเคที รับบริหารระบบเดินรถไฟฟ้าของ กทม. ท่านประธานครับ กทม. ก็ให้กรุงเทพธนาคมรับไป แล้วกรุงเทพธนาคมก็ไปจ้างให้บริษัทบีทีเอสซี จำกัด ได้เดินรถต่อครับท่านประธาน คือคำถามผมว่าถ้าดำเนินการ
คืออย่างนี้ท่านยุทธพงศ์ ผมฟังแล้วผมเข้าใจ แต่เนื่องจากผมเป็นประธาน ผมชี้ขาดประเด็น ข้อกฎหมายไม่ได้ที่ท่านกำลังอธิบายถึงเรื่องของนิติบุคคลที่กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งขึ้นมา แล้วก็ไปลงนามในการที่จะต่อขยายเส้นทาง ๒.๒ ถ้าถามความเห็นส่วนตัวผมในฐานะ นักกฎหมาย กฎหมายที่ร่างขึ้นมามันน่าจะเข้าเป็น (๒) แล้วก็ไปต่อเนื่องกับ (๑) เหมือนกัน เพราะว่าเป็นหน่วยงานซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งกรุงเทพมหานครก็จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย แต่ประเด็นของท่านที่จะพยายามอธิบายเส้นทางต่อไปนี้ ผมว่าเดี๋ยวท่านอรรถวิชช์ก็ดี ท่านดอกเตอร์สามารถก็ดี เดี๋ยวท่านก็ต้องใช้สิทธิทักท้วงขึ้นมานะครับ ฉะนั้นผมว่า การอภิปรายของเรามันก็ไปด้วยดีแล้ว เอาว่าท่านยังติดใจเรื่อง ๒.๒ อยู่อย่างไร ก็ให้ว่ากันไป ต่างหากแล้วกัน ขอให้เราพูดในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่มีความจำเป็นใด ๆ ครับที่จะต้องปกป้องกรุงเทพมหานครที่เป็นหน่วยงานในการ ต่อสัญญาบีทีเอสคราวนี้นะครับ แล้วก็ที่ต้องเรียนย้ำท่านประธานว่าไม่อยากให้ไปไกล เพราะว่าผมก็เรียนย้ำอีกทีว่าเป็นการดำเนินงานของวิสาหกิจ กทม. เขาก็ทำได้อยู่แล้ว ในการต่อสัญญา แต่ว่าอย่างไรก็ดีครับ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ก็มีข้อกฎหมายในการยืนยัน ในมุมความเชื่อของท่านซึ่งก็ได้ส่งไปยัง ป.ป.ช. และแน่นอนก็ต้องสู่ขั้นตอนศาลซึ่งเป็น ข้อกฎหมายทั้งสิ้นนะครับ อันนี้ประเด็นคือว่าถ้าจะเริ่มพูดคุยกันเรื่องนี้เราพร้อมที่จะตอบ เหมือนกันในเรื่องของประเด็นบีทีเอส เพราะเรื่องนี้พวกเราเองในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้งใจทำบีทีเอสมาตั้งแต่ต้นนะครับ ก็บอกท่านประธานตามตรงละครับ ท่านประธาน ช่วยตัดสินใจแล้วผมมีมารยาทครับ
คือผมตักเตือนแล้ว ท่านอรรถวิชช์ ครับ
ท่านประธานครับ ครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะขึ้นประท้วงนะครับ เพราะว่าผมบอกแล้วว่าถ้าท่านยังเดินแบบนี้ต่อไป ท่านประธานยังคงที่จะปล่อยให้พูดได้ เราก็จะชี้แจงได้เช่นเดียวกัน แล้วก็ด้วยความเคารพ เรามารยาทเพียงพอในสภาแห่งนี้ แล้วแต่ท่านประธานนะครับ ขอบพระคุณครับ
ผมว่า เอาเฉพาะในนี้แล้วกัน ท่านก็อธิบายความแล้ว เมื่อเช้านี้ท่านจิรายุก็ถามไปเรียบร้อยแล้วนะครับ มันจะราบรื่นแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เขาประท้วงผมเห็นไหมท่านประธานที่จริงก็รู้จักกันนะท่านประธาน
คืออย่างนี้ครับ ท่านก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับนะครับ ส่วนการประท้วงจะถูกใจผู้ถูกประท้วง หรือไม่อดทนนิดหนึ่ง ท่านก็พูดกันไปนะครับ ผมขอความกรุณานะครับว่าเราเอาในวาระที่หนึ่ง เรื่องกฎหมายฉบับสำคัญนี้ก่อนนะครับ
ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน คือผมไม่ได้ติดใจท่านประธาน แต่ประท้วงผม ประท้วงให้มันถูกหน่อยท่านประธาน คุณไปบอกว่าบีทีเอส กทม. ไปต่อสัญญาให้บีทีเอส
คืออย่างนี้ผมว่าอย่าต่อล้อต่อเถียงกันเลยนะครับ เอาเข้าเลย เพราะว่าท่านทักท้วงบอก ผมนั่งฟังผมเข้าใจนะครับท่านอธิบายความ แล้วก็เราก็ไม่อยากให้ไปไกลมากกว่า ที่ในข้อกฎหมายที่กำลังเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ
ท่านประธานครับ ก็กราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าผมไม่เคยพูดเลยว่า กทม. ไปต่อสัญญาให้กับบีทีเอสอีก ๓๐ ปี เพราะมันไม่ใช่ คือ กทม. เขาไปให้บริษัทลูกของเขาที่ กทม. ถือหุ้นอยู่ร้อยละ ๙๙.๙๘ ที่เขาชื่อว่ากรุงเทพธนาคม แล้วเขาก็บอกว่าเป็นวิสาหกิจ ท่านประธานครับ เพราะว่า ในมาตรา ๔ ท่านประธานของ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันไม่มีคำว่าวิสาหกิจนะครับ ผมก็เลยถึงต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าตอนที่ท่านประธานได้รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ไป ในขั้นกรรมาธิการจะต้องไปดูครับ จะต้องไปเพิ่ม จะต้องเอาเนื้อหาตรงนี้เข้าไปใส่ ไม่อย่างนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้มันก็จะมีช่องว่างนะครับ คราวนี้กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ คือเรื่องนี้ท่านประธานผมต้องบอกว่าการที่ กรุงเทพมหานครไปให้บริษัทกรุงเทพธนาคมรับบริหารระบบเดินรถของกรุงเทพมหานคร ไปอีก ๓๐ ปี ในส่วนต่อขยายท่านประธาน มันเป็นการไปล็อกสเปก (Spec) อย่างไร ท่านประธาน ก็เลยกลายเป็นการขยาย
คืออย่างนี้ ท่านยุทธพงศ์ครับ การที่กรุงเทพมหานครเขาจะไปให้บริษัทธนาคมที่ท่านนำเสนอมาจะไปลงนาม เพื่อต่อสัญญานี่นะครับ ข้อเท็จจริงยังไม่ทราบละครับว่าล็อกสเปก ไม่ล็อกสเปก เพราะผมนั่งอยู่นี่ ก็ยังไม่ทราบนะครับ ทราบเมื่อเช้ามีการกระทู้ถาม อันนี้เดี๋ยวจะเป็นการใส่ความกันนะครับ ผมในฐานะประธานก็ต้องเตือนท่าน คือเอาอย่างนี้ครับ คือการไปกล่าวหากันอย่างนี้ เดี๋ยวท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านไม่ได้อยู่ในห้องนี้ก็จะเสียหายได้ ฉะนั้นผมขอความร่วมมือว่าเอาในเรื่องนี้ก่อนนะครับ ที่จะไปต่อ ๒.๒ กรุงเทพมหานคร จะไปทำอะไรนั้นขอให้ยุติเถอะครับ เพราะว่าผมนั่งฟังแล้วนี่พอไปถึงรายละเอียด ตอนตั้งกรรมาธิการจะเป็นวิสาหกิจหรือรัฐวิสาหกิจอะไรก็สุดแล้วแต่ท่านก็ไปว่ากัน ในห้องกรรมาธิการ แต่ถ้าดูจากเนื้อหาที่ผมอ่านแล้วในมาตรา ๔ (๑) (๒) ถ้าอ่านตาม เนื้อความของกฎหมายมันพอเข้าใจได้ว่ามันคืออะไร ฉะนั้นในส่วนราชการ ของกรุงเทพมหานครที่สังกัดในกระทรวงมหาดไทยท่านจะไปดำเนินการอย่างไรมันก็เป็นไปตาม กฎหมายพิเศษที่เขาว่าไว้ อันนั้นเราต้องเคารพในเรื่องกฎหมายพิเศษ แต่ส่วนเขาจะไปดำเนินการอย่างไร ผิด ถูก ข้อเท็จจริงยังไม่ยุติในขณะนี้ ถ้าไปพูดกัน มันจะเสียหายนะครับ ฉะนั้นผมให้ท่านพูดเฉพาะในเนื้อหาสาระอันนี้ ถ้านอกจากนี้ ผมจะไม่ให้พูดนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า มันยังไม่ครอบคลุมในรายละเอียดและเนื้อหา ท่านประธานครับ ผมมีคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการกฤษฎีกา เขาวินิจฉัยเกี่ยวกับบริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นเรื่องเสร็จ ที่ ๒๒๒/๒๕๕๐ เขาบอกว่าการที่กรุงเทพมหานครถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าครึ่ง กรุงเทพมหานครจึงครอบงำการดำเนินการทั้งปวงของบริษัท ซึ่งไม่ต่างจากรัฐวิสาหกิจ ของรัฐบาลที่จัดตั้งเป็นบริษัทที่ถือเป็นวิสาหกิจของรัฐ ภาษาอังกฤษเขาเรียก พับลิค เอนเทอร์ไพรซ์ (Public enterprise) เพียงแต่บริษัทที่กรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นจัดตั้งไม่มีชื่อเรียกตามกฎหมายดังเช่นรัฐวิสาหกิจ ที่มีชื่อเรียกตามพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ ปี ๒๕๐๒ เท่านั้น จึงถือว่าบริษัทกรุงเทพธนาคม เป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ตรงนี้ละครับคือกฎหมายที่ในร่างของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ก็คือร่างพระราชบัญญัติการให้ เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... มันยังมีช่องว่างครับ ท่านประธานครับ ผมต้องฝากท่านประธานไปว่าในขั้นกรรมาธิการจะต้องไปพิจารณา แล้วขณะนี้มันก็เป็น ปัญหาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน แล้วก็ในของการต่อขยายการเดินรถของกรุงเทพมหานคร ที่ไปจ้างบริษัทบีทีเอสซีเดินรถเพิ่มขึ้นไปอีกนะครับ ทั้งที่สัญญาสัมปทานยังเหลืออยู่อีก ๑๗ ปี ซึ่งตรงนี้ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า
เอาเฉพาะกฎหมายฉบับนี้ คือท่านติดใจก็เรื่องของท่านนะครับ แต่ในสภาเราก็ต้องพูดตาม สาระเนื้อหาที่ปรากฏนะครับ ถ้าท่านไปกระทบเดี๋ยวท่านอรรถวิชช์บ้าง หลายท่าน อันนั้น การบริหารงานของ กทม. ก็ให้ กทม. เขาบริหารไปนะครับ ถ้าผิดถูกอย่างไรเรามีหน่วยงาน และองค์กรที่จะต้องตรวจสอบได้อยู่แล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ที่ผมพูดก็คือผมยกตัวอย่างนะครับ ว่าขณะนี้มันมีปัญหาเรื่องนี้ที่เกิดขึ้น แล้วมันก็ไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.
