จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องรถไฟฟ้าบีทีเอสและแสดงความกังวลเกี่ยวกับการต่อสัญญาสัมปทาน โดยกรุงเทพมหานครไม่ได้ต่อสัญญาโดยตรง แต่ไปตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคมเพื่อทำสัญญากับบริษัทเอกชน ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาความไม่ชัดเจนและความไม่เท่าเทียมกัน จิรายุ ยังหารือเรื่องการบริหารการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และเรียกร้องคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับเอกชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีกระแสข่าวที่พี่น้องประชาชน ให้ความสนใจ โดยเฉพาะการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบนดินหรือที่เราเรียกกันว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) นะครับ ผมฉายภาพรวมให้ท่านประธานได้ฟังคร่าว ๆ ก่อนนะครับ รถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครวันนี้ที่ใช้บริการอยู่มี ๒ ส่วน
ส่วนหนึ่งเราเรียกว่า รถไฟฟ้าใต้ดินท่านประธานครับ อันนั้นเป็นของ รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคม ไม่พูดถึงครับ ส่วนที่ผมกำลังจะพูดถึงนี้คือรถไฟฟ้า บนดินที่เราขึ้นตั้งแต่หมอชิตไปสยาม แล้วก็วิ่งเลียบสุขุมวิทนี้นะครับ แล้วก็วิ่งต่อไปถึง สะพานสาทร อันนี้ผมเรียกว่าโครงการที่ ๑ ก่อนนะครับท่านประธานครับ จะได้เข้าใจตรงกัน
โครงการต่อมาคือส่วนต่อขยายครับท่านประธานครับ วิ่งข้ามสะพานตากสิน ก็คือตรงสาทรน่ะท่านประธานครับ ข้ามไปนี่นะครับแล้วก็ไปจบที่วงเวียนใหญ่ ระยะทาง ประมาณ ๒ กิโลเมตร ๒๐๐ เมตร ประเด็นปัญหาตรงนี้ล่ะท่านประธานครับที่จะฝากเรียน ไปยังกระทรวงมหาดไทยครับว่าท่านได้ติดตามเคลื่อนไหวหรือไม่
ส่วนที่ ๓ จากแบริ่งไปสมุทรปราการนะครับ แถว ๆ นั้นล่ะครับ อ่อนนุช ไปสมุทรปราการหรือว่าแบริ่งนั่นล่ะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมว่าต่อครับ ที่ผมอยากจะ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและท่านได้กรุณาให้ท่าน มท. ๓ ได้กรุณา มาตอบแทนนะครับ มันมีคำสงสัยของพี่น้องประชาชนครับว่ากรุงเทพมหานคร อันเป็นส่วนราชการโดยตรง ตกลงแล้วสังกัดกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงมหาดไทย ดูแลหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าเหตุผลที่ผ่านมาท่านประธานครับ สัญญาสัมปทาน ซึ่งแน่นอนครับ ผมถือสัญญาอยู่ฉบับหนึ่งครับ สัญญาสัมปทานระหว่าง กรุงเทพมหานครทำกับบริษัทบีทีเอสซี (BTSC) ก็คือรถไฟฟ้าเอกชนละครับ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ ท่านประธาน ในข้อ ๒๗.