สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อภิปรายเรื่องการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งบประมาณเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท และการละเว้นหรือเพิกเฉยในการใช้พระราชบัญญัตินี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดกรอบและวิสัยทัศน์ในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน และการกำหนดตัวเลขโครงการที่จะเข้าสู่ พ.ร.บ. ร่วมทุน รวมถึงการตรวจสอบการขอเงินกู้ต่าง ๆ ในแต่ละโครงการ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ ผมเชื่อว่าก็คง จะฝากผ่านไปถึงทางรัฐบาลแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กรุณามารับฟังด้วยตัวเอง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าผมจะไม่พาดพิงเหมือนท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้หรอกครับว่า ในเรื่องของรัฐวิสาหกิจหรือวิสาหกิจ แต่ผมมีความจำเป็นที่อาจจะต้องพาดพิงแล้วก็พูดถึง สิ่งที่เป็นตัวอย่างในการที่จะไปแก้ไขใน พ.ร.บ. ร่วมทุนในครั้งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เพื่อจะได้ฝากไปยัง รัฐบาลแล้วก็กรรมาธิการในอนาคตว่าน่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีความรอบคอบยิ่งขึ้น ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเรามีการได้พูดกันถึงในเรื่องของการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. ร่วมทุน ขออนุญาตใช้คำนี้นะครับ ในครั้งนี้ผมเรียนครับว่าสาระหลัก ๆ จริง ๆ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ที่เราใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนี้มา วันนี้มันผ่านไปหลายปีก็จะเห็นว่า ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมีโครงการที่มีปัญหาแล้วมีการฟ้องร้องมากมาย ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ว่าบางรายถึงขนาดว่ามีการตั้งโครงการซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากว่า ไม่ต้องการเข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ก็มีการตั้งโครงการขึ้นมา ให้ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่สาระสำคัญก็คือว่าในหลายจังหวัด ผมเชื่อว่าสมาชิกในห้องนี้หลาย ๆ ท่านที่ในต่างจังหวัดด้วย ท่านจะเห็นว่าโครงการใหญ่ ๆ ก็สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละอัน มันเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาททั้งนั้น ทำไมถึงต้องเข้า พ.รบ. ร่วมทุน ประเด็นปัญหาก็คือว่า มีการต่อเติมโครงการต่าง ๆ หลังจากที่ได้ซอย หรือเราเรียกง่าย ๆ ว่ามีการซอยสัญญาครับ ท่านประธาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้า พ.ร.บ. ปี ๒๕๓๕ บางอันก็ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ แล้วก็ตัดต่อ เพิ่มเติม เพิ่มเนื้องานไปเรื่อย ๆ จนงบประมาณมันเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบางอันภาครัฐติดตามได้ทันก็มีการฟ้องร้องมาในภายหลังว่าหน่วยงานนั้น ๆ มีการละเว้น แล้วก็เพิกเฉยในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ เหตุผลที่เขาต้องการจะหลีกเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุนอันนี้ เพื่อน ๆ สมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้วก็คือว่า มันมีความล่าช้า แล้วก็มี ขั้นตอนที่ยังไม่ครอบคลุมในการที่จะใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ทำให้ทุกหน่วยงาน ครับท่านประธาน เมื่อมีโครงการอะไรก็ตามที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเป็นปัญหามาก