คืออย่างนี้ครับ ข้อเท็จจริงท่านจะมองเป็นปัญหาก็เรื่องของท่าน แต่ในทางบริหารราชการ ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ขณะนี้เพียงแต่เป็นข่าว ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่ยุติว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ สุจริตหรือไม่ หรือมีการทุจริตหรือไม่ ฉะนั้นเราต้องยึดถือในหลักการแล้วก็เคารพในกฎหมาย ที่บัญญัติไว้ ฉะนั้นผมให้ท่านจบนะครับ เดี๋ยวทางฝ่ายท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ท่านจะได้ อภิปราย
(นายชนินทร์ รุ่งแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านใช้สิทธิพาดพิงหรือประท้วงครับ
ประท้วงครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ถึงแม้ท่านประธานได้เตือนแล้วนะครับ แต่ว่าการอภิปราย ก็ยังไม่ได้มีการถอนออกไปอย่างไร เพราะฉะนั้นมันก็เป็นบันทึกที่ผมคิดว่ามีการเสียหาย เสียหายไปถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งคงเป็นที่ทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์เราเป็นผู้บริหารอยู่ จริง ๆ ผมอยากจะเสนอนะครับ ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่เสียหายถ้าหากสมาชิกท่านที่อภิปราย ติดใจเรื่องนี้ ผมคิดว่าก็มีแนวทางอยู่แล้วนะครับ ถ้าเผื่อติดใจผมคิดว่าท่านเสนอญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบก็ได้นะครับ เหมือนกับซีซีทีวี เพราะว่าสุดท้ายแล้ว ผมคิดว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็คงจะทราบดีนะครับ สุดท้ายทุกคนถ้าเผื่อเห็นรายงาน ผลการตรวจสอบตรงนั้นแล้วก็คงจะเห็นว่าที่ไปพูดจาให้เสียหายก็ไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริงอย่างไร เรื่องนี้ก็เช่นกันครับ ผมเองสนับสนุนนะครับ ถ้าหากท่านติดใจและท่านตั้งมาเลยครับ ตรงไปตรงมาครับ ถ้าเผื่อจะทำอะไรแล้วผมคิดว่าตรงไปตรงมาและตามกระบวนการนะครับ เพราะว่าไม่ให้เสียเวลาสภาชุดนี้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในสภา กทม. ก็ผ่านสภา กทม. มา แล้วก็สมาชิกพรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีการทักท้วงแม้แต่คนเดียว มติในสภา กทม. ที่มีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วยก็เอกฉันท์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถ้าหาก จะเป็นประเด็นการเมืองก็ต้องรักษามารยาท รักษาจริยธรรม ถ้าหากต้องการตรวจสอบจริง ๆ ก็ทำกันให้ถูกต้องครับ ขอบคุณมากครับ
ผมให้ท่านสรุปนะครับ แต่ไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เดี๋ยวจะไม่จบ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็ด้วยความเคารพท่านประธาน เวลาสมาชิกทางซีกฝ่ายค้านพูด พูดแม้กระทั่งว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ไม่ยอมให้งบประมาณไปทำรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย จากสาทรไปตากสิน
คืออย่างนี้ครับ ผมนั่งฟังผมเข้าใจประเด็นที่ท่านได้นำเสนอครับ เอาอย่างนี้ ผมไม่ให้ ต่อล้อต่อเถียงกันนะครับ ให้ท่านยุทธพงศ์สรุปได้เลยนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเวลามาพาดพิงถึงอดีตนายกรัฐมนตรีทางฝั่งผมไม่ได้ประท้วงไม่ได้อะไรเลย ทั้งที่มันก็นอกประเด็น แล้วเรื่องนี้สมาชิกในห้องนี้ก็รู้ว่าใครเป็นคนอภิปราย แต่ท่านประธานครับ ผมไม่ไปประท้วงให้เสียมารยาท เพราะผมถือว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้ เอกชนเข้าร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... แล้วเรื่องที่ว่าผ่านสภา กทม. มันไม่เกี่ยว มันเป็นเรื่องของข้อบัญญัติของ กทม.
อย่างนี้ครับ คือถ้าท่านยังติดใจผมขอแนะนำให้ไปยื่นต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีอำนาจ ตามพระราชบัญญัติในเรื่องของคำสั่งเรียกอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบทั้งเอกสารและคนได้ ถ้าท่านยังพูดไปแล้วไปกระทบกับการจัดการในกรุงเทพมหานครผมจะไม่ให้พูดนะครับ เพราะว่าเราได้ตกลงกันว่าวันนี้น่าจะจบในเรื่องนี้ แล้วก็มีท่านสมาชิกหลายท่านที่จะเดินทางกลับ แล้วเครื่องบินก็ไม่รอนะครับ อย่างท่านครูติ๋วอย่างนี้หน้าตาท่านก็ไม่ดีแล้วเพราะว่า ท่านจองเครื่องบินไว้แล้วนะครับ
ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ผมก็จะขอสรุปนะครับว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการ ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ มันมีปัญหา อย่างที่ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการว่าท่านจะต้องเข้าไปแก้ไขในข้อบกพร่อง ของกฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่าเอกชน มาร่วมกันโกงรัฐบาลครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ครับ เดี๋ยวท่าน พันเอก วินัย รอต่อจากท่านสุนัยนะครับตามลำดับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ ผมเชื่อว่าก็คง จะฝากผ่านไปถึงทางรัฐบาลแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กรุณามารับฟังด้วยตัวเอง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าผมจะไม่พาดพิงเหมือนท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้หรอกครับว่า ในเรื่องของรัฐวิสาหกิจหรือวิสาหกิจ แต่ผมมีความจำเป็นที่อาจจะต้องพาดพิงแล้วก็พูดถึง สิ่งที่เป็นตัวอย่างในการที่จะไปแก้ไขใน พ.ร.บ. ร่วมทุนในครั้งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เพื่อจะได้ฝากไปยัง รัฐบาลแล้วก็กรรมาธิการในอนาคตว่าน่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีความรอบคอบยิ่งขึ้น ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเรามีการได้พูดกันถึงในเรื่องของการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ร่วมทุน ขออนุญาตใช้คำนี้นะครับ ในครั้งนี้ผมเรียนครับว่าสาระหลัก ๆ จริง ๆ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ที่เราใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนี้มา วันนี้มันผ่านไปหลายปีก็จะเห็นว่า ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมีโครงการที่มีปัญหาแล้วมีการฟ้องร้องมากมาย ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่าบางรายถึงขนาดว่ามีการตั้งโครงการซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากว่า ไม่ต้องการเข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ก็มีการตั้งโครงการขึ้นมา ให้ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่สาระสำคัญก็คือว่าในหลายจังหวัด ผมเชื่อว่าสมาชิกในห้องนี้หลาย ๆ ท่านที่ในต่างจังหวัดด้วย ท่านจะเห็นว่าโครงการใหญ่ ๆ ก็สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละอัน มันเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาททั้งนั้น ทำไมถึงต้องเข้า พ.รบ. ร่วมทุน ประเด็นปัญหาก็คือว่า มีการต่อเติมโครงการต่าง ๆ หลังจากที่ได้ซอย หรือเราเรียกง่าย ๆ ว่ามีการซอยสัญญาครับ ท่านประธาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้า พ.ร.บ. ปี ๒๕๓๕ บางอันก็ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ แล้วก็ตัดต่อ เพิ่มเติม เพิ่มเนื้องานไปเรื่อย ๆ จนงบประมาณมันเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบางอันภาครัฐติดตามได้ทันก็มีการฟ้องร้องมาในภายหลังว่าหน่วยงานนั้น ๆ มีการละเว้น แล้วก็เพิกเฉยในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ เหตุผลที่เขาต้องการจะหลีกเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุนอันนี้ เพื่อน ๆ สมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้วก็คือว่า มันมีความล่าช้า แล้วก็มี ขั้นตอนที่ยังไม่ครอบคลุมในการที่จะใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ทำให้ทุกหน่วยงาน ครับท่านประธาน เมื่อมีโครงการอะไรก็ตามที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเป็นปัญหามาก เพราะด้วยคำจำกัดความก็ดี มาตรฐานกฎเกณฑ์ในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้น ก็คนละมาตรฐาน เพราะฉะนั้นเรื่องมาตรฐานผมฝากท่านประธานไปถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีและทางรัฐบาลว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากว่าถ้าเราไม่แก้ไขปรับปรุง ให้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ละหน่วยงานอยากทำอะไรก็ทำไป ตามความคิดของแต่ละหน่วยงาน ผมเห็นว่าในร่างก็ยังมีการนำเสนอการเสนอโครงการ ของแต่ละหน่วยงานที่กำกับดูแลให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า ในขั้นคณะกรรมาธิการคงต้องไปดูในรายละเอียดอีกว่า ทำอย่างไรให้ทุกคนปฏิบัติได้ตาม แล้วก็เลิกแนวทางในการที่จะเลี่ยงพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว รวมไปถึงสามารถ ในบางครั้งนะครับ สามารถจะต่อสัญญากันเป็นช่วง ๆ แล้วก็เกิดการฮั้วประมูลเกิดขึ้น อย่างเช่นครับท่านประธาน ถ้าเกิดเรามีโครงการใหญ่ ๆ ประมาณสัก ๑,๕๐๐ ล้านบาท ๑,๕๐๐ ล้านบาท เขาสามารถซอยเป็น ๓-๔ สัญญา แล้วก็มีการแบ่งกันให้เรียบร้อยว่าใครได้จะได้ไม่ต้องไปแย่งกันเป็นอันเดียว กับ ๒. ถ้าเกิดรวมกัน ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็ต้องผ่านพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเกิดมาตั้งแต่เราใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มา เพราะฉะนั้นผมก็ฝากไปถึงทางคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็รัฐบาลว่าเรื่องนี้ต้องไปเขียน ให้รอบคอบ เนื่องจากว่าถ้ามีแนวทางในการปรับปรุงผมก็เห็นด้วยนะครับว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คราวนี้สาระสำคัญที่ผมบอกว่าผมอาจจะต้องพาดพิงบ้าง ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง แล้วก็เป็นแนวทางให้ทางรัฐบาลในอนาคตด้วยที่ทาง คณะกรรมาธิการจะได้เอาไปดูเป็นตัวอย่าง ก็คือว่า มีโครงการอยู่ ๑ โครงการ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว จนถึงวันนี้เราออกจากสภานี้ไปไม่นาน เราก็สามารถเห็นได้ ก็คือโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) ซึ่งริเริ่มดำเนินการโครงการนี้ มาตั้งแต่สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร โครงการนี้ใช้วิธีการซึ่งเราทราบดี อยู่แล้วครับว่าโครงการนี้มีการใช้งบประมาณเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน แต่ผมจะเรียน ผ่านไปยังทางรัฐบาลและท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าโครงการนี้ได้มีการใช้แนวทางตั้งแต่ต้น เปลี่ยนรูปแบบของการก่อสร้างเป็นระบบเทิร์นคีย์ ก็คือหาเอกชนมาดำเนินการ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็ส่งกลับมาให้กับเจ้าของสัมปทาน ก็คือ รฟท. การรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วท่านประธานเห็นไหมครับว่าวันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่เราเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุนในขณะนั้น