รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องการผลักดันนโยบายให้ไปสู่การปฏิบัติ และเรียกร้องการกลไกที่มีประสิทธิภาพในการนำนโยบายไปสู่ผลลัพธ์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานและวางแผน เพื่อช่วยภาครัฐในการดำเนินงานสำเร็จ และเป็นตัวกลางที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการช่วยเหลือสตรีหม้ายและเด็กกำพร้า โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันคงไม่ลงไปในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายกันไป ๒ วันเต็ม ๆ แล้ว แต่ดิฉันจะขออภิปรายในส่วนที่เป็นข้อกังวลใจที่เกี่ยวข้องกับการผลักดัน นโยบายให้ไปสู่การปฏิบัติ นโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะของหน่วยงานใดก็ตามค่ะ แม้ว่าจะเขียนไว้ สวยหรู งดงามแค่ไหน แต่ถ้าขาดซึ่งกลไกที่มีประสิทธิภาพและยุทธวิธีที่เหมาะสมก็คง ไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจหวังได้
สิ่งที่ดิฉันกังวลใจประการแรก ก็คือทาง สมช. ทางรัฐบาลจะใช้หน่วยงานใด เป็นแม่งานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานคะ แม้ว่าดิฉันจะเป็น ส.ส. จากกรุงเทพมหานคร แต่ตลอดระยะเวลาที่ดิฉัน ได้เป็นผู้แทนราษฎร ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปยัง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง ทุก ๆ ครั้งไปก็ใช้เวลาอยู่หลายวันทีเดียวค่ะ ได้มีโอกาสลงพื้นที่ร่วมกับเพื่อน ส.ส. จากจังหวัดชายแดน ลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และร่วมกิจกรรม กับสถาบันการศึกษา ดิฉันได้รับทราบข้อมูลที่เหมือนกันทุก ๆ ครั้งที่มีการตั้งคำถามว่า ท่านเห็นข้อบกพร่องอย่างไรในการบริหารราชการในการดำเนินงานของภาครัฐเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น เสียงที่สะท้อนมาถึงดิฉันก็คือเขามีความรู้สึกว่า งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น เมื่อลงไปถึงในพื้นที่นั้น กลับอยู่ในลักษณะของเบี้ยหัวแตกค่ะ ถ้าเราพิจารณาในงบประมาณแผ่นดินจะเห็นว่า ทุก ๆ กระทรวงมีแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลาย ๆ กระทรวงพูดถึงการส่งเสริมอาชีพ บางทีก็เอาแพะไปให้ หลาย ๆ กระทรวงเอาแกะไปให้ เอาเมล็ดพันธุ์พืชไปให้ เอาปุ๋ยไปให้ แต่ต่างคนต่างทำ มันไม่มีการบูรณาการการทำงาน การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่เกิดขึ้น บอกว่าจะส่งเสริมอาชีพกับเขา ก็ให้ความรู้ให้เงินไปลงทุน แต่ก็ไม่หาตลาดให้เขา ทั้ง ๆ ที่ตลาดที่จะรองรับสินค้าจากพี่น้อง ที่ผลิตขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีอีกมาก การไม่บูรณาการทางการทำงานเป็นเพราะ เราไม่มีหน่วยงานหลักที่จะรับผิดชอบ ในอดีตในยุครัฐบาลยุคหนึ่งก็ได้ยุบเลิก ศอ.บต. ซึ่งพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าเป็นหน่วยงานหลัก เป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อน นโยบายต่าง ๆ เป็นหน่วยงานที่จะรวบรวมงบประมาณและจะทำงานทุกอย่างให้เกิดขึ้น เป็นรูปธรรม แต่รัฐบาลชุดนั้นก็ยกเลิกไปเสีย และวันนี้ในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออก กฎหมาย พ.ร.บ. ศอ.บต. เป็นเรียบร้อยแล้ว ศอ.บต. ก็กลับคืนสู่การมีชีวิตอีกครั้ง แต่รัฐบาลชุดนี้ ดิฉันไม่มั่นใจว่าท่านจะให้ ศอ.บต. ที่ในอดีตเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ เป็นกลไกที่ประชาชน ให้ความเชื่อมั่น ท่านยังจะใช้ ศอ.บต. เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเปล่า เพราะท่านได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้นำโดยฝ่ายการทหาร ตั้งซ้อนขึ้นมา แล้วกรรมการชุดนี้กับ ศอ.