สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๕

ณรงค์ ดูดิง หารือเรื่องนโยบายการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังพูดถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในฐานะประชาคมอาเซียน

นายณรงค์ ดูดิง ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องชื่นชมทาง สมช. ที่ได้นำบอกว่าเป็นนโยบาย ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นนโยบายมากน้อยแค่ไหนนะครับ แต่ว่าเขียนตรงนี้ว่าเป็นนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมีผล ในการที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางหรือเป็นไกด์ไลน์ (Guideline) ในการบริหาร ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เป็นระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ซึ่งบัดนี้ก็ได้ล่วงเลยระยะเวลาถึง ๖-๗ เดือนเข้าไปแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่เบื้องต้นผมขอชื่นชม เนื่องจากว่าแนวคิดที่เขียนในที่นี่ มีหลายส่วนที่เป็นผลดีที่เริ่มพอจะมองเห็นแสงสว่างอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดแจ้งนะครับ ผมคิดว่ายังคงอยู่ปลายอุโมงค์อยู่ดีนะครับ ท่านครับ นโยบายนี้ได้บอกไว้ว่า ในบทนำนะครับ การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นนโยบายระดับชาติ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เมื่อเป็นระดับชาติแล้วท่านจะต้องปฏิบัติ การบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ต่อไปนี้ จากวันนี้ไปจากการที่แถลงต่อสภาแห่งนี้แล้วจะต้องเป็นไปตามนี้ ผมอยากจะถามว่าถ้าไม่เป็นไปตามนี้ท่านจะว่าอย่างไร รัฐบาลชุดนี้จะว่าอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะว่าอย่างไร กล้าพนันไหม เพราะบอกว่าเป็นนโยบายแห่งชาติ ซึ่งมันซ้อนกับ นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา แต่ผมก็ให้ความสำคัญ เพราะผมถือว่านโยบายนี้เขียนภายใต้นโยบายหลักที่ให้ไว้ แต่แนวทางในการเขียน ถ้าเปรียบเทียบแล้วจะไม่เหมือนแนวทางการเขียนในเชิงนโยบายเลย ผมถือว่าเป็นการเล่า เป็นเชิงบอกเล่า บอกปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ ผมตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ท่านครับ นโยบายนี้ยังบอกว่าเนื้อหาของนโยบายต้องครอบคลุมอย่างน้อยในด้านการพัฒนา และความมั่นคง แต่ครอบคลุมได้อย่างไรละครับ ไม่ได้บอกถึงเลยว่าจะพัฒนากันอย่างไร ภายใต้การดูแลของ สมช. ภายใต้การดูแลของ ศอ.บต. แต่ว่าข้างหน้าจะเป็นอะไรยังไม่ทราบนะครับ ตอนนี้เป็น ศอ.บต. อยู่ ท่านจะบริหารอย่างไร ๕ จังหวัดภาคใต้ถือว่าแยกส่วนไปแล้ว เป็นลักษณะพิเศษเพราะมีนโยบายพิเศษออกมา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะครอบคลุมตรงไหน จะพัฒนากันอย่างไร ผมถือว่านโยบายนี้ไม่ครบทุกด้าน และไม่สามารถที่จะบรรลุถึง เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้ หรือว่าท่านหวังไว้แค่ว่าเขียนมาเพื่อให้หลุดพ้น จากการที่ต้องถูกถามว่า มาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. ศอ.