เพราะด้วยคำจำกัดความก็ดี มาตรฐานกฎเกณฑ์ในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้น ก็คนละมาตรฐาน เพราะฉะนั้นเรื่องมาตรฐานผมฝากท่านประธานไปถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีและทางรัฐบาลว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากว่าถ้าเราไม่แก้ไขปรับปรุง ให้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ละหน่วยงานอยากทำอะไรก็ทำไป ตามความคิดของแต่ละหน่วยงาน ผมเห็นว่าในร่างก็ยังมีการนำเสนอการเสนอโครงการ ของแต่ละหน่วยงานที่กำกับดูแลให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่า ในขั้นคณะกรรมาธิการคงต้องไปดูในรายละเอียดอีกว่า ทำอย่างไรให้ทุกคนปฏิบัติได้ตาม แล้วก็เลิกแนวทางในการที่จะเลี่ยงพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว รวมไปถึงสามารถ ในบางครั้งนะครับ สามารถจะต่อสัญญากันเป็นช่วง ๆ แล้วก็เกิดการฮั้วประมูลเกิดขึ้น อย่างเช่นครับท่านประธาน ถ้าเกิดเรามีโครงการใหญ่ ๆ ประมาณสัก ๑,๕๐๐ ล้านบาท ๑,๕๐๐ ล้านบาท เขาสามารถซอยเป็น ๓-๔ สัญญา แล้วก็มีการแบ่งกันให้เรียบร้อยว่าใครได้จะได้ไม่ต้องไปแย่งกันเป็นอันเดียว กับ ๒. ถ้าเกิดรวมกัน ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็ต้องผ่านพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเกิดมาตั้งแต่เราใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มา เพราะฉะนั้นผมก็ฝากไปถึงทางคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็รัฐบาลว่าเรื่องนี้ต้องไปเขียน ให้รอบคอบ เนื่องจากว่าถ้ามีแนวทางในการปรับปรุงผมก็เห็นด้วยนะครับว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน คราวนี้สาระสำคัญที่ผมบอกว่าผมอาจจะต้องพาดพิงบ้าง ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง แล้วก็เป็นแนวทางให้ทางรัฐบาลในอนาคตด้วยที่ทาง คณะกรรมาธิการจะได้เอาไปดูเป็นตัวอย่าง ก็คือว่า มีโครงการอยู่ ๑ โครงการ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว จนถึงวันนี้เราออกจากสภานี้ไปไม่นาน เราก็สามารถเห็นได้ ก็คือโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) ซึ่งริเริ่มดำเนินการโครงการนี้ มาตั้งแต่สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร โครงการนี้ใช้วิธีการซึ่งเราทราบดี อยู่แล้วครับว่าโครงการนี้มีการใช้งบประมาณเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน แต่ผมจะเรียน ผ่านไปยังทางรัฐบาลและท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าโครงการนี้ได้มีการใช้แนวทางตั้งแต่ต้น เปลี่ยนรูปแบบของการก่อสร้างเป็นระบบเทิร์นคีย์ ก็คือหาเอกชนมาดำเนินการ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็ส่งกลับมาให้กับเจ้าของสัมปทาน ก็คือ รฟท. การรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วท่านประธานเห็นไหมครับว่าวันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่เราเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุนในขณะนั้น แล้วใช้เป็นระบบเทิร์นคีย์เข้ามาในขณะนั้น ปัญหาวันนี้พอดี มันมาเกิดตอนนี้พอดีครับ ก็เป็นโชคดีของพวกเราที่เราก็ได้เห็นว่า การเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ในการอนุมัติโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ ในครั้งนั้น แล้วมาใช้ระบบเทิร์นคีย์นั้น ก็เลยเกิดปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ ปัญหาก็คือว่าหลังจากที่ได้ผู้ประกอบการดำเนินการก่อสร้าง แอร์พอร์ต ลิงค์ในขณะนั้น