สุนัย จุลพงศธร ระบุว่า กฎหมายที่เสนอนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงปรัชญาในการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุนเอกชน และเปิดทางให้เอกชนเข้าร่วมการพัฒนาประเทศ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคงไม่ใช้เวลามากนัก แต่ว่าอยากจะขอแสดงความยินดีกับสิ่งที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส. จากจังหวัดอุตรดิตถ์ การเสนอกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นการเสนอกฎหมายเป็นงานประจำ แต่ผมถือเป็นผลงานที่สำคัญของรัฐบาลนี้ และของท่านรัฐมนตรีทีเดียว เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะนี่เป็นการพูดถึง การเปลี่ยนแปลงปรัชญาครั้งสำคัญของการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งปรัชญาดั้งเดิมของเรา มีมายาวนานแล้วครับ ลึกเหลือเกินครับ เราไม่ให้เกียรติกับนักธุรกิจ เราไม่ให้เกียรติกับพ่อค้า เราคงได้ยินคำพังเพยนะครับว่า สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง เราให้ความสำคัญ กับราชการมากกว่า แต่ว่ากันจริง ๆ แล้วโลกสมัยใหม่เป็นโลกของการพัฒนาที่จะต้องให้การ มีส่วนร่วมของทุนเอกชนเข้ามาจัดการ และวันนี้ก็ต้องกราบขอบพระคุณทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งผมเองจะไม่กล่าวอะไรละลาบละล้วงไปถึงเรื่องบีทีเอสอะไรทั้งนั้นนะครับ แล้วก็ไม่มาแก้ตัวให้ใครนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ต้องกราบขอบพระคุณ แก่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายนั้น นั่นก็คือวันนี้ไม่มีใครมาพูดว่าจะมีการขายชาติ ที่ผ่านมาเราสร้างปรัชญาที่ผิดมากครับ พอจะให้เอกชนร่วมลงทุนจะแปรรัฐวิสาหกิจก็บอกว่า เป็นการขายชาติ ท่านประธานครับ วันนี้จริง ๆ จำเป็นที่จะต้องให้ความเข้าใจกับประชาชน ว่าเราต้องเปิดทางให้แก่ทุนเอกชนขยายบทบาทในการเข้าร่วมในการพัฒนาประเทศ มีอย่างที่ไหนครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราบอกว่าการแปรรัฐวิสาหกิจหรือการเปิดทาง ให้เอกชนเข้าร่วมการลงทุนเป็นการขายชาติ ถ้าอย่างนั้นในประเทศอังกฤษ ในประเทศเยอรมนีนี่ขายชาติกันทุกวันครับ บริษัทมหาชนไม่ว่าจำเป็นการประปา การไฟฟ้า มันเกิดการเทรด (Trade) กันทุกวัน ใครซื้อหุ้นมาก ชาติไหนซื้อหุ้นมากชาตินั้นก็ได้ ก็กลายเป็นชาตินั้นไป ถ้าอย่างนั้นประเทศอังกฤษขายชาติไม่หยุด ประเทศฝรั่งเศสขายชาติ ไม่หยุด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์อย่างมาดามทรูโซซึ่งเป็นบริษัท เป็นหน้าเป็นตาของประเทศอังกฤษทีเดียวในการทำรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ใครไปลอนดอนก็ไปดูกัน ปรากฏว่าขายชาติกันตั้งแต่ทุนอังกฤษขายให้อเมริกัน อเมริกันขายให้อาหรับ ดังนั้นเรื่องของ การลงทุนนั้นเป็นเรื่องโลกสมัยใหม่นะครับ เราคงจะมากล่าวกันในลักษณะนั้นไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ท่านเสนอกฎหมายอันนี้เข้ามานี่ผมถือว่าท่านได้เปลี่ยนปรัชญาที่สำคัญ ของการลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอความกรุณาก็คือว่า เรื่องบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจนั้น วันนี้เป็นกระบวนการหนึ่งของความคิดดั้งเดิม ซึ่งเรามีความจำกัดทางประวัติศาสตร์ เมื่อ ๕๐ กว่าปีก่อนนั้น เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปรากฏว่าในวันนั้นทุนเอกชนของเรา มันไม่ได้ขยายใหญ่มาก ด้วยเหตุนี้เราจึงใช้การลงทุนโดยรัฐที่เราเรียกว่า สเตท เอ็นเตอร์ไพรซ์ (State enterprise) ตั้งแต่ในสมัย จอมพล ป. ทำบริษัทรัฐตั้งแต่ต้นจนถึงรากฐานเลย แล้วก็ยังมีคนคิดอย่างนั้นอยู่ครับ ที่จะให้รัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งกระบวน แต่วันนี้เราได้พบ ความเป็นจริงแล้วว่าภาคเอกชนนั้นมีบทบาทที่สำคัญ แล้วก็ได้ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนโดยรัฐ โดยแท้ ๆ นั้นไม่อยู่ในฐานะที่จะได้ทำอีกแล้ว เพราะยิ่งทำยิ่งเจ๊ง ยิ่งทำยิ่งขาดทุน ดังนั้นองค์กรของรัฐต่าง ๆ ที่ยุบกันไปหมดแล้วนะครับ องค์การแก้ว องค์การแบตเตอรี่ วันนี้เราต้องยอมเปิดใจที่จะทำความเข้าใจต่อสิ่งนี้ ผมจึงขอเวลาตรงนี้เท่านั้นเองละครับ ที่อยากจะสนับสนุนท่านให้ดำเนินการ แต่บังเอิญผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการในเรื่องนี้ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเองเห็นว่าควรจะให้ความสำคัญต่อทุนขนาดกลางที่จะขยาย บทบาทในต่างจังหวัดด้วย อย่างกรณีที่ท่านพูดถึงภาครัฐในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันมาตรา ๒๓ ของท่านดูเสมือนว่าจะเปิดทางให้แก่ทุนขนาดใหญ่ นั่นก็คือ โครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทุนขนาดกลางในชนบท นักธุรกิจขนาดกลางในชนบทไม่ใช่น้อย ที่มีทุน ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไป วันนี้เงินทุนสะสมของทุนในต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นทุน การก่อสร้างหรือทุนต่าง ๆ นั้นมีขนาดใหญ่มากขึ้น ผมคิดว่าอยากจะให้มีการฝาก ความคิดเห็นท่านรัฐมนตรีไปด้วยครับว่าควรจะมีการคำนึงถึงเรื่องของทุนขนาดกลาง ผมเองไม่มีเวลาที่จะไปเป็นกรรมาธิการด้วยก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีตรงนี้ไปด้วยนะครับ ท่านนั่งคุยกันไปแล้วก็ฟังผมบ้างก็แล้วกันนะครับท่านประธานครับ อุตส่าห์ชมตั้งพักใหญ่ ยังไม่ฟังเลยครับ ท่านประธานครับ ควรจะให้ทุนขนาดกลางในต่างจังหวัดเขาได้แสดง บทบาทด้วยนะครับ ก็ท่านไปเขียนเอาตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นกรอบ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ของการร่วมลงทุนมันเลยกลายเป็นเรื่องทุนขนาดใหญ่ ซึ่งผมก็เห็นว่า เป็นเรื่องดีครับ ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ว่าทุนขนาดกลางควรจะถูกเปิดทางให้ด้วย และทำไมครับท่านประธาน เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว แล้วท่านได้มีการพิจารณา กันอย่างละเอียดถี่ถ้วนนี้นะครับ มันจะทำให้ทุนเอกชนซึ่งในอดีตมันถูกตีบตันอยากจะขยาย บทบาทก็ขยายไม่ได้ ในที่สุดเลยไปขยายไปอยู่กับกองทัพ ไปแอบแฝงอยู่กับหน่วยราชการ แล้วก็ไปสนับสนุนกระบวนการที่นอกกฎหมาย อย่างระบบการสื่อสารนี้มีอย่างที่ไหนครับ แย่งกัน ๓ จี ๓ จี (3G) สุดท้ายปรากฏว่ามีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งดำเนินการเสียเฉย ๆ โดยไม่ต้องประมูลอ้างว่ารัฐวิสาหกิจของรัฐนั้นจ้างทำ ถามว่าที่จ้างทำนั้นได้ไปเท่าไร ผมถึงบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายที่สำคัญ ผมถึงให้เกียรติมากครับ ธรรมดา ก็ไม่ค่อยได้อภิปรายหรอกครับ ตอนหลัง