วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี หารือเรื่องเอกภาพการทำงานตามนโยบาย สมช. โดยเสนอให้วิเคราะห์สาเหตุรากเหง้าปัญหาใน 3 ระดับเพื่อสร้างความเข้าใจตรงกัน และเน้นย้ำความสำคัญของการประเมินผลโดยมีประชาชนหรือองค์กรนอกภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ต่อมา วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี หารือเรื่องการใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการคุ้มครองประชาชนและลดผลกระทบทางสิทธิมนุษยชน พร้อมเสนอให้เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนร่วมประเมินผล
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้ชี้แจง ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ อีกครั้งครับในความเห็น คำแนะนำ ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ซึ่งในฐานะผู้จัดทำนโยบาย ก็จะรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีที่จะ กราบเรียนชี้แจงในบางประเด็นนโยบาย ซึ่งความจริงผมก็ได้ตอบไปแล้วในบางส่วน เมื่อวานนี้ครับ มีประมาณ ๓-๔ ประเด็นนโยบาย
เรื่องแรก การกระจายอำนาจ เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ได้กรุณากล่าวถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดตั้งการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และกล่าวถึงนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในส่วนนี้เกี่ยวข้องกับ การเปิดพื้นที่พูดคุยเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ขอเรียนว่าเป้าหมายของนโยบายในข้อนี้ มาจากความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เสนอแนะว่าในระยะที่ผ่านมาการที่ประชาชนจะพูดถึง เรื่องเกี่ยวกับการแสวงหารูปแบบการปกครองท้องถิ่น หรือความต้องการที่จะเห็น การกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนในการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับ กิจการท้องถิ่นนั้น ในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกว่าถูกฝ่ายราชการจับจ้องและตั้งข้อสงสัยว่าผู้ที่พูดถึงเรื่องเหล่านี้ อาจจะเป็นแนวร่วมของขบวนการก่อเหตุรุนแรงมาโดยตลอด การที่นโยบายฉบับนี้เสนอให้ภาครัฐต้องสนับสนุนการเปิดพื้นที่เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ สามารถพูดคุยและถกแถลงถึงรูปแบบการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข จะเป็นการสร้าง หลักประกันและความมั่นใจให้กับประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนะรูปแบบ ของการปกครอง หรือลักษณะของการกระจายอำนาจในพื้นที่ของตนเองนะครับ ทั้งนี้ สมช. หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อเสนอจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ ไม่ว่าจะเรียกขานชื่ออะไรก็ตาม การที่มีการกล่าวถึงรูปแบบการปกครองรูปแบบนครปัตตานีนั้น เท่าที่ทราบเป็นการดำเนินการของสถาบันทางวิชาการ หรือคณะบุคคลที่มีความสนใจเรื่องนี้ ในส่วนของ สมช. นั้น เห็นว่ารูปแบบการปกครองจะเป็นแบบใด ควรขึ้นอยู่กับพัฒนา การของการพูดคุยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เป็นหลักนะครับ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในกรอบของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นรูปแบบที่เอื้อให้ผู้คนที่มีความต่างทางวัฒนธรรม หรือชาติพันธุ์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคงครับ
ประเด็นนโยบายที่ ๒ เรื่องเอกภาพและการทำงานตามนโยบาย สมช. พูดว่า สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้การทำงานในพื้นที่ไม่เป็นเอกภาพ ก็คือการที่ผู้ปฏิบัติงาน เข้าใจปัญหาไม่ตรงกันครับ การสร้างความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากสาเหตุใด จึงมีความสำคัญครับ ดังนั้นนโยบายฉบับนี้จึงเสนอบทวิเคราะห์สาเหตุ รากเหง้าของปัญหา ที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงได้ศึกษาแล้วจากเอกสารนโยบายว่ามีสาเหตุ เป็นเงื่อนไขหลักใน ๓ ระดับ และทั้งหมดก็ได้มีความเชื่อมโยงกัน การวิเคราะห์ให้เห็นถึง สาเหตุของปัญหา มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความเข้าใจปัญหาได้ตรงกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง แผนงาน และโครงการเป็นไป ในแนวทางเดียวกันครับ สมช. เห็นด้วยกับความเห็นของสมาชิกบางท่านว่าการนำนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติเพื่อที่จะให้สามารถแก้ปัญหาที่สาเหตุ ๓ ระดับนั้นจะต้องมีการจัดลำดับ ความสำคัญ และน้ำหนักการดำเนินยุทธศาสตร์แต่ละด้านให้เหมาะสม ซึ่งในรายละเอียด ทาง สมช. ก็จะร่วมทำงานกับทั้ง กอ.รมน. ซึ่งรับผิดชอบยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และ ศอ.บต. ซึ่งรับผิดชอบยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา รวมทั้งกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องต่อไป สมช. มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งตามข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกว่า การประเมินผลเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายประสบความสำเร็จ คือในส่วนนี้การมีส่วนร่วมของประชาชนหรือองค์กรนอกภาครัฐจะเข้ามาตรวจสอบ การทำงาน หรือมาประเมินผลการดำเนินงานของรัฐก็จะน่าเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณา ครับ
