รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ ไม่ให้เสียเวลาขอเริ่มหารือเลยนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ต่อท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ ๒-๓ เรื่องนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องแรกทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหลุมได้ร้องเรียนมาเกี่ยวกับเรื่อง มีคลองหลายคลองในตำบลบ้านหลุม ไม่ว่าจะเป็นคลองแขม คลองตาทวน คลองตาจั้ม คลองหนองว้า และคลองวังครก ซึ่งไม่มีประตูระบายน้ำซึ่งจะกักเก็บน้ำไว้ ทางองค์การ บริหารส่วนตำบลนั้นได้ขอผ่านไปทางชลประทานก็หลายปี ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณก็ฝากถึง กรมชลประทานให้ช่วยเข้าไปดูแลในคลองต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ คลองแขม หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๕ คลองตาทวน หมู่ที่ ๗ คลองตาจั้ม หมู่ที่ ๗ คลองหนองว้า หมู่ที่ ๘ และคลองวังครก หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านหลุม อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัยครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่าพี่น้องนั้นเดือดร้อนเกี่ยวกับ เรื่องรถบรรทุกอ้อย ในเส้นสายวิ่งมาตั้งแต่ทางเขตจังหวัดกำแพงเพชรก็ดี หรือเขต จังหวัดพิษณุโลกผ่านอำเภอกงไกรลาศ ตั้งแต่ตำบลหนองตูมมาเข้าเขตเทศบาลกงไกรลาศออกไป ซึ่งบรรทุกน้ำหนักเกิน แล้วก็ยังเกินคอกเป็นจำนวนมาก แล้วอ้อยตกหล่นเต็มถนนไปหมด ไม่มีรถมาวิ่งเก็บตาม สร้างความเดือดร้อนในรถเล็กที่จะวิ่งตามมา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางทีก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งครับ ก็ฝากถึงท่านประธานนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมเองนั้นก็ได้ยินหนาหูเกี่ยวกับ เรื่องโครงการงบฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งถ้าใครอยากได้จะต้องมีการแลกเปลี่ยน หาเงินทอง ไปแลกกับโครงการอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลยครับ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่หนาหูมาก ในตอนนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาก็ฝากมาครับ บางทีเขาไม่สามารถที่จะไปหาเงินได้ แต่ว่าเขามีความจำเป็นที่อยากจะได้โครงการครับ ถือว่าเป็นโครงการที่ดีอยู่แล้วครับ ก็ฝากกับทางรัฐบาลครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานีนะครับ พี่น้องชาวอำเภอไชยวาน โดยเฉพาะอยากจะให้ทางรัฐบาลไปทำ ถนนลาดยางตั้งแต่ตำบลไชยวาน โดยเฉพาะบ้านหนองแวง ไปยังตำบลหนองหลัก คือบ้านหัวนกยาง และบ้านสะงวยไปยังบ้านหนองหลัก อันนี้พี่น้องประชาชน ฤดูนี้เป็นฤดูที่ ชาวไร่อ้อย มันสำปะหลัง ได้ทำการขุดมันสำปะหลัง แล้วก็ได้ทำการตัดอ้อย โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนที่จะไปทำมาหากิน รถอ้อยวิ่งไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก็บรรทุกอ้อยน้ำหนักก็มาก ถนนก็ไม่ดี แล้วก็วิ่งเร็ว เสียงดัง เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ผู้รับผิดชอบเรื่องถนนลาดยางในทางหลวงชนบทที่สามารถเข้าไปดำเนินการได้
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านฝากขอบคุณเรื่องรัฐบาลที่ได้ประชุมสัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีได้รับงบประมาณเยียวยา ขณะนี้ทางจังหวัดอุดรธานีก็ได้รับ พี่น้องประชาชนก็ไม่เดือดร้อนเรื่องงบเยียวยาแล้วนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านธวัชชัย อนามพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ให้โอกาสผม ผมมีเรื่องความห่วงใยการแก้ปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ขณะนี้ทุเรียน มังคุดเริ่มออกแล้ว สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ พอหน้าผลไม้ก่อนถึงเดือนเมษายน งบก็จะส่งไปยังภาคตะวันออก ๑๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มีที่ไหนหรอกครับท่านประธาน งบส่งไป ถ้าเหลือคืนก็คืนทุกปีนะครับ แต่ปีนี้ก็เป็นห่วงมาก โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้ ของรัฐบาลที่แล้วดีมากนะครับ เวลาผลผลิตตกต่ำจะมีเงินเข้าบัญชีให้เกษตรกร เขาพอใจ เป็นอย่างมาก และรัฐบาลชุดนี้นำโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร การแก้ปัญหา ผลผลิตก็ช้ามาก ผมเป็นห่วงมากเลยนะครับ ยกตัวอย่างเรื่องมันสำปะหลังเกษตรกรปีนี้ ตายแน่ ๆ ถึงการจำนำจะให้กิโลกรัมละ ๒.๗๐-๒.๘๐ บาทก็ดี แต่เขาเข้าร่วมโครงการช้ามาก แล้วรัฐบาลก็เคยประกาศว่าวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ก็จะเริ่ม แต่ล่าออกไปจนกระทั่ง มีโครงการประกันรายได้วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ทำให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังเขาเสียโอกาส แล้วก็ร้องเรียน เขาหมดหวัง สิ้นหวัง เพราะฉะนั้นก็ขอฝากรัฐบาลนี้ว่าขอให้เตรียมงบ แก้ปัญหาภาคตะวันออกโดยด่วนนะครับ
แล้วอีกประการหนึ่งนะครับ ชาวจันทบุรีก็ร้องเรียนผมมานะครับว่า ข้าวของแพง มันแพงจริง ๆ นะครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ยาคูลท์นี้นะครับท่านประธาน ธรรมดาขวดละ ๖ บาท มันเพิ่งขึ้นราคาวันที่ ๑๖ มีนาคมนี้เอง เป็น ๘ บาท ขอฝากท่านประธานบอกรัฐบาลด้วย ช่วยแก้ปัญหาข้าวของแพงด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน สวัสดีครับ
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอพนัสนิคมที่จะหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรกนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับถนนคันคลองชลประทาน ๒ สาย ซึ่งอยู่ บนคันคลองเดียวกันซึ่งไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง สายแรกนั้นเป็นถนนแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ ไปบ้านเนินตามาก บ้านเนินถ่อน ซึ่งในส่วนของแยกทางหลวง ๓๑๕ ไปบ้านเนินตามากนั้น ได้ก่อสร้างเป็นถนนลาดยางเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ชำรุดเสียหายทั้งสายครับ ส่วนในส่วน ของทางบ้านเนินตามากไปบ้านเนินถ่อนยังไม่ได้ทำการลาดยางแต่ประการใด ซึ่งมีระยะทาง ประมาณ ๑ กิโลเมตรกว่านะครับ ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนมากในเวลาสัญจรไปมา ก็ขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ได้จัดสรรงบประมาณในการซ่อมสร้าง ถนนสายดังกล่าวด้วย ส่วนอีกสายหนึ่ง เป็นสายทางแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ ไปบ้านเขาคีรีรมย์ ซึ่งได้ทำการลาดยางไปแล้ว แล้วก็มีปัญหาชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วง ซึ่งก็ไม่ทราบว่าหมดระยะเวลาในการค้ำประกันสัญญาในการจ้างไปแล้วหรือยัง ถ้าหากว่าหมดระยะเวลาไปแล้วก็ขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นได้จัดสรร งบประมาณในการซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวด้วย
เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับบริเวณสี่แยกหัวไผ่หรือสี่แยกท่าข้าม บนถนนสายทางหลวง ๓๑๕ พนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๓-๑๔ ซึ่งบริเวณ สี่แยกดังกล่าวนั้นเป็นสี่แยกในลักษณะทแยงนะครับ ไม่ใช่สี่แยกตั้งฉากนะครับ ซึ่งปัจจุบันนั้น มีไฟสัญญาณไฟกระพริบ ผู้ที่ไม่เคยสัญจรไปมาหากจะเลี้ยวขวาในบริเวณสี่แยกดังกล่าว ก็จะเกิดอาการลังเล เนื่องจากว่าถนนที่เป็นทางแยกที่ตัดกับถนนสายทางหลวง ๓๑๕ นั้น มันไม่ตรงกัน ก่อให้เกิดปัญหาการเฉี่ยวชนอยู่เป็นประจำนะครับ ซึ่งขอกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟสัญญาณ จราจร แดง เขียว ในบริเวณสี่แยกดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับผู้บริหารสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรือน จังหวัดลำพูน และยินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านแยง จังหวัดพิษณุโลก ท่านเรวัต อารีรอบ เชิญครับ
ท่านประธานครับ คุณเรวัตติดแถลงข่าว อยู่ข้างล่างครับ บอกว่าให้ผมขึ้นมาแทนก่อน เพราะผมก็มีคิวอยู่แล้วนะครับ แล้วสลับที่ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าตอนนี้กลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นทางภาคใต้กำลัง ติดบุหรี่ที่เรียกว่าบุหรี่กานพลูกันเยอะครับ เป็นบุหรี่ที่ตอนนี้หาซื้อได้ง่ายแม้กระทั่งในร้านค้า ตามหมู่บ้านก็มี แล้วก็จะมีราคาที่ถูกกว่าบุหรี่ธรรมดานะครับ บุหรี่กานพลูนี้แอบลักลอบนำเข้า จากประเทศอินโดนีเซียมาเป็นเวลานานแล้วครับ แต่เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้มียี่ห้อใหม่ ๆ ครับ ท่านประธาน มีการตกแต่งกลิ่น ใส่เป็นกลิ่นมิ๊นท์ (Mint) แล้วก็ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวย ทันสมัยขึ้น เน้นสีสันสดใส แล้วก็ทำเป็นกล่องลิปสติก พกพาง่ายสำหรับผู้หญิง แล้วก็ ทำกล่องขนาดเล็กสำหรับเยาวชน แล้วก็มีหลายรสชาติที่จูงใจวัยรุ่นให้เข้ามาติดนะครับ กลยุทธ์ในการขายก็มีทั้งขายแบบ ๓-๔ มวน ในราคา ๒๐ บาทเท่านั้นเอง หรือแม้แต่ ทำเป็นแพคเกจ (Package) ผสมเป็นหลาย ๆ รสก็มีครับ บุหรี่กานพลูนี้จะผลิตจากใบยาสูบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีกานพลู ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีสารที่เรียกว่าอิวเจนนัล (Eugenol) ซึ่งเวลาสูบเข้าไปแล้วทำให้หลอดลมชา เพราะฉะนั้นเด็กเล็ก ๆ ก็สามารถที่จะสูบแล้วก็สูด เข้าไปลึก ๆ ถึงปอดได้โดยที่ไม่มีอาการสำลักจึงทำให้เด็กติดกันมาก หลายประเทศอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาห้ามบุหรี่ชนิดนี้ เนื่องจากว่ามีสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายมาก ไม่ว่าจะนิโคติน (Nicotine) คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) หรือว่าทาร์ (Tar) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ เพราะผมเชื่อว่าต้องมี หลายหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุขในการแนะนำ ควบคุมให้กับเยาวชน เป็นกรมสรรพสามิตที่ควบคุมเรื่องของการลักลอบนำเข้า และแม้แต่ ป.ป.ส. ครับ เพราะว่าอันนี้ก็อยู่ในข่ายเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งเหมือนกัน จึงกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างรีบด่วนครับ ขอบคุณครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่เนื่องมาจากรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ปัญหา ความเดือดร้อนที่หมักหมมมาก็มีเกิดขึ้นในเขต ๕ จังหวัดสุพรรณบุรี ดังปรากฏต่อไปนี้
ความเดือดร้อนของประชาชนที่ร้องเรียนมาสู่กระผมก็คือ ประชาชน บ้านโป่งคอมเหนือ หมู่ที่ ๗ ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่า เขามีท่อประปาแต่ไม่มีน้ำประปาไหลในท่อ เนื่องจากในขณะนี้ท่อประปานั้นทางองค์การ บริหารส่วนตำบลด่านช้างไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม เนื่องจากขาดงบประมาณ จึงร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดำเนินการช่วยเหลือประชาชน หมู่ที่ ๗ บ้านโป่งคอมเหนือด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องถนนอันตรายเสี่ยงกับความตายทุกวัน เนื่องจากประชาชนที่เดินทางบนถนนสาย ๓๔๐ ซึ่งเป็นถนนระหว่างจังหวัดสุพรรณบุรี กับกรุงเทพมหานครนั้นในขณะนี้มีการซ่อมแซม ในขณะนี้มีการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ายังไม่มีตีเส้นทางเป็นสีสะท้อนแสงให้ประชาชนได้ใช้สังเกตในการสัญจร ในเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นเวลาเดินทางนั้นเกิดอุบัติเหตุและอันตรายเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดำเนินการตีเส้น เพื่อให้ประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัยด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องข้อความไม่ประสงค์ปรากฏบนมือถือ เนื่องจากในขณะนี้มีข้อความเป็นจำนวนมากขึ้นบนมือถือของประชาชน ประชาชนก็ไม่อยากได้ เพราะฉะนั้นจึงร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงไอซีที (ICT) ให้ช่วยดำเนินการ อย่าให้บริษัทหรือข้อความดังกล่าวขึ้นบนมือถือของประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอรอนงค์ คล้ายนก
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านวังปริญญา ซอย ๑๐๒/๓ แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ว่ามีบุคคลภายนอกมาเช่าอาคารเลขที่ ๑๔๙ ใช้ชื่อว่า อุตรดิตถ์พิชัยขนส่ง นำรถบรรทุกสิบล้อมาจอดบนถนนส่วนบุคคลภายในหมู่บ้าน และดำเนินการขนถ่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด เพลารถยนต์เก่า แหนบ ล้อรถมือสอง ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนในเรื่องของการกีดขวางการจราจรไม่ได้รับความสะดวกในการเข้าออก และยังขนถ่ายสินค้าประเภทโลหะก่อให้เกิดเสียงดังโครมครามตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปสำรวจและแก้ไขปัญหาดังกล่าวนะคะ
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าราคาแพงจากพี่น้องประชาชน ซึ่งพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าสินค้าแพงและขึ้นราคาเกือบทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ข้าวสาร อาหารสด พืชผักทางการเกษตร น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย รวมไปถึงหัวหอม กระเทียมนะคะ ซึ่งในส่วนของพี่น้องประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะมีรายได้ก็คงที่ยังไม่ได้รับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหรือเงินเดือนขั้นต่ำตามนโยบาย แต่อย่างใด แต่สินค้าได้ปรับขึ้นราคาไปล่วงหน้าเป็นเดือนแล้ว ในส่วนของพ่อค้าแม่ค้าเอง ก็ต้องปรับราคาขายขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะจากที่เคยซื้อวัตถุดิบมาประกอบราคาขายเคยจ่าย ในราคา ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท แต่ขณะนี้ต้องจ่ายเพิ่มเป็น ๑๐,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท ถ้าขาย ในราคาเดิมก็คงขาดทุน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลที่จะช่วยเร่งแก้ไขปัญหา ดังกล่าวอย่างรีบด่วน แล้วก็อย่าเปรียบเทียบเลยนะคะว่ายุคไหนแพงกว่ากัน ในยุคนี้เป็นยุคที่ ท่านเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐบาลก็ขอให้ท่านเร่งแก้ไขอย่างรีบด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสุรสาล ผาสุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถนนลาดยาง เส้นคันคลองชลประทานมหาราชตั้งแต่ช่วงรอยต่ออำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ไปจนสุดเขตตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างตามแนวถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมขึ้นบ่อยครั้ง เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ที่ใช้ถนนเส้นนี้ในการสัญจรไปมาเป็นอย่างยิ่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้ายได้ทำ ประชามติรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว ประชาชนต้องการให้มีไฟฟ้าแสงสว่าง สาธารณะตามแนวถนน ตั้งแต่รอยต่อจากอำเภอสรรพยาไปจนสุดเขตตำบลชีน้ำร้าย จึงขอให้กระทรวงคมนาคมโปรดสั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสิงห์บุรี บรรจุแผนงานไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะเข้ากับโครงการก่อสร้างถนนลาดยางเส้นดังกล่าว ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ด้วย โดยองค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้ายยินดีจะเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายค่ากระแสไฟฟ้าส่วนที่เกินจากกฎระเบียบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเอง
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานถึงเรื่องของ การดำเนินการล่าช้าของหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังจาก ที่ร้องเรียนในสภาแห่งนี้แล้วทางสภามีหนังสือกลับมาที่ ส.ส. แล้วปรากฏว่าในบางหน่วยงาน ในบางกระทรวงนั้นมีการดำเนินการล่าช้า เรื่องนี้อาจจะทำให้ปัญหานั้นมีความเสียหาย รุนแรงมากยิ่งขึ้น กราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องทุกเรื่องที่ร้องเรียนผ่าน ส.ส. ไปนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ ส.ส. รับมาจากประชาชนซึ่งเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงนั้นน่าจะได้เร่งรีบในการดำเนินการ ผมเข้าใจว่าบางเรื่องอาจจะ ทำไม่ได้โดยทันทีหรือทำได้ในทันที แต่ก็อยากให้มีการชี้แจงกลับมาเพื่อที่จะได้ทราบ และนำไปชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนต่อไปครับ เรื่องนี้ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานสภา ได้โปรดพิจารณาให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ราษฎรตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี มีความเดือดร้อน เรื่องน้ำกินน้ำใช้ เที่ยวก่อนนี้เคยปรึกษาไปเที่ยวหนึ่งแล้ว แล้วก็ตอนนี้หมู่ที่ ๔ มีจำนวน ประชากรประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน มีหนองน้ำบ้านหนองใหญ่ คือหนองน้ำนี้ปกติ ที่เคยใช้อยู่ตอนนี้ตื้นเขิน พื้นที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ที่ได้ประโยชน์จากหนองน้ำแห่งนี้ แล้วก็ตอนนี้ตื้นเขินมาก อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนี้เข้าไปดูแล แล้วก็ขุดลอกให้ลึก ลงไปกว่าเก่าเพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์ขึ้นไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ คือราษฎร หมู่ที่ ๔ ตำบลเกาะรัง บ้านหนองปล้อง มีความเดือดร้อน เรื่องน้ำกินน้ำใช้เหมือนกันครับ เนื่องจากสำนักงาน รพช. เมื่อสมัยก่อนนี้ไปทำฝายไว้ที่ บ้านหนองปล้อง หมู่ที่ ๔ นี้ครับ คือตอนนี้ฝายแห่งนี้ได้ตื้นเขินมาก แล้วก็อยากจะให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ อาจจะเป็นกรมทรัพยากรน้ำหรืออะไรก็ได้นะครับ ให้เข้าไปช่วยดูแล ช่วยปรับปรุงฝายแห่งนี้ เพราะราษฎรมีความเดือดร้อนมาก น้ำใช้ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลทะเลวังวัด อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่เป็นธารน้ำผุด พื้นที่เขาเรียกบ้านทะเลวังวัด มีลำธารความยาวประมาณ ๓ กิโลเมตร และ ๒ ข้างลำธารนี้เป็นพื้นที่เพาะปลูกและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม และมี สิ่งปลูกสร้างที่ อบต. เก่าเขาเคยทำไว้แล้ว ตอนนี้ทรุดโทรมไป อยากจะให้การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบมาดูแล แล้วก็มีงบประมาณมาช่วยดูแลสถานที่ แห่งนี้ เพื่อให้เป็นที่ท่องเที่ยวต่อไป เพราะว่ามีสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างไปแล้วมากมาย เช่น อบต. เก่า งบประมาณที่ก่อสร้างไปประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐-๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร อยากจะให้นำกลับมาปรับปรุง แล้วก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ ท่านเปล่งมณีครับ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ดิฉันเองก็เป็นผู้หนึ่งค่ะ ที่ต้องใช้เส้นทางสาย ๒๐๕ เพื่อกลับจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะช่วงอำเภอด่านขุนทดถึงตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส ต้องเรียนว่าเส้นทางตรงช่วงนี้ค่ะท่านประธาน ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อมาโดยตลอด น้ำท่วม หลายปีมาแล้วตั้งแต่สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีค่ะ เขาก็ไปทำถนนใหม่ เมื่อทำ ถนนใหม่เสร็จตอนนี้เกิดปัญหาค่ะ ถนนที่ทำใหม่ก็ไม่ดีค่ะ ถนนที่มีอยู่แล้วยิ่งเสียหายกว่าเดิม พี่น้องที่ใช้สัญจรไปมาเดือดร้อนเป็นอย่างมากค่ะ คนท้องบอกดิฉันว่าแทบจะคลอดเลยค่ะ ท่านประธาน ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาเส้นทางที่ทำให้การสัญจรไปมาค่อนข้างลำบาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ บ่อยด้วยค่ะ โดยเฉพาะที่ดิฉันว่าช่วงบ้านหนองบัวโคกถึงอำเภอด่านขุนทดค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับการโทรมาแจ้ง จากผู้นำในหมู่บ้านหลายหมู่บ้านค่ะว่าตอนนี้เด็กเล็ก เด็กเยาวชนในหมู่บ้านติดยา เป็นจำนวนมาก ตอนนี้ยาเสพติดระบาดเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว โดยเฉพาะในบรรดา เด็ก ๆนักเรียน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บำรุง ให้ช่วยดูแลแล้วก็หาทางป้องกันให้กับเด็ก ๆ ที่เป็นอนาคตของชาติด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานคะ เมื่อวานนี้ในตอนหารือกันดิฉันก็อยากจะฝาก ท่านประธานค่ะ เรื่องนี้ก็คือ เมื่อวานนี้ต้องเรียนว่าเมื่อวานขณะที่เรามีการหารือกันได้มี น้อง ๆ นักเรียนเข้ามาฟังในห้องประชุมของเราด้วย ซึ่งการที่ท่านประธานปล่อยให้ เพื่อนสมาชิกแสดงกิริยาที่เป็นแบบอย่างไม่ดีกับสายตาของเด็ก ๆ ที่เข้ามาชมค่ะ ก็จะเป็น การสร้างให้เกิดตัวอย่างที่ไม่ดีในการทำความก้าวร้าวทางด้านกิริยามารยาท ก็อยากฝาก ท่านประธานให้ช่วยควบคุมแล้วก็ดูแลด้วยค่ะ เนื่องจากเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ก็อยากให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับเด็กนักเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของประเทศเราได้เอาแบบอย่างด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เรียนท่านประธานนะครับว่า สถานการณ์ปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่าสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้นเป็นอย่างมาก แล้วก็ มีการหารือของเพื่อน ๆ สมาชิกอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเนื่องด้วย สินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา รวมถึงในเรื่องของสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับความจำเป็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน แก๊สหุงต้มหรือแม้กระทั่งสินค้า ที่ต้องใช้ทำอาหารรับประทานในแต่ละวัน แต่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าได้ไป ตรวจสอบและได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่าในเรื่องของการไฟฟ้านครหลวงก็มีกลุ่มคนที่เขาเข้าไป ช่วยดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการเข้าไปซ่อมแซมบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน เป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งครับว่า ใบแจ้งค่าไฟฟ้าของคนที่เข้าไปดำเนินการนั้น เขาเคยได้ขอการไฟฟ้านครหลวงไป ซึ่งดำเนินการเป็นเรื่องของไฟฟ้าชั่วคราว ผมก็ได้นำใบแจ้งราคาไฟฟ้ามาให้ท่านประธานดูนะครับว่า ในเดือนธันวาคมเขาใช้อยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท พอไปดูของเดือนต่อไปเพิ่มขึ้นเป็น ๓ เท่า ๑๘๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมก็นึกว่ามันคิดผิดนะครับท่านประธาน พอไปดูอีกจุดหนึ่ง เดือนมกราคมประมาณ ๙๐,๐๐๐ บาท พอไปเดือนถัดไปเป็น ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ได้รับทราบ ว่าเป็นเรื่องของนโยบายของรัฐบาลที่มีการเปลี่ยนประเภทในการคิดราคาค่าไฟฟ้า จากประเภทที่เรียกว่าอยู่ในหมวดประเภท ๒.๑.๑ เป็นประเภท ๘.๑ กับอีกรายหนึ่ง จากประเภท ๓.๒.๒ เป็นประเภท ๘.๑ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทำให้ราคาต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากประมาณเกือบ ๓ บาทเป็น ๖ บาท ก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะว่าจะเป็นการซ้ำเติมนอกจากของอุปโภคบริโภคแพงแล้ว ก็ยังเป็นนโยบายในเรื่องของไฟฟ้าที่รัฐบาลส่งลงไปในการเปลี่ยนประเภทการคิดราคา ค่าไฟฟ้าทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น ๒-๓ เท่า ก็คิดว่าเรื่องนี้คงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ที่จะฝากทางท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลว่าไม่ควรจะซ้ำเติม พี่น้องประชาชนไปมากกว่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้นำปัญหาของพี่น้องในเขตเลือกตั้งก็คือเรื่องของน้ำใช้น้ำบริโภคที่เกิดขึ้น ปัญหา ของอำเภอสำโรงทาบ ที่ชื่อว่าสายน้ำห้วยทัพทัน ซึ่งเป็นเส้นเลือดของอำเภอสำโรงทาบ เป็นเขตเลือกตั้งของกระผม เป็นสายน้ำที่เชื่อมมาจากแม่น้ำมูลซึ่งมันจะมีปัญหามายาวนานเลยครับ จนจำเจ เวลาแล้งก็แล้งเอามาก ๆ เวลาน้ำท่วมก็จะทำให้เกิดปัญหา อย่างน้อย ๆ ก็ ๔ ตำบล ก็คือตำบลเกาะแก้ว ตำบลหมื่นศรี ตำบลประดู่ แล้วก็ตำบลสะโน น้ำท่วมทำให้ไร่นา แล้วก็ บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ไร่นาประกอบไปด้วย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เลยอยากให้ส่วนที่รับผิดชอบ ผมไม่ทราบว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า หรือกรมชลประทานหรือกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ไปวางแผนให้ชัดเจนในเรื่องของ การขุดลอกหรือการสร้างฝาผนังป้องกันการพังทลายของด้านตลิ่ง หรือไม่ก็สร้างฝายเก็บกัก รักษาน้ำให้พี่น้องได้ใช้น้ำ แล้วปัญหาอยู่ ๔ ตำบลที่ผมกล่าวอ้างพี่น้องเดือดร้อนมากครับ ทำนาไม่ได้ข้าวเลยมาเป็น ๑๐ กว่าปีแล้วครับ เขาเดือดร้อนจริง ๆ ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะมา บอกใครที่ไหนก็เลยมาเล่าให้ท่านประธานฟังเพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ผมเข้าใจว่า เป็นกรมชลประทานหรือกรมเจ้าท่านี้ละครับให้ดำเนินการด่วน แล้วมันเดือดร้อนถึงเขต ส.ส. ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ด้วยนะครับ เพราะอำเภอโนนนารายณ์กับอำเภอสิงขรภูมิผมมันชนกัน แล้วก็เป็นสายน้ำสายเดียวกัน ท่าน ส.ส. ตี๋ใหญ่ก็มาบ่นให้ฟังตลอด ก็เลยฝากแล้ว ทำให้ มันเสร็จเลยครับ ความยาวของสายน้ำห้วยทัพทันนี้ประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ไม่ใช่ ได้ประโยชน์เฉพาะคนจังหวัดสุรินทร์นะครับ จังหวัดศรีสะเกษก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะมัน เป็นเขตติดกับของท่าน ส.ส. มานพ ของท่านอดีตรัฐมนตรีพรศักดิ์ มันก็ทำให้พี่น้อง ชาวไร่ชาวนาได้ประโยชน์กับการทำเกษตรกรรมตรงนี้มากครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า การขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดย พลตำรวจตรี กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ รองผู้บัญชาการปฏิบัติราชการแทน ผบ. สันติบาล ปรากฏว่าเป็นไปด้วย ความล่าช้า บางรายตั้งแต่เดือนกันยายนแล้วยังไม่อนุมัติ ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชน ร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บภาษีเถื่อนจากผู้ขอแปลงสัญชาติ ขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ
เรื่องที่ ๒ นายศุภกร เอี่ยมกลิ่น พนักงานรักษาความสะอาด ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งคนงานเก็บขน ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ เขตพระนคร ได้รับอุบัติเหตุเป็นคนพิการ นอนโรงพยาบาลถึง ๕ เดือน ต้องการที่จะให้ กทม. และกระทรวงมหาดไทยได้ดูแลและจ่ายค่าชดเชย
เรื่องที่ ๓ พี่น้องข้าราชการกรมสรรพากรร้องเรียนว่าการเก็บภาษีหุ้น บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ทักษิณขายให้กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ ผ่านนายพานทองแท้และนางพินทองทา ชินวัตร เดิมกรมเคยเรียกเก็บภาษี ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ไม่เรียกเก็บแล้ว แม่ค้าที่ขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งกรมสรรพากรไปนั่งนับชามก๋วยเตี๋ยวเพื่อเก็บภาษีร้องเรียนมาขอให้เก็บภาษีในกรณีนี้ เพราะข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน
เรื่องที่ ๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายคมสัน เอกชัย ก่อนหน้านี้ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี อนุมัติเหมืองโปแตซ ปรากฏว่าชาวบ้านเดือดร้อนย้ายมาอยู่ ที่จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านก็ไม่สีความสุข ขอให้รัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ พิจารณาในยุคของแพง และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบว่าเหตุใดถึงอนุมัติ
เรื่องที่ ๕ โครงการรถเมล์ฟรี รถไฟฟรีจะหมดอายุในวันที่ ๓๐ เมษายนนี้ ขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติโดยด่วนเพื่อต่ออายุโครงการนี้ต่อไปอีก ๑ ปี
เรื่องที่ ๖ นายสัญชัย สังปกุล เคยร้องว่าเจ้าหน้าที่ประมงจะทำร้ายร่างกาย ที่เขตหนองแขม ปรากฏว่าเลขานุการรัฐมนตรีชี้แจงมาว่าไม่เป็นความจริง ผมกราบเรียนว่า ท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ต้องดำเนินการสอบสวน เพราะชาวบ้านยืนยันว่าเป็นความจริง
ท่านประธานครับ ที่อยู่ในมือผมนี้คือข้าวหลามครับ เดิมกระบอกละ ๑๐ บาท ปัจจุบันเป็น ๑๓ บาท ขึ้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ปาท่องโก๋เดิมคู่ละ ๒ บาท ปัจจุบัน ๓ บาท ขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ น้ำเต้าหู้ท่านประธานครับ เดิมถุงละ ๕ บาท ปัจจุบัน ๗ บาท ขึ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และข้าวต้มมัดเดิม ๑๐ บาท ปัจจุบัน ๑๓ บาท ขึ้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ซื้อได้ที่ศาลาในสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าในสภาผู้แทนราษฎร สินค้าก็ขึ้นราคาตั้งแต่ ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในยุคของแพงเช่นนี้ของแพงมากจริง ๆ ขอให้ รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของแพงทั้งแผ่นดิน แพง แพง แพง และพี่น้องคนจนก็จน จน จน จนทั้งแผ่นดิน ขอขอบคุณท่านประธาน
ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้อยากจะขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก กระผมคิดว่าในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้าประเทศไทยของเรานั้น จะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือว่าเออีซี (AEC) สิ่งที่กระผมเป็นห่วงมาก ๆ ก็เป็นเรื่องของทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของพี่น้องชาวไทยนี่ล่ะครับท่านประธาน มีสถาบัน สอนภาษาระดับนานาชาติครับ ที่ชื่อว่า เอดูเคชั่น เฟิร์สท์ (Education first) ได้สำรวจว่า ทักษะการใช้ภาษาของพี่น้องชาวไทยนั้นอยู่ในลำดับที่ ๔๒ ครับท่านประธาน ซึ่งถ้าเราเทียบ กับประเทศเพื่อนบ้านของเราไม่ว่าจะเป็นประเทศกัมพูชา ในลำดับที่ ๔๑ ประเทศเวียดนาม ลำดับที่ ๓๙ ประเทศอินโดนีเซีย ลำดับที่ ๓๔ ประเทศมาเลเซีย อันดับที่ ๙ ของโลกครับ จะเห็นได้ว่าถ้าทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยของเรานั้นยังเป็นอย่างนี้ ถึงเวลา ที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดขึ้นมาพี่น้องคนไทยของเรานั้นจะเสียเปรียบกับการเปิด ประชาคมนี้ครับ ก็เลยอยากจะฝากความห่วงใยผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยสนับสนุนให้ช่วยพัฒนาการใช้ภาษาของพี่น้องชาวไทยของเราด้วยนะครับ ทำอย่างไร ที่จะทำให้พวกเรานั้นสามารถอ่านออกเขียนได้อาจจะไม่ต้องตรงแกรมม่า (Grammar) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ว่าให้สามารถสื่อสารได้ครับ กระผมเชื่อว่าถ้าพวกเราทำได้ พวกเราก็จะไม่เสียเปรียบชาติอื่น ๆ
อีกเรื่องครับ ท่านประธานครับ ผมได้พูดคุยกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับความไม่พอใจในการใช้รถสาธารณะหรือเรียกง่าย ๆ ว่ารถเมล์ครับ ท่านประธานครับ พี่น้องที่ได้คุยกับผมนี่ฝากข้อที่เขาอยากจะให้ปรับปรุงแก้ไขดังนี้ครับ
ข้อ ๑ เก้าอี้รอรถตามที่ต่าง ๆ ไม่เพียงพอครับ
ข้อ ๒ ป้ายบอกเส้นทางนั้นไม่มี หรือว่าถึงมีก็ไม่ชัดเจนครับ แน่นอนว่า ป้ายบอกทางต่าง ๆ นั้นไม่มีภาษาอังกฤษครับ แต่ประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศที่เน้น การท่องเที่ยวนะครับ ถ้าไม่มีภาษาอังกฤษมันจะแปลก ๆ อยู่ครับ ท่านประธานครับ
ข้อ ๓ การจอดป้ายของรถเมล์นั้นเป็นอันตรายต่อผู้ใช้บริการหรือว่าผู้ที่ขับรถ ตามมานะครับ และ
ข้อ ๔ ยังมีปัญหาอีกมากมายที่พวกเรารู้กันอยู่ ดังนั้นกระผมอยากจะฝาก เสียงของพี่น้องชาวไทย แล้วก็เสียงของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครครับ ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้ช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือซึ่งเกี่ยวกับสถาบันของเราครับ คือพิพิธภัณฑ์ของรัฐสภา ซึ่งเป็นที่นิยม ของพี่น้องประชาชนและนิสิตนักศึกษาที่เข้ามาชมในรัฐสภาก็ต้องเข้าชมพิพิธภัณฑ์ด้วย ขณะนี้พิพิธภัณฑ์แอร์ (Air-condition) ในอาคารของพิพิธภัณฑ์นั้นได้ชำรุดไป ๑ ตัว แล้วก็ ชำรุดมานานแล้วทำให้อากาศในห้องพิพิธภัณฑ์นี้อบอ้าว ซึ่งได้รับการเสนอแนะจากผู้ที่เข้าชมว่า สมควรที่จะต้องแก้ไข ๒. ก็คือว่าเพดานรั่วซึมหลายจุด ๗-๘ จุดมีน้ำหยด ซึ่งผมคิดว่าสถานที่ แห่งนี้เป็นสถานที่ของสถาบันนิติบัญญัติของชาติ ผมคิดว่าท่านประธานควรที่จะต้องให้ ความสนใจ แล้วก็เร่งรัดปรับปรุงซ่อมแซม
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่อำเภอแว้ง อำเภอสุไหงปาดี ในเรื่องของถนนเส้นทางคมนาคมชำรุดทรุดโทรม นั่นก็คือถนน สายบ้านสามแยก-ตือมายู อำเภอแว้ง แล้วก็ถนนสายบ้านแขยง อำเภอแว้ง สู่บ้านสากอ อำเภอสุไหงปาดี ในขณะนี้แทบจะใช้การไม่ได้ อยากจะให้กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไขโดยด่วน
เรื่องสุดท้ายครับ สี่แยกที่บ้านปาลัสที่บ้านของท่าน ส.ส. สามารถ เป็นสี่แยก ที่ได้รับอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะว่าไม่มีไฟจราจร ก็อยากจะให้ทางกรมทางหลวงช่วยไป กำหนดจุดในการที่จะสร้างไฟจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุเกิดขึ้นนะครับ ที่สี่แยกบ้านปาลัส อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ขอบคุณครับ
ท่านเลขาธิการครับ ฝากดูที่ท่านสุรเชษฐ์ได้นำกราบเรียนเมื่อสักครู่ เรื่องพิพิธภัณฑ์ช่วยตามดูด้วยนะครับ ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องถนนเพื่อการเกษตรและขนส่งพืชผล ทางการเกษตรสู่โรงงาน เนื่องจากว่าบ้านหนองแซง หมู่ที่ ๔ และ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ มีทั้งหมด ๖๐๕ ครอบครัว จำนวนประชากร ๒,๓๒๙ คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ทำไร่อ้อยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปัจจุบันถนนที่ใช้ ไปสู่แปลงเกษตรและขนส่งพืชผลไปสู่โรงงานนั้นมีความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นดินลูกรังบางส่วน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นดินเหนียวอันเกิดจากใช้รถไถขุดดิน ตามขอบถนนขึ้นมาปะที่เป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะฉะนั้นเวลาที่ฝนตกเกษตรกรจะได้รับ ความลำบากอย่างแสนสาหัส เพราะดินเหนียวนั้นจะไปติดล้อรถไว้ ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน ทั้ง ๒ หมู่บ้านนั้นก็ได้พยายามช่วยตัวเองแล้วโดยการเอาหินคลุกมาโรย แต่ก็ทำได้เพียงแค่ ๔๐๐-๕๐๐ เมตรเท่านั้น ก็ยังได้รับความลำบากอยู่อย่างมาก จึงได้นำเรื่องนี้มาเรียน ท่านประธานขอหารือและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับหมู่บ้านนี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ สวัสดี
ท่านเรวัต อารีรอบ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมจะมาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก ท่านครับ ไม่น่าเชื่อครับที่จังหวัดภูเก็ตไม่มีไฟฟ้าใช้ เกาะภูเก็ต มีเกาะบริวารอยู่ทั้งหมด ๓๒ เกาะ เกาะที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดก็คือเกาะมะพร้าว อยู่ตำบลป่าคอก อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เกาะที่ ๒ ครับ คือเกาะนาคาใหญ่ ตำบลป่าคอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ทั้ง ๒ เกาะนี้ สมัยนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้อนุมัติ ตาม ครม. วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ วันนี้ที่ผมมาเรียกร้องผ่านไปยังท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้รีบกำชับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ เมื่ออนุมัติตาม ครม. ไปแล้วทำไมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังเพิกเฉย เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือมีนักเรียน ที่นั่นมีแต่เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ผมถามดูสิว่าตามคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ที่บอกจะแจกไอแพด (iPad) ให้กับเด็ก เด็กจะชาร์จ (Charge) ไฟที่ไหน ท่านครับ ไม่มีที่จะชาร์จไฟที่อยู่ในไอแพดนี้เลยครับ ผมเลยขอเรียกร้องไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย
เรื่องที่ ๒ ครับท่าน คือการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติและแสดงนิทรรศการ เรื่องนี้ที่ท่านอัญชลีสมัยนั้นที่เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้คิดเอาไว้ แล้วก็มี พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่มาบอกพวกเรา ตอนนั้นเราเป็นฝ่ายรัฐบาล บอกให้โยกจาก จังหวัดเชียงใหม่มาที่จังหวัดภูเก็ต แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ทำครับ ก็บอกแล้วว่า จังหวัดเชียงใหม่ก็คือจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย เขาก็เป็นคนไทย สิทธิที่เขาจะได้ แต่งบนี้ รัฐบาลไม่ต้องจัดการทำอะไรเลยครับ เพราะว่าเป็นงบไทยเข้มแข็งตั้งไว้เรียบร้อยแล้วครับ ศูนย์ประชุมนานาชาติและแสดงนิทรรศการจะได้ผลประโยชน์ของคนกลุ่มอันดามันทั้งหมดครับ ขอขอบพระคุณครับท่าน
ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
กราบขอบพระคุณค่ะ เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีต เสริมเหล็ก บ้านนาน้ำท่วม หมู่ที่ ๔ บ้านหัวนาแหลม หมู่ที่ ๙ ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระยะทาง ๒,๕๐๐ เมตร สืบเนื่องจากดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียน จากนายประสาท อุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหอ ว่าบ้านทั้ง ๒ บ้านนี้ มีพี่น้องประชาชนถึง ๑,๐๐๐ กว่าคน ๓๐๐ หลังคาเรือน แต่มีปัญหาถนนระหว่างหมู่บ้าน ชำรุดทรุดโทรมเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาและเมื่อปีที่ผ่าน ๆ มาอีกหลาย ๆ ปี จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือผลักดันงบประมาณ ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันค่ะ คือขอให้ผลักดันงบประมาณในการก่อสร้าง ถนนลาดยางแบบเคพซีล (Cape Seal) ให้กับบ้านนา-บ้านห้วยไผ่ ตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระยะทาง ๗,๘๕๐ เมตร สืบเนื่องจากดิฉันได้หนังสือร้องเรียนเช่นเดียวกันจาก นายอัมพร คำเกตุ ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังเป่ง หมู่ที่ ๘ ตำบลอิปุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ว่าพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้การเดินทางอยู่ห่างไกลกัน และถนนดั้งเดิมเป็นถนนลูกรัง ที่สร้างมาหลายปี เป็นเวลายาวนาน และหมู่บ้านนี้ถนนอยู่ที่ที่ราบสูง ทำให้พี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อนเพราะถนนชำรุดทรุดโทรม ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือกรมทางหลวงชนบทและหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยผลักดันงบประมาณแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องถนนให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ หมู่บ้านด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอเป็น ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช แล้วตามด้วยท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ มีเรื่องที่จะต้องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือขณะนี้พี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอบ้านหมี่ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมือง กำลังประสบกับปัญหาเพลี้ยกระโดดนะคะ แต่ว่าเงินชดเชยเพลี้ยกระโดด เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ ยังไม่ได้รับ ดังนั้นจึงรบกวนท่านประธานนะคะฝากถึงกระทรวง เกษตรและสหกรณ์และท่านนายกรัฐมนตรีช่วยเร่งรัดจ่ายเงินเพลี้ยกระโดดให้กับเกษตรกร รวมทั้งเงินชดเชยและเงินเยียวยาเพราะว่าทั้ง ๓ อำเภอนั้นมีบางตำบลที่ยังได้รับไม่ทั่วถึง ยกตัวอย่างเช่น ตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง เพราะว่าเกษตรกรโทรมาบอกกับ ส.ส. ทุกวันเลยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ถนนสายอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ไปที่อำเภอท่าวุ้ง ตลอดเส้นทางนั้น กลางคืนนั้นมืดมากนะคะ ขอให้ติดไฟฟ้าสาธารณะให้กับประชาชนด้วย เพราะว่าเปลี่ยวแล้วก็ขณะนี้มีการตีชิงรถมอเตอร์ไซค์ในเวลากลางคืนนะคะ
เรื่องที่ ๓ สืบเนื่องจากทางรัฐบาลได้ผ่าน พ.ร.ก. ๔ ฉบับ ๑ ใน พ.ร.ก. นั้น คือการบริหารจัดการน้ำซึ่งในขณะนี้ถนนทางเลี่ยงเมืองของจังหวัดลพบุรีนั้นยังไม่ครบ มีทำเสร็จไปแล้วที่ใช้งานได้อยู่แค่ครึ่งทาง ดังนั้นจึงรบกวนท่านประธานฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่างบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ฝากท่านพิจารณาในการที่จะสร้างทางเลี่ยงเมืองจังหวัดลพบุรีซึ่งประโยชน์นั้นสามารถ สร้างทำเป็นพนังกั้นน้ำช่วยเหลือให้พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีนั้นได้อุ่นใจ อย่างน้อยหาก ท่านประกาศออกมาว่าทำแน่นอนนะคะ พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีก็จะได้นอนหลับ แล้วก็ หลาย ๆ ท่านนั้นก็ฝากมาบอกนะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเดินทาง อาจจะต้องเพิ่มอีกจนกว่าท่านรัฐมนตรีมานะครับ ท่านประสริฐ บุญเรือง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องความแห้งแล้งครับ ด้วยแม่น้ำลำพระยัง เป็นแม่น้ำที่มีความยาวอยู่ทั้งหมด ๑๑๒ กิโลเมตร ซึ่งไหลผ่านอำเภอเขาวง อำเภอนาคู อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอโพนทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด มีปัญหาเรื่อง ความแห้งแล้งกันอยู่ตลอดซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ก็ได้ประกาศสถานการณ์ความแห้งแล้งเกิดขึ้น แม่น้ำลำพระยังเส้นนี้เวลาหน้าแล้งน้ำจะแห้งขอด เมื่อ ครม. สัญจรอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ก็ได้รับหลักการการอนุมัติการก่อสร้างฝายซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๕ ตัวนะครับ แต่ปัญหา เมื่อก่อสร้างฝายแล้ว ปัญหาที่ตามมาก็คือเรื่องความตื้นเขินของหน้าฝายซึ่งงบประมาณตรงนั้น ยังไม่ได้รับการจัดสรรและสนับสนุนงบประมาณนะครับ ก็ขอเรียนฝากไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างขุดลอกหน้าฝาย ที่จะได้รับการก่อสร้างด้วยเพื่อเป็นแหล่งที่เก็บกักน้ำนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง ช่วงบ้านกุดสิม-คุ้มใหม่ของกรมทางหลวง ช่วงนี้เป็นสี่แยกทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ไม่มีไฟฟ้าและแสงสว่าง เป็นเขตชุมชน และเป็นเขตเทศบาลก็ขอเรียนผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้จัดสรร งบประมาณไปติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างภายในเขตช่วงบ้านกุดสิม-คุ้มใหม่ และช่วงบ้านกุดปลาเค้า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเรื่องของแพง แต่ดิฉันเข้าใจว่าราคาสินค้าแต่ละปีจะมีการขึ้นราคา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลต่อเนื่องมาจาก เศรษฐกิจโลก แต่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เป็นยุคแพงที่สุด เพราะฉะนั้นดิฉันจะไม่พูดรายละเอียดมาก แต่ฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยติดตามราคาสินค้าที่เคลื่อนไหวผิดปกติด้วย แล้วก็ขอให้ ประชาชนใช้จ่ายในราคาที่เป็นธรรม แล้วก็ขอให้ติดตาม แล้วก็ใกล้ชิดต่อเหตุการณ์ แล้วก็ สินค้าในการควบคุมราคาสินค้าด้วย
และเนื่องจากการที่รัฐบาลยังไม่ได้ให้เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุนะคะ ก็เป็น ส่วนหนึ่งในการที่ผู้สูงอายุไม่สามารถที่จะเป็นกำลังในการซื้อได้ ตอนนี้ผู้สูงอายุบอกว่า ไม่จำเป็นต้องขึ้นให้เขาก็ได้ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท หรือ ๑,๐๐๐ บาท แต่ขอให้ ๕๐๐ บาท ได้จ่ายให้เขาเป็นปกติด้วย เพราะตอนนี้หลายเดือนแล้ว ซึ่งเขาก็รอความหวังอย่าให้เขาตายไป ในระหว่างที่เขามีความหวังอยู่เลยนะคะ
ข้อ ๓ การเยียวยาในเรื่องของน้ำท่วมตอนนี้ยังติดขัดอยู่ ทางเขตลาดกระบัง บ่อปลาก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา ถ้ามีปัญหาใดขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยกรุณา ตอบคำถามให้กับพี่น้องได้ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดเขาถึงไม่ได้รับนะคะ ไม่อย่างนั้น ก็จะเป็นการรอคอยของพี่น้องอยู่
ข้อ ๔ เวลาได้รับค่าเยียวยาแล้วทำไมหน่วยงาน หรือว่านักการเมืองท้องถิ่น หรือผู้ที่ดำเนินการในการเอาเงินไปให้ ทำไมต้องมีการตัดหัวคิวด้วยคะ แล้วก็บอกว่า จะเอาไปสร้างถนน ดิฉันไม่ทราบว่าเรื่องเท็จจริงเป็นอย่างไร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ตรวจสอบด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผลจากการหารือทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างดียิ่งเลย ท่านประธานครับ ได้รับคำชมเชยมามาก มีทั้งจดหมาย แล้วก็มีโทรศัพท์มาครับว่า ท่านประธานให้โอกาสเขาได้รับผลประโยชน์จากการที่เปิดประชุมสภา ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้ร้องเรียนมามาก ผมพอสรุปได้มีอยู่ ๙ เรื่องด้วยกัน เป็นหนังสือแล้วก็จะได้ส่งให้ ท่านประธานได้นำไปช่วยติดตามให้
๑. เรื่องการฟื้นฟูถนนที่ชำรุด เพราะเกิดจากภัยพิบัติน้ำท่วมตอนนี้เสียหาย ๒๑ สายยังไม่ได้ซ่อม ก็อยากจะขอให้ทางกระทรวงคมนาคม แล้วก็กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ช่วยเร่งดำเนินการ
๒. กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม เจาะบ่อบาดาล ๗๐ ตำบล ขอมาตำบลละ ๑๐ บ่อครับ
๓. ขอให้ขุดสระให้ตำบลละ ๑๐ สระ ทั้งหมดขอมา ๗๐ ตำบลครับ
๔. ขอให้สร้างแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และป้องกันน้ำท่วม เพราะแก้มลิงจะเป็นที่อยู่อาศัยเก็บน้ำได้จำนวน ๗๐ ตำบลที่ขอมาตำบลละ ๕ แห่งครับ
๕. ขอให้รัฐบาลสร้างบ้านเอื้ออาทรให้อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอสระโบสถ์ แล้วก็อำเภอเมืองศรีเทพ ขอส่งเป็นหนังสือนะครับ ท่านประธาน กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพรัก อย่างสูง กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานอย่างสูง ซึ่งวันนี้เวลาอาจจะเกินไปหน่อย ท่านประธานยังให้โอกาส ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องประชาชน อำเภอบ้านด่านลานหอย ตำบลวังลึก หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ฝั่งคลอง เรื่องกระแสไฟฟ้าที่ยังไม่มี การดำเนินการในครัวเรือน จริง ๆ แล้วการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะอำเภอบ้านด่านลานหอย หรืออำเภอสวรรคโลกและอำเภอเมืองนั้น ก็มีการจัดเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการ แต่ด้วย งบประมาณที่ยังขาดแคลนได้รับการสนับสนุนจาก อบต. บ้าง หรือจากส่วนหน่วยงานองค์กร ท้องถิ่นบ้าง ซึ่งไม่มีงบประมาณเลยดำเนินการได้ล่าช้า จึงกราบเรียนให้ท่านประธานฝากไปถึง กระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุนส่วนนี้ เพื่อให้เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ด้วยครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ซึ่งตอนนี้ท่านก็มานั่งให้กำลังใจ ในสภาอยู่ ที่จะได้ความกรุณาผันงบประมาณอ่างแม่ลำพัน ที่อำเภอบ้านด่านลานหอย เป็นงบประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้พี่น้องประชาชนก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้อย่างสูง แล้วก็ดำเนินการอยู่ ชาวสุโขทัยก็ต้องขอขอบคุณท่าน แต่อีกโครงการหนึ่งซึ่งเป็นโครงการ ที่กรมทรัพยากรน้ำรับผิดชอบอยู่และออกแบบเรียบร้อยแล้ว และเป็นประโยชน์กับจังหวัดสุโขทัย ที่จะป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้งได้อีกคืออ่างช่องมะค่า ท่านผู้อำนวยการกรมทรัพยากรน้ำก็ดี หรือ ผอ. ภาค ๙ ก็ดี ก็รับปากว่าจะเดินทางไปตรวจสอบ เพราะว่าใช้งบประมาณไม่เยอะ ประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาทหรือไม่ถึง ๒๐ ล้านบาท ผมว่าเป็นสิ่งที่ควรจะไปดำเนินการตรงนี้ จึงกราบเรียนถึง ฯพณฯ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อีกครั้งหนึ่งว่าให้ความกรุณาคนจังหวัดสุโขทัย อีกโครงการหนึ่ง
และอีกโครงการหนึ่งซึ่งเป็นโครงการน่าเสียดายที่ทิ้งขว้างไปก็เปล่าประโยชน์ คือโรงพักเก่า ซึ่งบางที่ยังมีสภาพที่สามารถปรับปรุงแก้ไขมาใช้ได้ โดยที่ผ่านมานั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรี คือท่านเฉลิม อยู่บำรุง นั้น ก็ได้ความกรุณาสร้างใหม่หลายที่ ซึ่งให้ขวัญกำลังใจตำรวจมามากมาย แต่วันนี้โรงพักเก่าถูกทิ้งขว้าง ก็อยากให้จัดสรร งบประมาณเข้าไปช่วยปรับปรุงแก้ไขใช้เป็นประโยชน์เสริมกับอาคารใหม่ต่อไป ขอกราบ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านลีลาวดี วัชโรบล
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องอยากจะขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือปัจจุบันเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นจำนวนหลายครั้ง อาจจะเนื่องด้วย อากาศที่ร้อนขึ้น ดิฉันเองนั้นในพื้นที่มีเหตุไฟไหม้ ๒ ครั้ง ในช่วงระยะเวลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นอยู่ตรงช่างอากาศ ก็มีไหม้ไปประมาณ ๑๐ คูหา อยู่ริมถนนใหญ่ ทีเดียวนะคะ ถนนพระราม ๕ แล้วก็เพิ่งเกิดเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วก็อยู่ในซอยหมอเหล็ง เขตราชเทวี ก็ไหม้ไปประมาณ ๘ คูหา ดิฉันได้มีโอกาสเข้าไปดูในพื้นที่ แล้วก็สอบถาม พี่น้องประชาชนที่เกิดเหตุ ก็ได้รับทราบปัญหามาว่ารถดับเพลิงมาถึง แต่ไม่สามารถจะเข้ามา ในซอยได้ เนื่องจากว่าปากซอยและกลางซอยก็ห่างกันไม่มาก สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าว่า อยู่กันไม่ไกลนัก แต่มีรถที่จอดขวางทางบวกกับสายไฟระโยงระยางอยู่ในซอยจำนวนมาก ทำให้รถดับเพลิงนั้นไม่สามารถที่จะมาดับเพลิงได้ทัน ทำให้ไฟนั้นไหม้ไปกว่า ๘ คูหานะคะ แล้วก็ทำให้เกิดความเสียหายมากมาย เนื่องจากว่าแต่ละคูหาก็เป็นร้านที่เปิดเป็นการตัดผ้าโหล ก็จะมีเสื้อผ้าที่เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี ก็พบว่ามีความเดือดร้อนมาก ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดได้ดูแลในเรื่องของการอบรมหรือในเรื่องของการให้ความรู้ว่า เกิดเหตุขึ้นในกรุงเทพมหานครเช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง หรือว่าจะเป็นการเตรียม เรื่องอุปกรณ์ในการดับเพลิงให้เพียงพอแต่ละชุมชน
แล้วดิฉันก็ได้รับร้องเรียนมาจากเรื่องของเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งมีผู้สูงอายุ หลายท่านทีเดียวในเขตดิฉันเองบอกว่ายังไม่ได้รับนะคะ ดิฉันเองก็มีโอกาสสอบถามไปถึง ทางรัฐบาล แล้วก็ได้รับทราบจากทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกว่าได้โอนเงินมาให้กรุงเทพมหานครแล้ว ในจังหวัดอื่น ๆ ได้รับเงินไปเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ในกรุงเทพมหานครนั้นยังไม่ได้รับ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงทางกรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดตรวจสอบแล้วนำเงินมามอบให้กับผู้สูงอายุด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ท่านฉัตรพันธ์ไม่มานะครับ เป็นท่านธารา ปิตุเตชะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธารา ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านประธานครับ มีเรื่องหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมเรื่องถนนสาย ๓๑๓๘ บ้านค่าย-บ้านบึง ถนนนี้เป็นถนนสาย ยุทธศาสตร์นะครับท่านประธาน เชื่อมระหว่างจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี ซึ่งใช้ทั้ง ภาคอุตสาหกรรมแล้วภาคเกษตร ท่านประธานครับ ถนนนี้สร้างมาประมาณสัก ๔๐ ปี แล้วผมได้ทวงถามหลายครั้ง เพราะถนนเส้นนี้แทบจะใช้การไม่ได้แล้วครับ เส้นแบ่งจราจร อุปกรณ์ประกอบกับถนนต่าง ๆ แทบจะใช้การไม่ได้ อุบัติเหตุเกิดมากมายเลยครับ ท่านดู ตามโรงพักที่ผ่านสายทางนี้ ท่านจะเห็นว่าพวกรถยนต์ต่าง ๆ กองเป็นอนุสาวรีย์เลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชนมากมาย เพราะฉะนั้นต้อง กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งในการก่อสร้างถนนสายนี้ด้วยครับ เพราะถนนสายนี้ได้สอบถามไปแล้วครับ มีการสำรวจออกแบบไว้เป็นที่เรียบร้อย รองบประมาณอย่างเดียวครับ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเขตทวีวัฒนา ในเรื่องของการขุดเจาะสำรวจแหล่งน้ำมันดิบ อันนี้เรื่องสำคัญนะครับท่านประธาน ของ บริษัทมิตรา เอ็นเนอร์ยี่ ซึ่งการขุดเจาะสำรวจครั้งนี้ ขุดเจาะน้ำมันครั้งนี้ต้องมีของเสีย แน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้นในการขุดเจาะครั้งนี้โดยของเสียได้มีการขนย้ายไปยังบริษัทเอสซีจี หรือบริษัทปูนซิเมนต์ไทยเพื่อไปทำลาย แต่ปัจจุบันเอสซีจีชะลอการรับของเสียไม่ว่าจะด้วยเหตุผล อะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ชะลอการรับของเสีย เพราะฉะนั้นเมื่อมีการขุดเจาะของเสียก็ขึ้นมา ทุกวันครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ให้ประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้าไปตรวจสอบด้วย ทราบว่าตอนนี้ที่ชาวบ้านร้องเรียนมามีของเสียอยู่เป็นร้อย ๆ ตัน เพราะไม่สามารถที่จะขนถ่ายไปได้ ของเสียอันนี้คงจะเป็นอันตรายนะครับ ขนาดบริษัทเอสซีจี ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยยังไม่กล้ารับนะครับ เพราะฉะนั้นเกรงว่าถ้าไม่เข้าไปตรวจสอบให้เร็ว ชาวบ้านที่อยู่บริเวณในเขตที่ขุดเจาะน้ำมันเกรงว่าจะได้รับอันตรายครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสัมพันธ์ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้เวลา ๑๑.๑๕ นาฬิกา ความจริงกระทู้ถามสดเราจะเริ่มที่ ๑๑.๐๐ นาฬิกา เพราะเหตุใดท่านประธานช่วยแจ้งด้วยครับ ทำไมท่านประธานไม่ดำเนินการในช่วงเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา แล้วก็มันจะกระทบ ต่อการถ่ายทอดทางทีวีช่อง ๑๑ นะครับ ก็อยากจะเรียนถามท่านประธานครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็ไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีท่านใดเตรียมที่จะ มาตอบเลยครับ ดังนั้นผมก็ฝากต่อท่านประธานนะครับ แจ้งทางรัฐบาลให้ความสำคัญ ต่อสภาแห่งนี้หน่อยนะครับ เพราะว่าตอนนี้มีกระทู้ถามที่สำคัญ ๆ ที่ผู้แทนราษฎรจะได้ถาม กับทางรัฐบาล เพราะว่าประชาชนก็กำลังจะรอฟังอยู่ครับ
ขอบคุณครับ ได้รับแจ้งว่าท่านรัฐมนตรีเดินทางมาถึงตรงลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว ก็อีกสักท่าน ๒ ท่าน ท่านเอมอร สินธุไพร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่มาร้องเรียนผ่านดิฉันไปยังท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายจิมมี่ สารบุตร กำนันตำบลคำไฮ และนายสมบัติ แก้วกัลยา ผู้ใหญ่บ้านบ้านโปง ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มาร้องเรียนดิฉันเกี่ยวกับการใช้ถนนตรงทางแยกเข้าบ้านโปง ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว แล้วก็ เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากค่ะ ทางเส้นนี้จะแยกจากเส้นทางหลวงจากสายพนมไพรไปอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างส่อง การใช้ถนนในเวลากลางคืนจะไม่ปลอดภัยค่ะ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดิฉันจึงอยากจะขอฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านที่เกี่ยวข้อง ได้จัดไฟฟ้าสว่างส่องทางไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องด้วยนะคะ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายถวิล หวานอารมณ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัวน้อย กับพี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนจำนวน ๓๐ ครัวเรือน พี่น้องประชาชน บ้านหนองบัวน้อยมีอาชีพหลักก็คือการทำนา การทำนาก็ทำให้มีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ก็เลยทำอาชีพเสริมคือการทำสวน ปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกถั่วและแตงกวา เพื่อเป็นรายได้ มาเลี้ยงครอบครัวแล้วก็ส่งลูกหลานเรียนหนังสือ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรยังไปไม่ถึงค่ะ พี่น้อง เลยมีความต้องการอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือมีความรับผิดชอบได้จัดไฟฟ้า เพื่อการเกษตรไปให้พี่น้องจำนวน ๓๐ ครัวเรือน ซึ่งพื้นที่ในการทำสวนตรงนี้จะอยู่ห่าง จากหมู่บ้านประมาณเกือบพันเมตรค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าหากว่ามีไฟฟ้าช่วยในการเกษตร ก็จะทำให้พี่น้องที่ทำการเกษตรได้มีน้ำ แล้วก็ทำการเกษตรได้ผลผลิตที่ดีขึ้น ดิฉันจึงขอฝาก ความเดือดร้อนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยเหลือ พี่น้องที่มีความยากจนแล้วก็รอความช่วยเหลือ และดิฉันเองก็มีเอกสารการร้องเรียน และรายชื่อของพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อที่จะส่งผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน หรือท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ผมได้รับข้อหารือจากพี่น้องประชาชนในเรื่องดังต่อไปนี้ครับ
เรื่องแรก ก็คือจากปัญหา ๓ จังหวัดพี่น้องซึ่งเป็นผู้นำศาสนาหรือองค์กร ต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวกับศาสนา มีภารกิจ แล้วก็การทำหน้าที่ค่อนข้างมาก วันนี้เขาขอสนับสนุน เงินตอบแทนหรือเงินเพิ่ม ผมขอฝากต่อผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเงินตอบแทน
๑. ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้
๒. โต๊ะอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น
๓. สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
๔. คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
๕. คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด
๖. ครูตาดีกาประจำมัสยิด
เรื่องที่ ๒ สิ่งที่อยากจะขอต่อผู้เกี่ยวข้องก็คือถนนที่เดินทางมาจาก จังหวัดปัตตานีสู่จังหวัดยะลา วันนี้เป็นถนน ๒ เลน ซึ่งผ่านอำเภอยะรัง วันนี้สมควรแล้ว ที่จะเปิดเส้นทางให้กว้างขึ้นเพราะว่าปริมาณการใช้รถค่อนข้างมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ผมขอนำเรียนในข้อที่ ๒
ข้อที่ ๓ ก็คือปัญหานาร้างในพื้นที่อำเภอยะรัง อำเภอมายอ ซึ่งผมก็เคยพูด ในการอภิปรายงบประมาณวันนี้ยังไม่ดำเนินการ ผมจะพูดต่อไปเรื่อย ๆ เพราะนี่คือ การสร้างเศรษฐกิจที่พอเพียงให้กับพี่น้องในฐานะซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีฐานะยากจน
เรื่องที่ ๔ ก็คือผมอยากจะขอให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ไปสำรวจในมัสยิดต่าง ๆ ในเขตพื้นที่อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอทุ่งยางแดง โต๊ะอิหม่ามมีความประสงค์ต้องการ แท่นบรรยายธรรมหรือที่เขาเรียกว่ามิมบัร ซึ่งใช้ในการบรรยายเพื่อสร้างให้ประชาชนในพื้นที่ เป็นผู้ที่มีคุณธรรม ผมขอฝากท่านประธานเพียงแค่นี้ หวังว่าคงจะได้รับความอนุเคราะห์ เป็นอย่างดี ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพ
ท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอปรึกษาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านไปยังท่านประธานและไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ
เรื่องที่ ๑ ขอสนับสนุนการสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบริเวณบ้านท่าขามแป ตำบลชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และบริเวณบ้านกุดละลม ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องด้วยสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแห่งนี้ทางกรมชลประทานและทางชลประทาน จังหวัดชัยภูมิได้ออกแบบไว้เรียบร้อยแล้วและได้บรรจุในแผนงบประมาณไปหลายปีแล้ว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ แล้วก็ประชาชนในส่วนที่เกี่ยวข้องตรงนี้ จะมีปัญหาเรื่องความเดือดร้อนการใช้น้ำเพื่อการเกษตร ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนลดลงด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอเพิ่มถนนโครงข่ายทางหลวงชนบทสายบ้านหนองบัวขาว บ้านท่าขามแป บ้านใหม่พัฒนา แล้วก็บ้านปึกคงคา ตำบลชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากว่าเส้นทางดังกล่าวยังเป็นเส้นทางลูกรังอยู่ แล้วก็เป็นเส้นทางที่นักเรียนใช้ ในการเดินทางไปโรงเรียน แล้วก็ชาวเกษตรกรใช้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้าง โครงข่ายทางหลวงชนบทเพิ่มเติมให้กับชาวอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิด้วย