ภายใต้รัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พอวันนี้มาแล้วเสร็จ ท่านไปดูสิครับว่าแอร์พอร์ต ลิงค์นั้นพอสร้างเสร็จเขาก็ส่งคืนให้ รฟท. แล้ววันนี้ผู้ที่ใช้บริการ แอร์พอร์ต ลิงค์ หรือพวกเราลองไปดูก็ได้ครับว่า เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวันนี้ไม่คุ้มทุน ผู้ใช้บริการก็มีคำติต่าง ๆ นานา แล้ววันนี้มีคนใช้ ผมคิดว่าเที่ยวหนึ่งไม่ถึง ๓๐ คน ถามว่าเหตุผลที่ผมต้องยกตัวอย่างว่าถ้าในทางกลับกันเกิดเราใช้เป็นระบบเข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ในครั้งนั้นกรณีของแอร์พอร์ต ลิงค์ ก่อนที่เอกชนเขาจะเข้ามาร่วมทุนกับรัฐบาลเขาต้องไปคิด ให้ดีว่าถ้าเกิดเขาทำเสร็จแล้วเขาต้องบริหารด้วย เหมือนได้สัมปทานไปแล้วสร้างเสร็จ ต้องบริหารด้วย เขาก็จะคิดว่าเขาต้องใช้งบประมาณเท่าไร เมื่อสร้างเสร็จแล้วเขาต้องตั้ง ทีมงานและใช้คนงานกี่คน ใช้ระบบแบบไหน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต้องครบครัน ขนาดไหนเพื่อให้คนและพี่น้องประชาชนไปใช้แล้วคุ้มทุนและสามารถอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ที่จะมาใช้ได้ ฉะนั้นท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่าพอระบบเป็นเทิร์นคีย์ เมื่อสร้างเสร็จก็ส่งให้ รฟท. รฟท. ก็ต้องยอมรับว่าก็ไม่ได้มีความสามารถมากนักในการ ไปใช้เวลาหรือมีเวลาในการไปบริหารแอร์พอร์ต ลิงค์ ก็เลยทำให้วันนี้แอร์พอร์ต ลิงค์เห็นอยู่ ว่าไม่มีคนใช้ หรือมีคนใช้น้อยมากครับ และนี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะยกตัวอย่างว่า มีความจำเป็นต้องพาดพิงเล็กน้อยไปถึงว่ารัฐบาลสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็พยายามไม่ใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ เพราะเกรงว่าจะช้า แล้วก็เกรงว่าจะไม่สามารถ ดำเนินการได้ทันท่วงที แต่ท้ายที่สุดวันนี้ผลลัพธ์มันก็ออกมาแล้วว่าการเลี่ยง พ.ร.บ. ร่วมทุน แล้วไปใช้เทิร์นคีย์ในวันนั้นก็ทำให้เกิดปัญหา ฉะนั้นเป็นเหตุผลในการที่ผมจะยกตัวอย่าง ฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่าถ้าเราจะปรับปรุง พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ ในวันนี้ และในอนาคตก็ต้องคิดให้ครอบคลุมว่าประโยชน์ของเขาก็มี แล้วเราก็ต้องระมัดระวังกลุ่มคน ที่จะเลี่ยงการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนในอนาคตด้วยเพื่อไม่ให้เกิดกรณีอย่างแอร์พอร์ต ลิงค์เกิดขึ้นอีก ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่เราเห็นอยู่แล้ว แล้ววันนี้ผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วว่า ไม่ประสบความสำเร็จ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือว่าการใช้ พ.ร.บ ร่วมทุน มันก็เกี่ยวโยงกับนโยบายของรัฐบาลด้วย ผมไม่อยากจะพาดพิงท่านที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ที่พูดไปบอกว่ามีผู้อภิปรายหลายท่านพูดไปถึงการต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ๒.๒ กิโลเมตรในอดีต ว่าไปเกี่ยวอะไรกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าผมเข้าใจว่า เขาจะพยายามอธิบายว่า พ.ร.บ. ร่วมทุนอันนี้เป็น พ.ร.บ. ร่วมทุนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ถ้าวันนั้นทางกรุงเทพมหานครโดยพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่เดินหน้าทำเองโดยใช้งบของกรุงเทพมหานครต่อข้ามไปฝั่งธนบุรี ตรงตากสินก็ยังต้องกลับมาใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ก็คือฉบับที่เรากำลังจะแก้ไขนี่ละครับ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าวันนี้รถไฟฟ้าที่ข้ามไปฝั่งธนบุรี ๒.