สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕

วิรัตน์ กัลยาศิริ เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลปัญหาเกี่ยวกับฮัจญ์ ศอ.บต. และการดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน พร้อมตั้งคำถามเกี่ยวกับการอนุมัติ พ.ร.บ. ศาลอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก และการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้ เช่น การสร้างเขื่อนกรงปีนัง ฝายแป๊ะลิ้ม และอุโมงค์สตูล-ปะลิส และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการเหล่านี้

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ ๑ ใน ๕ จังหวัดชายแดนใต้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมาตลอดนะครับ ถ้าเราไม่พูดถึงปัญหา เราก็จะไม่รู้สาเหตุ เราก็จะไม่รู้ที่มา แล้วเราก็ไม่สามารถชี้ทางออกได้ว่าเราจะแก้ปัญหานี้ ในทิศทางใด ปัญหาแม้ว่าหลายท่านอาจจะพูดถึงว่ามีปัญหาในเชิงประวัติศาสตร์ ในเชิงเชื้อชาติ แต่ว่าสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับ ที่ปัญหารุนแรงตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ แล้วก็ลดลง แล้วพอ ปี ๒๕๕๔ เพิ่มหนักขึ้น ตัวเลขมีครับท่านประธานครับ ผมไม่จำเป็นต้องหยิบยกตัวเลขมาให้สะเทือนความรู้สึกซึ่งกันและกันนะครับ แต่ต้องบอกว่า ผมเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในฐานะที่ผมลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดในช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไปเกือบทุกอาทิตย์ ผมมีส่วนร่วมโดยตรงในการร่วมนั่งพิจารณาพระราชบัญญัติ ศอ.บต. ผมมีส่วนโดยตรง ในการยกร่างพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ซึ่งสาระสำคัญอยู่ที่การให้รัฐบาลดูแลปอเนาะ ดูแลตาดีกา ดูแลฟัรดูอีน มีคนทักท้วงมากมายท่านประธาน ลงรายละเอียดนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าความจริงแล้วเหตุการณ์ค่อย ๆ ดีขึ้นครับ ในสมัยท่าน พลเอก ชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีมีเหตุร้ายครับ หลักร้อย พอท่านชวน หลีกภัย เข้ามา ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เหลือหลักสิบครับ สุดท้ายในปี ๒๕๕๓ คือ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ๑๕ ครั้ง แต่พอรัฐบาลเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน เป็นนัยที่ก่อให้เกิด ความรุนแรง สถานีรถไฟหาดใหญ่บ้านผมถูกระเบิด นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นลงไป มีการประชุมมากมาย แต่ที่ผมติดใจมากก็คือรู้แล้วว่าผู้ก่อการในภาคใต้เป็นใคร ๓ เดือนจบ พลตรีท่านหนึ่งลุกขึ้นมาค้านในที่ประชุมว่าถ้าใช้วิธีนี้ไม่มีทางสงบ พลตรีท่านนั้น ก็หมดอนาคตทางราชการไป แล้วก็ผลก็เป็นอย่างที่พลตรีท่านนั้นว่า ความรุนแรงยิ่งมากขึ้น ๆ ครับ การอุ้มฆ่า ไม่ว่านายเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู ที่ท่านถาวรอภิปรายไปเมื่อครู่ หรือนายอุสมาน ปุโรง ยะลา ซึ่งญาติเขาถามหาศพ ถามหามัยยัส ถามหากระดูกอยู่ทุกวันนี้ กรณีไปยกเลิก ศอ.