๑ บอกว่า หากบริษัทประสงค์จะขอให้ กทม. พิจารณาขยาย อายุสัญญาสัมปทานนี้บริษัทจะต้องแจ้งความประสงค์ดังกล่าวไปยังกรุงเทพมหานคร และในเวลาไม่มากกว่า ๕ ปี และไม่น้อยกว่า ๓ ปีก่อนวันสิ้นสุดสัญญา และการขยายอายุ ของสัญญาในข้อนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน นั่นหมายความว่า กระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นกรณีปกติครับ สัญญาที่เขาทำกัน ในปี ๒๕๓๕ เราก็ใช้บริการกันจนถึงปัจจุบัน เขาทำ ๓๐ ปี ท่านประธานครับ ถ้าดีดลูกคิด นับตัวเลขแล้วนี่นะครับ จะหมดในปี ๒๕๗๒ ก็หมายความว่าถ้าเกิดกรุงเทพมหานคร จะต่อสัญญาให้กับเอกชนที่ทำสัญญาที่ผมถืออยู่นี้นะครับ ต้องรอไปจนถึงปี ๒๕๗๒ ท่านประธานครับ แล้วสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นครับ ไปต่อสัญญาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ครบ ผมอธิบายต่อครับ เมื่อเราลงลึกไปในรายละเอียดครับ ปรากฏว่าในส่วนต่อขยาย ๒.๒ กิโลเมตรครับ ตั้งแต่สะพานตากสินข้ามไปยังวงเวียนใหญ่นี่นะครับ ในปี ๒๕๕๒ กรุงเทพมหานคร อันนี้คือส่วนราชการกรุงเทพมหานครนะครับท่านประธาน ไปตั้งบริษัท ที่มีชื่อว่ากรุงเทพธนาคมครับ กรุงเทพธนาคมไปทำสัญญาร่วมกับเอกชน สัญญาอื่นมากมาย ในเอกสาร ในสื่อมวลชนก็ระบุเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับว่าไปทำอะไรบ้าง ประเด็นที่ผม เกิดความสงสัยและพี่น้องประชาชนก็สงสัยครับว่า แล้วทำไมกรุงเทพมหานครนี่จึงไม่ทำ สัญญาจะขยายสัมปทานกับบริษัทเอกชน หรือบีทีเอสโดยตรง ทำไมไปตั้งบริษัทกรุงเทพธนาคม แล้วให้บริษัทกรุงเทพธนาคมตรงนี้ไปทำสัญญากับบริษัทเอกชน ท่านทำอะไรครับ คำถาม มีอยู่ว่าเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้ทราบไหม แม้ว่ากรุงเทพมหานครครับ ทั้งรองผู้ว่าราชการจะพยายามอธิบายครับ บอกว่ากรุงเทพธนาคมที่ กทม. เขาตั้งนี่ท่านประธานครับ เป็นวิสาหกิจ เข้าใจตรงกันก่อนนะครับ รัฐวิสาหกิจชัดเจนครับเป็นของรัฐ วิสาหกิจเขาบอก เป็นบริษัทเอกชน เพราะฉะนั้นกรุงเทพธนาคมไปอนุมัติขยายสัญญาสัมปทานให้อีก ๑๓ ปี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ครบนี่นะครับ จนไปครบอีกครั้งหนึ่งปี ๒๕๘๕ ท่านก็อธิบายมากมายครับ บอกว่าเซ็นสัญญาล็อก (Lock) ไว้ตอนนี้นี่เดี๋ยวราคามันจะถูกลง บริษัทรายนี้จะสามารถทำได้ แต่ประเด็นอันนั้นเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ในอนาคตครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบหรอกครับ เด็ก ๆ โตขึ้นมาบ้านผมมีโทรทัศน์สีครั้งแรกปี ๒๕๑๕ มีไอโฟน (iPhone) ใช้ก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้ครับ เพราะฉะนั้นอีก ๓๐ ปีข้างหน้า ท่านประธานครับ พลังงานแสงอาทิตย์จะดีกว่า พลังงานไฟฟ้าไหมครับ หรือบ้านท่านประธานที่อยู่ในต่างจังหวัดจะขุดไปแล้วเจอบ่อน้ำมัน ประเทศไทยร่ำรวยไหมครับ ถ้าเกิดอย่างนั้นขึ้นเราเกิดอะไรขึ้นครับ ราคาก็ล็อกไว้แล้ว เราก็ไม่สามารถไปแก้ไขอะไรได้ จริง ๆ แล้วมันควรจะใกล้ถึงสัญญาแล้วจึงค่อยต่อสัญญาครับ
ประเด็นคำถามที่ผมถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับว่า ท่านทราบไหมครับว่า ส่วนราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเอาละเราไม่ว่ากัน จะเป็นเอกเทศ จะเป็นการบริหารการปกครองท้องถิ่นก็สุดแท้แล้วแต่ท่านครับ แต่ท่านรู้ไหมครับว่าเขาตั้ง บริษัทกรุงเทพธนาคมขึ้นมา แล้วเขาไปเซ็นสัญญาให้กับเอกชน กระทรวงมหาดไทยรับรู้ เรื่องนี้หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