๒ กิโลเมตรที่พูดถึงนั้นวันนี้จะทำเสร็จหรือไม่ เพราะด้วยเงื่อนไขของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ ปี ๒๕๓๕ มีหลาย ๆ อย่างที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้รวดเร็ว ทันท่วงที แล้วก็แก้ไขเงื่อนไขต่าง ๆ ให้มันเป็นไปตามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ผมถึงพยายามจะชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ผมกำลัง นำเรียนนั้น คือสิ่งที่นำไปสู่การแก้ไข พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการ ในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ในวันนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปโจมตีอดีตรัฐบาลของท่านเลย ผมก็ฝากท่านประธานไปเพื่อความสบายใจนะครับ เพียงแต่ต้องการจะชี้ว่าถ้ายังเป็นอย่างนั้นอยู่ แล้ววันนี้ถ้าพูดในทางกลับกันต้องกราบขอบพระคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณที่วันนั้น ให้ กทม. ทำเอง แล้วก็ไม่ได้ใช้รัฐบาลสนับสนุน เพราะถ้ารัฐบาลทำเองขนาดนั้นก็ต้อง กลับมาใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งก็จะล่าช้า แล้ววันนี้พี่น้องฝั่งธนบุรีก็ยังไม่ได้ใช้ แต่เมื่อ กทม. ทำเองแล้วก็ไม่ได้อยู่ในกรอบเงื่อนไข ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็จึงสามารถทำให้พี่น้องฝั่งธนบุรีวันนี้สามารถใช้รถไฟฟ้า ๒.๒ กิโลเมตร ได้จนถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นผมก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มันคือเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นแล้ว และมันเป็นเรื่องที่เราจะต้องพูดคุยกัน ในรายละเอียดว่าทำอย่างไรการหลีกเลี่ยง พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

กับเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ผมเห็นท่านประธาน ขยับหลายรอบ แต่จริง ๆ ผมก็คิดว่าผมไม่ได้ออกนอกประเด็นเลยนะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นเรื่องของในร่างที่เสนอมาก็มีการพูดถึงในหมวดของการเสนอโครงการ ก็ได้มีหน่วยงาน แล้วก็มีหมวดที่เขียนขึ้นมาว่า การเสนอโครงการในอนาคตต่อไปนี้ก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลภาพรวม ดูแลยุทธศาสตร์ แล้วก็กรองว่าหน่วยงานไหนจะเสนอ โครงการอะไร อย่างไร ผมเรียนท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็อาจจะฝากไปถึงกรรมาธิการ ในอนาคตด้วยว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าเกิดท่านตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด แล้วเป็นไปตามนี้ก็คือมีผู้หลักผู้ใหญ่ของรัฐบาลเข้ามาเป็นกรรมการแล้วทั้ง ๒๐-๓๐ กระทรวงก็มีโครงการที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทุกโครงการต้องเข้ากระบวนการ ของคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมด ผมก็ไม่แน่ใจว่าโครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในอนาคต มันจะเดินหน้าไปด้วยความรวดเร็ว ผมก็ฝากไปว่าการนำเสนอโครงการ หรือคณะกรรมการที่มาคัดสรรโครงการของแต่ละกระทรวงที่เสนอมานี้เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ผมก็ฝากไปว่าอย่าให้คณะกรรมการชุดนี้มันเป็นผู้ใหญ่ที่เรียกว่าเวลาไม่ค่อยจะมีประชุม ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะเป็นคอขวด ภารกิจของท่านนายกรัฐมนตรีก็มีมาก ผมเห็นเร็ว ๆ นะครับ รู้สึกว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าโครงการทั้งหมดมีกี่ร้อย โครงการไม่ทราบในแต่ละกระทรวง แล้วเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาททั้งหมด ต้องมาคอย ท่านนายกรัฐมนตรีประชุม ผมก็เกรงว่ามันจะเป็นคอขวด แล้วก็ทำให้โครงการทั้งหลายแหล่ มันไม่สามารถจะดำเนินการไปได้รวดเร็ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็ฝากไปนะครับว่าอาจจะต้องไปดู องค์ประกอบ แล้วก็ความคล่องตัวในการทำงานในอนาคตด้วย