เรื่องที่ ๓ เป็นการบริหารจัดการน้ำบริเวณลำน้ำชีช่วงที่ตัดผ่านตำบลบ้านค่าย ตำบลโนนสำราญ และตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พบว่าการบริหารจัดการน้ำ มีปัญหามาก ในยามที่เป็นหน้าฝนจะเกิดภาวะอุทกภัยอย่างรุนแรงของจังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ ในยามหน้าแล้งก็คือปัจจุบันนี้ชาวบ้านทั้ง ๓ ตำบลนี้จะประสบปัญหาน้ำแล้ง ตัวกระผมเอง ก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมาอย่างโดยตลอด อันนี้ก็คงต้องฝากทางรัฐบาล ช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับทางตำบลต่าง ๆ ด้วยนะครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก คือโครงการบ้านวิถีไทยเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้สร้าง มาประมาณ ๖-๗ ปีแล้วท่านประธาน ได้สร้างอาคารสำนักงานและอาคารประกอบ ใช้งบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬางบประมาณเกือบ ๓๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธาน แต่ปรากฏว่าโครงการบ้านวิถีไทยนั้นไม่ได้ดำเนินการ ผมก็ได้สอบถามผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังไม่ได้รับคำตอบ ก็อยากจะขอทราบ ความคืบหน้าว่าสิ่งที่ทำไป ๓๐ กว่าล้านบาทนั้นจะได้ดำเนินการอย่างไรต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้เพิกถอนเอกสาร ส.ป.ก. ๔-๐๑ ในพื้นที่ของทุ่งเลี้ยงสัตว์ ทุ่งไสยาศน์ ในตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีราษฎรได้ถือเอกสาร เป็น ส.ค. ๑ อยู่หลายแปลง ขณะที่ทาง ส.ป.ก. ได้ไปประกาศเขตพื้นที่ราษฎรไม่ทราบ วันนี้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิกถอน ส.ป.ก. ให้กับราษฎรด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธาน ได้รับการร้องเรียนจากนายสมยศ โตพ่วง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๗ บ้านวังวน ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย เกี่ยวกับถนนทางหลวง หมายเลข ๑๒ บริเวณหน้าวัดคลองสวน มีพี่น้องประชาชนซึ่งมีหมู่บ้านอยู่บริเวณ บ้านคลองสวนได้เดินทางไปทำบุญที่วัดหรือไปที่โรงเรียนจะต้องไปยูเทิร์น (U-Turn) ไกล ก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมทางหลวง ได้ดำเนินการทำยูเทิร์นให้กับทางราษฎร หมู่ที่ ๗ ด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรี เดินทางมาถึงแล้ว เห็นบอกเดี๋ยวขอเวลาสักนิดหนึ่ง ขอท่านยุพราช บัวอินทร์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมได้รับข้อร้องเรียน จากพี่น้องประชาชน บ้านอีเลิศ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ ตำบลนาซำ อำเภอหล่มเก่า เรื่องปัญหา ในสิทธิที่ดินทำกิน คือมีที่ดินทำกินครับ แต่ขาดเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ ของกรมที่ดิน และกรมป่าไม้ได้เข้าไปตรวจสอบแล้วที่ผ่านมา แต่ว่ายังไม่มีการดำเนินการต่อใด ๆ ทั้ง ๆ ที่เขตในพื้นที่ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ ตำบลนาซำ ไม่อยู่ในเขตป่าสงวน ไม่อยู่ในเขตป่าไม้ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลหลักด่าน อำเภอน้ำหนาว ประสบกับปัญหาภัยแล้งขาดน้ำประปาของบประมาณในการสร้างประปาหมู่บ้านให้พี่น้อง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลหลักด่าน อำเภอน้ำหนาวครับ
เรื่องที่ ๓ มีปัญหาเรื่องการจำนำข้าวของพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวตำบลสักหลง และตำบลท่าอิบุญว่าพี่น้องประชาชนมีความเข้าใจว่ารัฐบาลนั้นรับจำนำข้าวทุกเม็ด รับจำนำข้าว ขั้นต่ำเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลทำไม่ได้ พี่น้องประชาชน ได้รับแจ้งจากเกษตรอำเภอว่ามีข้อจำกัดว่ารับจำนำได้รายละไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชน ในเขตตำบลสักหลง และตำบลท่าอิบุญ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอบพระคุณครับ
ท่านชินวรณ์ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ กระผมมีเรื่องที่จะเรียนซักถามท่านประธานนะครับ กระผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมมีประเด็นที่อยากจะเรียนกับท่านประธานว่า มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เสนอกฎหมายและยื่นเข้าสู่ระเบียบวาระ ท่านประธานก็ได้ กรุณาตอบจดหมายมาว่าได้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเป็นจดหมายเกี่ยวกับการเงิน เพราะฉะนั้นต้องส่งไปให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้รับรองนะครับ เช่น ในกรณีของผมนั้น ได้เสนอกฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนครูของแผ่นดิน พระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืม และพระราชบัญญัติกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา แต่ว่าในขณะนี้ยังไม่ได้มีการตอบรับ เพื่อได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมของสภา ผมอยากให้ท่านประธานได้ให้ ความสำคัญว่ากฎหมายที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกนั้น โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ก็ถือว่า ให้เพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสที่จะเสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่อท่านประธานได้ส่งกฎหมาย ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมอยากจะให้ท่านประธานได้กรุณาช่วยเร่งรัด อย่างน้อยที่สุด ก็ให้ได้เข้ามาบรรจุไว้ในระเบียบวาระครับ เพราะถือว่าเป็นผลงานของเพื่อนสมาชิกในสภานี้ ส่วนการที่จะได้เลื่อนระเบียบวาระหรือไม่นั้นก็เป็นโอกาสที่จะต้องพูดกันต่อไปครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้อยากจะให้เป็นกรณีตัวอย่าง เพียงครั้งเดียวที่เพื่อนสมาชิกสภานี้ต้องมานั่งรอรัฐมนตรี ผมเองเคยเป็นประธานวิป (Whip) รัฐบาลมาก่อน แล้วก็ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตั้งกระทู้ถามสดซึ่งถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่เร่งด่วน และแสดงถึงความพร้อมของฝ่ายบริหารที่จะต้องมาตอบต่อเพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนของ ปวงชนชาวไทย วันนี้เวลาล่วงเลยไป ๓๐ นาที โดยท่านประธานกล่าวอ้างว่าต้องรอรัฐมนตรี ท่านประธานอาจจะไม่รู้สึกอะไรครับ แต่ผมมีความรู้สึกว่าพวกเราในฐานะที่เป็น ฝ่ายนิติบัญญัตินั้นกำลังที่จะทำตามฝ่ายบริหารซึ่งตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่ท่านประธานเอง ก็ถูกกล่าวหามาโดยตลอดครับ ผมอยากจะเรียนฝากท่านประธาน ๒ เรื่องนี้ให้ได้ช่วยเร่งรัด ให้เป็นบรรทัดฐานต่อไปครับ
ครับ เรื่องแรก ฝากท่านเลขาธิการช่วยติดตามด้วยนะครับ ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็ต้องขอความร่วมมือจากทาง คณะรัฐมนตรีด้วยเช่นกันครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๓ คน
ผมไม่เสียเวลานะครับ มีผู้ลงชื่อเข้าร่วมประชุม ๓๑๑ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการ ตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๖๘ ส. เรื่อง ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว (นายวรงค์ เดชกิจวิกรม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอบแทนนะครับ ถามโดย คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ซึ่งคุณหมอได้มีวัตถุและภาพพาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) อะไรหลายอย่างที่ได้ขออนุญาต แล้วประธานก็ได้อนุญาตแล้วนะครับ แต่ก็ต้อง ขอความร่วมมือจากคุณหมอด้วยนะครับเพราะท่านมีเวลา ๓ คำถามแค่ ๑๐ นาที ขอให้ บริหารเวลา เพราะผมก็ไม่อยากทักท้วงให้ท่านเสียความรู้สึก ท่านต้องรับผิดชอบในการ บริหารเวลาด้วยนะครับ
เชิญคำถามแรกครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตทางผู้จับเวลา ขอเวลาผม สั้น ๆ นิดหนึ่งครับ จริง ๆ แล้วผมมารอท่านรัฐมนตรีตั้ง ๑ ชั่วโมงแล้ว ผมมานั่งในห้องนี้เวลา ๑๐ โมงครึ่ง เพราะผมก็ต้องรักษาเวลาตามที่ท่านประธานบอก แต่วันนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านมาเลท (Late) ตั้งครึ่งชั่วโมง แล้วก็เจตนาของผม ผมต้องการถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสังเกตไหมว่าทุกครั้งเวลาผมถามในเรื่องพวกนี้ผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่สิ่งที่ท่านตอบพวกผมในช่วงประมาณ ๑ เดือนเศษที่ผ่านมามันล้มเหลวคือท่านทำไม่ได้ ผมเคยถามเรื่องมันสำปะหลังกับท่าน วันนี้ชาวมันสำปะหลังก็ล้มเหลวเจ๊งไม่เป็นท่า เพื่อนผม เคยถามเรื่องราคาสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน มันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ผมก็ปรึกษาคนในพรรคว่า จะเอาอย่างไรดี เพราะถ้าถามท่านอีกท่านก็ตอบ สุดท้ายชาวนาก็คงยังเจ๊งเหมือนเดิม ก็เลย ตัดสินใจเปลี่ยนมาถามท่านนายกรัฐมนตรี และบังเอิญท่านนายกรัฐมนตรีคือประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ซึ่งท่านจะต้องลงมาดูแลชาวนาในอัตรา ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาท และท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่มา แล้ววันนี้ปล่อยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์มาผมว่าท่านก็ต้องช้ำกลับไปอีก ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านจะอยู่ได้นาน ขนาดไหนนะครับ มันสำปะหลังก็เจ๊ง ข้าวของก็แพงทั้งแผ่นดิน ข้าวก็กำลังมีปัญหา ซึ่งก็ ไม่เป็นอะไรครับ คือในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีส่งท่านมาผมก็อยากจะบอกอย่างนี้นะครับว่า ท่านต้องจดประเด็นไป เพราะวันนี้พวกผมไม่เชื่อว่าท่านจะแก้ปัญหาในสิ่งที่ผมมานำเสนอได้ ท่านอาจจะเป็นบุรุษไปรษณีย์เอาข้อมูลพวกผมไปบอกกับท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ แล้วก็ชาวนา วันนี้ผมเน้นไปที่ชาวนา ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องชาวนา ผมต้องเอาเรื่องนี้ มาโชว์เหมือนเดิมครับ นี่คือข้าว คือความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวนาครับ แล้วก็คนกลุ่มนี้ เป็นคนที่เลี้ยงสังคมไทยเรามา แล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า
ท่านคุณหมอ เข้าประเด็นเลยใช่ไหมครับ เข้าประเด็นแล้วนะครับ
เริ่มเลยนะครับ
ครับ
ของ ๒ สิ่งนี้คือตัวที่ชี้วิถีชีวิตชาวนาครับ ท่านประธาน นี่คือเครื่องวัดความชื้นครับ ถ้าชาวนาได้รับการวัดความชื้นที่ดีทุกอย่าง ก็จะได้รับการดูแลที่ดี แต่ปรากฏว่าเครื่องวัดความชื้นเหล่านี้ถึงเวลาจริง ๆ แล้วมันเกิดปัญหา มันจึงเกิดการโกงพี่น้องชาวนาขึ้นมา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับ พวกผม ไม่ได้เป็นชาวนาครับ เพราะผมเห็นนักการเมืองหลายคนชอบพูดว่าผมเป็นลูกชาวนา แต่ผม เพื่อนผมหลายคนไม่ใช่ชาวนา แต่ผมหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยคิดว่าสักวันหนึ่ง ชาวนาไทยจะเหมือนชาวนาเกาหลีและชาวนาญี่ปุ่น เราหวังว่าชาวนาไทยเหมือนชาวนาเกาหลี ชาวนาญี่ปุ่นเพราะว่าเขาจะต้องมีรายได้ที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีการศึกษาที่ดี วันนี้ ท่านประกาศนโยบาย ๑๕,๐๐๐ บาทออกมา แต่ปรากฏว่ามันล้มเหลวครับท่านประธาน ข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท มันล้มเหลวอย่างไรบ้าง ผมสรุปให้ท่านฟังสั้น ๆ ครับ
๑. ถูกโกงความชื้นอย่างมโหฬารท่านประธาน ไปที่ไหนก็โกงความชื้นหมด แล้วผมเชื่อว่าการโกงความชื้นครั้งนี้ในภาพรวมของประเทศ ผมตีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท บอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับว่าขณะนี้นโยบายจำนำของรัฐบาลชุดนี้ทำให้ชาวนา ถูกโกงความชื้นในภาพรวมทั้งประเทศเป็นหมื่นล้านบาทและโกงทั้งแผ่นดิน ไม่ใช่โกงที่จุดใด จุดหนึ่ง แต่เป็นการโกงกระจายทั้งประเทศและทั้งแผ่นดิน
ประเด็นที่ ๒ คือเป็นการโกงแบบไม่ยอมรับความชื้น
ประเด็นที่ ๓ คือเป็นการโกงแบบไม่ให้เข้าจำนำเฉย ๆ อ้างโน่นอ้างนี่ เช่น เกินโควตา หรือว่าเกินที่รัฐบาลกำหนดไว้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าเกิน ๕๐๐,๐๐๐ ปุ๊บ ไม่ให้เข้าจำนำ ที่ท่านบอกว่าจำนำได้ทุกเม็ด หรือแม้แต่โกงเวลาท่านประธาน ท่านบอกว่า เอาข้าวเข้าโรงสี ๓ วันได้ใบประทวน รับใบประทวนส่ง ธ.ก.ส. ๓ วันได้เงิน เท่ากับ ๖ วัน แต่ความเป็นจริงเป็นเดือนครับ เท่ากับชาวนาถูกโกงครับ โกงทั้งแผ่นดินครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาต จริง ๆ แล้วอันนี้เป็นเอกสารที่พี่น้องเกษตรกรส่งมาให้ผมเยอะแยะเลยครับ ท่านประธาน เฉพาะเอกสารที่ปึ๊งนี้ส่งมาเต็มไปหมดเลย ความชื้น ๓๘ คนที่อยู่ในวงการข้าวตกใจ วัดความชื้น ๓๘ ๓๗ ๓๖ ๓๘ ๓๗ แล้วท่านก็รู้อยู่แล้วว่าเครื่องวัดความชื้นมาตรฐาน มันวัดตัวเลขได้สูงสุดแค่ ๓๕ ฉะนั้นตัวเลข ๓๘ มาได้อย่างไร มั่วสิครับ ก็มีการโกงเกิดขึ้น แล้วผมต้องย้ำกับรัฐมนตรีนะครับว่า มติของอนุกรรมการดูแลการรับจำนำข้าว เขียนไว้ ชัดเจนว่า ถ้ามีการวัดความชื้นเกิน ๓๕ ก็คือวัดค่าไม่ได้ เพื่อประโยชน์ของชาวนาให้คิด ความชื้นแค่ ๓๐ ผมย้ำนะครับ ย้ำพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะขณะนี้ทั้งประเทศ ถูกโกงหมด ถ้าความชื้นเกิน ๓๕ เท่ากับวัดไม่ได้ ให้โรงรับจำนำรัฐบาลคือโรงสีคิดความชื้นแค่ ๓๐ แต่ขณะนี้มีตัวเลขออกมาทั้ง ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ เฉพาะรายนี้แผ่นแรกผม เป็นข้าวหอมจังหวัด ประมาณ ๒๑ เกวียน วัดความชื้นได้ ๓๘ ถ้าผมคิดจาก ๓๐ ไปถึง ๓๘ โกงไป ๘ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ข้าวหอมจังหวัด ๑ เปอร์เซ็นต์เป็นมูลค่า ๒๕๘ บาท ถ้า ๘ เปอร์เซ็นต์ก็เท่าไรแล้ว ท่านประธาน ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ๒๑ เกวียนก็ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท เฉพาะรายนี้ครับ ท่านลองดูคลิป (Clip) ที่ ๑ นะครับ ผมขออนุญาตฉายให้ดูครับ เป็นคำอธิบาย ท่านเห็นไหมครับ เกษตรกรรายนี้เป็นตำรวจครับ ดาบตำรวจตรี อนุพันธุ์ เขาไม่ขอเปิดเผยนามสกุล ผมไปวัดความชื้นให้เขา เขาบอกขอให้ผมไปวัดให้หน่อย เครื่องนี้เลยครับ เครื่องมาตรฐาน ของกระทรวงพาณิชย์ วัดความชื้นได้ ๒๐.๒ ผมนั่งรอเขาประมาณชั่วโมงเศษ ๆ เขาเอาข้าวกลับมาเขาบอกว่าต่อรองราคาเรียบร้อยแล้วเต็มที่เขาให้มา ๓๒ ครับ กินความชื้น เขาไป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ความชื้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ประมาณ ๒๒๒ บาท ถ้าโกงไป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ รายนี้โกงไปประมาณเท่าไรครับ ท่านประธาน ประมาณ ๒,๖๐๐ บาทต่อเกวียน รายนี้ข้าว ๒๐ เกวียน ก็ถูกโกงไปประมาณ ๕๒,๐๐๐ บาท นี่คือการโกงที่เกิดขึ้นโดยที่พี่น้องเกษตรกรตามไม่ทัน คนคนนี้มีความรู้ แต่ต่อรองไม่ได้ เขาบอกถ้าจะเอาให้ไปที่โรงสีอื่น เวลาไปโรงสีอื่นเขาต่อสายโทรศัพท์ถึงกันแล้วว่า รถหมายเลขนี้ ทะเบียนนี้ถ้าไปแล้วเมื่อกี้ข้าให้ราคาขนาดนี้เอ็งต้องกดไปอีกหน่อย ชาวนา จะได้เข็ดไม่กล้าเดินสาย คำถามที่ผมจะถามว่า ขณะนี้พี่น้องชาวนาทุกข์ระกำลำบาก เจอข้าวของแพง แพงทั้งแผ่นดิน อยากจะถามท่านว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่หรือครับถึงปล่อยให้ พี่น้องชาวนาถูกโกงทั้งแผ่นดินครับ คำถามที่ ๑
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้มาตอบชี้แจงกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแทน ในประเด็นเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว ก็กราบเรียนก่อนนะครับว่าวันนี้เป็นวันที่ ครม. เลื่อนการประชุมมาประชุมในตอนเช้า แล้วก็ได้มีการประสานผ่านทางวิปไปแล้วนะครับว่า จะขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามให้ช้าไป ๓๐ นาที ก็ต้องขออภัยที่ท่านไม่ทราบข้อมูลนะครับ แต่ได้มีการประสานกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้วก็มาวันนี้ตอนเช้านะครับ
ตอบคำถามของท่านสมาชิกนะครับ เรื่องของวงเงินรับจำนำที่ท่านกล่าวว่า มีการกำหนดไว้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้น อันที่จริงเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนิดหน่อยนะครับ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือ ธ.ก.ส. ได้เสนอโครงการให้ ครม. เพื่อจะกำหนดวงเงินจริง ตัวเลข ๕๐๐,๐๐๐ บาทจริง แต่ว่าคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วไม่เห็นด้วย ในท้ายที่สุด ก็ลงมติให้เอาตัววงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้นออกนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาผู้ปลูกข้าวสามารถจำนำข้าวในโครงการได้โดยไม่มีวงเงินจำกัด ดังนั้นก็ยังเป็น การจำนำทุกเม็ดตามที่รัฐบาลได้มีเจตนารมณ์ที่จะดำเนินโครงการรับจำนำ อันนี้ไม่มีข้อมูลอื่น นอกจากว่าไม่มีวงเงินนะครับ เพราะฉะนั้นจำนำทุกเม็ดนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของความชื้น ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ท่านคุณหมอวรงค์ที่ได้นำประเด็นปัญหานี้ขึ้นมาเสนอในที่ประชุมแห่งนี้นะครับ กรณีขั้นตอน จริง ๆ แล้วในคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดนั้นทุก ๆ จุดที่มีการรับจำนำจะมีเจ้าหน้าที่ อยู่ประจำตลอดเวลาในระหว่างเวลาทำงาน ๔ คนด้วยกัน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จาก อคส. หรือ อ.ต.ก. ๑ คน มีผู้ช่วยปฏิบัติงาน มีตัวแทนราชการ มีตัวแทนเกษตรกร ผมก็เข้าใจว่า โรงสีบางแห่งอาจจะมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ อาจจะมีการกระทำที่ไม่ตรงไปตรงมา จึงเป็นเหตุให้ มีคนหรือเกษตรกรไปร้องเรียนผ่านท่านสมาชิกในจังหวัดของท่านนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางกรมการค้าภายในเอง กรมการค้าต่างประเทศ เรามีคณะอนุกรรมการตรวจสอบ เหตุผิดปกติ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมานี้เองก็ได้มีการอนุมัติให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบได้ลง พื้นที่ตรวจสอบทั้งหมด ๑๐ จังหวัดด้วยกัน ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกเป็นจังหวัดเป้าหมายจังหวัดหนึ่ง ที่จะมีคณะกรรมการตรวจสอบจากส่วนกลางออกไปนะครับ เหตุก็ด้วยที่เราก็ได้รับทราบ ข้อมูลมาบ้างแล้วว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการปฏิบัติในทำนอง ที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบหรือมีเจตนาที่จะโกงพี่น้องเกษตรกรจริง แล้วก็ตรวจพบดังเช่นที่ ท่านสมาชิกได้เอาหลักฐานมาแสดงนั้น ทางหน่วยงานราชการที่ไปตรวจสอบจะดำเนินคดี โดยเคร่งครัด แล้วก็จะขึ้นแบล็คลิสท์ (Blacklist) โรงสีแห่งนั้นโดยทันทีนะครับ ก็ขอ กราบเรียนว่าการดำเนินการทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ขอบคุณครับ
คำถามที่ ๒ คุณหมอวรงค์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ คาดได้เลยว่าท่านจะต้องตอบอย่างนี้ ผมอยากจะเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ การดูแล คนยากคนจน เกษตรกรชาวนา นอกจากท่านจะต้องมีนโยบายแล้วนี่ท่านจะต้องมี ความสามารถ นอกจากท่านต้องมีความสามารถแล้วสำคัญคือใจ ท่านต้องมีใจที่คิดว่าจะดูแล พี่น้องชาวนาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ท่านก็มายืนอ่านพูด เพราะผมก็เชื่อว่าคำตอบที่บอกว่า จะส่งอนุกรรมการลงไปดูแลถ้าเจอแล้วจะดำเนินคดี อนุกรรมการพวกนี้เวลาไปถึงก็ถูกพาไปกิน แล้วก็มีเงินใส่ซองให้ มีของฝากขึ้นรถให้ก็กลับบ้าน ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรหมด หรือ แม้แต่ท่านบอกว่าโรงสีไหนถ้าถูกตรวจว่าเจอจะขึ้นแบล็คลิสท์ คำถามถามว่าแบล็คลิสท์ของ ท่านนะเอามาพูดไว้เฉย ๆ ในการต่อรองกับโรงสี ผมเห็นโรงสีจำนวนไม่น้อยที่ขึ้นแบล็คลิสท์ เป็นหนี้รัฐ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท วันนี้มาดำเนินโครงการข้าวใหญ่โต แล้วคอยดูครับ ท่านประธานครับยังมีปัญหาพวกแบล็คลิสท์ปัญหาตามมาเยอะ เพราะว่าเอกสารส่งมาที่พรรค เยอะมาก วันนี้เราไม่ต้องการคุยเรื่องแบล็คลิสท์ ไม่ต้องการคุยเรื่องโรงสีโกงรัฐบาล แต่เรา ต้องการจะคุยว่าวันนี้โรงสีคือโรงรับจำนำของรัฐบาลโกงชาวนา ฉะนั้นสิ่งที่ท่านพูดมา ท่านพูดได้ครับ แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ทำ ไม่ได้เกิดขึ้นจริง คือท่านไม่ได้ใส่ใจจริง ๆ ในการ ดูแลประโยชน์ชาวนา ถ้าท่านลงไปจี้จริง ๆ ท่านไปกับผมก็ได้ ผมพาไปเยี่ยมเลย พาไปจี้ ไปจี้ รับรองเขาตื่นตัว เขาไม่กล้า แต่ถ้าท่านมัวแต่นั่งอยู่อย่างนี้แล้วก็บอกว่าจะดำเนินการ ส่งคณะกรรมการไปไม่มีทางท่านประธาน เผลอ ๆ ไปก็ไปกินข้าวกันแล้วเอาเงินใส่ซอง มีของฝากกลับบ้าน ฉะนั้นผมอยากจะบอกท่านนะครับท่านต้องใส่ใจนิดหนึ่งครับ แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าตัวเลข ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงและท่านบอกว่า ได้คุยแล้วว่าให้จำนำทุกเม็ด พวกนี้เวลามันเป็นข่าวออกไป พี่น้องเกษตรกรอำนาจต่อรองไม่มี เวลาถึงขึ้นมาจริง ๆ แล้วถ้าใครทำนาเยอะ ๆ เขาถูกกดหมดท่านประธาน แม้แต่สักครู่นี้เกษตรกรรายเมื่อกี้เขาทำนาได้ข้าวประมาณ ๓๐ เกวียน เขาเอาข้าวจำนำ ประมาณ ๒๐ เกวียน อีก ๑๐ เกวียนเขาต้องขายเงินสด เพราะว่าข้อต่อรองมันเยอะมาก ขนาดเขาเป็นนายตำรวจ นายดาบ เขาต้องขายเงินสดได้ราคาประมาณ ๘,๐๐๐ บาท แล้วอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งเนื่องจากเงินของพวกท่านให้เขาช้ามาก เป็นเดือน เขาไม่มีเงินใช้ ก็เลยจะต้องไปขายเงินสดส่วนหนึ่ง วันนี้ลีซซิง (Leasing) คึกคักมาก ท่านลองไปถาม พวกลีซซิ่งนะครับ ที่เป็นโครงการเงินกู้แบบ ๑ เดือน เพราะเขารู้ว่าตอนนี้เงิน ธ.ก.ส. เงินรัฐบาลนั้นไม่ออก มันออกช้า เขาเลยไปกู้แค่เดือนหนึ่งเพื่อเอามาใช้จ่าย แล้วสุดท้าย ต้องเอาไปใช้ลีซซิง ลีซซิงจึงคึกคักครับท่านประธาน ผมมีคลิปที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่อยากจะให้รัฐมนตรีท่านตั้งใจดูนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ความชื้น ๒๓.๕ นะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : มันน่าจะมีเครื่องวัดความชื้นทุกโรงสีหรืออะไรอย่างนี้ มันจะ ได้มั่นใจ ชัวร์ (Sure) ทั้ง ๒ ฝ่ายนะ อย่างนี้ถ้าเราไม่พอใจขาย มันขายที่ไหนไม่ได้ เขาบอก เอาไหม ลงไหม เราก็ต้องลง คือต้องการอยู่แค่ใกล้ ๆ ไม่ต้องวุ่นวายไปที่อื่น เพราะที่อื่นก็ไม่รู้ ไปโดนโกงอย่างนี้เหมือนกันหรือเปล่า”
“............... : เขาวัดความชื้นเราไหมครับอันนี้”
“............... : ไม่ได้วัด”
“............... : เขาทำอย่างไรบ้าง”
“............... : ไปถึงก็แทงออกมาแล้วก็เทใส่กระจาดเกลี่ยดูมีเม็ดเขียวไหม อะไรอย่างนี้ แล้วก็กะว่า ๓๐ กว่าความชื้นอะไรอย่างนี้”
“............... : แล้วเขาให้เราเท่าไร”
“............... : ให้ ๑๐,๕๐๐ บาท”
“............... : เมื่อกี้เห็นว่าวัดความชื้นก่อนไป วัดได้เท่าไร”
“............... : วัดได้ ๒๓ กว่า ๆ อย่าไปบอกเขานะ เขาก็บอกว่าไม่มีหรอก เขาบอกอย่างนี้”
“............... : หรือ ให้เรา ๑๐,๕๐๐ บาท”
“............... : ๑๐,๕๐๐ บาทเอาไหม เขาถามอย่างนี้”
“............... : แล้วทำอย่างไรล่ะ”
“............... : เราก็ต้องเอา ก็เพราะว่ามันไม่มีมาตรฐานรองรับว่าต้องเท่านี้ เท่านี้ อย่างนี้ครับ”
“............... : มันต้องมีมาตรฐาน”
“............... : มันต้องมีเกณฑ์มาตรฐานออกมา มาตรฐาน”
“............... : วันนี้วันที่เท่าไรนะ”
“............... : วันนี้วันที่ ๑๙”
ท่านเห็นไหมครับ ตัวเลขด้านมุมขวา ๑๐,๕๐๐ บาท ราคาที่เขาได้รับนะครับ เดี๋ยวผมจะเฉลยข้อเท็จจริงให้ฟังนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : ให้ไปบอกนายกรัฐมนตรีให้แก้ไข”
“............... : ด่วนเลยครับ”
เกษตรกรรายนี้ถึงถูกโกงก็ยังต้องยิ้มครับ เพราะไม่มีทางเลือก ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ ผมวัดความชื้นให้เขา ๒๓.๕ ราคาตามมาตรฐาน ของรัฐบาลต้องได้ราคา ๑๒,๙๑๓ บาทครับ วันนี้ได้ ๑๐,๕๐๐ บาทครับ ถูกโกงไปเห็น ๆ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แล้วเขาก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นท่านประธานครับ ลองดูภาพต่อไปครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
คือภาพนี้เป็นการร้องเรียนผมจากทาง โทรศัพท์ มีตัวตนนะครับ บอกว่าเพิ่งเข้าโครงการจำนำมา ได้แค่ ๘,๐๐๐ บาท ผมตกใจ ผมบอกขายสดหรือเปล่า เขาบอกไม่ใช่ โครงการจำนำจริง ๆ ขอภาพต่อไปเลยครับ เขาบอก ๘,๐๐๐ บาท อย่างนั้นผมไปหาเขา ผมนั่งรถไปเกือบ ๓๐ กิโลเมตร ขอภาพต่อไปเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
คือภาพนี้เป็นภาพใบเสร็จ ของโครงการจำนำ ท่านตั้งใจดูนะครับ วงกลมข้างบนขวาสุดเป็นตัวเลข ๘,๐๐๐ บาทต่อเกวียน เงินยอดรวมได้ประมาณ ๔๒,๙๗๐ กว่าบาท ข้าว ๕,๓๘๕ กิโลกรัม ท่านสังเกตไหมครับ ประเด็นที่น่าสนใจมีคำว่า จ่ายค่ารถแล้ว เดี๋ยวนี้โรงสีของรัฐบาลที่เข้าร่วมโครงการจำนำ มีการจ่ายค่านายหน้าให้กับบริษัทรถ ก็คือรถเวลาขนข้าวมาจูงใจนะครับ เหมือนรถทัวร์ พาทัวร์ไปลงร้านไหนก็มีจ่ายค่าทัวร์ให้ เดี๋ยวนี้โรงรับจำนำของรัฐบาล ใครเอาข้าวไปให้ ก็จะจ่ายค่ารถให้ แต่ผมดูตัวเลขแล้ว เวลาจ่ายค่ารถก็เป็นการหักข้าวของเกษตรกรรายนี้ ผมถึงอยากย้ำกับท่านประธานว่ารัฐบาลท่านละเลยจริง ๆ
คุณหมอครับ เวลาหมดแล้วครับ
รัฐบาลท่านละเลย ท่านเอาจริงเอาจัง นิดหนึ่งนะครับ ในการจัดการปัญหาพวกนี้ คำถามข้อที่ ๒ ผมถามท่านว่าภายใต้ภาวะ เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อย่างนี้ราคาข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน ท่านจะแก้ปัญหาพี่น้องชาวนาที่ถูกโกง ทั้งแผ่นดินได้เมื่อไรครับ ย้ำนะครับ ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน ท่านจะแก้ปัญหากรณีที่ พี่น้องชาวนาถูกโกงทั้งแผ่นดินได้เมื่อไร อย่างรายนี้ไม่มีการวัดความชื้นนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อคำถาม ของท่านสมาชิกนะครับ ตามที่ได้กราบเรียนไปในช่วงที่ตอนตอบคำถามครั้งแรกนะครับว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการที่ดูแลตรวจสอบโครงการรับจำนำได้ลงพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนะครับ แล้วขณะนี้ก็อยู่แถว ๆ จังหวัดพิษณุโลก ผมก็จะกำชับให้เขาลงไปดูในเรื่องนี้ทันทีนะครับ ตอบคำถามว่าเมื่อไรก็คือทันทีนะครับ เดี๋ยวจะสั่งการให้มีการตรวจสอบอย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ทุกโรงสีเลย ถ้ามีเหตุการณ์ที่เมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวก็จะ ดำเนินคดีทันทีเช่นเดียวกัน ถ้าจะเป็นประโยชน์มากขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ผมก็ใคร่อยากจะ ขอภาพที่คุณหมอได้นำเสนอเมื่อสักครู่เพื่อผมจะได้ตรวจสอบตรงจุดที่มันเป็นปัญหาทันที แล้วก็กราบเรียนว่าในโครงการนี้เมื่อเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมาดีเอสไอ (DSI) ก็รับเรื่องของ โครงการการทุจริตที่จังหวัดกาญจนบุรีไปเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว กรณีที่มีการโกงอย่างที่ เป็นเรื่องขึ้นมา แล้วก็มีการดำเนินคดีนะครับ
คุณหมอวรงค์ ท่านใช้เวลาไป ๑๐ นาที ๓๕ วินาที เกินกว่าที่ได้ตกลง แต่ผมเห็นว่ามีสาระนะครับ ผมก็จะ อนุญาตให้ถามคำถามสุดท้าย ใช้เวลาสัก ๑ นาที ครับ
ผมจะกระชับแล้วคำถามนี้เพราะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่น้องคนยากคนจนของประเทศก็คือชาวไร่ชาวนาของเรา แล้ววันนี้ สภาเราถูกบันทึกไว้แล้วนะครับว่าท่านรับปากว่าท่านจะทำทันที ถ้าจากนี้ไปยังเจอปัญหา เรื่องการทุจริตหรือการโกงชาวนาท่านต้องรับผิดชอบนะครับ และผมต้องย้ำว่าไม่ใช่แค่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดสุโขทัย ที่ภาคอีสานก็เยอะ ทุกพื้นที่นะครับ ไม่ใช่ ลงแค่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ผมจะขออนุญาตโชว์ภาพเป็นภาพนิ่งสั้น ๆ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านตั้งใจนะครับอันนี้สำคัญมาก เป็นปัญหาของพี่น้องคนอีสานจากจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอกระสัง ท่านดูอันนี้คือข้าวเปลือก หอมมะลินะครับ น้ำหนัก ๓,๕๔๗ กิโลกรัม ก็คือ ๓ เกวียนครึ่ง ท่านดูตัวเลข จำตัวเลขนะครับ สำคัญนะครับ ๓,๕๔๗ กิโลกรัม ถ้าดูราคา ๑๘.๘๐ บาท ที่เลข ๖ นะครับ เลข ๗ ราคา ๑๘.๘๐ บาท ก็คือเกวียนละ ๑๘,๘๐๐ บาท ถ้าดูเฉพาะใบประทวนที่ขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. แฮปปี้ (Happy) มาก ผมเป็นรัฐบาลผมก็แฮปปี้ เพราะชาวนาได้สตางค์ตามเป้าหมาย ที่รัฐบาลต้องการ ข้าวหอมมะลิเราตั้งไว้ ๒๐,๐๐๐ บาทก็จริงอยู่ แต่ข้าวหอมมะลิชนิดนี้ เป็นชนิด ๓๖ กรัม ราคาเหลือ ๑๘,๘๐๐ บาท ผมกำลังจะให้ท่านจำตัวเลข น้ำหนักของข้าว ๓,๕๔๗ กิโลกรัม ราคา ๑๘.๘๐ บาท คือ ๑๘,๘๐๐ บาท วงเงินที่ได้คือ ๖๖,๙๐๐ บาท อันนี้ ท่านดูใบตาชั่งครับ ย้อนกลับไปครับอีก ๑ ใบ เห็นไหมครับ จากราคาที่เกษตรกรได้รับ เกวียนละ ๑๘,๘๐๐ บาท เหลือราคา ๘ กิโลกรัมคือ ๑๔ บาท เท่ากับตัวเงินจริง ๆ เขาได้รับ แค่ ๑๔,๐๐๐ บาทครับ น้ำหนักเขาหายไปจากเมื่อสักครู่ ๓,๕๐๐ บาท ตอนนี้น้ำหนักจริง ๆ เขาคือ ๔,๗๘๖ กิโลกรัม เกษตรกรรายนี้ความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการหักความชื้น เพราะเขาบอกว่าคนอีสานชอบ ได้ข้าวมาแล้วเขาตากเก็บใส่ยุ้งไว้ วันดีคืนดีเขาแบ่งส่วนหนึ่งกิน แบ่งส่วนหนึ่งมาเข้าโครงการจำนำ เขาถูกโกงไปมหาศาลเลยท่านประธาน จาก ๑๘,๘๐๐ บาท ภาคอีสานบ้านท่านนะครับ ท่านประธานครับ ท่านต้องช่วยดูแลนะครับ ๑๘,๘๐๐ บาท เหลือแค่ ๑๔,๐๐๐ บาท ถูกโกงไปเกวียนละประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าบาท แล้วรายนี้ประมาณ เกวียนเศษ ๆ ครับท่านประธานครับ เขาโทรมาบอกผมว่าปกติแล้วตอนสมัยท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี นาแปลงนี้เขาทำนาได้เงินประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ บาท ภายใต้โครงการ ประกันรายได้ แต่วันนี้โครงการจำนำของท่านเขาได้เงินประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท เงินเขา หายไปประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท เขาเศร้าใจมาก เขาโทรศัพท์มาบอกผมว่าเปิดเผยชื่อเขาได้ ผมเลยขออนุญาตก็ในเมื่อเจ้าตัวบอกว่าเปิดเผยชื่อเขาได้เพราะคนอื่นไม่ค่อยกล้าให้เปิดเผยชื่อ รายนี้อยู่ที่อำเภอกระสัง ขออนุญาตเปิดเผยชื่อนะครับเผื่อท่านส่งคนเข้าไปสอบนะครับ เพราะเขาบอกเขาช้ำใจมาก ปีหนึ่งได้เงินครั้งเดียว ชื่อคุณนุชนารถ ศิลากุล ท่านจดไว้เลยนะครับ ส่งคนไปพบเขาได้ แล้วเขาบอกหมู่บ้านเขาทั้งหมู่บ้านเลยครับที่ถูกโกง แล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ราคาที่ไปเบิก ธ.ก.ส. เขียนเสียสวยหรู ๑๘,๘๐๐ บาท แต่เงินจริง ๆ เขาได้แค่ ๑๔,๐๐๐ บาท เพราะถูกโกงน้ำหนักไป แล้วแต่แต่ละราย ชื่อคุณนุชนารถ ศิลากุล อยู่อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ แต่โครงการที่ไปเข้าที่อำเภอแดนคง จังหวัดบุรีรัมย์
คุณหมอครับ เกิน ๔ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถึงอยากจะย้ำกับท่านรัฐมนตรีว่าท่านไม่ต้องไปที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตรเท่านั้น ท่านไปที่ทุกพื้นที่ครับ ปัญหานี้เกิดขึ้นทั้งหมด แล้วท่านรับปากพวกเราแล้วว่า ท่านจะทำทันที ณ วันนี้ คำถามผมถามว่าถ้าหลังจากนี้ไปแล้วพี่น้องชาวนายังถูกโกง ทั้งแผ่นดินอยู่ ท่านจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ยังยืนยันนะครับว่าจะดำเนินการทันที แล้วก็ข้อมูลที่ท่านสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่ก็มี เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ได้โน้ตเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้ว แล้วก็คงจะลงไปตรวจสอบ แล้วถ้าหากว่าพบมีการกระทำความผิดก็ยังยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างถึงที่สุดโดยทันที เรื่องนี้คงจะตรวจสอบกันให้ชัดเจน แล้วถ้าหากว่ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมที่ท่านสมาชิก จะสามารถส่งมอบให้กับทางผม ผมก็ยินดีที่จะรับแล้วก็ถ้าจะลงไปตรวจสอบก็จะขออนุญาต เรียนเชิญคุณหมอไปในคณะด้วยกัน จะได้ไปดูพร้อม ๆ กัน ขอบคุณครับ
กระทู้ถามสด ที่ ๒ นะครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๐ ส. เรื่อง ปัญหาเกษตรกรผู้เพาะปลูก สับปะรด (นายประมวล พงศ์ถาวราเดช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นผู้ตอบแทน
เชิญคำถามแรกครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานสภา ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องผู้เพาะปลูกสับปะรดดังต่อไปนี้ พี่น้องผู้ปลูกสับปะรด ทั่วประเทศประมาณ ๒๑ จังหวัด ได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง สืบเนื่องมาจาก เศรษฐกิจของตลาดโลกถดถอย เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ มีการแสดงผลไม้นานาชาติ ที่ประเทศเยอรมัน ประเทศไทยก็ได้ไปเปิดบูธ (Booth) เพื่อจะขายสินค้าต่าง ๆ
ท่านประมวล มีผู้ประท้วงครับ ท่านประสิทธิ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ คือตามระเบียบวาระการประชุมกระทู้ถามสด ตามระเบียบที่ได้ออกเป็น หนังสือมา คำถามคนที่ ๒ เป็นของคุณพายัพ ปั้นเกตุ นะครับ
ขอบคุณครับ ท่านประสิทธิ์ครับ ก็เป็นตามอย่างที่ท่านได้ว่าเพราะเอกสารอยู่ในมือของผมก็เรียงลำดับมา ผิดพลาดนะครับ เพราะฉะนั้นผมต้องขออภัยท่านประมวลขออนุญาตนะครับ กระทู้ถามสด ที่ ๒ แนวทางการเตรียมการแก้ปัญหาอุทกภัย ของท่านพายัพ ปั้นเกตุ
ท่านประธานครับ ผมเป็นคนพูดสั้นผมพูดนิดเดียวก็จบ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง
ขออย่างนี้ครับ ขออนุญาตหารือที่ประชุมว่าจะขอเลื่อนกระทู้ถามของท่านประมวลขึ้นมาก่อน ได้ถามไปแล้ว ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็จบครับ
ท่านประธานผมพูดสั้นนะ ผมนิดเดียว ขอบคุณมากครับท่านสมาชิก
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นขออนุญาตดำเนินการตามนี้ครับ
ขอบคุณท่านพายัพด้วยครับ สืบเนื่องจากที่เราไปแสดงผลไม้นานาชาติที่ประเทศเยอรมันเมื่อเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ บูธสับปะรดของเราไม่มีการสั่งซื้อเลย นี่เป็นต้นเหตุเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้วสมาคม ชาวไร่สับปะรดไทยหรือชมรมผู้ปลูกสับปะรดต่าง ๆ ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปที่หน่วยงาน รับผิดชอบ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์สับปะรดล้นตลาด เกิดเหตุการณ์ สับปะรดราคาตกต่ำ และหลังจากนั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ ท่าน ส.ส. อรรถพร พลบุตร ก็ได้ยื่นญัตติเข้ากรรมาธิการเพื่อแก้ไขปัญหา ผมก็ได้ยื่นหลังมาจากนั้นอีก ความคืบหน้าที่จะ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดไม่มีความคืบหน้า ชมรมผู้ปลูกสับปะรด หรือสมาคมผู้ปลูกสับปะรดพยายามเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหาร่วมกับภาครัฐ โดยการประชุม กับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดมาโดยตลอด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ท่าน ส.ส. ราชบุรี ก็ได้ยื่นมาแก้ไขที่สภา ที่จังหวัดพิษณุโลก ท่าน ส.ส. นคร ก็ได้ไปแก้ไข ปัญหาพี่น้องชาวจังหวัดพิษณุโลกปิดถนน แต่รัฐบาลไม่ได้สนใจ ผมกราบเรียนว่า ผู้ปลูกสับปะรดได้มีความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด มีการไปชุมนุมที่บ้านคา จังหวัดราชบุรี ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน เทสับปะรดหน้าอำเภอบ้านคา แต่ไม่ได้รับความสนใจมาโดยตลอด วันนี้ไฟไหม้บ้านพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดแล้ว รถดับเพลิง ๖ เดือนแล้วยังไปไม่ถึง ท่านประธานครับ จะให้ไฟไหม้บ้านเขาหมดหรือครับ ผมรู้ ผมทราบว่าคณะอนุกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดประชุมกันอยู่ และเมื่อวันที่ ๒๑ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ได้ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ท่านสุรชัย ภู่ประเสริฐ มารับหนังสือร้องเรียน แล้วบอกพี่น้องผู้ปลูกสับปะรดว่าจะเอาเข้าคณะกรรมการนโยบาย สับปะรดแห่งชาติ ซึ่งสุดท้ายทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ชี้แจงได้ออกวารสารว่า คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดได้พิจารณาแล้ว จะอนุมัติงบ ๘๐๐ ล้านบาท เพื่อซื้อสับปะรดออกนอกระบบจากภาคอุตสาหกรรม และจะเพิ่มอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อบริหารจัดการให้กับพี่น้องผู้ปลูกสับปะรด ผมเรียนถามท่านประธานว่า ที่คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สับปะรดได้พิจารณาลงมติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมมีเอกสารอยู่ที่ผม ๘๐๘ ล้านบาท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายสับปะรดแห่งชาติ ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรี ชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธานอยู่ ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว จะอนุมัติหรือเปล่า พรุ่งนี้ท่านประธาน พี่น้องผู้ปลูกสับปะรดจะปิดถนน ผมพยายามจะมาชี้แนะ พยายามจะมาเสนอ พยายามจะมาช่วยเหลือเพื่อให้บ้านของเขาไฟไหม้ไม่หมด เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่า ๘๐๘ ล้านบาทนี้ รัฐบาลโดยการนำของ ท่านนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร ผมขอถามความชัดเจนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ต่อกรณี ของปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดครับ ตามข้อเท็จจริงก็เป็นไปตามที่ท่าน ส.ส. ประมวล ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับว่าปัญหาของสับปะรดนั้น เนื่องจากว่าปัญหาในขณะนี้เกิดขึ้น จากที่โรงงานแปรรูปหรือการส่งออกสับปะรดไม่สามารถส่งออกสับปะรดไปต่างประเทศได้ เนื่องจากปัญหาในเรื่องของกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าของเราตกต่ำไปนะครับ ก็ทำให้เกิด ปัญหาสับปะรดที่แปรรูปแล้วค้างอยู่ในสต็อก (Stock) เป็นจำนวนมาก แล้วประกอบกับ สับปะรดที่ผลิตนั้นเนื่องจากว่าปีนี้เรื่องสภาพดินฟ้าอากาศมันเหมาะ ทำให้สับปะรดออกมา ค่อนข้างเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหานะครับ เรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มิได้นิ่งนอนใจ ซึ่งเราพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้มาตลอด ซึ่งจะเห็นว่าเริ่มต้นก็ได้จัดทำ โครงการแพคกิ้ง เครดิต (Packing credit) เพื่อที่จะเข้าไปเสริมสภาพคล่องแก้ไขปัญหาให้กับโรงงานเพื่อจะได้รับซื้อสับปะรดต่อนะครับ ซึ่งการดำเนินการไปอยู่ในขณะนี้ก็ได้ระดับหนึ่งนะครับ แต่หลังจากนั้นเราก็ได้มาพิจารณา ทบทวนแล้วว่าในเรื่องของปริมาณสับปะรดที่จะออกในเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนนั้นนะครับ ซึ่งคาดว่าจะมีสักประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ความสามารถของโรงงานต่าง ๆ ก็คงอยู่สัก ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตัน แต่ปัจจุบันนี้โรงงานก็จะมีประสิทธิภาพในการผลิตได้ก็ประมาณ ๗,๐๐๐ ตัน ทำให้สับปะรดเกินกำลังอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตันที่จะออกมาในช่วง เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนในช่วงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแนวคิดก็หลายแนวคิด ที่จะดำเนินการซึ่งทางคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติ ซึ่งมี ท่านรองนายกรัฐมนตรีชุมพลเป็นประธาน ก็ได้ประชุมปรึกษาหารือกับคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยหลายภาคส่วนที่จะแก้ไขปัญหาทั้งเกษตรกร แล้วก็ผู้ประกอบการต่าง ๆ ก็ได้ประชุมกันเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ก็เลยมีมติมาให้ทางฝ่ายเลขานุการมาเร่งรัด คณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะอนุกรรมการก็ประกอบได้ด้วยหลายภาคส่วนเพื่อจะช่วยกันแก้ไข ปัญหาเร่งรัดในเรื่องนี้นะครับ ก็ตามที่ท่านได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นะครับ ในการประชุมกัน ครั้งแรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม ซึ่งคณะอนุกรรมการเห็นว่าน่าจะจัดทำโครงการรับซื้อสับปะรด ส่วนที่เกินเพื่อแก้ไขปัญหาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ใช้วงเงินประมาณ ๘๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ เพื่อไปเก็บทำเป็นอาหารสัตว์ หรือทำเป็นปุ๋ยนะครับ ต่อมาในประเด็นอย่างนี้ก็มีข้อถกเถียง โต้แย้งกัน ก็ได้มีการประชุมทบทวนกันอีกครั้งเมื่อปลายเดือนมีนาคมประมาณวันที่ ๒๒ มีนาคม ก็เลยคิดว่าน่าจะนำสับปะรดไปแปรรูปเป็นน้ำสับปะรดหรือเป็นสับปะรดกระป๋อง และเก็บไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น กรณีนำไปจำหน่ายในราคาถูกหรือจำหน่าย ในโรงเรียน เหล่านี้เป็นต้น ฉะนั้นแนวคิดอันนี้ก็ยังไม่ตกผลึกกันเท่าที่ควร ก็โดยสรุปว่าจะมี แนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องสับปะรดอยู่ด้วยกัน ๓ แนวทาง
แนวทางแรก ก็ตามที่ท่านสมาชิก ท่านประมวลได้กล่าวไปเมื่อสักครู่
แนวทางที่ ๒ ก็คือเอาสับปะรดมา แล้วก็มาแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง เก็บเอาไว้ในสต็อกส่วนหนึ่ง
แนวทางที่ ๓ ก็นำสับปะรดที่แปรรูปเสร็จแล้วมาเพื่อที่จำหน่ายในราคาถูก หรือจำหน่ายในโครงการของรัฐบาลต่อไป
ซึ่งทั้ง ๓ แนวทางนี้ก็ไม่ได้ทิ้งแนวทางแรก ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ เพราะทุกแนวทางมีทั้งข้อดีและมีทั้งข้อเสียนะครับ ทั้ง ๓ แนวทางนี้ผมคิดว่าในสัปดาห์หน้า จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติเพื่อให้ได้ เป็นข้อยุติว่าจะเดินในแนวทางไหน อย่างไร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ในแนวทางแรกก็ใช้วงเงินก็ประมาณ ๘๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ แนวทางที่ ๒ ก็ใช้เงินอยู่ ที่ประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ นะครับ แนวทางที่ ๓ ก็เช่นเดียวกัน อยู่ที่ประมาณ เกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีสับปะรดตกต่ำ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
คำถามที่ ๒ ครับ ท่านประมวล เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สับปะรดเป็นผลไม้ที่ มันเน่าคาไร่คาสวนนะท่านประธาน เวลารอไม่ได้ครับท่านประธาน นี่รอมา ๖ เดือนแล้ว ๖ เดือนแล้วครับท่านประธาน ยังไม่ได้ทำอะไรเลย นายผมจะตายแล้ว นายคือ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนวันนี้คือผู้ปลูกสับปะรด มันเน่าคาสวนนะท่าน เพราะฉะนั้น ผมถามว่า ๘๐๐ ล้านบาท ท่านจะดำเนินการเมื่อไร ถ้าท่านบอกว่าซื้อเพื่อนำเข้าโรงงาน ผลิตสับปะรดกระป๋อง สายไปเสียแล้ว ไฟไหม้หมดบ้านแล้ว ตอนนี้พี่น้องผู้ปลูกสับปะรด ไม่ต้องการเอากำไรอะไรทั้งสิ้นครับท่านประธาน ขอทุนคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้นทุน ๔ บาทเศษ ๆ นี่จะซื้อ ๔ บาท ค่าขนส่งอีก แล้วคนละ ๘ ตัน พี่น้องผมตายก่อนครับ เพราะฉะนั้น ผมเรียนถามท่านประธานว่าให้ท่านรัฐมนตรีตอบผมให้ชัดเจนว่า ๘๐๐ ล้านบาท นี่จะได้ หรือไม่ได้ จะได้ได้เมื่อไร ๖ เดือนแล้วครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเป็นคำถามที่ ๒ ผมถามย้ำคำถามแรก เพราะว่าผมยังไม่ชัดเจนในคำตอบ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากว่าสับปะรดเป็นสินค้าเกษตรที่เรามี คณะกรรมการดูแลอยู่โดยเฉพาะ ซึ่งก็พยายามแก้ไขปัญหาดังที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ต้นนะครับ ซึ่งสัปดาห์หน้าก็จะมีการประชุมกรรมการแล้วก็จะชี้ขาดว่ากรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้สอบถามไปเมื่อสักครู่ว่าจะใช้แนวทางอันใด และคิดว่าเมื่อความเดือดร้อนต่าง ๆ ผมคิดว่า ในกรรมการชุดนี้ก็มีผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนคงจะได้ชี้ขาดกันในสัปดาห์หน้าว่าเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสับปะรดครับ ขอบคุณครับ
คำถามสุดท้าย เชิญครับ ท่านประมวลครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ มติของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สับปะรดได้สรุปมติมาเรียบร้อยแล้วว่าต้องใช้เงิน ๘๐๐ ล้านบาท บวกกับอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อซื้อสับปะรดออกนอกระบบภาคอุตสาหกรรม ผมไม่ทราบรออะไรอยู่ รัฐบาลไม่ทราบ รออะไรอยู่ครับ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ผู้ปลูกสับปะรดมันย่ำแย่แล้วครับ พรุ่งนี้เขาจะปิดถนน ผมอยากทราบคำตอบวันนี้ท่านรัฐมนตรีก็ไม่ตอบผมให้ชัดเจน ที่จริงพี่น้องผู้ปลูกสับปะรด โดยการนำของสมาคมหรือชมรมต่าง ๆ นี้ได้แจ้งให้รัฐบาลทราบมาโดยตลอดว่าจะเกิดเหตุอะไร แต่ทำไมรัฐบาลไม่ทำ ทำไมรัฐบาลละเลย ทำไมรัฐบาลไม่สนใจ ผมบอกแล้วไฟไหม้บ้านหมดแล้ว รถดับเพลิงจะไปถึง สงสารพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดเถอะครับ ท่านประธานสภา ผมไม่ทราบจะถามคำถามไหนแล้ว เพราะคำถามแรกกับคำถาม ๒ เป็นคำถามเดียวกัน ความชัดเจนไม่มี สรุปผลสัมฤทธิ์ไม่มี ผมก็ขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่เคารพของผม แต่พี่น้องผู้ปลูกสับปะรดซึ่งเป็นนายผมย่ำแย่ หมดเนื้อหมดตัว เน่าในไร่สับปะรด ๒๑ จังหวัดทั่วประเทศทุกภาคมีความเดือดร้อนกันทั่วหน้า สินค้าผลผลิต ทางการเกษตรถูก สินค้าอุปโภคแพง ผมคิดว่ารัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี พยายามรีบแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ประมวล พงศ์ถาวราเดช ในกรณีที่หยิบยกปัญหา ก็ขอยืนยันอีกครับรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เราก็พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้นที่มีจัดทำ แพคกิ้ง เครดิต แต่เนื่องจากปัญหาว่าขณะนี้สับปะรดซึ่งมีปริมาณมาก แล้วก็การส่งออก การแปรรูปส่งออกเรามีปัญหาจริง ๆ จึงทำให้โรงงานมีปัญหา แต่คิดว่าในภาพรวมต่าง ๆ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาต่อไปอย่างเร่งด่วน ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านประมวลอีกครั้งหนึ่งครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ไปที่กระทู้ถามสด สุดท้ายนะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๖๙ ส. เรื่อง แนวทางการเตรียมการแก้ปัญหา อุทกภัย (นายพายัพ ปั้นเกตุ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญคำถามแรกครับ ท่านพายัพ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าปัญหาความหวาดวิตกกังวล ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศและปัญหาที่นักลงทุนต่างประเทศก็เฝ้าจับตาคอยดูว่ารัฐบาล ของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้อย่างไรในปีนี้นั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งนักลงทุนด้วย เช่นเดียวกัน ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าในปีที่ผ่านมานั้น ปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายและได้สร้างความเจ็บปวดให้กับพี่น้องประชาชน และนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ในปีนี้ประชาชนก็มีความคาดหวัง เหลือเกินว่ารัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยได้ จากการที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ตั้งแต่จังหวัดอุตรดิตถ์ไล่มาที่จังหวัดพิษณุโลกเข้ามาจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงนั้นประชาชนต่างเฝ้ารอคอยครับว่านโยบาย ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในเขตราบลุ่มภาคกลางนั้นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหา อย่างไร นอกจากนั้นยังมีการเสนอให้มีใช้พื้นที่รองรับน้ำสำหรับรองรับน้ำส่วนหนึ่งที่จะแก้ไข ปัญหาไม่ให้น้ำมันไหลบ่าเข้ามาเข้ากรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นยังมีการตั้งหน่วยงานอิสระ ขึ้นมาอีกหน่วยงานหนึ่งที่เราเรียกกันว่า กยน. ในการที่จะบูรณาการเอาหน่วยงานต่าง ๆ ที่มี หลายหน่วยงานของส่วนราชการเข้ามารวมกัน เพื่อที่จะร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหา เรื่องอุทกภัย ไม่ให้น้ำท่วมเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่าเป็นที่ น่าสังเกตเหลือเกินครับว่าในขณะที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผู้นำรัฐบาลในขณะนี้นั้น ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการตั้งหน่วยงานอิสระลงพื้นที่ที่เราเรียกว่าทัวร์นกขมิ้น ค่ำไหนนอนนั่น ค่ำไหนนอนนั่น เพื่อจะฟังปัญหาประชาชนและหาทางออกในการแก้ไข ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง รัฐบาลเองก็เสนอขอใช้งบประมาณเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรียกว่า พ.ร.ก. ทั้งหมด ในขณะนั้นท่านประธานคงจำได้นะครับว่าเมื่อรัฐบาลเสนอนั้น เพื่อนพี่น้องสมาชิกในสภาแห่งนี้ซีกหนึ่งก็พยายามจะทักท้วงด้วยการเสนอศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความ แต่ว่าศาลรัฐธรรมนูญก็ได้กรุณาเห็นว่ารัฐบาลสามารถที่จะเสนอได้เพื่อให้ การแก้ไขปัญหาของประเทศชาตินั้นประสบลุล่วงและประสบความสำเร็จ งบประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในขณะนี้นั้นได้ถูกใช้ไปแล้วโดยอนุมัติไปแล้ว ในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไม่รวมงบประมาณเบื้องต้นที่เสนอไปทั้งสิ้นที่ใช้งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะไปใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ เรื่องจริงมันปรากฏว่าเวลาที่เรา ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศนั้นต้องเรียนว่าในพื้นที่ที่มีปัญหา น้ำท่วมไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ พี่น้องชาวภาคอีสานต่างรอ งบประมาณในการแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยด้วยกันทั้งสิ้น ริมตลิ่งที่พังอยู่ก็อยากได้รับ การแก้ไข ถนนที่พังอยู่ก็อยากได้รับการบูรณะให้มันสูงขึ้น ท่านประธานครับ เป็นที่น่าสังเกตครับว่า ในเวลาที่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการฟื้นฟู งบประมาณเพื่อให้การเยียวยา รวมทั้ง งบประมาณที่เราใช้งบกลางไปทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธานครับ บางจังหวัดที่น้ำไม่ท่วมมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่อยู่ ข้าง ๆ บ้านผมนี้ ส.ส. สหรัฐ กุลศรี จังหวัดอะไรไม่ทราบ ปรากฏว่าได้รับงบประมาณ มากมายมหาศาล น้ำไม่ท่วมแต่ว่างบประมาณท่วมจังหวัด นี่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง เถียงก็เถียงไม่ออกหลักฐานมันมี ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องกราบเรียนถามในขณะที่ ปัญหาน้ำท่วมยังต้องการความเชื่อมั่น ต้องการให้รัฐบาลทำได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสุภาพสตรีไม่ได้พักผ่อนครับ เดินสายทั้งในประเทศ ต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่น ไปประเทศญี่ปุ่น ไปประเทศเกาหลี ไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ ไปดูวิธีการแก้ไขปัญหาของประเทศต่าง ๆ นี่คือความจริงใจของรัฐบาลในการที่จะคิดแก้ไข ปัญหาของประเทศครับท่านประธาน
ผมถามท่านประธานเป็นประเด็นที่ ๑ ไปถึงท่านรัฐมนตรี คำถามแรก ท่านประธานที่เคารพ อยากกราบเรียนถามว่าความคืบหน้าของแผนงานโครงการแก้ไข ปัญหาอุทกภัยของรัฐบาลมีความก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว แหล่งรองรับน้ำที่ท่านไปทำไว้ตอนนี้ ได้หรือยัง อยู่ที่ไหนบ้าง แล้วก็นอกจากนั้นในพื้นที่ต่าง ๆ ของภูมิภาคในแทบภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานที่พี่น้องเพื่อน ๆ สมาชิกถามว่างบประมาณได้น้อยนั้นจะทำอย่างไร ท่านได้จัดสรรงบประมาณตรงนี้อย่างไร ผมจึงต้องขอเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านผู้ชี้แจง เป็นประเด็นที่ ๑ ว่าความก้าวหน้าของโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้นถึงไหนแล้วเป็นคำถามที่ ๑ ครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอ กราบขอบคุณท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเกตุ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนที่ได้ตั้งกระทู้ถามสด ถามในวันนี้ ผมเองนั้นก็ได้รับมอบหมายจากทางรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ผมนั้น ในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มาตอบกระทู้ถามสดของท่านสมาชิก คือท่านพายัพ ปั้นเกตุ ก็อยากจะกราบเรียนว่าที่ท่านได้ถามกระทู้ถามสดในประเด็นแรก คือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเอง ก็ได้เป็นห่วงเป็นใย ก็สืบเนื่องมาจากเมื่อปีที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่รัฐบาล มาบริหารประเทศใหม่ ๆ ก็เจอวิกฤติน้ำท่วมจาก ๒๐ จังหวัดเพิ่มเป็น ๓๐ จังหวัด แล้วก็ เพิ่มไปเรื่อย ๆ จน ๖๕ จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ก็อยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้ ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นท่านให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ ก็สืบเนื่องมาจากตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา รัฐบาลเองนั้นได้เห็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้ลงพื้นที่ตามพื้นที่ต่าง ๆ จะเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและภาคต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าได้มีการเตรียมการจากต้นน้ำก็เตรียม โครงการทำฝายชะลอน้ำ จะเป็นแม่น้ำในทางตอนเหนือแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ก็ทำฝายชะลอน้ำ แล้วก็ทำแก้มลิงในลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อรองรับต้นน้ำที่น้ำจะไหลลงสู่คูคลองต่าง ๆ นี่ก็คือ เกี่ยวกับการทำโครงการฝายชะลอน้ำเกี่ยวกับต้นน้ำ หลังจากนั้นก็จะดำเนินควบคู่กัน ก็คือ จะให้หลายกระทรวง ทบวง กรมรับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการปลูกป่า ทำฝายชะลอน้ำเสร็จ เราก็จะทำไม้ที่จะไปเอาปลูกต้นน้ำ เสริมที่เป็นสภาพป่าที่มันเสื่อมโทรม ก็จะได้มอบให้กับ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน มีคณะกรรมการ แล้วก็กระทรวงมหาดไทยเดินควบคู่กัน โดยจะมอบให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเข้าไปกำกับดูแลร่วมกับทางกรมป่าไม้ ในการดูแลเกี่ยวกับการดูแลเรื่องป่าต้นน้ำ หลังจากนั้นในลำน้ำต่าง ๆ ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อม สืบเนื่องมาจากว่าเมื่อปีที่ผ่านมานั้น เส้นทางการไหลของน้ำนั้นทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องจังหวัดไหน ๆ เราก็ลงไปทำการแก้ไข ตรงนี้นะครับ ไล่ตั้งแต่จังหวัดต้นน้ำ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน เราก็มีการทำโครงการแก้มลิง ทำโครงการที่รองรับน้ำใหม่ก็ให้หลายหน่วยงานจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานก็ดี กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ เราได้มีแผนตรงนี้ เตรียมการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วหลังจากนั้นกระทรวงพลังงานเองก็ได้เตรียมการ เกี่ยวกับการผ่องถ่ายน้ำในเขื่อนต่าง ๆ จะเป็นเขื่อนสิริกิติ์ก็ดี เขื่อนภูมิพล แล้วก็ เขื่อนเจ้าพระยา รวมทั้งเขื่อนแม่น้ำป่าสัก มีการพร่องน้ำ เมื่อปีที่ผ่านมานั้นเราไม่ได้ มีการเตรียมการตรงนี้ แต่ปีนี้ทางรัฐบาลเองได้มีการเตรียมการตรงนี้เอาไว้แล้วว่ารูล เคิร์ฟ (Rule curve) ที่จะปล่อยน้ำ ที่เก็บกักน้ำขณะนี้ปล่อยระดับน้ำนั้นภายในเดือนเมษายนนั้น ก็อย่าให้อยู่ในระดับประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้รัฐบาลก็ได้เตรียมการ หลังจากนั้น ท้ายเขื่อนต่าง ๆ นั้นจะเป็นลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไล่ตั้งแต่จังหวัดต้นน้ำคือจังหวัดนครสวรรค์ เรื่อยมาจนมาถึงกรุงเทพมหานคร ทางรัฐบาลเองก็ได้มีการเตรียมการ จะเป็นโครงการ แก้มลิงต่าง ๆ นั้นก็ได้เตรียมความพร้อมตรงนี้เอาไว้หมด และหลังจากนั้นโดยเฉพาะ ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหัวใจหลักในการที่จะบริหารลุ่มน้ำลงสู่ทะเล ก็อยากจะ กราบเรียนว่าขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็ได้มอบให้ทาง กทม. ในการบูรณาการขุดลอกคู คลองต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ทางกรุงเทพมหานครก็ได้มอบให้หน่วยงานต่าง ๆ และกระทรวงต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในการขุดลอกคู คลองต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการ เรียบร้อยแล้วนะครับ ตรงนี้ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณสิ้นเดือนพฤษภาคม ตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านสมาชิกได้สบายใจ แล้วก็อยากจะกราบเรียนเสริมว่าในขณะนี้นั้น ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ท่านให้ความสำคัญกับพี่น้องทุกจังหวัด แล้วโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ท่านได้ดูว่าทาง กทม. นั้น พื้นที่ต่าง ๆ ในการขุดลอกแล้ว ยังไม่พอ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ถามว่าสถานีสูบน้ำต่าง ๆ ที่ทาง กทม. มีนั้น เครื่องมันชำรุด เครื่องมันเสียหายอย่างไรนั้น ขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็ได้ให้งบประมาณในการ ที่จะไปซื้อเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ ๆ ที่จะระบายน้ำจากกรุงเทพมหานครออกสู่ทะเล ขณะนี้ รัฐบาลก็ได้เตรียมงบประมาณในการให้ กทม. และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไปดำเนินการ ซื้อเครื่องสูบน้ำที่มันมีปัญหาของที่ผ่านมา ก็อยากจะกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่าตรงนี้ ก็อยากจะให้ท่านสมาชิกได้สบายใจ และในส่วนที่ท่านได้ถามนะครับว่าได้เตรียมการไว้หรือยัง เกี่ยวกับพื้นที่จะรับน้ำนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้ก็เป็นส่วนเสริม ก็อยากจะกราบ เรียนท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเกตุ นะครับว่าในขณะนี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ได้เตรียม แผนพื้นที่ที่จะรับน้ำนองเพื่อเป็นการรองรับ เป็นการป้องกัน แต่ไม่ใช่ว่าให้พี่น้องไปตกอก ตกใจว่าจะมีน้ำท่วมนะครับ แต่เราเตรียมพื้นที่รับน้ำนองเอาไว้ โดยเฉพาะในวันที่ ๒๗ ที่ผ่านมา ผมร่วมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้เชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือทั้งหมดรวมทั้งภาคกลาง รวมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำเอามาประชุมกัน แล้วมอบหมายภารกิจให้ทำงานว่าให้ทาง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเป็นแม่งาน โดยมอบให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ส่งเจ้าหน้าที่ จะเป็นเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัด ชลประทานจังหวัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ ไปเดินสำรวจควบคู่กันว่าพื้นที่ตรงไหนที่จะสามารถรับน้ำนองได้ ให้ไปจัดการเตรียม แล้วให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน และพื้นที่ที่จะเสริมอีกก็คือพื้นที่ที่มันเป็นพื้นที่ ที่ป่าสงวนแห่งชาติก็ดี หรือที่สาธารณประโยชน์ก็ดี พื้นที่เหล่านี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะทราบดี ก็จะได้ให้ไปเตรียมพื้นที่ตรงนี้เอาไว้สำรองในการที่จะรองรับน้ำที่น้ำมันจะมามากหรือไม่มาก คือให้เตรียมความพร้อมตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามนะครับว่า ขอตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับ
ท่านพายัพ คำถามที่ ๒ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานที่ให้ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงให้ทราบ ผมยังมีคำถามที่ต้องกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานอีกประเด็นหนึ่ง เป็นประเด็นที่ ๒ ก็คือสิ่งที่ท่านได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ คือเรื่องของกรุงเทพมหานคร เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครที่นั่งข้าง ๆ ผมนี้ รวมทั้งเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ หรือคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ และพี่น้อง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนในพื้นที่ได้สอบถามมาตลอดเวลาว่าถ้าแก้ไข ปัญหาเรื่องการชะลอน้ำได้ ให้น้ำไหลเร็วได้โดยการลอกลำแนวน้ำต่าง ๆ นั้น แล้วที่ กรุงเทพมหานครนั้น ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางรัฐบาลมีนโยบายอย่างไร ในการที่จะทำให้กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพมหานครให้ได้ เพราะว่าต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่ามีหลายพื้นที่ครับ ที่ประชาชนวิตกกังวลมาก ไม่ว่าจะเป็นการลอกท่อ อย่างเช่น บริเวณบางหมู่บ้าน เช่น ท่อยาว ๘๐๐ เมตร ให้หน่วยงานบางหน่วยงานลอกไปแล้ว ๓๐๐ เมตร ในขณะนี้ยังเหลือ อีกตั้งหลายร้อยเมตรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร คลองหลายคลองยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น จะทำอย่างไรในเรื่องของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ความวิตกกังวลอย่างนี้ มันเกิดขึ้นกับนักลงทุนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร และประชาชนที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลด้วยเช่นเดียวกัน ผมจึงต้องเรียนถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า นโยบายของท่านดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง เอาที่มันทำจริง ๆ ทำอย่างไรไปแล้วบ้างว่า ลอกตรงไหน แก้ไขปัญหาได้อย่างไร และจะดำเนินการอย่างไรในส่วนที่ขาดอยู่ เพื่อให้เกิด ความเชื่อมั่นกับประชาชน กับนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นคำถามที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะตอบกระทู้ถามสด ข้อที่ ๒ ที่ท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเกตุ ได้เป็นห่วงเป็นใยกับพี่น้องในเขตกรุงเทพมหานคร ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองได้มอบเงินสนับสนุนให้กับ กทม. เป็นเงินประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท เพื่อให้มีการบูรณาการในคลองน้ำต่าง ๆ ในเขต กทม. ก็อยากจะ กราบเรียนนะครับว่าในขณะนี้ ๓๗๗ คลอง ทาง กทม. เองก็ได้มอบให้กับทางทหารพัฒนา ในการบูรณาการขุดลอก ขณะนี้ทางทหารเองก็ได้เอาเครื่องจักรไปดำเนินการในพื้นที่ต่าง ๆ ๓๗๗ คลองในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเมื่อเดือนที่ผ่านมาทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นก็ได้ไปเปิดงาน แล้วก็ได้มีการรายงานจากคลองต่าง ๆ ที่ทางทหารพัฒนา ได้ไปลงมือดำเนินการก่อสร้าง และในอีกคลองต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากนั้น ก็ได้มอบให้กับ กระทรวงต่าง ๆ ที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้มอบหมายให้ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งขณะนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ก็ได้ดำเนินการไปทำการบูรณาการคลองฝั่งตะวันตก ๖ คลอง ซึ่งเป็นคลองเชื่อมระหว่างคลองมหาสวัสดิ์และคลองทวีวัฒนา ขณะนี้ ทางกรมทรัพยากรน้ำกำลังได้ดำเนินการและได้รับการยืนยันจากทางอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำว่า ขุดลอก คู คลอง ๖ คลองที่ได้รับมอบหมายจากทาง กทม. นั้นจะแล้วเสร็จไม่เกิน กลางเดือนพฤษภาคม หรืออย่างช้าไม่เกินสิ้นเดือนพฤษภาคม ก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้ และในส่วนของทหารพัฒนาก็ได้นำชี้แจงต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้วนะครับว่า ๓๗๗ คลองที่เหลืออยู่นั้นจะแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนพฤษภาคมเช่นเดียวกัน และในอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งโดยการรับผิดชอบ กทม. ซึ่งขณะนี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ท่านก็ได้มีบัญชามอบหมายให้กระผมได้ไปคอยติดตามว่าคลองที่เหลืออยู่นั้นเป็นคลองของใคร ก็อยากจะกราบเรียนในขณะนี้ผมกำลังดำเนินการเร่งรัด ซึ่งยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า คลองฝั่งตะวันตกซึ่งทาง กทม. ดูแลอยู่ ๑๑ คลอง ขณะนี้ทาง กทม. ยังไม่ได้ดำเนินการ ผมเองก็ได้โทรศัพท์ไปเร่งรัดทางผู้รับผิดชอบโดยผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับ คือท่าน ผอ. สัญญา บอกว่าตรงนี้ให้เร่งดำเนินการหน่อย เพราะมันจะมีปัญหา แต่ก็ได้รับการยืนยันจาก ผอ. สัญญาว่าก็ได้รายงานทางผู้ว่า กทม. แล้ว ก็จะเร่งดำเนินการต้นเดือนเมษายน แล้วคาดว่าจะเสร็จเมื่อไร ผมก็ได้นำถามว่าทาง กทม. จะแล้วเสร็จเมื่อไร ทาง กทม. ก็ยืนยันว่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน ๙๐ วัน คือในช่วง ปลายเดือนพฤษภาคม ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียน
ส่วนในการที่ดูท่อระบายน้ำต่าง ๆ ซึ่งทางรัฐบาลเองโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นท่านย้ำอยู่เสมอว่าตรงนี้คูคลองต่าง ๆ ที่มันมีปัญหาเกี่ยวกับท่อระบายน้ำก็ดี กำลังเร่งรัดทางกรุงเทพมหานครโดยมอบให้กับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการในการกำกับดูแล กทม. อยู่แล้ว ขณะนี้ทางรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นท่านก็ได้ไปกำชับทาง กทม. ให้เร่งดำเนินการตรงนี้ เพราะพี่น้องในเขตกรุงเทพมหานครนั้นเป็นห่วงตรงนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองได้กำชับ อยู่ตลอดเวลา ก็อยากจะสร้างความมั่นใจว่าทางรัฐบาลเองนั้นได้เตรียมความพร้อมในการตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต่อไปทางรัฐบาลเองโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น คงจะไปเร่งรัดทางกรุงเทพมหานครให้ดำเนินการตรงนี้ให้กับเพื่อนสมาชิกที่เป็นห่วงเป็นใยครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านพายัพ
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลา ที่จำกัดผมไม่สามารถถามคำถามหรืออธิบายรายละเอียดได้มากกว่านี้ แต่ว่ามีอยู่ประเด็นหนึ่ง ในขณะเรื่องที่รัฐบาลกำลังจะแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัยอยู่นั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันปรากฏว่า ในแม่น้ำลำคลองใหญ่ ๆ เช่น ลำแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้เริ่มแห้งขอดลงตั้งแต่จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมท่านมาพอดี ท่าน พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ซึ่งดูแลกรมเจ้าท่าอยู่ ขณะนี้ผมทราบว่ามีโครงการ ในการขุดลอกอยู่ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เชื่อหรือไหมว่าเรากำลังวิตกกังวลเรื่องน้ำท่วม แต่วันนี้มีปัญหาเรื่องภัยแล้งเกิดขึ้นครับ ๓๔ จังหวัดที่ทางรัฐบาลบอกว่าขณะนี้กำลังเกิดขึ้นนั้น ผมก็เลยต้องตั้งคำถามถึงท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่ารัฐบาล มีนโยบายอย่างไรในการที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นและกำลังลุกลาม อยู่ในขณะนี้ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะกราบเรียนทางท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเกตุ ว่าที่ท่านได้ถามกระทู้ถามสดในข้อที่ ๓ ก็อยากจะกราบเรียนว่าเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งทางรัฐบาลเอง โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้น ท่านได้ให้ความสำคัญ ท่านได้ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละอาทิตย์นั้นได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับ ปัญหาเรื่องการป้องกันน้ำท่วม แล้วก็เกี่ยวกับการป้องกันภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้อย่างที่ท่านได้พูดว่า ๓๔ จังหวัดที่ขณะนี้ประสบปัญหาภัยแล้งทางรัฐบาลเองก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ก็ได้เร่งรัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ๓๔ จังหวัดนั้นให้เอาใจใส่ดูแลพี่น้องประชาชน โดยท่านเองได้ให้ผม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการที่เตรียมแผนเผชิญเหตุ เกี่ยวกับ เรื่องเครื่องสูบน้ำก็ดี รถน้ำก็ดี ก็ได้เตรียมความพร้อมตรงนี้ให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบ ภัยแล้งในครั้งนี้ ก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าในขณะนี้โดยเฉพาะกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นเราตั้งศูนย์คอยดูแลพี่น้องประชาชน โดยกรมทรัพยากรน้ำเรามีเครื่องสูบน้ำในสำนักงานภาคต่าง ๆ ที่จะคอยดูแล ขอให้ทาง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปนำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ก็จะขอความร่วมมือตรงนี้ ทางกรมทรัพยากรน้ำพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ ในการดูแลแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้อง นอกจากนั้นยังไม่พอ ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกว่าขณะนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลของเรานั้น โดยผมเอง ได้สั่งการไปว่าขอให้เอาใจใส่ในการดูแลตรงนี้ ซึ่งขณะนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลของเรานั้น นำน้ำใต้ดินไปทำน้ำดื่มสะอาดตามโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ มีทั้งหมด ๑,๖๐๐ แห่ง ตรงนี้ก็ได้ประชาสัมพันธ์บอกว่าถ้าพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้ง หรือต้องการน้ำดื่มสะอาดเอามาตามจุดต่าง ๆ ขณะนี้ผมได้ให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้รายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดที่ประสบภัยแล้งว่าเรามีจุดบริการน้ำดื่มสะอาด ให้กับพี่น้องประชาชนตรงไหนบ้าง ก็ได้รายงานตรงนี้ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับทราบกัน และอีกส่วนหนึ่งก็ขอเสริมนิดหนึ่งว่าที่ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ท่านได้ให้ความสำคัญ ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอุทกภัยหรือป้องกันน้ำท่วม หรือป้องกันภัยต่าง ๆ นั้นท่านเองก็ได้มอบหมายให้กระทรวงต่าง ๆ ดำเนินการแล้ว นั่นยังไม่พอนะครับ ที่ท่านพายัพได้เป็นห่วงเป็นใย ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทาง ไปต่างประเทศ จะเป็นประเทศญี่ปุ่นก็ดีและประเทศเกาหลีก็ดี เพิ่งกลับมาเมื่อ ๒-๓ วันนี้ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับ ไปฟังวิปต่างประเทศที่เขาเตรียมการป้องกันต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า เมื่อเช้านี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านก็ได้นำกราบเรียนต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปที่ประเทศเกาหลี ก็ได้รับฟังการเตรียมการแก้ไข ปัญหาของประเทศเกาหลี ก็เป็นลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศไทย เพราะประเทศเกาหลี ของเขานั้นมีลุ่มน้ำต่าง ๆ มีแม่น้ำสายหลักอยู่ ๔ ลำน้ำ แล้วการแก้ไขก็ในลักษณะคล้ายคลึง กับประเทศไทย แต่ประเทศไทยของเรานั้นมีลำน้ำมากกว่าเขาคือมี ๒๕ ลุ่มน้ำ อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นท่านเป็นห่วงเป็นใย และเอาใจใส่ในเรื่องนี้ แล้วก็เดินสายไปก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั้งประเทศ ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเอง มีการเตรียมความพร้อมตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนท่าน ส.ส. พายัพ ปั้นเกตุ ที่ได้ เป็นห่วงเป็นใยตรงนี้นะครับ ก็ถือโอกาสกราบเรียนนะครับ ขอบคุณมากครับ
จบกระทู้ถามสดนะครับ เชิญท่านมีอะไรครับ ผมจะได้กระทู้ถามทั่วไปแล้ว
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียวครับท่านประธาน เรื่องนี้ เรื่องกระทู้ถามเมื่อครู่ ในวันนี้ถ้าผมไม่พูดก็ไม่สำเร็จ หรอกครับ ท่านประธานครับ บ้านผม
ท่านจะใช้สิทธิอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงครับ แต่ผมขอบอกเสริมคุณพายัพนิดเดียวครับ นิดเดียวจริง ๆ ครับ
เชิญครับ นิดเดียวนะ
ครับ ประเด็นนี้ถ้าผมไม่พูดนะครับ รับรองได้เลยครับ ลอกคลอง ขุดคลองเท่าไรก็ไม่สำเร็จหรอกครับ เพราะจังหวัดสมุทรปราการ บ้านผม น้ำต้องผ่านบ้านผม น้ำเที่ยวที่แล้วไม่ผ่านมาเลยครับท่านประธาน แล้วในกรุงเทพมหานคร คลองแสนแสบก็เรือไม่วิ่งครับ สาเหตุใหญ่คือการปิดน้ำ กั้นน้ำ ไม่ให้น้ำผ่านกรุงเทพมหานครมาจังหวัดสมุทรปราการครับ
พอแล้วนะครับ
ขุดลอกคลองอะไรก็ตามต้องให้น้ำผ่านนะครับ อย่ากักน้ำครับ ขอบคุณครับ ท่านผู้ว่าราชการครับ ถ้าท่านเปิดน้ำหน่อยครับ ขอบคุณครับ
พอแล้วครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านต้นทุเรียน จังหวัดปัตตานี ๔๗ ท่านที่มาชมการประชุมสภาในครั้งนี้นะครับ ผมขอแจ้งที่ประชุม ก่อนจะเข้ากระทู้ถามทั่วไปนิดหนึ่งนะครับ
ด้วยประธานรัฐสภาในฐานะประธานหน่วยประจำชาติไทย ในสหภาพรัฐสภา สหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิกนะครับ และสมัชชารัฐสภาอาเซียนได้เรียกประชุมใหญ่ สามัญประจำปี ๒๕๕๔ ของหน่วยประจำชาติไทยทั้ง ๓ หน่วย ในวันศุกร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมรัฐสภา จึงขอเชิญท่านสมาชิกในฐานะสมาชิก หน่วยประจำชาติไทยเข้าร่วมประชุมตามกำหนดเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ จึงแจ้งที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไป เป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๖ ส. เรื่อง การสนับสนุนงบประมาณ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งริมทะเลบ้านเราะ ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช (นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี เดี๋ยวจะขอเลื่อนเป็นกระทู้ถามที่ ๒ ก่อนนะครับ เพราะว่าท่านมีภารกิจ เดี๋ยวจะเดินทางเข้ามาถามกระทู้ถาม ผมขอไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปที่
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๙๘ ส. เรื่อง ขอให้บูรณะซ่อมแซมถนนที่ชำรุด เสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วม สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก (นายนิยม วรปัญญา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรีนะครับ
เชิญอาจารย์นิยมครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมากในเรื่องที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลัน เกิดความเสียหาย ก็มีถนน แหล่งน้ำ คือเป็นทำนบ อ่าง ฝาย ทำนบอ่าง ฝายก็ขาด ถนนก็ชำรุดขาด เพราะฉะนั้นก็ยังมีการบูรณะปรับปรุงยังไม่ดีพอ ที่ซ่อมไปแล้วก็เพียงแต่ว่า พอใช้การได้ครับ พอใช้การได้ที่หลังจากน้ำท่วมไปแล้วนี้รถหนักก็วิ่งผ่าน พอวิ่งผ่าน ก็เกิดถนนนั้นบวม ฉะนั้นความเสียหายนี้ก็เกิดขึ้น ตอนนี้รถกำลังบรรทุกอ้อย บรรทุกมันสำปะหลังออกมาสู่โรงงานได้รับความเดือดร้อนมาก ก็คงจะต้องเรียนให้ผมช่วยตั้ง กระทู้ถาม ผมก็ได้ตั้งกระทู้เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีตามที่ราษฎรต้องการ ผมจึง ขอเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะมีการเยียวยาอย่างไรที่จะให้ถนนหนทางใช้การได้ เป็นปกติหรือมั่นคงต่อไป เพราะว่าน้ำท่วมปีนี้ความเสียหายไม่ใช่เกิดแต่เฉพาะคนถูกน้ำท่วม คนไม่ถูกน้ำท่วมธุรกิจเขาก็หยุดไป คนมีโรงงานอุตสาหกรรมไม่ถูกน้ำท่วมแต่เขาก็ต้องหยุดงาน เพราะว่าคนงานที่ถูกภัยพิบัตินั้นจะต้องมีพี่มีน้องก็ไปช่วยกัน เพราะฉะนั้นผมจึงขอถามมา ทั้งเรื่องน้ำท่วม แล้วก็น้ำแล้งรวมด้วยเลยครับ เพราะการป้องกันจะต้องป้องกันทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม แล้วก็ถนน
ข้อ ๑ ขอทราบว่าถนนที่ชำรุดเสียหาย มีถนนสายใดบ้างในพื้นที่ใด และใช้งบประมาณที่บูรณะปรับปรุงซ่อมแซมในจังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดชัยภูมิด้วยนะครับ อันนี้ก็มีเขตติดต่อกันก็มีเรื่องราวเดือดร้อนนั้นก็มาร้องเรียนที่ผม ก็อยากจะให้รัฐบาลได้มีการฟื้นฟูสภาพให้เข้าสู่ปกติ มีการเยียวยาแล้วก็ให้เกิดความมั่นคง ใช้ได้ตลอดไป ถนนสายที่สำคัญที่จะยกตัวอย่าง ก็คือรอบเขื่อนแม่น้ำป่าสักครับ อันนี้ กรมชลประทานได้มอบให้กับกรมทางหลวงชนบท อยากจะทราบว่าในจำนวนถนนสายนี้ เดิมตอนที่ผมทำเรื่องให้รับมอบมีจำนวน ๑๖๘ กิโลเมตร แต่ว่าตอนหลังมีการตัดทอนบ้าง อาจจะลดลงเพราะถนนมีการช๊อร์ตคัท (Short cut) บ้าง อยากขอทราบว่ากรมชลประทาน ได้มอบงานนี้ให้กับกรมทางหลวงชนบทเรียบร้อยหรือยัง แล้วขอให้ลาดยางรอบอ่าง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยจะได้หรือไม่
ข้อ ๒ ปัจจุบันนี้ถนนที่ชำรุดดังกล่าวมีความเสียหายได้มีการซ่อมบำรุงให้ดี ที่สามารถจะใช้การได้ดีไว้อย่างไรบ้าง แล้วก็ใช้จ่ายงบประมาณไปเป็นเงินเท่าไร ก็อยากจะ ขอทราบตามที่ราษฎรร้องเรียนมา และขอทราบว่ารัฐบาลให้หน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้อง ร่วมสำรวจความเสียหายถนน เพื่อออกแบบเข้าแผนดำเนินการบูรณะปรับปรุงให้ใช้การได้ดี ไว้อย่างไร หรือไม่ ถ้าได้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเมื่อใด ถ้าไม่ได้เพราะเหตุใด ขอทราบรายละเอียด
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามไปช่วยจังหวัดลพบุรี อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็จะไปบ่อยที่สุดคืออำเภอบ้านหมี่ แต่จังหวัดลพบุรี มี ๑๑ อำเภอ ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะไปอยู่ที่อำเภอเมืองกับอำเภอท่าวุ้ง ๒ อำเภอ และอีก ๙ อำเภอก็ยังไม่ได้ไป เพราะฉะนั้นผมว่าอยากจะให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบไปช่วยดู แล้วก็ช่วยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทั้งกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวงช่วยเร่ง ทำแผนและโครงการเสนอขึ้นมาเพื่อขอรับการฟื้นฟูเยียวยาให้มั่นคงต่อไปจะได้หรือไม่ แล้วก็ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีกรมชลประทานดังที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว และกรมชลประทานยังมีอีกหลายสายที่สำหรับทำเข้าไปสู่แหล่งน้ำจะต้องมีถนนเข้าไป อันนี้ ก็ชำรุดเสียหาย ฉะนั้นก็ขอทราบด้วยว่าท่านจะมีแผนนโยบายจะแก้ไขอย่างไรให้มันได้ใช้การ ได้ถาวรต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบกระทู้ถามทั่วไป ของท่านนิยม เชิญท่านชัจจ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม ของท่านนิยม วรปัญญา สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในกระทู้ถามที่ว่าขอให้บูรณะซ่อมแซมถนน ที่ชำรุดเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมสร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จำนวนมาก กระผมก็ขอบพระคุณท่านนิยม วรปัญญา เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความเอาใจใส่ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ในส่วนที่เป็นกระทู้ถาม ขอตอบดังนี้ครับ
ตอบคำถามที่ ๑ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท สำรวจถนนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม ที่เกิดขึ้น ในจังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสิงห์บุรีแล้ว ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นห่วงใยและลงสำรวจด้วยตนเอง และกำชับ ให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดให้ทำซ่อมแซมอยู่เนือง ๆ ขณะนี้กระทรวงคมนาคมก็ได้สำรวจแล้ว เฉพาะ ๔ จังหวัดที่ท่านนิยมได้สอบถามนี้ เฉพาะของกรมทางหลวงได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยคราวนี้จำนวน ๑๐๓ โครงการ เป็นเงินงบประมาณในการซ่อมแซมทั้งสิ้น ๑,๕๔๔ ล้านบาท ขณะนี้ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณแล้ว ๘๑ โครงการ วงเงิน งบประมาณรวม ๑,๒๗๐ ล้านบาท ส่วนโครงการที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ได้ดำเนินการเข้าสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมเพื่อจัดเข้าแผนและเสนอขอรับการจัดสรร งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ต่อไป ถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัย ๔๘ สาย ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมทั้งสิ้น ๔๙๔ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณเรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการประกวดราคาในการ หาผู้รับเหมาในการก่อสร้าง ส่วนถนนรอบอ่างเก็บน้ำ เขื่อนในจังหวัดลพบุรีส่วนใหญ่ ระยะทางประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตรซึ่งเป็นถนนลาดยาง กรมชลประทานได้มอบให้ กรมทางหลวงชนบทแล้ว กรมทางหลวงชนบทได้เข้าซ่อมบำรุงเป็นปกติเป็นประจำ ส่วนคำถามอื่น ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มารอตอบชี้แจงแล้ว คงจะได้แยกตอบเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ตามคำถามของท่านนิยม วรปัญญา คำถามที่ ๒ การเร่งสำรวจความเสียหายของถนน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดลพบุรี แยกเป็นกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ในส่วน ของกรมทางหลวงได้สำรวจและออกแบบพร้อมจัดสรรงบประมาณได้แล้ว ๓๔ โครงการ วงเงิน ๖๑๒ ล้านบาท ขณะนี้บางโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง เริ่มการก่อสร้างแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนโครงการที่เหลืออยู่ระหว่างการเตรียมตัวเข้าดำเนินการ ส่วนของ กรมทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบจำนวน ๒๐ สาย วงเงินซ่อมแซมประมาณ ๑๖๖ ล้านบาท อยู่ระหว่างการประกวดราคา คาดว่าจะลงนามสัญญาได้หมดทุกสายภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๕ นี้ คือเดือนหน้านะครับ และคาดว่าจะได้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ขอขอบคุณท่านนิยม วรปัญญา เนื่องจากโครงการทั้งหมดตามที่ท่านได้ถามมานี้ เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างหาผู้รับเหมาบ้าง ดำเนินการก่อสร้างบ้าง ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ ก็ขอความกรุณาท่านช่วยสอดส่องดูแลเพื่อจะได้ถนนที่ดี ที่สมบูรณ์นะครับ ท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยม วรปัญญา ในกรณีในเรื่องของบูรณะซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเสียหาย เนื่องจากอุทกภัย ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าต่อประเด็นคำถามในเรื่องของถนนรอบอ่าง ที่ทางกรมชลประทานมอบแล้วก็ส่งมอบให้กรมทางหลวงชนบทนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องของถนนในส่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานรับผิดชอบ ขอเรียนว่าในแต่ละปีเราก็ได้ดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมถนนรอบอ่างและถนนบนคันคลอง ในเขตโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อประโยชน์ ในการลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรและการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนนะครับ สำหรับกรณีในถนนรอบอ่างนั้นจึงขอเรียนว่ามีถนนรอบอ่างที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว ส่งมอบให้กรมทางหลวงชนบทนั้นก็ตามที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัจจ์ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ คือรอบอ่างป่าสักเราก็ได้ส่งมอบให้กรมทางหลวงชนบท ดูแลเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนในเรื่องของโครงการขนาดกลางนั้นก็มีถนนเข้าหัวงาน แล้วก็ ถนนบนคันคลองนะครับ ซึ่งมีทั้งผิวจราจรที่เป็นลาดยาง แล้วก็ผิวจราจรที่ยังเป็นลูกรังอยู่นะครับ ในเรื่องของโครงการขนาดกลางนั้นก็มีอยู่ในทั้งหมด ๑๒ สายนะครับ แล้วก็เป็นผิวจราจร ลาดยางแล้ว ๑๒ สาย แล้วก็ยังไม่ได้ลาดยางอีก ๔ สายนะครับ ซึ่งตรงนี้ยังอยู่ในความดูแล ความรับผิดชอบของกรมชลประทานนะครับ
สำหรับกรณีที่ผ่านมาในเรื่องความเสียหายเนื่องจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๕๔ ก็มีถนนได้รับความเสียหายอยู่เป็นจำนวนมากด้วยกันนะครับ ซึ่งขณะนี้ กรมชลประทานก็ได้ประมาณการสำรวจความเสียหายแล้วก็ขออนุมัติการจัดสรรงบประมาณ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้วนี่มีทั้งหมดถึง ๙๘ รายการนะครับ งบประมาณทั้งหมดก็ประมาณ ๓๙๗ ล้านบาทเศษ ก็เป็นรายการต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดลพบุรี ๔๖ รายการ งบประมาณ ๑๖๐ ล้านบาทเศษนะครับ จังหวัดสระบุรี ๘ รายการ งบประมาณ ๑๗ ล้านบาทเศษ จังหวัดเพชรบูรณ์ ๒ รายการ งบประมาณ ๒๗ ล้านบาทเศษ และจังหวัดสิงห์บุรี ๔๒ รายการ งบประมาณ ๑๙๒ ล้านบาทเศษ ขออนุญาตกราบเรียนท่านนิยม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เพื่อโปรดทราบ ขอบคุณครับ
เชิญอาจารย์นิยมครับ เชิญอาจารย์นิยมมีคำถามต่อไหมครับ ช่วยกระชับนิดหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อครู่นี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมท่านกล่าวถึงนั้น ผมก็อยากจะเรียนถาม เพิ่มเติมต่อไปอีกครับ เพราะว่าแก้มลิงตอนแรกตอนสมัยท่าน พลเอก สุกำพล ท่านเคยสั่ง เครื่องจักรไปขุดลอกแม่น้ำป่าสักที่บ้านท่าศาลา แล้วก็ที่ปากคลองลำนารายณ์ แล้วก็ บ้านน้ำทด จนบัดนี้ยังไม่ได้ดำเนินการครับ เพราะฉะนั้นผมไปถามที่กรมเจ้าท่า เขาบอกเขาพร้อมที่ดำเนินการแต่ว่ารอให้รัฐมนตรีสั่ง ฉะนั้นผมจะขอให้ท่านช่วยสั่ง เป็นเรื่องด่วนได้ไหมครับ ประการที่ ๑ นะครับ
๒. กรมชลประทาน กรมชลประทานเขามีส่วนที่จะต้องซ่อมอ่างหลายแห่งนะครับ เช่น อย่างอ่างเก็บน้ำกุดตาเพชรก็ดี และอ่างซับตะเคียนก็ดีนะครับ ความจริงการตั้งกระทู้ถามแต่ละครั้ง สมัยก่อนที่เคยปฏิบัติมาเจ้าหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบแล้วก็ไปพบกับผู้ตั้งกระทู้ถามว่า จุดตรงไหนกันจะได้ไปดูด้วยกันนะครับ นั่นคือสร้างสรรค์ นี่ตั้งกระทู้ถามมาแล้วนี่ ตัวแทนของกระทรวงที่รับผิดชอบนี่มันมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทุกอำเภอ ไม่มีท่านเจ้าหน้าที่ผู้ใด เคยพาไปดู ไปพบกัน หรือไปคุยกันว่ามันเดือดร้อนอย่างไร อันนี้คือผมว่ามันเป็นการ ไม่ถูกต้อง ก็อยากจะขอให้ท่านช่วยสั่งการเรื่องนี้ให้มีการไปดูของจริงด้วยกัน แล้วก็จะแก้ อย่างไร อันนั้นจะสร้างสรรค์ จะแก้ไขปัญหาสิ่งที่ผิดให้มันถูกต้อง แล้วก็ให้มันมีความมั่นคง ต่อไป ฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รู้สึกว่าผมจะขอให้มีการสำรวจอ่างจำนวนหลายแห่ง แต่ว่าการสำรวจนี่ถ้าเจ้าหน้าที่ไปเอง แล้วก็ไปเที่ยวถามคนนั้นคนนี้แล้วก็กลับมาบอกว่า ไม่ดี ไม่เหมาะ แล้วบางครั้งไป ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง ๕ ครั้ง ไม่ผ่านครับ
อาจารย์นิยมครับ ช่วยกระชับคำถามเลยครับ
ครับ ก็จะถามเดี๋ยวนี้ละครับ
เชิญครับ
ก็จะขอให้ทางกระทรวงคมนาคม ช่วยสร้างแก้มลิงให้ในจุดที่ได้ขอไว้ คือที่บ้านท่าศาลา แล้วก็ที่ปากคลองลำนารายณ์ แล้วก็ ที่น้ำทด ๓ แห่ง อยากจะขอเครื่องจักรไปช่วยดำเนินการ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีก็เคยพบกันแล้ว คุยกันแล้วก็รับปากไว้เหมือนกันนะครับ
ข้อ ๒ ก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กล่าวมานี่ อยากจะให้ไปดูกันสิว่า ตรงไหนที่เขาร้องเรียนมามันเหมาะสมจะได้สำรวจออกแบบไปให้เขา
ข้อ ๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาจะมีการขุดลอก จำนวนมาก แต่ว่าเวลาราษฎรร้องเรียนมาเขาจะพาไปดูก็ไม่ไป แล้วมันจะรู้ได้อย่างไร มันจะ เจอกันตรงไหนครับ พอมาเขียนรายงานเอาตามที่มีแผนที่ก็เอาแผนที่ไปเขียนรายงาน มันก็ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ฉะนั้นอยากจะขอให้ดำเนินการตามนี้ให้ตรงตามข้อเท็จจริง แล้วก็ที่ว่า จำนวน ๑๓๐ กว่ากิโลเมตร จาก ๑๖๘ กิโลเมตรนี่นะครับ ก็คงจะช็อร์ตคัทได้หลายแห่ง ใช่ไหมครับ
ข้อ ๔ ขอให้กรมชลประทานช่วยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก เพราะว่า การสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มันมีผลกระทบที่ดิน ๑๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วชาวบ้าน ก็เป็นพัน ๆ หมู่บ้าน ทีนี้สะพานที่มีอยู่แล้วก็น้ำท่วมหมด แม้แต่สะพานคอนกรีตก็ท่วม สะพานไม้ก็ท่วม ทีนี้รถก็ข้ามไม่ได้ต้องวิ่งอ้อม สูญเสียเศรษฐกิจปีหนึ่งไม่รู้จักกี่ร้อยล้าน พันล้านบาทนะครับ บางแห่งเคยวิ่งข้ามตรงไปเลย เดี๋ยวนี้อ้อมไป ๖๐ กิโลเมตร อันนี้
ข้อ ๕ ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยสำรวจอีกครั้ง เพราะที่สำรวจไปแล้วสำรวจ หลังน้ำท่วม หลังน้ำท่วมตอนนั้นรถหนักยังไม่ได้วิ่ง เอารถปิกอัพ (Pickup) ไปมันก็ไม่เป็นอะไร วิ่งผ่านได้ พอรถบรรทุกมันสำปะหลัง รถบรรทุกอ้อย บรรทุกข้าวเปลือก บรรทุกถั่ว บรรทุกมัน มันก็ยุบขึ้นมา ถนนแตกมา อันนั้นก็คือไม่อยู่ในวิสัยที่ท่านได้รู้ เพราะว่าไม่ได้มีผู้บังคับบัญชา สั่งให้ไปสำรวจอีก เพราะฉะนั้นผมจะขอให้สั่งให้ผู้บังคับบัญชาไปสำรวจอีกครั้งหนึ่งว่า ตรงไหนมันเสีย มันไม่ดี ถนนนี่ก็คือเศรษฐกิจครับ ถ้าถนนไม่ดีรถก็ช้ำ ชาวไร่ชาวนาที่ยากจน ก็เพราะว่าเขาอยู่ในที่ทุรกันดาร
อาจารย์นิยมครับ เนื่องจากว่าใช้เวลาในการอารัมภบท แล้วก็การลำดับเหตุการณ์พอสมควรแล้ว เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบได้ไหมครับ ท่านถามมา ๕ คำถามแล้ว
ผมถามไปแล้วที่ถามไปเมื่อครู่
ก็จะให้ตอบครับ
ครับ ๑. ก็ขอให้ตอบในเรื่องแก้มลิง ๒. เรื่องถนนรอบอ่าง ๓. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอให้มีการขุดลอก แล้วก็สะพานข้ามแม่น้ำป่าสักที่น้ำท่วม แล้วก็ขอให้มีการสำรวจอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่มี น้ำท่วม แล้วก็มีรถบรรทุกหนักขึ้นมานี่ถนนเสีย ก็ถามอีก ๕ ข้อครับ ขอบคุณครับ
ได้ครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านตอบก่อน ๒ คำถาม ของท่าน เรื่องถนนรอบอ่างกับสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมจะตอบคำถามเรื่องแก้มลิงของท่านนะครับ ส่วนอีก ๒ คำถามนั้น ให้เป็นเรื่องซึ่งทางเจ้าหน้าที่เขาบันทึกไว้แล้ว เขาจะไปสำรวจตรวจสอบเองนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อประเด็นคำถาม ของท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยม วรปัญญา โดยข้อเท็จจริงผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า ในเรื่องของถนนรอบอ่างนั้นก็ได้มีการดำเนินการส่งมอบให้กับกรมทางหลวงชนบทแล้วนะครับ ในส่วนของโครงการขนาดกลางนั้นที่ยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะบางพื้นที่มีข้อจำกัด ในการที่จะไปสำรวจออกแบบเนื่องจากว่าพื้นที่บางส่วนก็เป็นพื้นที่ที่จะเชื่อมโยงกับพื้นที่ป่า แล้วก็อีกอย่างครับ ในย่านนั้นบางครั้งก็ชุมชนยังไม่เหมาะสมเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม ต่อประเด็นข้อห่วงใย ข้อสังเกตทั้งหมดของท่าน กระผมก็จะรับไปมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีอะไรไหมครับ ท่านบอกว่าขอแก้มลิง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ตามปัญหาของท่านนิยม วรปัญญา เรื่องเกี่ยวกับปัญหาแก้มลิงนั้น ผมดูแลอยู่ที่กระทรวงคมนาคมไม่สามารถจำได้ แต่เนื่องจากวันนี้ผมมาเป็นตัวแทนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมจะได้นำปัญหาของท่านอันนี้ไปเรียน ต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อจะทำแก้มลิงสำรวจในความเหมาะสมเป็นประการใดอีกต่อหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ท่านนิยมบอกว่าจะให้กรมเจ้าท่าไปดูนั้นผมจะได้สอบถามท่านนิยมว่าเป็นจุดใด ต่างหาก แล้วก็ผมจะรับไปว่าจะไปกำชับและดำเนินการต่อไปครับท่านประธาน
ส่วนถนนกับคลอง ๑๓๐ กิโลเมตรของอาจารย์นิยมเดี๋ยวมาประสานกับท่านรัฐมนตรีข้างหลังว่า อยู่จุดไหน บริเวณไหน ที่ไหน เพราะว่าท่านไม่ทราบเหมือนกันนะครับ จบกระทู้ถามแรกนะครับ
ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๑๖๖ เรื่อง การสนับสนุน งบประมาณก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งริมทะเลบ้านเราะ ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช (นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
เดี๋ยวนะท่านพิมพ์ภัทรา ท่านอาจารย์นิยมมีอะไรหรือครับ เดี๋ยวท่านพิมพ์ภัทรา นั่งลงก่อนครับ ท่านมีอะไรไหมครับ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้ตอบเลยครับ
คือท่านขอให้ทางรัฐมนตรีช่วยสำรวจ ผมก็บอกว่าขอให้ท่านประสานกับท่านรัฐมนตรี ข้างหลังก็ได้ครับ หรือท่านปรีชาจะชี้แจงท่านนิดหนึ่งท่านไม่บอกว่าจุดไหน ๑๓๐ กิโลเมตรนี้ หาไม่เจอ เชิญครับ
๑๓๐ แห่งนะครับ ไม่ใช่ ๑๓๐ กิโลเมตร ถนน ๑๖๘ กิโลเมตร
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีปรีชาตอบนะครับ นั่งก่อนอาจารย์นิยมเดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนที่ท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ได้ถามเกี่ยวกับโครงการแก้มลิงซึ่งผมเองก็จะไปดูว่า จุดไหนที่ท่านพี่น้องประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ย้ำอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้ถามเกี่ยวกับ กรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งท่านได้ไปดูว่าพื้นที่ตรงไหนมันมีปัญหา แล้วก็ไปบอกกับ ทางผู้อำนวยการสำนักงานภาคแต่เขานิ่งเฉย ก็อยากจะกราบเรียนท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ว่า ผมเองได้มอบนโยบายชัดเจนกับกรมทรัพยากรน้ำว่าพื้นที่ตรงไหนที่มันมีปัญหาให้ ความสำคัญจะเป็นโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าเขาไปนำกราบเรียน เพราะว่า ส.ส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมาจากพี่น้องประชาชนตรงนี้ท่านสบายใจได้เลยว่า ถ้าพื้นที่ตรงไหนที่เจ้าหน้าที่ไม่ไปท่านบอกผมเลยนะครับ ผมจะดำเนินการตรงนี้ก็อยากจะ กราบเรียนนะครับ แล้วในส่วนอื่น ๆ ที่ท่านได้นำถามว่าเกี่ยวกับระยะที่จะขุดลอกตรงไหนนั้น ขอให้ท่านประสานกับผู้อำนวยการสำนักงานภาคที่จะไปดำเนินการดูแลตรงนี้ให้ท่าน ก็ขอกราบเรียนชี้แจงท่านนิยม วรปัญญา นะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี เพราะว่าท่านเป็นผู้อาวุโส เป็นผู้แทนราษฎรตลอดกาลของพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี ต้องขอชื่นชมครับ
เชิญท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ถาม ผมว่าจบแล้วนะครับ ท่านอาจารย์นิยมครับ เจ้าหน้าที่ เปิดเสียงให้ท่านหน่อยครับ
ผมในนามผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี แล้วก็จังหวัดใกล้เคียงต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่าน แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานสภาได้ให้โอกาสผมมีโอกาสได้ซักถาม แล้วก็เสนอ ความเดือดร้อนของประชาชน ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๖ เรื่อง การสนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งริมทะเลบ้านเราะ ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช (นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นนั้นนะครับต้องขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทราที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องได้ตั้งกระทู้ถาม ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าปัญหาทางภาคใต้ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวกับเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้นได้ให้ความสำคัญ ก็สืบเนื่องมาจากว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ คือวันที่ ๒๔ ตุลาคมที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้พิจารณาว่าเกี่ยวกับความเห็นชอบในการที่จะทำเรื่องประชาพิจารณ์ ที่ทางจังหวัดได้นำเสนอมา ทางคณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินั้น ก็ได้อนุมัติเป็นแผนตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นแผนที่ได้ให้ความเห็นชอบ เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งทางทะเล ไล่ตั้งแต่ แม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนไปถึงแหลมตะลุมพุกที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าตรงนี้ทางรัฐบาลเองโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้น ได้ให้ความสำคัญตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าขณะนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ได้มีแผนในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าตรงนี้ ซึ่งการดูแลเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งนั้น ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้ดูแล แล้วก็ได้นำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ก็อยากจะ กราบเรียนว่าตรงนี้ซึ่งทางท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา ได้เป็นห่วงเป็นใยว่ากรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งนั้นมีงบประมาณในการดูแลตรงนี้หรือไม่ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า จริง ๆ แล้วในตัวบทกฎหมายจริง ๆ เกี่ยวกับงบประมาณที่จะก่อสร้างเกี่ยวกับเรื่อง การกัดเซาะชายฝั่งทะเลนั้น จะต้องขึ้นตรงต่อกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ท่านตั้งกระทู้ถามนั้นเพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ผมเองก็ได้ให้ ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้น ได้กรุณาประสานไปยังกรมเจ้าท่าในการดูแลบริเวณนี้ ซึ่งขณะนี้ผมได้ประสานเป็นเบื้องต้นว่าที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยนั้นซึ่งจะมีแผนในการจะแก้ไข ตรงนี้ในปี ๒๕๕๕ คือปีนี้ ก็อยากจะกราบเรียนยืนยันนะครับ และในอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งหลายพื้นที่ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยต้องยอมรับนะครับว่าการกัดเซาะทางชายฝั่งทะเลก็ดีนั้น มันมีปัญหาอย่างที่ท่านได้เห็นนะครับว่ามันมีปัญหาเพราะว่าการเปลี่ยนของกระแสลม บางทีสร้างตรงนี้แล้วตรงนี้ก็กัดเซาะไป ที่ท่านพูดเป็นความจริง ซึ่งทางรัฐบาลเองได้ให้ ความสำคัญตรงนี้ ผมก็อยากจะกราบเรียนยืนยันนะครับว่าปัญหาตรงนี้ซึ่งผมเองได้ดูแล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งทะเลให้กับท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา ก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้ เป็นเบื้องต้นครับ
เชิญท่านพิมพ์ภัทราครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันรู้สึกยินดีและดีใจแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะดิฉันเชื่อมั่นในตัว ท่านรัฐมนตรีนะคะว่าท่านเป็นคนจริง พูดจริง ทำจริง ท่านรับปากกลางสภาว่าท่านจะทำได้นะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วดิฉันอยากจะถามคำถามที่ ๒ ด้วยซ้ำค่ะว่าตกลงจะเริ่มดำเนินการที่จะก่อสร้าง เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณถนนสายโคกตะเคียน-ท่าสูงบน เริ่มในปี ๒๕๕๕ ได้เลยหรือไม่ อย่างไร แล้วก็กระบวนการที่จะต้องทำจะต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไร แล้ววันนี้ ที่ถนนมันสัญจรไปมาไม่ได้ ในความรับผิดชอบของท่านนี้นะคะ ท่านจะสามารถอำนวย ความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไรบ้างคะ อย่างน้อย ๆ ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ที่เขาต้องใช้สัญจรไปมา ณ วันนี้ มันไปไม่ได้เลย ท่านจะทำอย่างไรให้เขาไปมาได้ แล้วก็ ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะว่า ปี ๒๕๕๕ ท่านจะดำเนินการได้เลยหรือไม่
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะกราบเรียนยืนยันกับท่าน ส.ส. พิมพ์ภัทรา ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาทางภาคใต้เอง ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายที่ประสบภัยธรรมชาติ คือน้ำท่วม ต้องกราบเรียนยืนยันว่า ทางรัฐบาลเองได้ให้ความสำคัญทุกภาค ดังเช่นที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหลายท่าน ได้ลงพื้นที่ในภาคใต้ในช่วงเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตรงนี้ซึ่งทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีหลายท่านลงพื้นที่ และโดยเฉพาะผมเอง ก็ได้ลงไปพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชดังที่ท่านได้ติดตาม ก็อยากจะกราบเรียนยืนยันนะครับว่า ตรงนี้ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้ให้ความสำคัญ ก็อยากจะกราบเรียนยืนยันนะครับว่า โครงการที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามนี้ผมเองก็จะไปประสานกับกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมให้ แล้วยืนยันนะครับว่างบประมาณตรงนี้จะได้ดำเนินการสร้างในปี ๒๕๕๕ อย่างแน่นอนนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้ครับ ขอบคุณมากครับ
จบกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ ต่อไป
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๑๙ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการพังทลาย ของตลิ่งแม่น้ำเลย (นางนันทนา ทิมสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านฐานิสร์ เทียนทอง ตอบข้อซักถาม
เชิญท่านนันทนา ทิมสุวรรณ ถามครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้มีโอกาส ถามกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณที่ท่าน ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกะทรวงมหาดไทยได้มาตอบคำถามของดิฉัน เรื่องการแก้ไขปัญหาการพังทลายของตลิ่งแม่น้ำเลย ก็สืบเนื่องมาจากฤดูฝนในปีที่ผ่านมา ที่มีฝนตกหนักในหลาย ๆ พื้นที่ เพราะว่ามีพายุหลาย ๆ ลูกที่พัดผ่านเข้ามาในประเทศของเรา ทำให้เกิดฝนตกหนักแล้วก็น้ำท่วมไปในหลาย ๆ พื้นที่ แล้วก็อำเภอภูหลวงก็เป็นพื้นที่หนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักแล้วก็น้ำท่วมเช่นเดียวกัน ซึ่งอำเภอภูหลวงนั้นมีเทือกเขาภูหลวง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลาย ๆ สายที่สำคัญ ๆ เช่น แม่น้ำป่าสัก แล้วก็แม่น้ำเลยซึ่งเป็น แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดเลย ถือว่าเป็นเส้นเลือดของจังหวัดเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีต้นกำเนิด จากอำเภอภูหลวงแล้วก็ไหลผ่านอำเภอวังสะพุง อำเภอเมืองเลย แล้วก็ไหลไปลงแม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงคาน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอภูหลวงนั้นเป็นที่ลาดชัน เมื่อเวลาเกิดฝนตกหนัก น้ำป่า ท่านประธานก็คงจะทราบว่ามีความแรง เวลาที่ไหลมาแต่ละทีมีจำนวนมาก แรงแล้วก็เร็ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะไม่มีลักษณะเป็นน้ำท่วมขัง แต่น้ำท่วมในอำเภอภูหลวงก็สร้าง ความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากในเวลาเพียงแป๊บเดียวที่น้ำไหลผ่านไป ก็สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก บ้านเรือนที่อยู่เชิงเขาก็ได้รับ ผลกระทบจากดินถล่มบ้าง และโดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำก็ได้รับผลกระทบ จากการที่ตลิ่งริมแม่น้ำนั้นพังทลาย ก็ขอภาพประกอบด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
มีหลาย ๆ จุดที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ ภาพนิ่งไว้สักครู่แล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ ท่านประธานคะ จุดที่มีความเสียหายมาก ๆ อย่างที่เห็นในภาพก็เป็นริมตลิ่งแม่น้ำเลยที่เกิดการพังทลาย นี่ค่ะท่านประธานพังไปจนถึง หลังบ้าน บ้านหลังนี้ห้องหายไปหนึ่งห้องเลยค่ะท่านประธาน จากการกัดเซาะของน้ำ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าบริเวณที่มีความเสียหายหนัก ๆ จะมีอยู่ ๒ จุด จุดแรกก็คือบริเวณบ้านแก่งบง หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองคัน ซึ่งตลิ่งถูกกัดเซาะ ไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ซึ่งมีบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่เสียหายจำนวน ๖ หลังคาเรือน แล้วก็บริเวณที่ ๒ ก็คือบริเวณบ้านหนองเอี่ยน หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองคัน ซึ่งก็มีดินสไลด์ (Slide) ตลิ่งพังเช่นเดียวกันค่ะ ระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับ พี่น้องประชาชน ๒ ครัวเรือน ท่านประธานคะ อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูฝนอีกแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ทางพี่น้องประชาชนก็ค่อนข้างที่จะเป็นห่วงเป็นใยว่าถ้าเกิดฝนตกหนัก เกิดมีน้ำหลากมาอีกครั้งหนึ่ง ก็คงจะสร้างความเสียหายอย่างมาก เพราะว่าตอนนี้บ้านเขาก็ อยู่ริมตลิ่งแล้วนะคะ ถ้าเซาะอีกทีก็คือบ้านก็คงจะไปหมดทั้งหลังนะคะ วันนี้ก็จึง ขอกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ริมตลิ่งแม่น้ำเลยอย่างไรคะ ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญ ท่านฐานิสร์ เทียนทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ฐานิสร์ เทียนทอง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ให้ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดเลย ท่านนันทนา ทิมสุวรรณ ซึ่งก็ต้องขอขอบพระคุณและขอชื่นชมต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหา การพังทลายของตลิ่งในแม่น้ำจังหวัดเลย ซึ่งก่อนอื่นก็ต้องขอประทานกราบเรียนต่อท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าแต่เดิมภารกิจในการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังในแม่น้ำ ทั่วทั้งประเทศนั้น เป็นภารกิจของกรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย แต่เนื่องจากปัจจุบันได้มีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เกิดขึ้น แล้วก็ได้กำหนดภารกิจที่ค่อนข้างชัดเจนว่า การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งของแม่น้ำในประเทศนั้นเป็นภารกิจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นก็จะรับผิดชอบเฉพาะแม่น้ำที่เป็น พรมแดนระหว่างประเทศ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำเมย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณในการ ดำเนินการมากมาย คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จึงได้มีความเห็นว่าให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ได้ดำเนินการในการช่วยเหลือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปพลางก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องได้รับการร้องขอจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เนื่องจากว่าพื้นที่การกัดเซาะของแม่น้ำในแต่ละสายนั้นมีค่อนข้างจำนวนเยอะนะครับ งบประมาณในการดำเนินการก็ค่อนข้างจะมีอยู่อย่างจำกัด จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้น ในการพิจารณาสร้างตลิ่งกันการกัดเซาะของน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ โดยเฉพาะเน้นในบริเวณ ที่เป็นชุมชนหนาแน่น บริเวณวัด โรงเรียน โบสถ์ มัสยิด สุสาน แล้วก็พื้นที่ที่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ พื้นที่ที่เป็นสาธารณะประโยชน์ ตลอดจนสิ่งปลูกสร้าง สาธารณสมบัติต่าง ๆ ของชุมชนเป็นหลัก ในส่วนของจังหวัดเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นทางกรมโยธาธิการ และผังเมือง กระทรวงมหาดไทยก็ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งไปแล้ว จำนวน ๒,๘๑๑ กิโลเมตร แล้วก็มีโครงการในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังที่แม่น้ำเลย ซึ่งอยู่ ในระหว่างการดำเนินการในปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้จำนวน ๕ โครงการด้วยกัน ก็คือ เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเลย บริเวณวัดศรีชมภู หมู่ที่ ๙ ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ยาว ๒๐๐ เมตร งบประมาณ ๑๐.๕๐ ล้านบาท แล้วก็บริเวณบ้านกุดโง้ง หมู่ที่ ๙ ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ความยาว ๒๐๐ เมตร งบประมาณ ๑๑ ล้านบาท ที่บ้านธาตุ ตำบลธาตุ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ความยาว ๒๐๐ เมตร งบประมาณ ๑๐.๕๐ ล้านบาท แล้วก็ที่บ้านลุ่ม หมู่ที่ ๑๐ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ระยะ ความยาว ๒๐๐ เมตร งบประมาณ ๑๒ ล้านบาท แล้วก็ที่บ้านขอนแดง ช่วงสะพาน หนองโปรด อำเภอนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย ยาว ๓๐๐ เมตร ก็เป็นเงินงบประมาณ ทั้งหมด ๑๕ ล้านบาท นั่นก็เป็นโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ครับ
มีคำถามอีกไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาว่ามีโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๕ อยู่ ๕ โครงการ แต่โครงการเหล่านั้นไม่มีในพื้นที่ของอำเภอภูหลวงที่ดิฉันกล่าวถึง แล้วก็สร้างความเสียหาย อย่างที่ดิฉันได้นำภาพมาเปิดให้ทางท่านประธาน แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีได้เห็นว่า ความเสียหายนั้นถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ ปีหน้าถ้าเกิดน้ำหลากอีกครั้งหนึ่ง บ้านเขาไม่เหลือแน่ ๆ ซึ่งในเรื่องนี้ดิฉันได้เคยนำมาหารือในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็ ได้รับคำตอบจากสภาว่าได้สอบถามไปที่จังหวัด แล้วก็ทางอำเภอภูหลวงก็ให้ความช่วยเหลือ ในเบื้องต้นโดยการมอบถุงยังชีพ แล้วก็มอบเงินชดเชยในกรณีน้ำท่วม แล้วก็จากนั้นก็ได้ มีการประสานสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองได้เข้าไปสำรวจความเสียหาย แล้วก็ ทำโครงการเพื่อที่จะเสนอของบประมาณมาที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เพราะว่าถ้าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันคงจะไม่มีความสามารถที่จะ ทำเขื่อนป้องกันตลิ่งได้เพราะว่าไม่มีงบประมาณมากเพียงพอ เพราะฉะนั้นก็คงต้องเป็นภาระ ของทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งตอนนี้มีโครงการแล้วก็มีแผนการทำงาน ซึ่งทางช่าง จากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองได้สำรวจแล้วก็นำเสนอเรียบร้อยแล้ว จากหนังสือ ที่ได้ตอบกลับไปถึงดิฉันก็จึงอยากจะขอกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีในข้อที่ ๒ ว่าในการ แก้ไขปัญหาตลิ่งพังบริเวณบ้านแก่งบง หมู่ที่ ๒ และบ้านหนองเอี่ยน หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองคัน อำเภอภูหลวงนั้นมีความคืบหน้าอย่างไร หลังจากที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ทำโครงการไปแล้ว จะได้รับการจัดสรรงบประมาณหรือไม่ หากได้รับการจัดสรรนั้น จะได้รับการจัดสรรในปีงบประมาณใด ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ซึ่งทางกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ไปดำเนินการสำรวจ ซึ่งมีทั้งหมด ๒ โครงการด้วยกันครับ คือเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำเลยบริเวณบ้านหนองเอี่ยน หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองคัน อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ความยาว ๒๐๐ เมตร งบประมาณ ๑๐ ล้านบาท แล้วก็เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเลย บ้านแก่งบง หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองคัน อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ความยาว ๒๐๐ เมตร เป็นงบประมาณอีก ๑๐ ล้านบาท ซึ่งทั้ง ๒ โครงการทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ไปสำรวจออกแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าพี่น้องประชาชนนั้นมีความเดือดร้อนอยู่จริง เราก็จะได้เร่งรัดในการที่จะนำมาบรรจุ ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ เพื่อที่จะได้ดำเนินการในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ
จบการพิจารณากระทู้ถามทั่วไปนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ท่านจะถามต่อ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ขออนุญาตนะคะท่านประธาน อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งว่าช่วงที่ยังไม่ได้รับ งบประมาณ ก่อนที่จะถึงงบประมาณปี ๒๕๕๖ ทางอำเภอ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคัน ก็คงไม่สามารถที่จะไปทำอะไรที่เป็นการป้องกันได้ ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลจะมีนโยบาย หรือมีมาตรการอย่างไรเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มันพังไปมากกว่านี้ไหมคะ เพราะว่าจากภาพ ที่เห็นถ้าน้ำเซาะอีกครั้งหนึ่งก็คือบ้านเขาก็ต้องพังลงมาแน่ ๆ แล้วค่ะท่านรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตถ้าเผื่อว่าพอมีงบประมาณนะคะ อาจจะเป็นงบประมาณเหลือจ่าย หรือในส่วนใดที่อาจจะพอเจียดจ่ายไปช่วยดูแลพี่น้องตรงนี้ได้นะคะ เพราะว่าฤดูฝนต่อไปที่จะถึง ดิฉันก็เชื่อว่าจะต้องมีน้ำหลากมาอีกแน่นอนนะคะท่าน กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญครับ แก้ไขปัญหาเบื้องต้นเฉพาะหน้านี้ ท่านมีเงินงบประมาณไหมสัก ๑๐-๒๐ ล้านบาท ให้ท่านไปก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเด็นความเดือดร้อนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณานำเสนอมานั้น ผมก็จะได้ประสานกับทางกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับว่า อาจจะได้จัดสรรเงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีนี้ไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ก่อน ส่วนในรายละเอียดก็คงจะได้ประสานในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๓ คน
ขณะนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมลงชื่อแล้ว ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดำเนินการต่อไปนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุม คือ
๒.๑ รับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวานนี้
ในการประชุมเมื่อวานนี้ได้มีท่านสมาชิกยังจะต้องอภิปรายอยู่อีกหลายท่าน แล้วก็เลื่อนมาประชุมในวันนี้ เดี๋ยวผมจะขอดำเนินการต่อไปนะครับ ผมขอเชิญท่าน พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ คุณสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ คุณปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญเข้าร่วมประชุมด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิก ได้ทราบลำดับเวลาของท่าน ผมจะอ่านชื่อก่อนท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ท่านแรก ท่านถาวร เสนเนียม ท่านที่ ๒ ท่านสมคิด บาลไธสง ท่านที่ ๓ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านที่ ๔ ท่านอำนวย คลังผา ท่านที่ ๕ ท่านอันวาร์ สาและ ท่านที่ ๖ ท่านธานินทร์ ใจสมุทร ท่านที่ ๗ ท่านนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ท่านที่ ๘ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านที่ ๙ ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ท่านที่ ๑๐ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านที่ ๑๑ ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ท่านที่ ๑๒ ท่านสมมุติ เบญจลักษณ์ ท่านที่ ๑๓ ท่านณรงค์ ดูดิง ท่านที่ ๑๔ ท่านอาจารย์รัชดา ธนาดิเรก ท่านที่ ๑๕ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ท่านที่ ๑๖ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี สุดท้ายคือท่านนิพนธ์ เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญท่านถาวร เสนเนียม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเป็นมาที่ยาวนาน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ปี ๒๕๒๔ นั่นคือในยุคแรก แล้วก็ถูกยกเลิกในยุคของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ปี ๒๕๔๕ หลังจากนั้นก็ได้มีการก่อตั้ง ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ปี ๒๕๔๙ แต่ก็เป็น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทำหน้าที่โดยไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้จัดทำเป็นนโยบาย แถลงไว้ต่อรัฐสภาว่าจะจัดให้มีสำนักบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร เพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยยึดมั่นหลักการ สร้างความสมานฉันท์และแนวทางการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ใช้กระบวนการยุติธรรม กับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม กำหนดจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขต พัฒนาพิเศษที่มีการสนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สิทธิพิเศษด้านภาษีและอุตสาหกรรม อาหารฮาลาล รวมทั้งสนับสนุนให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย ทางศาสนาและวัฒนธรรม หลังจากนั้นทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ผมทำหน้าที่รับผิดชอบ ยกร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ขึ้นมา ท่านประธานครับ ถามว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทำไมจะต้องมีองค์กรพิเศษ และที่ผ่านมานั้นองค์กรพิเศษได้ทำหน้าที่ได้ดีขนาดไหน อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าผลงานของ ศอ.บต. ในอดีตนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ จนถึงวันที่ถูกยกเลิกเมื่อปี ๒๕๔๕ นั้น มีบันทึกปรากฏอยู่ใน ศอ.บต. และส่วนราชการต่าง ๆ สิ่งที่เรามุ่งเน้นให้มากที่สุดก็คือทำอย่างไร ให้เหตุร้ายเหตุรุนแรง ลดลง ทุกคนยอมรับความจริงว่ามีผู้ก่อความไม่สงบ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะแบ่งแยกดินแดน หรือมีเหตุประสงค์อื่นปะปนอยู่ด้วย อยากกราบเรียนท่านประธานว่าตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๓๖ ถึงปี ๒๕๓๙ มีการบันทึกเอาไว้ว่าเหตุเกิด ๒๘๕ ครั้ง นั่นคือประมาณ ๗๐ กว่าครั้งต่อ ๑ ปี ไม่มากครับ ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๔๐ เหตุเกิด ๘๓ ครั้ง หลังจากนั้นรัฐบาลชวน หลีกภัย เข้าไปทำหน้าที่รับผิดชอบ ปี ๒๕๔๑ เหตุเกิด ๔๗ ครั้ง ปี ๒๕๔๒ เหตุเกิด ๕๓ ครั้ง ปี ๒๕๔๓ เหตุเกิดเพียง ๑๕ ครั้ง ต่อมาปี ๒๕๔๔ เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเหตุเกิด ๓๕ ครั้ง ปี ๒๕๔๕ ๖๖ ครั้ง ปี ๒๕๔๖ ๑๒๕ ครั้ง ปี ๒๕๔๗ มากหน่อยครับ ๑,๓๒๔ ครั้ง ปี ๒๕๔๘ ๑,๘๘๙ ครั้ง ปี ๒๕๔๙ ๒,๑๖๙ ครั้ง ปี ๒๕๕๐ ๒,๔๗๕ ครั้ง ปี ๒๕๕๑ เริ่มลด ๑,๓๗๐ ครั้ง ปี ๒๕๕๒ ลดเหลือ ๑,๓๔๘ ครั้ง ปี ๒๕๕๓ ลดเหลือ ๑,๑๖๕ ครั้ง และปี ๒๕๕๔ ลดเหลือ ๖๗๔ ครั้ง นี่คือเป็นข้อมูลรายงานข่าว ของ ศปก.ตร. หรือที่เรียกว่าศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าเป็นข้อมูล ที่เชื่อถือได้ ส่วนเรื่องความเป็นความตายแล้วก็คนบาดเจ็บเท่าไรก็พูดกันหลายรอบแล้ว ทำไมผมจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ บทเรียนในอดีตจะต้อง เป็นครูในปัจจุบัน และจะต้องนำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาเป็นแนวทางในการแก้ไขในวันข้างหน้า ทุกคนทราบดีว่าปัญหาภาคใต้แก้ไขยากไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน แต่ถ้ารัฐบาลใดใช้แนวทาง และนโยบายที่ถูกต้องเหตุการณ์ก็จะค่อย ๆ ลดลง ๆ แต่ถ้ารัฐบาลใดใช้แนวทางที่ผิด และนำนโยบายที่ผิดไปใช้ อย่างเช่น การใช้ความรุนแรง สถานการณ์ก็จะเลวร้ายมากขึ้น ๆ จนกระทั่งเกิดผลนั่นคือพี่น้องประชาชนล้มหายตายจากไป ๕,๐๐๐ กว่าคน บาดเจ็บ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เหตุเกิดนับเป็น ๑๐,๐๐๐ ครั้ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ นั่นคือเราจะต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ในยุคของท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของยุคชวน ๒ นั้น เหตุเกิด ๑๕ ครั้ง ถามว่า ความประสงค์ของผู้ก่อความไม่สงบยังคงมีเหมือนเดิมไหม มีครับ ความต้องการ ในการแบ่งแยกดินแดนมีไหม มีครับ แต่ทำไมเหตุร้ายเหตุรุนแรงลดลง ก็เพราะได้ใช้นโยบาย การเมืองนำการทหาร เมื่อเป็นเช่นนี้เราต้องหันกลับมาดูว่าและช่วงที่เหตุร้ายเหตุรุนแรง เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ เกิดจากอะไร เกิดจากได้ยกเลิก ศอ.บต. และไปใช้ นโยบายที่รุนแรง ผมอยากจะตำหนิ สมช. ในช่วงปี ๒๕๔๕ ซึ่งมีการยกเลิก ศอ.บต. สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหา ท่านควรจะทำหน้าที่คัดค้าน การยกเลิก ศอ.บต.
