สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕

ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องกฎหมายและความสำคัญของการรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและการบังคับบัญชา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเกิดเอกภาพในการดำเนินการ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กล้าหาญพอที่จะรับผิดชอบ พร้อมทั้งหารือเรื่องนโยบายภาคใต้ การบริหารจัดการองค์กร การให้ขวัญกำลังใจข้าราชการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ความยุติธรรม และยุทธศาสตร์พระราชทานที่จะแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยเน้นการเข้าใจปัญหาและวิถีชีวิตของประชาชนในภาคใต้ และเรียกร้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ผมต่อเลยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ ทีนี้ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ สมช. ยกร่างนโยบายไว้ ๒ ด้าน นั่นคือ ทั้งด้านความมั่นคง และด้านการพัฒนา ทำไมเราออกแบบไว้เช่นนี้ เพราะต้องการให้เกิด ความเป็นเอกภาพครับ เราเขียนกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. ศอ.บต. โดยตำแหน่ง ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านนั้นจะต้องเป็น ผอ. ศอ.บต. โดยตำแหน่ง เหตุผลครับ ก็เพื่อต้องการที่จะให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่รับผิดชอบและอยู่ในฐานะ เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการทุกกระทรวง เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ถ้านายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาไม่ได้อย่าอ้างว่าไม่มีอำนาจสั่งการ นั่นคือการเขียนกฎหมาย ใครก็แล้วแต่ จากพรรคไหนก็แล้วแต่มาเป็นรัฐบาลจะต้องให้นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. ศอ.บต. และใน ขณะเดียวกันด้านความมั่นคง กฎหมายรักษาความมั่นคงภายในเขาเขียนให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในของประเทศนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรี เป็นประมุขของฝ่ายพัฒนาดูแล ศอ.บต. และเป็น ผอ. ศอ.บต. นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็นบุคคลคนเดียวกันครับ เกิดเอกภาพในเชิง ของการกำหนดนโยบายและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และในขณะเดียวกันก็เกิดเอกภาพ ในการบังคับบัญชา ขณะนี้นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คนอื่นไปทำหน้าที่ ผมเกรงว่า จะไม่เกิดเอกภาพ และได้เกิดความไม่เป็นเอกภาพขึ้นมาบ้างแล้ว ผมหวั่นเกรงว่า วัตถุประสงค์ของการจัดให้มี ศอ.บต. จะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ฝากไปยังเลขาธิการ สมช. ได้โปรดทำความเข้าใจกับรัฐบาลว่านั่นคือเป็นนโยบายที่สำคัญ ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เป็นปัญหา ประจำถิ่น ไม่ใช่เป็นปัญหาของพี่น้องคนใต้แต่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ของระยะเวลา ๗-๘ ปี นั่นคือเงินของประเทศไทย ชีวิตของคนตาย ประมาณ ๕,๐๐๐ คน มีทั้งคนเหนือ คนอีสานและคนใต้ และไม่เลือกศาสนา ท่านประธานครับ ดังนั้นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะต้องมีความกล้าหาญพอที่จะรับผิดชอบเป็น ผอ. ศอ.บต. อย่าได้โปรดมอบอำนาจให้กับคนหนึ่งคนใด และท่านก็เป็น ผอ. กอ.รมน. อยู่แล้ว ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการเกิดความเป็นเอกภาพทั้งในเชิงนโยบายและในเชิงยุทธศาสตร์จะต้องมาจาก คนคนเดียวเท่านั้นที่จะต้องกล้ารับผิดชอบ