กับอีกเรื่องหนึ่งครับ ก็เป็นเรื่องของสิ่งที่เราต้องพูดถึงแน่นอนก็คือว่าตัวเลข ของการตั้งเพดานของโครงการที่จะเข้าสู่ พ.ร.บ. ร่วมทุนก็ต้องฝากไปดูว่าเราจะยังยืนอยู่ที่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ด้วยตัวเลขโครงการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป ผมเชื่อว่าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทางรัฐบาลและกรรมาธิการต้องไปช่วยกันดูว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องหยุดไว้แค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ควรจะน้อยลงหรือมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ ในการกรองโครงการแล้วก็สามารถให้เอกชนเข้ามาร่วมได้อย่างโปร่งใส มีความคล่องตัว แล้วก็ฝากให้คำนึงถึงการดำเนินการในเรื่องของการขอเงินกู้ต่าง ๆ ในแต่ละโครงการที่เอกชน จะเข้ามาดำเนินการด้วย เพราะถ้าเราบอก ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าระบบธนาคารพาณิชย์ ระบบเงินกู้ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นสอดคล้องไปกับระบบที่ธนาคารต่าง ๆ ได้ให้ไว้ มันก็ไม่สามารถ ทำให้โครงการแล้วก็แนวทางในการที่จะเอาภาคเอกชนเข้ามาร่วมในโครงการของรัฐ มันเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นผมก็เรียนท่านประธานไปอีกทีครับว่าผมก็มีความกังวลและก็เป็นห่วง แล้วก็ฝากไปถึงทางรัฐบาลด้วยว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีถ้าจะแก้ไขแต่ก็ต้องแก้ไขด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าไปคิดแต่ว่าแก้ไขเพื่อให้มันเข้าเป้าหรือเข้าแนวทางที่รัฐบาลคิดว่าจะเป็นประโยชน์ ในการทำงานเท่านั้น เพราะไม่มีใครทราบหรอกครับว่าในอนาคตใครจะเป็นรัฐบาล อันนี้ มันควรจะเป็นสิ่งที่ต้องเป็นประโยชน์แล้วก็สามารถจะเอาไปใช้ในภาพกว้างได้ แล้วผมก็ยืนยันอีกทีหนึ่งครับว่าแนวทางในเรื่องของการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้นอาจจะต้อง มีรูปแบบหรือยุทธศาสตร์ในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุนให้มันครอบคลุมแล้วก็เป็นวิสัยทัศน์ ของรัฐบาลที่ต้องกำหนดได้ครับ ในปี ๆ หนึ่งจะใช้แนวทางในการใช้ พ.ร.บ. ร่วมทุน นั้น กี่โครงการ ไปอยู่ที่กระทรวงไหนบ้าง แล้วก็ระยะเวลาในการใช้เป็นอย่างไรบ้าง ผมคิดว่า อันนี้สำคัญมาก เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็เอาไปใช้หมด แล้วก็ไม่แน่ใจว่าการติดตาม โครงการต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร แล้วผมก็ฝากไปถึงว่าแล้วการพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ ในอนาคตด้วยครับ ถ้าเรื่องนี้สามารถจะมีความกระจ่างและชัดเจนได้ การพิจารณา งบประมาณในอนาคตอันใกล้ที่เราจะเข้าสู่การพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ ก็จะได้คิดได้ว่า บางอันท่านจะใช้เป็นการร่วมทุน เราก็จะได้ไม่ต้องให้งบประมาณของกระทรวงบางกระทรวงไป เพราะถือว่าเขาสามารถจะไปให้เอกชนเข้ามาร่วมทุนได้ ถ้าท่านมีความชัดเจนว่าท่านจะแก้ พ.ร.บ. ร่วมทุนนี้เป็นแบบใด อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์กับการพิจารณา งบประมาณในอนาคตต่อไปด้วย ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