บต. เพราะว่าไปเชื่อความเห็นของฝ่ายราชการบางส่วน ไปยกเลิก พตท. ๔๓ ไม่รวมถึง การใช้ความรุนแรงในกรือเซะ การใช้ความรุนแรงตากใบ การใช้ความรุนแรงสะบ้าย้อย ผมไม่ลงลึกมากหรอกครับ เพียงแต่ว่ากรือเซะ รองนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นพูดชัดเจนครับว่า อย่าไปยุ่งกับกรือเซะ อย่าไปถล่มกรือเซะ มันจะเกิดความฉิบหาย รองนายกรัฐมนตรีบอกว่า อย่าใช้ความรุนแรง แต่ความรุนแรงก็เกิดขึ้น ผมตั้งคำถามว่าใครใหญ่กว่ารองนายกรัฐมนตรี ไม่ออกชื่อครับ ไม่ต้องการให้พาดพิง สุดท้ายก็เป็นอย่างไรครับ ผมกับประธานกรรมาธิการ ท่านสุวโรช พะลัง ไปดูที่เกิดเหตุ มัสยิดกรือเซะ กว้าง ๘ ยาว ๘ นิดเดียวครับ กว้าง ๘ ยาว ๘ ไม่กี่ตารางเมตร ปรากฏว่าศพก่ายกันเป็น ๓๐-๔๐ ศพ ไปดูครับหลุมอาร์พีจี (RPG) ที่อยู่ใต้พรม ๓๐-๔๐ หลุมอาร์พีจี แปลว่ายิงหลายลูก ของเหล่านี้อาจจะปิดพี่น้องประชาชนคนไทยได้นะครับ แต่ปิดพี่น้องใน ๓ จังหวัดไม่ได้เพราะเขาไปดูอยู่ ท่านประธานครับ ของเหล่านี้ผมถึงอยากจะ กราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าเราไม่อยากเห็นคนไทยตาย ตาย ตาย ตาย ๕,๐๐๐ กว่า เจ็บ เจ็บ เจ็บ เป็นหมื่นแล้วครับ เพราะฉะนั้นในวันที่พวกผมเป็นรัฐบาล ในวันที่ท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่นายถาวรดูแลกรมเดียว กรมที่ดิน แล้วก็ฝาก ศอ.บต. ฝาก ๓ จังหวัด พวกผมลงไป ถามว่าเสี่ยงไหม เสี่ยงครับ ในกฎหมาย ศอ.บต. มีสาระสำคัญ คืออะไรครับ ท่านประธานครับ คือ ๑. เรื่องสำคัญ ๆ ๔-๕ เรื่อง ที่ถ้าปัญหาเกิดจังหวัดยะลา ปัญหาเกิดจังหวัดปัตตานี ปัญหาเกิดจังหวัดนราธิวาส กว่าจะสรุปมาถึงกรุงเทพฯ กว่ากรุงเทพฯ จะไปถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ นานครับ เราบอกเลยว่า ศอ.บต. มีอำนาจ ประสานงานระหว่างประเทศได้ด้วย เพื่ออะไรครับ เพื่อเผื่อคนร้ายข้ามแดน ยกหูโทรศัพท์ ก็ได้ตัวมา

เราพูดถึงฮัจญ์ ศอ.บต. ทำไมต้องทำเรื่องฮัจญ์ เพราะการไปแสวงบุญ นครเมกกะ เป็น ๑ ใน ๕ หลักของพี่น้องมุสลิมที่เป็นสาระ แล้วก็การทำงานด้านฮัญจ์ ถ้าตรงไปตรงมา ไม่เล่นพรรคเล่นพวก เกิดประโยชน์ครับ หรือกรณีที่ผมเกริ่นนำแต่ต้นก็คือ กรณีปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาของเยาวชนมุสลิม แต่เดิมมา ก็กลายเป็นสำนักเถื่อน ไม่มีราชการเข้าไปดูแล ตอนนั้นท่านชินวรณ์เป็นประธาน คณะกรรมาธิการ ผมเป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง เราประชุมคณะกรรมาธิการเรื่องโรงเรียนเอกชน วันเดียว