บต. จะแบ่ง ภาระหน้าที่การทำงานกันอย่างไรคะ ดิฉันไม่ติดใจค่ะว่าหน่วยงาน จะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาอีกกี่ร้อยชุดก็ตาม เพราะมันเป็นสิทธิของท่าน แต่ถ้าตั้งขึ้นมาแล้วมันยังซ้ำซ้อน และไม่นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมก็อย่าเลยค่ะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติว่ากลไก ศอ.บต. ไม่ว่า จะหน่วยงานไหน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ภาคประชาชนและภาควิชาการเขาก็เห็นว่า เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ วันนี้กฎหมายมีแล้วขอให้ท่านใช้หน่วยงานนี้ให้เป็นประโยชน์ เถอะค่ะ และนโยบายที่ท่านเขียนมาอย่างตั้งใจนี้ดิฉันเชื่อว่ามันน่าจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ ถ้าเริ่มต้นจากกลไกที่ถูกต้องและเหมาะสม
ในประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าการที่รัฐบาลจะผลักดันนโยบายแก้ปัญหา ในภาคใต้นี้ให้สำเร็จได้ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำงาน ที่ดิฉันต้องพูดว่า ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ก็คือที่ผ่านมาเวลาเราพูดถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคง ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เราก็คิดถึงผู้ชาย คิดถึงทหาร วันนี้ทุก ๆ แผนงานที่ท่าน เขียนในรายงานในนโยบายเล่มนี้ ไม่ว่าจะวัตถุประสงค์ข้อใด แตกรายย่อยเป็นนโยบาย เป็นแผนงานใด ๆ ก็ตาม ดิฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม เป็นคณะกรรมการ เป็นคณะทำงานในทุก ๆ แผนงานที่ท่านจะมีการดำเนินงาน ดิฉันไม่ได้พูด เพราะดิฉันเป็นผู้หญิง และไม่ได้พูดเพราะเรามีนายกรัฐมนตรีหญิงค่ะ แต่ที่ดิฉันต้องพูดเช่นนี้ เพราะดิฉันเชื่อมั่นในศักยภาพและความจำเป็นที่การทำงานของภาครัฐจะต้องส่งเสริม บทบาทของผู้หญิง ในเชิงประชากรศาสตร์แล้ววันนี้เราทราบกันดีว่าผู้หญิงเป็นประชากร มากกว่าครึ่งหนึ่งของสังคมไทย ดังนั้นการที่จะขับเคลื่อนประเทศชาติในการที่จะแก้ไขปัญหาสังคม ต้องดึงพลังของผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ในทางบทบาทของสังคมแล้วผู้หญิงนอกจากจะเป็น แรงงาน เป็นคนที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวยังเป็นแม่ของลูก ยังเป็นคนที่ต้องดูแลชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวของเขาด้วย ๓ บทบาทหลักนี้จะเห็นได้ว่าผู้หญิงคือกำลังสำคัญ ที่จะช่วยทางรัฐบาลช่วยภาครัฐให้ดำเนินงานสำเร็จในทุก ๆ แผนงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชุมชนผู้หญิงก็คือกลไกสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด เรื่องส่งเสริมวัฒนธรรมและเรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่วนราชการทุก ๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเรื่องการบริหารทั่วไปก็ตามว่า จะต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ในการแสดงออก เพราะผู้หญิงก็คือส่วนหนึ่งของสังคมและจะเป็นตัวกลางที่จะสร้าง ความเปลี่ยนแปลงได้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง
อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคงจะต้องพูดถึงก็คือว่า แม้ว่าในนโยบายการบริหาร การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้พูดถึงการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิง แต่ที่ย้ำนะคะว่า ไม่ใช่มีเพียงแค่โครงการส่งเสริมบทบาทเท่านั้นแล้วจบ แต่ต้องให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วม ในทุก ๆ แผนงานในงานทุก ๆ มิติ เมื่อทาง สมช. ได้เขียนไว้ว่าจะต้องส่งเสริมบทบาท ของผู้หญิง ดิฉันคิดว่า ณ วันนี้ทางรัฐบาลได้มีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ก็คงจะต้องทำงาน ควบคู่กันไป อย่าต่างคนต่างทำ สมช. ก็เรื่องหนึ่ง กองทุนพัฒนาสตรีก็เรื่องหนึ่ง คิดอย่างนั้น