สิ่งถัดไปที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ นั่นคือท่านบอกว่าเงื่อนไข ของความสำเร็จหรือไม่สำเร็จเกิดขึ้นหลายประการ แต่สิ่งที่ท่านเขียนไว้ในนโยบายนี้ นั่นคือ เงื่อนไขระดับบุคคล เงื่อนไขระดับบุคคลสิ่งสำคัญสิ่งแรกที่อยากถามไปยังท่านผู้แทน สมช. ว่าบุคคลในรัฐบาลที่เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี ๓๖ คน คิดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาภาคใต้เป็นแนวเดียวกันหรือไม่ เข้าใจปัญหา เข้าใจประวัติศาสตร์ เข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจการนับถือศาสนา เข้าใจอัตลักษณ์ เข้าใจวัฒนธรรมของพี่น้องประชาชน คนใต้ตรงกันหรือไม่ เพราะในเมื่อท่านอ้างว่าน้อมนำเอายุทธศาสตร์พระราชทานมาใช้ ๓๖ คน เข้าใจตรงกันหรือยัง ๓๖ คน เข้าถึงปัญหาตรงกันหรือยัง เข้าถึงชีวิตจิตใจ ของพี่น้องประชาชนแล้วหรือยัง เข้าถึงความยากจนของพี่น้องประชาชนแล้วหรือยัง เข้าถึงว่าพี่น้องประชาชนที่นั่นจำนวนมากที่ไม่สามารถหาความเป็นธรรมได้ ดังนั้นสิ่งแรก ที่ผมอยากจะถามไปยังผู้ยกร่างนโยบายว่า คำว่าเงื่อนไขระดับบุคคลนั้น บุคคล ๓๖ คน ที่จะรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาภาคใต้คิดตรงกันหรือยัง ปัญหาในเรื่อง ของโครงสร้าง ในบางครั้งบอกว่าเรามีการกระจายอำนาจดีแล้ว บางครั้งบอกว่าอยากจะตั้ง องค์กรพิเศษขึ้นมาทำหน้าที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ ถามเขาหรือยัง คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะยุบ อบจ. นราธิวาส ยุบ อบจ. ปัตตานี ยุบ อบจ. ยะลา ยุบเทศบาลนครยะลา ยุบเทศบาลเมืองนราธิวาส ยุบเทศบาลเมืองปัตตานี พี่น้องประชาชน เขาเอากับคุณหรือยัง เพราะฉะนั้นในเชิงปัญหาในเรื่องโครงสร้างนั้นมีความสำคัญครับ จะต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน ในเรื่องเงื่อนไขทางด้านวัฒนธรรมก็เช่นกัน หลายคนลงไป ในภาคใต้นับถือศาสนาอะไรไม่รู้ทำทีเป็นคลุมฮีญาบ ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ อย่างนั้น อย่าไปเสแสร้งเลย อย่าไปเสแสร้งเลยครับ ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเขาจริง ๆ แล้ว เราแต่งตัว ตามปกติ ทำตัวให้เป็นปกติพี่น้องประชาชนคนใต้ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมใจดีเขารู้ว่าเรามี ความแตกแตกต่างในเรื่องความเชื่อ ในเรื่องศาสนา ในเรื่องวัฒนธรรม

อีกประการหนึ่งครับท่านประธานที่อยากจะสอบถามว่าสิ่งที่ท่านคิดขึ้นมาว่า ในเรื่องของการจัดทำโครงสร้างขององค์กรให้มีการบูรณาการถามกลับไปว่าองค์กรที่มีอยู่ มันไม่เพียงพอหรือ หรือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์คิดไว้นั้นมันหละหลวมมาก คิดให้มีโครงสร้าง ในเชิงบูรณาการ ในเชิงนโยบาย เมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นนายใหญ่สุดสำหรับประเทศนี้ ดูแลงบประมาณสูงสุด ดูแลการบังคับบัญชาสูงสุด มียุทธศาสตร์ที่มาจากนโยบายที่ถูกต้องแล้ว ทำไมจะต้องไปคิดโครงสร้างให้มันซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก เลิกเสียเถอะครับ ขณะนี้เรามีเลขาธิการ ศอ.บต. ที่เข้าไปรับผิดชอบคือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นคนของรัฐบาลแล้ว ๒. เรามี แม่ทัพภาคที่ ๔ เป็นคนของรัฐบาลแล้ว ๓. เรามีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่รับผิดชอบ ให้เกิดเอกภาพแล้ว อย่าไปสร้างความซ้ำซ้อน ความซ้ำซ้อนส่งปัญหาเสียหายอย่างไรครับ เพราะสร้างความซ้ำซ้อนขึ้นมาอาณาจักรใครอาณาจักรมัน อาณาจักรทหารก็เป็นอาณาจักรทหาร ตำรวจก็อาณาจักรตำรวจ ปกครองอาณาจักรปกครอง พัฒนาสังคมก็อาณาจักรของพัฒนาสังคม หนังสือการขออนุมัติ ขออนุญาตการขอบูรณาการเชิงนโยบายจัดทำแผนงานโครงการ กว่าจะเสร็จไปแต่ละโต๊ะแต่ละกระทรวงสิ้นปีงบประมาณพอดี เพราะฉะนั้นการบริหาร สมัยใหม่ เขาพยายามที่จะดาวน์ไซซิ่ง (Downsizing) นั่นคือทำให้องค์กรมันเล็กลง ๆ สายการบังคับบัญชามันสั้นลง ดังนั้นท่านเลขาธิการ สมช. ครับ ท่านเป็นผู้ยกร่างนโยบายนี้ ขึ้นมาสิ่งใดที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในเชิงของการแก้ไขปัญหา เป็นประโยชน์ในเรื่อง ของการจัดการขอได้โปรดรับฟังพวกเรา

