ยุทธศักดิ์ ศศิประภา หารือเรื่องปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ และเสนอแนวทางแก้ไข โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนและการติดตามผลงานในยุทธศาสตร์ที่กำหนด นอกจากนี้ ยุทธศักดิ์ ศศิประภายังหารือเรื่องการยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการเปลี่ยนแปลงมาตรา 21 ในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง เพื่อลดการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเพิ่มการควบคุมดูแลในระดับตำบล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมการเพื่อไร้พรมแดนของอาเซียน และเรียกร้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ผมได้จดบันทึกข้อสังเกต ข้อท้วงติง และข้อเสนอแนะ จากคำอภิปรายของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติไว้ทุกข้อนะครับ มีหลายเรื่อง ที่ตรงกับใจของผมเป็นอย่างมาก แล้วผมจะนำไปพิจารณาหารือและแก้ไขในการประชุม ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติต่อไป ขอบคุณด้วยความจริงใจอย่างยิ่งเลยที่ได้เป็นกระจก ส่องให้ผมเห็นถึงช่องว่าง จุดอ่อนในหน่วยงานที่ผมเข้ามารับผิดชอบในโอกาสนี้ ความจริง ถ้าหากว่าผมลงไปพูดข้างล่างอยู่กับท่าน ผมก็คงจะมีอีกหลายเรื่องนะครับที่จะชี้แจงอภิปราย และชี้จุดอ่อนของหน่วยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้ด้วย แต่เมื่อมายืนอยู่ตรงนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณมาก กราบเรียนด้วยความจริงใจว่าต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจและความเอาใจใส่อย่างยิ่ง ๑๐ กว่าปีมาแล้วนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ เมื่อผมมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผมใช้เวลาวันเสาร์ อาทิตย์ เกือบทุกอาทิตย์ในการที่จะลงไปอยู่ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา ไปอยู่กับศูนย์รักษาความปลอดภัย หน่วยข่าวกรองทางทหาร สันติบาล แล้วก็ข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อจะรับทราบแล้วก็เรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา ในช่วงนั้นทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง กราบเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า สิ่งที่ท่านทั้งหลายพูดว่าทำไมตั้งแต่ ๑๐ กว่าปี จนกระทั่งถึงบัดนี้ยังมีสถานการณ์ที่ทรงตัวอยู่ เหมือนกับคนที่เป็นไข้ แล้วก็ยังไม่ฟื้น แล้วยังไม่ดีขึ้น ขอกราบเรียนยกตัวอย่างสั้น ๆ ว่าในระหว่างที่ผมลงไปอยู่ในภาคใต้นั้น ได้มีโอกาสคุยกับ ท่านแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๔ ซึ่งทำหน้าที่เป็น ผอ.กอ.รมน. ภาค ๔ ผมถามว่าในแต่ละเดือน ท่านเคยไปกินข้าวกลางวัน ไปเลี้ยงข้าวมื้อกลางวัน หรือมื้อเย็นกับ ผอ.ศอ.บต. บ้างหรือเปล่า ในสมัยนั้น มีหรือไม่ หรือท่านมาเลี้ยงท่านบ้างหรือเปล่า ก็ไม่มีเลย ผมถามว่าในฐานะที่เป็นทหาร เป็นแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๔ ไปกินข้าวกับผู้บัญชาการตำรวจ ภาค ๙ บ้างหรือเปล่า ในแต่ละเดือนนั้นก็ไม่มีเลย แล้วทั้ง ๒ คน ทั้ง ผอ.ศอ.บต. กับผู้บัญชาการตำรวจพบกันบ้างหรือเปล่า กินข้าวสังสรรค์กันบ้างหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเมื่อทั้ง ๓ แท่ง ผู้นำทั้ง ๓ แท่งหน่วยงาน ขาดความผูกพันกันอย่างนี้ก็เป็นคำตอบนะครับว่าทำไมสถานการณ์มันถึงยืดเยื้อมา จนกระทั่งถึงวันนี้ ในการเสนอนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบในวันนี้นั้น เป็นกระบวนการที่กำหนด ไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ ก่อนที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็คือ กอ.รมน. และ ศอ.บต. จะนำไปดำเนินการจัดทำ แผนปฏิบัติและจัดทำยุทธศาสตร์ให้รองรับนโยบายในแนวทางเดียวกันต่อไป ซึ่งก็จะออกมา เป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของ กอ.