สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕

ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยเสนอให้จัดทำนโยบายและองค์กรที่ถาวรเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการพัฒนาและก่อสร้างด่านชายแดนภาคใต้ การลงทุนในภาคใต้ และการเตรียมความพร้อมของกองกำลังอาสาสมัครสงคราม (อส.) เพื่อเตรียมพร้อมรับผิดชอบภารกิจ

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเป็นมาที่ยาวนาน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ปี ๒๕๒๔ นั่นคือในยุคแรก แล้วก็ถูกยกเลิกในยุคของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ปี ๒๕๔๕ หลังจากนั้นก็ได้มีการก่อตั้ง ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ปี ๒๕๔๙ แต่ก็เป็น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทำหน้าที่โดยไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้จัดทำเป็นนโยบาย แถลงไว้ต่อรัฐสภาว่าจะจัดให้มีสำนักบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร เพื่อทำหน้าที่แก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยยึดมั่นหลักการ สร้างความสมานฉันท์และแนวทางการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ใช้กระบวนการยุติธรรม กับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม กำหนดจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขต พัฒนาพิเศษที่มีการสนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สิทธิพิเศษด้านภาษีและอุตสาหกรรม อาหารฮาลาล รวมทั้งสนับสนุนให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย ทางศาสนาและวัฒนธรรม หลังจากนั้นทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ผมทำหน้าที่รับผิดชอบ ยกร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ขึ้นมา ท่านประธานครับ ถามว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทำไมจะต้องมีองค์กรพิเศษ และที่ผ่านมานั้นองค์กรพิเศษได้ทำหน้าที่ได้ดีขนาดไหน อยากกราบเรียนท่านประธานไปยังทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าผลงานของ ศอ.บต. ในอดีตนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ จนถึงวันที่ถูกยกเลิกเมื่อปี ๒๕๔๕ นั้น มีบันทึกปรากฏอยู่ใน ศอ.บต. และส่วนราชการต่าง ๆ สิ่งที่เรามุ่งเน้นให้มากที่สุดก็คือทำอย่างไร ให้เหตุร้ายเหตุรุนแรง ลดลง ทุกคนยอมรับความจริงว่ามีผู้ก่อความไม่สงบ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะแบ่งแยกดินแดน หรือมีเหตุประสงค์อื่นปะปนอยู่ด้วย อยากกราบเรียนท่านประธานว่าตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๓๖ ถึงปี ๒๕๓๙ มีการบันทึกเอาไว้ว่าเหตุเกิด ๒๘๕ ครั้ง นั่นคือประมาณ ๗๐ กว่าครั้งต่อ ๑ ปี ไม่มากครับ ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๔๐ เหตุเกิด ๘๓ ครั้ง หลังจากนั้นรัฐบาลชวน หลีกภัย เข้าไปทำหน้าที่รับผิดชอบ ปี ๒๕๔๑ เหตุเกิด ๔๗ ครั้ง ปี ๒๕๔๒ เหตุเกิด ๕๓ ครั้ง ปี ๒๕๔๓ เหตุเกิดเพียง ๑๕ ครั้ง ต่อมาปี ๒๕๔๔ เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเหตุเกิด ๓๕ ครั้ง ปี ๒๕๔๕ ๖๖ ครั้ง ปี ๒๕๔๖ ๑๒๕ ครั้ง ปี ๒๕๔๗ มากหน่อยครับ ๑,๓๒๔ ครั้ง ปี ๒๕๔๘ ๑,๘๘๙ ครั้ง ปี ๒๕๔๙ ๒,๑๖๙ ครั้ง ปี ๒๕๕๐ ๒,๔๗๕ ครั้ง ปี ๒๕๕๑ เริ่มลด ๑,๓๗๐ ครั้ง ปี ๒๕๕๒ ลดเหลือ ๑,๓๔๘ ครั้ง ปี ๒๕๕๓ ลดเหลือ ๑,๑๖๕ ครั้ง และปี ๒๕๕๔ ลดเหลือ ๖๗๔ ครั้ง นี่คือเป็นข้อมูลรายงานข่าว ของ ศปก.ตร. หรือที่เรียกว่าศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าเป็นข้อมูล ที่เชื่อถือได้ ส่วนเรื่องความเป็นความตายแล้วก็คนบาดเจ็บเท่าไรก็พูดกันหลายรอบแล้ว ทำไมผมจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ บทเรียนในอดีตจะต้อง เป็นครูในปัจจุบัน และจะต้องนำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาเป็นแนวทางในการแก้ไขในวันข้างหน้า ทุกคนทราบดีว่าปัญหาภาคใต้แก้ไขยากไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน แต่ถ้ารัฐบาลใดใช้แนวทาง และนโยบายที่ถูกต้องเหตุการณ์ก็จะค่อย ๆ ลดลง ๆ แต่ถ้ารัฐบาลใดใช้แนวทางที่ผิด และนำนโยบายที่ผิดไปใช้ อย่างเช่น การใช้ความรุนแรง สถานการณ์ก็จะเลวร้ายมากขึ้น ๆ จนกระทั่งเกิดผลนั่นคือพี่น้องประชาชนล้มหายตายจากไป ๕,๐๐๐ กว่าคน บาดเจ็บ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เหตุเกิดนับเป็น ๑๐,๐๐๐ ครั้ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ นั่นคือเราจะต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ในยุคของท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของยุคชวน ๒ นั้น เหตุเกิด ๑๕ ครั้ง ถามว่า ความประสงค์ของผู้ก่อความไม่สงบยังคงมีเหมือนเดิมไหม มีครับ ความต้องการ ในการแบ่งแยกดินแดนมีไหม มีครับ แต่ทำไมเหตุร้ายเหตุรุนแรงลดลง ก็เพราะได้ใช้นโยบาย การเมืองนำการทหาร เมื่อเป็นเช่นนี้เราต้องหันกลับมาดูว่าและช่วงที่เหตุร้ายเหตุรุนแรง เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ เกิดจากอะไร เกิดจากได้ยกเลิก ศอ.บต. และไปใช้ นโยบายที่รุนแรง ผมอยากจะตำหนิ สมช. ในช่วงปี ๒๕๔๕ ซึ่งมีการยกเลิก ศอ.บต. สภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหา ท่านควรจะทำหน้าที่คัดค้าน การยกเลิก ศอ.บต.