ประการถัดไป ปัญหาในเชิงปฏิบัติครับ มติคณะรัฐมนตรีออกมาหลายปีแล้ว บัดนี้สถานการณ์ค่อนข้างจะดีขึ้น ดีขึ้น หาผู้รับจ้าง หาผู้รับเหมาไปทำงานที่นั่นได้สะดวกขึ้น การมีมติคณะรัฐมนตรีให้จัดจ้างด้วยวิธีพิเศษนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร ถ้าท่านเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ส่งเงินงบประมาณไปสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้ถึงมือ พี่น้องประชาชนจริง ๆ ได้มีข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรียกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ให้ใช้วิธีปกติธรรมดา

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากไว้นั่นคือการให้ขวัญกำลังใจ ข้าราชการ ซึ่งเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล การเอาตำแหน่งที่มีอยู่ในทางใต้ แล้วก็ ส่งชื่อของผู้ที่มีความใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลไปกินตำแหน่งที่นั่น ผมเห็นว่าเป็นการทำให้ ขวัญกำลังใจของข้าราชการที่นั่นต้องสูญเสีย ดังนั้นท่านได้โปรดดูแลอย่างใกล้ชิด บอกว่า นี่คือผิดนโยบาย เตือนรัฐบาลด้วย เตือนคนที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่เข้าด้วยช่วยเหลือ กับคนที่ไม่ปฏิบัติงานจริงด้วย

และอีกประการหนึ่ง ตำรวจบางหน่วย บางงาน บางพื้นที่ทำงานดีครับ ต้องขอชื่นชม ผมขอยกตัวอย่างที่อยากจะให้ สมช. นำไปสู่การปฏิบัติเมื่อนำนโยบายนี้ไปให้ ส่วนราชการทำการปฏิบัติก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในพื้นที่ ผมขอยกตัวอย่างคือพื้นที่อำเภอบันนังสตา เมื่อปี ๒๕๕๓ เราสูญเสียผู้กำกับไปท่านหนึ่ง ถูกวางระเบิดในขณะที่ท่านนี้ดำรงตำแหน่ง เหตุร้ายเหตุรุนแรงเกิดขึ้นสูงมาก หลังจากท่านนี้ ถูกวางระเบิดเสียชีวิตไป ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่ง พันตำรวจเอก สุวัฒน์ วงศ์ไพบูลย์ ไปทำหน้าที่ ปรากฏว่าท่านนี้ได้ทำหน้าที่ดี ได้ใช้ความเข้มแข็งในการจัดการ โดยใช้อำนาจรัฐปฏิบัติการยุติธรรมและเลิศล้ำด้วยมวลชน ผลปรากฏว่าเหตุร้ายเหตุรุนแรง ค่อย ๆ สงบลง สงบลง ต้องยอมรับว่า พลโท อุดมชัย ได้เอาตัวแบบของการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการในอำเภอบันนังสตาไปใช้ อยากให้ สมช. หยิบยกเรื่องนี้เป็นตัวแบบให้ทั้ง ๔๐ สภ. โรงพัก แล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติให้ใกล้เคียงกัน เลือกเอาสิ่งที่ดี ๆ ของการปฏิบัติงาน ในอำเภอบันนังสตา ผมคิดว่าน่าจะดี

