สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๒ · ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วินัย สมพงษ์ หารือเรื่องการยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับเก่า และสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่กำหนดเงื่อนไขเป็นหลักเป็นเกณฑ์ เป็นมาตรฐานสากลระดับโลก โดยเผยประสบการณ์การแก้ปัญหาการจราจร น้ำท่วม และปัญหาขยะเมื่อเคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และขอให้ร่าง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนที่ดี มีความโปร่งใส เพื่อลดโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

พันเอก วินัย สมพงษ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมขอกราบขอบพระคุณทางรัฐบาลชุดนี้ที่ได้เอากฎหมายฉบับนี้ ซึ่งได้ก่อตัวขึ้นมาก่อน ท่านเอาของดี ๆ อย่างนี้มาสานต่อต้องกราบขอบพระคุณครับ บ้านเมืองจะไปได้ถ้าช่วยกันคนละไม้ละมือ ของดีใครคิดไว้ ใครเริ่มไว้ทำต่อครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นกระผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่เราควรจะยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับเก่าคือปี ๒๕๓๕ เพราะใช้มาตั้ง ๒๐ ปี กว่าจะดำเนินการตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับที่เราใช้กันมาตั้ง ๒๐ ปีได้นี่ เกือบ ๆ ๒ ปี ๒ ปีครึ่งเสียเวลามาก แล้วก็ล้าสมัย ไม่ทันกับความก้าวหน้าของประเทศเพื่อนบ้าน เฉพาะกลุ่มอาเซียนและทั่วโลก เหตุที่กระผมสนับสนุนให้ยกเลิก พ.ร.บ. ร่วมทุนฉบับเดิม ปี ๒๕๓๕ แล้วก็หันมาให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เพราะว่าผมได้ดูแล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้การร่วมทุนจะก่อให้เกิดเอกภาพ ไม่ใช่ต่างกระทรวง ต่างหน่วยงาน ต่างทำเสนอมาก็จะเกิดความซ้ำซ้อน

ข้อที่ ๒ ที่ผมเห็นว่าน่าจะต้องยกเลิกของเก่าแล้วก็เอาของใหม่ฉบับนี้มาใช้ เพราะฉบับที่ท่านเสนอมานี่ผมดูแล้วมันกำหนดเงื่อนไขเป็นหลักเป็นเกณฑ์ เป็นมาตรฐานสากลระดับโลก

และข้อที่ ๓ มันโปร่งใส มันลดโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ท้ายที่สุด ผมเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มันจะสอดคล้องทันสมัยกับอนาคตที่เรากำลัง เผชิญหน้าอยู่ เราอยากจะมีรถไฟความเร็วสูง เราอยากจะมีเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) ถ้าโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือเซาท์เทิร์น ซีบอร์ด หรือโครงการ การขนส่งคมนาคมใหญ่ ๆ อื่น ๆ อีกมากมายซึ่งเป็นพัน ๆ ล้านบาท หมื่น ๆ ล้านบาทนี่ กระผมมั่นใจว่าโครงการอย่างนั้นรัฐบาลย่อมต้องการที่จะให้เอกชนมาแบ่งเบาภาระ ทางงบประมาณ อยากจะให้เอกชนมาร่วมลงทุนเพื่อประโยชน์ความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ท่านประธานที่เคารพครับ มันสอดคล้องกับสภาวะที่เรากำลังจะเผชิญอยู่ในอีก ๒-๓ ปี ข้างหน้าเราจะต้องเป็นสมาคมอาเซียน เป็นอาเซียน คอมมูนิตี้ (ASEAN Community) เราต้องทันสมัยเพื่อประโยชน์ในการเชื้อเชิญให้ใครต่อใครมาลงทุนในบ้านเรา และเราต้อง สอดคล้องกับสภาวะนานาชาติทั่วโลก ซึ่งเรากำลังเชิญชวนเขามาลงทุนบ้านเรา ถ้าเผื่อเรามี กฎหมายที่ดี ทันสมัย เขาก็ไม่ขัดข้องที่จะมาลงทุนกับเรา ท่านประธานครับ กระผมเป็นคน ที่เกิดร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ร่วมลงทุนปี ๒๕๓๕ หรือผมเป็นคนที่เกิดร่วมสมัยกับสิ่งที่ ไม่ว่าฝ่ายใดครับพูดพาดพิงถึงเช่นบีทีเอส กระผมก็อยากจะขออนุญาตอธิบายความสักนิดหนึ่ง มาเล่าความเดิมให้ฟังเพื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะได้อภิปรายกันต่อไปในวันข้างหน้า วาระที่สอง วาระที่สามอะไรก็แล้วแต่ จะได้เข้าใจถ่องแท้ตรงกัน ไม่เข้าใจกันผิดนะครับ เพราะกระผมนั้นกล้าพูดว่าผมเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ของรถไฟฟ้าบีทีเอสครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงปี ๒๕๒๘ ถึงปี ๒๕๓๔-๒๕๓๕ กระผมมีโอกาส เป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร รับใช้คนกรุงเทพมหานครขณะนั้นท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ต้องกราบขออภัยที่กระผมได้เอ่ยนามท่านในทางที่ดี ท่านเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กระผม พันเอก วินัย ก็เป็นเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเป็นรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ฝ่ายบริหารและการคลัง ผมได้ใช้เวลารับใช้คนกรุงเทพมหานคร อยู่เป็นเวลา ๖ ปี ๑ เดือน กับ ๑๕ วันเต็ม ๆ ครับ ๖ ปี ๑ เดือน ๑๕ วัน ผมกราบเรียนว่า ผมได้มีส่วนรู้ส่วนเห็นในการแก้ปัญหากรุงเทพมหานครในตอนนั้น ๒-๓ เรื่อง เป็นปัญหา ที่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง กับคณะผู้บริหารของท่าน รวมทั้งตัวกระผมต้องเผชิญอยู่ และต้องแก้ให้คนกรุงเทพมหานคร เพราะ กทม. ในยุคที่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการ กทม. สมัยแรกนั้นเป็นครั้งแรกที่ผู้ว่าราชการ กทม. มาจากการเลือกตั้ง โดย พ.ร.บ. กทม. ฉบับใหม่ แทนการแต่งตั้ง ท่านประธานครับ ปัญหาที่กรุงเทพมหานคร เผชิญอยู่ตอนนั้นง่าย ๆ ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือทำอย่างไรกรุงเทพมหานคร จะเปลี่ยนแปลงจากเมืองที่มีความสกปรกติดอันดับโลก กลายเป็นเมืองที่มีความสะอาด ติดอันดับโลก เรื่องที่ ๒ ก็คือทำอย่างไรเราจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เหมือนขณะนี้ละครับท่าน ใครมาก็ต้องเจอเรื่องขยะ เรื่องน้ำท่วม และปัญหาที่ ๓ ที่ผู้ว่าราชการ กทม. ทุกยุคทุกสมัย เผชิญอยู่ก็คือการแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ปัญหาที่ ๓ คือปัญหาการจราจรนั้นกระผมกราบเรียนว่า เป็นความสาหัสสากรรจ์มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ปี ๒๕๒๖ ปี ๒๕๒๗ ปี ๒๕๒๘ มาเรื่อยจนถึงวันนี้ครับ ในขณะนั้นปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๒๙ ปี ๒๕๓๐ มาเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผมรับใช้คนกรุงเทพมหานครอยู่ ผมเป็นคนที่ไปริเริ่มให้มีการเดินเรือในคลองแสนแสบ ผมเป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ครับ ผมเดินไปขอร้องกระทรวงคมนาคม ท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าว่า ท่านครับ ผมขอเดินเรือ ในคลองแสนแสบจากโน่นถึงโน่น ผมจะทำท่าเรือ เอาเรือมาเดิน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ตอนนั้นอธิบดีกรมเจ้าท่าท่านก็บอกว่า คุณวินัยคุณไปลองทำดู แล้วผมก็มาลองทำดู และทดลองอยู่จนเดี๋ยวนี้ก็ใช้คำว่า ทดลองทำดู และมันอยู่จนถึงวันนี้ท่านครับ มันมาจาก ที่พวกกระผมริเริ่มเอาไว้