ไม่ได้นะคะ เพราะกองทุนนี้ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นกองทุนให้กับผู้หญิงในแต่ละจังหวัดประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะต้องได้รับงบประมาณนี้ ๓๐๐ ล้านบาท คำถามก็คือการจัดสรรงบประมาณท่านจะจัดสรรอย่างไรที่จะนำไปสู่ การพัฒนาบทบาทสตรีอย่างแท้จริง ตามที่เป็นข่าวบอกว่าจะให้ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการไปกู้ทางด้านเศรษฐกิจ อีก ๘๐ หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นในส่วนของการส่งเสริม ศักยภาพสตรี ท่านจะส่งเสริมศักยภาพสตรี ส่งเสริมบทบาทสตรีอย่างไรให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้คะ วันนี้เรายังไม่เห็น กองทุนนี้ยังไม่ได้พูดเลยว่าแนวทาง มาตรการที่จะปล่อยกู้นั้นคืออะไร บอกแต่ว่าขอให้เป็นสมาชิกท่านมีสิทธิได้เงิน ดิฉันอยากจะ ฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า วัฒนธรรมของสังคมในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ประชากรส่วนมากเป็นคนมุสลิมนั้น วิถีชีวิตเขาไม่เหมือนสังคมเมือง วิถีชีวิตเขาเป็นสังคมเกษตรกรรม เป็นวิถีชีวิตที่มีความพอเพียง การที่มุ่งเน้นให้กองทุนนี้ นำไปสู่การปล่อยกู้อาจจะไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องและตรงกับความจำเป็นของเขา ที่ผ่านมา ผู้หญิงชาวมุสลิมโดยมากจะมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มแม่บ้านและทำได้ดีทำได้มีประสิทธิภาพ การปล่อยกู้ในวันนี้จะเป็นในลักษณะไหนคะ ดิฉันไม่อยากให้การปล่อยกู้เป็นไปในลักษณะ ปัจเจกบุคคล เพราะมันอาจจะนำไปสู่การแตกแยกของคนในสังคมได้ เพราะที่ผ่านมา เขามีการรวมตัวกันสร้างอาชีพ ทำกลุ่มกิจกรรมเพื่อทำให้สังคมนั้นมีความเข้มแข็ง แต่ท่าน ถ้าหากมีกองทุนแล้วไปแจกให้รายบุคคลและทำได้อย่างไม่ทั่วถึง ดิฉันเกรงว่าเงินนี้จะนำไปสู่ การแตกแยกของสังคมมากกว่านำไปสู่การพัฒนาบทบาทของสตรีค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากไปยังทาง สมช. นะคะว่า ปัญหาของกลุ่มผู้หญิง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องได้รับการส่งเสริมบทบาทอย่างเต็มที่แล้วก็ยังมีเรื่องของ สตรีหม้ายและเด็กกำพร้า วันนี้ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจนว่าท่านจะมีมาตรการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ที่ประสบความเสียหายจากความรุนแรงในจังหวัดภาคใต้อย่างไร จากตัวเลขตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ถึงเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ มีผู้หญิงหม้ายรวม ๒,๒๙๕ คน มีเด็กกำพร้า ๔,๔๕๕ คน แม้ว่าเขาจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่มีความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่ถามว่า มันเป็นธรรมกับเขาหรือคะ รัฐบาลชุดที่แล้วนำโดยท่านอภิสิทธิ์ได้มีการอนุมัติ ๑๗ โครงการ ที่เป็นโครงการจะนำไปสู่การเยียวยาและสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มหญิงหม้าย และเด็กกำพร้าเหล่านี้ ๑๗ โครงการนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของ ศอ.บต. วันนี้ท่านบอกว่า ศอ.บต. อาจจะดูไม่จำเป็นเหมือนก่อน เพราะท่านตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ คณะกรรมการชุดใหม่ จะให้ความมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนคะว่า ๑๗ โครงการที่อนุมัติไปเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจะดูแลหญิงหม้ายและเด็กกำพร้าจำนวนเกือบ ๗,๐๐๐ คนเหล่านี้ จะยังคงอยู่และจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ดิฉันก็ขอฝากประเด็นข้อกังวลใจเพียงเท่านี้ล่ะค่ะ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทาง สมช. ดำเนินงานและก็ผลักดันนโยบายได้สำเร็จ ขอบคุณค่ะ