แล้วใช้เป็นระบบเทิร์นคีย์เข้ามาในขณะนั้น ปัญหาวันนี้พอดี มันมาเกิดตอนนี้พอดีครับ ก็เป็นโชคดีของพวกเราที่เราก็ได้เห็นว่า การเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ในการอนุมัติโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ ในครั้งนั้น แล้วมาใช้ระบบเทิร์นคีย์นั้น ก็เลยเกิดปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ ปัญหาก็คือว่าหลังจากที่ได้ผู้ประกอบการดำเนินการก่อสร้าง แอร์พอร์ต ลิงค์ในขณะนั้น ภายใต้รัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พอวันนี้มาแล้วเสร็จ ท่านไปดูสิครับว่าแอร์พอร์ต ลิงค์นั้นพอสร้างเสร็จเขาก็ส่งคืนให้ รฟท. แล้ววันนี้ผู้ที่ใช้บริการ แอร์พอร์ต ลิงค์ หรือพวกเราลองไปดูก็ได้ครับว่า เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวันนี้ไม่คุ้มทุน ผู้ใช้บริการก็มีคำติต่าง ๆ นานา แล้ววันนี้มีคนใช้ ผมคิดว่าเที่ยวหนึ่งไม่ถึง ๓๐ คน ถามว่าเหตุผลที่ผมต้องยกตัวอย่างว่าถ้าในทางกลับกันเกิดเราใช้เป็นระบบเข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ในครั้งนั้นกรณีของแอร์พอร์ต ลิงค์ ก่อนที่เอกชนเขาจะเข้ามาร่วมทุนกับรัฐบาลเขาต้องไปคิด ให้ดีว่าถ้าเกิดเขาทำเสร็จแล้วเขาต้องบริหารด้วย เหมือนได้สัมปทานไปแล้วสร้างเสร็จ ต้องบริหารด้วย เขาก็จะคิดว่าเขาต้องใช้งบประมาณเท่าไร เมื่อสร้างเสร็จแล้วเขาต้องตั้ง ทีมงานและใช้คนงานกี่คน ใช้ระบบแบบไหน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต้องครบครัน ขนาดไหนเพื่อให้คนและพี่น้องประชาชนไปใช้แล้วคุ้มทุนและสามารถอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ที่จะมาใช้ได้ ฉะนั้นท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่าพอระบบเป็นเทิร์นคีย์ เมื่อสร้างเสร็จก็ส่งให้ รฟท. รฟท. ก็ต้องยอมรับว่าก็ไม่ได้มีความสามารถมากนักในการ ไปใช้เวลาหรือมีเวลาในการไปบริหารแอร์พอร์ต ลิงค์ ก็เลยทำให้วันนี้แอร์พอร์ต ลิงค์เห็นอยู่ ว่าไม่มีคนใช้ หรือมีคนใช้น้อยมากครับ และนี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะยกตัวอย่างว่า มีความจำเป็นต้องพาดพิงเล็กน้อยไปถึงว่ารัฐบาลสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็พยายามไม่ใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ เพราะเกรงว่าจะช้า แล้วก็เกรงว่าจะไม่สามารถ ดำเนินการได้ทันท่วงที แต่ท้ายที่สุดวันนี้ผลลัพธ์มันก็ออกมาแล้วว่าการเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุน แล้วไปใช้เทิร์นคีย์ในวันนั้นก็ทำให้เกิดปัญหา ฉะนั้นเป็นเหตุผลในการที่ผมจะยกตัวอย่าง ฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่าถ้าเราจะปรับปรุง พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ ในวันนี้ และในอนาคตก็ต้องคิดให้ครอบคลุมว่าประโยชน์ของเขาก็มี แล้วเราก็ต้องระมัดระวังกลุ่มคน ที่จะเลี่ยงการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนในอนาคตด้วยเพื่อไม่ให้เกิดกรณีอย่างแอร์พอร์ต ลิงค์เกิดขึ้นอีก ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่เราเห็นอยู่แล้ว แล้ววันนี้ผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วว่า ไม่ประสบความสำเร็จ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือว่าการใช้ พ.ร.บ ร่วมทุน มันก็เกี่ยวโยงกับนโยบายของรัฐบาลด้วย ผมไม่อยากจะพาดพิงท่านที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ที่พูดไปบอกว่ามีผู้อภิปรายหลายท่านพูดไปถึงการต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ๒.๒ กิโลเมตรในอดีต ว่าไปเกี่ยวอะไรกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าผมเข้าใจว่า เขาจะพยายามอธิบายว่า พ.ร.บ. ร่วมทุนอันนี้เป็น พ.ร.บ. ร่วมทุนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ถ้าวันนั้นทางกรุงเทพมหานครโดยพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่เดินหน้าทำเองโดยใช้งบของกรุงเทพมหานครต่อข้ามไปฝั่งธนบุรี ตรงตากสินก็ยังต้องกลับมาใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ก็คือฉบับที่เรากำลังจะแก้ไขนี่ละครับ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าวันนี้รถไฟฟ้าที่ข้ามไปฝั่งธนบุรี ๒.๒ กิโลเมตรที่พูดถึงนั้นวันนี้จะทำเสร็จหรือไม่ เพราะด้วยเงื่อนไขของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ ปี ๒๕๓๕ มีหลาย ๆ อย่างที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้รวดเร็ว ทันท่วงที แล้วก็แก้ไขเงื่อนไขต่าง ๆ ให้มันเป็นไปตามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ผมถึงพยายามจะชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ผมกำลัง นำเรียนนั้น คือสิ่งที่นำไปสู่การแก้ไข พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ในวันนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปโจมตีอดีตรัฐบาลของท่านเลย ผมก็ฝากท่านประธานไปเพื่อความสบายใจนะครับ เพียงแต่ต้องการจะชี้ว่าถ้ายังเป็นอย่างนั้นอยู่ แล้ววันนี้ถ้าพูดในทางกลับกันต้องกราบขอบพระคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณที่วันนั้น ให้ กทม. ทำเอง แล้วก็ไม่ได้ใช้รัฐบาลสนับสนุน เพราะถ้ารัฐบาลทำเองขนาดนั้นก็ต้อง กลับมาใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งก็จะล่าช้า แล้ววันนี้พี่น้องฝั่งธนบุรีก็ยังไม่ได้ใช้ แต่เมื่อ กทม. ทำเองแล้วก็ไม่ได้อยู่ในกรอบเงื่อนไข ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็จึงสามารถทำให้พี่น้องฝั่งธนบุรีวันนี้สามารถใช้รถไฟฟ้า ๒.๒ กิโลเมตร ได้จนถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นผมก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มันคือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นแล้ว และมันเป็นเรื่องที่เราจะต้องพูดคุยกัน ในรายละเอียดว่าทำอย่างไรการหลีกเลี่ยง พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก
กับเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ผมเห็นท่านประธาน ขยับหลายรอบ แต่จริง ๆ ผมก็คิดว่าผมไม่ได้ออกนอกประเด็นเลยนะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องของในร่างที่เสนอมาก็มีการพูดถึงในหมวดของการเสนอโครงการ ก็ได้มีหน่วยงาน แล้วก็มีหมวดที่เขียนขึ้นมาว่า การเสนอโครงการในอนาคตต่อไปนี้ก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลภาพรวม ดูแลยุทธศาสตร์ แล้วก็กรองว่าหน่วยงานไหนจะเสนอ โครงการอะไร อย่างไร ผมเรียนท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็อาจจะฝากไปถึงกรรมาธิการ ในอนาคตด้วยว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าเกิดท่านตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด แล้วเป็นไปตามนี้ก็คือมีผู้หลักผู้ใหญ่ของรัฐบาลเข้ามาเป็นกรรมการแล้วทั้ง ๒๐-๓๐ กระทรวงก็มีโครงการที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทุกโครงการต้องเข้ากระบวนการ ของคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมด ผมก็ไม่แน่ใจว่าโครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในอนาคต มันจะเดินหน้าไปด้วยความรวดเร็ว ผมก็ฝากไปว่าการนำเสนอโครงการ หรือคณะกรรมการที่มาคัดสรรโครงการของแต่ละกระทรวงที่เสนอมานี้เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ผมก็ฝากไปว่าอย่าให้คณะกรรมการชุดนี้มันเป็นผู้ใหญ่ที่เรียกว่าเวลาไม่ค่อยจะมีประชุม ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะเป็นคอขวด ภารกิจของท่านนายกรัฐมนตรีก็มีมาก ผมเห็นเร็ว ๆ นะครับ รู้สึกว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าโครงการทั้งหมดมีกี่ร้อย โครงการไม่ทราบในแต่ละกระทรวง แล้วเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาททั้งหมด ต้องมาคอย ท่านนายกรัฐมนตรีประชุม ผมก็เกรงว่ามันจะเป็นคอขวด แล้วก็ทำให้โครงการทั้งหลายแหล่ มันไม่สามารถจะดำเนินการไปได้รวดเร็ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็ฝากไปนะครับว่าอาจจะต้องไปดู องค์ประกอบ แล้วก็ความคล่องตัวในการทำงานในอนาคตด้วย
กับอีกเรื่องหนึ่งครับ ก็เป็นเรื่องของสิ่งที่เราต้องพูดถึงแน่นอนก็คือว่าตัวเลข ของการตั้งเพดานของโครงการที่จะเข้าสู่ พ.ร.บ. ร่วมทุนก็ต้องฝากไปดูว่าเราจะยังยืนอยู่ที่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ด้วยตัวเลขโครงการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป ผมเชื่อว่าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทางรัฐบาลและกรรมาธิการต้องไปช่วยกันดูว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องหยุดไว้แค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ควรจะน้อยลงหรือมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ ในการกรองโครงการแล้วก็สามารถให้เอกชนเข้ามาร่วมได้อย่างโปร่งใส มีความคล่องตัว แล้วก็ฝากให้คำนึงถึงการดำเนินการในเรื่องของการขอเงินกู้ต่าง ๆ ในแต่ละโครงการที่เอกชน จะเข้ามาดำเนินการด้วย เพราะถ้าเราบอก ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าระบบธนาคารพาณิชย์ ระบบเงินกู้ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นสอดคล้องไปกับระบบที่ธนาคารต่าง ๆ ได้ให้ไว้ มันก็ไม่สามารถ ทำให้โครงการแล้วก็แนวทางในการที่จะเอาภาคเอกชนเข้ามาร่วมในโครงการของรัฐ มันเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นผมก็เรียนท่านประธานไปอีกทีครับว่าผมก็มีความกังวลและก็เป็นห่วง แล้วก็ฝากไปถึงทางรัฐบาลด้วยว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีถ้าจะแก้ไขแต่ก็ต้องแก้ไขด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าไปคิดแต่ว่าแก้ไขเพื่อให้มันเข้าเป้าหรือเข้าแนวทางที่รัฐบาลคิดว่าจะเป็นประโยชน์ ในการทำงานเท่านั้น เพราะไม่มีใครทราบหรอกครับว่าในอนาคตใครจะเป็นรัฐบาล อันนี้ มันควรจะเป็นสิ่งที่ต้องเป็นประโยชน์แล้วก็สามารถจะเอาไปใช้ในภาพกว้างได้ แล้วผมก็ยืนยันอีกทีหนึ่งครับว่าแนวทางในเรื่องของการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้นอาจจะต้อง มีรูปแบบหรือยุทธศาสตร์ในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนให้มันครอบคลุมแล้วก็เป็นวิสัยทัศน์ ของรัฐบาลที่ต้องกำหนดได้ครับ ในปี ๆ หนึ่งจะใช้แนวทางในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน นั้น กี่โครงการ ไปอยู่ที่กระทรวงไหนบ้าง แล้วก็ระยะเวลาในการใช้เป็นอย่างไรบ้าง ผมคิดว่า อันนี้สำคัญมาก เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็เอาไปใช้หมด แล้วก็ไม่แน่ใจว่าการติดตาม โครงการต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร แล้วผมก็ฝากไปถึงว่าแล้วการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ ในอนาคตด้วยครับ ถ้าเรื่องนี้สามารถจะมีความกระจ่างและชัดเจนได้ การพิจารณา งบประมาณในอนาคตอันใกล้ที่เราจะเข้าสู่การพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ ก็จะได้คิดได้ว่า บางอันท่านจะใช้เป็นการร่วมทุน เราก็จะได้ไม่ต้องให้งบประมาณของกระทรวงบางกระทรวงไป เพราะถือว่าเขาสามารถจะไปให้เอกชนเข้ามาร่วมทุนได้ ถ้าท่านมีความชัดเจนว่าท่านจะแก้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนี้เป็นแบบใด อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์กับการพิจารณา งบประมาณในอนาคตต่อไปด้วย ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นท่านสุนัยแล้วก็มาสุดท้าย ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ผมขอเป็นอีก ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ แล้วก็ผมจะปิดการอภิปรายแล้วก็จะให้รัฐบาล ตอบข้อซักถามแล้วเราก็จะลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพราะผมเห็นแล้วแต่ละฝ่าย ก็เห็นด้วยกับหลักการในกฎหมายฉบับนี้นะครับ ถ้าจะเห็นด้วยก็จะต้องให้คลอดโดยเร็วนะครับ ฉะนั้นผมขออีก ๒ ท่าน ฝ่ายละท่านนะครับ ท่านวินัย สมพงษ์ จะเป็นท่านสุดท้าย เชิญท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคงไม่ใช้เวลามากนัก แต่ว่าอยากจะขอแสดงความยินดีกับสิ่งที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส. จากจังหวัดอุตรดิตถ์ การเสนอกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นการเสนอกฎหมายเป็นงานประจำ แต่ผมถือเป็นผลงานที่สำคัญของรัฐบาลนี้ และของท่านรัฐมนตรีทีเดียว เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะนี่เป็นการพูดถึง การเปลี่ยนแปลงปรัชญาครั้งสำคัญของการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งปรัชญาดั้งเดิมของเรา มีมายาวนานแล้วครับ ลึกเหลือเกินครับ เราไม่ให้เกียรติกับนักธุรกิจ เราไม่ให้เกียรติกับพ่อค้า เราคงได้ยินคำพังเพยนะครับว่า สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง เราให้ความสำคัญ กับราชการมากกว่า แต่ว่ากันจริง ๆ แล้วโลกสมัยใหม่เป็นโลกของการพัฒนาที่จะต้องให้การ มีส่วนร่วมของทุนเอกชนเข้ามาจัดการ และวันนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งผมเองจะไม่กล่าวอะไรละลาบละล้วงไปถึงเรื่องบีทีเอสอะไรทั้งนั้นนะครับ แล้วก็ไม่มาแก้ตัวให้ใครนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ต้องกราบขอบพระคุณ แก่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายนั้น นั่นก็คือวันนี้ไม่มีใครมาพูดว่าจะมีการขายชาติ ที่ผ่านมาเราสร้างปรัชญาที่ผิดมากครับ พอจะให้เอกชนร่วมลงทุนจะแปรรัฐวิสาหกิจก็บอกว่า เป็นการขายชาติ ท่านประธานครับ วันนี้จริง ๆ จำเป็นที่จะต้องให้ความเข้าใจกับประชาชน ว่าเราต้องเปิดทางให้แก่ทุนเอกชนขยายบทบาทในการเข้าร่วมในการพัฒนาประเทศ มีอย่างที่ไหนครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราบอกว่าการแปรรัฐวิสาหกิจหรือการเปิดทาง ให้เอกชนเข้าร่วมการลงทุนเป็นการขายชาติ ถ้าอย่างนั้นในประเทศอังกฤษ ในประเทศเยอรมนีนี่ขายชาติกันทุกวันครับ บริษัทมหาชนไม่ว่าจำเป็นการประปา การไฟฟ้า มันเกิดการเทรด (Trade) กันทุกวัน ใครซื้อหุ้นมาก ชาติไหนซื้อหุ้นมากชาตินั้นก็ได้ ก็กลายเป็นชาตินั้นไป ถ้าอย่างนั้นประเทศอังกฤษขายชาติไม่หยุด ประเทศฝรั่งเศสขายชาติ ไม่หยุด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์อย่างมาดามทรูโซซึ่งเป็นบริษัท เป็นหน้าเป็นตาของประเทศอังกฤษทีเดียวในการทำรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ใครไปลอนดอนก็ไปดูกัน ปรากฏว่าขายชาติกันตั้งแต่ทุนอังกฤษขายให้อเมริกัน อเมริกันขายให้อาหรับ ดังนั้นเรื่องของ การลงทุนนั้นเป็นเรื่องโลกสมัยใหม่นะครับ เราคงจะมากล่าวกันในลักษณะนั้นไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ท่านเสนอกฎหมายอันนี้เข้ามานี่ผมถือว่าท่านได้เปลี่ยนปรัชญาที่สำคัญ ของการลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอความกรุณาก็คือว่า เรื่องบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจนั้น วันนี้เป็นกระบวนการหนึ่งของความคิดดั้งเดิม ซึ่งเรามีความจำกัดทางประวัติศาสตร์ เมื่อ ๕๐ กว่าปีก่อนนั้น เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปรากฏว่าในวันนั้นทุนเอกชนของเรา มันไม่ได้ขยายใหญ่มาก ด้วยเหตุนี้เราจึงใช้การลงทุนโดยรัฐที่เราเรียกว่า สเตท เอ็นเตอร์ไพรซ์ (State enterprise) ตั้งแต่ในสมัย จอมพล ป. ทำบริษัทรัฐตั้งแต่ต้นจนถึงรากฐานเลย แล้วก็ยังมีคนคิดอย่างนั้นอยู่ครับ ที่จะให้รัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งกระบวน แต่วันนี้เราได้พบ ความเป็นจริงแล้วว่าภาคเอกชนนั้นมีบทบาทที่สำคัญ แล้วก็ได้ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนโดยรัฐ โดยแท้ ๆ นั้นไม่อยู่ในฐานะที่จะได้ทำอีกแล้ว เพราะยิ่งทำยิ่งเจ๊ง ยิ่งทำยิ่งขาดทุน ดังนั้นองค์กรของรัฐต่าง ๆ ที่ยุบกันไปหมดแล้วนะครับ องค์การแก้ว องค์การแบตเตอรี่ วันนี้เราต้องยอมเปิดใจที่จะทำความเข้าใจต่อสิ่งนี้ ผมจึงขอเวลาตรงนี้เท่านั้นเองละครับ ที่อยากจะสนับสนุนท่านให้ดำเนินการ แต่บังเอิญผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการในเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเองเห็นว่าควรจะให้ความสำคัญต่อทุนขนาดกลางที่จะขยาย บทบาทในต่างจังหวัดด้วย อย่างกรณีที่ท่านพูดถึงภาครัฐในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันมาตรา ๒๓ ของท่านดูเสมือนว่าจะเปิดทางให้แก่ทุนขนาดใหญ่ นั่นก็คือ โครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทุนขนาดกลางในชนบท นักธุรกิจขนาดกลางในชนบทไม่ใช่น้อย ที่มีทุน ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป วันนี้เงินทุนสะสมของทุนในต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นทุน การก่อสร้างหรือทุนต่าง ๆ นั้นมีขนาดใหญ่มากขึ้น ผมคิดว่าอยากจะให้มีการฝาก ความคิดเห็นท่านรัฐมนตรีไปด้วยครับว่าควรจะมีการคำนึงถึงเรื่องของทุนขนาดกลาง ผมเองไม่มีเวลาที่จะไปเป็นกรรมาธิการด้วยก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีตรงนี้ไปด้วยนะครับ ท่านนั่งคุยกันไปแล้วก็ฟังผมบ้างก็แล้วกันนะครับท่านประธานครับ อุตส่าห์ชมตั้งพักใหญ่ ยังไม่ฟังเลยครับ ท่านประธานครับ ควรจะให้ทุนขนาดกลางในต่างจังหวัดเขาได้แสดง บทบาทด้วยนะครับ ก็ท่านไปเขียนเอาตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นกรอบ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ของการร่วมลงทุนมันเลยกลายเป็นเรื่องทุนขนาดใหญ่ ซึ่งผมก็เห็นว่า เป็นเรื่องดีครับ ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ว่าทุนขนาดกลางควรจะถูกเปิดทางให้ด้วย และทำไมครับท่านประธาน เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว แล้วท่านได้มีการพิจารณา กันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนี้นะครับ มันจะทำให้ทุนเอกชนซึ่งในอดีตมันถูกตีบตันอยากจะขยาย บทบาทก็ขยายไม่ได้ ในที่สุดเลยไปขยายไปอยู่กับกองทัพ ไปแอบแฝงอยู่กับหน่วยราชการ แล้วก็ไปสนับสนุนกระบวนการที่นอกกฎหมาย อย่างระบบการสื่อสารนี้มีอย่างที่ไหนครับ แย่งกัน ๓ จี ๓ จี (3G) สุดท้ายปรากฏว่ามีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งดำเนินการเสียเฉย ๆ โดยไม่ต้องประมูลอ้างว่ารัฐวิสาหกิจของรัฐนั้นจ้างทำ ถามว่าที่จ้างทำนั้นได้ไปเท่าไร ผมถึงบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายที่สำคัญ ผมถึงให้เกียรติมากครับ ธรรมดา ก็ไม่ค่อยได้อภิปรายหรอกครับ ตอนหลัง ๆ นี้เป็นประธานคณะกรรมาธิการแล้วไม่ค่อยได้พูดเท่าไร ให้เกียรติท่านว่าสิ่งที่ท่านทำนี้เป็นผลงาน พอท่านหันหน้ามาฟังผมผมก็กราบขอบพระคุณนะครับ ท่านประธานครับ ก็ขอให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และขอฝากมาตรา ๒๖ หน่อยเถอะครับ ท่านดูหน่อยเถอะครับว่าทำอย่างไรไม่ให้มันอยู่เฉพาะในเรื่องทุนขนาดใหญ่อย่างเดียว ทำอย่างไรให้ทุนขนาดกลางของไทยในภาคการต่างจังหวัดมีการขยายบทบาทด้วย รวมตลอดถึงการขยายบทบาทออกไปในต่างประเทศ ร่วมกับรัฐก็ได้ครับออกไปต่างประเทศด้วย ทุกวันนี้ไม่ใช่มานั่งทำแต่โรงสีในประเทศ วันนี้ประเทศกัมพูชาที่ผมเดินทางไป เจริญสัมพันธไมตรีในฐานะกรรมาธิการต่างประเทศเขาอยากจะให้มีการลงทุนเรื่องการแปรรูปข้าว อีกเยอะแยะครับ แต่เราก็ไม่ได้รับการส่งเสริมกันไป ดังนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านนี้เองครับ ว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแต่การเสนอกฎหมายแต่เรากำลังเสนอเปลี่ยนแปลงรากฐานของปรัชญา ทีเดียวว่ารัฐไทยนั้นจะต้องขยายตัวไป การลงทุนนี้ไม่ใช่เป็นการลงทุนเฉพาะ เรื่องโทรคมนาคมขนาดใหญ่ แต่การลงทุนเรื่องพลังงานขนาดกลางในต่างจังหวัดก็น่าจะทำ เช่น พลังงานสะอาดหรือพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่จะทำ ลงทุนสัก ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ ทุนขนาดย่อยทำกันได้ก็ควรจะมีการดำเนินการ และที่สำคัญที่สุดครับในนี้ยังไม่ได้พูดถึง เพราะเรายังไม่ได้พูดถึงปัญหาใหญ่ที่สุดคือปัญหาการลงทุนภาคการเกษตรขนาดใหญ่ ประเทศนี้แปลกมากครับพยายามจะเลี้ยงเกษตรขนาดเล็กเอาไว้ครับ เตี้ยอุ้มค่อมอยู่กันอยู่อย่างนี้ ท่านประธาน ผมได้เคยถามผู้อำนวยการของ ธ.ก.ส. ถามว่าลูกค้าของท่านที่มีลักษณะ เป็นลูกหนี้ที่ปล่อยไม่ไปอยู่เป็น ๑๐ ปี แล้วเข้า ๆ ออก ๆ เดี๋ยวเอาเงินมาใช้ แล้วก็กู้ไป ๆ ก็เอาเงินมาใช้ใหม่ สุดท้ายไม่ได้เอาไปที่ไหนหรอกครับกู้เถ้าแก่ข้างหน้ามาใช้ ธ.ก.ส. กู้ ธ.ก.ส. กลับมาใช้เถ้าแก่ แล้วกินส่วนแบ่ง ถามว่ามีสักเท่าไร เขาบอกผมว่ามีร้อยละร้อยครับ ดังนั้นถ้าเราไม่ได้พูดถึงกฎหมายฉบับนี้ให้ขยายไปสู่ภาคการเกษตรก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย ทำให้การปฏิรูปทางการเกษตรขนาดใหญ่เราเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ต้นทุนทางการเกษตร ขนาดย่อยนั้นเราไม่สามารถที่จะดำเนินการให้มีประสิทธิภาพสูงในการแข่งขันกับตลาดโลกได้ ควรจะเปิดทางเรื่องนี้ด้วย แต่แน่นอนครับเฉพาะการเกษตรนี่เรายังบล็อก (Block) กันอีกหลายชั้นครับ ไม่ให้ทุนขนาดใหญ่ขยายเข้าไปได้ ผมขอยืนยันว่าท่านประธานครับ ขอบพระคุณทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และขอให้ ท่านรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่นั่งอยู่ที่นี่ได้เกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ท่าน กล้าหาญชาญชัยในการทำเรื่องนี้ และเราจะได้สนับสนุนท่านเต็มที่ครับ แล้วก็คิดว่า พอท่านวินัยขึ้นมา ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่ดีมาก ก็ไม่มีพูดจาพาดพิงกันก็จะใช้เวลาสั้น ๆ อีกไม่เกิน ๑๐ นาทีเราก็จะโหวตได้ ก็ขอเชิญเพื่อนผู้แทนราษฎรทั้งหลายที่ได้ยินเสียงนี้ แล้วก็ขอให้เข้ามาในสภาเตรียมโหวตนะครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมขอกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลชุดนี้ที่ได้เอากฎหมายฉบับนี้ ซึ่งได้ก่อตัวขึ้นมาก่อน ท่านเอาของดี ๆ อย่างนี้มาสานต่อต้องกราบขอบพระคุณครับ บ้านเมืองจะไปได้ถ้าช่วยกันคนละไม้ละมือ ของดีใครคิดไว้ ใครเริ่มไว้ทำต่อครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นกระผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่เราควรจะยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับเก่าคือปี ๒๕๓๕ เพราะใช้มาตั้ง ๒๐ ปี กว่าจะดำเนินการตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับที่เราใช้กันมาตั้ง ๒๐ ปีได้นี่ เกือบ ๆ ๒ ปี ๒ ปีครึ่งเสียเวลามาก แล้วก็ล้าสมัย ไม่ทันกับความก้าวหน้าของประเทศเพื่อนบ้าน เฉพาะกลุ่มอาเซียนและทั่วโลก เหตุที่กระผมสนับสนุนให้ยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับเดิม ปี ๒๕๓๕ แล้วก็หันมาให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เพราะว่าผมได้ดูแล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้การร่วมทุนจะก่อให้เกิดเอกภาพ ไม่ใช่ต่างกระทรวง ต่างหน่วยงาน ต่างทำเสนอมาก็จะเกิดความซ้ำซ้อน