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาการจราจรนอกจาก การเดินเรือในคลองแสนแสบ อีกเรื่องหนึ่งผมอยากจะขออนุญาตเล่าความเดิมนะครับ รัฐบาลในสมัยนั้น ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านล่วงลับไปแล้วแต่ในทางที่ดี เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลของท่านด้วย ท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ครับ ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี พี่จำลองกับผมเรียกท่านว่าพี่ชาติ พี่ชาติ หรือน้าชาติ วันหนึ่งตอนกลางวัน ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชายท่านก็เชิญ ท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ในขณะนั้น ในขณะที่ผมเป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย เชิญท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชายบอกว่า จำลอง คุณไปลองคิดดูสิ ทำรถลอยฟ้า อะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาการจราจรช่วยคุณ ถ้า กทม. เสนอมารัฐบาลจะให้การสนับสนุน ท่าน พลตรี จำลอง ศรีเมือง ซึ่งผมเรียกท่านว่า พี่มาโดยตลอด พี่จำลองก็บอกว่าขอไปคุยกับ กทม. ก่อน ไปปรึกษาหารือกันก่อน แล้วพี่จำลองก็มาพบผมที่ห้อง มาปรึกษา เพราะผมเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายบริหารและการคลัง ท่านก็บอกว่า วินัย พี่ชาติท่านบอกว่าให้เราทำรถไฟฟ้า คุณว่าอย่างไร ผมก็ตอบพี่จำลองว่า พี่ครับ รับมาเลยครับ รับทำเลยครับ ขอให้รัฐบาล สนับสนุนเรา เราทำทันที เพราะว่าเราต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนเรา พี่จำลองก็ถามว่า วินัย แล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนมาทำ จะเอาที่ไหนไปเป็นที่ทำรถไฟฟ้า เพราะต้องเงินทุนมากมายมหาศาล ผมก็บอกว่า พี่ไม่ต้องกลัว เอาเกาะกลางถนนเป็นที่ตั้งเสาแล้วเรื่องเงินเราไพรเวไทซ์ (Privatize) เราให้เอกชนมาลงทุนแบบเทิร์นคีย์ เมื่อเขาสร้างเสร็จ ทำเสร็จ ให้สัมปทาน เขาบริหารจัดการ เอากำไรคืนไปเป็นทุนของเขาคืน เห็นไหมครับ นั่นคือปีประมาณก่อนที่จะมี พ.ร.บ. ร่วมทุน ปี ๒๕๓๕ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนปี ๒๕๓๕ ก่อนจะมี พ.ร.บ. ร่วมทุน ที่เรากำลังจะยกเลิกมัน ใช้มา ๒๐ ปี มีลักษณะการให้สัมปทานอย่างโครงการบีทีเอส อีกโครงการหนึ่งที่ผมอยากจะเอ่ยถึงก็คือโครงการโฮปเวลล์ โครงการโฮปเวลล์มีรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ได้ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนต่างประเทศ แล้วต่อมาก็มาเป็นโครงการบีทีเอส ของกรุงเทพมหานคร บีทีเอสเมื่อได้สัมปทาน ให้สัมปทานไปแล้วไม่ค่อยจะมีปัญหา เพราะตอนนั้นกราบเรียนนะครับว่าไม่ว่า พลตรี จำลอง ก็ดี ผมก็ดี เราชื่นชมเรานิยม ที่จะบอกว่าต้องเปิดเผย โปร่งใส ต้องมีคุณธรรม ไม่ให้ใครมาเคลือบแคลงสงสัยว่ามีเล็กมีน้อย กับใครทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นโครงการบีทีเอสก็เดินมาเรียบร้อยจนกระทั่งได้มีการดำเนินการ เดินรถรับใช้ประชาชนมาถึง ๑๓ ปีนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทีนี้บางโครงการ ในสมัยก่อนที่จะมี พ.ร.บ. ร่วมลงทุน ปี ๒๕๓๕ นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ท่านเคยปรารภว่า การให้สัมปทานกับเอกชนมาร่วมลงทุนนี้ บางครั้งมันง่ายเหลือเกิน บางโครงการมันง่าย มีกระดาษ ๒-๓ แผ่น ก็เอาโครงการหมื่นล้านบาท แสนล้านบาทไป มันควบคุมไม่ได้ มันอาจจะมีนอกมีในเป็นที่สงสัย เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันการทุจริต การคอร์รัปชัน เพื่อให้เกิดความเปิดเผย โปร่งใส ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์จึงได้ออก พ.