บต. นั้นจำเป็นที่จะต้องนำนโยบายมาให้ รัฐมนตรีพิจารณา แล้วก็นำมาสู่สภาเพื่อให้สภารับทราบเท่านั้น นี่เป็นประเด็นสำคัญนะครับ ท่านครับ ท่านยังบอกว่ากระบวนการจัดทำนี้นำความคิดของประชาชนทุกส่วน และสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ได้มาซึ่งนโยบาย ที่มาจากความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่แน่ใจ เป็นไปตามนั้นทั้งหมดหรือเปล่า เพราะว่าผมก็อยู่ในพื้นที่ตลอดไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ การทำประชาคมหรือประชาพิจารณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ไม่เห็นมีของ ศอ.บต. โดยเฉพาะ แบบสอบถามผมก็ไม่เคยเห็น ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเชื่อว่า ส.ส. อีกหลายท่านในทีนี้คงจะยืนยันได้ว่าเราไม่เคยได้ยิน อยู่ ๆ วันนี้มีนโยบายเกิดขึ้นมา แทนที่จะถามประชาชนก่อนว่าการจะออกนโยบายนี้มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ควรจะเพิ่ม ควรจะเติมอย่างไรบ้าง แต่ท่านกลับไม่ อยู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา เกิดขึ้นมาเหมือนกับเกิดขึ้นมาเงียบ ๆ โดยไม่ได้ไปที่โรงพยาบาลเลยนะครับ ฉันใดก็ฉันนั้นครับ

ต่อไป ท่านเขียนว่าการจัดทำนโยบายดังกล่าวสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ครอบคลุม อันนี้ก็ไม่น่าจะ ถูกต้องทีเดียวนะครับจากที่ผมพูดถึง ท่านครับ เมื่อเขียนไม่ครอบคลุมถึงแล้วเรามาพิจารณา เรื่องเป้าหมายในเบื้องต้นของบทนำนะครับ บทนำนี้หน้า ๒ เขาบอกนโยบายฉบับนี้ได้ให้ ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้าควบคู่ไปกับปัญหาที่เป็นปรากฏการณ์โดยมุ่งขจัด เงื่อนไขของการใช้ความรุนแรงทุกระดับด้วยกระบวนการที่มีส่วนร่วมทุกฝ่ายและสร้าง สภาวะแวดล้อมที่พร้อมและเอื้อต่อการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยการกระจาย อำนาจที่เหมาะสมต่อการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความหลากหลายในความเป็นพหุสังคม ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายก็มีอยู่แค่นี้ นโยบายนี้นะครับ จะนำความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นอยู่มาโดยเฉพาะที่หลัก ๆ ปัญหาที่รุนแรงก็ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ มาถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าแม้แต่เป้าหมายตรงนี้ก็ยังคลาดเคลื่อน จากความเป็นจริงแล้ว ท่านไม่มีเป้าหมายเลยที่ว่าจะให้การปกครองการบริหารใน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นให้ประชาชนอยู่ดีกินดีภายใต้นโยบายที่ท่านรับจากนโยบายส่วนกลางไปแล้ว ไปดำเนินการต่อไป เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีหลุดพ้นจากความยากจน หลุดพ้นจาก ความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็หันกลับมาพัฒนาประเทศชาติ สังคม เพื่อให้อยู่อย่างสันติสุข ต่อไป ไม่มี นะครับ บอกว่าให้หลุดความรุนแรงหมายความว่าถ้าหากวันไหนสังคมในภาคใต้ ไม่มีความรุนแรง ความรุนแรงใด ๆ ไม่เกิดขึ้นท่านก็พอใจแล้วใช่ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่ประชาชน จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ก็ไม่แปลกอะไรที่ผ่านมานะครับ ถ้าแนวคิดอย่างนี้ถึงการแก้ไขที่ผ่านมา ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดมา เป็นการแก้ไขที่มีแต่จะสร้าง ความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นทวีคูณ จาก ๑ เป็น ๑๐ จาก ๑๐ เป็น ๑๐๐ จนทุกวันนี้ถึงจะรู้ว่า ปัญหามากน้อยแค่ไหน นำไปสู่คนตาย ล้มตาย ไม่เว้นแม้แต่พระภิกษุ สามเณร โต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนา เด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ วันนี้ขยายมากขึ้น นี่คือความผิดพลาดในอดีต ท่านครับ ปัญหาเหล่านี้ ท่านยังบรรยายถึงสถานการณ์ในภาพรวมนี้ ในภาพรวมนี้จะยิ่งชัดเจนเลย ท่านได้บรรยายว่าอย่างไรครับ สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเคลื่อนไหว และเปลี่ยนแปลงมาโดยต่อเนื่อง ความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพ ดูให้ดีครับ ประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ในแต่ละห้วงเวลา และมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่และปัจจัย ที่มาจากภายนอก เบื้องต้นนะครับ เห็นไหมครับท่าน ท่านบอกว่าเกิดขึ้นจากความเกี่ยวข้อง กับประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบาย ทำไมล่ะท่านไม่ยอมรับตรง ๆ ว่าที่ผ่านมา เราใช้นโยบายที่ผิดพลาด ใช้กำปั้นทุบดิน ไม่ว่าจะเป็นอดีตในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็แล้วแต่ หรือว่าใกล้ ๆ ที่มานี้คือ กรณีกรือเซะ กรณีตากใบ กรณีการตัดสินใจ เยาวชน ที่หลาย ๆ ที่ในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่อำเภอกรงปีนัง ที่บัวทอง ที่อำเภอธารโต ที่อำเภอบันนังสตา ที่ตำบลบาเจาะ หรือไม่ที่ธารคีรี ที่อำเภอสะบ้าย้อย เยาวชน ต้องตายไปหมดครับ ท่านผิดพลาดหรือไม่ คนที่ถูกยิงยังไม่ตายลากขาไปขอความช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่มาเห็นก็ยิงซ้ำให้ตายเพื่อสะดวกในการที่จะดำเนินการ ไม่ต้องมีพยาน ไม่ต้องไปบอกเล่าว่าอะไรที่เกิดขึ้น ทำไมเราไม่หาความจริงออกมาล่ะ ปล่อยเหตุการณ์ไปได้ ทำไมไม่หาความจริง เอาคนเหล่านี้ ไปสอบถามหาความจริงว่าอะไรเกิดขึ้น ทำไมพวกคุณต้องมาเป็นอย่างนี้ ใครเป็นคนสอนคุณ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ไม่พูด นโยบายนี้ก็บอกเล่าเหตุการณ์ แต่ก็ไม่ได้บอกละเอียดว่า เป็นอย่างไร แล้วก็เป้าหมายของนโยบายนี้ก็คือบอกว่าไม่ยอมรับว่าเป็นการผิดพลาด เมื่อไม่ได้ยอมรับว่าเป็นการผิดพลาดในเชิงนโยบายที่ผ่านมาแล้ว ผมถึงบอกว่านโยบายนี้ จะเอาจริงหรือเปล่า เมื่อท่านไม่กล้าพูดความจริง ท่านไม่กล้าพูดความจริง แล้วบอกความจริง แล้วท่านจะเอาจริงหรือเปล่า ต่อไปครับ อย่างไรก็ตามท่านประธานความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบันถือว่าเป็นสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ในระยะที่ผ่านมา ภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ก็ได้มีความพยายามจะดำเนินการแก้ไขตามกรอบนโยบายมาแล้ว หลายฉบับ เหตุการณ์ที่ผ่านมาปี ๒๕๔๗ ทำไมท่านไม่เขียนตั้งแต่ปีอะไรที่เกิดระเบิด ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ปี ๒๕๔๔ ใช่ไหมละครับ ท่านมาเขียนตอนนี้ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๗ การปล้นปืนที่ค่ายทหารพัฒนาที่ปิเหล็ง ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งปลายแล้ว