ประการถัดไป เมื่อใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นท่านเองควรจะเป็นหน่วยงานหลัก ในเรื่องของการคัดค้านในการใช้นโยบายที่ผิดด้วยการอุ้มฆ่า หรือใช้ความรุนแรงในการแก้ไข ปัญหา แต่เอาเถอะเมื่อเรื่องผ่านไปแล้วขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า การนำเอาบทเรียนในอดีตมาเป็นครูในวันนี้ หรือเป็นแนวทางในวันข้างหน้านั้น การปฏิวัติ วัฒนธรรมของบางประเทศของพรรคการเมืองบางพรรคในภูมิภาคนี้ เขายึดถือเป็นบทเรียน และยอมรับผิดว่าเรื่องนี้มันผิดไปแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการที่ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าได้ใช้นโยบายกำปั้นเหล็กในการแก้ไขปัญหาผิดไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ต่อไปนี้เราหันกลับมาช่วยกันดูว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นจะทำอย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ถามว่าทำไมจะต้องจัดทำเป็นนโยบาย และทำไมจะต้อง เสนอรัฐสภาเพื่อทราบ จากการที่ผมได้ทำหน้าที่ในการยกร่างพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาและประกาศใช้เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ นั้น ท่านประธานครับ เราถกเถียงกันอย่างหนัก ไม่มีการแบ่งพรรค ไม่มีการแบ่งฝ่าย เราหาแนวทางกันว่าบทเรียนในอดีต ที่จะต้องแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นถ้าหากว่านโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนไปปัญหาก็จะต้องเกิดอีก เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่านโยบายเหล่านั้นถูกนำมาสู่การแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ จะต้องให้รัฐบาลนั้นจัดตั้งองค์กรที่ถาวรขึ้นมา และองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการนำนโยบาย ไปสู่การปฏิบัติ เริ่มต้นด้วยการจัดทำนโยบายนั้นจะต้องฟังความจากทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการประจำ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการและพี่น้องประชาชนไม่เลือกอาชีพ ไม่เลือกศาสนา ไม่เลือกชั้น ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นมีทางเดียวจะต้องจัดทำเป็นนโยบาย และหน่วยงานที่เหมาะสมที่สุดไม่ควรจะเป็นหน่วยงานจากทางการเมืองในการทำการยกร่าง นโยบายขึ้นมา จึงได้มอบหมายให้สำนักงาน สมช. เป็นผู้รับผิดชอบ รับผิดชอบเสร็จ ยกร่างขึ้นมาแล้วก็ให้เสนอนโยบายนี้ขอความเห็นชอบจากสภา สมช. จากสภา สมช. ก็มา ขอความเห็นชอบจากรัฐบาล จากรัฐบาลพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วก็นำมาเสนอ ต่อที่ประชุมสภาเพื่อทราบและจะได้ช่วยกันพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นข้อสังเกต อะไร น่าจะเติม อะไรน่าจะตัดออก ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้อยากกราบเรียนว่ารัฐบาลนี้เข้ามา