ๆ นี้เป็นประธานคณะกรรมาธิการแล้วไม่ค่อยได้พูดเท่าไร ให้เกียรติท่านว่าสิ่งที่ท่านทำนี้เป็นผลงาน พอท่านหันหน้ามาฟังผมผมก็กราบขอบพระคุณนะครับ ท่านประธานครับ ก็ขอให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่และขอฝากมาตรา ๒๖ หน่อยเถอะครับ ท่านดูหน่อยเถอะครับว่าทำอย่างไรไม่ให้มันอยู่เฉพาะในเรื่องทุนขนาดใหญ่อย่างเดียว ทำอย่างไรให้ทุนขนาดกลางของไทยในภาคการต่างจังหวัดมีการขยายบทบาทด้วย รวมตลอดถึงการขยายบทบาทออกไปในต่างประเทศ ร่วมกับรัฐก็ได้ครับออกไปต่างประเทศด้วย ทุกวันนี้ไม่ใช่มานั่งทำแต่โรงสีในประเทศ วันนี้ประเทศกัมพูชาที่ผมเดินทางไป เจริญสัมพันธไมตรีในฐานะกรรมาธิการต่างประเทศเขาอยากจะให้มีการลงทุนเรื่องการแปรรูปข้าว อีกเยอะแยะครับ แต่เราก็ไม่ได้รับการส่งเสริมกันไป ดังนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านนี้เองครับ ว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแต่การเสนอกฎหมายแต่เรากำลังเสนอเปลี่ยนแปลงรากฐานของปรัชญา ทีเดียวว่ารัฐไทยนั้นจะต้องขยายตัวไป การลงทุนนี้ไม่ใช่เป็นการลงทุนเฉพาะ เรื่องโทรคมนาคมขนาดใหญ่ แต่การลงทุนเรื่องพลังงานขนาดกลางในต่างจังหวัดก็น่าจะทำ เช่น พลังงานสะอาดหรือพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่จะทำ ลงทุนสัก ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ ทุนขนาดย่อยทำกันได้ก็ควรจะมีการดำเนินการ และที่สำคัญที่สุดครับในนี้ยังไม่ได้พูดถึง เพราะเรายังไม่ได้พูดถึงปัญหาใหญ่ที่สุดคือปัญหาการลงทุนภาคการเกษตรขนาดใหญ่ ประเทศนี้แปลกมากครับพยายามจะเลี้ยงเกษตรขนาดเล็กเอาไว้ครับ เตี้ยอุ้มค่อมอยู่กันอยู่อย่างนี้ ท่านประธาน ผมได้เคยถามผู้อำนวยการของ ธ.ก.ส. ถามว่าลูกค้าของท่านที่มีลักษณะ เป็นลูกหนี้ที่ปล่อยไม่ไปอยู่เป็น ๑๐ ปี แล้วเข้า ๆ ออก ๆ เดี๋ยวเอาเงินมาใช้ แล้วก็กู้ไป ๆ ก็เอาเงินมาใช้ใหม่ สุดท้ายไม่ได้เอาไปที่ไหนหรอกครับกู้เถ้าแก่ข้างหน้ามาใช้ ธ.ก.ส. กู้ ธ.ก.ส. กลับมาใช้เถ้าแก่ แล้วกินส่วนแบ่ง ถามว่ามีสักเท่าไร เขาบอกผมว่ามีร้อยละร้อยครับ ดังนั้นถ้าเราไม่ได้พูดถึงกฎหมายฉบับนี้ให้ขยายไปสู่ภาคการเกษตรก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย ทำให้การปฏิรูปทางการเกษตรขนาดใหญ่เราเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ต้นทุนทางการเกษตร ขนาดย่อยนั้นเราไม่สามารถที่จะดำเนินการให้มีประสิทธิภาพสูงในการแข่งขันกับตลาดโลกได้ ควรจะเปิดทางเรื่องนี้ด้วย แต่แน่นอนครับเฉพาะการเกษตรนี่เรายังบล็อก (Block) กันอีกหลายชั้นครับ ไม่ให้ทุนขนาดใหญ่ขยายเข้าไปได้ ผมขอยืนยันว่าท่านประธานครับ ขอบพระคุณทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และขอให้ ท่านรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่นั่งอยู่ที่นี่ได้เกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ท่าน กล้าหาญชาญชัยในการทำเรื่องนี้ และเราจะได้สนับสนุนท่านเต็มที่ครับ แล้วก็คิดว่า พอท่านวินัยขึ้นมา ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่ดีมาก ก็ไม่มีพูดจาพาดพิงกันก็จะใช้เวลาสั้น ๆ อีกไม่เกิน ๑๐ นาทีเราก็จะโหวตได้ ก็ขอเชิญเพื่อนผู้แทนราษฎรทั้งหลายที่ได้ยินเสียงนี้ แล้วก็ขอให้เข้ามาในสภาเตรียมโหวตนะครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