ข้อที่ ๒ ที่ผมเห็นว่าน่าจะต้องยกเลิกของเก่าแล้วก็เอาของใหม่ฉบับนี้มาใช้ เพราะฉบับที่ท่านเสนอมานี่ผมดูแล้วมันกำหนดเงื่อนไขเป็นหลักเป็นเกณฑ์ เป็นมาตรฐานสากลระดับโลก
และข้อที่ ๓ มันโปร่งใส มันลดโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ท้ายที่สุด ผมเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มันจะสอดคล้องทันสมัยกับอนาคตที่เรากำลัง เผชิญหน้าอยู่ เราอยากจะมีรถไฟความเร็วสูง เราอยากจะมีเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) ถ้าโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด หรือโครงการ การขนส่งคมนาคมใหญ่ ๆ อื่น ๆ อีกมากมายซึ่งเป็นพัน ๆ ล้านบาท หมื่น ๆ ล้านบาทนี่ กระผมมั่นใจว่าโครงการอย่างนั้นรัฐบาลย่อมต้องการที่จะให้เอกชนมาแบ่งเบาภาระ ทางงบประมาณ อยากจะให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อประโยชน์ความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ท่านประธานที่เคารพครับ มันสอดคล้องกับสภาวะที่เรากำลังจะเผชิญอยู่ในอีก ๒-๓ ปี ข้างหน้าเราจะต้องเป็นสมาคมอาเซียน เป็นอาเซียน คอมมูนิตี้ (ASEAN Community) เราต้องทันสมัยเพื่อประโยชน์ในการเชื้อเชิญให้ใครต่อใครมาลงทุนในบ้านเรา และเราต้อง สอดคล้องกับสภาวะนานาชาติทั่วโลก ซึ่งเรากำลังเชิญชวนเขามาลงทุนบ้านเรา ถ้าเผื่อเรามี กฎหมายที่ดี ทันสมัย เขาก็ไม่ขัดข้องที่จะมาลงทุนกับเรา ท่านประธานครับ กระผมเป็นคน ที่เกิดร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ร่วมลงทุนปี ๒๕๓๕ หรือผมเป็นคนที่เกิดร่วมสมัยกับสิ่งที่ ไม่ว่าฝ่ายใดครับพูดพาดพิงถึงเช่นบีทีเอส กระผมก็อยากจะขออนุญาตอธิบายความสักนิดหนึ่ง มาเล่าความเดิมให้ฟังเพื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะได้อภิปรายกันต่อไปในวันข้างหน้า วาระที่สอง วาระที่สามอะไรก็แล้วแต่ จะได้เข้าใจถ่องแท้ตรงกัน ไม่เข้าใจกันผิดนะครับ เพราะกระผมนั้นกล้าพูดว่าผมเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ของรถไฟฟ้าบีทีเอสครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงปี ๒๕๒๘ ถึงปี ๒๕๓๔-๒๕๓๕ กระผมมีโอกาส เป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รับใช้คนกรุงเทพมหานครขณะนั้นท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ต้องกราบขออภัยที่กระผมได้เอ่ยนามท่านในทางที่ดี ท่านเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กระผม พันเอก วินัย ก็เป็นเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเป็นรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ฝ่ายบริหารและการคลัง ผมได้ใช้เวลารับใช้คนกรุงเทพมหานคร อยู่เป็นเวลา ๖ ปี ๑ เดือน กับ ๑๕ วันเต็ม ๆ ครับ ๖ ปี ๑ เดือน ๑๕ วัน ผมกราบเรียนว่า ผมได้มีส่วนรู้ส่วนเห็นในการแก้ปัญหากรุงเทพมหานครในตอนนั้น ๒-๓ เรื่อง เป็นปัญหา ที่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับคณะผู้บริหารของท่าน รวมทั้งตัวกระผมต้องเผชิญอยู่ และต้องแก้ให้คนกรุงเทพมหานคร เพราะ กทม. ในยุคที่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการ กทม. สมัยแรกนั้นเป็นครั้งแรกที่ผู้ว่าราชการ กทม. มาจากการเลือกตั้ง โดย พ.ร.บ. กทม. ฉบับใหม่ แทนการแต่งตั้ง ท่านประธานครับ ปัญหาที่กรุงเทพมหานคร เผชิญอยู่ตอนนั้นง่าย ๆ ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือทำอย่างไรกรุงเทพมหานคร จะเปลี่ยนแปลงจากเมืองที่มีความสกปรกติดอันดับโลก กลายเป็นเมืองที่มีความสะอาด ติดอันดับโลก เรื่องที่ ๒ ก็คือทำอย่างไรเราจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เหมือนขณะนี้ละครับท่าน ใครมาก็ต้องเจอเรื่องขยะ เรื่องน้ำท่วม และปัญหาที่ ๓ ที่ผู้ว่าราชการ กทม. ทุกยุคทุกสมัย เผชิญอยู่ก็คือการแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร
ท่านประธานครับ ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาการจราจรนั้นกระผมกราบเรียนว่า เป็นความสาหัสสากรรจ์มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ปี ๒๕๒๖ ปี ๒๕๒๗ ปี ๒๕๒๘ มาเรื่อยจนถึงวันนี้ครับ ในขณะนั้นปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๒๙ ปี ๒๕๓๐ มาเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผมรับใช้คนกรุงเทพมหานครอยู่ ผมเป็นคนที่ไปริเริ่มให้มีการเดินเรือในคลองแสนแสบ ผมเป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ครับ ผมเดินไปขอร้องกระทรวงคมนาคม ท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าว่า ท่านครับ ผมขอเดินเรือ ในคลองแสนแสบจากโน่นถึงโน่น ผมจะทำท่าเรือ เอาเรือมาเดิน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ตอนนั้นอธิบดีกรมเจ้าท่าท่านก็บอกว่า คุณวินัยคุณไปลองทำดู แล้วผมก็มาลองทำดู และทดลองอยู่จนเดี๋ยวนี้ก็ใช้คำว่า ทดลองทำดู และมันอยู่จนถึงวันนี้ท่านครับ มันมาจาก ที่พวกกระผมริเริ่มเอาไว้
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาการจราจรนอกจาก การเดินเรือในคลองแสนแสบ อีกเรื่องหนึ่งผมอยากจะขออนุญาตเล่าความเดิมนะครับ รัฐบาลในสมัยนั้น ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านล่วงลับไปแล้วแต่ในทางที่ดี เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลของท่านด้วย ท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ครับ ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี พี่จำลองกับผมเรียกท่านว่าพี่ชาติ พี่ชาติ หรือน้าชาติ วันหนึ่งตอนกลางวัน ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชายท่านก็เชิญ ท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ในขณะนั้น ในขณะที่ผมเป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย เชิญท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชายบอกว่า จำลอง คุณไปลองคิดดูสิ ทำรถลอยฟ้า อะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาการจราจรช่วยคุณ ถ้า กทม. เสนอมารัฐบาลจะให้การสนับสนุน ท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ซึ่งผมเรียกท่านว่า พี่มาโดยตลอด พี่จำลองก็บอกว่าขอไปคุยกับ กทม. ก่อน ไปปรึกษาหารือกันก่อน แล้วพี่จำลองก็มาพบผมที่ห้อง มาปรึกษา เพราะผมเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายบริหารและการคลัง ท่านก็บอกว่า วินัย พี่ชาติท่านบอกว่าให้เราทำรถไฟฟ้า คุณว่าอย่างไร ผมก็ตอบพี่จำลองว่า พี่ครับ รับมาเลยครับ รับทำเลยครับ ขอให้รัฐบาล สนับสนุนเรา เราทำทันที เพราะว่าเราต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนเรา พี่จำลองก็ถามว่า วินัย แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนมาทำ จะเอาที่ไหนไปเป็นที่ทำรถไฟฟ้า เพราะต้องเงินทุนมากมายมหาศาล ผมก็บอกว่า พี่ไม่ต้องกลัว เอาเกาะกลางถนนเป็นที่ตั้งเสาแล้วเรื่องเงินเราไพรเวไทซ์ (Privatize) เราให้เอกชนมาลงทุนแบบเทิร์นคีย์ เมื่อเขาสร้างเสร็จ ทำเสร็จ ให้สัมปทาน เขาบริหารจัดการ เอากำไรคืนไปเป็นทุนของเขาคืน เห็นไหมครับ นั่นคือปีประมาณก่อนที่จะมี พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนปี ๒๕๓๕ ก่อนจะมี พ.ร.บ. ร่วมทุน ที่เรากำลังจะยกเลิกมัน ใช้มา ๒๐ ปี มีลักษณะการให้สัมปทานอย่างโครงการบีทีเอส อีกโครงการหนึ่งที่ผมอยากจะเอ่ยถึงก็คือโครงการโฮปเวลล์ โครงการโฮปเวลล์มีรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ได้ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนต่างประเทศ แล้วต่อมาก็มาเป็นโครงการบีทีเอส ของกรุงเทพมหานคร บีทีเอสเมื่อได้สัมปทาน ให้สัมปทานไปแล้วไม่ค่อยจะมีปัญหา เพราะตอนนั้นกราบเรียนนะครับว่าไม่ว่า พลตรี จำลอง ก็ดี ผมก็ดี เราชื่นชมเรานิยม ที่จะบอกว่าต้องเปิดเผย โปร่งใส ต้องมีคุณธรรม ไม่ให้ใครมาเคลือบแคลงสงสัยว่ามีเล็กมีน้อย กับใครทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นโครงการบีทีเอสก็เดินมาเรียบร้อยจนกระทั่งได้มีการดำเนินการ เดินรถรับใช้ประชาชนมาถึง ๑๓ ปีนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทีนี้บางโครงการ ในสมัยก่อนที่จะมี พ.ร.บ. ร่วมลงทุน ปี ๒๕๓๕ นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ท่านเคยปรารภว่า การให้สัมปทานกับเอกชนมาร่วมลงทุนนี้ บางครั้งมันง่ายเหลือเกิน บางโครงการมันง่าย มีกระดาษ ๒-๓ แผ่น ก็เอาโครงการหมื่นล้านบาท แสนล้านบาทไป มันควบคุมไม่ได้ มันอาจจะมีนอกมีในเป็นที่สงสัย เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันการทุจริต การคอร์รัปชัน เพื่อให้เกิดความเปิดเผย โปร่งใส ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์จึงได้ออก พ.ร.บ. ปี ๒๕๓๕ ขึ้นมา ซึ่งก็ใช้มาถึง ๒๐ ปี พ.ร.บ. ปี ๒๕๓๕ ร่วมลงทุนก็ทำให้ข้อครหานินทาต่าง ๆ ก็เบาลง แต่การเอาเอกชนมาร่วมลงทุนนั้นก็ค่อนข้างจะชักช้าลำบากและไม่เป็นเอกภาพ เพราะฉะนั้น เมื่อมี พ.ร.