ก่อนนั้นมีอีกเยอะ วันที่ ๗ มีการถล่มอาวุธต่าง ๆ นานากับโรงพักแห่งหนึ่ง สถานีตำรวจภูธร ตำบลอัยเยอร์เวง ยิงกันเป็นพัน ๆ นัดคืนนั้นแต่ไม่มีคนตายหรอกครับ โชคดีไม่มีคนตาย ยิงปืนใหญ่เข้าไปในโรงพัก ๖ ลูก ปืนใหญ่ก็คือเอ็ม ๗๙ แต่เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธร ตำบลอัยเยอร์เวง เราโชคดีมากไม่ตาย อายุยืน ผมต้องขอขอบคุณด้วย ขอขอบคุณพระเจ้า ที่คุ้มครองชีวิตเจ้าหน้าที่ของเรา แล้วสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การทำนโยบาย ที่ผิดพลาด แล้วก็มาเล่าเหตุการณ์ เล่าเหตุการณ์ก็ไม่ครอบคลุมทั้งหมดอีกต่างหาก การใช้ นโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาลสมัยนั้นจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าน้อยเนื้อต่ำใจนะครับ เหตุการณ์อย่างนี้สร้างความผิดพลาด แล้วเราต้องก็ยอมรับก่อนในเชิงของการศึกษา ถึงจะสามารถหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ถึงจะให้อภัยกันได้ ประชาชนจะให้อภัยได้นะครับ แต่ในข้อเขียนหน้า ๓ นี้ท่านยังเขียนเพิ่มเติมอีก ผมดูแล้วเศร้า ท่านบอกว่าความบาดหมาง ของคนต่างศาสนารุนแรงขึ้น ท่านกลับไปไหมครับ กลับไปก่อนไหมว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น ใครเป็นคนทำ ใครสร้างความรุนแรง ผมเกิดในท่ามกลางที่มีพี่น้องที่หลากหลาย มีพี่น้องคนจีน คนไทยพุทธ ตำรวจ ทหาร เต็มไปหมดเลย บ้านผมมีนอนเต็มไปหมดเลยในหมู่บ้าน ไม่เห็นจะมีขัดแย้งอะไรเลย แล้วใครล่ะ ใครมาสร้างความขัดแย้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นการปล่อยปละละเลยในอดีตที่ผ่านมา แล้ววันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่ายังมีพลังมวลชนอีกมากมาย ที่พยายามออกนอกกรอบที่ท่านได้เขียนไว้ กรอบที่ว่านี้ก็คือกรอบที่จะทำอย่างไรที่จะให้ คนเข้าใจ อยู่อย่างเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แต่ก็ยังมีหน่วยงานกลุ่มบางกลุ่มซึ่งมีทั้งคนที่ อดีตมานะครับ อดีต ๆ แล้ววันนี้ก็ยังเป็นอดีต แล้วคนที่มีสีมาในอดีต เพียงแต่ตอนนี้ เป็นอดีตแล้วบางคน ก็ยังอยู่ในวังวนเหล่านี้ท่านก็ทราบดี สมช. คิดว่าก็คงทราบดี ถ้าหน่วยงานของท่านไม่ทราบเหล่านี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรละครับ ท่านต้องทราบ ผมเชื่อว่า ท่านต้องทราบ แต่ท่านเองก็ไม่กล้าพูด ส่วนพวกผมประชาชนในพื้นที่คงพูดได้ในสิ่งที่พูดได้ และยังมีอีกเยอะในสิ่งที่พูดไม่ได้ ในสิ่งที่ไม่กล้าที่จะพูด ไม่กล้าที่จะเอ่ยปาก เพราะว่าสิ่งนั้น คือสิ่งที่เขาเรียกว่าถูกกฎหมายปิดปาก กฎหมายนั้นก็คือกฎหมายเขาเรียกว่าศาลเตี้ยนะครับ

ท่านครับ ต่อไปท่านจะให้ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ จากนอกประเทศนะครับ แต่ท่านเขียนว่าปัญหานี้อาจจะแทรกแซงจากภายนอกประเทศ อันนี้ก็สร้างความขัดแย้งให้กับเพื่อนบ้านของเราอีกนะครับ ต่างประเทศเราไปแตะทำไมละครับ เรากำลังแสวงหาความร่วมมือในฐานะที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศประชาคมอาเซียน ผมเป็นประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-มาเลเซีย ผมพยายามประสานหน่วยงานต่าง ๆ แม้แต่ที่ผ่านมาภายในเดือนนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้เดินทาง มาร่วมงาน เราก็มีการต้อนรับ ผมเอง ดอกเตอร์พีรยศ ส.