ประเด็นนโยบายที่ ๓ การใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง สมช. ตระหนักดีว่า การใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงใด ๆ ถ้ามีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่มากก็น้อย แต่ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เห็นว่าที่ผ่านมากฎหมายพิเศษ เป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น เนื่องจากความต้องการบังคับใช้กฎหมายมีส่วนสำคัญทำให้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่สามารถขยายผลไปสู่การหยุดยั้งการก่อเหตุรุนแรง รวมไปถึงการจับยึดอาวุธ และวัตถุระเบิดที่นำมาใช้ในการก่อเหตุรุนแรงได้หลายครั้ง ซึ่งก็หมายถึงการคุ้มครอง ชีวิตของประชาชนให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงได้จำนวนหนึ่งครับ ในขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่หลายส่วนก็ยังเห็นว่ากฎหมายพิเศษนี้มีความจำเป็น โดยเฉพาะประชาชนที่ตกเป็นเป้าหมายของการใช้ความรุนแรงครับ อย่างไรก็ตาม สมช. ก็มีการทำงานประสานกับองค์กรทางสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอ (NGO) และได้รับทราบถึง ผลกระทบในทางลบต่อการใช้กฎหมายดังกล่าว ในระยะที่ผ่านมาจึงได้มีนโยบาย ให้หน่วยงานในพื้นที่กำหนดมาตรการลดผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษ นอกจากนี้ มีการพิจารณาเสนอการขยายการบังคับใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในครั้งที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของ สมช. ว่า กอ.รมน. ต้องให้ความสำคัญกับการประเมินผล โดยเปิดพื้นที่ให้ภาควิชาการและภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายพิเศษนี้ด้วย ส่วนการยกเลิก หรือการรุกพื้นที่การใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในระยะต่อไป ก็เป็นเรื่องที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสม รวมทั้งรับฟังความเห็น รอบด้านมากขึ้นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเสนอรัฐบาลตัดสินใจในเชิงนโยบายต่อไป แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็มุ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการคุ้มครองความปลอดภัย เป็นสำคัญครับ
ประเด็นนโยบายที่ ๔ เป็นนโยบายสุดท้ายครับผม ความเชื่อมโยงระหว่าง ขบวนการยาเสพติดกับขบวนการก่อเหตุรุนแรงที่ได้รับรายงานจากหน่วยปฏิบัติ โดยเฉพาะ ทางฝ่ายตำรวจเองยืนยันว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้เกิดจากขบวนการ ก่อเหตุรุนแรงฝ่ายเดียว แต่หลายเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ หรือความขัดแย้งส่วนตัว รวมไปถึงเรื่องความมีอคติความเกลียดชังต่อกัน อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันได้ว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีมูลเหตุจูงใจในทางอุดมการณ์ มากกว่าแรงจูงใจทางด้านอาชญากรรม แม้ว่ากระบวนการทางยาเสพติดอาจจะเป็นส่วนหนึ่ง ของปัญหาซึ่งรัฐมีแนวทางในการดำเนินการด้านนี้อยู่แล้วในปัจจุบันนี้ แต่ว่าเรื่อง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ยืดเยื้อมายาวนานก็ยังคงเป็นปัญหาหลักของพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทางรัฐบาลก็เชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางอุดมการณ์ให้ได้ผลนั้น จำเป็นต้องยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีครับ ท่านประธานครับ กรณีความเชื่อมโยง ของขบวนการการก่อเหตุร้ายแรงกับขบวนการยาเสพติดนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลัง สอบสวนขยายผลให้เกิดความชัดเจน ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้วนะครับ โดยเฉพาะ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานการข่าวกำลังประสานกันอย่างใกล้ชิด
ในท้ายสุดผมขอกราบเรียนว่าการเสนอนโยบายฉบับนี้ให้รัฐสภารับทราบ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเสนอนโยบายขาขึ้น ภายหลังจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการขาลง ของการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะมียุทธศาสตร์รองรับ มีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ แนวทางมาตรการ เป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนตามที่ผมได้กราบเรียนไว้ เมื่อคืนที่แล้วนะครับ กระผมขอน้อมรับความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อนำไปประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการพัฒนา ด้านความมั่นคง ด้านการศึกษา ด้านการต่างประเทศ และด้านอื่น ๆ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา ให้คลี่คลายลงได้ตามที่ทุก ๆ ฝ่ายได้คาดหวังครับ ท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้สนับสนุนการดำเนินการตามนโยบาย ฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