ประการถัดไป เมื่อใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นท่านเองควรจะเป็นหน่วยงานหลัก ในเรื่องของการคัดค้านในการใช้นโยบายที่ผิดด้วยการอุ้มฆ่า หรือใช้ความรุนแรงในการแก้ไข ปัญหา แต่เอาเถอะเมื่อเรื่องผ่านไปแล้วขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า การนำเอาบทเรียนในอดีตมาเป็นครูในวันนี้ หรือเป็นแนวทางในวันข้างหน้านั้น การปฏิวัติ วัฒนธรรมของบางประเทศของพรรคการเมืองบางพรรคในภูมิภาคนี้ เขายึดถือเป็นบทเรียน และยอมรับผิดว่าเรื่องนี้มันผิดไปแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการที่ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าได้ใช้นโยบายกำปั้นเหล็กในการแก้ไขปัญหาผิดไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ต่อไปนี้เราหันกลับมาช่วยกันดูว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นจะทำอย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ถามว่าทำไมจะต้องจัดทำเป็นนโยบาย และทำไมจะต้อง เสนอรัฐสภาเพื่อทราบ จากการที่ผมได้ทำหน้าที่ในการยกร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาและประกาศใช้เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ นั้น ท่านประธานครับ เราถกเถียงกันอย่างหนัก ไม่มีการแบ่งพรรค ไม่มีการแบ่งฝ่าย เราหาแนวทางกันว่าบทเรียนในอดีต ที่จะต้องแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นถ้าหากว่านโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนไปปัญหาก็จะต้องเกิดอีก เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่านโยบายเหล่านั้นถูกนำมาสู่การแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ จะต้องให้รัฐบาลนั้นจัดตั้งองค์กรที่ถาวรขึ้นมา และองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการนำนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติ เริ่มต้นด้วยการจัดทำนโยบายนั้นจะต้องฟังความจากทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการประจำ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการและพี่น้องประชาชนไม่เลือกอาชีพ ไม่เลือกศาสนา ไม่เลือกชั้น ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นมีทางเดียวจะต้องจัดทำเป็นนโยบาย และหน่วยงานที่เหมาะสมที่สุดไม่ควรจะเป็นหน่วยงานจากทางการเมืองในการทำการยกร่าง นโยบายขึ้นมา จึงได้มอบหมายให้สำนักงาน สมช. เป็นผู้รับผิดชอบ รับผิดชอบเสร็จ ยกร่างขึ้นมาแล้วก็ให้เสนอนโยบายนี้ขอความเห็นชอบจากสภา สมช. จากสภา สมช. ก็มา ขอความเห็นชอบจากรัฐบาล จากรัฐบาลพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วก็นำมาเสนอ ต่อที่ประชุมสภาเพื่อทราบและจะได้ช่วยกันพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นข้อสังเกต อะไร น่าจะเติม อะไรน่าจะตัดออก ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้อยากกราบเรียนว่ารัฐบาลนี้เข้ามา บริหารประเทศ ๗-๘ เดือนแล้ว สมช. ไปทำอะไรอยู่ ใช้เวลา ๗-๘ เดือนในการจัดทำนโยบาย กว่าจะถึงสภาผู้แทนราษฎร กว่าจะถึงรัฐสภา ดังนั้นเมื่อท่านทำงานช้า หลังจากสภารับทราบแล้ว ขอได้โปรดนำไปจัดทำแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายให้เร็วที่สุด การพิจารณา งบประมาณก็ผ่านไปแล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายก็ผ่านไปแล้ว เพื่อหาคน หาเงินลงไปสู่ การปฏิบัติให้ดีที่สุด ท่านประธานครับ ทีนี้เมื่อนโยบายนี้กลับเข้ามาสู่ที่ประชุมแห่งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดท่านบอกว่า วัตถุประสงค์มี ๙ ข้อ นโยบายทั้งหมดมี ๓๔ ข้อ แล้วถามว่าสิ่งที่ ท่านเขียนนั้นนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ปกติแล้วนโยบายอยู่ในเอกสารเล่มนี้ ถ้าไม่นำไปสู่ การปฏิบัติหรือไม่ปรับปรุงให้ทันสมัยอย่าคิดว่าเหตุการณ์ในภาคใต้จะสงบ อย่าคิดว่า การพัฒนาภาคใต้จะได้พัฒนาไปสู่ตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ยุทธศาสตร์ที่เป็น ยุทธศาสตร์พระราชทาน การเข้าใจ การเข้าถึง และพัฒนานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องยึดไว้เป็นแนวทางในการจัดทำ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ช่วยสานต่อ เพื่อนำนโยบายที่ท่านเขียนขึ้นมาไปสู่การปฏิบัติ สิ่งแรกคือเราค้นพบว่าพี่น้องประชาชนทางใต้นั้น มีคุณภาพในชีวิตที่ต่ำกว่าอีกจำนวนหลายจังหวัด อีกหลายสิบจังหวัด ดังนั้นการยกระดับ คุณภาพในชีวิตด้วยการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ควรอย่างยิ่งที่จะต้องนำนโยบายนี้ ไปสานต่อ ท่านประธานครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ ด้วยการจัดอาชีพให้เหมาะสม กับพี่น้องประชาชนที่นั่น การจัดอาชีพให้เหมาะสมนั้น ขอได้โปรดอย่าหลับหูหลับตา อนุมัติเงินงบประมาณไปจากรัฐบาลกลางและลงสู่ภาคใต้ โดยไม่มีการทำประชาคม การทำประชาคมเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งว่าในพื้นที่ใดเหมาะที่จะเลี้ยงสัตว์ปีก พื้นที่ใด เหมาะที่จะเลี้ยงปลา พื้นที่ใดเหมาะที่จะเปลี่ยนนาร้างเป็นนาข้าว พื้นที่ใดเหมาะที่จะ เปลี่ยนนาร้างให้เป็นแปลงปลูกปาล์ม ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ จึงขอฝาก เอาไว้ด้วยนะครับ การยกระดับรายได้คุณภาพในชีวิตของประชาชนในระดับหมู่บ้าน ในช่วงที่พวกผมรับผิดชอบเราตั้งเป้าเอาไว้ว่าพี่น้องประชาชนซึ่งมีรายได้ต่อครอบครัว ประมาณ ๖๔,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปีนั้น ยกระดับขึ้นมาให้ได้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อครอบครัวต่อปี ด้วยการจัดเงินงบประมาณจัดหาอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนให้เป็นไป ตามที่เขาต้องการ นั่นคือการเข้าถึงในการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน
ประการถัดไปที่อยากจะฝากเอาไว้ก็คือในเรื่องของด้านของการพัฒนา ด่านชายแดน ภาคใต้มีด่านติดต่อด้านชายแดนของประเทศมาเลเซียประมาณ ๙ ด่าน เริ่มตั้งแต่ด่านบูเก๊ะตา พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเงินงบประมาณไว้ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เป็นงบผูกพันครับ ขอได้โปรดจัดเงินงบประมาณที่เราทำผูกพัน เอาไว้สานต่อเสียให้เสร็จ แล้วจะทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางไปมาหาสู่ ทำมาค้าขายกัน ระหว่างจังหวัดนราธิวาสกับรัฐกลันตันได้อย่างสะดวกและเศรษฐกิจก็จะได้โต
ด่านที่ ๒ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือด่านเบตงครับ ด่านเบตงเราจะจัดเงิน งบประมาณไว้เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ขณะที่การก่อสร้างประตูด่านเบตงซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และเมืองค้าขายกำลังใกล้เสร็จ ขอได้โปรดสานต่อ
อีกด่านหนึ่งครับ คือด่านตากใบที่เกิดเหตุร้ายเหตุรุนแรงนั่นละครับ จัดเงินงบประมาณให้เกือบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท และจะต้องทำสะพานเชื่อม ระหว่างประเทศมาเลเซียกับประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ทั้ง ๒ ประเทศมีคณะกรรมการชายแดน ได้กำหนดแนวทางที่จะก่อสร้างสะพานและทำถนนสานต่อแล้ว ศูนย์ราชการกำลังก่อสร้าง เงินงบประมาณที่ยังคั่งค้างอยู่ ขอได้โปรดให้ความเห็นใจกับพี่น้องประชาชนคนใต้ด้วย
จากตรงนั้นมาถึงด่านโก-ลกที่ต่อเชื่อมระหว่างประเทศไทยจังหวัดนราธิวาส กับประเทศมาเลเซีย เรากำลังได้วางแผนก่อสร้างสะพานอีก ๑ สะพาน ซึ่งเป็นสะพานคู่ขนาน ถ้าท่านประธานเคยเดินทางไปที่อำเภอสุไหงโก-ลกก็จะเห็นว่าในช่วงเย็น ช่วงเช้าที่พี่น้องประชาชน เดินทางไปมาหาสู่ทำมาค้าขายรถมันจะติดมาก เส้นทางที่เรากำหนดไว้แล้วที่จะต้องทำ สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกขอได้โปรดอนุมัติเงินงบประมาณสานต่อเพื่อเป็นการพัฒนา ให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน
อีกด่านหนึ่งครับ นั่นคือด่านที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เงินงบประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ก่อสร้างเกือบเสร็จยังเหลืองบผูกพันอีกนิดหน่อย ขอได้โปรดสานต่อ
จากด่านนาทวีมาถึงด่านสะเดาในเนื้อที่ ๗๒๐ ไร่ ที่รัฐบาลนี้จะต้องสานต่อ ให้พวกผมที่ทำค้างเอาไว้ ที่นั่นปริมาณการค้าชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียปีหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้มันแออัดมากติดขัดอยู่ด้วยเรื่อง ของการจ่ายเงินค่าผลอาสินให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าไปทำกินในที่ดินของกรมป่าไม้ ที่ยกให้กับ ส.ป.ก. ถ้า ๗๒๐ ไร่ ท่านจ่ายเงินชดเชยเสร็จ ขณะนี้แบบออกเสร็จแล้ว ท่านสานต่อได้ก็จะสามารถพัฒนาที่ตรงนั้นให้เป็นแหล่งค้าขายด้วยเชิงวงเงินที่มีการค้าขาย กันปีหนึ่งประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีต่อ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ อยากจะให้สานต่อก็คือการทำตู้เอ็กซเรย์ (X-ray) ที่จะลากจูงสินค้าจากฝั่งปาดังเบซาร์ และจากฝั่งสะเดาไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งถ้าหากตั้งตู้เอ็กซเรย์เสร็จให้กับรถไฟ ที่ลากตู้สินค้าไปจำหน่ายทางประเทศมาเลเซียและลงเรือที่บัตเตอร์เวอร์ธและปีนังก็จะทำให้ ปริมาณการค้ามากขึ้นและส่งผลให้เศรษฐกิจของทางใต้และของประเทศชาติโดยรวมดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่อยากจะฝากไว้ครับ
ท่านประธานครับ นอกเหนือจากนั้นที่อยากจะฝากไว้ก็คือเรื่องบ้านมั่นคง พี่น้องประชาชนทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นกลุ่มที่ ยากจน เราตั้งเป้าเอาไว้ว่าปีหนึ่งจะต้องจัดเงินงบประมาณซ่อมแซมบ้าน ต่อเติมบ้าน และสร้างบ้านให้กับคนยากคนจนประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าหลัง เราทำเสร็จไปแล้วประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าหลัง ยังคงคั่งค้างอยู่อีกประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ หลัง ขอได้โปรดสานต่อ นั่นคือสิ่งที่ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในยุคที่เกิดจากคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีและพวกผมเข้าไปรับผิดชอบ หลังจากนี้เมื่อท่านเข้าไปรับผิดชอบ ขอได้โปรดสานต่อ
ท่านประธานครับ นั่นคือในเรื่องของการพัฒนา อีกอย่างหนึ่งทางภาคใต้บ้านผม หาผู้ไปลงทุนยาก เพราะสถานการณ์ไม่ค่อยเรียบร้อยเกิดความไม่สงบ มีเหตุระเบิดบ้าง ซุ่มยิงบ้าง การที่จะทำให้พี่น้องประชาชนไปลงทุนที่นั่นจะต้องกำหนดดอกเบี้ยผ่อนปรน รัฐบาลชุดผมอนุมัติเงินไว้ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะจูงใจให้พี่น้องประชาชนนักลงทุน ไปลงทุนที่นั่น เมื่อกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน นั่นคือประมาณร้อยละ ๑.๕ เกินจากนั้น ให้รัฐบาลช่วยรับผิดชอบ เหมือนอย่างกับท่านกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปล่อยดอก ในอัตราที่ต่ำให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ท่านปล่อยกู้ไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บ้านผมขอให้ช่วยต่อให้ด้วย สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยจูงใจ นักลงทุนให้ไปลงทุนในภาคใต้ จะทำให้เศรษฐกิจมีการจ้างงาน และเด็กนักเรียนที่เรียนจบแล้ว จะได้มีงานทำ
ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือในเรื่องของความมั่นคง นโยบายที่ท่านเขียนมานั้นนอกเหนือจากแนวทางในการพัฒนาแล้ว ด้านความมั่นคง ผมอยากถามไปยังผู้ยกร่างนโยบายว่างานด้านความมั่นคงท่านใส่ไว้ตรงไหน แน่นอนครับ ท่านเปิดโต๊ะเจรจาได้ ให้ความยุติธรรมได้ แต่ขณะที่ท่านอยากจะพัฒนา แต่ถ้าหากว่า ทุก ๆ วันยังคงมีการวางระเบิด ทุก ๆ วันมีการซุ่มยิง ถามว่าใครจะไปพัฒนาให้เกิดความเจริญ ได้ตามที่ต้องการ ดังนั้นแนวทางที่ก่อให้เกิดความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะ ต้องการแก้ไขปัญหารายวัน ผมเคยกราบเรียนไปยังผู้ที่รับผิดชอบว่าขณะนี้เรามีหน่วยกำลัง จากกองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๒ กองทัพภาคที่ ๓ ไปช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงที่นั่น แต่ปัญหาที่เกิดก็คือพี่น้องทหารหาญที่เสียสละจากภาคอื่น จากภาคอีสานของท่านประธาน จากภาคเหนือของพวกเรา จากภาคกลางลงไปอยู่ที่นั่นคราวละ ๑ ปี ๓ เดือนแรกเริ่มเรียนรู้ว่า บ้านตะโละมาเนาะอยู่ที่ไหน บ้านสุไหงปาดีอยู่ตรงไหน บ้านบันนังสตาอยู่ตรงไหน พอ ๓ เดือนหลังก็พอเรียนรู้ ๓ เดือนที่ ๒ ก็เริ่มจับทางได้ว่าการออกไปในพื้นที่นั้น ถ้าจะขอข้าวเขากิน ทำงานร่วมกับประชาชนสามารถทำได้ ๖ เดือนหลังเริ่มทำงาน ก็นับวันถอยหลังกลับ ดังนั้นขณะนี้เรามีกองพลทหารราบที่ ๑๕ ของกองทัพภาคที่ ๔ อัตราโครงสร้างมีอยู่ที่เท่าไร บรรจุเสียให้เต็มเอาคนในพื้นที่ ฝึกอบรมให้มีความรักต่อการปฏิบัติหน้าที่ และผมมั่นใจว่ากองทัพภาค ๔ ภายใต้การนำของ พลโท อุดมชัยขณะนี้สามารถรักษา ความมั่นคงได้ ดังนั้นการพรากลูกพรากเมียของครอบครัวทหารไปอยู่ในภาคใต้ แม้ว่าเขา จะเต็มใจไปเพื่อเสียสละปกป้องแผ่นดิน ปกป้องความสงบเรียบร้อยให้กับพี่น้องประชาชน ของประเทศนี้ได้อยู่อย่างสงบ เขาเสียสละก็จริง แต่ผมคิดว่าภาคใต้ก็สามารถที่จะบรรจุทหาร เข้าทำหน้าที่ดูแลความสงบในภาคใต้ได้
ประการถัดไปครับ การเตรียมความพร้อมให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไป รับผิดชอบ กองกำลังของ อส. ขณะนี้มีอยู่ไม่กี่พันคน โดยปกติแล้วการรักษาความสงบ ภายในเป็นหน้าที่ของตำรวจกับเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย เพิ่มกำลัง อส. เสียให้ครบ ตามที่คิดว่ากระทรวงมหาดไทยจะรับคนต่อได้ ก็ขอได้
ขอโทษครับท่านถาวร ท่านใช้เวลาไป ๒๐ นาทีแล้วนะครับ ปกติเราตกลงกัน ๑๐ นาที ขอความกรุณานะครับ
ผมได้ทำความตกลงกับประธานอีกท่านหนึ่ง บอกว่าขอให้ได้ประมาณ ๓๐ นาที อีกนิดเดียวครับ
ท่านประเสริฐมีอะไรไหม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านประธานได้ดำริขึ้นมาเรื่องเวลา คือเมื่อวานนี้นะครับ ท่านประธาน ท่านบอกว่าซีกรัฐบาลให้ ๑๐ นาที แต่เนื่องจากปัญหานี้เป็นปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ส่วนใหญ่ ส.ส. ก็อยู่ในซีกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานก็บอกว่าฝ่ายของเรา จะไม่จำกัดเวลาให้พูดได้เต็มที่ครับ เพื่อให้นำเสนอข้อมูลเป็นประโยชน์กับการแก้ไขปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วผมคิดว่าเป็นประโยชน์กับรัฐบาลด้วยซ้ำไปครับ ขอบคุณครับ
ผมต่อเลยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ทีนี้ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ สมช. ยกร่างนโยบายไว้ ๒ ด้าน นั่นคือ ทั้งด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา ทำไมเราออกแบบไว้เช่นนี้ เพราะต้องการให้เกิด ความเป็นเอกภาพครับ เราเขียนกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. ศอ.บต. โดยตำแหน่ง ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านนั้นจะต้องเป็น ผอ. ศอ.บต. โดยตำแหน่ง เหตุผลครับ ก็เพื่อต้องการที่จะให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบและอยู่ในฐานะ เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการทุกกระทรวง เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ถ้านายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาไม่ได้อย่าอ้างว่าไม่มีอำนาจสั่งการ นั่นคือการเขียนกฎหมาย ใครก็แล้วแต่ จากพรรคไหนก็แล้วแต่มาเป็นรัฐบาลจะต้องให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. ศอ.บต. และใน ขณะเดียวกันด้านความมั่นคง กฎหมายรักษาความมั่นคงภายในเขาเขียนให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในของประเทศนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เป็นประมุขของฝ่ายพัฒนาดูแล ศอ.บต. และเป็น ผอ. ศอ.บต. นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นบุคคลคนเดียวกันครับ เกิดเอกภาพในเชิง ของการกำหนดนโยบายและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และในขณะเดียวกันก็เกิดเอกภาพ ในการบังคับบัญชา ขณะนี้นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คนอื่นไปทำหน้าที่ ผมเกรงว่า จะไม่เกิดเอกภาพ และได้เกิดความไม่เป็นเอกภาพขึ้นมาบ้างแล้ว ผมหวั่นเกรงว่า วัตถุประสงค์ของการจัดให้มี ศอ.บต. จะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ฝากไปยังเลขาธิการ สมช. ได้โปรดทำความเข้าใจกับรัฐบาลว่านั่นคือเป็นนโยบายที่สำคัญ ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เป็นปัญหา ประจำถิ่น ไม่ใช่เป็นปัญหาของพี่น้องคนใต้แต่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ของระยะเวลา ๗-๘ ปี นั่นคือเงินของประเทศไทย ชีวิตของคนตาย ประมาณ ๕,๐๐๐ คน มีทั้งคนเหนือ คนอีสานและคนใต้ และไม่เลือกศาสนา ท่านประธานครับ ดังนั้นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะต้องมีความกล้าหาญพอที่จะรับผิดชอบเป็น ผอ. ศอ.บต. อย่าได้โปรดมอบอำนาจให้กับคนหนึ่งคนใด และท่านก็เป็น ผอ. กอ.รมน. อยู่แล้ว ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการเกิดความเป็นเอกภาพทั้งในเชิงนโยบายและในเชิงยุทธศาสตร์จะต้องมาจาก คนคนเดียวเท่านั้นที่จะต้องกล้ารับผิดชอบ
สิ่งถัดไปที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ นั่นคือท่านบอกว่าเงื่อนไข ของความสำเร็จหรือไม่สำเร็จเกิดขึ้นหลายประการ แต่สิ่งที่ท่านเขียนไว้ในนโยบายนี้ นั่นคือ เงื่อนไขระดับบุคคล เงื่อนไขระดับบุคคลสิ่งสำคัญสิ่งแรกที่อยากถามไปยังท่านผู้แทน สมช. ว่าบุคคลในรัฐบาลที่เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี ๓๖ คน คิดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาภาคใต้เป็นแนวเดียวกันหรือไม่ เข้าใจปัญหา เข้าใจประวัติศาสตร์ เข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจการนับถือศาสนา เข้าใจอัตลักษณ์ เข้าใจวัฒนธรรมของพี่น้องประชาชน คนใต้ตรงกันหรือไม่ เพราะในเมื่อท่านอ้างว่าน้อมนำเอายุทธศาสตร์พระราชทานมาใช้ ๓๖ คน เข้าใจตรงกันหรือยัง ๓๖ คน เข้าถึงปัญหาตรงกันหรือยัง เข้าถึงชีวิตจิตใจ ของพี่น้องประชาชนแล้วหรือยัง เข้าถึงความยากจนของพี่น้องประชาชนแล้วหรือยัง เข้าถึงว่าพี่น้องประชาชนที่นั่นจำนวนมากที่ไม่สามารถหาความเป็นธรรมได้ ดังนั้นสิ่งแรก ที่ผมอยากจะถามไปยังผู้ยกร่างนโยบายว่า คำว่าเงื่อนไขระดับบุคคลนั้น บุคคล ๓๖ คน ที่จะรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาภาคใต้คิดตรงกันหรือยัง ปัญหาในเรื่อง ของโครงสร้าง ในบางครั้งบอกว่าเรามีการกระจายอำนาจดีแล้ว บางครั้งบอกว่าอยากจะตั้ง องค์กรพิเศษขึ้นมาทำหน้าที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ ถามเขาหรือยัง คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะยุบ อบจ. นราธิวาส ยุบ อบจ. ปัตตานี ยุบ อบจ. ยะลา ยุบเทศบาลนครยะลา ยุบเทศบาลเมืองนราธิวาส ยุบเทศบาลเมืองปัตตานี พี่น้องประชาชน เขาเอากับคุณหรือยัง เพราะฉะนั้นในเชิงปัญหาในเรื่องโครงสร้างนั้นมีความสำคัญครับ จะต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน ในเรื่องเงื่อนไขทางด้านวัฒนธรรมก็เช่นกัน หลายคนลงไป ในภาคใต้นับถือศาสนาอะไรไม่รู้ทำทีเป็นคลุมฮีญาบ ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ อย่างนั้น อย่าไปเสแสร้งเลย อย่าไปเสแสร้งเลยครับ ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเขาจริง ๆ แล้ว เราแต่งตัว ตามปกติ ทำตัวให้เป็นปกติพี่น้องประชาชนคนใต้ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมใจดีเขารู้ว่าเรามี ความแตกแตกต่างในเรื่องความเชื่อ ในเรื่องศาสนา ในเรื่องวัฒนธรรม
อีกประการหนึ่งครับท่านประธานที่อยากจะสอบถามว่าสิ่งที่ท่านคิดขึ้นมาว่า ในเรื่องของการจัดทำโครงสร้างขององค์กรให้มีการบูรณาการถามกลับไปว่าองค์กรที่มีอยู่ มันไม่เพียงพอหรือ หรือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์คิดไว้นั้นมันหละหลวมมาก คิดให้มีโครงสร้าง ในเชิงบูรณาการ ในเชิงนโยบาย เมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นนายใหญ่สุดสำหรับประเทศนี้ ดูแลงบประมาณสูงสุด ดูแลการบังคับบัญชาสูงสุด มียุทธศาสตร์ที่มาจากนโยบายที่ถูกต้องแล้ว ทำไมจะต้องไปคิดโครงสร้างให้มันซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก เลิกเสียเถอะครับ ขณะนี้เรามีเลขาธิการ ศอ.บต. ที่เข้าไปรับผิดชอบคือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นคนของรัฐบาลแล้ว ๒. เรามี แม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นคนของรัฐบาลแล้ว ๓. เรามีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่รับผิดชอบ ให้เกิดเอกภาพแล้ว อย่าไปสร้างความซ้ำซ้อน ความซ้ำซ้อนส่งปัญหาเสียหายอย่างไรครับ เพราะสร้างความซ้ำซ้อนขึ้นมาอาณาจักรใครอาณาจักรมัน อาณาจักรทหารก็เป็นอาณาจักรทหาร ตำรวจก็อาณาจักรตำรวจ ปกครองอาณาจักรปกครอง พัฒนาสังคมก็อาณาจักรของพัฒนาสังคม หนังสือการขออนุมัติ ขออนุญาตการขอบูรณาการเชิงนโยบายจัดทำแผนงานโครงการ กว่าจะเสร็จไปแต่ละโต๊ะแต่ละกระทรวงสิ้นปีงบประมาณพอดี เพราะฉะนั้นการบริหาร สมัยใหม่ เขาพยายามที่จะดาวน์ไซซิ่ง (Downsizing) นั่นคือทำให้องค์กรมันเล็กลง ๆ สายการบังคับบัญชามันสั้นลง ดังนั้นท่านเลขาธิการ สมช. ครับ ท่านเป็นผู้ยกร่างนโยบายนี้ ขึ้นมาสิ่งใดที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในเชิงของการแก้ไขปัญหา เป็นประโยชน์ในเรื่อง ของการจัดการขอได้โปรดรับฟังพวกเรา
ประการถัดไป ปัญหาในเชิงปฏิบัติครับ มติคณะรัฐมนตรีออกมาหลายปีแล้ว บัดนี้สถานการณ์ค่อนข้างจะดีขึ้น ดีขึ้น หาผู้รับจ้าง หาผู้รับเหมาไปทำงานที่นั่นได้สะดวกขึ้น การมีมติคณะรัฐมนตรีให้จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร ถ้าท่านเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ส่งเงินงบประมาณไปสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้ถึงมือ พี่น้องประชาชนจริง ๆ ได้มีข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรียกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ให้ใช้วิธีปกติธรรมดา
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากไว้นั่นคือการให้ขวัญกำลังใจ ข้าราชการ ซึ่งเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล การเอาตำแหน่งที่มีอยู่ในทางใต้ แล้วก็ ส่งชื่อของผู้ที่มีความใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลไปกินตำแหน่งที่นั่น ผมเห็นว่าเป็นการทำให้ ขวัญกำลังใจของข้าราชการที่นั่นต้องสูญเสีย ดังนั้นท่านได้โปรดดูแลอย่างใกล้ชิด บอกว่า นี่คือผิดนโยบาย เตือนรัฐบาลด้วย เตือนคนที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่เข้าด้วยช่วยเหลือ กับคนที่ไม่ปฏิบัติงานจริงด้วย
และอีกประการหนึ่ง ตำรวจบางหน่วย บางงาน บางพื้นที่ทำงานดีครับ ต้องขอชื่นชม ผมขอยกตัวอย่างที่อยากจะให้ สมช. นำไปสู่การปฏิบัติเมื่อนำนโยบายนี้ไปให้ ส่วนราชการทำการปฏิบัติก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในพื้นที่ ผมขอยกตัวอย่างคือพื้นที่อำเภอบันนังสตา เมื่อปี ๒๕๕๓ เราสูญเสียผู้กำกับไปท่านหนึ่ง ถูกวางระเบิดในขณะที่ท่านนี้ดำรงตำแหน่ง เหตุร้ายเหตุรุนแรงเกิดขึ้นสูงมาก หลังจากท่านนี้ ถูกวางระเบิดเสียชีวิตไป ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่ง พันตำรวจเอก สุวัฒน์ วงศ์ไพบูลย์ ไปทำหน้าที่ ปรากฏว่าท่านนี้ได้ทำหน้าที่ดี ได้ใช้ความเข้มแข็งในการจัดการ โดยใช้อำนาจรัฐปฏิบัติการยุติธรรมและเลิศล้ำด้วยมวลชน ผลปรากฏว่าเหตุร้ายเหตุรุนแรง ค่อย ๆ สงบลง สงบลง ต้องยอมรับว่า พลโท อุดมชัย ได้เอาตัวแบบของการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการในอำเภอบันนังสตาไปใช้ อยากให้ สมช. หยิบยกเรื่องนี้เป็นตัวแบบให้ทั้ง ๔๐ สภ. โรงพัก แล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติให้ใกล้เคียงกัน เลือกเอาสิ่งที่ดี ๆ ของการปฏิบัติงาน ในอำเภอบันนังสตา ผมคิดว่าน่าจะดี
สุดท้ายประเด็นเรื่องความยุติธรรมครับท่านประธาน หลายต่อหลายคนที่ต้อง สูญเสียลูก สูญเสียพี่ชาย สูญเสียแม่ สูญเสียพ่อ ผมจะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่กรือเซะ จะไม่พูดถึง เหตุการณ์ที่ตากใบ แต่ผมจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสตูล นายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู มีลูก ๓ คน บ้านอยู่ที่ตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เขากล่าวหาว่าถูกตำรวจชุดหนึ่ง อุ้มหายไป เมื่อปี ๒๕๔๗ ลูกของนายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู เรียนแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ๑ คน เรียนเภสัชศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ๒ คน จับ นายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู ไปต่อหน้าต่อตา แม่ของเขาหายไปไม่ได้แม้กระทั่งร่องรอย ศพก็ไม่ได้คืน นั่นคือเรื่องที่ ๑ ยกตัวอย่างนะครับ ไปที่จังหวัดยะลาครับ นายอุสมาน ปุโรง ถูกกล่าวหาว่าตำรวจ จากกองบัญชาการสอบสวนกลางในยุคนั้นอุ้มออกไปจากบ้าน วันรุ่งขึ้นในมือถูกใส่กุญแจมือ ที่ปากปิดด้วยพลาสเตอร์ (Plaster) แล้วก็มีรอยซ้อม เสียชีวิตอยู่ใกล้ ๆ บ้าน ท่านประธานครับ ที่ผมยกตัวอย่างนี้เป็นแค่หนึ่งในจำนวนเป็นพัน ๆ เรื่องที่เราใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ใช้รูปแบบที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหา จนกระทั่งกองกำลังที่ต่อต้านอำนาจรัฐ ค่อย ๆ แข็งขึ้น โตขึ้น โตขึ้น โดยอ้างเอาความไม่ถูกต้องของยุคปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๙ ในยุคที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ถูก และจะทำให้ลดจำนวนคนร้ายลงได้ แต่เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องสำหรับแก้ไขปัญหากับคนที่ มีอุดมการณ์ ดังนั้นขอให้ทางฝ่าย สมช. ซึ่งเข้ามารับผิดชอบงานด้านนี้ได้โปรด ติดตามคดีต่าง ๆ เพื่อเยียวยาความเป็นธรรมให้กับเขา การเยียวยาด้วยเงินนั้นเป็นเพียง เล็กน้อย แต่เยียวยาความรู้สึก เยียวยาจิตใจ เยียวยาเอาคนผิดมาลงโทษเป็นเรื่องที่สำคัญ
สุดท้ายของสุดท้ายก็คือ การน้อมนำเอายุทธศาสตร์พระราชทานมาแก้ไข ปัญหาภาคใต้ ท่านประธานครับ การเข้าใจหมายถึงการเข้าใจปัญหา เข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจ วัฒนธรรม เข้าใจหลักศาสนา เข้าใจความเป็นอยู่ ความยากจนของเขา เมื่อเราเข้าใจแล้ว เราก็ต้องเข้าถึงปัญหาเหล่านี้ให้ได้ เมื่อเข้าถึงปัญหาแล้วการพัฒนาจะต้องทำอย่างจริงใจ และจริงจัง ทำตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่นั่นแล้วพี่น้องคนใต้ไม่อยากแบ่งแยกดินแดน ไม่อยากปล้นอาวุธปืนจากทางราชการ ไม่อยากซุ่มยิง ไม่อยากวางระเบิด ถ้าเขาเหล่านั้นมี ความเป็นอยู่ที่ดีได้รับการศึกษาดี คุณภาพในชีวิตดี ทุกสิ่งทุกอย่างเขาไม่อยากแบ่งแยกดินแดน เขาต้องการมีชีวิตอยู่ในรัฐนี้ด้วยความเป็นสุข ขอให้ทุกคนยอมรับและหันหน้ามาแก้ไขปัญหา พวกผม ส.ส. ภาคใต้ทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลครับ แล้วรัฐบาลขออะไรมาบอก เราพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา กราบขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามคำแหง หลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต โครงการการจัดการทางการเมือง รุ่นที่ ๙ จำนวน ๙๐ ท่าน และคณะกรรมการหมู่บ้านมุ่งจิต ตำบลลาดกระบัง อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ๑๕ ท่าน
ท่านสมาชิกครับ ขอปรึกษาหารือนิดหนึ่งเนื่องจากว่ายังมีผู้อภิปรายอีกหลายท่าน ผมจะขอกำหนดไม่ว่าฝ่ายไหนก็ช่างนะครับ ขอให้ ๑๐ นาทีนะครับ เพราะว่าท่านถาวร ได้อภิปรายได้ครอบคลุมเนื้อหาสาระประเด็นสำคัญอย่างน่ารับฟังมากที่สุด ผมจะขอให้ ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญท่านประเสริฐ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านถาวรอภิปรายได้ดีมาก พวกเราก็นั่งฟังกัน แล้วก็เข้าใจว่าท่านครอบคลุมเนื้อหา แต่ปัญหาใน ๓ จังหวัด เนื้อหามันแตกต่างหลากหลาย มากจริง ๆ แล้วความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมีมาตั้งร่วม ๑๐ ปีแล้วครับ ผมคิดว่าเราเสียเวลาไม่มากหรอกครับ ให้เขาพูดเต็มที่เลยครับ เพราะเป็นประโยชน์ครับ ทาง สมช. ทาง ศอ.บต. จะได้รับไปดำเนินการ เพราะนอกจากเวทีนี้แล้วไม่มีเวทีที่จะ นำเสนอได้ ผู้แทนราษฎรแต่ละคน แต่ละเขต แต่ละพื้นที่ เขามีปัญหาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ท่านประธานจะฟังว่าตั้งแต่เมื่อวานจนปัจจุบันนี้ยังไม่มีซ้ำซ้อนกันเลยครับ ถ้าท่านประธาน เกรงว่าเวลาจะน้อยนะครับ เอาอย่างนี้ไหมครับให้เฉพาะฝ่ายค้านพูด ฝ่ายรัฐบาลไปพูดกันในพรรค ก็ได้ครับ เราเป็นฝ่ายค้านขอพูดในเวทีสภานี้นะครับ
ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าท่านสมาชิกท่านก็มีสิทธิที่จะออกความเห็นได้ เอาอย่างนี้แล้วกันครับ เพื่อความเป็นเอกภาพของพวกเราผมจะให้ท่านละ ๑๐ นาที แล้วก็จะเป็นดุลยพินิจ ของท่านประธาน ถ้าท่านอยู่ในเนื้อหาสาระที่น่ารับฟังน่าสนใจก็จะได้อภิปรายต่อนะครับ ก็รักษากติกาเหมือนกันนะครับ เชิญท่านมีอะไรปรึกษาไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานว่าประเด็นปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประเด็น ที่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนของฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ จะมีผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่ในพื้นที่ และข้อมูลน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหาร บ้านเมือง ท่านประธานไม่ควรที่จะใช้จำกัดเรื่องเวลา ด้วยเหตุผลจริง ๆ ครับท่านประธาน จะสังเกตเห็นว่าพวกผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่เมื่อวานมาถึงวันนี้เป็นเชิง การเสนอแนะในการทำงาน อะไรที่ทาง สมช. ยังไม่ได้เขียนไว้ในรายงานพวกผมก็พยายาม ที่จะเพิ่มเติมเข้าไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือถ้ามีการจำกัดเรื่องระยะเวลามันจะกดดันทำให้สมาชิก พูดในเนื้อหาได้ไม่ครบทุกประเด็น และประเด็นที่พูดถึงของเพื่อนสมาชิก พูดถึงแล้ว ไม่มีการซ้ำซากครับท่านประธาน เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายเรื่อง หลายประเด็นที่เราจะต้องสะท้อนให้กับฝ่ายความมั่นคง จะได้รับรู้แล้วก็นำไปผนวกเข้าเป็น ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ท่านประธานครับ ด้วยความเห็นใจจริง ๆ วันนี้ ๕,๒๐๐ กว่าศพนะครับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ท่านประธานขอความกรุณาครับ อย่าจำกัดเวลา ประเด็นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๘ ปี ที่มีรุนแรงขึ้นจริง ๆ ประมาณ ๘ ปี ที่จริงในเนื้อหาของมันก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา วันนี้ ๕,๐๐๐ กว่าศพ ท่านประธาน จะให้เวลาเพื่อนสมาชิกแค่ ๑๐ นาที ในการพูดสะท้อนความคิดเห็นได้อย่างไรครับ ขอความกรุณาท่านประธานว่าให้สมาชิกได้ใช้โอกาสและเวลาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ท่านจะสังเกตเห็นว่าในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยนำเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นเรื่องการเมืองเลย นอกจากพูดถึงปัญหาและแนวทางในการแก้ไข เพื่อสันติสุขและสงบสุขจริง ๆ ท่านประธาน ผมขอความกรุณาท่านประธานว่าอย่าได้จำกัดเวลา กับสมาชิกเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เมื่อครู่นี้ผมได้เรียนท่านประเสริฐไปแล้วนะครับ ผมจะใช้แนวปฏิบัตินี้นะครับ ต่อไป เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ ๑ ใน ๕ จังหวัดชายแดนใต้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมาตลอดนะครับ ถ้าเราไม่พูดถึงปัญหา เราก็จะไม่รู้สาเหตุ เราก็จะไม่รู้ที่มา แล้วเราก็ไม่สามารถชี้ทางออกได้ว่าเราจะแก้ปัญหานี้ ในทิศทางใด ปัญหาแม้ว่าหลายท่านอาจจะพูดถึงว่ามีปัญหาในเชิงประวัติศาสตร์ ในเชิงเชื้อชาติ แต่ว่าสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับ ที่ปัญหารุนแรงตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ แล้วก็ลดลง แล้วพอ ปี ๒๕๕๔ เพิ่มหนักขึ้น ตัวเลขมีครับท่านประธานครับ ผมไม่จำเป็นต้องหยิบยกตัวเลขมาให้สะเทือนความรู้สึกซึ่งกันและกันนะครับ แต่ต้องบอกว่า ผมเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในฐานะที่ผมลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดในช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไปเกือบทุกอาทิตย์ ผมมีส่วนร่วมโดยตรงในการร่วมนั่งพิจารณาพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ผมมีส่วนโดยตรง ในการยกร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ซึ่งสาระสำคัญอยู่ที่การให้รัฐบาลดูแลปอเนาะ ดูแลตาดีกา ดูแลฟัรดูอีน มีคนทักท้วงมากมายท่านประธาน ลงรายละเอียดนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าความจริงแล้วเหตุการณ์ค่อย ๆ ดีขึ้นครับ ในสมัยท่าน พลเอก ชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีมีเหตุร้ายครับ หลักร้อย พอท่านชวน หลีกภัย เข้ามา ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เหลือหลักสิบครับ สุดท้ายในปี ๒๕๕๓ คือ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ๑๕ ครั้ง แต่พอรัฐบาลเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน เป็นนัยที่ก่อให้เกิด ความรุนแรง สถานีรถไฟหาดใหญ่บ้านผมถูกระเบิด นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นลงไป มีการประชุมมากมาย แต่ที่ผมติดใจมากก็คือรู้แล้วว่าผู้ก่อการในภาคใต้เป็นใคร ๓ เดือนจบ พลตรีท่านหนึ่งลุกขึ้นมาค้านในที่ประชุมว่าถ้าใช้วิธีนี้ไม่มีทางสงบ พลตรีท่านนั้น ก็หมดอนาคตทางราชการไป แล้วก็ผลก็เป็นอย่างที่พลตรีท่านนั้นว่า ความรุนแรงยิ่งมากขึ้น ๆ ครับ การอุ้มฆ่า ไม่ว่านายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู ที่ท่านถาวรอภิปรายไปเมื่อครู่ หรือนายอุสมาน ปุโรง ยะลา ซึ่งญาติเขาถามหาศพ ถามหามัยยัส ถามหากระดูกอยู่ทุกวันนี้ กรณีไปยกเลิก ศอ.บต. เพราะว่าไปเชื่อความเห็นของฝ่ายราชการบางส่วน ไปยกเลิก พตท. ๔๓ ไม่รวมถึง การใช้ความรุนแรงในกรือเซะ การใช้ความรุนแรงตากใบ การใช้ความรุนแรงสะบ้าย้อย ผมไม่ลงลึกมากหรอกครับ เพียงแต่ว่ากรือเซะ รองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นพูดชัดเจนครับว่า อย่าไปยุ่งกับกรือเซะ อย่าไปถล่มกรือเซะ มันจะเกิดความฉิบหาย รองนายกรัฐมนตรีบอกว่า อย่าใช้ความรุนแรง แต่ความรุนแรงก็เกิดขึ้น ผมตั้งคำถามว่าใครใหญ่กว่ารองนายกรัฐมนตรี ไม่ออกชื่อครับ ไม่ต้องการให้พาดพิง สุดท้ายก็เป็นอย่างไรครับ ผมกับประธานกรรมาธิการ ท่านสุวโรช พะลัง ไปดูที่เกิดเหตุ มัสยิดกรือเซะ กว้าง ๘ ยาว ๘ นิดเดียวครับ กว้าง ๘ ยาว ๘ ไม่กี่ตารางเมตร ปรากฏว่าศพก่ายกันเป็น ๓๐-๔๐ ศพ ไปดูครับหลุมอาร์พีจี (RPG) ที่อยู่ใต้พรม ๓๐-๔๐ หลุมอาร์พีจี แปลว่ายิงหลายลูก ของเหล่านี้อาจจะปิดพี่น้องประชาชนคนไทยได้นะครับ แต่ปิดพี่น้องใน ๓ จังหวัดไม่ได้เพราะเขาไปดูอยู่ ท่านประธานครับ ของเหล่านี้ผมถึงอยากจะ กราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าเราไม่อยากเห็นคนไทยตาย ตาย ตาย ตาย ๕,๐๐๐ กว่า เจ็บ เจ็บ เจ็บ เป็นหมื่นแล้วครับ เพราะฉะนั้นในวันที่พวกผมเป็นรัฐบาล ในวันที่ท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่นายถาวรดูแลกรมเดียว กรมที่ดิน แล้วก็ฝาก ศอ.บต. ฝาก ๓ จังหวัด พวกผมลงไป ถามว่าเสี่ยงไหม เสี่ยงครับ ในกฎหมาย ศอ.บต. มีสาระสำคัญ คืออะไรครับ ท่านประธานครับ คือ ๑. เรื่องสำคัญ ๆ ๔-๕ เรื่อง ที่ถ้าปัญหาเกิดจังหวัดยะลา ปัญหาเกิดจังหวัดปัตตานี ปัญหาเกิดจังหวัดนราธิวาส กว่าจะสรุปมาถึงกรุงเทพฯ กว่ากรุงเทพฯ จะไปถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ นานครับ เราบอกเลยว่า ศอ.บต. มีอำนาจ ประสานงานระหว่างประเทศได้ด้วย เพื่ออะไรครับ เพื่อเผื่อคนร้ายข้ามแดน ยกหูโทรศัพท์ ก็ได้ตัวมา
เราพูดถึงฮัจญ์ ศอ.บต. ทำไมต้องทำเรื่องฮัจญ์ เพราะการไปแสวงบุญ นครเมกกะ เป็น ๑ ใน ๕ หลักของพี่น้องมุสลิมที่เป็นสาระ แล้วก็การทำงานด้านฮัญจ์ ถ้าตรงไปตรงมา ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เกิดประโยชน์ครับ หรือกรณีที่ผมเกริ่นนำแต่ต้นก็คือ กรณีปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาของเยาวชนมุสลิม แต่เดิมมา ก็กลายเป็นสำนักเถื่อน ไม่มีราชการเข้าไปดูแล ตอนนั้นท่านชินวรณ์เป็นประธาน คณะกรรมาธิการ ผมเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง เราประชุมคณะกรรมาธิการเรื่องโรงเรียนเอกชน วันเดียว เพราะรู้ครับว่าถ้าเรื่องนี้ออกช้าปัญหาบ้านเมืองแก้ไม่ได้ ในสาระสำคัญ ๑ เรื่อง ก็คือให้รัฐบาลลงไปดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ผมพยายามดูนโยบายที่รัฐบาลทำขึ้น เกี่ยวกับ ๕ จังหวัดภาคใต้ ไม่ชัดเลยครับ ไม่ชัดเจนว่าจะดูแลปอเนาะอย่างไร ดูแลตาดีกา อย่างไร ดูแลฟัรดูอีนอย่างไร เพราะว่าถ้าท่านทราบ ตรงนี้คือสาระสำคัญหลัก ๆ ที่เป็น จุดของปัญหา ผมไม่ได้หมายความว่าโต๊ะครูหรือเจ้าของโรงเรียน หรือครูผู้สอนเกี่ยวข้องนะครับ แต่ส่วนหนึ่งข้าราชการล้วงมือเข้าไป เอื้อมมือเข้าไปเป็นพวกเดียวกัน เป็นชุดเดียวกัน ดูแล อำนวยความสะดวก เอางบประมาณลงไป ถ้ารัฐบาลลงลึกไปถึงจุดเหล่านี้ได้ปัญหาเหล่านี้ลดลง รู้ปัญหา รู้ที่มา รู้ที่ไป ท่านวิเชียรก็เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ฉลาด ผมว่าในส่วนนี้สามารถที่จะ เดินได้ ถามว่าทำไมไม่เขียนให้ชัด เพราะฉะนั้นใน ๕ จังหวัดภาคใต้มี ๒ กฎหมาย ที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถใช้ได้ ๑. กฎหมาย ศอ.บต. ท่านก็ดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนได้ ๒. กฎหมายโรงเรียนเอกชน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย ๒ หน่วยงานที่เข้าไปดูได้ คือ ๑. กระทรวงศึกษาธิการมี พ.ร.บ. ชัดเจน ๒. ศอ.บต. มีหน่วยงานชัดเจน ถ้า ๒ หน่วยงานนี้ เข้าไปดูแลเรื่องการศึกษาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เล็ก ๆ ฟัรดูอีนขึ้นมา ตาดีกา แล้วปอเนาะ ผมเชื่อว่า ทิศทางจะแก้ไขปัญหาได้ แต่ยังไม่เห็นเลยครับ
กรณีต่อไปครับ สิ่งที่หลายเรื่องเป็นประโยชน์ เช่นอะไรครับ เช่น พ.ร.บ. ศาลอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก ทำไมผมหยิบเรื่องนี้ขึ้น เพราะว่าในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้บรรจุเรื่องนี้อยู่ในระเบียบวาระของสภา เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เห็นชอบ เห็นด้วย ท่านหยิบเรื่องนี้เข้ามาครับ พวกผมพร้อม อย่างท่านถาวรว่าพวกผมพร้อม ที่จะให้ความร่วมมือที่จะเข้าไปติไปติงไปช่วยกันทำให้กฎหมายชะรีอะฮ์ว่าด้วยครอบครัว มรดก เดินได้ รัฐบาลก็ไม่หยิบ ผมส่งสัญญาณอยู่ครับ เงียบ กฎหมายว่าด้วยซะกาต กฎหมายว่าด้วย เงินบริจาค จริง ๆ แล้วถ้าทำกฎหมายให้ถูกต้อง ให้ถูกทิศถูกทาง กฎหมายนี้ผ่านการกลั่นกรอง ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ผมเป็นประธานกลั่นกรองให้กับรัฐบาลที่แล้ว รออยู่ในวาระของสภา รัฐบาลก็ไม่หยิบครับ ถ้าหยิบในส่วนนี้เงินที่จะมาจากพี่น้องมุสลิมโลกเป็นพัน ๆ ล้านบาท ผมขออนุญาตต่อนะครับ ท่านประธานครับ ไม่มีเรื่องไร้สาระเลยครับ ขอบพระคุณครับ ถ้ารัฐบาลหยิบ พ.ร.บ. ซะกาตเข้ามา มีองค์กรชัดเจน มีหน่วยงานชัดเจน รับเงินบริจาคมาได้ ทั้งโลก สามารถนำไปพัฒนาพี่น้องมุสลิม พัฒนามัสยิด พัฒนาได้เยอะแยะ ทำไมไม่ทำ ๒ ประการแล้วครับ
ประการที่ ๓ พ.ร.บ. ว่าด้วยดะวะห์ พ.ร.บ. ว่าด้วย ศอ.บต. ไปแล้วนะครับ ซะกาตแล้ว ศาลอิสลามแล้ว การศึกษาเอกชนแล้ว พ.ร.บ. ดะวะห์ก็เป็นเรื่องจำเป็น ของเหล่านี้ ท่านประธานครับ คาอยู่ทั้งสิ้น แต่ว่ารัฐบาลไม่หยิบ ผมฝากท่านประธาน ผ่านไปที่ สมช. หยิบของพวกนี้ได้ทั้งใจ ได้ทั้งเครื่องมือ แล้วก็รัฐบาลจะรู้ปัญหา แก้ได้ครับ
และประเด็นต่อไปครับ สิ่งที่ไม่ชัดเจนในเนื้อหาของท่านไม่พูดให้ชัด ท่านพูดว่า ถ้าค่าแรงต้อง ๓๐๐ บาท ถ้าจบปริญญาตรีต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท ขอบคุณครับ แต่ว่า ในรายละเอียดใน ๕ จังหวัด ไม่ชัดเลยครับ ผมพูดถึงเหมืองตาสาที่จังหวัดยะลา ผมพูดเรื่อง เขื่อนกรงปีนังที่จังหวัดยะลา เป็นเขื่อนที่เบื้องบนพระราชทานแนวดำริไว้ว่าจะต้องมี เขื่อนบางลาง จะต้องมีเขื่อนปัตตานี และต้องมีเขื่อนกรงปีนัง ผมเป็นอนุกรรมาธิการ รับผิดชอบในโซนภาคใต้ลงไปประชุมหลังจากที่ระเบิดจังหวัดยะลาวันนั้น ๒๐ กว่าจุด ไปครับ ปรากฏว่า ณ วันนี้ถ้าสร้างวันนี้ครับ เขื่อนกรงปีนังเก็บน้ำได้ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทำนาได้ ๑๓๒,๐๐๐ ไร่ อันนี้ต้องทำครับ ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทเองครับท่านประธานครับ หรือกรณี ฝายแป๊ะลิ้มที่อำเภอเบตง อำเภอเบตงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศ ที่เข้ามาที่จังหวัดยะลา ที่อำเภอเบตงอย่างมากมายมหาศาล ทำฝายแป๊ะลิ้ม ๑ ฝาย อำเภอเบตงเลิกท่วมอีกตลอดชาติ ของเหล่านี้ผมไปถามที่ประชุมกรรมาธิการที่จังหวัดยะลา ปรากฏว่าตั้งแล้วเลื่อน ตั้งแล้วเลื่อน ตั้งแล้วเลื่อน ไม่ลงนะครับ โยกงบด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ของต่าง ๆ เหล่านี้ต้องทำครับ และอุโมงค์สตูล-ปะลิส ท่านประธานครับ อุโมงค์สตูล-ปะลิส ศึกษาแล้วความเป็นไปได้มี เจาะอุโมงค์จากสตูล-ปะลิส ๓ กิโลเมตรครึ่ง ลงทุน ๓,๐๐๐ มาเลย์ออกให้ ๑,๕๐๐ เรา ๑,๕๐๐ มันจะทำให้นักท่องเที่ยวทะลักจากฝั่งอันดามัน มาจังหวัดสตูล มาจังหวัดตรัง มาจังหวัดภูเก็ต ปีหนึ่งรู้ไหมสักกี่แสนคน รัฐบาลก็เฉย อันนี้ครับ ศอ.บต. หรือส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเขียนไว้ให้ชัดนะครับ มอเตอร์เวย์ (Motor way) มาเลเซียมากรุงเทพฯ ท่านประธานอาจจะไม่ทราบข้อมูลนะครับ ผมกราบเรียนท่านว่า ด่านสะเดา ทำรายได้ให้กับประเทศไทยปีละมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ด่านปาดังเบซาร์ ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ด่านนี้รวมกัน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่า ด่านไหน ๆ ในประเทศ เดี๋ยวนี้รถมาติดอยู่ที่ฝั่งด่านฝั่งมาเลย์ กว่าจะเข้าแผ่นดินไทยได้ ๓-๔ ชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นของเหล่านี้ทำแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะในพื้นที่ แต่เกิดประโยชน์โดยรวม ผมกราบเรียนท่านทั้งหลายเพราะว่าเป็นเรื่องที่หากทำนโยบาย ให้ชัดเจนก็จะเกิดประโยชน์ วันนี้แม้ว่านโยบายเขียนรวมอย่างนี้แต่ถ้าลงแผนงานโครงการให้ชัด ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลท่านนะครับ รวมถึงกรณีที่หากจะก่อให้เกิดความสงบได้ ที่ดินทำกินเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลโดยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการดูแลกรมที่ดิน ไปดำเนินการออกโฉนดเขาบูโด ออกไปได้เยอะแล้วครับแต่ยังไม่หมด เพราะฉะนั้น ท่านประธานมอบหมายแจ้งไป แล้วนายกรัฐมนตรีแจ้งไป มท. ๑ แจ้งไป คนที่เกี่ยวข้อง ดูแลออกโฉนดที่บูโด สุไหงปาดีเพิ่ม ได้เสียงครับ ทำเถอะครับ ชาวบ้านจะได้มีหลักประกัน ชัดเจน เขามีครุฑ ครุฑคือประเทศไทย เขาจะได้ไม่ไปทางอื่น
อีกเรื่องเดียวเป็นเรื่องสุดท้าย กรณีคน ๒ สัญชาติ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็น โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะฝ่ายข่าวกรองนี้นะครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ให้ชัดเจนว่าทำอย่างไรเรามีชื่อ เรามีที่มา เรามีที่ไป เราจะดูแลคนเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะว่า ถ้าดูแลคนเหล่านี้ไม่ได้ปัญหาท่านแก้ไม่ได้หรอกครับ หรือว่าปล่อยให้ตายไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้ ไทยพุทธอพยพมาเรื่อย ๆ ขึ้นมาอยู่อำเภอหาดใหญ่ มาอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช มาอยู่ จังหวัดสงขลา ถ้าคิดอย่างนั้นได้ครับ แต่ว่านั่นคือคนไทย นั่นคือประเทศไทยนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพครับต้องขอบคุณที่บรรจุเรื่องนโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ศอ.บต. ที่พวกเรา สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วช่วยกันร่างขึ้น อย่าเอาหน่วยงานใดมาครอบเขาเลยครับ เพราะเขามีที่ปรึกษา ๔๙ คน มาจากทุกอาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายกเทศบาล ครูปอเนาะ นักข่าว ผู้ประกอบการครบถ้วนครับ ผู้นำศาสนาพุทธ มุสลิม เพราะฉะนั้น ต้องเชื่อใจเขา ต้องเชื่อใจบุคคล ๔๙ คนเหล่านั้นว่าเขาสามารถพาประเทศ เขาสามารถ พาบ้านเมืองได้ เมื่อใดที่มีหน่วยงานไปครอบเกิดขั้นตอนมากมาย แล้วก็เกิดการเบี่ยงเบน มากมาย ซึ่งเราก็คงไม่อยากเห็นว่าประเทศไทยเหลือไม่ครบ ๗๗ จังหวัด ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงที่กราบเรียนต่อท่านประธานนะครับ ด้วยความเคารพอยากให้ประเทศไทยสงบ อยากให้อัตราการตายอยู่แค่ ๕,๐๑๘ ศพแค่นี้ อยากให้คนเจ็บแค่ ๑๐,๐๐๐ คนแค่นี้ ไม่ต้องเพิ่มขึ้น แล้วเราจะได้ลืมตาอ้าปาก แล้วบ้านผม จะได้อานิสงส์ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านธานินทร์ ใจสมุทร จากจังหวัดสตูล
ท่านประธานครับ กระผม ธานินทร์ ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมขอรับทราบ แล้วก็ขอสนับสนุนนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗
ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับผม ก็ต่อว่าผมว่าผม ก็ไม่เคยแสดงความคิดเห็นในสภาเลยเกือบปีแล้ว แต่เรื่องนี้ผมก็นั่งรอมา ๒ วันแล้วอยากแสดง เพราะมันเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของผม มันเกี่ยวข้องกับพี่น้องที่นับถือศาสนาเดียวกับผม แล้วเรื่องนี้ผมก็พูดในสภานับครั้งไม่ถ้วน แสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมา ไม่ว่าเรื่องไหนครับ พูดไปพูดมาจนได้ใบแดงครับท่านประธาน หายหน้าหายตาไปหลายปีก็กลับมาอีกที ก็มาเจอท่านประธานนั่งอยู่บนบัลลังก์ผมก็นั่งอยู่ข้างล่าง แต่ทั้งหมดผมเชื่อว่าถ้าเอานโยบาย ที่เขียนไว้ในนี้ทั้งหมดนำไปบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบาย ผมเชื่อว่าแก้ปัญหาได้ แต่การที่จะนำนโยบายไปปฏิบัติผมคิดว่าค่อนข้างจะลำบาก ถ้าเราไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ให้แจ่มชัด แล้วก็แก้ให้ถูกทาง ท่านประธานครับ เรื่องหนึ่งที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร วันนี้ผมขออนุญาตพูดถึงท่าน ว่าท่านเป็นลูกผู้ชายที่กล้าออกมายอมรับว่าท่านได้ใช้นโยบายที่ผิดพลาด แล้วท่านก็ขอโทษ ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมนับถือน้ำใจท่านมากครับ ถึงจะถูกจะผิดในเรื่องการกระทำ ของท่านที่ผ่านมา ไม่ใช่หน้าที่ของผมครับ เป็นหน้าที่ของพระผู้เป็นเจ้าจะได้ตัดสินต่อไป ในอนาคต ท่านประธานครับ ตั้งแต่มีโลกนี้มา ตั้งแต่มีมนุษย์มา ความเชื่อของผมก็คือว่า หลายท่านเชื่อตรงกับผม ก็คือว่าพระผู้เป็นเจ้าได้ประทานศาสดามาเพื่อแก้ปัญหา ตั้งแต่ ศาสดาอาดัม ศาสดานูฮ หรือว่าโนอา หรือว่าโมเสส หรือว่ามูซา หรือว่าอีซา หรือว่าเยซู แล้วสุดท้ายก็ศาสดามูฮัมหมัด ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๑๒๔,๐๐๐ ศาสดาที่พระผู้เป็นเจ้า ได้ประทานลงมาเพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ ความเชื่อของผมก็คือว่าที่มนุษย์ทั้งหมดเกิดปัญหา มาจากการขาดการปฏิบัติศาสนาตามคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้า ผมไม่ใช่นักเทศน์ครับ อันนี้คือความเชื่อที่ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจของผมว่าทุกปัญหาสามารถที่จะ นำศาสนาเข้าไปแก้ได้ โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดภาคใต้ พื้นฐานของพี่น้องที่นั่นนับถือศาสนาอิสลาม แล้วก็เชื่อเหมือนผมเชื่อนี่ละครับ แต่ว่าการปฏิบัติเราต้องสนับสนุนในเชิงนโยบาย เพื่อเข้าไปสู่ในการแก้ปัญหาให้ได้ ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นครับ ผมขอย้อนหลังไปถึงเรื่องตากใบ เรื่องกรือเซะ เรื่องนายเจ๊ะอาด และคนอื่น ๆ ที่ถูกกระทำจากนโยบายมาทั้งหมดนะครับ ในเรื่องของการเยียวยา ผมยืนยันที่ท่านถาวรได้พูดถึงนายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู เพราะผม ได้พูดเรื่องนี้ในสภาครับว่าเขาถูกเจ้าหน้าที่อุ้มไปตอนนั้นครับ ถึงแม้เขาจะอยู่จังหวัดสตูล เดี๋ยวทางคณะกรรมการเยียวยาบอกว่าไม่ได้อยู่ใน ๓ จังหวัด เดี๋ยวไม่ได้รับการเยียวยา ช่วยดูแลให้ด้วยนะครับ ที่ผมบอกว่าทุกอย่างแก้ด้วยศาสนา ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดความรุนแรง จนมาถึงปัจจุบันในขณะนี้ครับ ผู้ที่ก่อเหตุส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะถูกสนับสนุน มาจากพวกยาเสพติด ถ้าผมพูดภาษาศาสนาพวกผีห่าซาตานนี่ละครับ ที่สนับสนุนให้เยาวชน ลูกหลาน ไม่ว่าศาสนาไหน โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดภาคใต้ ส่วนใหญ่ก็เป็น ลูกหลานมุสลิมที่ติดยาเสพติด แล้วก็นำไปก่อเหตุ ผมเชื่อว่าท่านประธานเลขาธิการ สมช. ก็ยอมรับความจริงตรงนี้ ผมเองได้ไปคุยกับแม่ทัพภาค ๔ ผมอึดอัดครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าทั้งภาคใต้ ส.ส. เขตคนเดียวที่ร่วมรัฐบาล ผมก็วางเนื้อวางตัวครับ เพราะคนเดียวจริง ๆ แล้วก็พยายามที่จะนำเสนอในสิ่งที่ดี ๆ ให้กับรัฐบาล วันนี้ก็ได้มีโอกาสครับ ขอเวลาผม เพิ่มเติมสักนิดนะครับ ท่านประธานครับ ก็คือว่าผมไปคุยว่าจะแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ต้องใช้ศาสนาเพื่อไปแก้ปัญหาตรงนั้น ในทางหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ทั้งหมด ผมเอาตัวอย่าง ที่จังหวัดสตูล ผมได้ร่วมกับทางศูนย์ปราบปรามยาเสพติดที่จังหวัดสตูล แล้วก็ ผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ เราได้จัดตั้งศูนย์วิวัฒน์พลเมืองที่เกาะ โดยจะนำเยาวชน คนที่ติดยาเสพติดไปไว้ที่เกาะครับ ตอนนี้ก็ได้ของบประมาณมายังรัฐบาล มายัง ศอ.บต. เพื่อที่จะไปทำการก่อสร้าง เราได้พูดถึงว่าการแก้ปัญหายาเสพติด ทางกองทัพภาค ๔ เขาก็ยอมรับครับว่าเอาไปบำบัด สถานบำบัดของกองทัพภาค ๔ บำบัดแล้ว ๓ เดือน ๖ เดือน ๑ ปี กลับมาก็ไม่หาย เสพต่อ เอาไปอยู่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ๑ ปี ๒ ปี แล้วแต่โทษ แล้วแต่พฤติกรรม ออกมาก็เสพต่อ แถมยังมีวิทยายุทธเพิ่มเติมมา นอกจากเสพแล้ว ขายเองด้วย ท่านประธานครับ ตั้งแต่ผมได้รับการเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่ได้คิดเรื่องอื่นครับ คิดว่าจะทำอย่างไรว่าจะให้เยาวชน ที่ติดยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหา เพราะจำนวนมากจริง ๆ ท่านประธาน จะได้สังเกตว่าใบกระท่อม ๔ คูณ ๑๐๐ เริ่มต้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้นะครับ เขาคิดเก่งจริง ๆ คิดว่าจะผสมโน่น ผสมนี่ ผสมนั่น ถึงขนาดผสมยากันยุง บางคนเข้าไปร้านในนะครับ ท่านประธาน ซื้อยากันยุง มาถึงฉีกยากันยุงตรงนั้นเลยแล้วก็เคี้ยวยากันยุงหน้าร้านนั้นเลยครับ ถึงขนาดอย่างนั้นครับ แล้วผสมทุกอย่างโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือว่าอะไรก็ตาม แต่ว่าเหตุการณ์มันก็บานปลายขึ้น ศูนย์วิวัฒน์พลเมืองที่จังหวัดสตูล เราคิดอย่างนี้ครับว่าให้เด็กอาสาเข้าไปอยู่ที่นั่น ให้ผู้ปกครอง ให้ชุมชน ให้อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ให้ผู้ใหญ่บ้าน ให้ อบต. ให้ผู้นำชุมชนที่นั่น ร่วมกันทั้งหมู่บ้าน โดยจัดส่งเข้าไป แล้วก็ไปอยู่ไปเรียนที่นั่นครับ ไม่ใช่บำบัดครับ แต่ไปเรียน ไปศึกษา จนว่าเขาจบทางด้านศาสนาและทางด้านปริญญาตรี หรือ กศน. อันนั้นแล้วแต่ ความเหมาะสม ท่านประธานครับ ที่บอกว่าเอาไปไว้ที่เกาะ เพราะว่าถ้าอยู่บนฝั่ง สภาพแวดล้อมซึ่งเป็นอันตรายที่สุดสำหรับมนุษย์มันอยู่ไม่ได้ครับ ไปอยู่ในค่ายทหารก็ขาย ขนาดในคุกยังขาย คนในคุกยังขายข้างนอกเลยครับ ท่านประธานครับ เอาไปไว้ที่เกาะ โดยที่เอาไปอยู่ที่นั่นแล้วเขาจะได้อยู่ได้เรียนศาสนา ได้ศึกษาในเรื่องวิชาชีพอะไรต่าง ๆ ได้ทั้งหมดครับ อันนี้คือแนวคิดแล้วชาวบ้านก็สนับสนุนทุกคน ผมไปคุยกับกองทัพภาคที่ ๔ เขาก็เห็นด้วยครับ แต่ว่ายังไม่ได้เสนอเรื่องที่ดินให้กับกองทัพภาคที่ ๔ ผมก็เรียนทางรัฐบาล ทาง สมช. ไว้เบื้องต้นว่าถ้าท่านอยากจะทราบรายละเอียดมากกว่านี้ผมก็ยินดีที่จะพูดคุยกับท่าน ในรายละเอียดนะครับ ทั้ง ศอ.บต. ด้วย เรื่องที่ผมอยากใคร่นำเสนอกับทาง สมช. ในเรื่อง ของการแก้ปัญหาคน คือเรามีของดีอยู่ในประเทศไทยคือเรื่องของอาหารไทย โดยเฉพาะ อาหารไทยฮาลาล มุสลิมมีจำนวนมากทั่วโลก อาจจะ ๑ ส่วน ๓ ของโลกที่อยากที่จะบริโภค อาหารไทย ท่านประธานครับ เฉพาะประเทศมาเลเซียมีร้านต้มยำของไทย ๓๐,๐๐๐ ร้าน ผมได้มีโอกาสไปอยู่เป็นที่ปรึกษากระทรวงแรงงานพยายามที่จะช่วยเหลือเขาครับ วันนี้ดี ที่ทาง ศอ.บต. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดูแลต่างประเทศด้วย ผมคิดว่าอันนี้สำคัญครับ เขาโดนกล่าวหาว่าสนับสนุนการก่อการร้ายบ้างอะไรบ้างหลายอย่าง แต่เราไม่มองว่า เขานำรายได้มาเข้าประเทศเท่าไร ทำให้คนมีงานทำเท่าไร ร้านหนึ่ง ๕ คน ๑๐ คน เป็น ๑๐๐,๐๐๐ คนครับอยู่ในประเทศมาเลเซีย อย่างน้อยโดยเฉลี่ยผมว่าไม่ต่ำกว่า ๒๕๐,๐๐๐ คน แต่ว่าเราไม่เคยไปดูแลในเรื่องอะไรกับเขาเลยครับ ในเรื่องประกันชีวิต ในเรื่องประกันสังคม ในเรื่องการสนับสนุน ผมเคยไปคุยกับธนาคารอิสลามว่าทำอย่างไรที่จะ ให้เขาได้ปรับปรุงร้านให้มันดีขึ้น สนับสนุนทางด้านการเงินให้กับเขาเพื่อให้เขาได้มีร้านที่ดีขึ้น ได้มีอาชีพที่ดีขึ้น สนับสนุนให้เขาได้ฝึกอบรมให้ทำอาหารให้ดีขึ้น แล้วก็นำรายได้เข้าประเทศมากขึ้น รายได้เข้าประเทศมากมายมหาศาลไม่มีใครคำนวณเป็นตัวเลขมาครับ ท่านประธานครับ เรามีของดีครับ เรามีคนมุสลิม เรามีอาหารไทยที่คนมุสลิม ฮาลาลในตัวอยู่แล้วครับ ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามอยู่แล้วแต่เราขาดการส่งเสริม ทำอย่างไรครับ เพราะโดยธรรมชาติ โดยวัฒนธรรมของคนอิสลามบ้านผมก็ดี ๓ จังหวัดภาคใต้ก็ดี เขาไม่ออกนอกพื้นที่ครับ เขาทำงานเขาไปเป็นพวก เป็นกลุ่ม ๕ คน ๑๐ คน ถ้าบอกว่า ไปทำงานต่างประเทศมันมีหลายหน่วยงานที่จะไปทำต่างประเทศ ไปทำที่ประเทศลิเบียบ้าง ไปทำที่ประเทศอิสราเอลบ้าง ไปทำที่กลุ่มประเทศอาหรับบ้าง เขาไม่ไปครับ เพราะถ้าไปคนเดียว เขาไม่ไปครับ แต่ว่าถ้าเป็นกลุ่ม ผมดูพฤติกรรมที่เขาไปอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ผมเห็นครับ แล้วผมก็เขียนโครงการไว้เรียบร้อยแล้วสมัยที่อยู่กระทรวงแรงงาน แต่ก็ยังไม่ได้นำเสนอ ให้เป็นรูปเป็นร่าง แต่วันนี้ผมเสนอผ่านท่านประธานไปยัง สมช. แล้วก็ทาง ศอ.บต. แล้วก็ทางรัฐบาลเพื่อจะนำเรื่องนี้ครับ เพราะมุสลิมในเอเชีย ๔๗ ประเทศ มีทุกประเทศครับ แล้วมีจำนวนมากด้วย ประเทศอินโดนีเซีย ๒๐๐ ร้าน ประเทศอินเดีย ๑๕๐ ร้าน ๓๐๐ ร้านประเทศบังกลาเทศ ๑๕๐ ร้าน ประเทศปากีสถาน ๑๕๐ ร้าน กลุ่มประเทศอาหรับ เฉพาะทวีปเอเชีย ๔๗ ประเทศ แล้วก็ทวีปแอฟริกาใต้ ในกลุ่มแอฟริกา ๓๔ ประเทศ รวม ๘๐ ประเทศ ถามว่าประเทศมาเลเซียประเทศเดียว เราเปิดถึง ๓๐,๐๐๐ ร้าน ถ้าเราสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ หรือพี่น้องมุสลิมที่ไหนก็ตามที่เขาพร้อมที่จะไปเปิดร้านอาหารโดยสนับสนุนเงินทุนนะครับ รายได้กลับประเทศมหาศาล แล้วเราก็ไม่ต้องนั่งปวดหัวว่าข้าวสารมันถูก ข้าวเปลือกถูก สินค้าทางด้านการเกษตรถูก ถ้าเรามีร้านทุกประเทศมากมายมหาศาล กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ศอ.บต. ก็สนับสนุนให้คนได้ฝึกอบรมทุกหมู่บ้าน เขาจะไป ไม่ไป อันนั้นแล้วแต่ ผมคิดไว้ครบทุกส่วนแล้วครับ แต่ว่าจะนำเสนอให้ถ้าท่านสนใจผมก็ยินดีที่จะ นำเสนอให้ต่อไปในอนาคต ส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนไปถึงทาง สมช. ทางรัฐบาล ก็คือว่า ท่านมีวัตถุประสงค์ข้อที่ ๕ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการสร้างความตระหนักในคุณค่า ของการอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายของชีวิตและวัฒนธรรม โดยข้อที่ ๑ ผมตัดนะครับ วัฒนธรรมที่ดีเป็นจุดแข็ง อาทิเช่นส่งเสริมสนับสนุนอำนวยความสะดวกแก้ปัญหาให้กับ คนในพื้นที่ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ท่านประธานครับ ผมหายไปผมได้ใบแดงอีก ๑ ใบครับ ตอนที่ผมไปเป็นนายก อบจ. ใบแดงอีก ๑ ใบ เพราะนโยบายที่บอกว่า ๑ ตำบล ๑ ฮัจญ์ ผมศึกษาระเบียบของท้องถิ่นสามารถสนับสนุนส่งเสริมทะนุบำรุงศาสนา ส่งไปได้ครับ แต่ว่า ผมถูกตัดสินใบแดงเพราะผมทำขัดกับหลักศาสนาอิสลามครับท่านประธานเชื่อ ไม่เชื่อครับ ศาลตัดสินว่าศาสนาอิสลามห้ามไม่ให้เอาเงินคนอื่นไปทำพิธีฮัจญ์ ซึ่งถ้าพูดอย่างนี้ ศอ.บต. ทำไม่ได้ แต่วันนี้ ศอ.บต. ทำได้ครับ ถ้าผิดหลักศาสนา ถ้าท้องถิ่นนำไปไม่ได้ เพราะศาสนา ถ้าผิดนี่นรกนะครับ ท่านประธาน คือทำผิดหลักศาสนา คือนรกอย่างเดียวไม่มีทางอื่น แต่เมื่อตัดสินอย่างนี้แล้วท้องถิ่นทุกท้องถิ่นทั่วประเทศไม่สามารถสนับสนุนให้คน ไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้โดยเอาเงินงบประมาณไป แต่ท่านประธานครับ ศอ.บต. ทำได้ แล้วผม ก็เชื่อว่าทำได้ต่อไปในอนาคต แต่ สมช. ครับ ท่านช่วยไปแก้ปัญหานี้ให้ผมด้วย ผมจนปัญญาจริง ๆ เพราะศาลเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งผมก็ไปถามศาล ศาลไม่เคยก้าวล่วงในเรื่องศาสนา แต่กรณีผม โดนมาแล้วครับ ผมก็ยอมรับความจริงไม่ขอใบขาวใบอะไรคืนหรอกครับ ใบแดง ๒ ใบ ก็ชินเสียแล้วครับ ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ท่านต้องช่วยแก้ในฐานะสภาความมั่นคงแห่งชาติ นี่คือเรื่องที่น้อยเนื้อต่ำใจกันจริง ๆ ท่านมีนโยบายของท้องถิ่นพาไปเที่ยวประเทศอังกฤษ ได้ไหมครับ ได้ ไปเที่ยวประเทศอินเดียได้ไหมครับ ได้ ไปทำศาสนาที่ประเทศอินเดียได้ไหมครับ ได้ แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้มันไม่ได้ เฉพาะที่ไปทำพิธีฮัจญ์ ซึ่งท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ไม่ว่าท้องถิ่นไหน จังหวัดตราดก็ส่งไป จังหวัดเชียงใหม่ก็ส่งไป จังหวัดภูเก็ตก็ส่งไป ส่งทุกท้องถิ่น แต่ขณะนี้เมื่อศาลตัดสินมันทำไม่ได้ ศาลตัดสินไม่ใช่ประเด็นของระเบียบนะครับ แต่เป็นประเด็นว่ามีผู้คนคนหนึ่งให้การกับ กกต. ว่าไปไม่ได้เพราะขัดกับหลักศาสนา ผมคงไม่ลงลึกในรายละเอียดนะครับ แล้วคนคนนั้นก็มาแก้ข้อความ แต่ศาลไม่รับฟัง ศาลก็เลยตัดสินให้ใบแดงกับผม ฉะนั้นวันนี้ผมมีโอกาสที่จะพูดกับทางผู้มีอำนาจในประเทศ ทั้งทางรัฐบาล ทั้งทาง สมช. ท่านช่วยเหลือตรงนี้ด้วยครับ มันเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจจริง ๆ
อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องท้องถิ่น สตง. ก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับ สตง. ถ้าทำอย่างอื่น ได้หมด ไปสร้างถนน ไปทำกีฬา ไปทำโน้น ทำนี่ แต่ถ้าไปยุ่งกับวัด กับมัสยิด สตง. เอาเป็น เอาตายเลยครับ ทีนี้ผมถามท่านประธานสิครับ ท้องถิ่นถ้าไม่สนับสนุนส่งเสริมศาสนา จะให้คนไปติดยาเสพติด จะให้คนเป็นคนเลวหรืออย่างไร ปล่อยเขาไปครับ นี่ท้องถิ่น พอจะทำเรื่องศาสนาทีต้องอิหลักอิเหลื่อ ต้องอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น ผมทราบดี เพราะผมเคยเป็นนายก อบจ. มาแล้ว แล้วตอนนี้ท้องถิ่นทั้งหลายอึดอัดครับ ผมในฐานะที่ผม รู้เรื่องเรื่องศาสนา แล้วก็ถ้าทำศาสนาแล้วคนมันเป็นคนดีครับ ท่านประธานก็ดี ท่านประธาน มีศาสนา ท่านเป็นคนดีครับ ไม่ว่าศาสนาพุทธ ไม่ว่าศาสนาคริสต์ ไม่ว่าศาสนาอิสลาม เป็นคนดีหมด แต่ให้อยู่ในศาสนา ท่านประธานมีศีล ๕ ท่านถือศีล ๕ ท่านก็สามารถปฏิบัติ ศาสนาท่านเป็นคนดีได้ ฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ที่ผมจะได้เรียนต่อไปก็คือว่า ให้ สมช. ช่วยไปแก้ให้ผมด้วย
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องที่จะให้ขวัญกำลังใจของคน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ รวมถึงจังหวัดสตูล ๔ จังหวัด ๕ จังหวัด จังหวัดสงขลาด้วย วันนี้ไม่มีใคร กล้าพูด แต่ผมขอพูด แล้วก็ขอนำเสนอว่าให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เอาที่บ้านผมแล้วกัน ผมไม่ได้พูดถึงตัวบุคคลนะครับ ๑. ไปเกษียณ ๒. ไปเอาตำแหน่งแล้วเพื่อจะไปที่อื่น ไปถึง นั่งเก้าอี้ยังไม่ทันร้อน ไม่ถึง ๔ เดือน ย้ายแล้วครับท่านประธาน ของผม ๓ ผู้ว่าราชการจังหวัด จนผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบัน คนแรกไป ๘ เดือน เกษียณ คนที่ ๒ ไป ๘ เดือน เกษียณ คนที่ ๓ กำลังจะเกษียณ คนแรกที่ผมพูดว่าไป ๔ เดือน ไปเอาตำแหน่งครับ แล้วทีนี้ชาวบ้าน ที่เดือดร้อน เขาจะไปพึ่งใครโดยเฉพาะ ๓ จังหวัดภาคใต้เขาพูดภาษายาวีหรือว่าภาษามลายู ที่เราพูดกันนี่ละครับ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเขาพูดเป็นเขาเข้าไปเขาพูดได้ แต่ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด พูดภาษามลายูก็ไม่เป็น อะไรก็ไม่เป็น ต้องมีล่ามก็ยิ่งไปกันใหญ่ ท่านประธานครับ มันจะแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ถึงจุด เราบอกว่ากระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น กว่าจะได้ อบต. มา กว่าจะได้ อบจ. มา ท่านประธานก็ทราบ ท่านประธานอยู่รุ่นเดียวกับผม ยากลำบากครับ แต่ถ้าคนมาจากการเลือกตั้งเอาละครับ ท่านก็บอกว่าคนโน้นไม่มีความรู้ความสามารถ ก็เอาอดีตข้าราชการ อดีตนายตำรวจกำหนดไปสิครับ แต่คนเหล่านั้นต้องเข้าใจในพื้นที่ แล้วก็สามารถให้ชาวบ้านได้เข้าไปพึ่งพาได้ ข้าราชการมาแล้วผ่านไป มาแล้วผ่านไป ไม่ว่า ข้าราชการกระทรวงไหน พอทำท่าชาวบ้านจะรู้จัก ชาวบ้านจะสนิทสนม อ้าวย้ายเสียแล้ว แม่ทัพภาคที่ ๔ อยู่ดี ๆ เขาบอกว่าต้องเลื่อนตำแหน่งอีกแล้ว เพราะว่าคนนี้ต้องไปรับหน้าที่แทน เป็นอย่างนี้ละครับ ท่านประธานครับ ข้าราชการต้องเป็นอย่างนี้ แต่ถ้าเป็นนักการเมือง อยู่ที่นั่นไม่ไปไหนตายที่นั่น จะทำชั่วสักทีมันคิดแล้วคิดอีกครับ อย่างนี้ละครับท่านประธาน ถ้าพูดในรายละเอียดมากผมคิดว่าคงจะไม่เหมาะสมกับเวลา แต่ผมเสนอว่าการแก้ปัญหา ในทางหนึ่ง ขอให้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัด ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้เวลาผม ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านอันวาร์ สาและ แล้วก็ท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีความยินดีมากครับ ที่วันนี้ทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้นำรายงานนี้เข้ามาสู่สภา แล้วก็ให้สมาชิก ได้อ่านรายงาน แล้วมีข้อซักถามกับทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านประธานครับ นโยบายในการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เนื่องจากในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์อยู่ในสภาพที่ไม่ปกติ แล้วก็เกิดปัญหามาระยะเวลาค่อนข้างนาน ทำให้เกิดการสูญเสียในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ อะไรอีกหลายอย่างนะครับ การบริหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรื่องงบประมาณสำคัญมากครับ คนในพื้นที่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาบอกว่าอย่างไรครับ นี่เป็นเสียงสะท้อน ท่านเก็บข้อมูลเอาไว้นะครับว่าเขามีความรู้สึกอย่างไร มันมีลักษณะแปลก อยู่หลายเรื่องครับ ๑. กรณีที่ใกล้กับการพิจารณางบประมาณทุกครั้งจะมีความถี่ของการเกิดเหตุ บ่อยครั้งมาก จนเขามีความรู้สึกว่าเพราะเรื่องงบประมาณจะเข้าสภาหรืออะไรหรือเปล่า จึงทำให้การก่อเหตุหรืออะไรต่าง ๆ เพื่อที่จะให้งบประมาณเข้าไปในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และทำให้สภาพสถานการณ์ที่นั่นไม่สงบ อันนี้ก็เป็นข้อสงสัยประการหนึ่ง งบประมาณปีนี้ ที่ลงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีทั้งหมด ๑๖,๐๐๐,๒๗๗,๕๘๐ บาท ถามว่าเป็นจำนวนเงิน ที่ค่อนข้างมากไหม มากครับ มากกว่าพื้นที่อื่นในภาคส่วนของประเทศไทย แต่ถามว่า คนใน ๓ จังหวัดเองมีความยินดีไหมถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ ผมคิดว่าถ้ามันเกิดเอาไป แล้วก็ได้พัฒนาในพื้นที่ ผมว่าทุกที่เขาก็ยินดีที่จะให้งบประมาณเหล่านี้ลงในพื้นที่ของเขา แต่ถ้าถามคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ถ้าให้แลกกับเรื่องของความไม่สงบ เขายินดีที่ไม่เอาเงินจำนวนนี้ครับ เพราะอะไรครับ ทุกวันที่ลูกหลานเขาออกจากบ้าน ทุกวันที่พ่อหรือแม่ออกจากบ้าน ทุกคนไม่รู้ว่าจะมีชีวิตกลับเข้ามาในบ้านอีกหรือไม่ นี่ครับ เพราะฉะนั้นการบริหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้งบประมาณค่อนข้างสำคัญ บางครั้ง อย่าให้เกิดเหตุว่างบประมาณเข้าไปซ้ำเติม แล้วทำให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ยืดเยื้อ แล้วแก้ไม่ได้ เราดูในงบประมาณนะครับ วันนี้งบประมาณที่ลงในสำนักนายกรัฐมนตรี ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงกลาโหม ๒,๔๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรงนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๙ กระทรวงกับ ๓๖ หน่วยงาน หน่วยงานที่สำคัญในพื้นที่นะครับ อีกหน่วยงานหนึ่ง ก็คือหน่วยงานศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้งบประมาณที่ลงใน ศอ.บต. ทั้งหมดแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาทเอง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไปที่ ศอ.บต. แค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นงบประมาณส่วนใหญ่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เข้าไปไปอยู่ในส่วนของอัตรากำลังทั้งนั้น แต่การพัฒนาน้อยมาก ผมเวลาอยู่ในสภานี้นะครับ เวลา ส.ส. ท่านอื่นพูดบอกว่าทำไม งบประมาณของที่บ้านคุณได้เยอะ จริง ๆ แล้วผมก็รู้สึกว่าผมก็ไม่ต้องการอย่างนั้นหรอกครับ ผมอยากให้มันสงบมากกว่า แต่วันนี้เวลางบประมาณลงไปชาวบ้านเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาได้นะครับ นี่คือประเด็นหนึ่งที่ท่านเองในการบริหารตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๗ ท่านต้องคำนึงถึง
ในส่วนของสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้จัดตั้งคณะกรรมการ รัฐมนตรีพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอ่านในรายงาน ผมก็ต้องยอมรับว่า ผมไม่ได้เห็นโครงสร้าง แล้วผมก็ไม่ได้ข้อมูลต่าง ๆ วันนี้ผมก็เลยต้องมาถามคำถามท่านว่า กับเรื่องที่เราเคยทำไว้นี่นะครับ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร หรือท่านไม่ได้เลือกแนวทางนี้ ท่านมีแนวทางไหนที่จะทำให้การบริหารงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว แล้วก็เข้าถึง เพราะว่าในคณะนั้นจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองประธาน แล้วก็แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เราจะสังเกตเห็นนะครับว่าความรู้สึกของคนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรู้สึกต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เขารู้สึกว่าเขาไม่ว้าเหว่ครับ เพราะอะไรครับ ๒ คณะนี้จะลงในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้บ่อยครั้งมากครับ เพราะไปตามว่าโครงการต่าง ๆ ที่ลงไปนี้ฝ่ายปฏิบัติได้ดำเนินการเร่งรัดเพื่อให้พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับอานิสงส์ ในเรื่องของการบริหารงานตรงนั้นได้ทันท่วงทีหรือทันใจเขาหรือเปล่า ความล่าช้าเป็นส่วนหนึ่ง ของการอธรรมด้วยนะครับ เดี๋ยวนี้ทุกเรื่องทุกอย่างเขาเปรียบเทียบครับ ข้อมูลข่าวสาร ร้ายกว่านั้นนะครับ เขาไม่ได้เปรียบเทียบเฉพาะในพื้นที่ของแค่ในภูมิภาคของประเทศไทยเท่านั้น คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ติดในอาณาเขตที่เป็นเขตแดนของประเทศมาเลเซีย แล้วหลายคนมีญาติพี่น้องข้ามไปข้ามมา แล้วก็แต่งงานในเครือญาติที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทีนี้ การเปรียบเทียบในเรื่องชีวิตของความเป็นอยู่ แน่นอนที่สุดครับ เขาเปรียบเทียบว่าในส่วน ของประเทศอื่นเขาได้รับอะไร แล้วเราได้รับในสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ หรือแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งอันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ท่านจะต้องตระหนักไว้นะครับ ในการบริหารของท่านจะ เหมือนกับสมัยตอนรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือไม่ที่เราได้กำหนดเป้าหมาย ระดับรายได้ต่อครัวเรือนไว้ที่ ๑๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้ได้ผลครับ เมื่อเราไปทุ่มเท แล้วเราเข้าไป คอนเซนเทรท (Concentrate) ในพื้นที่ มันทำให้การขับเคลื่อนของราชการเองเขาก็นิ่งนอนใจ ไม่ได้ ทุกอย่างต้องทำให้ได้ตามเป้าอย่างนั้น วันนั้นเขามียุทธศาสตร์ว่าพื้นที่หมู่บ้านจะเป็น จุดแตกหักของการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นลงไปแต่ละบ้านต่าง ๆ ก็ต้องสำรวจว่าอาชีพ หรือการทำมาหากินของเขาเป็นอย่างไร ในตอนนั้นเมื่อกำหนดรายได้ กำหนดวิธีการทำงาน โครงการต่าง ๆ ที่จะลงไปสนับสนุนก็ต้องดำเนินเข้าไปในพื้นที่นะครับ ท่านทราบไหมครับว่า การดูแลในเรื่องของเศรษฐกิจ การให้ปากท้องเขาดีขึ้นนี่ผลดีเกินคาดครับ ถึงแม้ว่า จำนวนเม็ดเงินที่ลงไปจะเป็นเม็ดเงินในส่วนของการบริหารของอัตรากำลัง เงินที่ลงไปไม่มากครับ ที่ลงในส่วนของการพัฒนา แต่ผลของการกระทำอย่างนี้นะครับ ท่านทราบไหมครับว่า การเกิดเหตุในปี ๒๕๕๐ เกิดขึ้น ๒,๒๙๕ ครั้ง ปี ๒๕๕๑ จำนวน ๑,๐๕๐ ครั้ง ปี ๒๕๕๒ จำนวน ๑,๖๐๕ ครั้ง นี่คือในสมัยของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับ และปี ๒๕๕๓ เหลือเพียงแค่ ๔๒๙ ครั้ง ตัวนี้อาจจะเป็นตัวชี้วัดหนึ่งนะครับว่าเมื่อรายได้หรือสภาพ ความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นทำให้ปัญหาหลาย ๆ อย่างลดลงไป ต้องระวังนะครับ บางครั้ง มิติของการมองปัญหาเรามองว่าเหตุการณ์ในความไม่สงบในพื้นที่ตรงนั้นเป็นในเรื่องของ ความไม่สงบ แต่จริง ๆ แล้วมันมีปัญหาอื่นค่อนข้างเยอะมากเหมือนกันครับ ปัญหาในเรื่อง ของส่วนตัว ปัญหาในเรื่องของการเมืองท้องถิ่น และที่เลวร้ายนะครับถ้าเราไม่แก้เรื่องของ เศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องจะเป็นปัญหาอาชญากรรมครับ ท่านครับ วันนี้ปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการระบาดเข้าไปถึงในหมู่บ้านซึ่งแต่เดิมทีจะมีแค่เฉพาะ เป็นจุด ๆ แค่นั้นเอง แต่วันนี้เยอะแยะมากครับ แล้วในสภาพที่เศรษฐกิจไม่ดีนะครับ ปรากฏว่า เมื่อมีผู้ติดยาหรือไปเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นมาก ๆ แต่ก่อนนี้ดูว่าเยาวชนที่เป็นลูกหลาน เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ดูเหมือนหลัง ๆ ผู้ปกครองจะยอมรับได้ครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่าลูกไม่ใช่เฉพาะผู้เสพอย่างเดียว แต่คงเป็นคนที่หารายได้ให้กับครอบครัวด้วย หลัง ๆ ญาติพี่น้องพ่อแม่เอาด้วยครับ วันนี้ผมถึงขอฝากกับท่านนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านลองเข้าไปดูครับ ปัญหายาเสพติดเป็นอย่างที่สมาชิกท่านที่ ได้อภิปรายก่อนหน้าผมได้พูดไว้จริง ๆ ครับ ท่านทราบไหมครับ กว่าเราจะเจอว่า บางเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุจุดเดียวกัน ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ของจังหวัดผมเองครับ จังหวัดปัตตานี ส่วนใหญ่จะเกิดซ้ำ ๆ แล้วก็จุดตรงนั้นนะครับ สังหารเจ้าหน้าที่ สังหารชาวบ้าน สังหารครู เกิดจุดเดียวกันนั่นละครับ แต่ช่วงที่ก่อเหตุนะครับ หลังจากนั้น ในระยะเวลาเสี้ยวประมาณสัก ๑๐ นาที ๒๐ นาที เป็นช่วงที่ปลอดโปร่งต่อเจ้าหน้าที่ครับ ก่อเหตุ ถนนว่าง โล่ง การเคลื่อนย้ายยาเสพติดก็เกิดขึ้นในช่วงขณะนั้นนะครับ เพราะว่าช่วงนั้น เป็นช่วงปลอด ทุกคนก็มุ่งไปสนใจในเรื่องของปัญหาที่เกิดการฆ่ากันตาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ลำเลียงสินค้ายาเสพติดในขณะนั้นด้วย วันนี้ยาเสพติดเป็นปัญหาถึงขนาดลูกเอง ในรายที่ เป็นมาก ๆ ถึงขนาดจะฆ่าพ่อแม่ หลายพื้นที่ของผมเกิดสถานการณ์อย่างนี้อยู่ ในสมัย ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมเองก็ได้ของบประมาณส่วนหนึ่งไปตั้งศูนย์เกี่ยวกับ ศูนย์ชีวิตใหม่ ในเขตตำบลปิยามุมัง ศูนย์นี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๕๐ ไร่ ศูนย์นี้สามารถ ส่งเสริมอาชีพได้ ศูนย์นี้รองรับการบำบัดยาที่เยาวชนติดหรือหลงไปเกี่ยวข้องในด้านนี้ ได้ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่าประมาณ ๖,๐๐๐ คนครับ แต่ก็ยังขาดงบประมาณบางส่วน ผมคิดว่า ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยดูภาพรวมท่านลองเข้าไปสนับสนุนครับ เพราะพื้นที่ต่าง ๆ อาคารบ้านเรือนทุกอย่างที่ใช้ในโครงการนี้ได้เรียบร้อยแล้วครับ อันนี้ก็จะเป็นในเรื่องของ ปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ ในตอนที่รัฐบาลที่แล้วเข้าไปเราดูในหลายเรื่องนะครับ กรณี ของสินเชื่อผมเองก็พยายามเข้าไปผลักดัน เพราะช่วงนั้นผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สิ่งที่ต่างกันที่รู้สึกว่าคนในพื้นที่ผม อ่อนด้อยกว่าคนพื้นที่อื่นก็คือว่าคนที่นั่นนับถือศาสนาอิสลาม เมื่อไรที่เขาจะประกอบอาชีพ หรือหาแหล่งทุนเขาเดินไปหาที่แบงก์ไม่ได้ครับ เพราะแบงก์พาณิชย์ทั่วไปมีเรื่องของดอกเบี้ยอยู่ เพราะฉะนั้นโอกาสก็จะไม่เอื้อต่อเขาในการทำธุรกิจหรือทำมาหากินในพื้นที่ ผมเอง ก็พยายามผลักดัน แล้วก็ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช ขอบคุณรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านได้เร่งดำเนินการแล้วก็อนุมัติ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มทุนให้กับธนาคารอิสลาม ไมโคร ไฟแนนซ์ (Micro Finance) ถึงเกิดขึ้นที่นี่ครับ มันมีประโยชน์อย่างไรครับ มันมีประโยชน์ก็คือว่าแต่ก่อนในอดีตเราส่งเสริมอาชีพผ่านระบบราชการทั้งหมด ท่านทราบไหมครับ ไม่ว่าจะเลี้ยงแพะ ไม่ว่าจะเลี้ยงอะไรต่าง ๆ เงินเหมือนกับไปละลาย แต่รัฐเองไม่ได้ผลตอบแทนกลับมาเลย สูญเสีย แต่วันที่ธนาคารอิสลามเข้าไป ไมโคร ไฟแนนซ์ ปรากฏว่าแบงก์เองรัฐก็เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ส่วนหนึ่ง แบงก์เขาเป็นผู้ประกอบธุรกิจ เขาก็ไม่อยาก ให้เงินของเขาสูญเสีย เขาก็ต้องเป็นพี่เลี้ยงครับ ไปสอนการออม ไปสอนการเก็บ ไปสอน การทำธุรกิจ วันนี้คนใน ๓ จังหวัดมีพี่เลี้ยงที่คอยดูแลเขาทำธุรกิจเพื่อให้เกิดดอกผลต่อเขา เพื่อให้ครอบครัวของเขานำมาซึ่งรายได้ที่เรากำหนดไว้ที่ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ผมอยากให้ ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณากำหนดเป้าหมายด้วยครับว่าคนที่นั่นถ้าสมมุติว่ารายได้ ถ้าเขามีกินมีใช้ดีขึ้น สภาพความเป็นอยู่เขาดีขึ้น ผมคิดว่าจะกันส่วนหนึ่งออกจากการที่ ไปประกอบอาชีพที่ไม่ถูก แล้วก็ไปซ้ำเติมปัญหาในเรื่องของความไม่สงบได้ครับ
ท่านประธานครับ ในเรื่องที่ผมอยากให้สนับสนุนในด้านเศรษฐกิจมีอยู่ ๒-๓ เรื่อง อย่างกรณีของร้านอาหารที่เปิดในประเทศมาเลเซีย ตรงนี้เป็นรายได้หลักของประเทศ ที่มาจาก ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงแม้ว่าวันหนึ่งนี่เขาต้องเป็นจำเลยในสังคมว่าเงินทุนจากก้อนนี้ ไปใช้สนับสนุนในเหตุการณ์ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ ผมเป็นตัวแทนที่มา กู้ชื่อให้เขาว่าวันนี้เขาเองทำเงินให้กับประเทศเป็นจำนวนมหาศาลแล้วก็ลูกหลานของเขา ที่ดำเนินธุรกิจที่นั่นไม่ได้มีใครเกี่ยวข้องในระบบของการก่อความไม่สงบในพื้นที่เลยครับ ท่านจะสังเกตเวลาท่านเดินทางจากอำเภอหาดใหญ่ไปอำเภอสุไหงโก-ลก บ้านหลังใหญ่ ๆ สันนิษฐานได้เลยว่าหลังนั้นลูกหลานเขาทำงานในประเทศมาเลเซีย เพราะอะไรหรือครับ แต่ละร้านวันหนึ่งรายได้เขา ๑๐,๐๐๐ เหรียญ นั่นคือรายได้ต่อวันประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งสมาชิกได้กล่าวก่อนหน้าผมเขาบอกถ้า ๓๐,๐๐๐ ร้าน ท่านลองคำนวณดูสิครับว่า เงินงบประมาณเท่าไรที่เข้ามาในประเทศไทย ผมอยากให้ภาครัฐลองหาแหล่งเงินทุนให้เขา ดูแลในเรื่องของเวิร์ก เพอร์มิท (Work permit) เรื่องของคนไปทำงาน เพราะว่า ประเทศมาเลเซียจะมีกำหนดว่าจะอยู่ได้ไม่กี่วันก็ต้องออกมา ซึ่งเขาก็ต้องออกมา จ็อบพาสปอร์ต (Job passport) แล้วก็เข้าไปทำงานใหม่ขอให้อำนวยความสะดวก เรื่องนี้ด้วยครับ
ส่วนในอุตสาหกรรมฮาลาลทำไมถึงไม่คืบหน้าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านต้องเข้าใจว่าในพื้นที่ตรงนั้นถ้าจะให้เกิดขึ้น รัฐเองต้องลงทุนมากพอสมควรครับ อาหารฮาลาลถ้าจะเกิดขึ้นท่านต้องดูเลยครับว่าผลิตภัณฑ์ที่จะทำคืออะไร สมัยที่ผม ผลักดันก่อนหน้านี้แต่ว่าไม่ทัน ก็คือผมอยากให้โครงการของการเลี้ยงไก่เพื่อส่ง ในประเทศตะวันออกกลางให้เกิดขึ้นให้ได้ ทำไมทุกวันนี้เราทำส่งไม่ได้ล่ะครับ บางประเทศ เขาไม่รับสินค้าจากบ้านเรา เพราะอะไรหรือครับ เพราะว่าอาหารฮาลาลไม่ได้ดูว่าเฉพาะไก่ แล้วก็มุสลิมเชือดอย่างเดียว บางประเทศเขากำหนดถึงขนาดว่าไก่กว่าจะโตขึ้นมาอาหาร ที่ทานเข้าไปที่กินเข้าไปต้องฮาลาลด้วย เพราะฉะนั้นเดิมทีแคลเซียม (Calcium) ที่เอามา เอามาจากทะเลก็คือปลาป่น แต่ในปลาป่นที่เราไปจับมามันจะมีงูน้ำมีอะไรเข้ามาด้วย ซึ่งงูน้ำอันนั้นไม่เป็นสิ่งที่อนุมัติต่อในหลักการอิสลาม เพราะฉะนั้นเขาก็ใช้เรื่องข้อนี้ว่า จากการโตที่ทานอาหารไม่ฮาลาลก็สันนิษฐานว่าอาหารไก่เองนี่ก็ไม่ฮาลาล ก็ทำให้เรา ขาดโอกาสด้วย การที่จะส่งเสริมที่นั่นผมว่าเป็นการจ้างงานอย่างดีเลยครับ เพราะว่า ๑. ถ้าสมมุติว่าเราไปส่งเสริมก็ต้องมีการทำอาหารที่จะผลิตก็จะต้องมีโรงงานอาหาร โรงงานอาหารอาหารต้องมาจากพืชจากถั่ว เพราะฉะนั้นชาวบ้านเองก็จะได้มีอาชีพ จากการเพาะปลูก แล้วก็มีตลาดที่จะป้อนก็คือโรงงาน พอมีโรงงานแล้วใน ๓ จังหวัดก็ต้องมี โรงเชือดไก่ เห็นไหมครับ ถ้าสมมุติท่านพยายามทำให้วันหนึ่งมีผลิตผลประมาณ สัก ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ตัวต่อวัน ก็จะเป็นอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้ในพื้นที่ ตรงนั้นเป็นจำนวนมหาศาล ยังไม่นับรวมเกี่ยวกับการโลจิสติกส์ (Logistics) การขนย้าย ก็จะมีอาชีพที่เกี่ยวกับเรื่องของการขับรถขนย้าย ตรงนั้นก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก อันนั้น ก็เป็นเบื้องต้นที่ผมได้กล่าวประเด็นเรื่องของเศรษฐกิจ
ในส่วนของการบูรณาการเจ้าหน้าที่การทำงานในพื้นที่ ผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ นี่ประเด็นที่ ๒ การบูรณาการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ ท่านครับ วันนี้การทำงานอยู่ในฝ่ายความมั่นคงเป็นหลัก มีจำนวนทหารเข้าไปจำนวนมาก แต่สิ่งที่ คนในพื้นที่รับไม่ได้คือเรื่องที่เราจะเพิ่มกองพันทหารพรานอีก ๖ กองพัน ผมเคยนำเสนอ ต่อผู้บัญชาการทหารบกแล้วว่าท่านต้องระมัดระวังเรื่องนี้ แต่ท่านก็บอกว่าตอนนี้ในเมื่อ เอาทหารออกก็ต้องมีอัตรากำลังไปเพิ่ม ท่านทราบไหมว่าวันนี้อัตรากำลังของในพื้นที่ ถ้าเราเลือกใช้และบริหารได้พอเพียงครับ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขามีความสะดวกใจในการที่จะให้ฝ่ายปกครองที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย เราลองดูนะครับว่าไม่ว่าจะเป็นปลัดจังหวัด คนที่ดูแลในกรมการปกครองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้านับจากปลัดจังหวัด ๔ คน นายอำเภอ ๓๗ คน ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครอง ๕๐๓ คน เจ้าหน้าที่ปกครอง ๓๓๘ คน กำนัน ๒๙๐ คน ผู้ใหญ่บ้าน ๑,๙๗๑ คน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองและฝ่ายรักษาความสงบหมู่บ้าน ๑๓,๘๓๖ คน ชุดคุ้มครอง หมู่บ้าน ๗๐,๒๙๑ คน แล้วก็ยังรวมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อส. นี่นะครับ ๖,๙๓๙ คน คณะกรรมการหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องเข้าไปอีก ๑,๙๗๑ หมู่บ้าน ท่านลองคิดดูสิครับ ผมรวม ตัวเลขแล้วเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คนแล้วนะครับ แต่ในส่วนของการจ้างในส่วนของทหารพราน ท่านครับ มันมีปัญหาอยู่หลายเรื่องครับ ทหารพรานไม่ใช่ทหารอาชีพครับ เวลารับเขาเข้ามา ก็มีการอบรมไม่เหมือนกับทหารทั่วไป เพราะฉะนั้นหลายคนมีคดีติดตัวด้วยครับ วันนี้ ก็เหมือนเอาอาวุธไปติดกับคนที่มี ถ้าสมมุติว่ากรณีของทหารพรานคนนั้นได้รับการติดอาวุธ และเป็นคนที่มีคดีอยู่ในตัวเขาอยู่แล้ว แล้วส่วนใหญ่ในหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ในตำบลทุกตำบล ก็มีปัญหาความขัดแย้งอยู่ ท่านทราบไหมครับว่าถ้าเขาอยู่ฝ่ายตรงข้ามของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อมีอาวุธที่ไปติดให้เขาปัญหาก็จะเกิดขึ้นครับ และทหารที่ไม่ใช่ทหารอาชีพ เมื่อเจอสถานการณ์ที่กดดันการยับยั้งชั่งใจในการใช้อาวุธก็มีปัญหาเช่นกันครับ ซ้ำร้ายกว่านั้น ผู้ที่เป็นทหารพรานหลายท่านเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้วย บางคนมีญาติ ที่เป็นน้อง ที่เป็นพ่อ ที่เป็นแม่ หรือที่เป็นลูกเสียชีวิตในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านลองคิดดูสิครับว่า ในความรู้สึกเขา เขามีความรู้สึกที่โกรธแค้นอยู่แล้วในตัว ถ้าวันหนึ่งเจอเหตุการณ์ สถานการณ์ประจันหน้า โดยที่วันนั้นสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ยังไม่รู้ว่าใช่ ไม่ใช่ แล้วเขา เกิดยับยั้งชั่งใจไม่ได้ แล้วใช้อาวุธ อะไรจะเกิดขึ้นครับ แล้วหลายพื้นที่มีปัญหาในเรื่องของชู้สาว พอมีปัญหาชู้สาว ทีนี้ท่านเห็นไหมครับ เขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐนะครับ แล้วเขาเกิดปัญหา ในพื้นที่ตรงนั้น ข้อมูลที่ผมรับมาบางส่วน ท่านไปเช็ก (Check) ดูก็ได้ครับ ทหารคนใด ที่มีคดีชู้สาวกับพื้นที่ พอแต่งงาน พาภรรยาของเขากลับไปที่บ้าน ที่บ้านไม่ยอมรับ สุดท้าย ก็เป็นแม่หม้ายครับ แล้วหลัง ๆ คนที่มีปัญหาด้านนี้เขาถือว่าโทษของการผิดประเวณีอะไรต่าง ๆ แรงมากในศาสนาอิสลาม หลายคนพอมีปัญหาแต่งงาน สุดท้ายปัญหากลุ่มที่พัวพันเกี่ยวกับเรื่องนี้ เสียชีวิตหลายรายครับ ข้อมูลเชิงลึกก็คือเขาบอกว่าวิธีจัดการกับพวกนี้ เขาจะจัดการล่า ในกลุ่มของผู้ที่ก่อการร้ายตามเก็บ แล้วเขาก็พยายามแสวงหาแนวร่วม แล้วหลาย ๆ คน ที่รู้สึกว่าเขาถูกกระทำ ความไม่เข้าใจหลาย ๆ เรื่องก็ทำให้เขาโน้มเอียงไปที่ฝ่ายตรงข้ามได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ผมคิดว่าท่านก็ต้องพิจารณาในเรื่องของการบริหารในพื้นที่ตรงนั้น ท่านครับ ในเรื่องของการเยียวยาเองหลายเหตุการณ์ วันนี้ในสถานการณ์ที่เพิ่งสด ๆ ร้อน ๆ ที่ ๔ ศพ วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะได้รับการเยียวยาเหมือนกันหรือไม่ แต่เหมือนมีข่าวว่า แต่ละศพจะได้ไม่เท่ากัน อันนี้ก็จะเกิดปัญหาอีกครับ การเยียวยาไม่ใช่เฉพาะที่ถูกกระทำ เท่านั้นนะครับ ยังมีเหตุการณ์ในพื้นที่ผมในเรื่องของทหารที่วันหนึ่งที่ผ่านมานะครับ เกิดเมา แล้วก็ไปสังหารเด็กที่กำลังเล่นอยู่ในเขตพื้นที่บานา อันนี้ก็เข้าหลักเกณฑ์ ท่านก็ต้องไปดูนะครับว่า การเยียวยาก็ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกัน ไม่นับจากตรงนั้นนะครับ ก็ยังมีปัญหาว่า หลายคนที่เราใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ เมื่อมีข้อสงสัยก็ไปเชิญเขา หรือไปจับเขามา ปรากฏว่า สังคมตัดสินไปแล้วครับว่าเขาผิด ในหลายรายนี้ซึ่งเวลาผ่านไปปรากฏว่าไม่มีหลักฐาน เอาผิดกับเขาได้ หรือบางรายบริสุทธิ์ครับ บางรายถูกกลั่นแกล้งจากคนในพื้นที่ด้วยกันเองครับ อยู่ฝ่ายตรงข้าม ก็ไปยุแหย่เจ้าหน้าที่ให้ไปจับแล้วบอกว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบ เราได้เยียวยา บุคคลเหล่านี้อย่างไรบ้าง เขาได้รับโทษไปแล้วออกมาหมายถึงชีวิตเขาได้สูญเสียไปแล้วครับ เขาถูกตราหน้าจากสังคมว่าเขาเป็นโจร ลูกหลานเขาแทนที่จะได้รับรายได้จากตัวเขา เขาก็อยู่ด้วยความยากลำบาก ต้องเยียวยาครับ คนกลุ่มนี้ต้องเยียวยาครับ วันนี้นะครับ ท่านประธานครับ เรื่องของการสาธารณสุขในพื้นที่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ท่านไปดูนะครับ โรงพยาบาลที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ล้นครับ ขอให้ช่วยได้ไปดูด้วยครับ บางพื้นที่ผมคิดว่า สมควรที่จะย้ายออกครับ ออกจากพื้นที่เดิมแล้วก็ไปขยาย เพราะอะไรครับ เจ้าหน้าที่ พยาบาลบางคนต้องล็อกกะ คือเวรบ่าย เวรดึก เวลาเขาออกเวรบ่ายก็คือเวลาของเที่ยงคืน ถามว่าเขาจะกล้าออกไปไหมครับ แต่ในโรงพยาบาลเดียวกันก็ไม่มีที่พักครับ เพราะฉะนั้น การกลับบ้านก็สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของเขา ขอได้โปรดนะครับ วันนี้ถ้าเรา เข้าไปดูนะครับ บางทีนอนอยู่ระเกะระกะอยู่พื้นทางข้างนอก อันนี้เป็นสภาพที่น่าหดหู่มาก แล้วลองคิดดูว่าเพื่อนบ้านเวลาเขามาเยี่ยมบ้านเรามาเห็นสภาพอย่างนี้เขาจะมองว่า เราดูแลประชากรหรือคนที่เป็นมุสลิมอย่างไรในพื้นที่ อันนี้ก็จะเป็นประเด็นหนึ่ง
ท่านครับ ผมก็คงใช้เวลาไปมากแล้วนะครับ ผมก็คงฝากไว้เรื่องหนึ่งก็คือว่า งบประมาณในพื้นที่อย่าให้เข้าทำนองที่เขาพูดว่างบประมาณที่ไปเพราะรัฐอยากจะได้แค่ใบเสร็จ เพื่อประกอบงบประมาณ แต่คนที่นี่คนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ให้ใจเขาครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะงบประมาณที่ท่านไปนี่ท่านไปเพื่อหาใบเสร็จและความชอบธรรม ในการใช้ ท่านก็จะได้แค่นั้นครับ ท่านลองไปดูนะครับว่าการตั้งกองร้อยทหาร หรือท่าน ลองไปเช็กดูนะครับว่าเหตุการณ์ที่เขามาร้องเรียนก็มีอยู่หลายเหตุการณ์ ๑. การย้ายกองร้อย กองทหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ย้ายไม่ถึง ๕๐ เมตร หรือ ๖๐ เมตรหรือ ๑๐๐ เมตร แต่ต้องใช้ งบประมาณประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มีคนได้รับเงินผลต่างตรงนั้นด้วยหรือไม่ ท่านไปดูครับ แล้วก็มีคนพูดว่าในการบริหารงานตรงนั้นมันมีการหาใบเสร็จในเรื่องของค่าน้ำมันที่ใช้ในพื้นที่ เขาพูดว่าอย่างไรครับ ร้อยละ ๓๐ ใบเสร็จของน้ำมัน คนนั่งห้องแอร์นี้ครับ พกเงินเป็นล้าน กลับบ้าน แต่คนเดินดิน เจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่เดินดินเหนื่อย ได้รับธงชาติคลุมร่างที่ไร้วิญญาณกลับไป ขอให้ท่านช่วยดูครับ อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ยินดี ต้อนรับคณะนักเรียนโครงการพัฒนาประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน กิจกรรมยุวชนประชาธิปไตย ในขณะนี้เรากำลังพิจารณาเรื่องรับทราบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ๑๐ นาที
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันตั้งคำถามไปที่ท่านเลขาธิการ สมช. และคณะว่าทำไมต้องฆ่า ทำไมต้อง ก่อการร้าย ทำไมต้องขัดแย้ง ดิฉันเป็นคนอีสานโดยกำเนิด เวลาที่พานักเรียนลงไปเที่ยวทะเล ดิฉันแอบอิจฉาลึก ๆ ว่าทำไมด้ามขวานทองของไทย ทรัพยากรธรรมชาติงดงามนัก เด็กนักเรียนบ้านดิฉันค่ะท่านประธาน เวลาวิ่งลงทะเลตะโกนขึ้นมาดังลั่นเลย เค็มเหมือนที่ครูสอนเลย ไม่เคยเห็นทะเลค่ะ ไม่เคยเห็นน้ำสีคราม ไม่เคยเห็นภูเขา ไม่เคยเห็นหาดทรายยาวสุดลูกหูลูกตา ที่มีแต่ความงดงามทั้งนั้น สวนยางพาราเต็มไปหมด ที่ดิฉันต้องลุกขึ้นมาพูด นั่นคือทรัพยากรธรรมชาติมากมายมหาศาล เพราะอะไรหรือ สมช. และรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม จะต้องมีคำตอบว่าเพราะอะไรถึงเกิด เหตุการณ์แบบนั้นขึ้น ทำไมดิฉันต้องบอกว่าเพราะอะไร เรียนให้ท่านประธานทราบว่า เดือนมกราคม ๒๕๔๗ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ มีเหตุการณ์จากความไม่สงบทั้งสิ้นถึง ๑๑,๐๗๔ ครั้ง แล้วมีจำนวนมหาศาล ต้องบอกว่าถ้าคิดเป็นมูลค่าทางเงินมากมายมหาศาล คนนะคะอาจจะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อประเทศชาติมากมายมหาศาล ไม่สามารถที่จะคำนวณเป็นค่าเงินตราได้ เราไม่อยากให้เกิดแบบนั้น แม้นว่าคนอีสานไม่ได้อยู่ด้วย ตัวดิฉันไม่ได้คลุกคลี ไม่ได้รู้ บางคนบอกว่าจะลุกขึ้นมาพูดทำไมไม่ได้อยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ดิฉันเป็นคนไทยค่ะ ทุกครั้งที่เห็นข่าว ชาวอีสานทุกคนก็จะยกมือขึ้นเหนือหัวตามหลักของศาสนาพุทธ บอกว่าสาธุอย่าเกิดขึ้นอีกเลย พี่น้องเราทั้งนั้น พี่น้องเราทั้งนั้น ทำไมต้องเกิดด้วย ถ้าทาง สมช. ซึ่งเป็นผู้วางนโยบาย ไม่ทราบว่าเพราะอะไร คำตอบมันก็จะมีขึ้นว่า เพราะฉะนั้นฉันจึงทรนง ยิ่งจะเกิดเหตุการณ์ มากขึ้น มากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันไม่อยากระบุเป็นตัวเลข ราษฎร ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ตายและบาดเจ็บ ทหาร ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ตำรวจ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ชรบ.อส. ๕ เปอร์เซ็นต์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ๔ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้างของรัฐ ๔ เปอร์เซ็นต์ เยาวชน ๒ เปอร์เซ็นต์ ข้าราชการ ๒ เปอร์เซ็นต์ ครู ๑ เปอร์เซ็นต์ อบต. อบจ. ๑ เปอร์เซ็นต์ อื่น ๆ ๔ เปอร์เซ็นต์ ทั่วถึงไหมคะ เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอกค่ะ เราถึงบอกว่านโยบายนั้น ดีมากเลยทีเดียว และโดยเฉพาะนโยบายพระราชทาน เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนาจะต้องเกิด จะต้องมีคำตอบว่าเพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วก็อยากจะให้แก้ปัญหา ให้ทันท่วงที เพราะเราไม่ต้องการตัวเลขซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันสะเทือนใจสำหรับความเป็น สัญชาติไทยและเชื้อชาติไทย สะเทือนใจค่ะ ไม่ใช่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์ตายและบาดเจ็บเกิดขึ้น จะไม่โดนผลกระทบไปทั้งประเทศ โดนไปหมดค่ะ การท่องเที่ยวในภาคใต้ก็ชะงัก เห็นไหมคะ การค้าการขายทุกอย่างหยุดชะงัก แล้วคนอีสานที่ไปกรีดยางพาราที่ปักษ์ใต้ก็ไม่อยากไป นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ นโยบาย ๓ ปีนั้นดีมากเลยค่ะ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ในข้อ ๙ (๓) ส่งเสริมพัฒนาและใช้งานการศึกษาวิจัยทางวิชาการ เพื่อประกอบการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการสนับสนุน และผลักดันให้มีการศึกษาวิจัยสร้างองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ พร้อมไปกับ การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ดังกล่าวให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพปัญหาและภูมิสังคม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นพลังสนับสนุนในการจัดทำพัฒนาประเมินนโยบาย และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ทั้งในระดับยุทธศาสตร์และระดับยุทธวิธี อย่างเป็นรูปธรรม ดีใจค่ะ ดีใจที่จะอยู่กันโดยสงบ ดีใจที่จะขับเคลื่อนทั้งประเทศ ไปพร้อม ๆ กัน ทุกครั้งที่เห็นข่าว ทุกครั้งที่มีการอบรมสัมมนาที่ภาคใต้ ดิฉันกล่าวแล้วว่า ดิฉันแอบอิจฉาอยู่ลึก ๆ ทำไมธรรมชาติถึงงดงาม แตกต่างจากบ้านดิฉันโดยสิ้นเชิง หน้านี้นั้น ไม่ต้องพูดถึง เรามีแต่ผืนดินที่แตกระแหง แต่ตรงนั้นนั้นรวมถึงอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ ไอคิว (IQ) สมองของคนแตกต่างกันมาก เราถึงต้องการให้สงบค่ะ จะเพราะอะไรก็ตาม จะต้องแก้ปัญหาให้ได้เพื่อสัญชาติไทยของเรา ท่านประธานที่เคารพคะ ๗ ปีมีผู้ได้รับ ผลกระทบจากความไม่สงบ ๒๐,๖๘๙ ราย มีผู้เสียชีวิตกว่า ๕,๐๐๐ คน ดิฉันบอกว่า ดิฉันไม่อยากกล่าว แต่อย่างไรก็ต้องกล่าว กล่าวในนามที่ว่าเราไม่อยากให้ขวานทองของไทยนั้น มีเปลวเพลิง ถ้าขวานทองของไทยเป็นเปลวเพลิงอยู่ตลอดเวลา แล้วใครจะจับด้ามขวานได้คะ แล้วมันจะมีประโยชน์อันใดเล่าในเมื่อเป็นประชาชนคนไทยเฉกเช่นเดียวกัน จึงฝากให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แต่นโยบายงดงามเท่านั้น จะต้องนำยุทธศาสตร์พระราชทาน ไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยชายแดนใต้ทุกคนเพื่อความสงบ เพื่อความสันติสุขกลับคืนมา เราจะเห็นว่าถ้าสงบและความสันติสุขกลับคืนมาแล้วไม่ต้องบอกว่าความงดงาม จากธรรมชาติ จากคนนั้นจะงดงามขนาดไหน นั่นคือคำร้องขอและการขอแสดงความคิดเห็นค่ะ ท่านประธานคะ ไม่อยากเห็นเลือดและน้ำตาเคล้ากระแสคลื่น ไม่อยากได้ยินเสียงสะอื้น กระซิบหาดทรายขาว ไม่อยากเห็นซากหักพังฝังเรื่องราว ไม่อยากได้กลิ่นคาวจากด้ามขวานทอง ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๑ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ได้นำนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ได้นำมาเสนอให้กับทางสภาได้มีการพิจารณา ซึ่งจริง ๆ แล้ว นโยบายอะไรต่าง ๆ ที่เราวางกันขึ้นมาจะสัมฤทธิผลได้ก็ต่อเมื่อลงมือปฏิบัติแล้วนะคะ ทีนี้การที่ดิฉันอยากจะขึ้นมาพูด อาจจะลงลึกในเรื่องของความเป็นมุสลิมะห์หรือความเป็นสตรี ที่อาศัยอยู่ในชายแดนภาคใต้ เขาจะมีกรอบในอัตลักษณ์ของเขาหรือวัฒนธรรมของเขา ค่อนข้างที่จะรัดกุมมาก และในเรื่องของการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ดิฉันไปบ่อยมาก ทางภาคใต้ ไปตั้งแต่เล็กจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ดิฉันได้ศึกษาความเป็นวัฒนธรรมของเขา เขาจะเชื่อในลักษณะของโลกหน้ามากกว่าในโลกปัจจุบัน เพราะว่าหลักการของศาสนาอิสลาม หรือว่ามุสลิมนั้นจะมี ๒ โลก คือโลกของดุนยาในโลกปัจจุบันนี้ และโลกอาคีเราะห์ คือโลกหน้า การศึกษาเมื่อเข้าศึกษาไปไม่ถึงในชนบทหรือว่าในที่กันดารมาก ๆ แล้ว เขาก็จะปฏิบัติกิจทางด้านศาสนาอย่างเดียวเพื่อหวังความโปรดปรานจากพระองค์อัลเลาะห์ นี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาในเรื่องของการศึกษาที่เข้าไปไม่ถึง ดิฉันก็เคยพูดว่าอย่างไรก็ตาม ในคัมภีร์อัลกุรอานได้สอนไว้ว่าเราต้องสามารถอยู่ทั้งในโลกนี้อย่างปลอดภัย และโลกหน้า อย่างปลอดภัยด้วย ในเรื่องของการที่จะดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งเราเองเมื่อเราก้าวเข้ามาสู่โลก ของโลกาภิวัตน์แล้ว แล้วก็ปัญหาต่าง ๆ ก็มีมากขึ้นนะคะ เราก็ควรที่จะให้การศึกษาลงไปให้ ถูกจุด ในหลักการของการสอนทั้งสามัญ แล้วก็ศาสนา เพราะศาสนาก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะให้พวกเราทุกคนในศาสนาดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องนะคะ อันนี้ก็คือสิ่งหนึ่ง
ส่วนที่ ๒ ปัญหาของมุสลิมที่เป็นแม่หม้ายทุกวันนี้ต้องเดินออกมาต่อสู้กันเอง แต่ในลักษณะที่ถูกกรอบของความเป็นผู้นำ ซึ่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังคม เขาก็ไม่ สามารถที่จะยืนขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องของมุสลิมะห์ได้ นี่ก็คือเป็นสิ่งหนึ่ง แต่เราก็ต้องให้ความรู้ การเป็นผู้นำศาสนาผู้หญิงไม่สามารถที่จะเป็นได้ แต่การเป็นผู้นำ ในการที่จะสอนคุณธรรม จริยธรรม หรือว่าการที่จะสอนสิ่งต่าง ๆ ให้กับสังคม ให้กับ ลูกหลาน สามารถที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นเมื่อถูกกรอบสิ่งเหล่านี้แล้วนี่ การที่จะเดินไป ข้างหน้าของสังคมตรงนั้นก็ย่อมจะยากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะให้ผู้รู้จริง ๆ ที่จะเข้าไปให้ คำแนะนำ ให้คำตักเตือนและให้การสั่งสอน เพราะสิ่งที่ส่งไปหน่วยงานข้าราชการต่าง ๆ ที่ส่งไปนั้นมักจะไม่ใช่ผู้รู้ ข้าราชการที่ส่งไปบางทีเป็นข้าราชการที่ถูกทำโทษเสียด้วยซ้ำไป พอผิดหรือว่ามีกติกาอะไรต่าง ๆ ก็ถูกส่งลงไปทางใต้เสีย อันนี้มันเป็นสิ่งที่ ยิ่งไปดองกันอยู่ ทางภาคใต้เสียทั้งหมดเลย เหมือนกับที่ท่าน ส.ส. บางท่านที่พูดว่าส่งทหารพรานไป บางท่าน ก็มีคดีติดตัว บางท่านก็ถูกอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วมันก็ไปรวมอยู่ทางใต้ ทั้ง ๆ ที่ตรงนั้น มีปัญหาอยู่แล้ว เราต้องการความสงบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ควรที่จะส่งผู้มีศักยภาพ ในการที่จะทำงานให้กับชายแดนภาคใต้นี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ส่งคนที่จะถูกทำโทษ แล้วก็ ส่งลงไปใต้ อันนี้มันก็เป็นสิ่งหนึ่งนะคะ และอีกสิ่งหนึ่ง ทำไมถึงมีการข่มขืนกับผู้หญิงมากมาย แต่ไม่ได้ออกข่าวหรอกค่ะ เพราะดิฉันได้ไปร่วมสัมมนากับกลุ่มของมุสลิมะห์ทางใต้บ่อยมาก มีการข่มขืนลูกสาว มีการข่มขืนภรรยา สิ่งนี้ดิฉันก็ไม่ได้กล่าวหาว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่โดยธรรมชาติแล้วผู้ชายก็ต้องมีการปลดปล่อย เมื่อส่งคนที่ไปแล้ว ภรรยาและลูกไม่ได้ไป เขาจะปลดปล่อยทางไหน เพราะฉะนั้นเราต้องคิดให้ละเอียดในเรื่องของการที่จะแก้ไขปัญหา สังคม แล้วก็สิ่งแวดล้อมนี้เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องจุดสังคมให้มีความเข้มแข็ง ให้มีการที่ เขายืนได้ด้วยตัวเองก่อนนะคะ ถ้าเราส่งใครไป ส่งอะไรไป งบประมาณออกไป แต่ไม่ได้ ประโยชน์ ไม่ได้ตรงจุด ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้หรอกค่ะ บางทีก็ต้องขออนุญาตพูดกัน ว่างบประมาณส่งไปเพื่อให้คนไปเซ็นชื่อให้ครบเท่านั้นเอง แต่ไม่มีวิชาการหรือว่าไม่มีการที่จะชักนำสู่กระบวนการที่สามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมนั้น อย่างแท้จริง ดิฉันก็ขอฝากด้วยนะคะ อันนี้เราต้องเห็นความสำคัญของชาติบ้านเมือง เป็นหลัก เพราะนั่นคือความมั่นคง สื่อในการที่ให้ข่าวออกไปกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่น ประเทศมาเลเซีย บางวันเราไปขอความร่วมมือจากเขา บางวันเราไปบอกว่าเขาล่ะ เป็นตัวการส่งอาวุธ ส่งอะไรต่ออะไรมา ดิฉันเพิ่งได้พบกับท่านรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ของประเทศมาเลเซียมา ซึ่งก็ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ แล้วก็เรื่อง การให้ความร่วมมือของชายแดนภาคใต้นี้ ท่านบอกว่าท่านให้ความร่วมมือมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ว่าจะเป็นการขอความร่วมมือต่าง ๆ ให้กับประเทศไทยเสมอ เขาจะเก็บผู้ร้ายไว้ทำไม นั่นก็คือความอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเขา แล้วเขา จะต้องทำความสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านเขามากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น การให้สื่อต่าง ๆ หรือว่าการที่จะโบ้ยความผิดไปโดยที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะหาจุดประเด็น หรือว่าข้อที่เป็นข้อหลักได้ว่าที่มันเป็นปัญหานั้นแล้วก็โยนไปให้ประเทศอื่นนี่ ดิฉันว่า อย่าทำปัญหาให้เกิดขึ้นกับประเทศอื่นเลย เพราะเรายังต้องพึ่งพากัน อันนี้ก็เป็นหลักสำคัญ
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือการเยียวยา ท่านคะ เงินซื้ออะไรไม่ได้ทุกอย่างหรอกค่ะ ในโลกนี้ โยนเงินไปให้เขาแต่ละครอบครัว ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือจะเป็น ๗.๕ ล้านบาท หรืออะไรก็ตาม เสร็จแล้วท่านก็ทิ้งภาระหน้าที่นั้นไป เพราะว่าฉันได้ทำงานไปแล้ว หรือว่าฉันช่วยเหลือไปแล้ว ไม่ใช่ค่ะ พวกเราต้องการความยุติธรรมไม่ว่าใครก็ตาม จับคนผิดมาให้ได้ค่ะ ลูกหรือสามีคือหัวใจ ขาดสามีคือการขาดมือไม้ในครอบครัว ขาดลูก คือขาดหัวใจ เพราะฉะนั้นท่านต้องเอาคนที่กระทำความผิดไม่ว่าคนนั้นจะมีบารมี หรือไม่ว่า คนนั้นจะมีเพาเวอร์ (Power) อะไรมากมายนัก ท่านต้องเอามาให้ได้ ทุกวันนี้ผู้หญิง ต้องออกมาต่อต้านเรื่องยาเสพติดกันอย่างเต็มที่เลย ต้องลุกขึ้นมาแทนผู้ชายเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้ระบาดมากและทุกคนก็กำลังที่จะหอบลูกหอบหลานเพื่อที่จะออกมาจากตรงนั้น แต่ก็ไม่พ้น เพราะนั่นก็คือถิ่นที่อยู่บ้านของเขา เขามาถามดิฉันว่ามีงบประมาณเพื่อที่จะ เข้าค่ายไหม เพื่อที่จะเอาลูกหลานออกมาในเวลาว่างในระหว่างปิดเทอม เพื่อที่จะเข้าค่าย ในเรื่องการเรียนศาสนา สอนศาสนา สิ่งที่เขาหวังพึ่งก็คือศาสนาอย่างเดียว นั่นก็คือสิ่งที่ ถูกต้อง เพราะมิติศาสนาสามารถแก้ไขปัญหาอะไรต่าง ๆ ได้ทุกอย่างด้วย เพราะถ้าคนเรา มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีศีลธรรมอยู่ในหัวใจแล้วไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อะไรก็ทำให้มีความคิด และมีสติยับยั้ง เราเอาสามัญเข้าไปอย่างเดียวก็ไม่ได้ แล้วเมื่อ สพฐ. ได้เปิดคาบวิชาศาสนา เข้าไปแล้ว โรงเรียนสามัญบางโรงเรียนเล่นตุกติกค่ะท่าน ไม่เปิดคาบสามัญ แต่กลับบอก ขอซ่อมแซมห้องเรียนก่อน เพราะมีไม่พอในการที่จะให้เรียนในคาบเรียนศาสนา เพราะฉะนั้นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างมันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนที่เราบางทีอาจจะมองไม่ถึง อันนี้ก็ต้องขอฝากด้วยในเรื่องของความยุติธรรม แล้วก็ความเห็นใจนะคะ
แล้วก็อีกสิ่งหนึ่งที่จะฝากเป็นสิ่งสุดท้าย พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันค่ะ ไม่ใช่ว่าคนใดคนหนึ่งที่จะทำงานนี้สำเร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็นผู้หญิง แม่หม้าย เยอะเหลือเกินตอนนี้ทางภาคใต้ ไม่ว่าจะถูกทอดทิ้ง ไม่ว่าสามีถูกยิงตายหรือว่าถูกอะไรก็แล้วแต่ ในเรื่องของความรุนแรงในภาคใต้นี้มีมากเหลือเกิน แถมลูกกำพร้าก็มีมากเหลือเกิน ดิฉัน ก็เคยชวนท่านนายกรัฐมนตรีลงไปด้วยกันครั้งหนึ่งแต่ท่านคงมีภารกิจเยอะ ดิฉันก็ยัง จะเปิดตัวอยู่ตรงนี้ว่าดิฉันพร้อมเสมอที่จะร่วมมือกันให้สังคมของเรานั้นมีความเข้มแข็ง ทุกวันนี้คงจะไม่ใช่เฉพาะมีที่ภาคใต้แล้วล่ะค่ะ ถ้าประเทศเรายังอ่อนแอ ต่อไปถนนสุขุมวิท ก็อาจจะเป็นภาคใต้เหมือนกันเพราะเป็นที่ชาวต่างชาติหรือผู้ไม่หวังดีมาใช้ประเทศเรา เป็นประเทศของทางผ่านในความไม่สงบของโลก ต้องกราบขอบพระคุณมากค่ะ
ยินดี ต้อนรับคณะนักเรียนโครงการพัฒนาประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน กิจกรรมของยุวชนประชาธิปไตย ตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณา เรื่องรับทราบนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญท่านสมมุติครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมอยากจะทำความเข้าใจกับพี่น้องในรัฐสภา กับพี่น้องในพื้นที่ แล้วก็กับท่านประธานเพื่อเป็นพื้นฐานสักเล็กน้อยก่อนที่ผมจะพูดในเรื่องของนโยบาย ในอิสลามนั้นมีคัมภีร์อยู่คัมภีร์หนึ่งซึ่งเป็นธรรมนูญสำหรับชีวิต มีวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ซึ่งได้กำหนดในคัมภีร์นี้ คัมภีร์นี้จะมีอยู่เกือบทุกบ้านและผมเองทุกเช้าก็ต้องอ่านคัมภีร์นี้ เพื่อสร้างให้จิตวิญญาณได้มีความเข้มแข็งเพื่อที่จะมาอยู่ในโลกแห่งนี้ด้วยความเป็นธรรม และถูกต้อง วันนี้ผมขอบอกว่าคัมภีร์นั้นก็คือคัมภีร์ที่ได้รับการหวงแหนของพี่น้องมุสลิมทั้งโลก คัมภีร์นั้นก็คือคัมภีร์อัลกุรอาน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้นโยบายเกี่ยวกับ การบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมดีใจมากที่วันนี้ได้บรรจุในเรื่องของ ความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัตลักษณ์ มิติชุมชน ศาสนา การดำเนิน กระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและหลักมนุษยชน นำหลักเศรษฐกิจพอเพียง วันนี้ ผมดีใจถ้าหากว่านโยบายทั้งหมดที่เขียนนี้ต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายที่ดีในระดับหนึ่ง ถ้าสามารถไปวางการปฏิบัติที่ถูกต้องตามแนวทางในหนังสือเล่มนี้ผมเชื่อแน่ว่าความสันติสุข จะต้องเกิดขึ้นในแผ่นดิน ๓ จังหวัด ถามว่าวันนี้เราจะมองตรงไหนในเรื่องของความสันติสุข ท่านประธานครับ ในสมัยคอลีฟะหรือผู้ปกครองหลังจากท่านนบีมุฮัมมัด ซัลอลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม นั่นก็คืออุมัร บิน อัล-ค็อฏฏอบได้บอกว่าในสังคมในสมัยนั้นมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะชนชาติใด ศาสนาใดสามารถอยู่ด้วยความสันติสุข ตรงนั้นข้อแรกก็คือเขามี ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ผู้นำไม่ต้องใช้บอดี้การ์ด (Bodyguard) ไม่ต้องใช้มือปืน ไม่ต้องใช้คนคุ้มครองสามารถเดินได้ในพื้นที่เหล่านั้นได้อย่างสะดวก ปลอดภัย
เรื่องที่ ๒ ที่นั่นมีความยุติธรรม ความยุติธรรมวันนี้เป็น ๑ ในเงื่อนไข ของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาแล้วก็สร้างความไม่ปลอดภัย ในชีวิตทรัพย์สินในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องที่ ๓ ก็คือที่นั่นมีเศรษฐกิจที่พอเพียง ประชาชนมีเศรษฐกิจที่พอเพียง
เรื่องที่ ๔ ที่นั่นปลอดจากปัญหาอบายมุข แล้วก็ยาเสพติด
เรื่องที่ ๕ ก็คือมีการเกิดสวัสดิการสังคมสงเคราะห์ที่ดี
แล้วก็สุดท้าย มีการคุ้มครองและปกป้องสิทธิมนุษยชน
ท่านประธานครับ นี่คือสันติสุขที่เกิดขึ้นในดินแดนดังกล่าว วันนี้เราต้องลาก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในประเทศของเรา ถามว่าเบื้องหลัง การเกิดสันติสุขมันมีอะไรซึ่งเป็นองค์ประกอบครับ
เรื่องแรก เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนเป็นประชาชนที่ดี เป็นประชาชน ที่มีศรัทธาและยำเกรง เพราะว่าความดีในฟากฟ้าและแผ่นดินจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชน มีความยำเกรงแล้วก็ศรัทธาในความดี นี่คือบทบัญญัติ วันนี้ถ้าเรามีประชาชนที่ดี แน่นอนครับ ท่านประธาน เราจะได้ผู้นำที่ดี การสรรหาผู้นำ เราจะเลือกผู้นำอย่างไรเพื่อให้ได้ผู้นำ ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ ยกตัวอย่างในสภาผู้แทนราษฎรของเรานี้ ถ้าเราได้ผู้นำเหมาะสม ซึ่งมีคุณสมบัติ แม้กระทั่งผู้ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะส่ง ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ซึ่งมีปัญหาในพื้นที่อื่น แล้วก็ส่งเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ วันนี้เห็นได้ชัดเจนเมื่อในอดีตอะไรซึ่งเป็นความชั่วร้ายก็ส่งไป ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้ววันนี้เงื่อนไขมันก็สุกงอม ซึ่งคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ร้อยละสูงมากเขาต้องการความสันติสุข ผมยืนยันในฐานะซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ในเรื่องของคุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในฐานะ ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอนำหลักคิดในสายสันติ
ข้อแรก ก็คือเขาคนนั้นจะต้องมีความยุติธรรม คุณสมบัติข้อแรก
ข้อที่ ๒ เขาจะต้องมีความรับผิดชอบ
ข้อที่ ๓ มีความเมตตาปรานี ไม่ได้คิดว่าพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือศัตรูมารร้าย
ข้อที่ ๔ ต้องเข้าถึง เข้าใจประชาชน วันนี้เราเอายุทธศาสตร์ของในหลวง เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็พัฒนา ถามว่าวันนี้ผู้ที่ไปปฏิบัติงานเข้าใจแล้วก็เข้าถึงจริง ๆ หรือเปล่า ต้องทำภารกิจ ๒ อย่างนี้ให้บรรลุก่อน แล้วจึงจะเข้าไปพัฒนา วันนี้ยังไม่เข้าใจ ยังไม่เข้าถึง แต่รีบไปพัฒนา เพราะอะไรครับ เพราะผลประโยชน์อันมหาศาล เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้พูด วันนี้ทิ้งเถอะครับ เรื่องผลประโยชน์ สงสารคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ เขาต้องตาย ซึ่งเขาไม่สมควรที่จะตาย ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากถึงท่านประธานต่อผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน วันนี้ต้องหยุด วันนี้ต้องส่งอุปกรณ์ ต้องส่งสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นความต้องการของประชาชนที่แท้จริงเข้าสู่ พื้นที่จริง ๆ อย่าเอานโยบายในส่วนกลางเข้าไปโดยที่เขาไม่ต้องการ เช่น นโยบายการส่งแพะ บางพื้นที่ในเขตชายทะเลนี้ผมบอกตรง ๆ ครับ แพะอยู่ไม่ได้ครับ อยู่แค่อาทิตย์ก็ตาย สาเหตุ ที่ตายอาจจะไม่คุ้นหรืออาจจะเป็นเพราะแพะนั้นมีคุณภาพต่ำ บางพื้นที่เขาไม่ต้องการแพะ บางพื้นที่เขาต้องการเป็ด ไก่ วันนี้อย่างไรต้องถามชาวบ้านก่อนว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเหมาะสม ที่จะเลี้ยงหรือใช้อะไรในเรื่องของคุณภาพ ผมขอยืนยันว่าต้องคำนึงถึงให้มากที่สุด วันนี้ ผมจะฝากให้ท่านได้ลองไปคิดดู พี่น้องแม้กระทั่งเริ่มต้นที่ครอบครัว ลูกให้ความเคารพบิดา มารดา มากน้อยแค่ไหน ณ วันนี้ ถ้าย้อนไปในอดีตนี่ผมเป็นลูกมีคุณพ่อด่าว่าอย่างไรเราก็ทน แต่วันนี้ถ้าเราด่าลูกเรานะ ในบางเรื่องผมบอกได้เลยครับ เขาไม่ให้ความเคารพ ภรรยาของเรา กับภรรยาในอดีตมีความต่างกัน วันนี้ผู้ชายนับคนได้ครับ เกรงใจภรรยาหรือว่ากลัวผมก็ไม่ทราบ ท่านประธานภรรยาท่านดุหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ แต่ว่าผมกำลังจะบอกว่าวันนี้พฤติกรรมต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป สาเหตุเพราะอะไรครับ การที่ไม่เคารพ ตรงนี้ในความเชื่อของผมก็คือว่า เราเอาผลประโยชน์ซึ่งเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เช่น ถ้าเราสร้างถนน ปกติ กำไรมันจะอยู่ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์แต่เราไปกินเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่เรากินไปนั้น คือเงินของพี่น้องประชาชน แต่ท่านเอาเงินดังกล่าวนี้ไปเลี้ยงลูก ไปสร้างครอบครัว ในร่างกายของมนุษย์มีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง ถ้าเนื้อก้อนนั้นดีร่างกายก็จะดี ถ้าเนื้อก้อนนั้นไม่ดี ร่างกายก็จะไม่ดี ท่านประธานครับ อาหารที่เราส่งลงไปโดยเอาเงินที่เป็นเงินสกปรก เงินของพี่น้องประชาชนกลายเป็นเลือดลงสู่หัวใจ หัวใจนั้นมันจะดีได้อย่างไร นี่คือสาเหตุหนึ่ง ที่เป็นความเชื่อในหลักสันติ หลักที่ผมเชื่ออยู่ทุกวันว่าวันนี้ใครก็ตามที่เอาเงินของประชาชน โดยมิชอบเขาก็ต้องเจอกับสิ่งที่เขาไม่คาดคิด นั่นคือคุณสมบัติในเรื่องของการเข้าใจ แล้วก็ เข้าถึงประชาชน
๕. ผู้นำนั้นจะต้องมีความกล้าหาญและอดทนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่
๖. เสียสละต่อส่วนรวม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มั่นคงในความคิดรับฟังเหตุผล เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ประหยัดอยู่อย่างพอเพียง อยู่เหนือกิเลสและอารมณ์ใฝ่ต่ำ สุดท้ายก็คือมีคณะผู้บริหารที่ดี วันนี้ผู้อำนวยการ ศอ.บต. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับบน ถ้าท่านมีคณะผู้บริหารที่มีที่ปรึกษาที่มีความเข้าใจในอัตลักษณ์วิถีชีวิต มิติวัฒนธรรม ผมเชื่อแน่ว่าเราสามารถที่จะนำสิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนมาใช้ ให้เกิดประโยชน์ตรงตามความต้องการของพี่น้องประชาชนได้
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกสักเล็กน้อย จริง ๆ แล้วไม่อยาก รบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิก แต่ว่าในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ก็อยากนำเสนอมิติหนึ่งซึ่งผม อยู่ในพื้นที่ก็ได้ค้นพบ แล้วก็ได้เจอสะท้อนมาจากพี่น้องประชาชนที่เขาเล่าแล้วก็ตกผลึก ขึ้นมาในเรื่องต่าง ๆ สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือในนโยบายทั้งหมดมันค่อนข้างที่จะดี แต่ในภาคปฏิบัติสิ่งที่ท่านควรที่จะไปกระทำหรือพึงที่จะกระทำอย่างยิ่ง
เรื่องแรกก็คือ พระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลชารีอะห์ หรือศาลอิสลาม เมื่อสักครู่นี้ท่านจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้พูดแล้วผมจะไม่อธิบาย พระราชบัญญัตินี้ ก็คือเป็นหลักในการพิจารณาคดีครอบครัวและมรดก เป็นหลักในอัลกุรอานที่ผมเคยพูดมา ในเบื้องต้นก็คือ มุสลิมจะต้องปฏิบัติตามหลักในอัลกุรอาน วันนี้ได้ตกไป สมัยที่แล้วไม่เข้าใจ เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่รีบเซ็น พระราชบัญญัตินี้มันเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน ถ้าทางรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พรรคเพื่อไทยต้องเสนอหรือรัฐบาล ต้องเสนอขึ้นมา แล้วก็ให้ท่านนายกรัฐมนตรีรีบเซ็นนะครับ ไม่ใช่ว่าเหลืออีก ๓ เดือนค่อยเซ็น ไม่ทันครับ ก็ตกไปอีก นั่นคือพระราชบัญญัติการจัดตั้งศาลชารีอะห์
เรื่องที่ ๒ คือพระราชบัญญัติกิจการฮัจญ์ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้วผมได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ไปอย่างสามัญชน แล้วก็ไปอยู่กับ พี่น้องประชาชนในประเทศไทยที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ผมเห็นแล้วก็เปรียบเทียบ ระหว่างประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศอินโดนีเซีย วันนี้คนมาเลเซียเกือบ ๒๕,๐๐๐ คน ทุกปีที่เดินทางไป คนไทย ๑๒,๐๐๐ คน คนอินโดนีเซีย ๒๕๐,๐๐๐ คน ในขณะที่ การเดินทางลำเลียงพี่น้องในพื้นที่จากประเทศไทยไปถึงซาอุดิอาระเบียใช้เวลา ๑ เดือน มาเลเซียคน ๒๕,๐๐๐ คน ใช้เวลา ๑ เดือนเช่นเดียวกัน คนอินโดนีเซีย ๒๕๐,๐๐๐ คน ก็ใช้เวลา ๑ เดือนเช่นเดียวกัน มันสะท้อนถึงการบริหารจัดการของใครดีกว่า คนที่จะไป ประกอบพิธีฮัจญ์คือคนที่จะไปทำความดี แต่วันนี้เราต้องมานั่งกางเต็นท์อยู่หน้าลาน สนามบิน ทำไมเราไม่สร้างอาคารที่ให้พี่น้องที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ หรือแม้กระทั่งญาติ ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้อยู่ในห้องที่สบาย หรือว่าเรามองคน ๓ จังหวัด คนมุสลิม เป็นบุคคลชั้นสองหรือกระไร นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก วันนี้ประเทศกัมพูชาโดยท่านฮุนเซน ต้องขอโทษที่เอ่ยนาม วันนี้เขาได้บทเรียนจากปัญหา ๔ จังหวัดภาคใต้ วันนี้เขาเซ็นชื่ออนุมัติ ให้นักเรียนในจังหวัดกำปงจามซึ่งเป็นมุสลิมสามารถที่จะแต่งกายฮิญาบตามวิถีท้องถิ่นของเขา วันนี้เขาให้โอกาสเปิดสถานีวิทยุเพื่อที่จะให้คนมุสลิมในประเทศกัมพูชาได้บรรยายธรรมสอนศาสนา ในประเทศกัมพูชา เพราะอะไรครับ เพราะว่าเขากำลังรองรับประชาคมอาเซียน วันนี้โลกาภิวัตน์ อีก ๓ ปี ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลไทยยังไม่เข้าใจบริบทตรงนี้ ไม่ดูประเทศข้างเคียง อีกหลายประเทศที่เขาได้ปฏิบัติอย่างไร โดยเฉพาะประเทศมุสลิม ต้องบอกว่า ถ้าเกิดประชาคมอาเซียนประมาณ ๑๐ ประเทศ คนมุสลิมนับถือศาสนาอิสลามมีประชากร มากที่สุดในอาเซียน เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องรีบปรับวิธีคิด แล้วก็ปฏิบัติตามสิ่งที่ พี่น้องประชาชนต้องการ