บริหารประเทศ ๗-๘ เดือนแล้ว สมช. ไปทำอะไรอยู่ ใช้เวลา ๗-๘ เดือนในการจัดทำนโยบาย กว่าจะถึงสภาผู้แทนราษฎร กว่าจะถึงรัฐสภา ดังนั้นเมื่อท่านทำงานช้า หลังจากสภารับทราบแล้ว ขอได้โปรดนำไปจัดทำแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายให้เร็วที่สุด การพิจารณา งบประมาณก็ผ่านไปแล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายก็ผ่านไปแล้ว เพื่อหาคน หาเงินลงไปสู่ การปฏิบัติให้ดีที่สุด ท่านประธานครับ ทีนี้เมื่อนโยบายนี้กลับเข้ามาสู่ที่ประชุมแห่งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดท่านบอกว่า วัตถุประสงค์มี ๙ ข้อ นโยบายทั้งหมดมี ๓๔ ข้อ แล้วถามว่าสิ่งที่ ท่านเขียนนั้นนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ปกติแล้วนโยบายอยู่ในเอกสารเล่มนี้ ถ้าไม่นำไปสู่ การปฏิบัติหรือไม่ปรับปรุงให้ทันสมัยอย่าคิดว่าเหตุการณ์ในภาคใต้จะสงบ อย่าคิดว่า การพัฒนาภาคใต้จะได้พัฒนาไปสู่ตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ยุทธศาสตร์ที่เป็น ยุทธศาสตร์พระราชทาน การเข้าใจ การเข้าถึง และพัฒนานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องยึดไว้เป็นแนวทางในการจัดทำ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากให้ช่วยสานต่อ เพื่อนำนโยบายที่ท่านเขียนขึ้นมาไปสู่การปฏิบัติ สิ่งแรกคือเราค้นพบว่าพี่น้องประชาชนทางใต้นั้น มีคุณภาพในชีวิตที่ต่ำกว่าอีกจำนวนหลายจังหวัด อีกหลายสิบจังหวัด ดังนั้นการยกระดับ คุณภาพในชีวิตด้วยการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ควรอย่างยิ่งที่จะต้องนำนโยบายนี้ ไปสานต่อ ท่านประธานครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ ด้วยการจัดอาชีพให้เหมาะสม กับพี่น้องประชาชนที่นั่น การจัดอาชีพให้เหมาะสมนั้น ขอได้โปรดอย่าหลับหูหลับตา อนุมัติเงินงบประมาณไปจากรัฐบาลกลางและลงสู่ภาคใต้ โดยไม่มีการทำประชาคม การทำประชาคมเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งว่าในพื้นที่ใดเหมาะที่จะเลี้ยงสัตว์ปีก พื้นที่ใด เหมาะที่จะเลี้ยงปลา พื้นที่ใดเหมาะที่จะเปลี่ยนนาร้างเป็นนาข้าว พื้นที่ใดเหมาะที่จะ เปลี่ยนนาร้างให้เป็นแปลงปลูกปาล์ม ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ จึงขอฝาก เอาไว้ด้วยนะครับ การยกระดับรายได้คุณภาพในชีวิตของประชาชนในระดับหมู่บ้าน ในช่วงที่พวกผมรับผิดชอบเราตั้งเป้าเอาไว้ว่าพี่น้องประชาชนซึ่งมีรายได้ต่อครอบครัว ประมาณ ๖๔,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปีนั้น ยกระดับขึ้นมาให้ได้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อครอบครัวต่อปี ด้วยการจัดเงินงบประมาณจัดหาอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนให้เป็นไป ตามที่เขาต้องการ นั่นคือการเข้าถึงในการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน

ประการถัดไปที่อยากจะฝากเอาไว้ก็คือในเรื่องของด้านของการพัฒนา ด่านชายแดน ภาคใต้มีด่านติดต่อด้านชายแดนของประเทศมาเลเซียประมาณ ๙ ด่าน เริ่มตั้งแต่ด่านบูเก๊ะตา พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเงินงบประมาณไว้ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เป็นงบผูกพันครับ ขอได้โปรดจัดเงินงบประมาณที่เราทำผูกพัน เอาไว้สานต่อเสียให้เสร็จ แล้วจะทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางไปมาหาสู่ ทำมาค้าขายกัน ระหว่างจังหวัดนราธิวาสกับรัฐกลันตันได้อย่างสะดวกและเศรษฐกิจก็จะได้โต

ด่านที่ ๒ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือด่านเบตงครับ ด่านเบตงเราจะจัดเงิน งบประมาณไว้เกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ขณะที่การก่อสร้างประตูด่านเบตงซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และเมืองค้าขายกำลังใกล้เสร็จ ขอได้โปรดสานต่อ

อีกด่านหนึ่งครับ คือด่านตากใบที่เกิดเหตุร้ายเหตุรุนแรงนั่นละครับ จัดเงินงบประมาณให้เกือบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท และจะต้องทำสะพานเชื่อม ระหว่างประเทศมาเลเซียกับประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ทั้ง ๒ ประเทศมีคณะกรรมการชายแดน ได้กำหนดแนวทางที่จะก่อสร้างสะพานและทำถนนสานต่อแล้ว ศูนย์ราชการกำลังก่อสร้าง เงินงบประมาณที่ยังคั่งค้างอยู่ ขอได้โปรดให้ความเห็นใจกับพี่น้องประชาชนคนใต้ด้วย

จากตรงนั้นมาถึงด่านโก-ลกที่ต่อเชื่อมระหว่างประเทศไทยจังหวัดนราธิวาส กับประเทศมาเลเซีย เรากำลังได้วางแผนก่อสร้างสะพานอีก ๑ สะพาน ซึ่งเป็นสะพานคู่ขนาน ถ้าท่านประธานเคยเดินทางไปที่อำเภอสุไหงโก-ลกก็จะเห็นว่าในช่วงเย็น ช่วงเช้าที่พี่น้องประชาชน เดินทางไปมาหาสู่ทำมาค้าขายรถมันจะติดมาก เส้นทางที่เรากำหนดไว้แล้วที่จะต้องทำ สะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกขอได้โปรดอนุมัติเงินงบประมาณสานต่อเพื่อเป็นการพัฒนา ให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน

อีกด่านหนึ่งครับ นั่นคือด่านที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เงินงบประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ก่อสร้างเกือบเสร็จยังเหลืองบผูกพันอีกนิดหน่อย ขอได้โปรดสานต่อ

จากด่านนาทวีมาถึงด่านสะเดาในเนื้อที่ ๗๒๐ ไร่ ที่รัฐบาลนี้จะต้องสานต่อ ให้พวกผมที่ทำค้างเอาไว้ ที่นั่นปริมาณการค้าชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียปีหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้มันแออัดมากติดขัดอยู่ด้วยเรื่อง ของการจ่ายเงินค่าผลอาสินให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าไปทำกินในที่ดินของกรมป่าไม้ ที่ยกให้กับ ส.ป.ก. ถ้า ๗๒๐ ไร่ ท่านจ่ายเงินชดเชยเสร็จ ขณะนี้แบบออกเสร็จแล้ว ท่านสานต่อได้ก็จะสามารถพัฒนาที่ตรงนั้นให้เป็นแหล่งค้าขายด้วยเชิงวงเงินที่มีการค้าขาย กันปีหนึ่งประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีต่อ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ อยากจะให้สานต่อก็คือการทำตู้เอ็กซเรย์ (X-ray) ที่จะลากจูงสินค้าจากฝั่งปาดังเบซาร์ และจากฝั่งสะเดาไปยังฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งถ้าหากตั้งตู้เอ็กซเรย์เสร็จให้กับรถไฟ ที่ลากตู้สินค้าไปจำหน่ายทางประเทศมาเลเซียและลงเรือที่บัตเตอร์เวอร์ธและปีนังก็จะทำให้ ปริมาณการค้ามากขึ้นและส่งผลให้เศรษฐกิจของทางใต้และของประเทศชาติโดยรวมดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่อยากจะฝากไว้ครับ

ท่านประธานครับ นอกเหนือจากนั้นที่อยากจะฝากไว้ก็คือเรื่องบ้านมั่นคง พี่น้องประชาชนทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นกลุ่มที่ ยากจน เราตั้งเป้าเอาไว้ว่าปีหนึ่งจะต้องจัดเงินงบประมาณซ่อมแซมบ้าน ต่อเติมบ้าน และสร้างบ้านให้กับคนยากคนจนประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าหลัง เราทำเสร็จไปแล้วประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าหลัง ยังคงคั่งค้างอยู่อีกประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ หลัง ขอได้โปรดสานต่อ นั่นคือสิ่งที่ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในยุคที่เกิดจากคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีและพวกผมเข้าไปรับผิดชอบ หลังจากนี้เมื่อท่านเข้าไปรับผิดชอบ ขอได้โปรดสานต่อ

ท่านประธานครับ นั่นคือในเรื่องของการพัฒนา อีกอย่างหนึ่งทางภาคใต้บ้านผม หาผู้ไปลงทุนยาก เพราะสถานการณ์ไม่ค่อยเรียบร้อยเกิดความไม่สงบ มีเหตุระเบิดบ้าง ซุ่มยิงบ้าง การที่จะทำให้พี่น้องประชาชนไปลงทุนที่นั่นจะต้องกำหนดดอกเบี้ยผ่อนปรน รัฐบาลชุดผมอนุมัติเงินไว้ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะจูงใจให้พี่น้องประชาชนนักลงทุน ไปลงทุนที่นั่น เมื่อกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน นั่นคือประมาณร้อยละ ๑.๕ เกินจากนั้น ให้รัฐบาลช่วยรับผิดชอบ เหมือนอย่างกับท่านกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปล่อยดอก ในอัตราที่ต่ำให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ท่านปล่อยกู้ไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บ้านผมขอให้ช่วยต่อให้ด้วย สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยจูงใจ นักลงทุนให้ไปลงทุนในภาคใต้ จะทำให้เศรษฐกิจมีการจ้างงาน และเด็กนักเรียนที่เรียนจบแล้ว จะได้มีงานทำ

ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือในเรื่องของความมั่นคง นโยบายที่ท่านเขียนมานั้นนอกเหนือจากแนวทางในการพัฒนาแล้ว ด้านความมั่นคง ผมอยากถามไปยังผู้ยกร่างนโยบายว่างานด้านความมั่นคงท่านใส่ไว้ตรงไหน แน่นอนครับ ท่านเปิดโต๊ะเจรจาได้ ให้ความยุติธรรมได้ แต่ขณะที่ท่านอยากจะพัฒนา แต่ถ้าหากว่า ทุก ๆ วันยังคงมีการวางระเบิด ทุก ๆ วันมีการซุ่มยิง ถามว่าใครจะไปพัฒนาให้เกิดความเจริญ ได้ตามที่ต้องการ ดังนั้นแนวทางที่ก่อให้เกิดความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะ ต้องการแก้ไขปัญหารายวัน ผมเคยกราบเรียนไปยังผู้ที่รับผิดชอบว่าขณะนี้เรามีหน่วยกำลัง จากกองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๒ กองทัพภาคที่ ๓ ไปช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงที่นั่น แต่ปัญหาที่เกิดก็คือพี่น้องทหารหาญที่เสียสละจากภาคอื่น จากภาคอีสานของท่านประธาน จากภาคเหนือของพวกเรา จากภาคกลางลงไปอยู่ที่นั่นคราวละ ๑ ปี ๓ เดือนแรกเริ่มเรียนรู้ว่า บ้านตะโละมาเนาะอยู่ที่ไหน บ้านสุไหงปาดีอยู่ตรงไหน บ้านบันนังสตาอยู่ตรงไหน พอ ๓ เดือนหลังก็พอเรียนรู้ ๓ เดือนที่ ๒ ก็เริ่มจับทางได้ว่าการออกไปในพื้นที่นั้น ถ้าจะขอข้าวเขากิน ทำงานร่วมกับประชาชนสามารถทำได้ ๖ เดือนหลังเริ่มทำงาน ก็นับวันถอยหลังกลับ ดังนั้นขณะนี้เรามีกองพลทหารราบที่ ๑๕ ของกองทัพภาคที่ ๔ อัตราโครงสร้างมีอยู่ที่เท่าไร บรรจุเสียให้เต็มเอาคนในพื้นที่ ฝึกอบรมให้มีความรักต่อการปฏิบัติหน้าที่ และผมมั่นใจว่ากองทัพภาค ๔ ภายใต้การนำของ พลโท อุดมชัยขณะนี้สามารถรักษา ความมั่นคงได้ ดังนั้นการพรากลูกพรากเมียของครอบครัวทหารไปอยู่ในภาคใต้ แม้ว่าเขา จะเต็มใจไปเพื่อเสียสละปกป้องแผ่นดิน ปกป้องความสงบเรียบร้อยให้กับพี่น้องประชาชน ของประเทศนี้ได้อยู่อย่างสงบ เขาเสียสละก็จริง แต่ผมคิดว่าภาคใต้ก็สามารถที่จะบรรจุทหาร เข้าทำหน้าที่ดูแลความสงบในภาคใต้ได้

ประการถัดไปครับ การเตรียมความพร้อมให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไป รับผิดชอบ กองกำลังของ อส. ขณะนี้มีอยู่ไม่กี่พันคน โดยปกติแล้วการรักษาความสงบ ภายในเป็นหน้าที่ของตำรวจกับเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย เพิ่มกำลัง อส. เสียให้ครบ ตามที่คิดว่ากระทรวงมหาดไทยจะรับคนต่อได้ ก็ขอได้