ร.บ. ปี ๒๕๓๕ ขึ้นมา ซึ่งก็ใช้มาถึง ๒๐ ปี พ.ร.บ. ปี ๒๕๓๕ ร่วมลงทุนก็ทำให้ข้อครหานินทาต่าง ๆ ก็เบาลง แต่การเอาเอกชนมาร่วมลงทุนนั้นก็ค่อนข้างจะชักช้าลำบากและไม่เป็นเอกภาพ เพราะฉะนั้น เมื่อมี พ.ร.บ. ร่วมลงทุน ฉบับใหม่เสนอขึ้นมาแก้จุดอ่อน แก้ของเก่าที่ไม่ดี ผมจึงได้ ให้การสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเล่าความเป็นไปเป็นมาของบริษัทบีทีเอส ผมกราบเรียนว่าผมเกี่ยวข้องกับบีทีเอสตั้งแต่ตอนเป็นรองผู้ว่า กทม. และมันตามมาราวีผม ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกต่างหาก ท่านครับ เมื่อผมพ้นจากการเป็น รองผู้ว่า กทม. ก็มีโอกาสเป็นรัฐบาลบ้าง เป็นฝ่ายค้านบ้างและวันหนึ่งก็ไปนั่งอยู่ที่กระทรวงหูกวางครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอนที่บริหารจัดการบีทีเอสนี้ ความจริงบีทีเอสดั้งเดิมแท้ ๆ เส้นทางดั้งเดิมนั้นเริ่มจากนี่อย่างไรครับ สะพานควายไปจบที่อ่อนนุชนะครับ และโครงการบีทีเอส จะต้องมีเดปโป้ (Depot) มีที่ซ่อมพวกโรลลิ่งสต็อก (Rolling stock) พวกหัวรถจักร พวกโบกี้ ตามแผนเดิมนี้เดปโป้หรือที่ซ่อมจะอยู่ที่โน่นครับ สวนลุมพินีครับ ที่สวนลุมพินี แต่อยู่ไปอยู่มา พี่น้องชาวจีนสวนลุมพินีครับ ไม่อยากจะให้บีทีเอสมาใช้สวนลุมพินี พี่จำลองผมก็ถูก ล้อมกรอบแทบแย่เกือบจะเอาตัวมาไม่รอด เพราะฉะนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมจึงได้ตัดสินใจว่าขอร้องพี่จำลองว่าเปลี่ยนเดปโป้จากสวนลุมพินีมาอยู่ที่ กรมการขนส่งทางบกเถอะนะครับ แล้วบีทีเอสต่อจากสะพานควายมาที่ตลาดจตุจักร ตรงกรมการขนส่งทางบกอีกนิดหนึ่ง ตอนนั้นผมเป็นผู้อำนวยการตลาดนัดจตุจักร อยู่ด้วยเห็นว่าพี่น้องตลาดจตุจักรก็ได้ประโยชน์จากบีทีเอสและที่กรมการขนส่งทางบก มีที่พอที่จะเอาเดปโป้มาตั้ง แล้วก็ไม่ต้องไปทะเลาะกับพี่น้องที่สวนลุมพินี เพราะฉะนั้นโครงการบีทีเอส จึงได้เอาเดปโป้มาตั้งที่กรมการขนส่งทางบก และนั่นคือระยะทางดั้งเดิมที่กระผม และท่านจำลอง ศรีเมือง ได้ทำเอาไว้ ส่วนต่อ ๆ มาครับ มีการต่อส่วนขยาย มีการที่จะให้ทำ สัญญาโอเปอเรท (Operate) หรือว่าบริหารกันมากปีน้อยปีอะไรนี้ กระผมจะไม่ขอพาดพิงถึง เพราะไหน ๆ เรื่องนี้ผมทราบว่าได้มีการเสนอต่อ ป.ป.ช. แล้ว เพราะฉะนั้นกระผมก็ขอให้ เป็นไปตามกระบวนความยุติธรรม ผิดถูกอย่างไรก็เป็นไปตามกระบวนแห่งความยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้พูดภูมิหลังในฐานะเป็นคนเกิดร่วมสมัย ตั้งแต่ตรงโน้นมา เพื่อที่ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้ทราบความเป็นไปเป็นมาก่อนหน้าจะมีกฎหมายร่วมลงทุน ปี ๒๕๓๕ เมื่อก่อน ๆ โน้นเขาก็ใช้วิธีการให้สัมปทาน ต่อมาเมื่อมีกฎหมายร่วมลงทุนก็มาใช้กฎหมาย ร่วมลงทุนเพื่อให้เกิดความทันสมัย ผมเห็นว่ายกเลิกของเก่าทิ้งเสีย ใช้มา ๒๐ ปีแล้ว ใช้ของใหม่เถอะ เพราะฉะนั้นกระผมก็ขอกราบเรียนว่าเมื่อผมได้อ่านดูร่างซึ่งยังไม่ได้มีการ แก้ไขอะไรมากในวาระที่สอง วาระที่สามซึ่งต้องแก้ต่อไปนี้ ผมเห็นว่าเพียงร่างเริ่มต้นนี้ กระผมเห็นด้วยที่จะให้การสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง ท่านประธานครับ