บ. ร่วมลงทุน ฉบับใหม่เสนอขึ้นมาแก้จุดอ่อน แก้ของเก่าที่ไม่ดี ผมจึงได้ ให้การสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเล่าความเป็นไปเป็นมาของบริษัทบีทีเอส ผมกราบเรียนว่าผมเกี่ยวข้องกับบีทีเอสตั้งแต่ตอนเป็นรองผู้ว่า กทม. และมันตามมาราวีผม ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกต่างหาก ท่านครับ เมื่อผมพ้นจากการเป็น รองผู้ว่า กทม. ก็มีโอกาสเป็นรัฐบาลบ้าง เป็นฝ่ายค้านบ้างและวันหนึ่งก็ไปนั่งอยู่ที่กระทรวงหูกวางครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอนที่บริหารจัดการบีทีเอสนี้ ความจริงบีทีเอสดั้งเดิมแท้ ๆ เส้นทางดั้งเดิมนั้นเริ่มจากนี่อย่างไรครับ สะพานควายไปจบที่อ่อนนุชนะครับ และโครงการบีทีเอส จะต้องมีเดปโป้ (Depot) มีที่ซ่อมพวกโรลลิ่งสต็อก (Rolling stock) พวกหัวรถจักร พวกโบกี้ ตามแผนเดิมนี้เดปโป้หรือที่ซ่อมจะอยู่ที่โน่นครับ สวนลุมพินีครับ ที่สวนลุมพินี แต่อยู่ไปอยู่มา พี่น้องชาวจีนสวนลุมพินีครับ ไม่อยากจะให้บีทีเอสมาใช้สวนลุมพินี พี่จำลองผมก็ถูก ล้อมกรอบแทบแย่เกือบจะเอาตัวมาไม่รอด เพราะฉะนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมจึงได้ตัดสินใจว่าขอร้องพี่จำลองว่าเปลี่ยนเดปโป้จากสวนลุมพินีมาอยู่ที่ กรมการขนส่งทางบกเถอะนะครับ แล้วบีทีเอสต่อจากสะพานควายมาที่ตลาดจตุจักร ตรงกรมการขนส่งทางบกอีกนิดหนึ่ง ตอนนั้นผมเป็นผู้อำนวยการตลาดนัดจตุจักร อยู่ด้วยเห็นว่าพี่น้องตลาดจตุจักรก็ได้ประโยชน์จากบีทีเอสและที่กรมการขนส่งทางบก มีที่พอที่จะเอาเดปโป้มาตั้ง แล้วก็ไม่ต้องไปทะเลาะกับพี่น้องที่สวนลุมพินี เพราะฉะนั้นโครงการบีทีเอส จึงได้เอาเดปโป้มาตั้งที่กรมการขนส่งทางบก และนั่นคือระยะทางดั้งเดิมที่กระผม และท่านจำลอง ศรีเมือง ได้ทำเอาไว้ ส่วนต่อ ๆ มาครับ มีการต่อส่วนขยาย มีการที่จะให้ทำ สัญญาโอเปอเรท (Operate) หรือว่าบริหารกันมากปีน้อยปีอะไรนี้ กระผมจะไม่ขอพาดพิงถึง เพราะไหน ๆ เรื่องนี้ผมทราบว่าได้มีการเสนอต่อ ป.ป.ช. แล้ว เพราะฉะนั้นกระผมก็ขอให้ เป็นไปตามกระบวนความยุติธรรม ผิดถูกอย่างไรก็เป็นไปตามกระบวนแห่งความยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้พูดภูมิหลังในฐานะเป็นคนเกิดร่วมสมัย ตั้งแต่ตรงโน้นมา เพื่อที่ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้ทราบความเป็นไปเป็นมาก่อนหน้าจะมีกฎหมายร่วมลงทุน ปี ๒๕๓๕ เมื่อก่อน ๆ โน้นเขาก็ใช้วิธีการให้สัมปทาน ต่อมาเมื่อมีกฎหมายร่วมลงทุนก็มาใช้กฎหมาย ร่วมลงทุนเพื่อให้เกิดความทันสมัย ผมเห็นว่ายกเลิกของเก่าทิ้งเสีย ใช้มา ๒๐ ปีแล้ว ใช้ของใหม่เถอะ เพราะฉะนั้นกระผมก็ขอกราบเรียนว่าเมื่อผมได้อ่านดูร่างซึ่งยังไม่ได้มีการ แก้ไขอะไรมากในวาระที่สอง วาระที่สามซึ่งต้องแก้ต่อไปนี้ ผมเห็นว่าเพียงร่างเริ่มต้นนี้ กระผมเห็นด้วยที่จะให้การสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง ท่านประธานครับ
เมื่อสักครู่นี้เราได้ตกลงกันแล้วนะครับว่าท่านวินัย สมพงษ์ เป็นท่านสุดท้าย ผมจึง ขอปิดการอภิปรายนะครับ เชิญรัฐบาล คือที่ตกลงกันแล้วขอจบแค่ท่านวินัย สมพงษ์ นะครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมใส่ชื่อไปก่อนท่านสุนัย ด้วยซ้ำก็เอาชื่อผมออก แล้วก็มาสรุปว่าเหลือคนสุดท้ายแล้วก็ปิด ท่านประธานจะทำอย่างไรดีครับ ผมก็เตรียมตัวที่จะวิพากษ์วิจารณ์พระราชบัญญัติฉบับนี้ มันเป็นประโยชน์ หรือเป็นโทษ สมควรจะแก้ไขอย่างไร ผมขอ ๓ นาทีท่านยังไม่ให้เลย
เมื่อสักครู่ท่านตกลงกันแล้ว
เอาอย่างนี้ท่านประธานตัดสินก็แล้ว กันว่าท่านจะให้ผมพูดต่อไหม ถ้าไม่ให้พูดผมก็เชื่อท่านประธาน
เอาอย่างนี้
ท่านจะให้ผมพูดต่อ ๓ นาที หรือว่า ไม่ให้พูด ถ้าไม่ให้พูดก็จะเชื่อท่าน
อะไรนะครับ ถ้าไม่ให้พูดทำอะไรนะครับ
ฟังคำสั่งของท่านประธานครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านอลงกรณ์มีอะไรเดี๋ยวผมถามท่านอลงกรณ์ก่อนนะครับ คือได้ตกลง กันแล้วว่าท่านวินัย สมพงษ์เป็นท่านสุดท้าย คราวนี้ถ้าท่านพิเชษฐ์ขอ ๓ นาที ผมก็จะให้ ๕ นาที แล้วก็ท่านอลงกรณ์หรือท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สัก ๕ นาที ก็น่าจะจบนะครับ ฝ่ายละ ๕ นาทีนะครับ เชิญท่าน ๕ นาทีครับ แล้วก็ให้ ท่านกษิตแล้วกันนะครับ ท่านอลงกรณ์ไว้รายการต่อไปแล้วกัน เชิญครับ
ถ้าผมไม่พูดท่านอลงกรณ์ก็ไม่ได้พูด ใช่ไหมครับท่านประธาน ผมจะได้ไม่ต้องพูด
คืออนุญาตให้ ๕ นาที
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในยุคนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ พระราชบัญญัติฉบับนี้ถือว่า เป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานครับ การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐนั้นทำมา ๒๐ ปี เราได้เห็นประโยชน์และโทษ แล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ท่านประธานครับ บริษัททรูวิชั่นในสมัยนั้นได้ใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ อสมท. ให้สัมปทานไป แต่ปรากฏว่าวันนี้ได้แก้ไขสัญญาทรูวิชั่นมี ๒๐๐ ช่อง มีการโฆษณาได้ ผมไม่ทราบว่า ใครร่ำรวยจากสัญญานี้ ผมไม่พูดถึงนะครับ ผมถึงบอกว่ามันเป็นปัญหาจำเป็นต้องแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ยกตัวอย่าง สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะเป็นสนามบินแห่งที่ ๓ ของปริมณฑล ของประเทศไทย ท่าเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกอยู่ในการครอบครองของทหารเรือ อู่ต่อเรือของทหารเรือ ในส่วนนี้ ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้จะทำให้มีนักลงทุนระดับโลกจะเข้ามาลงทุนซึ่งจะทำให้ เพิ่มมูลค่า เพิ่มจีดีพี (GDP) ของประเทศหลายเปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ประเทศจีน ต้องการเพียงอย่างเดียวว่าขอทำสัญญากับรัฐบาลของประเทศไทย ขอให้ได้ทำสัญญากับ ประเทศไทย เงินลงทุนไม่อั้น ดังนั้นเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้
เหตุผลที่ ๑ ก็คือมอบให้เอกชนได้ทำโครงสร้างพื้นฐานได้ ทำกิจการบริการ สาธารณะได้ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดเชียงรายของผมก็สามารถที่จะมีรถขนส่งมวลชน ซึ่งลงทุนเป็นหลายพันล้านบาทได้ มีรถไฟใต้ดินได้ มีรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อ กรุงเทพมหานครได้ มีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกได้ นี่คือผลประโยชน์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะทำให้ต่างชาติมาลงทุนได้
๒. ประหยัดงบประมาณของภาครัฐ รัฐบาลไม่ต้องตั้งงบประมาณประจำปี ให้เป็นเรื่องของเอกชนกับรัฐบางที่จะทำสัญญา ทำอะกรีเมนท์ (Agreement) ทำเอ็มโอยู กันนอกงบประมาณ ท่านประธานครับ
ผลประโยชน์ข้อที่ ๓ คือเราสามารถที่จะกำหนดนโยบายของชาติระยะยาวได้ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้บอกว่าให้ทำได้ ให้รัฐบาลกำหนดนโยบายล่วงหน้า ๕ ปี ผมบอก ท่านรัฐมนตรีว่าไม่พอ ประเทศจีนได้ทำซีเนริโอ (Scenario) หรือได้ทำนโยบายล่วงหน้า ๒๐ ปี เขาถึงมาทำสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่จังหวัดเชียงราย ที่ประเทศลาว วันนี้พระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องขยายไป ๒๐ ปี ระยะสั้น ๕ ปี ระยะกลาง ๑๐ ปี ระยะยาว ๒๐ ปี เพื่อให้ต่างชาติทั่วโลกได้เห็นแผน ได้เห็นยุทธศาสตร์ ได้เห็นนโยบาย ของรัฐบาลไทยว่าจะเดินไปทิศทางไหน การลงทุนขนาดใหญ่จะเคลื่อนไปตรงไหน ของประเทศไทย
ท่านประธานครับ วันนี้ที่อำเภอเชียงของสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ ๓ รองรับถนนอาร์ ๓ เอ (R3A) ผมได้เขียนโครงการสวนสัตว์ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ใช้พื้นที่ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ใช้งบประมาณอยู่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ประเทศจีนเขาสนใจ ที่จะมาร่วมทุนแล้วครับ แล้วเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย ๑๕,๐๐๐ ไร่ โดยมีศูนย์ราชการ มีเขตปลอดภาษี มีทุกอย่างในนั้น ๑๕,๐๐๐ ไร่ เราเตรียมพื้นที่ไว้แล้วมูลค่าร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้สามารถทำได้เลยถ้าพระราชบัญญัติร่วมทุนเกิดขึ้น ท่านประธานครับ การกำหนด หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นมาตรฐานโลก มาตรฐานสากลต้องชัดเจน ถ้าชัดเจนแล้วทั่วโลก สามารถที่จะกำหนดแนวทางที่จะมาลงทุนในประเทศไทยได้ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจาก พระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อเริ่มต้นทุกคนก็ดูถูก เหยียดหยาม ๓ เดือน ๖ เดือน เป็นนอมินี (Nominee) บ้าง วันนี้รัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ทำสิ่งที่มันจะเป็นประโยชน์ที่จะเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ซึ่งเป็นรัฐมนตรีใหม่ ผมต้องขอบคุณที่ท่านได้มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล ขอบคุณท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วย ขอให้รัฐบาลนี้อยู่นาน ๆ ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านกษิต ภิรมย์ ๕ นาทีนะครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้เวลาไม่ถึง ๕ นาทีครับ อยากจะขอพูด เสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ๕ ไม่ เท่านั้นเองในการที่จะดำเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้
๑. คือในการเข้าร่วมทุนของภาครัฐกับทางภาคเอกชนนั้นจะต้องไม่ไปแข่งขัน กับกิจการที่เอกชนเขามีการแข่งขันแล้วเขาทำได้ดีอยู่แล้ว เราต้องไม่เอารัฐเข้าไปแข่งขันกับ ภาคเอกชน
๒. จะต้องไม่นำไปสู่การผูกขาดใด ๆ เลยทั้งสิ้น
๓. จะต้องไม่ไปกระทบกระเทือนการดำรงชีวิตของผู้ค้าขนาดกลางแล้วก็รายย่อย
๔. แล้วอีกอันหนึ่งคือจะต้องไม่เป็นช่องทางให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เหมือนกับเข้ามาทางประตูหลังนะครับ
๕. แล้วก็ประเด็นสุดท้ายจะต้องไม่ให้เป็นการถูกครอบงำโดยเอกชนต่างชาติครับ
ผมขอฝาก ๕ ไม่นี้เพื่อจะได้รักษาความเป็นรัฐ เป็นอธิปไตยและความเป็นตัว ของตัวเองของประเทศไทยแล้วก็บรรดาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือว่าหน่วยงานของรัฐที่จะไป ลงทุนกับต่างประเทศ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ผมว่าอภิปรายพอสมควรนะครับ ขอปิดการอภิปรายนะครับ ถือว่าที่ประชุมปิดอภิปราย เชิญให้ท่านละ ๕ นาที ท่านอลงกรณ์ไว้เป็นกรรมาธิการแล้วกันนะ ขอปิดการอภิปรายนะครับ เชิญท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ความจริง ท่านขานชื่อผมไปแล้วนะครับ
ไม่ใช่ คืออย่างนี้ ผมบอกว่าให้ฝ่ายละ ๕ นาที
ผมขออนุญาตใช้สิทธิอภิปรายแล้วกัน ท่านประธาน
คือได้ตกลงกันแล้วนะครับ
ผมใช้สิทธิอภิปรายครับ ไม่อย่างนั้น ผมจะพูดเกิน ๕ นาที
ท่านจะขอกี่นาที ๒ นาทีใช่ไหม
ท่านกษิตใช้สิทธิแค่ ๑ นาทีเศษ บวกของผม
ท่านจะสวมของท่านกษิตเลยใช่ไหม เชิญครับ
แล้วก็บวกด้วย ๕ นาที
เชิญครับ ท่านเหลืออยู่ประมาณ ๓ นาทีกว่า ๆ