รมน. และยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาของ ศอ.บต. เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์หลักของทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์ ก็คือยุทธศาสตร์พระราชทาน คือเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา นี่คือยุทธศาสตร์หลัก และยุทธศาสตร์ ด้านความมั่นคงมีอีก ๖ ยุทธศาสตร์ ขณะนี้ทาง กอ.รมน. ได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันหลังผมจะส่งให้ทราบว่าทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์นี้มีอะไรบ้างที่ กอ.รมน. ต้องปฏิบัติ และ ๗ ยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต. ในด้านการพัฒนามีอะไรบ้าง ซึ่งยุทธศาสตร์ ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้จะเชื่อมประสานเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นจะไม่มีการเกี่ยงกัน และทาง กอ.รมน. ก็ได้วางน้ำหนักในการดำเนินการแต่ละยุทธศาสตร์ ในการทำงานในรอบปี เป็นร้อยละกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่อก่อนเราไม่เคยทำ คราวนี้ต้องกำหนดว่าการดำเนินการ ทางยุทธศาสตร์แต่ละยุทธศาสตร์นั้น ในแต่ละปีจะต้องกำหนดผลของความสำเร็จไว้ ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่เคยกำหนด ยกตัวอย่างเช่น กำหนดน้ำหนักในยุทธศาสตร์ของการเสริมสร้าง ความเข้าใจของคนในพื้นที่ไว้ในรอบปี เอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพราะฉะนั้นนโยบาย ๓ ปี ถ้าทำได้จริงจะทำได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะประสบสมความมุ่งหมาย เพราะฉะนั้นจะต้องมี การขับเคลื่อนและมีการผลักดันการทำงาน มิฉะนั้นเมื่อดูผลงานในปีก่อนเราจะเห็นว่า ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความเข้าใจทำได้แค่ ๒.๖๒ เปอร์เซ็นต์ มันไม่ตรงกับแผนที่เราวางไว้ หรือนโยบายที่เราวางไว้ เพราะขาดการขับเคลื่อนและการติดตามในยุทธศาสตร์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่ทำไว้ขอได้นะครับ เมื่อนำมาใช้ก็จะพบปัจจัยแห่งความสำเร็จ นอกจากเจ้าหน้าที่จะต้องมีความเข้าใจในปัญหา มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่องาน ที่จะต้องปฏิบัติแล้ว จะต้องให้ทั้ง ๒ องค์กร คือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และศูนย์อำนวยการ ศอ.บต. จะต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ โดยการเมืองนำการทหาร โดยบูรณาการงานรับผิดชอบของแต่ละกระทรวงและหน่วยงาน มีทั้งหมด ๒๕ หน่วยงาน มี ๑๙ กระทรวง และ ๖ หน่วยงานที่จะต้องเข้ามาทำงาน ต่อไปนี้ ทุกกระทรวงจะต้องเข้ามาทำงาน แล้วก็ต้องมีการบูรณาการหน่วยงานทุกกระทรวงด้วย ไม่ใช่มีผมนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว ต่อไปมันจะต้องมี ๑๙ กระทรวงเข้ามาอยู่ตรงนี้นะครับ ให้เป็นไปตามกำหนด แล้วก็น้ำหนักของแต่ละยุทธศาสตร์ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ได้จัดการผลักดันและขับเคลื่อนการทำงานให้บังเกิดผลโดยจัดตั้งคณะกรรมการ ติดตาม ผลักดัน ขับเคลื่อนการทำงานให้ทั้ง กอ.รมน. ภาค และ ศอ.บต. รวมทั้งกระทรวง ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้มีการบูรณาการและมีผลตามยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ โดยมีผม เป็นประธานในการรับผิดชอบในการขับเคลื่อนครั้งนี้ โดยจะมีการประเมินผลงานของแต่ละกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้ผลเป็นไปตามแผนนโยบายหรือไม่ เอกสารประเมินผล ได้เริ่มทำมาแล้วนะครับ เพิ่งส่งมาให้ผมเมื่อวานนี้ ๑ ชุด เป็นการประเมินผลไตรมาสที่ ๑ จากเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ต่อไปก็จะเป็นการประเมินการตั้งแต่ เดือนมกราคม ๒๕๕๕ จนถึงเดือนมีนาคม คือเดือนนี้นะครับ จะเป็นไตรมาสที่ ๒ ต่อไป ซึ่งการรายงานนี้จะส่งไปให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ. กอ.