ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แสดงความกังวลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยชี้ให้เห็นว่าไม่สมเหตุสมผลที่เอกชนจะได้รับสัมปทานในโครงการที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาทโดยไม่ต้องเข้าพระราชบัญญัตินี้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านประธาน คณะรัฐมนตรี แล้วก็ท่านสมาชิก ที่ได้นำพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐเข้ามาพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะว่าขณะนี้ท่านประธาน ถ้าไม่เอาเรื่องนี้เข้ามารีบพิจารณาท่านประธาน มีคนข้างนอก เขาคุยกับผม เขาบอกว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้กำลังจะเปลี่ยนชื่อ ไม่ใช่ พ.ร.บ. การให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐนะครับ เขาจะเรียกว่า พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมโกงกิจการของรัฐ ท่านประธานครับ ทำไมครับ เดี๋ยวผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นครับว่าทำไมเขาไปพูดอย่างนั้น ท่านประธานครับ คือท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในหลักการและเหตุผลเขียนไว้ดีมาก บอกว่าในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและการบริการสาธารณะ ในด้านต่าง ๆ มันเป็นความจำเป็น แล้วก็มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก ทีนี้รัฐบาลเรานี่นะครับ ก็ยังไม่สามารถดำเนินการ ให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนได้ จึงมอบหมายให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการ ในกิจการของรัฐ เพื่อจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะเพื่อทำให้โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะดีขึ้น เป็นการประหยัดงบประมาณของภาครัฐ แล้วก็ทำให้เกิด ความคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทีนี้ท่านประธานครับ วันนี้ถามว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มีไหม มีครับ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่เวลาปฏิบัติจริงท่านประธานครับ มันปฏิบัติอย่างไรครับท่านประธาน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมจะชี้ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นนะครับท่านประธาน ตัวอย่างหนึ่งท่านประธาน ก็คือเรื่องร้านปลอดสินค้า ปลอดภาษี ยักษ์ใหญ่ของประเทศนี้ ท่านประธานครับ อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมินี้ท่านประธาน ปรากฏว่าไม่ได้เข้า พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ บอกว่ามันไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ท่านประธานครับ มันจะเป็นไปได้อย่างไรท่านประธาน ท่านประธานหรือท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ใครก็เคยไป ต่างประเทศนะครับท่านประธาน เดินไปนี้นะครับในดิวตี้ ฟรี (Duty free) ที่สนามบินสุวรรณภูมินี้ท่านประธาน แห่งเดียวนะท่านประธาน ผมยังไม่ได้พูดถึงที่อื่น ๆ นะท่านประธาน เพราะว่ามีหลายที่หลายสาขามีทั้งในเมือง ในกรุงเทพมหานคร มีทั้งพัทยา เป็นไปได้อย่างไรท่านประธานไม่ถึงพันล้านบาท ท่านประธานเอาง่าย ๆ ครับท่านประธานครับ แค่เหล้า ไวน์ (Wine) นาฬิกา เครื่องสำอางค์ คอสเมติกต่าง ๆ นี้นะครับท่านประธาน รวมกันแล้วมันก็เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าไม่ได้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุน ท่านประธานครับ คนที่รู้เรื่องนี้ดีก็คือท่านผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่เขาเรียกกันว่า สคร. ที่ทำไมผมถึงบอกว่าท่านนี้รู้เรื่องดี ก็ดีครับเพราะว่าเดี๋ยวท่าน จะได้มาเป็นกรรมาธิการด้วย เพราะเป็นคนเสนอกฎหมายผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังมา เพราะท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ท่านต้องรู้เรื่องดี ท่านอยู่กรมสรรพากรมาก่อนแล้วท่านก็กระโดดมาเป็นอธิบดีกรมศุลกากร ผมก็ยังสงสัย เลยท่านประธานว่าไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทมันเป็นไปได้อย่างไร คราวนี้ท่านประธานครับ ผมก็ไปดูครับในมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมก็ไปอ่านดูครับ ท่านประธานครับ บอกว่าในพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับก็มีคำว่า รัฐวิสาหกิจ มีคำว่า องค์การของรัฐมีคำว่า หน่วยงานอื่นของรัฐ มีคำว่า องค์กรปกครองท้องถิ่น คราวนี้ในมาตรานี้ ผมต้องขอ สงวนคำแปรญัตติแน่นอน ท่านประธานครับ เพราะผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นครับว่า ทำไมจะต้องสงวนคำแปรญัตติครับท่านประธาน เพราะว่ามันมีปัญหาครับ ผมขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้มันกำลังมีเรื่องที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็มี สมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายในสภาแห่งนี้บอกว่า เรื่องการต่อขยายให้กับบริษัทรถไฟฟ้าบีทีเอสซี ได้เดินรถต่อไปอีก ๓๐ ปี ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าตรงนี้มันไม่ใช่ การขยายอายุสัมปทาน เพราะว่าสัญญามันยังไม่หมด มันจะหมดปี ๒๕๗๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตได้เรียนท่านประธานว่า กฎหมายมันมีปัญหา แล้วจำเป็น ที่จะต้องแก้ไข แล้วมาตรา ๔ เป็นมาตราสำคัญ แล้วมันมีปัญหาด้วยครับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า กรุงเทพมหานครก็ได้มีการให้สัมปทานกับบริษัทบีทีเอสซี ในการที่จะเดินรถไฟฟ้าได้รับสัมปทานในการดำเนินการระบบรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร เริ่มสัญญา ๓๐ ปี ตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ปี ๒๕๔๒ จะไปหมดอายุสัมปทานวันที่ ๔ ธันวาคม ปี ๒๕๗๒ นะครับ ซึ่งปีนี้ปี ๒๕๕๕ ยังเหลือระยะเวลาอีก ๑๗ ปี ท่านประธานครับ ในส่วนของสัญญาสัมปทานมีอยู่ ๒ เส้นใหญ่ ๆ ก็คือจากหมอชิตไปที่อ่อนนุช แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ก็คือจากหมอชิตมายังสาทร ระยะทางทั้งหมด ๒๓.๕๐ กิโลเมตร ตรงนี้ยังเหลืออายุ ในสัญญาสัมปทานอีก ๑๗ ปี คราวนี้ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครก็ไปทำส่วนต่อขยาย ในรูปที่ผมเรียนท่านประธาน ก็คือจากอ่อนนุชไปยังแบริ่ง ระยะทางอีก ๕.๒๕ กิโลเมตร และอีกส่วนหนึ่งก็คือจากสาทรไปยังตากสิน ระยะทาง ๒.๒๐ กิโลเมตร ขณะนี้ได้เปิดสาทร ไปตากสิน อ่อนนุชไปแบริ่งได้เปิดดำเนินการแล้ว และขณะเดียวกันกำลังจะเปิดเพิ่ม ในปลายปีนี้ ก็คือในส่วนต่อขยายจากตากสินไปยังบางหว้า และบางหว้าอยู่ที่ไหนครับ ท่านประธาน อยู่แถว ๆ บางแค ระยะทางอีก ๕.๓๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ รวมส่วนต่อขยายอ่อนนุชไปแบริ่ง ๕.๒๕ กิโลเมตร สาทรไปตากสิน ๒.๒๐ กิโลเมตร จากตากสินต่อไปยังบางหว้า ๕.๓๐ กิโลเมตร รวมระยะทางส่วนต่อขยายที่กรุงเทพมหานคร ได้ลงทุนด้วยงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๒.๗๕ กิโลเมตร รวมกับ ในส่วนระยะทางสัมปทานที่ยังเหลืออีก ๑๗ ปี ก็คือ ๒๓.๕ กิโลเมตร รวมเบ็ดเสร็จจะมี เส้นทางรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานครทั้งหมด ๓๖.๒๕ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าในส่วนเส้นทางรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร ผมถือว่าเป็นหัวใจ ของกรุงเทพมหานครครับ เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด จากหมอชิตผ่านพหลโยธินทั้งหมด ออกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปสยามสแควร์ แล้วก็ต่อไปยังสาทร ท่านประธานครับ แล้วอีกเส้นหนึ่ง จากหมอชิตผ่านสยามสแควร์ แล้วก็ผ่านไปยังสุขุมวิททั้งหมด ไปยังอ่อนนุช แล้วก็ไปถึงที่ สถานีแบริ่ง อยู่ที่แถว ๆ บางนา ตรงนี้ก็เรียกว่าเป็นเส้นทางหัวใจที่คนกรุงเทพมหานคร อยู่มากที่สุด ใช้บริการมากที่สุด แล้วเป็นเส้นทางที่มีการจราจรแออัดมากที่สุด ท่านประธานครับ ส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานครที่ผมเรียนท่านประธานไปครับว่า ตรงนี้ส่วนต่อขยาย ถ้าท่านประธานจะไปให้บริษัทอื่นมาเดินรถในช่วงสั้น ๆ อ่อนนุชไปแบริ่ง หรือสาทรไปตากสิน ๒.๒๐ กิโลเมตร สาทรไปตากสิน อ่อนนุชไปแบริ่ง ๕.๒๕ กิโลเมตร มันไม่มีบริษัทไหนเขาจะมาแข่งกับบีทีเอสซีได้ครับ เพราะมันวิ่งรถช่วงสั้น ๆ แล้วตรงนี้กรุงเทพมหานครจะให้บีทีเอสซีมาเดินรถ ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจ ที่ถูกต้องแล้ว แล้วก็เป็นการจะได้ค่าจ้าง จ้างบีทีเอสซีถูกที่สุดแล้ว ตรงนี้ผมไม่เถียงครับ แต่ท่านประธานครับสัญญาในส่วนสัมปทานมันจะหมดในอีก ๑๗ ปีข้างหน้า แต่การที่ กรุงเทพมหานครไปมอบระบบบริหารการเดินรถขนส่งมวลชนกรุงเทพ คำว่า บริหาร จะหมายถึงว่าเอาระบบไปให้บริษัทกรุงเทพธนาคม หรือผมเรียกย่อ ๆ ว่า เคที (KT) เป็นคนไปดำเนินการ แต่ท่านประธานต้องเข้าใจครับว่าถ้ามีคำว่า การจ้างเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสเมื่อไร ตรงนี้ก็จะเป็นสัญญาระหว่างบริษัทกรุงเทพธนาคมกับบริษัทบีทีเอสซีต้องแยกกันครับ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