เพราะรู้ครับว่าถ้าเรื่องนี้ออกช้าปัญหาบ้านเมืองแก้ไม่ได้ ในสาระสำคัญ ๑ เรื่อง ก็คือให้รัฐบาลลงไปดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีน ผมพยายามดูนโยบายที่รัฐบาลทำขึ้น เกี่ยวกับ ๕ จังหวัดภาคใต้ ไม่ชัดเลยครับ ไม่ชัดเจนว่าจะดูแลปอเนาะอย่างไร ดูแลตาดีกา อย่างไร ดูแลฟัรดูอีนอย่างไร เพราะว่าถ้าท่านทราบ ตรงนี้คือสาระสำคัญหลัก ๆ ที่เป็น จุดของปัญหา ผมไม่ได้หมายความว่าโต๊ะครูหรือเจ้าของโรงเรียน หรือครูผู้สอนเกี่ยวข้องนะครับ แต่ส่วนหนึ่งข้าราชการล้วงมือเข้าไป เอื้อมมือเข้าไปเป็นพวกเดียวกัน เป็นชุดเดียวกัน ดูแล อำนวยความสะดวก เอางบประมาณลงไป ถ้ารัฐบาลลงลึกไปถึงจุดเหล่านี้ได้ปัญหาเหล่านี้ลดลง รู้ปัญหา รู้ที่มา รู้ที่ไป ท่านวิเชียรก็เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ฉลาด ผมว่าในส่วนนี้สามารถที่จะ เดินได้ ถามว่าทำไมไม่เขียนให้ชัด เพราะฉะนั้นใน ๕ จังหวัดภาคใต้มี ๒ กฎหมาย ที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถใช้ได้ ๑. กฎหมาย ศอ.บต. ท่านก็ดูแลปอเนาะ ตาดีกา ฟัรดูอีนได้ ๒. กฎหมายโรงเรียนเอกชน เพราะฉะนั้นอย่างน้อย ๒ หน่วยงานที่เข้าไปดูได้ คือ ๑. กระทรวงศึกษาธิการมี พ.ร.บ. ชัดเจน ๒. ศอ.บต. มีหน่วยงานชัดเจน ถ้า ๒ หน่วยงานนี้ เข้าไปดูแลเรื่องการศึกษาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เล็ก ๆ ฟัรดูอีนขึ้นมา ตาดีกา แล้วปอเนาะ ผมเชื่อว่า ทิศทางจะแก้ไขปัญหาได้ แต่ยังไม่เห็นเลยครับ

กรณีต่อไปครับ สิ่งที่หลายเรื่องเป็นประโยชน์ เช่นอะไรครับ เช่น พ.ร.บ. ศาลอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก ทำไมผมหยิบเรื่องนี้ขึ้น เพราะว่าในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้บรรจุเรื่องนี้อยู่ในระเบียบวาระของสภา เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เห็นชอบ เห็นด้วย ท่านหยิบเรื่องนี้เข้ามาครับ พวกผมพร้อม อย่างท่านถาวรว่าพวกผมพร้อม ที่จะให้ความร่วมมือที่จะเข้าไปติไปติงไปช่วยกันทำให้กฎหมายชะรีอะฮ์ว่าด้วยครอบครัว มรดก เดินได้ รัฐบาลก็ไม่หยิบ ผมส่งสัญญาณอยู่ครับ เงียบ กฎหมายว่าด้วยซะกาต กฎหมายว่าด้วย เงินบริจาค จริง ๆ แล้วถ้าทำกฎหมายให้ถูกต้อง ให้ถูกทิศถูกทาง กฎหมายนี้ผ่านการกลั่นกรอง ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ผมเป็นประธานกลั่นกรองให้กับรัฐบาลที่แล้ว รออยู่ในวาระของสภา รัฐบาลก็ไม่หยิบครับ ถ้าหยิบในส่วนนี้เงินที่จะมาจากพี่น้องมุสลิมโลกเป็นพัน ๆ ล้านบาท ผมขออนุญาตต่อนะครับ ท่านประธานครับ ไม่มีเรื่องไร้สาระเลยครับ ขอบพระคุณครับ ถ้ารัฐบาลหยิบ พ.ร.บ. ซะกาตเข้ามา มีองค์กรชัดเจน มีหน่วยงานชัดเจน รับเงินบริจาคมาได้ ทั้งโลก สามารถนำไปพัฒนาพี่น้องมุสลิม พัฒนามัสยิด พัฒนาได้เยอะแยะ ทำไมไม่ทำ ๒ ประการแล้วครับ