รมน. ให้ ฯพณฯ ได้รับ ทราบด้วย เพื่อที่จะได้สั่งการไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่ยังไม่สามารถจะขับเคลื่อนตัวเอง เข้าไปดำเนินการในสายงานตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้วางไว้ ผมขอเรียนเพิ่มเติมนะครับ ตอบคำถามบางคำถามที่เกี่ยวข้อง ผมขอเรียนว่าในการเอาใจใส่ต่อการดำเนินการ อยู่ในขณะนี้นั้น ผู้บังคับบัญชาทุกคนได้เอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในทุกระดับ การเดินทาง ไปตรวจเยี่ยมหน่วยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมทุกครั้งจะไม่ใช่เป็นการไปฟัง บรรยายสรุป เสร็จแล้วทานข้าวกลับกรุงเทพฯ ไม่เคยนะครับ ผมขอเรียนให้ทราบว่าทันที ที่ไปถึงจะฟังคำชี้แจงสรุปในเรื่องลับที่สุด โดยเฉพาะจากหัวหน้าการข่าวของหน่วยงาน และหัวหน้ายุทธการของหน่วยงานให้ทราบว่าอะไรที่เป็นข่าวที่ไม่สามารถจะเข้าไปประชุม ในการประชุมใหญ่ ชี้แจงให้ผมทราบเสียก่อน การปฏิบัติงานของหน่วยที่ไม่สามารถจะชี้แจง ในที่ประชุมใหญ่ ชี้แจงให้ผมทราบเสียก่อนว่าอะไรที่ทำประสบความสำเร็จ อะไรที่ไม่ประสบ ความสำเร็จ นี่คือการประชุมในห้องเล็กก่อนการประชุมใหญ่ แล้วหลังจากนั้นผมจะเข้า ประชุมใหญ่สั่งการในทุกระดับตั้งแต่แม่ทัพจนถึงผู้บังคับกองพันในพื้นที่ ทุกระดับต้องเข้า รับทราบหมด เพราะฉะนั้นจะต้องมีผู้บัญชาการทหารบกซึ่งเป็นรอง ผอ.กอ.รมน. ไปชี้แจง ในรายละเอียดให้หน่วยในพื้นที่รับทราบพร้อมกับผมด้วยทุกครั้ง และหลังจากนั้นผมจะเชิญ ประชุมเฉพาะผู้บังคับหน่วยคือตั้งแต่แม่ทัพภาคผู้บัญชาการกองพล ผู้ว่าราชการจังหวัด ผอ.กอ.รมน. ภาค ๔ ผอ.ศอ.บต. รับคำสั่งแล้วก็ชี้แจงความต้องการให้ผมทราบโดยเฉพาะ หลังจากที่ได้มีการประชุมทุกระดับทั้ง ๓ ระดับแล้ว ผมก็จะลงไปในพื้นที่จะดูความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไปเมื่อเดือนที่แล้วก็ลงไปยังพื้นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ดูความต้องการของประชาชน ดูอาชีพ ดูคุณภาพชีวิต ดูชุดคุ้มครองหมู่บ้านของแต่ละอำเภอ ของแต่ละหมู่บ้านด้วย แล้วสิ่งที่เราได้ฟัง ได้เห็น ได้ทราบจากผู้ใหญ่บ้าน จากประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่เราได้รับความจริงทั้งหมดนะครับ อย่างผู้ใหญ่บ้านที่ผมคุยด้วยถูกยิงมา ๓ ครั้งแล้ว ถูกลูกระเบิดมา ๒ ครั้งแล้ว เขาบอกว่าวันนี้ในพื้นที่หมู่บ้านเขาเขาไม่ต้องการทหารเพิ่มขึ้น อีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือครู เขาต้องการสนามกีฬาให้กับเยาวชนเขาในหมู่บ้าน เขาต้องการเจ้าหน้าที่ทางการเกษตรเข้ามาเสริมอาชีพเขา มาสอนเขาในเรื่องการเพาะปลูก ดูด้วยว่าทำไมข้าวเขานานี้ทำไมน้ำท่วม แล้วนานี้ทำไมน้ำแห้งอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นงานของ ศอ.บต. มีความสำคัญอย่างยิ่งมากกว่างานของ กอ.รมน. ในขณะนี้ ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ผมขอเรียนในเรื่องของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ถูกถามมาเมื่อครู่ ผมเลยขออนุญาตเรียนว่ารัฐบาลในขณะนี้มีเป้าหมายในการที่จะยกเลิก การใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ทุกครั้งที่มีการพิจารณานั้น ได้ใช้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้นะครับ เราต้องการ ให้ประชาชนอยู่ในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงเข้ามาจะดีกว่า เพราะเราสามารถ จะใช้มาตรา ๒๑ ได้ แต่ทุกครั้งที่เสนอมา อย่างเช่นการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินก็ยังขอให้คงไว้อยู่อีก ๓ เดือน ซึ่งคิดว่าหลังจากนี้ อีก ๓ เดือนเราก็จะดูตำบลต่าง ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีเกียรติได้เสนอไว้ หลายอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอไม้แก่น อำเภอเบตง อำเภอสุคิริน ต่าง ๆ นี้ก็จะนำไปพิจารณาต่อไปนะครับ แล้วเรื่องที่ท่านขอให้เชิญผู้แทนมานั่งสนทนาธรรม ในเรื่องนี้ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ผมด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ทันทีแล้วพร้อมทันทีเลยขอให้ ติดต่อมาโดยตรงที่สำนักงานรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงพร้อมที่จะนั่งคุย และสนทนาธรรมตลอดเวลา เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วได้มีท่านประธาน ท่านเลขานุการคณะกรรมการ ทั้ง ๓ จังหวัด ได้มาแวะเยี่ยมและได้มานั่งคุย และได้มาแสดงความต้องการ เป็นครั้งแรก ตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา บอกนี่คือครั้งแรกที่คณะกรรมการจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ได้มาเยี่ยม ในทำเนียบรัฐบาล แล้วได้ขึ้นเข้าไปคุยในห้องประชุมของผมโดยเฉพาะ แล้วก็ถือว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งของผม แล้วก็ของคณะกรรมการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งประธาน คณะกรรมการจังหวัดเป็นผู้นำมาด้วย ก็กราบเรียนให้ทราบนะครับ
ผมขอสุดท้ายด้วยตอบของท่านอลงกรณ์ พลบุตร น้องรักผมนะครับ ท่านเสนอแนวความคิดที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ท่านไปไกลมากแล้วนะครับ ซึ่งถือว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยในการที่จะนำเรื่องของสมาคมอาเซียนมาชี้แจงในที่นี้ ผมขอรับ ทุกอย่างในเรื่องของความมั่นคง สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ในเรื่องของชาติที่เกี่ยวข้องกับ พื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ คือประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งชาติ ในตะวันออกกลางบางชาติในขณะนี้ได้มาติดต่อแล้วว่าจะให้ช่วยเหลืออะไรบ้าง แล้วพร้อมที่ จะเข้ามาช่วยเหลือเราด้วย ก็คิดว่ายุทธศาสตร์ ๕ ลิมอ ดาซาร์คงจะต้องขออนุญาตรับความรู้ จากท่านเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพราะเหลืออีก ๒ ปี ๑๐ เดือนเท่านั้นมันก็จะไร้พรมแดนแล้วสำหรับชาติอาเซียน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมี การแก้ไขปรับเปลี่ยนอีกมากและจะต้องทำให้ทันต่อความก้าวหน้าของประเทศ ให้ทัน กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความก้าวหน้าไปมากแล้วด้วย อย่างไรก็ตามต้องขอความกรุณาท่าน นำพวกเราไปถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้ได้ด้วย
ผมขออนุญาตใกล้จบแล้วครับ ยืนยันที่จะปฏิบัติอย่างจริงจัง เอาจริงเอาจังนะครับ แล้วขอเวลาปฏิบัติตามนโยบายนี้ และยุทธศาสตร์ที่ปรับใหม่นี้ขอให้ดูว่าใน ๑ ไตรมาสนี้ จะมีการประเมินผลอย่างแท้จริง แล้วก็จะกราบเรียนให้ทราบต่อไปว่าผลของการปฏิบัติ ภายใน ๓ เดือนในนโยบายใหม่นี้จะเป็นอย่างไร ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกท่าน ทุกคนที่เป็นคนไทย ที่จะต้องช่วยกันนำความสงบสุข แล้วก็สันติภาพกลับคืนมาให้กับประชาชนทั้ง ๓ จังหวัดให้ได้ ในนามของรัฐบาลต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ให้ความคิดเห็น และข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตลอดจนข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไข ปัญหาต่อไปในอนาคต แล้วก็จะได้รับไปดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านผู้มีเกียรติ ฝากผมไว้ว่าอย่าลืมในเรื่องของโครงการพระราชดำริและโครงการศิลปาชีพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลยนะครับ แล้วก็จะรับไปดำเนินการ ให้เกิดผลในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณครับ