อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เห็นด้วยในหลักการร่าง พ.ร.บ. ร่วมทุนเครื่องจักรที่ช่วยลดขั้นตอนการเข้า ครม. แต่กังวลเรื่องภาษาที่สลับซับซ้อนและเพิ่มอำนาจให้ข้าราชการ โดยเฉพาะ สคร. ที่ขาดแคลนบุคลากร และคัดค้านมาตรา ๗๑ ที่เปรียบเสมือนการนิรโทษกรรมสัญญาที่ไม่ถูกต้องโดยให้ยกเลิกหรือแก้ไขได้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องบอกว่าเห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรื่องของการร่วมทุนนะครับ เพราะว่าปกติแล้วโครงการใหญ่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยนี่ ก็จะมาจาก ๓ แหล่งเงินทุนใหญ่เท่านั้น ก็คือมาจากเงินของงบประมาณประจำปีปกติ แล้วก็มาจาก พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. เงินกู้ที่ท่านใช้เป็นกรณีพิเศษ แล้วก็รวมถึงในกรณี ของอันที่ ๓ ที่เรากำลังคุยกันในเรื่องของ พ.ร.บ. ร่วมทุน เครื่องจักร ๒ ตัวแรกนั้น ก็ดูจะทำงานเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. งบประมาณ ซึ่งผ่านการพิจารณาทุกปี ของสภาแห่งนี้ ส่วนเรื่องของ พ.ร.บ. พ.ร.ก. เงินกู้ต่าง ๆ ก็รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เองก็กู้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงต้นรัฐบาลที่ผ่านมาเงินก็ไปกองเอาไว้เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการกู้เรื่องของช่วยพืชผลทางการเกษตร ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกู้เรื่องน้ำท่วมอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องของทุนประกันภัยอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็การขาดดุล งบประมาณก็คือหมายถึงรายรับน้อยกว่ารายจ่ายในปี ๒๕๕๕ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปี ๒๕๕๖ ก็ต้องอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่พูดง่าย ๆ คือหารายรับไม่ชนรายจ่ายนะครับ ทีนี้ถ้าเกิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มันเดินเครื่องได้ เพราะว่า ๒ เครื่องเงินกู้กับ พ.ร.บ. งบประมาณนั้น ท่านก็เดินเครื่องเต็มสูบไปแล้ว ถ้าเครื่องตรงนี้เดินติดเครื่องได้อย่างดีก็ต้องถือว่า เป็นประโยชน์กับประเทศไทย แล้วก็เห็นด้วยในหลักการครับ แต่ว่าพอมาพิจารณาดูข้างในนะครับ ต้องบอกว่าภาษาที่ใช้ในตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นี่ยังเป็นร่างภาษาที่ค่อนข้างจะเรียกว่า สลับซับซ้อน ถ้าเป็นไปได้นี่มันเป็นลักษณะเหมือนเป็นการแปลภาษาอังกฤษมาแล้วก็มาใส่ เป็นถ้อยคำภาษาไทย ซึ่งก็จะเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างจะลำบาก เพราะฉะนั้นท่านกรรมาธิการ ที่จะมีการตั้งในอนาคตนี่ก็ต้องดูในเนื้อหาให้ดีครับ ทีนี้พอมาดูเนื้อหา ผมคิดว่าเห็นด้วย เนื่องจากว่ามันเป็นการลดปริมาณจำนวนในการเข้า ครม. ลง ทำให้ขั้นตอนจากภาคเอกชน เข้ามาร่วมลงทุนมันทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น แต่ว่าก็ต้องอันตรายสักนิดหนึ่งนะครับ แต่ก็ฝากเอาไว้ มันก็เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับข้าราชการพอสมควร แล้วก็มีคณะกรรมการพีพีพี หรือคณะกรรมการร่วมทุนนี่นะครับพูดสั้น ๆ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่โดยมากแล้ว ก็จะประกอบไปด้วยข้าราชการหลายกระทรวงด้วยกัน ถ้าเป็นเรื่องที่แน่ ๆ ยืนพื้นก็ต้องมี สคร. คือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจนี่ล่ะ แล้วก็สำนักบริหารหนี้สาธารณะ ถ้าเรื่องไหนมีงบประมาณเกี่ยวข้องก็มีสำนักงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อัยการก็จะมี เกี่ยวข้องด้วยเช่นเดียวกัน ทีนี้ต้องเรียนว่าคราวนี้ละครับ ผมก็เรียกชื่อย่อทุกทีนะครับ สคร. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. นี่ก็จะทำหน้าที่รับบทบาทสำคัญ ในตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่า จำนวนข้าราชการใน สคร. ขณะนี้มีน้อยนะครับ แล้วก็ถึงขนาดว่า สคร. เองปัจจุบันจะต้องมีการจ้างนักวิชาการฝีมือดีจากข้างนอกเข้ามา ซึ่งข้าราชการ ตามกรณีปกติแล้วนี่ พออยู่ได้ไม่นานก็มีการย้าย มีการสับเปลี่ยน ย้ายออกไป ลาออกไปบ้างเพราะเงินเดือนน้อยนะครับ เพราะฉะนั้น สคร. เองก็จะมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับบุคลากรในการกำกับดูแลก็ฝากท่านด้วย เพราะว่าคราวนี้เขาทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการพีพีพี หรือคณะกรรมการร่วมทุนชุดนี้ ฉะนั้นเขาเองต้องมีศักยภาพพอสมควรในองค์กร ก็ฝากท่านช่วยดูในเรื่องของ สคร. ด้วยว่า องค์กรเขาเองภายในต้องช่วยจัดการหน่อยเพราะเที่ยวนี้รับภาระหนักทีเดียวครับ ทีนี้พอเรื่องของการเพิ่มอำนาจไปที่ข้าราชการประจำ หรือ สคร. แล้ว แล้วก็ต้องเพิ่มอัตรา ให้เหมาะสมไปดูนิดหนึ่งมีอยู่มาตราหนึ่งในนี้ ซึ่งผมเองติดใจแล้วก็อยากจะขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับว่ามาตรา ๗๑ ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายนัยนั้นเหมือนกับการนิรโทษกรรมครับ มาตรา ๗๑ หรือมาตราสุดท้ายซึ่งติดใจใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ คือการร่วมลงทุนของภาครัฐ ที่มีลักษณะสัญญาที่ทำกันระหว่างรัฐกับเอกชนบางตัวมันก้ำกึ่งที่มีก้ำกึ่งในการผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๕๕ คือฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่ คราวนี้ในร่างฉบับนี้มาตรา ๗๑ ท่านก็ไป ระบุแบบนี้ครับ ในกรณีที่ปรากฏว่าโครงการใดต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้ เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่มิได้ดำเนินการ หรือดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือครบถ้วนในขั้นตอนใด แล้วก็ต่อไปนะครับ คือท่านจะปล่อย ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งแล้วก็พิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการยกเลิก แก้ไขสัญญา หรือให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง หรือให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป นั่นหมายความว่าท่านกำลังจะมีมาตรา ๗๑ เพื่อไปนิรโทษกรรม บุคคลที่ดำเนินการผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ ซึ่งใช้บังคับอยู่ปัจจุบัน โดยจะมี คณะกรรมการชุดนี้เป็นคนแต่งตั้งขึ้นมาครับ เป็นคนพิจารณาว่าตกลงว่าผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ จะเอาอย่างไรกับคนพวกนี้ดี ผมถึงตั้งข้อสังเกตครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี คงต้องตอบผมในประเด็นนี้ครับว่ามีสัญญาใดครับที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ แล้วเข้าข่าย ตามมาตรา ๗๑ นี้บ้างครับ มันเป็นการแสดงออกซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณชนในสภาแห่งนี้ว่า บริษัทใด สมัยใด ที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ แล้วจะได้อานิสงส์จากร่างมาตรา ๗๑ นี้ ในการยกโทษหรือนิรโทษกรรมให้เขาครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเองอาจจะใจบริสุทธิ์ ในการดำเนินงานครับ แต่ผมว่าการที่เปิดเผยชื่อแล้วก็เปิดเผยสัญญาที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุน อยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องแสดงให้เห็นเพราะมาตรา ๗๑ นั้นเป็นมาตราที่แสดงให้เห็นว่า ท่านกำลังจะยกโทษให้กับคนที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันครับ และนี่เป็น ประเด็นของเรื่องสำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานครับ ในประเด็นสุดท้ายของกระผมไม่อภิปรายคงไม่ได้ เพราะว่าเป็นผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานครเรื่องของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งแน่นอน ในขณะนี้ก็กำลังเป็นผู้ต้องหา ๑ เรื่อง ก็คือ กทม. เป็นผู้ต้องหาเรื่องของรถไฟฟ้าบีทีเอส ว่าผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ หรือไม่ ผมขอเรียนขยายความสักนิดโดยใช้เวลาสภาแห่งนี้ ไม่มากเพราะว่าคุณจิรายุเองก็ได้มีการพูดในประเด็นนี้เอาไว้ ท่านประธานครับ ย้อนกลับ ไปถึงตอนที่ประเทศไทยหรือกรุงเทพมหานครยังไม่มีรถไฟฟ้าขณะนั้นได้มีการให้สัมปทาน กับบริษัทบีทีเอส ในการลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม โดยเอกชนลงทุนทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ภาครัฐไม่ได้เข้าไปแบ่งร่วมทุนแต่ประการใด ในประการนี้ครับปรากฏว่าพอเวลาต่อมาค่าเงินบาท เกิดอาการลอยตัวเกิดขึ้นเรายังจำได้นะครับ บริษัทธนายง จำกัด ขาดทุนมหาศาล ผลตอบที่ตามมา คือการที่จะขยายต่อส่วนขยายนี่ครับบริษัทธนายง จำกัด เขาก็ไม่ทำครับ แล้วขณะนั้นก็หวังว่า ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีหรือที่เป็นรัฐบาลกลางจะให้เงินสนับสนุนจากงบประมาณของหลวง เข้ามาเพื่อสร้างส่วนต่อขยายให้ชาวกรุงเทพมหานคร แต่ก็ได้รับการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง กับท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร ครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม แล้วเป็นเรื่องจริง ในขณะนั้นมีข่าวแพร่สะพัดครับว่าจะมีการซื้อ ฮุบ กิจการบีทีเอสในเวลานั้น สุดท้ายแล้ว กรุงเทพมหานครยืนยันต่อไปครับที่จะทำส่วนต่อขยายให้กับชาวฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นส่วนต่อขยาย ๒.๒ กิโลเมตรที่จะขยายต่อไปนะครับ นั่นก็คือช่วงตากสิน-วงเวียนใหญ่ วันนี้วิ่งแล้วครับ ถามว่า กรุงเทพมหานครเอาเงินจากไหนทำละครับ กรุงเทพมหานครก็เอาไปตั้งวิสาหกิจของ กทม. พูดง่าย ๆ คือเหมือนรัฐวิสาหกิจที่สังกัดรัฐบาล ของท่านละครับ แต่วิสาหกิจ กทม. นี้สังกัดกรุงเทพมหานครซึ่งเขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจตามกฎหมายที่จะตั้งบริษัทได้เองครับ เขาก็ตั้งบริษัทชื่อกรุงเทพธนาคม ก็เป็นเหมือนรัฐวิสาหกิจละครับ เหมือนท่านมีธนาคารออมสิน เหมือนท่านมี ธ.ก.ส. เขาก็มี บริษัทชื่อกรุงเทพธนาคม ไปทำอะไรครับ ไปลงทุนส่วนต่อขยายให้พี่น้องชาวฝั่งธนบุรี วันนี้ ตากสิน-วงเวียนใหญ่ ๒.๒ กิโลเมตร มีรถไฟฟ้าใช้ครับ แล้วนี่คือผลงานของเขาครับ ที่ต้อง ได้รับยกนิ้วครับ เพราะฉะนั้นการที่บริษัทกรุงเทพธนาคมจะต่อสัญญาให้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็เป็นเรื่องของการจ้างบริษัทเดินรถตามกรณีปกติก็ไม่ได้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุนครับ แต่ผม ก็แปลกใจว่าเรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาต่อสังคมแล้วผมก็ไม่ได้ตอบใด ๆ ทั้งสิ้นครับ แต่วันนี้ขอพูดในสภาเพราะว่าได้เอ่ยกันแล้ว ท่านพูดได้อย่างไรครับ รัฐบาลในขณะนั้นนี่ ไม่ต้องเอ่ยนามอีกแล้วนะครับ ท่านไม่ได้ให้การสนับสนุนในการทำรถไฟฟ้าบีทีเอส กทม. ต้องดิ้นรนทำบริษัทและวิสาหกิจขึ้นเอง แต่นี่ท่านกำลังจะบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรหรือครับ เอาละครับ เรื่องนี้ท่านยื่น ป.ป.ช. ไปแล้วก็ไปว่ากันในศาล ไปว่ากันใน ป.ป.ช. แต่พวกเราเอง ในฐานะพรรคประชาธิปัตย์แล้วเราก็ผลักดันรถไฟฟ้าให้ชาวฝั่งธนบุรีมีรถไฟฟ้าใช้ แล้ววันนี้ ก็ใช้อยู่ครับ นั่นละครับเป็นตัวบอกให้เห็นว่าผลงานก็เป็นที่บอก แล้วที่สำคัญ กรุงเทพมหานครนั้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขามีสภากรุงเทพมหานครครับ ท่านไปถาม ส.ก. ทั่วไปสิครับ เขาเห็นด้วยหรือเปล่ากับโครงการนี้ ผมคิดว่าเขามีสภาของเขา เขาไปพูดในสภากรุงเทพมหานครได้ แต่ผมอดไม่ได้ที่ต้องพูดคราวนี้เพราะว่ามีการพาดพิง แล้วถ้ามีการพาดพิงอีกผมจะตอบอีกครับว่าใครกันแน่ที่จะฮุบบีทีเอสนะครับ เอาแค่นั่นละครับ ท่านประธานครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมขอ ให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านช่วยตอบผมทีนะครับว่ามาตรา ๗๑ ที่เป็นลักษณะของการนิรโทษกรรมให้กับบริษัทที่ผิด พ.ร.บ. ร่วมทุนปี ๒๕๓๕ แล้วจะได้รับ การประเมินให้กลับมาเป็นบริษัทที่ถูกต้องในขณะนี้มีกี่บริษัท สัญญาใดบ้างครับ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ขอบพระคุณครับ