ประการที่ ๓ พ.ร.บ. ว่าด้วยดะวะห์ พ.ร.บ. ว่าด้วย ศอ.บต. ไปแล้วนะครับ ซะกาตแล้ว ศาลอิสลามแล้ว การศึกษาเอกชนแล้ว พ.ร.บ. ดะวะห์ก็เป็นเรื่องจำเป็น ของเหล่านี้ ท่านประธานครับ คาอยู่ทั้งสิ้น แต่ว่ารัฐบาลไม่หยิบ ผมฝากท่านประธาน ผ่านไปที่ สมช. หยิบของพวกนี้ได้ทั้งใจ ได้ทั้งเครื่องมือ แล้วก็รัฐบาลจะรู้ปัญหา แก้ได้ครับ

และประเด็นต่อไปครับ สิ่งที่ไม่ชัดเจนในเนื้อหาของท่านไม่พูดให้ชัด ท่านพูดว่า ถ้าค่าแรงต้อง ๓๐๐ บาท ถ้าจบปริญญาตรีต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท ขอบคุณครับ แต่ว่า ในรายละเอียดใน ๕ จังหวัด ไม่ชัดเลยครับ ผมพูดถึงเหมืองตาสาที่จังหวัดยะลา ผมพูดเรื่อง เขื่อนกรงปีนังที่จังหวัดยะลา เป็นเขื่อนที่เบื้องบนพระราชทานแนวดำริไว้ว่าจะต้องมี เขื่อนบางลาง จะต้องมีเขื่อนปัตตานี และต้องมีเขื่อนกรงปีนัง ผมเป็นอนุกรรมาธิการ รับผิดชอบในโซนภาคใต้ลงไปประชุมหลังจากที่ระเบิดจังหวัดยะลาวันนั้น ๒๐ กว่าจุด ไปครับ ปรากฏว่า ณ วันนี้ถ้าสร้างวันนี้ครับ เขื่อนกรงปีนังเก็บน้ำได้ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทำนาได้ ๑๓๒,๐๐๐ ไร่ อันนี้ต้องทำครับ ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทเองครับท่านประธานครับ หรือกรณี ฝายแป๊ะลิ้มที่อำเภอเบตง อำเภอเบตงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศ ที่เข้ามาที่จังหวัดยะลา ที่อำเภอเบตงอย่างมากมายมหาศาล ทำฝายแป๊ะลิ้ม ๑ ฝาย อำเภอเบตงเลิกท่วมอีกตลอดชาติ ของเหล่านี้ผมไปถามที่ประชุมกรรมาธิการที่จังหวัดยะลา ปรากฏว่าตั้งแล้วเลื่อน ตั้งแล้วเลื่อน ตั้งแล้วเลื่อน ไม่ลงนะครับ โยกงบด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ของต่าง ๆ เหล่านี้ต้องทำครับ และอุโมงค์สตูล-ปะลิส ท่านประธานครับ อุโมงค์สตูล-ปะลิส ศึกษาแล้วความเป็นไปได้มี เจาะอุโมงค์จากสตูล-ปะลิส ๓ กิโลเมตรครึ่ง ลงทุน ๓,๐๐๐ มาเลย์ออกให้ ๑,๕๐๐ เรา ๑,๕๐๐ มันจะทำให้นักท่องเที่ยวทะลักจากฝั่งอันดามัน มาจังหวัดสตูล มาจังหวัดตรัง มาจังหวัดภูเก็ต ปีหนึ่งรู้ไหมสักกี่แสนคน รัฐบาลก็เฉย อันนี้ครับ ศอ.บต. หรือส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเขียนไว้ให้ชัดนะครับ มอเตอร์เวย์ (Motor way) มาเลเซียมากรุงเทพฯ ท่านประธานอาจจะไม่ทราบข้อมูลนะครับ ผมกราบเรียนท่านว่า ด่านสะเดา ทำรายได้ให้กับประเทศไทยปีละมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ด่านปาดังเบซาร์ ประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ด่านนี้รวมกัน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่า ด่านไหน ๆ ในประเทศ เดี๋ยวนี้รถมาติดอยู่ที่ฝั่งด่านฝั่งมาเลย์ กว่าจะเข้าแผ่นดินไทยได้ ๓-๔ ชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นของเหล่านี้ทำแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะในพื้นที่ แต่เกิดประโยชน์โดยรวม ผมกราบเรียนท่านทั้งหลายเพราะว่าเป็นเรื่องที่หากทำนโยบาย ให้ชัดเจนก็จะเกิดประโยชน์ วันนี้แม้ว่านโยบายเขียนรวมอย่างนี้แต่ถ้าลงแผนงานโครงการให้ชัด ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลท่านนะครับ รวมถึงกรณีที่หากจะก่อให้เกิดความสงบได้ ที่ดินทำกินเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลโดยนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการดูแลกรมที่ดิน ไปดำเนินการออกโฉนดเขาบูโด ออกไปได้เยอะแล้วครับแต่ยังไม่หมด เพราะฉะนั้น ท่านประธานมอบหมายแจ้งไป แล้วนายกรัฐมนตรีแจ้งไป มท. ๑ แจ้งไป คนที่เกี่ยวข้อง ดูแลออกโฉนดที่บูโด สุไหงปาดีเพิ่ม ได้เสียงครับ ทำเถอะครับ ชาวบ้านจะได้มีหลักประกัน ชัดเจน เขามีครุฑ ครุฑคือประเทศไทย เขาจะได้ไม่ไปทางอื่น

อีกเรื่องเดียวเป็นเรื่องสุดท้าย กรณีคน ๒ สัญชาติ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็น โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะฝ่ายข่าวกรองนี้นะครับ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ให้ชัดเจนว่าทำอย่างไรเรามีชื่อ เรามีที่มา เรามีที่ไป เราจะดูแลคนเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะว่า ถ้าดูแลคนเหล่านี้ไม่ได้ปัญหาท่านแก้ไม่ได้หรอกครับ หรือว่าปล่อยให้ตายไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้ ไทยพุทธอพยพมาเรื่อย ๆ ขึ้นมาอยู่อำเภอหาดใหญ่ มาอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราช มาอยู่ จังหวัดสงขลา ถ้าคิดอย่างนั้นได้ครับ แต่ว่านั่นคือคนไทย นั่นคือประเทศไทยนะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพครับต้องขอบคุณที่บรรจุเรื่องนโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ศอ.บต. ที่พวกเรา สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วช่วยกันร่างขึ้น อย่าเอาหน่วยงานใดมาครอบเขาเลยครับ เพราะเขามีที่ปรึกษา ๔๙ คน มาจากทุกอาชีพ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. นายกเทศบาล ครูปอเนาะ นักข่าว ผู้ประกอบการครบถ้วนครับ ผู้นำศาสนาพุทธ มุสลิม เพราะฉะนั้น ต้องเชื่อใจเขา ต้องเชื่อใจบุคคล ๔๙ คนเหล่านั้นว่าเขาสามารถพาประเทศ เขาสามารถ พาบ้านเมืองได้ เมื่อใดที่มีหน่วยงานไปครอบเกิดขั้นตอนมากมาย แล้วก็เกิดการเบี่ยงเบน มากมาย ซึ่งเราก็คงไม่อยากเห็นว่าประเทศไทยเหลือไม่ครบ ๗๗ จังหวัด ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงที่กราบเรียนต่อท่านประธานนะครับ ด้วยความเคารพอยากให้ประเทศไทยสงบ อยากให้อัตราการตายอยู่แค่ ๕,๐๑๘ ศพแค่นี้ อยากให้คนเจ็บแค่ ๑๐,๐๐๐ คนแค่นี้ ไม่ต้องเพิ่มขึ้น แล้วเราจะได้ลืมตาอ้าปาก แล้วบ้านผม จะได้อานิสงส์ ขอบคุณท่านประธานครับ