คงเกินกว่านั้นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใช้สิทธิเพราะว่ากฎหมายฉบับนี้หลายคนอภิปรายสนับสนุน ค่อนข้างมาก ผมจะให้อีกมุมมองหนึ่ง การเสนอกฎหมายหรือการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ด้วยกลไกทางกฎหมาย เช่น ร่างพระราชบัญญัติให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ที่เสนอมานี้ ความจริงก็ถือได้ว่าเป็นความพยายาม ก็ต้องให้เครดิต คุณกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเป็นอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ริเริ่มแล้วก็จนกระทั่งมาสานต่อโดยรัฐบาลปัจจุบัน มุมมองผมอาจจะแตกต่างไปจากหลายท่าน เพราะว่ามีข้อสังเกตที่อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ โดยเฉพาะกฎหมายดังกล่าวนั้นความจริงเราใช้มา ๒๐ ปีแล้ว ผมเป็นผู้แทนราษฎรสมัยแรกเมื่อปี ๒๕๓๕ ตอนนั้นต่อเนื่องสมัยรัฐบาล ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากภาคเอกชน จึงได้มีการออกกฎหมายในเรื่องของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ หลังจากนั้นเราก็มีการดำเนินการในเรื่องของการร่วมทุนในหลายโครงการ ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าความจริงมันไม่จำเป็นจะต้องมีกฎหมายแบบนี้ครับ ความจริงกฎหมาย อย่างนี้ควรยกเลิกไปได้แล้วครับ ผมฝากข้อคิดตรงนี้เพราะว่าเรามักจะเป็นประเทศที่คิดว่า กำลังจะพัฒนาแล้วใครเขาทำอะไรต้องทำตาม รูปแบบการบริหารในเรื่องการร่วมทุนของรัฐ และเอกชน ที่เรียกว่า พีพีพี หรือว่าพับลิค ไพรเวท พาร์ทเนอร์ชิพ ความจริงเรามีกลไก ดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่ยังดำเนินการไม่ดีพอเท่านั้น ไปปรับปรุงแล้วก็ขับเคลื่อน เชื่อไหมท่านประธานที่ผมต้องใช้สิทธิ เพราะว่าผมฟังการอภิปรายเห็นด้วยกันหมดไม่มีข้อติติง เพียงแต่มีข้อสังเกต แต่ผมก็เรียนกับท่านประธานว่าคำอภิปรายของผมจากนี้ไปจะเป็นการให้ มุมมองต่อสภาแห่งนี้และต่อรัฐบาล เพื่ออย่างน้อยจะได้ยั้งคิดสักนิดหนึ่งว่าสิ่งที่กระผม ได้อภิปรายนั้นมีเหตุ มีผลเพียงใด
ประการแรก ก็คือว่าในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายนั้นทุนมีน้อยครับ ระบบพีพีพี เขาเรียกว่า ลงทุนก่อนผ่อนทีหลัง คือภาครัฐมีข้อจำกัด แล้วไม่ใช่เพียงแค่หลักการ เหตุผลที่รัฐบาลเสนอมาเพียงแค่ ๒ เหตุผลเท่านั้น ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานหรือว่า บริการภาครัฐ แต่มันมีโครงการพิเศษจำเป็นเร่งด่วนที่เป็นข้อที่ ๓ แต่รัฐบาลไม่ใส่ไว้ กฎหมายพีพีพีนั้นต้องเรียนว่าเมื่อตอนที่ผมได้ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจไปประชุม อาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ครั้งหลังสุด เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่จาการ์ตา ในการประชุมทวิภาคี ท่านประธานาธิบดีอาควิโน ของประเทศฟิลิปปินส์ได้ส่งหนังสือ ๑ เล่มให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น เป็นหนังสือที่เขียนหน้าปกว่า โครงการพีพีพีของประเทศฟิลิปปินส์ หมดครับ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) เรื่องของถนน รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน โรงไฟฟ้า แม้แต่เสาไฟฟ้าวางสายพาดเสา รวมไปถึงแม้แต่โรงพยาบาลของรัฐ โรงเรียนของรัฐ นี่คือกิจการของรัฐ ซึ่งประเทศนั้น ๆ ไม่มีงบหรือเพดานหนี้เกินกว่าที่จะสามารถลงทุน ด้วยตัวเองได้ เพราะฉะนั้นก็เปิดโอกาสให้เอกชนลงทุน ไม่ใช่เฉพาะกิจการในประเทศ แต่กิจการต่างประเทศด้วย และไม่ใช่กิจการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รวมไปถึงในเรื่องของบริการสาธารณะภาครัฐ และรวมถึงโครงการพิเศษเร่งด่วน ตรงนี้เองละครับ ที่ผมเรียนท่านประธานว่าทำไมภายใต้กระบวนการ ๒๐ ปีที่เรามีประสบการณ์ตรงนี้ ทำไมจะต้องมีกฎหมายเช่นนี้อีกครับ ผมกังวลมาก เพราะว่าปัจจุบันขีดความสามารถ ในการแข่งขันเราลดลงครับ หรือว่าความรวดเร็วคล่องแคล่วที่เราเรียกว่ากัฟเวิร์นเมนท์ เอฟฟิเชียนซี (Government efficiency) หรือประสิทธิภาพของภาครัฐของเราไม่ดีขึ้นครับ เพราะเราออกกฎระเบียบ ออกกฎหมายมากเกินไปหรือเปล่า ปัจจุบันท่านประธานคงทราบ หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีคงทราบว่า เรามีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินี่ดูกรอบใหญ่ ความจริงแล้วถ้าเราให้กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ บริษัทของรัฐ รวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้เสนอโครงการของรัฐซึ่งเกินกว่ากำลังงบประมาณอย่างน้อยในช่วง ๓ ปี แล้วก็เอามาพิจารณา และเราก็มีคนที่ดูในส่วนของกรอบวินัยการเงิน การคลัง เช่น กระทรวงการคลัง สำนักนโยบายรัฐวิสาหกิจก็ดี หรือว่าสำนักบริหารหนี้สาธารณะก็ดี แล้วก็นำเสนอ ครม. จัดทำเป็นเล่ม แบบเดียวกับที่ฟิลิปปินส์เขาทำ ไม่เห็นความจำเป็นว่าเราจะต้องไปสร้างคอขวด อะไรเพิ่มขึ้นเลยครับ ผมฝากข้อกังวลไว้ ๕ ประการครับ ข้อกังวล ๕ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือว่าหวังว่าเราจะไม่สร้างคอขวดเพิ่มขึ้นครับ วันนี้เขามีแต่ ดีเรกูเลต (Deregulate) วันนี้เรากลับเรกูเลต (Regulate) เพื่อสร้างโครงสร้างใหม่ ๆ ขึ้นมา ทั้งที่ถามบอกว่าอำนาจหน้าที่เดิมนั้นพอเพียงไหม พอครับ คณะรัฐมนตรีจะต้อง ให้ความเห็นชอบอยู่แล้ว สภาพัฒน์หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย และต้นสังกัด ต้องทำงานในส่วนนี้ให้เสร็จสิ้นอยู่แล้ว แล้วก็มารวมกัน มาดูกรอบ และกระทรวงการคลัง ก็มาดูในเรื่องของการจัดหนี้สาธารณะ แล้วก็จัดสิ่งที่เราเรียกว่าการจัดลำดับความสำคัญ ก่อน-หลัง ท่านประธานครับ เราไม่ควรที่จะสร้างคอขวดครับ ถ้าคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่มีอยู่มันคู่ขนานกับรัฐบาล คู่ขนานกับโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว ผมถามบอกเรากำลังสร้าง ขั้นตอนที่มันมากขึ้น แทนที่จะเร็วกลับช้า นี่ประการที่ ๑ ที่ฝากไว้
ประการที่ ๒ ก็คือว่าอย่าให้มีเบี้ยบ้ายรายทางเพิ่มขึ้นครับ ต้องยอมรับว่า โครงการขนาดใหญ่ของบ้านเรานี่ต้องจ่ายครับ จะจ่ายมาก จ่ายน้อย อย่าให้เป็นว่ามันมีโต๊ะเพิ่มขึ้น และนี่คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผลสำรวจกี่ครั้ง ๆ สิ่งที่ประชาชนห่วงใย และภาคเอกชนเขาวิตกกันมาก รวมทั้งหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ท่านคงทราบดี เขากังวลมากคือเรื่องคอร์รัปชัน ยิ่งมีโต๊ะมาก มีด่านมากขึ้น จ่ายมากขึ้นครับ และท้ายที่สุดนี่คือบริการภาครัฐ กิจการของรัฐ ไม่ว่าเอกชนร่วมลงทุนแบบพีพีพีหรือไม่ อย่างไร เขาจะบวกต้นทุนเหล่านั้นไปสู่ค่าบริการของประชาชน
ประการที่ ๓ ก็คือการจัดลำดับความสำคัญ ตรงนี้สำคัญครับท่านประธาน การจัดลำดับความสำคัญไม่ว่าในกฎหมายฉบับนี้ที่มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะจัดลำดับด้วยหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าวันนี้เราต้องการจะก้าวสู่ การเป็นผู้นำของอาเซียนเราบอกว่าเราต้องการเป็นฮับ (Hub) ทางด้านโลจิสติกส์ ถามบอกว่า ลำดับความสำคัญจะอยู่ที่ไหน จะอยู่ที่ท่าเรือ ท่าเรือน้ำลึก ทั้งซีพอร์ต (Sea port) ทั้งริเวอร์พอร์ต (River port) หรือว่าเราจะมีในส่วนของเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน หรือว่าเราจะมีไอซีดี (ICD) อย่างที่เรามีเพียงแค่ลาดกระบังแล้วเราก็ยังไม่สามารถลงทุนเปิดการลงทุนตรงนี้ได้อีก หรือการที่เราต้องการจะมีรถไฟ ๔ รางทางคู่ไปทั่วทั้งประเทศ หรือการที่เราต้องการ จะมีไฮสปีดเทรน (High-speed train) แม้แต่ระบบขนส่งมวลชนภายในเพื่อให้การค้าการขาย ให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของการค้าการขายและการท่องเที่ยว การจราจรของเรายังติดขัด มากมายเหลือเกิน ในขณะที่เราทำรถไฟฟ้าแต่ละสายช้าเหลือเกินกว่าจะได้ รถไฟใต้ดิน มีสายเดียวอยู่แค่นั้นเอง เรายังต้องการระบบไลท์เรล (Light rail) ระบบโมโนเรล (Monorail) ระบบฟีดเดอร์ (Feeder) ที่จะทำเกิดลูพ (Loop) ของการขนส่งมวลชน เพื่อให้เกิดความเป็นเมืองศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและการค้าขายและการขนส่ง หรือว่าเราจะต้องสร้างโรงพยาบาลเพื่อตอบสนองต่อยุคของสังคมผู้สูงอายุและตอบสนอง ต่อโภชนาการของเราที่ยังต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้เกิดผู้ป่วยจำนวนมาก รัฐลงทุนไม่พอ เอกชนเข้ามาเป็นพีพีพีในด้านของสาธารณสุข อย่างนี้เป็นต้น
ท่านประธานครับ ตัวอย่างสุดท้ายที่ยกกับท่านก็คือประเทศลาวนี่ครับ ปี ๒๕๕๒ ไปเยือนประเทศลาว มองไปฝั่งโน้นบอกเราจะยกฐานะด่านชั่วคราวผ่อนปรน ให้เป็นด่านถาวร ประเทศไทยพอมีเงินงบประมาณ ประเทศลาวท่านบอกว่า ท่านมีงบประมาณน้อย เพราะฉะนั้นก็ยังเปิดไม่ได้ เราพร้อม เขาไม่พร้อม ยกฐานะเป็นด่านถาวรพร้อมกันไม่ได้ แต่เชื่อไหมครับหลังจากนั้นอีก ๑ ปี เขาใช้พีพีพีครับ เขาให้เอกชนสร้างด่านเลย แล้วรัฐได้อะไร ได้ใช้สำนักงานฟรี และแบ่งค่าเหยียบแผ่นดินกัน แบ่งค่าธรรมเนียมกัน วันนี้ท่านไม่ต้องห่วงเลยครับ ของเรากลับช้ากว่าเขา บอกว่าประเทศไทยจะเปิดด่านยกฐานะด่านสากลได้ที่ไหนบ้างเขาพร้อม แต่เราพร้อมหรือเปล่า ถามว่าตรงนี้ติดขัดเพราะกฎหมายหรือ ไม่ใช่ ไม่ใช่ติดขัด เพราะกฎหมาย แม้แต่กฎหมายเดิมก็ดำเนินการได้ ผมฝากท่านไปนะครับว่าประสิทธิภาพ ของภาครัฐเราระวังในเรื่องของการจัดลำดับว่า ถ้าเราสามารถวางลำดับได้นะครับว่าจะมีไพรออริตี้ (Priority) ในการจัดแล้วเป็นเล่ม เป็นแพคเกจ (Package) เลย ทำเป็นเล่มขึ้นมาเลย แล้วก็เปิดกว้าง โปร่งใส ของประเทศไทย ของต่างประเทศ ไซส์ (Size) กลาง ไซส์ใหญ่ อยากจะเข้ามาที่จะร่วมลงทุนกับภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างจังหวัดเชียงรายอยากจะทำด่าน อยากจะทำไอซีดี อยากจะทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ เปิดไปเลยให้ อบจ. หรือว่าเทศบาลซึ่งอยู่ติดเขตนั้นเขาสามารถไปร่วมทุนในลักษณะอย่างนี้ได้ แต่ว่ารัฐบาลทำกรอบแล้วจัดเป็นเล่มใหญ่ สุดท้ายคือกรอบเวลา กรอบเวลาเป็นตัวกำหนดครับว่า เมื่อเราเลือกกิจการแล้วกรอบเวลามันจะต้องมี แล้วจะต้องดูฐานะของภาครัฐในเรื่องของ หนี้สาธารณะที่มีต่อจีดีพีก็ดี ที่มีต่องบประมาณก็ดี
ผมใช้เวลาตรงนี้เพียงแต่แสดงความห่วงใยเป็นข้อสังเกต เพราะว่าได้ฟัง การอภิปรายแต่ละท่าน แต่ละคนก็เห็นด้วยแล้วก็มองในทางเดียวกันหมด ผมติติง ความจริง ผมชอบนะครับการปรับปรุงกฎหมายใหม่ ๆ แต่บางครั้งการปรับปรุงกฎหมายใหม่ ๆ มันกลับกลายเป็นห่วงมารัดคอเรา เป็นส่วนที่มาเพิ่มภาระในกระบวนการราชการ มาเพิ่มต้นทุนของโครงการต่าง ๆ ทั้งที่โดยแท้ที่จริงแล้วถ้าเราไปปฏิรูปขั้นตอนกระบวนการ ที่มีอยู่แล้ว ไปปฏิรูปกระบวนการอนุมัติให้ความเห็นชอบ ไปปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจน ไปปรับปรุงนิยามต่าง ๆ เพียงแค่คณะรัฐมนตรีก็สามารถที่จะเป็นองค์กรที่จะให้ ความเห็นชอบในขั้นสุดท้าย แล้วก็องค์กรชั้นต้นหน่วยงานเขาก็คุ้นเคยมาแล้ว ๒๐ ปีนะครับ ผมก็เรียนกับทางรัฐบาลว่าเอาละไหน ๆ เมื่อได้สานงานต่อแล้วก็มาเสนอร่างกฎหมายอย่างนี้ ก็ขอให้ชั้นคณะกรรมาธิการไปดูแลกฎหมายฉบับนี้ในรายมาตรา อะไรที่มันรุงรัง อะไรที่มัน เพิ่มขั้นตอน อะไรที่มันไม่ควรต้องให้อำนาจเพราะมีอยู่แล้วเราก็อย่าไปนั่นเลยครับ ขอให้มันเป็นร่างกฎหมายที่มาเพิ่มความคล่องตัว เพิ่มความรวดเร็ว แล้วก็เกิดความรอบคอบ ในการวางแผนยุทธศาสตร์โครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและกิจการบริการของรัฐ หรือโครงการพิเศษ อันนี้ก็จะทำให้ข้อสังเกตที่ผมได้นำเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ทางรัฐบาลนั้นก็จะเกิดประโยชน์ต่อความเห็น ดังนั้นก็ถือโอกาสนี้ฝากประเด็นและสาระ ดังกล่าวไปยังรัฐบาลโดยผ่านท่านประธาน ขอบคุณที่กรุณาให้เวลาผมได้อภิปรายครับ