เรื่องต่อไปก็คือพระราชบัญญัติกองทุนซะกาต ถ้าพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้น พี่น้องในประเทศไทย โดยเฉพาะ ๓ จังหวัด ซึ่งมีพี่น้องมุสลิมจะไม่มีคนยากจนต่อไป วันนี้ต้องเร่งสร้างพระราชบัญญัติกองทุนซะกาตให้เกิดขึ้น
เรื่องที่ ๕ ก็คือต้องเสนอให้มีการตราพระราชบัญญัติการใช้กฎหมายอิสลาม ว่าด้วยครอบครัวและมรดกและการพิจารณาคดีเพิ่มเติม
เรื่องที่ ๖ ก็คือให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
เรื่องที่ ๗ ก็คือสนับสนุนเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เป็นรายหัวต่อปี นี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายหรืออาจจะเรียกว่าเป็นความต้องการของพี่น้อง ในพื้นที่ที่มีปัญหา ณ วันนี้
อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะฝากท่านประธาน ก็คือว่าให้ท่านประธาน ได้ส่งผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ศอ.บต. สิ่งที่ผมอยากจะให้ ท่านลองไปนั่งคิดก็คือ ผมได้ลงพื้นที่แล้วก็ลงไปทำประชาคมในพื้นที่ ๓ จังหวัดก่อนที่ผม จะได้มาเป็นผู้แทนราษฎร ใช้เวลา ๑๑ ปี วันนี้ประชาชนให้โอกาสผมก็จะบอกความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนที่ถ่ายทอดมาเป็นสิ่งที่เขาต้องการ
เรื่องแรก ในด้านการศึกษาเราจะทำอย่างไรให้อำเภอเบตงเป็นศูนย์จีนศึกษา เพราะมีพี่น้องจีนอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นเยอะ
เรื่องที่ ๒ คือเราต้องไปเปิด กศน. ในประเทศมาเลเซีย คนไทยที่อยู่ ประเทศมาเลเซียเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ลูก ๆ ตัวเล็ก ๆ นี่ขาดการศึกษา ทำไมเราไม่เอา คนที่ไม่มีงานทำ จบปริญญาตรีไปสอนในประเทศมาเลเซียโดยเปิดการศึกษา กศน. ที่ประเทศมาเลเซีย
เรื่องที่ ๓ ต้องสนับสนุนให้มีฮาฟิซ ๑ มัสยิด ต่อ ๑ ฮาฟิซ ฮาฟิซหมายถึง ผู้ที่ท่องอัลกุรอานได้ทั้งเล่ม
เรื่องที่ ๔ จังหวัดปัตตานีต้องเป็นศูนย์อิสลามศึกษา
เรื่องที่ ๕ ต้องอุดหนุนตาดีกาเป็นรายหัว
เรื่องที่ ๖ ค่าตอบแทนครูในโรงเรียนเอกชนต้องได้มาตรฐาน
เรื่องที่ ๗ ต้องส่งบัณฑิตว่างงาน ๑,๐๐๐ คนไปเรียนภาษาอังกฤษในประเทศมาเลเซีย เพราะที่นั่นการใช้ภาษาอังกฤษดีมาก วันนี้ถ้าเราเอาเด็กของเราไปเรียนภาษาอังกฤษ แน่นอนครับอีก ๓ ปีเราจะมีบุคลากรที่พร้อม
เรื่องที่ ๘ ม.อ. ปัตตานีต้องเป็นเอกเทศน์ ไม่ใช่สาขา ม.อ. ปัตตานีต้องมี คณะแพทย์ศาสตร์ ต้องมีคณะอื่น ๆ อีก ที่ ม.อ. สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่มี ม.อ. ปัตตานีต้องเป็นเอกเทศน์ครับท่าน
เรื่องที่ ๙ ก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องเป็นศูนย์วิชาชีพครู
เรื่องต่อไปก็คือ เราต้องมีในเรื่องของสุขภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดมีโรคต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นโรคดัง ๆ ไม่ว่าหัวใจ หรือเบาหวาน หรือโรคอื่น ๆ จะปรากฏในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะฉะนั้นเราต้องมี ๑ พยาบาล ๑ หมู่บ้าน วันนี้ ๓,๐๐๐ คน ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่แล้วเราต้องเพิ่ม ๑ แพทย์ต่อ ๑ ตำบล ๑ ทันตะ ต่อ ๑ ตำบล โครงการ สาธารณะบำบัด แล้วก็คุณภาพชีวิต อสม. ต้องดีขึ้นกว่าเดิม
ทั้งหมดทั้งปวงที่ผมได้กราบเรียนก็เป็นสิ่งที่ผมได้ลงประชาคมในส่วนหนึ่ง สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปขยายต่อ โดยใช้มิติวัฒนะชุมชน วัฒนธรรม แล้วก็มิติชุมชน มิติศาสนา อัตลักษณ์เพื่อให้สันติสุขได้เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมคงจะไม่ไปจิ้มในเรื่องของความมั่นคงมากมายนัก เพราะว่าหลายคน ก็ได้บอกได้เล่าตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้ ผมพยายามบอกนี่คือความต้องการของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือสิ่งที่เขาต้องการในเรื่องของการบริหาร แล้วก็พัฒนา ในเขตพื้นที่ของเขา
สุดท้ายนี้ผมขอฝากท่านประธานก็คือ อยากจะให้ ๓ จังหวัดได้มีสันติสุข เกิดขึ้น ประชาชนต้องมีศรัทธาและยำเกรงต่อความดี มิฉะนั้นความดีจากฟากฟ้าและแผ่นดิน ก็จะไม่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ วันนี้ขอฝากเป็นเรื่องหลักก็คือบุคคลที่จะไปลงในพื้นที่ขอให้เป็น คนที่มีคุณภาพ แล้วก็เข้าใจจริง ๆ ไม่อย่างนั้นปัญหาไม่มีวันจบสิ้นครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ยินดี ต้อนรับคณะนักเรียนโครงการพัฒนาประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน กิจกรรมยุวชนประชาธิปไตย ในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังรับทราบ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ เชิญท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องแสดง ความรู้สึกก่อนว่ามีความรู้สึกดีใจครับ ที่สภาแห่งนี้ได้มีโอกาสมาสะท้อนความคิดเห็น แล้วก็มาพูดถึงมาตรการแนวทางการแก้ปัญหาของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิด สถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นมาเป็นเวลามายาวนาน ๘-๙ ปีมาแล้ว เมื่อวานถึงวันนี้ สมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ให้ความสนใจ และพูดถึงปัญหาต่าง ๆ บางท่านก็สะท้อน ด้วยความรู้สึก บางท่านก็สะท้อนด้วยอารมณ์ บางท่านก็ได้รับข้อมูลจากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรวันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีที่สภาแห่งนี้ได้รับทราบถึงรัฐบาลที่มีแนวทาง และได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติก็คือนโยบายออกมาสู่ในทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัด จากเดิมนั้นเราใช้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นนโยบาย รัฐบาลทุกรัฐบาล ผมเข้าใจว่ามีความตั้งใจทั้งสิ้นครับ เพราะมันเป็นเรื่องของชีวิตของพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดที่กระทบโดยตรง และพี่น้องทหารหาญและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องแล้วกระทบกับชีวิต ไปกระทบกับครอบครัวที่มีความทุกข์ ความห่วงใยต่อชีวิตของคนในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดดังกล่าว ผมเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต ๒ ซึ่งมีพื้นที่ที่ผมต้องรับผิดชอบ ก็คืออำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอแว้ง อำเภอสุไหงปาดี พื้นที่ดังกล่าวนั้นผมก็ต้องยอมรับแล้วก็ขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึง ผู้ที่รับผิดชอบก็คือรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ยุทธศักดิ์ ว่าความรู้สึกของผมกับท่านต่างกันครับ แล้วก็ ส.ส. หลายท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ก็มีความรู้สึกต่างกันครับ ท่านพูดได้ จะพูดอย่างไรก็ได้ เพราะไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลัง แต่พวกเราที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าผมพูดออกไปไม่ตรงกับความรู้สึก ของคนในพื้นที่ ไม่ถูกใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติในพื้นที่ มันก็ต้องมีความรู้สึกและอาจจะมีอะไร ที่จะกระทบกับตัวผม ครอบครัวผม หรือว่าความนิยมของผม เพราะฉะนั้นวันนี้ขอด้วยความตั้งใจอยากจะพูดถึงแนวคิดต่อนโยบายที่ท่านได้เสนอ ให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบว่านโยบายที่ท่านนำเสนอเข้ามานั้นจะเป็นรูปธรรมหรือไม่ และยังมีอะไรที่จะต้องปรับปรุงเพิ่มเติมแก้ไข อยากจะเห็นนโยบายฉบับนี้เมื่อหลังจากที่ สภารับทราบแล้ว ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจังครับ เพื่อให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็น แนวปฏิบัติให้กับส่วนราชการ หน่วยราชการต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่เขาปฏิบัติได้ถูกต้อง นโยบายแต่ละนโยบายที่ออกไปนั้นล้วนแล้วก็ได้มีการถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สัมฤทธิผล นโยบายใดก็แล้วแต่ครับที่ไม่สัมฤทธิผลนั้นก็ด้วยเหตุผล ๑. นโยบายนั้นผู้ปฏิบัติไม่มี ความเชื่อถือ ๒. นโยบายนั้นผู้ไปปฏิบัติไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบาย หรือนโยบายที่ไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นนโยบายฉบับนี้ที่เรากำลังรับทราบกำลังพิจารณาอยู่นี้ ผมอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านถึงรัฐบาลขอให้เป็นนโยบายที่เชื่อถือได้ ขอให้เป็นนโยบายที่สามารถปฏิบัติและเกิดผล ต่อการพัฒนาและแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดให้เป็นรูปธรรม ท่านประธานครับ หลายข้อ ในนโยบายที่ผมเห็นมีความสอดคล้องอยู่หลายเรื่องอยู่หลายข้อ แต่สิ่งที่ผมจะเพิ่มเติม ในนโยบายซึ่งก็มีผู้ที่สนใจอยู่หลายภาคส่วน มีหลายองค์กรที่กำลังติดตามว่านโยบายฉบับนี้ ถือว่าเป็นนโยบายฉบับแรกที่ออกตามมาตรา ๔ ของพระราชบัญญัติการบริหารราชการ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการศึกษาแล้วก็พิจารณาจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วก็ได้รับความเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วก็ได้รับความเห็นชอบ จากคณะรัฐมนตรีจึงได้ผ่านมาสู่สภาเพื่อรับทราบ ท่านประธานครับ มีหลายกลุ่ม หลายองค์กรที่ให้ความสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ผมภาคภูมิใจเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมที่ผ่านมาผมได้รับเชิญจากท่านอาจารย์โคทม อารียา ซึ่งท่านรับผิดชอบที่สถาบันสิทธิมนุษยชนของมหาวิทยาลัยมหิดล ท่านพยายามที่จะ ค้นคิดมาตรการเพื่อที่จะหาแนวทางการแก้ปัญหา โดยเฉพาะท่านได้เชิญบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ล้วนแล้วก็เป็นนักการเมืองในพื้นที่ ๓ จังหวัด ท่านได้กล่าวว่าท่านมีความพยายามที่อยากจะ ให้นักการเมืองในพื้นที่สามารถที่จะอยู่ร่วมเสวนาเพื่อหาทางออกกับแนวทางการแก้ปัญหา วันนั้นผมก็ได้มีโอกาสไปร่วมก็ต้องยอมรับว่าวันนั้นเป็นมิติที่ดีมากในบรรยากาศของพื้นที่ ๓ จังหวัดที่มีนักการเมืองทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคดำรงไทย และพรรคความหวังใหม่ไปร่วมเสวนา ซึ่งจากปกติที่ผ่านมานั้น เราไม่มีโอกาสได้ร่วมกันเสวนานักการเมืองในพื้นที่ ๓ จังหวัดเลย แต่วันนี้เรารู้แล้วว่าปัญหา ของ ๓ จังหวัดนั้นไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง เราทุกคนจะต้องร่วมรับผิดชอบ เราทุกคน จะต้องร่วมหาทางออก แต่ไม่มีเจ้าภาพ ในที่สุดทางมหาวิทยาลัยมหิดล โดยอาจารย์โคทม อารียา รับเป็นเจ้าภาพประสานงาน จนพวกเราก็ให้เกียรติและให้ความสำคัญร่วมไปสนทนา แล้วก็บังเอิญท่านก็ให้ความสำคัญในนโยบายที่รัฐบาลกำลังจะเสนอเข้าสู่สภา เราในที่ประชุม ก็เห็นชอบด้วยว่าหลายข้อที่เราสนับสนุน แล้วก็หลายข้อที่เราอยากจะเสนอให้รัฐบาลนั้น ได้รับทราบ เพื่อที่จะไปกำหนดแนวทางเพิ่มเติม หรือปรับปรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวัตถุประสงค์ ข้อ ๘ (๒) ที่จะส่งเสริมการต่อเนื่องของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ตรงนี้ในที่ประชุมร่วมเสาวนาก็ได้มีความเห็นสรุปว่ารัฐบาลควรจะพิจารณาแต่งตั้ง คณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษาและพัฒนากระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ให้องค์กรของรัฐ ไม่ใช่ให้หน่วยงานใด ๆ ที่เข้าไปรับผิดชอบ เรา ๘ ปี เรามีบทเรียน เรามีประสบการณ์ แต่แล้วล้วนแล้ววันนี้ย่างเข้าปีที่ ๙ เรายังไม่มีช่องทาง ลู่ทาง ในแนวทาง ในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหานี้ได้ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนว่าองค์ประกอบของผู้ที่จะเข้าเป็น คณะกรรมการอิสระ ที่จะไปค้นคิดแนวหรือมาตรการในการแก้ปัญหาของพื้นที่ ๓ จังหวัด มาจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ ภาคประชาสังคม แต่เราเน้นว่า ขอให้เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล ความมั่นคง ปัญหาของ ๓ จังหวัด แต่ละจังหวัดมันไม่เหมือนกันครับ พวกเราพูด โดยภาพรวม เสมือนว่า ๓ จังหวัดนี้มีพฤติกรรม มีแนวคิดเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว เหมือนกันทุกผู้ทุกคน มันมีอะไรหลายอย่างที่มีความต่าง จังหวัดนราธิวาสก็เป็นเอกลักษณ์ ของจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีก็เป็นเอกลักษณ์ เป็นความนิยม มีประเพณีเฉพาะ ของจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลาก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจะเหมารวมว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้น เป็นพื้นที่นรก เป็นพื้นที่ที่จะบอกว่าไม่มีที่สงบ เป็นพื้นที่ที่ล่อแหลม เป็นพื้นที่ที่กำลังจะ แบ่งแยกดินแดน กำลังที่จะแตกแยกจากความเป็นคนไทยที่มีความต่างทางศาสนา ทั้งหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลนั้น กรุณานำนโยบายนี้ไปใช้ให้ถูกเฉพาะที่ เฉพาะทาง เฉพาะเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ ท่านประธานครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นไม่ใช่เลวร้ายไปทุกพื้นที่ครับ รัฐบาลที่แล้วก็ได้ พิจารณาในบางพื้นที่นั้น เรายกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึก แล้วก็พระราชกำหนดฉุกเฉิน เช่น ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา แต่วันนี้เราก็ยังพูดถึงปัญหาความไม่สงบอยู่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ รวมถึง ๔ อำเภอจังหวัดสงขลา ทั้ง ๆ ๔ อำเภอจังหวัดสงขลานั้น ไม่ได้ อยู่ภายใต้พระราชกำหนดฉุกเฉิน และไม่ได้อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่เราใช้กฎหมายพิเศษ ก็คือพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกัน เช่นเดียวกัน รัฐบาลที่แล้วก็ได้ทดลองพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี คืออำเภอแม่ลาน เราก็ได้ยกเลิกการบังคับใช้ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนถึงวันนี้ ปี ๒๕๕๕ ผมถามว่าอำเภอแม่ลานมีผลกระทบอะไรไหม ก็ไม่มีอะไรกระทบกระทั่งเลย ก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่มีความสงบ ที่มีผลกระทบน้อยกว่า อำเภอแม่ลาน ทำไมเราไม่ขยายยกเลิกบ้างล่ะ ทำไมเราจะต้องคลุมพื้นที่ตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดไม่มีพื้นที่ใดที่ไม่สงบ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้สอดคล้องกับนโยบาย ฉบับนี้ โปรดใช้เฉพาะที่ บางข้อควรจะใช้เต็มพื้นที่ บางข้อจะใช้เฉพาะในกรณี ๆ ไป สิ่งที่ผม อยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล จริง ๆ แล้วในพื้นที่ ๓ จังหวัดอย่างที่ผมได้เรียน มันไม่ได้เลวร้ายเหมือนกับเพื่อน ส.ส. หลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว หรือว่าสื่อมวลชน ที่ประโคมข่าวไป หรือคนในสังคมส่วนใหญ่ที่เข้าใจว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นไม่มีพื้นที่ใดที่จะให้ ความปลอดภัยในชีวิตได้ โดยข้อเท็จจริงนั้นมันมีเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น และเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาล ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับ นี่ย่างเข้าปีที่ ๙ แล้ว เราควรจะต้องมีบทพิสูจน์ ให้สังคมในประเทศไทยเราได้เข้าใจ ได้รู้จักว่าพื้นที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นพื้นที่ใดบ้างที่ไม่ได้ มีผลกระทบ และพื้นที่ใดบ้างที่มีเหตุการณ์และมีผลกระทบโดยตรง พื้นที่ใดที่ไม่มีผลกระทบ หรือกระทบโดยอ้อม ผมคิดว่าเราควรจะขยายพื้นที่นั้นยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินได้แล้ว เช่น ในพื้นที่จังหวัดยะลา พื้นที่อำเภอเบตง พื้นที่นี้จริง ๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวกันเลยครับ ไม่ได้รับ ผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น และขณะนี้พื้นที่อำเภอเบตงก็เป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นที่นิยมท่องเที่ยวของชาวประเทศมาเลเซียเป็นอย่างยิ่ง เพราะอำเภอเบตงนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีจุดขายก็คืออาหาร ทุกคนรู้จักอำเภอเบตง ด้วยไก่เบตง ผักน้ำ กบภูเขา ถั่วเบตง ส้มโชกุน ล้วนแล้วเป็นอาหารที่มีชื่อเสียง แล้วก็เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่หลงในรสอาหาร ส่วนใหญ่เขาจะไปอำเภอเบตงกันทั้งสิ้นครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ไม่มีห้องที่นักท่องเที่ยวที่จะ ไปจับจองได้ เต็มทุกวันครับ เพราะฉะนั้นพื้นที่อย่างนี้เราสมควรจะให้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ แล้วก็อำเภอธารโต นี่ก็อีกที่หนึ่ง ซึ่งเดิมก็เป็นนิคมสร้างตนเองตามนโยบายความมั่นคง ของรัฐบาลนั่นละ ขณะนี้ผู้ที่ไปอยู่จับจองที่และอาศัยอยู่ที่นั่นล้วนแล้วไม่ใช่คนในพื้นที่ทั้งสิ้น แล้วก็มีคนไทยที่ไม่ใช่มุสลิมก็จำนวนมาก เพราะฉะนั้นในพื้นที่ที่ไม่ได้มีผลกระทบ เราไป กำหนดให้เป็น พ.ร.ก. โดยไปอยู่ภายใต้อำนาจของทหารได้อย่างไร การพัฒนามันจะเกิดขึ้น ได้อย่างไร อีกอำเภอหนึ่งก็คืออำเภอกาบัง ส่วนจังหวัดปัตตานีนอกจากอำเภอแม่ลานแล้ว ก็มีอำเภอไม้แก่นที่มีผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนจังหวัดนราธิวาสก็มีอำเภอสุคิริน อำเภอแว้ง ไม่มีผลกระทบเลย และอำเภอสุไหงโก-ลกนี่ก็ผลกระทบทางอ้อม จากเหตุเกิดระเบิด ๒-๓ ครั้ง ในอำเภอสุไหงโก-ลกนั้น ล้วนแล้วเป็นฝีมือของคนนอกพื้นที่ทั้งสิ้น จะบอกว่าเกิดเหตุ เพราะความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ก็ว่าได้ แต่ถามว่าคนในพื้นที่เป็นอย่างไร มีแนวคิด สิ่งเหล่านี้ไหม ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านลงพื้นที่สุไหงโก-ลก ท่านจะเห็นบรรยากาศกลางคืน นักท่องเที่ยวขณะนี้ได้หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวอยู่ในอำเภอสุไหงโก-ลกจำนวนมากขึ้น แล้วก็ลักษณะการปกครองในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลกก็เป็นเทศบาลระดับเทศบาลเมือง ส่วนใหญ่ตามชุมชนต่าง ๆ เขาจะมีคณะกรรมการชุมชนเขาเฝ้าระวัง ส่วนใหญ่ในเมือง สุไหงโก-ลกเป็นชาวไทยเชื้อชายจีน นับถือศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นในพื้นที่ตลาด หรือเมืองสุไหงโก-ลก ถ้าเราจะมองด้วยความเป็นธรรมแล้วแนวร่วมที่เราเป็นห่วงเป็นใย แทบจะหาไม่ได้เลย หรืออาจจะสกรีน (Screen) ตามครัวเรือน เราก็สามารถที่จะสกรีนได้ และพื้นที่นอกเทศบาลก็มีแค่ ๓ ตำบล และทุกตำบลก็ไม่มีทหารที่ไปเฝ้าระวัง เพราะเป็น พื้นที่ที่สงบ และวันนี้อำเภอสุไหงโก-ลกก็เป็นหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ความไม่สงบซึ่งกระทบ กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจการค้าชายแดนอย่างยิ่ง อำเภอสุไหงโก-ลกเป็นอำเภอเศรษฐกิจ ของจังหวัดนราธิวาส ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะเสนอท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า สุไหงโก-ลกควรที่จะกำหนดเป็นฟรีโซน (Zone) ที่ปลอดหนังสือเดินทางในระยะรัศมีสัก ๕ กิโลเมตร เพื่อให้คนมาเลเซีย เพราะว่าที่นั่นมันมีที่เป็นเส้นอาณาเขตที่เป็นพรมแดน ก็คือแม่น้ำสุไหงโก-ลก ก็ไม่ได้กว้างครับสามารถที่จะข้ามไปมาได้ เวลาน้ำลดสามารถที่จะ เดินเท้าข้ามไปมาได้ เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ฝั่งรันตอปันยังจะดื่มโอเลี้ยงสักแก้ว จะกินข้าวผัดสักจาน ก็เดินข้ามเข้ามาไปกินเถอะ แต่ว่าจะออกเดินทางจากรัศมีตัวเมืองที่เรากำหนด ๕ กิโลเมตร ไม่ได้ ต้องมีหนังสือเดินทาง ถ้าเราสามารถทำอย่างนี้ได้ก็ทำให้เมืองสุไหงโก-ลก ก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้สอยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนราชการของเขาถ้าหากว่าต้องจ๊อบ (Job) หนังสือเดินทางเข้ามาให้ถูกต้องนะ ไม่มีทางครับ ฝั่งประเทศมาเลเซียเขาทำแล้วครับ เขาทำเป็นฟรีโซน คนไทย คนมาเลเซียถ้าจะเข้าไปจับจ่ายก็เชิญตามสบาย เขาไม่กวดขัน แต่ถ้าหากว่าเข้าไปในตัวเมืองของมาเลเซียแล้วเขาจะมีด่านกักเก็บภาษีแม้แต่คนมาเลเซีย ด้วยกัน นี่เป็นแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ชายแดน แต่เราไม่เคยคิดในสิ่งเหล่านี้ คิดแต่ ความมั่นคงด้านเดียว เพราะฉะนั้นแนวทางที่ทาง ศอ.บต. ที่กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา ไม่มีทางครับ ตราบใดที่ความมั่นคงครอบงำอยู่ ถึงเวลาแล้วครับ ผมอ่านนโยบายที่ท่าน ได้นำเสนอสภาในวันนี้ส่วนใหญ่ก็จะเน้นในเรื่องของความมั่นคงทั้งสิ้น พัฒนามีอยู่ไม่กี่หน้าครับ จริง ๆ แล้วอยากจะให้แนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดควรจะเอา การพัฒนานำความมั่นคง ไม่ใช่ความมั่นคงนำการพัฒนา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมในฐานะที่อยู่ในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ผมไปอยู่ร่วมในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมี พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ท่านได้ให้ความสำคัญ เราได้พิจารณาศึกษากรณีพื้นที่ที่ไม่มี ผลกระทบควรจะขยายยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. ท่านก็ได้เชิญหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตัวแทนความมั่นคงของกองทัพภาคที่ ๔ ของ กอ.รมน. หรือ ศอ.บต. ท่านรองปิยะก็มาร่วม ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ๔ จังหวัด แล้วก็มีผู้บัญชาการตำรวจส่วนหน้า จังหวัดยะลามาร่วมพิจารณาศึกษาดูว่าพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบเราสมควรที่จะยกเลิกไหม เพื่ออย่างน้อยที่สุดก็คือว่าคนไทยจะได้เข้าใจว่าพื้นที่ที่ไม่สงบมันอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ใช่ ทั้งหมด หรืออาจจะใช้นโยบายที่การบริหารจัดการของรัฐบาลนั้นได้ผล สามารถที่จะชนะใจประชาชน ดึงพื้นที่กลับมาได้แล้วบางส่วนในทำนองนี้ ผลจากการพิจารณา ท่านประธานครับ ส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงส่วนใหญ่เลยครับเห็นด้วย แม้กระทั่งตำรวจบอกว่า ผมเคยเสนอแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี อำเภอไม้แก่น จังหวัดยะลา อำเภอเบตง อำเภอกาบัง จังหวัดนราธิวาส อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน ผมก็เลยเพิ่มเติมว่าอำเภอสุไหงโก-ลก อีกอำเภอหนึ่งที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ไม่ใช่คนในพื้นที่ ไปถูกสร้างสถานการณ์โดยใคร เราก็ไม่สามารถที่จะระบุได้ เพราะไม่เคยจับกุมได้สักราย อำเภอตากใบอีกเช่นกัน อำเภอตากใบนี่โชคร้ายครับ ท่านประธานครับ เพราะเหตุการณ์การชุมนุมในครั้งนั้นนี่ละ จนทำให้อำเภอตากใบติดลบไปเป็นภาพลักษณ์ที่เสียหาย ทั้ง ๆ ที่อำเภอตากใบ ถ้าพูดถึงจังหวัดนราธิวาสพื้นที่ที่มีความสงบ และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพอเพียงที่ดีที่สุด ของ ๓ จังหวัด ก็คืออำเภอตากใบ แต่ด้วยการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนั้นคลี่คลายการชุมนุมของพี่น้องประชาชนที่พื้นที่ อำเภอตากใบต้องสูญเสียชีวิตผู้ร่วมชุมนุมในวันนั้นถึง ๘๙ คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก และในที่สุดวันนี้ผลการสอบก็ออกมาแล้วว่าเป็นการผิดพลาดของการแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่ แต่บทสรุป ณ วันนี้อำเภอตากใบเป็นอำเภอหนึ่งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบจนทำให้พี่น้อง ในพื้นที่อำเภอตากใบได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะอำเภอตากใบเป็นอำเภอชายแดน เป็นอำเภอที่มีนักท่องเที่ยวข้ามไปมาหาสู่ มีการค้าชายแดน เป็นพื้นที่เศรษฐกิจอีกอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดนราธิวาส ผมก็อยากจะฝากให้ท่านประธานผ่านไปถึงรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติช่วยพิจารณาในพื้นที่เหล่านี้ ขอให้ความเป็นธรรม กับพื้นที่ด้วยข้อเท็จจริงบ้าง อย่าใช้นโยบายครอบงำหรือครอบคลุมตามความเห็น ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ ถ้าถามว่าฝ่ายความมั่นคงได้พิจารณาคิดว่าเหตุการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่จะสงบหรือไม่ ผมมั่นใจครับ ก็ยังยืนอยู่ว่ายังมีความไม่สงบอยู่ ไม่สมควรจะยกเลิก ด้วยเหตุผลประการใดนั้นผมไม่อยากจะกล่าว แต่ผมก็เชื่อครับ ถึงแม้ว่า ทาง สมช. หรือรองนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบข้อเท็จจริงเนื่องจากท่านนั้นฟังฝ่ายเดียว ก็คือผู้ปฏิบัติในพื้นที่ แต่ผู้ที่ถูกปฏิบัติสิครับ อย่างพวกผมนี่ ถามว่าสถานการณ์และเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นตรงนั้นนี่ มันจริงตามที่ท่านเข้าใจไหม ผมบอกจริงบางพื้นที่อย่างที่ผมได้เรียนแล้ว เบื้องต้น จริงเฉพาะบางพื้นที่ จริงเฉพาะบางเหตุการณ์ แต่หลาย ๆ เหตุการณ์ หลาย ๆ พื้นที่ ทั้ง ๆ ที่ส่วนราชการเองก็เห็นและยอมรับ แต่ไม่เคยนำมาพิจารณาว่าแนวทางหรือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนั้นเราจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ยกตัวอย่างเช่นกรณี ๔ ศพที่อำเภอหนองจิก อำเภอไอปาแย โต๊ะอิหม่ามที่นำมาสอบแล้วกลับไปเสียชีวิต ถ้าผมจะนำข้อมูลที่สมาคม ทนายความมุสลิม หลายคดี หลายเหตุการณ์ หลายกรณีครับ สิ่งเหล่านี้ส่วนราชการไม่ใช่ไม่รู้ ไม่ทราบ ทั้งรู้ ทั้งทราบ แต่ไม่ได้ให้สาระสำคัญ ไม่ได้ให้ความสำคัญ ส่วนใหญ่แล้วถ้าหากว่า เกิดเหตุการณ์ใดก็แล้วแต่ที่ไปเกี่ยวในเรื่องของเจ้าหน้าที่มักจะถูกปกปิด แต่เหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดขึ้นมามีเสียงเป็นระเบิดมักจะประโคมข่าวว่าสถานการณ์ไม่สงบ สถานการณ์ จะเกิดความรุนแรง ผมตั้งข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่งท่านประธานครับ เหตุการณ์ทางด้านการข่าวก่อนเกิดรู้ทุกครั้งว่า จะเกิดอย่างนั้น จะเกิดอย่างนี้ รถยนต์คันนั้น รถยนต์คันนี้ ยี่ห้อนั้น รู้ แต่พอหลังจากเกิดเหตุแล้ว ไม่สามารถหรือไม่เคยติดตามจับกุมได้แม้กระทั่งรายเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานพาหนะ ในการก่อเหตุ ผมแปลกใจว่ารถยนต์ที่ไปก่อเหตุในพื้นที่ ๓ จังหวัด ไปวางระเบิด ไปยิงเจ้าหน้าที่หรือไปยิงชาวบ้านเจ้าหน้าที่ไม่เคยจับกุมได้แม้กระทั่งรายเดียว และถามว่า การข่าวของทางการ ของรัฐบาล ของประเทศไทยมันไม่มีประสิทธิภาพเลยหรือ ผมอิจฉาครับ เวลาผมดูข่าวเช้า ๆ จากทีวีทุกช่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ทุกจังหวัดในประเทศไทย ไม่เกินความสามารถในการติดตามจับกุมของตำรวจเลย เดี๋ยวนี้เราเห็นถึงความสามารถ ความตั้งใจตำรวจในการจับกุมยาเสพติดจับได้เป็นล้าน ๆ เม็ด จับได้ระดับรายใหญ่ แต่ไปถึง ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ถึงวันนี้เรายังตามหาคนที่ก่อเหตุมา ๘ ปีแล้วยังไม่ได้เลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ นั่นก็คืออิทธิพลและโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับ ยาเสพติด ทำไมในพื้นที่ ๓ จังหวัดไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ไม่ว่าปัญหาในเรื่อง ก่ออาชญากรรมทั้งหลาย ตำรวจ แล้วก็เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามจับกุมได้ เหตุนี้ละครับ ที่ผมเห็นว่าทำไมรัฐบาลถึงสนใจให้ความสำคัญกับคำขอของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ว่า ถ้าหากว่าไม่มีกฎหมายพิเศษแล้วเขาไม่สามารถที่จะดำเนินการและปฏิบัติงานได้ เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องคงไว้พระราชกำหนดนี้ตลอดระยะเวลา ๘ ปี ย่างเข้าปีที่ ๙ แล้ว ไหนว่าการเมืองนำการทหารละครับ ผมอยากให้รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เราในฐานะที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยในเมื่อประชาชนประสบความเดือดร้อน เมื่อประเทศชาติประสบเหตุการณ์อย่างนี้เราก็ควรจะหยิบยกมาพิจารณาสิครับว่าเหตุการณ์ ที่ผ่านไปแล้วมันบกพร่อง ผิดพลาดอย่างไรบ้าง และควรจะมาแก้ไขไม่ใช่จะคงไว้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องขอเถอะครับ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เลิกเถอะ แต่ถ้าหากว่ายังมีผู้ก่อการ หรือผู้ไม่หวังดีผมก็เห็นด้วย ถ้าหากว่าเราจะใช้กฎหมายเพื่อในการที่จะปกป้องคนบริสุทธิ์ จำนวนมาก ในการที่จะเข้าไปสะดวกต่อการควบคุมคนกลุ่มเหล่านี้ในบางพื้นที่ บางคนนั้น ก็ยังใช้ ก็ยังเป็นเหตุผลได้ แต่ถ้าหากว่าเราไม่เริ่มเลยผมคิดว่าแนวทางการแก้ปัญหาก็ไม่มีวัน ที่จะสัมฤทธิ์หรือว่าเกิดผลได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ จากเมื่อปี ๒๕๕๓ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ได้ทดลองนำร่องโดยยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ ๔ อำเภอจังหวัดสงขลาแล้วก็เกิดความสงบ แล้วก็เมื่อปี ๒๕๕๓ ยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในอำเภอแม่ลานวันนี้ก็มีความสงบสุขอยู่ แล้วทำไม เราไม่ขยายล่ะครับ อันนี้ขอฝากไว้ด้วยนะครับ
สิ่งที่อยากจะฝากเพิ่มเติมในเรื่องของนโยบายที่ทุกรัฐบาลเริ่มตั้งแต่รัฐบาล ยุคของท่าน พันตำรวจโท ทักษิณที่ใช้นโยบาย ใช้กองกำลังนอกพื้นที่ วันนี้เราก็ทราบแล้วว่า การใช้กองกำลังนอกพื้นที่เราเสียเปรียบกับฝ่ายตรงข้ามแค่ไหน อย่างไร เราสูญเสียเจ้าหน้าที่ ทหารหาญไปด้วยที่เสมือนว่าคนที่ไปหูหนวก ตาบอด ไม่รู้ไม่เข้าใจ แล้วก็เข้าไปในพื้นที่ ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ว่าในเรื่องของขนบประเพณีหรือภาษา เข้าไปแล้วเขาพูดอะไรเราก็ไม่รู้ เขารวมตัวทำอะไรเราก็ไม่รู้ ในที่สุดเราก็ต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ทหารหาญคนเก่งของเราไป ไม่ทราบว่าจำนวนเท่าไรแล้ว เพราะฉะนั้นต้องให้โอกาสครับ อย่าฟังแต่ข้าราชการ ระดับผู้บริหารชั้นสูงฝ่ายเดียว ก็ต้องฟังข้าราชการชั้นผู้น้อยบ้าง ผมมีโอกาสไปสัมภาษณ์ หรือว่าไปพูดคุยกับทหารในระดับชั้นประทวน ระดับจ่า นายสิบ หลายคนที่มาจากกองทัพ ภาคที่ ๑ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมถามว่าเขาไปประจำการอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสมาเป็นเวลานานเท่าไร เขาบอกว่าเกือบ ๑ ปี ครบ ๑ ปี ประมาณเดือนเมษายนเขาจะได้ย้ายกลับสู่ภูมิลำเนาแล้ว ผมถามว่าก่อนเข้ามาเขามีความเข้าใจพื้นฐานและมีการอบรมในเรื่องของการที่จะมาใช้วิถีชีวิต ในพื้นที่ตรงนี้แค่ไหน อย่างไร เขาบอกไม่มีเลย แล้วเขาก็มีความเข้าใจกับพื้นที่นี้อย่างไร เขาบอกว่าเขามีความเข้าใจก่อนที่จะไปจังหวัดนราธิวาสเขาบอกว่าเขาจำได้ในหนังสงคราม ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับพวกกลุ่มประเทศอาหรับ เห็นอุซามะฮ์ บิน ลาดิน เขาบอกว่า มองถึงสภาพนั้นมองคนมุสลิมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โหดร้ายมาก ๓ เดือนแรก เขาไม่ยอมเข้าใกล้คนในพื้นที่เลย ไม่พูดคุยและนิ้วพร้อมที่จะอยู่ในไกตลอดเวลา พร้อมยิง หลังจาก ๖ เดือนเขาบอกว่าเริ่มจะคลี่คลายเขาบอกว่าอยู่ที่นี่ได้รับการตอบรับ จากพี่น้องประชาชนที่นี่ดีมาก แล้วเขาก็ไปเฝ้าระวังตอนที่เจอผม ไปอยู่ตามริมคลอง ที่สุไหงโก-ลก คอยจ็อบ แล้วก็รับหลักฐานจากพี่น้องมาเลเซียเข้ามาจ็อบบัตร แล้วก็ไปให้ ใบอนุญาตออกไปเดินเล่น ไปซื้อจับจ่ายของในตลาดสุไหงโก-ลก ผมก็ถามดูว่าแล้วครบ ๑ ปี แล้วรุ่นหลังมาเขาก็จะมีความเข้าใจเหมือนท่านสิ เขาบอกก็อาจจะเป็นอย่างนั้นละ แล้วถามว่า แล้วใครจะอบรมเขาต่อ ก็คือพวกเขานี่ละ พวกที่ไม่เข้าใจเดิมอยู่แล้วอบรมคนใหม่ แล้วผม ถามว่าการที่ใช้ยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ผมว่าใครนำไปใช้ล่ะ หรือเป็นข้ออ้าง ผมเชื่อว่าทุกคนพูดได้ แม้กระทั่งเลขาธิการ สมช. เมื่อคืนก็พูดชี้แจงถึงนโยบาย พูดย้ำ อยู่ในเรื่องของเราจะใช้ยุทธศาสตร์พระราชทานเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ผมถามว่าท่านเข้าใจไหม ผมเชื่อว่า พลตำรวจเอก วิเชียรไม่เข้าใจ เพราะท่านก็ไม่เคยเข้าถึงในพื้นที่ตรงนี้ด้วย แล้วจะ นำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างไรล่ะ นอกจากรองปิยะหรือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง วันนี้ต้องชื่นชมว่า ศอ.บต. ในขณะนี้บุคลากรต้องชื่นชมว่าเป็นคนที่มีแนวคิด แล้วก็ สร้างสรรค์ พยายามใช้ทุกภาคส่วนของส่วนสำคัญในพื้นที่มาระดมสมอง ในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าในยุคนี้ ศอ.บต. ถ้าหากว่าจะมีผลงานก็คงจะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ถ้าหากว่า นโยบายนี้ไปสนับสนุนก็จะเป็นรูปธรรมแน่นอน เพราะฉะนั้นยังคงเหลือแต่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลความมั่นคง ผมขอฝากเถอะครับพี่ ขอใช้คำว่าพี่เลย ด้วยความเคารพ อยากจะให้สถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นสงบจริง ๆ เพราะฉะนั้นความจริงแล้วผมยังมีหลายรายละเอียดที่อยากจะเรียน แต่ผมคิดว่าก็คงมีโอกาส ผมอยากจะไปนั่งสนทนาธรรมกับท่านรอง มีอะไรที่มันเกี่ยวข้องผมคิดว่าในทางลึก แล้วก็ รายละเอียดคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขอีกจำนวนหนึ่ง ผมคิดว่าก็คงจะถือโอกาส ไปได้พูดคุย
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะฝาก นโยบายที่ท่านกำลังจะดำเนินการในเร็ว ๆ นี้ ก็คือนโยบายในเรื่องของการถอนกองกำลังนอกพื้นที่ที่ไปปฏิบัติกลับคืนท้องถิ่น ไม่ทราบว่า ยังเหมือนเดิมไหม ผมว่าสมควรแล้วที่จะต้องคืนให้กับหน่วย ทหารในพื้นที่ก็เยอะครับ กองทัพภาคที่ ๔ นี้ล่ะผมว่ามีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า แล้วก็มีมวลชนสูงกว่าด้วยซ้ำไป สิ่งสำคัญและที่เป็นห่วงที่สุดก็คือว่าการที่ไปมีแนวคิดที่ใช้กองกำลังทหารพรานเข้าไป แก้ปัญหา ที่ไปทดแทนกองกำลังทหารอาชีพ ตรงนี้ผมคิดว่าไม่ค่อยจะถูกต้อง วันนี้ชาวบ้าน เรียกทหารพรานว่า ทหารพาล ทหารพาล ครับ มือปืนรับจ้างก็จากทหารพราน เหตุการณ์ ที่หนองจิกก็ทหารพราน และมีอีกหลายเคส (Case) ที่ผมไม่อยากจะระบุตรงนี้เพราะยังไม่ชัดเจน แต่พฤติกรรมหลายที่หลายพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทหารพราน เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ ทบทวนครับว่าพื้นที่ใดที่ควรจะให้ทหารพรานไปกำกับดูแลไม่ใช่อยู่ในพื้นที่เขตเมือง ขอให้ เป็นพื้นที่เขตป่า ขอให้เป็นพื้นที่เขตที่ไม่มีความสงบ ผมคิดว่าถ้าหากว่าใช้กองกำลังเหล่านี้ เข้าไปอย่างน้อยผมว่าอาจจะเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนในพื้นที่เหล่านั้นได้ แต่ถ้าพื้นที่เมือง พื้นที่เศรษฐกิจอย่าไปปรากฏเลยครับว่าทหารชุดเสื้อสีดำมันทำให้ขวัญและความรู้สึก ของนักท่องเที่ยวหรือว่าคนในเมืองเขาไม่มีความสุขเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะ ฝากให้ฝ่ายบริหารได้ทราบถึงว่าแนวคิด แล้วก็แนวนโยบายที่ท่านจะไปบังคับใช้เพื่อเป็นแนวทาง การแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีบางส่วนก็เห็นด้วย บางส่วนนั้นผมคิดว่า ก็คงให้ระยะเวลาเพราะว่าทุกรอบ ๓ ปีเราจะมีการแก้ไขปรับปรุงใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ผมว่าในรอบ ๓ ปีนี้ถ้ามีอะไรที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงเราก็น่าจะพิจารณาเสนอให้กับ ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลนำไปแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดนโยบายที่ชัดเจนให้เป็นรูปธรรม และเกิดความผาสุกให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสและใช้เวลาพอสมควร ขอขอบคุณครับ
๔๐ นาที ท่านวิเชียร ขาวขำ ครับ ๑๐ นาทีครับ เดี๋ยวจะเป็นท่านประเสริฐแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขำ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า จากการดูรายงานของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เล่มนี้ไม่ใช่เป็นเล่มใหม่หรือเล่มแรก สำหรับพวกเรา ผมเองเห็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๑ สมัยพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เห็นมาอย่างนี้ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดปัญหาจากรายงานก็มี ๓-๔ เงื่อนไข คล้าย ๆ กัน เงื่อนไขที่ ๑ ก็คือเรื่องบุคคล เงื่อนไขที่ ๒ เรื่องโครงสร้าง เงื่อนไขที่ ๓ บางครั้ง บางคณะสภาความมั่นคงบางกลุ่มบางท่านที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามา ใช้คำว่า เงื่อนไข ทางด้านวัฒนธรรม แต่ว่าบางคณะใช้คำว่า เงื่อนไขทางด้านศาสนา แต่ว่าผมเข้าใจดีว่า สมช. ยุคนี้ คงหลีกเลี่ยงในการใช้คำว่า เงื่อนไขทางด้านศาสนา แต่ว่าอย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเงื่อนไข ทั้ง ๓ เงื่อนไข จะเป็นศาสนาหรือวัฒนธรรมก็ตาม พวกเรา ส.ส. ที่เป็นคนนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน อยากจะสะท้อนปัญหาและพูดถึงความรู้สึกของพวกเรา ที่มีต่อภาคใต้ให้ท่านประธานผ่านไปยัง สมช. แล้วก็พี่น้องชาว ๓ จังหวัดหรือ ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ได้รับทราบว่าวันเวลาใดที่ลูกหลานของชาวอีสาน ชาวเหนือ หรือภาคกลางก็ตาม ถูกเกณฑ์หรือได้รับคำสั่งให้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ความรู้สึกหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนเหล่านั้นคิดก็คือว่าลูกไปราชการคราวนี้จะมีชีวิตกลับมาหรือไม่ ก่อนจะเดินทางลงไปก็ได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อไม้ข้อมือ เลี้ยงข้าวปลาอาหารพี่น้องประชาชน ผูกข้อไม้ข้อมือส่งกัน แล้วบางคนก็ไม่ได้กลับจริง ๆ บางคนก็กลับแล้วก็ถูกคำสั่ง ให้ลงไปปฏิบัติหน้าที่อีกหลายครั้ง แต่น่าเสียดายเขาเหล่านั้นบางท่านไม่มีชีวิตกลับ บางครั้ง ต้องห่มด้วยธงชาติกลับมา ๔ คน ๕ คนลงเครื่องบิน พวกเราก็นั่งดูด้วยความสลดหดหู่ว่า ลูกหลานเราทำไมต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราชการแล้วถูกคนไทยด้วยกันเข่นฆ่าอย่างทารุณโหดร้าย แม้กระทั่งครูผู้หญิงชื่อครูจูหลิง ปงกันมูล ถูกฆ่าด้วยความทารุณโหดร้าย จนกระทั่งพวกเรา ทั้งประเทศน้ำตาซึมกันมาแล้ว แล้วอะไรทำให้เงื่อนไขเหล่านั้นไม่หมดลงไปได้ แล้วอะไร ทำให้ปัจจุบันนี้ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ ๓๐ กว่าปีที่พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นชาวมุสลิมหรือชาวพุทธก็ตาม ไม่เว้นถ้าอยู่ในเงื่อนไข ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะกับการลงมือปฏิบัติการเหล่านั้น ชีวิตเขาเหล่านั้นไม่มีทางต่อสู้ ได้เลย เพราะอาวุธสงครามจะถูกแย่งชิงไปจากส่วนราชการหรือไม่ก็ตาม แต่ก็มีมาเข่นฆ่า พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถามว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยพยายามหรือไม่ พยายาม เหลือเกิน ไม่ว่ารัฐบาล ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย ก็ตาม เพราะรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ยุคนั้นท่านชวน หลีกภัย ก็พยายามเต็มที่ที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลท่านชวนนั้นมี ส.ส. ที่เป็นคนมุสลิมอยู่ในพื้นที่ แล้วก็มี ส.ส. เต็มพื้นที่ของจังหวัด ชายแดนภาคใต้และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด จะมีบ้างพรรคความหวังใหม่แทรกเข้ามาเป็นบางช่วง สมัยท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา อันนั้นก็เป็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ถามว่า ทำไมการแก้ปัญหาเหล่านั้นจึงไม่ทุเลาเบาบางลงได้เป็นเพราะอะไร คำตอบของ สมช. ไม่ว่า จะยุคนี้หรือยุคก่อนก็ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วเสนอแนวทางการแก้ไข ไม่ว่าจะมี ศอ.บต. หรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหาร ศอ.บต. จากใคร จากคนที่เป็นคนใต้จริง ๆ และจากคน ที่เป็นคนนอกอย่าง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ก็ตาม ถามว่าปัจจุบันความรุนแรงยังคงดำรงอยู่ หรือไม่ ยังคงดำรงอยู่ รัฐบาลเองยุคนี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ายุครัฐบาลชุดก่อน ๆ ที่พยายามเหลือเกิน ที่จะแก้ปัญหา เมื่อพยายามทุกรัฐบาลแล้วเหตุการณ์ทำไมยังคงรุนแรงอยู่ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงกลาโหมเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า เป็นทั้งคนนอก เป็นทั้งคนใน อย่างทุกวันนี้ ก็ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ซึ่งเป็นนายทหารที่คร่ำหวอดอยู่กับการต่อสู้การปราบปรามคอมมิวนิสต์ แล้วก็โจรมลายูมาในอดีต แต่วันนี้ปัญหาเหล่านี้ผมทราบว่าส่วนหนึ่งท่านทราบ แล้วส่วนใหญ่ด้วย แล้วทำไมแก้ปัญหาไม่ได้ เราอยากเห็นไหมครับลูกหลานเราทุกคนที่ลงไปรบราฆ่าฟัน กับผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ จริง ๆ แล้วบางคนยังบอกด้วยซ้ำไปว่าคนที่ปฏิบัติการเหล่านั้น ไม่ใช่ผู้ก่อการไม่สงบ เป็นผู้ก่อการร้าย แต่ด้วยเวิร์ดดิ้ง (Wording) เหล่านี้รัฐบาลไม่อยาก สร้างเงื่อนไขให้ยกระดับขึ้นมาเท่านั้นเอง แต่จริง ๆ พวกนี้คือผู้ก่อการร้าย ในการเข่นฆ่า พี่น้องประชาชนตายไม่รู้กี่พันกี่หมื่นคน บาดเจ็บไม่รู้เท่าไร สูญเสียทรัพย์สินของทางราชการ ไม่รู้เท่าไร แต่ว่าความจำเป็นในเรื่องของการใช้ภาษาจึงยังคงใช้คำว่า ผู้ก่อความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมา พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ ความรุนแรงต่าง ๆ เกิดขึ้นมาไม่ยิ่งหย่อน ไม่หยุดหย่อน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกฝ่ายค้านในปัจจุบันนี้ เดิมทีก็เป็นรัฐบาลในชุดก่อนมาพยายามเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับพรรครัฐบาล ของตัวเอง แต่มันก็คงยังเกิดอยู่เป็นเพราะอะไร บางคนยังตั้งคำถามว่ามันเป็นการต่อสู้ ทางด้านศาสนาหรือเปล่า บางคนก็บอกไม่ใช่ บางคนก็บอกใช่ บางคนก็บอกว่าเขาต้องการ แบ่งแยกดินแดนจริงหรือเปล่า บางคนก็บอกว่าใช่ บางคนก็บอกว่าไม่ใช่ เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นมาถามว่าแนวทางการแก้ปัญหาของ สมช. อย่างนี้ถูกทางไหม ส่วนหนึ่งถูกทาง แต่ความรุนแรงยังคงดำรงอยู่เพราะอะไร บางคนบอกว่าถ้าอย่างนั้นเวลามันเข่นฆ่าประชาชน แล้วหนีไปได้ จับไม่ได้ทุกที ท่าน ส.ส. ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก็พูดเหมือนกับที่เราเข้าใจ แล้วก็เห็นอย่างที่ท่านเห็น เราก็เห็นเหมือนกันว่า การสร้างความรุนแรง สูญเสียทรัพย์สินทางราชการ ชีวิตประชาชนเกิดขึ้นแล้ว ทำไมยังจับไม่ได้สักครั้ง เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะภูมิประเทศหรือ เป็นเพราะประเทศเพื่อนบ้านหรือ เป็นเพราะเทคโนโลยีของเราไม่ทันหรือ เป็นเพราะ กำลังคนเราน้อยหรือ ถ้าเป็นเพราะกำลังคนเราน้อยเราทำไมไม่ระดมทหารลงไปเป็นแสน ๆ คน ปิดล้อมชายแดนภาคใต้ทั้งหมดทางหนีทีไล่ของเขา เหตุการณ์อย่างนั้นทำได้ไหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ที่ให้คำตอบได้ พวก ส.ส. ที่ได้บรรยายอย่างพวกผม เพียงแต่นั่งมองนอกพื้นที่ด้วยตาปริบ ๆ บางครั้งเห็นข่าวมาด้วยความสลดหดหู่ ลูกหลานมา บางทีเราไปร่วมงานศพกับพี่น้อง ลูกหลานเราที่เสียชีวิตมาจากภาคใต้ เห็นญาติพี่น้องเขาร่ำไห้ ลูกหลานเขาบางคนร้อยตำรวจเอก บางคนร้อยโท บางคนร้อยเอก บางคนพันตำรวจโท บางคนเป็นนายอำเภอ ทุกคนที่เสียชีวิตเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศทั้งสิ้น แล้วทำไม ต้องไปสังเวยชีวิตอยู่เคียงปัญหาเหล่านี้ พี่น้องมุสลิมเองพวกผมเข้าใจ พวกผมชาวพุทธ พวกผมเข้าใจว่าชาวมุสลิม ศาสนาอิสลามก็สอนให้คนเป็นคนดี สอนให้คนรักกัน ทำแต่สิ่งที่ดี สวยงาม แล้วบางคนทำไมว่าชาวมุสลิมอยู่กัน ๓-๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำไมมันไม่สงบเสียที คนอีสานชาวพุทธ คนเหนือชาวพุทธ ทำไมไม่เข่นฆ่ากันแบบนั้น ทำไมล่ะครับ เพราะฉะนั้น นี่คือเสียงสะท้อนจากคนภายนอกอย่างพวกผมให้พี่น้องมุสลิมรักกันสิครับ คนที่มาเป็นโจรทั้งหลาย ที่มาเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนท่านทั้งหลายนับถือศาสนาอะไร ถ้านับถือศาสนาอิสลาม หรือศาสนาพุทธก็ตามสอนให้มีเมตตาทั้งสิ้น ถ้าไม่มีเงื่อนไขเรื่องความรุนแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องค้าของเถื่อน เรื่องผู้มีอิทธิพล เงื่อนไขอื่นมันก็น่าจะหมดไป ผมเชื่อว่าเงื่อนไขเหล่านี้ ๓-๔ เงื่อนไขเหล่านี้ สมช. ไม่กล้าพูด เงื่อนไขเรื่องค้ายาเสพติด เงื่อนไขเรื่องค้าของเถื่อน เงื่อนไขเรื่องผู้มีอิทธิพลท่านไม่ได้พูด ไม่ได้พูดในนี้มันก็แก้ไม่ได้ทั้งหมด แต่ว่าที่ทั้งหลาย เป็นเสียงสะท้อนจากผมจากเราชาวอีสานและชาวภาคเหนือให้พี่น้องชาวมุสลิมได้รับทราบว่า เราห่วงใยและเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องมา ๒๐-๓๐ ปี ไม่มีทางได้ยุติลงได้ จึงขอกราบเรียนท่านประธานให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วก็ทาง สมช. ได้พิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เรามีโอกาสพิจารณานโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเราพูดถึงนโยบายของรัฐบาลที่เรานำมาแถลงต่อสภา ถ้าเราเปรียบ นโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภาว่าเป็นนโยบายพี่ นโยบายบริหารและการพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เปรียบเสมือนน้องครับ มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันนะครับ ไม่ใช่วันนี้ครับ แต่ต้องการบันทึกเพื่อให้ใช้กับโอกาสข้างหน้าเพราะอีก ๓ ปีก็ต้องมาเสนอนโยบาย อย่างนี้กันใหม่อีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อให้ในครั้งหน้าเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย ผมคิดว่า นโยบายอย่างนี้ต้องมีรัฐมนตรีทุกกระทรวงครับ ที่เราฟังมาตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้เราจะเห็นว่า เกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง นโยบายอย่างนี้เป็นประโยชน์ครับ ในการแก้ปัญหาอยากเห็น รัฐมนตรีทุกกระทรวงมานั่งฟัง มานั่งช่วยกันชี้แจง และเมื่อสักครู่เราได้ฟังสมาชิกซีกรัฐบาลครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ คุณธานินทร์ ใจสมุทร พูดนี่แม้แต่หน่วยงานของอัยการ หน่วยงาน ของศาลก็ยังมีความจำเป็นต้องมารับฟังด้วยซ้ำไปเพื่อให้การแก้ไขปัญหาได้บรรลุลุล่วง ด้วยความเรียบร้อยครับ
ประการถัดมาครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากนโยบายนี้จะมีความผูกพัน กับชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ข้าราชการทุกกลุ่มทุกอาชีพ ทุกหมู่เหล่าในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ถึง ๓ ปีครับ คือปีนี้ในปี ๒๕๕๕ และปีหน้า ปี ๒๕๕๖ และปีถัดไปในปี ๒๕๕๗ คำถามที่จะถามก่อนครับ ถามว่าก่อนที่ สมช. จะได้เขียนนโยบายเล่มนี้ขึ้นมา ท่านได้ศึกษา ได้ทราบถึงสาเหตุของปัญหาหรือไม่ เพราะท่านใช้ในข้อ ๓ ว่าเงื่อนไขของการใช้ความรุนแรง แต่ท่านไม่ได้เขียนว่าที่มาหรือสาเหตุของปัญหาคืออะไรนะครับ ผมเข้าใจว่าปัญหาก็คือ ในอดีตที่ผ่านมา เราไม่ต้องไปเท้าความครับว่าเป็นรัฐบาลใคร เอาเป็นว่าในอดีตที่ผ่านมานี่ เราดำเนินนโยบายผิดพลาดนะครับ ผิดพลาดจากกรณีที่ ๑ ครับ เราไปยุบ ศอ.บต. กับยุบ พตท. ที่เราเถียงกันครับว่ายุบแล้วดีหรือยุบแล้วไม่ดี ในมุมของพวกผมนะครับ เห็นว่า การยุบ ๒ หน่วยงานนี้ทำให้ขาดหน่วยงานดูแลปัญหา ดูแลพี่น้องประชาชนไปในระยะหนึ่ง ในระดับหนึ่ง
ปัญหาข้อที่ ๒ เราก็เคยพูดกันว่าไม่ต้องการให้มีหน่วยงานพิเศษ อย่าง ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ เพราะถ้ามีอะไรพิเศษก็จะพิเศษไปหมด ในอดีตเราต้องการ ทำให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายปกติเหมือนพื้นที่อื่น แต่เราไม่ได้เข้าใจถึง ความเป็นจริงครับว่าความเป็นจริงใน ๓ จังหวัดมันมีปัญหาที่สลับซับซ้อนพิเศษกว่าพื้นที่อื่น มันเลยจำเป็นต้องมีนโยบายพิเศษครับ
ปัญหาข้อที่ ๓ เราเคยบอกว่าจัดการกับโจรกระจอกให้จบใน ๓ เดือน จนเป็น สาเหตุนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขใหม่ จนนำไปสู่ความรุนแรงในอดีตนะครับ จนถึงปัจจุบัน นี่คือคำถามที่ต้องถาม สมช. ก่อนนะครับ แล้วท่านประธานครับ สาเหตุของปัญหานี้นั้น ที่จะนำมาเขียนเป็นนโยบายหรือนำไปสู่การแก้ไขปัญหาก็ต้องถามต่อว่าจะสามารถนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ หัวใจของการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้คืออะไรครับ คือทำอย่างไรให้บ้านเมืองนี้สงบครับ ถามว่าพวกผมที่เป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเจตนาจะร่วมมือกับรัฐบาลไหม มีเจตนาเป็นอย่างยิ่งครับ เท้าความไปถึง อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณครับ ตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นเคยเชิญพวกผม ส.ส. ซีกพรรคประชาธิปัตย์นี่ละครับ ในฐานะซีกฝ่ายค้าน ไปทานข้าวที่ทำเนียบรัฐบาล แล้วก็แลกเปลี่ยนปัญหาซึ่งกันและกันครับว่าจะนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมไม่ต้องถาม ไม่ต้องตอบครับว่าท่านถามว่าอะไร และท่านร่วมมือ อย่างไร แต่ผมกราบเรียนว่าพวกผมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในขณะนั้นอย่างเต็มที่ครับ เพราะอยากเห็นบ้านเมืองของเราสงบครับ วันนี้ก็เช่นกันครับ ผมก็อยากให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ให้สงบลุล่วงด้วยดีเพื่อประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ใน ๓ จังหวัด และประโยชน์ของทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ที่ไปช่วยราชการอยู่ใน ๓ จังหวัด ทุกคนครับ ท่านประธานครับ การจะทำให้บ้านเมืองสงบนั้นเราก็ต้องตั้งคำถามกันครับว่า บ้านเมืองนี้จะสงบได้อย่างไรครับ
ประการที่ ๑ รัฐบาลชุดนี้ตั้งใจและแน่วแน่จะใช้ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานหลัก ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ใช่หรือไม่ครับ ทำไม ถึงต้องถามคำถามนี้ขึ้นมาครับ เพราะช่วง ๗ เดือนที่ผ่านมาเราได้พบเห็นความลังเล ของรัฐบาลครับ ในขณะที่เราได้พบเห็นความลังเลของรัฐบาลเราก็ไม่ได้โจมตีอะไรครับ เราอยากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาครับ เราเห็นความลังเล ของรัฐบาลในการใช้ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหา เพราะเราเห็นว่า รัฐบาลในขณะนั้นกำลังจะตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ศก.บช. หรือ กบชต. หรือนครรัฐปัตตานี อย่าว่าแต่พวกผมเลยครับที่สับสน ประชาชนในพื้นที่เขาก็สับสน มากกว่าพวกผมด้วยซ้ำไป เพราะชื่อย่อเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดเขาไม่ทราบจริง ๆ ครับ
คำถามที่ ๒ ครับ ถามว่ารัฐบาลชุดนี้แน่วแน่แล้วใช่หรือไม่ที่จะใช้นโยบาย ฉบับที่นำเสนอในวันนี้ในการแก้ไขปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ ปี ก็ทำไมอีกล่ะครับ ถึงต้องตั้งคำถามอย่างนี้
ประการที่ ๑ รัฐบาลนี้สามารถยกเลิกนโยบายเล่มนี้ก่อน ๓ ปีก็ได้ครับ ถึงต้องตั้งคำถามว่าท่านแน่วแน่ใช่ไหมที่จะเดินหน้าด้วยนโยบายเล่มนี้ในกรอบระยะเวลา ๓ ปี
ข้อที่ ๒ เราได้เห็นรัฐบาลลังเลในการเสนอนโยบายนี้ต่อสภา รัฐบาลนี้บริหาร ประเทศชาติมามากกว่า ๗ เดือนแล้ว เพิ่งเห็นนำเสนอฉบับนี้เข้าสู่สภาวันนี้ล่ะครับ ช้าไปมาก ช้าไปบ้างนะครับ ก็เข้าใจว่าเป็นความลังเลไม่รู้จะเอาหน่วยงานไหนไม่รู้จะเอานโยบายอะไร
ประการที่ ๓ ๗ เดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ สำคัญ ๆ มากมายครับ แต่เราก็ไม่ค่อยเห็นรัฐบาลแสดงทีท่า แสดงบทบาท ความเอาจริงเอาจังกับเหตุการณ์กับการแก้ไขปัญหา
ประการที่ ๔ นโยบายของท่านเลขาธิการ ศอ.บต. ศอ.บต. นี้มีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ ศอ.บต. มีเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นเลขาฯ ครับ เราเห็นเลขาธิการ ศอ.บต. ติดป้ายตามสี่แยกใหญ่ ๆ นะครับ ใครผ่านไปผ่านมาขับรถใน ๓ จังหวัดก็จะเห็นป้ายนี้ ใช้นโยบายว่า ความเป็นธรรมนำการเมือง แต่วันนี้ท่านได้นำนโยบายเล่มนี้มาเสนอต่อสภา ตามหน้า ๘ ข้อ ๒ ท่านใช้คำว่า ดำรงนโยบายการเมืองนำการทหาร ๒ อย่างนี้ ย่อมมีความหมายแตกต่างและมีนัยไม่เหมือนกันครับ
ประการสุดท้าย ลดความลังเลของรัฐบาลที่นำเสนอการเข้าสู่สภาช้ามา ๗ เดือนนี้นะครับ ทำให้สถิติการก่อเหตุร้ายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มขึ้นสูงมากครับ ๗ เดือนที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ ใน ๗ เดือนการก่อเหตุร้ายสูงกว่าในอดีต ๖ เดือน มีต่ำกว่าอดีตเพียงเดือนเดียวครับ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ เกิดเหตุ ๔๘ ครั้ง พอมาปี ๒๕๕๔ เพิ่มเท่าตัว ๙๐ ครับ เดือนกันยายน ๖๐ ครั้ง เพิ่มมาเป็น ๖๗ ครั้ง เดือนตุลาคม ๘๒ ครั้ง เพิ่มมาเป็น ๙๑ ครั้ง เดือนพฤศจิกายน ๓๒ ครั้ง เพิ่มมาเป็น ๕๗ ครั้ง เดือนธันวาคม ๔๖ ครั้ง ขึ้นมาเป็น ๘๑ ครั้ง เดือนมกราคม ปีใหม่ ๖๒ ครั้ง ลดลง ๕๕ ครั้ง เพราะไปเที่ยว ปีใหม่กันครับ พอมาเดือนกุมภาพันธ์ ๕๒ ครั้ง ขึ้นมาเป็น ๗๔ ครั้ง ๗ เดือนครับ สถิติเพิ่มขึ้น ๑๓๓ ครั้ง เพิ่มขึ้น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หัวใจในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้คืออะไรครับ คือทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบครับ บ้านเมืองนี้จะสงบได้ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานในแนวคิดผมนะครับ ด้วยหลัก ๔ ประการ
ประการที่ ๑ ต้องมีความรักต่อประชาชนครับ
ประการที่ ๒ ต้องให้ความดูแลและคุ้มครองประชาชนได้ครับ
ประการที่ ๓ ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ได้ครับ
ประการที่ ๔ ต้องไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่
นี่คือหลัก ๔ ประการที่ผมคิดเอง อาจจะถูกก็ได้ อาจจะผิดก็ได้ ท่านอาจจะ ไม่เห็นตรงกับผมก็ย่อมได้ครับ ไม่ใช่ปัญหาครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมพูดถึงหลัก ๔ ประการ เพราะผมดูจากของเล็ก ๆ น้อย ๆ บางครั้งเราก็ไม่สามารถดูแลประชาชนได้ครับ ผมจะยกตัวอย่างของจริงให้กับท่านประธาน ได้เห็นครับ ใช้เวลาไม่มากครับ ที่ซ้ำกับเพื่อนพูดผมตัดออกหมดแล้วครับ
ประการที่ ๑ เรื่องการส่งเสริมอาชีพครับ เรื่องปากท้องของประชาชน ผมยกตัวอย่างแค่ ๒ เรื่องครับ เรื่องโครงการการเลี้ยงแพะ ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมพ่อแม่ พี่น้องประชาชนที่ท่าสาป โครงการนี้เป็นโครงการที่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ไม่ได้ พูดเอาความดีใส่ตัวนะครับ พูดเพราะเป็นความจริงครับ ท่านสุเทพลงไปทำงานเรื่องนี้ครับ แล้วผมก็มีโอกาสเข้าไปหลายครั้ง ผมเห็นทั้งหมู่บ้านเลยครับ ทุกบ้านติดป้ายเป็นสมาชิก กลุ่มเลี้ยงแพะครับ แต่ผมไม่เห็น หลังจากนั้นมาเราก็ยุบสภาครับ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ เราก็เลยไม่ได้เขียนนโยบายฉบับนี้ขึ้นมาในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะอยากเห็น รัฐบาลชุดใหม่มาเขียนนะครับ แต่หลังจากนั้นมาเราก็ไม่เห็นมีการต่อยอดของการเลี้ยงแพะ ให้กับประชาชน อย่างนี้ผมคิดว่าเรามีความจำเป็นต้องไปต่อยอดให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน
อย่างที่ ๒ ส้มแขกครับ เป็นผลไม้ เป็นพืชเฉพาะตัวของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เขาทำกันทั้งหมู่บ้านครับ เก็บส้มแขกก็ไปเก็บกัน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็ไปเก็บ เก็บแล้วก็เอามาขาย มีชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านนี้ ก็มานั่งหั่นส้มแขก ผมเดินเข้าไปเยี่ยมทุกครั้งประชาชนร้องขอครับ ให้หน่วยงานของรัฐ ช่วยไปทำวิจัยหน่อยครับว่าเรื่องส้มแขกนี้ทำประโยชน์ต่อเนื่องได้อะไรบ้างครับ แล้วจะมี เงินสนับสนุนอะไรให้เขาได้ทำเรื่องต่อยอดอย่างนี้ขึ้นไปได้บ้างครับ แต่เราก็ไม่ได้ทำ ใช้งบประมาณไม่มากครับ ในขณะเมื่อวานนี้ครับ ศอ.บต. ครับ เมื่อวานนี้ผมเรียกร้องให้ ท่านเลขาธิการ ศอ.บต. มานั่งฟัง ท่านก็ส่งท่านรองเลขาธิการมา เมื่อวานนี้ ศอ.บต. ผมดูตามข่าวนะครับ ศอ.บต. ก็แถลงข่าวว่าได้ทำโครงการร่วมกับธนาคารอิสลามปล่อยกู้ให้กับ ร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ถามว่าดีไหมครับ ตอบว่าดีครับ เพราะประชาชนกลุ่มนั้น ก็เป็นคนไทยครับ แต่คนที่อยู่ในพื้นที่บ้านเราไม่ได้ทิ้งถิ่นฐานไปที่ไหนครับ เรามีโครงการอย่างนี้ ให้กับเขาบ้างไหมครับ หลายคนครับเขาร้องว่าเขาไปติดต่อขอกู้เงินที่ธนาคารอิสลาม ที่จังหวัดยะลาก็ไม่ได้รับการสนับสนุนนะครับ แต่ในขณะมุมกลับกันเราก็ไปทำ เราอย่าหวังว่า การสร้างข่าวจะเป็นประโยชน์กับการแก้ไขปัญหามากเกินไปครับ เราต้องสร้างความจริง ให้ปรากฏ เราถึงจะแก้ไขปัญหาได้ครับ
ประการที่ ๒ เรื่องถนนหนทาง คูระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา น้ำท่วม เป็นสิ่งจำเป็นทั้งสิ้นครับ เอาใจกลางจังหวัดยะลาเลยครับ ที่ตลาดสดเทศบาล ตลาดสดรถไฟ ในจังหวัดยะลา ถนนหนทางในตลาดเป็นหลุมเป็นบ่อครับ เทศบาลนครยะลาก็ไม่ได้ไปทำครับ อบจ. ก็ไม่ได้ไปทำครับ อย่างนี้ชาวบ้านเขาเดินผ่านไปเขาเห็นตำตาครับ ประชาชนไปจับจ่าย ใช้สอย พ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของมาจากทุกหมู่บ้านครับ ในตำบล ในอำเภอในจังหวัดยะลา แต่ถนนหนทางในตลาดเวลาฝนตกมา ถนนก็แฉะครับ เวลาฝนตกหนักน้ำก็ท่วมในตลาดครับ ท่วมที่ถนนนั่นละครับ แต่โชคดีครับ เราได้งบแปรญัตติปี ๒๕๕๕ ไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะไปแก้ไขปัญหานี้ แต่จะได้ทั่วถึงหรือเปล่ายังไม่ทราบครับ วันนี้ก็รอเงิน ของงบประมาณในการแปรญัตติเพื่อไปแก้ไขปัญหาถนนในตลาดรถไฟ ท่านประธานครับ ที่ตำบลสะเตงนอกติดกับตัวเทศบาลนคร มีประชาชนทั้งตำบลอยู่ด้วยกันไม่น้อยกว่า ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คน มีประชากรแฝงอีก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน ในตำบลนี้นะครับ ถนนหนทางเป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนหนทางตามตรอกตามซอยลำบาก เป็นดินลูกรัง ขาดงบประมาณในการซ่อมแซม ขาดงบประมาณในการก่อสร้าง คูระบายน้ำก็ไม่มี ไฟฟ้า ก็มืดมนครับ เวลากลางคืน ฝนตกทุกที ถนนแฉะทุกที ฝนตกตอนเช้าน้ำท่วมตอนบ่าย ฝนตกตอนบ่ายน้ำท่วมตอนกลางคืน ฝนตกตอนกลางคืนน้ำท่วมตอนหัวรุ่ง อย่างนี้เราจะไปแก้ไขปัญหาให้เขาอย่างไรครับ เวลาชาวบ้านไปร้องขอก็บอกว่าไม่มี งบประมาณครับ แต่อีกไม่กี่วันนี้ละครับ พรุ่งนี้ละครับ วันที่ ๓๐ รัฐบาลชุดนี้ละครับ ไปจัดมวยที่จังหวัดยะลา ผมก็ไม่ทราบจริงหรือไม่จริงครับ มีคนมาบอกผมว่าใช้งบประมาณไป ๑๓ ล้านบาทครับ ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาร้องขอถนนมาก็ไม่ทำ เวลาจัดมวยเลยเอา งบประมาณไปตั้ง ๑๓ ล้านบาท เอางบประมาณมาจากไหนครับ ช่วยชี้แจงด้วยครับ งบประมาณจัดมวย ผมไม่เคยเห็นผ่านตาสภาเลยครับ ไม่เคยมีโครงการงบประมาณจัดมวย ผ่านสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ อย่างนี้เราต้องแก้ไขครับ
ประการที่ ๓ เรื่องความเป็นธรรมเป็นประการสุดท้าย เรื่องความยุติธรรม ผมคิดว่าคนพูดมาเยอะ แต่ผมเข้าใจว่าเรื่องความเป็นธรรมไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานความมั่นคงครับ ที่จะสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชน ผมคิดว่าทุกหน่วยงานมีโอกาสที่จะสร้าง ความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชน ทุกหน่วยงานเราอย่าใช้คำว่า ควร เลยครับ เราต้องพูดว่า ทุกหน่วยงานต้องสร้างความเป็นธรรมและความยุติธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ ความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นจากอะไรครับ เกิดจากผู้บังคับใช้กฎหมาย ขาดความเป็นธรรมครับ พอขาดความเป็นธรรมก็ไปบังคับใช้กฎหมายออกมาแบบไม่เป็นธรรมครับ พอบังคับใช้กฎหมายออกมาแบบไม่เป็นธรรมก็เป็นเงื่อนไขให้กับประชาชนในพื้นที่ ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ ๒ ข้อแค่นั้นเองครับ
ประการที่ ๑ หน่วยงานของเทศบาลไปรื้อครับ รื้อตลาดหนึ่ง ตลาดเสรีครับ ที่จังหวัดยะลา มีแม่ค้าอยู่ร่วม ๑๐๐ ราย แม่ค้าร่วม ๑๐๐ ราย ทั้งหมดนี้เป็นคนมุสลิมครับ ชาวบ้านเขาก็บอกว่าทำไมไม่ไปฟ้องศาลละครับ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายครับ ไปฟ้องศาลขับไล่สิครับ ถ้าศาลสั่งให้ออก เขาก็ออกโดยดี เมื่อเทศบาลไม่ได้ไปฟ้องศาล ใช้ศาลขับไล่ เขาก็ไปแจ้งความกับตำรวจ ตำรวจก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรครับ พอไม่ได้ ดำเนินการอะไร เขาก็ไปร้องกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่ได้ทำอะไรครับ ในขณะอีกมุมหนึ่งมีร้านค้าผู้ทรงอิทธิพลบางร้าน เขาก็เอาเต็นท์มากางขายอยู่บนท้องถนนครับ ที่ประชาชนสัญจรไปมา แล้วก็ใกล้กับตลาดครับ เขาเห็น ๒ มาตรฐานกันแบบชัดเจนเกินไปครับ อย่างนี้ความยุติธรรม ความเป็นธรรมเกิดไม่ได้ครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ หมู่ที่ ๔ ตำบลหน้าถ้ำ หมู่บ้านนี้ เป็นไทยพุทธ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ก็มีนายทุนจะไปสร้างโรงไฟฟ้าครับ เขาก็ไปขออนุญาต จากทาง อบต. ประชาชนทั้งหมู่บ้านเขาติดป้ายหน้าบ้าน ติดป้ายทุกบ้านเลยครับว่าไม่รับ โรงไฟฟ้า เขาก็ทำหนังสือไปประท้วงกับ อบต. หน้าถ้ำ อบต. กับท่านนายอำเภอก็จัดประชุม ชี้แจงทำความเข้าใจ หาข้อยุติไม่ได้ครับ นายอำเภอก็ปิดประชุมครับ วันนี้นายอำเภอท่านนี้ ก็ย้ายไปแล้วครับ ไปอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่แล้วครับ ชาวบ้านก็เข้าใจว่าจะมีการมาประชุม ชี้แจงในโอกาสต่อไป ปรากฏว่ารอไปรอมาไม่มีครับ พอไม่มีทาง อบต. เขาก็ทำหนังสือว่า ไม่อนุญาตให้ทำการก่อสร้าง กลุ่มนายทุนก็ไปร้องต่อคณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับจังหวัดเขาก็ตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมาเป็นประธาน ตั้งอัยการจังหวัด ตั้งโยธาธิการจังหวัด ตั้งตัวแทนตำรวจ ตัวแทนที่ดิน ตั้งจ่าจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด ประธานหอการค้าจังหวัด ประธานมูลนิธิ ตั้งกรรมการชุดนี้ขึ้นมาครับ แทนที่กรรมการชุดนี้จะลงไปรับรู้ปัญหาของประชาชน ก็กลับไปพบกับนายทุน แล้วหลังจากกลับมาก็มีคำสั่งให้ อบต. ออกหนังสืออนุญาตให้เขา ประชาชนเขาก็มาร้องผมครับ เขาบอกว่าคน ๒๐๐-๓๐๐ คนที่ร้องคัดค้าน สู้กรรมการ ๙ คน ไม่ได้ครับ อย่างนี้ความยุติธรรมจะเอาไว้ตรงไหนละครับ เท่าที่ผมรับฟังมาและเท่าที่ ประสบพบมา ผมคิดว่าปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ชาวบ้านขาดเวทีในการสะท้อน ปัญหา ในขณะที่ข้าราชการก็ยังใช้ช่องว่างกฎหมายครับ แล้วก็ตีความกฎหมายเข้าข้าง กลุ่มผลประโยชน์มากกว่าอยู่ข้างพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่คำนึงและไม่เข้าใจถึงสภาพปัญหา ที่แท้จริงของประชาชนครับ ท่านอาจจะทำถูกกฎหมายครับ แต่ประชาชนเห็นว่าไม่ตรงกับ ความเป็นจริงครับ แล้วก็ขาดซึ่งความยุติธรรม ผมคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหาได้ ผมขอย้ำว่า เราต้องรักประชาชนครับ ว่าเราต้องเข้าใจและเอาใจใส่ต่อปัญหาของประชาชนครับ และเรา ก็ต้องแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนได้ครับ และเราก็ต้องไม่สร้าง เงื่อนไขใหม่ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ นโยบายที่ดีครับ ต้องทำให้เกิดพลวัต ในการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริงถึงเรียกว่านโยบายที่ดีครับ และต้องปฏิบัติ ให้เป็นไปตามที่ท่านได้นำเสนอต่อสภาครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านณรงค์อยู่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานครับ ทางนี้ครับ ผมจะมีโอกาสได้พูดไหมครับ
เดี๋ยวนะ ท่านณรงค์นะ มีอะไรปรึกษาหรือครับ
ผมจะมีโอกาสได้พูดไหมครับ ท่านประธานครับ ผมเตรียมมาก็ครึ่งชั่วโมง ช่วงนี้ก็เขาไม่ให้พูดแล้วนี่ ทีนี้ท่านประธาน จะให้ผมพูดไหมครับ พอฟังไปแล้วสงสัยมากขึ้นเยอะเลยครับ สงสัยมากว่าทำไมท่านมีปัญหา จริง ๆ นะครับ อยากจะพูดสัก ๕ นาที จะมีโอกาสไหมครับ
เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนครับ
ครับ ขอบคุณครับ
คือถึงคิวท่านแล้วท่านไม่อยู่นะครับ แล้วก็ได้ตรวจดูแล้วของท่านก็ไม่อยู่ก็ไม่ได้อ่านชื่อท่าน เดี๋ยวใจเย็น ๆ นะครับ เดี๋ยวผ่านสักท่าน ๒ ท่าน เดี๋ยวค่อยพูดนะครับ เพราะว่าท่านวิเชียร เพิ่งพูดไปเมื่อครู่ เชิญท่านณรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องชื่นชมทาง สมช. ที่ได้นำบอกว่าเป็นนโยบาย ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นนโยบายมากน้อยแค่ไหนนะครับ แต่ว่าเขียนตรงนี้ว่าเป็นนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมีผล ในการที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางหรือเป็นไกด์ไลน์ (Guideline) ในการบริหาร ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ซึ่งบัดนี้ก็ได้ล่วงเลยระยะเวลาถึง ๖-๗ เดือนเข้าไปแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่เบื้องต้นผมขอชื่นชม เนื่องจากว่าแนวคิดที่เขียนในที่นี่ มีหลายส่วนที่เป็นผลดีที่เริ่มพอจะมองเห็นแสงสว่างอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดแจ้งนะครับ ผมคิดว่ายังคงอยู่ปลายอุโมงค์อยู่ดีนะครับ ท่านครับ นโยบายนี้ได้บอกไว้ว่า ในบทนำนะครับ การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายระดับชาติ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เมื่อเป็นระดับชาติแล้วท่านจะต้องปฏิบัติ การบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ต่อไปนี้ จากวันนี้ไปจากการที่แถลงต่อสภาแห่งนี้แล้วจะต้องเป็นไปตามนี้ ผมอยากจะถามว่าถ้าไม่เป็นไปตามนี้ท่านจะว่าอย่างไร รัฐบาลชุดนี้จะว่าอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะว่าอย่างไร กล้าพนันไหม เพราะบอกว่าเป็นนโยบายแห่งชาติ ซึ่งมันซ้อนกับ นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา แต่ผมก็ให้ความสำคัญ เพราะผมถือว่านโยบายนี้เขียนภายใต้นโยบายหลักที่ให้ไว้ แต่แนวทางในการเขียน ถ้าเปรียบเทียบแล้วจะไม่เหมือนแนวทางการเขียนในเชิงนโยบายเลย ผมถือว่าเป็นการเล่า เป็นเชิงบอกเล่า บอกปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ ผมตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ท่านครับ นโยบายนี้ยังบอกว่าเนื้อหาของนโยบายต้องครอบคลุมอย่างน้อยในด้านการพัฒนา และความมั่นคง แต่ครอบคลุมได้อย่างไรละครับ ไม่ได้บอกถึงเลยว่าจะพัฒนากันอย่างไร ภายใต้การดูแลของ สมช. ภายใต้การดูแลของ ศอ.บต. แต่ว่าข้างหน้าจะเป็นอะไรยังไม่ทราบนะครับ ตอนนี้เป็น ศอ.บต. อยู่ ท่านจะบริหารอย่างไร ๕ จังหวัดภาคใต้ถือว่าแยกส่วนไปแล้ว เป็นลักษณะพิเศษเพราะมีนโยบายพิเศษออกมา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะครอบคลุมตรงไหน จะพัฒนากันอย่างไร ผมถือว่านโยบายนี้ไม่ครบทุกด้าน และไม่สามารถที่จะบรรลุถึง เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้ หรือว่าท่านหวังไว้แค่ว่าเขียนมาเพื่อให้หลุดพ้น จากการที่ต้องถูกถามว่า มาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. นั้นจำเป็นที่จะต้องนำนโยบายมาให้ รัฐมนตรีพิจารณา แล้วก็นำมาสู่สภาเพื่อให้สภารับทราบเท่านั้น นี่เป็นประเด็นสำคัญนะครับ ท่านครับ ท่านยังบอกว่ากระบวนการจัดทำนี้นำความคิดของประชาชนทุกส่วน และสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ได้มาซึ่งนโยบาย ที่มาจากความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่แน่ใจ เป็นไปตามนั้นทั้งหมดหรือเปล่า เพราะว่าผมก็อยู่ในพื้นที่ตลอดไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ การทำประชาคมหรือประชาพิจารณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ไม่เห็นมีของ ศอ.บต. โดยเฉพาะ แบบสอบถามผมก็ไม่เคยเห็น ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเชื่อว่า ส.ส. อีกหลายท่านในทีนี้คงจะยืนยันได้ว่าเราไม่เคยได้ยิน อยู่ ๆ วันนี้มีนโยบายเกิดขึ้นมา แทนที่จะถามประชาชนก่อนว่าการจะออกนโยบายนี้มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ควรจะเพิ่ม ควรจะเติมอย่างไรบ้าง แต่ท่านกลับไม่ อยู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา เกิดขึ้นมาเหมือนกับเกิดขึ้นมาเงียบ ๆ โดยไม่ได้ไปที่โรงพยาบาลเลยนะครับ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ
ต่อไป ท่านเขียนว่าการจัดทำนโยบายดังกล่าวสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ครอบคลุม อันนี้ก็ไม่น่าจะ ถูกต้องทีเดียวนะครับจากที่ผมพูดถึง ท่านครับ เมื่อเขียนไม่ครอบคลุมถึงแล้วเรามาพิจารณา เรื่องเป้าหมายในเบื้องต้นของบทนำนะครับ บทนำนี้หน้า ๒ เขาบอกนโยบายฉบับนี้ได้ให้ ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้าควบคู่ไปกับปัญหาที่เป็นปรากฏการณ์โดยมุ่งขจัด เงื่อนไขของการใช้ความรุนแรงทุกระดับด้วยกระบวนการที่มีส่วนร่วมทุกฝ่ายและสร้าง สภาวะแวดล้อมที่พร้อมและเอื้อต่อการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยการกระจาย อำนาจที่เหมาะสมต่อการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความหลากหลายในความเป็นพหุสังคม ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายก็มีอยู่แค่นี้ นโยบายนี้นะครับ จะนำความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นอยู่มาโดยเฉพาะที่หลัก ๆ ปัญหาที่รุนแรงก็ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ มาถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าแม้แต่เป้าหมายตรงนี้ก็ยังคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงแล้ว ท่านไม่มีเป้าหมายเลยที่ว่าจะให้การปกครองการบริหารใน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นให้ประชาชนอยู่ดีกินดีภายใต้นโยบายที่ท่านรับจากนโยบายส่วนกลางไปแล้ว ไปดำเนินการต่อไป เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีหลุดพ้นจากความยากจน หลุดพ้นจาก ความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็หันกลับมาพัฒนาประเทศชาติ สังคม เพื่อให้อยู่อย่างสันติสุข ต่อไป ไม่มี นะครับ บอกว่าให้หลุดความรุนแรงหมายความว่าถ้าหากวันไหนสังคมในภาคใต้ ไม่มีความรุนแรง ความรุนแรงใด ๆ ไม่เกิดขึ้นท่านก็พอใจแล้วใช่ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่ประชาชน จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ก็ไม่แปลกอะไรที่ผ่านมานะครับ ถ้าแนวคิดอย่างนี้ถึงการแก้ไขที่ผ่านมา ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดมา เป็นการแก้ไขที่มีแต่จะสร้าง ความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นทวีคูณ จาก ๑ เป็น ๑๐ จาก ๑๐ เป็น ๑๐๐ จนทุกวันนี้ถึงจะรู้ว่า ปัญหามากน้อยแค่ไหน นำไปสู่คนตาย ล้มตาย ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุ สามเณร โต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนา เด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ วันนี้ขยายมากขึ้น นี่คือความผิดพลาดในอดีต ท่านครับ ปัญหาเหล่านี้ ท่านยังบรรยายถึงสถานการณ์ในภาพรวมนี้ ในภาพรวมนี้จะยิ่งชัดเจนเลย ท่านได้บรรยายว่าอย่างไรครับ สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเคลื่อนไหว และเปลี่ยนแปลงมาโดยต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพ ดูให้ดีครับ ประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ในแต่ละห้วงเวลา และมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่และปัจจัย ที่มาจากภายนอก เบื้องต้นนะครับ เห็นไหมครับท่าน ท่านบอกว่าเกิดขึ้นจากความเกี่ยวข้อง กับประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบาย ทำไมล่ะท่านไม่ยอมรับตรง ๆ ว่าที่ผ่านมา เราใช้นโยบายที่ผิดพลาด ใช้กำปั้นทุบดิน ไม่ว่าจะเป็นอดีตในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็แล้วแต่ หรือว่าใกล้ ๆ ที่มานี้คือ กรณีกรือเซะ กรณีตากใบ กรณีการตัดสินใจ เยาวชน ที่หลาย ๆ ที่ในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่อำเภอกรงปีนัง ที่บัวทอง ที่อำเภอธารโต ที่อำเภอบันนังสตา ที่ตำบลบาเจาะ หรือไม่ที่ธารคีรี ที่อำเภอสะบ้าย้อย เยาวชน ต้องตายไปหมดครับ ท่านผิดพลาดหรือไม่ คนที่ถูกยิงยังไม่ตายลากขาไปขอความช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่มาเห็นก็ยิงซ้ำให้ตายเพื่อสะดวกในการที่จะดำเนินการ ไม่ต้องมีพยาน ไม่ต้องไปบอกเล่าว่าอะไรที่เกิดขึ้น ทำไมเราไม่หาความจริงออกมาล่ะ ปล่อยเหตุการณ์ไปได้ ทำไมไม่หาความจริง เอาคนเหล่านี้ ไปสอบถามหาความจริงว่าอะไรเกิดขึ้น ทำไมพวกคุณต้องมาเป็นอย่างนี้ ใครเป็นคนสอนคุณ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ไม่พูด นโยบายนี้ก็บอกเล่าเหตุการณ์ แต่ก็ไม่ได้บอกละเอียดว่า เป็นอย่างไร แล้วก็เป้าหมายของนโยบายนี้ก็คือบอกว่าไม่ยอมรับว่าเป็นการผิดพลาด เมื่อไม่ได้ยอมรับว่าเป็นการผิดพลาดในเชิงนโยบายที่ผ่านมาแล้ว ผมถึงบอกว่านโยบายนี้ จะเอาจริงหรือเปล่า เมื่อท่านไม่กล้าพูดความจริง ท่านไม่กล้าพูดความจริง แล้วบอกความจริง แล้วท่านจะเอาจริงหรือเปล่า ต่อไปครับ อย่างไรก็ตามท่านประธานความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันถือว่าเป็นสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ในระยะที่ผ่านมา ภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ก็ได้มีความพยายามจะดำเนินการแก้ไขตามกรอบนโยบายมาแล้ว หลายฉบับ เหตุการณ์ที่ผ่านมาปี ๒๕๔๗ ทำไมท่านไม่เขียนตั้งแต่ปีอะไรที่เกิดระเบิด ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ปี ๒๕๔๔ ใช่ไหมละครับ ท่านมาเขียนตอนนี้ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๗ การปล้นปืนที่ค่ายทหารพัฒนาที่ปิเหล็ง ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งปลายแล้ว ก่อนนั้นมีอีกเยอะ วันที่ ๗ มีการถล่มอาวุธต่าง ๆ นานากับโรงพักแห่งหนึ่ง สถานีตำรวจภูธร ตำบลอัยเยอร์เวง ยิงกันเป็นพัน ๆ นัดคืนนั้นแต่ไม่มีคนตายหรอกครับ โชคดีไม่มีคนตาย ยิงปืนใหญ่เข้าไปในโรงพัก ๖ ลูก ปืนใหญ่ก็คือเอ็ม ๗๙ แต่เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธร ตำบลอัยเยอร์เวง เราโชคดีมากไม่ตาย อายุยืน ผมต้องขอขอบคุณด้วย ขอขอบคุณพระเจ้า ที่คุ้มครองชีวิตเจ้าหน้าที่ของเรา แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การทำนโยบาย ที่ผิดพลาด แล้วก็มาเล่าเหตุการณ์ เล่าเหตุการณ์ก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมดอีกต่างหาก การใช้ นโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลสมัยนั้นจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าน้อยเนื้อต่ำใจนะครับ เหตุการณ์อย่างนี้สร้างความผิดพลาด แล้วเราต้องก็ยอมรับก่อนในเชิงของการศึกษา ถึงจะสามารถหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ถึงจะให้อภัยกันได้ ประชาชนจะให้อภัยได้นะครับ แต่ในข้อเขียนหน้า ๓ นี้ท่านยังเขียนเพิ่มเติมอีก ผมดูแล้วเศร้า ท่านบอกว่าความบาดหมาง ของคนต่างศาสนารุนแรงขึ้น ท่านกลับไปไหมครับ กลับไปก่อนไหมว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น ใครเป็นคนทำ ใครสร้างความรุนแรง ผมเกิดในท่ามกลางที่มีพี่น้องที่หลากหลาย มีพี่น้องคนจีน คนไทยพุทธ ตำรวจ ทหาร เต็มไปหมดเลย บ้านผมมีนอนเต็มไปหมดเลยในหมู่บ้าน ไม่เห็นจะมีขัดแย้งอะไรเลย แล้วใครล่ะ ใครมาสร้างความขัดแย้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นการปล่อยปละละเลยในอดีตที่ผ่านมา แล้ววันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่ายังมีพลังมวลชนอีกมากมาย ที่พยายามออกนอกกรอบที่ท่านได้เขียนไว้ กรอบที่ว่านี้ก็คือกรอบที่จะทำอย่างไรที่จะให้ คนเข้าใจ อยู่อย่างเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แต่ก็ยังมีหน่วยงานกลุ่มบางกลุ่มซึ่งมีทั้งคนที่ อดีตมานะครับ อดีต ๆ แล้ววันนี้ก็ยังเป็นอดีต แล้วคนที่มีสีมาในอดีต เพียงแต่ตอนนี้ เป็นอดีตแล้วบางคน ก็ยังอยู่ในวังวนเหล่านี้ท่านก็ทราบดี สมช. คิดว่าก็คงทราบดี ถ้าหน่วยงานของท่านไม่ทราบเหล่านี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรละครับ ท่านต้องทราบ ผมเชื่อว่า ท่านต้องทราบ แต่ท่านเองก็ไม่กล้าพูด ส่วนพวกผมประชาชนในพื้นที่คงพูดได้ในสิ่งที่พูดได้ และยังมีอีกเยอะในสิ่งที่พูดไม่ได้ ในสิ่งที่ไม่กล้าที่จะพูด ไม่กล้าที่จะเอ่ยปาก เพราะว่าสิ่งนั้น คือสิ่งที่เขาเรียกว่าถูกกฎหมายปิดปาก กฎหมายนั้นก็คือกฎหมายเขาเรียกว่าศาลเตี้ยนะครับ
ท่านครับ ต่อไปท่านจะให้ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ จากนอกประเทศนะครับ แต่ท่านเขียนว่าปัญหานี้อาจจะแทรกแซงจากภายนอกประเทศ อันนี้ก็สร้างความขัดแย้งให้กับเพื่อนบ้านของเราอีกนะครับ ต่างประเทศเราไปแตะทำไมละครับ เรากำลังแสวงหาความร่วมมือในฐานะที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศประชาคมอาเซียน ผมเป็นประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-มาเลเซีย ผมพยายามประสานหน่วยงานต่าง ๆ แม้แต่ที่ผ่านมาภายในเดือนนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้เดินทาง มาร่วมงาน เราก็มีการต้อนรับ ผมเอง ดอกเตอร์พีรยศ ส.ส. นาถยาก็ต้อนรับ เพื่อสร้างความใกล้ชิดแสวงหาความร่วมมือ ในอดีตเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ประเทศมาเลเซียให้ความช่วยเหลือกับเรา ประเทศเพื่อนบ้าน ให้ความช่วยเหลือ ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนของเราเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะ แก้ปัญหา แต่วันนี้ในบริบทเบื้องต้นท่านได้เขียนมาอย่างนี้ผมไม่แน่ใจนะครับท่านคิดอย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่พูดมาวันนี้ท่านจะแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ผม อยากจะเรียนว่า นี่คือต้นเหตุและต้นตอของปัญหาส่วนหนึ่งที่ท่านพูดตรงนี้ในนี้โดยยึดหลัก ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ผมจะเรียนว่าเบื้องต้นท่านเข้าใจแค่ไหน เข้าใจหรือแกล้งทำเข้าใจทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่เข้าใจ สิ่งนี้น่าคิด ผมจะ ยกตัวอย่าง อันนี้สมัยท่านความมั่นคงอยู่ที่ท่าน รัฐบาลนายกรัฐมนตรีนี้ รองนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันนี้ กรณียิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี คิดว่าท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ปิยะ คงทราบแล้วอยู่ตรงใกล้ ๆ เพราะอยู่ใกล้ ๆ มอ. ไม่ไกลจาก มอ. พอยิงวันนี้คืนนี้ พรุ่งนี้ออกมาสัมภาษณ์เลย คนที่ถูกยิงนั้นเป็นผู้ร้าย มีอาวุธเรียบร้อย แล้วก็ยิงเข้ามา ยิงเข้ามา เรายิงตอบโต้ ท่านได้รายงานเท่านั้นเอง แทนที่จะบอกว่าเรื่องนี้ในอดีตข้าราชการรัฐบาล ในอดีตนั้นเขาบอกว่าผมยังไม่ได้รับรายงาน จะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบต้องรอเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง นี่ท่านออกมาทันทีเลย ออกมาสวนเลย นี่หรือเข้าใจ เหตุการณ์จริง ๆ ที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เข้าใจท่านออกมาพูดแล้ว อันนี้ผมอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ว่าต่อไปถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้น คงไม่มีการผิดพลาดอย่างนี้อีก ไม่อยากให้รัฐบาลหรือผู้รับผิดชอบบ้านเมืองต้องผิดพลาดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนก่อให้เกิดปัญหาจนไม่รู้จักจบ ชาวบ้านเขาเสียใจครับ เสียใจ คนจะไปละหมาดไม่มีอาวุธหรอกครับ เขาละหมาดทุกเวลา เขาพูดอะไร สวดมนต์เรื่องอะไร ท่านทราบไหม ฮัลฮัมดูลิลลาฮิรอบบิลอารามีน มวลสรรเสริญเป็นสิทธิของพระเจ้าแต่ผู้เดียว เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขาขอพรต่อพระเจ้า ขอพรต่อพระเจ้า แต่ท่านก็ไม่เข้าใจ ท่านสวนอย่างนี้เป็นเหตุให้เราต้องสูญเสียคนบริสุทธิ์มากมาย แต่นี่ไม่ใช่วันนี้นะครับ อดีตที่ผ่านมาก็มากมาย ที่ตายไป ๕,๐๐๐ กว่าคน หลายคนที่ถูกกราดยิงในมัสยิด ไม่ว่า จะเป็นที่มัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอร์ปาแย มัสยิดที่ยะหา เยาวชนที่บ้านทำนบ บันนังสตา หรือที่อื่น รถมายิงกราดเข้าไป รถมายิงกราดเข้าไปในมัสยิด ถามว่าคนในมัสยิดมีอาวุธหรือครับ นอกจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นลูกน้องของท่านนั้นละพกอาวุธเข้าไป
ท่านทนายณรงค์ครับ ขอความกรุณาสรุปนิดหนึ่ง เพราะว่ายังมีอาจารย์รัชดา แล้วก็ พลตำรวจตรี สุรินทร์ท่านรอตั้งแต่บ่ายโมงแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมจะพยายามสรุป ผมก็รอ ตั้งแต่เมื่อวานครับ ท่านประธานครับ
ท่านไปนั่งทานข้าวก่อนก็ได้ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ตั้งแต่บ่ายโมง
ผมก็จะพยายามสรุปนะครับ
เชิญครับ
เพราะว่าผมรอตั้งแต่เมื่อคืน ผมอยู่ดึกเกือบเที่ยงคืน ผมรอ ถ้าวันนี้จะให้ผมพูดนิดเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ผมเสียดายนะครับ อย่างน้อยผมก็ได้มี โอกาสเสวนากับท่านผู้ที่จะดูแลความรับผิดชอบ ดูแลคนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นระยะเวลาถึง ๓ ปีกว่าจะมาพูดอีก ถ้าท่านสัญญาว่านโนบายนี้จะไปแก้แล้วจะกลับมาพูดใหม่ ผมจะหยุดเดี๋ยวนี้เลย ได้ไหมครับ ท่านครับ ความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงนั้น ผมคิดว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องพูดถึงในอดีตบ้าง อย่างน้อยเราจะได้รู้เรื่องของอดีต เพื่อท่านจะได้กำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่าผมนั้นพยายามที่จะฟื้นอดีตมาพูดในขณะนี้ ไม่ได้ฟื้นอดีต แต่ผมอยากจะเรียนว่านี่คือความผิดพลาดที่ท่านจะต้องจดจำไว้ในชั่วชีวิตเลยนะครับ จะต้องจดจำไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรือเซะ ทำไมเขาขอความเป็นธรรม เขาทำละหมาดอยู่จะต้องล้อม แล้วจะต้องยิง ใช้ปืนใหญ่ ใช้เอ็ม ๑๖ ใช้ปืนใหญ่ยิงจนตายหมด ใครละครับ แล้วคนทำ ก็ลอยนวลอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้ดำเนินการอะไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าความผิดพลาด ผมไม่อยากจะเอาคนเหล่านั้นผิดพลาด แต่ต้องจำว่าความผิดพลาดอย่างนี้จะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง คนภาคใต้มองอย่างไรครับ การยิงมัสยิดกรือเซะ เพราะเขาถือว่ามัสยิดกรือเซะเป็นมัสยิด ๗๐๐-๘๐๐ ปี ๑,๐๐๐ ปีมาแล้วเป็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งของโลกก็ว่าได้ เพียงแต่ยูเนสโก (UNESCO) ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเท่านั้นเอง แต่คนใต้ คนสิงคโปร์ คนมาเลเซียถือว่ามาคารวะทุกปี คนใต้เขามีความรู้สึกอย่างไร มีความรู้สึกว่าพยายามที่จะแอสซิมิเลชั่น (Assimilation) พยายามที่จะกลืนชาติเขา จะทำลายประวัติศาสตร์ของจังหวัดปัตตานี นี่ครับเขารู้สึกลึกแล้ว ลึกกว่าที่ท่านจะแก้ไข เขารู้ก่อนที่ท่านจะแก้ไขแล้ว ท่านครับ อย่างไรก็แล้วแต่ผมอยากจะไป อย่างเร็ว ๆ แล้วนะครับ เดี๋ยวประธานจะเบรก (Brake) ผมอีก ท่านประธานครับ นโยบายนี้ ผมถือว่ายังไม่ครอบคลุมประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชนและยึดมั่นในหลัก นิติรัฐ นิติธรรม ท่านมั่นใจหรือครับ ถ้าท่านมั่นใจว่าจะเคารพ ทำไมไม่เขียนนโยบายไว้ ทำไม เขียนลักษณะเป็นภาคบังคับนะครับ ฟอร์ซ (Force) ไปเลย บังคับไปเลย ให้เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัตินี้จะต้องยึดมั่นหลักสิทธิมนุษยชนต้องเขียน หรือไม่ให้เจ้าหน้าที่ทุก ๆ คน แต่ท่าน เขียนอย่างนี้เขียนเป็นลักษณะของบทความนะครับ ไม่ใช่ลักษณะของนโยบายที่จะต้องมา ปฏิบัติ นโยบายปฏิบัติไม่ทำอย่างนี้นะครับ ต้องไม่ทำอย่างนี้ เพราะว่าเราต้องการ สร้างสันติภาพความสงบบนผืนแผ่นดินไทย บนด้ามขวานของประเทศไทยให้มีความมั่นคงจีรัง ยั่งยืน ท่านครับ สิทธิมนุษยชนนั้นถูกละเมิดวันแล้ววันเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีจบสิ้น สิ่งนี้ ท่านจะทำอย่างไร ต่อไปนี้จากนี้ไปจะทำอย่างไรนะครับ ประเด็นที่ ๑ เรื่องสิทธิมนุษยชนที่ ผมพูดถึง
ปัญหาที่ ๒ ที่นโยบายนี้ไม่ครอบคลุมนะครับท่าน นโยบายนี้ไม่ครอบคลุม ปัญหาที่เวลาพูดทุกครั้งว่าปัญหาภาคใต้เรื่องยาเสพติด ขบวนการยาเสพติดเป็นปัญหาหนึ่ง ที่สร้างความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ใช่ไหมครับ ส่วนหนึ่งของปัญหาก็คือปัญหา ยาเสพติด แต่ในนโยบายของท่านนี้กลับไม่ได้เขียนเรื่องปัญหายาเสพติดและจะทำอย่างไร กับถ้าหากมีคนกล่าวว่าคนมีสีอยู่เบื้องหลัง ท่านจะทำอย่างไรนะครับ ขบวนการยาเสพติดนั้น ไม่ใช่คนธรรมดา คนหลายส่วนมีอำนาจ มีวาสนา มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังชาวบ้านเขารู้ แต่ในนโยบายกลับไม่ได้เขียนเรื่องยาเสพติดจะเอาอย่างไร วันนี้ชาวบ้านเหมือนก้อนหิน อยู่บนอก ยาเสพติดตั้งแต่ยาม้า ยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) ยาสั่ง ยาสั่น ถึง ๔ คูณ ๑๐๐ เยาวชนเล็ก ๆ แถวบ้านผมทางภาคใต้เรียนไม่ทันจบ ป. ๔ ไปเอา ๔ คูณ ๑๐๐ หมดแล้ว โรงเรียนวันนี้ เด็กนักเรียนไม่เต็ม ๑๐๐ ไม่เหมือนเดิมแล้ว น้อยแล้ว เพราะเด็กหันไปยาเสพติด ต่อไป เยาวชน ที่เราพูดว่าเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้าจะไม่มี วันหน้าจะเหลือผู้ใหญ่น้อย เหลือในโรงเรียนต่าง ๆ ท่านไปทำสถิติสิครับ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นละเรียนหนังสือ ผู้ชายน้อยมาก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นโยบายไม่ได้เขียนไว้เลย นโยบายที่ท่านได้รับมอบหมายจากนโยบายระดับชาตินี่ มันกลับไม่ได้เขียน ท่านครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและเป็นปัญหา ที่จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วนเพื่อที่จะให้ความสงบเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเด็กติดยาเสพติดมันก็จะถูกจ้าง จะถูกใช้ให้ทำความรุนแรงอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย แต่วันนี้ท่านลืมหรืออย่างไรไม่ทราบ ไม่ได้เขียนอย่างชัดเจนว่าแนวทางจะไปทางไหน จะทำอย่างไร สนใจกับปัญหาเหล่านี้ไหม แสดงให้เห็นว่าท่านเขียนนโยบายแต่ไม่ได้สนใจปัญหาที่แท้จริง
ปัญหาที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งที่เพื่อนไม่ได้พูดถึง ที่พูดแล้วผมจะไม่พูด ปัญหา การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การบุกรุกทำลายป่า วันนี้เกือบจะหมดแล้วป่าภาคใต้ ป่าฮาลา-บาลาที่ว่าเป็นป่าแห่งชาติ เป็นป่าสมบูรณ์ที่สุดป่าหนึ่งนั้นวันนี้ถูกบุกรุก หน่วยงานของป่าท่าน จะพึ่งได้แค่ไหน ฝากท่านไปดูนะครับ แล้ววันนี้นโยบายเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องป่า คนบุกรุกป่าท่านจะทำอย่างไรท่านก็ไม่ได้เขียนไว้เลยนะครับ บุกรุกป่าผมฝากกับท่าน เลขาธิการ สมช. ด้วยครับ เรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษเลยครับ แม้แต่ในที่นิคมสร้างตนเองยังมี การบุกรุกป่า เจ้าหน้าที่นิคมไม่สามารถจะดูแลได้ หรือเจ้าหน้าที่นิคมบางท่านมีส่วน รู้เห็นเป็นใจด้วยผมก็ไม่แน่ใจครับ สิ่งแวดล้อมท่านจะเอาอย่างไรจะให้ประชาชนเขาอยู่แบบไหน อยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีหรือให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี สิ่งแวดล้อม ที่ไม่พึงปรารถนาหรือว่าที่เลว ท่านก็ไม่ได้เขียนไว้ สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ประการแรก คลองนะครับ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ท่านไปดูสิครับ คลองอำเภอเบตงนั้นเสียหาย ประชาชนที่ใช้สิทธิในน้ำเหล่านั้นเป็นพัน ๆ คน และน้ำเหล่านั้นไหลไปสู่เขื่อนปัตตานีนะครับ ประชาชนบริโภคได้ อาบน้ำได้ ผมเด็ก ๆ ผมกระโดดน้ำอาบน้ำได้ วันนี้แม้แต่จะเอาเท้าย่างเข้าไป ก็ไม่ได้ สกปรก น้ำเสีย ปล่อยให้น้ำเสียมากมายต้นเหตุมาจากอะไรและท่านไม่ได้เขียน ไม่ปกป้องวันนี้เมื่อไรท่านจะปกป้องในฐานะที่ท่านให้นโยบายในการดูแล ศอ.บต. ดูแล ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนนะครับ การที่น้ำเสียนั้นส่งผลไปถึงทรัพยากรธรรมชาติ
สรุปได้หรือยังครับ
ยังครับ นิดหนึ่งครับ ทรัพยากรธรรมชาติ น้ำเสีย ปลาไม่มี ปลาไม่มีแล้วประชาชนก็ ไหนล่ะที่บอกว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ในน้ำไม่มีปลาแล้ว วันนี้ปลาตายไปหมดแล้ว สมัยก่อนประชาชนอยากจะกินปลา กินอะไร ไปหาในคลอง กินปลาได้ วันนี้ไม่มีครับ ต้องไปตลาดอย่างเดียว แล้วคุณภาพชีวิตของประชาชน คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงจะมีได้อย่างไร ต้องขุดบ่อเลี้ยงเองทั้งนั้น เพราะของธรรมชาติ กำลังจะหายไปวันแล้ววันเล่าเกือบจะหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมจะไปอย่างเร็ว
เอาสรุปแล้วกันนะครับ เพราะของท่านครึ่งชั่วโมงแล้วนะครับ ผมเห็น ๒ ท่านนั่งรอ ตั้งแต่บ่ายโมง น่าเห็นใจท่าน
ท่านประธานครับ ผมก็จะค่อย ๆ สรุปแล้วนะครับ ผมเรียนเบื้องต้นแล้วเมื่อครู่ว่านโยบายที่ท่านเขียนมานี้ยังไม่ครอบคลุม เพราะฉะนั้นอยากจะ ให้ท่านกลับไปแล้วก็ไปทบทวน แล้วก็เพิ่มเติมในส่วนนี้นะครับ แล้วก็พยายามเขียนให้เป็น นโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติ เหตุผลเพราะว่าเจ้าหน้าที่ อ่านอย่างนี้เขาไม่ได้ถือว่า เป็นนโยบาย เขาถือว่าอันนี้เป็นเล่ากันมา ถ้านโยบายนี้ต้องฟอร์ซ ต้องบังคับให้เขาทำตามนี้ ถ้าไม่ทำตามนี้คนนั้นจะต้องถือว่าสวนกับนโยบายของรัฐบาล จะถูกข้อหาว่าสวนทาง กับนโยบายของรัฐบาล ท่านทราบไหมครับในอดีต ศอ.บต. ตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยป๋าเปรม มีความขลังอยู่ในตัวนะครับ เพราะว่าควบคุมทั้ง ๆ ที่ไม่มีกฎหมายอย่างนี้ ไม่มีนโยบายอย่างนี้ แต่ว่านโยบายของ ศอ.บต. นั้นทุกคนต้องปฏิบัติ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ส่วนไหนคนใดก็แล้วแต่ ที่ถูกร้องไปยัง ศอ.บต. ไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ พลเรือน ครูแล้วแต่ ถ้าถูกร้องไปยัง ศอ.บต. ศอ.บต. ก็จะตั้งกรรมการสอบ สอบแล้วถ้ารู้ว่าเป็นกระทำความผิดจะดำเนินคดีทันที และข้าราชการตำรวจก็มีนะครับ เหล่านั้นก็ต้องออกไปจาก ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปปฏิบัติราชการที่อื่น ห้ามเข้าเด็ดขาด เพื่อจะสร้างความสงบกลับคืนมา นโยบาย ศอ.บต. ตอนนั้นเขาไม่ได้เรียกว่าขจัดเงื่อนไขสงครามหรอกครับ เขาห้ามเลย ไม่ให้ข้าราชการ ส่วนไหนก็แล้วแต่สร้างเงื่อนไขสงคราม เงื่อนไขสงครามก็เงื่อนไขทำให้เกิดความไม่สันติสุขขึ้น ในภาคใต้ เพราะฉะนั้น ศอ.บต. ในอดีตจึงเป็นที่พึ่งของประชาชน วันนี้ผมคิดว่าลู่ทาง หรือแนวทางที่จะทำให้ ศอ.บต. นั้นเป็นที่พึ่งของประชาชนนั้นยังมีอยู่ แต่ต้องเอาศักยภาพ เอาเขี้ยวเล็บงาของ ศอ.บต. กลับมา แล้วก็กำหนดทิศทางใหม่นะครับ ท่านครับ การที่จะ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ต้องเริ่มต้นที่เข้าใจก่อน ถ้าตราบใดยังไม่เข้าใจถึงวิถีชีวิต ถึงความเป็นอยู่ ถึงอะไรต่าง ๆ แม้ท่านจะเอาเป็ด เอาไก่ไปแจกสักเท่าไร เพื่อพัฒนาเท่าไร ให้เงินเท่าไร มันก็ สิ้นเปลืองเสียเปล่า ๆ นะครับ ไม่มีความหมายอะไรเลย วันนี้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาส ได้พูดคุยในเรื่องนโยบายกับท่านเลขาธิการ สมช. มาเองนะครับ ที่ได้มารับฟังปัญหาต่าง ๆ แต่ผมเชื่อว่าผมไม่เคยสิ้นหวังกับประเทศไทย ผมไม่สิ้นหวังกับประเทศไทยต้องมีคนดี เขาเรียกว่าอยุธยายังไม่สิ้นคนดีฉันใด รัฐบาลนี้ผมก็ยังคิดว่าคงมีเจ้าหน้าที่ หรือว่าตัวแทน หรือว่ารัฐมนตรีที่เข้าใจที่พยายามจะพัฒนา พยายามที่จะแก้ไข แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ สังคมภาคใต้นี้กลับไปสู่ในทางที่สงบสันติ แล้วก็เคารพซึ่งกันและกันเป็นหลักนะครับ สมัยท่านชวนนั้นบอกว่าให้สร้างความเข้าใจว่าเบื้องต้นนั้นต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกันนะครับ เคารพในสิทธิ แล้วก็สร้างความรักความสมัครสมานสามัคคีในส่วนที่หลากหลาย ความหลากหลายนั้นไม่ใช่น่าเกลียดเลย แต่เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาในระบอบประชาธิปไตย ชนส่วนน้อยจะต้องได้รับการเคารพ การให้เกียรติกับชนส่วนใหญ่และจะต้องไม่ถูกชนส่วนใหญ่ ละเมิด วันนั้นล่ะผมคิดว่า ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นดินแดนแห่งสันติสุขต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์รัชดาครับ ท่านคอยตั้งแต่บ่ายโมง ๒ ท่าน ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันคงไม่ลงไปในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายกันไป ๒ วันเต็ม ๆ แล้ว แต่ดิฉันจะขออภิปรายในส่วนที่เป็นข้อกังวลใจที่เกี่ยวข้องกับการผลักดัน นโยบายให้ไปสู่การปฏิบัติ นโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะของหน่วยงานใดก็ตามค่ะ แม้ว่าจะเขียนไว้ สวยหรู งดงามแค่ไหน แต่ถ้าขาดซึ่งกลไกที่มีประสิทธิภาพและยุทธวิธีที่เหมาะสมก็คง ไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจหวังได้
สิ่งที่ดิฉันกังวลใจประการแรก ก็คือทาง สมช. ทางรัฐบาลจะใช้หน่วยงานใด เป็นแม่งานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานคะ แม้ว่าดิฉันจะเป็น ส.ส. จากกรุงเทพมหานคร แต่ตลอดระยะเวลาที่ดิฉัน ได้เป็นผู้แทนราษฎร ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปยัง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง ทุก ๆ ครั้งไปก็ใช้เวลาอยู่หลายวันทีเดียวค่ะ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ร่วมกับเพื่อน ส.ส. จากจังหวัดชายแดน ลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และร่วมกิจกรรม กับสถาบันการศึกษา ดิฉันได้รับทราบข้อมูลที่เหมือนกันทุก ๆ ครั้งที่มีการตั้งคำถามว่า ท่านเห็นข้อบกพร่องอย่างไรในการบริหารราชการในการดำเนินงานของภาครัฐเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น เสียงที่สะท้อนมาถึงดิฉันก็คือเขามีความรู้สึกว่า งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น เมื่อลงไปถึงในพื้นที่นั้น กลับอยู่ในลักษณะของเบี้ยหัวแตกค่ะ ถ้าเราพิจารณาในงบประมาณแผ่นดินจะเห็นว่า ทุก ๆ กระทรวงมีแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลาย ๆ กระทรวงพูดถึงการส่งเสริมอาชีพ บางทีก็เอาแพะไปให้ หลาย ๆ กระทรวงเอาแกะไปให้ เอาเมล็ดพันธุ์พืชไปให้ เอาปุ๋ยไปให้ แต่ต่างคนต่างทำ มันไม่มีการบูรณาการการทำงาน การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่เกิดขึ้น บอกว่าจะส่งเสริมอาชีพกับเขา ก็ให้ความรู้ให้เงินไปลงทุน แต่ก็ไม่หาตลาดให้เขา ทั้ง ๆ ที่ตลาดที่จะรองรับสินค้าจากพี่น้อง ที่ผลิตขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีอีกมาก การไม่บูรณาการทางการทำงานเป็นเพราะ เราไม่มีหน่วยงานหลักที่จะรับผิดชอบ ในอดีตในยุครัฐบาลยุคหนึ่งก็ได้ยุบเลิก ศอ.บต. ซึ่งพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าเป็นหน่วยงานหลัก เป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อน นโยบายต่าง ๆ เป็นหน่วยงานที่จะรวบรวมงบประมาณและจะทำงานทุกอย่างให้เกิดขึ้น เป็นรูปธรรม แต่รัฐบาลชุดนั้นก็ยกเลิกไปเสีย และวันนี้ในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออก กฎหมาย พ.ร.บ. ศอ.บต. เป็นเรียบร้อยแล้ว ศอ.บต. ก็กลับคืนสู่การมีชีวิตอีกครั้ง แต่รัฐบาลชุดนี้ ดิฉันไม่มั่นใจว่าท่านจะให้ ศอ.บต. ที่ในอดีตเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ เป็นกลไกที่ประชาชน ให้ความเชื่อมั่น ท่านยังจะใช้ ศอ.บต. เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเปล่า เพราะท่านได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้นำโดยฝ่ายการทหาร ตั้งซ้อนขึ้นมา แล้วกรรมการชุดนี้กับ ศอ.บต. จะแบ่ง ภาระหน้าที่การทำงานกันอย่างไรคะ ดิฉันไม่ติดใจค่ะว่าหน่วยงาน จะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาอีกกี่ร้อยชุดก็ตาม เพราะมันเป็นสิทธิของท่าน แต่ถ้าตั้งขึ้นมาแล้วมันยังซ้ำซ้อน และไม่นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมก็อย่าเลยค่ะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติว่ากลไก ศอ.บต. ไม่ว่า จะหน่วยงานไหน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ภาคประชาชนและภาควิชาการเขาก็เห็นว่า เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ วันนี้กฎหมายมีแล้วขอให้ท่านใช้หน่วยงานนี้ให้เป็นประโยชน์ เถอะค่ะ และนโยบายที่ท่านเขียนมาอย่างตั้งใจนี้ดิฉันเชื่อว่ามันน่าจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ ถ้าเริ่มต้นจากกลไกที่ถูกต้องและเหมาะสม
ในประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าการที่รัฐบาลจะผลักดันนโยบายแก้ปัญหา ในภาคใต้นี้ให้สำเร็จได้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำงาน ที่ดิฉันต้องพูดว่า ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ก็คือที่ผ่านมาเวลาเราพูดถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคง ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็คิดถึงผู้ชาย คิดถึงทหาร วันนี้ทุก ๆ แผนงานที่ท่าน เขียนในรายงานในนโยบายเล่มนี้ ไม่ว่าจะวัตถุประสงค์ข้อใด แตกรายย่อยเป็นนโยบาย เป็นแผนงานใด ๆ ก็ตาม ดิฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม เป็นคณะกรรมการ เป็นคณะทำงานในทุก ๆ แผนงานที่ท่านจะมีการดำเนินงาน ดิฉันไม่ได้พูด เพราะดิฉันเป็นผู้หญิง และไม่ได้พูดเพราะเรามีนายกรัฐมนตรีหญิงค่ะ แต่ที่ดิฉันต้องพูดเช่นนี้ เพราะดิฉันเชื่อมั่นในศักยภาพและความจำเป็นที่การทำงานของภาครัฐจะต้องส่งเสริม บทบาทของผู้หญิง ในเชิงประชากรศาสตร์แล้ววันนี้เราทราบกันดีว่าผู้หญิงเป็นประชากร มากกว่าครึ่งหนึ่งของสังคมไทย ดังนั้นการที่จะขับเคลื่อนประเทศชาติในการที่จะแก้ไขปัญหาสังคม ต้องดึงพลังของผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ในทางบทบาทของสังคมแล้วผู้หญิงนอกจากจะเป็น แรงงาน เป็นคนที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวยังเป็นแม่ของลูก ยังเป็นคนที่ต้องดูแลชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวของเขาด้วย ๓ บทบาทหลักนี้จะเห็นได้ว่าผู้หญิงคือกำลังสำคัญ ที่จะช่วยทางรัฐบาลช่วยภาครัฐให้ดำเนินงานสำเร็จในทุก ๆ แผนงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชุมชนผู้หญิงก็คือกลไกสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด เรื่องส่งเสริมวัฒนธรรมและเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่วนราชการทุก ๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเรื่องการบริหารทั่วไปก็ตามว่า จะต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ในการแสดงออก เพราะผู้หญิงก็คือส่วนหนึ่งของสังคมและจะเป็นตัวกลางที่จะสร้าง ความเปลี่ยนแปลงได้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง
อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคงจะต้องพูดถึงก็คือว่า แม้ว่าในนโยบายการบริหาร การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้พูดถึงการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิง แต่ที่ย้ำนะคะว่า ไม่ใช่มีเพียงแค่โครงการส่งเสริมบทบาทเท่านั้นแล้วจบ แต่ต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ในทุก ๆ แผนงานในงานทุก ๆ มิติ เมื่อทาง สมช. ได้เขียนไว้ว่าจะต้องส่งเสริมบทบาท ของผู้หญิง ดิฉันคิดว่า ณ วันนี้ทางรัฐบาลได้มีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ก็คงจะต้องทำงาน ควบคู่กันไป อย่าต่างคนต่างทำ สมช. ก็เรื่องหนึ่ง กองทุนพัฒนาสตรีก็เรื่องหนึ่ง คิดอย่างนั้น ไม่ได้นะคะ เพราะกองทุนนี้ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นกองทุนให้กับผู้หญิงในแต่ละจังหวัดประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะต้องได้รับงบประมาณนี้ ๓๐๐ ล้านบาท คำถามก็คือการจัดสรรงบประมาณท่านจะจัดสรรอย่างไรที่จะนำไปสู่ การพัฒนาบทบาทสตรีอย่างแท้จริง ตามที่เป็นข่าวบอกว่าจะให้ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการไปกู้ทางด้านเศรษฐกิจ อีก ๘๐ หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นในส่วนของการส่งเสริม ศักยภาพสตรี ท่านจะส่งเสริมศักยภาพสตรี ส่งเสริมบทบาทสตรีอย่างไรให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้คะ วันนี้เรายังไม่เห็น กองทุนนี้ยังไม่ได้พูดเลยว่าแนวทาง มาตรการที่จะปล่อยกู้นั้นคืออะไร บอกแต่ว่าขอให้เป็นสมาชิกท่านมีสิทธิได้เงิน ดิฉันอยากจะ ฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า วัฒนธรรมของสังคมในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ประชากรส่วนมากเป็นคนมุสลิมนั้น วิถีชีวิตเขาไม่เหมือนสังคมเมือง วิถีชีวิตเขาเป็นสังคมเกษตรกรรม เป็นวิถีชีวิตที่มีความพอเพียง การที่มุ่งเน้นให้กองทุนนี้ นำไปสู่การปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องและตรงกับความจำเป็นของเขา ที่ผ่านมา ผู้หญิงชาวมุสลิมโดยมากจะมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มแม่บ้านและทำได้ดีทำได้มีประสิทธิภาพ การปล่อยกู้ในวันนี้จะเป็นในลักษณะไหนคะ ดิฉันไม่อยากให้การปล่อยกู้เป็นไปในลักษณะ ปัจเจกบุคคล เพราะมันอาจจะนำไปสู่การแตกแยกของคนในสังคมได้ เพราะที่ผ่านมา เขามีการรวมตัวกันสร้างอาชีพ ทำกลุ่มกิจกรรมเพื่อทำให้สังคมนั้นมีความเข้มแข็ง แต่ท่าน ถ้าหากมีกองทุนแล้วไปแจกให้รายบุคคลและทำได้อย่างไม่ทั่วถึง ดิฉันเกรงว่าเงินนี้จะนำไปสู่ การแตกแยกของสังคมมากกว่านำไปสู่การพัฒนาบทบาทของสตรีค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากไปยังทาง สมช. นะคะว่า ปัญหาของกลุ่มผู้หญิง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องได้รับการส่งเสริมบทบาทอย่างเต็มที่แล้วก็ยังมีเรื่องของ สตรีหม้ายและเด็กกำพร้า วันนี้ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจนว่าท่านจะมีมาตรการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ที่ประสบความเสียหายจากความรุนแรงในจังหวัดภาคใต้อย่างไร จากตัวเลขตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ถึงเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ มีผู้หญิงหม้ายรวม ๒,๒๙๕ คน มีเด็กกำพร้า ๔,๔๕๕ คน แม้ว่าเขาจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่มีความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่ถามว่า มันเป็นธรรมกับเขาหรือคะ รัฐบาลชุดที่แล้วนำโดยท่านอภิสิทธิ์ได้มีการอนุมัติ ๑๗ โครงการ ที่เป็นโครงการจะนำไปสู่การเยียวยาและสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มหญิงหม้าย และเด็กกำพร้าเหล่านี้ ๑๗ โครงการนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของ ศอ.บต. วันนี้ท่านบอกว่า ศอ.บต. อาจจะดูไม่จำเป็นเหมือนก่อน เพราะท่านตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ คณะกรรมการชุดใหม่ จะให้ความมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนคะว่า ๑๗ โครงการที่อนุมัติไปเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจะดูแลหญิงหม้ายและเด็กกำพร้าจำนวนเกือบ ๗,๐๐๐ คนเหล่านี้ จะยังคงอยู่และจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ดิฉันก็ขอฝากประเด็นข้อกังวลใจเพียงเท่านี้ล่ะค่ะ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทาง สมช. ดำเนินงานและก็ผลักดันนโยบายได้สำเร็จ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปนะครับ เป็น พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ นะครับ แล้วก็ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านสุดท้ายท่านอลงกรณ์ พลบุตร ผมจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ สมช. ได้ตอบข้อซักถามของท่านนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสมาในวันนี้นะครับ จริง ๆ แล้ว ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันไม่ใช่เป็นปัญหาระดับชาตินะครับ ตอนนี้มันเป็น ปัญหาเข้าไปสู่ระดับสากลแล้วครับ โอไอซี (OIC) เข้ามาเต็มพื้นที่ในขณะนี้ หน่วยงาน จากประเทศญี่ปุ่นก็เข้ามาในพื้นที่ น่าจะเป็นนักสิทธิมนุษยชนมาวิจัย แล้วก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็จากประเทศออสเตรเลียซึ่งแนะนำโดยสถานทูตออสเตรเลียเข้าไปในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และผมก็จะไม่พูดแล้วว่าเสียชีวิตเท่าไร อะไรเท่าไร เพราะพวกเรารู้กันหมดแล้ว ก็เลยมาดูว่าข้อผิดพลาดอะไรต่าง ๆ มันมากมายก่ายกองเราจะแก้อย่างไร แล้วผมมาดู ในเรื่องของนโยบายการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องขอชื่นชมนะครับว่า ได้ดำเนินการได้ดีมาก แม้นมันมีข้อบกพร่องอยู่บางประการนิดหน่อยในเรื่องที่ดอกเตอร์รัชดาพูด ในเรื่องหญิงหม้าย แล้วก็เด็กกำพร้า แล้วก็ใช้การเขียนเน้นในเรื่องความมั่นคงมากกว่าพัฒนา ตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณนะครับว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านเข้าใจ ท่านให้มี ศอ.บต. แล้วทางรัฐบาลนี้ได้ส่งท่านทวี สอดส่อง ลงไปเป็น ผอ.ศอ.บต. แล้วก็ได้รับผลพอสมควรนะครับ ได้รับการตอบรับ ได้ใจจากบุคคลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่เราใช้นโยบาย ที่ผิดพลาด ส่วน พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผมรู้จักท่านดี ท่านเป็นคนไม่พูดมาก ไม่สร้างภาพแต่มีความจริงใจ แล้วก็ใช้ลักษณะประนีประนอมในการแก้ปัญหาในเรื่องของ ศอ.บต. ก็ดี ผู้นำ ศอ.บต. นะครับ แล้วก็ทาง พลตำรวจเอก วิเชียร สมช. ผมยอมรับว่า เป็นบุคคลที่รัฐบาลใช้ได้ถูกทางที่สุด แต่ที่ผมกังวลอยู่ เพราะปัญหาต่าง ๆ มันมาจาก ซีกทางซ้ายมือผม คือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายกรัฐมนตรี ฝ่ายรองนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่า ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกิดขึ้นมาเพราะเขาด้อยความยุติธรรมนะครับ การไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมจำเป็นที่จะต้องพูดอดีตเพื่อให้ได้ทราบว่าเหตุการณ์ ที่มันบานปลายมาจนถึงบัดนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อท่านจะแก้ปัญหาไม่ต้องเอาเป็น เยี่ยงอย่างในการดำเนินการข้อผิดพลาดให้เกิดขึ้นอีก ถ้าผิดพลาดครั้งต่อไปอีกผมคิดว่าครั้งนี้ ต้องเสียดินแดนแล้วครับ ก็เริ่มมาตั้งแต่นโยบายผิดพลาดของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในปี ๒๔๘๑-๒๔๘๗ นโยบาย นิยมไทยตอนนั้นนะครับ ใช้นโยบายที่ผิดพลาด รังแกพวกมุสลิม โดยให้ข้าราชการเป็นหลัก จนมุสลิมทนไม่ไหวครับ ต้องยอมรับว่าผู้นำมุสลิมเขาเคร่งในศาสนา ถ้าว่าถูกกดขี่ข่มเหง แล้วก็เข้ามาเกี่ยวพันในเรื่องศาสนานี้ เขาจะต้องมีการต่อสู้ขึ้นมา เรียกร้องขึ้นมา ถ้าเขา ไม่ต่อสู้ขึ้นมาเขาจะไปพบพระเจ้าแล้วจะตอบคำถามนี่ได้อย่างไร เหตุการณ์ในช่วงนั้นก็มี การเคลื่อนไหวทางการเมืองเกิดขึ้นทันที แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นรัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านใช้ลักษณะประนีประนอม แล้วจน มาถึงในนโยบายรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก็ให้มีกลุ่มหนึ่งคณะกรรมการสอดส่อง ลงไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ หรือว่าหะยีสุหลง โต๊ะมีนา เป็นประธานกรรมการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้นำสูงสุดใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เรียกร้อง ๗ ข้อ เรียกร้อง ๗ ข้อของหะยีสุหลง ข้อที่ ๑ ก็ขอให้แต่งตั้งบุคคลหนึ่งซึ่งมี อำนาจเต็มในการปกครอง ก็หมายความว่าเลือกจากประชาชนใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นมา แต่ต้องมีภูมิลำเนาหรือว่าเกิดในพื้นที่นั้นใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ข้าราชการใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเป็นมุสลิม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เอาตาม จำนวนประชากรในช่วงนั้นนะครับ แล้วใช้ภาษาไทยและภาษามลายูเป็นภาษาราชการนะครับ แล้วใช้กฎหมายมุสลิม ก็ชารีอะห์ที่เรากำลังเรียกร้องอยู่ขณะนี้ที่กำลังจะนำเข้า แล้วก็ ข้อ ๖ ภาษีที่เก็บได้ก็ใช้ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ข้อ ๗ ให้จัดตั้งคณะกรรมการมุสลิม มีอำนาจเต็มในการบริหาร จากข้อเรียกร้องของหะยีสุหลงในครั้งนั้น ปรากฏว่าอย่างไรครับ ก็เปลี่ยนเป็นรัฐบาลของ จอมพล ป. ซึ่งใช้วิธีการรุนแรง หะยีสุหลงถูกจับฐานเป็นกบฏ เมื่อต่อสู้คดีต่าง ๆ ข้อหากบฏมันก็หลุดไป หะยีสุหลงถูกจำคุก ๔ ปี ในข้อหาดูหมิ่นรัฐบาล แล้วเมื่อกลับลงมาได้ไม่นานก็มีตำรวจสันติบาล คือ พันตำรวจโท บุญเลิศ เลิศปรีชา เรียกให้ ไปพบ แล้วก็หะยีสุหลง พร้อมลูกชายแล้วหลานอีกคนหนึ่งก็หายไป บางคนก็ว่าจับถ่วงน้ำ บางคนว่าจับไปฝังดินทั้งเป็น ข้อนี้ผมไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่หายไปจนถึงบัดนี้ อ้ายนี่คือ ที่มาของทั้งหมด เพราะว่าหะยีสุหลงเป็นผู้นำศาสนาด้วย เป็นครูสอนด้วย เป็นที่นับถือครับ อ้ายนี่คือนโยบายที่ผิดพลาดหนัก นั่นข้อที่ ๑ แล้วลามมาจนถึงรัฐบาล ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๙ ในช่วงนั้น เนื่องจากความรีบเร่งนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงอยากเร่งแก้ปัญหา แล้วก็ แก้ไม่ถูกทาง ก็เอาผู้ที่ไม่รู้สถานการณ์เข้าไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกเราอยู่ในสภา ท่านคงจะเห็นว่าข้อผิดพลาดตอนนั้น ยกตัวอย่างว่าเอาคนจากจังหวัดบุรีรัมย์เข้าไปใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เอาคนจากจังหวัดเชียงรายไปแก้ปัญหา ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วปรากฏว่าอย่างไรครับ ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการ ตกอย่างไรครับ ก็มีขบวนการ ปล่อยข่าวว่า ศอ.บต. กับ พตท. ๔๓ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นขัดกันแล้วยุบ ศอ.บต. เข้าทางครับ เพราะ ศอ.บต. เป็นอย่างไร ศอ.บต. เป็นที่พึ่งของพวกมุสลิมอะไรที่มีปัญหาก็ไปพึ่ง ศอ.บต. และ พตท. ๔๓ พลเรือน ตำรวจ ทหาร พตท. ๔๓ ก็ไปแก้ปัญหาด้านใช้กำลังอาวุธ หรืออะไรต่าง ๆ เรายุบครับ อ้ายนี่เข้าแผนของขบวนการ
ข้อที่ ๒ ที่ว่าผิดพลาดอย่างร้ายแรงก็คือ ขบวนการเขาก็รู้ว่า ส.ส. มุสลิม ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีพื้นในเรื่องของฐานของผู้นำศาสนาถูกกำจัดหมดครับ ถูกปล่อยข่าวว่าเป็นคนของขบวนการ ไม่ว่าจะเป็นอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ เด่น โต๊ะมีนา นัจมุดดีน อูมา ส.ส. ในพรรครัฐบาลถูกจับครับ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง เขารู้กันเลยว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่เพื่อขจัด เป็นนโยบายของทางขบวนการที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรต่าง ๆ เราไม่รู้ เราเร่งรีบ ที่จะแก้ปัญหา เราใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาก็ขจัดไป ข้าราชการมุสลิมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความรู้ความสามารถถูกย้ายออกหมด ตัวผมเองเป็นรองผู้การอยู่ห้ามเข้าใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ให้ไปเป็นหัวหน้า ตม. ภาคเหนือในตอนนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ เพราะไม่มี ผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการในครรลองอะไรต่าง ๆ ตัวชน ตัวอะไรไม่มีก็เกิดปัญหาครับ ปัญหา อะไรครับ ทนายสมชายครับ โน่นหะยีสุหลงในตอนนั้น ตอนนี้ก็ทนายสมชายถูกฆ่า สจ. รอซีร์ถูกอุ้มฆ่าที่สนามบินดอนเมืองในกรุงเทพฯ อุสมาน ปุโรง ถูกอุ้มฆ่าที่จังหวัดยะลา หายไปจนบัดนี้ อ้ายนี่ที่มาของความรุนแรงต่าง ๆ เราถูกขบวนการหลอก เขาใช้คนมาตาย ลักษณะใช้คนมาตาย บอกหาเหยื่อได้แย่งปืนตำรวจอะไรต่าง ๆ เราใช้ความรุนแรง วันที่ ๒๘ เมษายน ร้อยกว่าศพ ตากใบ เหตุที่พูดอย่างนี้เพราะว่าบอกให้ผู้นำรัฐบาลว่าอย่าใช้ความรุนแรง นโยบายที่ผิดพลาดก็เป็นที่มาของเหตุการณ์ในวันนี้ วันนี้ผมเชื่อใจ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ว่าถ้าผู้นำรัฐบาลแก้ปัญหาให้ถูกต้อง แก้ปัญหาด้วยความนิ่มนวลอะไรต่าง ๆ เหมือนที่เขียนไว้กับนโยบายอันนี้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้เห็นแสงสว่าง ในปลายอุโมงค์แล้วครับ เพียงแต่ท่านอย่าเข้าไปใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาเท่านั้นนะครับ แล้วก็บางอย่างที่จะเป็นปัญหาลามต่อไปซึ่งเป็นผลประโยชน์ของพวกมุสลิม ไม่ว่าในเรื่องของ บุคคล ๒ สัญชาติก็ดี ที่จริงมันเป็นประโยชน์นะเขาไปทำงานเอาเงินเข้ามา เราไปสกัดกั้นเขาเสีย เพราะว่าไปทำงานในประเทศมาเลเซียไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ เพราะต้องมีเวิร์ก เพอร์มิท อะไรต่าง ๆ แล้วก็เอาเงินใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาช่วย ปัญหาที่ว่ามันยังอยู่ได้ ๓ จังหวัดชายแดน ส่วนหนึ่งก็มาจากเงินในประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คนทำงาน อย่าตกเป็นเครื่องมือเขา แล้วก็ขณะนี้ปัญหายาเสพติด จะเป็นปัญหาหนักต่อไป ถ้าปัญหาในการก่อการร้ายอะไรต่าง ๆ ก็ดีแล้วลดลงก็ดี แต่ปัญหา ยาเสพติดเข้ามาแทนที่ ตรงนี้ท่านเตรียมไว้ เพราะจริง ๆ นี่นะครับ บอกกันตามความเป็นจริงที่เราดูในโทรทัศน์จับเป็นแสน ๆ เม็ด แต่ในหมู่บ้านยังขายเป็นปกติ นายมี นายมา ดอเลาะ ซาเระ ยังขายอยู่ มีมอเตอร์ไซค์ ขี่กันเป็นขบวนไปซื้อเป็นปกติ ยาไม่ได้ขาด ฉะนั้นที่ว่าจับเป็นล้าน ๆ เม็ดนี่ครับ ไปดูในพื้นที่ แล้วก็ไม่ค่อยได้ผล แล้วท่านเช็กได้ ดูได้ครับว่าผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัด ซึ่งเป็นหัวหน้าในการประชุม ท่านเช็กได้ในการประชุมเข้ากี่ครั้ง ท่านเช็กเลยว่าในการ มอบนโยบายประชุมทุกเดือน ตอนนี้ ๕ เดือนมาแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ากี่ครั้ง บางจังหวัดท่านเชื่อไหมครับว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เข้า รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอเมืองเข้าประชุม อันนี้แสดงไม่เห็นถึงความสำคัญในเรื่องยาเสพติดเลย ตรงนี้ ท่านเช็กได้เลย ท่านเป็นรัฐบาลท่านเช็กได้เลย เพราะว่าจริง ๆ แล้วที่เราดูในโทรทัศน์ที่จับได้ เป็นแสนเม็ด กับยาเสพติดในหมู่บ้านมันไม่ค่อยสอดคล้อง มันไม่เด็ดขาด มันยังมี แล้วตัวนี้ล่ะ เป็นตัวที่เอาไม่อยู่ในต่อไป เป็นปัญหาของชาติ เป็นปัญหาระดับชาติ ก็เลยอยากจะ ฝากฝ่ายรัฐบาลว่าในการแก้ปัญหาอย่าใช้ความรุนแรง แล้วก็พวกเราที่อยู่ที่นี่เวลาส่งซิกแนล (Signal) มาจากที่อื่น ๆ ก็อย่าไปรับเสียบ้าง เอาตามความเป็นจริงบ้าง ผมก็ขอฝาก เลขาธิการ สมช. ไว้ครับ พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผมเชื่อท่านเพราะว่าประวัติ การทำงานของท่าน ท่านไม่สร้างภาพ ท่านมีความจริงใจและท่านเป็นคนมีความรู้ ท่านต้อง ออกมาปรามฝ่ายรัฐบาลบ้างนะครับ อันไหนที่ว่าไม่ถูกไม่ควรเพราะว่าเราก็พูด เพื่อประเทศชาติ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะต้องเสียดินแดนก็ได้นะครับ ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีครับ เพียงว่า ๒ วันมานี้ผมนั่งฟัง แล้วผม ก็สงสัยหลายประเด็น หลายประการว่าเหตุใดและทำไม ท่านประธานครับ นโยบายบริหาร พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๗ เป็นเวลา ๓ ปี แล้วก็ค่อยนำมาปรับปรุงใหม่ นี่ก็เป็นอานิสงส์ของพระราชบัญญัติบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามมาตรา ๔ ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติจะต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แล้วก็เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เรายอมรับว่า พตท. ๔๓ แล้วก็ ศอ.บต. เราได้ยุบเลิกไปในสมัยที่ ฝ่ายกระผมเป็นรัฐบาล ช่วงนั้นความรุนแรงได้ลดน้อยลงก็คิดว่าเรื่องของความรุนแรง คงจะจบสิ้นได้ก็ถึงยุบ แต่เมื่อยุบแล้วจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีกเราก็คืน ศอ.บต. ขึ้นมาใหม่อีก ศอ.บต. ชุดใหม่นี้มีศักยภาพ มีคุณภาพ มีอำนาจมากกว่า ศอ.บต. ชุดเก่า ศอ.บต. ชุดเก่า ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ ศอ.บต. ที่เป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้มีอำนาจล้นฟ้า ถึงกับมีนโยบายของตนเอง ท่านประธานครับ เดือนธันวาคม ๒๕๕๓ พระราชบัญญัติพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัดประกาศใช้ในสมัยของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ท่านวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ท่านก็รักพรรคประชาธิปัตย์มาก ผมสงสัยว่าทำไม ส.ส. ที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี ๑๑ ท่าน ทำไมท่านไม่รู้เลยว่า ตำบลใด หมู่บ้านใด โจรมันอยู่ตรงไหน ใครมันเป็นโจร บางจังหวัดเป็น ส.ส. หลายสมัย แทบจะหลับตาเดินในพื้นที่ได้ทำไมท่านไม่รู้เลยว่าโจรมันอยู่ตรงไหน ใครไม่พอใจรัฐบาลตรงไหน ใครเสียผลประโยชน์ตรงไหนทำไมท่านเป็น ส.ส. ท่านไม่ทราบเลย นี่คือข้อสงสัยของผม ถ้าประชาชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่รักท่านเขาไม่เลือกท่านหรอกครับ แล้วเหตุไฉน เขาไม่บอกท่านละครับว่าปัญหาของเขาอยู่ที่ไหน ทำไม ส.ส. ๑๑ ท่าน ใน ๓ จังหวัด จึงไม่ทราบเลย หรือทราบแล้วท่านไม่มีกำลังที่จะไปแก้ไขด้วยตนเอง รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลถึง ๒ ปี
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ คืออย่างนี้เขาให้อภิปรายเรื่องนโยบาย วิสัยทัศน์ กรอบนโยบาย วัตถุประสงค์ของการบริหารราชการชายแดนภาคใต้ ขอความกรุณาเอาในสาระกับเนื้อหา ที่ได้ส่งเอกสารประกอบการพิจารณาได้ไหมครับ อย่าไปกระทบถึงท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเลยนะครับ เชิญครับ ผมขอเตือนเป็นครั้งแรก
คือท่านประธานครับ ผมสงสัยครับ คือผมจะใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาที สงสัยว่าแต่ละหมู่บ้านคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
คือข้อสงสัยของท่านจะนำมาอภิปรายในสภาเพื่อที่จะไปกระทบกับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้นะครับ อันนั้นเป็นเรื่องข้อสงสัยของท่าน แต่สาระกับเนื้อหา ที่เรากำลังรายงานอยู่นี้เป็นเรื่องของกรอบแนวความคิดนโยบายที่ฝ่ายรัฐบาลจะนำไป ดำเนินการ ถ้าท่านมีข้อแนะนำ ข้อทักท้วง ข้อเพิ่มเติมอะไร ท่านก็แนะนำมาครับ
ท่านประธานครับ อีกไม่ถึง ๑ นาที คืออย่างนี้ครับ ในเมื่อ ศอ.บต. มีอำนาจพิเศษที่จะกำหนดนโยบายหรือว่ามีอำนาจที่จะ ทำให้เกิดความสงบขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะเสนอว่าทาง ศอ.บต. ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติน่าจะจัดงบประมาณให้ ส.ส. ทั้ง ๑๑ ท่านที่อยู่ในพื้นที่ อย่างน้อยให้เขามีงบประมาณในมือที่จะไปบริหารจัดการแต่ละหมู่บ้าน แต่ละตำบล แต่ละอำเภอ ถ้าได้คนละ ๕๐๐ ล้านบาท ก็ ๕,๕๐๐ ล้านบาทอยู่ในกำมือของ ส.ส. ให้เขาบริหารจัดการ อย่างมีอิสระเสรี ลองดูสิครับ ๓ ปีที่เหลืออยู่นี้ให้เขาบริหารคนละ ๕๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท เขารู้จักคน รู้จักพื้นที่ รู้จักทุกสิ่งทุกอย่างให้อำนาจเขาไปสิครับ หลายหมื่นล้านบาท เป็นแสน ๆ ล้านบาท ให้อำนาจ ส.ส. ไปคนละ ๕๐๐ ล้านบาททุกปี ขอให้ท่านประธาน สภาความมั่นคงแห่งชาติช่วยพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านดูกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยนะครับท่านเลขาธิการ สมช. ท่านมีอะไรไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตท่านประธานเมื่อสักครู่ไม่อยากจะประท้วง จะทำให้เสียบรรยากาศในการ อภิปรายของท่านสมาชิก ผมขออนุญาตใช้สิทธิที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเมื่อสักครู่ว่า ผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน ซึ่งอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือ ในกรณี ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน อย่างตรงไปตรงมาครับว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นที่แก้ไขปัญหายากขึ้น เพราะเกิด ความผิดพลาดจากนโยบายรัฐบาล และเมื่อคืนพวกผมก็ได้พูดได้แสดงข้อคิดเห็น ไม่เคยที่จะนำปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาและเป็นประเด็นการเมือง เพื่อให้ สมช. และรัฐบาลของท่านช่วยเอากรอบและผนึกไปสังเคราะห์เอาสิ่งที่พวกกระผมในซีก ของพรรคฝ่ายค้านได้พูดในสภาผู้แทนราษฎรไปนำเป็นนโยบายแล้วไปแก้ปัญหาเสีย นี่แสดง ความตั้งใจจริงของพวกกระผมซึ่งอยู่ในซีกของฝ่ายค้าน การพูดถึงของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ อาจจะทำให้ประชาชนเขาแลเห็นว่า ส.ส. ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความใกล้ชิด กับฝ่ายตรงข้าม ท่านประธานครับ เพราะการพูดจาลักษณะอย่างนี้ครับ มันทำให้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีปัญหา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาครับว่า ปัญหาที่มีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมานี่ เกิดจากรัฐบาลของคุณทักษิณ ชินวัตร ผิดพลาด กับการเขียนนโยบาย การไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จน พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ยอมรับด้วยตัวเองว่าใช้กำมะหยี่หุ้มด้วยเหล็กแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นแสดงให้เห็นว่ามีการใช้อำนาจเหนือกว่ากฎหมายกับพี่น้องประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง เกิดจากในสมัยรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณทั้งนั้นละครับ ที่เกิดความผิดพลาด แล้วไม่ยอมรับความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ การพูดจาในสภาผู้แทนราษฎรต้องพึงมีความระมัดระวัง พวกกระผมไม่เคยใช้ประเด็นปัญหา ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประเด็นการเมือง ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีว่าถ้าพวกผมไม่บริสุทธิ์ใจจริง ในกรณีของ ๔ ศพที่มีฝ่ายทหารไปยิงที่จังหวัดปัตตานีนี้ครับ ถ้าต้องการทำเป็นเงื่อนไขพวกผมสามารถที่จะปลุกระดมเป็นเงื่อนไขได้ครับ แต่พวกผมไม่ทำครับ พยายามชี้แนะชี้นำว่ากระบวนการทั้งหลายมันมีความผิดพลาดจริงจากกลไกเล็ก ๆ ของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วมันสร้างปัญหาเพิ่มเติมขึ้นอย่างไร แม้กระทั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเองช่วงแรกก็ได้มีการพูดอย่างชัดเจนว่ากรณี ๔ ศพนั่นเป็นโจร แต่เวลาผมไปตรวจสอบไม่ใช่โจร ผมก็พยายามสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจว่ามันไม่ใช่โจร ในช่วงหลังท่านเองก็ยอมรับครับว่ามันเกิดความผิดพลาดของใคร ของกลไกของรัฐ ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ เมื่อคืนผมถึงบอกอย่างไรครับว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องพยายามควบคุมกลไกของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ในกรอบ สิ่งนี้อย่างไรครับ ที่พวกผมพูด ท่านสมาชิกมีอคติ มีความคิดที่ใส่ร้าย
ท่านเจะอามิงครับ ท่านก็อธิบายถึงข้อเท็จจริงไปแล้วนะครับ ผมว่าพอสมควรแล้ว เมื่อท่าน ได้อธิบายข้อเท็จจริงอย่างที่ท่านผู้อภิปรายได้พูดพาดพิงถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทางภาคใต้ ๑๑ ท่าน ผมว่าพอแล้วนะครับ
ขอประธานอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ
เชิญครับ นิดเดียวนะครับ
ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมเรียนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน ไม่มีส่วน เกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าพวกกระผมมีความเกี่ยวข้องแล้วในสมัยที่ท่านเป็นรัฐบาล พวกผมถูกจับหมดแล้วครับ แต่ความแม่นยำด้านการข่าวในขณะนั้นคนที่เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนของพรรคท่านถูกจับ มีหรือครับถ้าพวกผมเป็นฝ่ายค้าน พวกท่านจะไม่จับถ้าพวกผมผิด นี่จะแสดงให้เห็นว่าพึงมีความระมัดระวังเวลาพูด ในสภาผู้แทนราษฎร อย่ามีแต่ความสะใจครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านอลงกรณ์เชิญครับ เสร็จท่านอลงกรณ์ ผมจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ตอบ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ฉบับแรก ความเห็นที่กระผมจะนำเสนอนั้นเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต่อคณะรัฐมนตรีและทุกภาคส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหา ชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่คงไม่ซ้ำกับการอภิปรายที่ผ่านมา ๒ วัน เพราะว่าประเด็นที่ผม จะนำเสนอนั้นเป็นประเด็นที่แตกต่างโดยเฉพาะมิติที่ถือได้ว่าในแนวนโยบายการบริหาร และการพัฒนาที่นำเสนอมารวมถึงวิสัยทัศน์นั้นจะมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือมิติทางด้าน ของเศรษฐกิจและการพัฒนา ท่านประธานคงทราบว่าปัญหาชายแดนภาคใต้ซึ่งในรายงาน ระบุว่าเริ่มรุนแรงมากตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ความจริงก็ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาเรื้อรัง และเป็นปัญหาเหมือนผงเข้าตาที่เรายังไม่สามารถที่จะคลี่คลายได้โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เดือน ที่ผ่านมา ตัวเลขความรุนแรงได้เพิ่มขึ้นทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ได้สร้างผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น แต่ที่สำคัญคือความสงบและความสุขที่คนไทยปรารถนานั้น ยังมองไม่เห็น ยังมืดมนอนทการ นโยบายการบริหารและการพัฒนาจึงเป็นส่วนหนึ่ง ของความหวังอีกครั้งหนึ่ง เปรียบเสมือนเป็นโรดแมป (Road map) แต่โรดแมปดังกล่าวนั้น ถ้าหากว่าได้ผสมผสานระหว่างความคิดเห็นทั้งในส่วนสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่อยู่ ณ ที่นี้ เป็นตัวแทนรัฐบาลจะได้นำไปเป็นประโยชน์ต่อการที่ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ความจริง ถ้าผมจะยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ว่าในอีก ๒ ปี ๑๐ เดือนข้างหน้า ๑๐ ประเทศอาเซียน จะก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ๔๕ ปีเต็มของการที่อาเซียนเกิดขึ้น และอีก ๒ ปี ๑๐ เดือน เมื่อครบปีที่ ๔๘ เราจะเป็นประชาคมเดียวกัน ความแตกต่างของ ๑๐ ประเทศนี้ มีหลากหลายมากมาย ในหลายยุคหลายสมัยครั้งหนึ่ง ๓ ประเทศในอินโดจีนปกครองด้วย ระบอบคอมมิวนิสต์ แต่แน่นอนที่สุดว่าด้วยความมุ่งมั่นและการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า วันหนึ่งภูมิภาคนี้ ๑๐ ประเทศนี้จะรวมตัวเป็นหนึ่ง จะมี ๑ วิสัยทัศน์ ๑ ประชาคม ความหมายของผมก็คือว่า ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเจ็บปวด รอยแผลของอดีตในประวัติศาสตร์ในพื้นที่ ชายแดนภาคใต้ของเรานั้นไม่ได้ต่างกันหรอกครับ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าน้อยกว่ารอยแผล และความแตกต่างใน ๑๐ ประเทศอาเซียน ประชากรเพียงไม่กี่ล้านคนในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเทียบกับ ๕๘๐ ล้านคนของ ๑๐ ประเทศอาเซียน ท่านจะเห็นถึงปริมาณที่แตกต่าง แต่ผมอยากให้ความหวังว่าประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นด้วย ๓ เสาครับ เสาของ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง เสาของสังคมและวัฒนธรรม และเสาของเศรษฐกิจ ผมยกตัวอย่างตรงนี้เพื่อให้เห็นว่าในการที่จะกำหนดวิสัยทัศน์และแนวนโยบายการบริหาร ชายแดนภาคใต้นั้นขอให้ตระหนักว่ามันไม่ใช่มีเรื่องการเมืองและความมั่นคง และไม่ใช่ มีเพียงด้านสังคมและวัฒนธรรม และไม่ใช่มีเพียงด้านเศรษฐกิจ เท่าที่ติดตามมาตลอด เราจะเน้นไปในเรื่องของความมั่นคง เราให้ตัวยานี้มานานจนกระทั่งดื้อยา วันนี้เมื่อเรา คิดปรุงสูตรใหม่ขึ้นมาก็อยากที่จะนำส่วนผสมเพิ่มเติมเข้ามา เพื่อให้การบูรณาการ ของวิสัยทัศน์นำไปสู่แผนปฏิบัติการที่ให้น้ำหนักความสมดุลต่อเรื่องความมั่นคง เรื่องของสังคม วัฒนธรรม และเรื่องของเศรษฐกิจ
ท่านประธานครับ เมื่อต้นปี ๒๕๕๓ ผมได้เดินทางไป ๕ รัฐภาคเหนือ ของประเทศมาเลเซีย ไปที่ยะโฮร์บาห์รู เมืองหลวงของรัฐกลันตัน ไปที่อลอร์สตาร์ เมืองหลวงของรัฐเคดะห์ ไปที่อิโปห์ เมืองหลวงของรัฐเปรัค ไปปะลิสและปีนัง เดินทางไป ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรครับ ไปพบมุขมนตรี ไปพบหอการค้า ซึ่งเขามี ๓ หอนะครับ เขามี ๓ ชนชาติ หอการค้ามาเลเซีย หอการค้าอินเดีย หอการค้าจีน แล้วก็กลับมาประชุม ที่บ้านเรานี่ครับ ๕ จังหวัดภาคใต้ของเรา จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล เพื่อที่จะสร้างเครื่องมือใหม่ทางยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า ลิมอ ดาซาร์ (Lima Dasar) ผมได้อ่านข่าวเมื่อก่อนเลือกตั้งเพียงไม่กี่วันนะครับ ประธานหอการค้า จังหวัดนราธิวาสเรียกร้องเมื่อเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๔ เรียกร้องให้ใครก็ตามที่ชนะการเลือกตั้ง ได้สานต่อยุทธศาสตร์ลิมอ ดาซาร์ มันคืออะไร ลิมอ ดาซาร์ คือยุทธศาสตร์การสร้าง ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ ที่เรียกว่า นิว อิคอนอมิก คอร์ริดอร์ (New Economic Corridor) ร่วมกันระหว่างเอ็นเซอร์ (Encer) อีเซอร์ (Ecer) และภาคใต้ของเรา มาเลเซียนั้นมีความฝันที่จะเห็นพื้นที่พัฒนา พิเศษตะวันออกและพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคเหนือ ขณะที่เราเองนั้นเคยมีกรอบความร่วมมือ และวันนี้ก็ยังมีกรอบนั้นอยู่ คือกรอบไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) โดยหวังว่าสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ตรงนี้ระหว่างประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียนั้นจะสามารถสร้าง ความมั่นคงให้เกิดขึ้นในสามเหลี่ยมเศรษฐกิจดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันเราก็ตั้งความหวังว่า จะขยายกรอบนั้นให้มีผลมาถึงภาคใต้ทั้งภาค ก็เลยกลายเป็นว่ายาวมาถึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ติดชายแดนจังหวัดเพชรบุรี แต่สำหรับเรื่องของยุทธศาสตร์ลิมอ ดาซาร์ นั้นก็คือการที่นำ ๕ รัฐภาคเหนือประเทศมาเลเซีย กับ ๕ จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทยนั้น มาร่วมมือใน ๕ สาขาครับ ก็คือเรื่องการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมฮาลาล หลังจากที่ ๕ รัฐภาคเหนือประเทศมาเลเซียซึ่งส่วนใหญ่ต้องยอมรับนะครับ ว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ครองอำนาจอยู่ในภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลกลางก็เห็นด้วยกับโครงการนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน ในฐานะที่ประเทศมาเลเซียนั้นเป็นหนึ่งและประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกของอาเซียน เรามีเจตจำนงร่วมกันที่ต้องการที่จะคลี่คลายปัญหาและไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความรุนแรง ไม่ว่าในประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียนั้นเป็นคู่ค้าอันดับ ๑ ของไทย ในอาเซียนครับ มูลค่าการค้า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เป็นมูลค่าการค้าชายแดนที่เรา เรียกว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงนั่นละครับ ๖๕-๗๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการค้าทั้งหมด เป็นการค้าชายแดนที่ผ่านชายแดน ๗-๘ ด่านระหว่างไทย-มาเลเซีย ไม่มีใครประสงค์ที่จะ เห็นสงคราม ไม่มีใครประสงค์ได้เห็นเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่ได้กระทบ ต่อประเทศไทยอย่างเดียว มันกระทบประเทศมาเลเซียด้วย แต่แน่นอนเงื่อนไขการเมือง แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องสร้างและผมถือว่าน่าจะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่ง ที่ผนวกไว้ในวิสัยทัศน์นโยบาย ๓ ปีนี้ ก็คือคำว่า หลักผลประโยชน์ร่วมกัน หลักผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐ แต่รวมไปถึงภาคธุรกิจและรวมไปถึงภาคประชาชน ผมเดินทาง ๒ รอบครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่นี่ได้ตระหนักว่าการลงแรงในการที่จะสร้าง ความเชื่อมั่นจนกระทั่งมาร่วมมือกันนั้นมันไม่ได้อยู่แค่ขอบชายแดนของเรา หรือบนโต๊ะ ในเมืองหลวงของกันและกันที่กรุงเทพฯ หรือกัวลาลัมเปอร์ แต่เราสามารถที่จะก้าวข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลท้องถิ่นของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่เรามีหน้าที่ที่จะต้องยื่นมือไป และขณะเดียวกันจะต้องไม่ใช่เป็นเพียงมิติในเรื่องความร่วมมือที่จำกัดเขตเท่านั้น แต่รวมไปถึง ในปริมณฑลของผลประโยชน์ร่วมกัน ในเรื่องการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมฮาลาล และในเรื่องของโลจิสติกส์ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าตอนที่ผมจัดการประชุมครั้งแรก ที่เรียกว่า ลิมอ ดาซาร์ ซัมมิท (Lima Dasar Summit) ลิมอ ดาซาร์ แปลว่า ยุทธศาสตร์ ๕ ครับ ๕ จังหวัด ๕ รัฐภาคเหนือ ๕ สาขาความร่วมมือ เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ได้มีการจัด ในปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่าได้มีรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ท่านมุคริซ มหาเธร์ ซึ่งเป็นลูกชาย ของอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ครับ ก็มาร่วมในตัวแทนของรัฐบาลของมาเลเซีย ท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรณคีรี ก็ไปเป็นประธานเปิดในฐานะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แล้วก็ได้เชิญรัฐมนตรีมุสลิมของประเทศกัมพูชา ท่านฮัสซันของประเทศกัมพูชามาร่วมด้วย ท่านสนใจมาก ภาคเอกชนมาร่วมกันครับ มีหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมท่องเที่ยว ของ ๕ รัฐ ๕ จังหวัดมาจัดประชุมเรียกว่า ลิมอ ดาร์ซาร์ ซัมมิท มีการจัดการแสดงสินค้า ของ ๕ รัฐ ๕ จังหวัดเรียกว่า เทรดโชว์ (Trade show) ระหว่างกัน เรียกว่า ลิมอ ดาซาร์ เอ็กซ์โป (Lima Dasar Expo) ได้มีการจับคู่ธุรกิจเรียกว่า บิสซิเนส แมทชิ่ง (Business Matching) นึกไหมครับว่าชายแดนของเรานี่ซึ่งหวาดระแวง แล้วก็วิตกถึงรั้วบ้านด้านหลังของเรา จะมีบิสซิเนส แมทชิ่งครั้งแรกเกือบ ๑๐๐ คู่ ระหว่าง ๕ รัฐของประเทศมาเลเซีย กับ ๕ จังหวัดของเรา ภายในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน นักธุรกิจจากกลันตัน นักธุรกิจจากเคดะห์ นักธุรกิจจากเปรัค นักธุรกิจจากปะลิส นักธุรกิจ จากปีนัง จับคู่ธุรกิจกันทางด้านของการท่องเที่ยว ทางด้านของการค้านำเข้าส่งออก ทางด้าน ของอุตสาหกรรมฮาลาล ทางด้านของธุรกิจคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ และรวมไปถึงในเรื่องของ ด้านการลงทุน เราพูดถึงการลงทุนของนิคมอุตสาหกรรมในเคดะห์ เราพูดถึงการลงทุน ในนิคมของจังหวัดปัตตานี เราพูดถึงการขยายการค้าชายแดนระหว่างจังหวัดนราธิวาส เราพูดถึงไอซีดี (ICD) ที่บูกิตตากับบูกิตบุหงา เหมือนอย่างที่เรามีไอซีดีหรือสถานีขนส่งสินค้า ขนถ่ายสินค้าที่ลาดกระบัง เราพูดถึงการร่วมลงทุนของโลจิสติกส์ ฮับ (Hub) ที่ปาดังเบซาร์ กับปะลิส เราพูดถึงการร่วมลงทุนที่ศูนย์ขนถ่ายโลจิสติกส์ที่อิโปห์ เครื่องบินไปลงต่อด้วยรถไฟ หรือต่อด้วยรถไฟแล้วไปเครื่องบินข้ามไปถึงเมดานของอินโดนีเซีย มีการเสนอว่าควรจะต้องมี โรงพยาบาลอิสลาม ควรที่จะมีสถานธนานุบาลอิสลามที่ไม่คิดดอกเบี้ยภายใต้กฎหมาย ของอิสลาม ข้อเสนอเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ศอ.บต. โดยท่านผู้อำนวยการคนที่แล้วยอมรับกับผมว่า ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากเห็น ศอ.บต. มีภาพลักษณ์ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว อยากมีภาพลักษณ์ของเรื่องของเศรษฐกิจและการพัฒนาเพื่อสร้างมิติใหม่ เพราะอะไร เพราะว่าพื้นฐานความยากจนนั้นถ้าหากว่าสามารถยกระดับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ก็จะสามารถ แก้ไขปัญหาส่วนหนึ่งได้ ขณะเดียวกันการที่เรามาสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน สร้างอนาคต ร่วมกันมันหยิกเล็บเจ็บเนื้อครับ ระเบิดลงที่นี่ที่โน่นก็เจ็บครับ ระเบิดลงที่โน่นที่นี่ก็เจ็บครับ เรากำลังจะเปลี่ยนจากซีเคียวริตี้ โซน (Security zone) เป็นอิคอนอมิก โซน (Economic zone) เราจะเปลี่ยนจากโซนความมั่นคงมาสู่โซนทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา ไม่มีอะไร ดีที่สุดเท่ากับการที่คนใน ๒ ประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจ ของ ๒ ประเทศ ๕ รัฐภาคเหนือประเทศมาเลเซียกับ ๕ จังหวัดภาคใต้ของเราเข้าด้วยกัน เป็นผืนเดียวกัน เป็นแผ่นดินของอนาคตที่มีความสดใสของอนาคตของชั่วลูกชั่วหลานของคน ๒ ประเทศ ซึ่งโดยแท้ที่จริงก็แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลยในแง่ของความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าพื้นฐานที่ดีดังกล่าวนั้นกลับไม่ได้สร้างพืชพันธุ์ ที่เจริญงอกงามเป็นประโยชน์ แต่กลับกลายเป็นความขัดแย้ง กลายเป็นความเสียหาย กลายเป็นความสูญเสีย ท่านประธานครับ ผมเคยบอกว่าเราต้องเปลี่ยนบังเกอร์ (Bunker) ให้เป็นเคาน์เตอร์เศรษฐกิจ ถ้ามิติของความคิดเรายังใช้ยาขนานเดิม เราจะสูญเสียอีกเท่าไรครับ ไม่ว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลหน้า หรือต่อ ๆ ไป ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ไขปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้จะมีวันที่เราเห็นความหวังที่ปลายอุโมงค์ เราได้เห็นอาเจะห์สู้รบกันมานานครับ ในที่สุดยุติลง อาเจะห์เคยเป็นปัญหาหนึ่งของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจที่เราเรียกว่า ไอเอ็มที-จีที เป็นปัญหาภายในของอินโดนีเซีย แต่ปัญหาอาเจะห์ยุติลง ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่ยุติ ผมมีความเชื่อมั่นว่าแนวทางของลิมอ ดาซาร์ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ประตูใต้นะครับ ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ๓ วงแหวน ๕ ประตูนั้น ถ้าหากว่าได้มีการสานต่ออย่างเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาภายใต้แนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานมา ก็จะสามารถที่จะสร้างความหวังที่ปลายอุโมงค์ ความสูญเสียดังกล่าวนั้นก็จะลดน้อย และหมดสิ้นไป ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าเราสามารถที่จะใช้ตัวยาใหม่ ๆ เข้าไปทดสอบ ต่ออาการไข้เดิม มันมีโอกาสครับ แล้วมันได้พิสูจน์แล้ว ดังนั้นเมื่อปีที่แล้วประเทศมาเลเซียจึงได้จัดลิมอ ดาซาร์ ซัมมิท ครั้งที่ ๒ ตามความตกลงว่า เราจะจัดทุกปี ภาษาจีนก็บอกว่า เทียวไล้เทียวขื่อ ไป ๆ มา ๆ ก็จะเป็นกากี่นั้งกัน ก็จะเป็น เสมือนญาติกัน แล้วพอมีปัญหาก็บ่อเซียงกัง ก็คือว่าไม่เป็นอะไร เพราะฉะนั้นอย่าลืมว่า การแก้ไขปัญหาตามนโยบายดังกล่าวจะต้องไม่จำกัดอยู่ที่พรมแดนของเรา แล้วเมื่อ ข้ามพรมแดนไปแล้วก็ไม่ใช่เฉพาะที่เมืองหลวงซึ่งเป็นโต๊ะเจรจาเป็นทางการกับรัฐบาลกลางเท่านั้น ท่านมุสตาฟา โมฮัมหมัด ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศ ของประเทศมาเลเซียภายใต้รัฐบาลปัจจุบันของประเทศมาเลเซียนั้นก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ครับ ตรงนี้เองคือจุดหัวเลี้ยวหัวต่อว่าเมื่อเรานำเสนอนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรและจากนี้ไป จะต้องนำไปปฏิบัติ ความสำเร็จหรือความล้มเหลวเป็นเดิมพันของประเทศนี้ ไม่ใช่รัฐบาลนี้ เท่านั้น ผมหวังว่าข้อเสนอแนวคิดในเรื่องลิมอ ดาซาร์ ซัมมิท นั้นจะเป็นส่วนหนึ่งที่ท่านนำไป สานต่อ ปีนี้เป็นปีที่ ๓ ที่เราจะต้องเป็นเจ้าภาพในการจัดลิมอ ดาซาร์ ซัมมิท ศอ.บต. ควรจะมีสำนักงานเฉพาะลิมอ ดาซาร์ ขึ้นมาเพราะว่ามันไปไกลมากแล้วครับ ๕ รัฐ ๕ จังหวัดนี้ได้จับคู่ใน ๕ กลุ่มสาขาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง และขณะเดียวกันก็ได้มีโครงการที่ฝากไว้ให้รัฐบาลเดินต่อ เช่น ลิมอ ดาซาร์ ซัมมิท บิสซิเนท คาร์ด (Business Card) อย่างที่เรามีเอเปก คาร์ด (APEC Card) นั้นนะครับ เพื่อให้ ๕ รัฐ ๕ จังหวัดนั้นสามารถไปมาหาสู่กันในส่วนของพวกที่เป็นกลุ่มธุรกิจการค้า การลงทุน ตรงนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่มันเป็นส่วนหนึ่งของความคืบหน้าหรือการท่องเที่ยว ที่ต้องการป้าย ๒ ภาษา เพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่การท่องเที่ยว การได้สัมผัสถึงวัฒนธรรม ซึ่งแทนจะเป็นความแตกต่าง แต่กลายเป็นการนำวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างนั้น มาเป็นผลประโยชน์ร่วมในการจัดการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการของ ๒ ประเทศ ดังนั้น การสร้างระเบียงเศรษฐกิจใหม่ดังกล่าวนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์และแนวทาง ที่ท่านจะได้นำไปใช้ในทางปฏิบัติและเกิดผลเป็นจริงเพื่อโอกาสของการยุติปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายพอสมควรนะครับ ผมขอปิดการอภิปราย เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีตอบข้อซักถาม ท่านตอบไหมครับ อย่างนั้นเชิญท่านเลขาธิการ สมช. ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้ชี้แจง ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ อีกครั้งครับในความเห็น คำแนะนำ ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ซึ่งในฐานะผู้จัดทำนโยบาย ก็จะรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีที่จะ กราบเรียนชี้แจงในบางประเด็นนโยบาย ซึ่งความจริงผมก็ได้ตอบไปแล้วในบางส่วน เมื่อวานนี้ครับ มีประมาณ ๓-๔ ประเด็นนโยบาย
เรื่องแรก การกระจายอำนาจ เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ได้กรุณากล่าวถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และกล่าวถึงนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในส่วนนี้เกี่ยวข้องกับ การเปิดพื้นที่พูดคุยเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ขอเรียนว่าเป้าหมายของนโยบายในข้อนี้ มาจากความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เสนอแนะว่าในระยะที่ผ่านมาการที่ประชาชนจะพูดถึง เรื่องเกี่ยวกับการแสวงหารูปแบบการปกครองท้องถิ่น หรือความต้องการที่จะเห็น การกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับ กิจการท้องถิ่นนั้น ในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกว่าถูกฝ่ายราชการจับจ้องและตั้งข้อสงสัยว่าผู้ที่พูดถึงเรื่องเหล่านี้ อาจจะเป็นแนวร่วมของขบวนการก่อเหตุรุนแรงมาโดยตลอด การที่นโยบายฉบับนี้เสนอให้ภาครัฐต้องสนับสนุนการเปิดพื้นที่เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถพูดคุยและถกแถลงถึงรูปแบบการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข จะเป็นการสร้าง หลักประกันและความมั่นใจให้กับประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนะรูปแบบ ของการปกครอง หรือลักษณะของการกระจายอำนาจในพื้นที่ของตนเองนะครับ ทั้งนี้ สมช. หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อเสนอจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ ไม่ว่าจะเรียกขานชื่ออะไรก็ตาม การที่มีการกล่าวถึงรูปแบบการปกครองรูปแบบนครปัตตานีนั้น เท่าที่ทราบเป็นการดำเนินการของสถาบันทางวิชาการ หรือคณะบุคคลที่มีความสนใจเรื่องนี้ ในส่วนของ สมช. นั้น เห็นว่ารูปแบบการปกครองจะเป็นแบบใด ควรขึ้นอยู่กับพัฒนา การของการพูดคุยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เป็นหลักนะครับ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในกรอบของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นรูปแบบที่เอื้อให้ผู้คนที่มีความต่างทางวัฒนธรรม หรือชาติพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคงครับ
ประเด็นนโยบายที่ ๒ เรื่องเอกภาพและการทำงานตามนโยบาย สมช. พูดว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้การทำงานในพื้นที่ไม่เป็นเอกภาพ ก็คือการที่ผู้ปฏิบัติงาน เข้าใจปัญหาไม่ตรงกันครับ การสร้างความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงมีความสำคัญครับ ดังนั้นนโยบายฉบับนี้จึงเสนอบทวิเคราะห์สาเหตุ รากเหง้าของปัญหา ที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงได้ศึกษาแล้วจากเอกสารนโยบายว่ามีสาเหตุ เป็นเงื่อนไขหลักใน ๓ ระดับ และทั้งหมดก็ได้มีความเชื่อมโยงกัน การวิเคราะห์ให้เห็นถึง สาเหตุของปัญหา มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความเข้าใจปัญหาได้ตรงกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง แผนงาน และโครงการเป็นไป ในแนวทางเดียวกันครับ สมช. เห็นด้วยกับความเห็นของสมาชิกบางท่านว่าการนำนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติเพื่อที่จะให้สามารถแก้ปัญหาที่สาเหตุ ๓ ระดับนั้นจะต้องมีการจัดลำดับ ความสำคัญ และน้ำหนักการดำเนินยุทธศาสตร์แต่ละด้านให้เหมาะสม ซึ่งในรายละเอียด ทาง สมช. ก็จะร่วมทำงานกับทั้ง กอ.รมน. ซึ่งรับผิดชอบยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และ ศอ.บต. ซึ่งรับผิดชอบยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา รวมทั้งกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องต่อไป สมช. มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งตามข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกว่า การประเมินผลเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายประสบความสำเร็จ คือในส่วนนี้การมีส่วนร่วมของประชาชนหรือองค์กรนอกภาครัฐจะเข้ามาตรวจสอบ การทำงาน หรือมาประเมินผลการดำเนินงานของรัฐก็จะน่าเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณา ครับ
ประเด็นนโยบายที่ ๓ การใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง สมช. ตระหนักดีว่า การใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงใด ๆ ถ้ามีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่มากก็น้อย แต่ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เห็นว่าที่ผ่านมากฎหมายพิเศษ เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น เนื่องจากความต้องการบังคับใช้กฎหมายมีส่วนสำคัญทำให้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่สามารถขยายผลไปสู่การหยุดยั้งการก่อเหตุรุนแรง รวมไปถึงการจับยึดอาวุธ และวัตถุระเบิดที่นำมาใช้ในการก่อเหตุรุนแรงได้หลายครั้ง ซึ่งก็หมายถึงการคุ้มครอง ชีวิตของประชาชนให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงได้จำนวนหนึ่งครับ ในขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่หลายส่วนก็ยังเห็นว่ากฎหมายพิเศษนี้มีความจำเป็น โดยเฉพาะประชาชนที่ตกเป็นเป้าหมายของการใช้ความรุนแรงครับ อย่างไรก็ตาม สมช. ก็มีการทำงานประสานกับองค์กรทางสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอ (NGO) และได้รับทราบถึง ผลกระทบในทางลบต่อการใช้กฎหมายดังกล่าว ในระยะที่ผ่านมาจึงได้มีนโยบาย ให้หน่วยงานในพื้นที่กำหนดมาตรการลดผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษ นอกจากนี้ มีการพิจารณาเสนอการขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในครั้งที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของ สมช. ว่า กอ.รมน. ต้องให้ความสำคัญกับการประเมินผล โดยเปิดพื้นที่ให้ภาควิชาการและภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายพิเศษนี้ด้วย ส่วนการยกเลิก หรือการรุกพื้นที่การใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในระยะต่อไป ก็เป็นเรื่องที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสม รวมทั้งรับฟังความเห็น รอบด้านมากขึ้นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเสนอรัฐบาลตัดสินใจในเชิงนโยบายต่อไป แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็มุ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการคุ้มครองความปลอดภัย เป็นสำคัญครับ
ประเด็นนโยบายที่ ๔ เป็นนโยบายสุดท้ายครับผม ความเชื่อมโยงระหว่าง ขบวนการยาเสพติดกับขบวนการก่อเหตุรุนแรงที่ได้รับรายงานจากหน่วยปฏิบัติ โดยเฉพาะ ทางฝ่ายตำรวจเองยืนยันว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้เกิดจากขบวนการ ก่อเหตุรุนแรงฝ่ายเดียว แต่หลายเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ หรือความขัดแย้งส่วนตัว รวมไปถึงเรื่องความมีอคติความเกลียดชังต่อกัน อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันได้ว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีมูลเหตุจูงใจในทางอุดมการณ์ มากกว่าแรงจูงใจทางด้านอาชญากรรม แม้ว่ากระบวนการทางยาเสพติดอาจจะเป็นส่วนหนึ่ง ของปัญหาซึ่งรัฐมีแนวทางในการดำเนินการด้านนี้อยู่แล้วในปัจจุบันนี้ แต่ว่าเรื่อง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ยืดเยื้อมายาวนานก็ยังคงเป็นปัญหาหลักของพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทางรัฐบาลก็เชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางอุดมการณ์ให้ได้ผลนั้น จำเป็นต้องยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีครับ ท่านประธานครับ กรณีความเชื่อมโยง ของขบวนการการก่อเหตุร้ายแรงกับขบวนการยาเสพติดนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลัง สอบสวนขยายผลให้เกิดความชัดเจน ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้วนะครับ โดยเฉพาะ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานการข่าวกำลังประสานกันอย่างใกล้ชิด
ในท้ายสุดผมขอกราบเรียนว่าการเสนอนโยบายฉบับนี้ให้รัฐสภารับทราบ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเสนอนโยบายขาขึ้น ภายหลังจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการขาลง ของการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะมียุทธศาสตร์รองรับ มีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ แนวทางมาตรการ เป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนตามที่ผมได้กราบเรียนไว้ เมื่อคืนที่แล้วนะครับ กระผมขอน้อมรับความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อนำไปประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการพัฒนา ด้านความมั่นคง ด้านการศึกษา ด้านการต่างประเทศ และด้านอื่น ๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา ให้คลี่คลายลงได้ตามที่ทุก ๆ ฝ่ายได้คาดหวังครับ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้สนับสนุนการดำเนินการตามนโยบาย ฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ผมได้จดบันทึกข้อสังเกต ข้อท้วงติง และข้อเสนอแนะ จากคำอภิปรายของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติไว้ทุกข้อนะครับ มีหลายเรื่อง ที่ตรงกับใจของผมเป็นอย่างมาก แล้วผมจะนำไปพิจารณาหารือและแก้ไขในการประชุม ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติต่อไป ขอบคุณด้วยความจริงใจอย่างยิ่งเลยที่ได้เป็นกระจก ส่องให้ผมเห็นถึงช่องว่าง จุดอ่อนในหน่วยงานที่ผมเข้ามารับผิดชอบในโอกาสนี้ ความจริง ถ้าหากว่าผมลงไปพูดข้างล่างอยู่กับท่าน ผมก็คงจะมีอีกหลายเรื่องนะครับที่จะชี้แจงอภิปราย และชี้จุดอ่อนของหน่วยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้ด้วย แต่เมื่อมายืนอยู่ตรงนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณมาก กราบเรียนด้วยความจริงใจว่าต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจและความเอาใจใส่อย่างยิ่ง ๑๐ กว่าปีมาแล้วนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ เมื่อผมมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผมใช้เวลาวันเสาร์ อาทิตย์ เกือบทุกอาทิตย์ในการที่จะลงไปอยู่ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา ไปอยู่กับศูนย์รักษาความปลอดภัย หน่วยข่าวกรองทางทหาร สันติบาล แล้วก็ข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อจะรับทราบแล้วก็เรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา ในช่วงนั้นทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง กราบเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า สิ่งที่ท่านทั้งหลายพูดว่าทำไมตั้งแต่ ๑๐ กว่าปี จนกระทั่งถึงบัดนี้ยังมีสถานการณ์ที่ทรงตัวอยู่ เหมือนกับคนที่เป็นไข้ แล้วก็ยังไม่ฟื้น แล้วยังไม่ดีขึ้น ขอกราบเรียนยกตัวอย่างสั้น ๆ ว่าในระหว่างที่ผมลงไปอยู่ในภาคใต้นั้น ได้มีโอกาสคุยกับ ท่านแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๔ ซึ่งทำหน้าที่เป็น ผอ.กอ.รมน. ภาค ๔ ผมถามว่าในแต่ละเดือน ท่านเคยไปกินข้าวกลางวัน ไปเลี้ยงข้าวมื้อกลางวัน หรือมื้อเย็นกับ ผอ.ศอ.บต. บ้างหรือเปล่า ในสมัยนั้น มีหรือไม่ หรือท่านมาเลี้ยงท่านบ้างหรือเปล่า ก็ไม่มีเลย ผมถามว่าในฐานะที่เป็นทหาร เป็นแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๔ ไปกินข้าวกับผู้บัญชาการตำรวจ ภาค ๙ บ้างหรือเปล่า ในแต่ละเดือนนั้นก็ไม่มีเลย แล้วทั้ง ๒ คน ทั้ง ผอ.ศอ.บต. กับผู้บัญชาการตำรวจพบกันบ้างหรือเปล่า กินข้าวสังสรรค์กันบ้างหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเมื่อทั้ง ๓ แท่ง ผู้นำทั้ง ๓ แท่งหน่วยงาน ขาดความผูกพันกันอย่างนี้ก็เป็นคำตอบนะครับว่าทำไมสถานการณ์มันถึงยืดเยื้อมา จนกระทั่งถึงวันนี้ ในการเสนอนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบในวันนี้นั้น เป็นกระบวนการที่กำหนด ไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ก่อนที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็คือ กอ.รมน. และ ศอ.บต. จะนำไปดำเนินการจัดทำ แผนปฏิบัติและจัดทำยุทธศาสตร์ให้รองรับนโยบายในแนวทางเดียวกันต่อไป ซึ่งก็จะออกมา เป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของ กอ.รมน. และยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาของ ศอ.บต. เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์หลักของทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์ ก็คือยุทธศาสตร์พระราชทาน คือเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา นี่คือยุทธศาสตร์หลัก และยุทธศาสตร์ ด้านความมั่นคงมีอีก ๖ ยุทธศาสตร์ ขณะนี้ทาง กอ.รมน. ได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันหลังผมจะส่งให้ทราบว่าทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์นี้มีอะไรบ้างที่ กอ.รมน. ต้องปฏิบัติ และ ๗ ยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต. ในด้านการพัฒนามีอะไรบ้าง ซึ่งยุทธศาสตร์ ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้จะเชื่อมประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นจะไม่มีการเกี่ยงกัน และทาง กอ.รมน. ก็ได้วางน้ำหนักในการดำเนินการแต่ละยุทธศาสตร์ ในการทำงานในรอบปี เป็นร้อยละกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อก่อนเราไม่เคยทำ คราวนี้ต้องกำหนดว่าการดำเนินการ ทางยุทธศาสตร์แต่ละยุทธศาสตร์นั้น ในแต่ละปีจะต้องกำหนดผลของความสำเร็จไว้ ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่เคยกำหนด ยกตัวอย่างเช่น กำหนดน้ำหนักในยุทธศาสตร์ของการเสริมสร้าง ความเข้าใจของคนในพื้นที่ไว้ในรอบปี เอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพราะฉะนั้นนโยบาย ๓ ปี ถ้าทำได้จริงจะทำได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะประสบสมความมุ่งหมาย เพราะฉะนั้นจะต้องมี การขับเคลื่อนและมีการผลักดันการทำงาน มิฉะนั้นเมื่อดูผลงานในปีก่อนเราจะเห็นว่า ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความเข้าใจทำได้แค่ ๒.๖๒ เปอร์เซ็นต์ มันไม่ตรงกับแผนที่เราวางไว้ หรือนโยบายที่เราวางไว้ เพราะขาดการขับเคลื่อนและการติดตามในยุทธศาสตร์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่ทำไว้ขอได้นะครับ เมื่อนำมาใช้ก็จะพบปัจจัยแห่งความสำเร็จ นอกจากเจ้าหน้าที่จะต้องมีความเข้าใจในปัญหา มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่องาน ที่จะต้องปฏิบัติแล้ว จะต้องให้ทั้ง ๒ องค์กร คือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และศูนย์อำนวยการ ศอ.บต. จะต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ โดยการเมืองนำการทหาร โดยบูรณาการงานรับผิดชอบของแต่ละกระทรวงและหน่วยงาน มีทั้งหมด ๒๕ หน่วยงาน มี ๑๙ กระทรวง และ ๖ หน่วยงานที่จะต้องเข้ามาทำงาน ต่อไปนี้ ทุกกระทรวงจะต้องเข้ามาทำงาน แล้วก็ต้องมีการบูรณาการหน่วยงานทุกกระทรวงด้วย ไม่ใช่มีผมนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว ต่อไปมันจะต้องมี ๑๙ กระทรวงเข้ามาอยู่ตรงนี้นะครับ ให้เป็นไปตามกำหนด แล้วก็น้ำหนักของแต่ละยุทธศาสตร์ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ได้จัดการผลักดันและขับเคลื่อนการทำงานให้บังเกิดผลโดยจัดตั้งคณะกรรมการ ติดตาม ผลักดัน ขับเคลื่อนการทำงานให้ทั้ง กอ.รมน. ภาค และ ศอ.บต. รวมทั้งกระทรวง ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้มีการบูรณาการและมีผลตามยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ โดยมีผม เป็นประธานในการรับผิดชอบในการขับเคลื่อนครั้งนี้ โดยจะมีการประเมินผลงานของแต่ละกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้ผลเป็นไปตามแผนนโยบายหรือไม่ เอกสารประเมินผล ได้เริ่มทำมาแล้วนะครับ เพิ่งส่งมาให้ผมเมื่อวานนี้ ๑ ชุด เป็นการประเมินผลไตรมาสที่ ๑ จากเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ต่อไปก็จะเป็นการประเมินการตั้งแต่ เดือนมกราคม ๒๕๕๕ จนถึงเดือนมีนาคม คือเดือนนี้นะครับ จะเป็นไตรมาสที่ ๒ ต่อไป ซึ่งการรายงานนี้จะส่งไปให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ. กอ.รมน. ให้ ฯพณฯ ได้รับ ทราบด้วย เพื่อที่จะได้สั่งการไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่ยังไม่สามารถจะขับเคลื่อนตัวเอง เข้าไปดำเนินการในสายงานตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้วางไว้ ผมขอเรียนเพิ่มเติมนะครับ ตอบคำถามบางคำถามที่เกี่ยวข้อง ผมขอเรียนว่าในการเอาใจใส่ต่อการดำเนินการ อยู่ในขณะนี้นั้น ผู้บังคับบัญชาทุกคนได้เอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในทุกระดับ การเดินทาง ไปตรวจเยี่ยมหน่วยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมทุกครั้งจะไม่ใช่เป็นการไปฟัง บรรยายสรุป เสร็จแล้วทานข้าวกลับกรุงเทพฯ ไม่เคยนะครับ ผมขอเรียนให้ทราบว่าทันที ที่ไปถึงจะฟังคำชี้แจงสรุปในเรื่องลับที่สุด โดยเฉพาะจากหัวหน้าการข่าวของหน่วยงาน และหัวหน้ายุทธการของหน่วยงานให้ทราบว่าอะไรที่เป็นข่าวที่ไม่สามารถจะเข้าไปประชุม ในการประชุมใหญ่ ชี้แจงให้ผมทราบเสียก่อน การปฏิบัติงานของหน่วยที่ไม่สามารถจะชี้แจง ในที่ประชุมใหญ่ ชี้แจงให้ผมทราบเสียก่อนว่าอะไรที่ทำประสบความสำเร็จ อะไรที่ไม่ประสบ ความสำเร็จ นี่คือการประชุมในห้องเล็กก่อนการประชุมใหญ่ แล้วหลังจากนั้นผมจะเข้า ประชุมใหญ่สั่งการในทุกระดับตั้งแต่แม่ทัพจนถึงผู้บังคับกองพันในพื้นที่ ทุกระดับต้องเข้า รับทราบหมด เพราะฉะนั้นจะต้องมีผู้บัญชาการทหารบกซึ่งเป็นรอง ผอ.กอ.รมน. ไปชี้แจง ในรายละเอียดให้หน่วยในพื้นที่รับทราบพร้อมกับผมด้วยทุกครั้ง และหลังจากนั้นผมจะเชิญ ประชุมเฉพาะผู้บังคับหน่วยคือตั้งแต่แม่ทัพภาคผู้บัญชาการกองพล ผู้ว่าราชการจังหวัด ผอ.กอ.รมน. ภาค ๔ ผอ.ศอ.บต. รับคำสั่งแล้วก็ชี้แจงความต้องการให้ผมทราบโดยเฉพาะ หลังจากที่ได้มีการประชุมทุกระดับทั้ง ๓ ระดับแล้ว ผมก็จะลงไปในพื้นที่จะดูความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไปเมื่อเดือนที่แล้วก็ลงไปยังพื้นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ดูความต้องการของประชาชน ดูอาชีพ ดูคุณภาพชีวิต ดูชุดคุ้มครองหมู่บ้านของแต่ละอำเภอ ของแต่ละหมู่บ้านด้วย แล้วสิ่งที่เราได้ฟัง ได้เห็น ได้ทราบจากผู้ใหญ่บ้าน จากประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่เราได้รับความจริงทั้งหมดนะครับ อย่างผู้ใหญ่บ้านที่ผมคุยด้วยถูกยิงมา ๓ ครั้งแล้ว ถูกลูกระเบิดมา ๒ ครั้งแล้ว เขาบอกว่าวันนี้ในพื้นที่หมู่บ้านเขาเขาไม่ต้องการทหารเพิ่มขึ้น อีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือครู เขาต้องการสนามกีฬาให้กับเยาวชนเขาในหมู่บ้าน เขาต้องการเจ้าหน้าที่ทางการเกษตรเข้ามาเสริมอาชีพเขา มาสอนเขาในเรื่องการเพาะปลูก ดูด้วยว่าทำไมข้าวเขานานี้ทำไมน้ำท่วม แล้วนานี้ทำไมน้ำแห้งอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นงานของ ศอ.บต. มีความสำคัญอย่างยิ่งมากกว่างานของ กอ.รมน. ในขณะนี้ ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ผมขอเรียนในเรื่องของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ถูกถามมาเมื่อครู่ ผมเลยขออนุญาตเรียนว่ารัฐบาลในขณะนี้มีเป้าหมายในการที่จะยกเลิก การใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ทุกครั้งที่มีการพิจารณานั้น ได้ใช้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้นะครับ เราต้องการ ให้ประชาชนอยู่ในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงเข้ามาจะดีกว่า เพราะเราสามารถ จะใช้มาตรา ๒๑ ได้ แต่ทุกครั้งที่เสนอมา อย่างเช่นการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินก็ยังขอให้คงไว้อยู่อีก ๓ เดือน ซึ่งคิดว่าหลังจากนี้ อีก ๓ เดือนเราก็จะดูตำบลต่าง ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีเกียรติได้เสนอไว้ หลายอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอไม้แก่น อำเภอเบตง อำเภอสุคิริน ต่าง ๆ นี้ก็จะนำไปพิจารณาต่อไปนะครับ แล้วเรื่องที่ท่านขอให้เชิญผู้แทนมานั่งสนทนาธรรม ในเรื่องนี้ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ผมด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ทันทีแล้วพร้อมทันทีเลยขอให้ ติดต่อมาโดยตรงที่สำนักงานรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงพร้อมที่จะนั่งคุย และสนทนาธรรมตลอดเวลา เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วได้มีท่านประธาน ท่านเลขานุการคณะกรรมการ ทั้ง ๓ จังหวัด ได้มาแวะเยี่ยมและได้มานั่งคุย และได้มาแสดงความต้องการ เป็นครั้งแรก ตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา บอกนี่คือครั้งแรกที่คณะกรรมการจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ได้มาเยี่ยม ในทำเนียบรัฐบาล แล้วได้ขึ้นเข้าไปคุยในห้องประชุมของผมโดยเฉพาะ แล้วก็ถือว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งของผม แล้วก็ของคณะกรรมการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งประธาน คณะกรรมการจังหวัดเป็นผู้นำมาด้วย ก็กราบเรียนให้ทราบนะครับ
ผมขอสุดท้ายด้วยตอบของท่านอลงกรณ์ พลบุตร น้องรักผมนะครับ ท่านเสนอแนวความคิดที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ท่านไปไกลมากแล้วนะครับ ซึ่งถือว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยในการที่จะนำเรื่องของสมาคมอาเซียนมาชี้แจงในที่นี้ ผมขอรับ ทุกอย่างในเรื่องของความมั่นคง สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ในเรื่องของชาติที่เกี่ยวข้องกับ พื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ คือประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งชาติ ในตะวันออกกลางบางชาติในขณะนี้ได้มาติดต่อแล้วว่าจะให้ช่วยเหลืออะไรบ้าง แล้วพร้อมที่ จะเข้ามาช่วยเหลือเราด้วย ก็คิดว่ายุทธศาสตร์ ๕ ลิมอ ดาซาร์คงจะต้องขออนุญาตรับความรู้ จากท่านเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพราะเหลืออีก ๒ ปี ๑๐ เดือนเท่านั้นมันก็จะไร้พรมแดนแล้วสำหรับชาติอาเซียน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมี การแก้ไขปรับเปลี่ยนอีกมากและจะต้องทำให้ทันต่อความก้าวหน้าของประเทศ ให้ทัน กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความก้าวหน้าไปมากแล้วด้วย อย่างไรก็ตามต้องขอความกรุณาท่าน นำพวกเราไปถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้ได้ด้วย
ผมขออนุญาตใกล้จบแล้วครับ ยืนยันที่จะปฏิบัติอย่างจริงจัง เอาจริงเอาจังนะครับ แล้วขอเวลาปฏิบัติตามนโยบายนี้ และยุทธศาสตร์ที่ปรับใหม่นี้ขอให้ดูว่าใน ๑ ไตรมาสนี้ จะมีการประเมินผลอย่างแท้จริง แล้วก็จะกราบเรียนให้ทราบต่อไปว่าผลของการปฏิบัติ ภายใน ๓ เดือนในนโยบายใหม่นี้จะเป็นอย่างไร ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกท่าน ทุกคนที่เป็นคนไทย ที่จะต้องช่วยกันนำความสงบสุข แล้วก็สันติภาพกลับคืนมาให้กับประชาชนทั้ง ๓ จังหวัดให้ได้ ในนามของรัฐบาลต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ให้ความคิดเห็น และข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตลอดจนข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไข ปัญหาต่อไปในอนาคต แล้วก็จะได้รับไปดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านผู้มีเกียรติ ฝากผมไว้ว่าอย่าลืมในเรื่องของโครงการพระราชดำริและโครงการศิลปาชีพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลยนะครับ แล้วก็จะรับไปดำเนินการ ให้เกิดผลในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณครับ
เป็นอันว่าที่ประชุมได้รับทราบนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านผู้มาชี้แจงทั้ง ๓ ท่าน คือเราปิดอภิปรายไปแล้ว ท่านจะฝากใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส. จากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านเลขาธิการ สมช. อย่างน้อยที่สุดก็คือว่าท่านที่ชี้แจงในวันนี้ คือเป็นความหวัง ผมก็หวังว่านโยบายนี้ถ้าหากว่าท่านดำเนินการตามที่ท่านได้กล่าว แล้วก็ ชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งก็เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ผมอยากจะฝากอย่างนี้ ที่ท่านพูดถึงเรื่องยุทธศาสตร์ ผมอยากจะขอชมหน่อย ก็คือว่ายุทธศาสตร์ของท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีที่เกี่ยวกับในเรื่องของปัตตานีสันติสุข ผมเป็นคล้องดีมากเลย ผมอยากจะฝากเรื่องนี้ไปสู่ในนโยบายในยุทธศาสตร์พระราชทานที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ปัญหาจริง ๆ ก็คือว่าวันนี้คนที่เข้าไปแก้ไขก็คือเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ไม่มีความเข้าใจต่อพื้นที่จริง ๆ ถ้าหากว่าใช้ยุทธศาสตร์ของจังหวัดปัตตานีนำร่อง หรือเอาความรู้ความเข้าใจตรงนี้ไปศึกษา ผมเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้แนวทางการแก้ไขปัญหาในยุทธศาสตร์พระราชทานที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา จะเกิดผลครับ แล้วก็เอกสารนี้ผมจะมอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เพื่อศึกษาดูว่าถ้าเป็นจริงแล้วขอสนับสนุนด้วยครับว่าแนวทางยุทธศาสตร์อันนี้ ผมเชื่อว่า มันจะมีผล ขอบคุณครับ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาให้เลยนะครับ เจ้าหน้าที่ขอเอกสารจากท่านเดี๋ยวนี้เลยนะครับ ผมต้องขอขอบคุณท่าน พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และท่านปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้ที่มาชี้แจง และขอบคุณท่านสมาชิก ที่ให้ข้อมูล ข้อแนะนำ ข้อสังเกต และแนวทางการแก้ไขปัญหาและปัญหา
ต่อไป ๒.๒ รับทราบงบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินกองทุนประกันสุขภาพ แห่งชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ และ พ.ศ. ๒๕๕๒ แต่เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือขอเลื่อน ฉะนั้นในรายการ ๒.๒ รับทราบนี้เลื่อนไปก่อนนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) จำนวน ๔ ครั้ง คือ
- ครั้งที่ ๑๑ วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔
- ครั้งที่ ๑๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔
- ครั้งที่ ๑๓ วันพุธที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๔
- ครั้งที่ ๑๔ วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔
ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอต่อสภารับรอง มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมรับรอง ผมว่าการประชุมวันนี้ได้พอสมควรแล้วนะครับ ผมขอปิด การประชุมนะครับ