สุดท้ายประเด็นเรื่องความยุติธรรมครับท่านประธาน หลายต่อหลายคนที่ต้อง สูญเสียลูก สูญเสียพี่ชาย สูญเสียแม่ สูญเสียพ่อ ผมจะไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่กรือเซะ จะไม่พูดถึง เหตุการณ์ที่ตากใบ แต่ผมจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสตูล นายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู มีลูก ๓ คน บ้านอยู่ที่ตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เขากล่าวหาว่าถูกตำรวจชุดหนึ่ง อุ้มหายไป เมื่อปี ๒๕๔๗ ลูกของนายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู เรียนแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ๑ คน เรียนเภสัชศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ๒ คน จับ นายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู ไปต่อหน้าต่อตา แม่ของเขาหายไปไม่ได้แม้กระทั่งร่องรอย ศพก็ไม่ได้คืน นั่นคือเรื่องที่ ๑ ยกตัวอย่างนะครับ ไปที่จังหวัดยะลาครับ นายอุสมาน ปุโรง ถูกกล่าวหาว่าตำรวจ จากกองบัญชาการสอบสวนกลางในยุคนั้นอุ้มออกไปจากบ้าน วันรุ่งขึ้นในมือถูกใส่กุญแจมือ ที่ปากปิดด้วยพลาสเตอร์ (Plaster) แล้วก็มีรอยซ้อม เสียชีวิตอยู่ใกล้ ๆ บ้าน ท่านประธานครับ ที่ผมยกตัวอย่างนี้เป็นแค่หนึ่งในจำนวนเป็นพัน ๆ เรื่องที่เราใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ใช้รูปแบบที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหา จนกระทั่งกองกำลังที่ต่อต้านอำนาจรัฐ ค่อย ๆ แข็งขึ้น โตขึ้น โตขึ้น โดยอ้างเอาความไม่ถูกต้องของยุคปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๙ ในยุคที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ถูก และจะทำให้ลดจำนวนคนร้ายลงได้ แต่เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องสำหรับแก้ไขปัญหากับคนที่ มีอุดมการณ์ ดังนั้นขอให้ทางฝ่าย สมช. ซึ่งเข้ามารับผิดชอบงานด้านนี้ได้โปรด ติดตามคดีต่าง ๆ เพื่อเยียวยาความเป็นธรรมให้กับเขา การเยียวยาด้วยเงินนั้นเป็นเพียง เล็กน้อย แต่เยียวยาความรู้สึก เยียวยาจิตใจ เยียวยาเอาคนผิดมาลงโทษเป็นเรื่องที่สำคัญ

สุดท้ายของสุดท้ายก็คือ การน้อมนำเอายุทธศาสตร์พระราชทานมาแก้ไข ปัญหาภาคใต้ ท่านประธานครับ การเข้าใจหมายถึงการเข้าใจปัญหา เข้าใจวิถีชีวิต เข้าใจ วัฒนธรรม เข้าใจหลักศาสนา เข้าใจความเป็นอยู่ ความยากจนของเขา เมื่อเราเข้าใจแล้ว เราก็ต้องเข้าถึงปัญหาเหล่านี้ให้ได้ เมื่อเข้าถึงปัญหาแล้วการพัฒนาจะต้องทำอย่างจริงใจ และจริงจัง ทำตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่นั่นแล้วพี่น้องคนใต้ไม่อยากแบ่งแยกดินแดน ไม่อยากปล้นอาวุธปืนจากทางราชการ ไม่อยากซุ่มยิง ไม่อยากวางระเบิด ถ้าเขาเหล่านั้นมี ความเป็นอยู่ที่ดีได้รับการศึกษาดี คุณภาพในชีวิตดี ทุกสิ่งทุกอย่างเขาไม่อยากแบ่งแยกดินแดน เขาต้องการมีชีวิตอยู่ในรัฐนี้ด้วยความเป็นสุข ขอให้ทุกคนยอมรับและหันหน้ามาแก้ไขปัญหา พวกผม ส.ส. ภาคใต้ทุกคนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลครับ แล้วรัฐบาลขออะไรมาบอก เราพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา กราบขอบคุณครับ