ขอบคุณครับ ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ เชิญรัฐบาลสรุปครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนที่กระผมจะใช้เวลาในการตอบ ข้อซักถามอย่างกระชับนะครับ ผมจะขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผ่านท่านประธาน เพื่อที่จะได้เรียนถึงความตั้งใจที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้กรุณา ให้ความสำคัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติครั้งนี้นะครับ แล้วก็ขณะเดียวกัน ผมสังเกตเห็นได้ชัดว่าท่านผู้อภิปรายทุกท่านได้กรุณามีความเห็นร่วมกันว่าพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือการดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ นั้น มีข้อติดขัดในการปฏิบัตินะครับ จะขออนุญาตตอบข้อซักถามที่เป็นประเด็นหลัก ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ถามบางประการนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าในอีกหลายประการนั้น เป็นข้อสังเกต ซึ่งท่านผู้อภิปรายแล้วก็ท่านผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการจะได้กรุณาดำเนินการ ร่วมกันในขั้นตอนชั้นกรรมาธิการต่อไปนะครับ
ประการแรก มีคำถามในเรื่องของเงื่อนเวลา การดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการให้กิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีการคำนวณเวลาว่าถ้าหากว่าดำเนินการตามขั้นตอนเดิมนั้นจะต้องใช้เวลานานถึงอย่างน้อย ๑๘ เดือน ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนอนุมัติโครงการ แต่หากมีการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติซึ่งมีเนื้อหาตามร่างฉบับใหม่คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการ เพียงประมาณ ๑ ใน ๓ ของระยะเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามในการดำเนินการต่าง ๆ นั้น ถ้าหากว่ามีประเด็นที่ติดขัด มีการต้องดำเนินการแก้ไขสัญญาหรือการตีความต่าง ๆ นั้น ในร่างพระราชบัญญัติฉบับปัจจุบันได้มีการกำหนดให้มีคณะกรรมการซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแล้วก็มีหัวหน้าส่วนราชการที่สำคัญในการที่จะพิจารณาแก้ไขปัญหาและตีความต่าง ๆ ได้ กระผมขออนุญาตเรียนว่าข้อกังวลของสมาชิกในส่วนของมาตรา ๗๑ ที่กังวลว่าจะนำไปสู่ การนิรโทษกรรม การปฏิบัติที่ไม่ตรงตามพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๓๕ หรือไม่นั้น มีการตีความ โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชัดเจนนะครับว่ามิได้มีประสงค์จะให้เป็นการไปยกเว้น ความผิดการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเดิม เพียงแต่ว่าจะสามารถให้โอกาสในการพิจารณา ว่าหากการปฏิบัติต่าง ๆ สมควรที่จะดำเนินการกันต่อไปนั้นก็สามารถดำเนินการกันได้ ตามพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ดังนั้นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าหากว่า ได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาก็จะนำไปสู่โอกาสในการ ที่จะได้ทำงานร่วมกันกับภาคเอกชนซึ่งนำมาซึ่งความเจริญ แล้วก็การพัฒนาโครงการ โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่สำคัญของประเทศด้วย ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนชี้แจง โดยสังเขปเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป ผมขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ก่อนที่จะลงมติรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบเพื่อทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนจะได้ลงมติในวาระที่หนึ่ง รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... นะครับ ท่านใดที่เข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านชูกัน เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ เหลือจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับ เชิญครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนมีไหมครับ หาที่ให้ท่านหน่อยครับ เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล ๒๗๘ ท่าน ครบนะครับ
ผมจะถามมติที่ประชุมว่า เห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่นะครับ ท่านใดเห็นด้วยเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วย ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เห็นด้วย ๓๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการนะครับ
เชิญตั้งคณะกรรมาธิการ กี่ท่านครับท่านประธานวิปรัฐบาล เชิญท่านขัตติยา
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ๓๑ ท่าน จะประกอบไปด้วยอย่างนี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอ ๕ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญในสัดส่วนของรัฐบาล ๕ ท่านดังนี้ ท่านที่ ๑ นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ นายเสรี นนทสูติ ที่ปรึกษากฎหมายสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ นางญาใจ พัฒนสุขวสันต์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมการ ร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นายภูมิใจ อัตตะนันทน์ ที่ปรึกษา ด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติครับ
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญท่านขัตติยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านค่ะ ๑. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๒. นายไชยา พรหมา ๓. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๔. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๕. นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ๖. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๗. นายนพคุณ รัฐผไท ๘. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๙. นายนิรมิต สุจารี ๑๐. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ๑๑. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๒. นายวันชัย ภาววิมล ๑๓. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๑๔. นายสงวน พงษ์มณี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านนะครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านดังต่อไปนี้ ๑. ดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๓. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๔. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๕. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๖. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๗. นายกรณ์ จาติกวณิช ๘. นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครบนะครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจ ไทย ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๒ ท่าน ๑. นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ๒. นายมานิต นพอมรบดี ขอผู้รับรองค่ะ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ขอเสนอ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชลและพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน คือนายสุชาติ ชมกลิ่น ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญอีกครั้งหนึ่ง
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ๑. นายประสงค์ พูนธเนศ ๒. นายเสรี นนทสูติ ๓. นางญาใจ พัฒนสุขวสันต์ ๔. นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล ๕. นายภูมิใจ อัตตะนันทน์ ๖. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๗. นายไชยา พรหมา ๘. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๙. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๑๐. นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ๑๑. พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๑๒. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๓. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๑๔. นายนิรมิต สุจารี ๑๕. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ๑๖. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๗. นายวันชัย ภาววิมล ๑๘. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๑๙. นายสงวน พงษ์มณี ๒๐. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๒. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๒๓. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๒๔. นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ ๒๕. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๒๖. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๗. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒๘. นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ๒๙. นายมานิตย์ นพอมรบดี ๓๐. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง และ ๓๑. นายสุชาติ ชมกลิ่น
เชิญแปรญัตติกี่วันครับท่านขัตติยา
ท่านประธานที่เคารพคะ ขัตติยา สวัสดิผล เสนอให้มีการแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
เชิญท่านจะเอากี่วันครับ
ผม ชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ ๓๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านอุดมเดชเอาอย่างไรครับ
ท่านประธานคะ ขัตติยา สวัสดิผล ไม่ติดใจค่ะ ๓๐ วัน
แปรญัตติ ๓๐ วันนะครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะปิดประชุมผมมีเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องขอความกรุณา จากที่ประชุม เนื่องจากว่าท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ได้รับการเลือกตั้งแล้วก็จะต้องทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การจะปฏิบัติหน้าที่ได้จะต้องปฏิญาณตนในที่ประชุม ผมจึง ขออนุมัติจากที่ประชุมในวันนี้เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรใหม่ปฏิบัติหน้าที่ โดยขออนุมัติจากที่ประชุมจะขอให้ท่านปฏิญาณตนก่อนนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่า ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ผมขอนำเรื่องนี้ขึ้นมาเลยนะครับ.
ด้วยได้มีประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตำแหน่ง ที่ว่างลงของจังหวัดปทุมธานีในเขตที่ ๕ ได้แก่ นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ฉะนั้นผมขอเชิญ คุณเกียรติศักดิ์ ส่องแสง กรุณายืนขึ้นเพื่อปฏิญาณตนโดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ แล้วท่าน ก็ปฏิญาณตนตามผมนะครับ
“ข้าพเจ้า นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ขอปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดีกับท่านสมาชิกใหม่ นั่งลงครับ
วันนี้ประชุมพอสมควรแล้ว ผมขอปิดการประชุมนะครับ