ส. นาถยาก็ต้อนรับ เพื่อสร้างความใกล้ชิดแสวงหาความร่วมมือ ในอดีตเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ประเทศมาเลเซียให้ความช่วยเหลือกับเรา ประเทศเพื่อนบ้าน ให้ความช่วยเหลือ ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนของเราเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะ แก้ปัญหา แต่วันนี้ในบริบทเบื้องต้นท่านได้เขียนมาอย่างนี้ผมไม่แน่ใจนะครับท่านคิดอย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่พูดมาวันนี้ท่านจะแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ผม อยากจะเรียนว่า นี่คือต้นเหตุและต้นตอของปัญหาส่วนหนึ่งที่ท่านพูดตรงนี้ในนี้โดยยึดหลัก ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ผมจะเรียนว่าเบื้องต้นท่านเข้าใจแค่ไหน เข้าใจหรือแกล้งทำเข้าใจทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่เข้าใจ สิ่งนี้น่าคิด ผมจะ ยกตัวอย่าง อันนี้สมัยท่านความมั่นคงอยู่ที่ท่าน รัฐบาลนายกรัฐมนตรีนี้ รองนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันนี้ กรณียิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี คิดว่าท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ปิยะ คงทราบแล้วอยู่ตรงใกล้ ๆ เพราะอยู่ใกล้ ๆ มอ. ไม่ไกลจาก มอ. พอยิงวันนี้คืนนี้ พรุ่งนี้ออกมาสัมภาษณ์เลย คนที่ถูกยิงนั้นเป็นผู้ร้าย มีอาวุธเรียบร้อย แล้วก็ยิงเข้ามา ยิงเข้ามา เรายิงตอบโต้ ท่านได้รายงานเท่านั้นเอง แทนที่จะบอกว่าเรื่องนี้ในอดีตข้าราชการรัฐบาล ในอดีตนั้นเขาบอกว่าผมยังไม่ได้รับรายงาน จะเป็นอย่างไรยังไม่ทราบต้องรอเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง นี่ท่านออกมาทันทีเลย ออกมาสวนเลย นี่หรือเข้าใจ เหตุการณ์จริง ๆ ที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เข้าใจท่านออกมาพูดแล้ว อันนี้ผมอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ว่าต่อไปถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้น คงไม่มีการผิดพลาดอย่างนี้อีก ไม่อยากให้รัฐบาลหรือผู้รับผิดชอบบ้านเมืองต้องผิดพลาดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนก่อให้เกิดปัญหาจนไม่รู้จักจบ ชาวบ้านเขาเสียใจครับ เสียใจ คนจะไปละหมาดไม่มีอาวุธหรอกครับ เขาละหมาดทุกเวลา เขาพูดอะไร สวดมนต์เรื่องอะไร ท่านทราบไหม ฮัลฮัมดูลิลลาฮิรอบบิลอารามีน มวลสรรเสริญเป็นสิทธิของพระเจ้าแต่ผู้เดียว เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขาขอพรต่อพระเจ้า ขอพรต่อพระเจ้า แต่ท่านก็ไม่เข้าใจ ท่านสวนอย่างนี้เป็นเหตุให้เราต้องสูญเสียคนบริสุทธิ์มากมาย แต่นี่ไม่ใช่วันนี้นะครับ อดีตที่ผ่านมาก็มากมาย ที่ตายไป ๕,๐๐๐ กว่าคน หลายคนที่ถูกกราดยิงในมัสยิด ไม่ว่า จะเป็นที่มัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอร์ปาแย มัสยิดที่ยะหา เยาวชนที่บ้านทำนบ บันนังสตา หรือที่อื่น รถมายิงกราดเข้าไป รถมายิงกราดเข้าไปในมัสยิด ถามว่าคนในมัสยิดมีอาวุธหรือครับ นอกจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นลูกน้องของท่านนั้นละพกอาวุธเข้าไป